คลังเก็บป้ายกำกับ: TTT_2022_REINFORCE

TTT 2022 Reinforce: มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย โดย Nutanix

ทุกวันนี้หลายองค์กรกำลังพูดถึงเรื่อง Hybrid Multi-cloud กันหนาหูมากขึ้น แต่ก่อนที่จากก้าวสู่โลกที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม โครงสร้างในองค์กรเองก็ต้องถูกปฏิรูปให้สอดคล้องกันเพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างไร้รอยต่อกับระบบสมัยใหม่ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีหนึ่งที่ตอบโจทย์เหล่านั้นก็คือ Hyper-converged Infrastructure (HCI) โดยในงาน TTT 2022 Reinforce คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager จาก Nutanix (Thailand) ตัวจริงด้าน HCIให้เกียรติมาเล่าวิวัฒนาการของ HCI ว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีการเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ทีมงาน TechTalkThai ขอสรุปประเด็นนี้มาให้ติดตามกันอีกครั้งครับ

ย้อนกลับไปหลายปีก่อนจะเห็นได้ว่ารูปแบบ Infrastructure ในองค์กรนั้นเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์แต่ละหน้าที่อย่าง Server, Storage และ Network แต่ความยุ่งยากและซับซ้อนคือแต่ละส่วนก็อาจจะมีหลายยี่ห้อ ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้ยากใช้ทักษะสูง ยิ่งซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนบุคลากร IT ที่ไม่เคยพอต่อตลาด

ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของโลกตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านั้นดี ซึ่งพวกเขาต้องการคอนเซปต์ของ Web Scale ที่เน้นความง่าย ทนทาน และขยายตัวได้เรื่อยไป จึงนำไปสู่แนวทางที่เน้นการใช้เซิร์ฟเวอร์มาทำงานร่วมกัน และยกความซับซ้อนไปสู่ส่วนของซอฟต์แวร์แทน ที่มีความคล่องตัวและเปลี่ยนได้ง่ายกว่า รวมพลังของเซิร์ฟเวอร์ให้ทำงานทดแทนกันได้ รวมถึงพร้อมรับการเพิ่มของใหม่เข้ามาในระบบได้โดยง่ายอีกด้วย

Hyper-converged Infrastructure ได้อาศัยแนวคิดเดียวกันนี้เพื่อกรุยทางใหม่ให้โซลูชันระดับองค์กร โดยสิ่งที่ Nutanix ได้พยายามแก้ปัญหาระบบโครงสร้างพื้นฐานเมื่อ 10 กว่าปีก่อนก็คือการยุบรวมฮาร์ดแวร์ของเซิร์ฟเวอร์และ Storage เข้าด้วยกัน บริหารจัดการการทำงานด้วยซอฟต์แวร์แต่นั่นเป็นเพียงอดีตที่ผ่านมา “ความน่าตื่นเต้นของโลกใบนี้คือนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ เช่นเดียวกับ HCI ที่เราต้องมองให้สูงขึ้นไป” — คุณทวิพงศ์กล่าว

การเดินทางขั้นถัดมาของ Hyper-converged Infrastructure ยุคปัจจุบันสะท้อนมาจากมุมมองของผู้ใช้ต่อแพลตฟอร์มเฉกเช่นเดียวกับที่พวกเขามีต่อบริการคลาวด์ซึ่งมีพร้อมทุกอย่าง ตัว Nutanix HCI เองจึงได้มีการปรับตัวให้มีความสามารถที่ครบวงจรในแพลตฟอร์มเช่นกันคือ

  • มีความสามารถรองรับ Virtualization และ Kubernetes
  • ครอบคลุมการสำรองและกู้คืนข้อมูล พร้อมเข้าสู่การทำ DR
  • มีเครื่องมือด้าน Security ที่จำเป็นในการทำ Microsegmentation ให้ทรัพยากรภายในถูกปกป้องทุกภาคส่วน
  • มีฟีเจอร์ช่วยดูแลด้านข้อมูลให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการข้อมูลภายใต้ HCI ได้อย่างสะดวกครอบคลุม
  • รองรับการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์ และถูกจัดการได้จากซอฟต์แวร์ของ Nutanix ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้วิธีการใช้งานของผู้ให้บริการอื่น

สุดท้ายนี้คุณทวิพงศ์ได้แนะนำแนวทางในการเลือก HCI ที่เหมาะสมไว้ว่า “ต้องรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ ละเว้นการทำงานอย่างเจาะจง ที่จะนำองค์กรกลับสู่ความซับซ้อน ที่สำคัญคือต้องทำงานร่วมกับ Vendor รายอื่นได้ทั้งส่วนของ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการคลาวด์ ซึ่ง Nutanix เองมีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมให้บริการ”

ผู้ที่สนใจเรื่องอัปเดตเทรนด์เรื่อง Hyper-converged Infrastructure สามารถรับชมวิดีโอการบรรยายเรื่อง “มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย” โดยคุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand) ภายในงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ได้ที่นี่

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อทีม Nutanix (Thailand) ได้ที่ LINE: @NutanixThailand หรือ Facebook: Nutanix Thailand

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-hyper-converged-infrastructure-by-nutanix/

TTT 2022 Reinforce: ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization โดย HPE Aruba

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ต่างๆ ได้ทำให้ธุรกิจนั้นต้องเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างรวดเร็ว มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการทำงานรูปแบบใหม่อย่าง Remote Working และ Hybrid Working ซึ่งทั้งหมดนี้ย่อมส่งผลให้ธุรกิจนั้นต้องวางแผนใหม่สำหรับระบบเครือข่าย ให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอันไม่คาดฝันในอนาคตกันต่อไป

คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand) แห่ง HPE Aruba ได้มาเล่าถึงหัวข้อ “Accelerate Your Business with Network Modernization” ภายในงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce ที่ผ่านมา ถึงความจำเป็นและแนวทางในการทำ Network Modernization อย่างเข้มข้น เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางระบบเครือข่ายซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตเป็นอย่างน้อย 4-5 ปีนับถัดจากนี้

4 เป้าหมายหลักของการทำ Network Modernization

คุณประคุณได้เล่าว่าในการทำ Network Modernization นั้น ธุรกิจองค์กรมักมีเป้าหมายหลักด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่

  1. Hybrid Work – การทำงานแบบผสมผสานทั้งจากภายในองค์กรและภายนอกองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์เดียวกัน และความมั่นคงปลอดภัยในระดับสูงที่ไว้วางใจได้
  2. Digital Transformation Acceleration – เร่งความเร็วในการปรับตัวของธุรกิจ รองรับการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้งานเพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของธุรกิจได้
  3. Personalized Experiences – นำเสนอประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้กับผู้ใช้งานได้ตั้งแต่ระดับของเครือข่าย, ข้อมูล และ Application อย่างครบถ้วน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกองค์กร
  4. Need for Efficiencies – ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรองรับการเกิดขึ้นของธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้บุคลากรฝ่าย IT จำนวนเท่าเดิมในการบริหารจัดการกับเทคโนโลยีที่มีการใช้งานมากขึ้นได้

เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายทั้ง 4 ประการนี้ได้ คุณสมบัติของระบบเครือข่ายแห่งอนาคตจึงต้องครอบคลุมถึงทั้งการทำ Automation เพื่อลดความผิดพลาดในการทำงาน และช่วยให้ทรัพยากรฝ่าย IT สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนได้ Security ซึ่งถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่าย เพื่อเสริมความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น และ Agility มีความยืดหยุ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงระบบเครือข่ายที่จะเกิดขึ้นจากการมาของเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที

ปรับระบบเครือข่ายให้ทันสมัยด้วย Aruba ESP Solutions

คุณประคุณได้สรุปถึงเทคโนโลยีทั้งหมดที่ HPE Aruba ได้ทำการคิดค้น พัฒนา และนำเสนอสู่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมานี้ ด้วยภาพของ Aruba ESP หรือ Edge Services Platform ที่จะเปลี่ยนให้ Network นั้นกลายเป็น Platform สำคัญทั้งสำหรับการทำงานและส่งมอบประสบการณ์หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ไปยังผู้ใช้งานทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งมีแนวคิดหลักด้วยกัน 3 ประการ

1. Unified Infrastructure

ผสานรวมระบบ Wired, Wireless และ SD-WAN รวมถึงระบบเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์ IoT เข้าเป็นหนึ่งเดียวภายในระบบเครือข่าย โดยสามารถเลือกวิธีการบริหารจัดการได้ทั้งบน Cloud, Centralized หรือแม้แต่ Standalone

2. Security

HPE Aruba นั้นได้ผสานระบบ Security ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายตั้งแต่แรก และในทุกวันนี้ก็ได้เพิ่มเรื่องของการทำ Automation เข้าไปด้วย เพื่อให้ Security กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

3. AIOps

ด้วยปริมาณของอุปกรณ์เครือข่ายที่มากยิ่งขึ้น ในขณะที่แต่ละองค์กรนั้นไม่ได้มีทีมผู้ดูแลระบบมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายต้องรับภาระในการดูแลรักษาระบบ IT ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการนำ AIOps เข้ามาช่วย เพื่อให้การบริหารจัดการระบบเหล่านี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

คุณประคุณได้เล่าถึงกรณีของลูกค้ารายหนึ่ง ที่ย้ายการบริหารจัดการระบบเครือข่ายจากเดิมที่แยกส่วนอยู่ภายในองค์กร ไปอยู่บน Cloud ของ Aruba โดยตรง ทำให้ข้อมูลของระบบเครือข่ายทั้งหมดในส่วนของ Wired, Wireless และ SD-WAN ถูกรวมอยู่ที่เดียวบน Cloud และ AIOps ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ตรวจสอบปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ช่วยให้ลูกค้าของ HPE Aruba ในประเทศไทยสามารถจัดการกับปัญหาภายในระบบเครือข่ายได้อย่างทันท่วงที

ความสามารถใหม่ในระบบเครือข่ายที่น่าจับตามองจาก HPE Aruba

เมื่อมองไปถึงอนาคต คุณประคุณก็ได้เล่าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นภายใน HPE Aruba ที่หลายส่วนก็ได้กลายเป็นฟีเจอร์ใหม่ๆ ในโซลูชันให้พร้อมใช้งานได้แล้ว ได้แก่

1. Aruba CloudAuth

เมื่อธุรกิจองค์กรนั้นมีการใช้งาน Cloud มากขึ้นเรื่อยๆ แนวคิดหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือการใช้ Cloud ให้ได้เต็มศักยภาพมากที่สุด และ HPE Aruba เองก็กำลังมุ่งไปทางนั้นด้วยเช่นกัน โดยความสามารถหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ Aruba CloudAuth นั่นเอง

Aruba CloudAuth คือการยกระบบ Network Authentication ขึ้นไปอยู่บน Cloud ด้วยการทำงานร่วมกับ Microsoft Azure AD และ Google Workspace ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และทำหน้าที่เป็น Cloud Managed NAC ได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาก็มีลูกค้าในไทยใช้งานอยู่แล้วด้วยเช่นกัน

2. Wi-Fi 6E

เพื่อให้ธุรกิจองค์กรรองรับต่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับ Workload ใหม่ๆ ในระบบเครือข่ายได้อย่างเพียงพอ Aruba จึงได้นำ Wi-Fi 6E มานำเสนอในการตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ

Wi-Fi 6E นั้นได้ทำการพัฒนาต่อยอดจาก Wi-Fi 6 ที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ปริมาณมหาศาลได้โดยส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพน้อยกว่าในอดีตมาก โดย Wi-Fi 6E ได้เพิ่มย่านความถี่ 6GHz เข้ามาด้วยเพื่อให้การเชื่อมต่อเครือข่ายรองรับอุปกรณ์และ Bandwidth ได้มากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากการใช้เพียงแค่ 2.4GHz และ 5GHz ที่ใช้กันอยู่เดิม

อย่างไรก็ดี สำหรับในประเทศไทยก็ยังคงต้องติดตามต่อไปอีกซักระยะหนึ่ง จากกฎหมายที่ต้องรอให้ระบุชัดเจนว่าจะสามารถใช้ย่านความถี่ 6GHz ได้มากน้อยเพียงใด

3. IoT

HPE Aruba นั้นมีวิสัยทัศน์ที่นอกเหนือจากการเป็นเพียงแค่ Network Platform ไปสู่การเป็น IoT Platform ด้วย ทำให้ Access Point ของ Aruba นั้นสามารถให้บริการ BLE และ ZigBee เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ได้ รวมถึงยังสามารถติดตั้ง USB ที่เป็น Sensor เพิ่มเติมเข้าไปบน Access Point โดยตรงได้ด้วย

นอกจากนี้ Aruba ก็ยังเปิด API ให้ผู้ใช้งานสามารถทำการเชื่อมต่อนำ RFID Tag ใดๆ ก็ได้มาใช้งาน โดยใช้ Aruba Access Point ทำหน้าที่ในการอ่านค่าการเชื่อมต่อและส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังระบบประมวลผลอื่นๆ ทำให้สามารถพัฒนา Application ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มของ Location Services

4. Open Locate

เมื่อ Aruba เปิดให้การทำ Location Services Application ง่ายดายมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ Aruba เสริมขึ้นมาก็คือการติดตั้ง GPS ลงไปใน Access Point โดยตรง ทำให้ Access Point ทั้งหมดมีข้อมูลพิกัดตำแหน่งที่แม่นยำ และนำข้อมูลพิกัดตำแหน่งนี้ไปใช้ใน Location Services ได้อย่างแม่นยำระดับความคลาดเคลื่อนเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น

5. Zero Trust

จากเทรนด์ใหญ่ด้าน Zero Trust ที่กำลังกลายเป็นกระแสหลักของธุรกิจองค์กร HPE Aruba ก็ได้นำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็น Aruba Zero Trust Protection สามารถกำหนด Policy ให้กับทุกๆ การเชื่อมต่อและแบ่งหมวดหมู่นโยบายสำหรับอุปกรณ์แต่ละชนิด, ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม ด้วยแนวคิด Aruba Dynamic Segmentation ที่สามารถจัดการ Security Policy ให้ระบบเครือข่ายทั้งหมดได้อย่างครอบคลุม

6. 4th Generation Data Center

ปัจจุบันนี้ 3rd Generation Data Center ที่ใช้แนวคิดของ Data Center Fabric บนสถาปัตยกรรมแบบ Leaf-Spine เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลระหว่าง Server ภายใน Data Center ดว้ยกันเองให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ก็เริ่มเจอปัญหาในการใช้งานจริงแล้ว จากการที่เมื่อ Data Center มีขนาดใหญ่มากขึ้น แต่ Network Services และ Security Services บางส่วนกลับยังไม่ถูกผนวกรวมเข้าไปใน Fabric และกลายเป็นคอขวด

4th Generation Data Center จึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อนำ Network Services และ Security Services เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์เครือข่ายโดยตรง โดย HPE Aruba ได้จับมือกับ Pensando เพื่อนำหน่วยประมวลผลเฉพาะทางด้าน Network และ Security มาใช้งานภายใน Aruba CX10000 ทำให้ภายใน Data Center Fabric มีความสามารถทุกอย่างที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และไม่เกิดคอขวดในแบบเดิมๆ อีกต่อไป

7. Unified SD-WAN Fabric

ด้วยกรณีการใช้งานของ SD-WAN ที่มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่ Application และ Data ถูกย้ายไปอยู่บน Cloud จำนวนมาก และผู้ใช้งานมีการใช้งานทั้งจากในแบบ Remote Work จากบ้านแต่ละหลังหรืออุปกรณ์แต่ละชิ้น, การมีออฟฟิศขนาดเล็กที่บ้าน, ออฟฟิศสาขาขนาดเล็ก ไปจนถึงธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้ SD-WAN ได้รับความสำคัญมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

HPE Aruba ได้เข้าซื้อกิจการของ Silver Peak มา และนำจุดเด่นของ Silver Peak อย่างเช่นการทำ WAN Optimization เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อไปยังบริการ Cloud ต่างๆ ที่ธุรกิจมีการใช้งาน อีกทั้งยังได้มีการพัฒนาต่อยอดด้าน Security จนได้รับ ICSA Labs Secure SD-WAN Certification มาแล้วเป็นรายแรกของโลก

8. Network Assurance

เมื่อการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของทุกระบบ IT แน่นอนว่าระบบ Network เองก็ต้องตอบสนองในส่วนนี้ด้วย ซึ่ง Aruba UXI ก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้ด้วยการนำ UXI Agent/Sensor มาทำหน้าที่จำลองพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ในการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ LAN แล้วทำการเชื่อมต่อไปยัง Cloud Application ที่ธุรกิจองค์กรใช้ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลด้านประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ และตรวจสอบแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

9. Network-as-a-Service (NaaS)

ด้วยวิสัยทัศน์ของ HPE ที่ต้องการเปลี่ยน CapEx ในการลงทุน Server และ Storage มาสู่การเช่าใช้งานแบบ OpEx ภายใต้บริการ HPE GreenLake ทำให้ HPE Aruba เองก็ปรับตัวไปสู่ทิศทางเดียวกัน ด้วยบริการ HPE GreenLake for Aruba ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถเลือกใช้งานระบบเครือข่ายในแบบ OpEx ได้แล้ว และรองรับกรณีการใช้งานดังนี้

  • Indoor Wireless aaS
  • Outdoor Wireless aaS
  • Remote Wireless aaS
  • Wired Access aaS
  • Wired Aggregation aaS
  • Wired Core aaS
  • SD-Branch aaS
  • UXI aaS

ทาง IDC นั้นได้มีผลสำรวจว่า 69% ของธุรกิจองค์กรนั้นได้เริ่มใช้งาน NaaS หรือมีแผนจะใช้งานภายในอีก 2 ปีนับถัดจากนี้แล้ว ก็ถือเป็นทิศทางที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

ท่านใดสนใจโซลูชัน HPE Aruba หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณนวรัตน์ จิตรตระการวงศ์ อีเมล nawarat.ch@hpe.com

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-network-modernization-by-hpe-aruba/

TTT 2022 Reinforce: ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล โดย Alcatel-Lucent Enterprise

ในช่วงเวลาที่วิกฤตเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องการแพร่ระบาด COVID-19 พลังงานขาดแคลน สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ไปจนถึงเรื่องความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้างจนทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุก ๆ อุตสาหกรรมรวมทั้งฝั่งไอทีนั้นล้วนได้รับผลกระทบกันหมด หากแต่ธุรกิจก็จำต้องดำเนินต่อไป แม้สถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ จะเกิดขึ้นอยู่ก็ตาม

บทความนี้คืออีกหนึ่งมุมมองจาก Country Manager แห่ง Alcatel-Lucent Enterprise คุณสมยศ  อุดมนิโลบล ที่ได้มาแชร์มุมมองในสิ่งที่องค์กรควรจะต้องทำในยุคหลังการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ว่าองค์กรควรจะต้องปรับตัวอย่างไร มีแนวทางอะไรบ้าง เพื่อทำให้องค์กรพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ในการทำธุรกิจยุคดิจิทัลและอนาคตที่จะมีความไม่แน่นอน

เส้นทางการทำ Digital Transformation

แน่นอน Digital Transformation คือเทรนด์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ซึ่งมักจะมีสิ่งที่ท้าทายหรือไม่คาดคิดเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดย 3 แกนที่คุณสมยศชี้ให้เห็นว่าองค์กรที่ต้องการทำ Digital Transformation ต้องมีนั้น ได้แก่

  • Operation Opportunities – โอกาสทางธุรกิจที่ต้องเข้าใจการดำเนินธุรกิจของตัวเองก่อนว่ามีโอกาสทำอะไรที่ก่อให้เกิดรายได้ได้บ้าง
  • IT Challenges – ความท้าทายของฝั่งไอทีภายในองค์กรนั้นมีอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเรื่องอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity)  หรือเครือข่าย (Network) ว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน
  • Tools – เครื่องมือและระบบต่าง ๆ ที่มีภายในแต่ละแผนกขององค์กรว่ามีอะไรบ้าง เช่น ระบบ IoT, Analytics, ระบบ Process Automation หรือซอฟต์แวร์ในแผนกการเงิน เป็นต้น

เมื่อทำให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพทั้ง 3 แกนตรงกันแล้ว การเดินหน้าทำ Digital Transformation ถึงจะสามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญที่สุดนั่นก็ยังเป็นเรื่องของ “งบประมาณ” ซึ่งเหตุการณ์การแพร่ระบาดและวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นได้ทำให้องค์กรหลาย ๆ แห่งมีการชะลอการลงทุนออกไป แล้วองค์กรควรจะต้องปรับตัวอย่างไร หรือมีทางเลือกอะไรบ้างเพื่อให้อยู่รอดและยังทรานส์ฟอร์มได้ต่อไป

ประเมินตัวเอง (Self-Assessment) ใน 4 ส่วนอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเกิดวิกฤตขึ้น สิ่งที่คุณสมยศชี้ว่าองค์กรควรจะต้อง “ประเมินตัวเอง (Self-Assessment)” ใน 4 ส่วนอย่างสม่ำเสมอว่าองค์กรของเรานั้นมีอะไรอยู่บ้าง อันประกอบไปด้วย

  • Humans – กลุ่มคน ที่องค์กรควรจะต้องเข้าใจว่าลูกค้า (Customer) มีใครบ้าง และพนักงานภายในองค์กรนั้นเป็นอย่างไร
  • Infrastructure – โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเครื่อง Server, Storage หรือว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ มีอะไรและทำอะไรได้บ้าง
  • Apps – แอปพลิเคชันหรือระบบต่าง ๆ เช่น CRM, ERP ที่มีใช้งานภายในองค์กรว่ามีอะไรบ้าง ต้องดูแลระบบหรือบริหารจัดการแอปพลิเคชันอะไรบ้าง
  • IoT – องค์กรมีใช้งานอุปกรณ์ไอโอทีอะไรบ้าง ลักษณะและการใช้งานเป็นอย่างไร เช่น โดรน กล้องวงจรปิด หรือว่าเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เป็นต้น

ค้นหาแพลตฟอร์มที่เชื่อมทั้ง 4 ส่วนเข้าด้วยกัน

หลังจากที่ประเมินทั้ง 4 ส่วนเรียบร้อยแล้วว่าภายในองค์กรมีอะไรบ้าง สิ่งที่ต้องทำในลำดับถัดไป นั่นก็คือต้องมี “แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน (Connectivity Infrastructure Platform)” เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงทั้ง 4 ส่วนให้สามารถเข้าถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อ และทำให้ส่วนหนึ่งสามารถสนับสนุนการทำงานของอีกส่วนหนึ่งได้ทันที

สำหรับแพลตฟอร์มที่มีความสามารถในการเชื่อมโยงดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีให้บริการอยู่ในตลาดมากมาย ซึ่งทาง Alcatel-Lucent Enterprise ก็มีแพลตฟอร์มลักษณะดังกล่าวให้ใช้งานด้วยเช่นกัน นั่นคือ Rainbow แพลตฟอร์มตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารส่งข้อความระหว่างกันได้แบบ End-To-End ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ “ฟรี” ไม่คิดค่าใช้จ่าย

Use Cases จากแพลตฟอร์ม Rainbow

แพลตฟอร์ม Rainbow ของทาง Alcatel-Lucent Enterprise นั้นได้เข้าไปช่วยเหลือในหลาย ๆ องค์กรในการเชื่อมโยงทั้ง 4 ส่วนมาแล้วทั่วโลก โดยตัวอย่าง Use Cases ที่คุณสมยศหยิบยกขึ้นมาให้เห็นภาพมากขึ้น เช่น 

ตรวจสอบกล้องวงจรปิดดับหรือเบลอให้แบบอัตโนมัติ

กล้องวงจรปิดแบบ PoE (Power over Ethernet) ที่มักจะพบเจอกับปัญหาหน้างาน เช่น ภาพไม่ชัด ระบบไม่เห็นกล้อง ซึ่ง Rainbow ได้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์กล้องวงจรปิดให้แจ้งเตือนปัญหาไปยังผู้ปฏิบัติงานได้แบบอัตโนมัติว่ากล้องดับหรือว่าเบลอแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นจะต้องนั่งเฝ้าหน้าจออยู่ตลอดเวลาก็ได้

เชื่อมโยงอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานเดิม ทรานส์ฟอร์มเป็น Smart City

เรื่องราวจากเมือง Liverpool ในสหราชอาณาจักรที่ Alcatel-Lucent Enterprise ได้นำแพลตฟอร์มไปเชื่อมโยงอุปกรณ์เดิม ๆ ที่มีอยู่แล้วภายในเมือง เช่น กล้องวงจรปิด เราเตอร์ Wi-Fi หน้าจอต่าง ๆ ฯลฯ ให้สามารถทำงานร่วมกับรถประจำทางและรถพยาบาล เกิดเป็น Smart City ที่สามารถแสดงข้อมูลหรือว่าแจ้งเตือนข้อมูลไปยังจุดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เชื่อมโยงโทรศัพท์กับ MS Teams

ช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาดอย่างหนักได้ทำให้พนักงานออฟฟิศจำเป็นต้องใช้ระบบประชุมออนไลน์แทน ซึ่ง MS Teams คือหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมที่ใช้งานกันมาก หากแต่เมื่อสถานการณ์เริ่มกลับมาดีขึ้น และพนักงานเริ่มกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศแล้ว Alcatel-Lucent Enterprise จึงได้เข้าไปช่วยเชื่อมโยงระบบตู้โทรศัพท์แบบอะนาล็อกให้เข้ากับได้กับ MS Teams จนสามารถทำงานร่วมกันได้สำเร็จ

บทส่งท้าย

ทุกวิกฤตล้วนมีโอกาสอะไรบางอย่างแอบซ่อนไว้เสมอ และสิ่งที่องค์กรควรจะต้องทำเพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ในอนาคต นั่นก็คือการประเมินตัวเองทั้ง 4 ส่วนว่ามีอะไรบ้าง และควรจะต้องมีแพลตฟอร์มที่เชื่อมทั้งหมดนั้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ความไม่แน่นอนในยุคดิจิทัลปัจจุบันได้อย่างต่อเนื่อง

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถรับชมวิดีโอการบรรยายเรื่อง “ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล” โดยคุณสมยศ  อุดมนิโลบล Country Manager จาก Alcatel-Lucent Enterprise ภายในงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ได้ที่นี่

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดโซลูชันของทาง Alcatel-Lucent Enterprise สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ พร้อมติดตามข่าวสารจากทาง Alcatel-Lucent Enterprise ได้ในช่องทาง Facebook, Twitter, LinkedIn, YouTube หรือว่า Instagram รวมทั้งสามารถดูรายละเอียดของแพลตฟอร์ม Rainbow ได้ที่นี่

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-surpass-limitation-of-connectivity-by-alcatel-lucent-enterprise/

TTT 2022 Reinforce: หลอมรวม IT/OT สู่ระบบนิเวศทางไซเบอร์อย่างมั่นคงปลอดภัยโดย Schneider Electric

Operational Technology (OT) ในปัจจุบันเริ่มถูกหลอมรวมเข้าสู่ระบบ IT มากขึ้นเรื่อยๆ คุณณฐวัฒน์ ศิริพลับพลา Data Center Software Solutions Consultant (Thailand & APJ) จาก Schneider Electric ได้ออกมาแนะนำการหลอมรวม IT/OT สู่ระบบนิเวศทางไซเบอร์อย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมแนะนำมาตรฐาน IEC 62443 และแนวทางปฏิบัติในการออกแบบและวางกลยุทธ์ด้าน OT Security อย่างบูรณาการ เพื่อให้องค์กรมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติได้อย่างยั่งยืน โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

Digital Transformation นำมาซึ่งการหลอมรวม OT และ IT เข้าสู่ระบบนิเวศไซเบอร์

การทำ Digital Transformation เพื่อพลิกโฉมอุตสาหกรรมสู่การเป็น Industry 4.0 ก่อให้เกิดการหลอมรวมกันระหว่างระบบ OT และ IT เข้าด้วยกัน เครื่องจักรถูกเชื่อมต่อเข้ากับเซ็นเซอร์ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า และยกระดับการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้กระบวนการทางอุตสาหกรรมและการผลิตต่างๆ ถูกผสานรวมเข้ากับระบบ IT มากขึ้นเรื่อยๆ องค์กรจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำ Digital Transformation ก็ต่อเมื่อองค์กรสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

นอกจากนี้ IoT ยังเข้ามามีบทบาทในการทำ Digital Transformation เป็นอย่างมาก ด้วยการเชื่อมต่อทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องจักร์ เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ สู่ระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต และระบบ Cloud ทำให้องค์กรสามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นและละเอียดยิ่งขึ้น จากนั้นนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น วิเคราะห์แนวโน้ม ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงธุรกิจได้ถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น คาดการณ์ว่าภายในปี 2025 อุปกรณ์ IoT ที่ใช้ในอุตสาหกรรมจะมีจำนวนมากถึง 75,440 ล้านเครื่อง

“การต่อยอด IoT กับระบบ Data Analytics และ AI/ML บน Cloud ย่ิงทำให้องค์กรได้ประโยชน์มากกว่าเดิม ที่เห็นได้ชัดคือการคาดการณ์ล่วงหน้า (Predictive) เกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่องจักร การตลาด และความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ ลง ทั้งด้านการปฏิบัติงาน ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา เป็นต้น” — คุณณฐวัฒน์กล่าว

Cybersecurity คือความท้าทายอันดับหนึ่งของการทำ Digital Transformation

จากรายงานการสำรวจ Morgan Stanley-Automation World Industrial Automation Survey โดย AlphaWise พบว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์คือความท้าทายสำคัญอันดับหนึ่งของการทำ Digital Transformation องค์กรควรจัดสรรงบประมาณให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 10 – 14% ของงบประมาณด้าน IT ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม พบว่าปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่จัดสรรงบประมาณด้าน IT ให้กับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพียง 2% เท่านั้น คำถามคือองค์กรที่ใช้ OT เช่น อุตสาหกรรมการผลิต ควรเริ่มต้นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างไร?

เมื่อระบบ OT หลอมรวมเข้ากับระบบ IT การทำ OT Security จะไปขยายในส่วนของ Physical Security และ IT Security องค์กรสามารถใช้เครื่องมือด้าน IT Security ที่มีอยู่เพื่อประยุกต์ใช้ในการปกป้องระบบ OT ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องตระหนักว่า OT ส่วนใหญ่จะไม่มี Mission Critical Data แต่การทำงานจะเป็นแบบ Mission Critical Tasks เนื่องจากอยู่ในส่วนของกระบวนการผลิตซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ

เริ่มต้น OT Security ด้วยกรอบการทำงานตามมาตรฐาน IEC 62443

IEC 62443 คือกรอบการทำงานที่เป็นมาตรฐานพื้นฐานทั่วไปด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับระบบ OT โดยเน้นที่ 3 ประเด็นหลัก คือ

  • แนวทางปฏิบัติในการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  • วิธีการวิเคราะห์และประเมินผลความเสี่ยง รวมถึงแนวทางต่างๆ ในการจัดการกับความเสี่ยงด้านไซเบอร์
  • กรอบการทำงานในการติดตามและปรับปรุง Cyber Security Management System (CSMS) อย่างต่อเนื่อง

IEC 62443 จะเริ่มต้นด้วยการแนะนำการกำหนดระดับความมั่นคงปลอดภัย (Security Level: SL) ของระบบ OT ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ SL1 – SL5 โดย SL1 คือการป้องกันการละเมิดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือไม่ได้ตั้งใจ ในขณะที่ SL5 คือการป้องกันการละเมิดโดยเจตนา จากการโจมตีที่มีความซับซ้อนและรุนแรงสูงสุด จากนั้นจะแนะนำการทำ Gap Analysis เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของมาตรการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยที่มีอยู่ 7 ด้าน ได้แก่ Identification and Authentication Control, Use Control, System Integrity, Data Confidentiality, Restricted Data Flow, Timely Response to Events และ Resource Availability เทียบกับเป้าหมายที่ต้องการไปให้ถึงตาม Security Level ไปจนถึงการดำเนินการปิด Gap ไม่ว่าจะเป็นมาตรการควบคุมที่องค์กรควรมี วิธีการชี้วัดประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมดังกล่าว รวมถึงงบประมาณที่ลงทุนไป

นอกจากนี้ IEC 62443 ยังมีข้อกำหนดสำหรับ Asset Owner/Operator, SI, Product Supplier อีกด้วย เพื่อให้ระบบนิเวศทางไซเบอร์ขององค์กรที่หลอมรวม IT/OT เข้าด้วยกันแล้วมีความมั่นคงปลอดภัย สำหรับมาตรฐานอื่นๆ ที่แนะนำให้ใช้ร่วมกับ IEC 62443 เพื่อสร้างรากฐานการทำ Cybersecurity Management ได้แก่

  • ISO/IEC 27001 – ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
  • ISO/IEC 27017 – แนวปฏิบัติมาตรการควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยบนบริการ Cloud
  • IEC 62531 – มาตรฐานเกี่ยวกับโปรโตคอลด้านความมั่นคงปลอดภัย

สรุปแนวทางปฏิบัติการออกแบบและวางมาตรการด้าน Cybersecurity ระบบ OT

แนวทางปฏิบัติการออกแบบและวางมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบ IT/OT ตามมาตรฐาน IEC 62443 แบ่งออกเป็น 4 ฟังก์ชัน ดังนี้

  • Permit – การบริหารจัดการการเข้าถึงระบบปฏิบัติการและข้อมูลผ่าน Network & Physical Control เช่น AAA, MFA, Network Segmentation, Secure Remote Access และ Physical Security
  • Protect – การวางมาตรการควบคุมจำเพาะโดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการเพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง เช่น Endpoint Protection, Anti-malware, DLP, HIPS, Whitelisting, Removeable Media Control และ Patch Management
  • Detect – การเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมเพื่อตรวจจับภัยคุกคาม เช่น SIEM, Network Performance Monitoring, Asset Identification, Anomaly Detection, Intrusion Detection
  • Respond – การพัฒนากระบวนการและระบบเพื่อให้สามารถตอบสนองกับเหตุผิดปกติด้านไซเบอร์ได้ รวมถึงการกักกันและรับมือกับการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว เช่น Backup & Recovery, Disaster Recovery, Forensics และ Incident Response

โดยสรุปแล้ว OT Security ต้องครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Connected Product, Edge Control ไปจนถึง App, Analytics & Services ทั้งที่อยู่บน On-premises และบน Cloud ซึ่งทาง Schneider Electric ก็ให้บริการโซลูชัน OT Security ทั้งหมดนี้แบบครบวงจร ตามมาตรฐาน IEC 62443

ผู้ที่สนใจเรื่องการผนวกระบบ OT เข้าสู่ระบบ IT อย่างมั่นคงปลอดภัย และมาตรฐาน IEC 62443 สามารถรับชมวิดีโอการบรรยายเรื่อง “หลอมรวม IT/OT สู่ระบบนิเวศทางไซเบอร์อย่างมั่นคงปลอดภัย” โดยคุณณฐวัฒน์ ศิริพลับพลา Data Center Software Solutions Consultant (Thailand & APJ) จาก Schneider Electric ภายในงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ได้ที่นี่

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อทีม Schneider Electrice ได้ที่นี่ คลิก

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-ot-security-by-schneider-electric/

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

อัปเดตแนวทางปฏิบัติด้าน Cybersecurity ล่าสุดในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

สรุปแนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยปี 2022 พร้อมแนวทางการจัดตั้ง SOC ทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการ และบุคลากร การวางสถาปัตยกรรมแบบ Cybersecurity Mesh เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความเร็วในการตอบโต้ภัยคุกคาม รวมถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือ DDoS การรักษาความมั่งคงปลอดภัย API และการป้องกันระบบ OT ที่กำลังถูกหลอมรวมเข้าสู่ระบบ ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 2: Cybersecurity

09:00 – 09:30 การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์สำหรับภาคการธนาคาร
คุณชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ Chief Information Security Officer, KBTG
09:30 – 10:00 ลดความเสี่ยงและเพิ่มความเร็วการตอบโต้ภัยคุกคามด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Cybersecurity Mesh
ดร. รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ Senior Manager, Systems Engineering, Fortinet
10:00 – 10:30 ปิดจุดบอดและสร้างความตระหนักแก่ SOC ด้วยการค้นหาภัยคุกคามบน Active Directory อย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ
คุณสุวิชชา มุสิจรัล Security Architect, Tenable Indochina
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 สรุปแนวโน้มการโจมตี DDoS ปี 2022 และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกัน API
คุณณัฐพันธ์ เรืองรังษีรัตน์ Regional Account Manager, Cloudflare
11:30 – 12:00 หลอมรวม IT/OT สู่ระบบนิเวศทางไซเบอร์อย่างมั่นคงปลอดภัย
คุณณฐวัฒน์ ศิริพลับพลา Data Center Software Solutions Consultant (Thailand & APJ), Schneider Electric
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-2-cybersecurity/

เจาะลึกเทรนด์ Cloud & Data Center ของไทยในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

เจาะลึกเทรนด์ด้าน Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-cloud ในไทย การปฏิรูป Data Center ด้วยเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการทำ Cloud Migration และการวางสถาปัตยกรรมระบบ Container และ Kubernetes เพื่อการพัฒนา Cloud Native Apps อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 1: Cloud & Data Center

09:00 – 09:30 สรุปเทรนด์ Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ในไทยปี 2022
คุณณัฐพัชญ์ นราพิมพ์สกุล Head of Consulting & Professional Services, True IDC
09:30 – 10:00 ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม Infrastructure อย่างไร เมื่อ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคต
คุณโชติวิทย์ จารุวรรณสถิตย์ Advisory Solution Architect & Field CTO, Dell Technologies
10:00 – 10:30 Google Cloud Migration – นำระบบขึ้นสู่ Cloud อย่างมั่นใจ
คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Google Cloud Solutions, Tangerine
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 วางรากฐานองค์กรให้พร้อมก้าวสู่การทำ Application Modernization
คุณเต็มภูมิ ชัยวัฒนายน Specialist Solution Engineer, VMware Tanzu และคุณธนกร อินทรัตน์ System Engineer, Veeam Software (Thailand)
11:30 – 12:00 มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand)
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-1-cloud-and-data-center/

วางกลยุทธ์ด้าน Standards & Compliance ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

แนะนำมาตรฐานและกรอบการทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่องค์กรยุคดิจิทัลควรประยุกต์ใช้ พร้อมการวางกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เช่น NIST Cybersecurity Framework, พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมไปถึงเทคนิคการลบข้อมูลถาวรอย่างมั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 4: Standards & Compliance

13:30 – 14:00 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII)
พลอากาศตรี อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
14:00 – 14:30 การบริหารจัดการ Data Privacy และ PDPA
คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล CEO, Netka System
14:30 – 15:00 เช็คความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของคุณ ด้วย NIST Cybersecurity Framework
คุณปองภพ เหล่าชัยกุล Senior Sales Engineer, Sophos
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ลบข้อมูลถาวรอย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA
คุณศิริพรรณ ณ จัตุรัส Country Sales Manager (Thailand), Blancco
16:00 – 16:30 PDPA บังคับใช้แล้ว คุณพร้อมแล้วหรือยัง?
คุณศราวุธ สุดสวาท Sales Executive / Director, Bangkok Systems & Software
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-4-standards-and-compliance/

TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day | 5 ตุลาคมนี้

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกเกือบ 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ความรู้ด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กรโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Alcatel-Lucent Enterprise, Allied Telesis, Blancco, Cisco, Cloudflare, Commscope, Dell Technologies, Fortinet, Hillstone Networks, HPE Aruba, Juniper Networks, Netka, Nutanix, Panduit, Schneider Electric, Sophos, Tenable, Thales Group, TmaxSoft, Veeam และ VMware ไปจนถึงเหล่าผู้เชี่ยวชาญในไทยที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และกรณีศึกษาต่างๆ ให้เหล่าธุรกิจไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เช่น AIS, Bangkok MSP, Bangkok Systems & Software, Computer Union, STelligence, Soft De’but, Tangerine, True IDC และ Yip In Tsoi

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจาก AIS 5G, True IDC, สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ที่จะมาอัปเดตเทรนด์ 5G, Data Center และ Hybrid Multi-cloud ในไทย รวมไปถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-enterprise-it-infrastructure-day/