คลังเก็บป้ายกำกับ: PC_ZONE

จอคอมมือสอง 2023 น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี เช็คอย่างไรให้ได้ของดี คุ้มค่า

จอคอมมือสอง 2023 รุ่นไหนน่าใช้ เลือกอย่างไรดี จอคอมเกมมิ่ง วิธีเช็คง่ายๆ ก่อนเลือกซื้อ

จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง อย่าไปซื้อ! ปี 2023 แล้วซื้อจอใหม่ดีกว่า… มักคำเตือนแบบนี้มักจะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจเคยเจอ เมื่อรู้ว่าเราจะซื้อจอมือ 2 มาใช้งาน ซึ่งก็อาจจะเป็นคำเตือนที่ดี แต่บางทีก็ขัดกับใจใครบางคน เพราะบางทีงบประมาณจำกัด แต่ก็อยากได้จอคอมใหญ่ๆ ความละเอียดสูงมาใช้ 2K, 4K หรือยิ่งได้รีเฟรชเรตสูงๆ 144Hz ขึ้นไป แบบจอเกมมิ่ง ก็ยิ่งดี แต่ราคาต้องเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋าด้วย การที่จะได้จอที่ถูกใจมานั้น คงไม่ใช่แค่กำเงินที่มี แล้วเดินไปหาอย่างเดียว เพราะคุณจะต้องพอเช็คสภาพจอ รวมถึงกลไกต่างๆ ในการขายของจากบรรดาพ่อค้า วันนี้เรามาดูกันครับว่า การจะเลือกจอมือ 2 เหล่านี้ จะซื้ออย่างไร ที่ไหนและต้องเช็คอะไรบ้าง


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย? เลือกแบบไหนดี


จอคอมมือสอง น่าซื้อมั้ย?

จอคอมมือสองน่าซื้อมั้ย ข้อนี้ต้องถามใจคุณดูก่อนว่า คุณพร้อมที่จะรับสภาพได้แค่ไหน มีความอดทนมากพอมั้ย และจอที่คุณมองไว้ เหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งเอาไว้หรือไม่ เพราะราคาจะเป็นตัวกำหนด บางครั้งถูกมากไป ก็ได้ลุ้น แพงไปก็อาจจะไม่คุ้ม ฉะนั้นก็ต้องอยู่กลางๆ แต่หากคุณได้จอดีๆ มาใช้ ในราคาที่ถูกกว่าราคากลางในตลาด ก็ถือว่าคุณโชคดีมาก แต่กว่าจะได้จอมือสองแบบนั้นก็คงจะไม่ง่าย

Advertisementavw
จอคอมมือสอง

จอคอมมือสอง ก็คล้ายกับของมือสองอื่นๆ ในตลาด มีให้ลุ้นกันอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การได้ของที่ถูกใจ ในราคาถูกมาใช้ แต่ของเหล่านั้น ก็ถูกใช้งานมาแล้ว โอกาสที่มีข้อบกพร่องหรือเกิดความเสียหายก็มีเช่นกัน เช่นเดียวกับสภาพของจอ บางคนก็ดูแลดี เก็บรักษาอยู่ในห้อง แต่บางคนก็ไม่ได้ดูแล มีกระแทกบ้าง สัตว์เลี้ยงมาแทะ ซนชนจนหล่นตกแตก หรือบางทีก็ชอบเอานิ้วจิ้มจอ เป็นต้น ก็อาจจะมีผลต่อการใช้งานเช่นกัน

จอคอมมือสอง

รวมถึงของที่ใช้แล้ว ก็มีความเสื่อมเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นจอที่มีอายุในตลาดมายาวนาน และใช้งานต่อเนื่อง ลองนึกสภาพว่า ผู้ใช้ไม่เหมือนกัน บางท่านก็อาจจะเปิดใช้ทำงานแค่วันละ 5-8 ชั่วโมง ส่วนเกมเมอร์บางคน อาจจะเล่นต่อเนื่องวันละ 12 ชั่วโมง ความเสื่อมสภาพของหน้าจอ หรืออายุการทำงาน ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อครบปี โอกาสที่คุณจะรับไปใช้ต่อ แล้วเกิดปัญหาหรือการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนได้บ้าง ก็มีอยู่ไม่น้อย

จากข้อมูลพื้นฐานของผู้ผลิต จอภาพในแบบ LED นั้น จะมีอายุการใช้งานราวๆ 80,000-120,000 ชั่วโมง หรือราวๆ 20 ปี ในกรณีที่ใช้วันละ 8 ชั่วโมงนะ (อ้างอิง: digitalworld839.com) ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิ ความชื้นหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ที่อาจทำให้แผงวงจรหรือพาแนลเสียหายได้

จอคอมมือสอง

ยังไม่รวมถึงสภาพแวดล้อมหรือการจัดเก็บดูแล บางบ้านอยู่ในห้องปรับอากาศ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ก็จะยังอยู่ในสภาพที่ดี เพราะชิ้นส่วนภายใน ไม่เจอกับอุณหภูมิที่สูง ก็จะทนทานกว่าจอภาพที่อยู่ในห้องธรรมดา อากาศร้อน หรือบางทีก็เสี่ยงกับความชื้น เช่นวางใกล้หน้าต่าง หรือสัตว์เลี้ยง แมลง มด สิ่งเหล่านี้ มีส่วนทำให้จอภาพเสียได้ไวขึ้น

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ถ้าคุณได้จอคอมมือสองที่ถูกใจ ในราคาถูกลงเกือบครึ่ง สภาพดี มีประกัน แบบนี้ใครก็อยากเสี่ยง ไม่มีผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ดังนั้นถ้าคุณชอบของดี ราคาโดน เราไปดูรายละเอียดกันครับ ว่าจะเลือกอย่างไรบ้าง


ซื้อที่ไหนดี?

หลายคนตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อจอคอมมือ 2 มาใช้เป็นการชั่วคราว และเก็บเงินซื้อจอใหม่ที่ดีกว่า อาจจะด้วยสาเหตุที่จอเก่าเสีย ส่งต่อให้คนอื่นหรือบางทีก็งบประมาณจำกัด ต้องการจะใช้จอที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ซึ่งของใหม่อาจจะราคาสูงเกินเอื้อม แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าซื้อจอได้ที่ไหนบ้าง เรามีข้อมูลมาเป็นแนวทางครับ

ห้างไอที ร้านตู้ มีร้านเยอะ ความหลากหลายอยู่ที่จังหวะ ราคาอาจสูงบ้าง แต่เห็นของ เช็คสภาพได้เลย ร้านออนไลน์ มีให้เลือกหลากหลาย ชำระผ่านแพลตฟอร์ม ราคาอยู่ที่สภาพและความต้องการ จัดส่งมั่นใจได้ กลุ่มและคอมมูนิตี้ มีให้เลือกเยอะ ราคาดี มีให้บิดกับพ่อค้า ความไว้วางใจ ชำระเงิน ส่งของ เร็วช้าอยู่ที่เครดิต

ห้างไอที: ห้างเหล่านี้ หลายๆ แห่งจะมีบรรดาร้านที่มีจำหน่ายอุปกรณ์คอมมือสองอยู่ด้วย จะมีทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่ บางร้านก็จะมีหน้าร้านออนไลน์เอาไว้ด้วย คุณสามารถสอบถามข้อมูล ราคา ก่อนจะเข้าไปดูตัวจริงที่ร้าน ข้อดีของการซื้อแบบนี้อยู่ที่ การได้เห็นตัวจริงสินค้า สภาพ มีร้านการันตี หน้าร้านชัดเจน ต่อรองราคาได้ และมั่นใจเรื่องการบริการ แต่อาจจะมีให้เลือกไม่หลากหลาย รวมถึงราคาอาจจะสูงเล็กน้อย เพราะร้านมีค่าใช้จ่าย รวมถึงเราต้องเดินทางไป และบางครั้งก็อาจจะไม่มีของที่เราต้องการ

จอคอมมือสอง

ร้านค้าออนไลน์: ในนี้เราจะรวมเว็บไซต์ที่เป็นตลาดซื้อขายเข้าไปด้วย ซึ่งในบ้านมีให้เลือกเข้าไปช้อปมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, Kaidee หรือ Pantipmarket เป็นต้น ข้อดีของร้านค้าเหล่านี้คือ แพลตฟอร์มที่ช่วยในการจัดการ ตั้งแต่ คัดกรองสินค้า ผู้จำหน่าย รวมถึงการค้นหา การชำระเงิน ส่วนใหญ่จะปลอดภัย สะดวก แต่ที่เหลือคือ ผู้ซื้อและผู้ขาย ต้องเช็คสินค้าและดูรายละเอียดให้ครบถ้วน ก่อนจ่ายเงิน และหลังจัดส่ง รวมถึงมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย สอบถามรายละเอียดในแต่ละร้านได้โดยไม่ต้องโทรหา หรือเดินหาด้วยตัวเอง แค่แชทผ่านช่องทางที่กำหนด ทำราคาได้ค่อนข้างดี มีระบบจัดส่งที่วางใจได้ แต่คุณจะไม่ได้เห็นสินค้าแบบสัมผัสได้ หรือว่าทดสอบได้นั่นเอง

จอคอมมือสอง

Group หรือ Community: ส่วนใหญ่จอคอมมือสองจะเป็นกลุ่มใน Facebook ที่มักรวมกันเป็น Community ที่มีคนที่เป็นสมาชิกที่ชื่นชอบในสินค้าหรืออุปกรณ์แบบเดียวกัน เช่น กล้อง การ์ดจอ คอมพิวเตอร์ รวมถึงจอคอมด้วยเช่นกัน ข้อดีของ Community แบบนี้คือ ไม่ใช่แค่การมองหาแล้วซื้อ แต่คุณยังเปิดรับสินค้า ให้ผู้ขายเข้ามานำเสนอได้ บางครั้งแข่งกันเรื่องราคา ผู้ซื้อก็จะได้ราคาพิเศษไป แม้จะเป็นข้อดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ซื้อก็ต้องรับความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เพราะกลุ่มไม่ได้เป็นแพลตฟอร์ม การคัดกรองค่อนข้างยาก มีทั้งผู้ที่จำหน่ายจริง และคนที่ไม่สุจริตเข้ามาแฝงอยู่ด้วยเช่นกัน ขั้นตอนที่สำคัญคือ การชำระเงิน การส่งของ จนกว่าจะถึงปลายทาง เพราะโอกาสที่ผิดพลาดก็มีสูง จากเคสต่างๆ เช่น โอนเงินแล้ว แต่ไม่ส่งของ ส่งของไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ ส่งของเสียมาให้ หรือบางครั้งก็เป็นการหมุนเงินก่อน กว่าจะส่งของก็เป็นเดือนๆ หรือบางทีก็ไม่ส่ง การติดตามก็ยาก ช่วงหลายปีมานี้ ก็มีการใช้วิธี Verify ตัวบุคคล การสร้างเครดิตผู้ขาย รวมถึงการชำระแบบผ่านกลางแอดมินเป็นต้น

ห้างไอที ร้านค้าออนไลน์ Group หรือ Community
ความสะดวก ต้องเดินทางไป ดูข้อมูลง่าย ดูข้อมูลง่าย
ความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา มีหลายร้านให้เลือก มีผู้ค้าจำนวนมาก
เช็คสินค้า เช็คได้ทันที ดูจากภาพ วีดีโอ ดูจากภาพ วีดีโอ
การชำระเงิน สะดวกจ่ายได้เลย หลายช่องทางตามสะดวก ขึ้นอยู่กับผู้ขาย
การจัดส่ง รับกลับได้ทันที รอร้านตามกระบวนการ ช้า/เร็ว อยู่ที่ความรับผิดชอบผู้ขาย
การรับประกัน เช็คได้ที่ร้าน ตามเงื่อนไข ตามที่ตกลงกับผู้ขาย
ความเชื่อมั่น มีหน้าร้านอุ่นใจ มีแพลตฟอร์มคืนได้ อยู่ที่เครดิตและความรับผิดชอบ
ราคา บวกจากปกติอยู่บ้าง ตามกลไกตลาด ถูก แพงอยู่ที่จังหวะและความต้องการ

เลือกอย่างไร?

ก่อนจะเลือกจอคอมมาใช้งาน ก็ต้องดูจากความต้องการของตนเองก่อนว่า อยากได้จอแบบไหน มาใช้งานอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน ก่อนที่จะไปส่องจอคอมมือสอง เพราะจอแต่ละแบบก็มีคาแรคเตอร์ที่ไม่เหมือนกัน อีกทั้งราคาก็จะต่างกันด้วย เราไปดูกันก่อนว่าจอแบบไหน มีลักษณะอย่างไร

จอคอมมือสอง

จอคอมใช้งานทั่วไป: โดยพื้นฐานจะใช้สำหรับงานทั่วไป เช่นงานเอกสาร การเรียนรู้ หรือทำรายงาน แต่งภาพบ้าง สามารถใช้จอใหญ่ระดับ 24″-27″ ได้ ความละเอียด Full-HD และมีฟีเจอร์ถนอมสายตา เช่น Low Blue Light อัตรารีเฟรชเรตพื้นฐาน 60Hz อาจจะรองรับ HDR ได้บ้าง พาแนล IPS ปรับแต่งได้บ้าง แต่อาจไม่ถึงขั้นมี Game Mode ราคาจะไม่ค่อยสูง เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน หรือสำนักงาน

จอคอมทำงานเฉพาะทาง: จอคอมในกลุ่มนี้ ต้องการขอบเขตสี และความแม่นยำของสีสูง เพื่อให้สอดคล้องกับการทำสื่อสิ่งพิมพ์หรืองานด้านการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นกราฟิก 3 มิติ แอนิเมชั่น คอมพิวเตอร์กราฟิก รวมถึงงานด้านภาพ ตัดต่อวีดีโอ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือ จอต้องมีการแสดงภาพที่แม่นยำ สีสันคมชัด มองเห็นในมุมต่างๆ ได้ไม่ผิดเพี้ยน ปัจจุบัน เช่น มีขอบเขตสีครอบคลุมระดับ 100% sRGB พร้อมความแม่นยำของสี Delta E (ΔE) < 2 (น้อยกว่า 2) ความละเอียดสูง เพื่อให้รองรับงานและแอพพลิเคชั่นได้ดี เช่น 2K หรือ 4K มีความสว่างสูง ลดแสงสะท้อน การมีอัตรารีเฟรชเรตสูง ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเช่นกัน แต่ด้วยศักยภาพที่เหนือกว่าจอทั่วไป ก็ทำให้ราคาของจอภาพพุ่งสูงกว่าจอแบบอื่นๆ

จอคอมมือสอง

จอคอมเล่นเกม: Gaming monitor เป็นจอคอมที่เราเห็นได้บ่อย เมื่อค้นหาคำว่า จอเกมมิ่ง จอเล่นเกมนี้จะต่างจากแบบทั่วไปในหลายด้าน ว่ากันตั้งแต่พื้นที่แสดงผล ตั้งแต่ 24″ ขึ้นไป หากคุณอยากใช้จอใหญ่ 27″-29″ อาจจะยังไม่ทำให้คุณต้องถอยร่นจากจอมากนัก เห็นได้เต็มตายิ่งขึ้น รวมถึงความละเอียด ส่วนใหญ่อยากได้ฟีเจอร์ครบ เทคโนโลยีจัดเต็ม 24″ Full-HD เป็นตัวเริ่มต้น แต่ถ้าเครื่องคอมคุณแรงพอ การ์ดจอเทพ จัดไป 2K (1440p) และ 4K (2160p) แต่อย่าลืมอัตรารีเฟรชเรตที่สูงขึ้น เริ่มต้นที่ 144Hz จะเพิ่มอรรถรสในการเล่นได้ดีทีเดียว

จอคอมมือสอง

นอกจากนี้หากคุณเลือกจอที่มีการปรับแต่งเพิ่มได้ เช่น Game Mode ให้เลือก รวมถึงเทคโนโลยีสนับสนุน เช่น nVIDIA G-Sync หรือ AMD FreeSync เป็นต้น เช่นเดียวกับฟีเจอร์ที่ติดกับตัวจอมาด้วย ในการช่วยให้การเล่นเกมสนุกหรือได้เปรียบมากขึ้น เช่น Crosshair หรือ Night Vision เป็นต้น และที่สำคัญถ้าได้ปุ่มที่ปรับแต่ง OSD ได้ง่าย ยิ่งใช้ซอฟต์แวร์ปรับแต่งได้ก็จะดีไม่น้อย แต่ทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่จะมาพร้อม Gaming monitor ที่ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

จอคอมมือสอง

จอคอมสำหรับความบันเทิง: จะเน้นไปที่จอคอมที่มีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ ให้ความละเอียดสูง และมีสีสันสดใส ไม่จำเป็นต้องมีอัตรารีเฟรชเรตที่สูงมาก แต่ให้การสนับสนุนด้านภาพที่ดี มีความสว่างสูง และมุมมองที่กว้าง เพื่อการรับชมได้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงพาแนลแบบ IPS ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย บนจอกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น OLED, Mini OLED, QuantumDot เป็นต้น ที่นอกจากจะให้ความคมชัดสดใส สีดำดำสนิทแล้ว ก็ยังสนับสนุนหรือได้ Certified DisplayHDR ที่ทำให้การแสดงผลมีความกลมกลืนสวยสมจริง ให้ขอบเขตสีที่กว้าง และผู้ใช้ยังสามารถเลือกโหมดการแสดงผลให้เข้ากับการใช้งานได้อีกด้วย สนนราคาก็ขึ้นอยู่กับพาแนลที่ใช้และเทคโนโลยีที่เติมเข้ามานั่นเอง


เช็คสภาพจอได้อย่างไร?

เมื่อได้รับจอคอมมาแล้วต้องเช็คอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ซื้อจอมือสองมาใช้ โดยเฉพาะคนที่ซื้อแบบออนไลน์ และไม่ได้ทดสอบมาก่อน แนะนำว่าให้รีบทดสอบก่อนภายใน 7 วัน ที่มักจะเป็นประกันแบบสากล มีความผิดปกติจะได้แจ้งกับผู้ขายให้ได้รับทราบก่อน เผื่อว่าอาจจะต้องส่งคืน หรือส่งเคลม (อย่างไรก็ดี ย้ำกันอีกทีว่า การซื้อของมือสอง ก็อาจจะไม่ได้ใหม่กริ๊บ สวยไร้ริ้วรอยเสมอไป ยกเว้นว่าคุณได้มาครอบครอง ก็ถือว่าโชคดีสุดๆ)

จอคอมมือสอง

สภาพโดยทั่วไป น่าจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่ายที่สุด ก่อนจะไปดูสิ่งอื่นๆ ว่ากันที่ กรอบจอ ไม่อ้า ไม่กางออก ไม่แตกหัก งานประกอบเรียบสนิท ไม่มีคราบกาวไหลเยิ้ม อย่างน้อยถ้าเป็นงานซ่อม ก็ต้องออกมาดี รวมถึงด้านหลังจอ ควรยึดกับฐานได้แน่น ไม่หลวมหลุดแกว่งไปมา ซึ่งจะบอกถึงความแข็งแรงได้ดี

จอคอมมือสอง

ฐานขาตั้ง ข้อต่อ ขาตั้งจอควรมีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ หากเป็นจอที่ปรับมุม ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา, หรือ Pivot ได้ ก็ควรให้เป็นไปตามนั้น ยกเว้นว่าคุณยอมรับสภาพนั้นอยู่แล้ว เพื่อราคาที่ถูกลงมากๆ ก็เป็นข้อยกเว้น เพราะอย่าลืมว่า เวลาที่ใช้งาน สายตาคุณจะไม่แกว่งไปตามจอภาพนั่นเอง

จอคอมมือสอง

ปุ่มปรับแต่ง สำคัญมากๆ สำหรับการใช้งาน เพราะบางครั้งคุณต้องปรับเลื่อนเลือกฟังก์ชั่น เพิ่ม-ลดความสว่าง หรือการเปลี่ยนโหมดการใช้งาน บางรุ่นมีแค่ OSD settings มาให้ แต่ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ หากปุ่มเสียไปกด เลื่อน เลือกไม่ได้ ก็จะปรับอะไรไม่ได้เลย จึงต้องเช็คให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

พอร์ตสัญญาณ ควรจะต้องใช้ได้ทุกช่อง ให้ต่อสายจากคอมมาเช็คในทุกๆ พอร์ต ไม่ว่าจะเป็น VGA, DVI, HDMI หรือ DisplayPort บางรุ่นมี USB Type-A, Type-C สำหรับ PD Charging หรือช่อง Audio-Out มาอีกด้วย วันนี้คุณอาจไม่ได้ใช้ แต่วันข้างหน้าก็ไม่แน่ ยิ่งมีฟีเจอร์ KVM หรือ Display-Out ต่อจอเสริมได้ ก็ควรจะต้องใช้งานได้ตามปกติ

จอคอมมือสอง

ระบบไฟ ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น ไม่ว่าจะใช้อแดปเตอร์ตัวแปลงไฟ หรือต่อสาย Powercord ต่อตรงก็ตาม ต้องแน่น ไม่หลุดหลวม เพราะโอกาสที่เกิดการลัดวงจร หรือภาพดับบ่อยๆ สามารถส่งผลเสียต่อการใช้งานอยู่ไม่น้อยเลย

จอคอมมือสอง

อุปกรณ์เสริม บางครั้งอาจจะครบ หรือไม่ครบ ก็ไม่ได้เป็นประเด็น แต่สิ่งที่ควรมี ก็ต้องมี เช่น น็อตสกรูสำหรับยึดจอเข้ากับขาตั้ง หรือสายไฟ สายสัญญาณ ในส่วนอื่นๆ ที่เสริมมานั้น ก็แล้วแต่กรณีไป ซึ่งถ้าเป็นเฉพาะของจอรุ่นนั้นๆ ก็ควรต้องสอบถามผู้ขายให้แน่ใจ

จอคอมมือสอง

หลังจากที่เช็คสภาพจอโดยทั่วไปแล้ว ก็ได้เวลาเช็คสิ่งสำคัญ นั่นคือการแสดงผล แม้จะเป็นจอคอมมือสอง แต่ก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานของการใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสว่าง ภาพที่คมชัด ไม่มี Dead/Bright dot จนรบกวนการใช้งาน ไปจนถึงไม่มีเส้น แตก ลายเมื่อใช้งานต่อเนื่อง เป็นต้น แล้วจะเช็คได้อย่างไร?

เช็คบนวินโดว์ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจเช็ค ด้วยการเปิดจอในหน้า Desktop ว่างๆ ด้วยการคลิ๊กขวาบนเดสก์ทอป จากนั้นเลือก View > เอาเครื่องหมายหน้า Show icon ออก แล้วเปลี่ยนสีของหน้าจอ ไปเป็นสีต่างๆ แล้วสังเกตสิ่งเหล่านี้

จอคอมมือสอง
  • เปิดหน้าจอสีขาว ต้องไม่มีจุดดำหรือ Dead pixel หรือถ้ามีมากสุดแค่จุดเดียว ก็ทำให้คุณเสียสมาธิและเสียอารมณ์ในการใช้งานได้แล้ว ยกเว้นว่าคุณรับได้
  • เปิดหน้าจอสีดำ ต้องไม่มีจุดสะดุดตา สีขาวหรือสีแดง ที่เป็น Hot pixel หรือ Bright pixel เพราะจะอารมณ์เดียวกันกับ Dead pixel และเป็นไปได้ว่า จะมีแนวโน้มเกิดขึ้นเพิ่มได้อีกด้วย
  • ไม่มีเส้นในแนวยาว หรือแนวตั้งปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะตอนเปิดจอใหม่ๆ หรือใช้งานไปนานๆ ก็ตาม
  • อาการแสงรั่ว ตรงนี้อยู่ที่การผลิตจอ ซึ่งเราแทบจะไม่เห็นกันในจอรุ่นใหม่ๆ ถามว่าน่ากังวลมั้ย ก็อาจจะมีอยู่บ้าง เมื่อเราใช้ในสภาพแวดล้อมที่มืดๆ ตรงจุดที่รั่วออกมาเยอะ อาจทำให้ความชัดลดลง และมีความรำคาญบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากคุณงบน้อยจริง ต้องซื้อจอรุ่นเก่า พอรับได้ก็ดี แต่ถ้าจะซื้อจอกลางเก่ากลางใหม่ ก็ให้สังเกตเอาไว้หน่อยครับ รั่วเล็กน้อย แค่ขอบมุม พอได้ แต่ถ้ารั่วออกมากินพื้นที่จอเยอะเกินไป ก็ลองคุยกับผู้ขายดูอีกที

แต่ถ้าในกรณีที่ไม่แน่ใจจอคอมมือสองที่ได้มานี้ ใช้งานได้ดีมั้ย อยากจะเช็คการแสดงผลให้ละเอียดไปกว่านั้น ก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ทดสอบมาเป็นตัวช่วยได้ เรียกว่า DPT หรือ Dead Pixel Tester ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ โปรแกรมนี้สามารถแสดงผลให้เราทราบได้เลยว่า มีความผิดปกติใด เกิดขึ้นกับจอคอมมือสองที่ซื้อมาบ้าง ไม่ใช่แค่ Dead/ Hot/ Bright Pixel เท่านั้น แต่การแสดงผลสีขาว/ ดำ หรือวงกลม สมดุล เส้นขอบแนว ก็ทำได้หมด จากตัวอย่างที่เรานำมาให้ชมนี้

จอคอมมือสอง ซื้อได้ ควรระวัง
สภาพโดยรวม ไม่แตกร้าว เบี้ยวหัก เสียหาย แตก งอ ชิ้นส่วนหาย
ขาตั้ง ฐาน รับน้ำหนักจอได้ สมดุล ปรับหมุนปกติ เอียง พับ เขย่าหรือเสียสมดุลเมื่อใช้
จอภาพ แสดงผลชัดเจน สว่าง สีสดใส ไม่มัว ภาพคมชัด ไม่กระพริบ จอสีเหลือบ มีเส้น หรือ Dead pixel เยอะ
พอร์ต ใช้งานได้ครบ ต่อพ่วงได้ตามปกติ พอร์ตเสีย สัญญาณขาดหาย ขั้วต่อเบี้ยง เอียง เสียบไม่แน่น
ปรับแต่ง ปุ่มใช้งานปกติ ตั้งค่าการทำงานได้ เปิด OSD settings ไม่ได้ ปุ่มพัง กดไม่ติด
เสียง เสียงดัง ฟังชัด ไม่ขาดหาย เสียงแตก ติดๆ ดับๆ
ประกัน ประกันศูนย์ ประกันร้าน ประกันใจ

Conclusion

จอคอมมือสอง

นอกจากคอมมือสอง จอคอมมือสองก็เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจ สำหรับคนที่งบประมาณจำกัด หรือบางทีอาจจะหามาใช้เป็นจอสำรอง และนำไปใช้เป็นจอเสริม ต่อแบบมัลติมอนิเตอร์ได้อีกด้วย แต่จากที่ว่ามาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การมองหาจอคอมให้ได้แบบที่ต้องการ บางครั้งก็ไม่ได้ง่าย และมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เมื่อมีการซื้อหาแบบออนไลน์ เพราะหลายท่านก็ไม่สะดวก ที่จะเดินทางไปดูที่ร้าน หรือชอบซื้ออยู่กับบ้านมากกว่า ดังนั้นการพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่เร่งรีบ หรือเช็คให้ถี่ถ้วนจะเป็นการดี นอกเหนือจากให้ความสำคัญกับสเปค ความสวยงาม บางครั้งถ้าถึงขั้นจะต้องขอ Live เพื่อดูการใช้งานจริงๆ ได้ ก็คงต้องทำ เพราะเมื่อเงินโอนออกจากคุณไปแล้ว โอกาสจะได้คืนก็จะยากขึ้น ในกรณีที่ปลายทางไม่มีของอยู่จริง หรือเป็นมิจฉาชีพมาหลอกคุณนั่นเอง การเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีแพลตฟอร์มก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง หรืออยากจะไปช้อปดูหน้าร้าน จ่ายเพิ่มอีกหน่อย แต่ได้เห็นของเช็คสภาพได้เลย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณคร่ำหวอดในตลาดมากพอ และรู้ช่องทางซื้อ จะทางไหนก็เลือกหากันได้เลย ตามความสะดวกของแต่ละบุคคลครับ


2nd hand gaming monitor 2023 63

จอคอมไม่ติด ไฟกระพริบ เช็คอาการ แก้ไขใน 7 ขั้นตอนปี 2023

from:https://notebookspec.com/web/684875-select-2nd-hand-display-2023

10 อันดับ เคสคอม 2023 เปิดตัวใหม่ ไฟ ARGB ประกอบง่าย สุด Cool! เย็นสุดขั้ว

10 อันดับ เคสคอมสุด Cool เปิดตัวใหม่ CES2023 งานดี เทคโนโลยีสุด พร้อมไฟ RGB จัดเต็ม

10 อันดับ

10 อันดับ เคสคอมรุ่นใหม่ปี 2023 ที่เรารวบรวมมาให้ในครั้งนี้ จัดมาตั้งแค่เคสสุดล้ำ ดีไซน์หรู ไปจนถึงเคสคอม สำหรับเกมเมอร์ และนักโอเวอร์คล็อก กับเทคโนโลยีใหม่ ที่ช่วยในการระบายความร้อน และเพิ่มฟังก์ชั่น สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ได้สะดวกมากยิ่ง ซึ่งนับว่าในปี 2023 จะมีเคสรุ่นใหม่ๆ มาให้กับเหล่านักประกอบคอมเลือกใช้งานกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมเรื่องของการระบายความร้อน และการปรับแต่งที่น่าสนใจกว่าในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างเช่นที่เรานำเสนอนี้ จะมีบางรุ่นที่เสริมกลไกการระบายอากาศ บางรุ่นมาพร้อมกระจกเทมเปอร์ที่ดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น และบางรุ่นก็มาพร้อมชุด Liquid Cooling ในตัว ส่วนใหญ่เป็นผลดีต่อการเล่นเกม และการปรับแต่งในปัจจุบัน รวมถึงรองรับกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ๆ อีกด้วย วันนี้เรามาชมกันครับว่า จะมีเคสคอมรุ่นใด ที่ถูกใจคุณบ้าง เผื่อใครจะอยากเปลี่ยนเคสใหม่กันในปีนี้

10 อันดับ เคสคอม 2023

  1. Cyberpower Kinetix 360V
  2. Fractal Design – Torrent Compact Nano
  3. Lian Li – Lancool III
  4. Hyte Y60
  5. Thermaltake CTE
  6. Cooler Master Cooling X
  7. InWin POC Case
  8. COUGAR CRATUS
  9. MSI MEG Prospect 700
  10. ASUS HYPERION

1.Cyberpower Kinetix 360V

Cyberpower Kinetix 360V เป็นเคสคอมที่ออกแบบในแนวที่เรียกว่า Kinetic Enclosure หรือเป็นกล่องที่ขยับปรับเลื่อนได้ ซึ่งเมื่อปีก่อนก็จะมีของ Cyber Power ที่ทำออกมา แต่ตอนนั้นก็ลุ้นกันว่าจะออกมาวางตลาดมั้ย แต่ก็มีออกมาในบางรุ่น แต่สำหรับปีนี้ เป็นโมเดลพิเศษที่เรียกว่า Cyberpower Kinetix 360V Intelligent Airflow Series ที่มาโชว์ตัวในงาน CES 2023 เข้ามาใน 10 อันดับ เคสคอมครั้งนี้

Advertisementavw
10 อันดับ

ความโดดเด่นของเคสรุ่นนี้ อยู่ที่กลไกด้านหน้าของเคส ที่ขยับไปมาได้ เป็นแบบบานพับรูปทรงสามเหลี่ยม เลขาคณิต เปิดและปิดดูแล้วหวือหวา คล้ายกลไกของชุดไอรอนแมน ไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรือการขยับของบานพับเหล่านี้

เคสรุ่นนี้ อาจจะไม่ได้นำเสนอเรื่องของ airflow เป็นหลักอย่างเดียว แต่มองว่าน่าจะเป็นการออกแบบเชิงนวัตกรรม ด้วยการใส่กลไกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งภายในเคส ซึ่งถ้าถามว่าดีกว่าเคสปกติ หรือเคสที่มีพัดลมเคสด้านหน้าอย่างไร? 

10 อันดับ

ถ้าสังเกต เคสคอมบางเคสก็มีฝาเคสปิดทึบด้านหน้ามา บางทีต้องการจะให้ลมเข้ามากๆ ในช่วงที่ทำงานแบบ Full load ให้มีอากาศระบายได้ดีก็ทำได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ต้องการเคสที่ว่า เปิดให้ลมไหลเข้าตลอดเวลา เพราะบ้านเราเรื่องฝุ่นเป็นปัญหาสำคัญ การมีกลไกเปิด-ปิดแบบนี้ ก็ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวครับ อยากได้ลมก็เปิด ไม่ใช้ก็ปิดง่ายมากๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม: Cyberpowerpc


2.Fractal Design – Torrent Compact Nano

สำหรับเคสคอมจาก Fractal Design นี้ ดูเป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา ด้วยคาแรคเตอร์ที่ดูหรูหรา พรีเมียม และเป็นที่คุ้นหูคุ้นตากันหลายรุ่น เช่นเดียวกับ Torrent Nano ที่เป็นเคสขนาด Mid-Tower แต่ใส่ Air flow มาขั้นสุด กับรูปลักษณ์เคสในโทนสีขาว มีช่องระบายอากาศด้านหน้า ออกแบบมาได้ลึกล้ำดีทีเดียว

10 อันดับ

ความโดดเด่นอยู่ที่ พัดลมขนาดใหญ่ 18cm พร้อมแสงไฟ RGB สวยงาม สามารถควบคุมรอบพัดลมได้ เสียงรบกวนน้อย ส่วนพื้นที่ภายในดูกว้างขวาง เพราะย้ายช่องติดตั้งเพาเวอร์ซัพพลายไปไว้ด้านบน ให้เดินสายได้สะดวก และมีทางลมดูดลมร้อนจากซีพียูได้โดยตรง

10 อันดับ

ส่วนภายในรองรับเมนบอร์ด mATX และมีช่อง PCI-Express ได้ถึง 3 สล็อต ติดตั้งการ์ดจอรุ่นใหม่ๆ ที่เป็น RTX40 series ได้และการ์ดความยาวระดับ 33.5cm เลยทีเดียว ใครที่ชอบเคสแนวนี้ เค้ามีให้เลือกถึง 5 สีด้วยกัน สำหรับผมนะ สวยทุกสี ตามที่ปรากฏในคลิปนี้เลยครับ บ้านเรามีจำหน่ายแล้ว ราคาประมาณ 5 พันกว่าบาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: Fractal Design


3.Lian Li – Lancool III

เป็นเคสคอมที่เรียกว่า ถอดรหัสพันธุกรรมของสายพันธุ์ LANCOOL มาอย่างเต็มเปี่ยม แต่ที่โดดเด่น เราผมชอบมากคือ การเปิดช่องทางในส่วนต่างๆ ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น ฝาข้าง หน้า และฝาปิดเพาเวอร์ซัพพลายที่อยู่ด้านล่าง กระจกข้างใสเทมเปอร์ ถอดออกง่าย รวมถึงมีพัดลมไฟ RGB มาให้แล้วถึง 4 ตัวด้วยกัน แบ่งเป็นหน้า 3 ตัว หลัง 1 ตัว พร้อมตะแกรงด้านหน้าให้ Air flow แบบสุดๆ

10 อันดับ
10 อันดับ

ด้านในรองรับ Radiator ชุดน้ำ 3 ตอน 360 ได้อีก 3 ตัว คือ ด้านบน ด้านล่างและด้านหน้า ติดตั้งพัดลม รวมกันได้ถึง 10 ตัว ผมว่าดีไซน์ได้ค่อนข้างอลังการทีเดียว เหมาะสำหรับคนที่จะใช้ชุดน้ำสำหรับซีพียู การ์ดจอ และอื่นๆ เพิ่มเติม

10 อันดับ

แถมด้วยช่อง Mount เพื่อติดตั้ง Storage ได้สูงสุดถึง 12 ตัว ในจุดต่างๆ ที่เค้าเตรียมเอาไว้ให้ ซึ่งเท่าที่ผมสังเกต เพลตที่อยู่ด้านบนของเพาเวอร์ สามารถปรับเลื่อนได้หลายรูปแบบ ตรงนี่ถือเป็นจุดสำคัญในการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ เท่าที่ผมเช็คมาในบ้านเราพอมีจำหน่ายบ้างแล้ว ราคาประมาณ 4 พันปลายๆ เท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: Lian Li


4.Hyte Y60

แต่ถ้าจะเป็นเคสคอมที่ดูโดดเด่น เป็นกระแสมากที่สุดใน CES 2023 ปีนี้ ก็ต้องเป็นค่ายนี้ครับ HYTE ในรุ่น Y60 ล่าสุด ดีไซน์แนวตู้ปลา ราคาดี มีกระจกเทมเปอร์ 3 ด้าน งานดูพรีเมียม น่าสนใจไม่น้อยเลย เป็นเคสแนวที่คล้ายๆ กับเคสกระจกหลายรุ่นในบ้านเรา เมืองนอกเค้ายกให้เป็น Good compact, Good Material เลยทีเดียว แล้วถ้าถามว่าแปลกหรือเด่นอย่างไร

10 อันดับ

ก็ยังคงต้องเริ่มกันตั้งแต่ดีไซนกระทัดรัด ดีไซน์พรีเมียม ด้านหน้าตัดมุม 45 องศา ไม่เหมือนใคร ส่วนตัวผมรู้สึกว่า มันมองฮาร์ดแวร์ได้ในหลายมิติ ดูแล้วกว้าง แถบด้านบนและล่างกว้างขวาง ให้พื้นที่ในการจัดวางอุปกรณ์ได้มากขึ้น เช่น ปั้มน้ำ หรือชุดพัดลม Radiator ช่องตะแกรง ทั้งด้านบน และด้านล่าง ช่วยระบายอากาศ 

10 อันดับ

ติดตั้งชุด Radiator ได้อย่างน้อย 2 ชุด ด้านหลัง และด้านบน สามารถวางการ์ดจอแนวตั้งได้ ด้านหลังเหลือพื้นที่มากมาย ให้เก็บสายหรือประกอบฮาร์ดแวร์อื่นเพิ่มได้ เช่น SSD เป็นต้น

10 อันดับ

นอกจากนี้ภายในเคสยังมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้งกราฟิกการ์ดแบบ Low-Profile ขนาดเล็กได้ ไม่ต้องไปหาแปลง Bracket ให้เสียเวลา และเสริมขาแขวนสายเพาเวอร์ที่ต่อการ์ดจอมาให้ในตัว พื้นที่ภายในรองรับการ์ดจอได้ยาวแบบ 3 พัดลมได้อีกด้วย บ้านเราพอมีให้ Pre-Order ในราคาประมาณ 8,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม: HYTE


5.Thermaltake CTE

เป็นเคสคอมในซีรีส์ที่เปิดตัวในงานได้สุดอลังการ สำหรับ Thermaltake CTE ที่ดีไซน์ออกมาในแบบที่เรียกว่า Centralized Thermal Efficiency ซึ่งเน้นที่การระบายความร้อน ปรับจูนอากาศให้ไหลเวียนได้ดี และจุดเด่นอยู่ที่การปรับหมุนเมนบอร์ดได้ในแบบ 90 องศา 

10 อันดับ

ตัวเคสผมว่าคล้ายกับการนำเอาจุดเด่นของหลายๆ รุ่นมารวมกัน ไม่ว่าจะเป็น Tower, V หรือ View ก็ตาม นำมาผสมผสานกันให้ลงตัว และภายในมีความยืดหยุ่น ปรับเลื่อน แกะ ประกอบได้หลากหลาย โดยเฉพาะการวางเมนบอร์ด ที่ปรับมุมได้ 90 องศา เพื่อให้รับลมหรือต่อเข้ากับ Block น้ำได้ลงตัวมากขึ้น

10 อันดับ

พัดลมและชุดน้ำก็วางกันได้แบบจุใจครับ ไม่มีกั๊ก ตามสไตล์ของค่ายนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า หรือด้านหลัง ที่ใส่ Radiator แบบ 360mm ได้ 2 ชุด ยังไม่รวมด้านล่างเคส และด้านบนก็ติดตั้งแบบ 240mm ได้ โดยที่ทาง Thermaltake เค้าดีไซน์ทางลมให้เป็นแบบ ดูดลมเข้าทางด้านหน้าและหลัง และระบายลมร้อนออกทางด้านบน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

10 อันดับ

หลายคนอาจสงสัยว่า แบบนี้จะมีพื้นที่ติดตั้งเพาเวอร์ตรงจุดใด? ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเพาเวอร์ในแต่ละรุ่น จะวางไม่เหมือนกัน บางรุ่นข้างล่าง หรือบางรุ่นก็อยู่ด้านหลังเคส และบางทีก็อยู่ด้านบน เพราะซีรีส์นี้ออกมาถึง 6 รุ่นด้วยกัน และการจัดวางก็ต่างกันไปตามดีไซน์นั่นเอง

10 อันดับ

ส่วนความยาวของการ์ดจอไม่น่ากังวล เพราะเท่าที่ดู นอกจากจะวางได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอนแล้ว ยังปรับ 90 องศาได้อีกด้วย การ์ดแบบ 3 พัดลมก็วางได้ ไม่ได้ดูติดขัดแต่อย่างใด ใครที่รอราคา คงต้องอดใจอีกนิดครับ เพราะบ้านเรากำลังเปิดตัวครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: Thermatake


6.Cooler Master Cooling X

ถ้าพูดถึงเคสคอมและชุดระบายความร้อน ไม่มีค่ายนี้ไม่ได้เลยครับ และใน CES 2023 ครั้งนี้ เค้าก็จัดแบบพิเศษมาให้กับ Cooling X ที่เป็นเคสออกแบบใหม่ ซึ่งมาพร้อมชุด Liquid Cooling มาในตัว สำหรับซีพียูและการ์ดจอ โดยใช้พื้นที่ฐานของตัวเคสแบบ Tower ด้วยบอดี้ทื่ใหญ่ วางตำแหน่งเอาไว้สำหรับเกมเมอร์ระด้บไฮเอนด์ รูปทรงคล้ายกับ Cosmos และยังผสมกับหน้าตาของรุ่นอื่นๆ มาไว้อีกด้วย ซึ่งช่วงหลังๆ ผมเองรู้สึกว่า ดีไซน์เค้าเริ่มไปไกลมาก

10 อันดับ

อย่างที่เห็นคือ ด้านหน้ามาพร้อมกับโลหะแบบตะแกรงดูดอากาศด้านนอก พร้อม Strip แสงไฟ ด้านข้างและด้านหลัง ก็เป็นช่องขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ถึงกับจะเป็นช่องลมทะลุไปยังภายในได้ทั้งหมด ซึ่งคล้ายกับว่าโครงสร้างภายนอก จะเป็นเหมือนครีบระบายความร้อน และใช้เป็นจุดไหลเวียนของเหลว โดยมีตัวปั้มและ Block อยู่ภายใน 

10 อันดับ

โดยเท่าที่ดูทิศทางการไหลของ Liquid Cooling ถ้าดูตามชาร์ทนี้แล้ว จะเป็นเหมือน มาจากด้านข้างซ้ายของเคส เข้าปั้ม ไหลไปยังซีพียู และ GPU แล้วไปยังฝาข้างด้านขวา แล้วไปเวียนที่ Radiator จากนั้นก็จะไหลกลับไปยังฝาข้างด้านซ้ายอีกครั้งหนึ่งแบบนี้

10 อันดับ

เปิดฝาข้างออกได้ทั้ง 2 ด้าน จัดวางเพาเวอร์ไว้ด้านล่าง ด้านหลังมี Radiator 1 ชุดสำหรับซีพียู แต่ที่แอบสงสัยคือ ช่องด้านหลังที่เป็นพอร์ตแสดงผลด้านบนเคสนี้ เอาไว้ให้การเชื่อมต่อในแบบใดกันแน่ หรืออาจจะเป็นการวางอีกแนว และเปิดฝาด้านบน เพื่อต่อจอก็เป็นได้ครับ ใครชอบเคสแนวนี้ อดใจรอครับ ถ้ามีข้อมูลมาเพิ่มเติม จะเอามานำเสนออีกครั้งหนึ่งนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: wccftech.com


7.InWin POC Case

ใครที่เป็นนัก Mod ชอบเคสแบบมีสไตล์ มีชิ้นส่วนประกอบได้เองแบบอิสระ เคสรุ่นนี้ที่ InWin นำมาโชว์ในงาน น่าจะถูกใจคุณ ใช้แนวคิดคือ POC ออกแบบมาเป็นแผงโลหะ SECC แข็งแรงแบบโครงสร้างเคสปกตินี่เลย คุณสามารถนำมาประกอบจนกลายเป็นเคส Mini-ITX ได้ คล้ายกับการพับกระดาษ Origami อะไรแบบนั้น เคสจะเน้นสีสันที่สดใสหน่อย เพราะมีให้เลือกโทน เขียว/เหลือง (Tropical Sweetheart) และ น้ำเงิน/ดำ (Race Blue)

10 อันดับ

ตัวเคสมาพร้อมพัดลมขนาด 120mm มาให้ 1 ตัว รองรับการติดตั้งเพาเวอร์ยาว 16cm แต่ที่น่าสนใจคือ มีช่องสำหรับติดตั้งการ์ดจอแบบแนวตั้งได้อีกด้วย มี PCI-Express 4.0 riser cable ให้ และรองรับการ์ดจอรุ่นใหญ่ 3.5 สล็อต ยาวถึง 34cm ได้อีกด้วย

10 อันดับ

อย่างไรก็ดีในงานนี้ เท่าที่ได้เห็นไม่ได้มีความแปลกตากับโครงสร้างเคสเพียงอย่างเดียว แต่บรรจุภัณฑ์ที่เค้าใส่มาในแต่ละชิ้นนั้น ยังเป็นแบบซองกระดาษ รีไซเคิล ห่อมาให้อีกด้วย เซอร์ไพรซ์กันไปใหญ่ 

10 อันดับ

เคสแบบนี้ ชวนให้ผมนึกถึงบ้านน็อคดาวน์ในปัจจุบัน ที่คุณสามารถจัดการได้เอง เพราะเมื่อแกะของออกมาจากห่อ จะเป็นโลหะแบนเรียบ และคุณต้องมาพับงอในบางจุด แล้วไขน็อตยึดเพิ่มความแข็งแรง  เพื่อประกอบให้กลายเป็นเคสแบบ 3 มิติให้พร้อมใช้งาน

ตอนที่เห็นภาพเคสที่ประกอบสำเร็จแล้ว ส่วนตัวรู้สึกค่อนข้างทึ่ง แล้วน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดีกับเคส Custom ในอนาคต ถ้ามีเรื่องของราคาเราจะมาอัพเดตให้ฟังกันอีกครั้งครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม: InWin


8.COUGAR CRATUS

ถ้าพูดถึงเคสล้ำๆ หลายคนก็น่าจะนึกถึงค่ายนี้ COUGAR ที่มีเคสสวยล้ำอีกรุ่นหนึ่งมาลงตลาด ในชื่อ CRATUS สำหรับผมมองว่า มันเหมือนกับแชสซีส์ของรถแข่งเลยทีเดียว กับรูปลักษณ์ที่ดูดุดัน โครงสร้างท่อโลหะ ผสานกับกระจกเทมเปอร์ ที่มีการดัดโค้ง ให้ดูลงตัว ภายในกว้างขวาง เหมาะกับการติดตั้งอุปกรณ์ และสายนักโมดิฟาย ที่แทบจะสวยมาจากโรงงาน 

10 อันดับ

กระจกเทมเปอร์ เป็นคีย์หลักที่สร้างความโดดเด่น เพราะมีให้ถึง 4 ด้าน ด้านหน้าดัดโครงให้เข้ากับโครงเคส ยาวไปจนถึงด้านบน และ

10 อันดับ

การจัดทิศทางลม ใช้การดูดลมเย็นจากด้านหน้า และด้านล่าง ให้หมุนเวียนภายในเคส แล้วปล่อยลมร้อนออกทางด้านหลัง พร้อมแสงไฟ ARGB สวยเวอร์วัง ปรับแต่งได้ ด้วยการกดปุ่ม RGB บนตัวเคส แต่ก็มีหัวต่อ เพื่อเสียบเข้ากับเมนบอร์ด ในการใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์ได้อีกด้วย 

10 อันดับ

จัดวางเคสได้ตั้งแต่ ATX ไปจนถึง E-ATX ซึ่งทำให้การวางการ์ดจอ ใส่ได้ยาวถึง 46cm ถ้าไม่ได้ติดตั้ง Radiator ด้านข้างเมนบอร์ด พร้อมพื้นที่ด้านหลังติดตั้ง SSD 2.5″ ได้ถึง 3 ตัวด้วยกัน และช่องสำหรับ HDD 3.5″ การติดตั้งชุดระบายความร้อน ทำได้ทั้งชุดพัดลมได้สูงสุด 9 ตัว และชุดน้ำ ติดตั้ง Radiator 360mm ได้ 

ที่ชอบเลยก็คือ ด้านหลังมีช่องเก็บสายเคเบิล ที่เปิดออกได้ ไม่ต้องแกะให้วุ่นวาย ความหนาที่มากพอสำหรับ ม้วนสายเอาไว้ในนั้น แทบจะมองไม่เห็นสายต่อเลยก็ว่าได้

10 อันดับ

เรื่องของราคายังไม่ได้เคาะออกมาเป็นทางการ ส่วนตัวมองว่า ถ้าคุณชอบเคสแบบนี้ ที่เปิดให้ลมเข้าหลายด้าน กระจกเทมเปอร์ที่โชว์ได้เกือบทุกอณู พร้อมกับดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร กำเงินรอไว้ได้เลยครับ ไตรมาสแรกปีนี้ได้ลุ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: COUGAR


9.MSI MEG Prospect 700

มาถึงเคสที่ 9 แล้ว เคสนี้ ไม่ได้ถือว่าใหม่มาก เพราะเปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2565 และสื่อบ้านเราก็ได้รีวิวกันไปบ้างแล้ว แต่ที่นำมาเพราะความล้ำสมัย มีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี โดยเฉพาะการมีพาแนลบนตัวเคส สำหรับปรับแต่งสิ่งต่างๆ ภายใน 

10 อันดับ

กระจกเทมเปอร์สวยใสด้านข้าง เปิดกางได้ง่าย รวมถึงฝาปิดข้าง ที่เก็บสายไฟ ก็กว้างขวางดีทีเดียว

10 อันดับ

จอเป็นแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ ปรับโหมดไฟ ARGB ได้ เลือกได้หลายแบบ รวมถึงปรับรอบพัดลม มีโพรไฟล์ ตั้งเวลาเปิด-ปิดหน้าจอ ซิงก์กับซอฟต์แวร์บนเมนบอร์ดได้เช่นกัน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับที่มีอยู่บนเกมมิ่งพีซีบางรุ่นของ MSI 

10 อันดับ

ภายในติดตั้งชุดน้ำ Radiator 360mm ได้ มีพัดลมให้เป็นแบบ ARGB จำนวน 4 ตัว หน้า 3 หลัง 1 ขนาด 140mm พาแนลด้านหลังปรับเลื่อนได้ สำหรับการวาง Radiator หรือจะใช้เป็นพัดลมก็ได้เช่นกัน พื้นที่ภายในวางการ์ดจอตัวใหญ่ๆ 3 พัดลมได้สบายๆ กว้างขวาง

10 อันดับ

แต่เรื่องของมิติ ก็อาจจะดูใหญ่พอสวมควร แต่ถ้ามองว่า ตั้งใจจะจับฮาร์ดแวร์แรงๆ รุ่นใหญ่ ยัดเข้าไปให้ได้ รวมถึงชุดน้ำ ผมว่า MSI รุ่นนี้ตอบโจทย์คุณได้เลย เคาะราคาอยู่ที่ประมาณ 14,900 บาทครับ มีจำหน่ายแล้ว สนใจก็ไปตำกันได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม: MSI


10.ASUS HYPERION

เป็นเคสเกมมิ่งสำหรับคอเกม ที่มีความโดดเด่นในด้านการออกแบบ ซึ่งหากคุณเป็นแฟนบอยของ ASUS ROG เคสนี้ น่าจะเป็นทางของคุณ ตัวเคสขนาดใหญ่ เพิ่มระดับความสูง ให้อากาศไหลเวียนได้มากขึ้น และรองรับ Radiator ขนาด 420mm ได้ถึง 2 ตัวด้วยกัน กับการออกแบบรูปลักษณ์ที่ยังล้ำสมัย พร้อมใส่สีสันไฟ RGB มาเป็นทางเลือกให้กับการแต่งคอม กับการจัดวางเคส ที่ใช้โครงรูปตัว X ในการกระจายน้ำหนัก

10 อันดับ

ภายในเปิดให้เป็นห้องขนาดใหญ่ รับการติดตั้งเมนบอร์ด E-ATX ได้ พร้อมพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้สามารถรองรับการ์ดจอรุ่นใหญ่อย่าง GeForce RTX4090 ได้สบาย ซึ่งสามารถใส่การ์ดจอได้ยาวสุดถึง 46cm เลยทีเดียว โดยให้พื้นที่แนวตั้งสูงสุด 13cm เผื่อการ์ดจอตัวใหญ่ จะได้ไม่ติดขอบฝาเคส

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโครงอะลูมิเนียม สำหรับรับกราฟิกการ์ดแบบ 2-way ยึดไม่ให้ตัวการ์ดห้อย หรือเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงยังจัดสายเคเบิลได้ง่ายกว่าเดิม

10 อันดับ

พื้นที่ด้านหลังเมนบอร์ดกว้างพอในการจัดเก็บสาย พร้อมกับแถบยาง เพื่อใช้ในการรัดจัดเก็บให้เป็นระเบียบ เช่นเดียวกับฝาปิดอะคลิลิคทางด้านหลัง ให้เปิดออก และใส่สายเข้าไปได้ โดยมีคอนโทรลเลอร์ ARGB มาในตัว เพื่อใช้ต่อเข้ากับบรรดาอุปกรณ์ที่รองรับ AURA Sync ซึ่งติดตั้งชุดอุปกรณ์ไฟ RGB เพิ่มได้ถึง 8 ชิ้นและพัดลมแบบ PWM 6 ตัว

10 อันดับ

นับว่าเป็นเคสคอมอีกรุ่นหนึ่ง ที่สามารถปรับเปลี่ยนและโมดิฟายได้ง่าย เหมาะกับคนที่ชอบประกอบคอมเซ็ตด้วยตัวเอง และเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปได้สะดวก การระบายความร้อนที่ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: ASUS


Conclusion

10 อันดับ เคสคอม 2023 ที่เราได้รวบรวมมาในครั้งนี้ ในแต่ละรุ่นถือว่ามีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากมองกันที่นวัตกรรมแล้ว CYBERPOWERPC ถือว่ามีลูกเล่นที่น่าสนใจทีเดียว แต่ถ้าจะเน้นที่การระบายความร้อน MSI, COUGAR และ Cooler Master ก็มีทิศทางในการปรับแต่งเคสของตน เพื่อให้ผู้ใช้ได้นำไปใช้งานได้เลย แทบจะไม่ต้องเพิ่มเติมสิ่งอื่นใดมากนัก และยังรองรับการติดตั้ง Radiator ได้มากกว่า 1 ชุดอีกด้วย แต่ถ้าชอบความล้ำสมัย สวยงามเคสจาก COUGAR, MSI และ ASUS ก็ตอบโจทย์เกมเมอร์ และนักโมดิฟายได้ดี แต่ถ้าชอบความเก๋ไก๋ ดูไม่ซ้ำใคร สวยได้แม้จะมินิมอล เคสจาก InWin และ Hyte น่าจะเป็นสิ่งที่คุณชื่นชอบได้เป็นอย่างดีครับ ความชอบของคุณเป็นแบบใด เลือกใช้กันได้ตามสะดวก แล้วอย่าลืมคอมเมนต์ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันบ้างนะครับ แล้วพบกันกับการรวบรวมข้อมูลไอทีครั้งต่อไปครับ

from:https://notebookspec.com/web/684474-10-pc-case-ces-2023

ล้างเครื่อง Reset PC เหมือนได้คอมใหม่ ง่าย ทำได้ไว ไม่ต้องลงวินโดว์ฉบับปี 2023

ล้างเครื่องใหม่อัพเดต 2023 Reset PC ไม่ต้องลงวินโดว์ใหม่ ทำงาน เล่นเกมลื่นไหล

ล้างเครื่อง

ล้างเครื่อง Reset PC ในโอกาสใดบ้าง ทำไมถึงต้องทำ? วิธีการนี้ เป็นทำให้คอมเครื่องเก่าหรือเครื่องที่ใช้อยู่นั้นกลับมาทำงานได้ตามปกติ เหมือนกับตอนที่ลงวินโดว์ใหม่ๆ รวมถึงทำให้คนที่อาจเจอปัญหากับการใช้ซอฟต์แวร์ หรือไฟล์ระบบทำงานไม่ปกติ การแก้ปัญหาในเบื้องต้นอาจยังไม่พอ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่น คุณอาจได้คอมมือสอง ที่เป็นมรดกตกทอดจากพี่ หรือซื้อคอมมือสองมา แล้วอยากจะทำให้เหมือนเครื่องใหม่ พร้อมเคลียร์พื้นที่ในระบบให้พร้อมสำหรับใช้งาน หรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น บางครั้งก็จอฟ้า BSOD รวมไปถึงเมื่อต้องการจะขายโน๊ตบุ๊ค หรือเปลี่ยนมือให้คนอื่นใช้ จำเป็นต้องเคลียร์ข้อมูล เพื่อความปลอดภัย นอกจากวิธีการ Recovery แล้ว การ Reset PC ก็ทำให้คอมของคุณกลับมาเหมือนลงวินโดว์ใหม่แบบ Clean ได้เช่นกัน ให้คอมกลับมาทำงานลื่นไหล เหมือนได้คอมเครื่องใหม่ โดยที่ไม่ต้องใช้แฟลชไดรฟ์ มาบูทเครื่องเพื่อลงวินโดว์ใหม่ให้เสียเวลาแล้ว ด้วยขั้นตอนเหล่านี้ คุณสามารถทำด้วยวิธีนี้ทั้งบนโน๊ตบุ๊คหรือพีซีของคุณ


ล้างเครื่อง Reset PC เหมือนได้คอมใหม่

เงื่อนไขและสิ่งที่ต้องเตรียม

  • มีวินโดว์ที่ติดตั้งเอาไว้ก่อนแล้ว หรือเป็นระบบจากเครื่องเก่า (แต่วิธีอาจต่างกันไปใน Windows แต่ละเวอร์ชั่น)
  • จะเป็นวินโดว์แท้ หรือยังไม่ได้ Activate อย่างเป็นทางการ ก็ทำได้ แต่ผลที่ได้อาจไม่เหมือนกัน 100% ถ้าไม่ใช่วินโดว์แท้ติดเครื่อง ก็อาจจะต้อง Activate ใหม่ด้วยคีย์เดิม
  • ต้องมีอแดปเตอร์หรือที่ชาร์จ ที่เสียบชาร์จไฟเอาไว้ได้ กรณีที่เป็นโน๊ตบุ๊ค และชาร์จเอาไว้จนกว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอน
  • ไม่จำเป็นต้องมีแฟลชไดรฟ์ในการบูต ไม่ต้องอาศัยแผ่นติดตั้ง Windows ง่ายและสะดวกกว่าเยอะ
  • ย้ำอีกครั้ง หากคุณมีข้อมูลสำคัญ ให้โยกย้าย สำรองเอาไว้ เช่น Document, Photo, Video, Download หรืออื่นๆ ใส่เอาไว้ใน External Drive เอาไว้ก่อนดีที่สุด

Backup สำรองข้อมูลในส่วนใดบ้าง?

ล้างเครื่อง
  • Desktop: เป็นอีกที่หนึ่งที่หลายคนใช้ในการเก็บไฟล์และจัดวางโฟลเดอร์งาน เพื่อให้เปิดใช้งานได้สะดวก ซึ่งบางครั้งต้องเช็คให้ถี่ถ้วนว่านำมาครบหรือไม่
  • Document: ส่วนใหญ่จะใช้ในการเก็บไฟล์งาน และเอกสาร ข้อมูลต่างๆ ภายในนี้ ซึ่งอาจจะเป็นโฟลเดอร์ซับซ้อน ให้เริ่มเก็บจากโฟลเดอร์หลักมาให้ครบ
  • Pictures: ไฟล์ภาพ และไฟล์ที่ได้จากการ Capture อาจเข้าไปอยู่ในโฟลเดอร์ Screenshot หากยังต้องใช้ ก็ไม่ควรลืมสำรองเอาไว้ด้วย
  • Videos: โฟลเดอร์ที่ใช้เก็บไฟล์วีดีโอต่างๆ รวมไฟล์ที่ Capture มาเป็นวีดีโอ ก็จะอยู่ในนี้ด้วยเช่นกัน
  • Downloads: อาจจะเลือกเก็บเป็นบางไฟล์ หรือบางโปรแกรมที่นำมาใช้ โดยใช้เป็นไฟล์ที่มีการอัพเดตใหม่ หรืออาจจะสำรองเอาไว้ทั้งหมด เพื่อนำไปแยกการใช้งานอีกครั้ง
  • Music: เพลง เสียง และอื่นๆ ถ้ามีสิ่งสำคัญให้สำรองเอาไว้ก่อน
  • นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของ Sticker note หรืออื่นๆ ให้ลองดูว่าเราเพิ่มเติมการใช้งานอื่นใดเข้าไปบ้าง เพราะบางอย่างไม่ต้องสำรองไฟล์ แค่ใช้ Log-in เดิม เช่น Google account หรือ Microsoft account สิ่งต่างๆ เหล่านั้นก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ทันที

ประโยชน์ และข้อควรระวังในการล้างเครื่อง Reset PC

  1. การ Reset PC ช่วยให้คุณได้คอมเหมือนเครื่องที่เพิ่งลงวินโดว์มาใหม่ๆ แต่อาจจะมีแตกต่างกันไปบ้าง ตามเวอร์ชั่น รวมถึงควรต้องเตรียมไดรเวอร์หรือแหล่งดาวน์โหลด เพื่อการอัพเดตได้อย่างรวดเร็ว
  2. แต่การ Reset จะทำให้โปรแกรม และข้อมูลของคุณหายไปทั้งหมด ยกเว้นว่า คุณจะสำรองข้อมูลเอาไว้แล้ว หรือจะเลือกเป็นแบบ Keep Data
  3. การ Reset PC เช่นนี้ อาจไม่ได้ส่งผลให้การเล่นเกม เฟรมเรตพุ่ง โดยตรง แต่ก็ช่วยให้การเล่นเกมโดยรวมดีขึ้น เพราะมีการ Clear Cache, ลบไฟล์ขยะ และกำจัดสิ่งที่เป็น Process ของซีพียู แรม เป็นต้น
  4. ข้อควรระวัง สำรองข้อมูล ต่ออแดปเตอร์จ่ายไฟไว้ตลอด โปรแกรมกับไดรเวอร์ต้องหามาเตรียมเอาไว้ กรณีที่อุปกรณ์บางอย่าง ใช้ไดรเวอร์เฉพาะ

ขั้นตอนในการ Reset PC

ล้างเครื่อง

สำหรับใครที่ใช้ Windows 10 และ Windows 11 กดปุ่ม Start เลือก Settings แล้วไปที่ Update & Security ในหน้านี้จะมีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ ควรเลือกให้ถูกต้องตามขั้นตอน

Advertisementavw
ล้างเครื่อง

เลือกที่ Recovery ที่อยู่ในแถบซ้ายมือ บริเวณใกล้กับ Activation จากนั้น ไปที่หัวข้อ Reset this PC ทางด้านขวา กดปุ่ม Get started

ล้างเครื่อง

จากนั้นจะเข้าสู่หน้าที่ให้เราเลือกว่าจะทำการ Reinstall Windows แบบใด จะมีให้เลือก 2 แบบ ที่มีการใช้งานต่างกันคือ

ล้างเครื่อง
  • Keep my files: จะเป็นการ Reset ระบบ พร้อมเก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณไว้ เช่น ภาพ วีดีโอ Document และอื่นๆ รวมถึงโปรแกรมที่คุณใช้) ข้อดีคือ คุณไม่ต้องไปโปรแกรมเดิมมาลงใหม่ ไฟล์ข้อมูลของคุณจะไม่หายไปไหน แต่คุณจะต้องรอนานมากในขั้นตอนนี้ นานชนิดบางทีคุณลงวินโดว์ใหม่ เร็วกว่า
  • Remove Everything: เป็นแบบที่เหมาะกับคนที่ต้องการความเร็ว และเคลียร์ไฟล์ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่มีปัญหาต่างๆ ออกทั้งหมด ในส่วนนี้จะใช้เวลาไม่มาก และได้ผลค่อนข้างดี เพราะจะแก้ปัญหาบางอย่างที่อาจจะไม่สามารถทำได้ใน Error checking หรือการ Uninstall Program เพียงอย่างเดียว

ซึ่งถ้าคุณสำรองไฟล์ข้อมูลต่างๆ เอาไว้ตั้งแต่ต้นเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกที่ Remove everything ได้เลยครับ ให้คลิ๊กตรงนี้

ล้างเครื่อง

เมื่อเข้ามาที่ Additional settings หรือการตั้งค่าพื้นฐาน สามารถเลือก Change settings ได้

ล้างเครื่อง

ให้ตั้งเป็นค่าเดิมไว้ คือ Off ตรงนี้ถ้าเลือก On ก็จะเข้าเงื่อนไขของระบบ เช่น ลบได้ไว แต่ไม่ปลอดภัย รวมถึงเฉพาะข้อมูลที่อยู่ในไดรฟ์นี้ จะหายไปเมื่อติดตั้งวินโดว์ จากนั้นกด Confirm จากนั้นคลิ๊ก Next ต่อไป

ล้างเครื่อง

มาถึงตรงนี้ หากเป็นโน๊ตบุ๊ค ระบบจะแจ้งเลยว่า ให้ต่อสายอแดปเตอร์เข้ากับเครื่อง เพื่อทำการชาร์จไฟ ซึ่งอาจเกิดปัญหาได้ หากไฟดับ แบตหมดขณะที่กำลัง Reset อยู่ หากของใครไม่ยอม Reset ให้ ลองเสียบสายชาร์จดูครับ

ล้างเครื่อง

เมื่อเข้าหน้า Ready to reset this pc ระบบบอกว่าพร้อมแล้ว สำหรับการ Reset เลือกที่ Reset ได้เลย

ล้างเครื่อง

ให้รอสักครู่ ระบบกำลังทำการ Preparing หรือจัดเตรียมลำดับสักครู่ ก่อนจะทำการ Reset จะนานหรือไม่ขึ้นอยู่กับความแรงของโน๊ตบุ๊ค

Reset PC Cleanup 2023 31

ระหว่างขึ้นหน้าจอสีดำ อย่าเพิ่งทำอะไร หรือไปถอดปลั๊ก ให้รอกระบวนการ Reset ไปสักระยะ จากนั้นระบบจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการติดตั้ง Windows อีกครั้งหนึ่ง บนหน้าจอสีฟ้าๆ ให้รอจนกว่าจะเสร็จสิ้น

เสร็จแล้วระบบจะให้เราทำการตั้งค่าต่างๆ ก่อนจะใช้งาน Windows ซึ่งตรงนี้ จะคล้ายกับที่เราติดตั้ง Windows ใหม่นั่นเอง ใครที่อยากดูรายละเอียดตรงนี้ให้ครบๆ สามารถคลิ๊กดูบทความ สอนลงวินโดว์ ฉบับเต็ม ได้เลยครับ

ล้างเครื่อง

ขั้นแรก เลือก Region ตรงนี้จะเลือก Thailand หรือจะคลิ๊ก Yes ไปก่อน แล้วค่อยตั้งค่า เมื่อเข้าสู่ Windows แล้ว ก็ได้

ล้างเครื่อง

ต่อมา Keyboard layout เลือก US จากนั้น Language ให้เลือก ภาษาไทย แล้ว Next เลือก Thai Kedmanee

ล้างเครื่อง

เมื่อเข้ามาหน้าการเชื่อมต่อเครือข่าย ตรงนี้แนะนำว่าให้กด I don’t have internet ไปก่อนครับ เพราะไม่อย่างนั้น คุณจะต้อง Log-in Microsoft account ก่อน ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน

ล้างเครื่อง

ต่อมาระบบจะถามว่า ใครจะเป็นคนที่ใช้เครื่องนี้ ใส่ชื่อเราที่เป็นเจ้าของเครื่องก็ได้ครับ แล้วกด Next

ล้างเครื่อง

ส่วนของ Password หรือรหัส ใครจะตั้งเลยก็ได้ หากใช้เครื่องคนเดียว แต่ถ้าใช้กันหลายคน อาจจะเอาไว้ตั้งทีหลังก็ได้ครับ กด Next

ล้างเครื่อง

ในหัวข้อ Choose Privacy Settings นี้ จะให้คุณเลือกเปิดใช้งานความเป็นส่วนตัวของคุณ ตัวอย่างเช่น Location เพื่อให้ระบบรายงานเส้นทาง สภาพอากาศ รวมถึงการบริการต่างๆ จากไมโครซอฟท์ เมื่ออยู่ในพื้นที่นั้นๆ หรือไม่ หรือจะเป็น Find my device ในการเปิดให้ค้นหาอุปกรณ์ของคุณ กรณีที่เกิดการสูญหาย รวมถึง Diagnostic data จะส่งข้อมูลบางส่วนให้กับเว็บไซต์จากเบราว์เซอร์ที่คุณใช้ เพื่อให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์และเปิดใช้งานฟีเจอร์เกี่ยวกับ Activity และอื่นๆ เพื่อรายงานความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นเมื่อใช้งาน หรือจะเป็น Inking & Typing เป็นต้น

ล้างเครื่อง

รอจนกว่าระบบจะบูตเข้าสู่หน้า Desktop ตรงนี้ถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คแบรนด์ต่างๆ อาจจะมีขั้นตอนที่เพิ่มเติมเข้ามา รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่จะติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ ไม่ต้องตกใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลย นั่นคือการอัพเดตสิ่งต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

ล้างเครื่อง

สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อไปคือ ต่ออินเทอร์เน็ต จะใช้ WiFi หรือสาย LAN ก็ตามสะดวกครับ ตรงนี้ผมแนะนำว่า หากคุณจะเครือข่ายนี้ที่บ้านเป็นค่าปกติ ก็เชื่อมต่ออัตโนมัติได้เลย เพราะจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตอีกพอสมควรในการอัพเดตและติดตั้งสิ่งต่างๆ ภายในเครื่อง

ล้างเครื่อง

ให้ทำการ Update Windows, ลงโปรแกรม และย้ายไฟล์ของคุณกลับมาวางเอาไว้ที่เดิม เป็นอันเสร็จสิ้น

ทั้งหมดนี้ จะใช้เวลาอยู่ที่ราวๆ 10 กว่านาที ถามว่าเร็วกว่าลง Windows ใหม่มั้ย บอกเลยว่าใกล้เคียงกัน แต่…ไม่ต้องเตรียมแฟลชไดรฟ์ ไม่ต้องใช้แผ่นลง ลดเวลาไปไม่น้อยเลย


ข้อสังเกตหลังการ Reset

  • Windows หลักตัวเดิมของคุณเป็นเวอร์ชั่นใด เมื่อ Reset จะกลับไปเป็นแบบเดิมคือ ระบบตั้งต้น
  • ต้องอัพเดตไดรเวอร์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต เมนบอร์ด การ์ดจอ และอื่นๆ
  • ต้องเตรียมโปรแกรมและซอฟต์แวร์ใหม่ให้พร้อม เมื่อติดตั้งเสร็จให้ Activate ใหม่อีกครั้ง
  • อย่าลืม หากใครใช้ระบบ 2 ภาษา แล้วต้องใช้งานปุ่ม “Grave Accent” หรือปุ่มตัวหนอนในการสลับภาษา สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย สำหรับคนที่ใช้ Windows 11

วิธีสลับภาษาด้วยปุ่ม Grave Accent

ล้างเครื่อง
  1. คลิ๊กขวาที่ปุ่ม Win แล้วเลือก Settings
  2. เลือกที่ Time & Language ที่อยู่ทางแถบด้านซ้าย
  3. จากนั้นเลือก Language & Region
  4. เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วเลือก Typing
  5. ในหน้า Typing ให้เลือก Advance keyboard settings
  6. หน้านี้ ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง ดูในหัวข้อ Switch input methods ให้คลิ๊กที่หัวข้อ Input language hot keys
  7. เลือกที่ between input languages
  8. แล้วเลือก Change key sequence…
  9. หน้าต่างที่ปรากฏขึ้น ให้เลือกใส่เครื่องหมาย Grave Accent แล้ว Ok
  10. เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้น การสลับภาษาด้วยปุ่มตัวหนอน

สรุปการล้างเครื่อง

ล้างเครื่อง

โดยสรุปกับขั้นตอนการล้างเครื่อง Reset PC ไม่ได้ยุ่งยากใช่มั้ยครับ ด้วยการทำไม่กี่ขั้นตอนนี้ สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบ ในกรณีที่เกิดสิ่งผิดปกติในการใช้งาน เช่น ไดรเวอร์ ซอฟต์แวร์ และยูทิลิตี้ต่างๆ ที่ลงไปในเครื่อง แล้วทำให้ระบบทำงานผิดเพี้ยน หรือใช้งานมานาน แล้วอยากจะล้างระบบ เพื่อเคลียร์สิ่งต่างๆ ให้ระบบกลับมาเฟรชเหมือนใหม่ แต่สิ่งที่สำคัญ ที่อยากจะย้ำในทุกครั้งที่ต้องทำสิ่งใดเกี่ยวกับระบบ แนะนำว่าให้สำรองข้อมูลต่างๆ เอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย รวมถึงเตรียมสายชาร์จ ในกรณีที่ใช้โน๊ตบุ๊ค และมีอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อ จากนั้นทำทีละขั้นตอนแบบไม่ต้องรีบร้อน และหลังจากที่ล้างเครื่องเรียบร้อยแล้ว ใครที่ไม่แน่ใจ ผมอยากให้ดูในแต่ละขั้นตอนให้ครบถ้วน ก่อนจะลงมือทำจะดีที่สุดครับ ย้ำว่า การเตรียม สำรองข้อมูล และโปรแกรมบางส่วนไว้ ช่วยให้หลัง Reset ง่ายขึ้น ส่วนถ้ามีติดตรงจุดใด สามารถคอมเมนต์กันเอาไว้ได้เลยครับ สุดท้ายนี้ ปปป

from:https://notebookspec.com/web/683632-reset-pc-windows-11-2023

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Ryzen 7000 ที่มี X และไม่มี X สำหรับแฟนๆ สีแดง

AMD เปิดตัวหน่วยประมวลผล Ryzen 7000 ซีรีย์ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 4 ออกมาแล้ว แถมล่าสุดซอยรุ่นย่อยเพิ่มอีกต่างหาก มาดูกันว่าแต่ละรุ่นมีสเปคอย่างไรและจะเหมาะสมกับคุณหรือไม่

Ryzen 7000
AMD Ryzen 7000 Series ภายใต้สถาปัตยกรรม Zen 4

ที่งาน CES 2023 AMD ได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดของซีพียูเดสก์ท็อป Zen 4 non-X ซึ่งรวมถึง Ryzen 9 7900 แบบ 12 คอร์, Ryzen 7 7700 แบบ 8 คอร์ และ Ryzen 5 7600 แบบ 6 คอร์ ชิปเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีประโยชน์เท่านั้น จากการลดลงอย่างมากในด้านความร้อนและพลังงานที่ส่งออกจาก X SKU ที่มีอยู่ แต่ยังทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ราคาไม่แพงในแพลตฟอร์ม AM5

จากที่กล่าวมา ตัวแปรที่ไม่ใช่ X ที่ใช้พลังงานต่ำเหล่านี้จะซ้อนทับกับคู่ที่มีตราสินค้า X ในแง่ของประสิทธิภาพและความคุ้มค่าอย่างไร มาดูกัน!

Advertisementavw

หมายเหตุ – AMD เปิดตัวเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 7000 Series พร้อมสถาปัตยกรรม “Zen 4 Architecture”



Ryzen 9 7900, Ryzen 7 7700, Ryzen 5 7600: Specifications

CPU Cores/Threads Base Clock Boost Clock Cache Size (L2+L3) TDP/PPT Included Thermal Solution MSRP
Ryzen 9 7900X 12/24 4.7GHz 5.6GHz 76MB (12+64) 170W/230W No $549
Ryzen 9 7900 12/24 3.7GHz 5.4GHz 76MB (12+64) 65W/88W AMD Wraith Prism $429
Ryzen 7 7700X 8/16 4.5GHz 5.4GHz 40MB (8+32) 105W/142W No $399
Ryzen 7 7700 8/16 3.8GHz 5.3GHz 40MB (8+32) 65W/88W AMD Wraith Prism $329
Ryzen 5 7600X 6/12 4.7GHz 5.3GHz 38MB (6+32) 105W/142W No $299
Ryzen 5 7600 6/12 3.8GHz 5.1GHz 38MB (6+32) 65W/88W AMD Wraith Prism $229

นอกเหนือจากความแตกต่างในด้านงบประมาณด้านพลังงาน, ความเร็วสัญญาณนาฬิกาและโครงสร้างราคาแล้ว Ryzen 7000 non-X CPUs ทั้งหมดยังมีสเปคหลักเดียวกันกับลูกพี่ลูกน้องซึ่งมี TDP สูงกว่า โดยสามารถดูตารางข้อมูลจำเพาะที่แสดงด้านบนเพื่อทำความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้นว่า CPU ที่ไม่ใช่ X แต่ละรุ่นมีราคาเท่าไรเมื่อเทียบกับรุ่น X ที่เทียบเท่ากัน

แม้จะรักษาจำนวนคอร์และขนาดแคชเท่าเดิมกับซีพียูระดับ X แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Ryzen 7000 ที่ไม่ใช่ X ทั้งหมดมาพร้อมกับ TDP ที่ต่ำกว่ามากที่ 65W และพลังงานซ็อกเก็ตสต็อกที่ 88W ดังที่ AMD ได้กล่าวถึงในระหว่างการนำเสนอประเด็นสำคัญ การลด TDP จาก 170W/105W เป็น 65W ที่สมเหตุสมผลมากขึ้น ช่วยให้พวกเขาบรรลุประสิทธิภาพและประสิทธิภาพต่อวัตต์ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมบนชิปรุ่นใหม่เหล่านี้ทั้งหมด

นอกเหนือจากการปรับปรุงเหล่านี้แล้ว Ryzen 7000 non-X SKU ก็เหมือนกับซีพียู Zen 4 อื่นๆ ทุกประการ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม AM5 ตัวอย่างเช่น Ryzen 9 7900, Ryzen 7 7700 และ Ryzen 5 7600 รวมการสนับสนุนดั้งเดิมสำหรับการเชื่อมต่อ PCIe 5.0 พร้อมกับการกำหนดค่าหน่วยความจำ DDR5 แบบดูอัลแชนเนล

นอกจากนี้ ชิป 65W ทั้งหมดเหล่านี้ยังมี Radeon RDNA 2 iGPU สำหรับเอาต์พุตการแสดงผลพื้นฐาน และได้รับการปลดล็อกอย่างสมบูรณ์สำหรับการโอเวอร์คล็อกคอร์, หน่วยความจำและแฟบริค ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีภายในบริษัทของ AMD เช่น EXPO (EXtreme Profiles สำหรับการโอเวอร์คล็อก) และ PBO2 (Precision Boost Overdrive 2) จึงกลับมาอีกครั้งในผลิตภัณฑ์ Ryzen 7000 non-X


Ryzen 9 7900 vs. 7900X

ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ 65W Ryzen 9 7900 รุ่นท็อปของ AMD มีรูปแบบ 12-core/24-thread เช่นเดียวกับ 7900X แต่มีการปรับแต่งความเร็วสัญญาณนาฬิกา แม้ว่า Ryzen 9 7900 จะมีสัญญาณนาฬิกาหลักที่ 3.7GHz ซึ่งต่ำกว่า 23% เมื่อเทียบกับสัญญาณนาฬิกาหลักของ 7900X ที่ 4.7GHz แต่ก็สามารถทำงานที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกาขณะ Boost ขึ้นมากที่ประมาณ 5.4GHz ซึ่งลดลงเพียง 200MHz เมื่อเทียบกับรุ่น X

เมื่อเราพิจารณาการลดลงของ TDP ถึง 110W ของ 7900 จาก 7900X มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่จะเห็นว่า AMD มาไกลแค่ไหนในแง่ของประสิทธิภาพมาตรฐาน Ryzen 9 7900 มาพร้อมกับตัวระบายความร้อน Wraith Prism ของ AMD ในขณะที่ 7900X ต้องใช้ตัวทำความเย็นแยกต่างหากซึ่งจำเป็นที่จะต้องเลือกใช้รุ่นที่มีราคาแพงเพื่อให้เหมาะสมกับสัญญาณนาฬิกาที่สูงกว่ารุ่นที่ไม่มี X มาก

ในแง่ของราคากลาง Ryzen 9 7900 ซึ่งอยู่ที่ 429 ดอลลาร์ ทำให้ถูกกว่าราคาขายปลีกปัจจุบันของ 7900X ถึง 50 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าชิป 65W เหล่านี้จะลดราคาลงทันทีที่วางจำหน่ายในร้านค้า


Ryzen 7 7700 vs. 7700X

เมื่อย้ายลงมาที่หน่วยประมวลผลซีรีย์ Ryzen 7 แล้วนั้น Ryzen 7 7700 ของ AMD มีจำนวนคอร์และขนาดแคชเท่ากันกับ 7700X แต่มีสัญญาณนาฬิกาหลักลดลงอย่างมากที่ประมาณ 700MHz ในขณะเดียวกัน Boost Clock สูงสุดของ 7700 จะอยู่ที่ประมาณ 5.3GHz ซึ่งแปลว่าขาดไป 100MHz มากกว่าความถี่ Boost 5.4GHz ของ Ryzen 7 7700X

เนื่องจาก TDP เริ่มต้นของ Ryzen 7 7700 นั้นต่ำกว่ารุ่น X ถึง 40W จึงเป็นไปได้ที่จะเห็นประสิทธิภาพในระดับที่ใกล้เคียงกันในชิปทั้งสองนี้ในปริมาณงานเดี่ยวและมัลติเธรด ยิ่งไปกว่านั้น ราคากลางของ AMD สำหรับชิป 65W รุ่นใหม่ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 329 เหรียญสหรัฐฯ ทำให้มันอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับ 7700X โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณคำนึงถึงชุดระบายความร้อน Wraith Prism ที่ให้มา


Ryzen 5 7600 vs. 7600X

เช่นเดียวกับ CPU อื่นๆ ที่ไม่ใช่ X ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Zen 4 Ryzen 5 7600 ของ AMD เพิ่มคุณค่าที่นำเสนอยิ่งขึ้นด้วย 6 คอร์ 12 เธรด และสัญญาณนาฬิกาบูสต์สูงสุดที่ 5.1GHz แม้ว่าสัญญาณนาฬิกาหลักของ 7600 จะยังน้อยกว่า 7600X อยู่ 1GHz แต่คุณสมบัติอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม เช่น แคช L3 ขนาด 32MB และแคช L2 ขนาด 6MB

เมื่อจับคู่กับเมนบอร์ด AM5 ราคาไม่แพงแต่มีความสามารถและชุดหน่วยความจำ DDR5 ความเร็วสูง Ryzen 5 7600 ราคา $229 ทำให้ 7600X ล้าสมัยด้วยโปรไฟล์พลังงานที่สมดุลมากขึ้นและอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพที่เหลือเชื่อ


คุณควรอัปเกรดเป็น Ryzen 7000 Non-X CPU หรือไม่

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงบประมาณที่เลือกใช้การสร้างฟอร์มแฟกเตอร์ขนาดเล็ก(หรือให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือคนที่ชอบเครื่องขนาดเล็กแบบ ITX) Ryzen 7000 non-X CPUs นำเสนอเส้นทางการอัปเกรดที่เหมาะสมเนื่องจากประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกันกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ X ที่มีราคาแพงกว่า

ในกรณีที่คุณกำลังมองหาชิป Zen 4 ระดับไฮเอนด์พร้อมประสิทธิภาพการเล่นเกมที่เหนือกว่า ซีพียู Ryzen 7000X3D นั้นคาดว่าจะมาในต้นปี 2566 และจะนำเสนอเทคโนโลยี 3D V-Cache ที่ปฏิวัติวงการของ AMD พร้อมกับสัญญาณนาฬิกาหลักที่เพิ่มเป็น 5.7GHz ที่น่าตื่นตาตื่นใจ(แต่จะร้อนขนาดไหนคงต้องคอยดูกันอีกที)

ที่มา : makeuseof

from:https://notebookspec.com/web/683249-ryzen-7000-x-vs-non-x-cpus-everything-you-need-to-know

Desktop PC ร้อนแค่ไหนถึงจะเรียกว่าร้อนจนต้องระวัง

เชื่อว่าหลายๆ ท่านมีปัญหากับเรื่องของอุณหภูมิของเครื่อง Desktop PC ร้อน อยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเข้าหน้าร้อนแบบนี้ มาดูกันดีกว่าว่าร้อนขนาดไหนที่เราจะต้องเริ่มระวัง PC ที่รักของเรากัน

PC ร้อน
PC ร้อน

คุณกังวลเกี่ยวกับอุณหภูมิของคอมพิวเตอร์ของคุณหรือไม่? ความร้อนที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของอุปกรณ์และอายุการใช้งานของแหล่งเก็บข้อมูล

แต่คุณจะบอกได้อย่างไรว่ามันร้อนเกินไปหรือร้อนจัด? อุณหภูมิที่ดีสำหรับ CPU ของคุณคือเท่าใดและอะไรคือสัญญาณที่คุณควรระวังที่บ่งบอกว่าพีซีของคุณร้อนเกินไป? ในบทความนี้เราจะมาเฉลยให้คุณได้รู้กัน จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลย

Advertisementavw


PC ของคุณสร้างความร้อนได้อย่างไร

how to check cpu temperature1595882337788673

ความร้อนเป็นผลพลอยได้ตามธรรมชาติของไฟฟ้า สิ่งใดก็ตามที่ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, เครื่องยนต์ของรถยนต์หรือร่างกายของเรา ล้วนส่งผลให้เกิดการถ่ายเทความร้อน โดยบนความพิวเตอร์ PC นั้นปริมาณไฟฟ้าที่ต้องการขึ้นอยู่กับงานที่กำลังดำเนินการ

ส่วนประกอบภายในคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถคายความร้อนได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) เนื่องจากกระแสไฟฟ้าถูกส่งผ่านวงจรและมีความต้านทาน

หรือจะเป็นการโอเวอร์คล็อกก็ทำให้เกิดความร้อนมากเกินไป นี่คือเมื่อคุณใช้งาน CPU ด้วยความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูงกว่าที่ผู้ผลิตตั้งใจไว้ มันย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วว่าความร้อนของ CPU จะมากขึ้นกว่าปกติ  คุณสามารถค้นหาความเร็วสัญญาณนาฬิกาสำหรับ CPU ที่เหมาะสมได้โดยเข้าไปที่ไซต์ของผู้ผลิตโปรเซสเซอร์ของคุณ แต่ถ้าคุณไม่เชี่ยวชาญเรื่องการโอเวอร์คล็อก สิ่งเหล่านี้จะไม่มีความหมายกับคุณมากนัก

ประโยชน์หลักของการโอเวอร์คล็อกคือระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและเร็วขึ้น แต่ก็ต้องใช้แรงดันไฟฟ้าที่สูงขึ้นในการทำงานเช่นกัน ความต้องการไฟฟ้าที่มากขึ้นส่งผลให้ CPU ของคุณสร้างความร้อนมากขึ้น

Overclocking at MSI 1024x682 1

การเล่นเกม, ดู Blu-ray และการริป, เบิร์นและแชร์ไฟล์ ล้วนสร้างภาระให้กับ CPU ของคุณ เช่นเดียวกับการบำรุงรักษา, การแก้ไขและการเข้ารหัสระบบตามปกติ ด้วยการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ความร้อนสูงเกินไปอาจเป็นปัญหาที่แท้จริง

โปรดทราบว่าอุปกรณ์ที่ร้อนเกินไปอาจเป็นสัญญาณของการโดนแฮ็ก: อาชญากรไซเบอร์อาจติดตั้งมัลแวร์ เช่น คีย์ล็อกเกอร์หรือซอฟต์แวร์ขุดคริปโตที่อาจทำงานโดยไม่มีใครสังเกตเห็นในเบื้องหลัง สิ่งเหล่านี้จะทำให้คอมพิวเตอร์ PC ของคุณร้อนขึ้นและอาจทำให้ฮาร์ดแวร์ของคุณเสียหายได้เช่นกัน อย่างน้อยก็สแกนไวรัสไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ

ผู้ใช้บางคนพยายามต่อต้านความร้อนที่เกิดจากการทำงานของระบบมาตรฐานโดยใช้กระบวนการที่เรียกว่าการโอเวอร์คล็อก ซึ่งช่วยลดการถ่ายเทความร้อนโดยการเปลี่ยนออสซิลเลเตอร์คริสตัลภายในส่วนประกอบ(การเปิดกระดอง CPU เพื่อปรับแต่งการระบายความร้อนก็เป็นหนึ่งในรูปแบบนี้) แต่สิ่งนี้จะลดประสิทธิภาพของระบบตามธรรมชาติด้วย ความจริงแล้วถ้าคุณต้องการให้ห้องของคุณเย็นสบายโดยไม่มีเครื่องปรับอากาศ คุณอาจต้องการปิดคอมพิวเตอร์ไปเลย


วิธีสังเกต PC ที่มีความร้อนสูงเกินไป

Touching the CPU

แม้ว่าความร้อนจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน แต่อุณหภูมิคอมพิวเตอร์ PC ของคุณก็ไม่ค่อยจะสูงพอที่จะรบกวนการใช้งานประจำวัน อย่างไรก็ตามหากคอมพิวเตอร์ PC ของคุณทำงานช้าหรือค้างเป็นประจำ นั่นเป็นตัวบ่งชี้หลักว่าคุณใช้ CPU เกินอุณหภูมิสูงสุดที่แนะนำ

พัดลมภายในอาจมีเสียงดังกว่าปกติ ซึ่งหมายความว่าพัดลมทำงานเร็วขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิของเมนบอร์ดและโปรเซสเซอร์ ซึ่งทำได้โดยการระบายอากาศที่ร้อนกว่าออกจากส่วนประกอบที่สำคัญผ่านทางฮีทซิงค์ (ส่วนประกอบที่เป็นสื่อนำความร้อนตามธรรมชาติโดยทั่วไปทำจากอะลูมิเนียม) และออกจากเคส

คอมพิวเตอร์ PC มีระบบป้องกันความผิดพลาดที่จะปิดส่วนที่มีความร้อนสูงเกินเพื่อป้องกันความเสียหายถาวร อย่างไรก็ตามระบบทั้งหมดจะปิดตัวลงในบางกรณีและปฏิเสธที่จะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดจนกว่าจะเย็นลงเพียงพอ แม้ว่าจะมีฮาร์ดแวร์ทำงานผิดปกติ ก็อาจช่วยให้คุณเข้าถึงไฟล์ได้ในเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะปิดตัวลงอีกครั้ง

หากคุณสามารถเข้าถึงภายในคอมพิวเตอร์ได้ ให้ถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ออกจากแหล่งจ่ายไฟหลัก จากนั้นค่อยๆ สัมผัสส่วนประกอบต่างๆ คาดว่าจะค่อนข้างอุ่น แต่ไม่ควรร้อนเกินไปที่จะสัมผัส

โปรดใช้ความระมัดระวังเมื่อทำเช่นนี้ ในกรณีที่คุณจะทำตามด้านบนเพราะมันอาจจะเป็นการทำให้คุณทำร้ายตัวเองหรือทำสิ่งใดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ของคุณเสียหายได้


PC ของคุณร้อนเกินไปหรือร้อนจัด

PC Overheating 001

อย่าตกใจหากคุณได้ยินเสียงพัดลมของคอมพิวเตอร์ PC ของคุณทำงาน นั่นเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่พัดลมจะทำงานจนมีเสียงดังมากขึ้นเพื่อช่วยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC ระบายความร้อนออกมาได้ดีขึ้น งานที่หนักหน่วงใดๆ ที่ดำเนินการโดย CPU, GPU, ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) และออปติคอลไดรฟ์(เครื่องเล่น DVD หรือ Blu-ray) ในระดับที่น้อยกว่า จะทำให้พีซีของคุณมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยทั่วไปแล้วคอมพิวเตอร์จะสร้างความร้อนโดยไม่มีผลเสียอะไรกับฮาร์ดแวร์โดยรวมของตัวเครื่องทั้งหมด

แต่ก็เป็นเรื่องที่แน่นอนว่าหากพัดลมของคอมพิวเตอร์ PC คุณทำงานด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอและมีเสียงดังตลอดเวลา นั่นเป็นสัญญาณของความร้อนสูงเกินไป อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ได้ยินเสียงพัดลมนั่นอาจเป็นปัญหาได้เช่นกัน พัดลมที่เสียอาจเป็นสาเหตุที่ระบบของคุณร้อนเกินไป แต่คุณจะบอกได้อย่างไรว่าเครื่องร้อนเกินไป ตัวบ่งชี้หลักของคุณคือประสิทธิภาพของพีซีของคุณ

บางทีมันอาจจะทำงานช้ากว่าปกติ แม้ในขณะที่พยายามทำงานพื้นฐานให้เสร็จ เช่น เปิดแท็บจำนวนมากในเบราว์เซอร์ของคุณ หรือเรียกใช้สองโปรแกรมพร้อมกัน พีซีของคุณอาจปิดตัวเองหรือรีสตาร์ทอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

และถ้าคอมพิวเตอร์ PC มันค้างจนไม่สามารถใช้งานได้หรือแสดงหน้าจอ Blue Screen Of Death แสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างแน่นอน!

114554635 simulation of cpu overheating view of the processor cooling system 3d render

ปัญหาด้านประสิทธิภาพไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิ CPU ที่เหมาะสมจะเกิน ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอาจส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ของคุณ ดังนั้นให้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีเพื่อลดความเสี่ยงนี้จากไวรัสหรือมัลแวร์ต่างๆ

บน Windows คุณสามารถตรวจสอบว่าแอปพลิเคชันใดใช้ CPU มากผ่าน Resource Monitor เพียงค้นหาแอปพลิเคชันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ PC ของคุณ แล้วคุณจะเห็นว่ามีโปรแกรมใดบ้างที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง (และอาจมีบางโปรแกรมที่เพิ่งถูกยกเลิกไป)

อย่ากังวลหากคุณพบว่ามีรายการการทำงานของแอปพลิเคชันมาก เพราะโดยปกติแล้วระบบปฎิบัติการ Windows จะมีการเรียกใช้งานหลายๆ คำสั่งสลับกันไปอยู่แล้ว

นอกจากพัดลมเสียแล้ว การไหลเวียนของอากาศที่ไม่ดีซึ่งเกิดจากส่วนประกอบที่วางตำแหน่งไม่ดีหรือช่องระบายอากาศถูกปิดกั้นอาจเป็นสาเหตุของความร้อนสูงเกินไป คอมพิวเตอร์ PC ของคุณอยู่ที่ไหน พื้นที่ปิดสามารถกักความร้อนไว้ได้ สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นสามารถอุดตันช่องระบายอากาศได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นควรทำความสะอาดพื้นที่ที่คุณวางคอมพิวเตอร์ PC เอาไว้บ่อยๆ


CPU ของคุณควรมีอุณหภูมิเท่าใด

PC fan xxx 001

คอมพิวเตอร์ PC ของคุณได้รับการออกแบบมาให้ทำงานที่ความจุสูงสุดที่อุณหภูมิห้อง นั่นคือ ห้องที่สะดวกสบายที่ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป พูดง่ายๆ แต่ทุกคนชอบอุณหภูมิที่แตกต่างกัน

อุณหภูมิคอมพิวเตอร์ปกติคืออะไร? ตามหลักวิทยาศาสตร์ อุณหภูมิห้องโดยรอบอยู่ระหว่าง 20 องศาเซลเซียส (68 องศาฟาเรนไฮต์) ถึง 26 องศาเซลเซียส (79 องศาฟาเรนไฮต์) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 23 องศาเซลเซียส (73 องศาฟาเรนไฮต์)

ห้องที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 27 องศาเซลเซียส (80 องศาฟาเรนไฮต์) อาจส่งผลเสียต่อเครื่องของคุณได้ แต่มีอะไรมากกว่านั้น แต่ในเมืองไทยเมืองที่ภูมิอากาศร้อนแรงนั้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เมื่อพูดถึงอุณหภูมิการทำงานของคอมพิวเตอร์ PC เมื่อไรที่เราจะบอกว่ามันร้อนเกินไป?

01 Cool down PC monitor temperature

CPU ของคุณจะทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่าห้อง ดังนั้นอย่าตกใจเมื่อเห็นในตอนแรก อุณหภูมิใดที่ร้อนเกินไปสำหรับ CPU ที่จะทำงานที่? คุณควรศึกษาเอกสารประกอบของคอมพิวเตอร์ PC ของคุณ เนื่องจากขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ฮาร์ดแวร์ของคุณคาดว่าจะทำงานได้ตามปกติ

CPU จะร้อนแค่ไหน? โดยทั่วไปแล้ว โปรเซสเซอร์ของคุณไม่ควรทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่า 75 องศาเซลเซียส (167 องศาฟาเรนไฮต์) แต่ก็มีบางห้องที่ขยับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้งานแอปพลิเคชันจำนวนมากในเวลาเดียวกัน โดยทั่วไปแล้ว การการที่ CPU มีความร้อนขึ้นไปอยู่ที่ 80 องศาเซลเซียส (176 องศาฟาเรนไฮต์) เป็นเรื่องปกติหากเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ

ทุกอย่างที่อุณหภูมิต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส (140 องศาฟาเรนไฮต์) นั้นสมบูรณ์แบบ อุณหภูมิที่สูงกว่านี้ไม่เป็นไร แต่เมื่อคุณเพิ่มขึ้นเกิน 70 องศาเซลเซียส (158 องศาฟาเรนไฮต์) คุณควรหาวิธีทำให้พีซีของคุณเย็นลง

อุณหภูมิที่สูงกว่า 81 องศาเซลเซียส (178 องศาฟาเรนไฮต์) จะร้อนเกินไปและอาจทำให้คอมพิวเตอร์เสียหายได้หากคุณเปิดเครื่องเป็นระยะเวลานาน นอกเหนือจากนี้คุณควรปิดเครื่องพีซีและปล่อยให้เครื่องเย็นลงอย่างสมบูรณ์ก่อน(เห็นได้ชัดว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในฤดูร้อนแล้วไม่ได้เปิดแอร์ในการใช้งานไปด้วย)

ความหนาวเย็นไม่อันตรายเท่ากับความร้อนที่มากเกินไปอย่างแน่นอน อย่ากังวลเกินไปหากอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส (68 องศาฟาเรนไฮต์)

เป็นความคิดที่ดีที่จะคอยสังเกต CPU ของคุณ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่านทาง Basic Input/Output System (BIOS) หรือ Unified Extensible Firmware Interface (UEFI) ระบบนี้จะสั่งให้ฮาร์ดแวร์โหลดระบบปฏิบัติการหลังจากที่คอมพิวเตอร์เปิดเครื่อง แล้วให้คุณทำการเข้าถึง BIOS ของคุณเพื่อดูฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ติดตั้งคู่อยู่กับคอมพิวเตอร์ PC ของคุณได้(รวมทั้งดูอุณหภูมิของอุปกรณ์บางอย่างได้อีกด้วย


อุณหภูมิ CPU ควรอยู่ที่เท่าไรขณะเล่นเกม

pc gamer playing with a mouse and keyboard

การเล่นเกมอาจทำให้ CPU ทำงานหนัก ดังนั้นคาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยกว่าตอนที่คุณเล่นแอปพลิเคชันปกติทั่วไป(ไม่นับรวมแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการเรนเดอร์หรือการตัดต่อวีดีโอนะ

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นอุณหภูมิของ CPU นั้นก็ไม่ควรสูงเกินไป อุณหภูมิขณะเล่นเกมควรอยู่ที่ประมาณ 65 องศาเซลเซียส (149 องศาฟาเรนไฮต์) ถึง 85 องศาเซลเซียส (185 องศาฟาเรนไฮต์) แม้ว่าอุณหภูมิดังกล่าวจะส่งผลต่ออุปกรณ์ของคุณหากใช้งานเป็นเวลานาน

การหยุดพักจากเกมที่สมควรได้รับอาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณและคอมพิวเตอร์ PC ของคุณ และเราขอแนะนำให้ทำการ Shutdown เครื่องสำหรับการหยุดพักการเล่นเกมนี้เพื่อให้เครื่องได้เย็นลงอย่างที่สุด


วิธีรักษาอุณหภูมิ CPU ที่ปลอดภัย

b971d735c2de6ffd0de11860b69961e0

การรักษาสภาพแวดล้อมของคอมพิวเตอร์ PC ของคุณให้เย็นเป็นสิ่งสำคัญ สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงเปิดหน้าต่างใกล้ๆ หรือวางพัดลมไว้ใกล้ๆ(แล้วทำการเปิดเคสออกมาเพื่อให้คอมพิวเตอร์ PC มีทางออกของความร้อนมากขึ้น) วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม(เช่น ย้ายคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปของคุณไปที่ห้องที่เย็นกว่าในฤดูร้อน เป็นต้น) และใช้กระป๋องลมอัดเพื่อปลดสิ่งกีดขวางช่องระบายอากาศ(หรือจะใช้โบวเวอร์เป๋าทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ PC ของคุณบ้างนานๆ ครั้งก็เป็นความคิดที่ดี)

โน๊ตบุ๊คระบายความร้อนได้ง่ายกว่าพีซี แต่ก็มีแนวโน้มที่จะสร้างอุณหภูมิที่มากเกินไปเนื่องจากฮีทซิงค์ขนาดเล็กและช่องระบายอากาศที่แคบกว่า

หากคุณกังวลว่า CPU ของคุณร้อนเกินไป คุณมีตัวเลือกต่างๆ รวมถึงการติดตั้งพัดลมระบายความร้อน CPU เป็นตัวใหม่ด้วยตัวของคุณเอง(แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการแกะคอมพิวเตอร์ PC เนื่องจากว่ามันมีความจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญอยู่)

หากพัลลมหรือฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่คุณเพิ่มเข้าไปเพื่อช่วยในการระบายความร้อนของ CPU ถูกติดตั้งไม่ถูกต้องแล้วล่ะก็ คอมพิวเตอร์ PC ของคุณก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้ส่วนประกอบฮาร์ดแวร์อื่นๆ เสียหายได้ หนักที่สุดก็อาจจะทำให้คอมพิวเตอร์ PC ของคุณพัง

ในบางครั้งเป็นไปได้ว่าคุณจะต้องใช้พัดลมใหม่สำหรับฮีทซิงค์บนเมนบอร์ด เพราะอาจจะเป็นตัวพัดลมที่ทำงานไม่เพียงพอเหมือนกับตอนที่ซื้อมาในครั้งแรก แต่ถ้าคุณไม่ทราบเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ภายในนี้ เราขอแนะนำว่าอย่าเปิดคอมพิวเตอร์ของคุณเพราะอาจทำให้ CPU เสียหายอย่างถาวร คุณควรเอาไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ช่วยดูดีกว่า

คุณสามารถเปลี่ยนพัดลมภายในได้ค่อนข้างง่าย แต่ในบางรุ่น การถอดปลอกออกอาจทำให้การรับประกันของคุณเป็นโมฆะ

พัดลมของโน๊ตบุ๊คและแท็บเล็ต Windows ไม่สามารถเปลี่ยนได้ง่ายๆ และหากคุณไม่มีประสบการณ์เพียงพอ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะทำให้ข้อมูลในเครื่อง(และฮาร์ดแวร์ของตัวเครื่อง) ของคุณต้องเป็นอันตราย นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้จะดีที่สุด


สรุป

อุณหภูมิในการทำงานปกติของ CPU ของคุณควรเป็นอย่างไร ตามหลักการแล้ว โปรเซสเซอร์ของคุณไม่ควรร้อนเกิน 75 องศาเซลเซียส (167 องศาฟาเรนไฮต์) หรือเย็นกว่า 20 องศาเซลเซียส (68 องศาฟาเรนไฮต์)

มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้พีซีของคุณเย็นอยู่เสมอ รวมถึง

  • ให้คอมพิวเตอร์ PC ของคุณมีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • ไล่ฝุ่นออกจากช่องระบายอากาศและพัดลม
  • ให้เวลาคอมพิวเตอร์ PC ของคุณเย็นลง(ปิดเครื่องบ้างอย่างเปิดค้างไว้ตลอดทั้งวันโดยเฉพาะในช่วงที่สภาพภูมิอากาศร้อนเช่นกลางเดือนเมษายน)
  • ศึกษาคู่มือของผู้ผลิต

ปัญหาเกี่ยวกับความร้อนสูงเกินไปนั้นแก้ไขได้ง่ายและพบได้น้อย เว้นแต่ว่าคุณจะทำให้ระบบของคุณต้องทำงานหนักเป็นประจำอันนั้นก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สำหรับผู้ใช้งานโน๊ตบุ๊คลองดู 5 ความผิดพลาดที่จะทำให้ Notebook ของคุณเสียอย่างแน่นอน เพื่อเป็นความรู้ในการป้องกันโน๊ตบุ๊คของคุณไม่ให้เสียก่อนเวลาอันควร

ที่มา : makeuseof

from:https://notebookspec.com/web/682386-pc-operating-temperatures-how-hot-is-too-hot

RAM vs Storage ความเหมือนที่แตกต่าง

RAM(หน่วยความจำ) กับ Storage(แหล่งเก็บข้อมูล) 2 อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ มีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราขอนำมาแจ้งแถลงไขให้ทุกท่านได้ทราบกัน

RAM vs Storage
RAM vs Storage

เชื่อว่าทุกท่านส่วนใหญ่น่าจะทราบความแตกต่างพื้นฐานระหว่างหน่วยความจำ(Random-access memory หรือ RAM) และแหล่งเก็บข้อมูล(Storage) กันอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็คือหน่วยความจำหรือ RAM นั้นจะใช้ในการเก็บข้อมูลและกระบวนการการทำงานของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่หรือจะต้องถูกเรียกใช้ในช่วงเวลาที่มีการกำหนดไว้อย่างทันทีทันใด รวมไปถึงหน่วยความจำจะไม่สามารถเก็บข้อมูลแบบถาวรได้(การเก็บข้อมูลจะทำได้ต่อเมื่อมีไฟฟ้าทำงานอยู่เท่านั้น)

ส่วนแหล่งเก็บข้อมูลหรือ Storage(ไม่ว่าจะเป็นแบบจานแม่เหล็กหรือที่เรียกว่า Harddisk(HDD) หรือให้ทันสมัยหน่อยก็จะเป็นแบบ Flash Storage หรือ SSD) จะใช้ในการเก็บข้อมูลโดยข้อมูลที่เก็บนั้นสามารถเก็บอยู่ได้อย่างถาวรไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า(เว้นแต่ว่าแหล่งเก็บข้อมูลของคุณจะเสียหายไปก่อน) เพื่อให้สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ ได้ในภายหลัง

Advertisementavw

ทว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นหน่วยความจำ(Random-access memory หรือ RAM) และแหล่งเก็บข้อมูล(Storage) มีความแตกต่างกันในเชิงลึกมากกว่าที่บางท่านเข้าใจกันอยู่มากนัก ในวันนี้ทาง NBS อยากขอแนะนำความแตกต่างดังกล่าวของ หน่วยความจำ(Random-access memory หรือ RAM) และแหล่งเก็บข้อมูล(Storage) ให้ทุกท่านได้ทราบกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลย



ประเภทหน่วยความจำ: ลบเลือนกับไม่ลบเลือน

volatile and non volatile memory type

เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นคุณควรต้องรู้เกี่ยวกับหน่วยความจำที่ลบเลือน(volatile) และไม่ลบเลือน(non-volatile) เสียก่อน หน่วยความจำทั้งสองประเภทสามารถเก็บข้อมูลได้เหมือนกัน แต่ทว่ากระบวนการในการเก็บข้อมูลนั้นต่างกัน หน่วยความจำแบบลบเลือนต้องการพลังงาน(ซึ่งในที่นี้ก็คือไฟฟ้าไฟฟ้า) อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งและรับข้อมูลทำให้ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ชั่วคราว(เฉพาะเวลาที่มีกระแสไฟฟ้าหรือตอนที่คุณทำการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์) และกระบวนการการเก็บข้อมูลทั้งหมดจะหายไปเมื่อคุณปิดคอมพิวเตอร์(เพราะไม่มีไฟฟ้า) นั่นเอง

ส่วนหน่วยความจำไม่ลบเลือนจะเก็บข้อมูลไว้เมื่อบันทึกลงในไดรฟ์แล้ว เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บไว้ในไดรฟ์อย่างปลอดภัยแล้ว การสูญเสียพลังงาน(ไฟฟ้า) จะไม่ส่งผลต่อสิ่งที่อยู่ในไดรฟ์ ข้อมูลจะถูกเก็บไว้อย่างถาวรและไม่มีโปรแกรมหรือไฟล์ใดๆ ของคุณได้รับผลกระทบจากการปิดคอมพิวเตอร์ของคุณ

ดังนั้นพื้นที่จัดเก็บชั่วคราวรูปแบบใดก็ตามจะลบเลือน ซึ่งรวมถึง RAM, แคช(cache ที่อยู่ในหน่วยประมวลผลหรือ CPU), หน่วยความจำรีจิสตรี(registry memory) ฯลฯ ในทำนองเดียวกันพื้นที่จัดเก็บถาวรรูปแบบใดก็ตามจะไม่ลบเลือน เช่น ฮาร์ดไดรฟ์(HDD และ SSD), USB Flash Drive, ออปติคัลไดรฟ์(เช่น DVD, CD) และไดรฟ์ภายนอก(external drives) เป็นตัวอย่างทั้งหมดของพื้นที่จัดเก็บที่หน่วยความจำที่ไม่ลบเลือน


ข้อมูล: การจัดเก็บข้อมูลชั่วคราวเทียบกับการจัดเก็บข้อมูลถาวร

permanent and temporary storage type

เนื่องจากหน่วยความจำลบเลือนจะเก็บข้อมูลชั่วคราวเท่านั้น RAM จึงเปรียบเสมือนหน่วยความจำระยะสั้นสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าในเมื่อคอมพิวเตอร์ของท่านจะต้องมีการใช้งานหน่วยความจำแบบไม่ลบเลือนอยู่แล้ว เหตุไฉนเลยจึงยังจำเป็นที่จะต้องใช้หน่วยความจำแบบลบเลือนที่จัดเก็บข้อมูลได้แบบชั่วคราวอยู่(หรือใก้เข้าใจง่ายๆ ว่าในการประกอบคอมพิวเตอร์นั้นเราต้องมี Storage ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่ไม่ลบเลือนอยู่แล้ว ทำไมเราจึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานหน่วยความจำแบบลบเลือนหรือ RAM ประกอบเป็นฮาร์ดแวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยอยู่)

คำตอบง่ายๆ ก็คือ RAM นั้นเร็วกว่าฮาร์ดไดรฟ์หรือโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) อย่างมาก เมื่อใดก็ตามที่คุณเปิดแอปพลิเคชัน, เข้าถึงไฟล์หลายไฟล์หรือแม้แต่เปิดเกม โปรแกรมจะสร้างกระบวนการชั่วคราวเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้องขึ้นมา กระบวนการเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ใน RAM เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อคุณปิดโปรแกรมดังกล่าว กระบวนการทั้งหมดจะถูกปิดด้วย(และลบออกไปจาก RAM) ดังนั้น RAM จึงใช้เพื่อเก็บข้อมูลชั่วคราวที่ต้องเข้าถึงอย่างรวดเร็ว

ถ้า RAM เร็วกว่า Storage งั้นก็ไม่จำเป็นต้องมี Storage ก็ได้สิ?

คำถามนี้อาจจะเกิดขึ้นในใจของผู้ที่ประกอบคอมพิวเตอร์เอง ทว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นการจัดเก็บข้อมูลอย่างถาวรก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน คุณต้องมีหน่วยความจำเฉพาะที่ใช้สำหรับจัดเก็บแอปพลิเคชัน, เกม, ไฟล์(Files) และโฟลเดอร์(Folder) ทั้งหมดของคุณเอาไว้สำหรับใช้งานในครั้งต่อๆ ไป เพราะสิ่งหนึ่งเลยที่คุณต้องไม่ลืมนั่นก็คือ RAM เป็นหน่วยความจำที่ลบเลือนได้ดังนั้นหากไม่มีไฟฟ้ามันก็ไม่สามารถที่จะทำงานในการเก็บข้อมูลได้

จากเหตุผลทางด้านบนก็เลยเป็นที่มาของหน่วยความจำแบบถาวรหรือที่เราเรียกให้เข้าใจกันแบบแยกอย่างชัดเจนก็คือแหล่งเก็บข้อมูล(Storage) ซึ่งมันจะถูกนำเอามาใช้ในการจัดเก็บโปรแกรมต่างๆ (ตั้งแต่ระบบปฎิบัติการไปจนถึงโปรแกรมและแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณลงไว้บนคอมพิวเตอร์เอาไว้ใช้งาน) 

จุดที่สำคัญมากๆ เลยนั้นก็คือโปรแกรมต่างๆ อาจใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมาก ซึ่งโมดูล RAM มีความจุต่ำกว่าแหล่งเก็บข้อมูล ดังนั้นโปรแกรมและไฟล์ทั้งหมดของคุณจึงถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำถาวรหรือแหล่งเก็บข้อมูลนั่นเอง


RAM และ Storage ส่งผลต่อความเร็วของคอมพิวเตอร์ของคุณอย่างไร

hard disk drive internal

RAM และ Storage มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองอย่างอาจส่งผลต่อความเร็วของคอมพิวเตอร์ของคุณ ตัวอย่างเช่นหากคุณมีกระบวนการในการทำงานจากโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันจำนวนมากที่กำลังทำงานอยู่ นั่นจะทำให้ระบบปฎิบัติการมีความจำเป็นที่จะต้องใช้หน่วยความจำระบบจำนวนมาก

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “RAM หมด” เช่นกัน สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งต้องการ RAM มากขึ้นเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้องกว่าที่ระบบของคุณมีอยู่ในปัจจุบัน

แน่นอน คุณสามารถเพิ่มและลดการใช้ RAM ได้ตลอดเวลา ทว่ามันก็ยังคงเป็นการแก้ไขระยะสั้นเท่านั้น หากคุณมี RAM 8GB ในคอมพิวเตอร์ของคุณและพบว่าคอมพิวเตอร์ปิดโปรแกรมอยู่เรื่อยๆ ก็ถึงเวลาอัปเกรดเป็น 16GB หรือสูงกว่า(หรือสังเกตุได้จากอาการที่โปรแกรมที่เปิดใช้งานนั้นทำงานได้ช้าลงเป็นอย่างมากเช่นการเปิด tab ใน Chrome หลายๆ  tab จะทำให้คุณเห็นได้ชัดเจนว่ามีการใช้งาน RAM เป็นจำนวนมาก)

เช่นเดียวกับหน่วยความจำแบบไม่ลบเลือนหรือแหล่งเก็บข้อมูล(Storage) เช่น HDD หากคุณมีโปรแกรม, เกม, รูปภาพและไฟล์จำนวนมากที่บันทึกไว้ในไดรฟ์ของคุณ ก็มีโอกาสที่พื้นที่เก็บข้อมูลของคุณจะหมดในที่สุด นอกจากนี้ยังหมายความว่าคุณอาจไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับหน่วยความจำเสมือน(virtual memory)  ที่คอมพิวเตอร์จำเป็นที่จะต้องใช้งานในบางครั้ง โดยหน่วยความจำเสมือนนั้นจะเป็นการนำพื้นที่ในหน่วยความจำแบบไม่ลบเลือนหรือ Storage มาจำลองเป็นหน่วยความจำแบบลบเลือนเพื่อจัดเก็บข้อมูลแบบเดียวกับที่ต้องเก็บในหน่วยความจำแบบลบเลือน(หรือ RAM) ในกรณีที่หน่วยความจำแบบลบเลือนถูกใช้งานจนเต็มนั่นเอง

เมื่อคุณใช้ RAM จนหมด คอมพิวเตอร์จะใช้ส่วนขยายชั่วคราวบนฮาร์ดไดรฟ์ของคุณเพื่อเรียกใช้กระบวนการสำหรับบางโปรแกรม สิ่งนี้เรียกว่าไฟล์เพจ หากคอมพิวเตอร์ของคุณจัดสรรพื้นที่ไม่เพียงพอให้กับไฟล์เพจจิ้งนี้ ประสิทธิภาพการทำงานจะลดลงอย่างมาก

ดังนั้น ในแง่หนึ่งแล้วการเติมข้อมูลในแหล่งเก็บข้อมูลแบบไม่ลบเลือน(หรือ Storage) ของคุณจนเต็มจะทำให้ระบบของคุณทำงานช้าลงในที่สุด

ฉะนั้นคุณจะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานทั้ง RAM และ Storage ควบคู่กันไป


การอัปเกรด RAM กับ Storage

ram stick in computer

โดยทั่วไป คุณสามารถอัปเกรด RAM หรือ Storage ในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป(และโน๊ตบุ๊ค) ส่วนใหญ่ได้ น่าเสียดายที่นั่นไม่ใช่ความจริงสำหรับโน๊ตบุ๊คทุกเครื่อง เพราะโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีหน่วยความจำแบบฝังไปกับเมนบอร์ดและบางรุ่นก็ไม่อนุญาตให้คุณเข้าถึงฮาร์ดไดรฟ์หรือ SSD

โชคดีที่คุณสามารถอัปเกรด RAM ในเดสก์ท็อป Windows ของคุณได้โดยเพียงแค่เปลี่ยนชุดอุปกรณ์เก่าของคุณเป็นชุดใหม่ คุณสามารถเพิ่ม RAM โมดูลอื่นได้ตัวอย่างเช่น หากคุณมีโมดูลเดียวขนาด 8GB คุณสามารถเพิ่มโมดูลขนาด 8GB ที่มีข้อมูลจำเพาะเดียวกัน(หรือเอาง่ายๆ ก็คือเป็นยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกัน) อีกอันเพื่อให้มี RAM ทั้งหมด 16GB ในระบบของคุณ

ในส่วนใหญ่แล้วคุณยังสามารถเพิ่มแหล่งเก็บข้อมูลใหม่ได้ หากคุณต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม ขณะที่คุณใช้งาน โดยการเลือกประเภทแหล่งเก็บข้อมูลที่จะเพิ่มเข้ามานั้นก็ควรจะต้องทำการศึกษาก่อนเพราะในปัจจุบันแหล่งเก็บข้อมูลนั้นมีวางจำหน่ายด้วยกันทั่วไป 2 แบบคือแบบจานหม่เหล็ก(หรือ HDD) ซึ่งมีราคาถูก, ความจุมากแต่ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลช้ากับแบบ Solid State Drives (หรือ SSD) ซึ่งมีราคาแพง,ความจุน้อยแต่ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูง

แม้ว่าการอัปเกรดแหล่งเก็บข้อมูล(Storage) มักจะเป็นเรื่องง่าย แต่ RAM ไม่เป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุผลด้านความเข้ากันได้ คุณต้องทราบรุ่นที่ถูกต้อง, ความเร็ว, ฟอร์มแฟกเตอร์, แบนด์วิธ, และอื่นๆ ซึ่งต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จำทำการซื้อมาอัปเกรดเอง

สรุปได้ว่า เมื่ออัปเกรด RAM หรือ Storage ของคุณ คุณจะต้องตระหนักถึงข้อจำกัดของระบบ เนื่องจากคอมพิวเตอร์บางเครื่องอาจไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ตัวอย่างเช่นคุณไม่สามารถอัปเกรด RAM หรือ Storage บนผลิตภัณฑ์ของ Apple ในบางประเภทได้เอง

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถอัปเกรด Storage ของโน๊ตบุ๊คบางรุ่นได้ ทว่าคุณสามารถที่จะหาซื้อ External Hard disk มาใช้งานเพื่อจัดเก็บข้อมูลของคุณแทนได้ในปัจจุบันซึ่งสะดวกมากสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ในด้านฮาร์ดแวร์โดยตรง


เลือกสิ่งที่ถูกต้องเมื่ออัพเกรดหน่วยความจำของคุณ

ทาง NBS หวังว่าคู่มือฉบับนี้จะช่วยขจัดความสับสนของคุณเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง RAM และ Storage ได้ ทั้งนี้การตระหนักถึงความแตกต่างเหล่านี้จะมีประโยชน์เมื่อคุณต้องการอัปเกรดหน่วยความจำระบบ(RAM)หรือแหล่งเก็บข้อมูล(Storage) หรือแม้แต่เมื่อคุณต้องการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ทั้งหมด

นอกเหนือจากการอัปเกรดส่วนประกอบทั้งสองนี้แล้ว ยังมีอะไรอีกมากที่คุณสามารถทำได้เพื่อทำให้พีซีของคุณเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่นคุณสามารถอัปเกรดเป็นโปรเซสเซอร์ใหม่, เปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณระบายความร้อนอย่างเหมาะสมซึ่งทาง NBS จะเอามานำเสนอให้ทุกท่านได้ทราบกันต่อไป

ที่มา : makeuseof

from:https://notebookspec.com/web/681421-ram-vs-storage-what-the-difference

AMD บอก RX 7900 XTX ร้อน 110 °C เป็นเรื่องปกติิ

RX 7900 XTX กราฟิกการ์ดตัวท๊อปของ AMD มีผู้ใช้เจอปัญหาเวลาใช้งานแบบเต็มเหนี่ยวแล้วอุณหภูมิสูงถึง 110 °C แต่ทาง AMD บอกมันเป็นเรื่องปกติ

RX 7900 XTX
AMD RX 7900 XTX

หลังจากที่เปิดตัวและวางจำหน่ายมาได้สักพัก AMD RX 7900 XTX กราฟิกการ์ดท๊อปของซีรีย์ใหม่จากทาง AMD นึกว่าจะไม่มีปัญหา ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็มีปัญหาจนได้ โดยถึงแม้ว่าในส่วนของประสิทธิภาพนั้นจะมีรีวิวออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันแล้วว่า AMD RX 7900 XTX นั้นแรงกว่าตัวท๊อปของซีรีย์เดิมอย่าง AMD RX 6950 XT เป็นอย่างมาก(แรงกว่ากันถึง 70%) ทว่าเรื่องความร้อนนั้นก็แรงกว่ามากเหมือนกันเพราะมีผู้ใช้ออกมารายงานว่ามันร้อนมากถึง 110 °C ขณะทำงานที่ Full load เลยทีเดียว

csm FkbfwIHXwAE7u6H aea034d1b7
rx 7900 xtx junc temp amd

งานนี้ไม่เพียงแค่การ์ดที่เป็นการ์ดหลักจากทาง AMD เท่านั้นเพราะปัญหาดังกล่าวพบเจอได้ในกราฟิกการ์ดแบรนด์ที่ 3 ที่เป็นผู้ผลิตภายนอกด้วยเหมือนกัน โดยตอนแรกนั้นก็มีการคาดเดาไปต่างๆ นานาๆ ว่าอาการดังกล่าวนี้น่าจะเกิดจากการที่ Driver มีปัญหา ไปจนกระทั่งอาจจะมีปัญหาที่ระดับฮาร์ดแวร์กันเลยทีเดียว(เนื่องจากว่าพออุณหภูมิไปถึงที่ระดับ 110°C แล้วนั้นพบว่าตัวการ์ดดร๊อปการประมวลผลเพื่อที่จะลดอุณหภูมิให้ลดลง)

Advertisementavw

เมื่อเริ่มมีผู้ใช้ AMD RX 7900 XTX มากขึ้นในฝั่งตะวันตกก็มีคนเจอปัญหาแบบเดียวกันเยอะมากขึ้น งานนี้ในตอนแรกทาง AMD ก็ยังไม่ได้ออกมาบอกอะไรจนผู้ใช้ธรรมดาที่สิงอยู่ในบอร์ด Reddit(อย่างผู้ใช้ชื่อ nero1338) ทนไม่ไหวก็เลยรวมตัวผู้ใช้ที่มีปัญหาแล้วส่งเมลไปสอบถามทาง ทว่าการตอบกลับจากทาง AMD นั้นทำให้ช๊อคมากกว่าเพราะทาง AMD ตอบเมลกลับมาว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเป)็นเรื่องปกติซะงั้น

ขอบคุณสำหรับ email ที่มีมาถึงเรา อุณหภูมิที่ท่านเจอดังกล่าวนั้นคือเรื่องปกติ หากท่านเจอปัญหาในการการใช้งานกรุณติดต่อเรากลับอีกครั้ง

งานนี้ไม่เพียงแค่ฝรั่ง “งง” เท่านั้นเพราะคนไทยอย่างเราๆ ท่านๆ ก็ถึงกับงงด้วยเช่นเดียวกันเพราะขนาดในฤดูหนาวของฝั่งตะวันตกอุณหภูมิยังสูงมากขนาดนี้ นี่ถ้าเอามาใช้งานในเมืองร้อนอย่างฝั่งบ้านเรานี่สงสัยว่าจะมีคนแซว AMD โดยเอาตัวชิปมาทำคลิปทอดไข่เป็นคอนเท้นต์กันสนุกกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบว่ากราฟิกชิปจากทาง AMD มีอุณหภูมิสูงมากถึง 110°C เพราะในสมัย Radeon RX 5700 XT ก็มีข้อมูลเผยออกมาว่าเคยทำความร้อนได้สูงถึง 110°C มาก่อนหน้านี้แล้ว

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/web/681168-boiling-hot-rx-7900-xtx-denied-rma-as-amd-calls-110-c-junction-temperature-normal

Teamgroup 4TB SSD วางจำหน่ายแล้ว ถึงจะไม่แรงมากแต่ราคาน่าสนใจแบบสุดๆ

Teamgroup 4TB SSD แบบ NVMe วางจำหน่ายแล้ว(ในบางประเทศ) งานนี้ต้องบอกเลยว่าสวรรคของนักเล่นเกมที่ต้องการความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลมาถึงแล้ว ราคาน่าสนใจแบบสุดๆ

Teamgroup 4TB SSD
Teamgroup 4TB SSD

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าวันเวลาที่หลายๆ ท่านรอคอยนั้นมาถึงแล้วจริงๆ กับการเปิดตัวและวางจำหน่าย SSD NVMe ความจุมากกว่า 1TB ที่ราคาไม่เวอร์จนเกินไปอย่าง Teamgroup 4TB SSD แบบ NVMe ใช่ครับผมเขียนไม่ผิดเจ้า SSD NVMe รุ่นนี้ของทาง Teamgroup มาพร้อมกับความจุมากถึง 4TB จริงๆ แถมราคานั้นบอกได้เลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะมันไม่ได้แพงอย่างที่คิด

สำหรับนักเล่นเกมพีซีนั้น เชื่อเหลือเกินว่าน่าจะมีเราๆ ท่านๆ หลายคนจะยินดีกับของขวัญที่ยอดเยี่ยมในช่วงวันหยุดนี้กับ Teamgroup 4TB SSD แบบ NVMe ที่ใช้อินเทอร์เฟส PCIe 4 มาพร้อมความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลดังนี้

Advertisementavw
  • ความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบลำดับอยู่ที่ 3,500 MB/s
  • ความเร็วในการเขียนข้อมูลแบบลำดับอยู่ที่ 2,900 MB/s

แม้ว่าสเปคของเจ้า Teamgroup 4TB SSD นั้นจะไม่ได้แรงมากมายเท่าไรนัก ทว่าด้วยความจุที่มากถึง 4TB นั้นน่าจะทำให้นักเล่นเกมบน PC หลายๆ คนพอใจได้เป็นอย่างดีเพราะนั่นหมายถึงว่าคุณสามารถที่จะเก็บเกมระดับ AAA ได้มากกว่า 40 เกมเลยทีเดียว(เฉลี่ยความจุที่ต้องใช้ในการจัดเก็บของเกมแต่ละเกมที่ 100GB) 

แถมอีกจุดเด่นที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือราคาของเจ้า Teamgroup 4TB SSD นั้นถือว่าคุ้มค่าเอามากๆ เพราะอยู่ที่ราวๆ $300 หรือประมาณ 10,xxx บาทเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน หากคุณตัดสินใจซื้อในช่วงปลายปีนี้คุณสามารถที่จะใช้คูปองลดราคาได้อีก $50 (ราวๆ 1,730 บาท) ได้อีกต่างหาก ท่านใดสนใจสามารถไปเสียเงินกันได้ผ่านทาง AMAZON Teamgroup 4TB SSD เลย

ที่มา : pcgamer

from:https://notebookspec.com/web/681131-teamgroup-4tb-ssd-are-among-the-cheapest-we-have-seen

5 สุดยอด Hardware ยอดเยี่ยมและยอดแย่ จาก PC Gamer ประจำปี 2022

ใกล้จะหมดปี 2022 อย่างเป็นทางการแล้วงานนี้ทาง PC Gamer ก็ได้จัด 5 สุดยอด Hardware ทั้งยอดเยี่ยมและยอดแย่ที่ทาง PC Gamer ได้รีวิวมา จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลย

ฮาร์ดแวร์
5 ฮาร์ดแวร์ยอดเยี่ยมและยอดแย่ประจำปี 2022 จาก PC Gamer

PC Gamer นั้นอยู่กับวงการคอมพิวเตอร์มาช้านาน โดยในทุกๆ ปีนั้น PC Gamer จะมีการจัดรีวิว Hardware จากผู้ผลิตอุปกรณ์หลายๆ เจ้าโดยที่ทาง PC Gamer เองนั้นมีมาตรฐานสูง ด้วยความที่รู้จักอุปกรณ์และทำการใช้งานอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์นั้นๆ อย่างเต็มรูปแบบ และจะให้คะแนนรีวิวสูงสุดแก่ชุดอุปกรณ์ที่ตรงหรือเกินมาตรฐานเท่านั้น

สำหรับในปี 2022 นี้ทาง PC Gamer ได้รับผลิตภัณฑ์เกมพีซีกว่า 200+ รายการที่เราได้ทำการตรวจสอบโดยมีเพียง 18 รายการเท่านั้นที่ได้คะแนนมากกว่า 90% (มี Hardware บางรายการที่ได้คะแนนซ้ำกัน) มาดูกันดีกว่าว่า Hardware ทั้ง 18 รายการที่ถือว่าอยู่ใน 5 อันดับที่เยี่ยมที่สุดประจำปี 2022 นั้นมีอะไรกันบ้าง และแถมกันไปอีกกับ 5 รายการสำหรับ Hardware 5 รายการที่ได้คะแนนต่ำที่สุด จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกัน

Advertisementavw


5 อันดับ Hardware ยอดเยี่ยม

กลุ่มอันดับที่ 5
vn6cJp9acZXFBr5QQEnU7U 970 80
Gigabyte X670 Aorus Elite AX ได้คะแนน 90%
Gigabyte X670 Aorus Elite AX For Against
หากราคาที่สูงของเมนบอร์ดรุ่น X670E ทำให้คุณผิดหวัง(เพราะแพงเกินไป) ทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะเป็นตัวแทนก็คือบอร์ดรุ่น X670 เพราะราคาไม่แพงแถมสิ่งที่ได้กลับมานั้นก็สุดแสนจะคุ้มค่า – ผู้ที่ต้องการความคุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป
– VRM สุดแข็งแกร่ง
– การเชื่อมต่อบนบอร์ดให้มาแบบจัดเต็ม
– ชิปเสียงประสิทธิภาพไม่ดีเท่าไร
– ราคาของบอร์ดอยู่ใกล้กับบอร์ดรุ่นท๊อปของชิป B650/E ที่จัดเต็มกว่าในบางส่วน
gHHLULcZnmW5rYFopytwqg 970 80
SK HYNIX PLATINUM P41 2TB ได้คะแนน 90%
SK HYNIX PLATINUM P41 2TB For Against
ก่อนการเปิดตัว PCIe Gen 5 SSD เจนเนอเรชั่นใหม่ SK Hynix ได้เปิดตัวสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นหนึ่งในไดร์ฟ SDD Gen 4 ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้จะมีตัวเลือกที่มาพร้อมกับราคาที่ถูกกว่าและช้ากว่าเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าคุณต้องการสิ่งที่ดีที่สุด SK HYNIX PLATINUM P41 2TB คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ SSD NVME Gen 4 ที่คุณจะหาได้ในตอนนี้ – ประสิทธิภาพดีไปหมดในทุกๆ ด้าน
– หาจุดแย่ใหญ่ๆ ไม่ได้เลย
– ราคาน่าสนใจเป็นที่สุด
– มีความร้อนในการใช้งานเล็กน้อย
– ประสิทธิภาพในการเขียนข้อมูลขนาด 4K ยังไม่ดีเท่าไรนัก
– มีตัวเลือกที่ราคาถูกกว่า(แต่ประสิทธิภาพต่ำกว่าเล็กน้อย)
g6ndMKbvAx7oPvet56QBAk 970 80
AFTERSHOCK ULTRACORE ได้คะแนน 90%
AFTERSHOCK ULTRACORE For Against
Aftershock Ultracore คือเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่นอกจากจะเปิดให้ผู้ซื้อได้ปรับแต่งสเปคได้ตามใจต้องการ(จากฮาร์ดแวร์หลัก) ที่ดีที่สุดในปี 2022 อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะคุณสามารถเลือกฮาร์ดแวร์ภายในได้เอง นอกไปจากนั้นแล้วมันยังมาพร้อมกับความสวยงามแบบสุดๆ ด้วย – สวยงามไร้ที่ติด
– ปรับแต่งเองได้เยอะมาก
– สามารถอัพเกรดฮาร์ดแวร์ภายในได้เอง
– แพงมากหากเทียบกับคอมพิวเตอร์แบบ DIY
– ขาดตัวเลือกกราฟิกการ์ดของทางฝั่ง AMD
– ชิป 5800X3D นั้นแรงอยู่แล้วแต่ก็ไม่เหมาะกับคนที่ชอบเล่นเกมแบบเปิดทุกอย่างแบบจัดเต็ม
UME8ycKwYsBhH2ConjBRXA 970 80
RAZER ENKI PRO ได้คะแนน 90%
RAZER ENKI PRO For Against
Razer Enki Pro มีความน่าดึงดูดระดับพรีเมียมพร้อมราคาที่เหมาะสม มันให้ความรู้สึกสะดวกสบายอย่างยิ่ง สร้างมาอย่างดี และใช้งานได้กับคนที่มีส่วนสูงเยอะหรือน้ำหนักมากอีกได้ต่างหาก ถือว่า Razer Enki Pro เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นเกมกับคนในทุกเพศทุกวัย – ให้ความรู้สึกสบายสุดๆ เวลานั่ง
– พนักผิงศรีษะมาพร้อมกับ Magnetic memory foam ที่จะจดจำรูปแบบศรีษะของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี
– โครงสร้างเป็นโลหะที่มีคุณภาพ
– แพงมาก
– นอกจากที่พิงศรีษะแล้วก็ไม่มีคุณสมบัติอะไรมากไปกว่าเก้าอี้นั่งสำหรับการเล่นเกมแบบอื่นๆ
qsbHRtDomKhHPj9EThxwW8 970 80
HYPERX CLOUD ALPHA WIRELESS ได้คะแนน 90%
HYPERX CLOUD ALPHA WIRELESS For Against
HyperX Cloud Alpha Wireless เป็นชุดหูฟังไร้สายที่ดีที่สุดในปี 2022 แบบไม่มีอะไรมาฉุดได้ มันมาพร้อมเสียงที่แจ๋มแบบสุดๆ นอกไปจากนั้นแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานก็ยาวนาน ใส่เล่นเกมนานๆ ก็ยังสะดวกสบายสำหรับ – อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานจนน่าแปลกใจว่าทำไปได้ยังไง
– ยอดเยี่ยมสำหรับการฟังเพลง
– เสียงที่แม่นยำและทรงพลังเหมาะกับการเล่นเกม
– ใช้งานได้อย่างยาวนานสบายหูเป็นอย่างมาก
– ไมโครโฟนเป็นส่วนที่แย่ที่สุดเพราะมันไม่ได้เรื่องเลย
– ถ้าคุณมองหาหูฟังที่มาพร้อมกับการให้เสียงดังมากๆ แล้วล่ะก็มองหาตัวเลือกอื่นได้เลย
กลุ่มอันดับที่ 4
MMPaSY5FXuWWMGVw5UsNZk 970 80
ROCCAT KONE XP ได้คะแนน 91%
ROCCAT KONE XP For Against
Kone XP มีทุกสิ่งที่เกมเมอร์ผู้ชาญฉลาดต้องการ การยศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม ปุ่มที่เข้าถึงได้มากมายและแสง RGB ที่สวยงาม – ให้ความรู้สึกยอดเยี่ยมเวลาใช้งาน
– ไฟ RGB สวยมาก
– ปุ่มต่างๆ สามารถเข้าถึงได้ง่าย
– ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมทั้งใช้งานเพื่อการเล่นเกมหรือจะใช้งานเพื่อทำงานทั่วไป
– เป็นแบบมีสาน
– ไฟ RGB ปรับแต่งอะไรไม่ได้มาก
oQaqiCa4RjBFmjydjqgRuC 970 80
WOOTING 60HE ได้คะแนน 91%
WOOTING 60HE For Against
Wooting 60HE เป็นคีย์บอร์ดเกมที่ยอดเยี่ยมพร้อมประโยชน์อย่างแท้จริงสำหรับนักเล่นเกมพีซีทุกประเภท แถมด้วย Wootility ที่เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันต่อพ่วงที่ดีที่สุดเช่นกัน – คุณสมบัติอะนาล็อกชั้นสูง
– ใช้เล่นเกมได้มีประโยชน์แบบสุดๆ
– แอปพลิเคชันแถมใช้งานได้อย่างครอบคลุมแม้กระทั่งใช้งานกับเบราว์เซอร์
– เอฟเฟค RGB สุดอลัง
– คุณภาพยอดเยี่ยม
– ปรับแต่งได้เยอะมาก
– สวิตซ์สำรองมีแถมมาให้ในชุดจำหน่าย
– ไม่มีขาปรับความสูงส่วนบนของคีย์บอร์ด
– ขนาดเล็กกว่าปกติถึง 60% ทำให้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่มีนิ้วมือขนาดใหญ่
– ปัจจุบันมีเฉพาะแป้นภาษาอังกฤษแบบ US เท่านั้น
– ปุ่ม F1 ใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควร
n7hFmaftG9xEW8aesucW2h 970 80
NZXT H1 V2 MINI-ITX PC CASE ได้คะแนน 91%
NZXT H1 V2 MINI-ITX PC CASE For Against
ราคาอาจจะสูงไปนิดสำหรับเคสแบบ DIY ทว่ามันก็มาพร้อมกับ PSU ขนาด 750W คุณภาพสูงในตัว นอกไปจากนั้นแล้วตำแหน่งการจัดวางระบบระบายความร้อนของตัวเคสก็ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ถือว่านี่คือสุดยอดตัวเลือกเคสแบบ mini-ITX ประจำปี 2022 เลยก็ว่าได้ – เป็นผลงานการสร้างที่ยอดเยี่ยม
– ระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม
– ความสามารถในการจัดวางตำแหน่งสายต่างๆ ก็สุดยอด
– ไม่รองรับโมดูลแรมที่มีความสูงมากกว่าปกติ
กลุ่มอันดับ 3
fin26ZhA5ERyyd78XmvwmN 970 80
NZXT STREAMING PLUS BLD KIT ได้คะแนน 92%
NZXT STREAMING PLUS BLD KIT For Against
ชุด NZXT Streaming Plus BLD ไม่ใช่พีซีที่สร้างไว้ล่วงหน้าเสียทีเดียว เนื่องจากคุณต้องประกอบเข้าด้วยกันจริงๆ ก่อน แม้กระนั้นมันก็ยังคงเหนือกว่าคู่แข่งเมื่อพูดถึงการเลือกส่วนประกอบฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่คุณต้องการเพิ่มเติม ซึ่งนั่นจะช่วยให้คุณได้ทำความเข้าใจและสนใจพีซีของคุณมากขึ้นเพราะคุณต้องศึกษาฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่จะประกอบเพิ่มเติม – ส่วนประกอบต่างๆ คุ้มค่ากับราคาที่ต้องเสียไป
– เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชื่นชอบการตกแต่งตัวเครื่องเอง
– คู่มือการประกอบทำออกมาได้ละเอียดแบบสุดๆ
– ข้อมูลการประกอบบางส่วนในคู่มือยังถือว่าเป็นข้อมูลพื้นๆ
– ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการทำความเข้าใจเพื่อการประกอบเครื่อง(โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่หัดประกอบ)
qkoaEhhDsrYvg8zyTjMuoB 970 80
SEASONIC TX-1000 ได้คะแนน 92%
SEASONIC TX-1000 For Against
Seasonic รักษาจุดสูงสุดในการเป็นผู้ผลิตเกมพาวเวอร์ซัพพลายด้วยแพลตฟอร์ม PSU ที่ยอดเยี่ยม และด้วยการรับประกัน 12 ปีอันยอดเยี่ยม คุณจึงมั่นใจได้ว่า PSU นี้สร้างมาให้ใช้งานได้ยาวนาน – ประสิทธิภาพสูงมาก
– ทำงานได้เงียบสนิทแบบสุดๆ
– ส่วนประกอบมาพร้อมกับคุณภาพสูง
– งานประกอบยอดเยี่ยม
– เป็น PSU แบบ Full modular ที่แท้จริง
– ประกันยาวนานถึง 12 ปี
– ราคาสูงทั้งตัว PSU เองและตัวโมดูลสายไฟ
hUgmDXwoAGfQ5EMXpcHK4R 970 80
THRONMAX MDRILL ONE PRO MIC ได้คะแนน 92%
THRONMAX MDRILL ONE PRO MIC For Against
Thronmax MDrill One Pro หลุดจากแบรนด์ที่ต้องเป็นที่รู้จักและมีราคาแพงกว่าด้วยการนำเสนอเสียงที่ยอดเยี่ยม ดูดีมีสไตล์ และการควบคุมออนบอร์ดโดยไม่จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์เพิ่มเติม นี่คือไมโครโฟนที่ยอดเยี่ยม เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเคสเกม – ให้เสียงที่ยอกเยี่ยมแบบที่ไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไรเลย
– ดีไซน์การออกแบบสวยงามเป็นอย่างมากฉีกทุกไมโครโฟน
– โครงสร้างงานประกอบเยี่ยมแบบสุดๆ
– มีการแสดงผล LED สำหรับระบดับเสียงของไมค์ในตัว
– ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ใดๆ เพิ่มเติมในการใช้งาน
– ไม่มีการควบคุมเสียงข้างเคียง
– หากต้องการเสียงที่ดีที่สุดต้องใช้ Boom arm เข้าช่วย
กลุ่มอันดับที่ 2
EtpBorKdGh8RYJUGbTxzSe 970 80
MOUNTAIN EVEREST 60 GAMING KEYBOARD ได้คะแนน 93%
MOUNTAIN EVEREST 60 GAMING KEYBOARD For Against
Mountain ได้นำความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนรู้จากคีย์บอร์ดตัวแรกมาสร้างคีย์บอร์ดสำหรับการเล่นเกมขนาด 60% ที่ให้ความรู้สึกดีที่สุดและใช้งานได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันมีความมั่นคง สามารถเชื่อถือได้ ตอบสนองและมอบประสบการณ์การพิมพ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังดูดีและสามารถขยายเพิ่มเติมได้อย่างน่าประหลาดใจด้วยอุปกรณ์เสริมแป้นตัวเลข, สวิตช์ทางเลือกและปุ่มกด PBT – ความรู้สึกในการพิมพ์ที่ยอดเยี่ยม
– แข็งแกร่งอย่างมั่นใจ
– ตอบสนองต่อการพิมพ์เป็นอย่างดี
– แป้นตัวเลขโมดูลาร์ที่เป็นอุปกรณ์เสริมนั้นยอดเยี่ยม
– ซอฟต์แวร์ Base Camp ยังคงเป็นจุดอ่อนเล็กน้อย
– แพ็คเกจโดยรวมมีราคาแพง
nSwqaz7RM4DuJivVB4fhSn 970 80
BEYERDYNAMIC MMX 100 ได้คะแนน 93%
BEYERDYNAMIC MMX 100 For Against
Beyerdynamic MMX 100 นั้นใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบพอๆ กับชุดหูฟังเล่นเกมแบบมีสาย ต้องขอบคุณเสียงที่น่าประทับใจ, ความสบายและคุณภาพการสร้าง – ประสิทธิภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม
– สะดวกสบายสำหรับการใช้งานตลอดทั้งวัน
– การออกแบบที่สวยงามและโครงสร้างที่มีคุณภาพ
– ไมโครโฟนที่ดีมาก
– ปุ่มปรับระดับเสียงที่ยุ่งยิ่ง
nbXr5MNoK7VQ4zKHntkhNd 970 80
KAISER 3 XL GAMING CHAIR ได้คะแนน 95%
KAISER 3 XL GAMING CHAIR For Against
Kaiser 3 ได้รับการตั้งชื่อเป็นอย่างดี เป็นเก้าอี้ชั้นเยี่ยมที่หุ้มบั้นท้ายและลำตัวของคุณด้วยหนัง PVC หรูหรา มาพร้อมกับหมอนรองคอแม่เหล็กปรับระดับได้และที่รองบั้นเอว – รองรับการปรับระดับที่บริเวณเอว
– ที่เท้าแขน 4D
– ขนาดที่นั่งเหมาะสม
– ตำแหน่งของปุ่มปรับระดับบั้นเอวอยู่ในจุดที่เข้าถึงยากไปนิด
กลุ่มอันดับที่ 1
9tznpqZth2N3rAYX9J8KfX 970 80
Alienware 34 QD-OLED (AW3423DW) ได้คะแนน 95%
Alienware 34 QD-OLED (AW3423DW) For Against
เป็นเวลานานอย่างไม่น่าเชื่อที่จอแบบ OLED ที่มี Refresh rate สูงจะมาถึง แต่ในที่สุดความสุดยอดของ OLED ก็มาถึงพีซีแล้ว เทคโนโลยี LCD ยังคงมีข้อได้เปรียบในด้านความหน่วง(Latency) แต่หน้าจอ OLED ที่ปรับปรุงด้วยควอนตัมดอท(quantum-dot) นี้ยอดเยี่ยมมากเมื่อพูดถึง contrast, ประสิทธิภาพ HDR และการตอบสนอง(Response Time) ก็ยอกเยี่ยมแบบสุดๆ เมื่อรวมทั้งหมดแล้วนั้น Alienware 34 QD-OLED อาจเป็นจอภาพสำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา – คอนทราสต์และสีที่ยอดเยี่ยม
– การตอบสนองของพิกเซลที่น่าทึ่ง
– ความสามารถ HDR ที่น่าประทับใจแบบสุดๆ
– ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ได้ไม่มากเท่าไรนัก
– เวลาในการตอบสนองไม่ใช่จุดแข็ง
– ไม่ได้มาพร้อมกับพอร์ต HDMI 2.1
VMburRYRqiF53jHfYp9S7b 970 80
Intel Core i5 12400 ได้คะแนน 95%
Intel Core i5 12400 For Against
ถ้าไม่ติดอันดับนี่ถือว่าน่าแปลกใจเป็นอย่างมากกับ Core i5 12400 หน่วยประมวลผล Gen 12 ที่ทรงพลังและคุ้มค่ากับราคามากที่สุดของทาง Intel ประจำปี 2022 ถ้าคุณเป็นผู้ใช้ที่ไม่ได้นิยมการ OC หน่วยประมวลผลเท่าไรแล้วล่ะก็ Core i5 12400 นี่แหละคือหน่วยประมวลผลที่ตอบโจทย์คุณทั้งหมดในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการทำงาน, ดูหนังเล่นเกม, ฟังเพลงและอื่นๆ มันคือหน่วยประมวลผลราคาประหยัดที่ต้องจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงว่าคุ้มค่ากับราคาเป็นอย่างมาก – ประสิทธิภาพมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม
– ใช้พลังงานต่ำ
– มาพร้อมกับความเย็นที่น่าประทับใจ
– สามารถเอาไปทำการ OC กับบางบอร์ดที่รองรับได้อีกด้วย
– การ OC ผ่านทาง BCLK ต้องทำการแก้ไขก่อน
– ต้องซื้อบอร์ดใหม่ในการใช้งาน
thvWm7vNvQfsyhxS7hBWK9 970 80
Intel Core i5 13600K ได้คะแนน 96%
Intel Core i5 13600K For Against
Intel Core i5 13600K ได้รับการปรับปรุงในส่วนของการเพิ่ม E-Cores เข้ามาอีก 4 Cores ทำให้บนหน่วยประมวลผลรุ่นนี้นั้นมาพร้อมกับแกนการประมวลผลมากถึง 14 แกน งานนี้การใช้งานแบบ multithreaded นั้นเรียกได้ว่ากลายเป็นของง่ายๆ ไปเลย นอกไปจากนั้นแล้วตัวหน่วยประมวลผล Core I5 13600K ยังได้รับการปลดล๊อคตัวคูณทำให้สามารถที่จะ OC ได้โดยง่ายอีกต่างหาก – ประสิทธิภาพการเล่นเกมใกล้เคียงกับ Core i9 12900K
– Multithreaded performance ใกล้เคียงกับ Core i9 12900K
– มีประสิทธิภาพสูงกว่า Core i5 ทั้งหมด
– ใช้งานร่วมกับเมนบอร์ดที่มาพร้อมกับชิปเซ็ทซีรีย์ 600 ที่มีราคาถูกกว่าได้
– มีความร้อนในการทำงานและใช้พลังงานมากกว่า Core i5 12600K
– เล่นเกมบางเกมได้ประสิทธิภาพแย่กว่าหน่วยประมวลผล Gen เก่า(แต่ก็เป็นที่ตัวเกม)
c2y8ePD24BqNxMgV69kAHV 970 80
Corsair AX1600i ได้คะแนน 96%
Corsair AX1600i For Against
Corsair AX1600i เป็น PSU ประสิทธิภาพสูงสุดที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน แม้จะเปิดตัวมาหลายปีแล้วก็ตาม Corsair ทำได้ดีมากที่เป็นเจ้าแรกที่ใช้ GaN MODFET และตัวแปลง totem-pole APFC ใน PSU เดสก์ท็อป และการเดิมพันครั้งนี้ก็ได้ผล ถ้าจะมี PSU ตัวไหนเข้าใกล้คงหนีไม่พ้น Be quiet! Dark Power Pro 1500W แต่ก็นั่นแหละ Corsair ยังคงครองตำแหน่งสูงสุดอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างไม่ต้องสงสัย – ทรงพลังด้วยประสิทธิภาพสูงสุดในทุกส่วน
– สร้างด้วยคุณภาพสูง
– ทำงานได้เงียบสนิท
– รองรับการปรับแต่งผ่านทางซอฟต์แวร์
– ราคาแพงเวอร์
– ระยะห่างเล็กน้อยระหว่างขั้วต่ออุปกรณ์ต่อพ่วง

5 อันดับ Hardware ยอดแย่

อันดับที่ 5
5XaBW898LNyAqDefMK6jnC 970 80
Gravastar Sirius Pro ได้คะแนน 57%
Gravastar Sirius Pro For Against
บางทีการตอบสนองเสียงเบสที่มากเกินไปอาจเหมาะกับรสนิยมทางดนตรีของคุณ แต่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่น้อยมากและการเสียที่ต้องเสียสละเสียงเพื่อการเล่นเกมที่มีความหน่วงต่ำ ทำให้ Gravastar Sirius Pro นั้นดูจะไม่เหมาะกับการเป็นหูฟัง TWS ที่น่าใช้งานมากเท่าไรนัก – สุนทรียภาพของนักเล่นเกมที่แข็งแกร่ง ด้วยดีไซน์ที่แจ๋มแมวแบบสุดๆ
– ใช้เป็นที่เปิดขวดได้(อย่าถามนะว่าขวดอะไร)
– เสียงเบสหนักเกินไป
– แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่น้อยมาก
– คุณภาพเสียงลดลงเป็นอย่างมากในโหมด Low Latency
อันดับที่ 4
JBN48HeTrPCPw25f49RmdT 970 80
Razer Barracuda Pro ได้คะแนน 52%
Razer Barracuda Pro For Against
แม้ว่า Razer Barracuda Pro จะมาพร้อมกับมีการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ, โหมดรอบข้าง, อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานและการเชื่อมต่อไร้สายระยะไกลซึ่งถือว่าเป็นชุดคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมสำหรับชุดหูฟังแบบ TWS แต่โดยรวมแล้วนั้น Razer Barracuda Pro เป็นชุดหูฟังที่แย่กว่า BlackShark V2 Pro ที่มีถูกกว่าแต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า – ฟีเจอร์แน่นๆ แบบจัดเต็ม
– รองรับการใช้งานแบบไร้สายด้วยระยะการใช้งานที่ไกลมาก
– แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
– ระบบ ANC ใช้งานได้ไม่ดีมากนักในการเล่นเกม
– การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ยังทำได้ไม่ดีแถมบางครั้งก็เชื่อมต่อไม่ได้ซะงั้น
– คุณภาพไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากเท่าไร(อยู่ในระดับกลางๆ)
– ราคาสูงไปนอก
– ไมค์ที่ติดมามีคุณภาพต่ำ
อันดับที่ 3
Z68Eeb9CmCJqfVzxyeya2L 970 80
AMD Radeon RX 6500 XT ได้คะแนน 47%
AMD Radeon RX 6500 XT For Against
โดยรวมแล้ว AMD Radeon RX 6500 XT นั้นเป็นกราฟิกการ์ดที่แย่ที่สุดในปี 2022 เพราะองค์ประกอบที่บิดเบี้ยวไปหมด หากมันออกมาวางจำหน่ายตั้งแต่ใน 5 – 10 ปีก่อนนั้นอาจจะดูดีกว่านี้ – กำลังผลิตอยู่ – ราคากลางที่ต้องอุทานว่าเอาจริงดิ
– มาพร้อมกับหน่วยความจำบนตัวการ์ดแค่ 4GB เท่านั้น
– ไม่เหมาะกับการเล่นเกมในยุคปัจจุบัน(แต่ถ้าจะเอามาเล่นเกมเก่าๆ ล่ะก็ยังน่าสนใจอยู่นิดๆ นะ)
อันดับที่ 2
b7prBeemsj74GHAvi8P6kA 970 80
DXRacer AIR Mesh chair ได้คะแนน 43๔
DXRacer AIR Mesh chair For Against
DXRacer AIR Mesh chair คือเก้าอี้เล่นเกมที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานทุกคน ผ้าตาข่ายควรสวมใส่สบายกว่านี้แต่ด้วยโครงพลาสติกหนาทำให้ตาข่ายตึงเมื่อมันอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะอยู่(แต่ไม่แน่ว่ามันอาจจะเหมาะกับคุณก็เป็นได้นะ) – ที่วางแขนสวย
– เบาะรองศีรษะมีความนุ่ม
– ใช้งานแล้วรู้สึกอึดอัดมากกว่าสะดวกสบาย
– เหมือนทำออกมาขายเอาเงินไปงั้นๆ
อันดับที่ 1
affWYzrtZQksErFwymU4j3 970 80
MelGeek Pixel ได้คะแนน 43%
MelGeek Pixel For Against
MelGeek Pixel ควรเป็นทุกอย่างที่คุณกำลังมองหาสำหรับคีย์บอร์ดสำหรับการเล่นเกมแบบไร้สาย มันมาพร้อมกับการปรับแต่งพิเศษตั้งแต่สวิตช์ไปจนถึงปุ่มกดและด้วยโบนัสเพิ่มเติมของปุ่มเสริมที่เข้ากันได้กับ LEGO ทั่วทั้งกระดาน แต่ก็แค่นั้นเมื่อคุณทำการพิมพ์ด้วย MelGeek Pixel แล้วคุณจะได้พบกับประสบการณ์การพิมพ์ที่น่าเหลือเชื่อจนอาจถึงขั้นหลั่งน้ำตาออกมาและความเข้ากันได้ของ LEGO ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเช่นกันเพราะมันมีให้มาแบบงั้นๆ เพียงแค่นั้น -ใช้งานได้ดีในแบบไร้สาย
– สวิตช์เปลี่ยนได้แบบทันที
– แพคเกจน่ารัก(เหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างมาก)
– ประสบการณ์ในการพิมพ์ที่ทำให้น้ำตาไหลออกมาเอง
– โครงสร้างพลาสติกที่พังง่ายแบบสุดๆ
– แพงกว่าสิ่งที่ได้รับเป็นอย่างมาก
– ผ่านการตรวจสอบแล้วได้การรองรับจาก LEGO มาได้ยังไงกันเนี่ย

oz3HL6HrgZYVzxHbakQpan 970 80

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงลำดับที่ได้จากการรีวิวตลอดปีของทาง PC Gamer เท่านั้น ทาง NBS ได้นำมาให้ทุกท่านได้ดูกันเพื่อดูว่าแนวคิดเรื่องฮาร์ดแวร์ของทางฝรั่งนั้นจะมีมุมมองไปในด้านไหนเท่านั้น

ที่มา : pcgamer

from:https://notebookspec.com/web/681046-pc-gamer-highest-hardware-review-scores-of-2022-and-the-five-lowest

ลำโพงคอม เสียงดี 9 รุ่น งบ 2000 บาท ไร้สาย ต่อมือถือได้ เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ของขวัญปีใหม่

ลำโพงคอม เสียงดี ไซส์มินิ ในงบ 2000 บาท 9 รุ่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ประชุมออนไลน์ บลูทูธไร้สาย ของขวัญปีใหม่

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงคอม เสียงดี ใครก็อยากได้ วันนี้เรามีลำโพง 9 รุ่นมาแนะนำในช่วงปลายปี 2022 สำหรับเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตนเอง หรือจะมอบให้คนพิเศษของคุณในปี 2023 ได้เช่นกัน เพราะหลายชีวิตเวลานี้ ยิ่งคนทำงานเป็นหลัก ก็มักอยู่หน้าคอมทั้งวัน จนบางครั้งแทบจะทานข้าวหน้าคอมไปด้วย เพราะทุกวันนี้บางคนยังต้องทำงานออนไลน์อยู่ที่บ้าน จึงรวมเอาทั้งการทำงาน และความบันเทิงไว้ที่เดียวกันเลย นอกจากเรื่องภาพแล้ว เรื่องเสียงก็สำคัญ บางคนอาจจะชอบหูฟัง ช่วงที่ต้องการเป็นส่วนตัว แต่บางครั้งลำโพง ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่า ไม่อึดอัด แต่การจะเลือกลำโพงที่ถูกใจ ถูกราคาได้สักรุ่น ก็ไม่ง่าย วันนี้มาดูกันว่า รุ่นไหนจะถูกใจคุณกันบ้างครับ


ลำโพงคอม เสียงดี

  1. BINNIFA Play 2D
  2. Audio Technica AT-SP95
  3. EDIFIER R19BT
  4. Philips MMS2025
  5. Microlab M600BT
  6. Edifier G1500 HECATE
  7. BINNIFA Play 3D
  8. Microlab M200BT
  9. Creative T60
  10. Conclusion

1.BINNIFA Play 2D

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงคอมราคาประหยัด แต่จัดว่าน่าสนใจ ขนาดกระทัดรัด ดีไซน์เรียบง่าย แต่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมก็ตาม เหมาะสำหรับคนที่เน้นความสะดวก ใช้งานง่าย และพกพาไปใช้งานข้างนอกได้ กับการเป็นลำโพงแบบ 2 แชนแนล รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สาย ผ่านทางบลูทูธ 5.0 เข้ากับโน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน และแบบใช้สายด้วย USB-A to micro-USB ปุ่มไดอัล ปรับเพิ่ม-ลดเสียงได้จากหลังลำโพง เสียงเบสค่อนข้างนุ่ม ความทุ้มกับการดูหนัง เล่นเกมให้เอฟเฟกต์กับความเร้าใจได้ ใครที่ชอบสไตล์ของลำโพงโลหะผสานกับความเป็นไม้แบบคลาสสิค ไม่ควรพลาดกับราคาประมาณ 999 บาท

Advertisementavw
จุดเด่น ข้อสังเกต
ขนาดกระทัดรัด ปรับระดับเสียงด้านหลัง
รองรับบลูทูธ 5.0

รายละเอียดเพิ่มเติม: XIAOMI BINNIFA


2.Audio Technica AT-SP95

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงขนาดกระทัดรัด ที่สามารถจัดวางบนโต๊ะคอมได้อย่างลงตัว พร้อมปุ่มบิดปรับระดับเสียง ที่ควบคุมได้อย่างง่ายดาย เป็นแบบ 2 แชนแนล ใช้พลังงานจากพอร์ต USB ซึ่งคุณจะต่อจากพีซี หรือโน๊ตบุ๊คได้ตามสะดวก สายต่อ AUX ที่ยาว 1.5 เมตร ทำให้วางในพื้นที่ห่างจากจอภาพได้ไม่เกะกะ ไดรเวอร์ที่เป็นตัวขับ 2w จำนวน 2 ตัว ช่วยให้ถ่ายทอดพลังเสียงที่โดดเด่น เสียงกลางแน่น ทำให้ได้ยินเสียงนักร้อง หรือการสนทนาได้ชัด สเตจเสียงอยู่ที่ 10Hz – 20,000Hz เท่านี้ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง การชมภาพยนตร์และการประชุมออนไลน์ได้สะดวก ราคาประมาณ 1,290 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์สวย วัสดุแข็งแรง ใช้งานแบบต่อสายเท่านั้น
ให้ย่านเสียงที่กว้าง

รายละเอียดเพิ่มเติม: Audio Technica


3.EDIFIER R19BT

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงบลูทูธขนาดกระทัดรัดรุ่นใหม่ ราคา ใช้ได้ 2 ระบบ ในราคาสบายกระเป๋า จัดเป็นลำโพงคอม เสียงดีอีกรุ่นหนึ่ง ที่มาพร้อมความเรียบง่าย แต่เข้ากับสไตล์การใช้งานในแบบต่างๆ ได้อย่างลงตัว ต่างจากจอรุ่นพี่ๆ เล็กน้อย ตรงที่เปิดโชว์ให้เห็นลำโพงและการออกแบบภายใน จุดเด่นอยู่ที่การใช้งานได้ทั้งแบบไร้สายผ่านบลูทูธ 5.3 ให้การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว สำหรับมือถือหรืออุปกรณ์โมบาย และต่อผ่านสาย USB ที่มีซาวด์การ์ดมาในตัว รวมถึงการต่อผ่าน AUX โดยที่ปรับระดับเสียง รวมถึงเปิด-ปิดลำโพงได้จากด้านหน้า เรียกว่าเป็นลำโพงอีกรุ่นที่ไม่น่าพลาด กับราคาประมาณ 1,390 บาทเท่านั้น

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์ทันสมัย ลงตัว เน้นโทนเสียงกลางเป็นหลัก
ปรับระดับเสียงได้ง่าย

รายละเอียดเพิ่มเติม: Edifier


4.Philips MMS2025

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงคอม เสียงดี ปี 2022 อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ในราคาไม่เกิน 2,000 บาท เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ออกแบบมาในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ในสไตล์ของ 2.1 วัสดุแข็งแรง โครงสร้างขนาดกลางๆ ให้การเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายผ่านบลูทูธ 5.0 หรือจะต่อสาย AUX ร่วมกับสมาร์ททโฟน พีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่มีช่องเอาท์พุต 3.5mm ก็ได้เช่นกัน ย่านความถี่เสียง 40Hz – 20KHz จึงค่อนข้างเก็บรายละเอียดได้ดี เน้นที่ความบันเทิงเป็นหลัก ทั้งการดูหนังและฟังเพลง ด้วยการให้เสียงเบสที่จุใจ ปรับระดับเสียงได้จากด้านหน้าของ Sattlelite รวมถึงมี USB Direct เพื่อใช้ในการเล่นเพลง MP3 ได้ทันที และมีตัวรับสัญญาณ FM ในตัว เรียกว่าสะดวกครบครัน สนุกได้ทุกที่ในงบ ประมาณ 1,490 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
เป็นลำโพงคอม 2.1 ที่ราคาโดดเด่น ต่อ USB Direct ได้
รองรับทั้งบลูทูธและต่อสาย

รายละเอียดเพิ่มเติม: Philips


5.Microlab M600BT

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงคอมที่ตอบโจทย์ทั้งต่อสายและไร้สายผ่านบลูทูธได้สะดวก กับดีไซน์ของ Microlab ที่เรียกว่า เข้าสไตล์กับการใช้งานในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือการเล่นเกมก็ตาม เพราะคุณจะเล่นเกมผ่านพีซี โน๊ตบุ๊ค ก็สะดวก หรือจะเพิ่มความมันส์กับการเล่นบนมือถือก็ทำได้ ขนาดกระทัดรัด ในสไตล์ของลำโพง 2.1 และมีตัวควบคุมเสียงเป็นสายต่อมาในตัว หรือจะปรับจากทางด้านหลังลำโพงก็ได้ โดยเป็นชุดลำโพงที่มีตัวขับด้านหน้า พร้อม Tweeter ข้างละ 1 ตัว ให้เสียงย่านกลางได้ค่อนข้างดี ย่านความถี่อยู่ที่ 40Hz-20KHz ให้เบสที่นุ่มนวลดีพอสมควร ราคาประมาณ 1,890 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
มี Dial ให้ปรับระดับเสียงแยกมาด้วย
Tweeter ประหยัดพื้นที่

รายละเอียดเพิ่มเติม: Microlab


6.Edifier G1500 HECATE

ลำโพงคอม เสียงดี

เป็นลำโพงคอม เสียงดีที่ออกแบบมาในสไตล์ของเกมมิ่งน่าสนใจ ไซส์กระทัดรัด เล็ก พกพาไปใช้งานข้างนอกได้ แถมยังมีแสงไฟ RGB สวยสะดุดตา เพิ่มความล้ำสมัยน่าใช้มากยิ่งขึ้น จุดเด่นอยู่ที่การปรับแต่งแสงไฟได้ รองรับทั้งการเล่นเกม ดูหนัง และฟังเพลง โดยมีโหมดเสียงที่แตกต่างกันให้ใช้งาน 3 รูปแบบ รูปทรงในแบบ Hexagon ทำให้ดูเหมือนกับยานอวกาศ รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งพีซี โน๊ตบุ๊คผ่านทาง 3.5mm AUX หรือ USB และใช้ร่วมกับมือถือ แท็ปเล็ตแบบไร้สายด้วย Bluetooth 5.3 แม้จะเป็นลำโพงแบบ 2 แชนแนลแต่ให้พลังขับได้ถึง 10W, 5W + 5W เรียกว่าความมันส์มาแบบจัดเต็ม ปรับระดับเสียงได้จากด้านหน้าลำโพง จัดจ้านกับซาวด์การ์ดที่ติดตั้งในตัว ย่านความถี่สัญญาณ 93Hz – 20KHz แม้เสียงต่ำจะไม่ได้ลงลึกมาก แต่ยังเก็บเสียงกลางที่แน่นไว้ได้ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์สวย มีไฟ RGB เน้นเสียงกลาง
ต่อพ่วงได้หลายช่องทาง

รายละเอียดเพิ่มเติม: Edifier


7.BINNIFA Play 3D

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงคอมในแบบ 2.1 แชนแนลที่มีขนาดกระทัดรัด แต่จัดฟีเจอร์มาได้อย่างน่าสนใจ สำหรับคนที่รักความบันเทิง รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สาย Bluetooth 5.0 สำหรับใช้กับพีซี โน๊ตบุ๊คและเครื่องเล่นโมบาย แต่ก็สนับสนุนการต่อสายด้วย AUX ได้อีกด้วย กับดีไซน์ที่ดูทันสมัย แต่ก็เรียบง่าย เน้นโทนสีที่เป็นไม้ ให้ความนุ่มนวล ระบบเสียงที่แยกรายละเอียดได้แม่นยำมากขึ้น เช่นเดียวกับระบบเสียง DSP ที่ให้ความแม่นยำ ซับวูเฟอร์ที่เสียงแน่นให้ความกระหึ่มสะใจ เน้นเสียงกลางชัด เสียงสูงมีความชัดเจน ปรับเพิ่ม-ลดเสียงได้จากด้านหลังของลำโพง ให้ย่านความถี่เสียงระดับ 60Hz – 20KHz สนนราคาอยู่ที่ 1,990 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ดีไซน์ทันสมัย สวยงาม ระบบเสียง DSP
ปรับระดับเสียงง่าย

รายละเอียดเพิ่มเติม: BINNIFA


8.Microlab M200BT

ลำโพงคอม เสียงดี

เป็นลำโพงอีกรุ่นหนึ่งของค่าย Microlab ในแบบ 2.1 แชนแนล ที่มีความทันสมัยไม่น้อย กับการออกแบบที่เข้ากันได้ทั้งในเรื่องความบันเทิง และการทำงาน โดยรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบมีสาย เข้ากับพีซี โน๊ตบุ๊คหรือเครื่องเล่นอื่นๆ ได้ ผ่านทางแจ๊ค 3.5mm Audio และการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth 4.2 เหมาะกับคนที่ชอบความสนุกสนาน และการทำงานจริงจัง ด้วยชุดลำโพง พร้อมแอมป์ 40W และ Tweeter 12W x2 รองรับย่านความถี่เสียง 30Hz – 20kHz ให้โทนเสียงต่ำ และกลางได้แน่น เน้นความกระหึ่มของเอฟเฟกต์ในการเล่นเกม และดูหนัง รวมถึงเสียงดนตรี ที่จัดมาได้แบบใสๆ เคาะราคามาที่ 2,350 บาท

จุดเด่น ข้อสังเกต
ชุดลำโพง พลังขับสูง ขนาดค่อนข้างใหญ่
การเชื่อมต่อสะดวก

รายละเอียดเพิ่มเติม: Microlab


9.Creative T60

ลำโพงคอม เสียงดี

ลำโพงคอม เสียงดี ดีไซน์ว้าวจากทาง Creative ที่มาในแบบ 2 แชนแนล ชุดปรับระดับเสียงด้านหน้า ให้ความหรูหรา ลงตัวกับทุกสไตล์ ประหยัดพื้นที่วางบนโต๊ะ ที่เป็นชุดลำโพง พร้อมแอมป์ดิจิตอลในตัว เป็นแบบ 2 x15W RMS กับการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายผ่าน Bluetooth 5.0 สำหรับสมาร์ทโฟน และโน๊ตบุ๊ค รวมถึงสายต่อ USB-C เพื่อใช้กับพีซี รวมถึง AUX-in ที่ต่อจากเครื่องเล่นในแบบอื่นๆ ให้ย่านความถี่ระดับ 50Hz–20KHz พร้อมเทคโนโลยี BasXPort และระบบลดเสียงรบกวนโดยรอบแบบอัตโนมัติ รองรับทั้งการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม และการสนทนา เสียงที่คมชัด เหมาะกับการใช้งานในด้านต่างๆ แม้ราคาจะค่อนข้างสูง คือขยับไปที่ 2,750 บาท แต่หากมองจากการออกแบบ ฟีเจอร์และคุณภาพเสียง ก็ถือว่าน่าลงทุนไม่น้อยเลย

จุดเด่น ข้อสังเกต
ต่อได้หลากหลาย 2 แชนแนล ราคาสูงสุดในครั้งนี้
การออกแบบล้ำสมัย

รายละเอียดเพิ่มเติม: Creative


Conclusion

Channel Driver Input Bluetooth Frequency Price
1.BINNIFA Play 2D 2 2.5W x2 AUX 5.0 20Hz–20KHz 999
2.Audio Technica AT-SP95 2 2W x2 AUX 100Hz–20KHz 1,290
3.EDIFIER R19BT 2 2W x2 AUX 5.3 80Hz – 19KHz 1,390
4.Philips MMS2025 2.1 25W AUX 5.0 40Hz – 20KHz 1,890
5.Microlab M600BT 2.1 12W AUX 3.0 40Hz – 20KHz 1,890
6.Edifier G1500 HECATE 2 5W x2 AUX 5.3 93Hz – 20KHz 1,990
7.BINNIFA Play 3D 2.1 15W AUX 5.0 60Hz – 20KHz 1,990
8.Microlab M200BT 2.1 12W x2 AUX 4.2 30Hz – 20kHz 2,350
9.Creative T60 2 15W x2 AUX 5.0 50Hz–20KHz 2,750

ก็น่าจะครบถ้วนกันไปแล้ว สำหรับลำโพงคอม เสียงดีขนาดกระทัดรัด น่าใช้ในสไตล์ของเกมเมอร์ และสายบันเทิง ที่รองรับทั้งการเล่นเกม ชมภาพยนตร์ และฟังเพลง ในงบประมาณ 2,000 บาทนี้ ซึ่งเกือบทั้งหมด จะเป็นลำโพงที่เชื่อมต่อบลูทูธ สำหรับการใช้งานแบบไร้สายได้ จะมีเพียง Audio Technica รุ่นเดียว ที่ต่อกับ AUX ส่วนถ้าคุณชอบเรื่องดีไซน์ กระทัดรัด พกพาไปใช้งานได้ 2 แชนแนล เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยรุ่นที่เล็กๆ ก็จะมีทั้ง BINNIFA, Creative และ EDIFIER เป็นต้น ส่วนถ้าจะเน้นสเตจเสียงที่กว้าง ก็มีทั้ง BINNIFA และ Microlab ส่วนถ้าต้องการสีสันแบบล้ำๆ มีไฟสวย Edifier G1500 HECATE ก็ตอบโจทย์คุณได้เช่นกัน แต่ถ้าชอบสไตล์แบบเรียบง่าย เข้าได้ทุกโต๊ะทำงาน ก็มีด้วยกันหลายรุ่น เช่น Creative, Microlab และ EDIFIER เป็นต้น แต่ละรุ่นก็จะมีเรื่องของฟังก์ชั่นการปรับจูน และต่อพ่วงใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่างกันออกไป ชื่นชอบแบบไหน ก็เลือกสรรกันได้ตามสะดวกครับ สุดท้ายนี้ใครถูกใจเลือกใช้รุ่นไหนกันไปแล้วบ้าง ก็อย่าลืมคอมเมนต์เอาไว้แนะนำเพื่อนๆ กันบ้างครับ เผื่อจะได้เป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ได้ตัดสินใจกัน ขอให้เต็มอิ่มไปกับความบันเทิงในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้ครับ

from:https://notebookspec.com/web/678338-10-pc-speaker-2022