คลังเก็บป้ายกำกับ: ALCATEL-LUCENT

แนะนำนวัตกรรม Networking & Cabling ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านเครือข่ายล่าสุดสำหรับ Campus, Edge, Data Center และ Branch ไม่ว่าจะเป็น 5G, Software-defined Networking, SD-WAN, Wi-Fi 6 และ Cabling รวมไปถึงการทำ Network Modernization เพื่อพลิกโฉมองค์กรสู่การเป็น Digital Workplace ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 3: Networking

13:30 – 14:00 พลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ 5G อัจฉริยะ
คุณภุชงค์ เจริญสุข Enterprise Product Marketing Manager, AIS Business
14:00 – 14:30 Software-defined Networking แบบ Multi-domain สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
คุณธิติ พิพัฒน์ธนวงศ์ Enterprise Networking Product Sales Specialist, Cisco
14:30 – 15:00 ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Network Modernization
คุณประคุณ เลาหกิตติกุล Country Manager (Thailand), HPE Aruba
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ก้าวข้ามขีดจำกัดการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และแพลตฟอร์มบนเครือข่าย พร้อมรับความต้องการทางธุรกิจยุคดิจิทัล
คุณสมยศ อุดมนิโลบล Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise
16:00 – 16:30 พลิกโฉมระบบเครือข่ายสู่การเชื่อมต่อแห่งอนาคต
คุณพงศ์ภวัน พูนประชา System Engineer (Thailand), CommScope และคุณธีระพล สุขประไพพัฒน์ System Engineer (Thailand & Myanmar), Ruckus
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-3-networking/

Alcatel-Lucent Enterprise เปิดตัว Access Point ใหม่ รองรับ Wi-Fi 6E

Alcatel-Lucent Enterprise เปิดตัว OmniAccess® Stellar 14xx series Access Point ใหม่ รองรับ Wi-Fi 6E

Alcatel Lucent Enterprise เปิดตัว OmniAccess® Stellar 14xx series เพิ่มเติมจาก 13xx series เดิม ด้วยความสามารถในการรองรับ Wi-Fi 6E ที่เพิ่มการทำงานบนความถี่ระดับ 6 GHz ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานและเพิ่มปริมาณ Bandwidth ได้ ตอบโจทย์การใช้งานแอพพลิเคชันหลายประเภท เช่น Augmented Reality, 4K/8K UHD video และ Medical IoT

รุ่นที่เปิดตัวนั้นเป็นรุ่นที่อยู่ในระดับ High-end Premium ถือว่าเป็นการนำร่องการใช้งาน Wi-Fi 6E ก่อนการเปิดตัวรุ่นใหม่ในระดับ Mid-range ในช่วงปลายปีนี้ OmniAccess Stellar ทำงานอยู่บนสถาปัตยกรรม Distributed Intelligence WAN Control ทำให้ไม่จำเป็นต้องมี Centralized Controller ในขณะที่ยังคงความสามารถในการขยายเป็นระบบขนาดใหญ่และใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ที่มา: https://www.yahoo.com/now/quest-speed-alcatel-lucent-enterprise-103000789.html

from:https://www.techtalkthai.com/alcatel-lucent-enterprise-launches-new-access-point-series-support-wi-fi-6e/

[Guest Post] SBP ผนึกพันธมิตรไอทีระดับโลก Alcatel มุ่งสู่ผู้นำด้านการบริหารจัดการข้อมูลครบวงจร

บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด (SBP) ในเครือบริษัท บุญรอด ซัพพลายเชน จำกัดดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูล ผนึกกำลังกับอัลคาเทล-ลูเซ่น ประเทศไทย จำกัด (Alcatel) ผู้ให้บริการทางด้านอุปกรณ์การสื่อสารและระบบเครือข่ายชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส ร่วมเป็น Strategic Partner เพื่อยกระดับการให้บริการพัฒนาระบบการบริหารจัดการต่างๆ โดยนำอุปกรณ์เครือข่าย (Network Equipment) คุณภาพมาตรฐานระดับโลก มอบบริการลูกค้าครอบคลุมทั้งระบบ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงภาคธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการข้อมูลครบวงจรในประเทศไทย    

นายปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดซัพพลายเชน จำกัด เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและบริการด้านไอทีโซลูชั่นขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการบริการในรูปแบบคลาวด์(Cloud Service) เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวกในการเข้าถึงระบบได้ทุกที่และทันเวลาตามความต้องการกับธุรกิจระดับองค์กร ตลอดจนการนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้กับบริการใหม่ๆในอนาคต และโปรแกรมสำเร็จรูปใช้สำหรับองค์กร (Enterprise Software) ซอฟต์แวร์ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร เพื่อกำหนดกระบวนการทางธุรกิจทั่วทั้งองค์กร ส่งผลให้ประสิทธิภาพขององค์กรเพิ่มขึ้นและการพัฒนาขององค์กร ช่วยลดการทำงานที่ซับซ้อนโดยระบบจัดการภายในองค์กรจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายๆฝ่ายให้เป็นระบบไอทีที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ ขณะที่การบริหารจัดการข้อมูลและการมีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจไทยให้สามารถ Transform รับกับยุคดิจิทัลสู่การเติบโตยั่งยืน

          ทั้งนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนธุรกิจของบุญรอดฯ ได้นำเทคโนโลยีและการบริการด้านไอทีโซลูชั่นมาประยุกต์ใช้และเป็นส่วนสำคัญการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด หรือ SBP ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อให้ตอบโจทย์กับธุรกิจและสนับสนุนการทำงานของบริษัทในเครือบุญรอดฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก อาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่าง Singha Estate โดยได้นำการจัดวางระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูล การจัดสรรทรัพยากรบุคคล โปรแกรมในการวิเคราะห์ข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับความร่วมมือเป็น Strategic Partner ในครั้งนี้ ทั้ง 2 บริษัท ได้นำความชำนาญและจุดแข็งมาต่อยอดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการบริหารจัดการข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด หรือ SBP ได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริการไอทีโซลูชั่น โดยมี ระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ อาทิ การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ระบบคลังสินค้า การจัดการทางด้านทรัพยากรต่างๆ รวมทั้งการวิเคราะห์การบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า  

ส่วนบริษัท Alcatel-Lucent ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตอุปกรณ์ เทคโนโลยีทางด้านโซลูชั่นเครือข่ายและการสื่อสารที่มีประสบการณ์มากกว่า 100 ปี และเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์เครือข่าย(Network Equipment) อาทิ อุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์ รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายที่มีความปลอดภัยสูง มาเติมเต็มระบบ Hardware ให้กับ SBP ซึ่งวางเป้าหมายก้าวสู่ผู้นำการให้บริการด้านงานระบบไอทีโซลูชั่นที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย

          โดยหลังจากนี้จะทำให้ บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด สามารถพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ซึ่งมีทั้ง Software และ Hardware คุณภาพมาตรฐานระดับโลก ที่ตอบโจทย์การทำ Digital Transformation การให้บริการรวบรวม ดูแล และบริหารจัดการข้อมูลสำคัญให้กับบริษัทลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำ Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์และสื่อสารกลับไปยังกลุ่มลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ การจัดการข้อมูลที่แม่นยำมีส่วนสำคัญในการยกระดับและสร้างมาตรฐานที่ดีในองค์กร ซึ่งงานด้านการพัฒนาระบบ การให้คำปรึกษาด้านการนำข้อมูลไปใช้เพื่อวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ การวางแผนพัฒนาธุรกิจด้วยเทคโนโลยี การรักษาความปลอดภัยข้อมูล และการติดตั้งระบบต่างๆ จาก Network Equipment คือบริการที่ SBP สามารถมอบให้กับลูกค้าได้แบบครอบคลุมทั้งระบบ(Full Service) พร้อมที่จะสนับสนุนด้านการจัดการข้อมูลของธุรกิจในทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) และองค์กรชั้นนำต่างๆ

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-sbp-alcatel-strategic-partner/

[Guest Post] Alcatel-Lucent Enterprise เปิดตัว “พันธมิตรดีเด่นแห่งปี” สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ (Alcatel-Lucent Enterprise : ALE) ผู้ให้บริการชั้นนำทางด้านโซลูชันการสื่อสาร ระบบเครือข่าย และคลาวด์ที่ออกแบบมาเพื่อปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม เปิดตัวพันธมิตรคู่ค้าที่ชนะรางวัล “พันธมิตรดีเด่นแห่งปี” (Partner of the Year) ในงาน Connex22 Southeast Asia Partner คู่ค้าที่ชนะรางวัลนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่มีการบริการเป็นเลิศ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างดีเยี่ยม และมีผลงานที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยในงาน Connex22 มีสาระสำคัญคือ “มุ่งสู่อนาคต” (Go Future) เน้นให้ทุกท่านที่เข้าร่วมงานได้ตระหนักถึงอนาคตที่จะสร้างจากประสบการณ์ การเรียนรู้ และความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่เป้าหมาย งานนี้ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ภายในงานเป็นการรวมตัวกันของผู้นำจาก ALE และพันธมิตรคู่ค้าจากทั่วทั้งภูมิภาค

ซึ่ง “พันธมิตรดีเด่นแห่งปี” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) นี้ ยังต้องได้รับคำชื่นชมจากความริเริ่มสร้างสรรค์ในนวัตกรรมการทำงานร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ ALE ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จในการนำเสนอประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่ออกแบบปรับแต่งได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

สำหรับรางวัล “พันธมิตรดีเด่นแห่งปี” ประกอบด้วย

  • รางวัล Unified Communications Partner of the Year 2021, SEA ได้แก่ Radiant Communication Sdn Bhd
    โดย Radiant Communication ประสบความสำเร็จโดยมีรายได้เพิ่มขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ รวมถึงการชนะโครงการที่สำคัญในภาครัฐที่มีผู้ใช้สูงถึง 20,000 ราย
  • รางวัล Network Partner of the Year 2021, SEA ได้แก่ First One Systems Co., Ltd
    First One Systems Co., Ltd สามารถเพิ่มรายได้จากโซลูชั่นของ ALE สูงขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้ธุรกิจของ ALE ในประเทศไทยขยายตัวเป็นอย่างมาก
  • รางวัล Growth Partner of the Year 2021, SEA ได้แก่ Nokia Enterprise Philippines
    ความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรระหว่าง ALE และ Nokia Enterprise Philippines เป็นไปอย่างราบรื่น ปูทางไปสู่การสร้างลูกค้าใหม่ ๆ ร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการชนะโครงการต่าง ๆ ที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมผู้ให้บริการต่าง ๆ ทางเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศอีกด้วย

คุณ Belinda Lawrie หัวหน้าแผนก APJ Channel Sales ของ Nokia กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและตื่นเต้นที่ได้รับรางวัล “Growth Partner of the Year” จาก อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ สำหรับโครงการ GPON expansion project with Radius ของเรา โดยให้บริการผ่านไฟเบอร์และสร้างโอกาสในการเปลี่ยนองค์กรต่าง ๆ สู่การเป็นดิจิทัลให้กับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม”

ในงานนี้แสดงให้เห็นกลยุทธ์สำหรับปีต่อไปของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ALE ด้านการสื่อสารและระบบเครือข่ายโดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มขีดความสามารถให้ธุรกิจต่าง ๆ ของลูกค้า ด้วยการเชื่อมต่อได้จากทุกที่ทุกเวลา พร้อมทั้งสนับสนุนให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์และประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรม ความต่อเนื่อง และเสริมความเข็มแข็งทางธุรกิจ

ภายในงานนี้ Nokia ได้นำเสนอแนวทางการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ ALE และประโยชน์ที่มีร่วมกันที่มีต่อระบบนิเวศของพันธมิตร (Partner Ecosystem) ความร่วมมือระหว่าง Nokia และ ALE เป็นการต่อยอดขยายธุรกิจในแนวดิ่งของ ALE ในปัจจุบันให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมด้านพลังงานและสาธารณูปโภค พร้อมทั้งลดความซับซ้อนและสนับสนุนด้านเทคนิคและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของลูกค้า อีกทั้งส่งมอบโซลูชั่นระบบเครือข่ายแบบ end-to-end ที่คุ้มค่าและเชื่อถือได้อย่างคุ้มค่าให้กับลูกค้า

ALE ได้ฟื้นฟูโปรแกรมสำหรับพันธมิตรทั่วโลกในปี 2022 ด้วยโครงการใหม่ HI-TOUCH สำหรับพัฒนาบุคลากรและสนับสนุนทางเทคนิคให้กับพันธมิตรรายใหม่ ๆ ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะใช้ประสบการณ์เพื่อสร้างประสิทธิภาพในระบบนิเวศของพันธมิตรและส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ ALE ยังได้เปิดตัวโปรแกรมรางวัลสำหรับช่องทางขายต่าง ๆ ในชื่อ GOPARTNERS2022 ชื่อเดิมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรู้จักกันในชื่อ Build2Win โปรแกรมใหม่นี้จะมุ่งเน้นที่การดูแลชุมชนผู้ค้าปลีกทางอ้อมของ ALE ด้วยโปรแกรมการส่งเสริมการขายและสนับสนุนผู้ขายที่เป็นพันธมิตรให้เติบโตไปพร้อมกับ ALE

โปรแกรมเหล่านี้สอดคล้องกับหลักการสำคัญของแนวทางการสร้างพันธมิตรให้แข็งแกร่งของ ALE ซึ่งจัดลำดับให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในเรื่องของความภักดีและการอุทิศตนให้กับระบบนิเวศทางพันธมิตรของ ALE ส่วนกลยุทธ์ในด้านองค์กรของ ALE นั้นมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับพันธมิตร ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ประโยชน์เพื่อสร้างแนวทางการทำงานที่คล่องตัวให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการสนับสนุนพันธมิตรให้ชนะโครงการต่าง ๆ และส่งเสริมให้พันธมิตรสามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว แนวทางนี้ทำให้ ALE สามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ปรับปรุงความแม่นยำในการส่งมอบ ลดระดับสินค้าคงคลัง และขับเคลื่อนการจัดส่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสำหรับธุรกรรมที่มีปริมาณมาก แม้ในช่วงที่ขาดแคลน เพื่อให้มั่นใจว่าพันธมิตรทางธุรกิจให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพการบริการอย่างสม่ำเสมอ

คุณ Damien Delard รองประธาน APAC Channels และหัวหน้าฝ่ายขายแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น กล่าวว่า “เราภูมิใจที่พันธมิตรของ อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ ส่งมอบบริการที่เหนือกว่าได้อย่างยอดเยี่ยมและเกินความคาดหมายให้กับลูกค้าของเราได้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง งาน Connex22 เป็นโอกาสที่รับได้รับรู้ถึงการทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ความสำเร็จ และชื่นชมกับพันธมิตร ท่ามกลางความท้าทายและสถานการณ์ที่ผันผวนของวิกฤตการณ์ของโลก”

“แนวทางหลักของเราที่ยังเป็นผู้นำทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องคือ การสร้างประสิทธิภาพในการการสื่อสาร ความร่วมมือ และเครือข่ายของพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้มแข็ง เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นพันธมิตรดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ สามารถส่งมอบความได้เปรียบในการแข่งขัน ความคล่องตัว และความเข็มแข็งให้กับธุรกิจของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเติบโตทางธุรกิจในยุคดิจิทัล”

เกี่ยวกับ อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์
อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ (Alcatel-Lucent Enterprise) ส่งมอบประสบการณ์ทางเทคโนโลยีที่สามารถออกแบบ ปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละองค์กรที่ต้องการเชื่อมต่อได้ทุกสรรพสิ่ง

ALE นำเสนอโซลูชั่นระบบเครือข่าย ระบบการสื่อสาร และคลาวด์ในยุคดิจิทัลด้วยบริการที่สามารถออกแบบปรับแต่งได้ตามต้องการเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าสามารถประสบความสำเร็จ ด้วยโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นไม่ว่าจะเป็นในระบบคลาวด์ ในระบบที่มีเครื่องหลักตั้งอยู่ในองค์กร (on-premises) และระบบไฮบริด โซลูชั่นทั้งหมดมีการรักษาความปลอดภัยในตัวและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทำให้ อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้ามากกว่าหนึ่งล้านรายทั่วโลก

อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพในการขยายตัวไปทั่วโลกพร้อมทั้งยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญในแต่ประเทศ ด้วยการมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศสและมีพันธมิตรทางธุรกิจถึง 3,400 รายทั่วโลก

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-alcatel-connex22-southeast-asia-partner/

[Guest Post] อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ ขยายสู่ตลาด Wi-Fi-6 นำร่องเปิดตัว OmniAccess Stellar อุปกรณ์กระจายสัญญาณระบบไร้สายรุ่นใหม่

อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้นำโซลูชันระบบเครือข่ายยุคดิจิทัล ประกาศความพร้อมในการเปิดตัวสินค้ากลุ่มอุปกรณ์กระจายสัญญาณไร้สายที่ผ่านมาตรฐาน Wi-Fi 6 ได้แก่ Alcatel-Lucent OmniAccess Stellar AP1311 รุ่นพรีเมียมสำหรับการใช้งานทั่วไปที่ให้คุณภาพสูง และ Alcatel-Lucent OmniAccess Stellar AP1301 รุ่นพื้นฐานสำหรับการใช้งานทั่วไป

OmniAccess Stellar AP1311

 

อุปกรณ์กระจายสัญญาณแบบติดตั้งในอาคารทั้ง 2 รุ่นใหม่นี้ ให้ประสิทธิภาพอันทรงพลังสำหรับการใช้งานเครือข่ายไร้สายบนมาตรฐานล่าสุดอย่าง Wi-Fi 6 โดยสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งองค์กรขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางที่ต้องการการใช้งานแบนด์วิธและการเชื่อมต่อการใช้งานที่มีคุณภาพสูงขึ้น

 

การเชื่อมต่อที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ธุรกิจทั้งการใช้งานด้านโมบาย และ IoT

สอดคล้องตามข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ IoT ในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคการผลิต ลอจิสติกส์ และคมนาคม อย่างไรก็ตาม ยังมีกรณีการใช้งานให้เห็นมากยิ่งขึ้นในภาคพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ เช่นกัน  โดยคาดการณ์ว่าตลาด IoT ในประเทศไทยจะเติบโตและขับเคลื่อนด้วยการใช้งาน IoT ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ โดยจะมีมูลค่าสูงถึง 2,190 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030

และจากการที่มีการใช้อุปกรณ์ IoT มากขึ้นทั้งในส่วนธุรกิจและอุตสาหกรรม จึงทำให้การเชื่อมต่อ Wi-Fi ผ่านจุดกระจายสัญญาณได้อย่างปลอดภัย กลายเป็นเรื่องสำคัญมากที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และองค์กรทั่วไป

มาตรฐานเครือข่ายไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) จึงได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการทำงาน ความสามารถในการรองรับจำนวนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้าใช้งานและแบนด์วิธที่กว้างขึ้น บนสภาพแวดล้อมการใช้งานที่หนาแน่น อย่างเช่นปัจจุบันที่มีการนำเอาอุปกรณ์ไร้สายและ IoT เชื่อมต่อสู่การใช้งานเชิงธุรกิจมากยิ่งขึ้น

ตั้งแต่ปี 2562  อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้ทำการเปิดตัวอุปกรณ์กระจายสัญญาณที่ล้ำหน้าในกลุ่ม OmniAccess Stellar Wi-Fi 6 หลายตัวด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในส่วนอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi 6 สำหรับภายนอกอาคาร โดยเป็นการเสริมแกร่งจุดยืนในตลาดในฐานะผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชั่นเชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับอุตสาหกรรมและในมหาวิทยาลัย

มาวันนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัวอุปกรณ์ 2 รุ่นใหม่ OmniAccess Stellar Wi-Fi 6 อุปกรณ์กระจายสัญญาณสำหรับติดตั้งภายในอาคารระดับการใช้งานทั่วไป หรือ entry level ต่อยอดสายผลิตภัณฑ์ระบบเครือข่ายไร้สายด้วยอุปกรณ์ที่ให้ประโยชน์หลากหลายในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมรองรับเทคโนโลยีในอนาคตสำหรับการใช้งานภายในอาคารที่มีการใช้อุปกรณ์หนาแน่นมาก

 

OmniAccess Stellar AP1311 อุปกรณ์กระจายสัญญาณไร้สายรุ่นใหม่ มอบฟีเจอร์การทำงานระดับพรีเมียมสำหรับองค์กรระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซทุกประเภท โดยสามารถรองรับการทำงานบนมาตรฐานเครือข่ายไร้สาย (WLAN) เดิมที่มีอยู่ได้อีกทั้งให้การสนับสนุน IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเชื่อมต่อบนเทคโนโลยี Bluetooth Low Energy และ Zigbee มีการเพิ่มพอร์ตเชื่อมต่อ Modbus IIoT (Industrial IoT) สำหรับการใช้งานกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม และพอร์ตความเร็ว 1Gbe (Gigabit Ethernet) สำหรับการเชื่อมต่อกับเชื่อมต่อด้วยสายกับอุปกรณ์ IoT และอุปกรณ์กระจายสัญญาณรุ่นใหม่นี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยในระดับสูงมาก พร้อมระบบสแกนความถี่สัญญาณแยกเฉพาะตัว

สำหรับ OmniAccess Stellar AP1301 รุ่นใหม่นี้ ออกแบบเพื่อการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนมาตรฐาน Wi-Fi 6 ใช้พลังงานต่ำและให้ความคุ้มค่าที่สุด ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในธุรกิจทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก ในเวลาที่พัฒนาไปสู่โครงสร้างพื้นฐานในระบบดิจิทัล

 

เน้นความเรียบง่ายในระบบไอทีเอ็นเตอร์ไพร์ซ ด้วยการทำงานแบบอัตโนมัติ

เช่นเดียวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ OmniAccess Stellar ทั้งหมด OmniAccess Stellar AP1311 และเน้นความเรียบง่ายในระบบไอทีเอ็นเตอร์ไพร์ซ ด้วยการทำงานแบบอัตโนมัติ

OmniAccess Stellar AP1301 ที่ให้เฟรมเวิร์กสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ (distributed architecture framework) พร้อมความสามารถในการควบคุมแบบเสมือนที่บิวด์-อินมาในอุปกรณ์ จึงช่วยลดการใช้อุปกรณ์ควบคุมจากส่วนกลางที่มีราคาแพงและมีข้อจำกัดในเรื่องปัญหาคอขวดในระบบเครือข่ายและ single point of failure ที่ถ้าจุดหนึ่งมีปัญหาก็จะทำให้เกิดความล้มเหลวทั้งหมด

กลุ่มผลิตภัณฑ์ OmniAccess Stellar ที่ใช้สถาปัตยกรรมการควบคุมแบบกระจายศูนย์ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น รองรับการปรับเปลี่ยนการทำงานได้ง่าย และขยายขีดความสามารถได้ดีสำหรับแผนกไอทีช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนการใช้งานในเครือข่ายไร้สายก็ตาม

อุปกรณ์กระจายสัญญาณ OmniAccess Stellar ใหม่ จะทำงานในลักษณะเดียวกันกับผลิตภัณฑ์และโซลูชันเครือข่าย Alcatel-Lucent Enterprise ทั้งหมด ที่สามารถบริหารจัดการและกำหนดค่าการทำงานได้โดยใช้ระบบบริหารจัดการเครือข่าย Alcatel-Lucent OmniVista จากจุดเดียว ทั้งในแบบ on premises หรือบนระบบคลาวด์เพื่อรองรับการใช้งานที่ง่ายและให้ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้และในการนำ IoT มาใช้ในระบบ

อุปกรณ์กระจายสัญญาณระบบไร้สายรุ่นใหม่นี้ มีเทคโนโลยี Deep Packet Inspection (DPI) บิวด์-อินมาในตัว ช่วยให้สามารถตรวจสอบแอปพลิเคชันได้แบบเรียลไทม์ สามารถกรองและวิเคราะห์เนื้อหาเว็บ โดยให้ความสามารถด้านการมองเห็นและควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยให้ปรับใช้งานและแก้ไขปัญหาได้โดยง่าย สำหรับระบบโครงสร้างที่รวมการเชื่อมต่อเครือข่าย LAN แบบใช้สายและไร้สายแบบครบวงจร

“ทั้ง OmniAccess Stellar AP1311 และ AP1301 นับเป็นการเสริมมาตรฐาน Wi-Fi 6 เข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านระบบเชื่อมต่อเครือข่ายของเรา และเป็นการยืนยันถึงคำมั่นของเราในการพัฒนาระบบเครือข่ายที่สำคัญสำหรับธุรกิจ ซึ่งดำเนินการได้อย่างเรียบง่าย อีกทั้งเชื่อมต่อกับผู้ใช้และอุปกรณ์ IoT ได้อย่างปลอดภัย” นายสมยศ อุดมนิโลบล Country Business Leader ประจำประเทศไทย อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าว

นายสมยศ อุดมนิโลบล Country Business Leader ประจำประเทศไทย อัลคาเทล-ลูเซ่น เอ็นเตอร์ไพรส์

 

“อุปกรณ์กระจายสัญญาณระบบไร้สายที่ให้ความคุ้มค่า ยังมาพร้อมความสามารถด้านระบบเครือข่ายไร้สายที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพทั้งในแง่ของประสบการณ์ของผู้ใช้และการทำงานของระบบที่ดีขึ้น โซลูชันนี้จะช่วยให้การเชื่อมต่อมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นและช่วยรักษาความปลอดภัยในการเชื่อมต่อเครือข่ายสำหรับธุรกิจและองค์กรที่ต้องการเร่งสู่การปฏิรูปทางดิจิทัลโดยใช้มาตรฐานล่าสุดอย่าง Wi-Fi 6”

 

เกี่ยวกับ Alcatel-Lucent Enterprise

Alcatel-Lucent Enterprise มอบประสบการณ์เทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะสำหรับองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซ โดยช่วยให้เชื่อมต่อการทำงานทุกส่วนเข้าด้วยกัน

ALE นำเสนอโซลูชันระบบเครือข่ายยุคดิจิทัล ระบบสื่อสาร ตลอดจนระบบคลาวด์ ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อช่วยสร้างความสำเร็จให้กับลูกค้า ด้วยโมเดลธุรกิจที่ให้ความยืดหยุ่นทั้งบนระบบคลาวด์ ระบบ on premises และระบบไฮบริด โดยทุกโซลูชันมีการบิวด์-อินระบบรักษาความปลอดภัยมาในตัว อีกทั้งช่วยจำกัดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรวมของระบบ

ด้วยระยะเวลากว่า 100 ปี แห่งการคิดค้นนวัตกรรม ทำให้ Alcatel-Lucent Enterprise ก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้ ให้กับลูกค้ากว่า 830,000 รายใน 100 ประเทศทั่วโลก

เราคือบริษัทที่ถือหุ้นโดยเอกชน ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส และมีการจับมือทำธุรกิจกับพันธมิตรทางธุรกิจโดยตรงมากกว่า 2,900 รายทั่วโลก เพื่อให้บรรลุความสำเร็จในการเข้าถึงทั่วโลกโดยได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมุ่งเน้นความร่วมมือในระดับท้องถิ่น

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่ www.al-enterprise.com

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-alcatel-lucent-wi-fi-6-omniaccess-stellar/

Alcatel-Lucent Enterprise – Assets Tracking Webinar : Smart connection to your people and assets real-time [30 พ.ย. 2020 เวลา 14.00น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Assets Tracking Webinar: Smart connection to your people and assets real-time โดย Alcatel-Lucent Enterprise” เพื่อเรียนรู้ถึงโซลูชันระบบติดตามอุปกรณ์และบุคลากรภายในอาคาร พร้อมแนวทางการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆ ท่ามกลาง New Normal ของการทำงาน และช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ที่ลงทุนมาได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ในวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Assets Tracking Webinar: Smart connection to your people and assets real-time โดย Alcatel-Lucent Enterprise
ผู้บรรยาย: คุณศุภชัย คงกฤตยาพันธ์, Territory Manager, Alcatel-Lucent Enterprise Thailand
วันเวลา: วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

Asset Tracking กลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกประยุกต์ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับธุรกิจองค์กร เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการทาำงานให้กับพนักงานและเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น ด้วยการทำให้พนักงานสามารถรู้ถึงตำแหน่งของสิ่งของ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่ต้องการใช้งานได้อย่างทันท่วงที ในขณะที่ผู้บริหารหรือผู้จัดการเองก็สามารถตรวจสอบการใช้งานสิ่งของ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรนั้นๆ ได้อย่างแม่นยำ

อีกปัจจัยที่ทำให้ Asset Tracking ได้รับความนิยมมากก็คือการที่เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบ Wi-Fi ภายในองค์กร และใช้ Wireless Access Point ในการติดตามตำแหน่งของสิ่งของ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักร ทำให้ธุรกิจองค์กรส่วนใหญ่ที่ลงทุนในระบบ Wi-Fi อยู่แล้ว ก็สามารถประยุกต์นำ Asset Tracking มาใช้สร้างคุณค่าได้ทันที

ใน Webinar ครั้งนี้ ทีมงาน Alcatel-Lucent Enterprise จะมาเล่าถึงตัวอย่างการนำเทคโนโลยี Asset Tracking มาใช้งานในธุรกิจรูปแบบต่างๆ ที่สร้างคุณค่าให้กับธุรกิจได้อย่างคาดไม่ถึง พร้อมอธิบายถึงการออกแบบระบบเครือข่ายเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยี Asset Tracking ได้อย่างคุ้มค่า

ร่วมชม Webinar ครั้งนี้กับประเด็นดังต่อไปนี้

  • คุณจะสามารถติดตามสิ่งของ อุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่มีคุณค่าสูง เคลื่อนย้ายได้ และจำเป็นต่อการทำงานในแบบ Real-time ได้อย่างไร?
  • คุณจะทราบได้อย่างไรว่าสิ่งของ อุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่ลงทุนมาใช้งานนั้น ถูกใช้งานมากน้อยเพียงใด และมีข้อมูลการใช้งาน การเคลื่อนย้าย หรือระยะเวลาที่ใช้งานจริงนานแค่ไหน?

การเข้าร่วมชม Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน Alcatel-Lucent Enterprise ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_mo1K3B7SRg2xY6uJfirabQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/alcatel-lucent-enterprise-assets-tracking-webinar-smart-connection-to-your-people-and-assets-real-time/

Alcatel-Lucent Enterprise Webinar: Digital Age Technology – a Network and Communication Perspective [30 ก.ย. 2020 เวลา 10.30น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Digital Age Technology – a Network and Communication Perspective โดย Alcatel-Lucent Enterprise” เพื่ออัปเดตแนวโน้มเทคโนโลยีด้าน Network และ Communication สำหรับปี 2020 และ 2021 นี้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน พร้อมปรับระบบเครือข่ายสู่ยุค Digital อย่างเต็มตัวด้วยแนวทางการออกแบบเครือข่ายสำหรับรองรับ IoT และการทำ Autonomous Network ในวันพุธที่ 30 กันยายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Digital Age Technology – a Network and Communication Perspective โดย Alcatel-Lucent Enterprise
ผู้บรรยาย: คุณ Sathit Panpaisan, Country Manager, Alcatel-Lucent Enterprise Thailand
วันเวลา: วันพุธที่ 30 กันยายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

เทคโนโลยีในยุค Digital Age ได้นำธุรกิจไปสู่ยุคดิจิทัลรูปแบบใหม่ ซึ่งมีระบบเครือข่ายเป็นหัวใจสำคัญในการส่งมอบบริการและสื่อสารระหว่างการทำงานเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ช่วยให้เกิดการทำ Digital Transformation ได้อย่างรวดเร็วสำหรับหลายธุรกิจองค์กร

ใน Webinar ครั้งนี้ Alcatel-Lucent Enterpise จะมาเล่าถึงแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยีในยุค Digital Age แห่งอนาคตนี้โดยเจาะลึกไปที่มุมของระบบเครือข่ายและการสื่อสาร ที่จะช่วยสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้ โดยภายใน Webinar นี้จะประกอบไปด้วยแนวโน้มอนาคตของประเด็นดังต่อไปนี้

  • Digital Age key technologies
  • Network Infrastructure : IoT enable network, Autonomous network
  • Communication and Collaboration : Cloud Communication

การเข้าร่วมชม Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน Alcatel-Lucent Enterprise ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ทันที

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_Sf5eYN-9R-KQireurqm5MA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/alcatel-lucent-enterprise-webinar-digital-age-technology-a-network-and-communication-perspective/

Alcatel-Lucent Enterprise แจกฟรีเอกสาร Cybersecurity in Governments and Smart Cities สรุปสถิติและวิสัยทัศน์จากยุโรป

ประเด็นด้าน Cybersecurity นั้นนับวันจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานภาครัฐและโครงการ Smart City ที่มักมีความซับซ้อนสูงและมีข้อมูลสำคัญถูกบันทึกจัดเก็บอยู่ภายใน ซึ่งก็ทำให้ตกเป็นเป้าของการโจมตีรูปแบบต่างๆ ดังนั้นทาง Alcatel-Lucent Enterprise จึงได้จัดทำแบบสำรวจร่วมกับ IDC ในการศึกษาถึงแนวโน้มด้าน Cybersecurity ของหน่วยงานภาครัฐและโครงการ Smart City ในยุโรปขึ้นมา เพื่อให้ผู้ที่สนใจนำไปศึกษาได้ทันที

เอกสาร Cybersecurity in governments and smart cities นี้มีความยาว 16 หน้า โดยได้รวมผลสำรวจจากผู้บริหารด้าน IT ในองค์กรภาครัฐของหน่วยงานต่างๆ ในภูมิภาคยุโรปกว่า 290 ราย มาสรุปถึงประเด็นความพร้อมและทิศทางในอนาคตด้าน Cybersecurity ที่หน่วยงานภาครัฐและโครงการด้าน Smart City ต้องให้ความสำคัญ เช่น

  • การให้ความสำคัญต่อ Cybersecurity ที่สูงขึ้นของหน่วยงานภาครัฐ
  • ข้อมูลประเภทต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่ตกเป็นเป้าของการโจมตี
  • เป้าหมายและวิธีการที่ถูกใช้ในการโจมตีหน่วยงานภาครัฐ
  • ความพร้อมในการตอบสนองต่อภัยคุกคามของหน่วยงานภาครัฐประเภทต่างๆ
  • แนวทางการในการชี้วัดความพร้อมในการตอบสนองต่อภัยคุกคาม
  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการถูกโจมตี และแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป
  • อันดับของภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • แนวทางและกลยุทธ์สำหรับรับมือกับภัยคุกคาม

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อโหลดเอกสารได้ทันทีที่ https://www.al-enterprise.com/en/gated-assets/cybersecurity-in-government-and-cities

from:https://www.techtalkthai.com/alcatel-lucent-enterprise-idc-cybersecurity-in-governments-and-smart-cities-in-europe-report/

ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เลือกใช้ระบบเครือข่ายจาก Alcatel-Lucent Enterprise ต่อยอดสู่ภาพ Smart City

การที่หน่วยงานภาครัฐนั้นจะตอบรับต่อนโยบาย Thailand 4.0 ได้ การวางระบบเครือข่ายที่มีคุณภาพเพื่อรองรับต่อการนำเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมาประยุกต์ใช้นั้นถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ และที่ผ่านมาศาลาว่าการกรุงเทพมหานครก็ได้มีการติดตั้งระบบเครือข่ายใหม่เพื่อรองรับการต่อยอดนวัตกรรมด้าน IoT โดยเฉพาะด้วยการเลือกใช้ระบบ Network จาก Alcatel-Lucent Enterprise หรือ ALE

วางระบบเครือข่ายใหม่ เน้นรองรับอุปกรณ์ IoT ตอบโจทย์ Smart City ขานรับ Thailand 4.0

โจทย์ของศาลาว่าการกรุงเทพมหานครนั้นคือการวางระบบเครือข่ายใหม่ที่สามารถรองรับผู้ใช้งานที่มีอยู่เดิมกว่า 15,000 คนได้ และต้องรองรับการนำอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่จะนำมาใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อขานรับต่อนโยบาย Thailand 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี การวางระบบเครือข่ายสำหรับรองรับอุปกรณ์ IoT นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มักมีจุดติดตั้งที่แตกต่างจากการใช้งานทั่วไป ซึ่งอาจรวมถึงภายนอกอาคารหรือสถานที่ที่ทำการติดตั้งอุปกรณ์ Switch ได้ลำบาก ดังนั้นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายจึงต้องมีโซลูชันที่รองรับทั้งการติดตั้งใช้งานภายในอาคารและภายนอกอาคารอย่างครอบคลุม และการติดตั้งใช้งานต้องสามารถทนทานต่อสภาพภูมิอากาศเมืองไทยที่มีทั้งฤดูร้อนและฤดูฝนที่โหดร้ายให้ได้

เลือกใช้ Switch จาก Alcatel-Lucent Enterprise ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้ในโซลูชันเดียว

หลังจากที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครพิจารณาผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายหลายราย ก็พบว่า Alcatel-Lucent Enterprise หรือ ALE นั้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานนี้ได้เป็นอย่างดีด้วยความที่ ALE นั้นได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีระบบเครือข่ายเพื่อตอบโจทย์ Smart City หลากหลายโครงการทั่วโลกมาแล้ว ดังนั้นเทคโนโลยีของ ALE จึงสามารถนำมาใช้งานกับแผนของศาลาว่าการกรุงเทพมหานครได้อย่างเหมาะสม

วางระบบ Backbone Network ด้วยเครือข่ายความเร็ว 1/10/40GbE แบบ Software-Defined Networking

สำหรับระบบเครือข่ายหลักภายในองค์กร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครก็ได้เลือกใช้ ALE OmniSwitch 6860E และ ALE OmniSwitch 6900 ซึ่งเป็น Stackable Switch ในการใช้งานเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ โดยรองรับการเชื่อมต่อที่ความเร็ว 1/10/40GbE สำหรับรองรับอุปกรณ์เครือข่ายสมัยใหม่ได้ทันที และยังสามารถจ่ายพลังงานผ่าน Power over Ethernet หรือ PoE เพื่อรองรับอุปกรณ์ Access Point หรือ IoT ได้อีกด้วย

Switch ทั้งสองรุ่นนี้ต่างรองรับเทคโนโลยี Software-Defined Networking หรือ SDN เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และในโครงการครั้งนี้ ALE ก็ยังได้ทำการนำเสนอ ALE OmniVista 2500 Network Management System เพื่อใช้ในการบริหารจัดการอุปกรณ์เครือข่ายภายในโครงการจากศูนย์กลางเข้ามาด้วย

ตอบโจทย์การใช้งานอุปกรณ์ IoT ในพื้นที่ติดตั้งที่ไม่ธรรมดา ด้วย Hardened Switch

ในส่วนของการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT นั้น ALE ได้ทำการนำเสนอ ALE OmniSwitch ในกลุ่ม Hardened Switch ที่ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอก Data Center หรือภายนอกตู้ Rack และมีช่วงของอุณหภูมิที่รองรับในการทำงานได้กว้าง รวมถึงยังรองรับการจ่ายไฟผ่าน PoE ได้ ทำให้ในบางพื้นที่ที่ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ IoT ที่อยู่ไกลจากอาคารทั่วๆ ไปนั้น ก็สามารถทำได้ด้วย Hardened Switch เหล่านี้

ด้วยโซลูชันที่นำเสนอนี้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครจึงมีระบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่บริหารจัดการได้ง่าย และรองรับการใช้งานอุปกรณ์ IoT ได้อย่างยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้สามารถนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงาน รวมถึงยังรองรับการทำ Video Conferencing ด้วยความละเอียดสูงเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประชุมและการให้บริการแก่ประชาชนได้อีกด้วย

Download Whitepaper ฟรี แนวทางการออกแบบ Mobile Campus Network สำหรับรองรับอนาคต

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมถึงวิธีการในการปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อให้รองรับต่อเทคโนโลยีดิจิตัล การเชื่อมต่อใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และการรองรับอุปกรณ์ IoT สามารถโหลดเอกสาร Whitepaper ในหัวข้อ Mobile Campus Network ความยาว 20 หน้าไปศึกษาได้ทันทีที่ https://go.techtalkthai.com/2020/08/alcatel-lucent-enterprise-free-mobile-campus-network-solution-whitepaper/


เกี่ยวกับ Alcatel Lucent Enterprise

ALE ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับชุมชนของคุณได้ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งสำหรับผู้คน, สาธารณชน และองค์กรของคุณ ด้วยการเป็นธุรกิจที่ครอบคลุมทั่วโลกและให้ความสำคัญกับความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เราได้นำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่มั่นคงปลอดภัยซึ่งออกแบบมาเพื่อให้นำไปใช้เพื่อให้บริการสื่อสารโต้ตอบภายในชุมชนโดยเฉพาะ ทำให้ประชาชนสามารถสื่อสารกันได้อย่างปลอดภัย และโต้ตอบกันได้ด้วยประสบการณ์ที่ดี ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็สามารถเชื่อมต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการสาธารณะได้อย่างมั่นคง รวมถึงตัวแทนเจ้าหน้าที่ภาครัฐเองก็สามารถเชื่อมต่อเพื่อริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ, สื่อสารทำงานระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี เป้าหมายของเราคือการเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่ลูกค้าของเราต้องการ ทั้งภายในที่ทำงาน, บน Cloud หรือทั้งสองแห่งรวมกัน เราสามารถนำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่ใช้งานได้จริงสำหรับบุคลากร, กระบวนการ และลูกค้าของคุณ

ด้วยนวัตกรรมและความทุ่มเทเพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จมาตั้งแต่อดีตนั้น ก็ได้ทำให้ ALE ภายใต้แบรนด์ Alcatel-Lucent Enterprise นี้กลายเป็นผู้ให้บริการหลักทางด้านระบบเครือข่าย, การสื่อสาร และบริการสำหรับองค์กรให้แก่ลูกค้าทั่วโลกกว่า 830,000 ราย ALE นั้นมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก และให้ความสำคัญกับทุกภูมิภาคด้วยพนักงานมากกว่า 2,200 คนและพันธมิตรมากกว่า 2,900 รายใน 50 ประเทศทั่วโลก ที่ผ่านมา ALE ประสบความสำเร็จได้จากการช่วยให้องค์กรของคุณสามารถทำ Digital Transformation ในรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ ด้วยการผสานรวมระบบ, ติดตั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล และนำเทคโนโลยี Mobile และ Internet of Things เข้ามาช่วยสร้างนวัตกรรมโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับนวัตกรรมที่จะมาต่อยอดในอนาคตเพิ่มเติม https://www.al-enterprise.com

from:https://www.techtalkthai.com/bma-alcatel-lucent-enterprise-network-use-case/

มหาวิทยาลัยพะเยา ใช้ระบบ LAN และ Wi-Fi จาก Alcatel-Lucent Enterprise รองรับผู้ใช้งานกว่า 20,000 คน

หากจะพูดถึงระบบเครือข่ายขององค์กรที่มีขนาดใหญ่ในเมืองไทย หนึ่งในกรณีที่ต้องพูดถึงก็คือระบบเครือข่ายสำหรับมหาวิทยาลัยที่ถือเป็นโจทย์ที่ยากและมีความท้าทาย ในบทความนี้เราจะมาเล่าถึงกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยพะเยาที่เลือกใช้โซลูชันอุปกรณ์เครือข่ายจาก Alcatel-Lucent Enterprise หรือ ALE ทั้งในส่วนของ LAN และ Wireless LAN ร่วมกัน พร้อมทั้งใช้งานเทคโนโลยีจาก ALE เพื่อช่วยให้การติดตั้งใช้งานและการดูแลรักษาเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

ความท้าทาย: พื้นที่กว้าง, ผู้ใช้งานจำนวนมาก และต้องรองรับอุปกรณ์ IoT ก้าวสู่ภาพ Smart City

มหาวิทยาลัยพะเยานั้นมีนักศึกษามากถึงประมาณ 20,000 คน รวมถึงยังมีคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยอีกเกินกว่า 1,000 คน โจทย์ของมหาวิทยาลัยพะเยาจึงมีประเด็นดังนี้

  • ต้องรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากภายในมหาวิทยาลัยให้ได้
  • ต้องครอบคลุมพื้นที่ภายในอาคารจำนวนมาก และใช้งานได้ภายในห้องเรียนที่มีความหนาแน่นของนักเรียนแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
  • ต้องรองรับการใช้งานระบบ E-Learning และการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนผ่านอุปกรณ์พกพาได้จากทุกพื้นที่ที่ใช้ในการศึกษา
  • ต้องรองรับการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ IoT และกล้อง CCTV ในอนาคตได้
  • ต้องสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายหลากหลายยี่ห้อที่เคยมีอยู่เดิมได้

การตอบโจทย์นี้ได้นั้นจะต้องอาศัยทั้งระบบเครือข่าย LAN ที่มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพเพื่อใช้งานเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่าย และมีระบบ Wireless LAN ที่มีทั้งความเสถียรและมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการรองรับผู้ใช้งานและอุปกรณ์ที่จะมาเชื่อมต่อจำนวนมาก โดยทั้งหมดนี้จะต้องบริหารจัดการจากศูนย์กลางได้อย่างง่ายดาย และทำงานได้อย่างมั่นคงปลอดภัย

เลือกใช้โซลูชันจาก Alcatel-Lucent Enterprise ผสานระบบ LAN และ Wireless LAN เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

ท้ายที่สุดแล้วเมื่อปี 2018 ทางมหาวิทยาลัยพะเยาก็ตัดสินใจเลือกใช้โซลูชันระบบเครือข่ายแบบครบวงจรจาก Alcatel-Lucent Enterprise หรือ ALE ที่สามารถนำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการของทางมหาวิทยาลัยได้ภายใต้งบประมาณที่จำกัดอย่างคุ้มค่า

ในส่วนของระบบ LAN นั้น ทางมหาวิทยาลัยได้เลือกใช้ ALE OmniSwitch รุ่น Stackable เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีอยู่ ลดความซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการมีอุปกรณ์ Switch จำนวนมากลงด้วยการ Stack รวม Switch หลายๆ ชุดเข้าเป็นชุดเดียวและบริหารจัดการร่วมกันได้อย่างง่ายดายเสมือนเป็น Switch ชุดใหญ่เพียงชุดเดียวเท่านั้น และยังใช้ความสามารถ Power over Ethernet หรือ PoE ของ Switch เพื่อจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ Access Point และอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ได้

ทางด้านระบบ Wireless LAN ทางมหาวิทยาลัยก็เลือกใช้ ALE OmniAccess WLAN AP มาตรฐาน Wi-Fi 5 ด้วยกันถึง 3 รุ่น เพื่อที่จะได้เลือกติดตั้งใช้งานรุ่นต่างๆ ตามความเหมาะสมในการใช้งาน เช่น ในพื้นที่ที่หนาแน่นก็เลือกติดตั้ง AP ที่มีประสิทธิภาพสูง และในพื้นที่ที่อาจจะต้องการความครอบคลุมของสัญญาณเป็นหลัก ก็เลือกติดตั้ง AP รุ่นที่เล็กลงมาได้ เพื่อให้การลงทุนมีความคุ้มค่าสูงสุด และบริหารจัดการระบบผ่าน ALE OmniAccess WLAN Controller ได้จากศูนย์กลาง

ทำการตั้งค่าระบบเครือข่ายที่มีความซับซ้อนโดยอัตโนมัติ ด้วย ALE Intelligent Fabric (iFab)

เพื่อให้ผู้ดูแลระบบ IT ของมหาวิทยาลัยทำงานได้ง่ายขึ้นในระยะยาว ALE จึงได้นำเสนอแนวคิด Software-Defined Networking หรือ SDN โดยอุปกรณ์ Switch ภายในโครงการนี้ต่างก็รองรับการทำ SDN ได้ และใช้เทคโนโลยี ALE Intelligent Fabric หรือ iFab เข้ามาช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น

สิ่งที่ iFab ทำนั้นก็คือการตรวจสอบ Network Protocol ที่ถูกใช้งานบน Switch ทั้งหมด และทำการตั้งค่าระบบเครือข่าย LAN ที่มีความซับซ้อนให้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า STP, LAG, OSPF หรือ SPB-M ทำให้การออกแบบระบบเครือข่ายนั้นกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย และระบบเครือข่ายนั้นก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความมั่นคงทนทาน โดยผู้ดูแลระบบไม่ต้องเผชิญกับความซับซ้อนเหล่านี้ด้วยตนเอง

ทำงานร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายยี่ห้ออื่นได้ ไม่จำเป็นต้องทิ้งอุปกรณ์เดิมที่ยังใช้งานได้

จากการที่โซลูชันของ ALE นั้นใช้ Network Protocol มาตรฐานทั้งหมด จึงสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายที่มหาวิทยาลัยพะเยาใช้งานได้อยู่เดิม ช่วยให้การออกแบบระบบเครือข่ายใหม่เพิ่มเติมครั้งนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ และทำให้โครงการอยู่ในงบประมาณที่เหมาะสมได้

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์และวิสัยทัศน์การออกแบบระบบเครือข่ายเพื่อรองรับต่ออนาคต

ด้วยแนวโน้มใหม่ๆ ทั้งเรื่องของ Mobile, IoT และ Data ที่กลายเป็นกระแสหลักของธุรกิจองค์กร การปรับเปลี่ยนระบบเครือข่ายเพื่อให้ตอบโจทย์การรับรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องนี้จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ Alcatel-Lucent Enterprise จึงได้ออก E-Book เรื่อง Network Strategy and Vision for the Enterprise — Where  Everything Connects ความยาว 21 หน้าให้ผู้ที่สนใจสามารถโหลดไปศึกษาได้ฟรีที่  https://go.techtalkthai.com/2020/07/alcatel-lucent-enterprise-network-strategy-and-vision-for-enterprise-e-book/

เกี่ยวกับ Alcatel Lucent Enterprise

ALE ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับชุมชนของคุณได้ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งสำหรับผู้คน, สาธารณชน และองค์กรของคุณ ด้วยการเป็นธุรกิจที่ครอบคลุมทั่วโลกและให้ความสำคัญกับความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เราได้นำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่มั่นคงปลอดภัยซึ่งออกแบบมาเพื่อให้นำไปใช้เพื่อให้บริการสื่อสารโต้ตอบภายในชุมชนโดยเฉพาะ ทำให้ประชาชนสามารถสื่อสารกันได้อย่างปลอดภัย และโต้ตอบกันได้ด้วยประสบการณ์ที่ดี ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็สามารถเชื่อมต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการสาธารณะได้อย่างมั่นคง รวมถึงตัวแทนเจ้าหน้าที่ภาครัฐเองก็สามารถเชื่อมต่อเพื่อริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ, สื่อสารทำงานระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี เป้าหมายของเราคือการเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่ลูกค้าของเราต้องการ ทั้งภายในที่ทำงาน, บน Cloud หรือทั้งสองแห่งรวมกัน เราสามารถนำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่ใช้งานได้จริงสำหรับบุคลากร, กระบวนการ และลูกค้าของคุณ

ด้วยนวัตกรรมและความทุ่มเทเพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จมาตั้งแต่อดีตนั้น ก็ได้ทำให้ ALE ภายใต้แบรนด์ Alcatel-Lucent Enterprise นี้กลายเป็นผู้ให้บริการหลักทางด้านระบบเครือข่าย, การสื่อสาร และบริการสำหรับองค์กรให้แก่ลูกค้าทั่วโลกกว่า 830,000 ราย ALE นั้นมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก และให้ความสำคัญกับทุกภูมิภาคด้วยพนักงานมากกว่า 2,200 คนและพันธมิตรมากกว่า 2,900 รายใน 50 ประเทศทั่วโลก ที่ผ่านมา ALE ประสบความสำเร็จได้จากการช่วยให้องค์กรของคุณสามารถทำ Digital Transformation ในรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ ด้วยการผสานรวมระบบ, ติดตั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล และนำเทคโนโลยี Mobile และ Internet of Things เข้ามาช่วยสร้างนวัตกรรมโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับนวัตกรรมที่จะมาต่อยอดในอนาคตเพิ่มเติม https://www.al-enterprise.com

from:https://www.techtalkthai.com/phayao-university-selects-alcatel-lucent-to-serve-20000-users-in-lan-and-wifi/