คลังเก็บป้ายกำกับ: BACKUP_AND_DR

Commvault Intelligent Data Service เป็นมากกว่า Backup

จุดมุ่งหวังของการทำ Digital Transformation ท้ายที่สุดแล้วก็คือความคล่องตัว ว่องไว รองรับกับการเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีใหม่ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือวิถีการทำงานแบบไฮบริด ที่งานเกิดขึ้นจากภายนอกองค์กร หากองค์กรขาดความพร้อมในการเตรียมตัวด้านข้อมูลที่ดี ก็คงจะไม่สามารถกลายเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกของตลาดได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงต้องหากลยุทธ์การบริหารจัดการข้อมูลที่ครอบคลุมกับ Workload สมัยใหม่ให้ได้ และ Commvault ได้เตรียมแพลตฟอร์มนั้นไว้แล้ว ที่พร้อมรองรับทุกแผน Digital Transformation ที่ท่านเลือกไป

หนึ่งในกลยุทธ์ของ Digital Transformation คือท่านต้องมีโซลูชันที่รองรับข้อมูลที่ถือกำเนิดจากแหล่งต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็น SaaS, Container, Cloud, และอื่นๆ รวมทั้งโซลูชันยังยืดหยุ่นกับทุก Infrastructure ไม่ว่าจะเป็น On-premise, hybrid cloud หรือ public cloud รวมถึงยังไม่ผูกขาดกับฮาร์ดแวร์ Storage อีกด้วย ทำให้ท่านมีทางเลือกได้อย่างหลากหลาย อีกหนึ่งจุดสำคัญคือไม่ว่าท่านจะอยู่ในรูปแบบ Multi-Cloud หรือ Hybrid Cloud ก็สามารถเลือกรูปแบบการใช้งานที่ตอบโจทย์ของท่านได้อย่างลงตัว

Commvault Intelligent Data Service จะช่วยให้ท่านตอบโจทย์วัตถุประสงค์ด้านข้อมูลได้อย่างลงตัว ได้แก่

  • Data Management & Protection – การสำรองและกู้คืนข้อมูลในระดับ Enterprise ที่รองรับ workload และ Storage ได้ทุกประเภท ผ่าน Platform เดียว ยืดหยุ่นทุก Environment
  • Data Security– สำรองและพร้อมกู้คืนข้อมูลจากการคุกคามของภัยร้ายทางไซเบอร์และแรนซัมแวร์ด้วยโซลูชันการปกป้องแบบหลายชั้น สามารถตรวจจับ(Monitoring), ป้องกัน(prevent) และกู้คืน(recovery)ข้อมูลจากการโจมตีจากแรนซัมแวร์ โดยไม่มี license เพิ่มเติม เช่น Air Gap solution, Encryption Data เป็นต้น
  • Data Compliance & Governance – องค์กรที่กังวลในเรื่องของการจัดการข้อมูลให้สอดคล้องกับกฏหมายและข้อบังคับ เครื่องมือจาก Commvault จะช่วยให้ท่านสามารถควบคุมการเข้าถึงและลดความเสี่ยงในการเปิดเผยข้อมูลได้ตามข้อกำหนดทางกฏหมายเช่น GDPR เป็นต้น
  • Data Transformation – เนื่องจาก DX ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลหลายทาง กล่าวคือข้อมูลชุดเดียวกันอาจนำไปใช้ทดสอบทางการตลาด ความมั่นคงปลอดภัย หรือฟีเจอร์ใหม่ ดังนั้นการนำข้อมูลที่มีและย้ายไปได้ทุกแพลตฟอร์มจึงเป็นการสนับสนุนให้ข้อมูลถูกใช้ประโยชน์สร้างมูลค่าได้
  • Data Insights – มีลูกค้าหลายแห่งที่นำ AI/ML เข้ามาใช้กับข้อมูล ซึ่ง Commvault เองเป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลอำนวยความสะดวกให้การปฏิบัติการเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ หรือการทำ Storage Tier ให้สอดคล้องกับ SLA อย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Storage และลด ROT Data ในองค์กร

จะเห็นได้ว่า Commvault มีโซลูชันการให้บริการการบริหารจัดการข้อมูลในองค์กรซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุค Digital Transformation ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Commvault Intelligent Data Services ที่สามารถใช้งานได้ง่ายผ่าน Platform เดียว

ด้วยเหตุนี้เองท่านจึงไม่จำเป็นต้องหาโซลูชันเสริมในการดูแลข้อมูลให้เกิดความซับซ้อนหรือต้นทุนค่าใช้จ่ายและการดูแลหลายระบบเพิ่มเติมอีกต่อไป

ท่านใดสนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/commvault-intelligent-data-service-is-more-than-backup/

ป้องกันและกู้คืนข้อมูลจากการมาเยือนของแรนซัมแวร์ [Guest Post]

เพื่อลดผลกระทบจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ องค์กรต่างๆ ต้องการโซลูชันที่นอกเหนือจากหลักการของ Zero Trust เราจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ช่วยลดผลกระทบของการแพร่กระจายของข้อมูลและปกป้องข้อมูลด้วยตัวเลือกการกู้คืนข้อมูลที่รวดเร็วและยืดหยุ่นด้วยกลยุทธ์ Zero Loss ของ Commvault ที่ประกอบด้วยพื้นฐาน 3 ประการ ดังนี้

1. End-To-End Data Visibility: การมองเห็นข้อมูลในองค์กรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง           

องค์กรจะไม่สามารถปกป้องข้อมูลได้หากไม่เห็นข้อมูลทั้งหมด Commvault เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถบริหารจัดการ

2. รองรับทุก Workload: Broadest Workload Protection

ความสามารถในการรองรับ Workload ได้อย่างครอบคลุมและยืดหยุ่นในทุกสภาพแวดล้อมทั้ง On-premises, Cloud, Hybrid-Cloud และ SaaS applications ได้แบบ Native ทำให้ช่วยลดช่องโหว่จากการโจมตีทางไซเบอร์ได้มากยิ่งขึ้น

3.การกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ: Faster Business Response

ความสามารถในการกู้คืนข้อมูลสำรองจาก Secure Isolating Networks หรือจาก Commvault Cloud DR ซึ่งเป็น free service ในการสำรองข้อมูลเก็บไว้ที่ Cloud ของ Commvault เป็นต้น

โดย Commvault มีกระบวนการรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น (Multilayer Security framework) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติสากลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานขององค์กร NIST ด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้

1) Identify – ประเมินค้นหาภัยคุกคามและลดความเสี่ยง ด้วยการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่สามารถรองรับการระบุตัวตนด้วย Multi-Factor Authentication (MFA), การจัดการสิทธิ์ใช้งานข้อมูลด้ายการกำหนด Role based security

2) Protect – ปกป้องข้อมูลด้วยการทำ Air Gap Solution สำหรับการจัดเก็บข้อมูลสำรองไว้ใน Secure zone (Isolating Networks) รวมไปถึงการทำ Immutable สำหรับป้องกันการลบและแก้ไขข้อมูลสำรอง

3) Monitor – ตรวจสอบ Activity ที่มีความผิดปกติและการแจ้งเตือนด้วย feature Ransomware Detection and Protection ผ่าน Single Dashboard Management

4) Respond – วิเคราะห์ข้อมูลและตอบสนองดูแลการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ

5) Recover – ความสามารถในการกู้คืนข้อมูลโดยไม่มีข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อม เช่น การกู้คืนข้อมูลข้าม Hypervisor หรือ Cloud โดยไม่จำเป็นต้องอาศัย Third party

ทั้งหมดนี้ คือโซลูชันการป้องกันภัยจากแรนซัมแวร์ที่มีกระบวนการที่มาพร้อมกับการปกป้องข้อมูลแบบหลายชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าการมาเยือนของแรนซัมแวร์จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของคุณ

ท่านใดสนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/commvault-protect-and-recovery-your-data-after-ransomware/

TechTalk Webinar : หยุดการจ่ายค่าไถ่จาก Ransomware ด้วย Arcserve OneXafe Immutable Storage และนวัตกรรมการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1

TechTalkThai ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ ” หยุดการจ่ายค่าไถ่จาก Ransomware ด้วย Arcserve OneXafe Immutable Storage และนวัตกรรมการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1” โดยทุกท่านจะได้รับฟังระบบจัดเก็บและระบบสำรองข้อมูล ของ Arcserve OneXafe – Immutable Storage และเทคโนโลยีการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1 สามารถป้องกันการทำลายข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ และช่วยให้คุณไม่ต้องจ่ายค่าไถ่อีกต่อไป โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30น. มีกำหนดการดังต่อไปนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : หยุดการจ่ายค่าไถ่จาก Ransomware ด้วย Arcserve OneXafe Immutable Storage และนวัตกรรมการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1

ผู้บรรยาย : คุณอรรณพ จิตซื่อตรง | Sr. Presales Engineer , Arcserve Thailand

วันเวลา : วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30น.

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_4zCrc_1BQx2-IQLsqNSGtA

Arcserve มีเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่สามารถรวมทุกความต้องการของลูกค้าเข้ามาไว้ในที่เดียวกันทั้งในด้านการจัดเก็บและกู้คืนข้อมูล, ระบบสำรองข้อมูล Cloud, ระบบ Immutable Storage, ระบบ Air-Gapped และระบบการสำรองข้อมูลแบบต่อเนื่อง (Continuous Data Protection) ในโซลูชั่นเดียว

ในด้านการป้องกันการโจมตี Arcserve มีระบบตรวจสอบและป้องกันการโจมตีบุกรุก (Intrusion Detection and Prevention) ซึ่งมีระบบ Deep Learning Neural Net ในการวิเคราะห์ตรวจสอบและป้องกันในตัว, ระบบป้องกันการ Ransomware Encryption และระบบ Multifactor Authentication (MFA) พร้อมใช้งานในโซลูชันแล้ว

Arcserve สามารถตอบโจทย์ให้กับองค์กรไม่ว่าจะเป็น โซลูชันในการสำรองข้อมูล (Arcserve UDP), เทคโนโลยีการตรวจจับ Ransomware (Sophos intercept x) และการรวมถึงการเก็บข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลง (Arcserve OneXafe Immutable Storage)

Agenda

  • Arcserve OneXafe – Immutable Storage ระบบจัดเก็บข้อมูลที่ไม่มีวันถูกทำลาย
  • เทคโนโลยีการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1 ด้วย OneXafe
  • Live Demo and Q&A
  • Lucky Draw

from:https://www.techtalkthai.com/arcserve-onexafe-immutable-storage-webinar-by-digital-distribution/

แนวทางการวางกลยุทธ์สู่ Zero Loss Strategy ด้วย Commvault

ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) เป็นรากฐานที่มีความสำคัญต่อการปกป้ององค์กรจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ เราจำเป็นต้องมีโซลูชันการปกป้องข้อมูลที่สามารถเตรียมรับมือต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กร และมั่นใจได้ว่าจะสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเพื่อกลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง หากคุณได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์

Commvault ขอนำเสนอกลยุทธ์ “Zero Loss Strategy” ซึ่งเป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น (Multilayer Security framework) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณวางแผน, จัดการและลดผลกระทบของแรนซัมแวร์และการโจมตีทางไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น โดยยึดหลักการของ Zero trust (Never trust, Always verify) หลักการ Commvault’s Zero Loss Strategy ประกอบด้วยพื้นฐาน 3 ประการ ดังนี้

1.End-To-End Data Visibility: การมองเห็นข้อมูลในองค์กรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

องค์กรจะไม่สามารถปกป้องข้อมูลได้หากไม่เห็นข้อมูลทั้งหมด Commvault เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถบริหารจัดการข้อมูลผ่านหน้าเดียว (Single Centralized Management) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • ความสามารถในการระบุข้อมูลที่สำคัญและละเอียดอ่อน (Critical and Sensitive data) ทางธุรกิจ และปกป้องข้อมูลด้วยการกำหนด Policy ที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล
  • การตรวจสอบความผิดปกติแบบ Real-Time (Live monitoring) เพื่อตรวจหา Activity ที่ผิดปกติ เช่น ความผิดปกติของ Job activity ที่มีจำนวนการสร้าง/ลบ/แก้ไข ข้อมูล backup ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน, การตรวจสอบนามสกุลไฟล์ของ Malware บนเครื่อง Client เป็นต้น รวมถึงการใช้ Machine learning(ML) ในการแจ้งเตือนสำหรับความผิดปกติที่เกิดขึ้น
  • ความสามารถในการปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสข้อมูล(encryption), Immutability data และ Air Gap โซลูชัน
  • มี Security Health Assessment Dashboard ในการติดตาม, ประเมินความเสี่ยงและควบคุมความปลอดภัยภายในสภาพแวดล้อมขององค์กร

2. รองรับทุก Workload: Broadest Workload Protection

ความสามารถการรองรับ Workload ได้อย่างครอบคลุมและยืดหยุ่นในทุกสภาพแวดล้อมทั้ง On-premises, Cloud, Hybrid-Cloud และ SaaS applications ได้แบบ Native ทำให้ช่วยลดช่องโหว่จากการโจมตีทางไซเบอร์ได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนการรองรับแอปพลิเคชันรุ่นเก่าอย่าง AS/400 , Mainframe, Modern application และ Containers

3.การกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วเพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจ: Faster Business Response

ความเร็วและความแม่นยำมีความสำคัญต่อการตอบสนองต่อการโจมตีของแรนซัมแวร์ องค์กรใช้เวลาโดยเฉลี่ย 22 วันในการกู้คืนจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ แต่คุณคงไม่มีเวลาถึงสามสัปดาห์ Commvault จะช่วยให้มั่นใจว่าคุณมีสำเนาสำรองที่ปลอดภัย (Clean backup copies) เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของธุรกิจ ด้วยการแยกไฟล์ที่น่าสงสัยโดยอัตโนมัติ รวมทั้งสามารถกู้คืนข้อมูลสำรองจาก Secure Isolating Networks, Commvault Cloud DR ซึ่งเป็น free service ในสำรองข้อมูลเก็บไว้ที่ Cloud ของ Commvault เป็นต้น

นอกจากนี้ Commvault ยังสามารถนำรูปแบบการปกป้องข้อมูลด้วยกฎ 3-2-1 ไปใช้อย่างง่ายดายเพื่อความยืดหยุ่นในการกู้คืนข้อมูล สามารถ Integrate กับเครื่องมือตรวจจับ, วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านความปลอดภัย เช่น SIEM และ SOAR ได้เป็นต้น

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/zero-loss-strategy-by-commvault/

TI เลือก True IDC Co-location ยกระดับบริการ Off-site Backup และ Disaster Recovery แก่ลูกค้า

Cyber Resilience คือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ระบบต่างๆ ขององค์กร โดยเฉพาะบริการออนไลน์ ต้องพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะดำเนินไปได้โดยไม่สะดุด บทความนี้ คุณพีรวิชญ์ วรรณวิทยาภา กรรมการผู้จัดการจาก Technology Infrastructure (TI) บริษัท System Integrator ชั้นนำของไทย จะมาเล่าถึงเหตุผลว่าทำไม TI ถึงเลือกใช้ Co-location จาก True IDC เพื่อให้บริการ Off-site Backup และ Disaster Recovery แก่ลูกค้าองค์กรขนาดกลางและใหญ่ของตน

รู้จัก Technology Infrastructure

Technology Infrastructure หรือ TI เป็นบริษัท System Integrator ที่ช่วยองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่วางระบบ IT มานานกว่า 20 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญทางด้าน System, Network, Cybersecurity และ Cloud โดยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ ให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง จัดอบรม ไปจนถึงการดูแลบริหารจัดการระบบให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงยุคดิจิทัลในปัจจุบัน นอกจากนี้ TI ยังมุ่งหมายที่จะเป็นผู้ที่ช่วยขับเคลื่อนวัตกรรมล้ำสมัยอย่าง Smart IoT หรือ Smart City เพื่อส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งกลุ่มธนาคาร หน่วยงานอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานราชการต่างๆ ให้ก้าวหน้าและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

บริการ Co-location ของหลายๆ ผู้ให้บริการในตลาดยังไม่ตอบโจทย์

ปัจจุบันนี้ หลายธุรกิจต้องการพื้นที่สำหรับวางเซิร์ฟเวอร์ที่ได้มาตรฐานมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในยุคดิจิทัล รวมไปถึงระบบที่มี Cyber Resilience เพื่อให้มั่นใจระบบจะพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ จำเป็นต้องมีระบบ Off-site Backup และ Disaster Recovery ส่งผลให้ TI ต้องมองหาผู้ให้บริการ Co-location ที่ได้มาตรฐานสากล มีความน่าเชื่อถือ และเป็นผู้นำในตลาด เพื่อส่งมอบโซลูชัน Off-site Backup และ Disaster Recovery ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของตน

อย่างไรก็ตาม คุณพีรวิชญ์พบว่า ผู้ให้บริการในตลาดหลายรายมีระบบ Co-location ที่ไม่ตอบโจทย์การทำ Off-site Backup และ Disaster Recovery ตามมาตรฐานของ TI ที่จะนำเสนอต่อลูกค้า ทั้งเรื่องสถานที่ การจัดสัดส่วนพื้นที่ ความเสถียรของระบบสำรอง ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟหรือลิงก์สำรอง ทำให้เกิดข้อจำกัดบางประการเมื่อต้องส่งมอบโซลูชันให้แก่ลูกค้า จนกระทั่งมาพบกับ True IDC ผู้ให้บริการ Data Center และระบบ Cloud ชั้นนำของไทย

Co-location ของ True IDC มีมาตรฐานสูง ตอบโจทย์การทำ Off-site Backup และ Disaster Recovery

คุณพีรวิชญ์และ TI ได้ประเมินบริการ Co-location ของ True IDC พบว่า True IDC มีการลงทุนในบริการเหล่านี้มากกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ ในตลาด ทั้งด้านสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟ ลิงก์ และระบบสำรองต่างๆ ทั้งยังมีการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล มีความน่าเชื่อถือสูง ที่สำคัญคือทีมงานมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เข้าใจธุรกิจของลูกค้าในหลายๆ อุตสาหกรรม ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าของ TI ได้หลากหลายรูปแบบ

นอกจากนี้ True IDC ยังให้บริการ Managed Services ทั้งการดูแลอุปกรณ์และระบบของลูกค้าแบบครบวงจร แก้ปัญหาเรื่องบุคลากรที่มีจำกัด รวมไปถึงลดภาระต้นทุนในการจัดเตรียมสถานที่และซื้ออุปกรณ์มาติดตั้งดูแลเอง ช่วยให้ลูกค้าของ TI สามารถลงทุนและส่งเสริมให้บุคลากร IT พัฒนานวัตกรรมเพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้แก่ตนเองได้

ให้บริการลูกค้าจากหลากหลายอุตสาหกรรม สร้าง Cyber Resilience ให้แก่ธุรกิจ

ปัจจุบันนี้ TI ให้บริการการเฝ้าระวังและดูแลระบบ IT รวมไปถึง Backup as a Service และ Disaster Recovery as a Service ผ่านบริการ Co-location ของ True IDC แก่ลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม หนึ่งในนั้นคือลูกค้ากลุ่มบริษัทมหาชนที่ให้บริการสตูดิโอ สื่อสิ่งพิมพ์ และทำโฆษณา นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานราชการ บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น และบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้ระบบ IaaS และ ERP เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย 

การให้บริการของ TI ช่วยให้ลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสาขาหรือศูนย์บริการเป็นจำนวนมาก มีโซลูชันการสำรองข้อมูล ทั้ง Backup และ Disaster Recovery ในกรณีที่ระบบหลักเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติตามธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์เอง องค์กรสามารถใช้ระบบหรือข้อมูลที่สำรองไว้ภายนอกทำงานต่อได้ทันที สร้าง Cyber Resilience ให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีหยุดชะงัก ที่สำคัญคือประหยัดกว่าการลงทุนเองทั้งหมด เนื่องจาก TI ให้บริการในรูปแบบ as a Service ทำให้ลูกค้าไม่ต้องลงทุนเรื่องสถานที่และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แต่อย่างใด ทั้งยังมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณการใช้งานได้ตามต้องการ และมีทีมผู้เชี่ยวชาญจาก TI และ True IDC ช่วยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ทีมฝ่ายขายและฝ่ายเทคนิคมีความเชี่ยวชาญ ช่วยสนับสนุน TI ส่งมอบโซลูชันแก่ลูกค้า

ทีมฝ่ายขายและฝ่ายเทคนิคของ True IDC เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าของ TI ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอสถานที่ตั้งที่เหมาะสมในการวางระบบ Co-location การให้บริการอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและได้มาตรฐานสากล รวมถึงช่วยประสานงานในการติดตั้งและเชื่อมต่อกับระบบของลูกค้า ตลอดจนการดูแลให้ระบบทั้งหมดสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและพร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์

TI ใช้บริการ Co-location ของ True IDC ในการส่งมอบบริการ Off-site Backup และ Disaster Recovery ให้แก่ลูกค้าของตนมานานกว่า 5 เดือนแล้ว พบว่ามีกระแสตอบรับดีมากจากลูกค้าและทีมวิศวกรของ TI เอง ระบบมีความเสถียร สามารถสำรองข้อมูลและเปลี่ยนไปใช้งานระบบสำรองได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า

นอกจากเรื่อง Cyber Resilience แล้ว ปัจจุบัน TI ยังเข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการ Smart City ในหลายจังหวัด โดยให้บริการเสาไฟอัจฉริยะที่มีหลายฟังก์ชันในตัว เช่น Wi-Fi ฟรี, แผงโซลาร์เซลล์, เปิดปิดไฟอัตโนมัติ, วัดอุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น PM 2.5 และกล้อง CCTV สำหรับจับพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อม ถ้าพบเหตุผิดปกติก็จะแจ้งเตือนมายังส่วนกลาง ซึ่ง TI ก็ได้นำเสนอซอฟต์แวร์สำหรับเฝ้าระวังระบบทั้งหมด ทั้งนี้ ในอนาคตอาจเปลี่ยนไปใช้ระบบ Cloud เพราะสะดวกกว่าและขยายระบบได้ง่ายกว่า แน่นอนว่า True IDC ก็เป็น Cloud Provider หลักที่ TI จะพิจารณาเพื่อใช้บริการ – คุณพีรวิชญ์กล่าว

สนใจใช้บริการ Co-location ของ True IDC สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.trueidc.com/th/contact หรือโทร 02-494-8300

from:https://www.techtalkthai.com/ti-uses-true-idc-co-location-service-for-off-site-backup-and-disaster-recovery/

[บทสัมภาษณ์] Commvault : มากกว่า Backup Solution สู่แพลตฟอร์ม Data Management

ผู้ทำงานด้านไอทีต่างรู้จักกับชื่อของ Commvault ดีอยู่แล้วในฐานะซอฟต์แวร์สำรองและกู้คืนข้อมูลคุณภาพสูง โดยในวันนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ Alicia Joseph, Regional Director, Southeast Asia ของ Commvault ซึ่งเธอได้ช่วยปรับโฟกัสให้เราเข้าใจได้ว่าปัจจุบัน Commvault ไม่ใช่แค่โซลูชัน Backup อีกต่อไปแต่ก้าวเข้าสู่ Data Management Platform มาร่วมกันค้นหาความหมายที่แท้จริงในบทความนี้กันครับ ในวาระเดียวกันนี้คุณศุภกิจ ติยะวัชรพงศ์, Managing Director จาก Computer Union พันธมิตรหลักของ Commvault ก็ได้มาให้ข้อมูลถึงตลาดในประเทศไทยเช่นกัน

คุณ Alicia Joseph, Regional Director, Southeast Asia – Commvault

นิยามของ Data Management

เคยสงสัยไหมครับว่า Data Management คืออะไร? ท่านอาจจะพบกับคำศัพท์ที่น่าสับสนนี้ในหลากหลายการนำไปใช้ แต่ข้อมูลที่คุณ Alicia แนะนำผ่านประสบการณ์ของเธอในการทำงานมาหลายสิบปีได้ชี้แนะให้เรากระจ่างถึงความหมายที่แท้จริงโดยเฉพาะในกลุ่มของโซลูชันการปกป้องข้อมูลในท้องตลาดที่ใช้คำนี้อ้างถึงยุคถัดไปของการสำรองและกู้คืนข้อมูล ซึ่ง Data Management ประกอบด้วย 5 คุณสมบัติคือ

1.) Data Protection/ Data Backup ความสามารถในการสำรองและกู้คืนข้อมูลแบบเดิมที่เราคุ้นเคยกันมานาน

2.) Data Security ความสามารถในการต่อกรกับภัยคุกคามที่จ้องเล่นงานข้อมูลโดยเฉพาะเช่น แรนซัมแวร์ที่พยายามทำลายล้างข้อมูลทั้งหมด ซึ่งตัวโซลูชันเองจึงต้องคิดค้นวิธีการบางอย่างมาต่อกรกับความพยายามนี้

3.) Data Compliance มอบความสามารถให้องค์กรบริหารจัดการข้อมูลได้ตามระเบียบข้อบังคับ และกฏหมายด้านข้อมูล

4.) Data Transformation ในยุคของการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลที่กว้างใหญ่ ข้อมูลนั้นมีการเคลื่อนไหวอย่างไร้ขอบเขตเช่น ย้ายข้อมูลจาก On-premise สู่คลาวด์ หรือจากคลาวด์สู่คลาวด์ การนำข้อมูลจริงไปใช้ทดลอง และอื่นๆ ดังนั้นโซลูชันที่ท่านใช้อยู่จะต้องอำนวยความสะดวกให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้โดยง่าย

5.) Data Insight/ Visibility ผู้ดูแลสามารถเห็นภาพของข้อมูลได้อย่างครบวงจรตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดขึ้น สถานที่จัดเก็บ และจุดประสงค์ของการเก็บใช้งาน เมื่อเข้าใจภาพแล้วจึงสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างแท้จริง

นี่คือคุณสมบัติทั้ง 5 ในโซลูชันใดๆที่เรียกตัวเองว่า Data Management โดยสินค้าของแต่ละเจ้าก็จะมีวิธีการทำงานในแบบของตัวเอง แต่น้อยรายที่จะมีความครบครันอย่าง Commvault ซึ่งไม่เพียงแค่มี Function ครบถ้วน อยู่ใน Single Data Management Platfrom แล้ว แต่การเริ่มต้นยังทำได้ง่าย ปราศจากแนวคิดแบบเสริมส่วนประกอบภายหลัง สำหรับผู้สนใจสามารถขอคำปรึกษาออกแบบได้จากทีมงาน Computer Union

อนาคตของโซลูชันด้านการบริหารจัดการข้อมูลในประเทศไทย

Commvault ประกอบธุรกิจมาอย่างยาวนานซึ่งคุณ Alicia ได้ยืนยันในคำตอบเมื่อถูกถามถึง ความต้องการที่มองหาโซลูชันด้านการบริหารจัดการข้อมูลว่า ” เรายังไม่เห็นโอกาสที่ข้อมูลจะเติบโตน้อยลงเลยนะ จากที่ประกอบธุรกิจมายาวนาน มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน ความเป็นจริงก็คือทุกองค์กรก็ยังคงรักษาข้อมูลเก่าไว้ แต่ข้อมูลใหม่จากระบบหลั่งไหลเข้ามาทุกวินาที โดย IDC เองยังคาดการณ์ว่าในปี 2025 จำนวนข้อมูลดิจิตัลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 163 zettabytes ด้วยเหตุนี้เองตลาดโซลูชันการจัดการด้านข้อมูลยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อไป

นอกจากแรงผลักดันในเชิงปริมาณของข้อมูลแล้ว แรนซัมแวร์เองยังคงเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงและเพิ่มจำนวนขึ้นไม่แพ้กัน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก IDC คาดการณ์ว่าการลงทุนด้านโซลูชั่นและบริการด้านความปลอดภัยในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 15.5% จากปี 2564 เนื่องการเพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์และแรนซัมแวร์

คุณศุภกิจ ติยะวัชรพงศ์, Managing Director จาก Computer Union

จากการให้คำปรึกษาลูกค้าจำนวนมากในประเทศไทย คุณศุภกิจได้ชี้ให้เห็นว่าองค์กรในประเทศไทยต่างตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆในโลก ผนวกกันกับความกดดันในเรื่องกฏหมายด้านข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ทุกองค์กรจัดความสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลเป็นลำดับต้นๆ เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นการกู้คืนความเชื่อมั่นภายหลังเป็นเรื่องไม่ง่ายและใช้เวลานาน

สำหรับธุรกิจในประเทศไทยเองคุณศุภกิจได้แนะนำให้องค์กรวางแผนด้านการจัดการข้อมูลดังนี้

1.) ต้องเข้าใจนิยามของ Data Management เสียก่อน เพื่อจะได้ทราบความต้องการของตนว่าอยู่จุดไหน ซึ่งแรกเริ่มท่านอาจจะไม่ได้ใช้ทั้งหมด โดย Commvault มีครบทุกองค์ประกอบเตรียมไว้แล้ว หากในอนาคตลูกค้าต้องการความสามารถเพิ่มก็พร้อมใช้ได้ทันที

2.) Zero Loss จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเครื่องมือที่ท่านมีสามารถบูรณาการภาพข้อมูลทุกแห่งหน สามารถมองเห็นความเคลื่อนไว้ได้ทุกที่ทุก platform ทั้ง Cloud, On-premise, VM และ Container

3.) รู้เร็ว และแก้ไขเร็ว โอกาสถูกโจมตีมีเสมอ แต่เครื่องมือที่มีจะช่วยกู้คืนสถานการณ์มาได้อย่างไรให้รวดเร็วที่สุดและง่ายที่สุด

Simplify, Unify in One Intelligence data Management Platform

“Simplify, Unify in One Intelligence data Management Platform” ประโยคนี้ถูกพูดถึงตลอดการสัมภาษณ์จากคุณ Alicia ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ Commvault สรรสร้างขึ้นมาเพื่อลูกค้าทุกราย โดยความหมายที่แท้จริงก็คือ Commvault ทราบดีว่าปัจจุบันระบบไอทีซับซ้อนมากเกินไป ด้วยเหตุนี้เองซอฟต์แวร์ที่ดีคือซอฟต์แวร์ที่เข้าใจง่ายพร้อมใช้งาน ผู้ใช้ไม่ต้องปรับตัวเยอะ ทุกอย่างเน้นความเป็นอัตโนมัติบน Platform เดียว ซึ่งไม่เพียงแค่เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การปฏิบัติงานเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงนี้ Human Error คือปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาสในความเสียหายของข้อมูล ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงงานจากน้ำมือมนุษย์ได้เท่าไหร่ความเสี่ยงย่อมลดลงเช่นกัน

ไม่ว่าข้อมูลขององค์กรจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด โดยปณิธานที่แน่วแน่ของ Commvault คือการช่วยจัดการข้อมูลของลูกค้าได้ในทุกฮาร์ดแวร์ หรือคลาวด์ใดๆ เช่น ผู้ใช้งานคลาวด์ส่วนใหญ่มักจะตระหนักถึงปัญหาในภายหลังเมื่อใช้งานคลาวด์ไประยะหนึ่งว่า การย้ายข้อมูลออกนั้นไม่ง่ายเลย แต่หากเป็นผู้ใช้งาน Commvault สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา หรืออีกกรณีการย้ายข้อมูลข้าม Hypervisor จาก VMware สู่ Hyper-V กรณีนี้ก็สร้างผลกระทบให้ผู้ใช้งาน Commvault น้อยมากเพราะทำได้อย่างอัตโนมัติ โดย Commvault สามารถทำงานร่วมกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และคลาวด์ได้มากมายทั้ง Dell, IBM, HPE, VMware, Azure, Huawei Cloud, AWS, Google และอื่นๆ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่

ลูกค้าต้องสามารถย้ายข้อมูลข้ามคลาวด์ หรือฮาร์ดแวร์ใดก็ได้ ไม่ใช่แค่ง่ายแต่ยังทำงานได้แบบ Native” — คุณ Alicia กล่าว

การขาดแคลนผู้มีทักษะด้านไอทีในตลาดงานเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆและเป็นกันทั้งโลกก็ว่าได้ ดังนั้นหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือโซลูชันต้องไม่สร้างภาระเพิ่มให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ตรงนี้เอง Commvault จึงได้สร้างแพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์เรื่องต่างๆในตัวเอง ซึ่งไม่ว่าต้องการบริหารจัดการข้อมูลที่เกิดขึ้นที่ใด ลูกค้าก็สามารถใช้เครื่องมือเดียวกันนี้ของ Commvault ทำงานได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีความต้องการอย่างไรก็ตามเช่น การทำงานเรื่อง Compliance, Backup & Restore หรืออื่นๆ

ในยุคที่ข้อมูลเติบโตอย่างไร้ที่สิ้นสุด องค์กรต้องเผชิญกับความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องของฮาร์ดแวร์จัดเก็บข้อมูลยี่ห้อใหม่ๆ ผู้ให้บริการคลาวด์ที่นำเสนอเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับงานแต่ละด้าน แน่นอนว่าเพื่อผลประโยชน์สูงสุดองค์กรได้เข้าสู่ยุคแห่ง Multi-cloud ลึกไปกว่านั้นเราไม่ได้มีแค่ On-premise, VM และ Cloud แต่ยังมีเลเยอร์ย่อย Kubernetes หรือ SaaS ที่เพิ่มขึ้นรายวัน นี่คือความท้าทายที่เกิดขึ้นแล้วในองค์กร ด้วยเหตุนี้การจัดการกับข้อมูลจึงไม่เหมือนที่แล้วมา ทำให้เราต้องการเครื่องมือเดียวที่ตอบโจทย์อย่างครอบคลุม และนั่นคือหัวใจสำคัญที่ Commvault กำลังบอกกับพวกเราทุกคนว่า “Simplify, Unify in One Intelligence data Management Platform”

แนวทางการให้บริการของ Commvault ในประเทศไทยผ่านทาง Computer Union

Commvault ได้วางแผนกลยุทธ์ร่วมกับทาง Computer Union ในการรุกตลาดในไทยให้มากขึ้นด้วยขีดความสามารถของ Data Management Platform โดย Commvault เองได้เล็งเห็นความแข็งแกร่งในการบริหารด้านไอทีอย่างครบวงจรของ  Computer Union ซึ่งคุณศุภกิจได้กล่าวเสริมว่า ทาง CU เองเราเน้นโซลูชันที่ช่วยเหลือลูกค้าทั้งในด้าน Cost Optimization , Operation in New Normal และ Sustainable Business Process ด้วยการชู 4 โซลูชันหลัก คือ Hybrid Cloud, Business Analytics & AI &IOT, Security และ Application/ Data Modernization ซึ่งก็สอดคล้องกับโซลูชันของ Commvault ที่เป็น Data Management Platform ที่มีความแข็งแกร่งในตัวผลิตภัณฑ์ทั้งในเรื่องของความครบวงจร ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมที่องค์กรเป็นอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่ยึดติดกับฮาร์ดแวร์ ซึ่งทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์หรือคลาวด์ต่างๆได้ในเชิงลึก รวมถึงความง่ายในการใช้งาน ทำให้ Computer Union ตัดสินใจนำ Commvault เข้ามาทำตลาดในไทยก็ช่วยให้เรา design solution ได้ครบถ้วนให้กับลูกค้า และ CU เองก็ยังช่วยสนับสนุนด้าน POC, Technical Skill ต่าง ๆ และการ Implementation

หลายครั้งที่เราไม่ได้คาดหวังที่จะขายให้ลูกค้า เราเพียงพยายามช่วยลูกค้าแก้ปัญหาต่างหาก เพราะผมเชื่อว่าเมื่อเราช่วยเขาได้ ความไว้วางใจนั้นก็ย้อนกลับมาหาเราเอง” — คุณศุภกิจกล่าวทิ้งท้าย

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/interview-commvault-is-data-management-platform/

ทำ Disaster Recovery ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยบริการ DRaaS on VMware จาก Cloud HM

การทำ Disaster Recovery (DR) ให้กับระบบ IT สำคัญของธุรกิจองค์กรนั้นได้กลายเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยเสริมความมั่นคงทนทานให้กับการดำเนินธุรกิจ และเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ในทุกโครงการด้านการทำ Digital Transformation

Cloud HM ในฐานะของผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำสำหรับธุรกิจองค์กรไทย ได้เล็งเห็นถึงความต้องการที่เติบโตอย่างรวดเร็วในการทำ Disaster Recovery จึงได้พัฒนาโซลูชัน DRaaS on VMware ภายใต้ Cloud HM เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำ DR ที่ง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว และมั่นใจได้ว่าระบบจะสามารถกู้คืนให้พร้อมใช้งานได้ทันที่ต้องการ

Cloud HM DRaaS on VMware: ตอบโจทย์การทำ DR ทั้งสำหรับ Cloud และ On-Premises

ในอดีตนั้นการวางแผนทำระบบ Disaster Recovery อาจเคยเป็นโครงการที่มีค่าใช้จ่ายสูงและมีความยุ่งยากซับซ้อน ทั้งจากการคัดเลือกเทคโนโลยีสำหรับการทำ DR, การจัดเตรียมระบบเครือข่ายให้ความพร้อม, การวางกระบวนการในการกู้คืนระบบ ไปจนถึงการจัดหาสาขาสำรองสำหรับการทำ DR

แต่บริการ Cloud HM DRaaS on VMware นั้นได้ทำให้การทำ DR กลายเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่าที่เคย เพราะธุรกิจองค์กรสามารถเลือกทำ DR ให้กับ Server สำคัญได้ทันที ไม่ว่า Server นั้นจะอยู่ในรูป VM ภายในองค์กรหรือบน Cloud ก็ตาม เมื่อทำ DR แล้ว Server นั้นๆ ก็จะถูกสำเนาข้อมูลไปอยู่บนบริการ Cloud ของ Cloud HM อีกชุด และเชื่อมต่อเครือข่ายกลับมายัง Data Center หรือ Cloud ที่องค์กรใช้งานอยู่ เพื่อให้พร้อมต่อการกู้คืนได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ ขึ้น

มั่นใจได้ในทุกการทำ DR ด้วย VMware Cloud Director Availability

โซลูชัน DRaaS on VMware โดย Cloud HM นี้ จะมีการใช้ VMware Cloud Director Availability เป็นเทคโนโลยีหลักในการให้บริการ ด้วยการทำ VM Replication ในแบบ Asynchronous มาจาก VM ต้นฉบับที่อยู่ภายใน Data Center ขององค์กรหรือบน Cloud ใดๆ มายัง Cloud HM

VMware Cloud Director Availability นี้รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องระบบและข้อมูล, การ Migrate ระบบหรือข้อมูลข้าม Infrastructure, การทำ Failover ใช้ระบบสำรองทดแทนระบบหลัก ไปจนถึงการทำ Reverse Failover เพื่อนำข้อมูลในระบบสำรองกลับเข้าไปยังระบบหลัก ก่อนที่จะเปิดระบบหลักกลับมาใช้งาน

แนวทางดังกล่าวนี้จะทำให้ธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งาน VMware อยู่แล้ว สามารถทำ DR ได้ทันทีโดยแทบจะไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ภายในองค์กร นอกจากทำการเชื่อมต่อเครือข่ายไปยัง Cloud HM เพื่อให้การทำ DR เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อกู้คืนระบบแล้ว ระบบที่สำรองเอาไว้ก็จะทำสามารถทำงานทดแทนระบบหลักได้ต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Cloud HM DRaaS on VMware นี้ยังรองรับการสำรองข้อมูลสำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการทำ Hybrid Multicloud ได้อีกด้วย ช่วยให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจได้ว่าไม่ว่าระบบงานจะทำงานอยู่บน Cloud ใด หาก Cloud นั้นๆ มีระบบเบื้องหลังเป็น VMware ก็จะสามารถทำ DR ได้อย่างแน่นอน

พร้อมใช้งานได้ทันทีอย่างง่ายดาย ด้วยบริการจาก Cloud HM

ไม่เพียงแต่การนำ VMware Cloud Director Availability มาให้บริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ธุรกิจองค์กรเท่านั้น แต่ Cloud HM ยังได้มีการเสริมบริการทั้งในส่วนของ Cloud และการดูแลรักษาระบบอย่างครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าการทำ DR จะเป็นไปได้อย่างราบรื่น และใช้งานได้จริง

โดยในแต่ละโครงการด้านการทำระบบ DR ทาง Cloud HM จะเข้าไปทำการติดตั้ง VCDA Appliance ภายในระบบขององค์กร และเชื่อมผสานระบบเพื่อให้สามารถทำ DR กลับมายัง Cloud HM ได้ โดยไม่ต้องทำการ Snapshot ข้อมูลของ VM ในระบบแต่อย่างใด รองรับ RPO ต่ำสุดที่ระดับ 5 นาที

ส่วนบน Cloud HM นั้น ทางทีมงานจะเตรียมทรัพยากรต่างๆ เอาไว้ให้พร้อมสำหรับการสำเนาระบบและการกู้คืนระบบมาใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็น CPU, Memory, Storage และ Network เพื่อให้การทำ Failover เกิดขึ้นได้โดยไม่สะดุดติดขัด

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการ Cloud HM DRaaS on VMware นั้น จะได้รับหน้า Portal สำหรับทำการบริหารจัดการการทำ Replication และการเปิดใช้ระบบ DR ด้วยตนเอง ทำให้สามารถกำหนดจำนวนสำเนาของข้อมูลที่จะทำการเก็บย้อนหลัง (Retention) และรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยตนเองได้อย่างทันท่วงที

สำหรับการแจ้งเตือนนั้น ระบบจะมีการแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ Replication ส่งไปให้กับผู้ดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้อยู่เสมอว่า DRaaS on VMware จะยังคงทำการสำเนาข้อมูลอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ

กรณีศึกษาการใช้งานจริงในประเทศไทย

Cloud HM DRaaS on VMware นี้เป็นบริการที่มีธุรกิจองค์กรไทยได้เริ่มใช้งานจริงกันแล้วหลายแห่ง และประสบความสำเร็จด้วยดี สามารถลดต้นทุนในการทำ DR และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปกป้องระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งของไทยนั้น ก็มีการใช้ Cloud HM DRaaS สำหรับการสำรองข้อมูลของ VM ภายในองค์กรขึ้นไปยัง Cloud HM ทำให้สามารถเสริมความมั่นคงทนทานให้กับระบบได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับมือกับ Ransomware หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เวลานานหลายเดือนหรือหลายปีอย่างโครงการระบบ DR ในอดีต

ส่วนธุรกิจด้านการเงินเองนั้น ก็มีการใช้งาน Cloud HM DRaaS on VMware เพื่อสำรองข้อมูลของ VM จากระบบ Cloud ที่หลากหลายกลับมาเก็บเอาไว้ที่ Cloud HM ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งในแง่ของการปกป้องข้อมูล, การเสริมความมั่นคงทนทาน, การ Migrate ข้อมูล และการตอบโจทย์ด้านความมั่นคงสำหรับกรณีของ Multicloud ได้เป็นอย่างดี

ทดลองใช้งาน Cloud HM DRaaS on VMware ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการทดสอบการใช้งานบริการของ Cloud HM สามารถติดต่อได้ที่โทร (0)2-119-7300 หรืออีเมล์ sales@cloudhm.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Cloud HM ได้ที่ https://www.cloudhm.co.th

เกี่ยวกับ VMware Cloud Provider Program (VCPP)

โครงการ VCPP นี้คือโครงการที่ได้ผสานรวมเอาบริการ VMware Software-as-a-Service เข้ากับเหล่าผู้ให้ริการ VMware Service Provider Partners ทั่วโลก เพื่อให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถใช้งานบริการ Cloud ที่มีเทคโนโลยีของ VMware เป็นเบื้องหลังได้ผ่านทางผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน

ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ให้บริการด้าน IT ที่ได้เข้าร่วมโครงการ VCPP มากกว่า 20 รายแล้ว ดังนั้นธุรกิจไทยจึงสามารถเลือกใช้งานบริการ Cloud ภายในประเทศที่ให้บริการเทคโนโลยีของ VMware และเชื่อมต่อระบบ Data Center ภายในธุรกิจองค์กรเข้ากับบริการ Cloud เหล่านี้สู่ภาพของ Hybrid Cloud หรือทำ Disaster Recovery ได้ทันที โดยมีทีมงานคนไทยคอยให้บริการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

ผู้ที่สนใจใช้บริการ VMware ในรูปแบบของการคิดค่าใช้จ่ายตามจริง สามารถติดต่อทีมงานของ VMware ประจำประเทศไทย หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VCPP ได้ที่ https://www.vmware.com/partners/service-provider.html และสามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทต่างๆ ที่เป็น VCPP ได้ที่ https://cloud.vmware.com/providers/

from:https://www.techtalkthai.com/draas-on-vmware-by-cloudhm/

Commvault โซลูชันจัดการและปกป้องข้อมูลในการทำ Cloud Transformation

Cloud Transformation เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Digital Transformation ซึ่งหลายท่านคงเคยได้ยินกับนโยบายของ Cloud First ทั้งนี้การประยุกต์ใช้งานคลาวด์มีปัจจัยมากมายที่องค์กรต้องคิด แต่หัวใจสำคัญที่แท้จริงก็คือ “ข้อมูล” ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต้องปกป้องไว้ไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยเราจะมาพูดถึงปัจจัย 3 ประการ หากท่านต้องมองหาโซลูชันด้านการจัดการและปกป้องข้อมูลในการทำ Cloud Transformation

1) สามารถรองรับข้อมูลได้ทุก Workload

โซลูชันที่สามารถรองรับข้อมูลที่กระจายตัวอยู่บนหลากหลายแพลตฟอร์มได้ จะช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัวและยืดหยุ่นต่อการบริหารจัดการข้อมูลในทุก Environment รวมไปถึงยังช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและลดช่องโหว่จากการโจมตีทาง Cyber Attack อีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง นี่คือสิ่งสำคัญว่าทำไมโซลูชันการปกป้องข้อมูลต้องมีความสามารในการถรองรับ Workload ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเก่าอย่าง AS/400 หรือเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันอย่าง SaaS และ Container เป็นต้น

ในมุมของ Commvault เองผู้ใช้งานสามารถมีทางเลือกกับการวางกลยุทธ์ทั้งในรูปแบบของ Cloud/Multi Cloud ร่วมทั้ง Hybrid Cloud Solution โดยอาจจะเป็นการเริ่มต้นจากการใช้งานบน On-premise และย้าย(Migration Data) ไปสู่ Cloud หรือบริหารจัดการข้อมูลผ่านบริการ SaaS มายัง On-premise หรือสำรองข้อมูลบน Cloud เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ต้องย้ายออกข้อมูล โดยสามารถเลือกผสมผสานโซลูชันด้วย Commvault ไม่ว่าจะเป็น Scale-out with HCI Solution (HyperScale X), Cloud Storage (Metallic) และซอฟต์แวร์ Backup & Recovery

2) การรวบรวมและคัดกรองข้อมูล (Data Consolidation)

การย้าย (Migration Data) ข้อมูลโดยที่ไม่ได้คัดกรองข้อมูลเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง จากผลสำรวจพบว่า ข้อมูลในองค์กรมากกว่า 50% ประกอบไปด้วยข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนกัน ,ข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานแล้วและไม่ได้สร้างคุณค่าให้กับองค์กรแล้ว เราเรียกว่า ROT Data ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการกระจัดกระจายของข้อมูล (Data fragmentation and sprawl) ทำให้องค์กรต้องมีต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงการถูกโจรกรรม/การละเมิดข้อมูลจากภัยคุกคามต่างๆ โดย Commvault มีโซลูชัน File Storage Optimization สำหรับบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร สำหรับค้นหา (Advanced search) และคัดกรองข้อมูล(Data Consolidation) เพื่อเตรียมพร้อมในการย้าย (Migration Data) ข้อมูลไปสู่ระบะ Cloud ได้

3) ความยืดหยุ่นและคล่องตัว

นอกจากโซลูชันการสำรองข้อมูลจาก Commvault จะครอบคลุมกับ Workload ทุกประเภทในองค์กรแล้ว โซลูชันจาก Commvault ยังรองรับการขยายตัวได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการ Scale Out หรือกระจายข้อมูลไปยังผู้ให้บริการคลาวด์หลายเจ้า หรือ Storage ยี่ห้อที่ต่างกันก็ทำงานร่วมกันได้ โดยสามารถบริหารจัดการผ่าน Single Management Platform เดียวกันได้ ผ่านหน้า Dashboard Report ที่ทำให้มองเห็นภาพรวมข้อมูลขององค์กร ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Monitoring และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการทำ Default Configuration สำหรับการกำหนด Backup and Recovery plan เพื่อลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human Error) และทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/commvault-for-cloud-transformation-data-protection/

เจาะลึกเทรนด์ Cloud & Data Center ของไทยในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

เจาะลึกเทรนด์ด้าน Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-cloud ในไทย การปฏิรูป Data Center ด้วยเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการทำ Cloud Migration และการวางสถาปัตยกรรมระบบ Container และ Kubernetes เพื่อการพัฒนา Cloud Native Apps อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 1: Cloud & Data Center

09:00 – 09:30 สรุปเทรนด์ Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ในไทยปี 2022
คุณณัฐพัชญ์ นราพิมพ์สกุล Head of Consulting & Professional Services, True IDC
09:30 – 10:00 ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม Infrastructure อย่างไร เมื่อ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคต
คุณโชติวิทย์ จารุวรรณสถิตย์ Advisory Solution Architect & Field CTO, Dell Technologies
10:00 – 10:30 Google Cloud Migration – นำระบบขึ้นสู่ Cloud อย่างมั่นใจ
คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Google Cloud Solutions, Tangerine
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 วางรากฐานองค์กรให้พร้อมก้าวสู่การทำ Application Modernization
คุณเต็มภูมิ ชัยวัฒนายน Specialist Solution Engineer, VMware Tanzu และคุณธนกร อินทรัตน์ System Engineer, Veeam Software (Thailand)
11:30 – 12:00 มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand)
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-1-cloud-and-data-center/

ลดต้นทุนด้านไอทีขององค์กร ด้วยโซลูชันการปกป้องข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Commvault

ในสถานการณ์ปัจจุบันข้อมูลในองค์กรอยู่บนหลากหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น On–Premise, Cloudรวมไปถึงการใช้งานซอฟแวร์แบบ SaaS ทำให้การสำรองข้อมูลมีความซับซ้อนและยากต่อการบริหารจัดการข้อมูล ตลอดจนเพิ่มความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้องค์กรต้องเสียค่า Operation Cost ที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ หากองค์กรมีโซลูชันสำหรับจัดการและปกป้องข้อมูลที่อยู่หลากหลายสภาพแวดล้อมผ่านแพลตฟอร์มเดียวที่ง่ายต่อการใช้งาน ยืดหยุ่นและประหยัดต้นทุน

การจัดการข้อมูลด้วย Commvault ช่วยลดต้นทุนด้านไอทีได้อย่างไร

Commvault สามารถปกป้องและจัดการข้อมูลที่อยู่หลากหลายสภาพแวดล้อมทั้ง On–Premise, Cloud และ Hybrid-Cloud โดยมีศูนย์กลางการจัดการแบบ Single Platform ผ่านหน้าจอเดียว สามารถรองรับการปกป้องข้อมูล(Workload) ได้ทุกรูปแบบ ครอบคลุมเกือบทุกแบรนด์ในตลาดไม่ว่าจะเป็น File systems, Virtualization, Container, Applications, Database, Endpoint, SaaS เช่น Salesforce, MS365 รวมไปถึงเทคโนโลยีเก่าอย่าง AS/400 เป็นต้น โดย Commvault จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น ด้วยความสามารถดังนี้

  • Backup & Recovery: ความสามารถในการสำรองและกู้คืนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความพร้อมในการใช้งานข้อมูลที่ built-in ฟังก์ชัน Deduplication เพื่อลดข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อน รวมถึงโซลูชันการทำ Archive สำหรับจัดการข้อมูลให้สอดคล้องกับ Storage Tier และ policy ขององค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ Storage และช่วยประหยัด Storage cost
  • Disaster Recovery: การจัดเตรียมการกู้คืนระบบที่มีความสำคัญเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจด้วยโซลูชัน Automated VM replication เพื่อให้เป็นไปตาม SLA ที่องค์กรกำหนด
  • File Storage Optimization: ความสามารถการทำ Data Analytic ในการจัดแยกประเภทข้อมูลในองค์กร ทำให้มองเห็นสถิติการกระจายตัวของข้อมูล อายุไฟล์, เจ้าของไฟล์, ประเภทของไฟล์ และไฟล์ที่ซ้ำกัน เป็นต้น สามารถบริหารจัดการข้อมูลด้วยการลบไฟล์ที่มีอายุมากกว่า 5 ปี เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ , การย้ายข้อมูลที่มีความสำคัญไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เป็นต้น  รวมทั้งสามารถทำ Data Consolidation สำหรับเตรียมความพร้อมในการทำ Data Migration และ Estimate storage cost
  • Data Security: Commvault มีฟังก์ชัน Security ภายในตัวเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลสำรอง เช่น การทำ End-to-End Encryption , Immutable Data และ Air Gap solution สำหรับการจัดเก็บข้อมูลไว้ใน Isolate Site เพื่อป้องกันการโจมตีจาก Ransomware โดยไม่ต้องมี Tool third party หรือ license เพิ่มเติม
  • Cloud Storage Integration: รองรับการทำงานกับคลาวด์แบบ Native โดยไม่จำเป็นต้องมี Tool third party หรือเขียน script เพิ่มเติมในการทำงานร่วมกับ Cloud เช่นการสำรองข้อมูล VMware บน AWS , การจัดเก็บข้อมูลบน Cloud/Object-based Storage ผ่าน protocol S3 เป็นต้น

และทั้งหมดนี้ Commvault สามารถบริหารจัดการและปกป้องข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยโซลูชันเดียว ทีมผู้ดูแลขององค์กรไม่จำเป็นต้องทำงานซ้ำๆหลายครั้ง ไม่ต้องดูแลหลายระบบที่มีความซับซ้อน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ Human Error ได้ อีกทั้งยังสามารถวางแผนจัดการเพิ่ม-ลดพื้นที่ได้ง่าย ทีมไอทีของท่านสามารถให้บริหารจัดการข้อมูลภายใต้กรอบ SLA เดียวกัน และในมุมของธุรกิจเองก็พร้อมตอบสนองกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นใจ

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/reduce-your-it-cost-with-efficient-backup-solution-commvault-by-cu/