คลังเก็บป้ายกำกับ: CABLING

[วีดีโอย้อนหลัง] มาตรฐานในการเดินสาย LAN เพื่อความปลอดภัยสำหรับงาน PoE กำลังสูงจำนวนมาก รับปี 2023

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมาสำหรับใครที่ผ่านงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อนี้สามารถชมวีดีโอย้อนหลังได้ครับ

Power over Ethernet หรือ PoE นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานกันมาอย่างยาวนาน และมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ IT ที่หลากหลายและต้องการกำลังไฟฟ้าที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi Access Point มาตรฐานใหม่ๆ, กล้องวงจรปิดความละเอียดสูงหรือมีระบบ AI ภายใน ไปจนถึงอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) หลายชนิด

ด้วยเหตุนี้ การวางระบบเครือข่ายให้รองรับต่อการใช้งาน PoE, PoE+ และ PoE++ จึงเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าในอนาคตจะยิ่งทวีความสำคัญให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ดี การใช้เทคโนโลยี PoE นี้ย่อมมาพร้อมกับแนวทางและข้อควรระวังใหม่ๆ เนื่องจากการจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่าน PoE นั้นจะทำให้เกิดความร้อนในสาย LAN ที่ใช้งาน และถ้าหากมีการใช้งาน PoE เป็นจำนวนมากในองค์กร ประเด็นด้านความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ย่อมส่งผลกระทบหลากหลายประการต่อระบบเครือข่าย รวมถึงยังอาจเสี่ยงที่จะเกิดความร้อนสะสมจนเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้หากไม่มีการออกแบบระบบที่ดี

R&M ในฐานะของผู้พัฒนาเทคโนโลยีสายรับส่งข้อมูลชั้นนำระดับโลก จึงจัด Webinar ครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่เหล่าผู้ดูแลระบบ IT และเครือข่ายของธุรกิจองค์กร เพื่อให้การวางแผนการเดินสายสำหรับรองรับการใช้งาน PoE ปริมาณมหาศาลในอนาคตนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ่ และปลอดภัย

พบกับเนื้อหาดังต่อไปนี้ภายใน Webinar

  • มาตรฐาน PoE ในรูปแบบต่างๆ
  • การเดินสาย Copper และความร้อนที่เกิดขึ้นจาก PoE
  • แนวทางการออกแบบการเดินสายที่เหมาะสมต่อความต้องการในการใช้งาน PoE
  • มาตรฐานในการเดินสายโดยคำนึงถึงประเด็นด้านความร้อนและพลังงาน
  • การออกแบบระบบเครือข่ายและการเดินสายเพื่อรองรับต่ออนาคต

from:https://www.techtalkthai.com/rerun-webinar-rdm-lan-poe-standard-for-2023/

ตอบโจทย์ Hyper-connected Infrastructure ด้วยเครือข่าย LAN ที่แรงเพียงพอ

การแพร่ระบาดผ่านไปแล้วแต่รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงยังคงอยู่ เราจะเห็นการทำงานผ่านCloud มากขึ้น การสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของแนวทางการทำ Digital Transformation ที่องค์กรต้องมี ด้วยเหตุนี้เองการเชื่อมต่อผ่านสาย LANแบบเดิมอาจไม่สามารถตอบโจทย์ต่อไปได้ ไฟเบอร์ออปติกจึงเป็นหลักสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

Hyperconnectivity เป็นคำศัพท์ที่อ้างถึงการติดต่อสื่อสารระหว่าง บุคคลถึงบุคคลหลายบุคคล บุคคลถึงอุปกรณ์หลายอุปกรณ์ ที่ก่อรวมกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยศัพท์นี้ถูกคิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ทางสังคมชาวแคนนาดาที่ชื่อ Anabel Quan-Hasse และ Barry Wellman โดยเทอมของศัพท์ได้ถูกนำไปใช้ในหลายบริบทของการเชื่อมต่อเช่น อีเมล, ข้อความโต้ตอบ, โทรศัพท์, การพบปะแบบเห็นหน้า แม้กระทั่งบริการข้อมูล Web-site นอกจากนี้ในมุมของ Computer Networks คำๆนี้ยังเป็นเทรนด์ที่อ้างถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถหรือจำเป็นต้องสื่อสารกันผ่านเครือข่าย ซึ่งหมายถึงการเชื่อมต่อระหว่าง บุคคลสู่บุคคลหลายบุคคล บุคคลสู่เครื่องหลายเครื่อง บุคคลสู่ระบบหลายระบบ และเครื่องสู่เครื่องหลายเครื่อง นำไปสู่ความต้องการ Bandwidth ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ในมุมของ Hyper-connected Infrastructure ก็มีความคล้ายกันมาก กล่าวคือเป็นสภาพแวดล้อมที่ทุกสิ่งทุกอย่างติดต่อกันผ่านเครือข่าย แต่องค์ประกอบภายในมีหลายภาคส่วนทั้งผู้ใช้งาน แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ และคลาวด์ที่สร้างให้เกิด โครงสร้างพื้นฐานที่มีทั้งข้อมูลและการเชื่อมต่อขนาดใหญ่มาก

อย่างไรก็ดีเมื่อเจาะจงไปที่ Infrastructure อย่างออฟฟิศสำนักงาน ที่มีการเปลี่ยนแปลงบริบทการทำงานรูปแบบใหม่พบว่า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะทุกคนต้องมีการเชื่อมต่อระบบคลาวด์ หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยูภายนอกองค์กร การประชุมในห้องประชุม กลายเป็นการประชุมด้วยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คสวนตัว ผ่าน MS-Team หรือ Zoom นั่นหมายถึงเครือข่ายทุกๆส่วนของออฟฟิศจะต้องดีกว่าที่เคยเป็นมา

นอกจากความต้องการเปลี่ยนไปแล้ว องค์กรยังมีข้อมูลที่ไหลเวียนเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการเชื่อมต่อด้วยระบบสายทองแดงแบบเดิมจึงไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่จะเข้ามาช่วยยกระดับขีดจำกัดใหม่ของการเชื่อมต่อก็คือไฟเบอร์ออปติก ซึ่งในอดีตอาจเป็นเรื่องไกลตัว แต่ปัจจุบันเรื่องราวได้เปลี่ยนไปแล้ว

เทคโนโลยี Passive Optical Network สำหรับใช้งานใน Local Area Network (LAN) ภายใต้ชื่อการค้าว่า Laserway ของ Furukawa Electric เป็นสิ่งที่จะช่วยให้องค์กรรองรับกับ Hyperconnected Infrastructure ได้โดยสายไฟเบอร์ออปติก ที่รองรับระยะทางการเดินสายไกลถึง 20 กิโลเมตร กระจายสัญญาณด้วย Splitter ที่เป็น Passive ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน ไม่จำเป็นต้องกระจายสัญญาณไฟฟ้าซ้ำด้วย Switch เหมือนสายทองแดงที่มีข้อจำกัดเพียง 100 เมตร ปลายทางของ Laserway จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า ONT เพือให้สามารถใช้สายแลนสั้นๆต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ตามปกติ เหมือนกับบริการอินเทอร์เน็ตบ้าน(FTTX) ต่างตรงที่ ONT ของ Laserway ใช้ chipset ระดับ enterprise ที่มีความทนทานสูงและสามารถจัดการ Vlan ได้

ไม่เพียงเท่านั้นระบบการรับประกันของ Furukawa ยังยาวนานนับสิบปี ทำให้ท่านไม่จำเป็นต้องไปหา Supplier รายใหม่บ่อยครั้งเหมือนที่แล้วมา  นอกเหนือจากนั้นตัว Fiber เองยังเป็นเทคโนโลยีที่รองรับอนาคต เพราะรองรับ Bandwidth ได้สูงถึงหลักร้อย Gbps ดังนั้นเมื่อ Core Network มีคุณภาพดีเพียงพอ Hyperconnected Infrastructure จึงขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างแท้จริง

เกี่ยวกับ Furukawa Electric

Furukawa Electric มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการประกอบธุรกิจในหลายด้านอาทิเช่น Automotive, Energy, Metal และอื่นๆ โดยมีพนักงานราว 50,000 คน และส่วนธุรกิจกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค สำหรับส่วนธุรกิจ Cabling หรือ FCS มีการจัดตั้งโรงงานที่บราซิล ทำให้มีชื่อเสียงและสัดส่วนตลาดกว่า 30% ในแถบลาตินอเมริกา ทั้งนี้มีการให้บริการอย่างครอบคลุมในส่วนของสายส่งและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในดาต้าเซนเตอร์ การใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม และอาคารสำนักงาน ซึ่งสามารถผลิตและจัดหาอุปกรณ์ได้ครบทั้งโซลูชัน ในประเทศไทย FCS มีการจัดตั้งสำนักงานขึ้นที่ประเทศไทย และได้รับรับความไว้วางใจในธุรกิจมากมายทั้งโซลูชันในดาต้าเซนเตอร์ หรือ Laserway ที่นำเสนอไปข้างต้น

สนใจติดต่อทีมงานของ Furukawa Electric Communications Southeast Asia เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษานำเสนอโซลูชัน สามารถติดต่อได้ที่

Line:@furukawa_th หรือ link: https://lin.ee/cARPJtc

ศึกษาบทความเก่าได้ที่

  1. https://www.techtalkthai.com/furukawa-electric-passive-optical-lan-solution-laserway/
  2. https://www.techtalkthai.com/data-center-trends-2022-by-furukawa-electric/
  3. https://www.techtalkthai.com/summary-webinar-future-prooft-network-with-fcs-400g-ready-and-laserway/
  4. https://www.techtalkthai.com/future-proof-healthcare-network-by-furukawa-electric/
  5. https://www.techtalkthai.com/furukawa-laserway-use-case-in-maldives/

from:https://www.techtalkthai.com/support-your-hyper-connected-infrastructure-with-fiber-optics/

5 ประโยชน์ของไฟเบอร์ออพติกต่อเหล่าเกมเมอร์

ทุกวันนี้เกมได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความบันเทิงในหลายๆด้าน จากอดีตที่เรามักใช้เพื่อความผ่อนคลายในเวลาว่างหลังจากทุ่มเทกับงานมาทั้งวัน ปัจจุบันเกมสามารถสร้างช่องทางอาชีพใหม่ๆ สร้างรายได้ที่มั่นคง กลายเป็นกีฬาหนึ่งที่มีการยอมรับทั่วโลก แต่สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะเกมเมอร์เหล่านั้นมีการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์และหัวใจสำคัญที่นักเล่นเกมต้องมีก็คือเครือข่ายที่สามารถถ่ายทอดความบันเทิงออกไปได้อย่างไม่มีสะดุดนั่นเอง โดยเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการเคลื่อนไหวรับส่งของข้อมูลอย่างรวดเร็วก็คือโครงข่ายใยแก้วนำแสงนั้นเอง มาดูกันว่าประโยชน์ที่เกมเมอร์จะได้รับจากไฟเบอร์ออพติกนั้นมีอะไรกันบ้าง

เมื่อความจริงจังของการเล่นเกมผลิกผันจากการเล่นเพื่อความบันเทิงไปสู่การกีฬา นั่นหมายความว่าความเสถียรและรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตยิ่งมีผลกระทบมากขึ้น หากย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนที่อินเทอร์เน็ตบ้านไม่ได้มีทางเลือกมากนัก หลายท่านคงเคยประสบปัญหาว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตขาดหายทำให้เกมกระตุกเป็นระยะหรืออาจจะเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้เลย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องน่ารำคาญใจเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อเกมกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ในปัจจุบัน ความผิดพลาดของการเชื่อมต่อแต่ละครั้งอาจกระทบไปถึงผลแพ้ชนะและส่งผลต่ออาชีพได้ด้วย ในกรณีของสตรีมเมอร์เกมที่อินเทอร์เน็ตไม่สเถียร เมื่อประสบการณ์ของผู้รับชมไม่ดี บ่อยครั้งก็อาจถูกเลิกติดตามไปโดยปริยาย

แต่โชคดีที่เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีมีความคุ้มทุนเหมาะสมที่จะนำไฟเบอร์เข้ามาสู่ผู้ใช้งานทั่วไปที่เรียกว่า FTTH (Fiber to the Home) ซึ่งไฟเบอร์นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น Future Proof หมายถึง เป็นสิ่งที่รองรับความเร็วได้อีกมากในอนาคต ส่วนใหญ่แล้วคอขวดอยู่ที่อุปกรณ์ทางเครือข่ายมากกว่า ในมุมของเกมเมอร์การใช้เครือข่ายไฟเบอร์จะตอบโจทย์ท่านได้ถึง 5 ข้อดังนี้

1.) ความเร็วการดาวน์โหลดและอัพโหลดสูง – Bandwidth ที่สูงกว่าเดิมย่อมดีกว่าอยู่แล้ว เพราะแปลว่าข้อมูลจะไหลผ่านไปได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่า การรับข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ก็ทำได้มากกว่าเดิม

2.) เรียลไทม์ภาพและเสียง – เห็นได้ชัดว่านักเล่นเกมหลายท่านมักมีการไลฟ์สตรีมการเล่นของตัวเองให้กลุ่มผู้ติดตามอยู่เป็นประจำ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อ Bandwidth สูงขึ้นการถ่ายทอดก็จะเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าเดิม ภาพคมชัดไหลลื่น เสียงต่อเนื่องไม่มีสะดุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่ออาชีพของกลุ่มคนเหล่านี้

3.) เชื่อมต่อไม่มีสะดุด – เมื่อการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์มีความสเถียรเพียงพอ เกมเมอร์ก็จะไม่ได้ถูกรบกวน จากความน่ารำคาญหรือกระตุกอีกต่อไป

4.) ทนทานกว่าที่เคย – หากพิจารณาที่ตัววัสดุแล้ว แม้ไฟเบอร์อาจจะมีภาพลักษณ์ที่ดูบอบบางเส้นเล็ก แต่ตัววัสดุเองมีความยืดหยุ่น ทนทานต่อความร้อนและมีอัตราการสึกหรอน้อยมาก

5.) ความปลอดภัยสูง – ในเรื่องผลกระทบต่อสัญญาณ ไฟเบอร์ไม่ถูกรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนกับทองแดง แถมการส่งยังมีการเข้ารหัสทำให้มั่นใจได้ว่ามีเพียงปลายทางตัวจริงเท่านั้นที่จะสามารถรับข้อมูลมาใช้ต่อได้

Fiber to the Home (FTTH) ทางเลือกที่ดีกว่าของทุกคน

ก่อนที่จะเข้าใจเรื่อง FTTH เราอาจสงสัยถึงศัพท์ที่เห็นได้บ่อยอย่าง FTTX (Fiber to the x) ซึ่งคือคำกลางๆที่ใช้เรียกการใช้งานไฟเบอร์ โดยปลายทาง x เป็นได้หลายแบบเช่น FTTN (Node), FTTP (Premises), FTTB(Building),  FTTH(Home), FTTR(Room), FTTD (Desk) และอื่นๆ แต่ละการใช้งานก็มีการออกแบบการเชื่อมต่อไฟเบอร์แตกต่างกันออกไป ตามภาพประกอบด้านล่าง

Credit : Wikipedia

เจาะลึกลงมาที่ FTTX ซึ่งมีการนำไปใช้งานได้ 2 รูปแบบคือยิงตรงจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง (Direct) แต่ที่ส่วนใหญ่ใช้คือแชร์กัน โดยแบ่งย่อยไปได้อีกตามอุปกรณ์ทางเครือข่ายที่ใช้ไฟฟ้าเรียกว่า Active Optical Network (AON) และแบบไม่อาศัยไฟฟ้า Passive Optical Network(PON) โดยมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป แต่ Passive Optical Network คือสิ่งที่ส่วนใหญ่ใช้งานกันอยู่ ไอเดียคือตัว ONT จะเป็นผู้ถอดรหัสและส่งต่อไปให้ผู้ใช้ที่ถูกต้องเท่านั้น 

Credit : Wikipedia

Furukawa Electric เป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆที่นำเสนอสินค้าและโซลูชันที่นำไปใช้ในโปรเจ็คด้าน FTTX ครบวงจรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้แก่เครือข่ายของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบกิจการด้านเครือข่ายหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หากท่านใดมีความสนใจหรือกำลังมองหาโซลูชันด้าน FTTX อย่างครบวงจรสามารถติดต่อทีมงานได้ตามที่อยู่ด้านล่างครับ

เกี่ยวกับ Furukawa Electric

Furukawa Electric มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการประกอบธุรกิจในหลายด้านอาทิเช่น Automotive, Energy, Metal และอื่นๆ โดยมีพนักงานราว 50,000 คน และส่วนธุรกิจกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค สำหรับส่วนธุรกิจ Cabling หรือ FCS มีการจัดตั้งโรงงานที่บราซิล ทำให้มีชื่อเสียงและสัดส่วนตลาดกว่า 30% ในแถบลาตินอเมริกา ทั้งนี้มีการให้บริการอย่างครอบคลุมในส่วนของสายส่งและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในดาต้าเซนเตอร์ การใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม และอาคารสำนักงาน ซึ่งสามารถผลิตและจัดหาอุปกรณ์ได้ครบทั้งโซลูชัน ในประเทศไทย FCS มีการจัดตั้งสำนักงานขึ้นที่ประเทศไทย และได้รับรับความไว้วางใจในธุรกิจมากมายทั้งโซลูชันในดาต้าเซนเตอร์ อาคารสำนักงาน และ FTTX ที่นำเสนอไปข้างต้น

สนใจติดต่อทีมงานของ Furukawa Electric เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษานำเสนอโซลูชัน สามารถติดต่อได้ที่ https://lin.ee/cARPJtc

ศึกษาบทความเก่าได้ที่

  1. https://www.techtalkthai.com/furukawa-electric-passive-optical-lan-solution-laserway/
  2. https://www.techtalkthai.com/data-center-trends-2022-by-furukawa-electric/
  3. https://www.techtalkthai.com/summary-webinar-future-prooft-network-with-fcs-400g-ready-and-laserway/
  4. https://www.techtalkthai.com/future-proof-healthcare-network-by-furukawa-electric/
  5. https://www.techtalkthai.com/furukawa-laserway-use-case-in-maldives/

from:https://www.techtalkthai.com/5-benefits-fiber-for-gamers/

R&M Webinar: มาตรฐานในการเดินสาย LAN เพื่อความปลอดภัยสำหรับงาน PoE กำลังสูงจำนวนมาก รับปี 2023 [29 พ.ย. 2022 – 14.00น.]

R&M และ TechTalkThai ขอเรียนเชิญ CTO, CIO, IT Manager, Network Engineer และผู้ดูแลระบบ IT ทุกท่าน เข้าร่วม Webinar ในหัวข้อ R&M Webinar: มาตรฐานในการเดินสาย LAN เพื่อความปลอดภัยสำหรับงาน PoE กำลังสูงจำนวนมาก รับปี 2023 ในวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2022 เวลา 14.00น. – 15.30น. เพื่อเรียนรู้ถึงแนวทางการเดินสายสำหรับ PoE, PoE+ และ PoE++ ในธุรกิจองค์กรให้เหมาะสมและปลอดภัยจากปัญหาด้านความร้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสัญญาณและการเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: มาตรฐานในการเดินสาย LAN เพื่อความปลอดภัยสำหรับงาน PoE กำลังสูงจำนวนมาก รับปี 2023

ผู้บรรยาย: คุณ Chaiwat Sinsawasd, Country Manager, Reichle & De-Massari Far East (Pte) Ltd. (R&M)

วันเวลา: วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2022 เวลา 14.00น. – 15.30น.

ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference

ภาษา: ไทย

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_B9bpDXilSI2AyMm1I7Fr8Q

Power over Ethernet หรือ PoE นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานกันมาอย่างยาวนาน และมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ IT ที่หลากหลายและต้องการกำลังไฟฟ้าที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi Access Point มาตรฐานใหม่ๆ, กล้องวงจรปิดความละเอียดสูงหรือมีระบบ AI ภายใน ไปจนถึงอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) หลายชนิด

ด้วยเหตุนี้ การวางระบบเครือข่ายให้รองรับต่อการใช้งาน PoE, PoE+ และ PoE++ จึงเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าในอนาคตจะยิ่งทวีความสำคัญให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ดี การใช้เทคโนโลยี PoE นี้ย่อมมาพร้อมกับแนวทางและข้อควรระวังใหม่ๆ เนื่องจากการจ่ายพลังงานไฟฟ้าผ่าน PoE นั้นจะทำให้เกิดความร้อนในสาย LAN ที่ใช้งาน และถ้าหากมีการใช้งาน PoE เป็นจำนวนมากในองค์กร ประเด็นด้านความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ย่อมส่งผลกระทบหลากหลายประการต่อระบบเครือข่าย รวมถึงยังอาจเสี่ยงที่จะเกิดความร้อนสะสมจนเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้หากไม่มีการออกแบบระบบที่ดี

R&M ในฐานะของผู้พัฒนาเทคโนโลยีสายรับส่งข้อมูลชั้นนำระดับโลก จึงจัด Webinar ครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่เหล่าผู้ดูแลระบบ IT และเครือข่ายของธุรกิจองค์กร เพื่อให้การวางแผนการเดินสายสำหรับรองรับการใช้งาน PoE ปริมาณมหาศาลในอนาคตนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ่ และปลอดภัย

พบกับเนื้อหาดังต่อไปนี้ภายใน Webinar

  • มาตรฐาน PoE ในรูปแบบต่างๆ
  • การเดินสาย Copper และความร้อนที่เกิดขึ้นจาก PoE
  • แนวทางการออกแบบการเดินสายที่เหมาะสมต่อความต้องการในการใช้งาน PoE
  • มาตรฐานในการเดินสายโดยคำนึงถึงประเด็นด้านความร้อนและพลังงาน
  • การออกแบบระบบเครือข่ายและการเดินสายเพื่อรองรับต่ออนาคต

เข้าร่วม Webinar ครั้งนี้ และพูดคุยกับทีมงาน R&M ประเทศไทยเพื่อถามตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้โดยตรง

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทันทีที่ https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_B9bpDXilSI2AyMm1I7Fr8Q โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/rm-webinar-how-to-lan-cabling-for-poe-2023/

ขอเชิญร่วมงาน FURUKAWA SouthEast ASIA ROADSHOW 21-22 November 2022 กับหัวข้อ “Furukawa Data Center Solution & Fiber to the room”

Furukawa Electric ผู้ผลิตและให้บริการโซลูชันสายสื่อสารครบวงจรได้จัดงาน Southeast Asia Roadshow เพื่อจัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับระบบสายสื่อสารและโซลูชันในดาต้าเซ็นเตอร์ของ Furukawa รวมถึงโซลูชันไฟเบอร์ออปติก ที่โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2565 จึงใคร่ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียด

ชื่อหัวข้อ : FURUKAWA SOUTHEAST ASIA ROADSHOW

วันเวลา

  • วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เวลา 9.00น.-12.00น. –  Data Center Solution (Fortune Room III-IV) 
  • วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 9.00น.-12.00น. – Passive Optical LAN (Silver Room II)

สถานที่ : โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนได้ที่https://content.furukawalatam.com/frk-00-22-lp-treinamento-southeast-asia 

เครือข่ายการเชื่อมต่อระดับดาต้าเซนเตอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการปฏิบัติการ เพราะเป็นเส้นทางนำส่งข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการให้บริการแอปพลิเคชันและบริการทั้งหลายของธุรกิจ อย่างไรก็ดีในมุมของผู้ปฏิบัติการมีเทคโนโลยีหลายตัวไม่เพียงแค่สาย LAN หรือไฟเบอร์ออปติก แต่ยังครอบคลุมไปถึงอุปกรณ์ในการจัดสายในตู้ ระบบรางสำหรับเก็บสาย และหัวเชื่อมต่อมากมาย ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ได้ถูกปรับปรุงให้ผู้ใช้งานคล่องตัวง่ายขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนการนำส่งความเร็วที่สูงที่สุดด้วยต้นทุนต่ำที่สุด และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย Furukawa Electric ได้เป็นผู้ให้บริการโซลูชันและองค์ประกอบเหล่านี้อย่างครบวงจร โดยในงานนี้ทุกท่านจะได้รับชมความยิ่งใหญ่และคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ขนทัพกันมาครับ

เกี่ยวกับ Furukawa Electric

Furukawa Electric มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการประกอบธุรกิจในหลายด้านอาทิเช่น Automotive, Energy, Metal และอื่นๆ โดยมีพนักงานราว 50,000 คน และส่วนธุรกิจกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค สำหรับส่วนธุรกิจ Cabling หรือ FCS มีการจัดตั้งโรงงานที่บราซิล ทำให้มีชื่อเสียงและสัดส่วนตลาดกว่า 30% ในแถบลาตินอเมริกา ทั้งนี้มีการให้บริการอย่างครอบคลุมในส่วนของสายส่งและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในดาต้าเซนเตอร์ การใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม และอาคารสำนักงาน ซึ่งสามารถผลิตและจัดหาอุปกรณ์ได้ครบทั้งโซลูชัน ในประเทศไทย FCS มีการจัดตั้งสำนักงานขึ้นที่ประเทศไทย และได้รับรับความไว้วางใจในธุรกิจมากมายทั้งโซลูชันสายทองแดงในดาต้าเซนเตอร์ หรือ Laserway ที่นำเสนอไปข้างต้น

from:https://www.techtalkthai.com/furukawa-southeast-asia-roadshow-21-22-november-2022/

[รีวิว] จัดสาย Copper และ Fiber ในองค์กรอย่างมีสไตล์ ดูแลรักษาง่าย ด้วยโซลูชันจาก Panduit และ Royaltec

การเติบโตของเทรนด์การใช้เทคโนโลยีและระบบ IT ของภาคธุรกิจองค์กร รวมถึงผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ๆ ที่เริ่มลงทุนสร้าง Data Center ในไทยกันมากขึ้น ก็ทำให้การวางระบบ Network Infrastructure ทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา

และในครั้งนี้ เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถวางรากฐานสำคัญของระบบ Network ภายในองค์กรได้อย่างมั่นคง ง่ายต่อการใช้งาน การดูแลรักษา และยังมีความสวยงาม ทางทีมงาน Panduit และ Royaltec จึงได้ให้เกียรติกับทีมงาน TechTalkThai ในการจัดทำ Review โซลูชันต่างๆ สำหรับการเดินสายทองแดง (Copper) และสายไฟเบอร์ออปติค (Fiber Optic) พร้อมระบบบริหารจัดการสายภายในองค์กร เพื่อให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ดีในการจัดการกับสายรับส่งข้อมูลเหล่านี้ ด้วยนวัตกรรมและการออกแบบจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกอย่าง Panduit เพื่อเป็นทางเลือกให้ธุรกิจองค์กรที่กำลังมีแผนในการวางระบบเดินสายเหล่านี้ใหม่กันครับ

รู้จักกับ Royaltec International ตัวแทนจำหน่ายของ Panduit เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยกว่า 20 ปี

ก่อนอื่นเลยทีมงาน TechTalkThai ขออนุญาตแนะนำถึง Royaltec International ผู้เอื้อเฟื้อสถานที่ในการรีวิวครั้งนี้ให้ทุกท่านได้รู้จักกันก่อนนะครับ

Royaltec ก่อตั้งมาเมื่อปี 1987 โดยเริ่มต้นธุรกิจในฐานะของผู้ผลิตท่อร้อยสายไฟยี่ห้อ RTI พร้อมจัดจำหน่าย จนธุรกิจได้เติบโตและขยายมาเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร พร้อมบริการครบวงจรตั้งแต่การ Consult, Design, Support มีลูกค้าในกลุ่มของธุรกิจโรงงานและการผลิต ธุรกิจก่อสร้าง ไปจนถึงกลุ่ม System Integrator ทั่วไทย ด้วยยอดขายต่อปีที่สูงเกินกว่า 500 ล้านบาท

ปัจจุบันนี้ Royaltec เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Panduit แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มีประสบการณ์การขายโซลูชันต่างๆ ของ Panduit ยาวนานกว่า 20 ปี รวมถึงมีคลังสินค้าที่จัดเก็บสินค้าของ Panduit เพื่อจัดจำหน่ายและสำรองสินค้าโดยเฉพาะ พร้อมส่งสินค้าได้ทันทีที่ลูกค้าต้องการ

สาเหตุที่ Royaltec เลือกที่จะนำ Panduit เข้ามาทำตลาดในไทยนั้น ก็เป็นเพราะจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมมากมายและผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี มีทั้งคุณภาพจากการที่สินค้าทุกชิ้นผ่านการทำ QC ทั้ง 100% มีความทนทานใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานหลายปี และความง่ายดายในการติดตั้งและดูแลรักษาที่เกิดขึ้นจากการออกแบบผลิตภัณฑ์มาเป็นอย่างดี ทำให้ Royaltec สามารถนำเสนอโซลูชันที่มีความคุ้มค่าในระยะยาวแก่ภาคอุตสาหกรรมไทยได้

นอกจากนี้ Panduit เองก็ยังมี Supply Chain ทั่วโลกที่ดีเยี่ยม และมีศูนย์กระจายสินค้าอยู่ที่สิงคโปร์ ทำให้การบริหารจัดการ Supply Chain สำหรับแต่ละโครงการเป็นไปได้อย่างคล่องตัว แม้แต่ในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา Panduit ก็สามารถเคลื่อนย้ายสินค้าที่จำเป็นต้องติดตั้งเร่งด่วนในแต่ละโครงการมารอที่คลังสินค้าในสิงคโปร์ได้ และทันทีที่ลูกค้าเซ็นสัญญา Panduit ก็สามารถจัดส่งสินค้าเข้ามาในไทยได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การติดตั้งเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที รับกับสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดที่ทุกธุรกิจต้องเร่งปรับตัว

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Royaltec สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://royaltec.com/en/home-en/

รีวิวโซลูชัน Fiber, Copper และ Cable Management จาก Panduit

ในการรีวิวครั้งนี้ ทางทีมงาน Panduit ได้ทำการแจกชุด Demo Kit ที่รวมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Copper Systems พร้อมอธิบายถึงจุดเด่นหลากหลายประการของผลิตภัณฑ์ และนำตัวอย่างสินค้าในกลุ่ม Fiber Optics มาให้ได้รับชม อีกทั้งยังพาชมห้อง Data Center ที่แสดงถึงตัวอย่างการติดตั้งและเดินสายด้วยนวัตกรรมของ Panduit อีกด้วย

โดยผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ Panduit ที่ทีมงาน TechTalkThai ได้สัมผัส รวมถึงได้รับ Demo Kit กลับมาทดลองใช้งาน พร้อมผลการรีวิว มีดังนี้

1. Panduit Category 6A 28 AWG Patch Cord

ผลิตภัณฑ์แรกที่เราได้รีวิวกันก่อนเลยก็คือ Panduit Category 6A 28 AWG Patch Cord ที่ถือเป็นผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ซึ่งธุรกิจองค์กรหลายแห่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายและเห็นความแตกต่างจากสาย Copper อื่นๆ อย่างชัดเจน

ถึงแม้สเป็คของสายจะเป็น 28AWG เหมือนกัน แต่สาย 28AWG ของ Panduit นี้ก็มีขนาดที่เล็กมากกว่าสายของผู้ผลิตหลายๆ รายในตลาด ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงแค่ 4.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้ตอนจับสัมผัสใช้งานก็รู้สึกได้ถึงความเล็กของสาย ในขณะที่สายยังดูมีความแข็งแรงทนทาน น่าใช้งาน อีกทั้งตอนเดินสายใช้งานจริงเป็นจำนวนมาก ก็จะมีพื้นที่ว่างเกิดขึ้นระหว่างสายมากกว่าเดิม ช่วยให้การระบายอากาศเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะภายในตู้ Rack ที่มีความหนาแน่นสูง

อีกจุดสังเกตหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือหัวที่เป็นแบบ Tangle Free Latch ที่ออกแบบมาเพื่อความทนทานในการใช้งานเพิ่มเติม เพราะปกติเวลาเราใช้สาย LAN ไม่ว่าจะเป็นสเป็คใด เราก็มักจะพบกับปัญหาว่าเมื่อใช้ไประยะหนึ่ง เขี้ยวตรงหัวมักจะหักออกมาด้วยสาเหตุต่างๆ อย่างเช่น การเกี่ยวกันของสาย การดึงถอดเข้าออกบ่อยๆ และอื่นๆ ทำให้สุดท้ายถึงแม้ตัวสายจะยังไม่หมดอายุการใช้งาน แต่หัวที่หลวมนั้นก็อาจทำให้เกิด Downtime ในระดับ Port ได้

Tangle Free Latch จึงเป็นสิ่งที่เข้ามาตอบโจทย์นี้ ด้วยการออกแบบให้ปลายของเขี้ยวที่หัวสายมีการหักงอกลับไปยังตัวสาย ทำให้หัวสายไม่สามารถเกี่ยวกันเองได้อีกต่อไป ในขณะที่มุมของเขี้ยวเหล่านี้ก็ไม่ได้มีองศาที่สูงมากนัก ดังนั้นจึงมีการออกแรงกดที่น้อยลง และปลายเขี้ยวที่โค้งงอกลับไปยังตัวสายก็สามารถช่วยรับแรงได้อีกส่วนหนึ่ง ช่วยลดโอกาสการเสียหายของเขี้ยวเหล่านี้ลงได้ดีมาก

Panduit Category 6A 28 AWG Patch Cord เหล่านี้มีให้เลือกใช้งานด้วยกันมากถึง 10 สี ช่วยให้การจัดสายมีความเป็นระเบียบขึ้นมากๆ และยังสามารถใช้ตกแต่งออฟฟิศพื้นที่ส่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสีที่สวยมากๆ คือสีชมพู แนะนำว่าให้ลองสั่งไปใช้ดูครับ

ในแง่ของการใช้งาน สาย Panduit Category 6A 28 AWG Patch Cord นี้มีให้เลือกได้หลายขนาด โดยระยะที่สั้นที่สุดคือ 20 เซนติเมตรเท่านั้น โดยตัวสายรองรับการรับส่งข้อมูลได้เต็มประสิทธิภาพ และยังรองรับ PoE ได้ถึุงระดับ PoE++ ทั้งหมด ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย อีกทั้งสายทุกเส้นยังผ่านการ QC จากโรงงานมาโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าสายเหล่านี้จะสามารถถูกนำไปติดตั้งใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาทดสอบคุณภาพสายซ้ำซ้อนหน้างานอีกต่อไป

ทีมงาน Panduit เล่าว่าสาย 28AWG Patch Cord นี้ขายดีมากๆ ในประเทศไทย เพราะธุรกิจหลายแห่งที่ต้องเริ่มมีการขยับขยายระบบเครือข่าย และมีการติดตั้งตู้จุดพักสายหรือติดตั้งอุปกรณ์ตามพื้นที่ต่างๆ ภายในออฟฟิศหรือโรงงานกันมากขึ้น ก็ต้องมองหาสาย Patch Cord ที่ดี จัดสายง่าย และประหยัดพื้นที่สำหรับใช้งานในตู้ Patch Panel และตู้ Distribution ซึ่งสายของ Panduit ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก ทำให้ออฟฟิศหลายแห่งที่อาจเคยต้องใช้พื้นที่หลาย Rack Unit ในการติดตั้งอุปกรณ์เพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเพราะองศาการโค้งงอของสายแบบเดิมๆ นั้นทำได้ไม่ดีมาก สามารถลดพื้นที่เหลือเพียงแค่ 2U ได้เพราะสาย Patch Cord มีระยะที่สั้น และโค้งงอได้ดี ทำให้เก็บงานได้ค่อนข้างเป็นระเบียบ

สำหรับการทดลองใช้งานจริงโดยทีมงาน TechTalkThai นั้น ก็ได้มีการทดสอบใช้งานกับอุปกรณ์ Wireless Access Point ชั้นนำรายหนึ่งเพื่อให้บริการ Wi-Fi ในพื้นที่ทดสอบ ก็พบว่าจุดเด่นเรื่องของการเดินสายง่ายและโค้งงอได้ง่ายนี้ถือเป็นข้อดีมากๆ ที่ทำให้การ Setup ระบบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลกับความยาวของสายที่มากจนเกินไปซึ่งอาจทำให้พื้นที่ติดตั้งรกได้ ในขณะที่ประสิทธิภาพของการรับส่งข้อมูลนั้นก็สามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ ส่วนการเสียบหรือถอดสายจาก Port ต่างๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยระหว่างที่เสียบเอาไว้ก็มีความแข็งแรงมากๆ มั่นใจได้ว่าสายจะไม่หลุดออกมาจาก Port โดยไม่ตั้งใจได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ก็เลยใช้เป็นสายหลักสำหรับการทดสอบอุปกรณ์ IT หรือโซลูชันต่างๆ ไปเรียบร้อยแล้วครับ

สำหรับผู้ที่สนใจลองเข้าไปเลือกซื้อสายกันได้ที่ https://shopee.co.th/royaltec_international นะครับ

2. Panduit Opti-Core® LC Uniboot Pull-Boot Duplex Fiber Optic Patch Cords

นวัตกรรมในฝั่งของสาย Fiber จาก Panduit เองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสาย Panduit Opti-Core® LC Uniboot Pull-Boot Duplex Fiber Optic Patch Cords นี้จะมาพร้อมกับหัวแบบ Panduit Duplex LC Uniboot Pull-Boot Connector ที่จะช่วยให้การดูแลรักษาเปลี่ยนแปลงแก้ไขการเชื่อมต่อ Fiber Optic เป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดหน้างานได้เป็นอย่างดี

Panduit Duplex LC Uniboot Pull-Boot Connector มีขนาดหัวที่เล็ก ช่วยให้การติดตั้งเป็นระเบียบ ระบายอากาศได้ดี การจัดการทำได้ง่าย และลดโอกาสผิดพลาดที่จะไปโดนหัวสายอื่นๆ และส่งผลกระทบต่อการรับส่งข้อมูล

ในการถอดสายออกจาก Port ตัว Panduit Duplex LC Uniboot Pull-Boot Connector นี้จะใช้แนวคิดแบบ Pull-Boot แตกต่างจากสายแบบเดิมๆ ที่เราต้องกดด้านบนหัวสายก่อนที่จะออกแรงดึงในแนวนอนเพื่อดึงสายออกมาจาก Port แต่การออกแบบแบบ Pull-Boot นี้ ตัวหัวสายจะมีตัวล็อค 2 Step อยู่ เราสามารถดึงตรง Boot ในแนวนอนก่อนเพื่อให้หัวสายขยับผ่านเป็น Step แรก ก่อนที่จะออกแรงดึงเพื่อดึงสายออกจาก Port ใน Step ถัดมา

วิธีการนี้จะช่วยให้การถอดสายจากในตู้เป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก เพราะโดยทั่วไปสายเหล่านี้มักถูกติดตั้งอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมากจนแน่น การต้องออกแรงกดด้านบนแล้วดึงนั้นจึงอาจส่งผลกระทบต่อสายที่อยู่โดยรอบได้ ดังนั้นการมี Pull-Boot เข้ามาช่วยจึงทำให้งานตรงนี้ง่ายและมีความเสี่ยงน้อยลง ในขณะที่ Panduit Duplex LC Uniboot Pull-Boot Connector เองก็มีขนาดที่เล็ก ทำให้พื้นที่เชื่อมต่อสายในส่วนนี้มีระเบียบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ โดยทั่วไปในการเดินสายระบบ Fiber นั้นก็ต้องมีการคำนึงถึง Polarity ของสัญญาณ ซึ่งหัวของสายนี้ก็สามารถเปลี่ยน Polarity หน้างานได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติม ด้วยการดึง Housing, หมุน Connector, หมุนหัวสาย แล้วค่อยเลื่อน Housing กลับเข้าตำแหน่งเดิมไป ซึ่งตรงหัวก็จะมีสัญลักษณ์สีทำให้เราเข้าใจได้ง่ายว่าหัวข้างไหนเป็น Polarity แบบ A หรือ B อยู่ ก็จะทำให้การจัดการเดินสายหน้างานง่ายขึ้น และสายเดิมสามารถนำไปใช้สำหรับงานต่างๆ ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นครับ

Panduit Opti-Core® LC Uniboot Pull-Boot Duplex Fiber Optic Patch Cords มีให้เลือกใช้ทั้งสำหรับ Singlemode และ Multimode ได้ตามต้องการ โดยสำหรับใครที่อาจจะยังไม่เห็นภาพ ทาง Panduit มีคลิปให้รับชมเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้ครับ

ทีมงาน Panduit ระบุว่าธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ในไทยนั้นเริ่มใช้งาน Panduit Opti-Core® LC Uniboot Pull-Boot Duplex Fiber Optic Patch Cords มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้การดูแลรักษาระบบ Fiber เป็นไปได้อย่างง่ายดาย และลดความผิดพลาดในการถอดเปลี่ยนสายหน้างานลงได้เป็นอย่างดี

ในการทดลองใช้งานจริง การถอดสายออกจาก Port ด้วย Pull-Boot นี้ถือว่าง่ายมากๆ และการที่ Panduit ออกแบบตรงนี้ให้มี 2 Step ก็ช่วยให้เราไม่ทำสายหลุดออกจาก Port โดยไม่ตั้งใจ ช่วยให้การติดตั้งใช้งานโดยทั่วไปยังแข็งแรงทนทานอยู่มาก

ส่วนการเปลี่ยน Polarity นั้นตอนแรกที่ทดสอบก็จะงงเล็กน้อยและไม่กล้าออกแรงดึงเยอะ แต่พอลองจนทำเป็นแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้ยากอะไร และยังสนุกดีด้วยครับ

3. PanMPO Connectors

สำหรับธุรกิจองค์กรที่กำลังมองไปถึงการอัปเกรดระบบเครือข่ายไปถึงระดับ 40GbE หรือ 100GbE นั้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพิจารณาถึงการใช้งาน MPO Connector ซึ่ง Panduit ก็มีโซลูชัน PanMPO Connectors ที่จะช่วยให้การวางแผนอัปเกรดความเร็วระบบเครือข่ายเหล่านี้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น และลดความซับซ้อนในการออกแบบระบบเครือข่ายลงไปได้มากทีเดียว

โดยทั่วไปแล้วการออกแบบระบบเครือข่าย Fiber ที่ใช้หัว MPO นี้ จะมีความซับซ้อนในแง่ของการออกแบบว่าจะต้องใช้หัวแต่ละข้างเป็น Gender (Male/Female) และ Polarity (Key-Up/Key-Down) อย่างไรบ้างสำหรับแต่ละส่วน เพื่อให้การเชื่อมต่อสายทั้งหมดสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งในกรณีที่ระบบซับซ้อนมากๆ ก็อาจต้องมีการสั่งสาย MPO ที่มีหัวในรูปแบบต่างๆ ผสมผสานกันมากถึง 6 รูปแบบ

ความซับซ้อนนี้อาจส่งผลให้เกิดการออกแบบระบบที่ผิดพลาด, การสั่งซื้อสายและหัวที่ผิดพลาด ไปจนถึงการติดตั้งหน้างานที่ผิดพลาดได้ อีกทั้งผู้ดูแลระบบก็ต้องมีการสำรองสายมากถึง 6 รูปแบบเพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจคาดไม่ถึงเหล่านี้

เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ Panduit จึงได้ทำการพัฒนา PanMPO Connectors ขึ้นมา ซึ่งเป็นหัว MPO ที่สามารถเปลี่ยน Gender ทั้งแบบ Male/Female และ Polarity แบบ Key-Up/Key-Down ได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ดังนั้นในการติดตั้งหน้างาน ผู้ติดตั้งจึงสามารถปรับหัวให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ด้วยตนเอง เพียงแค่ทำความสะอาดก่อนใช้งานก็สามารถใช้ได้ทันที และในการสำรองสาย ก็สามารถสำรองเฉพาะสายที่ใช้ PanMPO เอาไว้ได้ ไม่ต้องสำรองสายมากถึง 6 รูปแบบอย่างในอดีตอีก โดยทาง Panduit ได้จัดทำคลิปแสดงวิธีการเปลี่ยน Gender และ Polarity เอาไว้ดังนี้ครับ

ตัวสายจะมาแบบสำเร็จรูปให้พร้อมใช้งาน โดยรองรับทั้งสาย OS2, OM3, OM4 ในรูปแบบ Trunks, Harnesses, Interconnects และ Reference Cords ดังนั้นในการติดตั้งใช้งานจึงสามารถเดินสาย ปรับประเภทหัว และเชื่อมต่อใช้งานได้ทันที ทำให้การติดตั้งหน้างานเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

4. Panduit HD Flex Fiber Cabling System

การบริหารจัดการสายภายใน Data Center ถือเป็นอีกโจทย์สำคัญสำหรับฝ่าย IT ของภาคธุรกิจองค์กร และธุรกิจด้านระบบ Data Center หรือ Cloud ซึ่งแนวโน้มในปัจจุบันที่ธุรกิจหลายแห่งกำลังพบอยู่ในทุกวันนี้ ก็คือการเติบโตอย่าวรวดเร็วของระบบ IT และ Network ในขณะที่พื้นที่ของ Data Center นั้นยังคงมีเท่าเดิม การใช้พื้นที่ภายใน Data Center ให้คุ้มค่าสูงสุดจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา ในขณะที่ความง่ายดายในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสาย ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสียหายจาก Downtime ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันได้เช่นกัน

Panduit HD Flex Fiber Cabling System จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่นดังต่อไปนี้

  • Side Trunk Cable Management เข้าถึงและจัดการสายได้จากบริเวณด้านข้างของตู้ ช่วยให้การเพิ่มสาย หรือการเปลี่ยนแปลงสายเดิมเป็นไปได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
  • Front & Back Cassette Accessibility สามารถติดตั้ง Cassette ที่ต้องการได้ทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงมี Split Tray ให้เลือกใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบและการทำงาน รองรับการอัปเกรดความเร็วเครือข่ายจาก 10GbE ไปสู่ 40GbE/100GbE ได้ตามต้องการ
  • Convertibility สามารถเปลี่ยน Enclosure และ Panel เพื่อรองรับ 6-port/12-port Cassette และ Adapter ได้ ช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมระบบเครือข่าย, โครงสร้างระบบ Fiber, การใช้งานแบบ Duplex และ Parallel ได้อย่างอิสระ

ภายในขนาด Rack เพียง 1U Panduit HD Flex Fiber Cabling System สามารถรองรับได้ถึง 144 – 1728 Fiber Core เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการติดตั้งใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีฝาสำหรับปิดให้เรียบร้อย และป้องกันไม่ให้สายส่วนนี้ได้รับผลกระทบจากการจัดการสายส่วนอื่นๆ ด้วยครับ

5. Panduit Patchrunner™2 Enhanced Vertical Cable Manager & Panduit Netkey

อีกหนึ่งโซลูชันที่ทีมงาน Panduit ได้พาเราเดินชมก็คือ Panduit PatchRunner ที่เป็นตู้สำหรับบริหารจัดการการ Patch สายโดยเฉพาะ รองรับได้ทั้งสาย Copper และ Fiber ในหนึ่งเดียว มีทั้งการติดตั้ง Panduit Patch Panel และ Panduit HD Flex เอาไว้เรียบร้อยทำให้เห็นภาพการใช้งานได้ชัดเจน

จุดหนึ่งที่ชัดเจนคือการบริหารจัดการสายจากด้านข้างของตู้ โดยมีจุดรับสายและเดินสายอย่างเป็นระเบียบ ช่วยรับน้ำหนักของสายก่อนที่จะเดินเข้าไปยัง Patch Panel หรือ HD Flex ได้เป็นอย่างดี

สำหรับ Patch Panel ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นจะเป็น Patch Panel แบบ Angle ที่ทำมุมเอียงเล็กน้อยเพื่อให้ง่ายต่อการเดินสาย ลดองศาความโค้งงอของสาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของสาย และช่วยให้การจัดการสายเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ ภายในตู้ก็ยังมีการติดตั้งเครื่องมือเสริมเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมจากโซลูชัน Panduit Netkey เพื่อให้เห็นถึงการใช้งานในรายละเอียดเล็กๆ ที่ Panduit ได้คิดเอาไว้ให้ เช่น

ตัวล็อคสาย LAN ที่สามารถล็อคสายเข้าไว้กับ Patch Panel ได้ และจะถอดออกได้ด้วยกุญแจเฉพาะเท่านั้น ช่วยให้สายสำคัญที่เดินเอาไว้ไม่หลุดหรือถูกถอดออกโดยไม่ตั้งใจได้

หัวปิดพอร์ต LAN สำหรับปิดพอร์ตที่ยังไม่ใช้เอาไว้ให้ฝุ่นไม่เข้า เพื่อรักษาคุณภาพของแต่ละพอร์ตเอาไว้ให้มั่นใจถึงความสะอาดในยามที่จำเป็นต้องใช้งาน

6. Panduit Modular Plug Terminated Link

โซลูชันนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่กำลังมีแผนเดินสาย LAN ในองค์กรใหม่เพื่อรับอุปกรณ์ PoE จำนวนมากโดยเฉพาะ เพราะหากจะเดินสายให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานแล้ว การใช้โซลูชันนี้ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างมาก

โดยทั่วไปแล้วการเดินสายสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ PoE นั้น มักจะเป็นการเดินสายแบบถาวรแบบ Direct Connect ไปยังอุปกรณ์ที่มักไม่ค่อยมีการเคลื่อนย้ายมากนัก เช่น Wireless Access Point, กล้องวงจรปิด, Sensor, ไฟ LED, Access Control หรือจอ Digital Display การเดินสายลักษณะนี้จึงไม่จำเป็นต้องเดินผ่าน Patch Panel หรือใช้ Patch Cord โดยมักต้องเดินสายตามเพดานหรือกำแพงสูง และเดินสายเชื่อมต่อทิ้งไว้โดยไม่ต้องไปทำการปรับแต่งแก้ไขในภายหลังอีก

Panduit Modular Plug Terminated Link หรือ MPTL เป็นสาย Copper ที่ปลายข้างหนึ่งเป็นตัวผู้ และปลายข้างหนึ่งเป็นตัวเมีย ซึ่งสามารถเข้าหัวสายหน้างานได้โดยง่ายอย่างแข็งแรงและมั่นคง เพื่อให้การเดินสายจาก PoE Switch ไปยังปลายทางนั้นตรงตามมาตรฐานการเดินสายสำหรับ PoE และมีการรับส่งสัญญาณรวมถึงพลังงานด้วยประสิทธิภาพที่ดี

สำหรับหัวของ MPTL นี้จะมีให้เลือกทั้งแบบหัวตรง และหัวหักมุม เพื่อให้เหมาะต่อการเดินสายไปยังจุดต่างๆ โดยไม่เกิดองศาการโค้งงอที่มากเกินไปในการใช้งาน และเดินในมุมแคบอย่างเช่นจุดติดตั้งอุปกรณ์ Wireless Access Point หรือ IoT ที่ต้องการได้ ซึ่งทาง Panduit ก็จะมีชุดเครื่องมือสำหรับการเข้าหัวเหล่านี้ให้โดยเฉพาะ โดยหัวจะแยกเป็น 2 ชิ้นให้พร้อมนำมาประกอบเข้ากันได้อย่างแข็งแรง

7. Panduit Signs, Labels & Identification

สุดท้ายก็คืออีกโซลูชันขายดีจาก Panduit เช่นกัน ซึ่งจะเป็นโซลูชันสำหรับการติดป้ายระบุให้กับสายต่างๆ ที่มีให้ครบตั้งแต่อุปกรณ์สำหรับพิมพ์ป้าย, Tag สำหรับคล้องสายเอาไว้เพื่อไม่ให้ป้ายหลุด และอื่นๆ อีกมากมาย

 

ในส่วนนี้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากครับ แนะนำว่าลองเข้าไปดูได้ที่ https://www.panduit.com/en/products/signs-labels-identification.html เพื่อให้เห็นภาพกันได้เลย

สนใจโซลูชัน Panduit ติดต่อทีมงาน Panduit ประเทศไทยได้ทันที

สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีแผนจะเดินสาย Copper หรือ Fiber ใหม่ หรือมีโครงการในการวางระบบเดินสายสื่อสารใหม่ภายในอาคาร สามารถติดต่อทีมงาน Panduit เพื่อสอบถามรายละเอียด หรือออกแบบระบบสายโดยทีมงานมืออาชีพได้ทันทีที่

หรือสามารถเยี่ยมชม Facebook Fan Page ได้ที่ Panduit Thailand

from:https://www.techtalkthai.com/review-copper-and-fiber-management-with-panduit-and-royaltec/

Panduit Webinar : ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน Network สำหรับ Data Center และข้อแนะนำในการออกแบบโดย Panduit

Panduit ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน Network สำหรับ Data Center และข้อแนะนำในการออกแบบโดย Panduit” โดยท่านจะได้รับฟังแนวโน้มตลาดโซลูชันใน Data Center และการออกแบบเพื่อรองรับอนาคตโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Panduit ในวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2022 เวลา 14.00-15.30 น. กำหนดการลงทะเบียนมีดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน Network สำหรับ Data Center และข้อแนะนำในการออกแบบโดย Panduit

วันเวลา : วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2022 เวลา 14.00-15.30 น.

ผู้บรรยาย : Mr. Jirayu Noppawong

ลิงก์ลงทะเบียน : https://pages.panduit.com/DC-webinar-2022-th.html

Data Center มีมูลค่าสูงถึง 48,900 ล้านเหรียญเมื่อปี 2020 แต่ความร้อนแรงยังไม่จบลงเพราะคาดการณ์ว่าในปี 2026 มูลค่าของ Data Center จะทะยานสู่ 105,600 ล้านเหรียญ อย่างไรก็ดีการแพร่ระบาดได้สร้างความท้าทายให้แก่การดำเนินธุรกิจอย่างมาก การทำงานต้องออนไลน์มากขึ้น

ทุกวันนี้จึงต้องมองหาแนวทางใหม่ๆ ในการก้าวข้ามข้อจำกัดด้านปริมาณแบนด์วิดธ์, การลด Latency และการป้องกันไม่ให้ระบบ Network เกิดการหยุดชะงัก นอกจากนี้ ก็ยังมีความต้องการที่จะเข้าถึงข้อมูลในปริมาณที่มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม Data Center อย่างรวดเร็ว

หากคุณอยากรู้ว่า Data Center กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และในอนาคตของ Data Center จะเป็นอย่างไร คุณสามารถเข้าร่วม Webinar ในครั้งนี้เพื่อเรียนรู้ถึงแนวโน้มเหล่านี้ได้ทันที!

กำหนดการ

1.) ปัจจัยขับเคลื่อนและแนวโน้มของตลาด Data Center Solution

2.) มาตรฐานและข้อแนะนำสำหรับ Data Center

3.) ระบบ Network Infrastructure สำหรับ Data Center และการออกแบบเพื่อรองรับต่ออนาคต

  • Pathway and Cable Basket
  • Pre-terminated Solutions
  • MPO Solutions
  • Accessories – Grounding & Bonding, Physical Security, Identification
  • Universal Aisle Containment (UAC)
  • G5 Intelligence PDU

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย https://pages.panduit.com/DC-webinar-2022-th.html

from:https://www.techtalkthai.com/panduit-webinar-19102022-networking-system-in-dc/

Fiber Optic : ฐานรากเครือข่ายการเชื่อมต่อของปัจจุบันสู่อนาคต

ประเด็นของ Fiber Optic หรือใยแก้วนำแสงนั้นเป็นเรื่องที่ถือว่าเก่ามากแล้วสำหรับปี 2022 แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงหลายองค์กร เราก็ยังเห็นการเดินสายแลนชนิดทองแดงกันอยู่ซึ่งต้องบอกว่าถึงขีดจำกัดแล้ว แม้ว่าในอนาคตจะมีกระบวนการที่ปรับปรุงให้ได้กำลังส่งมากกว่าเดิม แต่สุดท้ายเทคโนโลยีนี้คงไม่สามารถนำเราไปสู่อนาคตได้ เพราะวันนี้ที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อผ่านโลกอินเทอร์เน็ต หากต้องการความเร็วแบบไร้ขีดจำกัด เทคโนโลยีการเชื่อมต่อจึงต้องเร็ว แรงและสเถียรยิ่งกว่าที่แล้วมา วันนี้ Furakawa Electric จะมาชวนคิดว่าเหตุใด Fiber Optic จึงต้องเข้ามามีบทบาทในองค์กร ผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า Passive Optical Network

ข้อจำกัดของสายทองแดง

สายทองแดงเป็นวัสดุที่เราพบเห็นมาในการเดินสายเครือข่ายมาหลายสิบปี เรียกได้ว่าตั้งแต่ยุคแรกของอินเทอร์เน็ตเลยก็ว่าได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าจากวันนั้นถึงวันนี้แม้มีเทคโนโลยีไฟเบอร์เข้ามาแต่หลายองค์กรก็ยังไม่ได้เปลี่ยนจากระบบเก่า ลองมาดูกันซิว่าคุณสมบัติอะไรของสายทองแดงที่ทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์โลกอนาคตได้อีกต่อไปแล้ว

1.) ข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพในการนำส่งสัญญาณ – เครือข่ายของท่านจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสายสื่อกลางที่เลือกใช้เป็นหลัก กล่าวคือหากถนนของท่านมีขนาดใหญ่ปริมาณความจุรถก็มากเช่นกัน แต่เมื่อพูดถึงสายทองแดงอย่าง CAT5 อาจจะเริ่มที่เพียง 100 Mbps เท่านั้น หรือต่อมา CAT6 อาจมีการพัฒนาคุณภาพเป็น 1 Gbps หรือ 10 Gbps ซึ่ง CAT5 อาจไม่สามารถรองรับอินเทอร์เน็ตบ้านทุกวันนี้ด้วยซ้ำแต่ก็ยังปรากฏอยู่ในบางส่วนในองค์กร หรือแม้จะเป็น CAT6 ที่เพียงพอแต่จะดีกว่าไหมหากสายใยแก้วเส้นเล็กๆจะพาเราไปสู่ระดับ 100 Gbps หรือ 800 Gbps ในอนาคต

2.) กฏ 100 เมตร – หากใครอยู่ในวงการระบบเครือข่าย ท่านย่อมต้องเคยได้ยินได้ฟังกฏนี้มาบ้าง ว่านี่คือระยะไกลที่สุดที่จะยังรักษาคุณภาพการสัญญานเอาไว้ได้ หากไกลกว่านั้นประสิทธิภาพจะลดลงทำให้มีอัตราการสูญเสียของข้อมูลเพิ่มขึ้นตามลำดับ ในทางกลับกันมาตรฐานของสายใยแก้วเริ่มต้นที่ระดับกิโลเมตรหรือในบางชนิดอาจจะสูงถึง 20 กิโลเมตรหรือมากกว่า ลองคิดดูว่าหากท่านมีโรงงานที่อยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร การเดินสายแลนหากันด้วยทองแดงจะสิ้นเปลืองขนาดไหน

3.) อุปกรณ์ต่อขยาย – สืบเนื่องจากข้อจำกัดของกฏ 100 เมตรหรือระยะที่จำกัดให้การเดินสายต้องมีอุปกรณ์เพื่อต่อขยายเป็นช่วงๆด้วย Switch หรือ Hub ด้วยเหตุนี้ทำให้เกิดต้นทุนตามมามหาศาล ทั้งเรื่องของค่าตัวอุปกรณ์ต่อขยายที่ต้องเปลี่ยนทุก 5 – 7 ปีและการต้องมีทีมงานซ่อมบำรุง ต้องจัดเตรียมพื้นที่วางอุปกรณ์วางระบบไฟฟ้า และระบบปรับอากาศ โดยเฉพาะ

4.) สัญญานรบกวน ความปลอดภัย และ ความสิ้นเปลือง – การเดินสายทองแดงยังอาจได้รับการรบกวนจากสัญญานไฟฟ้าภายนอกได้แม้ว่าจะมีการหุ้มฉนวนแต่นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ได้และอยู่ในบทเรียนทางทฤษฏีที่เราต่างทราบดีอยู่แล้ว นอกจากสูญเสียเชิงข้อมูลแล้วสายทองแดงยังเปราะบางมากกว่าด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ผู้ไม่หวังดีอาจดักจับสัญญาณของเราระหว่างทางได้ อีกเรื่องคือความสิ้นเปลืองเพราะการเชื่อมต่อรูปแบบเก่าถูกกระทำในลักษณะจุดต่อจุด ด้วยเหตุนี้เองจึงมีข้อจำกัดในการลากสายระหว่างอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก ลองพิจารณาสถานการณ์ในห้องดาต้าเซนเตอร์รางเดินสายต้องรับน้ำหนักมากขนาดไหนลองเทียบกับจำนวนเท่ากันในสายไฟเบอร์ ท่านจะลดปริมาณวัสดุและขนาดรางเดินสายได้มากกว่า 90%

สายไฟเบอร์ : ทางเลือกใหม่ของเครือข่ายแห่งอนาคต

จากข้อมูลที่ปรากฏด้านบนท่านคงจะทราบแล้วว่าเหตุใดทองแดงจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมแล้วกับปัจจุบันที่ใครๆก็ต้องการเข้าถึงข้อมูล ยิ่งเร็วและแรงยิ่งขึ้น อีกทั้งหากมองสภาพความเป็นจริงข้อมูลที่ส่งหากันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน หากเราไม่ทำการวางแผนเสียแต่วันนี้แล้วเมื่อไหร่กันถึงจะเหมาะสมที่จะเปลี่ยน?

Furukwa Electric อยากที่จะแนะนำผู้อ่านทุกท่านให้รู้จักการเชื่อมต่อที่การันตีความเร็วได้ถึงอนาคต (Future Proof) ผ่านโซลูชันที่รูปแบบใหม่ที่ใช้การเชื่อมต่อแบบ Point to Multi-Point กล่าวคือสายไฟเบอร์เพียงเส้นเดียวจากต้นทางสามารถนำข้อมูลส่งหาผู้ใช้ปลายทางได้มากถึง 256 จุด โดยระหว่างสัญญาณจะถูกแบ่งออกด้วยอุปกรณ์ Splitter ที่มีการทำงานแบบ Passive หรือไม่ต้องจ่ายไฟเพื่อให้อุปกรณ์ทำงาน ทั้งหมดนี้ก็คือเทคโนโลยี Passive Optical Network(PON) นั่นเอง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้มีการนำมาใช้กับบ้านของทุกคนแล้วในบริการ Fiber to the Home(FTTH) และในต่างประเทศ การเชื่อมต่อสำหรับองค์กรก็สามารถนำเทคโนโลยี PON เข้าไปใช้ได้มากกว่า 10 ปีแล้วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนสร้างความมั่นคงปลอดภัยและรักษ์โลกให้มากกว่าเดิม หรือสิ่งที่ Furukawa เรียกว่า Laserway 

เกี่ยวกับ Furukawa Electric

Furukawa Electric มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการประกอบธุรกิจในหลายด้านอาทิเช่น Automotive, Energy, Metal และอื่นๆ โดยมีพนักงานราว 50,000 คน และส่วนธุรกิจกระจายอยู่ในหลายภูมิภาค สำหรับส่วนธุรกิจ Cabling หรือ FCS มีการจัดตั้งโรงงานที่บราซิล ทำให้มีชื่อเสียงและสัดส่วนตลาดกว่า 30% ในแถบลาตินอเมริกา ทั้งนี้มีการให้บริการอย่างครอบคลุมในส่วนของสายส่งและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในดาต้าเซนเตอร์ การใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม และอาคารสำนักงาน ซึ่งสามารถผลิตและจัดหาอุปกรณ์ได้ครบทั้งโซลูชัน ในประเทศไทย FCS มีการจัดตั้งสำนักงานขึ้นที่ประเทศไทย และได้รับรับความไว้วางใจในธุรกิจมากมายทั้งโซลูชันในดาต้าเซนเตอร์ หรือ Laserway ที่นำเสนอไปข้างต้น

สนใจติดต่อทีมงานของ Furukawa Electric เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษานำเสนอโซลูชัน สามารถติดต่อได้ที่ https://lin.ee/cARPJtc

ศึกษาบทความเก่าได้ที่

  1. https://www.techtalkthai.com/furukawa-electric-passive-optical-lan-solution-laserway/
  2. https://www.techtalkthai.com/data-center-trends-2022-by-furukawa-electric/
  3. https://www.techtalkthai.com/summary-webinar-future-prooft-network-with-fcs-400g-ready-and-laserway/
  4. https://www.techtalkthai.com/future-proof-healthcare-network-by-furukawa-electric/
  5. https://www.techtalkthai.com/furukawa-laserway-use-case-in-maldives/

from:https://www.techtalkthai.com/fiber-optic-the-future-proof-network-furukawa-electric/

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day | 5 ตุลาคมนี้

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกเกือบ 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ความรู้ด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กรโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Alcatel-Lucent Enterprise, Allied Telesis, Blancco, Cisco, Cloudflare, Commscope, Dell Technologies, Fortinet, Hillstone Networks, HPE Aruba, Juniper Networks, Netka, Nutanix, Panduit, Schneider Electric, Sophos, Tenable, Thales Group, TmaxSoft, Veeam และ VMware ไปจนถึงเหล่าผู้เชี่ยวชาญในไทยที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และกรณีศึกษาต่างๆ ให้เหล่าธุรกิจไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เช่น AIS, Bangkok MSP, Bangkok Systems & Software, Computer Union, STelligence, Soft De’but, Tangerine, True IDC และ Yip In Tsoi

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจาก AIS 5G, True IDC, สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ที่จะมาอัปเดตเทรนด์ 5G, Data Center และ Hybrid Multi-cloud ในไทย รวมไปถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-enterprise-it-infrastructure-day/