คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_CENTER

Equinix เริ่มทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายไฟฟ้าให้กับ Data Center

Equinix ผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ของโลก ประกาศเริ่มการทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับ Data Center

ในครั้งนี้ Equinix ได้ประกาศความร่วมมือกับ Centre for Energy Research & Technology (CERT) ภายใต้ National University of Singapore เพื่อเริ่มทำการวิจัยในการนำ Fuel Cells หรือเซลส์เชื้อเพลิง มาใช้ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเป็นหนึ่งในแผน Climate Neutral ที่ต้องการจะลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ของ Equinix

เซลส์เชื้อเพลิงนั้นอาศัยกระบวนการทางเคมีเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเป็นวิธีที่ช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี สำหรับการวิจัยครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. การใช้เซลส์เชื้อเพลิงแบบ Proton Exchange Membrane (PEM) ซึ่งใช้ไฮโดรเจนและออกซิเจนในการสร้างพลังงานไฟฟ้า ในการออกแบบจะมีการผลิตไฮโดรเจนออกมาร่วมด้วย เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานอื่นต่อไป
  2. การใช้ Fuel-flexible linear generator ซึ่งจะรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ได้ เช่น ไฮโดรเจน, ก๊าซชีวภาพ หรือ Renewable Liquid Fuel อื่นๆ

ในโครงการจะมีการประเมินอย่างรอบคอบ โดยมีการนำตัวแปรต่างๆมาวิเคราะห์ด้วย เช่น ที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล, สภาพอากาศ, ความต้องการใช้พลังงาน, ความสามารถในการจัดเก็บพลังงาน, และข้อกำหนดของแต่ละประเทศ โดย Equinix คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในการทดลอง และสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ได้

ไม่เพียงแต่ Equinix เท่านั้นที่เริ่มนำเซลส์เชื้อเพลิงมาทดลองใช้งานกับศูนย์ข้อมูล ที่ผ่านมา Microsoft ได้ประสบความเร็จในการใช้งานเซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 3MW มาแล้ว และ NorthC ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลในประเทศเนเธอร์แลนด์ก็ประสบความสำเร็จในการใช้เซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อจ่ายพลังงานสำรองแทนที่เครื่องสำรองไฟสำหรับศูนย์ข้อมูลอีกด้วย

ที่มา: https://www.theregister.com/2022/09/22/equinix_fuel_cell_datacenter/

from:https://www.techtalkthai.com/equinux-starts-research-project-using-fuel-cells-to-power-data-center/

เจาะลึกเทรนด์ Cloud & Data Center ของไทยในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

เจาะลึกเทรนด์ด้าน Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-cloud ในไทย การปฏิรูป Data Center ด้วยเทคโนโลยี Hyper-converged Infrastructure แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการทำ Cloud Migration และการวางสถาปัตยกรรมระบบ Container และ Kubernetes เพื่อการพัฒนา Cloud Native Apps อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 1: Cloud & Data Center

09:00 – 09:30 สรุปเทรนด์ Data Center และกลยุทธ์ Hybrid Multi-Cloud ในไทยปี 2022
คุณณัฐพัชญ์ นราพิมพ์สกุล Head of Consulting & Professional Services, True IDC
09:30 – 10:00 ปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรม Infrastructure อย่างไร เมื่อ Cloud เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจดิจิทัลในยุคปัจจุบันและอนาคต
คุณโชติวิทย์ จารุวรรณสถิตย์ Advisory Solution Architect & Field CTO, Dell Technologies
10:00 – 10:30 Google Cloud Migration – นำระบบขึ้นสู่ Cloud อย่างมั่นใจ
คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Google Cloud Solutions, Tangerine
10:30 – 11:00 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
11:00 – 11:30 วางรากฐานองค์กรให้พร้อมก้าวสู่การทำ Application Modernization
คุณเต็มภูมิ ชัยวัฒนายน Specialist Solution Engineer, VMware Tanzu และคุณธนกร อินทรัตน์ System Engineer, Veeam Software (Thailand)
11:30 – 12:00 มุ่งสู่ Hyper-converged อีกก้าวการปฏิรูป Data Center ให้ทันสมัย
คุณทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี Country Manager, Nutanix (Thailand)
12:00 – 13:30 พักรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธ

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-1-cloud-and-data-center/

5 เหตุผล ทำไม Startup และธุรกิจไทยควรใช้ True IDC Cloud – Public Cloud ในประเทศ

ปัจจุบันมีบริการ Public Cloud ให้เลือกใช้มากมาย แต่ Public Cloud เหล่านี้มักให้บริการอยู่ภายนอกประเทศ ทำให้มี Latency สูง เกิดค่าใช้จ่ายในส่วน Data Transfer รวมไปถึงปัญหาเรื่องการส่งข้อมูลไปนอกประเทศของหลาย ๆ ธุรกิจที่มีกฎหมายกำกับดูแล ในบทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับอีกหนึ่งบริการ Public Cloud ที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น อย่าง True IDC Cloud และ 5 เหตุผลสำคัญว่าทำไม Startup และธุรกิจไทยถึงควรใช้ True IDC Cloud ที่เป็น Public Cloud ในประเทศ

True IDC Cloud – Public Cloud ในประเทศมาตรฐานระดับสากล

True IDC Cloud เป็น Public Cloud ในประเทศ ที่มี Multi-Platform ให้เลือกใช้งานตามความต้องการและความเหมาะสมของธุรกิจ และ True IDC ยังมี Data Center ของตนเอง ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้งด้านการออกแบบ Data Center ในระดับ Tier III จากสถาบัน Uptime และด้านความมั่นคงปลอดภัย ISO/IEC 27001:2013 มาพร้อมกับระบบบริหารจัดการ Cloud ด้วยตนเองซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวขึ้นอีกระดับ มีพื้นที่รองรับได้กว่า 5,000 VMs และไม่มีข้อจำกัดเรื่องทรัพยากร เชื่อมต่อกันผ่านโครงข่าย Multi-site Network Fabric ทำให้สะดวกต่อการทำ Backup & Recovery และ Disaster Recovery สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ อีเมล วิดีโอสตรีมมิ่ง หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันสมัยใหม่ (Modern Apps) ตอบโจทย์การใช้งานให้กับหลาย ๆ ธุรกิจ อาทิ โทรคมนาคม การธนาคาร การเงิน และประกันภัย เป็นต้น

True IDC Cloud เป็น Public Cloud ในประเทศที่ออกแบบมาตอบโจทย์ Startup และธุรกิจไทยโดยเฉพาะ เพราะมีจุดได้เปรียบในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในประเทศค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ Public Cloud ต่างประเทศและ Local Cloud รายอื่น ๆ ในตลาด และนี่คือ 5 เหตุผลหลักที่ควรใช้ True IDC Cloud

1. ลดค่าใช้จ่าย Data transfer และตัดปัญหาเรื่องการส่งข้อมูลออกนอกประเทศ

เทรนด์ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปทางเทคโนโลยี 5G และ IoT ซึ่งก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น  Smart Home, Smart Farming หรือ Smart City รวมไปถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันก็เริ่มเดินเข้าสู่การเป็น Modern Apps ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Microservices สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาล การใช้ Public Cloud นอกประเทศนอกจากจะมี Latency ที่สูงกว่าแล้ว ยังทำให้ธุรกิจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้าน Data Transfer จำนวนมากอีกด้วย

True IDC Cloud ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจในประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ได้อย่างรวดเร็ว Latency ต่ำ ตัดปัญหาเรื่องกฎหมายหรือข้อบังคับให้ต้องเก็บข้อมูลภายในประเทศสำหรับบางธุรกิจ และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าบริการที่ผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอีกด้วย

2. ฟีเจอร์พื้นฐานเทียบเท่า Public Cloud ระดับโลก พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย รวม Professional Services และ Managed Services ที่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญคนไทย

True IDC ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง CSA STAR, Uptime Tier III และ ISO/IEC 27001:2013 ถูกออกแบบให้มีสถาปัตยกรรมแบบ Full Redundancy ในทุกฟังก์ชัน ครอบคลุมทั้ง Services, Compute, Storage, Management, Control และ Network ส่งผลให้มี Availability ถึงระดับ 99.95%

บริการ Infrastructure as a Service ของ True IDC Cloud มีบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ทั้ง VM & Servers, Storages, Relational Databases (MySQL, ProsgreSQL), Web Application Firewall, Autoscaling และ Backup & Recovery

Autoscaling เป็นหนึ่งในบริการเด่นของ True IDC Cloud เมื่อเทียบกับคู่แข่งในประเทศ ช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายระบบได้โดยอัตโนมัติและไม่จำเป็นต้อง Restart Service ใหม่ รวมไปถึงเมื่อพบ Fail State ก็สามารถย้ายโหลดไปยัง VM ใหม่ให้โดยอัตโนมัติ ทั้งยังรองรับการขยายระบบ Container ในระดับ Microservices ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ True IDC ยังให้บริการ Professional Services สำหรับให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการย้ายจากระบบเดิมสู่ True IDC Cloud (Migration) ตลอดจนบริการ Managed Services สำหรับคอยดูแลการใช้ Public Cloud หลังการขาย ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญคนไทยที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ใกล้ชิดกว่า ในราคาย่อมเยาว์กว่า Public Cloud นอกประเทศ

3. วางโครงข่ายแบบ Multi-site Network Fabric ลด Latency ในการเข้าถึงบริการ Cloud

Data Center ของ True IDC มีการวางระบบโครงข่ายแบบ Software-defined Network ที่สนับสนุนโดยเทคโนโลยี VXLAN ช่วยให้สามารถขยายการเชื่อมต่อในระดับ Layer 2 ทั้งภายในและระหว่าง Data Center ได้อย่างอิสระ กลายเป็น Network Fabric เดียวกันหรือที่เรียกว่า Multi-site Network Fabric ซึ่งนอกจากจะช่วยลด Latency ระหว่าง Data Center ให้เหลือเพียง 1 – 2 มิลลิวินาทีแล้ว ยังช่วยเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้ผู้ให้บริการ True IDC Cloud อีกด้วย

มากไปกว่านั้น True IDC ยังมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ได้มาตรฐานและรวดเร็วอันดับต้น ๆ ของประเทศ เชื่อมต่อโดยตรงกับ Domestic และ International Gateway (IG) และ Internet Exchange (IX)  รวมไปถึงมีบริการ True IDC Connect ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมโยงระบบของตนเข้า Public Cloud ชั้นนำทั่วโลก ทั้ง Alibaba Cloud, Amazon Web Services, Google Cloud, Huawei Cloud, IBM, Microsoft Azure, Oracle, Salesforce, SAP และอื่น ๆ ได้โดยตรง ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการ Hybrid Multi-cloud สำหรับทำ AI/ML หรือ Real-time analytics

4. ตอบโจทย์ความต้องการของ Startup และธุรกิจไทยโดยเฉพาะ

ปัจจุบันนี้ True IDC Cloud นอกจากจะมีบริการพื้นฐานอย่าง VM, Storage, Database แล้ว ยังมีบริการทางด้าน Container as a Service (CaaS) ภายใต้ชื่อ True IDC Kubernetes Service (TKS) ที่ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มนักพัฒนาและบริษัท Startup อีกด้วย ตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud Native ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน อัปเดตเวอร์ชันหรือคอนเทนต์บ่อย ในขณะที่ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานเพื่อบริหารจัดการประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนได้อย่างคล่องตัว ลดภาระในการจัดการ Infrastructure ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังสามารถผสานแนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชัน DevOps และ CI/CD Pipeline เข้าด้วยกันกับ True IDC Kubernetes Service เพื่อรองรับการทำ Autoscaling สำหรับการขยายระบบอย่างเร่งด่วนในอนาคตได้อีกด้วย

ด้วยการเป็น Public Cloud ในประเทศ True IDC Cloud จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการให้บริการ Video Conference, Video Streaming, Content Delivery ในประเทศ หรือบริการ IoT ที่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนและประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์อย่าง เช่น Smart Home และ Smart Farming เนื่องจากมี Latency ต่ำและไม่ต้องเสียค่าบริการในส่วนของ Data Transfer เหมือน Public Cloud นอกประเทศ

5. ขยายบริการสู่ประเทศในอาเซียนและเอเชียแปซิปิกได้ง่าย

ในฐานะผู้ให้บริการระบบ Cloud และ Data Center ชั้นนำของประเทศ True IDC ได้สามารถขยายบริการไปสู่ประเทศอาเซียนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะได้ขยาย Data Center ไปสู่ประเทศเหล่านี้แล้วที่เมียนมาร์ มากกว่านั้นยังเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการในมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน เพื่อให้สามารถส่งมอบคอนเทนต์ไปประเทศเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงตอนนี้ True IDC มีแผนขยาย AZ (Availability Zone) อีกหลายประเทศในอนาคตอันใกล้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าที่อยู่ในภูมิภาคอื่นสามารถใช้งาน True IDC Cloud ได้ดีมากขึ้น ทำให้มี Latency ต่ำกว่าผู้ให้บริการในประเทศรายอื่นๆ ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจกลุ่มที่ให้บริการ Video Streaming แบบเรียลไทม์ และ Content Delivery ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง 

ผู้ที่สนใจใช้บริการ Public Cloud ในประเทศของ True IDC สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.trueidc.com/th/contact หรือโทร 02-494-8300

from:https://www.techtalkthai.com/5-reasons-why-thai-startups-and-companies-should-use-true-idc-public-cloud/

HPE ขอเชิญร่วมสัมมนาใหญ่ประจำปี Discover More Bangkok 18 ต.ค. 2022 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

HPE ขอเชิญเหล่าผู้บริหาร IT, ผู้จัดการฝ่าย IT, ผู้ดูแลระบบ IT ทั้งในส่วนของ Data Center และ Network เข้าร่วมงานสัมมนาฟรี HPE Discover More Bangkok 2022 งานสัมมนาใหญ่ประจำปีที่จะอัปเดตทุกเทคโนโลยีและทิศทางของ HPE ในวันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

ด้วยเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ HPE Discover More เป็นสถานที่ที่ดีที่สุด โดยจะสัมผัสกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการรวมประสบการณ์จาก Edge-to-Cloud การควบคุมข้อมูลของคุณเพื่อเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และยกระดับไอทีแบบ multi-gen ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
 
HPE Discover More กำลังรวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มลูกค้า พันธมิตร และผู้นำของเรา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงใน digital transformation กับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีที่คุณสามารถใช้ประโยชน์จากไฮบริดคลาวด์ การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ระบบ AI การวิเคราะห์แบบครบวงจรสำหรับเส้นทางการปรับปรุงข้อมูลของคุณให้มีความทันสมัย และการสร้างแรงบรรดาลใจที่จะช่วยให้คุณสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
 
ภายในงาน HPE Discover More 2022 คุณจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรในหัวข้อการบรรยายของ HPE เรากำลังสำรวจว่าคุณจะนำหน้าเทรนด์และเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณไปข้างหน้าให้เร็วขึ้นได้อย่างไร
 

เตรียมพบกับผู้ร่วมบรรยาย

Khai Peng Loh
Vice President & Managing Director, Growth & Emerging Markets (GEMs) & APAC Solution Sales
Palasilp Vichivanives
Managing Director, Hewlett Packard Enterprise (Thailand)

กำหนดการ

สถานที่จัดงานสัมมนา
 
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 2022 เวลา 8.30 – 18.00 น.
 
8:30 – 9:30 น.

Registration and Welcome

9:30 – 9:40 น.

Opening by Palasilp Vichivanives

9:40 – 10:30 น.

Fast-forward your data-first modernization journey with the HPE GreenLake edge-to-cloud platform by Khai Peng Loh

10:30 – 10:50 น.

Lanta Supercomputer : In a new era of scientific discovery and engineering breakthroughs

10:50 – 11:10 น.

AM Networking Teabreak and Discover Showcase

11:10 – 11:40 น.

The future of banking and financial services

11:40 – 11:55 น.

Shaping the future of technology by Intel

11:55 – 12:10 น.

Delivering supercomputing for the Enterprise by AMD

12:10 – 12:25 น.

Accelerated hybrid multicloud by Nutanix

12:25 – 13:30 น.

Networking Lunch & Discover Showcase

13:30 – 17:00 น.

Breakout Sessions

17:00 – 18:00 น.

Grand Lucky Draw & Networking cocktail 

 

*The agenda is subject to change.

Breakout Sessions

Breakout Track 1 – Create your Hybrid Cloud

  • HPE GreenLake: The “Unified Experience” for Your Hybrid Cloud Estate by HPE
  • Unify, Simplify, & Secure Compute Management by HPE
  • Innovation Solving the World’s Most Challenging Problems by AMD
  • AI infused Next Gen platforms from Intel by Intel
  • Modernize Enterprise Networks with Intent-Based Software-Defined WAN by HPE (Aruba)
  • Boldly Unleash AI from Edge to Cloud and Everywhere in Between by HPE + NVIDIA
Breakout Track 2 – Turn your Data into Intelligence

  • Modernize your Enterprise with Data Services that Deliver Cloud Operations Everywhere by HPE
  • Two industry leaders, one integrated approach to protect and manage data from core to edge to cloud by HPE + Commvault
  • Defend your data and refuse the ransom by HPE +Cohesity
  • Data Protection Modernization in a Multi-Cloud World with Zerto by HPE
  • Safeguard the SAN with HPE Gen 7 B-series by HPE + Brocade
  • Solve Critical Data Management Challenges with Unbreakable Cloud Storage by HPE + Scality
Breakout Track 3 – HPE GreenLake Edge to Cloud Platform

  • Fast-Track Your Path to HPE GreenLake by HPE
  • Your Multi-Cloud Strategy isn’t Complete without HPE GreenLake By HPE Financial Services
  • Digital Transformation Requires Database Transformation: Reimagine Databases with Nutanix
  • Fast-forward digital transformation the open-source way: HPE GreenLake—Now with Red Hat by HPE + Red Hat
  • Free Your CPU Cycles for Revenue-Generating Workloads with HPE’s Solution for VMware’s Project Monterey
ผู้เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ดังนี้
  • เตรียมแสดงผลการทดสอบ ATK ที่ยอมรับได้ ซึ่งแสดงผลเป็นลบภายใน 24 ชม. ก่อนเข้างาน
  • ขออนุญาตสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม หากคุณมีอาการไม่สบาย มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก หรือได้รับคำสั่งกักกัน
  • ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดกิจกรรม สามารถถอดหน้ากากออกได้เฉพาะเมื่อรับประทานอาหารและดื่มเท่านั้น

ติดตามอัปเดตข่าวสารของงาน

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการและเนื้อหาล่าสุดภายในงานสัมมนาได้ที่
 
โดยข้อมูลจะมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทำการลงทะเบียนสำรองที่นั่งเพื่อเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-discover-more-bangkok-2022/

HUAWEI CONNECT 2022 เปิดฉากแล้ว “จาง ผิงอัน” เผย! พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพ 10,000 ราย

งาน HUAWEI CONNECT 2022 เปิดฉากแล้ววันนี้ที่กรุงเทพฯ โดยเคน หู (Ken Hu) ประธานหมุนเวียนของหัวเว่ย ได้กล่าวคำปราศรัยสำคัญในหัวข้อ “Unleash Digital” (ปลดปล่อยพลังแห่งดิจิทัล) ขณะที่จาง ผิงอัน (Zhang Ping’an) ซีอีโอของหัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) ได้ประกาศแผนเปิดตัวรีเจียนใหม่ ๆ ในอินโดนีเซียและไอร์แลนด์ พร้อมเผยโฉมแผนระบบนิเวศอย่าง “Go Cloud, Go Global” (ลุยโลกด้วยคลาวด์) และตอกย้ำพันธสัญญาในการให้บริการทุกสิ่งแบบ Everything as a Service ส่วนคุณแจ็กเกอลีน สือ (Jacqueline Shi) ประธานฝ่ายการตลาดและบริการขายระดับโลกของหัวเว่ย คลาวด์ เปิดเผยว่า หัวเว่ย คลาวด์ จะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่กว่า 15 รายการทั่วโลก ครอบคลุมทั้งคลาวด์เนทีฟ การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ธรรมาภิบาลข้อมูล คอนเทนต์ดิจิทัล การพัฒนาซอฟต์แวร์ และบริการแพลตฟอร์ม (aPaaS) อย่างมาโครเวิร์ส (MacroVerse)

คุณเคน หู เปิดเผยว่า องค์กรต่าง ๆ ควรนำระบบคลาวด์มาใช้เพื่อให้พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด เมื่อเทคโนโลยีอัจฉริยะดิจิทัลคืออนาคต โดยหัวเว่ย คลาวด์ ได้ผสานรวมบริการกว่า 240 รายการ และเอพีไอ (API) กว่า 50,000 รายการ เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาแอปพลิเคชัน และบิ๊กดาตา รวมถึงเครื่องพัฒนาต่าง ๆ ยกขึ้นคลาวด์ นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของหัวเว่ย คลาวด์ จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ย้ายขึ้นคลาวด์ได้เร็วขึ้นและดีขึ้น

เคน หู (Ken Hu) ประธานหมุนเวียนของหัวเว่ย

หัวเว่ย คลาวด์ มีความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายระดับโลกหนึ่งเดียว ซึ่งทำให้เข้าถึงบริการต่าง ๆ บนหัวเว่ย คลาวด์ จากทุกที่ทั่วโลกภายในเวลาเพียง 50 มิลลิวินาที องค์กรต่าง ๆ จะไม่จำเป็นต้องสร้างศูนย์ข้อมูลของตนเองอีกต่อไป โดยหัวเว่ย คลาวด์ จะเปิดตัวรีเจียนใหม่ในอินโดนีเซียและไอร์แลนด์ และภายในปลายปีนี้ หัวเว่ย คลาวด์ จะมีรีเจียนรวมกัน 29 จุด และพื้นที่ให้บริการ (AZ) 75 แห่ง ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค

จาง ผิงอัน ยังได้เปิดตัวแผน “Go Cloud, Go Global” โดยหัวเว่ย คลาวด์ มุ่งให้บริการทุกสิ่งแบบ Everything as a Service เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เจาะจงแต่ละท้องถิ่นที่จำเป็นในการให้บริการในกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค พร้อมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจและอุตสาหกรรมในภูมิภาคหลัก ๆ พร้อมมอบเทคโนโลยีและโซลูชันสนับสนุนอีโคซิสเต็มระดับโลก ความพยายามเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ใช้คลาวด์ได้ดีขึ้น และประสบความสำเร็จในการลุยโลกมากขึ้น

หัวเว่ย คลาวด์ ยึดมั่นในหลักการ “จากท้องถิ่นให้ท้องถิ่น” เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลระดับโลก โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า หัวเว่ย คลาวด์ จะให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีแววอย่างน้อย 10,000 รายทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพต้นทุน การสนับสนุนทางเทคนิค การฝึกอบรมผู้ประกอบการ และทรัพยากรธุรกิจอื่น ๆ ปัจจุบัน มีองค์กรกว่า 120 รายในเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมโครงการสตาร์ทอัพของหัวเว่ย คลาวด์ แล้ว

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังใช้แพลตฟอร์มระดับแถวหน้าในอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมคลาวด์ โดยคุณแจ็กเกอลีน สือ ได้เปิดตัวบริการใหม่ของหัวเว่ย คลาวด์ รวม 15 รายการ ไม่ว่าจะเป็นซีซีอี เทอร์โบ (CCE Turbo) บริการคลาวด์เนทีฟแบบทุกหนทุกแห่ง (UCS) โซลูชันผานกู่ (Pangu) เพื่อพยากรณ์คลื่นลมทะเล ดาตาอาร์ทส์ เลคฟอร์เมชัน (DataArts LakeFormation) เวอร์ชวล ไลฟ์ (Virtual Live) โค้ดเช็ค แอนด์ คลาวด์เทสต์ (CodeCheck and CloudTest) คูเมสเสจ (KooMessage) คูเสิร์ช (KooSearch) และคูแกลเลอรี (KooGallery)

ในวันข้างหน้า หัวเว่ย คลาวด์ จะเดินหน้าให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ แก่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ต่อไป เพื่อปลดล็อกความเป็นดิจิทัลด้วยบริการทุกสิ่ง และวางรากฐานคลาวด์ในโลกอัจฉริยะ

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-connect-2022-in-bangkok/

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการใหม่ประจำประเทศไทย

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศแต่งตั้งนายฐิตพล บุญประสิทธิ์ ขึ้นรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหม่ประจำประเทศไทย โดยรับบทบาทหน้าที่สานต่อจากนายนพดล ปัญญาธิปัตย์ หลังจากดูแลรับผิดชอบมาเป็นระยะเวลา 5 ปี

ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปีในฐานะผู้ชำนาญการด้านอุตสาหกรรมไอที นายฐิตพลได้เข้าร่วมงานกับเดลล์ เทคโนโลยีส์ ในปี 2559 ในตำแหน่งผู้อำนวยการช่องทางการจัดจำหน่ายประเทศไทย โดยในการก้าวสู่บทบาทใหม่ครั้งนี้ นายฐิตพลจะเป็นผู้นำในการดูแลรับผิดชอบการขายในส่วนของประเทศไทย รวมถึงกลยุทธ์ในการเข้าสู่ตลาด (go-to- market strategy) ตลอดจนการพัฒนาธุรกิจ และการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับลูกค้าครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตรและคู่ค้า พร้อมกันนี้ นายฐิตพลยังให้คำมั่นในการนำพาทีมเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ (moonshot goals) ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ทั้งในด้านการพัฒนาความยั่งยืน (advancing sustainability) การปลูกฝังเรื่องของความเสมอภาค (cultivating inclusion ) การพัฒนาปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี (transforming lives) พร้อมส่งเสริมมาตรฐานด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัว (ethics and privacy)

“เดลล์เชื่อมั่นว่า คุณฐิตพลจะนำประสบการณ์ที่กว้างขวาง ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไอที และความเข้าใจที่ลึกซึ้งในระบบนิเวศของพันธมิตรเข้ามาช่วยในการรับบทบาทใหม่ในเดลล์ เทคโนโลยีส์” ปัง ยี เบ็ง รองประธานอาวุโส ภูมิภาคเอเชียใต้ และกรรมการผู้จัดการประจำประเทศมาเลเซีย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้คุณฐิตพลมาเป็นผู้นำทีมของเรา รวมไปถึงการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีเลิศให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของเราในตลาดที่มีความสำคัญยิ่งนี้”

“ในยุคข้อมูลนี้ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่การทำงานในส่วนหน้าหรือที่ศูนย์กลางเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวิธีการทำงาน การใช้ชีวิต และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง” ฐิตพล บุญประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น และผมตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับทีมงานทุกคนเพื่อช่วยให้ทั้งลูกค้าและพันธมิตรในประเทศไทยก้าวไปสู่เส้นทางการปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัล พร้อมทั้งนำเสนอโซลูชั่นและการบริการที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งลูกค้าและพันธมิตรล้วนคาดหวังจากเรา”

“นอกจากการต้อนรับคุณฐิตพลแล้ว เราต้องขอขอบคุณคุณนพดลเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของเดลล์ เทคโนโลยีส์ในประเทศไทยเป็นอย่างดีในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เราขออวยพรให้คุณนพดลประสบความสำเร็จกับก้าวต่อไปในอนาคต” ปังกล่าวปิดท้าย

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-new-managing-director-for-thailand/

TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day | 5 ตุลาคมนี้

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกเกือบ 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ความรู้ด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กรโดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Alcatel-Lucent Enterprise, Allied Telesis, Blancco, Cisco, Cloudflare, Commscope, Dell Technologies, Fortinet, Hillstone Networks, HPE Aruba, Juniper Networks, Netka, Nutanix, Panduit, Schneider Electric, Sophos, Tenable, Thales Group, TmaxSoft, Veeam และ VMware ไปจนถึงเหล่าผู้เชี่ยวชาญในไทยที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และกรณีศึกษาต่างๆ ให้เหล่าธุรกิจไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เช่น AIS, Bangkok MSP, Bangkok Systems & Software, Computer Union, STelligence, Soft De’but, Tangerine, True IDC และ Yip In Tsoi

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจาก AIS 5G, True IDC, สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ (สกมช.) และธนาคารกสิกรไทย ที่จะมาอัปเดตเทรนด์ 5G, Data Center และ Hybrid Multi-cloud ในไทย รวมไปถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การจัดตั้ง SOC และการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-enterprise-it-infrastructure-day/

กาตาร์กรุยทางสู่ตลาดไฮโดรเจน สร้างโรงงานมูลค่าถึง 1 พันล้านดอลลาร์ฯ

กาตาร์วางแผนที่จะสร้างโรงงานมูลค่าถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อผลิตบลูแอมโมเนียสำหรับใช้แปลงเป็นไฮโดรเจน ตอบโจทย์ประเทศต่างๆ ที่ต้องการหาทางทดแทนพลังงานคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ

แม้เป็นเพียงช่วงเริ่มต้น แต่ตลาดแอมโมเนียทั่วโลกก็คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วหลังมีการนำไปใช้แปลงเป็นไฮโดรเจนที่มองว่าเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสะอาด เนื่องจากไม่มีการสร้างหรือปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งใช้เผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า หรือใช้เป็นปุ๋ยได้ด้วย

รมว. กระทรวงพลังงาน และซีอีโอของ QatarEnergy กล่าวในพิธีกลางกรุงโดฮาเมื่อวันพุธว่า ทาง QatarEnergy ลงนามข้อตกลงร่วมกับ Industries Qatar QSC และบริษัทในเครืออย่าง Qatar Fertiliser Co. เพื่อพัฒนาโรงงานผลิตบลูแอมโมเนียให้ได้ปริมาณกว่า 1.2 ล้านตันต่อปี

โดยบริษัทเยอรมัน ThyssenKrupp AG และ Consolidated Contractors Co. ของกรีซจะเข้ามาร่วมสร้างโรงงานที่ใช้ชื่อว่า ‘Ammonia-7’ การผลิตแอมโมเนียจะใช้ไฮโดรเจนที่สกัดจากแก๊สธรรมชาติมาผสานร่วมกับไนโตรเจน แล้วดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นบายโปรดักส์ “สีฟ้า” ออกมา ไม่ปล่อยสู่บรรยากาศ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Datacenterknowlege

from:https://www.enterpriseitpro.net/qatar-to-tap-global-hydrogen-market-with-1-billion-plant/

Qualcomm เตรียมกลับสังเวียนตลาดเซิร์ฟเวอร์ด้วยชิปตัวใหม่ พร้อมลุยตลาด HPC

มีข่าววงในลือกันว่า บริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องชิปประหยัดพลังงานแบบ Arm อย่าง Qualcomm กำลังจะลุยตลาดหน่วยประมวลผลระดับเซิร์ฟเวอร์หรือ HPC ที่มีมูลค่าสูงถึง 2.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกครั้ง แล้วลดการพึ่งพาตลาดสมาร์ทโฟนแทน

โดยกำลังมองหาลูกค้าที่ต้องการชิปของธุรกิจที่ตัวเองพึ่งซื้อมา เช่นสตาร์ทอัพอย่าง Nuvia แถมลือให้แซ่ดอีกว่าลูกค้ารายใหญ่เช่น AWS ของแอมะซอน ก็กำลังมองชิปเซิร์ฟเวอร์ล็อตใหญ่จาก Qualcomm เองอยู่ด้วยเหมือนกัน

ทั้งทาง Qualcomm และแอมะซอนยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้ แต่หุ้น Qualcomm ในตลาดนิวยอร์กก็พุ่งขึ้น 2.9% มาอยู่ที่ 152.91 ดอลลาร์ฯ หลังสำนักข่าวบลูมเบิร์กออกมาตีข่าวนี้ ซึ่งก่อนหน้าราคาหุ้นเคยร่วงลงกว่า 19% ในปีนี้ตามกระแสตลาดชิป

ซีอีโอ Cristiano Amon พยายามเปลี่ยนโฉม Qualcomm ให้เป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดที่กว้างกว่าเดิม แทนที่จะจำกัดตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตชิปสำหรับสมาร์ทโฟนรายต้นๆ แต่ช่วงแรกที่หันมาลุยตลาดเซิร์ฟเวอร์กลับเจออุปสรรคจนต้องพักก่อนนานกว่า 4 ปี

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Datacenterknowledge

from:https://www.enterpriseitpro.net/qualcomm-is-plotting-a-return-to-server-market-with-new-chip/

โปแลนด์ไฟเขียว! เตรียมผุด “ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ” พื้นที่ประมาณ 2,000 ตรม.

รัฐบาลโปแลนด์กำลังวางแผนที่จะสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศ” แห่งใหม่ ที่ประกอบด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ย่อยสามแห่งที่เชื่อมต่อถึงกันด้วยเครือข่ายไฟเบอร์ โดยระบุไว้ในร่างกฎหมายที่ออกโดยสำนักนายกรัฐมนตรีว่าจะพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า ‘National Data Processing Center’ (KCPD)

โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะยกระดับความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะการควบคุมจัดการข้อมูลและแอพพลิเคชั่นของภาครัฐ โดยดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่จะเปิดให้ทำโคโลเคชั่น และใช้ขยายระบบเดิมของรัฐที่มีอยู่ เผื่อไปถึงระบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

คาดว่าจะช่วยเพิ่มความพร้อมการให้บริการจากภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงการรับประกันว่ามีสถานที่ปลอดภัยสำหรับจัดเก็บเอสารราชการ และคลาวด์ของรัฐบาล เป็นต้น

ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่นี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง ประกอบด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ย่อย 3 แห่งที่กินพื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร (ประมาณ 21,500 ตารางฟุต) ต่อแห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ของกระทรวงการคลัง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างช่วงปี 2024 – 2026

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ICT-NN

from:https://www.enterpriseitpro.net/poland-to-build-national-data-center/