คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_PROTECTION

แฮกเกอร์ประกาศขายข้อมูลผู้ใช้งาน Twitter กว่า 400 ล้านรายแล้ว

แฮกเกอร์ประกาศขายข้อมูลผู้ใช้งาน Twitter 400 ล้านรายแล้ว หลังรั่วไหลจากช่องโหว่ใน API เมื่อปี 2021

Credit: ShutterStock.com

แฮกเกอร์ได้ออกมาประกาศขายข้อมูลผู้ใช้งาน Twitter กว่า 400 ล้านรายแล้ว โดยอ้างว่าได้รวบรวมข้อมูลชุดนี้ผ่านทางช่องโหว่ที่เกิดขึ้นใน API ของ Twitter เมื่อปี 2021 โดยมีการเสนอขายแบบ Exclusive sale ให้แก่ Twitter โดยตรงเป็นจำนวนเงิน 200,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อไม่ให้ Twitter ถูกฟ้องร้องจากกฎหมาย GDPR ของยุโรป หากข้อมูลชุดนี้หลุดรั่วออกไป ซึ่งอาจมีค่าปรับสูงถึง 276 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีการเผยข้อมูลตัวอย่างบางส่วนของผู้มีชื่อเสียงกว่า 37 ราย และผู้ใช้งานทั่วไปราว 1,000 รายออกมาอีกด้วย โดยข้อมูลประกอบไปด้วย Email, Username, ชื่อ, หมายเลขโทรศัพท์, วันที่สร้างบัญชี และจำนวนผู้ติดตาม อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผู้เสนอซื้อแบบ Exclusive sale ทางแฮกเกอร์จะทำการประกาศขายที่ราคา 60,000 เหรียญ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับการติดต่อจาก Twitter แต่อย่างใด

ช่องโหว่ API ของ Twitter ถูกแก้ไขเมื่อเดือนมกราคม 2022 อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่นี้ทำให้มีข้อมูลหลุดรั่วออกมากว่า 5.4 ล้านรายการ และก็การหลุดรั่วออกมาจำนวน 400 ล้านรายการในครั้งนี้ก็มาจากช่องโหว่เดียวกัน นอกจากนี้ Twitter กำลังเผชิญกับการสอบสวนของ Irish Data Protection Commission (DPC) ในกรณีการรั่วไหลของข้อมูลกว่า 5.4 ล้านรายการเมื่อปี 2021 อีกด้วย

ที่มา: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/hacker-claims-to-be-selling-twitter-data-of-400-million-users/

from:https://www.techtalkthai.com/hacker-sell-twitter-data-of-400-million-users/

Synology สุดแกร่ง! รายรับมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท! ตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด NAS โลก

การเก็บรักษาข้อมูลภายใต้ระบบความปลอดภัยสูงสุด ถือเป็นประเด็นหลักที่หลายองค์กรทั่วโลกต้องคำนึงถึง เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ อาจสร้างความเสียหายทางธุรกิจได้ในพริบตา บริษัท Synology Inc จำกัด ผู้ให้บริการด้านการจัดการและปกป้องข้อมูลชั้นนำระดับโลก เล็งเห็นถึงความสำคัญเหล่านี้ และต้องการช่วยให้ธุรกิจทุกประเภทสามารถบริหารและจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการนี้นางสาวโจแอน แวง (Joanne Weng) Sales Director กล่าวว่า “เพราะความปลอดภัยด้านข้อมูลของลูกค้า คือสิ่งสำคัญสำหรับเรา เราจึงนำเสนอโซลูชันใหม่ ๆ ภายใต้หลักการของการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการจัดการข้อมูล ที่มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใต้ต้นทุนที่คุ้มค่า ซึ่งที่ผ่านมา การดำเนินธุรกิจในปี 2564 บริษัทเรา มีรายได้รวมทั่วโลกกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 21,633,240,000 บาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 20-30% เราเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาด NAS ทั่วโลก”

นอกจากนั้นแล้ว ในปี 2566 นี้ บริษัทฯ ยังเตรียมเปิดตัว Synology Scale Out ที่เน้นความสามารถในการขยายความจุมากกว่า 12PB โดยเพิ่มคลัสเตอร์ได้ และออกแบบขึ้นมา โดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นที่เน้นการทำงานแบบไม่มีจุดล้มเหลวแม้เพียงจุดเดียวหรือไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้การทำงานหยุดชะงักได้เลย

นางสาวโจแอน แวง Sales Director (กลาง), นางสาวธัชวรรณ ชินชนากานต์ Regional Sales Manager (ASEAN) (ซ้าย)

ด้าน นางสาวธัชวรรณ ชินชนากานต์ Regional Sales Manager (ASEAN) ได้เผยถึงกลยุทธ์การทำธุรกิจในส่วนของประเทศไทยในปี 2566 ว่า “สำหรับแผนการตลาดในประเทศนั้น ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ยังคงเป็นตลาดหลักของเรา แต่ที่ผ่านมาเราก็เห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ใช้งานตามบ้าน เราเห็นถึงความต้องการในการทดแทน External HDD ด้วย NAS และความต้องการสำรองรูปภาพ ซึ่งเป็นทิศทางที่ Synology ต้องการจะโฟกัสไปในปี 2566

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/synology-launching-new-storage-new-release/

TechTalk Webinar : หยุดการจ่ายค่าไถ่จาก Ransomware ด้วย Arcserve OneXafe Immutable Storage และนวัตกรรมการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1

TechTalkThai ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ ” หยุดการจ่ายค่าไถ่จาก Ransomware ด้วย Arcserve OneXafe Immutable Storage และนวัตกรรมการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1” โดยทุกท่านจะได้รับฟังระบบจัดเก็บและระบบสำรองข้อมูล ของ Arcserve OneXafe – Immutable Storage และเทคโนโลยีการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1 สามารถป้องกันการทำลายข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ และช่วยให้คุณไม่ต้องจ่ายค่าไถ่อีกต่อไป โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30น. มีกำหนดการดังต่อไปนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : หยุดการจ่ายค่าไถ่จาก Ransomware ด้วย Arcserve OneXafe Immutable Storage และนวัตกรรมการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1

ผู้บรรยาย : คุณอรรณพ จิตซื่อตรง | Sr. Presales Engineer , Arcserve Thailand

วันเวลา : วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30น.

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_4zCrc_1BQx2-IQLsqNSGtA

Arcserve มีเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่สามารถรวมทุกความต้องการของลูกค้าเข้ามาไว้ในที่เดียวกันทั้งในด้านการจัดเก็บและกู้คืนข้อมูล, ระบบสำรองข้อมูล Cloud, ระบบ Immutable Storage, ระบบ Air-Gapped และระบบการสำรองข้อมูลแบบต่อเนื่อง (Continuous Data Protection) ในโซลูชั่นเดียว

ในด้านการป้องกันการโจมตี Arcserve มีระบบตรวจสอบและป้องกันการโจมตีบุกรุก (Intrusion Detection and Prevention) ซึ่งมีระบบ Deep Learning Neural Net ในการวิเคราะห์ตรวจสอบและป้องกันในตัว, ระบบป้องกันการ Ransomware Encryption และระบบ Multifactor Authentication (MFA) พร้อมใช้งานในโซลูชันแล้ว

Arcserve สามารถตอบโจทย์ให้กับองค์กรไม่ว่าจะเป็น โซลูชันในการสำรองข้อมูล (Arcserve UDP), เทคโนโลยีการตรวจจับ Ransomware (Sophos intercept x) และการรวมถึงการเก็บข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลง (Arcserve OneXafe Immutable Storage)

Agenda

  • Arcserve OneXafe – Immutable Storage ระบบจัดเก็บข้อมูลที่ไม่มีวันถูกทำลาย
  • เทคโนโลยีการสำรองข้อมูลแบบ 3-2-1-1 ด้วย OneXafe
  • Live Demo and Q&A
  • Lucky Draw

from:https://www.techtalkthai.com/arcserve-onexafe-immutable-storage-webinar-by-digital-distribution/

ขอเชิญร่วมงาน Progress Partner Day 2022 [15 พ.ย.65] ณ The Westin Grande Sukhumvit Hotel

ในยุคที่ความต้องการความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลสูงขึ้น (Data Protection) การเลือกโซลูชันการถ่ายโอนไฟล์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกันกับความต้องการเครื่องมือที่สามารถมองเห็นเครือข่ายแบบรอบด้าน (Network Visibility) ที่สมบูรณ์คือสิ่งที่ทุกองค์กรมองหา ร่วมอัปเดตและสัมผัส Software ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพร้อมพูดคุยกับ Progress และ Net Bright ภายในงาน Progress Partner Day 2022 วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 15:00 – 18:30 น. โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Hotel

ชื่องาน : Progress Partner Day 202
วันที่ : 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 15:00 – 18:30 น.
สถานที่ : โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Hotel (onsite อย่างเดียว)
ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ลิงก์นี้https://www.readyregister.com/edm/2022/202211_progressday/

Product Highlight

พบกับ IT Infrastructure Observability and Security ซอฟท์แวร์ Network Visibility Tools You can’t protect What you can’t see จะจัดการประสบการณ์ดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการและเครือข่ายมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้อย่างไร เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการใช้ระบบคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น วิธีใดที่จะทำให้ทีมไอทีจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลได้อย่างราบรื่น

พบกับ Secure & Manage File Transfer ซอฟท์แวร์ Data Security x Workflow Automation Know That Your File Arrived เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายโอนไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ และลด Human Error ด้วยการทำงานอัตโนมัติและเวิร์กโฟลว์ โดยไม่ต้องเขียนสคริปต์

กำหนดการ

15:00             ลงทะเบียน
15:30             Welcome Speech | About Net Bright & Progress
15:40             Progress Product Family (Key Products) Package and Promotion โดย คุณศราวุธ สำเภาทอง, คุณจักรินทร์ งามเลิศ และคุณกนกรัตน์ พึ่งพา Product Specialist and Sales Manager | Net Bright
16:40             Game Challenge ร่วมสนุกกับเกมส์เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจาก Progress และ Net Bright
16:50             Q&A / Closed
17:00             Networking Cocktail (พร้อมกิจกรรมความสนุกสนานมากมาย และดนตรีสด)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ : คุณพรธิดา พาเวียง
เบอร์โทรศัพท์ 095-9528607 หรืออีเมล porntida@fdc.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/netbright-seminar-onsite-progress-partner-day-2022-15-11-2565/

ขอเชิญร่วมงาน Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress วันที่ 15 พ.ย. 2565 เวลา 09:00 – 13:30 น.

ในยุคที่ความต้องการความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลสูงขึ้น (Data Protection) การเลือกโซลูชันการถ่ายโอนไฟล์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกันกับความต้องการเครื่องมือที่สามารถมองเห็นเครือข่ายแบบรอบด้าน (Network Visibility) ที่สมบูรณ์คือสิ่งที่ทุกองค์กรมองหา ร่วมอัปเดตและสัมผัส Software ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพร้อมพูดคุยกับ Progress และ Net Bright ภายในงาน Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress 

ชื่องาน : Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress
วันที่ : วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09:00 – 13:30 น. (เรียนเชิญรับประทานอาหารกลางวัน)

อำนวยความสะดวกให้ท่านสามารถเลือกเข้าร่วมงานในช่องทางที่ท่านสะดวก ณ โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Hotel หรือเข้าร่วมแบบออนไลน์ผ่าน Webex 

ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่นี่ :   https://www.readyregister.com/edm/2022/202211_end2end/

Product Highlight

พบกับ IT Infrastructure Observability and Security ซอฟท์แวร์ Network Visibility Tools You can’t protect What you can’t see จะจัดการประสบการณ์ดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการและเครือข่ายมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้อย่างไร เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการใช้ระบบคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น วิธีใดที่จะทำให้ทีมไอทีจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลได้อย่างราบรื่น

พบกับ Secure & Manage File Transfer ซอฟท์แวร์ Data Security x Workflow Automation Know That Your File Arrived เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายโอนไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ และลด Human Error ด้วยการทำงานอัตโนมัติและเวิร์กโฟลว์ โดยไม่ต้องเขียนสคริปต์

กำหนดการ

09:00             ลงทะเบียน

09:30             Welcome Speech | About Net Bright & Progress

09:40             Highlight Product: WhatsUp Gold | IT Infrastructure Observability and Security (Network Visibility: You can’t protect What you can’t see) อัพเดทคุณสมบัติพิเศษของ WhatsUp Gold ที่เข้ามาช่วยให้การ Monitoring นั้นง่ายดายมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งการเสริม ประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับ Flowmon ที่ตอบโจทย์กับหลายองค์กร โดยคุณศราวุธ สำเภาทอง, Product Specialist, Net Bright

10:40             Highlight Product: MOVEit | Managed File Transfer and Workflow Automation (Security Rule #1: Keep your files safe) เตรียมพร้อมรับมือ เสริมความปลอดภัยทางด้าน Managed File Transfer ข้อมูลสำคัญขององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์กับ WS-FTP และ MOVEit โดยคุณจักรินทร์ งามเลิศ, Product Specialist, Net Bright

11:40             Customer Testimonial with Software แนวทางการนำ Software ไปพัฒนาใช้ในองค์กรเพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยรองศาสตราจารย์ ดร.เอกรัฐ บุญเชียง รองคณบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

12:10             ถาม – ตอบ และกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล

12:20             รับประทานอาหารกลางวัน

ร่วมลุ้นรับของรางวัลมากมาย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อคุณพรธิดา พาเวียง
เบอร์โทรศัพท์ 095-9528607 หรืออีเมล porntida@fdc.co.th

 

from:https://www.techtalkthai.com/netbright-seminar-progress-day-2022-end-to-end-solution-for-business-by-progress-15-11-2565/

[VDO Webinar] วิธีการป้องกันสภาพแวดล้อมไฮบริดของคุณโดย Veeam

องค์กรต่างๆ กำลังเริ่มประยุกต์รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดคลาวด์เข้ามาใช้ในหน่วยงานของตนมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อใช้งานเวิร์กโหลดใหม่ได้นั่นเอง ดังนั้นแนวทางในการสำรองข้อมูลจึงมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นตลอดจนยังมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น อันเนื่องจากสภาพแวดล้อมมีการขยายตัวมากขึ้นรวมถึงความต้องการก็ขยายตามไปด้วย

Veeam Backup & Replication จึงเป็นโซลูชั่นเดียวที่สามารถจัดการกับความซับซ้อนในการป้องกันข้อมูลที่อยู่ในโลกของไฮบริดคลาวด์ ด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยทำให้การป้องกันเป็นไปได้ง่ายและยังสามารถดึงข้อมูลลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วภายในแพลตฟอร์มเดียว

from:https://www.enterpriseitpro.net/vdo-webinar-veeam-for-hybrid-cloud/

Veritas เปิดตัว “Veritas Alta” แพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลบนคลาวด์ที่ครอบคลุมที่สุด

Veritas Alta เป็นแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลบนคลาวด์แบบครบวงจรให้บริการข้อมูลระดับองค์กรที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม และรวบรวมพอร์ตโฟลิโอระบบคลาวด์ทั้งหมดจาก Veritas เพื่อช่วยให้ลูกค้าเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่คลาวด์โดยไม่สูญเสียการควบคุมในเรื่อง data protection, application resiliency และ data compliance

Veritas Technologies ผู้นำด้านการจัดการข้อมูลแบบมัลติคลาวด์ ได้พัฒนากลยุทธ์การจัดการข้อมูลแบบอัตโนมัติด้วยการเปิดตัว Veritas Alta ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการข้อมูลบนระบบคลาวด์ ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนปริมาณงานที่สำคัญต่อภารกิจไปยังระบบคลาวด์
 
Veritas Alta ใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์เพื่อลดต้นทุน เสริมสร้างความยืดหยุ่นของแรนซัมแวร์ และทำให้แน่ใจว่าข้อมูลได้รับการปกป้อง พร้อมใช้งาน และเป็นไปตามข้อกำหนด
 
Veritas Alta View ซึ่งเป็นคอนโซลการจัดการบนคลาวด์ที่ให้มุมมองแบบรวมศูนย์และการควบคุมของคลังข้อมูลทั้งหมด (across edge, data center และ cloud) จากหน้าต่างเดียว “singlepane-of-glass
 
การเพิ่มขึ้นของมัลติคลาวด์ทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงได้และแพลตฟอร์มการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับองค์กร เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของและควบคุมเรื่อง security, protection, compliance และ availability ให้กับข้อมูลของตนเองภายในระบบคลาวด์ได้ ถึงแม้ว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์จะมีเครื่องมือที่มีฟังก์ชันพื้นฐานให้บริการก็ตาม แต่แอปพลิเคชันที่สำคัญต่อธุรกิจยังต้องการความสามารถในระดับองค์กร การจัดการต้นทุนที่เหมาะสมที่สุด การย้ายข้อมูลข้ามคลาวด์ และการมองเห็นภาพรวมของข้อมูลที่เหนือกว่า
Image : Veritas
Veritas Alta: Ultimate Control in the Cloud มุ่งเน้นไปที่สามประเด็นสำคัญ:
  • Data protection – มีความสามารถที่ยืดหยุ่นในการปกป้องข้อมูลสารสนเทศในองค์การในทุกระดับจาก ransomware ด้วยการปกป้องและกู้คืนข้อมูลของ Veritas Alta ขับเคลื่อนโดย Cloud Scale Technology, cloud-native architecture ของ Veritas รวมถึงบริการแบบ automation, AI และสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นเพื่อมอบประสิทธิภาพการปกป้องข้อมูลบนคลาวด์ที่ปลอดภัยแบบอัตโนมัติ และคุ้มค่าที่สุด เมื่อผสานร่วมกับ Veritas Alta View ทำให้ลูกค้าสามารถปกป้องและควบคุมข้อมูลของตนได้ในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะในหรือนอกองค์กรผ่านบนหน้าต่างเดียว “singlepane-of-glass
  • Application resiliency – ความยืดหยุ่นในระดับแอปพลิเคชันที่มอบความพร้อมใช้งานระดับ Five nines หรือ Uptime 99.999% Veritas Alta ได้นำความพร้อมใช้งานระดับองค์กรมาสู่ระบบคลาวด์ ช่วยให้สามารถพกพาแอปพลิเคชันข้ามระบบคลาวด์และปรับการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้เหมาะสมด้วยต้นทุนที่ลดลงสูงสุด 50% และได้รับประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 200% เมื่อเทียบกับโซลูชันที่เทียบเท่ากัน
  • Data compliance – Veritas Alta ให้บริการแบบ Compliance as a Service ช่วยให้องค์กรสามารถเก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์มการสื่อสารทั้งหมดและจัดประเภทเนื้อหาโดยอัตโนมัติ ลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน จัดเก็บข้อมูลได้ทุกที่ และค้นพบสิ่งที่เกิดขึ้นได้
Veritas Alta View : Control Data Anywhere
 
Veritas Alta View มีคอนโซลการจัดการบนระบบคลาวด์ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการระบบปกป้องข้อมูลทั้งหมดของตนเอง ทั้งในองค์กรและในระบบคลาวด์ ได้จากหน้าต่างเดียว “singlepane-of-glass” นอกจากนี้ Veritas Alta View ได้ผสานรวมเครื่องมือด้านการวิเคราะห์ของ Veritas เพื่อให้ลูกค้าได้รับรายงานที่สมบูรณ์ ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และมุมมองที่สมบูรณ์ (Full view) ของระบบการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในคลังข้อมูลทั้งหมด โดยใช้ประโยชน์จาก AI และแมชชีนเลิร์นนิงเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการและจัดการข้อมูลแบบอัตโนมัติด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ของ Veritas องค์กรจะมีผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมให้กับทีมไอที สามารถช่วยลดต้นทุนการจัดการด้านไอทีลง 90% และลดการใช้ทรัพยากรไอทีในระบบคลาวด์ลงถึง 28%
 
Greg Hughes ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Veritas กล่าวว่า
 
“แนวทางของเราเกี่ยวกับมัลติ-คลาวด์ได้นำเสนอนวัตกรรมการจัดการข้อมูลระดับองค์กรมายาวนานกว่า 30 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของระบบคลาวด์ Veritas Alta จะเข้ามาช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของและควบคุมข้อมูลของตนเองได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ทั้งในองค์กรหรือบนคลาวด์ ซึ่งในขณะเดียวกันยังช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ได้ด้วย”
 

from:https://www.techtalkthai.com/veritas-launches-veritas-alta-the-most-comprehensive-cloud-data-management-platform/

Commvault โซลูชันจัดการและปกป้องข้อมูลในการทำ Cloud Transformation

Cloud Transformation เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Digital Transformation ซึ่งหลายท่านคงเคยได้ยินกับนโยบายของ Cloud First ทั้งนี้การประยุกต์ใช้งานคลาวด์มีปัจจัยมากมายที่องค์กรต้องคิด แต่หัวใจสำคัญที่แท้จริงก็คือ “ข้อมูล” ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต้องปกป้องไว้ไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยเราจะมาพูดถึงปัจจัย 3 ประการ หากท่านต้องมองหาโซลูชันด้านการจัดการและปกป้องข้อมูลในการทำ Cloud Transformation

1) สามารถรองรับข้อมูลได้ทุก Workload

โซลูชันที่สามารถรองรับข้อมูลที่กระจายตัวอยู่บนหลากหลายแพลตฟอร์มได้ จะช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัวและยืดหยุ่นต่อการบริหารจัดการข้อมูลในทุก Environment รวมไปถึงยังช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและลดช่องโหว่จากการโจมตีทาง Cyber Attack อีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง นี่คือสิ่งสำคัญว่าทำไมโซลูชันการปกป้องข้อมูลต้องมีความสามารในการถรองรับ Workload ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเก่าอย่าง AS/400 หรือเทคโนโลยีสมัยปัจจุบันอย่าง SaaS และ Container เป็นต้น

ในมุมของ Commvault เองผู้ใช้งานสามารถมีทางเลือกกับการวางกลยุทธ์ทั้งในรูปแบบของ Cloud/Multi Cloud ร่วมทั้ง Hybrid Cloud Solution โดยอาจจะเป็นการเริ่มต้นจากการใช้งานบน On-premise และย้าย(Migration Data) ไปสู่ Cloud หรือบริหารจัดการข้อมูลผ่านบริการ SaaS มายัง On-premise หรือสำรองข้อมูลบน Cloud เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ต้องย้ายออกข้อมูล โดยสามารถเลือกผสมผสานโซลูชันด้วย Commvault ไม่ว่าจะเป็น Scale-out with HCI Solution (HyperScale X), Cloud Storage (Metallic) และซอฟต์แวร์ Backup & Recovery

2) การรวบรวมและคัดกรองข้อมูล (Data Consolidation)

การย้าย (Migration Data) ข้อมูลโดยที่ไม่ได้คัดกรองข้อมูลเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง จากผลสำรวจพบว่า ข้อมูลในองค์กรมากกว่า 50% ประกอบไปด้วยข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนกัน ,ข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานแล้วและไม่ได้สร้างคุณค่าให้กับองค์กรแล้ว เราเรียกว่า ROT Data ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการกระจัดกระจายของข้อมูล (Data fragmentation and sprawl) ทำให้องค์กรต้องมีต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงการถูกโจรกรรม/การละเมิดข้อมูลจากภัยคุกคามต่างๆ โดย Commvault มีโซลูชัน File Storage Optimization สำหรับบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร สำหรับค้นหา (Advanced search) และคัดกรองข้อมูล(Data Consolidation) เพื่อเตรียมพร้อมในการย้าย (Migration Data) ข้อมูลไปสู่ระบะ Cloud ได้

3) ความยืดหยุ่นและคล่องตัว

นอกจากโซลูชันการสำรองข้อมูลจาก Commvault จะครอบคลุมกับ Workload ทุกประเภทในองค์กรแล้ว โซลูชันจาก Commvault ยังรองรับการขยายตัวได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการ Scale Out หรือกระจายข้อมูลไปยังผู้ให้บริการคลาวด์หลายเจ้า หรือ Storage ยี่ห้อที่ต่างกันก็ทำงานร่วมกันได้ โดยสามารถบริหารจัดการผ่าน Single Management Platform เดียวกันได้ ผ่านหน้า Dashboard Report ที่ทำให้มองเห็นภาพรวมข้อมูลขององค์กร ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Monitoring และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการทำ Default Configuration สำหรับการกำหนด Backup and Recovery plan เพื่อลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human Error) และทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ท่านใดสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Commvault ได้ที่

บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email : cu_mkt@cu.co.th

ทั้งนี้ทางคอมพิวเตอร์ยูเนี่ยนมีทีม CU as-a-Service ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้คำแนะนำและปรึกษาด้านการออกแบบและดีไซน์โซลูชัน รวมถึงการให้บริการ POC และติดตั้งใช้งาน โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cu.co.th/distributor/service/ หรือแสกน QR Code

from:https://www.techtalkthai.com/commvault-for-cloud-transformation-data-protection/

เชิญร่วมงานสัมมนา Cohesity Cyber Resilience Day Seminar (27 ตุลาคมนี้)

ในปัจจุบันนี้ข้อมูลมีความสำคัญต่อองค์กรต่างๆ แล้วทำไมองค์กรของคุณต้องให้ความสนใจกับการจัดการข้อมูล (Data Management) เพราะข้อมูลคือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตและเป็นรากฐานของการดำเนินธุรกิจ หรือการจัดการภายในองค์กร เพื่อการตัดสินใจและการดำเนินการที่ถูกต้องที่สุดและดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงด้านการตลาด การทำแคมเปญ การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการดำเนินธุรกิจในการลดต้นทุน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้และผลกำไรให้กับองค์กร แต่ข้อมูลเหล่านั้นจะมีคุณภาพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่นั้น ต้องอาศัยการจัดการข้อมูลที่ดีเข้ามาช่วยนั่นเอง

การจัดการข้อมูล (Data Management) คือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของบริษัท หรือองค์กรใด ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนของการนำเข้าข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดระเบียบข้อมูล และการบำรุงรักษารวบรวมข้อมูลเหล่านั้นให้คงอยู่ สามารถนำออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การจัดการข้อมูลยังครอบคลุมหน้าที่ในการวางแผนการใช้ข้อมูล ตรวจสอบ ประมวลผลและส่งมอบข้อมูลเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัท หรือองค์กรอีกด้วยและเพื่อให้องค์กรสามาถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าของตนในยุค Digital Transformation ได้อย่างไร

ทาง Cohesity  ประเทศไทย เรียนเชิญทุกท่านหาคำตอบไปพร้อมกันได้ที่ งานสัมมนา Cohesity Cyber Resilience Day Event ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 8:00 น. ถึง 13:00. น. ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

ท่านใดสนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ลิงค์ลงทะเบียนด้านล่างนี้ – คลิกลงทะเบียน!

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/cohesity-resilience-day-event-on-27-oct/

ค้นหา จำแนก และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ด้วยโซลูชัน DLP จาก SearchInform

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) บังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ActiveMedia ผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์และโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จึงได้นำเสนอ SearchInform โซลูชันที่ช่วยให้การค้นหาเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นเรื่องง่าย พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลเหล่านั้น รวมไปถึงป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลสู่ภายนอก ช่วยให้องค์กรทุกระดับสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PDPA ได้ง่ายยิ่งขึ้น

PDPA บังคับใช้แล้ว จะค้นหาและจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA เป็นกฎหมายที่ทุกองค์กรและหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ต้องปฏิบัติตามหากมีการจัดเก็บและนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อให้บริการ หรือนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นๆ เช่น การตลาด หนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของ PDPA คือ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ Data Security ที่องค์กรจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยที่คอยคุ้มครองข้อมูลไม่ให้สูญหาย รั่วไหล หรือถูกขโมยออกไป

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีสูตรสำเร็จที่ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PDPA ได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากแต่ละองค์กรมีแนวทางปฏิบัติและกระบวนการจัดการข้อมูลแตกต่างกัน ทำให้จำเป็นต้องใช้หลายๆ โซลูชันมาประกอบกัน ที่สำคัญคือการดำเนินงานเชิงนโยบายหลายๆ อย่าง เช่น การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล จำเป็นต้องมีโซลูชันมาบังคับใช้ด้งบ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะปฏิบัติตามนโยบายที่สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA

PDPA เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา คำถามที่หลายๆ องค์กรมักพบ คือ เราจะทราบได้อย่างไรว่าข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงานถูกจัดเก็บไว้ที่ไนบ้าง ถ้าต้องค้นหา แก้ไข หรือลบข้อมูลจะทำอย่างไร มีการส่งต่อข้อมูลให้บุคคลที่ 3 หรือไม่ และเราจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลเหล่านี้ไม่ให้รั่วไหลสู่สาธารณะแล้วถูกฟ้องร้องได้อย่างไร โซลูชัน Data Loss Prevention (DLP) และ FileAuditor ของ SearchInform จะเข้ามาช่วยตอบคำถามเหล่านี้

ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสำคัญไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอกด้วย SearchInform DLP

SearchInform เป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ DLP ที่สามารถป้องกัน ติดตาม และระบุจุดเกิดเหตุหรือความพยายามที่ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญจะรั่วไหลออกไป ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ SearchInform สามารถติดตามกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับไฟล์ข้อมูลได้อย่างละเอียดว่าพนักงานคนใด ทำอะไร (เปิด แก้ไข ลบ หรือดัดแปลง) ที่ไหน และอย่างไร และกำหนดนโยบายเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟล์ที่ประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญขององค์กรหลุดสู่ภายนอก ซึ่งครอบคลุมทุกช่องทางการติดต่อสื่อสาร ดังนี้

ออนไลน์และโซเชียลมีเดีย

ตรวจสอบและป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหลสู่อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียได้ ทั้งการอัปโหลดไฟล์ผ่านเว็บเบราเซอร์ การแชร์ไฟล์ออนไลน์ผ่าน Send Anywhere, WeTransfer หรือ Facebook การอัปโหลดไฟล์ขึ้น Cloud เช่น Google Drive, Dropbox, OneDrive หรือแม้แต่ Microsoft 365 (Exchange/Sharepoint) รวมไปถึงแชร์ไฟล์ผ่าน FTP/FTPS นอกจากนี้ยังสามารถเก็บ Log ของการเข้าถึง URL และตัวไฟล์ไว้สำหรับเป็นหลักฐานได้อีกด้วย

อีเมลและโปรแกรมแชต

สามารถติดตามข้อความที่เขียนบนอีเมลและไฟล์แนบเพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญกำลังถูกส่งออกไปหรือไม่ รวมถึงติดตามว่าผู้ส่งและผู้รับคือใคร แนบไฟล์อะไรไป โดยรองรับการใช้งานร่วมกับ Email Client ที่หลากหลายผ่านโปรโตคอลมาตรฐานทั้ง POP3, IMAP, SMTP และ Webmail นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบข้อความและไฟล์ที่ส่งผ่านโปรแกรมแชต เช่น WhatsApp, Skype และ LINE ได้อีกด้วย

ปรินเตอร์ USB และ Bluetooth

สามารถติดตามการใช้ปรินเตอร์ว่าใครสั่งพิมพ์เอกสารอะไร พร้อมตรวจสอบข้อความในเอกสารที่ถูกสั่งพิมพ์ว่ามีข้อมูลสำคัญ เช่น คำว่า “Purchase Order” อยู่บนเอกสารหรือไม่ ถ้าพบก็จะยับยั้งการสั่งพิมพ์ให้โดยอัตโนมัติ สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงจำพวก USB, External HDD, CD/DVD รวมไปถึงอุปกรณ์ Bluetooth ก็สามารถตรวจสอบการบันทึกหรือแชร์ไฟล์ผ่านอุปกรณ์เหล่านั้นได้ด้วยเช่นกัน

SearchInform ให้บริการโซลูชัน DLP ในรูปแบบ On-premises รองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Windows โดยติดตั้งเป็น Agent ขนาดเล็ก ซึ่งทำหน้าที่ได้ทั้งการติดตามและป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลออกจากอุปกรณ์ ไม่ว่าจะทั้งผ่านทางอินเทอร์เน็ต การส่งอีเมล การแชต การสั่งพิมพ์เอกสาร หรือการคัดลอกลง USB โดยสามารถบริหารจัดการ Agent ทั้งหมดได้จากศูนย์กลางผ่านทาง Management Console ที่ติดตั้งได้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์

คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ SearchInform DLP ได้แก่

  • ฟังก์ชัน Search สำหรับค้นหาคำ กลุ่มคำ ประโยค หรือข้อความที่มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญประกอบอยู่จากกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดบนอุปกรณ์ปลายทาง พร้อมแสดงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถระบุวันและเวลาตามที่ต้องการได้
  • การกำหนดนโยบายเพื่อติดตามและป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอก โดยสามารถตรวจสอบได้ถึงข้อความภายในไฟล์เอกสาร (PDF, Word, Excel, PowerPoint และอื่นๆ )
  • มี Alert Center สำหรับตั้งค่าแจ้งเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านทางอีเมลเมื่อค้นพบการละเมิดนโยบายที่กำหนด โดยสามารถระบุตัวผู้กระทำ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลที่พยายามรั่วไหลสู่ภายนอก
  • มี Report Center สำหรับเก็บและแสดงข้อมูลกิจกรรมและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานของพนักงานบนทุกช่องทางติดต่อสื่อสาร

ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสำคัญขององค์กรด้วย SearchInform FileAuditor

โซลูชัน DLP ที่พบโดยทั่วไปในตลาด รวมไปถึง DLP ที่เป็นฟีเจอร์บนผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น Firewall หรือ Endpoint Protection มักทำได้แค่ฟังก์ชันพื้นฐาน คือ ตรวจสอบได้เฉพาะไฟล์ที่อัปโหลดสู่อินเทอร์เน็ตหรือไฟล์แนบในอีเมล ซึ่งไฟล์เหล่านั้นก็ต้องเป็นไฟล์เอกสารจำพวก Word, Excel หรือ PowerPoint หลายผลิตภัณฑ์ไม่รองรับการตรวจสอบไฟล์ PDF นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องระบุ “ข้อความ” ที่ชัดเจนในการตรวจสอบไฟล์เอกสารเหล่านั้นอีกด้วย ทำให้ขาดความครอบคลุมและไม่ยืดหยุ่น

SearchInform FileAuditor เป็นโซลูชันเสริมของ SearchInform DLP ที่ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงและตรวจสอบเนื้อหาด้านในของไฟล์ ไม่ว่าจะเป็น PDF, Word, Excel, PowerPoint และอื่นๆ บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญขององค์กรอยู่หรือไม่ พร้อมจำแนกประเภทของไฟล์เหล่านั้นตามเงื่อนไขหรือปัจจัยที่กำหนดโดยอัตโนมัติ แล้วนำไปกำหนดเป็นนโยบายเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอย่างละเอียด ป้องกัน และแจ้งเตือน เมื่อพบความพยายามที่จะนำไฟล์ออกสู่ภายนอก

SearchInform FileAuditor สามารถค้นหาและจำแนกประเภทของไฟล์ด้วยการติด Tag ได้ 2 แบบ ดังนี้

  • Manual – ผู้ใช้สามารถเลือกติด Tag ให้ไฟล์เอกสารตามความสำคัญได้ด้วยตนเอง เช่น Top Secret, Confidential, Public เป็นต้น
  • Auto – กำหนด Text, File Attributes, Similar-content Search, Dictionary หรือ Regular Expression เพื่อให้ FileAuditor ค้นหาและจำแนกประเภทของไฟล์ข้อมูลทั้งหมดบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้โดยอัตโนมัติ สามารถตั้งความถี่การค้นหาและจำแนกได้ เช่น รายวัน รายสัปดาห์

การค้นหาและจำแนกประเภทของไฟล์เอกสารนี้ ช่วยให้ผู้ดูแลระบบทราบได้ว่า องค์กรมีข้อมูลสำคัญอยู่มากน้อยเพียงใด ถูกจัดเก็บอยู่ที่ไหน ไฟล์เอกสารใดมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญอยู่บ้าง และใครมีสิทธิ์ในการเข้าถึงและแก้ไขข้อมูลเหล่านั้น ช่วยให้การค้นหาและตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

Use Cases การใช้ SearchInform ตามข้อกำหนดของ PDPA

SearchInform DLP และ FileAuditor ช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PDPA ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย Use Cases ที่พบบ่อยมีดังนี้

1. การค้นหา แก้ไข และลบข้อมูลส่วนบุคคล

หนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของ PDPA คือ เจ้าของข้อมูล (ทั้งลูกค้าและพนักงาน) สามารถขอเข้าถึงข้อมูลเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ทันสมัยหรือลบข้อมูลตนเองทิ้งได้ ฟีเจอร์ Search ของ SearchInform ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถค้นหาไฟล์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลนั้นๆ ภายในระบบขององค์กรได้ทั้งหมด และระบุตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้ว่าถูกจัดเก็บอยู่ที่ใด เพื่อดำเนินการแก้ไขหรือลบทิ้งตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

2. การติดตามเหตุ Data Breach

ฟีเจอร์ Search ของ SearchInform ช่วยให้ผู้ดูแลระบบค้นหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหตุ Data Breach ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจุดที่เกิดเหตุ เวลาที่เกิดเหตุ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และสาเหตุของการเกิด Data Breach นั้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมหลักฐานสำหรับใช้อ้างอิงเพื่อดำเนินการสืบสวนต่อไป

3. การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลสู่ภายนอก

SearchInform FileAuditor ช่วยให้องค์กรสามารถค้นหาและจำแนกไฟล์เอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลประกอบอยู่ทั้งหมดภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้ไปกำหนดนโยบายในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอกได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะผ่านทางอินเทอร์เน็ต การส่งอีเมล การแชต การสั่งพิมพ์เอกสาร หรือการคัดลอกลง USB

4. การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ

เช่นเดียวกับการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลสู่ภายนอก SearchInform DLP สามารถกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์เอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลประกอบอยู่ได้ด้วยการแก้ไข Access Right ของไฟล์นั้นๆ ป้องกันผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงไฟล์โดยมิชอบ (Unauthorized Access)

ActiveMedia จับมือ SearchInform ให้บริการโซลูชัน DLP และ FileAuditor ในประเทศไทย

ActiveMedia เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชันของ SearchInform อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการตามข้อกำหนดของ PDPA การออกแบบและติดตั้งโซลูชันให้เข้ากับกระบวนการจัดการและแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนบุคคลขององค์กร ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขาย เพื่อช่วยให้องค์กรทุกระดับสามารถคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั้งของลูกค้าและพนักงานได้ตามแนวทางของ PDPA ทั้งการค้นหาและจำแนกประเภทข้อมูล การติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลเหล่านั้น และการป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอก ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มานานกว่า 17 ปี และผ่านการอบรมและมีใบรับรองจาก SearchInform โดยตรง

สนใจทดลองใช้งาน Searchinform DLP และ FileAuditor ฟรี 30 วัน ได้ที่ช่องทางการติดต่อ

บริษัท แอ็กทีฟมีเดีย (ไทยแลนด์) จำกัด
โทร: 02-683-5100
อีเมล: sales@activemedia.co.th
LINE: @activemedia

from:https://www.techtalkthai.com/searchinform-dlp-and-file-auditor-by-activemedia/