คลังเก็บป้ายกำกับ: Wireless_networking

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

แนะนำ Aruba Instant On 1430 Switch: Unmanaged Switch ที่มาพร้อมกับ QoS, Security และ PoE+ ในตัว

เมื่อพูดถึงชื่อของ Aruba Instant On เราก็มักจะนึกถึงโซลูชัน Network สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่สามารถบริหารจัดการผ่าน Cloud ได้ในราคาที่คุ้มค่า ใช้งานได้ง่าย

แต่ว่าล่าสุด Aruba ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Aruba Instant On 1430 Switch ซึ่งเป็น Unmanaged Switch ในราคาที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นไปอีก และยังมากับความสามารถอีกมากมายทั้ง QoS, Security และ PoE+ พร้อมรุ่นที่หลากหลายในเลือกใช้งาน

ในบทความนี้ทีมงาน TechTalkThai จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Aruba Instant On 1430 Switch กันครับ

มีหลายรุ่น เลือกใช้ได้ตามต้องการทั้งสำหรับธุรกิจและ Home Office

Aruba Instant On 1430 Switch ถูกออกแบบมาให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นเหมาะสมต่อความต้องการที่แตกต่างกันออกไป โดยมีรุ่นให้เลือกใช้งานด้วยกันมากถึง 7 รุ่น ดังนี้

  • Aruba Instant On 1430 5G Switch รุ่นเล็กที่มาพร้อม 5x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 8G Switch รุ่น 8x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 8G Class4 PoE 64W Switch รุ่น 8x 1GbE ที่สามารถจ่าย PoE ได้มากถึง 64W (สูงสุด 30W ต่อพอร์ต)
  • Aruba Instant On 1430 16G Switch รุ่น 16x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 16G Class4 PoE 124W Switch รุ่น 16x 1GbE ที่สามารถจ่าย PoE ได้มากถึง 124W (สูงสุด 30W ต่อพอร์ต)
  • Aruba Instant On 1430 24G Switch รุ่น 24x 1GbE
  • Aruba Instant On 1430 26G 2SFP Switch รุ่น 26x 1GbE ที่มาพร้อม SFP Uplink อีก 2 พอร์ต

ติดตั้งใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าใดๆ พร้อมทำ QoS และจ่าย PoE โดยอัตโนมัติ

การเป็น Unmanged Switch ที่มาพร้อมกับความสามารถ Plug-and-Play นี้ทำให้ Aruba Instant On 1430 Switch โดดเด่นเหนือกว่า Unmanaged Switch อื่นๆ เพราะนอกจากจะรองรับการจ่าย PoE+ ได้ทั้งสำหรับมาตรฐาน 802.3af และ 802.3atเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IT หรือ IoT ที่ต้องการได้ในหลายๆ รุ่นแล้ว ทาง Aruba ก็ยังได้เสริมความสามารถในการทำ Quality of Service หรือ QoS และ Flow Control โดยอัตโนมัติมาให้ในตัว

QoS ที่ Aruba ปรับแต่งมาให้พร้อมใช้งานได้นี้จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่ม Priority ให้กับ Traffic ที่เป็น Voice และ Video โดยเฉพาะ โดยจำแนกจาก DSCP หรือ IEEE 802.1p Classification ส่วนในการทำ Flow Control นั้นก็จะช่วยลดปัญหาการเกิด Packet Loss ในขณะที่เกิด Network Congestion

ทั้งนี้ Aruba ก็ยังได้เสริมการทำ Jumbo Frame มาให้ใช้ได้ทันที ทำให้สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ถึง 9216 Byte ได้อีกด้วย

Unmanaged Switch ที่มาพร้อมกับความสามารถเพื่อรองรับ Network Security เบื้องต้น

อีกจุดเด่นที่น่าสนใจนั้นก็คือการตั้งค่า EAPoL Frame Forwarding มาให้ใน Unmanaged Switch เหล่านี้สำหรับการส่ง 802.1X EAP over LAN ไปยัง Uplink Switch ที่ตั้งค่า 802.1X เอาไว้ ทำให้สามารถทำการยืนยันตัวตนก่อนเชื่อมต่อใช้งานเครือข่ายได้อย่างมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งกว่า Unmanaged Switch รุ่นอื่นๆ

นอกจากนี้ภายใน Aruba Instant On 1430 Switch ก็ยังมีการเปิด STP BPDU Frame Forwarding เอาไว้ด้วย ทำให้การทำ Spanning Tree สำหรับ Unmanaged Switch เหล่านี้เกิดขึ้นได้ ป้องกันการเกิด Loop ภายในระบบเครือข่ายที่มักสร้างปัญหาใหญ่อย่างในอดีตได้เป็นอย่างดี

ต่อ Transceiver ได้ในราคาที่คุ้มค่ายิ่งกว่าใคร

แม้จะเป็น Unmanged Switch แต่ใน Aruba Instant On 1430 Switch รุ่น 26 Port ก็ยังมากับพอร์ต SFP จำนวนอีกถึง 2 ช่อง โดยมี Transceiver ราคาคุ้มค่าเป็นพิเศษจาก Aruba ให้เลือกใช้งานด้วย ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบเครือข่ายเดินสายไปยังพื้นที่หรืออาคารที่มีระยะทางไกลได้ด้วยความเร็วระดับ Gbps

เสียงเงียบ เพราะเป็นแบบ Fanless ทุกรุ่น

ด้วยความตั้งในการออกแบบให้ Aruba Instant On 1430 Switch มีความทนทานและประหยัดพลังงานที่สุด ทาง Aruba จึงได้เลือกพัฒนาให้ Aruba Instant On 1430 Switch ใช้ระบบระบายความร้อนแบบ Fanless ทำให้มีเสียงเงียบ ใช้พลังงานน้อย และลดโอกาสที่อุปกรณ์จะเสียหายลงได้มาก ซึ่งประเด็นนี้ก็ยังส่งผลดีในแง่ของการเลือกจุดติดตั้งได้ง่ายจากการที่ไม่มีเสียงรบกวน และไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นหรือปัจจัยอื่นๆ มากนักอีกด้วย

รับประกันแบบ Limited Lifetime Warranty

Aruba Instant On 1430 Switch ทุกรุ่นนี้มาพร้อมกับประกันแบบ Limited Lifetime Warranty จึงสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า

สนใจ Aruba Instant On 1430 Switch ติดต่อ SiS Distribution ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Aruba Instant On 1430 Switch หรือโซลูชันอื่นๆ ในตระกูล Aruba Instant On สามารถติดต่อทีมงาน SiS Distribution ได้ทันทีที่ HPEAruba@sisthai.com หรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยตนเองได้ที่ https://shopee.co.th/aruba_thailand และ https://www.lazada.co.th/shop/arubastore-bypgs/

from:https://www.techtalkthai.com/aruba-instant-on-1430-unmanaged-switch-includes-qos-security-and-poe-plus/

TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day | 5 ตุลาคมนี้

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกเกือบ 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ความรู้ด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กรโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Alcatel-Lucent Enterprise, Allied Telesis, Blancco, Cisco, Cloudflare, Commscope, Dell Technologies, Fortinet, Hillstone Networks, HPE Aruba, Juniper Networks, Netka, Nutanix, Panduit, Schneider Electric, Sophos, Tenable, Thales Group, TmaxSoft, Veeam และ VMware ไปจนถึงเหล่าผู้เชี่ยวชาญในไทยที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และกรณีศึกษาต่างๆ ให้เหล่าธุรกิจไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เช่น AIS, Bangkok MSP, Bangkok Systems & Software, Computer Union, STelligence, Soft De’but, Tangerine, True IDC และ Yip In Tsoi

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจาก AIS 5G, True IDC, สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ที่จะมาอัปเดตเทรนด์ 5G, Data Center และ Hybrid Multi-cloud ในไทย รวมไปถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-enterprise-it-infrastructure-day/

[Guest Post] เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการปฏิวัติธุรกิจ 5G ผ่านงาน BYOND MOBILE วันที่ 28-29 กันยายน 2565 กรุงเทพฯ

ธุรกิจในปัจจุบันต่างหันมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการนำธุรกิจ 5G และเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ IoT เช่นกับการรุกของระบบอินเทอร์เน็ตของภาคอุตสาหกรรมในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณค่าของ 5G เป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่าเดิม เมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เครือข่ายไร้สายนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญใหม่ในการอำนวยความสะดวกของสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นใหม่ในทุกอุตสาหกรรม

จากผลการวิจัยของ  Component (Equipment Platform) เผยให้เห็นว่า ตลาด 5G ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเติบโต 38.7% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 129.9 พันล้านดอลลาร์ในปีพ.ศ. 2565-2574 โดยมีปี 2564 เป็นพื้นฐาน

จากความสำคัญดังกล่าว วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค พร้อมเปิดตัวงานแสดงสินค้าใหม่ล่าสุด BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) มีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจเครือข่ายแห่งอนาคต การประชุมและนิทรรศการสองวันจะรวบรวมผู้นำธุรกิจจากกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ เกษตรกรรม การผลิต เมืองอัจฉริยะ และการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ทางอินเทอร์เน็ต การสื่อสารเคลื่อนที่ และไอที

แบรนด์ผู้บุกเบิก 5G ชั้นนำและสตาร์ทอัพภายใต้การจัดงานเดียวกัน

งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยี 5G จะมีการนำเสนอบริษัทชั้นนำของ blue-chip ตลอดจนสตาร์ทอัพที่มาจากสายเทคโนโลยีทั้งหมด บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. งาน BYOND MOBILE จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น 5G จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ อาทิ Nokia, RV Connex, True Corporation และ BD Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือและโซลูชันระบบคลาวด์ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และหุ่นยนต์ ตลอดจน AR/VR แมชชีนเลิร์นนิง และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)

ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ อย่าง Nokia กล่าวว่า ในบูธของ Nokia เราจะจัดแสดงการสาธิตการใช้งาน 5G และโซลูชันเทคโนโลยีอื่นๆ สำหรับเครือข่ายมือถือ บริการคลาวด์และเครือข่าย ตลอดจนโครงสร้างเครือข่ายพื้นฐาน  นอกจากนี้ เรายังมองหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับการนำ 5G สู่ภาคอุตสาหกรรมระดับองค์กรในด้านโลจิสติกส์ การผลิต การขนส่ง และพลังงาน พร้อมด้วยนวัตกรรมเครือข่ายที่สำคัญมากมาย และใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงจากเครือข่ายไร้สายส่วนตัวมากกว่า 485 เครือข่ายของ Nokia

2 ประเทศไฮไลท์ : ประเทศสหราชอาณาจักร และ ประเทศไทย

พาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ในนามของกรมการค้าระหว่างประเทศของรัฐบาลสหราชอาณาจักร พร้อมนำผู้ประกอบการชั้นนำมาจัดแสดงภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Astrazeneca (โซลูชั่นสุขภาพแบบดิจิทัล), British Telecom (โทรคมนาคม), Air for Life (เทคโนโลยีด้านสุขภาพ), Albeego (โซลูชันบรอดแบนด์), Awen Collective (ความปลอดภัยทางไซเบอร์), British Telecoms (โทรคมนาคม), Electronic Media Services (โซลูชั่นการเชื่อมต่อ) และ Graphcore (เซมิคอนดักเตอร์) จะแสดงผลิตภัณฑ์และบริการ 5G ล่าสุดของพวกเขาภายในงาน

พบที่ปรึกษาเพื่อสร้างเครือข่ายใหม่กับสมาคมและสถาบันการศึกษาในอุตสาหกรรม 5G

ขยายความรู้ของคุณและค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดผ่านการเชื่อมต่อกับสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนภายในงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย (DITP), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT), สมาคมการค้าและสถาบันการศึกษา โดยสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย (AIEAT), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (Atsi), สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (EVAT), สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA), สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไฮไลท์หัวข้องานสัมมนา 5G ที่น่าสนใจ

ในส่วนของงานสัมมนาเวทีหลักภายในฮอลล์นั้น มีผู้นำทางความคิดมากกว่า 40 ท่านร่วมกล่าวถึงบรรยาย เสวนา และอภิปรายในหัวข้อที่น่าสนใจ เมื่อสิ้นสุดวันแรกของการจัดงาน สตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะผ่านการคัดเลือกให้มานำเสนอนวัตกรรมต่อหน้าผู้ตัดสินระดับแนวหน้าในวงการ ผ่านการแข่งขัน Start-Up Challenge ผู้เข้าชมงานจะได้รับความรู้เชิงลึกผ่านชั้นเรียนรู้และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากบริษัท และหน่วยงานต่างๆ โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ ดังนี้

Status of the 5G Economy in Thailand

Dr. Supakorn Siddhichai. EVP of DEPA

5G the Game Changer

Tawatchai Lerksumrand, Deputy Director, Mobile

Business and 5G Service Innovation, True Corporation

How Urban Data Platforms revolutionize Smart

Cities

Shannon Kalayanamitr, CEO & Founder,

5G Catalyst Technologies

Connected world: An evolution in connectivity

beyond the 5G revolution

Igor Maurell, President, Ericsson Thailand

5G vision: Life in 2030

Dr Mike Short CBE, DIT Chief Scientific Adviser

5G Connectivity and the Future of Mobility

Roland Bock, Global Director Advanced Development – Enabling Technologies, Continental

A playbook for Accelerating 5G in SEA

Thomas Sennhauser, CT and Business LEAD APJ, Intel Corporation

The Status of Tech in SEA

Amarit (Aim) Charoenphan, Angel Investor | Advisor | VC | Techstars Community All-Stars

5G NR device testing: R&S®ATS1800C Compact 3GPP-compliant OTA chamber for 5G NR

mmWave signals

Günter Pfeifer, Product Manager Mobile Radio Test

Signaling, Rohde & Schwarz

 

Future Frontiers: Unlocking the Power of 5G

Technologies

Lalita Linhavetss, Department for International Trade, British Embassy Bangkok

Dr. Mike Short, Chief Scientific Adviser, Department for International Trade, UK

Feat. representatives of British Telecom, Graphcore,

and AstraZeneca

5G, Next-gen mobile networks, AR/VR and the

Metaverse

Terence Mccabe, Chief Technology Officer, Asia Pacific and Japan, Nokia

Obodroid: Service Robot and IT adoption

Obotrons: Building Transformation

Lertluck Leela-amornsin (Senior Engineer)

Sisilpa Srisukson (Innovation Project Manager)

5G & Automation & Robotics

Kanlayanee Kongsomjit, President at TKK Corporation, a MARA member GreetBot, LuckiBot, Robot X, Autonomous Vehicle

BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) เป็นเวทีเจรจาการค้าผ่านงานแสดงสินค้าอันเป็นสะพานที่เชื่อมระดับโลกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่ให้บริการกลุ่มประเทศ 11 ประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก แล้วพบกัน ระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เปิดโลกการเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเครือข่ายไร้สายแห่งอนาคต!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ทาง https://byondmobile.asia/
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://eventpassinsight.co/el/to/T98EF  [ไม่มีค่าใช้จ่าย]

ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค อีเมล communications@vnuasiapacific.com
โทร. 02-1116611 ต่อ 330, 335

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-byond-mobile-28-29-sep-22-bkk/

AWS เปิดตัว AWS Private 5G ให้องค์กรตั้งเครือข่าย 5G ได้เองในสหรัฐ

AWS เปิดตัว AWS Private 5G ให้องค์กรตั้งเครือข่าย 5G ส่วนตัวได้เองในสหรัฐ

Credit: ShutterStock.com

AWS Private 5G ใช้ช่องสัญญาณ Citizens Broadband Radio Service (CBRS) spectrum ซึ่งได้รับอนุญาตในสหรัฐอเมริกา องค์กรที่ต้องการตั้งเครือข่าย 5G แบบ Private เพื่อใช้งานเองภายใน สามารถใช้บริการ AWS Private 5G สำหรับตั้งโครงข่ายขึ้นมาได้ทันที ทำให้นำไปต่อยอดได้ในหลายระบบ เช่น ระบบ Smart Factory เพื่อใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ Handheld, Scanner และ Tablet ที่ต้องการความเสถียรของสัญญาณและ Latency ต่ำ

ปัจจุบัน AWS Private 5G รองรับ 4G LTE (Long Term Evolution) และจะรองรับ 5G ในเร็วๆนี้ ระบบควบคุมทั้งหมดทำงานบน AWS-managed Infrastructure โดยสามารถบริหารจัดการการผ่านทาง AWS Private 5G Console และควบคุมการเข้าถึงอุปกรณ์และแอพพลิเคชันผ่านทาง AWS Identity and Access Management (IAM) ได้ อย่างไรก็ตาม ภายในองค์กรจะต้องทำการติดตั้ง Radio Unit สำหรับปล่อยคลื่นสัญญาณ โดยจะต้องมีผู้ผ่าน Certified Professional Installer (CPI) เป็นผู้ทำการติดตั้ง ซึ่งเปิดโอกาสใน Partner ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ สามารถเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าได้

AWS Private 5G รองรับเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยเริ่มให้บริการใน US East (Ohio), US East (N. Virginia) และ US West (Oregon) และเตรียมจะเปิดให้บริการกับประเทศอื่นๆเพิ่มเติมภายหลัง ส่วนค่าบริการอยู่ที่ 10 เหรียญต่อชั่วโมงต่อ Radio Unit และจ่ายขั้นต่ำที่ 60 วัน

ที่มา: https://aws.amazon.com/blogs/aws/new-aws-private-5g-build-your-own-private-mobile-network/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-launches-aws-private-5g-for-build-own-private-5g-network-in-united-states/

เริ่มต้นกับ 5G NEXTGen Platform พร้อมนำพลังแห่ง 5G สู่ทุกธุรกิจ

หากพูดถึง 5G หลายท่านคงเคยได้ใช้งานผ่านมือถือกันมาบ้างแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในมุมของฝั่ง Consumer ที่ท่านคุ้นเคยเท่านั้น แต่การนำ 5G มาใช้ในธุรกิจจริง ถึงแม้จะเป็นที่ตระหนักรับรู้ ว่า 5G มีขีดความสามารถมากมาย ที่รองรับการใช้งานเพื่อธุรกิจยุคใหม่ แต่สำหรับการนำไปใช้งานขององค์กรยังถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย ซึ่งในการเริ่มต้นจำเป็นที่จะต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและใช้เวลาเตรียมการ เพื่อวางแผนการนำ 5G มาใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน และเกิดประโยชน์สูงสุด

วันนี้ AIS ได้ทำให้ความท้าทายเหล่านั้นดูเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่าที่เคยด้วย 5G NEXTGen Platform ที่บูรณาการบริหารจัดการ 5G และพลังการประมวลผลคลาวด์เข้าด้วยกัน

ความท้าทายของการเริ่มต้น 5G ในภาคธุรกิจ

เป็นที่ทราบดีแล้วว่าพลังแห่ง 5G จะช่วยยกระดับให้ทุกภาคธุรกิจได้ เช่น การควบคุมเครื่องจักรกลในโรงงาน การวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมตอบสนองในระดับเรียลไทม์ และอื่นๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังมีอีกหลายกรณีที่ 5G คือแสงแห่งความหวังที่อาจจะช่วยปลดล็อกให้ธุรกิจเกิดแนวทางใหม่ๆอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างไรก็ดีในทางปฎิบัติ การนำ 5G มาใช้ในธุรกิจ องค์กรยังอาจจะต้องเผชิญกับความท้าทายในช่วงเริ่มต้นหลายประการ อาทิ

ประการแรก คือท่านต้องมีผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่การออกแบบว่าหน้าตาของโซลูชันควรเป็นอย่างไร ครอบคลุมการใช้งานมากแค่ไหน มีระบบอะไรที่จำเป็นต้องเข้าถึง 5G บ้าง และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อมี 5G ขึ้นมาแล้วจะสามารถตอบสนองการทำงานได้จริง สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรส่วนใหญ่จำเป็นที่จะต้องหาพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจระบบ 5G เป็นอย่างดีและมีประสบการณ์ในระบบของท่านด้วย

ประการที่สอง เมื่อท่านต้องการพัฒนาระบบ 5G ขึ้นมาสักตัวหนึ่งสิ่งที่จับต้องได้อย่างฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องที่อาจต้องพบ เพื่อสร้างระบบประมวลผลที่ตอบสนองความหน่วงที่ต่ำ หรืออาจยังจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์เพื่อบริหารจัดการระบบประมวลผลที่เชื่อมโยงกับ 5G ด้วย ซึ่งการอิมพลีเม้นต์และทดสอบความเข้ากันกับระบบเดิมอาจใช้เวลานานจนไม่ทันกับการเข้าสู่ตลาด

ประการสุดท้าย คือเมื่อระบบถูกสร้างขึ้นเสร็จท่านจะบริหารจัดการอย่างไร โดยต้องรองรับการทำงานแบบ Edge Computing, Cloud Computing หรือในมุมของ Security เองที่ต้องมีการจัดการ Policy ที่ต่างออกไป

จะเห็นได้ว่าในอดีตการเริ่มต้นสู่ 5G นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน อาจต้องลงทุนสูงในหลายส่วนทั้งคน เทคโนโลยี และเวลา ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายองค์กรจึงยังไม่ตัดสินใจในโครงการ 5G แม้จะตระหนักดีถึงคุณค่าใหม่ๆที่ธุรกิจสามารถต่อยอดได้ ซึ่ง AIS ได้เล็งเห็นถึงจุดนี้ดีจึงได้นำเสนอแพลตฟอร์ม 5G NEXTGen Platform โดยเปิดตัวครั้งแรกในงาน Thailand 5G Summit 2022 ที่ผ่านมา

ปลดล็อกธุรกิจด้วย AIS 5G NEXTGen Platform

Edge Computing เป็นความสามารถในการประมวลผลที่ใกล้แหล่งกำเนิดข้อมูล เมื่อข้อมูลเดินทางน้อยลงความรวดเร็วในการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้และผู้ประมวลผลก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นตอบโจทย์แอปพลิเคชันอีกมากมายเช่น Virtual Reality, IoT, Video Analytics เป็นต้น ในเวลาต่อมาองค์กรอิสระที่ชื่อ European Telecommunications Standards Institute (ETSI) ได้ให้กำเนิดคอนเซปต์ที่ชื่อว่า Multi-Access Edge Computing(MEC) ซึ่งก็คือการให้บริการการประมลผลคลาวด์ระดับ Edge ณ จุดปล่อยสัญญาณที่ใกล้กับผู้ใช้งานมากที่สุด 

ไอเดียก็คือ AIS ได้จัดตระเตรียมคลาวด์ขนาดย่อม ณ จุดกระจายสัญญาณ 5G ที่อยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดข้อมูล กล่าวคือผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงการประมวลผลได้ผ่านสัญญาณ 5G เพื่อตอบโจทย์ Edge Computing โดยซอฟต์แวร์ของการบริหารจัดการที่ครอบอยู่ก็คือ 5G NEXTGen Platform นั่นเอง

5G NEXTGen Platform สามารถใช้เพื่อการบริหารจัดการใน 2 มุมมองคือ

1.) จัดการคุณสมบัติการทำงานของ 5G เช่น Network Slicing, QoS และอื่นๆ

2.) บริหารจัดการทรัพยากรคลาวด์ระดับ Edge ที่ AIS ได้เตรียมการไว้แล้วด้วยคุณภาพเฉกเช่นเดียวกับ Cloud ที่ท่านใช้งานอยู่ แต่ด้วยระยะทางที่ใกล้และความรวดเร็วของ 5G เชื่อแน่ว่าจะตอบโจทย์การทำงานของท่านได้อย่างแท้จริง

5G NEXTGen Platform ยังมีความสามารถที่โดดเด่นอีกมากมาย

1.) บูรณาการทรัพยากรทั้ง Cloud และ Edge ให้เป็นผืนเดียวกัน โจทย์การทำงานของแอปพลิเคชันนั้นมีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป ผู้ใช้งานบางรายอาจจะต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงของคลาวด์เต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ในประเทศอย่าง AIS Cloud หรือผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง AWS และ Azure เป็นต้น ซึ่ง 5G NEXTGen Platform ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถออกแบบแอปของท่านให้ใช้งานได้บนเซิร์ฟเวอร์บน AWS Outpost หรือ Azure Stack หรือ Edge Location ของ AIS ซึ่งปัจจุบันพร้อมให้บริการแล้วที่ศูนย์อุตสาหกรรม EEC ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร และคาดว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคตเพื่อรองรับกับธุรกิจ 

2.) สำหรับธุรกิจที่ต้องการโซลูชันที่พร้อมติดตั้งใช้งานทันที แพลตฟอร์มยังได้มีหน้า Marketplace ที่รวบรวมเอาโซลูชันระดับองค์กรมาไว้ให้แล้ว เช่น Intelligent Edge บน SAP, Team Viewer, AR/VR, Metaverse และ การแสดงผลแผนผัง 3 มิติหรือการมอนิเตอร์ระบบโรงงาน โดยผู้ใช้งาน 5G NEXTGen Platform สามารถเลือกแอปพลิเคชันได้จาก Enterprise App Store ที่ระบุปลายทางได้ว่าจะเลือกติดตั้งได้ที่ Edge ใน Location ใด

3.) ในมุมของผู้พัฒนาโซลูชันระดับองค์กรท่านยังสามารถเผยแพร่โซลูชันผ่าน AIS Marketplace นี้ได้ โดยผู้ใช้แพลตฟอร์มของ AIS ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ด้วยความร่วมมือกับ Singtel ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของสิงค์โปร์ เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาโซลูชั่น สามารถให้บริการได้ถึงกลุ่มประเทศที่เริ่มใช้งาน แพลตฟอร์มแล้ว ในมุมของผู้พัฒนาแอปพลิเคชันเองก็เป็นโอกาสให้ท่านสามารถนำเสนอบริการในหลายประเทศเช่นกัน

4.) สามารถเริ่มต้นได้ง่ายเหมือนการใช้งาน Cloud โดย AIS ได้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเอาไว้อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้เองท่านเพียงแค่ปรึกษาถึงรูปแบบการใช้งานก็เริ่มต้นกับ 5G ได้ทันที เดิมอาจกินเวลาหลายเดือนทำให้ไม่ทันต่อการให้บริการ แต่ด้วยรูปแบบดังกล่าวจะย่นระยะเวลาโปรเจ็คเหลือเพียงไม่กี่วันหรือสัปดาห์

บทส่งท้าย

AIS ได้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่ระดับ Edge ไว้ให้ทุกท่านแล้วทั้งการประมวลผลและการให้บริการสัญญาณ 5G (Radio Access Network) โดยไอเดียของ AIS 5G NEXTGen Platform ก็คือเครื่องมือของผู้ใช้ที่จะช่วยให้ท่านสามารถจัดการทรัพยากรเหล่านี้เองได้จาก Edge เชื่อมสู่ Public Cloud  ไม่เพียงเท่านั้น AIS ยังได้เติมเต็มความต้องการระดับองค์กรอีกขั้นด้วย Marketplace ทั้งยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการให้บริการด้วยการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มในต่างประเทศได้

ในการใช้จริงผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งความต้องการของท่านได้ตามความเหมาะสมทั้งแบบ Public 5G หรือ Private 5G โดยทีมงาน AIS 5G Business ได้เตรียมผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาออกแบบและทำให้โปรเจ็ค 5G ของท่านเกิดขึ้นได้จริงในงบประมาณเริ่มต้นที่แสนคุ้มค่า ท่านใดที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIS 5G NEXTGen Platform เพื่อขอทดลองใช้บริการหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ 5G ได้ที่ ติดต่อได้ที่ Email : business@ais.co.th

AIS Business พาร์ทเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th

Website : https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/bring-5g-power-to-your-oraganization-with-ais-5g-netxgen-platform/

เชิญร่วมงานสัมมนา “Mesh Wi-Fi” วิธีขยายสัญญาณให้ครอบคลุมภายใต้ Wi-Fi เพียงชื่อเดียว โดย TP-Link

TP-Link ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้านเครือข่าย เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Mesh Wi-Fi” วิธีขยายสัญญาณให้ครอบคลุมภายใต้ Wi-Fi เพียงชื่อเดียว ในวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม เวลา 11:00 – 12:00 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: “Mesh Wi-Fi” วิธีขยายสัญญาณให้ครอบคลุมภายใต้ Wi-Fi เพียงชื่อเดียว
วัน: วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2022
เวลา: 11:00 – 12:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Webinar
ลิงก์ลงทะเบียน: https://bit.ly/3ScJqw0

🎁 ในงานมีกิจกรรมลุ้นรับรางวัลมากมาย

from:https://www.techtalkthai.com/tp-link-webinar-mesh-wi-fi-11-aug-2022/

HPE Aruba และ Zebra Technologies ขอเชิญคุณเข้าร่วมงานสัมนา ภายใต้หัวข้อ ”Aruba – Zebra Reinforcement in Manufacturing Best Practice 2022”

HPE Aruba และ Zebra Technologies ขอเชิญคุณเข้าร่วมงานสัมนา ภายใต้หัวข้อ ”Aruba – Zebra Reinforcement in Manufacturing Best Practice 2022” ที่จะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงทุกการมองเห็น ไม่ว่าใคร หรืออะไร พร้อมให้การเชื่อมต่อที่ราบรื่น เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ธุรกิจอุตสาหกรรม ติดอาวุธให้การทำงานด้วยอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ที่พนักงานสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด พร้อมการเชื่อมต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการได้ในทันที ให้สามารถทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้นด้วยข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์! ด้วยโซลูชันที่ตอบโจทย์เพื่อการก้าวสู่การเป็นภาคการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) ได้อย่างสมบูรณ์

ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 65 เวลา 11.30 – 20.00 น. ณ โรงแรมโนโวเทล ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง มารีน่า (มีรับประทานอาหารกลางวัน และอาหารเย็น)

ลงทะเบียน คลิก https://docs.google.com/forms/d/1IGiVVZajURd7_GzM9dxSg29l3Nun2Smlb4IJpQVOg-E/edit

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Aruba – Zebra Reinforcement in Manufacturing Best Practice 2022

วันเวลา : วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 65 เวลา 11.30 – 20.00 น.

สถานที่ : โรงแรมโนโวเทล ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง มารีน่า

ภาษา: ไทย

กำหนดการ

11.30-12.00 ลงทะเบียน ณ ห้องเจิมจุมพล
12.00-13.00 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารฟู้ดเอ็กซ์เช้นจ์
13.00-13.30 กล่าวต้อนรับ โดย Aruba & Zebra: New Technologies Direction 2023
13.30-14.30 Harnessing the Power of Technology to Achieve No Fault Forward Operation
14.30-15.30 Smart Manufacturing with High Performance Network Solution
15.30-15.45 พักเบรค
15.45-16.45 Live Demo & Best Practice: Solution integration for innovative factory using Aruba and Zebra
16.45-17.30 ช่วงถาม-ตอบ และกิจกรรมพิเศษ
17.30-20.00 รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้าน Silver Moon Rooftop Bar

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-aruba-x-zebra-technologies-webinar-reinforcement-in-manufacturing-best-practice-2022/

แนะนำ Cisco Small Business Solutions: โซลูชัน Network และ Security สำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่สามารถเพิ่มขยายรองรับการเติบโตไปสู่การเป็นธุรกิจองค์กรได้

ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางนั้นถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตของระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าท่ามกลางยุคดิจิทัลที่ทุกธุรกิจล้วนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจและเติบโตอย่างมั่นคง ระบบ Network และ Security ที่ดีย่อมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ

ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Cisco Small Business Solutions ซึ่งเป็นโซลูชันที่ได้รวบรวมเอาเทคโนโลยีทางด้าน Network และ Security จาก Cisco ในระดับธุรกิจองค์กร มาปรับแต่งให้เหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้งาน โดยมี 5 โซลูชันที่โดดเด่น ดังนี้

 

 

1. Cisco Business Switch (CBS): อุปกรณ์ Switch สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ตอบโจทย์การออกแบบระบบเครือข่ายได้ในราคาย่อมเยาว์

 

Credit: Cisco

 

Cisco Business Switch หรือ Cisco CBS นี้เป็น Switch ขนาดเล็กที่มีราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น โดยรองรับการเชื่อมต่อและจัดการเครือข่ายในระดับ Layer 2 และ Layer 3 ซึ่งมีทั้งรุ่นทั่วไปและรุ่น Power over Ethernet (PoE) ให้เลือกใช้งานได้ตามความต้องการ พร้อมความสามารถด้าน Network Security เบื้องต้นให้ใช้งานเพื่อปกป้องระบบเครือข่ายของธุรกิจได้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีผู้ใช้งานสูงสุดไม่เกินกว่า 200 – 250 คน

 

สำหรับรุ่นต่างๆ ของ Cisco CBS จะมีให้เลือกใช้งานได้ดังนี้

  • Cisco Business 110 Series Unmanaged Switch มีให้เลือกใช้งานได้ตั้งแต่รุ่น 5x 1GbE ถึง 24x 1GbE และมีรุ่น PoE ให้เลือกใช้งานได้โดยรองรับมาตรฐาน 802.3af และใช้ระบบระบายอากาศแบบ Fanless ทั้งหมด Switch รุ่นนี้จะไม่สามารถทำการบริหารจัดการได้
  • Cisco Business 220 Series Smart Switch มีให้เลือกใช้งานได้ตั้งแต่รุ่น 8x 1GbE ถึง 48x 1GbE พร้อม Uplink 2/4x 1GbE SFP หรือ 4x 10GbE SFP+ และมีรุ่น PoE+ ให้เลือกใช้งานได้โดยรองรับมาตรฐาน 802.3af/802.3at และมีรุ่นที่ใช้ระบบระบายอากาศทั้งแบบ Fanless และแบบที่ใช้พัดลม Switch รุ่นนี้สามารถบริหารจัดการได้ทั้งทาง CLI, Web, Cisco Business Mobile App และ Cisco Business Dashboard ซึ่งรองรับการตั้งค่าด้าน Network Security เบื้องต้นเช่น ACL, Port Security, 802.1X และอื่นๆ ได้
  • Cisco Business 250 Series Smart Switch มีให้เลือกใช้งานได้ตั้งแต่รุ่น 8x 1GbE ถึง 48x 1GbE พร้อม Uplink 2/4x 1GbE SFP หรือ 4x 10GbE SFP+ และมีรุ่น PoE+ ให้เลือกใช้งานได้โดยรองรับมาตรฐาน 802.3af/802.3at และมีรุ่นที่ใช้ระบบระบายอากาศทั้งแบบ Fanless และแบบที่ใช้พัดลม Switch รุ่นนี้สามารถบริหารจัดการได้ทั้งทาง CLI, Web, Cisco Business Mobile App และ Cisco Business Dashboard ซึ่งรองรับการตั้งค่าด้าน Network Security เบื้องต้นเช่น ACL, Port Security, 802.1X และอื่นๆ รวมถึงยังรองรับการทำ Layer 3 Static Routing และความสามารถที่เกี่ยวข้องได้
  • Cisco Business 350 Series Managed Switch มีให้เลือกใช้งานได้ตั้งแต่รุ่น 8x 1GbE ถึง 48x 1GbE พร้อม Uplink 2/4x 1GbE SFP หรือ 4x 10GbE SFP+ และมีรุ่น PoE+ ให้เลือกใช้งานได้โดยรองรับมาตรฐาน 802.3af/802.3at และมีรุ่นที่ใช้ระบบระบายอากาศทั้งแบบ Fanless และแบบที่ใช้พัดลม Switch รุ่นนี้สามารถบริหารจัดการได้ทั้งทาง CLI, Web, Cisco Business Mobile App และ Cisco Business Dashboard ซึ่งรองรับการตั้งค่าด้าน Network Security เบื้องต้นเช่น ACL, Port Security, 802.1X และอื่นๆ ได้ รวมถึงยังรองรับการทำ Layer 3 Dynamic Routing และความสามารถที่เกี่ยวข้องได้ พร้อมเสริมความสามารถด้านความมั่นคงทนทานเพิ่มเติม

 

Credit: Cisco

 

จะเห็นได้ว่า Cisco CBS นี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานในภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์ PC, Notebook หรือการรองรับอุปกรณ์ Wireless Access Point, IoT Device และอื่นๆ อีกมากมาย โดยรุ่นที่มีให้เลือกได้อย่างหลากหลายนี้ก็จะช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือกในการออกแบบระบบเครือข่ายให้สอดคล้องกับงบประมาณและความต้องการที่มีได้อย่างเหมาะสม

 

2. Cisco Meraki: ระบบเครือข่ายที่ควบคุมได้ผ่าน Cloud

สำหรับธุรกิจที่มีสาขากระจายอยู่หลายแห่ง และต้องการการบริหารจัดการระบบ Network และ Security ที่ง่ายดายผ่านระบบ Cloud ทาง Cisco ก็พร้อมตอบโจทย์ด้วย Cisco Meraki ผู้นำระบบ Cloud Networking ที่มีรุ่นขนาดเล็กสำหรับตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางได้เป็นอย่างดี ด้วยโซลูชันที่น่าสนใจดังนี้

 

Credit: Cisco

 

  • Wireless ระบบ Cloud Wi-Fi ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูง, การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT, การจัดการด้าน Security และการควบคุมผู้ใช้งานได้ผ่าน Cloud
  • Switching ระบบ Cloud Switch ที่สามารถตรวจสอบแก้ไขปัญหาระบบเครือข่ายในแต่ละสาขาได้อย่างง่ายดายผ่าน Cloud เสมือนผู้ดูแลระบบ IT กำลังตรวจสอบแก้ไขปัญหาอยู่ในสาขานั้นๆ โดยตรง
  • MDM ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ PC, Notebook, Smartphone และ Tablet อย่างครบวงจร ช่วยติดตามและควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้ผ่าน Cloud ทำให้การดูแลรักษาอุปกรณ์ IT โดยรวมเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

 

Credit: Cisco

 

  • Secure SD-WAN ระบบ SD-WAN และ Firewall ที่บริหารจัดการได้ผ่าน Cloud ช่วยเสริมความมั่นคงปลอดภัยในระบบเครือข่าย พร้อมเชื่อมต่อสาขาทั้งหมดและผู้ใช้งานจากภายนอกองค์กรให้สามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา
  • Cellular Gateway ระบบ WAN สำหรับเชื่อมต่อโครงข่าย 4G/5G โดยเฉพาะ ช่วยให้ระบบเครือข่ายสามารถใช้งานได้ในพื้นที่ที่ไม่สามารถเดินสายระบบ Internet ได้

 

Credit: Cisco

 

  • Smart Camera กล้อง IP Camera อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับ Cloud พร้อม AI ที่จะช่วยตรวจจับเหตุการณ์สำคัญและทำงานได้อย่างเป็นอัตโนมัติในตัว
  • Sensor อุปกรณ์ Sensor หลากหลายรูปแบบที่สามารถเชื่อมต่อกับ Cloud และส่งข้อมูลไปยังระบบ IoT Application ได้ทันที

 

3. Cisco Umbrella: Cloud Cybersecurity & SASE ปกป้องผู้ใช้งานผ่าน Cloud ไม่ว่าผู้ใช้งานจะทำงานจากที่ใด

 

Credit: Cisco

 

Cisco Umbrella คือโซลูชัน Cloud Cybersecurity ที่ยก Firewall ขึ้นไปอยู่บน Cloud พร้อมเสริมความสามารถอื่นๆ เช่น DNS-Layer Security, Secure Web Gateway, CASB และ Threat Intelligence เพื่อให้ผู้ดูแลระบบ IT และ Cybersecurity สามารถปกป้องผู้ใช้งานทั้งภายในและภายนอกองค์กรจากภัยคุกคามต่างๆ ได้ เสมือนผู้ใช้งานคนนั้นๆ นั่งทำงานอยู่ภายในองค์กร และได้รับการปกป้องโดยโซลูชันด้าน Network Security ที่หลากหลาย

ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถเลือกใช้ Cisco Umbrella เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการปกป้องผู้ใช้งานได้ทันที โดยการใช้ Cisco Umbrella ในรูปแบบ Cloud นี้ จึงทำให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น ปกป้องทุกอุปกรณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย

ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้งาน Cisco Umbrella ได้ทันทีที่ https://signup.umbrella.com/

 

4. Cisco Duo: 2-Factor Authentication & Single Sign-On ใช้งาน Business Application บน Cloud และใน Data Center ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

 

Credit: Cisco

 

Cisco Duo คือโซลูชันที่มุ่งเน้นเสริมความมั่นคงปลอดภัยในการยืนยันตัวยตนของผู้ใช้งานเพื่อเข้าใช้ Business Application ต่างๆ ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถดังต่อไปนี้

 

Credit: Cisco

 

  • Multi-Factor Authentication เสริมความมั่นคงปลอดภัยอีกชั้นในการยืนยันตัวตนก่อนเข้าใช้งานระบบ Business Application หรือ Authentication ต่างๆ ด้วยการนำ App Push, Passcode, SMS, Phone Call, Hardware Token, U2F และ Biometrics มาใช้ในการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
  • Device Trust ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์ก่อนอนุญาตให้เข้าใช้งานระบบ Business Application ใดๆ พร้อมมีตัวช่วยในการแก้ไขปรับปรุงให้อุปกรณ์นั้นๆ มีความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่ต้องการ
  • Adaptive Access Policies กำหนดสิทธิ์ให้กับผู้ใช้งานในการเข้าใช้ระบบต่างๆ อย่างยืดหยุ่นตามระดับสิทธิ์ของผู้ใช้งาน, ระดับความมั่นคงปลอดภัยของอุปกรณ์ที่เข้าใช้งาน, App ปลายทางที่ต้องการเข้าใช้งาน และยังสามารถทำการยับยั้งการเชื่อมต่อได้ถึงระดับเครือข่าย
  • Remote Access เสริมความมั่นคงปลอดภัยให้การเชื่อมต่อ VPN จากผู้ให้บริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Cisco, Microsoft, AWS, Google และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงใน Duo เองก็ยังมี Duo Network Gateway เป็นอีกทางเลือกทดแทนการวางระบบ VPN เพื่อเปิดให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อจากภายนอกเข้ามาทำงานภายในระบบเครือข่ายขององค์กร
  • Single Sign-On (SSO) สำหรับธุรกิจที่มี Business Application ในการทำงานที่หลากหลาย Cisco Duo สามารถให้บริการ SSO เพื่อให้ผู้ใช้งานทำการยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียวก่อนเข้าใช้งาน Business Application ทั้งหมดในองค์กรตามสิทธิ์ของตนเองได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและง่ายดาย

 

Credit: Cisco

 

การใช้ Cisco Duo จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดเหตุกรณีที่ Username และ Password ของผู้บริหารหรือพนักงานหลุดรั่วไปสู่มือผู้ไม่ประสงค์ดี ระบบ Business Application ของธุรกิจก็จะยังมั่นคงปลอดภัยไม่สามารถถูกเข้าถึงจาก Username / Password ชุดนั้นๆ ได้ เพราะมีการทำ 2-Factor Authentication ป้องกันเอาไว้อีกชั้นนั่นเอง

ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้งาน Cisco Duo ได้ฟรี 30 วันทันทีที่ https://signup.duo.com/

 

5. Cisco Secure Email: ปกป้องทุก Email ให้ปลอดภัย ไม่ว่าจะใช้ระบบ Email ใดอยู่

 

Credit: Cisco

 

Email นั้นถือเป็นหนึ่งในช่องทางหลักสำหรับทุกๆ การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ ในขณะที่ภัยคุกคามที่มุ่งเน้นโจมตีภาคธุรกิจผ่านทาง Email ก็มีการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าธุรกิจขนาดเล็กหรือกลางเองก็ตกเป็นเป้าของการโจมตีเหล่านี้ได้เช่นกัน

Cisco Secure Email คือโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ โดยไม่ว่าธุรกิจจะใช้งานระบบ Email ของผู้ให้บริการรายใด อย่างเช่น Microsoft, Google, ผู้ให้บริการ Email ในประเทศไทย หรือการตั้งระบบ Email Server ด้วยตนเอง Cisco Secure Email ที่เป็นบริการ Cloud นี้ก็สามารถช่วยตรวจสอบ Email ทุกฉบับที่มีการรับส่งทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัยได้

 

สนใจ Cisco Small Business Solutions ติดต่อทีมงาน Cisco ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจ Cisco Small Business Solutions ใดๆ สามารถติดต่อทีมงาน Cisco เพื่อขอรับคำแนะนำ, ข้อมูลเพิ่มเติม, การออกแบบระบบ Network และ Security ไปจนถึงการสอบถามข้อมูลในประเด็นต่างๆ ได้ทันทีที่ https://www.facebook.com/ciscoth

หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายของ Cisco Small Business Solutions ได้แก่ Ingram Micro, VSC-ECS และ Synnex ได้ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-small-business-solutions-introduction/

AIS จับมือพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมพร้อมให้บริการ 5G เชื่อมต่อ OT สู่ IT

ในปี 2022 เครือข่าย 5G ได้เดินทางก้าวข้ามการตระหนักรู้ในภาคทฤษฎีสู่การใช้จริงในธุรกิจได้อย่างเต็มตัว AIS เองได้เริ่มปฏิบัติการมุ่งหน้าสู่ถนนของ 5G ตั้งแต่หลายปีก่อน โดยมีความมุ่งมั่นว่าขีดความสามารถและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องของ 5G แบบใหม่นี้จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถต่อยอดสู่นวัตกรรมไฮเทคใหม่ๆ เพื่อช่วยให้แข่งขันกับตลาดโลกที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2020 AIS ได้ลงทุนประมูลคลื่นความถี่ และสร้างโครงข่ายของ 5G รวมถึงจับมือกับภาครัฐและเอกชนให้นำเทคโนโลยีนี้เข้าสู่การใช้งานจริงเรื่อยมา ซึ่งที่งาน Thailand 5G Summit 2022 ทีมงาน AIS พร้อมกับคอนเซปต์ 5G NEXTGen Business ได้ฉายให้เห็นถึงความคืบหน้าไปอีกขั้นในมุมของการที่ 5G จะเข้าไปมีบทบาทตอบโจทย์ธุรกิจแบบเฉพาะทางอย่าง Smart Manufacturing ที่ AIS และพันธมิตรได้มานำเสนอในงานครั้งนี้ ทีมงาน TechTalkThai ขอสรุปสาระสำคัญให้ทุกท่านได้อัปเดตว่าปัจจุบันความก้าวหน้าของ AIS 5G ในด้าน Vertical Solutions นั้นเป็นอย่างไรบ้าง

Smart Manufacturing ถือเป็นความท้าทายของที่สุดด้านหนึ่งของภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากประเทศไทยมีสัดส่วนของการผลิตขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศ (Statista) กล่าวคือมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แต่การแข่งขันในตลาดโลกนั้นสิ่งที่จะช่วยรักษาศักยภาพในการเติบโตได้จากนี้ ก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพ การลดต้นต้นทุน และความเร็วในการผลิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถถูกสนับสนุนได้ผ่านระบบไอที 

อย่างไรก็ดีความท้าทายที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมการผลิตนั้นก็คือจะทำอย่างไรถึงจะเชื่อมต่อระบบงาน OT เข้าสู่โลก IT ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว เพราะทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างสูงเช่น หากท่านพูดเรื่องของไอทีก็คือการนำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งใช้งาน หรือประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ บนคลาวด์หรือดาต้าเซนเตอร์ แต่ในมุมของ OT เรากำลังพูดถึงไลน์การผลิตที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีระบบแขนกลหุ่นยนต์ช่วยทำงานบางอย่างและภายในโรงงานหนึ่งอาจมีระบบเซ็นเซอร์นับหมื่นตัวที่คอยวัดค่าการทำงานของระบบ รวมถึงตู้คอนโทรลขนาดใหญ่กับระบบควบคุม SCADA เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เอง AIS จึงได้จับมือกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่แต่ละคนต่างมีเอกลักษณ์ในมุมเฉพาะตัว ที่เชี่ยวชาญในพาร์ทของเครื่องจักร ซอฟต์แวร์ ระบบควบคุม ตลอดจนส่วนประกอบต่างๆในภาคอุตสาหกรรม ทั้ง Bosch, Mitsubishi Electric, Omron, Schneider Electric, TKK และ TCS  หรือกรณีของความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) ในการนำหุ่นยนต์บนการเชื่อมต่อ 5G มาใช้เชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทย และยังมีอีกหลายการใช้งานที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการผลิตนั้นสามารถนำระบบมาใช้งานบนโครงข่าย 5G ได้จริง

ล่าสุดกับในย่านนิคมอุตสาหกรรม (EEC) ทาง AIS ยังได้ร่วมมือกับทาง DEPA จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และทดลองระบบ 5G เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจสามารถเข้ามาชมโซลูชันจริงหรือนำ Use Case ระบบทางอุตสาหกรรมของท่านมาทดลองทำงานบน AIS 5G เพื่อศึกษาและการันตีให้แน่ใจว่าระบบสามารถทำงานได้บนโครงข่าย 5G 

เปิดตัวพันธมิตรรายใหม่ ‘SIEMENS’ เสริมความเชี่ยวชาญด้านระบบ OT

ล่าสุดในงาน Thailand 5G Summit 2022 ทาง AIS ได้มีการเปิดตัวพาร์ทเนอร์รายใหญ่ในทางอุตสาหกรรมอย่าง SIEMENS ที่หลายท่านคงคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี โดย SIEMENS เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกมายาวนานในฟิลด์ของระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งในส่วนของ Smart Manufacturing ทางบริษัทก็เป็นผู้นำและโซลูชันสำหรับด้านการผลิต เช่น ซอฟต์แวร์ที่ช่วยออกแบบไลน์การผลิตให้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยปกติแล้วหากใครเคยทำงานในโรงงานอาจเคยเห็นการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายแปลนเครื่องจักรนั้น ซึ่งมีต้นทุนสูงมากเพราะต้องปิดพื้นที่เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงาน ที่กระทบทั้งเรื่องกายภาพและระบบเชื่อมต่อผ่าน LAN หรือ Wi-Fi อีกด้วย

นอกจากนี้ SIEMENS ยังส่งเสริมเรื่องของความเป็น Autonomous Machine และซอฟต์แวร์ที่ช่วยวางแผนการปฏิบัติการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในอุตสาหกรรมการผลิต จะเห็นได้ว่าการนำข้อมูลจากเครื่องจักรขึ้นไปวิเคราะห์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์ หรือเมื่อผู้ดูแลต้องการควบคุมเครื่องจักรจากทางไกล หัวใจสำคัญที่ทำให้การทำงานดำเนินไปได้ก็คือระบบเครือข่ายนั้นเอง ซึ่งด้วยความหน่วงต่ำของ 5G และสามารถรองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์จำนวนมากได้ รวมถึงรัศมีครอบคลุมที่กว้างกว่า Wi-Fi ปกติ ทำให้ท่านอาจพิจารณาใช้ 5G ควบคู่กับระบบเดิมหรือทดแทนของเดิมได้ การปรับผัง Layout ในไลน์การผลิตก็จะไม่กระทบอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้เองจึงกล่าวได้ว่าการจับคู่ระหว่าง AIS และ SIEMENS คือส่วนผสมที่ลงตัวอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ SIEMENS ได้นำเสนอในงานครั้งนี้ก็คือการเปิดตัว 5G Industrial Router ที่รองรับมาตรฐานทางอุตสาหกรรมตัวแรกในประเทศไทยและเป็นประเทศที่ 4 ในโลกที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับอุปกรณ์นี้ สาเหตุที่ต้องมี Router ชนิดทนทานเป็นพิเศษเพราะสภาพแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมนั้นมีความยากกว่าปกติเช่น ความร้อน ความชื้น หรือสารเคมีต่างๆ และนี่คือการเปิดโอกาสให้ระบบ OT สามารถเชื่อมต่อกับ IT ผ่าน 5G ได้อย่างสมบูรณ์

จากข้อมูลที่กล่าวมา AIS นั้นมีความพร้อมที่จะให้บริการ 5G แล้วในธุรกิจเชิงลึกในมุมของ Smart Manufacturing ให้เกิดขึ้นได้จริง ด้วยการสนับสนุนจากพาร์ทเนอร์ด้าน OT และระบบเครือข่าย AIS 5G รวมถึงโครงสร้างพื้นด้านดิจิทัลในโลกไอทีของ AIS ทั้ง Cloud, Edge Computing, IoT และอื่นๆ ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆในการดำเนินงานที่ AIS ได้ทำมา แต่ 5G ก็ยังไม่ได้จำกัดแค่การใช้งานในทางอุตสาหกรรม โดยธุรกิจอื่นๆอย่าง อาคารและอสังหาริมทรัพย์ การขนส่งและโลจิสติก โรงพยาบาล ธนาคารการเงิน การเกษตร สถาบันการศึกษา ก็สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ 5G Ecosystem นี้ได้ เพราะ AIS มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวไปพร้อมกับนวัตกรรมของโลกได้

ท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIS 5G สามารถดูข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ https://business.ais.co.th/ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ AIS Business ที่ดูแลท่านอยู่

AIS Business พาร์ทเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email : business@ais.co.th

Website : https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/ais-next-gen-business-combine-ot-to-it/