คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_ANALYTICS

NT เผยเทรนด์ปี 2023 องค์กรยุคใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย “ไอที” ตอบรับเศรษฐกิจขาขึ้น [Guest Post]

NT ประเมินทิศทางเทรนด์เทคโนโลยีปี 2023 สร้างโอกาสเติบโตองค์กรด้วย “ไอที” ชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ เติบโตอย่างเป็นระบบ แม่นยำ ลดความเสี่ยง หนุนภาครัฐและเอกชนเสริมกลยุทธ์ด้านธุรกิจดิจิทัล

พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและโทรคมนาคม กล่าวถึงการคาดการณ์เทคโนโลยีในภาคธุรกิจปี 2023 ว่า  หลังจากที่วิกฤตโควิดเริ่มคลี่คลายแล้ว โอกาสของการพัฒนา และเติบโตของธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวและคึกคักมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายธุรกิจกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง ซึ่งธุรกิจที่รู้ทันตลาด รู้ทันผู้บริโภค จากการใช้เครื่องมือสนับสนุนทางเทคโนโลยีไอทีและดิจิทัล ก็จะสามารถฟื้นตัวได้ก่อน โดยเทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลในปี 2023 จะมีบทบาทอย่างมากในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยจะช่วยวิเคราะห์เทรนด์การตลาดในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ช่วยการวางแผนอย่างเป็นระบบ ประเมินทิศทางการเติบโต และลดความเสี่ยงของความล้มเหลว

จากเทรนด์เชิงกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีปี 2023 ที่ทาง Gartner บริษัทผู้ทำวิจัยและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้เปิดเผยถึง ที่สุดของเทรนด์เชิงกลยุทธ์ทางเทคโนโลยี ใน 4 กลุ่ม คือ 1.เพิ่มประสิทธิภาพ (Optimizing) กับเทคโนโลยีระบบภูมิคุ้มกันดิจิทัล ระบบสังเกตประยุกต์ และระบบเอไอที่น่าเชื่อถือ 2. การปรับขยายตัว (Scaling) กับเทคโนโลยีแพลตฟอร์มคลาวด์อุตสาหกรรม แพลตฟอร์มด้านวิศวกรรม และระบบไร้สายเพื่อการขยายระบบ 3.การบุกเบิก (Pioneering) กับเทคโนโลยี SuperApp ระบบเอไอที่ปรับตัวได้ และ Metaverse 4.เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน และคาดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะพัฒนาและเติบโตในช่วง 1-3 ปี ดังนั้นหากธุรกิจใดที่นำกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้รวดเร็วก่อนคู่แข่ง จะทำให้เกิดความได้เปรียบและสร้างการเติบโตของธุรกิจ

“ช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัว สิ่งที่จะเป็นความได้เปรียบคือ ผู้นำที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบนาทีต่อนาที เพื่อให้การตัดสินใจอย่างแม่นยำ ขณะที่การปรับตัวต้องอาศัยระบบที่ชาญฉลาดและยืดหยุ่น ปรับตามสถานการณ์ทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นปัจจัยที่จะสนับสนุนความสำเร็จของธุรกิจได้ คือ ระบบเครือข่ายที่มีเสถียรภาพ โดยจากสถิติปริมาณแบนด์วิดท์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศและระหว่างประเทศเติบโตเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาประมาณปีละ 30% และสำหรับการคาดการณ์ในปี 2023  ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลอินเตอร์เน็ต หรือ แบนด์วิดท์จะเติบโตสูง โดยแบนด์วิดท์ในประเทศคาดว่าจะโตประมาณ 25.31% หรือประมาณ 20 Tpbs ขณะที่แบนด์วิดท์ระหว่างประเทศจะเติบโตสูงขึ้นถึง 37.70% หรือประมาณ 34 Tbps” พันเอกสรรพชัยย์ กล่าว

สำหรับ NT ซึ่งให้บริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อสารโทรคมนาคม มุ่งมั่นจะนำเสนอบริการโครงสร้างพื้นฐานแก่ผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันทั้งอุตสาหกรรม อาทิ โครงการ Northern ASEAN Digital Hub การนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐด้วยแผนงานพัฒนา Digital Platform  การให้บริการ Data Analytics และการพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์เพื่อสนับสนุนสังคมดิจิทัลด้วยแผนงานพัฒนาการให้บริการ 5G/5G Solution และการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมร่วมกับพันธมิตร  นอกจากนั้นยังเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศรายหลักของประเทศไทย (IIG) รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการชั้นนำทั่วทุกภูมิภาคของโลก ได้แก่ บริการศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet Exchange)  บริการเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตโดยตรงกับผู้ให้บริการในต่างประเทศ (IP Transit) และ การเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการด้านเนื้อหา (Content Provider) ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเชื่อมต่อระบบเพื่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องมีเสถียรภาพ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันของธุรกิจทั้งระบบ” พันเอกสรรพชัยย์  กล่าวทิ้งท้าย

from:https://www.techtalkthai.com/nt-reveals-trends-for-2023-new-era-organizations-drive-business-with-it-responding-to-the-rising-economy/

Databricks x BAC ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อ DATABRICKS – Destination Lakehouse [15 ธ.ค. 2565] ณ ห้องประชุม 102 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่มีค่าใช้จ่าย

บริษัท บิสซิเนสแอพพลิเคชั่น จำกัด (BAC) ประกาศจับมือ  DATABRICKS บริษัทผู้เชี่ยวชาญในการทำ Data Lakehouse Platform & AI Solution บน Public Cloud  ขอเรียนเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาใน หัวข้อ “ DATABRICKS – Destination Lakehouse” ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 13.00 น เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม 102 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

บริษัท บิสซิเนสแอพพลิเคชั่น จำกัด (BAC) ประกาศจับมือ  DATABRICKS บริษัทผู้เชี่ยวชาญในการทำ Data Lakehouse Platform & AI Solution บน Public Cloud

โดย BAC นอกจากจะเป็นตัวแทนจำหน่าย DATABRICKS แล้ว  BAC จะเป็นศูนย์เรียนรู้ DATABRICKS (Training Centre ) แห่งแรกในประเทศไทย 

และเพื่อเป็นการตอกย้ำศักยภาพในการร่วมมือของทั้งสองบริษัท ทั้งในเรื่อง การเป็นผู้นำเทคโนโลยี DATA Platform ชั้นนำของโลก (DATABRICKS) และ บริษัทผู้เชี่ยวชาญในด้าน Analytics Solution ในประเทศไทย ของ BAC

ขอเรียนเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาใน หัวข้อ “ DATABRICKS – Destination Lakehouse” ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 13.00 น เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม 102 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: DATABRICKS – Destination Lakehouse
วันเวลา: วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
สถานที่: ห้องประชุม 102 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ลิงก์ลงทะเบียน: https://www.bac.co.th/event_register_new/BAC_EVENT_22_12_15.aspx

กำหนดการ:

1.00- 1.30          Registration  
1.30 – 1.45         Welcome address                  
1.45 – 2.05         Databricks overview                 
2.05 – 2.30         Introduction to Databricks platform & Lakehouse  (Demo)  
2.30 – 2.45         Coffee Break  
2.45 – 3.05         Databricks accelerating Downstream analytics
3.05 – 3.30         Customer success stories
3.30 – 4.00          Fireside Chat
4.00 – 4.20          BAC & Databricks Partnership       
4.20 – 4.30          Q&A      
4.30                    Closing

from:https://www.techtalkthai.com/databricks-x-bac-seminar-databricksdestination-lakehouse-15-dec-22/

Alteryx Auto Insights แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติสำหรับทุกคนในองค์กร สร้างธุรกิจ Data-driven อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์กรทั่วโลกตระหนักเป็นอย่างดีแล้วว่าข้อมูลเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินธุรกิจของทุกอุตสาหกรรม จากเดิมที่มุ่งเน้นไปยังการนำข้อมูลมาใช้ในการดำเนินการ หลายองค์กรในปัจจุบันให้ความสำคัญมากขึ้นกับการใช้ข้อมูลให้ได้อย่างเต็มที่ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ จะทำอย่างไรให้สมาชิกภายในองค์กรสามารถใช้ข้อมูลในการทำงานได้โดยสะดวกและถูกต้องแม้ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ จะทำอย่างไรให้องค์กรสามารถใช้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที นำไปสู่ผลลัพธ์และการเติบโตของธุรกิจ  โซลูชัน Alteryx Auto Insights ที่เราจะมาแนะนำในบทความต่อไปนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบความท้าทายเหล่านี้โดยเฉพาะ

โจทย์ของธุรกิจในวันนี้ คือการหา Insights ที่รวดเร็ว แม่นยำ ใครก็ทำได้ และเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

ธุรกิจจำนวนมากในปัจจุบันล้วนแต่มีข้อมูลที่พร้อมใช้งานในองค์กรอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การสร้างประโยชน์จากข้อมูลอย่างเต็มที่นั้นยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายส่วน โดยทั่วไป ปัญหาของการนำข้อมูลมาใช้นั้นไม่ใช่เพราะธุรกิจมีข้อมูลน้อยเกินไป แต่เกิดเพราะธุรกิจมีข้อมูลอยู่มาก แต่กลับนำมาใช้ไม่ได้เต็มที่และรวดเร็วเท่าที่ควรด้วยปัจจัยหลายอย่าง

  • ธุรกิจมีความพร้อมไม่มากพอสำหรับการเปิดให้สมาชิกในองค์กรใช้งานข้อมูลอย่างอิสระ ไม่มีเครื่องมือที่ช่วยให้การนำข้อมูลมาวิเคราะห์เป็นเรื่องง่ายและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของทุกแผนก
  • บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลขาดแคลน ไม่สามารถรองรับความต้องการจากทุกฝ่ายงานได้ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการวิเคราะห์เชิงลึกและการนำเทคนิคขั้นสูงมาใช้ในการประมวลผลข้อมูล และพลาดโอกาสที่จะสร้าง Insights เชิงลึกที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจมากกว่า
  • สมาชิกในองค์กรไม่ทราบถึงประโยชน์ของการใช้ข้อมูลอย่างถ่องแท้ หรือทราบแต่เพราะการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน การนำข้อมูลมาใช้ในการทำงานจึงเป็นขั้นตอนที่ถูกมองว่าเสียแรงและเวลาโดยไม่คุ้มค่า การใช้ข้อมูลจึงไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน
  • เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้อยู่ในองค์กรไม่เหมาะกับการดำเนินการของแต่ละฝ่ายงาน ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
  • สมาชิกในองค์กรไม่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลมากพอที่จะเชื่อในผลลัพธ์ของการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่สามารถอธิบายถึงสาเหตุ ความผิดปกติ หรือเล็งเห็นถึงเหตุการณ์ที่น่าสนใจในชุดข้อมูลที่มีอยู่ ทำให้ Action ที่ตามมาไม่ดีเท่าที่ควร

ปัญหาข้างต้นนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะสำหรับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง และมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันหลายส่วนซึ่งส่งผลให้วัฒนธรรมการใช้ข้อมูลไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงภายในองค์กร ในโลกของธุรกิจที่การใช้ข้อมูลเป็นแนวทางปฏิบัติที่เริ่มมีกันอย่างแพร่หลาย การเติบโตของธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันนั้นได้รับผลกระทบจากความท้าทายเหล่านี้โดยตรง 

จากเดิมที่ธุรกิจเข้าใจกันว่าใครใช้ข้อมูลได้มากกว่าย่อมได้เปรียบ แต่ในวันนี้ ปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จคือความสามารถในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Alteryx Auto Insights ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทำความเข้าใจกับข้อมูลที่มีอยู่ในมืออย่างเต็มประสิทธิภาพ

เพื่อตอบสนองกับความท้าทายด้านข้อมูลของธุรกิจในปัจจุบัน Alteryx ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันข้อมูลระดับโลกจึงได้พัฒนาโซลูชัน Alteryx Auto Insights แพลตฟอร์มที่จะช่วยให้ทุกคนภายในองค์กรสามารถวิเคราะห์ ทำความเข้าใจ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่องค์กรมีอยู่อย่างแท้จริง Auto Insights เป็นแอปพลิเคชันแบบ Web-based ที่จะวิเคราะห์และสร้าง Dashboard จากข้อมูลที่มีขึ้นให้โดยอัตโนมัติ โดยมาพร้อมกับคำอธิบาย และเกร็ดต่างๆเกี่ยวกับข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปดูถึงรายละเอียดและที่มาของบทวิเคราะห์ได้

Alteryx Auto Insights แบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

Discover

หน้าแรกของแพลตฟอร์ม Alteryx Auto Insights จะแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่น่าสนใจจากชุดข้อมูลที่เชื่อมต่ออยู่ รวมไปถึงตัวแปรต่างๆหรือ Mearues ที่แพลตฟอร์ม Auto Insights ได้นำขึ้นมาแสดงผลให้ตามความเหมาะสม โดยจะสรุปให้ผู้ใช้เห็นง่ายๆผ่านกราฟและคำอธิบายสั้นๆโดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถคลิกเข้าไปชมรายละเอียดของข้อมูล สาเหตุของการเพิ่มขึ้น ลดลง หรือปัญหาที่ทำให้ค่ามาตรวัดต่างๆเปลี่ยนแปลงไป และความผิดแผกของข้อมูลจากแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้ในระยะยาว หรือที่เรียกกันว่า Outliers นั่นเอง

ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนชุดข้อมูลใหม่ที่เชื่อมต่อกับ Alteryx Auto Insights ได้ในไม่กี่คลิก และเมื่อเปลี่ยนชุดข้อมูลระบบก็จะทำการประมวลผล Insights ของข้อมูลชุดใหม่ให้เห็นโดยอัตโนมัติ

Missions

ในแถบ Missions ผู้ใช้สามารถสร้าง Mission ใหม่เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลในส่วนที่พวกเขาสนใจเป็นพิเศษได้ เช่น ผู้จัดการฝ่ายขายอาจสนใจข้อมูลของยอดขายโดยเฉพาะ ก็สามารถสร้าง Mission สำหรับทีมขาย และสร้าง Dashboard ที่เจาะลึกไปยังการขายในแต่ละพื้นที่ แต่ละอุตสาหกรรม ด้วยเครื่องมือ Filter ที่ Alteryx Auto Insights มี แน่นอนว่าทุกอย่างจะถูกประมวลผล วิเคราะห์ และแสดงผลออกมาเป็นแผนภาพโดยอัตโนมัติ รวมไปถึงคำอธิบายการวิเคราะห์ จุดที่น่าสนใจ และการชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด

การสร้าง Mission นั้นจะช่วยให้พนักงานในแผนกต่างๆสามารถมี Dashboard ข้อมูลแยกกันได้โดยสะดวกและรวดเร็ว เน้นเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานของตัวเองและใช้ข้อมูลได้อย่างเต็มที่ จากการวิเคราะห์ทางสถิติและ AI ภายในแพลตฟอร์ม

Search

หน้า Search นั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถตั้งคำถามที่ดีกับชุดข้อมูลได้ โดยในหน้านี้จะแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น จุดใดในข้อมูลที่มีความเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุด ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งใหม่ๆสิ่งใดที่เกิดขึ้นและน่าจับตามอง เมื่อผู้ใช้มองเห็นไอเดียเหล่านี้ ก็จะสามารถเห็นภาพได้ว่าควรนำข้อมูลไปใช้ในส่วนใด ควรวิเคราะห์ลงลึกกับข้อมูลไหน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีต่อธุรกิจในที่สุด

รู้ทันทุกความเคลื่อนไหวของข้อมูลด้วยการแชร์และแจ้งเตือน

นอกจากเข้ามาใช้งานในแพลตฟอร์ม Alteryx Auto Insights โดยตรงแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถแบ่งปันแดชบอร์ดและข้อมูลที่น่าสนใจด้วยการแชร์ลิงก์ให้เพื่อนร่วมงานเขามาดูข้อมูลได้ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่า Subscribe การแจ้งเตือนความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลหรือสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลไปยังอีเมลโดยตรง ทั้งการแจ้งเตือนรายวัน รายสัปดาห์ หรืออื่นๆ ช่วยให้ Insights ถูกส่งตรงไปยังผู้ทำงานและสามารถหยิบจับมันขึ้นมาใช้ในการดำเนินการได้ทันที

เชื่อมต่อกับ Alteryx Auto Insights ได้ง่ายๆ ผ่าน Alteryx Designer และฐานข้อมูลอื่นๆ

สำหรับท่านใดที่ใช้งาน Alteryx Designer ในการจัดการและทำความสะอาดข้อมูลอยู่แล้ว การเริ่มใช้งาน Alteryx Auto Insights ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เพียงเพิ่ม Component ของ Auto Insights ลงไปใน Workflow เท่านั้น เมื่อกดเริ่มการทำงาน ระบบก็จะทำการอัพโหลดข้อมูลไปยังแพลตฟอร์มคลาวด์ และสามารถคลิกลิงก์เพื่อเริ่มดูการวิเคราะห์ข้อมูลได้ทันที

หรือหากไม่ได้ใช้งาน Alteryx Designer ก็สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มโดยตรงผ่าน Connector ได้ทันที ในปัจจุบัน Auto Insights รองรับการเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลที่รองรับ ODBC ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น MySQL, Postgres, Oracle SQL และอื่นๆ รวมไปถึงไฟล์ Spreadsheet อย่าง Excel และ CSV ด้วย

สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับ Alteryx Auto Insights เพิ่มเติม ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Unlock Insights, Automate Your Data เลย

พูดมาถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงจะสนใจการทำงานของแพลตฟอร์ม Auto Insights กันมากขึ้น หากท่านใดที่ต้องการเรียนรู้ถึงตัวแพลตฟอร์มนี้และการประยุกต์ใช้ในงานต่างๆโดยละเอียด  และสอบถามพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจาก Sift Analytics Group และ Alteryx โดยตรง ก็สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Unlock Insight, Automate Your Data ที่จะจัดขึ้น ณ โรงแรม  Swissôtel Bangkok Ratchada ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ http://alteryx.sift-ag.com/auto-insight-thailand

โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลและ Automation มาผลิกโฉมธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยแพลตฟอร์มจาก Alteryx ทั้ง Alteryx APA Platform, Alteryx Auto Inisights และ Alteryx Machine Learning พร้อมรับชมสาธิตการใช้งานจริงของแพลตฟอร์มเหล่านี้ด้วย

ในส่วนของหัวข้อการพูดคุยในวันงาน จะมีรายละเอียดดังนี้

  • Transform your business with Analytic Process Automation เรียนรู้การนำเทคโนโลยี Robotic Process Automation จากแพลตฟอร์ม Alteryx APA เข้ามาแบ่งเบาภาระงานในองค์กร ช่วยให้กระบวนการทำงานรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาด และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • Unlock the hidden insight in your data by Alteryx Auto Insights แนะนำการทำงานของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติ ที่จะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเรื่องง่าย ใครในองค์กรก็สามารถทำได้ ค้นพบ Insights ใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว นำไปพัฒนาธุรกิจได้อย่างแม่นยำ
  • Find out the relationship in your data with Alteryx Machine Learning สาธิตการใช้เทคโนโลยี Machine Learning เข้ามาใช้เพื่อหาความสัมพันธ์ของข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ไปปรับปรุงกระบวนการทำงานและการให้บริการของธุรกิจอย่างเจาะลึก
  • สาธิตการใช้งานของแพลตฟอร์ม Alteryx Auto Insight เพื่อให้ทุกท่านสามารถเห็นภาพการใช้งานจริงและความสามารถของแพลตฟอร์มในการต่อยอดกระบวนการดำเนินการด้านต่างๆ

สร้างวัฒนธรรม Data-driven ด้วยแพลตฟอร์มข้อมูลที่ทุกคนใช้งานได้

แนวโน้มของการทำงานในยุคปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ คือการทำงานที่ซับซ้อนและหลากหลายขึ้นกว่าเก่า รูปแบบของการทำงานและความต้องการของโลกธุรกิจนั้นกระตุ้นให้ธุรกิจต้องมองหาเครื่องมือที่จะช่วยให้พนักงานในองค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีมาช่วยผ่อนแรง ลดระยะเวลา และสร้างผลลัพธ์ได้อย่างตรงจุด ตอบสนองความต้องการและสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

แพลตฟอร์ม Alteryx Auto Insights คือเครื่องมือ Self-service หนึ่งที่ทำให้เรามองเห็นถึงภาพของอนาคตที่ทุกคนในองค์กรสามารถใช้ข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มี Insights เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกๆวัน และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้เต็มประสิทธิภาพจากข้อมูลที่มี เพราะข้อมูลนั้นไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลหรือนักวิเคราะห์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกตำแหน่ง ทุกส่วนงานภายในธุรกิจนั่นเอง 

หากท่านใดสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Alteryx Auto Insights สามารถติดต่อทีมงาน Sift Analytics Group ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการโซลูชัน Alteryx และสร้างวัฒนธรรมข้อมูลภายในองค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆได้ที่ช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

Sift Analytics Group
โทร. 02-645-2544 
อีเมล sift-th@sift-ag.com 
Line: @siftthailand

from:https://www.techtalkthai.com/alteryx-auto-insights-auto-analytics-enabling-data-driven-business/

Veritas เปิดตัว “Veritas Alta” แพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลบนคลาวด์ที่ครอบคลุมที่สุด

Veritas Alta เป็นแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลบนคลาวด์แบบครบวงจรให้บริการข้อมูลระดับองค์กรที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม และรวบรวมพอร์ตโฟลิโอระบบคลาวด์ทั้งหมดจาก Veritas เพื่อช่วยให้ลูกค้าเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่คลาวด์โดยไม่สูญเสียการควบคุมในเรื่อง data protection, application resiliency และ data compliance

Veritas Technologies ผู้นำด้านการจัดการข้อมูลแบบมัลติคลาวด์ ได้พัฒนากลยุทธ์การจัดการข้อมูลแบบอัตโนมัติด้วยการเปิดตัว Veritas Alta ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลบนระบบคลาวด์ ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนปริมาณงานที่สำคัญต่อภารกิจไปยังระบบคลาวด์
 
Veritas Alta ใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์เพื่อลดต้นทุน เสริมสร้างความยืดหยุ่นของแรนซัมแวร์ และทำให้แน่ใจว่าข้อมูลได้รับการปกป้อง พร้อมใช้งาน และเป็นไปตามข้อกำหนด
 
Veritas Alta View ซึ่งเป็นคอนโซลการจัดการบนคลาวด์ที่ให้มุมมองแบบรวมศูนย์และการควบคุมของคลังข้อมูลทั้งหมด (across edge, data center และ cloud) จากหน้าต่างเดียว “singlepane-of-glass
 
การเพิ่มขึ้นของมัลติคลาวด์ทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงได้และแพลตฟอร์มการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับองค์กร เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของและควบคุมเรื่อง security, protection, compliance และ availability ให้กับข้อมูลของตนเองภายในระบบคลาวด์ได้ ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์จะมีเครื่องมือที่มีฟังก์ชันพื้นฐานให้บริการก็ตาม แต่แอปพลิเคชันที่สำคัญต่อธุรกิจยังต้องการความสามารถในระดับองค์กร การจัดการต้นทุนที่เหมาะสมที่สุด การย้ายข้อมูลข้ามคลาวด์ และการมองเห็นภาพรวมของข้อมูลที่เหนือกว่า
Image : Veritas
Veritas Alta: Ultimate Control in the Cloud มุ่งเน้นไปที่สามประเด็นสำคัญ:
  • Data protection – มีความสามารถที่ยืดหยุ่นในการปกป้องข้อมูลสารสนเทศในองค์การในทุกระดับจาก ransomware ด้วยการปกป้องและกู้คืนข้อมูลของ Veritas Alta ขับเคลื่อนโดย Cloud Scale Technology, cloud-native architecture ของ Veritas รวมถึงบริการแบบ automation, AI และสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นเพื่อมอบประสิทธิภาพการปกป้องข้อมูลบนคลาวด์ที่ปลอดภัยแบบอัตโนมัติ และคุ้มค่าที่สุด เมื่อผสานร่วมกับ Veritas Alta View ทำให้ลูกค้าสามารถปกป้องและควบคุมข้อมูลของตนได้ในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะในหรือนอกองค์กรผ่านบนหน้าต่างเดียว “singlepane-of-glass
  • Application resiliency – ความยืดหยุ่นในระดับแอปพลิเคชันที่มอบความพร้อมใช้งานระดับ Five nines หรือ Uptime 99.999% Veritas Alta ได้นำความพร้อมใช้งานระดับองค์กรมาสู่ระบบคลาวด์ ช่วยให้สามารถพกพาแอปพลิเคชันข้ามระบบคลาวด์และปรับการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้เหมาะสมด้วยต้นทุนที่ลดลงสูงสุด 50% และได้รับประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 200% เมื่อเทียบกับโซลูชันที่เทียบเท่ากัน
  • Data compliance – Veritas Alta ให้บริการแบบ Compliance as a Service ช่วยให้องค์กรสามารถเก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์มการสื่อสารทั้งหมดและจัดประเภทเนื้อหาโดยอัตโนมัติ ลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน จัดเก็บข้อมูลได้ทุกที่ และค้นพบสิ่งที่เกิดขึ้นได้
Veritas Alta View : Control Data Anywhere
 
Veritas Alta View มีคอนโซลการจัดการบนระบบคลาวด์ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการระบบปกป้องข้อมูลทั้งหมดของตนเอง ทั้งในองค์กรและในระบบคลาวด์ ได้จากหน้าต่างเดียว “singlepane-of-glass” นอกจากนี้ Veritas Alta View ได้ผสานรวมเครื่องมือด้านการวิเคราะห์ของ Veritas เพื่อให้ลูกค้าได้รับรายงานที่สมบูรณ์ ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และมุมมองที่สมบูรณ์ (Full view) ของระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในคลังข้อมูลทั้งหมด โดยใช้ประโยชน์จาก AI และแมชชีนเลิร์นนิงเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการและจัดการข้อมูลแบบอัตโนมัติด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ของ Veritas องค์กรจะมีผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมให้กับทีมไอที สามารถช่วยลดต้นทุนการจัดการด้านไอทีลง 90% และลดการใช้ทรัพยากรไอทีในระบบคลาวด์ลงถึง 28%
 
Greg Hughes ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Veritas กล่าวว่า
 
“แนวทางของเราเกี่ยวกับมัลติ-คลาวด์ได้นำเสนอนวัตกรรมการจัดการข้อมูลระดับองค์กรมายาวนานกว่า 30 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของระบบคลาวด์ Veritas Alta จะเข้ามาช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของและควบคุมข้อมูลของตนเองได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ทั้งในองค์กรหรือบนคลาวด์ ซึ่งในขณะเดียวกันยังช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ได้ด้วย”
 

from:https://www.techtalkthai.com/veritas-launches-veritas-alta-the-most-comprehensive-cloud-data-management-platform/

AI Sports – อัลกอริธึมวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของทีมกีฬาวอลเลย์บอลด้วยความแม่นยำ 80%

อัลกอริทึมที่พัฒนาขึ้นในห้องปฏิบัติการสำหรับระบบอัจฉริยะและการควบคุมของ Cornell University โดยทีมนักวิจัยสามารวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของผู้เล่นตามสถานการณ์ต่างๆ ของจังหวะในเกมการแข่งขันวอลเลย์บอลได้อย่างแม่นยำมากกว่า 80% และตอนนี้ห้องปฏิบัติการกำลังร่วมมือกับทีมฮ็อกกี้ Big Red เพื่อขยายแอปพลิเคชันของโครงการวิจัยต่อไป
 

Image Credit : https://news.cornell.edu และ Cornel University
อัลกอริธึมนี้มีความพิเศษตรงที่ใช้วิธีการแบบองค์รวมเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม การรวมข้อมูลภาพ ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งที่นักกีฬาอยู่ในสนาม โดยเน้นข้อมูลที่เจาะจงมากขึ้น เช่น บทบาทหน้าที่เฉพาะของแต่ละตำแหน่งของนักกีฬาในทีม
 
Silvia Ferrari – the John Brancaccio Professor of Mechanical and Aerospace Engineering ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยนี้ ได้ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อนำมาวิเคราะห์รวบรวมจากวิดีโอเกมการแข่งขันจริง ซึ่งผสานรวมตัวแปรอื่นที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ อาทิเช่น เทคติกกลยุทธ์ของทีมและบทบาทของผู้เล่นแต่ละตำแหน่ง ตัวเซต ตัวรุก ตัวรับ ตัวรับเฉพาะหรือตัวลิเบอโร รวมถึงขอบเขตพื้นที่ในสนามที่จะบังคับพฤติกรรมของตำแหน่งตัวผู้เล่น เช่น พื้นที่เขตแนวรุกจะห้ามไม่ให้ผู้เล่นจากตำแน่งตัวรับกระโดดเล่นบอลเป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถอนุมานขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ Ferrari จึงต้องทำให้ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในบริบทเหล่านั้น เพื่อสร้างอัลกอริทึมเสมือนจริง
 
กีฬา วอลเลย์บอล เป็นต้นแบบในการสร้างอัลกอริทึมที่ใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อดึงข้อมูลพฤติกรรมในทุกการเคลื่อนไหวจากวิดีโอบันทึกเกมการแข่งขันจริง โดยนักศึกษาระดับปริญญาเอกของทีม Ferrari ได้ฝึกฝนอัลกอริทึมเพื่ออนุมานตัวแปรที่ซ่อนอยู่ในลักษณะเดียวกับที่มนุษย์ได้รับความรู้ด้านกีฬาจากการชมเกมการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเทคติกรูปแบบการเข้าทำคะแนน เทคติกรูปแบบการตั้งรับ บทบาทหน้าที่ของผู้เล่นในแต่ละตำแหน่ง จากนั้นใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อช่วยในการคาดการณ์เตรียมการฝึกซ้อมและแผนการแข่งขันในครั้งต่อไป
 
ผลลัพธ์การศึกษาถูกตีพิมพ์ในวันที่ 22 กันยายน ในวารสาร ACM Transactions on Intelligent Systems and Technology และแสดงให้เห็นว่าอัลกอริธึมเหล่านั้นสามารถอนุมานบทบาทของผู้เล่นในเกมการแข่งขันจริงได้ ตัวอย่างเช่น การจำแนกพฤติกรรมรูปแบบการเคลื่อนไหวของผู้เล่นตำแหน่งตัวบล็อคเพื่อสกัดวิถีของบอลจากผู้เล่นตัวตีของทีมคู่แข่ง โดยมีข้อมูลความแม่นยำโดยเฉลี่ยเกือบ 85% ทำให้ระบบสามารถเรียนรู้ได้ว่าผู้เล่นคนไหนควรทำหน้าที่ใดในแต่ละจังหวะตามสถานการณ์นั้นๆ ของเกมการแข่งขันและนอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์รูปแบบการเล่นล่วงหน้าในจังหวะแต่ละสถานการณ์ของเกมการแข่งขันได้หลายรูปแบบสูงสุดถึง 44 เฟรม โดยมีความแม่นยำเฉลี่ยมากกว่า 80% จากพฤติกรรมการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ :
  • การพุ่งเข้าหาบอล
  • การเซตบอล
  • การขึ้นบล็อกบอล
  • การงัดบอล
  • การวิ่งเข้าหาบอล
  • การอยู่ในท่าย่อเตรียมรับบอล
  • การล้มในสถานการณ์ต่างๆ
  • การยืนในสถานการณ์ต่างๆ
  • การกระโดดในสถานการณ์ต่างๆ
Silvia Ferrari ได้วาดภาพทีมกีฬาจากการใช้อัลกอริธึมเพื่อใช้สำหรับการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันเกมต่อไปให้มีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น โดยการฝึกให้ผู้เล่นผ่านฟุตเทจการแข่งขันที่มีอยู่ของคู่แข่ง และใช้ความสามารถการวิเคราะห์เพื่อฝึกฝนแผนการเล่นให้เสมือนสถานการณ์ในเกมจริงที่เลือกเฉพาะเจาะจงได้
 
Silvia Ferrari ได้ยื่นจดสิทธิบัตรอัลกอริธึมเกมการแข่งขันวอลเลย์บอล และกำลังทำงานร่วมกับทีมฮอกกี้ชายของ Big Red เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันต่อไป การใช้ฟุตเทจของเกมการแข่งขันที่จัดเตรียมโดยทีม Ferrari และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา นำโดย Frank Kim กำลังออกแบบอัลกอริธึมที่สามารถระบุข้อมูลผู้เล่น พฤติกรรม และสถานการณ์ในเกมได้โดยอัตโนมัติ เป้าหมายหนึ่งของโครงการคือการเพิ่มตัวช่วยในการใส่คำบรรยายประกอบในเทปเกมการแข่งขัน
 
ถ้ามองถึงประโยชน์ของระบบ AI Sports จากทีมวิจัยของ Cornell University สามารถนำไปต่อยอดให้กับพัฒนาการฝึกซ้อมของทีมกีฬาเพื่อเพิ่มเติมศักยภาพให้เกมการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลมาจากทีมกีฬามีแผนการฝึกซ้อมตรงกับสถานการณ์ที่เสมือนจริงมากขึ้น ซึ่งสามารถวิเคราะห์รูปแบบของการซักซ้อมเทคติกแผนการแข่งขันล่วงหน้าก่อนที่เจอกับบรรยากาศสถานการณ์การแข่งขันจริง ด้วยความแม่นยำ 80% ถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่นักกีฬาจะต้องเจอ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง
 

from:https://www.techtalkthai.com/ai-sport-algorithm-predicts-the-movements-of-the-volleyball-team-with-80-accuracy/

ไขความลับสู่ความสำเร็จการทำ Smart City ของเทศบาลนครนนท์ที่มอบให้แก่ประชาชน | Tangerine x เทศบาลนครนนท์

เทศบาลนครนนทบุรี ได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีการบริการที่เป็นเลิศ และด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน วิกฤตโควิด 19 ทำให้เทศบาลนครนนทบุรีขยายฐานข้อมูล ไม่เพียงแต่กลุ่มเปราะบางเท่านั้น แต่เทศบาลยังเล็งเห็น และใส่ใจคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดี และการบริหารจัดการที่ดีขึ้น จึงเป็นที่มาของการทำโครงการ Smart City ร่วมกับ Tangerine เพื่อปรับปรุงระบบสารสนเทศ และบูรณาการข้อมูล ในการขับเคลื่อนการลงพื้นที่ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการจัดทำฐานข้อมูลประวัติการติดเชื้อโควิด 19 และการรับวัคซีนป้องกันโควิด 19 ของประชาชนในเทศบาลนครนนทบุรี

ในอดีตระบบงานสาธารณสุขของเทศบาลนครนนทบุรี มีการสำรวจผู้ป่วยตามชุมชนทั้งหมดกว่า 93 ชุมชน ผ่านฟอร์มในรูปแบบกระดาษ รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ทั้งข้อมูลค่าวัดต่าง ๆ เช่น ค่าหลอดเลือดหัวใจ ค่าความดันโลหิต หรือการข้อมูลการตรวจ ADL ทำให้เทศบาลมีเอกสารจำนวนมากสำหรับการบริหารจัดการ

แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของเทศบาลนครนนทบุรี กับการบริหารจัดการ Paperless Work และ Digital Tranformation ให้ตอบโจทย์ในยุคดิจิทัล มีการนำเข้าข้อมูลของคน ประชากร เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยติดบ้าน ผู้สูงอายุ และอื่น ๆ ให้แสดงผลบน Google Maps Platforms และทำแอปพลิเคชันให้เป็น Data Center เก็บข้อมูลทั้งหมดของศูนย์ในเทศบาลทั้งเขต อำเภอ สถานีอนามัย โรงเรียน ตลาด และอื่น ๆ ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสารสนเทศ และบูรณาการข้อมูลของ เสริมความสามารถให้กับแพลตฟอร์มการบริหารจัดการข้อมูลสำหรับสร้าง เผยแพร่ และเป็นเว็บศูนย์กลางข้อมูล ด้านการบริหารจัดการ มีการจัดการชั้น layer ของข้อมูล รวมถึงการจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตามมาตราฐานที่กำหนดไว้

เทศบาลนครนนทบุรีมั่นใจในความเชี่ยวชาญของแทนเจอรีน ในการวางแผนและพัฒนาเมืองสู่เมืองอัจฉริยะ Smart City Application ซึ่งเล็งเห็นถึงโอกาสและความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนเพื่อมุ่งสู่การเป็น Smart Living พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และกลุ่มผู้เปราะบางของเทศบาลนครนนทบุรี โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาดูแลสุขภาพ อย่างยั่งยืน

และเทศบาลนครนนท์ก็ยังคงมีแผนที่จะทำให้สภาพแวดล้อมของชุมชนเมืองเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ส่งเสริม อาชีพ และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งในด้านการศึกษา กีฬา นันทนาการ สาธารณสุข สวัสดิการต่าง ๆ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ได้พัฒนาคุณภาพการให้บริการต่อไป โดยเน้นการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม “เพราะนี่คือหัวใจของเรา การทำงานของเทศบาลนครนนทบุรี”

ท่านใดสนใจนำ Data มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่หรือติดต่อ marketing@tangerine.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/tangerine-nonthaburi-municipality-smart-city/

[Guest Post] Blendata แนะ 4 แนวทางทำ Big Data Analytics ตอบโจทย์ยุค PDPA มาแรง พลิกอุปสรรคการจัดเก็บข้อมูล ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน

เบลนเดต้า (Blendata) บริษัท Deep Technology ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data อัจฉริยะ เผยพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA ที่มีผลบังคับใช้ ส่งผลให้องค์กรมีความตื่นตัวในการปรับระบบให้มีความพร้อมและสอดรับต่อข้อบังคับดังกล่าว Blendata แนะ 4 แนวทางการทำ Big Data Analytics ตอบโจทย์ PDPA พร้อมช่วยองค์กรพลิกอุปสรรคในยุคการจัดการข้อมูลที่มีข้อจำกัด ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน ด้วยการสร้างรากฐานโครงสร้างการบริหารจัดการข้อมูลที่เป็นระบบ มีความปลอดภัย และสามารถวิเคราะห์ต่อยอดข้อมูลให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด บริษัท Deep Technology ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data เปิดเผยว่า หลังจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act) หรือ กฎหมาย PDPA เริ่มประกาศใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา เป็นเหตุผลให้ทุกองค์กรต่างให้ความสำคัญกับการวางระบบความปลอดภัยในข้อมูล เพื่อดูแลและปกป้องข้อมูลให้มีความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันความเสียหายทั้งต่อบุคคล องค์กร และความเสียหายทางด้านกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมล้วนมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน อย่างธุรกิจโทรคมนาคม หรือธุรกิจในกลุ่มการเงินและธนาคาร โดยนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้วิเคราะห์ในเชิงลึก เพื่อให้ได้มาซึ่งกลยุทธ์การทำแคมเปญส่วนบุคคลต่าง ๆ รวมถึงการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน หรือการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ซึ่งการประกาศใช้ PDPA จะทำให้การดึงข้อมูลมาใช้งานเป็นไปได้ยากขึ้น เพราะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูล ความแม่นยำลดลง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ในทางกลับกัน ก็ส่งผลดีต่อเจ้าของข้อมูลที่กลับมามีสิทธิในข้อมูลของตนเอง สามารถกำหนดได้ว่าจะอนุญาตให้ใครใช้ข้อมูลได้หรือไม่ ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าขององค์กรจะยังมีรูปแบบที่คล้ายเดิม ตามความต้องการทางธุรกิจ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือกระบวนการใช้งานข้อมูล ทั้งภายในและภายนอกที่ต้องมีมาตรฐาน ขั้นตอน และกระบวนการที่รัดกุมมากขึ้นนายณัฐนภัส กล่าว

Blendata แนะแนวทางการทำ Big Data Analytics วางรากฐานโครงสร้างการบริหารจัดการข้อมูลที่เป็นระบบ มีความปลอดภัย และสามารถวิเคราะห์ต่อยอดข้อมูลให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย 4 แนวทาง ดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายและนโยบายด้านข้อมูลของทุกฝ่ายในองค์กรให้ชัดเจนตรงกัน ผู้บริหารและพนักงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรหารือกันเพื่อกำหนดเป้าหมายและนโยบายด้านการจัดเก็บและใช้งานข้อมูลให้ชัดเจนตรงกัน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างข้อบังคับทางกฎหมายและผลประโยชน์ทางธุรกิจ การกำหนดเป้าหมายและนโยบายร่วมกันจะช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมของการใช้ข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างครบถ้วน ส่งผลให้การวางแผนและดำเนินการต่อเนื่องในส่วนอื่น ๆ สามารถทำได้อย่างเป็นระบบและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  2. วางโครงสร้างธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ที่มีประสิทธิภาพ และมีการขออนุญาตจัดเก็บข้อมูลอย่างถูกต้อง องค์กรควรวางโครงสร้างการธรรมาภิบาลข้อมูล เพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการกำหนด Frameworks ที่ครอบคลุมทั้ง Life cycle ตั้งแต่จุดกำเนิดของข้อมูล กระบวนการจัดเก็บข้อมูล การจัดการข้อมูลให้มีคุณภาพ (Data Quality) การรักษาความปลอดภัย การประมวลผลและวิเคราะห์ การนำข้อมูลไปใช้งาน จนถึงการทำลายข้อมูล ซึ่งสอดคล้องกับ PDPA ที่กำหนดให้มีการขออนุญาตเก็บข้อมูลอย่างถูกต้องและจัดการข้อมูลเหล่านั้นอย่างปลอดภัย มีการกำหนดเวลาจัดเก็บข้อมูลที่ชัดเจน และจะต้องลบข้อมูลตามระยะเวลาที่กำหนดหรือเมื่อมีการร้องขอให้เพิกถอน โดยการทำ Data Governance นอกจากจะตอบโจทย์ทางด้านกฎหมายแล้ว ยังช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
  3. เลือกใช้เครื่องมือ Big Data Analytics ที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวดเร็วในต้นทุนที่ต่ำ ด้วยข้อกำหนดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกในอนาคต องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหลายแห่งมักพบปัญหาความซับซ้อนของข้อมูล รวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่หากระบบที่ใช้ไม่ยืดหยุ่น เป็นระบบปิด จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการขยายโซลูชันการวิเคราะห์ในทุกครั้งที่มีการเพิ่มข้อมูลหรือแก้ไขการวิเคราะห์เพิ่มเติม องค์กรจึงควรเลือกใช้เครื่องมือที่เป็นระบบเปิด มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับข้อจำกัดในการเก็บรักษาข้อมูลตามหลัก PDPA พร้อมขยายระบบได้ตามการเติบโตของข้อมูลในอนาคต มีระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล สามารถค้นหาหรือดำเนินการกับข้อมูลได้อย่างรวดเร็วด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดใช้งานได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม อีกทั้งควรเลือกเทคโนโลยีที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดการค่าใช้จ่ายขององค์กรในอนาคต
  4. เพิ่มแนวทางการจัดเก็บข้อมูลชนิด First Party Data นอกจากการพึ่งพา Second Data Party Data และ Third Party Data แล้ว องค์กรควรวางแผนการจัดเก็บข้อมูลด้วยตนเองที่เรียกว่า First Party Data โดยวางแผนประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) ให้สามารถผลิตข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลได้ โดยควรจัดเก็บจากทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากระบบ CRM โซเชียลมีเดีย POS เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือ Offline Store เป็นต้น ซึ่งกลยุทธ์ First Party Data นี้จะทำให้องค์กรได้ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ มั่นใจได้ว่ามีการขออนุญาตจากเจ้าของข้อมูลอย่างถูกต้องตามหลัก PDPA แล้ว มีแหล่งที่มาชัดเจน มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง มีคุณภาพครบถ้วน โดยไม่ต้องกังวลถึงกฎระเบียบที่อาจเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนไปในอนาคต ส่งผลให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างแม่นยำ และนำมาซึ่งข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ

ทั้งนี้ Blendata ได้ร่วมมือกับ Partners ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน ตั้งแต่ด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ ที่ปรึกษา การวิจัยและการศึกษา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA โดยมีบริการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้าน Big Data ที่สอดคล้องกับ PDPA ในส่วนของการวางสถาปัตยกรรมข้อมูล วางโครงสร้างการบริหารจัดการข้อมูลที่ถูกต้อง รวมทั้งบริการ Big Data แพลตฟอร์มที่ทำได้ตั้งแต่การทำ Data Discovery เพื่อค้นหาว่าข้อมูลที่สำคัญอยู่ที่ใด จนถึงการทำ Blueprint และการสร้าง Big Data แพลตฟอร์ม เพื่อการใช้ข้อมูลในอนาคต ซึ่งสามารถควบคุมธรรมาภิบาลได้ในที่ ๆ เดียว ตอบโจทย์การทำ Big Data Analytics ในยุค PDPA ที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากับการลงทุน

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-blendata-big-data-analytics-pdpa/

กลับมาอีกครั้ง! “QlikWorld Tour Thailand” งาน Qlik ทัวร์รอบโลก เตรียมจัดที่ประเทศไทยปลายตุลาคมนี้

ไม่ว่าใครจะทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม “ข้อมูล (Data)” นั้นเป็นสิ่งสำคัญดังคำกล่าวว่า “Data is the new oil” ซึ่งหมายความถึงข้อมูลนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ เปรียบเสมือนกับน้ำมันอันเป็นที่ต้องการของทั้งโลกมาอย่างยาวนานจนกระทั่งถึงตอนนี้ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาน่าจะเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ยิ่งมีข้อมูลจำนวนมากขึ้นเพียงใด “การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)” ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพียงนั้น

หากแต่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การสื่อสารข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิเคราะห์มาให้เห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่ายได้อย่างรวดเร็ว และนำไปใช้ต่อยอดประกอบการตัดสินใจได้ทันทีนั้น เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญไม่แพ้กับการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยให้การแสดงผลข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็คือเครื่องมือ Business Intelligence (BI) 

หากใครยังไม่เคยใช้เครื่องมือ BI ใด ๆ มาก่อน โอกาสได้เรียนรู้หนึ่งในเครื่องมือ BI ระดับโลกกลับมาอีกครั้งแล้ว กับงาน “QlikWorld Tour” งานสัมมนาระดับโลกที่จัดขึ้นโดย Qlik หนึ่งในผู้พัฒนาเครื่องมือ BI ยอดนิยม ที่จัดทัวร์ขึ้นมารอบโลกเพื่อพูดคุย เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และอัปเดตขีดความสามารถต่าง ๆ อันทรงพลังของเครื่องมือ Qlik กับแพลตฟอร์ม Active Intelligence อันทรงประสิทธิภาพ ซึ่งในที่สุดก็ได้ถึงคิว  “QlikWorld Tour Thailand” ที่ทาง SIFT Analytics Group เป็นเจ้าภาพจัดงานในประเทศไทยวันที่ 27 ตุลาคม 2022 นี้ ภายในงาน QlikWorld Tour Thailand มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

Data Visualization ความสำคัญของการแสดงข้อมูลให้เข้าใจ

อย่างที่รู้กันว่า Data Analytics เริ่มมีบทบาทสำคัญในการทำงานมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นหาข้อมูลเชิงลึก (Insight) จากข้อมูลภายในองค์กร ข้อมูลลูกค้า หรือว่าข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ (Decision Making) ในทางธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น การช่วยส่งเสริมให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น ทำการตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น และอื่น ๆ อีกมากมาย

การทำ Data Visualization เพื่อสื่อสารข้อมูลเชิงลึกที่วิเคราะห์ออกมาให้เข้าใจง่ายและชัดเจนนั้น จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมาก เพราะแม้ว่าจะมีกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลที่ยอดเยี่ยมแม่นยำเพียงใด แต่หากไม่สามารถสื่อสารอย่างเข้าใจได้อย่างรวดเร็วหรือทันเวลา ก็อาจมองได้ว่ากระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้มีประโยชน์ต่อการดำเนินงานอยู่ดี ซึ่งตัวอย่างที่น่าจะทำให้เห็นได้ชัดเจน คือกรณีของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ต้องมีการสื่อสารกับผู้คนในวงกว้างให้มองเห็นภาพและเข้าใจตรงกันว่าสถานการณ์ในปัจจุบัน COVID-19 ทั่วโลกยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจำนวนอาจจะลดลงไปมากแล้วก็ตาม 

Credit : กรมควบคุมโรค

ดังนั้น ในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เครื่องมือ Business Intelligence (BI) จึงมีบทบาทที่สำคัญอย่างมากในการสนับสนุนการทำ Data Visualization ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือ BI ให้เลือกใช้ได้มากมายบนโลกใบนี้แล้ว หากแต่ “Qlik” ที่แม้ว่าจะกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1993 แล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันก็ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือ BI ที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายเช่นเคย และที่สำคัญ Qlik ยังคงติดอยู่ในกลุ่ม Leaders ของ Magic Quadrant ติดต่อกันยาวนานถึง 12 ปีในส่วน Analytics and Business Intelligence Platforms และหนึ่งในนั้นเป็นเพราะแพลตฟอร์ม “Active Intelligence” ที่มีอยู่ภายใน Qlik นั่นเอง

“Active Intelligence” แพลตฟอร์มใน Qlik อันทรงพลัง

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลเกิดขึ้นมาใหม่อย่างมหาศาล ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแสดงผลข้อมูลเชิงลึกได้อย่างไร้รอยต่อนั้นได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งยิ่งทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นได้แบบ Real Time และยิ่งทำให้การตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเกิดความผิดพลาดได้น้อยลงกว่าเดิม

นั่นคือที่มาของ Active Intelligence หนึ่งในความสามารถอันทรงพลังของ Qlik ในการวิเคราะห์ข้อมูล ที่เรียกว่าเป็นการทำ “End-to-end Analytics Data Pipeline” เริ่มตั้งแต่การจัดการข้อมูลดิบอย่างชาญฉลาดไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเชี่ยวชาญ และจัดส่งผลข้อมูลเชิงลึกไปให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปพิจารณาได้อย่าง Real Time รวดเร็วที่สุด โดยแพลตฟอร์ม Active Intelligence ภายในจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

Credit : Qlik Active Intelligence 
  • Data Integration เชื่อมโยงข้อมูลดิบหลากหลายรูปแบบได้อย่างชาญฉลาดและ Real Time ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับข้อมูลที่มีบริบท (Context) หรือหัวเรื่อง (Header) ที่คล้ายคลึงกันในการเชื่อมข้อมูลได้อัตโนมัติ ซึ่งเปรียบเสมือนการทำ DataOps ที่จะช่วยจัดการกับข้อมูลดิบตามไซโล (Data Silos) ต่าง ๆ ให้กลายเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับทำการวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics Ready) ได้อย่างรวดเร็ว
  • Data Analytics การนำข้อมูลที่เตรียมพร้อมไว้มาวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วด้วย Qlik Sense ที่จะช่วยหาข้อมูลเชิงลึก (Insight) ร่วมกับการใช้ Qlik AutoML โซลูชันการเรียนรู้ของเครื่องอัตโนมัติแบบไม่ต้องเขียนโปรแกรม (No-code Automated Machine Learning) ที่สามารถทำนายและอธิบายโอกาสความน่าจะเป็นในสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากข้อมูลที่มีได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งสองจะทำให้ผู้ใช้เข้าใจในข้อมูลเชิงลึก เข้าใจในสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้น และพร้อมนำไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ (Business Ready) ผ่านแผนภาพต่าง ๆ ที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว

งานสัมมนาระดับโลก “Qlik World Tour”

หากใครใช้งานเครื่องมือของ Qlik อยู่แล้ว คงจะรู้กันดีว่า “QlikWorld Tour” คืองานสัมมนาระดับโลกที่ทาง Qlik ได้จัดขึ้นมา “ทั่วโลก” โดยทาง Qlik จัดกันมาต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งแบบเสมือน (Virtual Event) ในช่วงที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก กับแบบพบหน้ากัน (Global Tour) ที่ทัวร์กันไปจัดในหลากหลายประเทศทั้งโซนทวีปอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา หรือว่าแถบเอเชียแปซิฟิก ซึ่งประเทศไทยเราเป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน

โดยภายในงาน QlikWorld Tour นั้นจะมีผู้เชี่ยวชาญจาก Qlik มาแบ่งปันวิธีการอันทันสมัยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการแสดงผลแบบล่าสุดบน Qlik ในปัจจุบัน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงขีดความสามารถใหม่ ๆ ภายในเครื่องมือให้สามารถมาเรียนรู้ได้พร้อม ๆ กัน รวมทั้งแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของลูกค้าที่ใช้งานเครื่องมือ Qlik ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรของผู้เข้าร่วมงานได้อย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องปัจจุบันที่กำลังพูดถึงกันอยู่ คือเรื่องของ Active Intelligence นี่เอง

Credit : Qlik

ใกล้เข้ามาแล้ว “QlikWorld Tour Thailand”

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่งาน QlikWorld Tour นี้จะมาจัดในประเทศไทยกันแล้ว โดย SIFT Analytics Group ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน “QlikWorld Tour Thailand” ที่จะจัดขึ้นในวันที่  27 ตุลาคม 2022 ณ ห้องฉัตราบอลรูม (Chadra Ballroom) โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพ (Siam Kempinski Hotel Bangkok) จัดเต็มตั้งแต่เวลา 14:00 น. จนถึง 19:00 น. เช่นเคย โดยรายละเอียดของงานเป็นไปตามด้านล่างนี้

เวลา รายละเอียด
14:00 – 14:30 น. Registration & Refreshment Drink
14:30 – 15:15 น. Keynote: Creating Certainty in a Changing World

คุณธัญญาภรณ์ มงกุฎทอง
Business Analytics Consultant 

คุณพงศกร สุขีบุญ
Data Analytics Consultant

15:15 – 16.15 น. Driving Certainty with Your Data: The Qlik Active Intelligence Platform®

คุณปิยะ ไพฑูรย์รจิตพิพิธ
Qlik Senior Solution Architect

16.15 – 16:30 น. Coffee Break Networking
16:30 – 17:00 น. Customer Sharing – Vejthani Hospital

ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา
ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี

17:00 – 17:30 น. Customer Sharing – National Electronics and Computer Technology Center (NECTEC)

คุณจุฑารัตน์ คีรีเพ็ชร
นักวิจัย ทีมวิจัยคลังอนุพันธ์ความรู้ (KEA) 
17:30 – 18:00 น. Customer Sharing – Malee Group

คุณสุรเดช ศรีสุวรรณ
SVP, Head of Technology Strategy & Transformation

18:00 – 19:00 น. Dinner Networking & Lucky Draw 

โดยทีม Qlik และ SIFT Analytics Group จะแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการจัดการกับข้อมูลในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เป็น Best Practice และเทคโนโลยีล่าสุดของ Qlik กับความชาญฉลาดของแพลตฟอร์ม Active Intelligence ในการจัดการข้อมูล ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพว่า Qlik คือ Analytics Platform ที่ทรงประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง และจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถผ่านพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้นในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้อย่างไร

ที่สำคัญ ภายในงานจะมีองค์กรตัวอย่างในประเทศไทยที่มีใช้งานเครื่องมือ Qlik จนสามารถทำ Digital Transformation แก่องค์กรได้สำเร็จมาร่วมบรรยายด้วย อาทิ โรงพยาบาลเวชธานี NECTEC และ Malee Group ที่จะมาแชร์มุมมองประสบการณ์ และวิธีการจัดการกับความท้าทายในเรื่องข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละองค์กรให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเรียนรู้และนำเอาไปประยุกต์ใช้กันได้ต่อไป

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบูธสาธิตการใช้งาน Qlik ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้ามาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยน ปรึกษา Use Case ต่าง ๆ กันได้ที่งานนี้เลยด้วย พร้อมทั้งในช่วงท้ายงานยังมีเลี้ยงอาหารค่ำพร้อมกิจกรรมอื่น ๆ อีก เช่น ถ่ายภาพ Photo Booth พร้อมรับภาพถ่ายเป็นของที่ระลึก และ Lucky Draw ท้ายงาน 

ลงทะเบียน QlikWorld Tour Thailand ได้แล้ววันนี้

เพราะโลกนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและความไม่แน่นอนนั้นเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน ความท้าทายในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดใหม่มากมายได้อย่างรวดเร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น การมีเครื่องมือ Business Intelligence ที่สนับสนุนการเตรียมข้อมูลให้มีความพร้อมได้อย่างรวดเร็ว วิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างชาญฉลาด และแสดงผลข้อมูลเชิงลึกให้กับผู้ใช้ได้แบบ Real Time อย่าง Qlik นั้น จะมีส่วนช่วยให้สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ไปได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าท่านผู้อ่านจะทำงานในตำแหน่งผู้บริหารระดับใด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไอทีหรือฝ่ายการตลาด หรือว่าจะทำธุรกิจในอุตสาหกรรมใดก็ตาม หากรู้สึกว่าองค์กรมีปัญหาต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นและอยากจะเปลี่ยนแปลงพลิกโฉมองค์กรได้อย่างรวดเร็ว สามารถเข้ามาร่วมงาน “QlikWorld Tour Thailand” เพื่อมาเรียนรู้เทคโนโลยีล่าสุด Qlik และกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากมายได้ในงานนี้ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ลิงก์นี้ทันที

หากใครต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการติดต่อ SIFT Analytics Group สามารถโทรไปที่เบอร์ 02-645-2544 หรือติดต่อผ่านช่องทางอื่น ๆ ตามด้านล่างนี้ได้เลย

Line: @siftthailand
Email: sift-th@sift-ag.com
Website: www.sift-ag.com

from:https://www.techtalkthai.com/qlikworld-tour-thailand-2022-qlik-event-will-be-held-in-thailand-at-the-end-of-october/

[Video Webinar] MongoDB | AWS Webinar: ปลดปล่อยพลังข้อมูลของคุณ

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยายเรื่อง “MongoDB Atlas and AWS: ปลดปล่อยพลังข้อมูลของคุณ” เพื่อเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการปรับใช้ MongoDB Atlas บน AWS และประโยชน์ที่จะได้รับ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ค่ะ

หัวข้อ: MongoDB Atlas + AWS: ปลดปล่อยพลังข้อมูลของคุณ

ผู้บรรยาย: Wanich Keatkajonjumroen (Too) Associate Solutions Architect, AWS และ Vanda Friedrichs, Early Access and Preview Manager, MongoDB

MongoDB Atlas เป็นแพลตฟอร์มด้าน Data ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Developer และ DevOps ด้วยการปรับปรุงการดำเนินงานและการจัดการ MongoDB Atlas ทำให้มั่นใจได้ว่า เมื่อคุณปรับใช้คลัสเตอร์บน AWS ฐานข้อมูลของคุณจะทำงานตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดทั้งด้านการปฏิบัติงาน ความเสถียร และความมั่นคงปลอดภัย

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อค้นหาว่า MongoDB Atlas และ AWS สามารถปลดปล่อยพลังของข้อมูลของคุณได้อย่างไร โดย AWS Cloud จะทำให้คุณมีทางเลือกและความยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • MongoDB Atlas และ AWS จะช่วยสร้างทีมในฝันให้กับคุณได้อย่างไร
  • ประโยชน์ของ MongoDB Atlas และ AWS Data & Analytics
  • แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการปรับใช้ MongoDB Atlas บน AWS

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-mongodb-aws-webinar-unleashing-the-power-of-your-data/

[Tangerine] กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ Google Cloud Day by Tangerine : The Future is Here! on 14 Sep 2022

นวัตกรรมคลาวด์ คือ อนาคตที่จะช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด พบกับงานสัมมนาใหญ่ประจำปีที่พร้อมกลับมาพบกับทุกท่านแบบ Face-to-face

ภายในงานท่านจะได้สัมผัสกับความก้าวหน้าในโลกของคลาวด์ พบกับนวัตกรรมของ Google เพื่อเปิดมุมมองใหม่ สามารถนำไปพัฒนากลยุทธ์ของธุรกิจให้ก้าวหน้าได้ไวยิ่งขึ้นผ่านแนวคิดผู้บริหารของ Tangerine และ Google และรับฟัง Keynote การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ภายใต้ประสบการณ์ความท้าทาย จนสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ และศึกษาข้อมูลแบบเจาะลึกจากผู้เชี่ยวชาญ โดยเลือกจาก Breakout Tracks* ที่ท่านสนใจ พลาดไม่ได้! กับโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ท่านก้าวสู่โลกของคลาวด์อย่างมั่นใจกว่าใคร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 02-678-8660 ต่อ 106

from:https://www.techtalkthai.com/google-cloud-day-by-tangerine-the-future-is-here/