คลังเก็บป้ายกำกับ: Networking

สรุปงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH : ก้าวสู่นวัตกรรมใหม่ Enterprise Networking & Security ด้วยอุปกรณ์เครือข่ายที่ชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

ในช่วงปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่เทคโนโลยีในวงการ Enterprise Networking และ Security มีการปรับตัวสู่ทิศทางใหม่ในหลายแง่มุม และ Aruba Networks ในฐานะของผู้นำนวัตกรรมด้าน Enterprise Networking และ Security เอง ก็ได้มีการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ภายในโซลูชันของตนเองมากมาย เพื่อให้ธุรกิจองค์กรได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ สำหรับเตรียมก้าวสู่การผลักดันสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อเร่งสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในยุคดิจิทัลแล้ว

ทีมงาน TechTalkThai และ APDT.news มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ที่มาจัดในประเทศไทย จึงขอนำสรุปประเด็นสำคัญจากงานสัมมนาครั้งนี้ พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นำมาจัดแสดงในบูธกันดังนี้ครับ

3 ปัจจัยสู่การทำ Networking Modernization

เทรนด์หลักที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกในวงการ Network อยู่นี้ก็คือการทำ Network Modernization หรือการปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีความทันสมัย ตอบรับต่อโลกของการทำงานที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ยุค Hybrid Work ซึ่งมีทั้งโจทย์ของการรองรับการทำงานจากนอกสถานที่ได้อย่างอิสระ ไปจนถึงการใช้งาน Cloud เป็นหลักในการทำงาน ในขณะที่การรักษาความมั่นคงปลอดภัยก็ต้องสูงยิ่งขึ้นตามความซับซ้อนของภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวงการ Enterprise Networking และ Security ในยามนี้ ได้ทำให้สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายนั้นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ และทำให้เหล่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว ต้องมีการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง และต้องปรับวิธีการดูแลรักษาระบบเครือข่ายใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังในการได้รับประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน

ในมุมของ HPE Aruba สิ่งที่จะสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ คือการปรับระบบเครือข่ายให้มีคุณสมบัติ 3 ประการ ดังนี้

1.Automation
การทำ Automation ได้กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญประการแรกของระบบเครือข่ายแห่งอนาคต เพราะด้วยระบบเครือข่ายที่มีการขยายตัวออกไปยังภายนอกองค์กร ทำให้มีองค์ประกอบภายในระบบเครือข่ายที่หลากหลายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังมีการใช้งานอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในขณะที่ประเด็นด้าน Cybersecurity เองก็ยังมีความสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ทำให้ภาระในการบริหารจัดการและการดูแลรักษาระบบเครือข่ายนั้นสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ด้วยเหตุเหล่านี้ การบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมจึงไม่อาจเพียงพออีกต่อไป และหลายองค์กรเองก็ยังต้องเผชิญความกดดันจากการขาดแคลนบุคลากรที่จะมาดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure สำคัญเหล่านี้ด้วย ดังนั้นการมีเทคโนโลยีที่สามารถติดตั้งใช้งานบริหารจัดการได้ง่าย ทำงานได้แบบอัตโนมัติ และมี AI เป็นตัวช่วยจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา เพื่อให้ธุรกิจองค์กรยังคงสามารถจัดการและควบคุมการใช้ระบบเครือข่ายของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.Security
จากความต้องการในการใช้งานระบบเครือข่ายในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ทำให้การปกป้องดูแลผู้ใช้งานและอุปกรณ์ขององค์กรนั้นต้องมีการปรับตัวตามไปด้วย ดังนั้นสถาปัตยกรรมด้าน Network Security อย่างในอดีตที่มีการแยกส่วนของการปกป้องผู้ใช้งานภายในองค์กรนั้นจึงไม่เพียงพออีกต่อไป

เพื่อตอบโจทย์นี้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ต้องถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำงานได้ตามหลักการของ Zero Trust เพื่อควบคุมทุกการยืนยันตัวตนและเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่ใช้งาน ไปยังส่วนอื่นๆ ของระบบเครือข่ายหรือ Internet ให้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่ระบบ IT จะถูกโจมตีต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ และจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

3.Agility
ความคล่องตัวนั้นได้กลายมาเป็นอีกคุณสมบัติสำคัญของระบบเครือข่ายในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้การเพิ่มเติมบริการหรือการปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบเครือข่ายนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว ตอบสนองต่อกลยุทธ์ของธุรกิจและการทำงานที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการมาของ COVID-19 ได้ทำให้ความสำคัญของประเด็นนี้ยิ่งทวีคูณขึ้น จากการที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกต่างต้องรีบเปลี่ยนสถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายเพื่อปรับตัวไปสู่การทำงานแบบ Remote Working อย่างเต็มตัวก่อนที่จะปรับมาสู่ Hybrid Working ในปัจจุบัน

นอกจากความคล่องตัวในเชิงเทคนิคแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ธุรกิจองค์กรต้องคำนึงถึงก็คือความคล่องตัวในแง่ของการลงทุนเพิ่มขยายระบบ IT ภายในองค์กร ซึ่งเทรนด์ของการใช้งานระบบ IT ในแบบ as-a-Service นั้นก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี และ Aruba ก็จะตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจองค์กรทั่วโลกนี้ ด้วยบริการ Network-as-a-Service หรือ NaaS นั่นเอง

ในการช่วยให้ธุรกิจองค์กรทั่วโลกก้าวไปสู่การทำ Network Modernization ได้อย่างสำเร็จนี้ ทาง Aruba ได้นำเสนอ Aruba ESP Solutions เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทั้ง 3 ประการดังกล่าวภายในโซลูชันเดียว โดยภายในโซลูชันดังกล่าวนี้จะมีการแบ่งระบบออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้

  1. Connect โดยมี Switch, AP, Gateway สำหรับรองรับการเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงยังรองรับการทำงานจากภายนอกองค์กรได้อย่างสะดวกสบาย เชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสาขาได้ง่ายด้วย SD-WAN
  2. Protect ปกป้องทุกการเชื่อมต่อสื่อสาร โดยผสานระบบ Security เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายโดยตรง เพื่อปกป้องทั้งอุปกรณ์ของผู้ใช้งานและอุปกรณ์ IoT ด้วยการทำ Zero Trust และเสริม Security เข้าไปในระบบ SD-WAN ให้ธุรกิจสามารถก้าวสู่การทำ SASE ด้วยเทคโนโลยี Cloud Security ได้ทันที
  3. Automation การติดตั้งใช้งานและการดูแลรักษาระบบทั้งหมดจะต้องเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและเป็นอัตโนมัติ เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อระบบเครือข่ายที่ต้องขยายและเปลี่ยนแปลงตามระบบ IT ได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น โดย Aruba มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมในการทำ Automation
  4. Adapt เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางระบบเครือข่ายให้สูงยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการลงทุนที่มีทางเลือกใหม่อย่าง NaaS และการบริหารจัดการที่สามารถเลือกได้ว่าจะดูแลรักษาระบบเครือข่ายด้วยตนเอง หรือ Outsource ออกไปให้กับผู้ให้บริการ Managed Services

อัปเดตเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดจาก Aruba ในปี 2022

นอกจากการนำเสนอในเชิงวิสัยทัศน์แล้ว งานสัมมนาครั้งนี้ก็ได้มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ จาก HPE Aruba มาเปิดตัวในภูมิภาค APAC กันอย่างหลากหลาย ดังนี้ครับ

โซลูชันแรกคือ Aruba Central NetConductor ที่จะช่วยให้การวางระบบ Network และ Security ภายในองค์กรกลายเป็นรูปแบบ Overlay ได้ ด้วยการตั้งค่าในแบบ Intent-based และบังคับใช้งานนโยบายเหล่านี้ได้แบบอัตโนมัติ ทำให้การบริหารจัดการเครือข่ายในภาพรวมทั้งในส่วนของ Network และ Security ถูกผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการตั้งค่าทั้งหมดนี้จะอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง Protocol มาตรฐานของอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการทำงานนั้นจะเป็นไปอย่างมีแบบแผน และปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตเมื่อมีมาตรฐานใหม่ๆ ออกมาให้ใช้งาน

ถัดมาที่ถูกเน้นย้ำเป็นอย่างมากในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือ Aruba EdgeConnect SD-WAN Fabric ที่มีทั้ง EdgeConnect Mobile, Mibrobranch, SD-Branch และ Enterprise ให้เลือกใช้งานได้ตามรูปแบบของสาขาที่ธุรกิจองค์กรต้องการ เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายและรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายได้อย่างครอบคลุมไม่ว่าโครงสร้างของธุรกิจและนโยบายในการทำงานจะเป็นอย่างไร และปกป้องผู้ใช้งานได้ในทุกการเข้าถึงทุก Application ทั้งภายใน Data Center และบน Cloud

ในส่วนของ Aruba EdgeConnect Microbranch ที่ Aruba ระบุว่าได้รับความนิยมสูงมากนั้น ก็คือการเสริมความสามารถ SD-WAN Gateway เข้าไปยัง Access Point รุ่น Remote ของ Aruba โดยตรง ทำให้การวางระบบเครือข่ายสำหรับสาขาขนาดเล็กมากๆ ที่มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 1 คน แต่อาจมีหลายอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน และต้องการส่งมอบประสบการณ์ในการทำงานให้กับพนักงานหรือผู้บริหารที่ทำงานจากที่บ้านนั้นเป็นไปได้เสมือนการมาทำงานที่ออฟฟิศ เกิดขึ้นได้อย่างสะดวกและง่ายดายภายในอุปกรณ์เพียงแค่ชุดเดียว สามารถนำไปใช้ได้ทั้งสำหรับสาขาของร้านค้าขนาดเล็ก หรือการวางระบบให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ตอบโจทย์การเพิ่มขยายสาขาจำนวนหลายสิบหรือหลายร้อยแห่งในระยะเวลาอันสั้นได้เป็นอย่างดี

ทางด้าน Aruba EdgeConnect Enterprise ก็มีประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ในฐานะของโซลูชัน SD-WAN แรกที่ได้รับ ICSA Secure SD-WAN Certification ที่รับรองถึงความสามารถในการทำ Next-Generation Firewall และ Cybersecurity อื่นๆ สามารถทำงานได้อย่างมีมาตรฐาน ตรวจจับและยับยั้งป้องกันภัยคุกคามในหลากหลายรูปแบบได้อย่างแม่นยำ เพื่อปกป้องการเชื่อมต่อของระบบ SD-WAN และควบคุมการเข้าถึงใช้งานระบบเครือข่ายของผู้ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจนั้นก็คือ Open Locate ที่ทาง Aruba ได้ทำการใส่ GPS ลงไปใน AP รุ่น Wi-Fi 6E และรองรับมาตรฐาน 802.11mc / Fine Time Measurement (FTM) ทำให้การระบุจุดติดตั้ง Access Point มีความแม่นยำสูงยิ่งขึ้นกว่าในอดีต และนำตำแหน่งจุดติดตั้งไปใช้อ้างอิงกับระบบแผนที่อื่นๆ ได้อย่างเป็นสากล ในขณะที่ยังสามารถให้บริการข้อมูลพื้นที่ตำแหน่งให้กับ Mobile Application ได้ สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการพัฒนา Location-based Application ที่ต้องใช้ข้อมูลตำแหน่งภายในอาคารได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์ได้ดีทั้งในแง่ของการติดตั้งใช้งาน และการต่อยอดสร้างคุณค่าเพิ่มเติมจากระบบเครือข่ายไร้สายที่ธุรกิจมีการใช้งานอยู่

ในฝั่งของ Data Center Networking ทาง Aruba ได้พูดคุยถึงเทรนด์ Distributed Services Switch ด้วย Aruba CX 10000 Series Switch with Pensando ที่ใช้เทคโนโลยีชิป DPU และ Software จาก AMD Pensando เข้ามาเสริมให้กับ Data Center Switch ทำให้ Top-of-Rack Switch มีความสามารถด้าน Security ในตัวในระดับประสิทธิภาพเดียวกับการทำ Switching ได้ทันที อย่างเช่น การทำ Firewall เพิ่มเติมภายในอุปกรณ์ Switch ช่วยเสริม Data Center Network Security ได้โดยไม่เกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพด้านระบบเครือข่าย และไม่มีความซับซ้อนของการรับส่งข้อมูลภายในระบบเครือข่ายอย่างในอดีตอีกต่อไป ตอบโจทย์ของธุรกิจที่ต้องการทำ Security ให้กับ Network Traffic ในแบบ East-West ซึ่งมีปริมาณมหาศาล และยากต่อการดูแลรักษาในอดีตได้ทันที

สุดท้ายก็คือการพูดคุยถึง NaaS – Network as a Service ที่ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้งานระบบ IT Infrastructure ในฝั่งของ Network และ Security จาก Aruba ทั้งหมดได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายในแบบ Subscription-based ซึ่งจะมีทั้ง Hardware และ Software รวมอยู่ภายในบริการ พร้อมระบบ Data Analytics สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานและการปรับแต่งระบบเครือข่าย เปิดให้สามารถบริหารจัดการได้ทั้งโดยฝ่าย IT ขององค์กร และผู้ให้บริการ Managed Services ซึ่งจะช่วยให้เทคโนโลยีด้าน Network และ Security ขององค์กรสามารถถูกใช้งานได้โดยตลาดที่มีขนาดกว้างมากยิ่งขึ้น ในขณะที่มีความสามารถเทียบเท่าได้กับโซลูชันในระดับธุรกิจองค์กร

Aruba ระบุว่าเทรนด์ของการปรับไปใช้งาน NaaS นั้นโตเร็วมากจากการมาของ Hybrid Work ที่ธุรกิจต้องการระบบเครือข่ายใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง บนการออกแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างออกไป ดูแลง่าย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก

ในการใช้งาน NaaS นั้น ธุรกิจองค์กรจะสามารถใช้งานผ่านบริการ HPE GreenLake for Aruba Service Packs รองรับ 8 Use Case ได้แก่ Outdoor Wireless, Indoor Wireless, Remote Wireless, Wired Core, Wired Aggregation, Wired Access, SD-Branch และ UXI โดยสามารถเสริมความสามารถในส่วนของ Network Management และ Network Security จากโซลูชันของ Aruba ที่ต้องการได้ทั้งหมด ซึ่งสัญญาในการใช้บริการดังกล่าวนี้จะอยู่ที่ระยะเวลา 3-5 ปี

และทั้งหมดนี้ก็คือประเด็นสำคัญจากงานสัมมนา Aruba Atmosphere 2022 SEATH & INDIA ในครั้งนี้ครับ ถ้าหากท่านใดมีข้อสงสัยหรือคำถามใดๆ เพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อทีมงาน HPE Aruba สามารถติดต่อ HPE Aruba ได้ที่อีเมล: nawarat.ch@hpe.com หรือติดต่อพาร์ทเนอร์รายต่างๆ ของ Aruba ทั่วประเทศ เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดทดสอบเทคโนโลยีหรือโซลูชันต่างๆ ที่ต้องการได้ทันทีครับ

 

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-atmosphere-2022-seath/

โนเกีย จัดแสดงนวัตกรรม 5G แห่งอนาคต ในงาน Byond Mobile 2022

โนเกีย ตอกย้ำถึงพันธกิจในการสนับสนุนผู้ประกอบการระดับองค์กรในประเทศไทยบนเส้นทางสู่การเปลี่ยนผ่านด้าน 5G พร้อมเผยถึงนวัตกรรมเครือข่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับเครือข่ายที่สำคัญ ที่ต้องการความแม่นยำสูงและทำงานได้โดยอัตโนมัติ ภายในงานเสวนาพิเศษซึ่งจัดขึ้นที่ภายในงาน Byond Mobile
 

โนเกีย ได้เข้าร่วมงาน Byond Mobile 2022 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 กันยายน พ.ศ. 2555 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ โดยได้นำนวัตกรรมล่าสุดของบริษัทมาจัดแสดงผ่านการสาธิตแบบอินเตอร์แอคทีฟ ตั้งแต่การใช้งาน 5G ไปจนถึงการประยุกต์ใช้งานที่เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ของผู้ใช้งานที่เป็นผู้ประกอบการระดับองค์กรจนถึงระดับผู้บริโภค การเข้าร่วมในงานครั้งนี้ของโนเกียเป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจของบริษัทกับการมีส่วนร่วมเพื่อนำพาประเทศไทย เดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม และกำหนดเส้นทางสู่ความเป็นผู้นำด้าน 5G ในประเทศไทย
 
ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดกลุ่มแรก ๆ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดตัว 5G เพื่อใช้ในการผลักดันและพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญด้านการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์โอกาสใหม่ ๆ และสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกิจการด้านดิจิทัล ด้วยการเน้นถึงการปรับใช้งานเทคโนโลยี 5G เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมในหลายภาคส่วนที่รวมถึงด้านการสาธารณสุข การศึกษา การคมนาคม และการเกษตรกรรม
 
โนเกียในฐานะที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำด้าน 5G และระบบเครือข่ายเพื่ออุตสาหกรรม 4.0 ได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการระดับองค์กร และพัฒนาระบบนิเวศสำหรับองค์กรและภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย บริษัทมีความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันที่ออกแบบมาตามวัตถุประสงค์สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลของแผนการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 และการใช้งานในบริษัทอื่นนอกเหนือจากนี้ ทั้งปัจจุบันและอนาคต
 
ที่งาน Byond Mobile โนเกีย ได้มีการจัดแสดงการใช้งานและโซลูชันมากมายที่ใช้เทคโนโลยี 5G โดยสาธิตให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 5G ที่จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารและผู้ประกอบกิจการระดับองค์กร นอกจากนี้บริษัทยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำตลาดในด้าน เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย (RAN), เทคโนโลยีโครงข่ายอินเทอร์เน็ต, เทคโนโลยีโครงข่ายใยแก้วนำแสง (IP and Optics), เครือข่ายคลาวด์ และธุรกิจองค์กร เพื่อเสนอโซลูชันสำหรับภารกิจสำคัญสำหรับลูกค้าประเภทองค์กรในประเทศไทย เช่นเดียวกับโซลูชันเพื่อความยั่งยืนที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับประเทศไทย
 

นวัตกรรมที่โนเกียได้นำมาจัดแสดงประกอบไปด้วย
 
  • เสาอากาศ Airscale massive MIMO
ชุดเสาอากาศ AirScale massive MIMO ของโนเกีย ที่มีทั้งแบบ เสาอากาศรุ่น 32TRX และ ATRX สำหรับย่านความถี่กลางของ TDD 4G และ 5G ที่มาพร้อมชิปเซ็ต ReelShark รุ่นใหม่จากโนเกีย (Reef Shark Systern on Chip: Soc) โดยเสาอากาศ massive MIMO รุ่นใหม่นี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเทคนิค bearforming ที่ครอบคลุมสำหรับการปรับใช้งานในหลากหลายบริบท ทั้งพื้นที่ชุมชนเมืองที่หนาแน่น และพื้นที่บริเวณกว้างที่ต้องการความครอบคลุมของสัญญาณ
 
  • ระบบระบายความร้อน Liquid Cooled AirScale
หนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่ม AirScale Base Station ของโนเกีย ซึ่งได้ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) เพื่อช่วยให้เครือข่ายคลื่นวิทยุมีความยั่งยืนและคุ้มทุนยิ่งขึ้น ด้วยการลดการใช้พลังงานสำหรับการระบายความร้อนให้สถานีฐาน ทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์
 
  • บริการไร้สายแบบประจำที่ (FWA) สำหรับ 5G
บริการไร้สายแบบประจำที่ (FWA) ของโนเกียช่วยเติมเต็มการเสนอขายเครือข่ายไร้สายของลูกค้าองค์กร ด้วยการนำมาซึ่งผลตอบแทนใหม่ และเปิดโอกาสในการนำเสนอบริการใหม่ ๆ สำหรับการใช้งานในที่พักอาศัยและสถานประกอบการ ด้วยบริการไร้สายแบบประจำที่ดังกล่าว ลูกค้าสามารถรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบ Fiber-like broadband ได้ทุกที่ที่มีคลื่นความถี่เครือข่ายไร้สายรองรับ
 
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายแบบส่วนตัวสำหรับองค์กร
เครือข่ายไร้สายแบบส่วนตัวสำหรับการใช้งานระดับอุตสาหกรรมของโนเกีย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลของการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายของโซลูชั่นเครือข่ายไร้สายแบบส่วนตัวครบวงจรทำให้ในเกียสามารถนำเสนอในด้านความคล่องตัวและความสะดวก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้งานในองค์กรต่าง ๆ ให้ปรับใช้งานได้อย่างลงตัวกับความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทอุตสาหกรรม
 
  • เราเตอร์รุ่น FR
แพลตฟอร์มเราเตอร์สำหรับบริการอินเตอร์เน็ตตัวใหม่ของโนเกียที่ใช้ชีพรุ่นใหม่ล่าสุด FP5 ช่วยให้ผู้ให้บริการได้เพิ่มความสามารถในการให้บริการความต้องการที่ปรับเปลี่ยนไปในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มคุณภาพของเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยให้สามารถให้บริการอินเตอร์เน็ตที่ความเร็วสูงขึ้น และให้การป้องกันการเผชิญความเสี่ยงจากภัยคุกคามด้านไซเบอร์ผ่านกลไกด้านความปลอดภัยแบบใหม่ของ Nokia ที่มีชื่อว่า “ANYsec
 
  • ประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดตระการตา
ด้วยศูนย์ปฏิบัติการทางดิจิทัล (Digital Operation Center) และระบบป้องกันภัยคุกคามด้านไซเบอร์อย่าง SA Core-NetGuard Cybersecurity Dome ทำให้โนเกียสามารถมอบที่สุดแห่งประสบการณ์แห่งโลกอนาคตแก่ลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบไซเบอร์กายภาพของเทคโนโลยีผสมผสานโลกเสมือน หรือเรียกสั้นๆว่า AR ที่ช่วยรังสรรค์ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการสื่อสารเพื่อการโฆษณาสำหรับธุรกิจค้าปลีก โดยเทคโนโลยี AR ดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าสามารถรับรู้ถึงตัวผลิตภัณฑ์และมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ขณะที่กำลังดูโปรโมชั่นหรือการขายที่เกิดขึ้นภายในร้าน
 
มร.อาเจย์ ชาร์มา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท โนเกีย ประจำประเทศไทยและกัมพูชา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สืบเนื่องจากความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะเร่งใช้ประโยชน์โซลูชันด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยจึงนับเป็นหนึ่งในตลาด 5G ที่มีศักยภาพในการเติบโตที่สูงที่สุดในภูมิภาคนี้ โซลูชัน 5G ชั้นนำต่าง ๆ ที่จัดแสดงภายในงานครั้งนี้ล้วนอยู่ในบริบทของยุทธศาสตร์แห่งชาติประเทศไทยเพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่าที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เราให้คำมั่นว่าจะในการสนับสนุนผู้ประกอบการระดับองค์กรในประเทศไทยตลอดเส้นทางของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ 5G รวมถึงการนำเสนอนวัตกรรมเครือข่ายที่จำเป็นสำหรับเครือข่ายสำคัญที่ทำงานได้อัตโนมัติและมีความแม่นยำสูง”
 
เกี่ยวกับโนเกีย
ที่โนเกีย เราสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อต่อโลกให้ทำงานร่วมกัน
 
ในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจด้านเครือข่ายเพื่อการใช้งานในภารกิจสำคัญ เราให้คำมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายแบบมีสาย และเครือข่ายคลาวด์ เราสร้างคุณค่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและการวิจัยระยะยาว นำโดย Nokia Bell Labs ที่ได้รับรางวัลระดับโลก
 
ด้วยความเชื่อมั่นในด้านมาตรฐานสูงสุดของความเป็นหนึ่งเดียวและความปลอดภัย เราได้ช่วยเสริมศักยภาพที่จำเป็นเพื่อโลกที่ดีขึ้นทั้งในด้านความเจริญก้าวหน้า ความยั่งยืน และความเท่าเทียมกัน

from:https://www.techtalkthai.com/nokia-showcases-next-generation-5g-innovations-at-byond-mobile-2022/

[Guest Post] งานแสดงเทคโนโลยีธุรกิจ 5G แห่งอนาคต เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้!!

เปิดประสบการณ์สู่โลกของธุรกิจเทคโนโลยีไร้สายความเร็วสูง 28-29 กันยายน ณ สามย่านมิตรทาว์นฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ

วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค  ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติในเอเชีย เปิดตัวงานแสดงสินค้าใหม่ล่าสุดในสายธุรกิจเทคโนโลยี ภายใต้ชื่องาน ‘BYOND MOBILE’ (บิยอน โมบาย) ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับธุรกิจ 5G เครือข่ายความเร็วสูง อันจะเป็นจุดนับพบที่สำคัญของผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรม 5G ต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่จะเชื่อมโยงผู้ให้บริการและสตาร์ทอัพได้มาพบปะเจรจาธุรกิจเพื่อการต่อยอดในอนาคต โดยงาน BYOND MOBILE มีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 28-29 กันยายน 2565 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 10:00-18:00 น. นับเป็นอีกงานที่ผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์รวมของธุรกิจ 5G แห่งอนาคต ตลอด 2 วันของการจัดงาน มีการนำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำสำหรับธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ การแพทย์ด้วยระบบดิจิทัล เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ กระบวนการผลิตและวิทยาการหุ่นยนต์ สมาร์ทซิตี้ เมืองแห่งเทคโนโลยี และยานยนต์แห่งอนาคต ด้วยความร่วมมือจากบรรดาผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการด้านเครือข่ายความเร็วสูง อินเตอร์เน็ต เครือข่ายการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบไอทีอัจฉริยะมากกว่า 50 แบรนด์ พร้อมด้วยตารางงานประชุมสัมมนาเชิงวิชาการที่อัดแน่นสำหรับผู้ที่สนใจ ร่วมรับฟังการแบ่งปันข่าวสารความรู้ แนวโน้มของธุรกิจ นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ การสาธิตผลิตภัณฑ์โดย CEO แบรนด์ชั้นนำมากกว่า 40 วิทยากรรับเชิญ ตลอดจนการแข่งขัน Start-up ของธุรกิจสายเทคโนโลยีซึ่งได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ นำโดย มร.อิกอร์ เพาก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ผู้จัดงาน พร้อมด้วย คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) และ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวสนับสนุนการจัดงาน และเปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยปาฐกถาจาก คุณเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเยี่ยมชมบูธผู้ประกอบการและพูดคุยกับผู้บริหารจากแบรนด์ชั้นนำภายในงาน

BYOND MOBILE เป็นอีกงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม 5G และการรวมตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศของเทคโนโลยีเครือข่ายความเร็วสูงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจเครือข่ายแห่งอนาคต ภายในงานจะมีการนำเสนอบริษัทชั้นนำของ blue-chip ตลอดจนสตาร์ทอัพที่มาจากสายเทคโนโลยีทั้งหมด บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. จัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น 5G จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ และพาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือและโซลูชันระบบคลาวด์ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และหุ่นยนต์ ตลอดจน AR/VR แมชชีนเลิร์นนิง และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราเชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเวทีเจรจาการค้าใหม่ที่ช่วยกระตุ้นความตื่นตัวของอุตสาหกรรม 5G ระดับประเทศต่อไป” กล่าวโดย มร.อิกอร์ เพาก้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ผู้จัดงาน

คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวสนับสนุนการจัดงาน “เหตุผลที่สำคัญสำหรับการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะงาน BYOND MOBILE ที่เปิดงานอย่างเป็นทางการวันนี้ คือ ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะสามารถศึกษาแนวโน้มของตลาด เรียนรู้ถึงแนวทางการพัฒนาแบรนด์และธุรกิจให้สอดคล้องกันเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ตลอดจนการสร้างโอกาสทางธุรกิจจากการพบปะพูดคุยโดยตรงจากผู้ประกอบการจากแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมนั้นๆ เพื่อค้นหาพันธมิตรทางธุรกิจใหม่จากการเลือกและเปรียบเทียบคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างชัดเจน และแม้ว่าคุณอาจสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้จากโลกอินเตอร์เน็ต แต่การมาร่วมงานแสดงสินค้าแบบพบปะกันตัวต่อตัว จะทำให้คุณได้แลกเปลี่ยนความรู้ พูดคุยแนวทางแก้ไขปัญหา ตลอดจนเป็นเวทีเจรจาการค้าที่รวมหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ เจ้าของกิจการ ผู้ซื้อ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ที่เดียวกัน ซึ่งทางสสปน. เชื่อมั่นว่าทุกงานแสดงสินค้านำมาซึ่งประโยชน์มากมายต่อภาคอุตสาหกรรมและเป็นกลไกที่สำคัญประการหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทางเราสนับสนุนการจัดแสดงสินค้ามาโดยตลอด”

“เทคโนโลยี 5G กำลังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในหลายมุมมองและที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ การรวมกันของเทคโนโลยี 5G ในภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ ชีววิทยาศาสตร์และการดูแลสุขภาพด้วยระบบดิจิทัล และอีกมากมาย เราเชื่อมั่นว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญและเพิ่มขอบข่ายของธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้มากยิ่งขึ้น” ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าว “ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้มาโดยตลอด เราพร้อมที่จะสนับสนุนทุกงานวิจัยอันจะนำมาซึ่งการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อผลักดันและเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยให้ทันเทียมกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ซึ่งในขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงตั้งค่าเครือข่ายความเร็วสูง และทดสอบเสถียรภาพของเครือข่าย 5G ที่เกี่ยวข้องด้านการอำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรม 4.0 โดยมีการจัดตั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi เป็นศูนย์กลาง นวัตกรรมแห่งใหม่บนพื้นที่ EEC มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในวังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมเดิม รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งการจัดแสดงงาน BYOND MOBILE ในครั้งนี้มอบโอกาสที่ดีในเชิงธุรกิจ และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตื่นตัวมากขึ้น” ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ กล่าว

BYOND MOBILE เป็นโอกาสอันดีสำหรับพวกเราทุกคนในการรับฟัง-เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและนำข้อมูลข่าวสารใหม่ไปต่อยอดธุรกิจที่นำเสนอโดยเจ้าของแบรนด์ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ให้บริการ หน่วยงานที่กำกับดูแล ตลอดจนในมุมของผู้ใช้บริการเอง ในนามของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทย ผมยินดีต้อนรับทุกเทคโนโลยี ทุกผลิตภัณฑ์และการบริการที่จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนารูปแบบของธุรกิจด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุด และส่งผลต่อการพัฒนาเครือข่ายเศรษฐกิจของประเทศไทย” คุณเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าว

5G เป็นองค์ประกอบหลักที่ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน อันจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดำเนินการพัฒนาการบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำเทคโนโลยี 5G เข้ามาใช้ เพื่อขับเคลื่อนสังคมด้วยนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ การสร้างระบบนิเวศที่ครบครันด้วยอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยนวัตกรรม สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางของเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคอาเซียน” คุณเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ กล่าวเสริม

BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) เป็นเวทีเจรจาการค้าผ่านงานแสดงสินค้าอันเป็นสะพานที่เชื่อมระดับโลกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่ให้บริการกลุ่มประเทศ 11 ประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก แล้วพบกัน ระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2565 ณ ฮอลล์ 1-2 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ เปิดโลกการเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเครือข่ายไร้สายแห่งอนาคต!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ทาง https://byondmobile.asia/
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://eventpassinsight.co/el/to/Q87OY [ไม่มีค่าใช้จ่าย]
from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-byond-mobile-5g-28-29-sep-22/

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

HPE ขอเชิญร่วมสัมมนาใหญ่ประจำปี Discover More Bangkok 18 ต.ค. 2022 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

HPE ขอเชิญเหล่าผู้บริหาร IT, ผู้จัดการฝ่าย IT, ผู้ดูแลระบบ IT ทั้งในส่วนของ Data Center และ Network เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี HPE Discover More Bangkok 2022 งานสัมมนาใหญ่ประจำปีที่จะอัปเดตทุกเทคโนโลยีและทิศทางของ HPE ในวันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ด้วยเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ HPE Discover More เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด โดยจะสัมผัสกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการรวมประสบการณ์จาก Edge-to-Cloud การควบคุมข้อมูลของคุณเพื่อเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และยกระดับไอทีแบบ multi-gen ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
 
HPE Discover More กำลังรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มลูกค้า พันธมิตร และผู้นำของเรา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงใน digital transformation กับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่คุณสามารถใช้ประโยชน์จากไฮบริดคลาวด์ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ระบบ AI การวิเคราะห์แบบครบวงจรสำหรับเส้นทางการปรับปรุงข้อมูลของคุณให้มีความทันสมัย และการสร้างแรงบรรดาลใจที่จะช่วยให้คุณสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
 
ภายในงาน HPE Discover More 2022 คุณจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรในหัวข้อการบรรยายของ HPE เรากำลังสำรวจว่าคุณจะนำหน้าเทรนด์และเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
 

เตรียมพบกับผู้ร่วมบรรยาย

Khai Peng Loh
Vice President & Managing Director, Growth & Emerging Markets (GEMs) & APAC Solution Sales
Palasilp Vichivanives
Managing Director, Hewlett Packard Enterprise (Thailand)

กำหนดการ

สถานที่จัดงานสัมมนา
 
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 เวลา 8.30 – 18.00 น.
 
8:30 – 9:30 น.

Registration and Welcome

9:30 – 9:40 น.

Opening by Palasilp Vichivanives

9:40 – 10:30 น.

Fast-forward your data-first modernization journey with the HPE GreenLake edge-to-cloud platform by Khai Peng Loh

10:30 – 10:50 น.

Lanta Supercomputer : In a new era of scientific discovery and engineering breakthroughs

10:50 – 11:10 น.

AM Networking Teabreak and Discover Showcase

11:10 – 11:40 น.

The future of banking and financial services

11:40 – 11:55 น.

Shaping the future of technology by Intel

11:55 – 12:10 น.

Delivering supercomputing for the Enterprise by AMD

12:10 – 12:25 น.

Accelerated hybrid multicloud by Nutanix

12:25 – 13:30 น.

Networking Lunch & Discover Showcase

13:30 – 17:00 น.

Breakout Sessions

17:00 – 18:00 น.

Grand Lucky Draw & Networking cocktail 

 

*The agenda is subject to change.

Breakout Sessions

Breakout Track 1 – Create your Hybrid Cloud

  • HPE GreenLake: The “Unified Experience” for Your Hybrid Cloud Estate by HPE
  • Unify, Simplify, & Secure Compute Management by HPE
  • Innovation Solving the World’s Most Challenging Problems by AMD
  • AI infused Next Gen platforms from Intel by Intel
  • Modernize Enterprise Networks with Intent-Based Software-Defined WAN by HPE (Aruba)
  • Boldly Unleash AI from Edge to Cloud and Everywhere in Between by HPE + NVIDIA
Breakout Track 2 – Turn your Data into Intelligence

  • Modernize your Enterprise with Data Services that Deliver Cloud Operations Everywhere by HPE
  • Two industry leaders, one integrated approach to protect and manage data from core to edge to cloud by HPE + Commvault
  • Defend your data and refuse the ransom by HPE +Cohesity
  • Data Protection Modernization in a Multi-Cloud World with Zerto by HPE
  • Safeguard the SAN with HPE Gen 7 B-series by HPE + Brocade
  • Solve Critical Data Management Challenges with Unbreakable Cloud Storage by HPE + Scality
Breakout Track 3 – HPE GreenLake Edge to Cloud Platform

  • Fast-Track Your Path to HPE GreenLake by HPE
  • Your Multi-Cloud Strategy isn’t Complete without HPE GreenLake By HPE Financial Services
  • Digital Transformation Requires Database Transformation: Reimagine Databases with Nutanix
  • Fast-forward digital transformation the open-source way: HPE GreenLake—Now with Red Hat by HPE + Red Hat
  • Free Your CPU Cycles for Revenue-Generating Workloads with HPE’s Solution for VMware’s Project Monterey
ผู้เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ดังนี้
  • เตรียมแสดงผลการทดสอบ ATK ที่ยอมรับได้ ซึ่งแสดงผลเป็นลบภายใน 24 ชม. ก่อนเข้างาน
  • ขออนุญาตสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม หากคุณมีอาการไม่สบาย มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก หรือได้รับคำสั่งกักกัน
  • ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดกิจกรรม สามารถถอดหน้ากากออกได้เฉพาะเมื่อรับประทานอาหารและดื่มเท่านั้น

ติดตามอัปเดตข่าวสารของงาน

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการและเนื้อหาล่าสุดภายในงานสัมมนาได้ที่
 
โดยข้อมูลจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทำการลงทะเบียนสำรองที่นั่งเพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-discover-more-bangkok-2022/

ขอเชิญร่วมงาน สัมมนาออนไลน์ Driving and Securing Business Data to Cloud with SD-WAN ในวันพุธที่ 5 ต.ค.2565 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

Fusion Advantec ขอนำเสนอ SASE : Secure Access Service Edge ในอีกมุมมองหนึ่ง ที่จะมาทำให้ชีวิตของชาวไอที และ User ผู้ใช้งาน สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกท่านกลับไม่มีเวลาหาข้อมูล Fusion Advantec เข้าใจท่านดีเป็นที่สุด ทั้งทำงาน WFH ที่ไม่มีเวลาเลิกงานที่แท้จริง

Fusion Advantec จึงได้จัดสัมมนา Webinar งาน “Driving and Securing Business Data to Cloud with SD-WAN” ในวันพุธที่ 5 ตุลาคม 2565  เวลา 10:00 – 12:00 น. เพื่อให้ท่านได้รับข้อมูลแบบครบถ้วนภายใน 3 ชั่วโมง

ภายในงานจะได้พบกับ Topics Hi-light ที่น่าสนใจ อาทิเช่น
1.We are Fusion Advantec as an expert I VMWare’s EUC solution
2.SASE and Use case
3.SASE and Solution and Mini Demo

โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จาก VMWare และ Engineer ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในการติดตั้งและแก้ปัญหาให้ลูกค้ามาแล้วหลายองค์กร

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีกิจกรรมชิงรางวัลมากมายและปิดท้ายด้วยลุ้นรางวัลใหญ่กับ Big Lucky draw Central Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท

พิเศษ ร่วมลงทะเบียนวันนี้ 30 ท่านแรก รับฟรี E-Voucher มูลค่า 100 บาท*

แล้วมาพบกันในงาน Webinar ที่ Fusion Advantec  จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้องค์กรของท่านปลอดภัยมากขึ้นได้อย่างไร

สนใจลงทะเบียนสัมมนาวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ได้ที่ https://form.jotform.com/fusioneventth/driving-and-securing-business-data-  ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย 

     หรือสแกน QR Code 

 

from:https://www.techtalkthai.com/webinar-fusion-advantec-driving-and-securing-business-data-to-cloud-with-sd-wan/

[Guest Post] Aruba จัดงาน Atmosphere 2022 SEATH and India ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

วันนี้ Aruba บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise (NYSE:HPQ) ได้จัดการประชุมยิ่งใหญ่ประจำปี Aruba Atmosphere Conference – SEATH and India ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยในการประชุมครั้งนี้ได้มีธุรกิจชั้นนำมากมายจากทั่วทั้งภูมิภาคมาร่วมงาน เพื่อเจาะลึกถึงแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม, พูดคุยสนทนาในประเด็นองค์ความรู้ใหม่ด้านเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ และเสริมสร้างทักษะใหม่จากเทคโนโลยีล่าสุด ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถปรับปรุงระบบเครือข่ายให้มีความทันสมัยได้อย่างต่อเนื่อง

 

การประชุมครั้งนี้มีประเด็นหลักทางด้านเทคโนโลยีจากนวัตกรรมของ Aruba ที่ผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญของอุตสาหกรรมให้ความสำคัญอยู่ด้วยกัน 3 ประการ ได้แก่ ความคล่องตัว (Agility), ความเป็นอัตโนมัติ (Automation) และความมั่นคงปลอดภัย (Security) ระบบเครือข่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยอย่างในอดีตนั้นไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่เติบโตยิ่งขึ้นหรือสนับสนุนความต้องการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป เมื่อธุรกิจองค์กรเริ่มดำเนินโครงการด้าน Digital Transformation และปรับตัวสู่การทำงานแบบ Hybrid Work แล้ว ก็เป็นที่แนะนำอย่างยิ่งว่าองค์กรก็ต้องมีการปรับไปใช้สถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายที่ทันสมัยร่วมไปด้วย เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อและมั่นคงปลอดภัยสำหรับบริษัทในทุกขนาด และสามารถดำเนินกิจกรรมหลักของธุรกิจได้อย่างสะดวกจากทุกแห่งหน

 

ประเด็นสำคัญ 3 ประการ ช่วยขับเคลื่อนองค์กรสู่การปรับใช้สถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายที่ทันสมัย

  • ความคล่องตัว (Agility): การใช้บริการ Network-as-a-Service (NaaS) ได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนไปสู่การใช้สถาปัตยกรรมแบบผสานรวม, Cloud-Native และทำงานบนมาตรฐานซึ่งสามารถรองรับอนาคตได้ และยังคุ้มค่าการลงทุนและง่ายดายต่อการบริหารทรัพยากรบุคคล
  • ความเป็นอัตโนมัติ (Automation)​: ปรับสู่กระบวนการทำงานที่ง่ายดายและทำงานแบบอัตโนมัติด้วย AI เพื่อลดเวลาและทรัพยากรที่ต้องใช้ในการวางแผน, ติดตั้งใช้งาน และบริหารจัดการระบบเครือข่ายซึ่งสนับสนุนการเชื่อมต่อจากภายนอก, สาขาย่อย, สาขาใหญ่ และ Cloud
  • ความมั่นคงปลอดภัย (Security): ความสำคัญของการตรวจจับและยับยั้งภัยคุกคามที่สูงขึ้น โดยการใช้เฟรมเวิร์ค Zero Trust และ SASE ด้วยการใช้เทคโนโลยี Identity-based Access Control และ Dynamic Segmentation ที่มีให้พร้อมใช้งานในระบบ

โซลูชันในแบบ As-a-Service กำลังได้รับความนิยมทั่วโลกไปพร้อมกับการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของการทำงานแบบ Hybrid Work ซึ่ง HPE GreenLake for Aruba ก็ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของธุรกิจองค์กร ตั้งแต่การช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถริเริ่มกรณีการใช้งานใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่น Hybrid Work, Connected Retail และ Hybrid Learning ไปจนถึงการสร้างความมั่นใจว่าระบบเครือข่ายจะพร้อมสนับสนุนความต้องการของภาคองค์กรธุรกิจได้อยู่เสมอ จากการที่ HPE GreenLake นั้นรองรับการเพิ่มขยายเพื่อให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจได้ตามต้องการ

 

“ด้วยความปกติใหม่ที่กำลังถูกนิยามด้วยกลยุทธ์ด้าน Hybrid Cloud, การเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของระบบ IoT และการทำงานจากนอกสถานที่ การเชื่อมต่อเครือข่ายจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในโลกที่ยังขาดการเชื่อมถึงกันในทุกวันนี้” Steve Wood, Vice President, APJ แห่ง Aruba บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise กล่าว “เราทราบดีว่าการเชื่อมต่อเครือข่ายให้ได้จากทุกที่ทุกเวลานั้นได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นมากยิ่งกว่าที่เคย และด้วยการมุ่งเน้นไปยังการปรับปรุงระบบเครือข่ายให้ทันสมัย องค์กรธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการทำDigital Transformation และการเร่งความเร็วของธุรกิจจะสามารถเอาชนะความท้าทายที่ยากยิ่งในครั้งนี้ได้ ด้วยการทำงานร่วมกันของระบบเครือข่าย, การบริหารจัดการระบบเครือข่าย และการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจเติบโตได้ในท้ายที่สุด”

นอกจากนี้ ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแก่ลูกค้า, พนักงาน และฝ่าย IT การเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรมระบบ WAN และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้วยการใช้ระบบ Software-Defined Wide Area Network (SD-WAN) ที่ช่วยให้องค์กรสามารถก้าวไปสู่สถาปัตยกรรม Secure Access Service Edge (SASE) ได้นั้นก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มระบบ Aruba EdgeConnect Enterprise SD-WAN ก็ยังได้รับใบรับรอง ICSA Labs Secure SD-WAN Certification เป็นรายแรกจากบรรดาโซลูชัน SD-WAN ในวงการ โดยในการรับรองครั้งนี้ก็ได้เน้นย้ำถึงความสามารถทางด้าน SD-WAN และความมั่นคงปลอดภัยของ Aruba ที่สูงสุดในวงการ ซึ่งสามารถมอบทั้งความยืดหยุ่นและความมั่นใจให้กับลูกค้าในการเปลี่ยนแปลงระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยครั้งสำคัญให้สำเร็จลุล่วงได้

พอร์ตโฟลิโอโซลูชันที่ครบถ้วนจาก Aruba นี้ได้นำระบบเครือข่ายขององค์กรธุรกิจไปสู่ที่บ้านได้ด้วย Network Edge ที่ยังคงคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับต่อความต้องการการเชื่อมต่อเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่องของผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น ด้วยโซลูชัน EdgeConnect Microbranch ฝ่าย IT จะสามารถมั่นใจได้ว่าประสบการณ์ของพนักงานทุกๆ คนจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าพนักงานคนนั้นจะอยู่ที่ใด ด้วยการส่งมอบบริการการเชื่อมต่อที่ครบถ้วนเสมือนทำงานอยู่ภายในองค์กร ไปยังพนักงานที่ทำงานจากภายนอกองค์กร, การแก้ไขปัญหาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และการปกป้องดูแลพนักงานทั่วทั้งองค์กรด้วยการใช้เฟรมเวิร์คด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่าง Zero Trust และ Secure Access Services Edge (SASE) ที่ถูกเพิ่มขยายจากภายในองค์กรไปสู่ที่บ้านของพนักงานหรือสาขาขนาดเล็กได้อย่างไร้รอยต่อ

ยิ่งไปกว่านั้น Aruba ยังได้มีการเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบเครือข่ายไร้สายที่สามารถระบุตำแหน่งของตนเองได้ พร้อมโครงการ Open Locate เพื่อปรับวิธีการในการแบ่งปันข้อมูลด้านสถานที่ให้กลายเป็นมาตรฐาน ด้วย AP ที่สามารถระบุตำแหน่งของตนเองได้จาก Aruba ธุรกิจองค์กรและผู้ให้บริการโครงข่ายจะสามารถให้บริการแอปพลิเคชันที่อาศัยข้อมูลตำแหน่งสถานที่ได้อย่างรวดเร็ว, แม่นยำ และทั่วถึงได้ทั้งระบบ Wireless LAN ช่วยให้องค์กรธุรกิจไม่ต้องทำการสำรวจและตรวจสอบสถานที่ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีทั้งค่าใช้จ่ายและความผิดพลาดที่สูงอีกต่อไป

ความเห็นจากลูกค้า

“เราต้องขับเคลื่อนโครงการ Digital Transformation ระดับสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และตั้งเป้าหมายในการสร้างระบบเครือข่ายแบบ Zero Trust เพื่อให้เกิดการใช้ Cloud อย่างเต็มศักยภาพและเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงปลอดภัยทางด้าน IT ระบบเครือข่ายของเราจึงต้องมีสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่ทันสมัยและคล่องตัว ในขณะที่ระบบเครือข่าย MPLS ที่เรามีอยู่เดิมนั้นก็ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้” Irwan Yulianto, Head of APAC Enterprise Infrastructure แห่ง Panasonic กล่าว “การติดตั้งใช้งานโซลูชัน Aruba EdgeConnect SD-WAN ของเราได้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การก้าวสู่ดิจทัลของเราเป็นจริง และสร้างรากฐานให้กับระบบเครือข่ายแบบ Zero Trust รวมถึงยังช่วยเสริมให้เรามั่นใจในประสิทธิภาพการเชื่อมต่อจาก Edge มาสู่ Cloud ที่ดีเยี่ยมอยู่เสมอ ปัจจุบันนี้เราสามารถตรวจสอบระบบเครือข่ายของเราได้อย่างสมบูรณ์เป็นผืนเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และเรามั่นใจว่าเส้นทางนี้ของเราจะทำให้เราสามารถก้าวสู่การใช้งาน Cloud ได้เต็มศักยภาพอย่างแท้จริง”

คุณสันติ เมธาวิกุล  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด

“ในฐานะของผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการ Managed Service ภายในประเทศไทย ลูกค้าของเรามีหลากหลายครบถ้วนในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ดังนั้นการที่เราสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับลูกค้าของเราซึ่งมีสาขากระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคด้วยโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ” คุณสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (UIH) กล่าว “ความเป็นอัตโนมัตินั้นได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพิจารณาด้านความร่วมมือเชิงเทคโนโลยี เนื่องจากเราต้องบริหารจัดการกับความต้องการด้านระบบเครือข่ายที่ซับซ้อนของลูกค้าของเรา การติดตั้งใช้งานแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Aruba Central ในแบบ Cloud-Native จึงเป็นกุญแจในโครงการดิจิทัลของลูกค้าของเรา เนื่องจากระบบดังกล่าวสามารถเพิ่มขยายเพื่อรองรับระบบเครือข่ายกระจายตัวที่มีขนาดใหญ่มากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเป็นพันธมิตรเชิงเทคโนโลยีกับ Aruba นี้ ทุกวันนี้เราจึงมีศักยภาพที่จะปรับปรุงระบบเครือข่ายของลูกค้าของเราให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังยึดมั่นกับข้อตกลงระดับการให้บริการ และเติบโตร่วมไปกับลูกค้าของเราได้”

ผู้สนับสนุนงาน Atmosphere 2022 SEATH & India ประกอบไปด้วยผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกอย่างเช่น AMD Pensando, Check Point, Netskope, Zebra, BT, Ekahau, TechData, VSTECS และ Westcon

Atmosphere 2022 SEATH & India เริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 กันยายน ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

 

เกี่ยวกับ Aruba บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise
Aruba บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise คือผู้นำระดับโลกสำหรับโซลูชันระบบเครือข่ายในแบบ Edge-to-Cloud ที่มั่นคงปลอดภัยและชาญฉลาดจากการใช้ AI เพื่อปรับระบบเครือข่ายให้เป็นอัตโนมัติ พร้อมทั้งใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ทรงพลัง ด้วย Aruba ESP (Edge Services Platform) และการใช้งานในแบบ As-a-Serivce ทำให้ Aruba สามารถใช้แนวทางแบบ Cloud-Native เพื่อช่วยลูกค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านการเชื่อมต่อเครือข่าย, การรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการเงินได้ทั้งสำหรับระบบในสาขาขนาดใหญ่, สาขาขนาดเล็ก, ศูนย์ข้อมูล และการทำงานจากภายนอก ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายแบบมีสาย, ไร้สาย และ Wide Area Network (WAN)
ถ้าหากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม Aruba ที่ www.arubanetworks.com สำหรับการติดตามข่าวสารแบบทันท่วงที กรุณาติดตาม Aruba ที่ Twitter และ Facebook โดยสำหรับการพูดคุยสนทนาในประเด็นด้านเทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับ Mobility และผลิตภัณฑ์ของ Aruba กรุณาเยี่ยมชม Airheads Community ที่ community.arubanetworks.com

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-aruba-atmosphere-2022-seath-and-india-bkk/

โปรโมชั่นพิเศษ! เช่าใช้งาน Aruba EdgeConnect เริ่มต้นเพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขา วางระบบ SD-WAN ได้อย่างคล่องตัวและง่ายดาย

SD-WAN ได้กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีมาตรฐานที่ธุรกิจองค์กรซึ่งมีหลายสาขาจำเป็นต้องใช้งานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปแล้ว ในขณะที่ธุรกิจองค์กรที่มีสาขาเดียวเองหลายแห่งก็เลือกที่จะใช้ SD-WAN เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเข้าถึงระบบ Application และข้อมูลบน Cloud ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาหลายธุรกิจมักมองว่า SD-WAN เป็นโซลูชันที่มีราคาค่อนข้างสูง เข้าถึงได้ยาก ทาง SiS Distribution และ Aruba Networks จึงได้จับมือกันจัดโปรโมชันพิเศษ เช่าใช้งาน Aruba EdgeConnect เริ่มต้นเพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขาเท่านั้น เพื่อให้การใช้งาน SD-WAN ในไทยเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นในประเทศไทย

Aruba EdgeConnect กับความสามารถที่โดดเด่นเหนือ SD-WAN อื่น

โซลูชันของ Aruba EdgeConnect จะมีองค์ประกอบด้วยกัน 3 ส่วน ดังนี้
  • Aruba EdgeConnect Appliance อุปกรณ์ SD-WAN ในแบบ Physical/Virtual สำหรับเชื่อมต่อ WAN ที่หลากหลายเข้ากับ Network ภายในองค์กร พร้อมทำ Site-to-Site และ Hybrid WAN ในตัว
  • Aruba Orchestrator ระบบบริหารจัดการควบคุม SD-WAN ทั้งหมดจากศูนย์กลาง พร้อมกำหนดนโยบายควบคุมแบบอัตโนมัติ
  • Aruba Boost ออปชั่นเสริมสำหรับการทำ WAN Optimization ที่พร้อมใช้งานได้ใน 1 คลิก ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะจาก Aruba ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Application ที่ต้องการ Latency ต่ำเป็นพิเศษได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะการเชื่อมต่อไปยังสาขาต่างประเทศ รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่รันบน Public Cloud

ในภาพรวมแล้ว โซลูชัน Aruba EdgeConnect จะมีความสามารถที่โดดเด่นหลักๆ ด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่

  • WAN Optimization เป็นความสามารถส่วนเสริมที่ชื่อว่า Aruba WAN Boost ซึ่งต้องเปิดใช้งานเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพของ WAN ดีขึ้นด้วยสองเทคนิค
    • Latency Mitigation ใช้เทคนิคในการเพิ่มความเร็วและลดขั้นตอนให้กับ TCP หรือ Protocol อื่นๆ ที่มีการใช้งาน ทำให้สามารถลด Latency ในการเชื่อมต่อเครือข่ายลงได้อย่างชัดเจน
    • Data Reduction ทำ Data Compression และ Deduplication ให้กับข้อมูลที่รับส่งผ่าน TCP และ UDP บน WAN ช่วยลดปริมาณของ Traffic ที่มีความซ้ำซ้อน รวมถึงยังมีการจัดเก็บข้อมูลเอาไว้ภายใน Local เพื่อที่ว่าถ้าหากมีการเรียกใช้ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกับส่วนที่ถูกจัดเก็บเอาไว้นี้ ระบบก็จะนำข้อมูลที่จัดเก็บเอาไว้ส่งให้ยังปลายทางแทนได้ทันที
  • Business Intent Overlay สร้าง Application-Specific Virtual WAN Overlay จำนวนมากให้ทำงานร่วมกัน เพื่อรองรับการทำ QoS, Transport, Failover และ Security ให้แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของแต่ละการรับส่งข้อมูลได้
  • Path Conditioning เสริมประสิทธิภาพและคุณภาพในการรับส่งข้อมูลผ่าน Public Internet โดยอาศัยเทคนิคในการซ่อมแซมหรือจัดเรียงลำดับ Packet
  • SaaS Express ตรวจสอบคุณภาพของ WAN ในการเชื่อมต่อไปยังบริการ SaaS หลายร้อยรายการ ช่วยให้การทำงานผ่าน Cloud เป็นไปได้อย่างมั่นใจ

จะเห็นได้ว่าความสามารถที่หลากหลายและมีความเป็นเอกลักษณ์ของ Aruba EdgeConnect นี้อาจช่วยตอบโจทย์หลายๆ ข้อที่ธุรกิจองค์กรไม่เคยนึกถึงมาก่อนได้ว่า SD-WAN จะสามารถเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้ และนี่เองก็เป็นเหตุผลว่าทำให้ธุรกิจองค์กรชั้นนำหลายแห่งทั่วโลกถึงเลือกใช้ Aruba EdgeConnect เป็นระบบ SD-WAN หลัก

นอกจากนี้ ในแง่ของความมั่นคงปลอดภัย Aruba EdgeConnect Enterprise ก็ยังถือเป็นโซลูชัน SD-WAN แรกของโลกที่ผ่านการรับรอง ICSA Labs Secure SD-WAN Certification จากการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชันดังกล่าวจะมีความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการ SD-WAN เป็นอย่างดี ด้วยความสามารถที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง Next-Generation Firewall, IDS/IPS และ DDoS Detection & Remediation อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับ Aruba ClearPass และ Aruba Central NetConductor เพื่อตอบโจทย์การทำ Automation ทั้งในส่วนของ Network และ Security ได้อย่างครบถ้วน

ตอบโจทย์การเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังต่างประเทศและ Cloud อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยความสามารถข้างต้นของ Aruba EdgeConnect การทำ WAN Optimization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Traffic ที่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศหรือบริการ Cloud ต่างๆ นั้นจึงสามารถเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรหลายแห่งที่มีกรณีการใช้งานในลักษณะนี้ได้ ทำให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์ในการทำงานที่ดีขึ้นจาก Network Latency ที่ลดลงอย่างชัดเจน

การเลือกใช้งาน Aruba EdgeConnect นี้จะสามารถลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างมากหากเทียบกับการเช่าใช้ Private Link เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Cloud อย่างเช่น O365, Zoom, Salesforce หรือ Data Center ในต่างประเทศ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งใช้งานได้ง่ายผ่านระบบ Marketplace ที่มีอยู่บนบริการ Cloud ชั้นนำหลายราย

ลดค่าใช้จ่ายการเช่าใช้ MPLS ลงได้อย่างคุ้มค่า

สำหรับธุรกิจองค์กรที่ใช้ MPLS อยู่เดิมนั้น การใช้ Aruba EdgeConnect จะทำให้การบริหารจัดการ WAN เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม และสามารถลด Bandwidth ที่ต้องรับส่งข้อมูลผ่าน MPLS ได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ธุรกิจองค์กรจะยังได้รับความยืดหยุ่นพร้อมอิสระในการเลือกใช้ Internet Link จากผู้ให้บริการในแต่ละพื้นที่ได้อย่างอิสระ เพราะ Aruba EdgeConnect สามารถช่วยเชื่อมผสานระบบเครือข่ายในแต่ละพื้นที่เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้ และยังใช้ Link หลายเส้นควบคู่กันไปเพื่อเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานให้กับการเชื่อมต่อ Internet ได้อีกด้วย

เริ่มต้นใช้งาน Aruba EdgeConnect ได้ทันที เพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขาเท่านั้น!!
 

ทาง SiS ได้ร่วมมือกับ Aruba Networks จัดโปรโมชันเพิเศษสำหรับแพ็คเกจ 100/100Mbps ในราคาเพียง 9,500 บาทต่อเดือนต่อสาขา ที่มาพร้อมกับความสามารถในการทำ WAN Optimization ได้มากถึง 50Mbps พร้อมแถมฟรี บริการ Aruba Orchestrator บน SiS Cloud และฟรีค่าติดตั้งโดยทีมงาน SiS โดยมีระยะเวลาสัญญา 36 เดือน

ราคาดังกล่าวนี้ยังไม่รวมค่า Internet Link (FTTX) และ Public IP

สนใจใช้งาน Aruba EdgeConnect ติดต่อ SiS Distribution ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Aruba EdgeConnect หรือโซลูชันอื่นๆ จาก Aruba Networks สามารถติดต่อทีมงาน SiS Distribution ได้ทันทีที่ hpearuba@sisthai.com หรือ LINE @sisaruba

from:https://www.techtalkthai.com/special-promotion-lease-of-aruba-edgeconnect-starting-at-only-9500-baht-per-month-per-branch-easy-to-deploy-sd-wan-systems/

แนะนำ Aruba Instant On 1430 Switch: Unmanaged Switch ที่มาพร้อมกับ QoS, Security และ PoE+ ในตัว

เมื่อพูดถึงชื่อของ Aruba Instant On เราก็มักจะนึกถึงโซลูชัน Network สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่สามารถบริหารจัดการผ่าน Cloud ได้ในราคาที่คุ้มค่า ใช้งานได้ง่าย

แต่ว่าล่าสุด Aruba ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Aruba Instant On 1430 Switch ซึ่งเป็น Unmanaged Switch ในราคาที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นไปอีก และยังมากับความสามารถอีกมากมายทั้ง QoS, Security และ PoE+ พร้อมรุ่นที่หลากหลายในเลือกใช้งาน

ในบทความนี้ทีมงาน TechTalkThai จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Aruba Instant On 1430 Switch กันครับ

มีหลายรุ่น เลือกใช้ได้ตามต้องการทั้งสำหรับธุรกิจและ Home Office

Aruba Instant On 1430 Switch ถูกออกแบบมาให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นเหมาะสมต่อความต้องการที่แตกต่างกันออกไป โดยมีรุ่นให้เลือกใช้งานด้วยกันมากถึง 7 รุ่น ดังนี้

  • Aruba Instant On 1430 5G Switch รุ่นเล็กที่มาพร้อม 5x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 8G Switch รุ่น 8x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 8G Class4 PoE 64W Switch รุ่น 8x 1GbE ที่สามารถจ่าย PoE ได้มากถึง 64W (สูงสุด 30W ต่อพอร์ต)
  • Aruba Instant On 1430 16G Switch รุ่น 16x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 16G Class4 PoE 124W Switch รุ่น 16x 1GbE ที่สามารถจ่าย PoE ได้มากถึง 124W (สูงสุด 30W ต่อพอร์ต)
  • Aruba Instant On 1430 24G Switch รุ่น 24x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 26G 2SFP Switch รุ่น 26x 1GbE ที่มาพร้อม SFP Uplink อีก 2 พอร์ต

ติดตั้งใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าใดๆ พร้อมทำ QoS และจ่าย PoE โดยอัตโนมัติ

การเป็น Unmanged Switch ที่มาพร้อมกับความสามารถ Plug-and-Play นี้ทำให้ Aruba Instant On 1430 Switch โดดเด่นเหนือกว่า Unmanaged Switch อื่นๆ เพราะนอกจากจะรองรับการจ่าย PoE+ ได้ทั้งสำหรับมาตรฐาน 802.3af และ 802.3atเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IT หรือ IoT ที่ต้องการได้ในหลายๆ รุ่นแล้ว ทาง Aruba ก็ยังได้เสริมความสามารถในการทำ Quality of Service หรือ QoS และ Flow Control โดยอัตโนมัติมาให้ในตัว

QoS ที่ Aruba ปรับแต่งมาให้พร้อมใช้งานได้นี้จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่ม Priority ให้กับ Traffic ที่เป็น Voice และ Video โดยเฉพาะ โดยจำแนกจาก DSCP หรือ IEEE 802.1p Classification ส่วนในการทำ Flow Control นั้นก็จะช่วยลดปัญหาการเกิด Packet Loss ในขณะที่เกิด Network Congestion

ทั้งนี้ Aruba ก็ยังได้เสริมการทำ Jumbo Frame มาให้ใช้ได้ทันที ทำให้สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ถึง 9216 Byte ได้อีกด้วย

Unmanaged Switch ที่มาพร้อมกับความสามารถเพื่อรองรับ Network Security เบื้องต้น

อีกจุดเด่นที่น่าสนใจนั้นก็คือการตั้งค่า EAPoL Frame Forwarding มาให้ใน Unmanaged Switch เหล่านี้สำหรับการส่ง 802.1X EAP over LAN ไปยัง Uplink Switch ที่ตั้งค่า 802.1X เอาไว้ ทำให้สามารถทำการยืนยันตัวตนก่อนเชื่อมต่อใช้งานเครือข่ายได้อย่างมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งกว่า Unmanaged Switch รุ่นอื่นๆ

นอกจากนี้ภายใน Aruba Instant On 1430 Switch ก็ยังมีการเปิด STP BPDU Frame Forwarding เอาไว้ด้วย ทำให้การทำ Spanning Tree สำหรับ Unmanaged Switch เหล่านี้เกิดขึ้นได้ ป้องกันการเกิด Loop ภายในระบบเครือข่ายที่มักสร้างปัญหาใหญ่อย่างในอดีตได้เป็นอย่างดี

ต่อ Transceiver ได้ในราคาที่คุ้มค่ายิ่งกว่าใคร

แม้จะเป็น Unmanged Switch แต่ใน Aruba Instant On 1430 Switch รุ่น 26 Port ก็ยังมากับพอร์ต SFP จำนวนอีกถึง 2 ช่อง โดยมี Transceiver ราคาคุ้มค่าเป็นพิเศษจาก Aruba ให้เลือกใช้งานด้วย ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบเครือข่ายเดินสายไปยังพื้นที่หรืออาคารที่มีระยะทางไกลได้ด้วยความเร็วระดับ Gbps

เสียงเงียบ เพราะเป็นแบบ Fanless ทุกรุ่น

ด้วยความตั้งในการออกแบบให้ Aruba Instant On 1430 Switch มีความทนทานและประหยัดพลังงานที่สุด ทาง Aruba จึงได้เลือกพัฒนาให้ Aruba Instant On 1430 Switch ใช้ระบบระบายความร้อนแบบ Fanless ทำให้มีเสียงเงียบ ใช้พลังงานน้อย และลดโอกาสที่อุปกรณ์จะเสียหายลงได้มาก ซึ่งประเด็นนี้ก็ยังส่งผลดีในแง่ของการเลือกจุดติดตั้งได้ง่ายจากการที่ไม่มีเสียงรบกวน และไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นหรือปัจจัยอื่นๆ มากนักอีกด้วย

รับประกันแบบ Limited Lifetime Warranty

Aruba Instant On 1430 Switch ทุกรุ่นนี้มาพร้อมกับประกันแบบ Limited Lifetime Warranty จึงสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า

สนใจ Aruba Instant On 1430 Switch ติดต่อ SiS Distribution ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Aruba Instant On 1430 Switch หรือโซลูชันอื่นๆ ในตระกูล Aruba Instant On สามารถติดต่อทีมงาน SiS Distribution ได้ทันทีที่ HPEAruba@sisthai.com หรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยตนเองได้ที่ https://shopee.co.th/aruba_thailand และ https://www.lazada.co.th/shop/arubastore-bypgs/

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-instant-on-1430-unmanaged-switch-includes-qos-security-and-poe-plus/

TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day | 5 ตุลาคมนี้

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกเกือบ 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ความรู้ด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กรโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Alcatel-Lucent Enterprise, Allied Telesis, Blancco, Cisco, Cloudflare, Commscope, Dell Technologies, Fortinet, Hillstone Networks, HPE Aruba, Juniper Networks, Netka, Nutanix, Panduit, Schneider Electric, Sophos, Tenable, Thales Group, TmaxSoft, Veeam และ VMware ไปจนถึงเหล่าผู้เชี่ยวชาญในไทยที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และกรณีศึกษาต่างๆ ให้เหล่าธุรกิจไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เช่น AIS, Bangkok MSP, Bangkok Systems & Software, Computer Union, STelligence, Soft De’but, Tangerine, True IDC และ Yip In Tsoi

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจาก AIS 5G, True IDC, สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ที่จะมาอัปเดตเทรนด์ 5G, Data Center และ Hybrid Multi-cloud ในไทย รวมไปถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-enterprise-it-infrastructure-day/