คลังเก็บป้ายกำกับ: IBM

NASA จับมือ IBM ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน

IBM ประกาศความร่วมมือกับ NASA โดยจะให้ใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์เพื่อหาข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวกับโลกและข้อมูลภูมิสารสนเทศอื่น ๆ โดยจะใช้ AI ทำงานร่วมกับข้อมูลดาวเทียมสำรวจโลกของ NASA โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์แบบ Foundation Model เป็นครั้งแรก

โมเดลปัญญาประดิษฐ์ของ IBM ที่ใช้ในความร่วมมือครั้งนี้ คือ Foundation Model จะถูกเทรนด้วยชุดข้อมูลจำนวนมากที่ไม่ได้จัดรูปแบบข้อมูลไว้ล่วงหน้า (unlabeled data) และสามารถจะสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปประยุกต์กับงานรูปแบบอื่นๆ ทำให้ NASA สามารถเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นเพื่อศึกษาและจัดการกับผลกระทบของภาวะโลกร้อน

ทั้ง 2 จะร่วมมือกับพัฒนาเทคโนโลยีอื่นอีก โครงการหนึ่งคือ IBM จะเทรนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ด้วยชุดข้อมูล Harmonized Landsat Sentinel-2 (HLS) ของ NASA ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพื้นดินและการใช้ที่ดิน เพื่อใช้วิเคราะห์ร่องรอยการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ อย่างภัยธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าเพื่อใช้ศึกษาระบบนิเวศของโลก

อีกโครงการหนึ่งคือการจัดทำคลังข้อมูลเรื่องโลกและวิทยาศาสตร์ โดย IBM ได้พัฒนาโมเดล NLP ที่ได้รับการเทรนโดยใช้บทความที่ให้ความรู้เรื่องโลกเกือบ 300,000 ชิ้น เพื่อให้สามารถค้นหาข้อมูลง่ายขึ้น และโมเดลตัวเต็มได้รับการเทรนจาก PrimeQA ซึ่งเป็นระบบถาม-ตอบได้หลายภาษาของ IBM

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับสร้างโมเดลพื้นฐานเพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์สภาพอากาศโดยใช้ MERRA-2 ซึ่งเป็นชุดข้อมูลการสังเกตุการณ์สภาพบรรยากาศ โมเดลนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Open-Source Science Initiative ของ NASA ที่มุ่งแหล่งข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้ที่ได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนอื่น ๆ ในอนาคต

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/132472

เรียบร้อย! ไม่เอาไว้เช่นกัน – IBM ประกาศลดคน 3,900 ตำแหน่ง

ล่าสุด IBM ก็ไม่น้อยหน้า โดดร่วมวงเทศกาลเลย์ออฟของเหล่าบริษัทไอทีด้วยเช่นกัน โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้ประกาศว่าจะเอาพนักงานออกถึง 3,900 คน แต่อ้างเหตุผลว่ามาจากการขายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะเป็นจุดอ่อนของบริษัท

ซึ่งเมื่อปี 2021 IBM ได้แยกธุรกิจบริการเทคโนโลยีเก่าออกไปเป็นบริษัทเอกเทศในชื่อ Kyndryl และเมื่อปีที่แล้วก็มีขายธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มบริการสุขภาพ Watson Health ออกไปด้วย สำหรับการเลย์ออฟนี้บริษัทได้กันงบค่าชดเชยไว้ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2022 ล่าสุดของ IBM นั้น ทำตัวเลขทั้งกำไรและรายรับตรงตามความคาดหมายของนักวิเคราะห์ โดยเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานต่อหุ้นอยู่ที่ 3.60 ดอลลาร์ฯ ตามที่ทาง Refinitiv เคยประเมินไว้

เมื่อมองเจาะแต่ละกลุ่มธุรกิจแล้ว IBM รายงานอัตราการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งทั้งกลุ่มคลาวด์ เอไอ และซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะธุรกิจคลาวด์ที่ทำรายรับโตขึ้นถึง 11 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา และปลายปีที่แล้วยังประกาศที่จะลงทุนเพิ่มสองแสนล้านดอลลาร์ฯ ในธุรกิจชิป ควอนตัม และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ ด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NYT

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%99/

เรียบร้อย! ไม่เอาไว้เช่นกัน – IBM ประกาศลดคน 3,900 ตำแหน่ง

ล่าสุด IBM ก็ไม่น้อยหน้า โดดร่วมวงเทศกาลเลย์ออฟของเหล่าบริษัทไอทีด้วยเช่นกัน โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้ประกาศว่าจะเอาพนักงานออกถึง 3,900 คน แต่อ้างเหตุผลว่ามาจากการขายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะเป็นจุดอ่อนของบริษัท

ซึ่งเมื่อปี 2021 IBM ได้แยกธุรกิจบริการเทคโนโลยีเก่าออกไปเป็นบริษัทเอกเทศในชื่อ Kyndryl และเมื่อปีที่แล้วก็มีขายธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มบริการสุขภาพ Watson Health ออกไปด้วย สำหรับการเลย์ออฟนี้บริษัทได้กันงบค่าชดเชยไว้ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2022 ล่าสุดของ IBM นั้น ทำตัวเลขทั้งกำไรและรายรับตรงตามความคาดหมายของนักวิเคราะห์ โดยเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานต่อหุ้นอยู่ที่ 3.60 ดอลลาร์ฯ ตามที่ทาง Refinitiv เคยประเมินไว้

เมื่อมองเจาะแต่ละกลุ่มธุรกิจแล้ว IBM รายงานอัตราการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งทั้งกลุ่มคลาวด์ เอไอ และซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะธุรกิจคลาวด์ที่ทำรายรับโตขึ้นถึง 11 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา และปลายปีที่แล้วยังประกาศที่จะลงทุนเพิ่มสองแสนล้านดอลลาร์ฯ ในธุรกิจชิป ควอนตัม และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ ด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NYT

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-cut-3900-jobs/

IBM เผยรายได้ประจำปีเติบโตขึ้นสูงสุดในรอบทศวรรษ

รายรับทั้งปี 2022 ของ IBM เพิ่มขึ้น 5.5% เป็น 60,530 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตัวแปรที่สำคัญมาจากการเปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “hybrid cloud” ซึ่งสามารถช่วยเหลือลูกค้าในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลของตนเองและการปรับใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ในรูปแบบเช่า

James Kavanaugh ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ IBM บอกกับรอยเตอร์ว่า “บริษัทฯ กำลังมองเห็นธุรกิจที่ปรึกษาเติบโตในแง่ของการใช้จ่ายบนระบบคลาวด์”

  • ตัวเลขรายรับจากธุรกิจ “hybrid cloud” ของ IBM เพิ่มขึ้น 2% เป็น 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ตัวเลขการเติบโตของรายได้รวมทรงตัวอยู่ที่ 16,690 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อสิ้นสุดไตรมาสวันที่ 31 ธันวาคม 2022 เมื่อเทียบกับตัวเลขที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ที่ 16,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามข้อมูลของ Refinitiv
  • ตัวเลขการจองอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสที่สี่ 2022
  • ตัวเลขรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของ IBM มาจากนอกสหรัฐฯ
การลงนามในข้อตกลงกับพันธมิตรด้านไฮเปอร์สเกลเลอร์ AWS ของ Amazon และ Azure ของ Microsoft เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญของรายได้ที่เติบโตขึ้นของ IBM
 

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-reports-2022-revenue-growth-highest-in-a-decade/

IBM รายงานผลประกอบการไตรมาส ใกล้เคียงกับปีก่อน – ประกาศปลดพนักงาน 3,900 คน

ไอบีเอ็มรายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ปี 2022 รายได้รวมใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนที่ 16,690 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 2,711 ล้านดอลลาร์

รายได้แยกตามกลุ่มธุรกิจ เป็นดังนี้ ธุรกิจซอฟต์แวร์รายได้เพิ่มขึ้น 3% เป็น 7,288 ล้านดอลลาร์ ธุรกิจให้คำปรึกษาเพิ่มขึ้น 0.5% เป็น 4,770 ล้านดอลลาร์ และธุรกิจ Infrastructure เพิ่มขึ้น 2% เป็น 4,483 ล้านดอลลาร์ เฉพาะไลน์สินค้าเมนเฟรม IBM Z เพิ่มขึ้น 16%

Arvind Krishna ซีอีโอไอบีเอ็มกล่าวว่าในไตรมาสที่ผ่านมา ลูกค้าต่างเพิ่มความสนใจในโซลูชันไฮบริดคลาวด์ และ AI ซึ่งช่วยเสริมความแตกต่างให้กับธุรกิจ และเสริมให้ไอบีเอ็มมีการเติบโต

ไอบีเอ็มยังยืนยันข่าวการปลดพนักงาน 3,900 คน คิดเป็น 1.5% ของพนักงานทั้งหมด โดยพนักงานกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เป็นพนักงานที่เกี่ยวข้องกับ Kyndryl ธุรกิจ Infrastructure ที่แยกออกจากไอบีเอ็ม และ Watson Health ที่ขายออกไปเมื่อปีที่แล้ว

ที่มา: ไอบีเอ็ม และ CNBC

No Description

from:https://www.blognone.com/node/132387

IBM เพิ่มจำนวนคอร์โปรเซสเซอร์มากขึ้น 4 เท่า สำหรับ Oracle

เมื่อเดือนที่แล้ว IBM ประกาศอย่างเงียบๆ ว่ามีแผนที่จะเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Power 10 แบบ 24 คอร์ เพื่อประโยชน์ของฐานข้อมูล Oracle ตามประกาศลงวันที่ 13 ธันวาคม 2022 ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนของ IBM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ Power S1014

เซิร์ฟเวอร์ S1014 ติดตั้งบนแร็คขนาด 4U แบบซ็อกเก็ตเดียวพร้อม NVMe SSD 16 ตัวและความจุหน่วยความจำสูงสุด 64GB เอกสารกล่าวในบางส่วน
 
“IBM ตั้งใจที่จะประกาศโปรเซสเซอร์ 24 คอร์ที่มีความหนาแน่นสูงสำหรับระบบ IBM Power S1014 (MTM 9105-41B) เพื่อจัดการกับสภาพแวดล้อมของแอปพลิเคชัน Oracle Database พร้อมโมเดลสิทธิ์การใช้งาน Standard Edition 2 (SE2) โดยตั้งใจที่จะรวมเอาความแข็งแกร่ง การคำนวณ throughput ด้วยคุณสมบัติความน่าเชื่อถือและความพร้อมใช้งานที่เหนือกว่าของแพลตฟอร์ม IBM Power ในขณะที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การให้สิทธิ์การใช้งาน Oracle Database SE2”
 
IBM เพิ่มจำนวนคอร์ของ RISC CPU เป็น 4 เท่า เพื่อประโยชน์ของฐานข้อมูลของ Oracle โดยปกติแล้ว Power Processor ใน S1014 จะมีจำนวน 4 หรือ 8 คอร์ แต่ IBM ตั้งใจที่จะเพิ่มเป็น 24 คอร์ โดยอ้างอิงโมเดลการให้สิทธิ์การใช้งาน Oracle Database Standard Edition 2 (SE2) โดยเฉพาะ “แบบต่อซ็อกเก็ต ไม่ใช่แบบต่อคอร์” และสิทธิ์ใช้งานของลูกค้าจะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
 
“การเพิ่มจาก 4 หรือ 8 คอร์เป็น 24 คอร์ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพครั้งใหญ่”
 
การเพิ่มจำนวนคอร์มากถึง 4 เท่า แน่นอนว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายภายในการดำเนินการและ IBM คาดหวังที่จะคืนเงินนั้นเช่นกัน แต่จะด้วยวิธีการอย่างไรยังไม่แน่ชัด เพราะ Oracle Database SE2 ไม่ใช่ฐานข้อมูลระดับบนสุดของ Oracle (เหตุใด Oracle จึงเลือก SE ไม่ใช่ EE) ซึ่ง Bob O’Donnel นักวิเคราะห์ของ Technalysis Research มองว่า IBM มีลูกค้าจำนวนมากที่ใช้ฐานข้อมูล Oracle และพวกเขาคิดว่านี่เป็นวิธีที่ค่อนข้างง่ายในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันให้แก่ลูกค้า
 
ในส่วนของ Oracle กล่าวว่า “ไม่ได้ร้องขอการเพิ่มแกนนี้จาก IBM และสำหรับคำถามอื่นๆ คุณจะต้องถาม IBM
 

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-quadruples-the-number-of-processor-cores-for-oracle/

IBM สูญเสียสถิติสูงสุดให้กับ Samsung ในการยื่นจดสิทธิบัตรมากที่สุดในปี 2022

นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1993 ที่ IBM ไม่ได้ยื่นจดสิทธิบัตรในสหรัฐฯ มากที่สุดในปี 2022

จำนวนสิทธิบัตรของ IBM ลดลง 44% เหลือ 4,734 สิทธิบัตรในปี 2022 ครองอันดับสองรองจาก Samsung ที่ 8,513 รายการ ตามรายงานสิทธิบัตรของ Harrity 2022 Patent 300® List
 
จากรายงานของบลูมเบิร์ก พบว่า รายการของ “เซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำฮาร์ดแวร์” ลดลงมากที่สุดในสิทธิบัตรที่ลงนามโดย IBM
 
IBM เปลี่ยนโฟกัสมุ่งสู่ ‘Open Innovation’ มากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการยื่นจดสิทธิบัตรเป็นการทำงานเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น ไฮบริดคลาวด์, ข้อมูล, AI, ระบบอัตโนมัติ และควอนตัมคอมพิวติ้งผ่าน “นวัตกรรมแบบเปิด” และการร่วมมือกับองค์กรและสถาบันภายนอก นอกจากนี้ Darío Gil รองประธานอาวุโสของ IBM ได้กล่าวไว้ว่า
 
“IBM จะไม่ติดตามเป้าหมายของการเป็นผู้นำด้านสิทธิบัตรที่เป็นตัวเลขอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม IBM ก็ยังเป็นผู้คิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่ๆ และยังคงดำเนินการจดสิทธิบัตรสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคตต่อไป และจะคำนึงถึงผลกระทบในโลกแห่งความเป็นจริงของเทคโนโลยีนั้น ไม่ใช่แค่จำนวนสิทธิบัตรเพราะ IBM คือผู้สร้างมันขึ้นมา”
 
ที่ผ่านมา IBM ได้เริ่มเปิดเทคโนโลยีให้กับแหล่งข้อมูลภายนอกในปี 2016 ด้วยการเปิดแหล่งที่มาของซอฟต์แวร์ Qiskit สำหรับคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งถูกดาวน์โหลดโดยผู้คนมากกว่า 1.5 ล้านคนนับตั้งแต่เปิดตัว ในขณะที่ผู้ใช้ IBM Quantum ที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 400,000 รายใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อเขียนสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 1,700 ฉบับ
 
และเมื่อเดือนธันวาคม 2022 ที่แล้ว IBM ได้ประกาศว่ากำลังร่วมมือกับ Rapidus บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ลอจิกของญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาและนำเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรของ IBM ไปใช้ โดย Rapidus หวังที่จะผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตรที่ญี่ปุ่นจากความช่วยเหลือของ IBM (แหล่งข่าวอ้างอิง : https://www.techtalkthai.com/ibm-has-partnered-with-rapidus-a-new-japanese-chip-maker/)
 

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-loses-record-to-samsung-for-most-patent-filings-in-2022/

IBM หล่นจากอันดับ 1 บริษัทที่ได้รับสิทธิบัตรในอเมริกามากที่สุด หลังเป็นแชมป์มา 29 ปี

Harrity LLP ได้จัดอันดับบริษัทที่ได้รับอนุมัติสิทธิบัตรในอเมริกาของปี 2022 โดยประเด็นสำคัญคือ IBM ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 หลังจากที่บริษัทอยู่ในอันดับ 1 มาเป็นเวลา 29 ปี โดยซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ที่ 8,513 รายการสิทธิบัตร

จำนวนสิทธิบัตรของ IBM ในปีที่ผ่านมามี 4,743 รายการ ลดลงถึง 44% เมื่อเทียบกับจำนวนในปี 2021

ก่อนหน้านี้ Dario Gil หัวหน้าฝ่ายวิจัย IBM Research เคยพูดถึงการเปลี่ยนกลยุทธ์บริษัท จากเดิมเน้นพัฒนาผลงานเพื่อจดสิทธิบัตรให้มากที่สุด มาเป็นโฟกัสต่อยอดทำเงิน จากรายการสิทธิบัตรซึ่งถือครองอยู่แล้วแทน ซึ่งที่ผ่านมายังทำได้ไม่มากพอ

ที่มา: Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/132164

IBM จะแทนที่ PartnerWorld เดิมด้วยการเปิดตัว Partner Plus โปรแกรมพันธมิตรใหม่

เสนอสิ่งจูงใจ การเข้าถึง และการสนับสนุนที่ปรับปรุงเพื่อช่วยให้พันธมิตรใหม่และพันธมิตรที่มีอยู่ได้รับชัยชนะพร้อมไปกับลูกค้า
 

Image Credit : community.ibm.com
IBM กำลังแทนที่โปรแกรม PartnerWorld ที่มีมายาวนานด้วย IBM Partner Plus โปรแกรมใหม่นี้ IBM มีเป้าหมายเพื่อให้พันธมิตรที่มีอยู่และรายใหม่มีส่วนร่วมที่ง่ายขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าของพวกเขา
 
IBM กล่าวว่า Partner Plus เป็น “ศูนย์กลางของกลยุทธ์ไฮบริดคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ซึ่งมีการนำเสนอระดับชั้นและสิทธิประโยชน์แบบครบวงจรสำหรับพันธมิตรแต่ละประเภท รวมถึงผู้ค้าปลีก ไฮเปอร์สเกล ผู้ให้บริการโซลูชัน ISV และ SI เช่นกัน
 
Partner Plus มีทั้งหมด 3 ระดับ คือ Silver, Gold และ Platinum ซึ่งปลดล็อกสิทธิประโยชน์ทางการเงิน การสนับสนุนแบบเจาะจงสู่ตลาด และการศึกษา “เมื่อธุรกิจของพันธมิตรเติบโตไปพร้อมกับไอบีเอ็ม พวกเขาสามารถปลดล็อกสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถและหาลูกค้ารายใหม่ๆ” ไอบีเอ็มกล่าวในแถลงการณ์
 
IBM จะเปลี่ยน PartnerWorld ที่มีอยู่ไปใช้แพลตฟอร์ม IBM Partner Plus ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2023 โดย incentive program ใหม่จะมีผลในวันที่ 1 เมษายน ในปีเดียวกัน IBM Partner Plus ใหม่นี้ IBM มุ่งเน้นที่จะนำเสนอวิธีการใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อการส่งมอบคุณค่าให้กับพันธมิตรใหม่และที่มีอยู่เดิมให้พวกเขาเหล่านี้ได้รับทักษะ เติบโตเร็วขึ้น และมีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
 
ตัวอย่างเช่น “พันธมิตรสามารถเพิ่มพูนทักษะ พัฒนาโซลูชัน และสร้างความเชี่ยวชาญด้านการขายด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ เช่น AI ความปลอดภัย และระบบคลาวด์บนแพลตฟอร์มคลาวด์แบบไฮบริดแบบเปิด โดยใช้ประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคจาก IBM โดยตรง สำหรับการทำ proofs of concept และ custom demos เพื่อช่วยให้พวกเขาชนะใจลูกค้าและเร่งการเติบโตได้สำเร็จ”
 
สำหรับพันธมัตรและคู่ค้าเดิมของ PartnerWorld จะยังคงรักษาระดับสถานะ ณ ปัจจุบันไปจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2023 และสามารถดำเนินการเปลี่ยนถ่ายไปสู่ระบบใหม่ตามคุณสมบัติที่ตรงตามเกณฑ์ของ IBM Partner Plus ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทใหม่แทนที่ของ PartnerWorld เดิม
 
ผลประกอบการของ IBM:
 
รายรับของ IBM สูงถึง 14,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2022 มีรายได้เพิ่มขึ้น 6% จากรายรับ 13,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้า การเติบโตที่กล่าวมานี้ได้รับแรงหนุนรายรับจากคลาวด์แบบไฮบริดที่ 22,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2021 อ้างอิงตามข้อมูลที่ IBM ระบุในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2022
 

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-will-replace-the-legacy-partnerworld-with-the-launch-of-partner-plus-a-new-partner-program/

เจาะมุมมองอนาคตไอที-ธุรกิจ-อุตสาหกรรม กับผู้บริหาร 5 องค์กรชั้นนำไทย

ในงานครบรอบ 70 ปีของ IBM Thailand ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ทาง IBM ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำของไทยมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และวิสัยทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เดอะมอลล์ และปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท. สผ.) ซึ่งสะท้อนวาระสำคัญและมุมมองอนาคตของภาคอุตสาหกรรมสำคัญของไทยได้เป็นอย่างดี ในวันนี้ TechTalkThai ขออนุญาตนำมาร้อยเรียงให้ฟัง ดังนี้ครับ

IT Modernization & Transformation ยังคงเป็นวาระสำคัญของสถาบันการเงินไทย

คุณมงคล  เอื้อจิตอนันตกุล Acting Managing Director, KInfra แห่งบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป  ได้เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงการที่ธนาคารสามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าจำนวนมากด้วยโซลูชันจาก IBM เช่นการใช้ IBM Power สำหรับระบบ Core Banking ที่ต้องการการประมวลผลอย่างรวดเร็ว, การใช้ Microservices ร่วมกับ CDN สำหรับรองรับ Mobile Banking ที่เน้นการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากเป็นหลัก และเพิ่มขยายระบบได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น โดยระบบ Monitoring หรือ Observability นั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการตรวจสอบและจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ระบบใดๆ ของธนาคารล่ม

วันนี้ธนาคารกสิกรไทยต้องการรุกตลาดในระดับภูมิภาคนอกเหนือจากไทย และมองถึงการขยายจำนวนผู้ใช้งาน K Plus สู่ 200 ล้านคน แน่นอนว่าระบบ IT Infrastructure ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลจากแต่ละประเทศมาวิเคราะห์และใช้งานได้อย่างเหมาะสม และนำโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศมาปรับใช้ในประเทศอื่นๆ สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

คุณเทพกร ศิริธนะวุฒิชัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ Infrastructure ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้เล่าถึงการทำ IT Modernization ครั้งใหญ่เพื่อให้ลูกค้าของธนาคารได้รับบริการที่ดีขึ้นและมีบริการใหม่ๆ ให้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพนักงานภายในธนาคารเองก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ Mainframe ในระบบ Core Banking ก็ช่วยให้ระบบมีความมั่นคงทนทานและความมั่นคงปลอดภัยที่สูงได้อย่างวางใจ ในขณะที่การเชื่อมต่อ Mainframe เข้ากับระบบอื่นๆ บน Multicloud ได้นั้นก็ทำให้ทางธนาคารสามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้ Enterprise Service Bus (EBS) และ IBM Cloud Pak for Integration ก็สามารถตอบโจทย์ด้านการผสานข้อมูลได้เป็นอย่างดี และยังมี IBM Garage สำหรับการพัฒนาบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ในมุมของธนาคารไทยพาณิชย์ การสร้าง Ecosystem ทางธุรกิจใหม่ๆ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ ดังจะเห็นได้จากการเปิดบริษัทย่อยจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นทางธนาคารจึงต้องเปลี่ยนตัวเองไปสู่การเป็น Banking as a Service ให้ได้ ด้วยการให้ความสำคัญต่อ API ทางด้านบริการการเงินให้มากขึ้น เพื่อให้บริการส่วนต่างๆ ในบริษัทย่อยสามารถทำงานผสานร่วมกันได้ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทยสามารถเชื่อมต่อกับธนาคาร สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง

คุณพชร วันรัตน์เศรษฐ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ แห่งธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ก็ได้เล่าถึงในมุมของตนเองที่ธนาคารได้มีการปรับตัวไปสู่ Open Banking ด้วยการเปิด Open API สำหรับเชื่อมต่อ Ecosystem เช่นกัน ทำให้ธนาคารมีรายรับในช่องทางใหม่ๆ เพิ่มเติมมากขึ้น และสามารถสร้างพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้จนเกินกว่าเป้าหมายที่คาดเอาไว้

อย่างไรก็ดี กว่าที่ธนาคารกรุงศรีอยุทธยาจะก้าวมาสู่จุดนี้ได้ ก็ต้องมีการปรับทั้ง 3P ได้แก่ People ที่ต้องปรับวิธีการทำงานของผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งทาง IBM ก็ได้เข้ามาช่วยปรับวิธีการทำงานให้เป็น Agile จนได้ผล, Product การพัฒนาต่อยอดจาก Legacy System โดยประเด็นหลักๆ ก็คือการปรับระบบ Core Banking ให้ทันสมัยมากขึ้นและรองรับความสามารถใหม่ๆ ทางธุรกิจมากขึ้น, Process การเปลี่ยนกระบวนการการทำงานให้สอดคล้องกับ Agile 

เทคโนโลยีกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืนทางพลังงาน

คุณฉัตรชัย คงเดชอุดมกุล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์กร บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้เล่าถึงการทำ Digital Transformation ร่วมกับ IBM ที่มุ่งเน้นวัตถุประสงค์ด้านการก้าวสู่การเป็น High Performance Organization (HPO) ด้วยการสร้าง Digital Platform สำหรับการรองรับเทคโนโลยีทั้งเก่าและใหม่ร่วมกันได้ รวมถึงการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้ ปตท.สผ. สามารถก้าวสู่การเป็น Energy Partner ที่ดีให้กับธุรกิจต่างๆ ได้ตามวิสัยทัศน์ของตนเอง

จุดสำคัญที่ทำให้ปตท.สผ.สามารถทำ Digital Transformation ในส่วนนี้ได้สำเร็จนั้น ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการที่ IBM ให้ความสำคัญต่อโครงการนี้อย่างจริงจัง ทั้งในแง่ของ Leadership ที่ผู้บริหารระดับสูงจาก IBM ได้เข้ามาคุยกับทีมงานของปตท.สผ.ด้วยตนเอง, การมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกันที่อยากจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และการทำงานร่วมกับทีมงานของปตท.สผ.ได้จนประสบความสำเร็จ

อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือการทำโครงการเหล่านี้ให้เกิดคุณค่าต่อธุรกิจได้จริงๆ ซึ่งปตท.สผ. สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนในองค์กรเห็นถึงประโยชน์ของการเปลี่ยนไปทำงานแบบ Data-Driven ได้ ทั้งในระดับของพนักงานและผู้บริหาร ทำให้เกิดการยอมรับและปรับตัวอย่างรวดเร็วในองค์กร

ในอดีตหากพูดถึงเรื่องการทำ Digital Transformation ทีมงานปตท.สผ. นั้นจะนึกไม่ออกเลยว่าควรจะทำโครงการอะไรดี แต่เมื่อมีโครงการที่ประสบความสำเร็จและมุมมองของคนในองค์กรเปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้ ปตท.สผ. มีโครงการต่างๆ มากมายเกินกว่า 100 โครงการแล้ว และวิสัยทัศน์ของปตท.สผ.ก็คือทุกโครงการเหล่านี้จะต้องสามารถผสานระบบร่วมกันได้ทั้งหมด ซึ่ง IBM ก็จะเป็นผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

ค้าปลีกต้องปรับตัวทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ต้องมีทั้งการผสานระบบและการนำข้อมูลมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณจิรยุทธ์ กาญจนมยูร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายไอที บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ได้มาแบ่งปันถึงมุมมองจากอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ทุกวันนี้เปลี่ยนไปทำธุรกิจบนเทคโนโลยีอย่างเต็มตัวในระยะเวลาเพียง 5 ปี ตั้งแต่การติดตั้งใช้งาน SAP, การก้าวสู่ E-Commerce, การนำ Data ในองค์กรมาใช้งาน และการประยุกต์ใช้ AI ในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่นการตัดสินใจจัดวางสินค้าบนชั้นวาง หรือการตัดสินใจว่าจะนำสินค้าอะไรมาวางขายคู่กัน ไปจนถึงการใช้ Marketing Technology ในหลากหลายแง่มุม 

สิ่งที่ธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญนั้นก็คือความเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมของลูกค้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ไม่ได้มีเพียงแค่สินค้าอะไรน่าสนใจหรือขายดีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงช่องทางหรือเทคโนโลยีที่ลูกค้าใช้ในการสั่งซื้อสินค้าหรือชำระเงิน ซึ่งธุรกิจค้าปลีกก็ต้องตามเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ทัน และเข้าใจ Pattern ของลูกค้าให้ได้อยู่เสมอ

สำหรับในอนาคต ความท้าทายของเดอะมอลล์กรุ๊ปนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่ภาพของ Retail Entertainment โดยจะเริ่มต้นจากการเปิดตัว Emsphere ซึ่งก็จะมีการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเต็มที่ภายในห้างนี้ เป็น Digital Product ที่ถูกผสมผสานมานำเสนอสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้ ตรงนี้เองก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของก้าวใหม่ที่ยิ่งใหญ่จากเดอะมอลล์

from:https://www.techtalkthai.com/looking-into-the-future-of-it-business-industry/