คลังเก็บป้ายกำกับ: VIDEO_CONFERENCE

Cisco Webex เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำ พร้อมใช้งานร่วมกับ MS Teams เดินหน้ารับเทรนด์ Hybrid Work

Cisco ได้เปิดตัวอัปเดตมากมายสำหรับ Webex Suite เพื่อการพลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ ตอบรับ Hybrid Work รองรับการทำงานแบบยืดหยุ่น เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยด้วย Audio Watermarking ป้องกันข้อมูลการประชุมรั่วไหล พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Microsoft ที่เปิดให้ใช้งาน Microsoft Teams ร่วมกับอุปกรณ์ของ Cisco ได้

ในงานประชุม WebexOne 2022 วานนี้ Jeetu Patel รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายโซลูชันการรักษาความปลอดภัย และธุรกิจ Collaboration ประจำ Cisco เผยถึงแนวโน้มการทำงานรูปแบบ Hybrid Work ว่า เมื่อออฟฟิศกลับมาเปิดอีกครั้ง การทำงานรูปแบบไฮบริดก็ย่อมท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม อย่างกรณีการสลับกันมาเข้าออฟฟิศ จะจัดประชุมอย่างไรสำหรับคนที่เข้าออฟฟิศกับคนที่ทำงานนอกสถานที่ และทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่

ดังนั้น องค์กรจึงจำเป็นต้องอาศัยโซลูชันแบบองค์รวมที่รองรับได้ทุกแพลตฟอร์มเพื่อใช้งานร่วมกันได้กับซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกัน รวมถึงระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยด้วย 

จากรายงานการศึกษาของ Frost & Sullivan เมื่อเดือนตุลาคม 2022 พบว่า แม้โมเดล Hybrid Work จะกลายเป็นวิถีการทำงานแบบใหม่ แต่เมื่อสำรวจตลาดอุปกรณ์สำหรับการประชุมผ่านวิดีโอพบว่า มีเพียงห้องประชุมและห้องเรียนเพียง 6.4% เท่านั้นที่รองรับวิดีโอ

Image credit: Cisco Webex

Cisco จึงได้พัฒนาโซลูชันใหม่ พร้อมร่วมกับพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ เพื่อมอบความสามารถใหม่ในการทำงานร่วมกันในทุกสภาพแวดล้อมและประสบการณ์การประชุมที่ราบรื่นยิ่งขึ้น อาทิ

  • Cisco x Microsoft กับการใช้งาน Microsoft Teams Rooms ร่วมกับอุปกรณ์การทำงานร่วมกันของ Cisco รวมถึงใช้ Webex Calling ผ่าน Microsoft Teams เพื่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง
Image credit: Cisco Webex
  • Cisco Room Kit EQ ชุดอุปกรณ์การทำงานร่วมกันสำหรับการแปลงพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่เพื่อรองรับ Hybrid Work ขับเคลื่อนโดย Cisco Codec EQ ชุดอุปกรณ์ Computing ระบบ AI
Image credit: Cisco Webex
  • Cisco x Apple ที่ให้ผู้ใช้งาน iPhone และ iPad แชร์คอนเทนต์จากกล้องหน้าหรือกล้องหลังผ่านแอป Webex Meetings และใส่คำอธิบายประกอบผ่าน Mobile Camera Share
  • และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมาก เช่น Webex Whiteboard App, ฟีเจอร์ตัดต่อด้วย AI สำหรับ Vidcast เพื่อประหยัดเวลาการประชุม
Image credit: Cisco Webex

อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญที่น่าสนใจบน Cisco Webex คือ Audio Watermarking เพื่อติดแท็กสตรีมเสียงสำหรับผู้เข้าร่วมในการประชุมลับ เพื่อป้องกันเหตุพนักงานอัดเสียงและเผยแพร่ข้อมูลลับจากที่ประชุม ซึ่งบริษัทจะสามารถติดตามข้อความบันทึกเสียงนั้นมายังบุคคลต้นทางที่ปล่อยคลิปได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ของ Cisco Webex ได้ที่ https://www.webex.com/content/webex/c/en_US/index/webexone-wire-2022.html/

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-webex-advances-hybrid-work-with-innovations-and-partnerships/

Google ประกาศรวม Google Meet และ Google Duo เข้าด้วยกัน

Google ประกาศรวม Google Meet และ Google Duo แพลตฟอร์ม Video Call เข้าด้วยกัน

Credit: Google

ที่ผ่านมา Google มีระบบ Video call แบบ Cross-platform ผ่านทาง Google Duo และระบบ Conference Meeting ผ่านทาง Google Meet ที่ทำงานแยกขาดจากกัน และมีการเสริมความสามารถให้กับแต่ละระบบเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ล่าสุด Google ได้ประกาศรวม Google Meet และ Google Duo เข้าด้วยกันเป็นระบบเดียวแล้ว โดย Google จะเปลี่ยนชื่อ Duo app ให้กลายเป็น Google Meet และผู้ใช้งาน Google Duo จะได้ฟีเจอร์เทียบเท่ากับ Google Meet เช่น Virtual Background, Live Captions และ Auto-light adjustmentในขณะที่ฟีเจอร์เดิม เช่น การใช้งาน Filter และ Effect, การส่งข้อความ, การเชื่อมต่อผ่าน Google Assistant รวมถึงข้อมูลเดิมยังคงอยู่ และไม่ต้องดาวน์โหลดแอพใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถใช้งานได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ Google จะมีการปรับจำนวน Video Conference จาก 32 คน เป็น 100 คน และเพิ่มการเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น Gmail, Google Calendar, Assistant และ Messenger อีกด้วย

ที่มา: https://cloud.google.com/blog/products/workspace/bringing-the-power-of-google-meet-to-google-duo-users

from:https://www.techtalkthai.com/google-merges-google-meet-and-google-duo/

รีวิว Whiteboards ฟีเจอร์ใหม่บน Zoom Meeting

Whiteboards ฟีเจอร์ใหม่ บน Zoom Meeting สร้างประสบการณ์ใหม่ให้การระดมไอเดีย การวางแผนงานเวิร์คช้อป และการเรียนการสอนในห้องเรียนออนไลน์ร่วมกันบนกระดานไวท์บอร์ดดิจิทัล ที่ทำอะไรได้มากกว่ากระดานจริง
 

Zoom Meeting แอปประชุมออนไลน์ในรูปแบบ Video Conference กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับประยุกต์ใช้งานในระดับองค์กร และระดับการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ COVID-19 ได้มอบประสบการณ์ที่ยาวนานจนเกิดทักษะความเชี่ยวชาญที่ได้จากการใช้งานจริงเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน Work form Home หรือ การเรียนออนไลน์ 100% ทั่วทั้งประเทศ
 
สำหรับการประชุมที่มีประสิทธิภาพและการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วมกับผู้อื่นในจำนวนมาก Zoom Meeting เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมและการยอมรับในระดับองค์กรและการเรียนการสอนออนไลน์ ล่าสุด Zoom ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า “Whiteboards” โดยจะเข้ามาเพิ่มรูปแบบการประชุม การเรียนการสอนออนไลน์ ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ และมีสัมฤทธิ์ผลที่สูงมากยิ่งขึ้น

Zoom Whiteboards เหมาะกับลักษณะงานใด 

 

Brainstorming & Ideation

เพื่อการระดมไอเดียชิ้นงาน

Zoom Whiteboards ช่วยให้การทำงานร่วมกันได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ สามารถแชร์ไวท์บอร์ดออนไลน์เพื่อทำงานร่วมกับใครก็ได้ด้วยบัญชี Zoom

  • มาพร้อมเครื่องมือสำหรับงานไวท์บอร์ดในระดับมืออาชีพ ทำให้ผู้ใช้สามารถขยายมุมมอง และพรีเซ็นต์ไอเดียชิ้นงานของตนได้อย่างไหลลื่น
  • กระดานไวท์บอร์ดออนไลน์ของ Zoom สามารถรองรับการเข้าถึงได้ทั้งบน Web Browser, Client Zoom และ Zoom Rooms สำหรับ Touch

Presenting & Teaching

สำหรับการเรียนการสอน

Zoom Whiteboards ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานบนแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ Zoom ที่รองรับทั้งหมด ตั้งแต่ Laptop ไปจนถึง Zoom Rooms สำหรับ Touch

  • ใช้กระดานไวท์บอร์ดดิจิทัลขนาด 55 และ 65 นิ้วจาก DTEN และ Neat เพื่อนำเสนอและทำงานร่วมกัน
  • พบกับฟีเจอร์ไวท์บอร์ดเสมือนจริง เช่น รองรับการใช้งานรูปแบบ Touch Screen, Extendable Canvas, Adding Images และ Templates ที่ทำให้การนำเสนอและการสอนง่ายขึ้นมาก

Meetings & Workshops

สำหรับการประชุมและเวิร์คช็อป

สามารถใช้งานแพลตฟอร์มที่มีอยู่ของ Zoom ทำงานร่วมกับ Zoom Whiteboards ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บนเครื่องมือใหม่ทั้งหมด เพื่อคุณภาพในการทำงานร่วมกัน

  • แชร์หรือสร้างงานบนไวท์บอร์ดแบบโต้ตอบเรียลไทม์ใน Zoom Meetings ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้หลากหลาย
  • ช่วยยกระดับงานเวิร์กช็อปด้วยการนำเสนอวิธีใหม่ในการทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์ม Zoom

Zoom Whiteboards รองรับงานลักษณะใดบ้าง

  1. สร้างคุณภาพและความยืดหยุ่นในการทำงานเป็นทีม
  2. สร้างการทำงานร่วมกันบนกระดานไวท์บอร์ดแบบโต้ตอบ
  3. สร้างมิติใหม่ในการจัดการไอเดีย จัดระเบียบชิ้นงาน และสามารถลงมือทำได้ทันที
  4. สร้างการแชร์กระดานไวท์บอร์ดให้กับผู้อื่นๆ ได้
  5. สามารถเข้าถึงกระดานไวท์บอร์ดของคุณได้ทุกเวลา
  6. สามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์

Zoom Whiteboards มีเครื่องมืออะไรให้ใช้งานบ้าง

  • แถบเครื่องมือ Toolbar : สำรวจแถบเครื่องมือใหม่บน Zoom Whiteboard ประกอบไปด้วย Select, Draw, Shape, Line, Text, Sticky Note, Image, Eraser, Color, Undo, Redo, Page และ Move Toolbar ครบเครื่องในการสร้างสรรค์ไอเดียชิ้นงานร่วมกันที่หลากให้ปรากฏบนการดานดิจิทัล
  • แถบเมนู : มาพร้อมเมนูคำสั่งให้การทำงานร่วมกันที่ไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างชื่อโปรเจ็คงาน การแชร์กระดานร่วมกัน การแสดงความคิดเห็นร่วมกัน และเมนูอื่นๆ ทั้งหมดบน Zoom Whiteboards ซึ่งประกอบไปด้วยชุดเมนูคำสั่ง Version History, Export, Help, Leave Feedback, Report, Lock Board และ Move to Trash 
  • แถบเมนูขยายให้พื้นที่หน้ากระดาน Whiteboard สามารถขยายเข้าและขยายออกได้ตั้งแต่ 0% และสูงสุดที่ 1000% โดยค่ามาตรฐานจะเป็น 100% ช่วยให้สามารถสร้างเนื้อหางานได้อย่างไม่รู้จบในหนึ่งชิ้นงานทั้งในและการประชุมจากระยะไกล
  • สามารถ Export ออกมาเป็นไฟล์ PDF และ PNG ได้
ไฟล์ PNG
ไฟล์ PDF
  • Zoom ได้สร้างช่องทางการแสดงความคิดเห็น (Leave Feedback) จากประสบการณ์การใช้งานจริงบนฟีเจอร์ Whiteboards โดยจะลิงค์เข้าสู่หน้าเพจการตอบแบบสอบถามทั้ง 7 ข้อ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้สัมผัส
  • นอกจากการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้สึกในการได้ใช้งานจริงแล้ว Zoom Whiteboards ยังเปิดช่องทางสำหรับรับแจ้งรายงานเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ให้แก่ผู้ใช้งาน เพื่อเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์และความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน โดยผู้ใช้งานสามารถดำเนินการได้จากเมนูคำสั่ง Report และเลือกหมวดหมู่ที่ต้องการร้องทุกข์ 

หมวดหมู่การแจ้งเหตุ

  • การแชร์หน้าจอที่ไม่เหมาะสม
  • แขกไม่ได้รับเชิญ
  • การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
  • วิดีโอที่ไม่เหมาะสม
  • ประพฤติมิชอบ
  • ก้าวร้าว ผิดกฎหมาย ไม่เหมาะสม
  • การฆ่าตัวตายทำร้ายตัวเอง
  • สามารถล็อคกระดาน Whiteboards โดยที่การล็อคบอร์ดจะลบสิทธิ์การดูสำหรับทุกคนยกเว้นเจ้าของ เมื่อเจ้าของบอร์ดต้องการปลดล็อคบอร์ดเพื่อคืนสิทธิ์ให้ผู้อื่นกลับมาร่วมสร้างสรรค์งานต่อได้เหมือนเดิม เจ้าของสามารถกระทำได้ผ่านช่องทางเดิม
  • การลบกระดาน Whiteboards จะถูกย้ายไปที่ถังขยะ และผู้ทำงานร่วมกันจะไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป ทั้งนี้ เจ้าของกระดานสามารถเรียกคืนจากถังขยะกลับมาใช้งานได้เช่นกัน 
  • Share กระดานไวน์บอร์ดให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงเพื่อใช้งานร่วมกันได้โดยการส่งผ่านอีเมลและสามารถระบุสิทธิ์ 

Zoom Rooms for Touch

Zoom Whiteboards ผสานกันอย่างลงตัวช่วยให้ทีมงานในพื้นที่และจากระยะไกลสามารถแชร์ทำงานร่วมกันบนเนื้อหาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำงานร่วมกับ กล้อง ลำโพง และจอแสดงผลแบบสัมผัสประเภทไวท์บอร์ดแบบอินเทอร์แอคทีฟได้อย่างไหลลื่น เพิ่มขีดความสามารถในการประชุมให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

Neat Board

นอกจากซอฟต์แวร์ Zoom ยังมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ All-in-One Touch Systems ที่สามารถผสานการทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว โดยมีให้ได้ตามลักษณะการใช้งาน

DTEN D7

Zoom Whiteboards สู่โลกการประชุมเสมือนจริง

จะเป็นอย่างไร เมื่อ Zoom Whiteboards ผสานโลกการประชุมเสมือนจริงกับแว่น VR ให้ทุกการประชุมมีอรรถรสและบรรยากาศการมีส่วนร่วมในห้องประชุมจริง เป็นอีกก้าวสู่ยุค Digital Transformation สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Metaverse ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีการประชุมออนไลน์ในรูปแบบ Video Conference จาก Zoom Meeting  

Zoom Plan & Price มีฟีเจอร์ Whiteboards 

ทุกแผนแพ็คเก็ตในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Zoom Meeting ทั้งฟรีและมีค่าบริการ ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ Whiteboards ให้เลือกใช้งานครบถ้วนแล้ว โดยขีดความสามารถบางอย่างจะแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

  • Basic Plan (ฟรี) สามารถใช้งานฟีเจอร์ Zoom Whiteboard บนกระดานดิจิทัลได้สูงสุดจำนวน 3 บอร์ด พร้อมคุณสมบัติมาตรฐานและพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 25 MB
  • Pro Plan มีค่าบริการ 149.90$ ต่อปี สามารถใช้งานฟีเจอร์ Zoom Whiteboard บนกระดานดิจิทัลได้สูงสุดจำนวน 3 บอร์ด พร้อมคุณสมบัติมาตรฐานและพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 1 GB (พื้นที่ตามแพ็คเก็ต)
  • Business Plan มีค่าบริการ 199.90$ ต่อปี สามารถใช้งานฟีเจอร์ Zoom Whiteboard บนกระดานดิจิทัลได้ไม่จำกัดจำนวนบอร์ด พร้อมคุณสมบัติมาตรฐาน และพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ตามแพ็คเก็ต
  • Enterprise Plan มีค่าบริการ 240$ ต่อปี สามารถใช้งานฟีเจอร์ Zoom Whiteboard บนกระดานดิจิทัลได้ไม่จำกัดจำนวนบอร์ด พร้อมคุณสมบัติมาตรฐาน และพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ตามแพ็คเก็ต

อ้างอิงข้อมูลจาก : Zoom

แพ็คเก็ตเสริม เพิ่มขีดความสามารถให้กับ Zoom Whiteboard สำหรับผู้ใช้แผน Pro ที่ต้องการใช้งานกระดานไวท์บอร์ดแบบไม่จำกัดจำนวน ส่วนความจุขึ้นอยู่กับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ ราคาแพ็คเก็ตเสริม 24.90$ ต่อปี

##

สามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Zoom เพิ่มเติมได้ที่ https://zoom.us/

##

from:https://www.techtalkthai.com/review-whiteboards-new-feature-zoom-meeting/

Prezi ซอฟต์แวร์ที่จะทำให้การประชุมออนไลน์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

Prezi Video ซอฟต์แวร์ที่จะทำให้การประชุมผ่าน Microsoft Teams และ Zoom ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วยการแสดงข้อความหรือรูปภาพซ้อนบน Video ของคุณระหว่างการประชุมได้

Credit: Prezi

Prezi Video เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการสร้าง Overlay ซ้อนบน Video Feed ของผู้ใช้งานไปยังห้องประชุมออนไลน์ได้ โดย Content ที่รองรับนั้นมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ, รูปภาพ และ Presentation ซึ่งผู้ใช้งานสามารถแก้ไข Content ได้เองแบบ Realtime สามารถดูตัวอย่างได้ในวิดีโอด้านล่าง

ปัจจุบัน Prezi Video รองรับซอฟต์แวร์ Video Conference หลายตัว ได้แก่ Microsoft Teams, Zoom, GotoMeeting และ Google Meet โดยมี Plan ให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ Standard, Plus และ Premium โดยมีราคาอยู่ที่ 3 , 7 และ 9 เหรียญต่อเดือน ตามลำดับ โดยในชุด Premium ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน SQL Connector เพื่อนำข้อมูลมาแสดงผลได้แบบ Realtime

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/im-done-with-zoom-says-one-of-americas-top-business-figures

from:https://www.techtalkthai.com/prezi-no-more-boring-meeting/

รวมเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับวงการสมาร์ทโฟนและ IT ตลอดปี 2020

เข้าช่วงเดือนสุดท้ายของปีกันแล้ว เราก็จะนำเอาเหตุการณ์สำคัญๆ เกี่ยวกับวงการสมาร์ทโฟน และวงการ IT ที่เกิดขึ้นภายในปี 2020 มารวบรวมให้ดูกันว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งเรื่องดี และเรื่องไม่ดีปะปนกันไป ทั้งการเลื่อนหรือยกเลิกงาน Event ต่างๆ เนื่องจาก COVID-19, การลาออกของคนใหญ่คนโตในวงการ, การเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ ฯลฯ ส่วนจะมีอะไรบ้าง มาร่วมกันย้อนอดีตกันเลยครับ

สำหรับเหล่าเหตุการณ์สำคัญๆ ในวงการสมาร์ทโฟน และวงการ IT ในปี 2020 เราได้แยกเอาไว้เป็นหัวข้อหลักๆ ให้ดูกันได้ง่ายๆ นะครับ ว่าตลอดทั้ง 365 วันที่ผ่านมาเนี่ย มีเหตุการ์ประเภทไหนที่เกิดขึ้นบ้าง และเกิดขึ้นกี่ครั้งครับ

ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อวงการสมาร์ทโฟนและ IT

เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ระดับโลกที่ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ สำหรับการระบาดของไวรัส Corona หรือ COVID-19 ที่เริ่มแพร่กระจายตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 จนทำให้งานเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ รวมถึงงาน Conference ระดับโลกหลายๆ งานต้องประกาศยกเลิกไปเป็นแถบๆ แล้วหันมาจัดงานในรูปแบบออนไลน์แทนนั่นเองครับ

ยกเลิกจัดงาน MWC 2020 เนื่องจากกังวลการระบาดของ “ไวรัสโคโรนา” ชี้เรื่องสุขภาพสำคัญสุด

เริ่มจากงานแสดงมือถือระดับโลกอย่าง MWC ที่ปกติจะต้องจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือน ก.พ. – มี.ค. เพื่อนำเทคโนโลยีมือถือล้ำๆ จากค่ายต่างๆ มาเผยโฉมให้ได้ซี้ดซ้าดกัน รวมถึงมือถือรุ่นใหม่บางรุ่นก็ได้อาศัยงานนี้เป็นสถานที่เปิดตัวกันด้วย แต่จากการระบาดของ COVID-19 ทำให้งานดังกล่าวเป็นอันต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจครั้งใหญ่กว่า 492 ล้านยูโร (ประมาณ 16,700 ล้านบาท) และสูญเสียงาน Part Time กว่า 14,100 ตำแหน่ง เลยทีเดียว

 

Facebook ยกเลิกงานแถลง F8 จาก COVID-19, งานเกม GDC 2020 อาจล่มตามหลัง Sony, Microsoft, Kojima ถอนตัว

ต่อด้วยงาน Facebook F8 Developer Conference ที่ต้องจัดขึ้นในวันที่ 5 – 6 พฤษภาคม 2020 ณ เมือง San Jose โดยงานดังกล่าวเป็นงานประชุมของเหล่านักพัฒนาระดับแถวหน้า เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบงานให้กลายเป็นงานออนไลน์แทนเพื่อความปลอดภัยของทุกๆ คน

 

โดนจนได้…Google ประกาศยกเลิกงาน Google I/O 2020 เนื่องจากสถานการณ์ไวรัส COVID-19

งาน Google I/O ที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี เป็นงานที่จะรวบรวมเหล่านักพัฒนาซอฟท์แวร์ และในงานก็จะมีการเปิดตัวเทคโนโลยี นวัตกรรม ฟีเจอร์ หรือของเล่นล้ำๆ ใหม่ๆ มาโชว์ รวมถึงการประกาศ Android รุ่นใหม่อีกด้วย แต่สำหรับงานในปี 2020 ที่ตอนแรกมีกำหนดว่าจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 พฤษภาคม 2020 ก็แน่นอนว่าต้องถูกยกเลิกไปด้วยเนื่องจากปกติแล้วในงานดังกล่าวจะมีผู้เข้าร่วมมากมายทำให้เสี่ยงสุดๆ ต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยทาง Google ก็ได้แก้ไขด้วยวิธีจัดงานแบบออนไลน์อีกเช่นกัน

โดนไปตามๆ กัน…งาน IFA 2020 ที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ถูกยกเลิกจากสถานการณ์ COVID-19

สำหรับงาน IFA 2020 ที่ตอนแรกจะจัดขึ้นในเดือนกันยายน 2020 ก็ต้องโดนยกเลิกไปด้วยเหมือนกัน เนื่องจากทางรัฐบาลเยอรมนีมีคำสั่งห้ามจัดงานใดๆ ที่มีการชุมนุมเกิน 5,000 คน โดยทาง IFA ก็จะไม่ได้ยกเลิกงานนี้ไปซะทีเดียว แต่ได้มีการจัดงานนำเสนอในรูปแบบออนไลน์เหมือนกับงานเปิดตัวมือถือหลายๆ รุ่นที่ผ่านมานั่นเอง

ยอดใช้งานบริการ Video Call พุ่งกระฉูด พร้อมปิดตัวบริการใหม่ๆ จากแบรนด์ที่คุ้นเคย

ผลกระทบของ COVID-19 นอกจากจะทำให้งานเปิดตัว หรืองาน Conference ต่างๆ ต้องถูกยกเลิก แถมยังกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของโลกหลายๆ อย่าง แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็ทำให้ธุรกิจบางประเภทเติบโตแบบสุดๆ ในช่วงนั้นเช่นกัน นั่นก็คือเหล่าบริการวิดีโอคอลล์ หรือประชุมทางไกลนั่นเอง นอกจากนี้ยังบริการวิดีโอคอลล์ใหม่ๆ จากแบรนด์ดังเจ้าตลาดที่เปิดตัวมาเพื่อรองรับการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน (และคาดว่าต่อไปในอนาคตอีกซักพักเลยล่ะ)

ได้ดีเพราะโควิด | Zoom เผยผลประกอบการล่าสุด กำไรโตกว่า 30 เท่า !

จากการระบาดของ COIVD-19 ส่งผลให้ความต้องการแพลตฟอร์มสำหรับการประชุมร่วมกันขององค์กรในรูปแบบออนไลน์นั้นยังมีความจำเป็นสูงมากเพื่อความยืดหยุ่นในการทำงาน ทำให้ Zoom ถูกยกให้เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ของบรรดา Startups ทั้งหมดที่มาแรงที่สุดในยุค Covid-19 หลังจากที่สร้างสถิติมีผู้ใช้งานรายวันกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกในช่วงปลายเดือนมีนาคม – เมษายน 2020 โดย Zoom ทำรายได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 ได้ราว 20,000 ล้านบาท (660 ล้านเหรียญ ฯ) ซึ่งโตขึ้นจากปี 2019 ก่อนโควิดระบาดถึง 355%

 

[แนะนำ] ลองใช้ Video Conference + Screen Sharing บริการฟรี เข้าใช้ได้ไม่จำกัดเวลาและจำนวนคน จาก true

เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่หลายๆ บริษัทเริ่มใช้มาตรการ Work from Home ทาง true ก็เลยเริ่มเปิดตัวแพลตฟอร์ม Vitual World ซึ่งเป็นบริการ Video Conference + Screen Sharing ใช้ได้ฟรีแบบไม่จำกัดจำนวน โดยจริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้แพลตฟอร์ม Virtual World เป็นแพลตฟอร์มที่ทาง true ได้พัฒนาไว้ใช้ในเฉพาะองค์กรตัวเองและโครงการโรงเรียนประชารัฐ แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาก็เลยถือโอกาสปล่อยแพลตฟอร์มนี้ออกมาให้ประชาชนทุกคนได้ใช้กันแบบฟรีๆ

 

Skype เปิดตัว Meet Now บริการวิดีโอคอลล์ ไม่ต้องลงทะเบียน หรือติดตั้ง แค่เข้าเว็บก็ใช้ได้เลย

บริการวิดีโอคอลล์รุ่นเก๋าอย่าง Skype ก็ได้ออกมาเปิดตัวบริการใหม่ Meet Now ออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานทั่วไปกันแบบสุดๆ เพราะไม่ต้องวุ่นวายกับการลงทะเบียน หรือติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องเลย แค่เข้าไปที่เว็บไซท์ Meet Now จากนั้นก็กดที่ Create a free meeting เพื่อสร้างลิ้งค์ของห้องประชุมขึ้นมาเท่านั้น

 

Facebook เปิดตัว Messenger Rooms บริการประชุมทางไกล คุยพร้อมกันได้ 50 คน แบบไม่จำกัดเวลา

ปกติแล้วบริการ Messenger ของ Facebook ทั้งที่เป็นแอป และแบบที่ใช้บนเว็บเบราวเซอร์ จะสามารถตั้งกลุ่ม Video Call กันได้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่สำหรับ Messenger Rooms จะเพิ่มจำนวนคนที่สามารถเข้าร่วม Video Call ได้เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น โดยเต็มที่สามารถคุยพร้อมๆ กันได้ถึง 50 คน แถมยังไม่จำเป็นต้องมีบัญชี Facebook ก็เข้าร่วมห้องประชุมได้ ขอแค่เจ้าของห้องส่งลิงค์มาให้เท่านั้น นอกจากนี้ยังใช้งานได้แบบไม่จำกัดเวลาอีกต่างหาก เรียกว่าสร้างขึ้นมาเพื่อการ Work from Home โดยเฉพาะเลยจริงๆ

 

Google เตรียมเปิดให้ใช้บริการประชุมทางไกล Meet ได้แบบฟรีๆ ครบทุกฟีเจอร์ ขอแค่มีบัญชี Google

ปกติแล้วแอป Google Meet เวอร์ชั่นใช้ฟรีจะจำกัดการใช้งานเอาไว้แค่บางฟีเจอร์เท่านั้น อย่างเช่นการจำกัดเวลาคุยเอาไว้แค่ 60 นาที ต่อครั้ง แต่สำหรับเวอร์ชั่น Premium ที่ต้องเสียค่าบริการ จะสามารถคุยได้เรื่อยๆ แบบไม่จำกัดเวลา, คุยได้สูงสุดถึง 250 คน, Video Call แบบโชว์กล้องได้พร้อมกัน 16 คน และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ อีกเพียบ แต่ทาง Google จะเปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมี่ยมได้ฟรีๆ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 โดยผู้ที่จะเข้าใช้งานจะต้องมีบัญชี Google เป็นของตัวเองซะก่อน จากนั้นก็จะสามารถเข้าใช้งานผ่านแอป หรือจากหน้าเบราวเซอร์ได้เลย

 

เทคโนโลยีใหม่ที่เปิดตัว หรือวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2020

แน่นอนว่าในแต่ละปีเราก็จะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เทพๆ เปิดตัวมาให้ได้ตื่นตะลึงกันอยู่เรื่อยๆ โดยในปีนี้ก็มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจเปิดตัวออกมาหลายอย่างอยู่เหมือนกัน และยังรวมถึงการวางจำหน่ายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีนั้นๆ เป็นครั้งแรกอีกด้วย

Lenevo เปิดตัวโน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 Fold จอ OLED ขนาด 13.3 นิ้ว พับได้ เคาะราคาราวๆ 75,500 บาท

ช่วงนี้สมาร์ทโฟนจอพับได้อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาๆ ไปซะแล้ว เพราะเราได้เห็นทั้ง Galaxy Fold และ HUAWEI Mate X วางจำหน่ายจริงมาตั้งแต่ปี 2019 แต่สำหรับโน้ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพับได้ ก็พึ่งจะมี Lenovo ThinkPad X1 Fold วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี 2020 นี่แหละ โดยมันเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นแรกของโลกที่มีคุณสมบัติในการพับหน้าจอด้วยการใช้พาแนลแบบ OLED ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล บนสัดส่วน 4:3 ซึ่ง Lenovo กล่าวว่า บริษัทได้ใช้เวลาถึง 5 ปี โดยร่วมมือกับทั้งวิศวกรของ Intel และ LG ในการพัฒนาให้ ThinkPad X1 Fold มีกลไกบานพับที่แข็งแรงทนทาน และมีหน้าจอที่แข็งแกร่งพอที่จะสามารถรองรับการใช้งานของปากกาสไตลัส Active Pen ได้

 

SD Express 8.0 มาตรฐานใหม่ มาพร้อมความเร็วในการอ่าน-เขียนเฉียด 4GB/s รองรับความจุ 128TB

SD Association เผยข้อมูล SD Express เวอร์ชั่น 8.0 ที่จะทำให้การใช้งานต่างๆ ในปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นการถ่ายภาพความละเอียดสูง, การถ่ายภาพไฟล์ RAW แบบต่อเนื่อง (Burst Mode), การถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K รวมถึงการเล่น VR Video ที่มีขนาดไฟล์ใหญ่มากๆ ได้แบบไม่ติดขัด แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้มันพึ่งจะมีการเปิดเผยสเปคออกมาเท่านั้น กว่าจะพร้อมจนสามารถผลิตตัวการ์ด และตัวอ่านการ์ดที่รองรับได้ น่าจะต้องใช้เวลาอีกซักพักเลยล่ะ

 

Boston Dynamics เริ่มวางจำหน่ายหุ่นยนต์หมา Spot ในราคาจิ๊บๆ ตัวละ 2.3 ล้านบาท

Boston Dyanics เปิดตัวหุ่นยนต์หมา Spot ไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 และได้มาเริ่มวางจำหน่ายจริงในเดือนมิถุนายน 2020 นี่เอง (ช่วงเดือนพฤษภาคมทางรัฐบาลสิงคโปร์ยังเอาไปใช้วิ่งเตือนประชาชนให้ Social Distancing ตามสวนสาธารณะอีกด้วย) โดยความล้ำของมันก็คือ มันเป็นหุ่นยนต์หมาสีเหลือง ที่มีการเคลื่อนไหวแบบ 4 ขา เหมือนหมาจริงๆ สามารถเดินขึ้น – ลง บันไดได้แบบไม่มีปัญหา แถมยังมีอุปกรณ์เสริม (Mod) ทั้งแขนกลที่ใช้เปิดประตู หมุนลูกบิดได้ มีเซ็นเซอร์ตรวจจับ 360° ทำให้มันเดินหลบทั้งคนทั้งวัตถุที่ขวางทางอยู่ได้สบายๆ โดยเจ้า Spot นี้ มีราคาค่าตัวอยู่ที่ราวๆ 2,320,000 บาท

 

Intel เปิดตัวพอร์ต Thunderbolt 4 ความเร็ว 40Gb/s ต่อจอ 8K ได้ เตรียมมาพร้อมซีพียู Gen 11 เร็วๆ นี้

เมื่อช่วงกลางปี 2020 ทาง Intel ได้เปิดตัวพอร์ตเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะมาเป็นพอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐานใหม่ในยุคอนาคต ซึ่งแม้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลจะเท่ากับ Thunderbolt 3 ที่ 40 Gb/s แต่จะมีความสามารถใหม่เพิ่มเข้ามาคือใช้สายเคเบิลได้ยาวสูงสุดถึง 2 เมตร และต่อจอ 8K หรือ 4K ได้ถึงสองจอ โดยพอร์ตนี้จะมาพร้อมกับ Intel Tiger Lake หรือ Gen 11 ในอนาคต

 

Elon Musk พัฒนา Neurotechnology 

ฮือฮากันสุดๆ เมื่อ Elon Musk เปิดตัวเทคโนโลยี Neurotechnology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะฝังคอมพิวเตอร์ลงในสมอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงสามารถสั่งงานระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้เพียงใช้แค่ความคิดเท่านั้น โดย Elon Musk ต้องการจะขยายช่องทางการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ที่ปัจจุบันจำกัดอยู่เพียงการรับรู้ผ่าน ตา หู จมูก ลิ้น สัมผัส และป้อนคำสั่งได้ผ่านมือ สายตา หรือเสียงเท่านั้น โดยจะสร้างอุปกรณ์ที่จะทำการต่อตรงไปยังสมองให้สามารถอัปโหลดข้อมูลต่าง ๆ เข้าไปได้โดยตรง หรือจะดาวน์โหลดสั่งงานออกมาถึงเครื่องจักรเลยก็ได้

 

เปิดตัว ZTE Axon 20 5G มือถือรุ่นแรกของโลกที่มากับกล้องเซลฟี่ใต้หน้าจอ ในราคาเริ่มต้นแค่หมื่นนิดๆ

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาแบรนด์มือถือค่ายนู้นค่ายนี้ต่างออกมาโชว์เทคโนโลยีกล้องเซลฟี่ใต้หน้าจอกันหลายต่อหลายค่าย แต่ก็ยังไม่มีการวางจำหน่ายจริงซักที จนเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ZTE ก็เลยขอตัดหน้าเป็นแบรนด์แรกที่วางจำหน่าย Axon 20 5G มือถือรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับกล้องเซลฟี่ใต้หน้าจอ โดยมีราคาเปิดตัวที่ไม่แรงเลย เริ่มต้นเพียงราวๆ 10,000 บาท เท่านั้น ซึ่งตอนนี้เริ่มเปิดให้ผู้ที่สนใจในหลายๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยเข้าไปลงชื่อจองสินค้ากันได้แล้วด้วย

 

บริการใหม่ที่เปิดตัวในประเทศไทยปี 2020

ในปี 2020 เรายังได้เห็นบริการใหม่ๆ เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยกันอีกเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นบริการสตรีมมิ่ง, บริการกู้ยืมเงินออนไลน์ หรือจะเป็นบริการส่งอาหารเจ้าใหม่ก็มีจ้า

ศูนย์บริการ OnePlus Service Center เปิดแล้วที่ MBK ชั้น 5

ถึงแม้ว่าแบรนด์ OnePlus จะเข้ามาโลดแล่นในตลาดมือถือบ้านเราได้ซักพักแล้ว แต่ก็พึ่งจะมีการเปิดตัวศูนย์บริการแบบเป็นเรื่องเป็นราวแห่งแรกในประเทศไทยเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2020 นี่เอง โดยตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง ชั้น 5 โซน B โดยจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.

 

HBO GO เปิดให้บริการในไทยเต็มรูปแบบ จัดเต็มหนัง ซีรีส์ และทีวี พร้อมแอปบน Android และ iOS (เดือนละ 149 บาท)

หลังจากที่ปล่อยให้ Netflix ทำตลาดบริการดูหนังออนไลน์ในบ้านเราได้ซักพักใหญ่ๆ เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา HBO Go ก็ขอโดดลงมาร่วมแจมบ้าง โดยมีแพ็คเกจเดียวให้สมัคร ราคาอยู่ที่ 149 บาทต่อเดือน สามารถสมัครบริการผ่านแอป HBO GO ได้เลย ไม่ต้องไปผูกกับบริการอื่น

 

Amazon Prime Video ให้บริการในประเทศไทยแล้ว ค่าบริการ 199 บาท/เดือน ดูพร้อมกันได้ 3 อุปกรณ์

ต่อด้วย Amazon Prime ที่เริ่มเข้ามาเปิดบริการในประเทศไทยเมื่อช่วงกลางปี ซึ่งก็มีแพ็คเกจเดียวให้สมัครกันคือแพ็คเกจรายเดือน 199 บาท ซึ่งสามารถดูพร้อมกันได้ 3 อุปกรณ์

 

TrueMoney เปิดบริการ “ยืมเงินก่อน คืนทีหลัง” สำหรับลูกค้าทรูรายเดือน ดอกเบี้ย 0% เดือนแรก วงเงินสูงสุด 10,000 บาท

มาถูกจังหวะจริงๆ กับช่วงเศรษฐกิจแบบนี้สำหรับบริการใหม่ของ TrueMoney ที่เปิดบริการ ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลขนาดเล็ก หรือ Micro Credit โดยร่วมมือกับบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด ซึ่งบริการนี้จะสมัครได้เฉพาะลูกค้า TrueMove H Postpaid (รายเดือน) เท่านั้น พร้อมปลอดดอกเบี้ย 0% เดือนแรก สมัครง่ายเพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียวไปยื่นที่ทรูช็อปก็เรียบร้อย

 

LINE BK บริการ Social Banking บนแอป LINE เปิดให้บริการแล้ว มาพร้อมฟีเจอร์โอนเงินผ่านระบบแชท เชื่อมต่อได้กับบัญชี KBank

LINE BK เป็นบริการ Social Banking ที่อยู่ในแอป LINE MEssenger เพื่อสร้างประสบการณ์ในการใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวกสบายง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านหน้าแชทโดยตรง การ Request เงินจากเพื่อนในไลน์ หรือการหารบิลจ่ายในกลุ่มแชทก็สามารถทำได้ง่ายๆ ไปเลย

 

ฉุกเฉิน เงินหมด กดยืมได้ จากแอป Dolfin อนุมัติง่ายได้ใช้ใน 5 นาที

Dolfin Money I KBank เป็นฟีเจอร์ในแอป Dolfin มีจุดเด่นที่สามารถขอสินเชื่อได้ง่าย ไม่ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม สมัครและอนุมัติวงเงินได้โดยตรงจากแอป และหากเป็นลูกค้าที่ใช้ K PLUS อยู่แล้ว จะมีระบบ AI ช่วยทำการประมวลผลรู้วงเงินที่ได้รับได้อย่างรวดเร็ว และช่วงนี้ยังมีโปรไม่เสียดอกเบี้ยเป็นเวลา 30 วันโดยไม่มีค่าธรรมเนียมอีกต่างหาก

 

Haier เปิดมิติการขายแอร์แบบใหม่ ติดตั้งให้ฟรีจ่ายเท่าที่เปิด ชั่วโมงละ 4 บาท ใช้ครบกำหนดรับเครื่องไปเลย

งงกันไปเลยดิ? เจอบริการเช่าแอร์ชั่วโมงละ 4 บาท จาก Haier เข้าไป เหมาะสุดๆ สำหรับผู้ที่ไม่อยากเสียเงินตูทเดียวเพื่อซื้อแอร์ราคาเป็นหมื่น แต่จะให้แอร์มาติดตั้งฟรีที่บ้าน แล้วจ่ายเป็นรายชั่วโมงแทน ตกชั่วโมงละ 4 บาท เปิดเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น และหากใช้ครบ 5,200 ชั่วโมง ภายใน 3 ปี ก็รับแอร์เครื่องนั้นฟรีไปเลย

 

Robinhood แอปสั่งอาหารน้องใหม่สัญชาติไทย, ไม่คิด GP, ไม่คิดค่าสมัคร, ได้เงินเร็วใน 1 ชั่วโมง

แอป Robinhood เป็นแอปในเครือของธนาคารไทยพาณิชย์ หรือเอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) ที่ตั้งขึ้น โดยมีงบการลงทุนต่อปีหลักร้อยล้านบาท โดยเพิ่งมีการเปิดตัวกันในวันนี้ เตรียมจะเป็น Delivery Platform ที่ใหญ่เจ้านึงของไทย โดยแอปนี้จะอยู่ภายใต้ CSR ของบริษัท คือจะไม่ได้หวังผลกำไรจากให้บริการนี้ ซึ่งนี่จะเป็นจุดเด่นของ Robinhood เลยก็ว่าได้ เนื่องจาก ไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือ GP, ไม่เก็บค่าธรรมเนียมหรือ GP, โอนเงินให้ร้านเร็วภายใน 1 ชม. หลังการสั่งอาหารเสร็จ, ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของธนาคารก็ได้

 

ปัญหาการผูกขาดทางการค้า

ในปีนี้ก็มีปัญหาผูกขาดทางการค้าที่ดุเดือดเกิดขึ้นอีกแล้วไม่ว่าจะกรณีของ Epic Games กับ Apple หรือจะเป็นคดีของยักษ์ใหญ่ Amazon, Apple, Facebook, Google

สรุปประเด็นข้อพิพาทระหว่าง Apple และ Epic Games มีปัญหาอะไร ทำไมแบน Fortnite และต้องฟ้องร้อง

เรียกว่าเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องนึงสำหรับวงการมือถือในปี 2020 เลยทีเดียว เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ทาง Google และ Apple ได้ถอดเกม Fortnite ออกจากร้านค้าแอปของตัวเองเนื่องจาก Epic Games ซึ่งเป็นค่ายเจ้าของเกมดังกล่าวละเมิดกฎด้วยการปล่อยโปรโมชั่นขายหน่วยเงิน V-Bucks มูลค่า 1,000 เหรียญ ในราคาเพียง 7.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขที่ว่าจะต้องเติมผ่านเว็บไซต์ของ Epic Game โดยตรงเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าการเติมผ่าน App Store ที่มีราคา 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ เห็นๆ

ทำให้ Epic Games ออกมายื่นเรื่องฟ้องร้องทั้ง Google และ Apple ว่าใช้อำนาจทางการค้าของตนเองในการผูกขาดธุรกิจแอปพลิเคชันบนมือถือ และแท็บเล็ตอย่างไม่เป็นธรรม และไม่เห็นด้วยกับการเก็บค่าคอมมิชชั่น 30% จากทุกแอปที่มีการดาวน์โหลดผ่าน App Store หรือ Play Store ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการฟ้องร้องกันไปมา โดยมีบางฝ่ายที่ออกมาเข้าข้าง Epic Games และบางฝ่ายที่เข้าข้าง Apple กับ Google ด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องจะจบลงยังไงก็ต้องมารอติดตามกันต่อไปครับ

 

จับประเด็นร้อน เมื่อซีอีโอของ Amazon – Apple – Facebook – Google ถูกเรียกไต่สวนข้อหาผูกขาดการค้า (Antitrust)

อีกหนึ่งประเด็นร้อนเกี่ยวกับการผูกขาดการค้าที่คราวนี้ถึงทียักษ์ใหญ่วงการ IT อย่าง Amazon, Apple, Facebook และ Google โดนเรียกมาไต่สวนกันบ้าง โดย Amazon ถูกข้อหาละเมิดข้อมูลผู้ค้าบนอีคอมเมิร์ซมาใช้ภายใน, Facebook ถูกตั้งคำถามว่าการเข้าซื้อ Instagram คือการกินรวบ, Google ผูกขาดการโฆษณาออนไลน์, Apple ผูกขาด Ecosystem ด้วย App Store

และเมื่อต้นเดือนธันวามคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการค้า (FTC) ได้ทำการยื่นเรื่องฟ้องร้อง Facebook ต่อศาลยุติธรรมกลางของสหรัฐ ฯ ในช่วงวันพุธที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ ฯ โดยเรียกร้องให้ศาลมีคำสั่ง Force Sell หรือ “บังคับขาย” Instagram และ WhatsApp ให้เป็นอิสระจากเครือ Facebook Inc. หรือก็คือบังคับขายจนไม่เหลือสถานะความเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกต่อไปนั่นเอง โดยเบื้องต้นหากการฟ้องร้องนี้เป็นผล อาจทำให้ Facebook ต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อลดอำนาจผูกขาดเหนือตลาด (Antitrust) ซึ่งหมายรวมถึงการถูกบังคับให้ขายทั้ง Instagram และ WhatsApp ที่ Facebook Inc. เป็นเจ้าของอยู่ออกไปอย่างแน่นอน

ซึ่งก็ต้องมารอดูกันอีกเช่นเคยครับ ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร

 

การเมือง และ Social Network

ในปี 2020 ประเทศไทยนับว่าเป็นปีที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ดุเดือดร้อนแรงมาก ซึ่งนอกจากจะมีการชุมนุมประท้วงกันอยู่เนืองๆ แล้ว แต่ละฝ่ายยังมีการใช้ Social Network เป็นเครื่องมืออีกด้วย

Twitter เปิดข้อมูลและไล่แบนบัญชีไอโอ (IO) รัฐบาล 5 ประเทศ ไทยมาอันดับหนึ่ง 926 บัญชี

Twitter ได้ประกาศใน blog ของบริษัทเองเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2020 ว่าได้ตรวจเจอบัญชีที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานรัฐทั้งหมด 5 เครือข่ายจาก 5 ประเทศ สำหรับบัญชีที่ถูกแบนจากทางทวิตเตอร์ในแต่ละประเทศ โดยประเทศไทยโดนแบนไปถึง 926 บัญชี ซึ่งแต่ละบัญชีถูกตรวจพบว่าเกี่ยวข้องกับทหาร สร้างข้อมูลที่อวยทั้งตัวเองและรัฐบาล รวมถึงตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย

 

กองทัพบกออกโรงปฏิเสธ Twitter ไม่มีบัญชี IO แน่นอน มีแต่บัญชีสำหรับประชาสัมพันธ์เท่านั้น

หลังจากข่าวที่ Twitter ไล่ปิดบัญชีไป 926 บัญชีออกมาแป๊บเดียวเท่านั้น ทางกองทัพบกก็ได้ออกมาปฏิเสธว่า จริงๆ แล้วทางกองทัพจะมีก็แค่บัญชีที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของกองทัพบกเท่านั้น โดยการประชาสัมพันธ์ที่ว่า จะเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการช่วยเหลือของกองทัพบกในสถานการณ์ต่างๆ เช่นการช่วยชาวบ้านจากภัยพิบัติ หรืออื่นๆ เท่านั้น พร้อมทั้งติดต่อไปทาง Twitter แล้ว ว่าทางกองทัพไม่มีการใช้บัญชี Twitter ไปในทางที่ถูกกล่าวหา แต่ก็ต้องตรวจสอบรายละเอียดของบัญชีที่ถูก Suspend เหล่านั้นเพื่อดูรายละเอียดอีกครั้งนึง พร้อมทั้งยืนยันว่ากองทัพบกไม่มีนโยบายในการสร้างบัญชีอวตารเพื่อมาอวยกันเองแน่นอน

 

อื่นๆ

ส่วนเหตุการณ์อื่นๆ ที่น่าสนใจแต่ไม่ได้รวมอยู่ในหัวข้อด้านบนก็จะมีทั้ง…

ขอคืนพื้นที่…Google Photos เตรียมเลิกให้เก็บภาพฟรี Unlimited ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2021 เป็นต้นไป

Google ประกาศจะเริ่มจำกัดพื้นที่เก็บรูปภาพในบริการ Google Photos เหลือ 15GB (รวมกับบริการอื่นๆ ภายใน Google One) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2021 เป็นต้นไป

 

Huawei เตรียมปิดดีลขาย Honor มูลค่ากว่า 15,000 ล้านเหรียญ คาดอาจมีผู้บริหาร Huawei บางรายย้ายวิกไปทำงานด้วย

Huawei ปิดดีลขาย Honor ให้กับ Digital China Group และรัฐบาลรัฐเซินเจิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมูลค่าครั้งนี้มีมากถึง 1 แสนล้านหยวน หรือราวๆ 1.52 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

YouTube เปลี่ยนมาตรฐานความคมชัดแบบใหม่ วิดีโอ 720p ไม่ถือว่าเป็นระดับ HD อีกต่อไป

เว็บไซท์ YouTube ได้เพิ่มมาตรฐานความคมชัดของวิดีโอขึ้นไปสูงสุดถึงระดับ 8K แล้ว ทำให้มีการปรับเปลี่ยนมาตรฐานความคมชัดใหม่ โดยวิดีโอในระดับ HD จะต้องมีความคมชัดที่ 1080p – 1440p ส่วน 2160p จะอยู่ในระดับ 4K และ 4320p อยู่ในระดับ 8K ซึ่งจะมีสัญลักษณ์เป็นตัวหนังสือสีแดงกำกับเอาไว้ แต่สำหรับวิดีโอความคมชัด 720p ลงไปจนถึง 144p จะถูกจัดอยู่ในระดับ SD ที่ไม่มีสัญลักษณ์อะไรกำกับเอาไว้เลย และถึงแม้ว่าวิดีโอ 720p จะไม่ใช่วิดีโอระดับ HD แล้ว แต่ความคมชัดของภาพมันก็ยังคงเท่าเดิมอยู่ เพราะ YouTube แค่ต้องการเปลี่ยนมาตรฐานในการเรียกระดับความคมชัดเท่านั้น

 

และทั้งหมดนี้ก็คือเหตุการณ์ที่สำคัญ และน่าสนใจของปี 2020 ที่เราได้รวบรวมมาให้นะครับ…ตอนนี้เหลืออีกแค่ไม่กี่วันก็จะได้เวลาเปลี่ยนปีกันแล้ว ก็ขอสวัสดีปีใหม่ 2564 หรือ 2021 ล่วงหน้ากันก่อนเลยแล้วกันนะครับ ขอขอบคุณที่ติดตาม Droidsans กันมาตลอด บางข่าวที่เขียนดีบ้างไม่ดีบ้างก็ต้องขออภัยเอาไว้ตรงนี้ และในปีหน้าก็จะขอพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ

from:https://droidsans.com/what-happened-mobile-it-year-2020/

[Guest Post] โปรโมชั่น ระบบ Yealink Video Conferencing ที่แรงสุดในปี 2020 มาแล้ว

ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ใต้นิยามคำว่า “New normal” ที่ผลักดันให้ผู้คนทั่วโลกเข้าสู่ความปรกติรูปแบบใหม่ ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน ทุกๆท่านคงได้สัมผัสกับการใช้งานระบบการประชุมออนไลน์ หรือ “Cloud Conference” ไปบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งเป็นการใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ของแต่ละผู้ผลิตบน Web browser ที่เน้นการใช้งานที่ง่าย ประหยัดเวลา และราคาที่เป็นมิตร

Yealink บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ที่มียอดขาย IP-PHONE เป็นอันดับหนึ่งของโลก ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นน้องใหม่ในตลาด Cloud Conference ที่ได้เปิดตัวเพื่อมาเติมเต็มโซลูชั่นในกลุ่ม Video Conference ให้ครบครันและให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ใช้งาน

All new “Yealink Meeting” สินค้าใหม่ของ Yealink Public company เป็นระบบ Cloud Video Conference ประสิทธิภาพสูง ที่เน้นการใช้งานง่าย มีระบบบความปลอดภัยระดับสูง สามารถ

  • รองรับการใช้งานจากอุปกรณ์ Video Conference จากทุก brand
  • รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เดิมที่ลูกค้ามีอยู่ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กล้องห้องประชุม(SIP/H.323 CODEC), กล้อง USB ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์, หรือ Web Browser หรือ Software ที่มีให้ทั้ง บนคอมพิวเตอร์ และ Software บนอุปกรณ์พกพา
  • แสดงหน้าจอผู้เข้าร่วมประชุมได้ ถึง 49 แห่ง
  • รองรับการเชื่อมต่อเพื่อโทรไปยังระบบ Microsoft Teams
  • มาพร้อมระบบความปลอดภัยสูงรองรับมาตรฐาน GDPR, CCPA ที่เป็นมาตรฐานยุโรปและสหรัฐอเมริกา, และ Self Assessment จาก ETDA*1 ในประเทศไทย

โดย Yealink Meeting สามารถที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายขององค์กรของท่านโดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท ต่อปี รองรับผู้ใช้งานไนองค์กรได้ถึง 10,000 ท่าน  และ ประชุมสูงสุดพร้อมกันได้ถึง 500 จุดต่อห้อง (สามารถขอแอคเคาท์ใช้งานได้ฟรี 3 เดือน)

ทางด้านกล้อง VC200 Cloud edition ของเรา เป็นกล้อง all-in-one ที่ครบจบในเครื่องเดียว และเหมาะสำหรับใช้งานในห้องประชุมขนาดเล็กและขนาดกลาง

จุดเด่นของ VC200 Cloud Edition

  • VC200 codec มาพร้อมกับกล้อง 4K เลนส์ wide คุณภาพสูง (ไม่ต้องต่อ PC) 
  • ไมค์โครโฟนถึง 6 จุดในตัว พร้อม technology Beamforming ที่ช่วยในเรื่องการเก็บเสียงและตัดเสียงรบกวน
  • มีระบบปรับสภาพเสียงในห้อง (EQ Self Adaption) เพื่อปรับปรุงการเก็บเสียงในห้องประชุมที่ดียิ่งขึ้น
  • รองรับ technology การบีบอัดภาพแบบ H.265 ที่เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ทำให้การบีบอัดของข้อมูลมีคุณภาพมากขึ้นโดยไม่กินพื้นที่ของ bandwidth
  • สามารถใช้งานร่วมกับ WIFI ได้ในตัว
  • สามารถบันทุกการประชุมได้ในตัวอุปกรณ์ หรือ ผ่านพอร์ท USB
  • สามารถส่ง presentation แบบไร้สาย Apple airplay ได้ในตัว (แสดงหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพา, ไม่รองรับ Protected Content)
  • การติดตั้งง่าย มีขายึด TV มาให้ สามารถใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีในการติดตั้ง สะดวกในการเคลื่อนย้ายหรือใช้งานนอกสถานที่
  • สามารถเสริมอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ในอนาคต เช่น ไมค์ไร้สาย หรือ อุปกรณ์ส่งภาพหน้าจอแยกไร้สาย (Hardware wireless presentation) หรือ หน้าจอควบคุม touch screen (CTP20) ที่สามารถแสดงหน้าจอ พร้อมทำการเขียนบนหน้าจอได้

โดยที่หน้าจอ touch screen ของท่าน สามารถใช้งานเป็น whiteboard หรือทำการเขียนโต้ตอบ (annotation) ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ VC200, Yealink Cloud meeting, และ ETDA

https://www.yealink.com/product/video-conferencing-solutions-vc200

https://www.yealinkmeeting.com/portal/

https://www.etda.or.th/th/Our-Service/e-meeting/announce.aspx

ในราคาเพียง 38,990 (exclude VAT)รับไปเลย
1.) กล้อง all-in-one VC200 Cloud edition และ
2.) ระบบ Cloud Video Conference ฟรี 3 ปีเต็มๆ กับการทำงานเต็มรูปแบบ

Set นี้ เหมาะมากสำหรับท่านที่ต้องการการประชุมที่เน้นคุณภาพของภาพและเสียง ต้องการความประหยัดและไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง

ใช้งานอะไรได้บ้าง? ขอย้ำไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม !!!!!!

  • ท่านสามารถใช้งานในองค์กรที่มีพนักงานมากถึง 100 ท่าน (สามารถเข้าประชุมพร้อมกันได้ 100 จุดใน 1 ห้องประชุม)
  • พนักงานทุกท่านสามารถทำการประชุมผ่านคอมพิวเตอร์ Tablet หรือ โทรศัพท์มือถือ ได้ทั้งหมด
  • สามารถเชิญผู้ใช้งานนอกองค์กรมาร่วมประชุมได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ความปลอดภัยระดับสูงที่รองรับมาตรฐาน GDPR CCPA ที่เป็นมาตรฐานของยุโรปและสหรัฐอเมริกา และ Self Assessment จาก ETDA ในประเทศไทย
  • ง่ายในการติดตั้งและมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน
  • รองรับ การนำไปใช้ร่วมกับระบบ Video Conference แบรนด์อื่นๆที่ท่านมี
  • นำไปใช้ร่วมกับกล้อง USB + Computer เดิม ที่ท่านมีอยู่ได้ทันที

หากท่านสนใจ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อมาที่ 

ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย Poise Technology Co.,Ltd

โทร 02-656-8598 ต่อ 1025 หรือ thittaya@poisetechnology.com

from:https://www.techtalkthai.com/the-hottest-yealink-video-conferencing-2020-promotion-by-poise-technology/

Google Meet เพิ่มระบบให้เปลี่ยนภาพพื้นหลังวิดีโอคอลได้แล้ว

คงไม่ต้องบอกว่ายุค New Normal นั้น การใช้ระบบวิดีโอคอลถือเป็นเรื่องจำเป็น และต้องใช้งานบ่อยมากขนาดไหน ผู้นำบริการด้านนี้อย่าง Zoom ก็กลายเป็นแพล็ตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงมากทีเดียว และ Meet ของ Google ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีผู้ใช้งานไม่น้อย และตอนนี้ก็ได้รับการอัปเกรดฟีเจอร์เปลี่ยนภาพพื้นหลังได้แล้ว

google meet

โดย Google เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่นี้ในอาทิตย์หน้า เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซ่อนภาพความเป็นจริงของบรรยากาศด้านหลังในห้องของเราได้ด้วยภาพทดแทน ที่ดูสวยงามกว่า และอาจมาความสร้างสรรค์ใหม่ ๆ

ระบบวิดีโอคอล Google Meet เพิ่มฟีเจอร์เปลี่ยนภาพพื้นหลังได้แล้ว

สำหรับระบบ Meet ของ Google นี้จะทำงานบนเว็บเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรม หรือเครื่องมืออะไรเพิ่มเติม ใช้เพียงแค่โปรแกรมท่องเว็บตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่ช่วงแรกนี้ จะจำกัดให้ใช้งานได้เฉพาะกับโปรแกรม Chrome ก่อน ซึ่งมีทั้งบน Windows และ Mac ส่วนบนมือถือนั้น จะเพิ่มต่อไปในอนาคต

Google Meet Logo 1200x675 1

ด้านยอดผู้ใช้งานก็กำลังเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการผนวกระบบเข้ากับ Gmail จนรายงานล่าสุดช่วงไตรมาส 3 ก็มีผู้ใช้งานสูงสุดถึง 235 ล้านคนต่อวันแล้ว และมีการใช้ประชุมสายต่อเนื่องกันนานถึงกว่า 7.5 พันล้านนาทีต่อวัน

ที่มา: Forbes

from:https://notebookspec.com/web/545717-google-meet-add-background-change-feature

ได้ดีเพราะโควิด | Zoom เผยผลประกอบการล่าสุด กำไรโตกว่า 30 เท่า !

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Zoom นั้นกลายเป็นหนึ่งในชื่อคุ้นหูได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับซอฟแวร์ประชุมออนไลน์ นับตั้งแต่เกิดโรคระบาด Covid-19 ขึ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าเทรนด์ WFH ทั่วโลกที่ยังไม่ทีท่าว่าจะสิ้นสุด ย่อมส่งผลให้รายได้ของพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยล่าสุด Zoom สำหรับรายงานผลประกอบการนั้น เรียกได้ว่าประทับใจผู้ถือหุ้นสุด ๆ มีรายได้และกำไรเติบโตเฉลี่ยกว่า 10 เท่าเลยทีเดียว

Zoom ฝ่าฟันมรสุมความน่าเชื่อถือ – ได้ดีเพราะ Covid-19

Zoom ถูกยกให้เป็นหนึ่งในปรากฎการณ์ของบรรดา Startups ทั้งหมดที่มาแรงที่สุดในยุค Covid-19 หลังจากที่สร้างสถิติมีผู้ใช้งานรายวันกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกในช่วงปลายเดือนมีนาคม – เมษายน ซึ่งถึงแม้ในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องเจอกับมรสุมความน่าเชื่อถือกันพอสมควร ทั้งกรณีถูกนำไปโยงกับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ในจีนและดราม่าระบบความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม Zoom เองที่ถูกพบว่ามีช่องโหว่กันอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะหากต้องนำมาใช้ในระดับการประชุมขององค์กรธุรกิจทั้งหลาย

อย่างไรก็ตามทางทีมงานพัฒนาประจำสำนักงานใหญ่ของ Zoom ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเร่งแก้ไขปัญหาความปลอดภัยก่อนเป็นอันดับตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มเข้าหาบรรดาองค์กรธุรกิจเพื่อให้บริการ Video Conference สำหรับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทางบริษัท ฯ ได้ประกาศเคลมความสำเร็จครั้งใหญ่ท่ามกลางวิกฤติ Covid-19 ทั่วโลกที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่าย ๆ ส่งผลให้ความต้องการแพลตฟอร์มสำหรับการประชุมร่วมกันขององค์กรในรูปแบบออนไลน์นั้นยังมีความจำเป็นสูงมากเพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานซึ่ง Zoom นั้นคว้าเอาเค้กก้อนใหญ่เปิดสัญญาให้บริการกับองค์กรชื่อดังได้จำนวนไม่น้อยเลย มีบริษัท ExxonMobil (เจ้าของแบรนด์ปั๊มน้ำมัน Esso ในบ้านเรา) ที่มีพนักงานทั่วโลกกว่า 3,000 ชีวิตเข้ามาเป็นลูกค้าองค์กรรายล่าสุดของ Zoom ในช่วงไตรมาสล่าสุดอีกด้วย

เทรนด์การทำงานแบบ New Normal ยังคงทำ New High ให้กับ Zoom อย่างต่อเนื่อง กำไรพุ่ง 30 เท่า !

สำหรับรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 นั้น Zoom สามารถทำ New High ทั้งในแง่จำนวนผู้ใช้งานแบบองค์กร รายได้ และแน่นอนที่สุดคือกำไรที่พุ่งกระฉูดชนิดทำเอาหุ้นขึ้นในวันแถลงผลรวดเดียว 28% โดย Zoom ทำรายได้ในไตรมาสนี้ได้ราว 20,000 ล้านบาท (660 ล้านเหรียญ ฯ) ซึ่งโตขึ้นจากปี 2019 ก่อนโควิดระบาดถึง 355% ส่วนกำไรนั้นเรียกได้ว่าโตทะลุเพดานความคาดหวังของนักลงทุนไปไกล โดยสูงถึง 3,300% หรือ 33 เท่าตัวในช่วงเวลาเดียวกัน มูลค่ากำไรสุทธิราว 5,800 ล้านบาท (185 ล้านเหรียญ ฯ) เลยทีเดียว

วิกฤติโรคระบาดนี้เป็นตัวเร่งที่ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับตัวกันอย่างฉับพลันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบดิจิทัลของธุรกิจซึ่งจำเป็นเร่งด่วนมาก ๆ และการทำงานแบบ Remote Work (WFH) เป็นเสมือนตัวกลางสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ สำหรับการรองรับอนาคตของการทำงานได้ทุกที่ เรียนรู้ได้ทุกที่ และเข้าถึงได้ทุกที่ – Eric Yuan | CEO ของ Zoom

สำหรับจำนวนผู้ใช้งานองค์กร ซึ่งเป็นรายได้หลักของ Zoom นั้น ปัจจุบันมีมากถึง 370,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 4.7 เท่า ส่วนลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 1 แสนเหรียญ ฯ (3.2 ล้านบาท) ต่อปีขึ้นไปนั้น มีอยู่ 988 องค์กรด้วยกัน เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเทียบกับปีก่อนหน้า และปีนี้ Zoom ได้มีการประเมินว่าบริษัท ฯ จะทำรายได้ตลอดปีได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 75,000 ล้านบาท (2.38 พันล้านเหรียญ ฯ) ทั้ง ๆ ที่เมื่อต้นปีเคยประเมินเอาไว้ราว 55,000 ล้านบาทซึ่งก็ถือว่าสูงมาก ๆ แล้วแต่ดูเหมือนจะสูงไม่พอถึงกับต้องประเมินใหม่รายไตรมาสกันเลยล่ะ

 

ที่มา: CNN Business

from:https://droidsans.com/zoom-announces-its-latest-profit-at-skyrocketed-pace-of-30x/

Poly | Microsoft Webinar: Poly และ Microsoft รองรับสภาพแวดล้อมการทำงานในอนาคตอย่างไร

Poly ร่วมกับ Microsoft ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Poly | Microsoft Webinar เรื่อง “Poly และ Microsoft รองรับสภาพแวดล้อมการทำงานในอนาคตอย่างไร” พร้อมแนะนำนวัตกรรมล่าสุดจาก Poly เพื่อใช้งานร่วมกับ Microsoft Teams และการเลือกใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องสำหรับการทำงานรูปแบบต่างๆ เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าที่ไหนหรือเวลาใดก็ตาม ในวันพุธที่ 30 กันยายน 2020 เวลา 13:00 น. ผ่านทาง Live Webinar ฟรี

รายละเอียการบรรยาย

หัวข้อ: Poly และ Microsoft รองรับสภาพแวดล้อมการทำงานในอนาคตอย่างไร
ผู้บรรยาย: ทีมวิศวกรจาก Poly และ Microsoft Thailand
วันเวลา: วันพุธที่ 30 กันยายน 2020 เวลา 13:00 – 14:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://connect.poly.com/APAC-TH-EV-PS-MSFT-MTRWebinar-LP.html?utm_medium=email&utm_source=invite_1&cnid=7013t000001VCsp&utm_content=cta_2

วิธีการพบปะผู้คน การทำงานด้วยกัน และการร่วมมือเป็นทีมในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปจากเดิม พนักงานบางส่วนต้องทำงานที่ออฟฟิส ในขณะบางส่วนทำงานจากภายนอกสถานที่หรือจากที่บ้าน องค์กรของท่านจะมอบประสบการณ์อันแสนยอดเยี่ยมในการทำงานร่วมกันให้แก่พนักงานทั้งหมดได้อย่างไร รวมไปถึงการคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการทำงานระดับสูงสุดเมื่อต้องเข้าสู่การทำงานวิถีใหม่ (New Normal)

เข้าร่วม Webinar นี้แล้วท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการผสานความร่วมมือกันระหว่าง Poly และ Microsoft ในการสร้างสถานที่ทำงานแห่งอนาคต ที่ซึ่งพนักงานทุกจะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานไปสู่วิถีใหม่ รวมไปถึงแนะนำนวัตกรรมล่าสุดจาก Poly เพื่อสนับสนุนการใช้ Microsoft Teams และการเลือกใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องสำหรับการทำงานรูปแบบต่างๆ เพื่อให้พนักงานของท่านสามารถทำงานได้สะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าที่ไหนหรือเวลาใดก็ตาม

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • การทำงานวิถีใหม่ (New Normal) จากที่บ้านและที่ออฟฟิส
  • ความสำคัญในการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองในการใช้งานร่วมกับ Microsoft Teams
  • นวัตกรรมล่าสุดจาก Poly สำหรับสนับสนุนการใช้ Microsoft Teams
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการสร้างสถานที่ทำงานแห่งอนาคต
  • สาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Poly ร่วมกับ Microsoft Teams

from:https://www.techtalkthai.com/poly-microsoft-webinar-embracing-future-work-environments/

แอปฯ Zoom เผยผลประกอบการ กำไรเพิ่ม 2 เท่าในช่วงล็อกดาวน์

แอปพลิเคชั่นวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ยอดนิยม Zoom เผยผลประกอบการพบว่ากำไรเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ในช่วงล็อกดาวน์ (พฤษภาคม – กรกฎาคม 2563)

โดยรายได้ของแอปฯเพิ่มขึ้น 355% เป็นมูลค่ากว่า 663.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ได้รับกำไรมากถึง 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 5.7 พันล้านบาท

ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 458% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางของหลายประเทศทั่วโลก ผู้คนจึงทำงานทางไกลและเรียนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้นหุ้นของบริษัท (ZM) ได้ทำสถิติสูงสุดในวันจันทร์ที่ผ่านมา (31 ส.ค.) ที่ระดับ 325 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น รวมถึงมีการคาดการณ์กำไรสิ้นปีเพิ่มมากกว่า 30% ที่ระดับ 2.37-2.39 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ปัจจัยความสำคัญของ Zoom คือสามารถดึงลูกค้าที่มีงบประมาณสูงอย่างลูกค้าองค์กร แม้ว่าจะมีบริการในเวอร์ชั่นฟรีให้กับลูกค้าทั่วไป

วิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาแรง

เช่นเดียวกันกับแอปวิดีโอคอนเฟอเรนซือื่นๆ อย่าง Cisco Webex, Google Meet และ Microsoft Team ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญในช่วงที่เกิดการล็อกดาวน์ในหลายประเทศทั่วโลก

แต่เส้นทางของ Zoom ก็ไม่ได้ราบลื่นในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเผชิญกับปัญหาการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ (Security and Privacy) เนื่องจากการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัส (End-toEnd encrytion) ซึ่งอาจทำให้มีผู้ไม่ประสงค์ดี (Hacker)

สามารถเข้าร่วมการประชุมได้โดยไม่ได้รับอนุญาติ และมีการอัปเดตแก้ไขในเวลาต่อมา ซึ่งได้พัฒนาคุณสมบัติด้านการเข้ารหัสที่ได้อัพเกรดเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้

อ้างอิง BBC

 

 

 

from:https://www.thumbsup.in.th/zoom-repot-profit?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=zoom-repot-profit