คลังเก็บป้ายกำกับ: Cisco

ซิสโก้ประกาศปลดพนักงาน ด้วยเหตุผลด้านการปรับโครงสร้างทางธุรกิจให้สมดุลมากขึ้น

ซิสโก้กล่าวว่ามีการพูดคุยกับพนักงานเรื่องลดจำนวนคนเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยจะลีนองค์กร ลดพื้นที่สำนักงานลงด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อปรับขนาดของบางหน่วยธุรกิจให้เหมาะสม ยืนยันโดยซีอีโอ Chuck Robbins ในงานแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2023

เขากล่าวถึงแผนที่จะ “ปรับสมดุล” บางธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มคอลลาบอเรต พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอันดับความสำคัญของแต่ละกลุ่ม แค่จะคุมให้มีขนาดที่เหมาะสม ทั้งนี้เงินที่ใช้ในการปรับโครงสร้างน่าจะรวมประมาณ 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ประกอบด้วยเงินเลิกจ้างและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดยแบ่งเป็นงวดแรก 300 ล้านเหรียญฯ ที่จะจ่ายในไตรมาสที่สองนี้ อีกสองร้อยล้านเหรียญฯ สำหรับจ่ายช่วงครึ่งปีงบประมาณหลัง ที่เหลือจะไปจ่ายไตรมาสแรกปีถัดไป

โฆษกซิสโก้ คุณ Robyn Blum ยืนยันกับสำนักข่าว CRN ว่าจำนวนพนักงานที่จะได้รับผลกระทบมีแค่ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น พร้อมระบุว่าซิสโก้ยังมีตำแหน่งงานที่เปิดรับเพิ่ม และจะดูแลพนักงานที่ถูกเชิญออกให้ดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-layoffs-slated-tech-giant-rebalances-business-units/

Cisco ไตรมาสล่าสุด รายได้รวมโต 6% บอกสถานการณ์ซัพพลายเชนดีขึ้นแล้ว

Cisco รายงานผลประกอบการของไตรมาส 1 ตามปีการเงินบริษัท 2023 สิ้นสุดเดือนตุลาคม รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 13,632 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิตามบัญชี GAAP 2,670 ล้านดอลลาร์

Scott Herren ซีเอฟโอของ Cisco กล่าวว่ารายได้ต่อเนื่องของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี มี ARR เพิ่มขึ้น 12% ซึ่งสะท้อนความคืบหน้าในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่บริการบนคลาวด์ และการขายซอฟต์แวร์แบบ subscription มากขึ้น ขณะที่สถานการณ์ซัพพลายเชนดีขึ้นแล้ว

รายได้จากกลุ่มธุรกิจหลักซึ่งเรียกรวมว่า Secure, Agile Networks เพิ่มขึ้น 12% เป็น 6,684 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่ม Internet for the Future และ Collaboration มีรายได้ลดลงเล็กน้อย ส่วนกลุ่ม End-to-End Security เพิ่มขึ้น 9% เป็น 971 ล้านดอลลาร์

ที่มา: Cisco

Cisco

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131529

ซิสโก้จับมือแพลนเน็ตคอม พัฒนา “โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์” ตั้้งเป้าหัวเมืองทั่วประเทศ!

ซิสโก้ และ แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย (PLANET) เปิดตัว “PLANET Edge Data Center” โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์ต้นแบบ ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลในประเทศไทย (Country Digital Acceleration – CDA) ของซิสโก้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมศักยภาพการเชื่อมต่อ และสร้างประสบการณ์ดิจิทัลแบบเน็กซ์เจนให้กับประชาชนผ่านนวัตกรรมสมาร์ทซิตี้ เช่น ระบบไฟส่องสว่างแบบอัจฉริยะตามท้องถนน และระบบเซ็นเซอร์ ฯลฯ

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แพลนเน็ตคอมและซิสโก้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน และเรามีความยินดีในการขยายความร่วมมือดังกล่าวภายใต้โครงการ CDA ของซิสโก้ และวันนี้เราร่วมมือกันพัฒนา ‘PLANET Edge Data Center’ ที่จะนำไปติดตั้งตามหัวเมืองจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศภายในปี 2566 โดยใช้เวลาในการติดตั้งที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงซึ่งเป็นจุดเด่นของโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์

นายทวีวัฒน์ จันทรเสโน กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และพม่า กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างซิสโก้และแพลนเน็ตคอม ภายใต้ ‘โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลในประเทศไทย’ (CDA) ของซิสโก้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่เอื้อประโยชน์แก่คนทุกกลุ่มในไทย ‘โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์’ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญบนเส้นทางดิจิทัลของประเทศที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของไทย และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ชีวิตดิจิทัลที่ก้าวล้ำเราหวังว่าจะได้เห็นเทศบาล อำเภอ หรือเมืองอัจฉริยะมากขึ้นที่ได้รับประโยชน์จากความร่วมมือนี้”

ข้อดีของโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์แบบตู้คอนเทนเนอร์ นั้นเพิ่มกำลังความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อตอบสนองความต้องการ ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงสุดได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้ง สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วภายใน 12 ถึง 16 สัปดาห์ ประหยัดพลังงานทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-planet-edge-data-center/

ซิสโก้จับมือแพลนเน็ตคอม พัฒนา “โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์” ขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้ในไทย

ซิสโก้ และ บมจ.แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย (PLANET) เปิดตัว “PLANET Edge Data Center” โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์ต้นแบบสำหรับขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0  ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลในประเทศไทย (Country Digital Acceleration – CDA) ของซิสโก้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมศักยภาพการเชื่อมต่อ และสร้างประสบการณ์ดิจิทัลแบบเน็กซ์เจนให้กับประชาชนผ่านนวัตกรรมสมาร์ทซิตี้ เช่น ระบบไฟส่องสว่างแบบอัจฉริยะตามท้องถนน และระบบเซ็นเซอร์ ฯลฯ

ขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงการสมาร์ทซิตี้อย่างต่อเนื่อง โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์จะมอบแพลตฟอร์มที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น และประหยัดพลังงานพร้อมความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ขับเคลื่อนโซลูชั่นที่ใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า (Big Data), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากทางด้านเศรษฐกิจและสังคมทั่วประเทศ

Cisco

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แพลนเน็ตคอมและซิสโก้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน และเรามีความยินดีในการขยายความร่วมมือดังกล่าวภายใต้โครงการ CDA ของซิสโก้ แพลนเน็ตคอมในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล เรามุ่งพัฒนาโซลูชั่นเพื่อสร้างเมืองดิจิทัลที่สามารถใช้ศักยภาพของ 5G ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ และชีวิตที่มีคุณภาพ การที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กับซิสโก้ทำให้ธุรกิจและการบริการของเราเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าด้วยดีตลอดมา จนถึงวันนี้เราร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศด้วยความชำนาญของเราทั้งคู่ผ่านการพัฒนา ‘PLANET Edge Data Center’ ที่จะนำไปติดตั้งตามหัวเมืองจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศภายในปี 2566 โดยใช้เวลาในการติดตั้งที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงซึ่งเป็นจุดเด่นของโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์

ปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้งาน Big Data, IoT และ AI เพิ่มมากขึ้น จึงมีความต้องการระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงมากกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ของเมืองเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อมูลมหาศาลและถูกประมวลผลแบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆและกล้องที่ติดตั้งในตัวเมือง, การทำ Image Processing สำหรับระบบ Face Recognition เพื่อวิเคราะห์และรู้จำใบหน้า หรือระบบอ่านและค้นหาป้ายทะเบียนรถ

โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์นำเสนอรูปแบบของโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาและความท้าทายเหล่านี้ โดยทำงานร่วมกับบริการคลาวด์ที่มีอยู่เพื่อใช้งานด้านข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้จะเปลี่ยนเมืองต่างๆ ให้เป็นดิจิทัลซิตี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของประชาชน

โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์บรรจุความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ในคอนเทนเนอร์มาตรฐานสำหรับการขนส่ง โดยมีอัตราส่วนประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness – PUE) อยู่ที่ 1.3 ถึง 1.5 สามารถขนย้ายไปได้เกือบทุกที่ทั่วโลก ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก มีความยืดหยุ่นของโลเคชั่นอย่างมาก นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดของบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในแต่ละพื้นที่ และรองรับการทำภารกิจในพื้นที่ห่างไกลของประเทศ โดยสามารถใช้งานแทนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับไฮเปอร์สเกลที่ไม่จำเป็นต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ฐานราก

นายทวีวัฒน์ จันทรเสโน กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และพม่า กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่บนเส้นทางการเร่งพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าในด้านต่างๆ  ความร่วมมือระหว่างซิสโก้และแพลนเน็ตคอม ภายใต้ ‘โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลในประเทศไทย’ (CDA) ของซิสโก้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่เอื้อประโยชน์แก่คนทุกกลุ่มในไทย ‘โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์’ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญบนเส้นทางดิจิทัลของประเทศที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของไทย และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ชีวิตดิจิทัลที่ก้าวล้ำเราหวังว่าจะได้เห็นเทศบาล อำเภอ หรือเมืองอัจฉริยะมากขึ้นที่ได้รับประโยชน์จากความร่วมมือนี้”

‘PLANET Edge Data Center’ ประกอบด้วยโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์จากซิสโก้ และโซลูชั่นสำหรับสมาร์ทซิตี้จากแพลนเน็ตคอมที่พัฒนาและใช้งานแล้วที่อำเภอบ้านฉาง ระยอง ซึ่งเป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนา 5G สู่เมืองอัจฉริยะ โซลูชั่นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของซิสโก้สำหรับ ‘PLANET Edge Data Center’ ประกอบด้วย Cisco HyperFlex — Hyper-Converged Infrastructure (HCI), Cloud Operations Platform (Intersight), สวิตช์ Catalyst, Series Integrated Services Routers (ISR), Next-Generation Firewall, DNS Security, Secure Network Analytics (Stealthwatch)  ทั้งนี้ ‘PLANET Edge Data Center’ สามารถทำงานร่วมกับบริการคลาวด์ (IaaS) และ Platform as a Services (PaaS) ตามมาตรฐาน TIER III ด้วยฟอร์มแฟคเตอร์แบบบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ นับเป็นดาต้าเซ็นเตอร์สำเร็จรูปขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งและใช้งานได้ทุกที่ โดยสามารถใช้เป็นส่วนต่อขยายเพิ่มเติมจากดาต้าเซ็นเตอร์แบบปกติที่มีอยู่ หรือใช้งานแบบแยกเดี่ยว (standalone) ก็ได้

ข้อดีของโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์แบบตู้คอนเทนเนอร์

  • เพิ่มกำลังความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อตอบสนองความต้องการ ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงสุดได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วภายใน 12 ถึง 16 สัปดาห์
  • ประหยัดพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม โดยค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานในดาตาเซ็นเตอร์ (PUE) อยู่ที่ 1.3 ถึง 1.5 สามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
  • โซลูชั่นแบบครบวงจรลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และช่วยให้สามารถใช้งานได้จริงภายในเวลาอันรวดเร็ว
  • ขนย้ายได้สะดวก เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเตรียมโลเคชั่น

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/cisco-joins-forces-with-planetcom-to-develop-mobile-data-center/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cisco-joins-forces-with-planetcom-to-develop-mobile-data-center

ซิสโก้จับมือแพลนเน็ตคอม พัฒนา “โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์” ขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้ในไทย [Guest Post]

โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์ทำหน้าที่เป็นแกนหลักรองรับบริการสมาร์ทซิตี้

กรุงเทพฯ – 10 พฤศจิกายน 2565 – ซิสโก้ และ บมจ.แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย (PLANET) เปิดตัว PLANET Edge Data Center” โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์ต้นแบบสำหรับขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0  ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลในประเทศไทย (Country Digital Acceleration – CDA) ของซิสโก้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมศักยภาพการเชื่อมต่อ และสร้างประสบการณ์ดิจิทัลแบบเน็กซ์เจนให้กับประชาชนผ่านนวัตกรรมสมาร์ทซิตี้ เช่น ระบบไฟส่องสว่างแบบอัจฉริยะตามท้องถนน และระบบเซ็นเซอร์ ฯลฯ

ขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงการสมาร์ทซิตี้อย่างต่อเนื่อง โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์จะมอบแพลตฟอร์มที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น และประหยัดพลังงานพร้อมความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ขับเคลื่อนโซลูชั่นที่ใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า (Big Data), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) ที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากทางด้านเศรษฐกิจและสังคมทั่วประเทศ

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน)

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แพลนเน็ตคอมและซิสโก้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน และเรามีความยินดีในการขยายความร่วมมือดังกล่าวภายใต้โครงการ CDA ของซิสโก้ แพลนเน็ตคอมในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล เรามุ่งพัฒนาโซลูชั่นเพื่อสร้างเมืองดิจิทัลที่สามารถใช้ศักยภาพของ 5G ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ และชีวิตที่มีคุณภาพ การที่เราเป็นพาร์ทเนอร์กับซิสโก้ทำให้ธุรกิจและการบริการของเราเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าด้วยดีตลอดมา จนถึงวันนี้เราร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศด้วยความชำนาญของเราทั้งคู่ผ่านการพัฒนา ‘PLANET Edge Data Center’ ที่จะนำไปติดตั้งตามหัวเมืองจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศภายในปี 2566 โดยใช้เวลาในการติดตั้งที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงซึ่งเป็นจุดเด่นของโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์

ปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้งาน Big Data, IoT และ AI เพิ่มมากขึ้น จึงมีความต้องการระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงมากกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ของเมืองเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อมูลมหาศาลและถูกประมวลผลแบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆและกล้องที่ติดตั้งในตัวเมือง, การทำ Image Processing สำหรับระบบ Face Recognition เพื่อวิเคราะห์และรู้จำใบหน้า หรือระบบอ่านและค้นหาป้ายทะเบียนรถ

โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์นำเสนอรูปแบบของโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาและความท้าทายเหล่านี้ โดยทำงานร่วมกับบริการคลาวด์ที่มีอยู่เพื่อใช้งานด้านข้อมูลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้จะเปลี่ยนเมืองต่างๆ ให้เป็นดิจิทัลซิตี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของประชาชน

โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์บรรจุความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ในคอนเทนเนอร์มาตรฐานสำหรับการขนส่ง โดยมีอัตราส่วนประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness – PUE) อยู่ที่ 1.3 ถึง 1.5 สามารถขนย้ายไปได้เกือบทุกที่ทั่วโลก ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก มีความยืดหยุ่นของโลเคชั่นอย่างมาก นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดของบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในแต่ละพื้นที่ และรองรับการทำภารกิจในพื้นที่ห่างไกลของประเทศ โดยสามารถใช้งานแทนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับไฮเปอร์สเกลที่ไม่จำเป็นต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ฐานราก

นายทวีวัฒน์ จันทรเสโน กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และพม่า

นายทวีวัฒน์ จันทรเสโน กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และพม่า กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่บนเส้นทางการเร่งพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าในด้านต่างๆ  ความร่วมมือระหว่างซิสโก้และแพลนเน็ตคอม ภายใต้ ‘โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลในประเทศไทย’ (CDA) ของซิสโก้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่เอื้อประโยชน์แก่คนทุกกลุ่มในไทย ‘โมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์’ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญบนเส้นทางดิจิทัลของประเทศที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของไทย และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ชีวิตดิจิทัลที่ก้าวล้ำเราหวังว่าจะได้เห็นเทศบาล อำเภอ หรือเมืองอัจฉริยะมากขึ้นที่ได้รับประโยชน์จากความร่วมมือนี้”

‘PLANET Edge Data Center’ ประกอบด้วยโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์จากซิสโก้ และโซลูชั่นสำหรับสมาร์ทซิตี้จากแพลนเน็ตคอมที่พัฒนาและใช้งานแล้วที่อำเภอบ้านฉาง ระยอง ซึ่งเป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนา 5G สู่เมืองอัจฉริยะ โซลูชั่นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของซิสโก้สำหรับ ‘PLANET Edge Data Center’ ประกอบด้วย Cisco HyperFlex — Hyper-Converged Infrastructure (HCI), Cloud Operations Platform (Intersight), สวิตช์ Catalyst, Series Integrated Services Routers (ISR), Next-Generation Firewall, DNS Security, Secure Network Analytics (Stealthwatch)  ทั้งนี้ ‘PLANET Edge Data Center’ สามารถทำงานร่วมกับบริการคลาวด์ (IaaS) และ Platform as a Services (PaaS) ตามมาตรฐาน TIER III ด้วยฟอร์มแฟคเตอร์แบบบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ นับเป็นดาต้าเซ็นเตอร์สำเร็จรูปขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งและใช้งานได้ทุกที่ โดยสามารถใช้เป็นส่วนต่อขยายเพิ่มเติมจากดาต้าเซ็นเตอร์แบบปกติที่มีอยู่ หรือใช้งานแบบแยกเดี่ยว (standalone) ก็ได้

ข้อดีของโมบายล์ดาต้าเซ็นเตอร์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์แบบตู้คอนเทนเนอร์

  • เพิ่มกำลังความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อตอบสนองความต้องการ ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงสุดได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • สามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วภายใน 12 ถึง 16 สัปดาห์
  • ประหยัดพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม โดยค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานในดาตาเซ็นเตอร์ (PUE) อยู่ที่ 3 ถึง 1.5 สามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
  • โซลูชั่นแบบครบวงจรลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และช่วยให้สามารถใช้งานได้จริงภายในเวลาอันรวดเร็ว
  • ขนย้ายได้สะดวก เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเตรียมโลเคชั่น

เกี่ยวกับ ซิสโก้

ซิสโก้ (NASDAQ: CSCO) เป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกที่ยกระดับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซิสโก้สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ จากวิธีการใช้แอปพลิเคชันที่แตกต่างไปจากเดิม การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน และช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับทีมของคุณเพื่อโลกแห่งอนาคต เปิดประสบการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ก และติดตามข่าวสารของซิสโก้บนทวิตเตอร์ที่ Twitter @Cisco.

บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน)

แพลนเน็ตคอม (mai: PLANET) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2537 และจดทะเบียนในตลาด mai เมื่อปี พ.ศ. 2557 โดยปัจจุบันเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมแบบครบวงจร ให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย สำหรับโครงสร้างพื้นฐานระบบโครงข่ายโทรคมนาคม ระบบการสื่อสารแบบรวมศูนย์ ระบบส่งสัญญาณภาพและเสียงแบบดิจิทัล ระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ไอโอทีแพลทฟอร์ม การวิเคราะห์ภาพและข้อมูลอัจฉริยะ การแพทย์ทางไกล เทคโนโลยียานพาหนะไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และ เทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อยกระดับและพัฒนาประเทศไปสู่สังคมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero-Carbon) ยกระดับภาคการผลิตไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต (Increasing Productivity) รวมไปถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน (Improving a Quality of Life)

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-joins-forces-with-planetcom-to-develop-mobile-data-centers-to-drive-smart-cities-in-thailand/

ซิสโก้หวังส่วนแบ่งตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลมากกว่านี้ พร้อมแนะนำสวิตช์ระดับ 800G

ขณะที่องค์กรทั้งหลายต่างย้ายเวิร์กโหลดตัวเองขึ้นคลาวด์ ซึ่งก็เช่นเดียวกับธุรกิจเน็ตเวิร์กสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์เหมือนกัน อย่างกรณีของซิสโก้เองก็ตระหนักถึงความต้องการใหม่นี้ในตลาดเป็นอย่างดี แต่ก็ต้องการจับตลาดผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่และลูกค้าระดับไฮเปอร์สเกลด้วยเช่นกัน

ล่าสุดจึงหันมาพัฒนาอุปกรณ์เครือข่ายที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ อย่างสวิตช์ที่ทำงานเร็วมาก ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแบบแยกส่วนฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์ชัดเจน (Disaggregated)

อย่างกรณีของ สวิตช์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ 800G ใหม่สองรุ่นได้แก่ สวิตช์ Disaggregated อย่าง Cisco 8111 สำหรับกลุ่มไฮเปอร์สเกเลอร์ที่ต้องการรันโอเอสจากเธิร์ดปาร์ตี้บนอุปกรณ์ และสวิตช์ Cisco Nexus 9232E สำหรับระดับองค์กร พวกเว็บสเกเลอร์ (บริษัทคลาวด์ระดับ Tier 2) ผู้ให้บริการสื่อและโทรคมนาคมที่ชื่นชอบโอเอส NX-OS ของซิสโก้อยู่แล้ว

สวิตช์เหล่านี้สร้างขึ้นบนชิป Silicon One G100 ขนาด 7nm ของซิสโก้เอง ให้แบนด์วิธทรูพุตสูงถึง 25.6 Tbps สำหรับขนาดแค่ 1RU แถมยังใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม 77% ประหยัดเนื้อที่ลงมากถึง 83% เมื่อเทียบกับการใช้สวิตช์ 12.8Tbps หลายตัวแบบแต่ก่อน

คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-eyes-bigger-share-hyperscale-data-center/

Cisco เตือน พบการโจมตีผ่านช่องโหว่ใน AnyConnect Client บน Windows

Cisco เตือน พบการโจมตีผ่านช่องโหว่ใน AnyConnect Client บน Windows ผู้ใช้งานควรรีบทำการอัปเดต
 
Credit: ShutterStock.com

Cisco ได้ออกประกาศเตือนถึงช่องโหว่ใน Cisco AnyConnect Secure Mobility Client for Windows จำนวน 2 ตัว ได้แก่ CVE-2020-3433 และ CVE-2020-3153 มีความรุนแรงตาม CVSS score 7.8 และ 6.5 ตามลำดับ ถูกพบตั้งแต่สองปีที่แล้ว ทำให้ผู้ที่ทำการโจมตีจากภายในสามารถทำ DLL hijacking และวางไฟล์ไว้ใน System directory ได้ด้วยสิทธิระดับ System-level อย่างไรก็ตามช่องโหว่นี้ผู้โจมตีจำเป็นต้องมี Credential สำหรับเข้าสู่เครื่องก่อนจึงจะสามารถโจมตีได้ ทำให้ความรุนแรงไม่สูงมากนัก แต่เมื่อผู้โจมตีอาศัยช่องโหว่อื่นๆ เช่น Windows Privilege Escalation อาจทำให้เกิดความเสียหายมากได้
 
ล่าสุด Cisco PSIRT ได้รายงานว่าพบการโจมตีผ่านช่องโหว่นี้แล้ว นอกจากนี้ CISA ยังได้เพิ่มช่องโหว่นี้เข้าไปใน Know Exploited Vulnerability catalog เพื่อเฝ้าระวังอีกด้วย ผู้ใช้งานจึงควรทำการอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 4.9.00086 ขึ้นไปเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว
 

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-warns-vulnerability-on-anyconnect-windows-client-being-exploited-in-the-wild/

Cisco Webex เปิดตัวนวัตกรรมสุดล้ำ พร้อมใช้งานร่วมกับ MS Teams เดินหน้ารับเทรนด์ Hybrid Work

Cisco ได้เปิดตัวอัปเดตมากมายสำหรับ Webex Suite เพื่อการพลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ ตอบรับ Hybrid Work รองรับการทำงานแบบยืดหยุ่น เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยด้วย Audio Watermarking ป้องกันข้อมูลการประชุมรั่วไหล พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Microsoft ที่เปิดให้ใช้งาน Microsoft Teams ร่วมกับอุปกรณ์ของ Cisco ได้

ในงานประชุม WebexOne 2022 วานนี้ Jeetu Patel รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายโซลูชันการรักษาความปลอดภัย และธุรกิจ Collaboration ประจำ Cisco เผยถึงแนวโน้มการทำงานรูปแบบ Hybrid Work ว่า เมื่อออฟฟิศกลับมาเปิดอีกครั้ง การทำงานรูปแบบไฮบริดก็ย่อมท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม อย่างกรณีการสลับกันมาเข้าออฟฟิศ จะจัดประชุมอย่างไรสำหรับคนที่เข้าออฟฟิศกับคนที่ทำงานนอกสถานที่ และทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่

ดังนั้น องค์กรจึงจำเป็นต้องอาศัยโซลูชันแบบองค์รวมที่รองรับได้ทุกแพลตฟอร์มเพื่อใช้งานร่วมกันได้กับซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกัน รวมถึงระบบเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยด้วย 

จากรายงานการศึกษาของ Frost & Sullivan เมื่อเดือนตุลาคม 2022 พบว่า แม้โมเดล Hybrid Work จะกลายเป็นวิถีการทำงานแบบใหม่ แต่เมื่อสำรวจตลาดอุปกรณ์สำหรับการประชุมผ่านวิดีโอพบว่า มีเพียงห้องประชุมและห้องเรียนเพียง 6.4% เท่านั้นที่รองรับวิดีโอ

Image credit: Cisco Webex

Cisco จึงได้พัฒนาโซลูชันใหม่ พร้อมร่วมกับพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ เพื่อมอบความสามารถใหม่ในการทำงานร่วมกันในทุกสภาพแวดล้อมและประสบการณ์การประชุมที่ราบรื่นยิ่งขึ้น อาทิ

  • Cisco x Microsoft กับการใช้งาน Microsoft Teams Rooms ร่วมกับอุปกรณ์การทำงานร่วมกันของ Cisco รวมถึงใช้ Webex Calling ผ่าน Microsoft Teams เพื่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง
Image credit: Cisco Webex
  • Cisco Room Kit EQ ชุดอุปกรณ์การทำงานร่วมกันสำหรับการแปลงพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่เพื่อรองรับ Hybrid Work ขับเคลื่อนโดย Cisco Codec EQ ชุดอุปกรณ์ Computing ระบบ AI
Image credit: Cisco Webex
  • Cisco x Apple ที่ให้ผู้ใช้งาน iPhone และ iPad แชร์คอนเทนต์จากกล้องหน้าหรือกล้องหลังผ่านแอป Webex Meetings และใส่คำอธิบายประกอบผ่าน Mobile Camera Share
  • และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมาก เช่น Webex Whiteboard App, ฟีเจอร์ตัดต่อด้วย AI สำหรับ Vidcast เพื่อประหยัดเวลาการประชุม
Image credit: Cisco Webex

อีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญที่น่าสนใจบน Cisco Webex คือ Audio Watermarking เพื่อติดแท็กสตรีมเสียงสำหรับผู้เข้าร่วมในการประชุมลับ เพื่อป้องกันเหตุพนักงานอัดเสียงและเผยแพร่ข้อมูลลับจากที่ประชุม ซึ่งบริษัทจะสามารถติดตามข้อความบันทึกเสียงนั้นมายังบุคคลต้นทางที่ปล่อยคลิปได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ของ Cisco Webex ได้ที่ https://www.webex.com/content/webex/c/en_US/index/webexone-wire-2022.html/

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-webex-advances-hybrid-work-with-innovations-and-partnerships/

Cisco ประกาศเสริมฟีเจอร์ Webex พร้อมเปิดตัวอุปกรณ์ Cisco Room Kit EQ

Cisco ประกาศเสริมฟีเจอร์ Webex จำนวนมาก พร้อมเปิดตัวอุปกรณ์ Cisco Room Kit EQ สำหรับห้องประชุมขนาดใหญ่

Credit: Cisco

ในงาน WebexOne 2022 ที่กำลังจัดขึ้น Cisco ได้ประกาศเสริมฟีเจอร์บน Webex Suite เพื่อให้การใช้งานมีความสะดวกสบายมากขึ้น พร้อมกับเพิ่มความสามารถทางด้านการบริหารจัดการและปกป้องเนื้อหาของการประชุมให้มีความปลอดภัย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานภายในองค์กร โดยจุดเด่นที่เพิ่มเข้ามามีดังนี้

  • เพิ่ม Whiteboard App โดยสามารถเปิดใช้งานระหว่างการประชุมและอยู่นอกการประชุมได้ รวมถึงสามารถแชร์ให้ผู้อื่นภายในทีมมาใช้งานร่วมกันได้ มีระบบ Slido polls และสามารถบันทึก Whiteboard ลงใน Webex space ได้
  • เพิ่ม Asynchronous Video ด้วยการใช้งาน Vidcast เพื่อใช้สำหรับการรับชมการประชุมแบบย้อนหลัง มีฟีเจอร์ในการตัดต่อวิดีโอการประชุมด้วย AI เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการแก้ไข
  • จับมือกับ Apple ทำให้ผู้ใช้งาน iPhone และ iPad สามารถแชร์เนื้อหาการประชุมพร้อมกับการใช้งานกล้องหน้าหรือกล้องหลังของอุปกรณ์ได้แล้ว
  • เพิ่ม Calling Integration ร่วมกับ Microsoft Teams ลงใน Webex Calling ทำให้เวลาใช้งานไม่จำเป็นต้องสลับไปมาระหว่างแอพพลิเคชัน
  • เพิ่ม Attendee Lobby สำหรับ Virtual Event ทำให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆก่อนที่จะรับชม Event ได้ เช่น ข้อความต้อนรับ, นาฬิกานับถอยหลัง, รายละเอียด Agenda และรายละเอียดผู้สนับสนุน นอกจากนี้ยังเพิ่มการรองรับ Network Device Interface (NDI) เพื่อรองรับการ broadcast ได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • เพิ่มระบบ Audio Watermarking ด้วยการใส่เสียงพิเศษที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้เข้าไประหว่างการประชุม ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามต้นทางของบันทึกเสียงการประชุมที่อาจถูกบันทึกออกไปได้ว่ามาจากใคร ช่วยให้สามารถปกป้องข้อมูลสำคัญได้มากขึ้น
  • เชื่อมต่อ Webex Control Hub กับ Cisco Spaces ช่วยแสดงรายละเอียดของสถานที่หรือห้องประชุมต่างๆในออฟฟิศ
  • เพิ่ม Control Hub as a Coach ช่วยแนะนำผู้ดูแลระบบในการตั้งค่าการใช้งาน Webex ให้เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ Hybrid Workplace

Cisco ยังมีการเปิดตัว Cisco Room Kit EQ อุปกรณ์สำหรับใช้งานในห้องประชุมขนาดใหญ่อีกด้วย มีการใช้งานเทคโนโลยี Cisco Codec EQ และ AI เข้ามาช่วยในการประมวลผลระหว่างการประชุม และยังมีการร่วมมือกับ Microsoft เพื่อให้สามารถใช้ Cisco Collaboration Devices กับ Microsoft Teams ได้

Cisco Room Kit EQ
Credit: Cisco

 

ที่มา: https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2022/m10/webex-by-cisco-advances-hybrid-work-with-breakthrough-innovations-partnerships.html

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-adds-more-features-on-webex-and-launches-new-cisco-room-kit-eq/

Gartner ออกรายงาน Magic Quadrant ด้าน SD-WAN ปี 2022 – Fortinet, VMware และ Cisco เป็นผู้นำ

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ด้าน SD-WAN ฉบับล่าสุดปี 2022 ผลปรากฏว่ามี Vendor ครองตำแหน่ง Leader มากถึง 6 ราย นำโดย Fortinet, VMware และ Cisco ตามมาด้วย Palo Alto Networks, Versa Networks และ HPE Aruba

ปี 2022 นี้ Gartner ได้เปลี่ยนชื่อ Magic Quadrant ด้าน WAN Edge Infrastructure มาเป็น SD-WAN แทน โดยให้คำนิยามว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาทดแทน Router ดั้งเดิมที่ใช้งานตามสำนักงานสาขา มีฟังก์ชันการใช้งานครอบคลุมทั้ง Dynamic Path Selection (ตามนโยบายทางธุรกิจหรือแอปพลิเคชัน) สามารบริหารจัดการและจัดการ Policy ได้จากศูนย์กลาง รองรับ VPN และ Zero Touch Configuration ผลิตภัณฑ์ SD-WAN เป็น WAN Transport-/Carrier-agnostic และสามารถสร้างเส้นทางผ่านการเชื่อมต่อ WAN ได้อย่างมั่นคงปลอดภัย อาจเป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ก็ได้ จะบริหารจัดการโดยตรงภายในองค์กรเอง หรือจะใช้บริการผ่าน Managed Service Provider ก็ได้เช่นกัน

Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2025 ครึ่งหนึ่งของการซื้อ SD-WAN ใหม่จะอยู่ในส่วนของบริการ SASE และ 40% ของการวางระบบ SD-WAN ในองค์กรจะมีการใช้ AI เพื่อจัดการ Day 2 Operation ซึ่งเพิ่มจากปี 2022 ที่มีเพียงแค่ 10% เท่านั้น

สำหรับผลการจัดอันดับ Magic Quadrant ทางด้าน SD-WAN ในปีนี้ พบว่า Vendor 6 รายที่ครองตำแหน่ง Leader ในปี 2021 ได้แก่ Fortinet, VMware, Cisco, Palo Alto Networks, Versa Networks และ HPE Aruba ยังคงครองตำแหน่ง Leader ต่อไปในปีนี้ โดยผู้ที่ครองอันดับหนึ่งด้าน Ability of Execute คือ Fortinet, VMware และ Cisco ตามลำดับ ในขณะที่ผู้ที่ครองอันดับหนึ่งด้าน Completeness of Vision คือ Palo Alto Networks และ VMware ที่ตามมาติดๆ

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงาน Gartner ฉบับเต็มได้ผ่านช่องทางของ Cisco ได้ที่ https://www.cisco.com/c/en/us/solutions/enterprise-networks/sd-wan/gartner-2022-magic-quadrant.html

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-magic-quadrant-for-sd-wan-2022/