คลังเก็บป้ายกำกับ: SERVER

[VDO] HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) หรือ HPE จัด Webinar ชื่อว่า “HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ” โดยคุณจะได้พบกับเรื่องราวและเทคโนโลยีในแนวคิด Data Modernization, ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีจากอดีตไปสู่ยุคใหม่, เทคโนโลยีในการประมวลผลในแบบ Next Generation ตลอดจนการบริการในแบบ As-a-service ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้วเราจะพาคุณไปพบกับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างตัว HPE Proliant ใน Gen 11 ที่อัดแน่นด้วยขุมพลังจากหน่วยประมวลผลของ AMD ที่ได้พัฒนาในด้านวิศวกรรมการประมวลผลแห่งอนาคตเพื่อรองรับโลกไฮบริดของคุณ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ, การเร่งความเร็วในการทำงานได้สูงถึง 33% , และรองรับงานเวิร์กโหลดที่เกี่ยวกับระบบดิจิทัลของคุณได้ย่างยอดเยี่ยม

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-server-vdo-webinar/

Supermicro ประกาศเปิดตัว Supermicro X13 Systems รองรับการใช้งาน 4th Gen Intel Xeon Scalable

Supermicro ประกาศเปิดตัว Supermicro X13 Systems รองรับการใช้งาน 4th Gen Intel Xeon Scalable มี Form-factor ให้เลือกมากกว่า 10 รูปแบบ

Credit: Supermicro

Supermicro ประกาศเปิดตัว Supermicro X13 Systems เป็นรุ่น Server ที่รองรับการใช้งาน 4th Gen Intel Xeon Scalable ในโค้ดเนม Sapphire Rapids สนับสนุนการใช้งาน DDR5, PCI-E 5.0, Compute Express Link 1.1 และ Intel Advanced Matrix Extensions (Intel AMX) โดยมี Form-factor ย่อยให้เลือกตามการใช้งานมากกกว่า 10 รุ่น ช่วยตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท เช่น AI, Cloud, HPC, 5G Edge เป็นต้น โดยรุ่นย่อยมีดังนี้

  • SuperBlade – ชุด Blade Server ประสิทธิภาพสูง ช่วยลดพื้นที่การใช้งานในศูนย์ข้อมูล รองรับการใช้งานทั้ง AI, Data Analytics, HPC, Cloud และ Enterprise Workloads
  • GPU Server – สามารถเลือกรุ่น GPU ที่เหมาะสมกับความต้องการได้ รองรับการใช้งานกับระบบ AI, Deep Learning, HPC และ High-end Graphic
  • Universal GPU Server – ระบบ GPU Systems ในลักษณะ Modular สามารถเลือก GPU ที่ต้องการใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น PCIe, OAM และ NVIDIA SMX
  • Hyper และ Hyper-E – Server ประสิทธิภาพสูง มีรุ่น Input/Output ทั้งด้านหน้าหรือด้านหลังให้เลือกตามความต้องการ
  • BigTwin – Server ลักษณะ Multi-node ในขนาดเพียง 2U นั้นมี Server อยู่ 4 Node พร้อมระบบ Cooling และ Power Supply แบบ Hot-swappable
  • GrandTwin – Server ลักษณะ Multi-node ที่เน้นการทำงานแบบ Single-processor ออกแบบมาในลักษณะ Modular สามารถเลือกรุ่น Input/Output ได้ทั้งด้านหน้าหรือด้านหลัง
  • FatTwin – Server ลักษณะ Multi-Node มี Server ให้เลือกทั้งแบบ 4 Nodes และ 8 Nodes ภายในพื้นที่ขนาด 4U
  • Edge Servers – รองรับการทำงานใน Edge Enviroment รองรับการใช้งานทั้งระบบไฟ AC และ DC ทนอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 55 องศาเซลเซียส รองรับการใช้งานสำหรับระบบ Multi-Access Edge Computing, Open RAN และระบบ Edge ภายนอกอาคาร นอกจากนี้ยังมี Supermicro SuperEdge ซึ่งเป็น Server แบบ 3 Nodes ภายในขนาด 2U สำหรับใช้งานใน Intelligent Edge
  • CloudDC – Server ที่เน้นความยืดหยุ่นทางด้าน Input/Output รองรับ PCIe 5.0 จำนวน 6 ช่อง และ AIOM slot จำนวน 2 ช่อง ช่วยตอบโจทย์งานที่เน้น Throughput การส่งข้อมูลจำนวนมาก
  • WIO – Server ที่รองรับการเชื่อมต่อ Input/Output หลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทั้งงานที่เน้นทางด้าน Storage หรือ Networking เป็นหลัก
  • Petascale Storage – Server ที่รองรับการใช้งานเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ประสิทธิภาพสูง รองรับการใช้ Flash Storage แบบ EDSFF ทั้งขนาด 9.5mm และ 15mm ภายในขนาดเพียง 1U เท่านั้น
  • Multi-Processor (MP) Server – Server ที่รองรับหน่วยประมวลผลมากกว่า 2 ตัว ในขนาดเพียง 2U รองรับการใช้งานกับ Mission-critical Workload
Credit: Supermicro

 

 

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทย https://www.throughwave.co.th

ที่มา: https://www.supermicro.com/en/pressreleases/supermicro-unveils-broad-portfolio-performance-optimized-and-energy-efficient-air-and

from:https://www.techtalkthai.com/supermicro-launches-x13-server-systems-support-4th-gen-intel-xeon-scalable/

Synology เปิดตัว DiskStation DS923+ ตอบโจทย์การใช้งานธุรกิจ SME อย่างครบวงจร

Synology ได้ประกาศเปิดตัว DiskStation รุ่นใหม่ DS923+ ซึ่งถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานสำหรับบ้านและสำนักงาน โดยทำงานได้หลายวัตุประสงค์ทั้งการแชร์ไฟล์ สำรองข้อมูลสร้างความมั่นคงปลอดภัย หรือใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์รับการทำงานของกล้องวงจรปิด

สเป็คฮาร์ดแวร์

  • โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen R1600 Dual Core
  • หน่วยความจำ 4GB ขยายเพิ่มเติมได้สูงสุด 32 GB
  • รองรับ Sequential R/W ได้สูงสุด 625 / 559 MB/s
  • ฮาร์ดแวร์หลักรองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุด 4 ถามหรือ 50 TB แต่สามารถใส่ส่วนขยายได้อีก 5 ไดร์ฟสูงสุดคือ 120 TB
  • การเชื่อมต่อระดับเครือข่าย 2x1GbE และมีทางเลือกอัปเกรตเพิ่มได้ที่ 10 GbE 
  • รองรับการใช้งาน M.2 NVMe SSD ซึ่งอาจเพิ่มทำแคชหรือเชื่อมต่อกับ All-flash Storage 
  • รับประกัน 3 ปีขยายเวลาได้ถึง 5 ปี

เพิ่มความสามารถด้วยบริการของ Synology

Synology มีบริการซอฟต์แวร์เสริมมากมายที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตั้งเพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์ในออฟฟิศหรือบ้านเช่น

1.) สร้างระบบการแชร์ไฟล์ผ่าน Synology Drive (เป็นแอปพลิเคชันคล้ายๆกับ Google Drive หรือ One Drive) แทนที่จะใช้เป็นการ Map Drive แต่ด้วยคุณภาพของซอฟต์แวร์ที่เป็นระดับองค์กรทำให้แอดมินการบริหารจัดการง่ายกว่าอย่างการกำหนดสิทธ์หรือการควบคุมทาง Security และ Privacy ในมุมของผู้ใช้การแชร์ไฟล์ก็ทำได้ง่าย ที่สำคัญคือเสมือนว่ามีระบบ Cloud Storage แต่ไฟล์ยังอยู่ในองค์กร อย่างไรก็ดีเมื่อเสริมด้วยฟีเจอร์ Hybrid Share ก็สามารถเสริมการทำงานร่วมกับ C2 ซึ่งเป็นคลาวด์ของ Synology ได้ เช่น ใช้ C2 เป็น Cold Storage ส่วนไฟล์ที่ใช้บ่อยก็เก็บภายใน DiskStation

2.) Synology ได้เปิดตัวบริการ Active Backup Suite มากว่า 5 ปีแล้ว โดยผู้ใช้งาน DiskStation สามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อช่วยสำรองข้อมูลการใช้งานในออฟฟิศหรือองค์กรได้ครอบคลุมทั้ง Windows, Linux, Hyper V VM, VMware VM แม้กระทั่ง SaaS อย่าง Microsoft 365 และ Google Workspace โดยสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างมั่นใจแบบ Point-in-time Snapshot ทั้งนี้สามารถใช้ C2 เป็นการตอบโจทย์ 3-2-1 แบบ Offsite ได้อีกชั้นด้วย

3.) DiskStation ยังรองรับการทำตัวเป็นเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิด(Surveillance Server) อีกด้วย ซึ่งรองรับกับกล้องค่ายอื่นๆที่รองรับ ONVIF ทั้งนี้ DS923+ สามารถรองรับกล้องได้ถึง 40 ตัวเช่นกันท่านสามารถใช้ C2 Cloud เป็นไซต์สำรองข้อมูลกล้องได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอื่นที่ Synology ได้พัฒนาเสริมขึ้นเพื่อประมวลผลวีดีโอที่ได้มาเช่น การจับภาพวัตถุหรือคน เป็นต้น

ที่มา : https://www.synology.com/en-global/company/news/article/DS923plus/Introducing%20Synology%C2%AE%C2%A0DiskStation%C2%AE%20DS923+%20for%20small%20business%20and%20home%20office%20data%20management 

from:https://www.techtalkthai.com/synology-announcement-diskstation-ds923/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b4/

เอชพีอี แนะนำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 รองรับโลกการทำงานแบบไฮบริด

Hewlett Packard Enterprise (HPE) ประกาศเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่สำหรับการใช้งานบนคลาวด์ ที่ออกแบบเพื่อระบบแบบไฮบริด และการปฏิวัติทางดิจิทัลโดยเฉพาะ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรทั้งหลายได้ระบบประมวลผลที่สะดวกสบาย ไว้ใจได้ และยกระดับความสามารถในการทำงานได้ดีที่สุด เหมาะอย่างยิ่งกับเวิร์กโหลดสมัยใหม่หลายต่อหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น AI, ML, Data analytic, Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Virtualization, Container แอปพลิเคชั่นสำหรับทำงานบนคลาวด์ แอปพลิเคชั่นที่มีเวิร์กโหลดกราฟิกหนักหน่วง เป็นต้น

“รากฐานของรูปแบบการทำงานไฮบริดก็คือระบบประมวลผล” Neil MacDonald รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์ Compute ที่ HPE กล่าว “HPE Compute พาธุรกิจให้ไปใกล้กับ Edge ที่เป็นจุดกำเนิดของข้อมูลมากที่สุด เป็นตำแหน่งที่ให้ประสบการณ์การทำงานบนคลาวด์แบบใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ระบบความปลอดภัยผสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเซิร์ฟเวอร์ใหม่อย่าง HPE ProLiant Gen11 ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดโดยเฉพาะ ให้การใช้งานผ่านคลาวด์ที่เรียบง่าย แต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยที่มั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และออกมาเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด”

รับชม VDO : สู่ยุคของดาต้าด้วย HPE ProLiant เจนใหม่ ให้คุณก้าวสู่โลกไฮบริดได้ตามต้องการ

เปิดประสบการณ์คลาวด์ที่ดีกว่า

บนเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant ของเราจะมีบริการ HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ที่เป็นคอนโซลจัดการแบบคลาวด์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวันด้วยการสร้างระบบอัตโนมัติอย่างปลอดภัย ทั้งการเข้าถึง ตรวจสอบ และจัดการเซิร์ฟเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผลรูปแบบไหนก็ตาม

คอนโซลนี้ให้ทั้งความเรียบง่าย รวมศูนย์กลางทุกอย่าง อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการทำงานแบบอัตโนมัติ ให้ลูกค้าควบคุมทรัพยากรประมวลผลของตัวเองได้ครอบคลุมทั่วโลกแบบเจาะลึก ช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่กระจัดกระจายหลายพันตัวได้ง่าย ๆ แถมได้ประโยชน์จากการอัพเดทเฟิร์มแวร์ที่รวดเร็ว เหลือเวลามาจัดการงานทางธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรับภาระจัดการระบบไอทีที่ซับซ้อนอีก

HPE GreenLake for Compute Ops Management (COM) ยังมีรายงานการปล่อยคาร์บอนสำหรับองค์กรที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการใช้พลังงานของเซิร์ฟเวอร์แต่ละตัว ไปจนถึงระบบโดยรวมทั้งหมดได้

ควบคุมความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ

HPE มุ่งมั่นสร้างระบบที่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Edge ขึ้นไปจนถึงคลาวด์ ควบคุมดูแลตั้งแต่ระดับชิป ด้วย HPE Silicon Root of Trust ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของเราด้านความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยปกป้องโค้ดเฟิร์มแวร์หลายล้านบรรทัด จากทั้งมัลแวร์ และแรนซั่มแวร์ได้ด้วย ร่องรอยทางดิจิทัลที่ต้องล็อกให้จำเพาะกับตัวเซิร์ฟเวอร์ จนปัจจุบัน HPE Silicon Root of Trust ได้ช่วยประกันความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ HPE มาแล้วหลายล้านเครื่องทั่วโลก

เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยนี้เช่นกัน พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ช่วยปกป้องทั้งข้อมูลและตัวระบบ ได้แก่:

– การตรวจสอบความถูกต้องและตัวตนจริงของชิ้นส่วนอุปกรณ์ ด้วยระบบ HPE Integrated Lights-Out (iLO) – “iLO6” ใหม่ล่าสุด ที่เป็นซอฟต์แวร์จัดการเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกล ให้ลูกค้าเข้าถึงอย่างปลอดภัยทั้งการตั้งค่า เฝ้าตรวจสอบ และอัพเดท HPE เซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์การยืนยันตนที่ใช้ Security Protocol and Data Model (SPDM) ซึ่งเป็นความสามารถด้านคีย์เข้ารหัสในเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้ยืนยัน และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากล

– ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตัวตนที่จำเพาะของเซิร์ฟเวอร์ ด้วยใบรับรองดิจิทัลสำหรับแพลตฟอร์ม และใช้ Secure Device Identity (iDevID) เป็นพื้นฐานจากโรงงาน

– เพิ่มระดับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยของการบูท และสถานะระบบ ผ่านตัว Trusted Platform Module (TPM)

– ใช้ระบบความปลอดภัยสูงสุดด้วย HPE Trusted Supply Chain ที่เป็นระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการรับรองเซิร์ฟเวอร์ ที่เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงยกเลิกการใช้งาน และล่าสุด HPE ได้ขยายนโยบายบริการนี้ไม่เฉพาะแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพของทุกเวิร์กโหลดให้ถึงขีดสุด

องค์กรต่าง ๆ ใช้เวิร์กโหลดที่มีความต้องการระบบมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น AI, ML หรือโปรเจ็กต์ที่ต้องเรนเดอร์กราฟฟิกทั้งหลาย ที่ต้องการทรัพยากร และกำลังการประมวลผลที่เร็วแรงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant เจนใหม่นี้ได้พัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ข้อมูลอย่างเข้มข้น รองรับสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชิป 4th Generation AMD EPYC™, 4th Gen Intel® Xeon® Scalable, หรือ Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native เป็นต้น

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ตัวใหม่รองรับ I/O แบนด์วิธได้เพิ่มขึ้นสองเท่า เหมาะกับแอปพลิเคชั่นที่มีความต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ เพิ่มคอร์ต่อซีพียูขึ้น 50% ยกระดับความเข้มข้นของการประมวลผลเวิร์กโหลด รวมทั้งเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ประสิทธิภาพสูงอีก 33% ให้รองรับเวิร์กโหลดพิเศษอย่าง AI และที่เน้นหนักด้านกราฟิก

ผู้ให้บริการและองค์กรทั้งหลายที่กำลังหันมาใช้เวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟ ล้วนต้องการระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ ให้ได้ทั้งความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเอง ซึ่งเมื่อมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา HPE ได้ประกาศการเป็นผู้จำหน่ายเซิร์ฟเวอร์เซิร์ฟเวอร์ใช้ชิปสำหรับคลาวด์เนทีฟโดยเฉพาะ อย่าง Ampere® Altra® และ Ampere® Altra® Max Cloud Native Processor ในเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ตัวใหม่

ใช้โมเดลจ่ายตามปริมาณการใช้งานได้ กับ HPE GreenLake

องค์กรที่กำลังมองการปรับเปลี่ยนไปสู่อนาคต สามารถเลือกใช้ระบบประมวลผลยุคใหม่ของ HPE ได้ทั้งการจัดซื้อในรูปแบบปกติ หรือจะหันมาใช้โมเดลแบบ Pay-as-you-Go ด้วย HPE GreenLake ก็ได้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้ลูกค้าเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันสมัย ในแบบที่เน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นสำคัญ รวมมากกว่า 70 บริการที่สามารถรันได้ทั้งฝั่ง On-Premises, ฝั่ง Edge, ในโคโลเคชั่น, หรือแม้แต่บนพับบลิกคลาวด์

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถนำระบบเดิมที่มีอยู่มาเทิร์นเป็นเครดิต หรือลงทุนเพิ่มเฉพาะส่วนต่างเพื่ออัพเกรดเทคโนโลยีผ่านโครงการ HPE Financial Services (HPEFS) ได้ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-gen11-new-release/

Lenovo เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ใหม่ 21 รุ่น อาศัยขุมพลังจาก 4th Gen AMD EPYC

Lenovo ได้ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ถึง 21 รุ่นครอบคลุมในส่วน ThinkSystem Server และ ThinkAgile HCI V3

Credit : Lenovo

Lenovo ชี้ว่าผลิตภัณฑ์การออกแบบของตนผนวกกับแรงประมวลผลของ 4th Gen AMD EPYC ทำให้สามารถสร้างสถิติโลกได้มากกว่า 100 รายการหรือนับได้ว่ามากกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า ซึ่งสำหรับ ThinkSystem Server สามารถรองรับหน่วยประมวลผลได้ถึง 96 คอร์และใช้หน่วยความจำได้ถึง 6TB ต่อ CPU พร้อมรองรับการประมวลผลที่เข้มข้นหนักหน่วง นอกจากนี้ในส่วนของ ThnkSystem SD665 V3 ยังมีเทคโนโลยีจัดการความร้อนรุ่นใหม่ 5th Gen Neptune™ Warm Water-cooling ซึ่งช่วยจัดการความร้อนได้ถึง 98% ลดการใช้พลังงานได้ถึง 40% โดย Lenovo ชี้ว่าพวกเขากำลังพยายามทำให้โซลูชัน ThinkServer ทุกรุ่นช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในดาต้าเซ็นเตอร์เน้นเรื่องความยั่งยืนตอบโจทย์อนาคต

Lenovo ThinkAgile HCI มีของใหม่ 14 รุ่นโดยโซลูชันใหม่ VX เน้นเรื่องความง่ายดาย ประสิทธิภาพ การขยายตัว การทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Private และ Hybrid Cloud ในขณะที่ HX เน้นเรื่องของประสิทธิภาพขั้นสูง ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและแอปพลิเคชันที่สามารถเคลื่อนไหวข้ามสภาพแวดล้อมต่างๆ

หากพูดถึงเรื่อง Security ได้อานิสงฆ์จากระบบของ AMD Infinity Guard มาเต็มๆ เพราะ AMD มีทั้งฟีเจอร์และชิปด้านความมั่นคงปลอดภัยแยกที่ช่วยเรื่องการปกป้องข้อมูลทั้งขณะประมวลผล ใช้งาน และระหว่างเคลื่อนไหว 

ที่มา : https://news.lenovo.com/pressroom/press-releases/amd-based-smarter-infrastructure-solutions-businesses-of-every-size/

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-debut-21-server-with-4th-gen-amd-epyc/

AMD เปิดตัวหน่วยประมวลผล 4th Gen AMD EPYC อย่างเป็นทางการ พร้อมวางจำหน่ายแล้ว

AMD เปิดตัวหน่วยประมวลผล 4th Gen AMD EPYC อย่างเป็นทางการ มาด้วยกัน 18 รุ่นย่อย พร้อมวางจำหน่ายแล้ว

Credit: AMD

AMD ได้ประกาศเปิดตัว 4th Gen AMD EPYC หน่วยประมวลผลสำหรับ Data Center อย่างเป็นทางการแล้ว รุ่นนี้ใช้รหัส Genoa ใช้สถาปัตยกรรม Zen 4 ระดับ 5 นาโนเมตร มีประสิทธิภาพการประมวลผล Integer เพิ่มขึ้น 45% และ Floating-point เพิ่มขึ้น 73% นอกจากนี้ยังรองรับ AVX-512, BFLOAT16 และ VNNI แล้ว เหมาะสำหรับการประมวลผลทางด้าน AI โดยรวมแล้วมีประสิทธิภาพดีขึ้น 2.8 เท่า ในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง 54%

4th Gen AMD EPYC มีด้วยกัน 18 รุ่นย่อย โดยรุ่นสูงสุดมีจำนวนคอร์ 96 คอร์ รองรับหน่วยความจำ DDR5 และ PCIe Gen5 รองรับการเพิ่มขยายหน่วยความจำผ่านทาง CXL 1.1 เพิ่มฟีเจอร์ AMD Infinity Guard สำหรับใช้ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระหว่าง Physical และ Virtual Layer รองรับ Encryption Key เพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และมี AMD Infinity Fabric ช่วยเพิ่มความเร็วในการสื่อสารระหว่างหน่วยประมวลผลขึ้น 2 เท่า

นอกจากนี้ผู้ผลิต Server OEM หลายรายยังมี Server ที่รองรับหน่วยประมวลผลตระกูลนี้พร้อมจำหน่ายแล้ว เช่น Dell, HPE, Lenono และ Supermicro โดย Google Cloud, Oracle Cloud และ Microsoft Azure มี VM ที่ใช้ 4th Gen AMD EPYC พร้อมให้บริการบน Cloud เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน VMware ก็ประกาศรองรับการใช้งานบน vSphere 8 แล้วเช่นกัน

ที่มา: https://www.amd.com/en/press-releases/2022-11-10-offering-unmatched-performance-leadership-energy-efficiency-and-next

from:https://www.techtalkthai.com/amd-launches-4th-gen-amd-epyc-generally-available/

GIGABYTE ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์แบบ Dual Socket Arm-based สำหรับแอปพลิเคชัน Cloud Native เพื่อ Hyperscale Cloud Data Center

GIGABYTE Technology ผู้นำในอุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูง ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ความหนาแน่นสูงประมวลผลแบบ Arm-based รุ่นใหม่สำหรับแอปพลิเคชันบนคลาวด์โดยใช้โปรเซสเซอร์ Ampere® Altra® ที่รองรับซ็อกเก็ตคู่พร้อมคอร์ CPU สูงสุดถึง 256 คอร์ เซิร์ฟเวอร์ GIGABYTE R-Series มีตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว และเซิร์ฟเวอร์ใหม่ (R182-P91R282-P91 และ R282-P92 ) ได้ขยายการรองรับ NVMe (Gen4) SSD บนแพลตฟอร์ม Arm สำหรับการคำนวณความหนาแน่นสูงที่ปรับขนาดได้ เซิร์ฟเวอร์ใหม่ล่าสุด H262-P61 ยังไม่มีข้อจำกัดด้านความการระบายความร้อน เนื่องจากสามารถรักษาประสิทธิภาพสูงสุดและสม่ำเสมอโดยการให้กระแสลมที่เหมาะสม เซิร์ฟเวอร์ H-Series แบบหลายโหนดนี้รองรับ CPU ถึงแปดตัว ซึ่งแปลเป็นคอร์ CPU แบบ Arm ได้มากถึง 1,024 คอร์ในเซิร์ฟเวอร์ 2U แบบดั้งเดิม เริ่มจากจุดแข็งของสถาปัตยกรรม Arm ล่าสุดสำหรับโซลูชัน System on Chip (SoC) ตอนนี้โปรเซสเซอร์ Ampere Altra และ Altra Max สามารถรองรับได้ทั้งซ็อกเก็ตเดี่ยวและคู่โดย GIGABYTE

ข้อดีของ Ampere Altra Max สำหรับเซิร์ฟเวอร์แบบซ็อกเก็ตคู่:

  • ประสิทธิภาพสูง: สูงสุด 256 คอร์พร้อม 256 เธรด (ต่อบอร์ด)
  • ปริมาณงานสูง (High Throughput): PCIe 4.0 192 เลน
  • CCIX ที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับการสื่อสารระหว่างซ็อกเก็ต
  • ประสิทธิภาพสูงต่อวัตต์: 128 คอร์พร้อม 250W TDP
  • แอปพลิเคชัน: การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics), AI, Edge Computing, เว็บโฮสติ้ง และอื่นๆ

เซิร์ฟเวอร์ R-series ใหม่

แร็กเซิร์ฟเวอร์ใหม่ (R182-P91R282-P91R282-P92) ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ของเรามีแพลตฟอร์มการประมวลผลซ็อกเก็ตคู่ ที่มีความหนาแน่นสูง พร้อมด้วยตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูลที่ยืดหยุ่นซึ่งเน้น NVMe SSD ด้วยประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ

การออกแบบซ็อกเก็ตคู่โดย Ampere ใช้ PCIe Gen4 ถึง192 เลนสำหรับการจัดเก็บ GPU และระบบเครือข่าย สำหรับเซิร์ฟเวอร์ R182 และ R282 ที่ใช้ โปรเซสเซอร์ Arm นั้น NVMe SSD ทั้งหมดจะถ่ายโอนข้อมูลผ่านตัวเชื่อมต่อ Mini Cool Edge IO (MCIO) ในกรณีของ R282-P91 ถึงแม้ว่าจะมีสล็อต OCP 3.0 เพื่อรองรับ NVMe SSD ด้วยเช่นกัน แต่ก็ควรใช้ MCIO เนื่องจากสายเคเบิลเส้นเดียวสามารถรองรับเลน PCIe ได้มากเป็นสองเท่าของ SlimSAS ซึ่งจะช่วยลดสายเคเบิล ลดความซับซ้อนของการออกแบบ ปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพ และช่วยให้สล็อตขยายมีความยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับ GPU โปรไฟล์ต่ำไปจนถึงเครือข่ายที่รวดเร็ว

สิ่งที่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ใหม่เหล่านี้แตกต่างก็คือความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูลที่ยืดหยุ่น เริ่มจาก ซีรีส์ R282 ตัว R282-P91 ทุ่มเทเพื่อรองรับ NVMe SSD ขนาด 2.5 นิ้ว ที่ด้านหน้า และยังมี SATA HDD/SSD ด้านหลังอีกสี่ตัว ในทางกลับกัน R282-P92 มีช่องใส่ฮาร์ดดิสก์ 6 ช่อง เพื่อรองรับ HDDs 3.5 นิ้ว และ SATA SSDs ขนาด 2.5 นิ้ว ที่เร็วขึ้น โดยที่เหลืออีกหกช่องด้านหน้าสำหรับ NVMe SSDs โดยเฉพาะ สำหรับซีรีส์ 1U R182-P91 นั้นบางลงเพื่อรองรับ SSD ขนาด 2.5 นิ้ว โดยช่องเสียบฮาร์ดดิสก์ครึ่งหนึ่งสำหรับรองรับ NVMe/SATA SSD แบบไฮบริด และส่วนที่เหลือ สำหรับ NVMe SSD โดยเฉพาะ การแบ่งส่วนผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ต้องขอบคุณการออกแบบแบบโมดูลาร์ในเซิร์ฟเวอร์ของ GIGABYTE

เซิร์ฟเวอร์ H-series ใหม่

ทุกการออกแบบมีการแลกเปลี่ยนที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพ และนี่เป็นความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับตลาดสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่มีความหนาแน่นสูงแบบหลายโหนด เนื่องจากการใช้พลังงานต่อ CPU ยังเพิ่มขึ้นพร้อมกับประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้ H262-P61 ใหม่จึงถอดช่องใส่ไดรฟ์ด้านหน้าบางส่วนออกเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ การออกแบบนี้จำเป็นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ 2U เพื่อให้มีการประมวลผลที่เสถียรและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์ Ampere ทั้งหมด รวมถึง Ampere Altra Max โดย M128-30 มี 128 คอร์และ TDP 250W ส่วน H262-P60 ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์รุ่นก่อนมีวางจำหน่ายแล้วจะเหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลและเต็มใจที่จะลดความเร็ว Clock จำนวนคอร์ และ TDP สูงสุดลง

ในแง่ของระบบปฏิบัติการ ผลิตภัณฑ์ เซิร์ฟเวอร์ของ GIGABYTE ใหม่เหล่านี้รองรับระบบปฏิบัติการจาก Red Hat, SUSE, Ubuntu, Fedora, Oracle และ Debian

จิตวิญญาณของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตและการตัดสินใจของ GIGABYTE มาโดยตลอด ในฐานะบริษัทที่เน้นด้านฮาร์ดแวร์ บริษัทได้พัฒนาโซลูชัน Arm มากว่าทศวรรษแล้ว ระบบนิเวศของ Arm เป็นที่คุ้นเคยและได้รับการออกแบบมาอย่างดีโดยวิศวกรของเราเพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ GIGABYTE ด้วยข้อเสนอที่สามารถสร้างข้อได้เปรียบแม้จะมีการแข่งขันสูง โดยสามารถเข้าถึงทุกมุมของตลาดองค์กร โดยเซิร์ฟเวอร์ใหม่นำเสนอโซลูชันแก่ระบบ Cloud Native ที่กำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้าในขณะนี้

ส่งคำถาม: ติดต่อฝ่ายขาย
ติดตาม GIGABYTE บน Twitter: twitter.com/GIGABYTEServer
ติดตาม GIGABYTE บน Facebook: facebook.com/gigabyteserver

from:https://www.techtalkthai.com/gigabyte-introduces-dual-socket-arm-based-servers/

AMD เติบโตถึง 29% โดยผลประกอบการล่าสุดนั้น กำไรอยู่ที่ 67 เซนต์ต่อหุ้น

หุ้น AMD พุ่งสูงสุดถึง 6% ในช่วงต่อเวลาซื้อขายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากตัวเลขของธุรกิจชิปเซิร์ฟเวอร์เติบโตต่อเนื่อง แม้รายได้รวมและตัวเลขคาดการณ์ประจำไตรมาสจะไม่ได้ตามเป้าที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม

สำหรับผลประกอบการล่าสุดนั้น ผลกำไรอยู่ที่ 67 เซนต์ต่อหุ้น เมื่อเทียบกับตัวเลขที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ที่ 68 เซนต์ ขณะที่รายรับรวมนั้นอยู่ที่ 5.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับตัวเลขที่นักวิเคราะห์เคยมองไว้ที่ 5.62 พันล้านดอลลาร์ฯ อ้างอิงจากทาง Refinitiv

โดยรวมนั้น รายได้ของ AMD โตขึ้นมาถึง 29% เมื่อเทียบปีต่อปีในไตรมาสที่สามล่าสุดที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่รายได้สุทธิตกลงมาถึง 93% มาอยู่แค่ 66 ล้านดอลลาร์ฯ ด้วยสาเหตุหลักจากการซื้อกิจการ Xilinx ไปถึง 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เมื่อกุมภาพันธ์

Xilinx เป็นผู้ผลิตชิปชื่อดังที่เรียกว่าแบบ Field-Programmable Gate Array (FPGA) ที่กำลังมาแรงนั่นเอง สำหรับตัวเลข AMD ที่ไม่ได้ตามเป้านั้น จากการประกาศผลคร่าวๆ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม AMD ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะตลาดพีซีอ่อนลงกว่าที่คาด จนทำให้วันดังกล่าวหุ้นร่วงลงถึง 14% เป็นมากสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ตอนมีนาคม 2020

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/amd-misses-but-still-ekes-out-29-revenue-growth/

เชิญร่วมงาน Webinar : HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ (15 พ.ย.นี้)

บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อที่ชื่อว่า “HPE ProLiant – เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกไฮบริดของคุณ” โดยในงานนี้คุณจะได้พบกับเรื่องราวและเทคโนโลยีในแนวคิด Data Modernization, ประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีจากอดีตไปสู่ยุคใหม่, เทคโนโลยีในการประมวลผลในแบบ Next Generation ตลอดจนการบริการในแบบ As-a-service ที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นแล้วเราจะพาคุณไปพบกับผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างตัว HPE Proliant ใน Gen 11 ที่อัดแน่นด้วยขุมพลังจากหน่วยประมวลผลของ AMD ที่ได้พัฒนาในด้านวิศวกรรมการประมวลผลแห่งอนาคตเพื่อรองรับโลกไฮบริดของคุณ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ, การเร่งความเร็วในการทำงานได้สูงถึง 33% , และรองรับงานเวิร์กโหลดที่เกี่ยวกับระบบดิจิทัลของคุณได้ย่างยอดเยี่ยม

กำหนดการ

วัน : อังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565
เวลา : 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย : zoom (ภาษาไทย)
วิทยากรผู้บรรยาย : วิทยากรจากทาง HPE

สิ่งที่ท่านจะได้ทราบเกี่ยวกับงานสัมมนาครั้งนี้

– The transformation imperative – ความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง
– Next-generation compute – การประมวลผลในยุคอนาคต
– As-a-service approach – การเข้าถึงบริการในรูปแบบใหม่

ท่านที่สนใจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ Link ข้างล่างนี้

https://us02web.zoom.us/webinar/register/WN_AnJw5t9FQHuEY_WDzkj5mw

Lucky Draw: ลุ้นของรางวัลในงาน (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน และอยู่ร่วมงานจนจบงานเท่านั้น)

from:https://www.enterpriseitpro.net/webinar-hpe-proliant-for-hybrid-environment-new/