คลังเก็บป้ายกำกับ: WINDOWS_11

Windows 11 Insider เพิ่มไอคอนบอกว่ากำลังต่อ VPN ที่ System Tray

ไมโครซอฟท์ออก Windows 11 Insider Preview Build 25252 ให้กลุ่มทดสอบ Dev Channel มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ ไอคอนเครือข่ายใน system tray มีป้าย (badge) รูปโล่ เพื่อบอกว่ากำลังเชื่อมต่อ VPN อยู่ในตอนนั้น

ความนิยมใน VPN เพิ่มขึ้นมากในยุคหลังด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว การหลบเลี่ยงเซ็นเซอร์​ หรือการใช้งานบริการที่จำกัดภูมิภาค เราจึงเริ่มเห็นบริษัทเจ้าของ OS หรือเบราว์เซอร์เริ่มทยอยเพิ่มฟีเจอร์ด้าน VPN เข้ามา เช่น Microsoft Edge มี VPN ใช้ฟรี, iOS มีบริการ Private Relay หรือ Google One VPN เป็นต้น

ฟีเจอร์อื่นใน Build 25252 คือการทดลองหน้าตาใหม่ๆ ของช่อง Search ใน Taskbar ซึ่งไมโครซอฟท์บอกว่ารอดูผลลัพธ์จากการใช้งานจริง เพื่อตัดสินใจว่าจะเลือก UI แบบไหนต่อ

No Description

No Description

ที่มา – Windows Blog

from:https://www.blognone.com/node/131648

รวม 5 เทคนิคใช้ Windows 11 ให้เป็นแท็บเล็ตแบบเซียน ๆ (ท้าชน iPad / แท็บเล็ต Android)

อย่างที่ทราบกันว่า Windows ยุคหลัง ๆ ได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับการสั่งงานด้วยจอสัมผัสแบบเต็มตัวแล้ว โดยทาง Microsoft ริเริ่มการใช้งานนี้มาตั้งแต่ยุค Windows 8 ซึ่งเกิดจากแนวคิดที่ว่าบริษัทฯ ต้องการวางตลาดอุปกรณ์ Windows ให้เป็นทุกอย่างได้จบภายในตัวเดียว ทั้ง PC, แท็บเล็ต และมือถือ (สังเกตได้จากการออกผลิตภัณฑ์ Surface Pro และ Surface Neo) ซึ่งมันต่างจากแนวทางของ Apple ที่แยก iPhone, iPad และ Mac ออกเป็นคนละตลาดอย่างชัดเจน

ในอดีตการใช้งานทัชสกรีนบน Windows 8.1 / 10 เป็นอะไรที่ยังตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ไม่ค่อยดี เนื่องจากซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ยังคงถูกออกแบบให้เหมาะกับใช้เมาส์และ trackpad มากกว่า แต่พอก้าวเข้าสู่ยุค Windows 11 แล้วต้องยอมรับว่าหลายอย่างดีขึ้นมาก ทั้งการสั่งงานที่ลื่นไหลขึ้น หน้าเว็บต่าง ๆ ก็เริ่มปรับตัวให้ใช้งานจอทัชได้ดีใกล้เคียงแอปขึ้นเรื่อย ๆ แถมล่าสุด Windows 11 ยังมาชูจุดเด่นเรื่องการใช้แอป Android ได้ในตัวอีก แค่นี้ก็ทำให้ตลาดแท็บเล็ต Android หรือ iPad เริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว

หลายคนที่เคยชินกับการใช้งาน Windows ในรูปแบบพีซีหรือโน้ตบุ๊กมานานอาจจะไม่ค่อยรู้ว่าปัจจุบัน Windows 11 นั้นใช้งานในโหมดแท็บเล็ตได้ดีถึงระดับไหนแล้ว ดังนั้นวันนี้เราพามาลงดีเทลเรื่องนี้กัน พร้อมรวมทริกเด็ด 5 ข้อที่จะช่วยให้การใช้งาน Windows 11 บนจอสัมผัสของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก รับรองเลยว่าออกมาน่าใช้ไม่แพ้ iPadOS หรือ Android L แน่นอน

 

1. gesture การสั่งงานด้วยนิ้ว และการปัดเรียกแถบเมนูต่าง ๆ

ปัจจุบันเราเคยชินกับการใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในรูปแบบที่ค่อนข้างคล้ายกัน เช่น ปัดมุมบนขวาเป็นแถบ Quick Settings ปัดมุมบนซ้ายเป็นแถบแจ้งเตือน บางยี่ห้อปัดขึ้นจากด้านล่าง หรือบางยี่ห้อใช้ 2-3 นิ้วสั่งเรียกเมนูนั่นนี่ได้ ซึ่งฝั่ง Windows เองก็มีเหมือนกัน สามารถปัดเรียกแถบเมนูหรือใช้นิ้วทำ gesture ต่าง ๆ ได้หมด ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

  • ปัดขึ้นตรงกลาง > เรียกแถบเมนูเริ่มต้น (Start Menu)
  • ปัดจากขอบซ้ายไปขวา > เรียกแถบวิดเจ็ต (Widget)
  • ปัดขึ้นด้านล่างขวา > เรียกแถบการตั้งค่าด่วน (Quick Settings)
  • ปัดจากขอบขวาไปซ้าย > เรียกแถบเจ้งเตือน + ปฏิทิน (Notifications + Calendar)

รู้หรือไม่ ? Windows ก็มีปุ่มโฮมเหมือนกัน

มันก็คือปุ่ม แสดงเดสก์ท็อป (Show desktop) ที่อยู่มุมล่างขวาสุดของ taskbar นั่นเอง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังใช้ปุ่มโฮมบนมือถืออยู่เหมือนกัน แต่อาจจะต้องลำบากเอื้อมมือไปแตะหน่อย (ใช้ 3 นิ้วปัดลงจะง่ายกว่า) ทั้งนี้จริง ๆ แล้ว Microsoft รณรงค์อยากให้เราปรับตัวไปใช้ Start menu กันมากกว่า ซึ่งมันจะทำให้การกลับไปที่หน้าเดสก์ท็อปบ่อย ๆ เพื่อเปิดโปรแกรมนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว

การใช้ gesture สั่งงานบนจอด้วยนิ้ว (Windows 11)

คำสั่ง ท่าทาง
คลิกขวา, แสดงคำสั่งเพิ่มเติม แตะค้างที่พื้นที่ว่างหรือวัตถุ
แสดงหน้า Task View รวมแอปทั้งหมดที่เปิดอยู่ (คล้าย Recent Apps บน Android) ใช้ 3 นิ้ว ปัดขึ้น บนหน้าจอ
แสดงหน้าเดสก์ท็อป (คล้ายกับการกดปุ่มโฮม) ใช้ 3 นิ้ว ปัดลง บนหน้าจอ
สลับไปหน้าแอปอื่นที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้ ใช้ 3 นิ้ว ปัดซ้ายหรือขวา บนหน้าจอ
สลับไปหน้าเดสก์ท็อปอื่นที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้ ใช้ 4 นิ้ว ปัดซ้ายหรือขวา บนหน้าจอ

 

2. ตั้งค่าแป้นพิมพ์สัมผัสให้ใช้ง่ายขึ้น เปลี่ยนภาษาได้ในปุ่มเดียว

หนึ่งในปัญหาที่ทำให้หลายคนไม่อยากใช้แป้นพิมพ์สัมผัส (Touch keyboard) บน Windows 11 คือมันสลับภาษาลำบาก ต้องกดปุ่มเรียกเมนูภาษาขึ้นมาก่อน แล้วค่อยกดเลือกภาษาที่ต้องการอีกทีหนึ่ง กลายเป็นว่าต้องทำ 2 ขั้นตอน ซึ่งค่อนข้างเสียเวลา (ฝั่ง iOS, Android เค้ามีปุ่มเปลี่ยนภาษาทีเดียวให้หมด)

แต่จริง ๆ แล้วมันมีเทคนิคที่จะทำให้เราสลับภาษาด้วยปุ่มเดียวอยู่ นั่นก็คือการ ตั้งปุ่ม ` และตัวหนอน ~ มาใช้นั่นเอง ตามปกติคนไทยก็นิยมใช้ปุ่มนี้อยู่แล้วบนแป้นพิมพ์ธรรมดา แต่พอเป็นแป้นพิมพ์สัมผัสปุ่มนี้จะหายไป วิธีเรียกกลับมาก็คือให้ไปตั้ง layout แป้นพิมพ์เป็นแบบ Traditional ก่อน

วิธีตั้งค่าแป้นพิมพ์สัมผัสบน Windows 11 ให้สลับภาษาได้ในปุ่มเดียว

  1. เข้าไปที่ Settings > Personalization > Text input > Touch keyboard > กดที่ปุ่ม Open keyboard

  2. แป้นพิมพ์สัมผัสจะโผล่ขึ้นมา ให้แตะที่รูปฟันเฟืองมุมบนซ้ายของแป้นพิมพ์ > Keyboard layout > Traditional

  3. เท่านี้ปุ่มตัวหนอนก็จะโผล่มาแล้ว แลกกับการต้องใช้แป้นพิมพ์รูปแบบ Traditional แทน ซึ่งตำแหน่งปุ่มต่าง ๆ มันจะเหมือนกับแป้นพิมพ์จริงเลย ถ้าใครไม่ชอบอาจจะต้องทำใจนิดนึง แต่ส่วนตัวชอบแบบนี้มากกว่า เพราะมันมีหลายปุ่มให้กดเยอะดีในหน้าเดียวไม่ต้องสลับบ่อย

  4. ถ้าใครเคยตั้งปุ่มตัวหนอนเป็นปุ่มสลับภาษาอยู่แล้วก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย แต่ถ้าใครยัง ให้เข้าไปที่ Settings > Time & language > Typing > Advanced keyboard settings > กดที่ปุ่ม Input language hot keys

  5. หน้าต่าง Text Services and Input Languages จะโผล่ขึ้นมา ให้กดที่ปุ่ม Change Key Sequence… > ที่แถบ Switch Input Language เลือก Grave Accent (`) และที่แถบ Switch Keyboard Layout เลือก Not Assigned > กด OK


  6. จากนั้นลองกลับมากดปุ่มตัวหนอนดูก็จะพบว่าสลับระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้แล้วง่าย ๆ โดยกดแค่ปุ่มเดียว (ปุ่มเปลี่ยนภาษาเดิมก็ยังอยู่ให้ใช้นะ)

รู้หรือไม่ ? แป้นพิมพ์ Windows ก็มีอีโมจิเหมือนกันนะ

กดที่ไอคอนรูปหัวใจ (ข้างฟันเฟือง) มีทั้งอีโมจิ, GIF, Kaomoji และตัวอักษรสัญลักษณ์ต่าง ๆ ให้เลือกใช้เพียบไม่แพ้ OS อื่นเลย ไปลองเล่นดูกันได้

 

3. ตั้งหน้าเว็บมาทำเป็นแอป เปิดได้รวดเร็วผ่าน taskbar

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าปัจจุบันเว็บแอปต่าง ๆ รองรับการสั่งงานแบบทัชสกรีนได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก จนแทบจะใช้เสมือนเป็นแอปแอปหนึ่งได้เลย แถมได้เปรียบกว่าในเรื่องฟีเจอร์ย่อยที่มีเยอะกว่าแอปบนมือถือ

ดังนั้นหากปัจจุบันยังไม่มีแอปไหนบน Windows เราสามารถเอาหน้าเว็บที่มีอยู่แล้วมาทำเป็นแอปแทนได้ โดยมีไอคอนให้ปักหมุดบน taskbar หรือ Start menu ให้แตะเปิดใช้เหมือนแอปจริงเลย ไม่ต้องไปเปิดผ่านเบราว์เซอร์ก่อนให้มากขั้นตอนอีกต่อไป

วิธีตั้งค่าหน้าเว็บให้มีไอคอนเปิดใช้เป็นเหมือนแอป (ทำได้ทั้ง Edge และ Chrome)

Microsoft Edge เปิดหน้าเว็บที่ต้องการตั้ง > กดเมนูจุด 3 จุดมุมบนขวา > Apps > Install (ตามด้วยชื่อของเว็บแอปนั้น)

สามารถเลือก Pin to taskbar หรือ Pin to Start เพื่อปักหมุดไอคอนแอปไว้ตามที่ที่เราต้องการได้ แนะนำเว็บไหนเปิดบ่อยก็ให้ปักไว้ที่ taskbar เลยเพื่อความสะดวก

 

Google Chrome เปิดหน้าเว็บที่ต้องการตั้ง > กดเมนูจุด 3 จุดมุมบนขวา > More tools > Create shortcut…

ตั้งชื่อแอปตามที่ต้องการ > ติ๊กถูกที่ Open as window > กด Create

ของ Chrome จะไม่มีถามให้ปักหมุดแต่แรก ต้องกดปักเอง โดยแตะค้าง (คลิกขวา) ที่ไอคอนบน taskbar แล้วเลือก Pin to taskbar

จะสังเกตเห็นว่าพอมี 2 เบราว์เซอร์ทำได้ทั้งคู่แบบนี้ เราก็เหมือนสามารถสร้างแอปโคลนแยกเป็น 2 ตัวออกจากกันได้เลย (คล้ายมือถือ Android) ทั้งนี้แม้ตัวเว็บจะมาจาก Edge และ Chrome แต่ด้านบนสุดไม่มีแท็บเบราว์เซอร์โผล่มาให้เห็น เพราะเค้าต้องการให้มันเหมือนแอปที่สุดนั่นเอง

 

4. โหลดแอป Android มาใช้

อย่างที่รู้กันว่า Windows 11 มีฟีเจอร์ที่สามารถรันแอป Android ในตัวได้แบบเนทีฟ ซึ่งปัจจุบันกำลังทยอยอัปเดตให้หลาย ๆ ประเทศได้ใช้งานแล้ว ของไทยเองก็คาดว่าจะตามมาเร็ว ๆ นี้ แต่ถ้าใครทนรอไม่ไหว ทางทีมงานเราเคยเขียนบทความแนะนำวิธีเปิดใช้ล่วงหน้าไว้ด้วย ถึงขั้นสามารถลง Google Play Store มาใช้โหลดแอปเล่นได้จริง ๆ เลย เข้าไปติดตามดูกันได้ว่าทำยังไง

คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันให้เยอะว่าทำไมฟีเจอร์นี้ถึงสำคัญกับการใช้งาน Windows 11 ในโหมดแท็บเล็ต เพราะถ้าหากมันใช้ได้อย่างสมบูรณ์เมื่อไหร่ เว็บแอปจากข้อ 3. ก็คงไม่จำเป็นอีกต่อไป แถมตลาดแท็บเล็ต Android ก็อาจจะเจอศึกหนักได้ เพราะดันถูกแย่งความสามารถไปซะหมด เพียงแต่ตอนนี้ฝั่ง Windows ยังอยู่ในขั้นแค่ใช้งานได้คร่าว ๆ เท่านั้น และแอปที่ทำมารองรับอย่างเป็นทางการจริง ๆ บน Amazon Appstore ก็ยังมีน้อยมาก คงอีกนานเหมือนกันกว่าจะเห็นแข่งขันกันจริงได้

 

5. ใช้งานร่วมกับแอป PowerToys

PowerToys ถือเป็นแอปอรรถประโยชน์จาก Microsoft ที่ใส่ฟีเจอร์ย่อยเจ๋ง ๆ เข้ามาเพียบ นอกเหนือจากที่มีอยู่แล้วบน Windows เพื่อให้ผู้ใช้ได้ลองอะไรล้ำ ๆ ใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ทำงานได้หลากหลายขึ้น เช่น ฟีเจอร์แก้ไขขนาดภาพอย่างละเอียด, เครื่องมือจิ้มเลือกโค้ดสีจากตำแหน่งไหนก็ได้บนจอ, เครื่องมือแก้ไขชื่อไฟล์ทีละหลาย ๆ ไฟล์, ตัวช่วยตั้งคีย์ลัดแป้นพิมพ์ได้แบบที่อยากใช้เอง และอื่น ๆ อีกเพียบ

ฟีเจอร์โดยรวมเหมือนจะมีไว้สำหรับใช้งานบน Windows ทั่วไป แต่จริง ๆ มันจะบางอันที่มีประโยชน์กับการใช้งานในโหมดแท็บเล็ตโดยเฉพาะอยู่ เช่น ฟีเจอร์ Awake ที่ช่วยป้องกันการเข้าโหมด Sleep ของ Windows ได้ แก้ปัญหาเวลาปลุกเรียกเครื่องกลับมาแล้วใช้เวลานาน ซึ่งทำให้ไม่ทันใจเท่าไหร่หากจะใช้เป็นแท็บเล็ต ดังนั้นการเปิด Enable Awake บน PowerToys เอาไว้ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกขึ้น (หากไม่ต้องการใช้แล้วก็ปิดได้ทันทีจากถาด tray มุมล่างขวา)

ฟีเจอร์ถัดมาก็คือ FancyZones ที่จะช่วยแบ่งหน้าต่างแอปได้ละเอียดขึ้นกว่า Snap Layout ที่มีอยู่แล้วบน Windows 11 สามารถเปิดได้พร้อมกันมากกว่า 4 แอป สร้างรูปแบบที่ต้องการขึ้นมาเองก็ได้ หมาะกับการใช้งานแบบมัลติทาสก์บนจอสัมผัสสุด ๆ

 

จบไปแล้วกับทั้ง 5 วิธีที่นำมาฝากวันนี้ โดยส่วนตัวมองว่าแม้ความเลื่อนไหลด้านแอนิชันของ Windows จะยังสู้พวก Android หรือ iPadOS ไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้เป็น OS ที่พัฒนาบนพื้นฐานทัชสกรีนมาก่อน แต่ปัจจุบันก็ถือว่าก้าวข้ามขีดจำกัดหลายอย่างไปได้เยอะ ผนวกกับข้อดีด้านการเป็น OS ระดับเดสก์ท็อปที่ยังมีฟีเจอร์เหนือกว่าแท็บเล็ตธรรมดาอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้ Windows ถือเป็นตัวเลือกด้านแท็บเล็ตในตลาดที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้สำหรับคนใช้ Windows 11 ในโหมดแท็บเล็ตอยู่แล้ว หรือถ้าใครยังใช้ Windows แต่ในรูปแบบพีซีมานานอยากมาลองโหมดนี้ดูบ้างก็ทำได้ เชื่อว่าจะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะเลยครับ

from:https://droidsans.com/tips-how-to-use-windows-11-as-a-tablet-device/

วินโดวส์เปิดตัว WSL ใหม่ ให้ใช้อย่างเป็นทางการบนวินโดวส์ 10 ด้วยแล้ว

ล่าสุดไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัว General Availability (GA) แบบที่สามารถให้เข้าใช้ได้ทุกคนแล้วสำหรับตัว Windows Subsystem for Linux หรือ WSL ที่นำความสามารถในการรันโอเอสลีนุกซ์สารพัดดิสโทร หรือแม้แต่แอพลีนุกซ์ต่างๆ บนวินโดวส์ได้แบบเนทีฟ

หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่า “ไม่ต้องทำระบบเวอร์ช่วลต่างหากเพื่อรันลีนุกซ์พวกนี้เลย” ที่สำคัญครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เอา WSL มาลงใน Microsoft Store ของวินโดวส์ 10 เป็นทางการให้กดลงง่ายๆ โดยไม่ต้องไปกด add/remove feature ให้ยุ่งยากแบบแต่ก่อนด้วย

เมื่อก่อนจะมีปล่อยให้กดผ่านสโตร์แค่บนวินโดวส์ 11 เท่านั้น ต่อไปนี้ผู้ที่ใช้วินโดวส์ 10 เวอร์ชั่น 2004 หรือใหม่กว่าก็จะสามารถใช้ WSL รันลีนุกซ์ได้แบบไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ทำวีเอ็มอื่นแยกต่างหาก แถมการปล่อยโหลดผ่านสโตร์ทำให้ได้อัพเดทเร็วกว่ารออัพเดทพร้อมวินโดวส์ใหญ่ตามรอบด้วย

ที่สำคัญ วินโดวส์ 10 จะสามารถกดโหลดแอพลีนุกซ์แบบกราฟิก GUI ผ่านสโตร์ได้ด้วยเป็นครั้งแรก รองรับ Systemd ด้วย ทั้งนี้ WSL เริ่มเปิดรุ่นพรีวิวมาตั้งแต่ปี 2018 ในรูปเลเยอร์ที่ซ้อนขึ้นมาจากวินโดวส์ให้รันไบนารีลีนุกศ์ได้ทั้งบน cmd และ Powershell ก่อนอัพขึ้นมาเป็นแอพตัวเองลงสโตร์ในวินโดวส์ 11 เมื่อปีที่แล้ว

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/windows-users-now-able-to-run-linux-apps/

บริษัทเทคฯ จีน เปิดตัว Orange Pi OS (Droid) ระบบปฏิบัติการ PC ที่ใช้กับบอร์ดจิ๋วสเปคต่ำ โหลดลงแทน Windows ได้ฟรี

Xunlong Software บริษัทเทคฯ ชื่อดังในจีน ผู้พัฒนาบอร์ดพีซีขนาดเล็กอย่าง Orange Pi (คู่แข่ง Raspberry Pi) ประกาศเปิดตัว Orange Pi OS (Droid) ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ทางค่ายตั้งใจทำออกมาใช้กับสินค้าใหม่ปีนี้ 2 ตัว ได้แก่ Orange Pi 800 พีซีในร่างคีย์บอร์ด และ Orange Pi 5 บอร์ดจิ๋วรุ่นยอดนิยมของค่าย ซึ่งปัจจุบันถูกพัฒนามาสู่เจนที่ 5 แล้ว

ซ้าย : Orange Pi 800 (พีซีในร่างคีย์บอร์ด) / ขวา : Orange Pi 5

ก่อนหน้านี้สินค้าตระกูล Orange Pi เกือบทุกตัวใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการหลักโดยมาตลอด ถือเป็นครั้งแรกที่ทางค่ายตัดสินใจทำ OS ขึ้นมาใช้เอง แต่นี่ก็ไม่ใช่ OS แท้ซะทีเดียว เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานมาจาก Android 12 ซึ่งทางบริษัทฯ ยืนยันเองว่าต้องการทำ UI ให้เหมือน Windows 11 เพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่าย (ตั้งใจเลียนแบบเลยว่างั้น)

ด้วยความที่เป็น Android 12 แน่นอนว่าตัว OS สามารถรันแอป Android ได้ และทางบริษัทฯ ก็ภูมิใจนำเสนอว่าได้มีการ optimize การใช้แอปให้เหมือนกำลังใช้พีซีอยู่มาก ๆ ซึ่งต่างจากการรัน Android โดยทั่วไปที่พอเอามาจำลองบนพีซีแล้วไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เพราะยังมีความเป็นมือถืออยู่ กล่าวคือเราจะยังคงใช้มันในฐานะ Android แต่ทุกอย่างไร้รอยต่อเหมือนเรากำลังใช้ Windows อยู่เลย (คู่แข่ง Chrome OS หรือ Samsung Dex รึเปล่านิ)

พอมาดูภาพหน้าตา UI ตัวเต็มแล้วก็จะพบว่ามันเหมือน Windows 11 จริง ๆ ทั้งภายในของ Settings, แถบ File Manager, Control Center และตำแหน่งเมนูต่าง ๆ แม้กระทั่งหน้าต่างแอปก็ทำขอบโค้งมนและมีเงาดำคล้าย ๆ เหมือนกัน มีเพียงไอคอนแอปที่ออกแนวไปทางเหมือน macOS มากกว่า

นอกจากเอาไว้ใช้กับอุปกรณ์บอร์ดของตัวเอง ทางบริษัทฯ ยังเปิดให้ผู้สนใจ สามารถดาวน์โหลด Orange Pi OS (Droid) ไปลงใช้บนพีซีของตัวเองได้ฟรี ๆ โดยไฟล์ติดตั้ง OS มีขนาดเล็กมากเพียง 1.06 GB เท่านั้น สามารถดาวน์โหลดได้โดยเข้าไปที่ลิงก์นี้ เลื่อนลงไปด้านล่าง แล้วกดปุ่ม Downloads ใต้หัวข้อ Orange Pi OS(Droid)

ทั้งนี้บนหน้าเว็บไม่ได้ระบุรายละเอียดสเปคขั้นต่ำของ OS ไว้ว่าต้องเท่าไหร่ แต่หากดูจากอุปกรณ์ใหม่ 2 ตัวที่ใช้ก็จะพบว่าใช้ได้กับทั้งชิป x86 และ Arm ขนาด 6-8 Core, หน่วยความจำขั้นต่ำ 4GB และความจุ 64GB แบบ eMMC ซึ่งจริง ๆ อาจรองรับได้ต่ำกว่านี้อีกก็ได้ แต่ยังไม่ทราบว่าเท่าไหร่ คงต้องรอหน้าเว็บอัปเดตรายละเอียดตัวเต็มให้ดูก่อน

เอาเป็นว่าใครสนใจ ชอบลองอะไรแปลกใหม่อยู่แล้ว หรืออยู่ดี ๆ ก็เบื่อ Windows / macOS / Linux ขึ้นมาซะงั้น ไปลองโหลดมาใช้งานกันดูได้ครับ แล้วมาบอกต่อกันด้วยนะว่าดีไม่ดียังไงบ้าง

 

 

ที่มา : NeoWin

from:https://droidsans.com/orange-pi-os-android-12-looks-like-windows-11/

กลับคืนมาสักที… Windows 11 เพิ่มฟีเจอร์ตั้งค่าโชว์ ‘เลขวินาที’ บนนาฬิกามุมล่างขวาได้แล้ว (พร้อมฟีเจอร์ย่อยอื่นอีกเพียบบน Insider)

และแล้วสิ่งที่หลายรอคอยก็มาถึงจนได้ Microsoft ได้ปล่อย Windows 11 Insider Preview Build 25247 สำหรับ Dev Channel เพิ่มฟีเจอร์ให้สามารถตั้งค่าโชว์เลขวินาทีบนนาฬิกาตำแหน่ง system tray หรือด้านล่างขวาได้แล้ว วิธีเปิดให้เข้าไปที่ Settings > Personalization > Taskbar > Taskbar behaviors ติ๊กถูกที่หัวข้อ ‘Show seconds in the system tray clock

นับเป็นการกลับมาของหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่เคยมีบน Windows 10 แต่อยู่ ๆ ก็ถูกตัดออกไปอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับ Drag & Drop, Never Combine, พรีวิวภาพหน้าโฟลเดอร์ และอื่น ๆ แต่วันนี้หลาย ๆ ตัวก็ได้รับการทยอยอัปเดตเพิ่มกลับมาเกือบครบแล้ว

นอกจากฟีเจอร์โชว์เลขวินาที ตัว Build 25247 สำหรับ Dev Channel ครั้งนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ เพิ่มตามมาอีกเพียบ ได้แก่

ใครใช้ Insider อยู่อย่าลืมไปลองอัปกันดูครับว่ามาครบหรือยัง ส่วนเวอร์ชันทั่วไปอดใจรอไว้สักครู่ เดี๋ยวได้อัปเดตตามกันมาเร็ว ๆ นี้แน่นอน

 

 

ที่มา : Microsoft

from:https://droidsans.com/windows-11-show-seconds-in-the-system-tray-clock/

และแล้วก็มีวันนี้ นาฬิกาของ Windows 11 แสดงตัวเลขหลักวินาทีได้แล้ว

ไมโครซอฟท์ออก Windows 11 Insider Preview Build 25247 ให้กับ Dev Channel มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ หลายอย่างที่น่าสนใจดังนี้

  • นาฬิกาบน system tray สามารถตั้งค่าให้แสดงตัวเลขวินาทีได้แล้ว (ของเดิมจะดูเลขวินาทีต้องกดที่นาฬิกาก่อน)
  • Suggested Action เพิ่มการลากข้อความในที่ใดๆ ก็ได้ (เช่น Notepad) แล้ว search ด้วย Edge ได้แล้ว
  • Quick Settings เพิ่มการตั้งค่า Windows Studio Effects เบลอฉากหลังเว็บแคม ที่ระดับ OS
  • Task Manager เพิ่มกล่องค้นหาที่ขอบด้านบน เอาไว้ฟิลเตอร์ดูเฉพาะโพรเซสที่ต้องการ, ตั้งค่าธีมตาม OS ได้แล้ว
  • หน้า Settings > Accounts แสดงพื้นที่ของเราใน OneDrive ว่าเหลือเยอะแค่ไหน

ที่มา – Microsoft

No Description

No Description

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131565

Microsoft ยืนยัน Windows 11 22H2 ทำประสิทธิภาพเล่นเกมลดลงจริงบนพีซีบางรุ่น เตรียมหยุดปล่อยอัปเดตให้เครื่องที่เจอไปก่อน

เรียกว่าเป็น OS ใหม่ที่ดูเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริงสำหรับ Windows 11 เพราะนอกจากจะเจอวิกฤตคนอยากเปลี่ยนมาใช้น้อยอยู่แล้ว ไม่นานมานี้อุตส่าห์ปล่อยอัปเดตใหญ่เวอร์ชัน 22H2 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่เพื่อดึงใจคนเพียบ แต่ดูเหมือนไม่ได้มาแค่ฟีเจอร์อย่างเดียว เพราะดันมีรายงานว่าตัวอัปเดตไปทำให้โน้ตบุ๊กที่มีการ์ดจอ NVIDIA บางรุ่นมีประสิทธิภาพเล่นเกมลดลง หรือบางเครื่องก็เจออาการจอฟ้าบ่อยด้วย ทำเอาคนหวั่นไม่อยากใช้ไปกันใหญ่

ในช่วงแรกที่มีรายงานเรื่องนี้ออกมา (ปลายเดือนกันยายน) ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากใครกันแน่ระหว่าง Microsoft กับ NVIDIA แต่ทาง NVIDIA ได้ออกโรงประกาศก่อนว่าให้ผู้ใช้ลองแก้ด้วยการอัปเดตแอป GeForce Experience ดู ซึ่งผู้ใช้บางรายก็พบว่าไม่หาย

ล่าสุดผ่านไป 1 เดือนกว่า ๆ ทาง Microsoft เป็นฝ่ายออกมาประกาศรับทราบปัญหาบ้าง ซึ่งก็ได้ยอมรับตรง ๆ แล้วว่าการอัปเดต Windows ของตัวเองนี่แหละที่เป็นสาเหตุที่แท้จริง โดยมีส่วนไปทำให้บางเกมและบางแอปสั่งเปิดใช้ฟีเจอร์การ debug GPU เองโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งไปมีผลกับประสิทธิภาพกราฟิกหรือ FPS ของเกมโดยตรง (ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้)

ทาง Microsoft จึงประกาศว่าเตรียมจะหยุดปล่อยอัปเดตเวอร์ชัน 22H2 ให้อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบชั่วคราวไปก่อน และหากพีซีรุ่นที่ตอนนี้ยังไม่ได้ขึ้นมาให้อัปเดตได้ผ่าน Windows Update พยายามเลี่ยงใช้เครื่องมือ Update Now และ Media Creation Tool อัปเดตเอง เพราะอาจเสี่ยงเป็นรุ่นที่กำลังมีปัญหาอยู่ตอนนี้ได้เหมือนกัน

ส่วนรุ่นที่อัปไปแล้วและยังเจอปัญหานี้อยู่ ทาง Microsoft ระบุให้ลองอัปเดตเกมทุกเกมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพราะบางเกมอาจแก้ได้จากตัวเองเลย แต่ถ้าภาพรวมยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องดาวน์เกรดไปใช้งานรุ่น 21H2 หรือต่ำกว่านี้แทนก่อน และหากมีการออกเวอร์ชันแก้ไขเมื่อไหร่ ทาง Microsoft จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง และกลับมาทยอยปล่อยอัปเดตให้เป็นปกติครับ

 

 

ที่มา : Microsoft, TechSpot

from:https://droidsans.com/microsoft-confirms-windows-11-22h2-update-is-killing-game-performance/

Windows 11 เพิ่มฟีเจอร์ ‘Energy Recommendations’ ตั้งค่าประหยัดแบตบนพีซีได้ละเอียดกว่าเดิม สนองนโยบายลดการปล่อยคาร์บอน

Microsoft ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ด้านแบตเตอรี่ให้กับ Windows Insiders Preview (Beta Channel) ใช้ชื่อว่า Energy Recommendations เป็นฟีเจอร์ย่อยที่จะอยู่ในหมวด Settings > System > Power & Battery สามารถใช้ตั้งค่าประหยัดพลังงานบนพีซีแต่ละเครื่องได้ละเอียดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ภายในของฟีเจอร์จะเพิ่มตัวเลือกการตั้งค่าให้เราเลือกใช้ได้หลายข้อ ประกอบไปด้วย

  • สั่งให้พีซีเข้าสู่โหมด sleep หลังไม่ได้ใช้ 3 นาที (Put my device to sleep after 3 minutes)
  • ปิดแสงหน้าจอหลังไม่ได้ใช้ 3 นาที (Turn off screen after 3 minutes)
  • ตั้งเป็นโหมดที่ใช้ประสิทธิภาพพลังงานคุ้มที่สุด (Set the power mode for best energy efficiency)
  • ปิดการเชื่อมต่อ USB ขณะที่จอดับอยู่เพื่อประหยัดพลังงาน (Stop USB devices when my screen is off to help save battery)
  • เปิดโหมดธีมมืด (Turn on dark mode)
  • ปิดโหมดพักหน้าจอ (Turn off screen saver)

เราสามารถเลือกใช้โหมดนี้เต็มรูปแบบได้โดยกดปุ่ม Apply All ด้านบน ซึ่งก็คือเลือกใช้ทุกการตั้งค่าที่กล่าวมา หรือถ้าหากอยากเลือกใช้แค่บางฟีเจอร์ก็พอ ให้เลือก Apply แบบรายอันแทน

ทั้งนี้ Microsoft กล่าวว่าฟีเจอร์ดังกล่าวคือหนึ่งในนโยบายลดการปล่อยคาร์บอน (carbon footprint) ที่เทคยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ เนื่องจากปัญหาภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบหนักขึ้นเรื่อย ๆ และการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหานี้อยู่ ดังนั้นหากหันมาช่วยกันลดการใช้พลังงานคนละไม้คนละมือได้ ก็จะเป็นการช่วยกันเซฟโลกทางอ้อมได้เยอะทีเดียวครับ

 

 

ที่มา : Microsoft

from:https://droidsans.com/windows-11-energy-recommendations-features/

Photos ใน Windows 11 ออกอัพเดตรองรับ iCloud Photos สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว

ไมโครซอฟท์ประกาศอัพเดตแอป Photos บน Windows 11 โดยรองรับการเชื่อมต่อกับบัญชี iCloud Photos ของแอปเปิลแล้ว มีผลกับผู้ใช้งานทุกคน ตามที่ออกพรีวิวมาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ไมโครซอฟท์บอกว่าอัพเดตนี้จะทยอยได้รับกับผู้ใช้งานภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการรูปภาพและวิดีโอได้จากทุกแหล่ง ทั้งที่อยู่ในพีซี จากกล้อง จากโทรศัพท์ และบนคลาวด์ทั้ง iCloud และ OneDrive

การใช้งานนั้น นอกจากผู้ใช้งานต้องอัพเดต Photos เป็นเวอร์ชันล่าสุดผ่าน Microsoft Store ก็ต้องมีโปรแกรม iCloud for Windows สำหรับซิงก์รูปภาพเข้ามาด้วย

ที่มา: ไมโครซอฟท์

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131423

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
ดร.อเสข ขันธวิชัย

หลายต่อหลายครั้งที่เราลืมรหัสผ่าน password ของ WiFi ที่เราเชื่อมต่อบนคอมพิวเตอร์ Windows 10 หรือ Windows 11 บางคนก็ถึงขั้น ช่างมัน! แล้วใช้ต่อไปโดยไม่ log out ออก แต่ก็มีหลายเหตุผลที่เราจำเป็นต้องค้นหาให้ได้ว่ารหัสผ่านของเราคืออะไร? ถ้าจดเอาไว้ก็ดี แต่ถ้าไม่ ….? โชคดีที่มีหลาย วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11 เราจะนำเสนอหนึ่งในวิธีเหล่านั้น

 

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11

เพื่อที่จะค้นหารหัสผ่าน WiFi บน Windows 10 และ Windows 11  ให้ไปที่ช่องค้นหาของระบบ ค้นด้วยคำว่า Control Panel แล้วไปที่ Network and Internet > Network and Sharing Center เลือกชื่อ WiFi ที่คุณเชื่อมต่ออยู่ > Wireless Properties > Security > Show characters

1. คลิกไปที่รูปแว่นขยายที่มุมล่างซ้ายของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ้าคุณหาไม่เจอสามารถคลิกไปที่ปุ่มรูปโลโก้ของ Windows มุมล่างซ้ายของหน้าจอ หรือกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด แล้วทำเช่นเดียวกันทุกประการหลังจากนี้
2. ค้นด้วยคำว่า Control Panel แล้วเลือกกดปุ่ม Open ได้เลย หรือจะกดปุ่ม Enter บนคีย์บอร์ดก็ได้

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
3. เลือกเมนู Network and Internet แล้วตามด้วย Network and Sharing Center

วิธีหา Network and Internet Network and Sharing Center อยู่ไหน

วิธีหา Network and Internet Network and Sharing Center อยู่ไหน

4. มองหา WiFi ที่คอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่ออยู่ ที่คำว่า Connection จะมีปุ่มสีฟ้าอยู่ให้คลิกปุ่มนี้ได้เลย

how to find wifi password windows 10 11 4 | Windows 10 | วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
5. หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างย่อยป๊อปอัพขึ้นมา ให้คลิกที่ปุ่ม Wireless Properties ดังภาพ

Wireless Properties
6. การกระทำให้ข้อ 5 จะนำสู่การตั้งค่า Wireless Network Properties ให้สังเกตด้านบนจะมีแท็บ Connection และแท็บ Security ให้เลือก Security
7. บริเวณคำว่า Network security key จะมีรหัสผ่าน WiFi ของคุณอยู่ ให้กดเลือกคำว่า Show characters เท่านี้รหัสผ่านก็จะแสดงออกมาทั้งหมด

how to find wifi password windows 10 11 2 | Windows 10 | วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
เมื่อเรามีวิธีในการค้นหารหัสผ่าน WiFi แบบนี้แล้ว แนะนำว่าควรเปลี่ยนรหัสผ่าน WiFi อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของระบบ ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นสิ่งที่คนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ข่าว: วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/how-to-find-wifi-password-windows-10-11/