คลังเก็บป้ายกำกับ: VR__AR

[Guest Post] เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการปฏิวัติธุรกิจ 5G ผ่านงาน BYOND MOBILE วันที่ 28-29 กันยายน 2565 กรุงเทพฯ

ธุรกิจในปัจจุบันต่างหันมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการนำธุรกิจ 5G และเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับ IoT เช่นกับการรุกของระบบอินเทอร์เน็ตของภาคอุตสาหกรรมในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน คุณค่าของ 5G เป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่าเดิม เมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงกัน เครือข่ายไร้สายนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญใหม่ในการอำนวยความสะดวกของสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นใหม่ในทุกอุตสาหกรรม

จากผลการวิจัยของ  Component (Equipment Platform) เผยให้เห็นว่า ตลาด 5G ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเติบโต 38.7% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 129.9 พันล้านดอลลาร์ในปีพ.ศ. 2565-2574 โดยมีปี 2564 เป็นพื้นฐาน

จากความสำคัญดังกล่าว วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค พร้อมเปิดตัวงานแสดงสินค้าใหม่ล่าสุด BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) มีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน พ.ศ. 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจเครือข่ายแห่งอนาคต การประชุมและนิทรรศการสองวันจะรวบรวมผู้นำธุรกิจจากกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ เกษตรกรรม การผลิต เมืองอัจฉริยะ และการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ทางอินเทอร์เน็ต การสื่อสารเคลื่อนที่ และไอที

แบรนด์ผู้บุกเบิก 5G ชั้นนำและสตาร์ทอัพภายใต้การจัดงานเดียวกัน

งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยี 5G จะมีการนำเสนอบริษัทชั้นนำของ blue-chip ตลอดจนสตาร์ทอัพที่มาจากสายเทคโนโลยีทั้งหมด บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. งาน BYOND MOBILE จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น 5G จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ อาทิ Nokia, RV Connex, True Corporation และ BD Group ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือและโซลูชันระบบคลาวด์ การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และหุ่นยนต์ ตลอดจน AR/VR แมชชีนเลิร์นนิง และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)

ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ อย่าง Nokia กล่าวว่า ในบูธของ Nokia เราจะจัดแสดงการสาธิตการใช้งาน 5G และโซลูชันเทคโนโลยีอื่นๆ สำหรับเครือข่ายมือถือ บริการคลาวด์และเครือข่าย ตลอดจนโครงสร้างเครือข่ายพื้นฐาน  นอกจากนี้ เรายังมองหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับการนำ 5G สู่ภาคอุตสาหกรรมระดับองค์กรในด้านโลจิสติกส์ การผลิต การขนส่ง และพลังงาน พร้อมด้วยนวัตกรรมเครือข่ายที่สำคัญมากมาย และใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงจากเครือข่ายไร้สายส่วนตัวมากกว่า 485 เครือข่ายของ Nokia

2 ประเทศไฮไลท์ : ประเทศสหราชอาณาจักร และ ประเทศไทย

พาวิลเลียนนานาชาติจากประเทศสหราชอาณาจักร จัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ในนามของกรมการค้าระหว่างประเทศของรัฐบาลสหราชอาณาจักร พร้อมนำผู้ประกอบการชั้นนำมาจัดแสดงภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Astrazeneca (โซลูชั่นสุขภาพแบบดิจิทัล), British Telecom (โทรคมนาคม), Air for Life (เทคโนโลยีด้านสุขภาพ), Albeego (โซลูชันบรอดแบนด์), Awen Collective (ความปลอดภัยทางไซเบอร์), British Telecoms (โทรคมนาคม), Electronic Media Services (โซลูชั่นการเชื่อมต่อ) และ Graphcore (เซมิคอนดักเตอร์) จะแสดงผลิตภัณฑ์และบริการ 5G ล่าสุดของพวกเขาภายในงาน

พบที่ปรึกษาเพื่อสร้างเครือข่ายใหม่กับสมาคมและสถาบันการศึกษาในอุตสาหกรรม 5G

ขยายความรู้ของคุณและค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดผ่านการเชื่อมต่อกับสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนภายในงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย (DITP), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), และสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT), สมาคมการค้าและสถาบันการศึกษา โดยสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย (AIEAT), สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (Atsi), สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (EVAT), สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA), สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไฮไลท์หัวข้องานสัมมนา 5G ที่น่าสนใจ

ในส่วนของงานสัมมนาเวทีหลักภายในฮอลล์นั้น มีผู้นำทางความคิดมากกว่า 40 ท่านร่วมกล่าวถึงบรรยาย เสวนา และอภิปรายในหัวข้อที่น่าสนใจ เมื่อสิ้นสุดวันแรกของการจัดงาน สตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะผ่านการคัดเลือกให้มานำเสนอนวัตกรรมต่อหน้าผู้ตัดสินระดับแนวหน้าในวงการ ผ่านการแข่งขัน Start-Up Challenge ผู้เข้าชมงานจะได้รับความรู้เชิงลึกผ่านชั้นเรียนรู้และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากบริษัท และหน่วยงานต่างๆ โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ ดังนี้

Status of the 5G Economy in Thailand

Dr. Supakorn Siddhichai. EVP of DEPA

5G the Game Changer

Tawatchai Lerksumrand, Deputy Director, Mobile

Business and 5G Service Innovation, True Corporation

How Urban Data Platforms revolutionize Smart

Cities

Shannon Kalayanamitr, CEO & Founder,

5G Catalyst Technologies

Connected world: An evolution in connectivity

beyond the 5G revolution

Igor Maurell, President, Ericsson Thailand

5G vision: Life in 2030

Dr Mike Short CBE, DIT Chief Scientific Adviser

5G Connectivity and the Future of Mobility

Roland Bock, Global Director Advanced Development – Enabling Technologies, Continental

A playbook for Accelerating 5G in SEA

Thomas Sennhauser, CT and Business LEAD APJ, Intel Corporation

The Status of Tech in SEA

Amarit (Aim) Charoenphan, Angel Investor | Advisor | VC | Techstars Community All-Stars

5G NR device testing: R&S®ATS1800C Compact 3GPP-compliant OTA chamber for 5G NR

mmWave signals

Günter Pfeifer, Product Manager Mobile Radio Test

Signaling, Rohde & Schwarz

 

Future Frontiers: Unlocking the Power of 5G

Technologies

Lalita Linhavetss, Department for International Trade, British Embassy Bangkok

Dr. Mike Short, Chief Scientific Adviser, Department for International Trade, UK

Feat. representatives of British Telecom, Graphcore,

and AstraZeneca

5G, Next-gen mobile networks, AR/VR and the

Metaverse

Terence Mccabe, Chief Technology Officer, Asia Pacific and Japan, Nokia

Obodroid: Service Robot and IT adoption

Obotrons: Building Transformation

Lertluck Leela-amornsin (Senior Engineer)

Sisilpa Srisukson (Innovation Project Manager)

5G & Automation & Robotics

Kanlayanee Kongsomjit, President at TKK Corporation, a MARA member GreetBot, LuckiBot, Robot X, Autonomous Vehicle

BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) เป็นเวทีเจรจาการค้าผ่านงานแสดงสินค้าอันเป็นสะพานที่เชื่อมระดับโลกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่ให้บริการกลุ่มประเทศ 11 ประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก แล้วพบกัน ระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2565 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ กรุงเทพฯ เปิดโลกการเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเครือข่ายไร้สายแห่งอนาคต!

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ทาง https://byondmobile.asia/
ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://eventpassinsight.co/el/to/T98EF  [ไม่มีค่าใช้จ่าย]

ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค อีเมล communications@vnuasiapacific.com
โทร. 02-1116611 ต่อ 330, 335

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-byond-mobile-28-29-sep-22-bkk/

[Guest Post] TeamViewer โซลูชันที่ช่วย พาธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัว

TeamViewer แบรนด์ผู้ให้บริการโซลูชันการเชื่อมต่อระยะไกลระดับโลก ที่มีโลโก้โดดเด่นอยู่บนหน้าอกเสื้อทีมฟุตบอลดังอย่าง สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (Manchester United F.C.) โดยโซลูชันที่หลากหลายจาก TeamViewer ได้ช่วยให้องค์กรธุรกิจทั่วโลก เอาชนะความท้าทายในการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค ทั้งในรูปแบบการเชื่อมต่อเพื่อเข้าควบคุม การขอความช่วยเหลือทางเทคนิคจากระยะไกลในรูปแบบ AR (Augmented Reality) และยังมีโซลูชันอื่น ๆ อีกมากมายที่ตอบความต้องการ และช่วยแก้ปัญหาให้กับธุรกิจ

ด้วยประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือ ทำให้ TeamViewer เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ที่ให้บริการแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อเพื่อเข้าถึง ควบคุม จัดการ ตรวจสอบ และซ่อมแซมอุปกรณ์ทุกชนิดจากระยะไกล ตั้งแต่เครื่องเดสก์ทอป แล็ปท็อป เซิร์ฟเวอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ไปจนถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรมและหุ่นยนต์ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก โดยในแต่ละปีมีอุปกรณ์ที่ใช้งาน TeamViewer มากกว่า 320 ล้านอุปกรณ์ด้วยกัน

TeamViewer Desktop.png

และต่อไปนี้คือตัวอย่างขององค์กรธุรกิจ ที่นำโซลูชันของ TeamViewer ไปใช้งาน ช่วยแก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจได้อย่างมากมาย 

  • CANCOM : บริษัทสัญชาติเยอรมัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำ Digital Transformation ที่มีลูกค้ากว่า 20,000 รายทั่วโลก เลือกใช้ TeamViewer Tensor เพื่อให้การ Support ทางเทคนิคแก่ลูกค้าจำนวนมาก และมีความโปร่งใสในการตรวจสอบภาพรวมการทำรีโมทคอมพิวเตอร์ขององค์กรธุรกิจ 
    MacGregor.png
  • MacGregor : บริษัทสัญชาตินอร์เวย์ ผู้ให้บริการโซลูชันการขนส่งสินค้าทางเรือ ได้ใช้ TeamViewer Assist AR เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานให้บริการซ่อมแซมเครนขนาดใหญ่ที่ใช้ยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นเรือขนส่งสินค้า ความง่ายคือเจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานในท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ทั่วโลก ใช้เพียงสมาร์ทโฟนที่มีอยู่ ก็สามารถวิดีโอคอลกับผู้เชี่ยวชาญได้ทันที ตรวจสอบสภาพของปัญหาที่เกิดหน้างานได้อย่างชัดเจน และมีเครื่องมือให้ใช้เพื่อแนะนำการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
    Manchester United Football Club.png
  • Manchester United Football Club : ใช้ TeamViewer ในสถานการณ์ที่หลากหลาย อาทิ การแก้ปัญหาจากระยะไกล การบำรุงรักษาระบบงานของช่องสถานีโทรทัศน์ MUTV และยังถูกใช้ในการเซ็ตอัป และปรับแต่งระบบงานแสดงของสถานบันเทิง Theatre of Dreams ที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน

    การเข้าถึงและการสนับสนุนจากระยะไกล (Remote Access and Support)

    สิ่งที่ทำให้ TeamViewer แตกต่างจากโปรแกรมเชื่อมต่อระยะไกลอื่น ๆ ก็คือความสเถียรและความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อจะถูกเข้ารหัสแบบ End-to-end 256-bit AES และยังมีคุณสมบัติการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น (Two-factor Authentication หรือ 2FA) ให้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ที่หลากหลายตั้งแต่ คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์มือถือ โดยสามารถนำไปใช้งานตั้งแต่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ปลายทาง (Remote Support) หรือการเชื่อมต่อในรูปแบบเข้าใช้งานเพื่อควบคุมอุปกรณ์ปลายทาง (Remote Access) ได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย

    องค์กรขนาดใหญ่ก็สามารถใช้งานได้ง่าย

    TeamViewer Tensor แพลตฟอร์มระบบคลาวด์สำหรับการใช้งานในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมีความแตกต่างจากเวอร์ชัน TeamViewer ปกติคือ Tensor จะเป็นการเข้าถึงการเชื่อมต่อในรูปแบบ SaaS ผ่านระบบคลาวด์ (Software-as-a-Service หรือ การให้บริการในด้านซอฟต์แวร์) มีจุดเด่นตรงที่ สามารถติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่องปลายทางที่เราต้องการเข้าถึงจากระยะไกลได้ง่าย และขยายจำนวนเครื่องปลายทางได้อย่างรวดเร็ว

    และนอกจากนี้แล้ว TeamViewer Tensor เองก็ยังมีความสามารถในการสื่อสารผ่านวิดีโอคอล เพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคจากระยะไกลได้  และยังสามารถเชื่อมต่อ และทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่องค์กรใช้งานอยู่ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Intune, Dynamics 365, Active Directory, MobileIron, Amazon WorkSpaces, Zendesk, ServiceNow, Jira, Freshworks, Freshdesk, IBM MaaS360 และ Salesforce เป็นต้น

    เพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุนระยะไกลด้วย AR

    TeamViewer Assist AR.png

    TeamViewer Assist AR เป็นส่วนเสริมสำหรับการขอความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคจากระยะไกล ด้วยเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ที่เปิดโอกาสให้พนักงานที่เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดปัญหา หรือเจ้าหน้าที่ในไลน์การผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมที่เครื่องจักรการผลิตเกิดปัญหา ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ หรือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในระยะไกล ในรูปแบบการสื่อสารแบบวิดีโอคอลผ่าน แท็บเล็ต/สมาร์ทโฟน แบบเรียลไทม์ที่มีประสิทธิภาพ ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ปัญหาทางเทคนิคได้อย่างรวดเร็ว

    เหล่านี้เป็นโซลูชันส่วนนึงของ TeamViewer เท่านั้น ยังมีโซลูชันอื่น ๆ ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถนำไปใช้งานได้อีกมากมายอาทิ TeamViewer Frontline โปรแกรมที่ใช้งานกับอุปกรณ์สวมใส่เพื่อใช้งาน AR สำหรับขบวนการผลิตต่างๆ TeamViewer Remote Management โปรแกรมช่วยจัดการและตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบ TeamViewer Meeting โปรแกรมสำหรับการประชุมทางไกล หรือ TeamViewer Classroom สำหรับจัดการเรียนการสอนระยะไกล เป็นต้น

    ในส่วนของประเทศไทยทาง บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดจำหน่ายรายแรกอย่างเป็นทางการ (Thailand Official Distributor) จาก บริษัท TeamViewer AG ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) โดยได้รับความไว้วางใจจากองค์กรภาครัฐ และเอกชนมากมาย ทำให้ TeamViewer ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    หากท่านใดสนใจสั่งซื้อ โปรแกรม TeamViewer หรือต้องการสอบถามการใช้งานเพิ่มเติม สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ไทยแวร์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้ที่

     

     

 

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-thaiware-teamviewer/

[Video Webinar] มุ่งสู่ยุคการศึกษาแห่งอนาคตกับ Lenovo และ Microsoft

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Lenovo Webinar เรื่อง “มุ่งสู่ยุคการศึกษาแห่งอนาคตกับ Lenovo และ Microsoft” พร้อมรู้จักกับการเรียนผ่านทางเทคโนโลยีเสมือนหรือ Immersive Learning ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

จากสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน การเรียนการสอนได้ถูกปรับเปลี่ยนทั้งหลักสูตรและเนื้อหาเพื่อให้รองรับการผสมผสานระหว่างการเรียนในห้องเรียนและการเรียนจากระยะไกล เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ Hybrid Learning เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นดังต่อไปนี้

  • Lenovo เข้ามามีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนในยุคอนาคตได้อย่างไร
  • การเรียนผ่านทางเทคโนโลยีเสมือนหรือ Immersive Learning คืออะไร
  • Microsoft เพื่อการศึกษา

Part 1: การศึกษาแห่งโลกอนาคต

ผู้บรรยาย: Atinuch Chorrojprasert – Business Unit Manager, Relationship Business Segment, Lenovo Thailand

Part 2: การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเสมือน (Immersive Learning)

ผู้บรรยาย: Pichapat Tham – Services Sales Business Development Manager, Lenovo Thailand

Part 3: Microsoft for Education

ผู้บรรยาย: Tanapat Silakong – Channel Sales Enterprise – Education, Microsoft Thailand

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-webinar-the-new-era-of-education-videos/

Lenovo Webinar: มุ่งสู่ยุคการศึกษาแห่งอนาคตกับ Lenovo และ Microsoft

Lenovo ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน IT จากสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าร่วมงานสัมมนา Lenovo Webinar เรื่อง “มุ่งสู่ยุคการศึกษาแห่งอนาคตกับ Lenovo และ Microsoft” พร้อมรู้จักกับการเรียนผ่านทางเทคโนโลยีเสมือนหรือ Immersive Learning ในวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2022 เวลา 14:00 น. ผ่านทาง Live Webinar

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: มุ่งสู่ยุคการศึกษาแห่งอนาคตกับ Lenovo และ Microsoft
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2022 เวลา 14:00 – 15:00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_zWKCCExKTzCGPTqg5qbHwg

จากสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน การเรียนการสอนได้ถูกปรับเปลี่ยนทั้งหลักสูตรและเนื้อหาเพื่อให้รองรับการผสมผสานระหว่างการเรียนในห้องเรียนและการเรียนจากระยะไกล เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ Hybrid Learning เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นดังต่อไปนี้

  • Lenovo เข้ามามีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนในยุคอนาคตได้อย่างไร
  • การเรียนผ่านทางเทคโนโลยีเสมือนหรือ Immersive Learning คืออะไร
  • Microsoft เพื่อการศึกษา

กำหนดการ

14.00 – 14.15 การศึกษาแห่งโลกอนาคต
Atinuch Chorrojprasert – Business Unit Manager, Relationship Business Segment, Lenovo Thailand
14.15 – 14.35 การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเสมือน (Immersive Learning)
Pichapat Tham – Services Sales Business Development Manager, Lenovo Thailand
14.35 – 14.55 Microsoft for Education
Tanapat Silakong – Channel Sales Enterprise – Education, Microsoft Thailand
14.55 – 15.00 Q&A

from:https://www.techtalkthai.com/lenovo-webinar-the-new-era-of-education/

Top 10 Networking Technology Trends in 2022…เทรนด์เทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องอัปเดต

ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้เกิดแรงผลักทางด้านดิจิทัลหลายอย่าง โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ โดยเฉพาะความต้องการใช้งานด้าน Edge Technology, Internet of Things (IOT) และ Networking Technology เพื่อมุ่งเน้นการสร้างเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและรองรับการเติบโตของธุรกิจ กลายเป็นคีย์หลักของเทรนด์เทคโนโลยีสำหรับปี 2022

สำหรับปีหน้า เทคโนโลยี Edge และ IoT จะเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการช่วยตอบโจทย์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นปัญหาหลักของโลกในปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาช่วยดูแลการสร้างคาร์บอนฟุตปริ้นท์ของอุตสาหกรรม และช่วยจัดการทรัพยากรและกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้าน อินเทอร์เน็ตดาวเทียม (Satellite Internet) จะถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้น เพื่อเข้ามาปิดช่องว่างของการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต พื้นที่ห่างไกลก็สามารถเข้าถึงข้อมูล แหล่งความรู้และข่าวสาร ได้มากขึ้น

และที่สำคัญ Networking Technology เทคโนโลยีเครือข่าย จะถูกพัฒนาขึ้นอีกมาก ทั้ง Ethernet  WiFi  และล่าสุดมีการนำระบบ 5G มาใช้กับเครือข่าย Networking เพื่อสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลขององค์กรให้รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยระบบเครือข่ายในอนาคตจะสามารถรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลาย และสามารถจัดการการรับส่งข้อมูลที่สร้างจากแหล่งอื่น ๆ เช่น วิดีโอสตรีมแบบสด, ที่เก็บข้อมูลบนเครือข่าย (NAS), Voice over IP (VoIP), การจำลองเสมือน, อุปกรณ์ IoT   และระบบคลาวด์ที่สร้างความต้องการแบนด์วิดท์เพิ่มเติมด้วย

มาดูกันว่าเทรนด์ของเทคโนโลยีเครือข่ายที่น่าสนใจในปี 2022 มีอะไรบ้าง?

1.5G and WiFi6 Technology

5G หรือเทคโนโลยีเซลลูลาร์รุ่นที่ 5 ที่จะมาแทนที่ 4G โดยจะตอบสนองและมีความเร็วที่เพิ่มขึ้น รองรับการรับ-ส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G มีความหน่วงที่ลดลง และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับบริการไร้สาย ช่วยให้พนักงานองค์กรสามารถทำงานจากที่ต่าง ๆ ได้ ด้วยระบบอัตโนมัติที่ครอบคลุมกว้างขึ้น รองรับแอปพลิเคชันใหม่ที่ต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้นและการโอนถ่ายข้อมูลปริมาณมาก และปัจจุบันในภาคอุตสาหกรรม ได้นำระบบ 5G มาใช้ในจัดการและเชื่อมโยงโครงข่ายในธุรกิจ พร้อมกับนำมาปรับใช้กับโซลูชันและเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ต่างๆ รวมถึงเชื่อมต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อสร้างความพร้อมการใช้งานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย อาทิ เครือข่าย 5G Private Network ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้

ส่วน WiFi 6 เหมาะสำหรับอุปกรณ์ไร้สายจำนวนมากเชื่อมต่อในคราวเดียว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้แบนด์วิดท์ให้สูงยิ่งขึ้น และลดระยะเวลาที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลไป-กลับ ระหว่างตัวอุปกรณ์และเราเตอร์ จึงช่วยหนุนธุรกิจในการใช้อุปกรณ์ IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2.Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML)

ปัจจุบันธุรกิจต่างๆ นำความอัจฉริยะของ Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) มาแก้ปัญหาความซับซ้อนของธุรกิจ โดยประยุกต์ใช้ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก หรือนำระบบ AI เพื่อการรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงใช้ในภาคการผลิตของโรงงานขนาดใหญ่เป็นต้น พร้อมกับนำระบบเครือข่าย ML มาคาดการณ์ตามข้อมูลของเครือข่าย ซึ่งข้อมูลของธุรกิจในปัจจุบันนั้นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบัน เทคโนโลยี ML ถูกพัฒนาจนสามารถนำมาใช้งานได้ในชีวิตประจำวันและสำหรับองค์กรธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะงานด้านการตลาด อุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ การสรรหาพนักงานอัตโนมัติ การวิเคราะห์ยอดขายล่วงหน้า การตรวจสอบความผิดพลาดของสายการผลิต ระบบการจดจำใบหน้า เป็นต้น

3.Augmented Reality และ Virtual Reality

Augmented Reality (AR) – เทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง และ Virtual Reality (VR) เทคโนโลยีจำลองภาพเสมือน จะช่วยพัฒนาประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชันของลูกค้าให้ดีมากยิ่งขึ้น AR ส่วนใหญ่จะใช้ในสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตเพื่อนำเสนอการออกแบบภายใน (Interior Design) ทำให้เจ้าของร้านสามารถนำเสนอเฟอร์นิเจอร์เสมือนจริงได้ ส่วน VR ก็จะมีการพัฒนาที่เร็วมากขึ้นโดยเฉพาะในธุรกิจประเภท E-Commerce ที่ต้องเห็นภาพของสินค้าเสมือนจริง และโลก VR กำลังเป็นที่จับตามากยิ่งขึ้น เมื่อ Meta กำลังผลักดันให้ Metaverse กลายเป็นจริงให้ได้ในอนาคตอันใกล้

4.Cloud Computing

ในช่วง ปี 2021 คลาวด์มีบทบาทและมีการเติบโตอย่างมาก โดยมีตัวเร่งสำคัญจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก ซึ่งทำให้เกิดการปรับตัวกับเทคโนโลยี และหันมาใช้งานคลาวด์มากขึ้น ไม่ว่าจะการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงาน การเรียน และการดูแลสุขภาพ ต่อเนื่องไปถึงปี 2022 การใช้งานระบบคลาวด์จะนิยมใช้ในรูปแบบมัลติคลาวด์เพิ่มมากขึ้น และนำเทคโนโลยี Cloud-Native Platforms มารองรับการใช้งานระบบคลาวด์ให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

5.DevOps

DevOps เป็นการผสานการทำงานระหว่างฝ่าย Development และ ฝ่าย Operation เพื่อเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ออกแบบบริการเครือข่ายและวิศวกรให้ทำการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานในบริการได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยองค์กรที่นำโมเดล DevOps มาปรับใช้ สามารถลดปัญหาการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดต้นทุนด้านเวลา และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในระบบได้ ส่งผลให้เกิดความรวดเร็ว และธุรกิจปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดียิ่งขึ้น

6.Digital transformation

ปัจจุบัน ธุรกิจต่างปรับตัวด้วยการทำ Digital Transformation ในการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ในการสร้างโอกาสในการเติบโต และให้รอดจากการถูก Digital Disruption อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการทำงานและการให้บริการของลูกค้า ทั้งนี้การจะปรับใช้เทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจก็ต้องเลือกใช้บริการผู้ให้บริการโครงข่ายที่มีเสถียรภาพและครอบคลุมทุกบริการดิจิทัล และมีโซลูชันที่หลากหลายเพื่อให้ธุรกิจได้เลือกปรับใช้ให้ตรงกับเป้าหมายเป็นหลัก

7.Intent-based Networking (IBN)

ระบบเครือข่ายแห่งอนาคตสำหรับเหล่าองค์กร โดยมีการผสานเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เข้าไปภายในระบบเครือข่ายโดยตรง ทำให้สามารถเรียนรู้ได้ถึงความต้องการของผู้ใช้งานในระบบเครือข่าย, เหตุการณ์แปลกปลอมที่เกิดขึ้น และการปรับปรุงที่ควรทำโดยอัตโนมัติทั้งหมด โดยแนวคิดนี้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะด้าน Network เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมด้านความปลอดภัยเข้าไปด้วย โดยจะทำงานแบบ Software-define Networking แบบเต็มตัว

8.Internet of Things (IoT)

Internet of things หรือ IoT ได้เข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วนของธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และการใช้ IoT Solutions สามารถช่วยลดต้นทุนและลดค่าเสียโอกาสในการผลิต โดยในปี 2022 อุปกรณ์ IoT จะสามารถเข้าถึงง่ายขึ้นเหมือนอุปกรณ์ทั่วไป ในส่วนของโรงงานและภาคการผลิต จะมีการใช้หุ่นยนต์และใช้คอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และในอนาคต IoT จะเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต และจะมาช่วยแก้ปัญหาเรื่องวิกฤติด้านพลังงานซึ่งเป็นปัญหาหลักของโลก

9.Data Security

เมื่อเทคโนโลยีมีความล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าภัยคุกคามทางโลกออนไลน์ก็ถูกพัฒนาให้รุดหน้าเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แรนซัมแวร์ และฟิชชิ่ง ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ระบบเครือข่ายของธุรกิจปลอดภัยจากการถูกคุกคาม คือการมองหาระบบ Data Security หรือระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล มาช่วยซัพพอร์ตให้ระบบเครือข่ายมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการป้องกันภัยคุกคาม

10.SD-WAN

เมื่อเทคโนโลยีทางดิจิทัลขยายตัวอย่างก้าวกระโดด พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ก็เปลี่ยนไป โดยมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลในโลก Internet มากยิ่งขึ้น เช่น การเข้าถึง Web Based Application, การเชื่อมต่อไปหา Cloud Platform รวมถึงการใช้งาน Application อื่นๆ เช่น Microsoft Office 365 หรือ VDO Conference ระหว่างทำงานนอกสถานที่ ส่งผลให้มี Bandwidth จำนวนมากต้องการออกไปสู่โลกของ Internet ประกอบกับ ระบบแบบเดิมๆ ที่มีข้อจำกัดไม่เอื้อต่อการใช้งาน, การออก Internet ที่สำนักงานใหญ่ที่ไม่ยืดหยุ่นและการบริหารจัดการระบบที่ยุ่งยาก หรือมีราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้นถ้าหากจะต้องขยับขยาย Bandwidth ให้เพียงพอต่อผู้ใช้งาน เมื่อยุคเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีมาถึง SD-WAN จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อจะเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ จะดีกว่าไหม! ถ้าผู้ใช้งานสามารถออก Internet เองได้จากสาขาและยังคงมีความปลอดภัยของระบบอยู่

ด้วยเทคโนโลยี Software-Defined Wide-Area Network ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเทคโนโลยีต่างๆ ในอดีตที่ซับซ้อนมาบูรณาการรวมกันเป็นระบบเดียว การจัดการระบบทั้งหมดจะถูกจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Software โดยอัตโนมัติ เหมาะสมต่อการใช้งานกับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับลดหรือขยายขนาดขององค์กรอย่างรวดเร็ว และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเข้าถึง Application ที่สำคัญทางธุรกิจให้ปลอดภัยและมีเสถียรภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดย SD-WAN นั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนของ Hardware ที่จะต้องมีการติดตั้งใช้งานที่สำนักงานใหญ่ และตามสาขาต่างๆ ขององค์กร กับส่วนของ Software ที่อยู่บน Cloud สำหรับทำหน้าที่บริหารจัดการควบคุมระบบ

สำหรับข้อดีของ SD-WAN นั้นจะสะดวกและง่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง Zero Touch Provisioning เพราะเป็นการตั้งค่าเพียงครั้งเดียว และนำค่า Config ไปใช้งานกับสาขาอื่นๆ ได้, Centralized Management สามารถจัดการระบบต่าง ๆ ได้จากส่วนกลาง, Multi WAN Support  เชื่อมต่อได้หลาย WAN ทำงานพร้อมกันแบบ Active/Active และสามารถเป็น Backup ซึ่งกันและกันได้, Cost Saving มีความยืดหยุ่นและลดค่าใช้จ่ายจากการเลือกใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมในแต่ละสาขาได้, Data Analytics ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานของแต่ละสาขาได้  รวมทั้งยังสามารถ Monitor ปริมาณ Traffic หรือคุณภาพของลิงก์ที่ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ SD-WAN จะเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดทางเทคโนโลยีแบบเดิมๆ ลง และมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งานให้ใช้งานได้เสมือนไร้รอยต่อทางเทคโนโลยี

และหากนำเทคโนโลยี SD-WAN มาใช้งานร่วมกับเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งมีให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Private network, Corporate Internet, Internet Broadband หรือ 3G/4G ก็จะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจได้ครบวงจรในที่เดียว

อัปเดตเทรนด์การดำเนินธุรกิจให้ก้าวทันทุกเทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัล ด้วย NT Network Solutions จาก บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยลูกค้าสามารถปรับใช้ระบบเครือข่ายและโซลูชันต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ ภายใต้คำแนะนำและการดูแลระบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ NT สอบถามและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : Website: http://www.ntplc.co.th

 

Facebook: NTNetworkSolutions

Contact Center: 1888

Government Solutions: Tel.02 104 1111

Business Solutions: Tel.02 104 5555

Operator Solutions: Tel.02 104 8888

from:https://www.techtalkthai.com/nt-network-solutions-top-10-networking-technology-trends-in-2022/

Microsoft เตรียมนำ Mixed-reality มาใช้งานใน Teams

ด้วยกระแส Mixed-reality ที่กำลังมาแรง Microsoft เองก็มีความพยายามที่จะนำเสนอเทคโนโลยีนี้มาก่อนแล้ว แต่ล่าสุดที่งาน Ignite มีการประกาศเตรียมผลักดันเทคโนโลยี Mixed-reality เข้าร่วมกับ Microsoft Teams

credit : Zdnet, Microsoft

เมื่อกลางปีนี้ Microsoft ได้ประกาศถึงแพลตฟอร์มบน Azure สำหรับงานด้าน Mixed-reality ภายใต้ชื่อ Mesh ซึ่งล่าสุดมีการประกาศ Mesh for Teams ซึ่งหมายความว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นการร่วมประชุมสัมมนาออนไลน์ในโลกเสมือนมากกว่าที่เคย คาดว่าจะปล่อยทดลองในปีหน้า ทั้งนี้ Microsoft เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกมีส่วนร่วมกับกิจกรรมมากขึ้น โดยการเข้าถึงเทคโนโลยีจะทำได้หลายรูปแบบไม่จำกัดแค่ HoloLens แต่อาจจะผ่านทางมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ อย่างไรก็ดีแน่นอนว่าคงเป็นฟีเจอร์ในโซลูชันระดับองค์กรก่อน ก็ต้องรอดูกันต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/microsoft-to-extend-its-enterprise-metaverse-strategy-with-mesh-for-teams/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-meah-for-teams-mixed-reality-is-coming-2022/

[Guest Post] ความสามารถของเทคโนโลยี Augmented Reality และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในการเปลี่ยนแนวทางการดูแลสุขภาพเพื่อเพิ่มความยั่งยืนต่อชีวิต

แว่นตาอัจฉริยะพร้อมบริการคลาวด์ที่โดดเด่นสามารถช่วยพัฒนาการรักษาและการวินิจฉัยทางไกล เพื่อสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในการดูแลผู้ป่วย

จากวิศวกรรมและวิทยาการหุ่นยนต์ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์หรือการแพทย์ แว่นตา YEyes Augmented Reality (AR) ช่วยส่งเสริมทุกโครงการที่มีความต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ห่างไกล หนึ่งในความสำเร็จของแว่นตานี้คือการมอบโซลูชั่นที่คุ้มค่าแก่โรงพยาบาลและองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล

ด้วยวิดีโอระดับ Full HD และการสื่อสารแบบเวลาจริง ซึ่งมอบอิสระแก่ผู้ใช้งานในการดำเนินการตามภารกิจ ผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสุขภาพ เช่น บุคลากรการแพทย์และแพทย์ฉุกเฉินในรถพยาบาล สามารถประสานการปฏิบัติงานของพวกเขากับแพทย์และให้การดูแลผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ศัลยแพทย์ยังสามารถประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ระยะไกลท่านอื่นๆ ในระหว่างการผ่าตัดเพื่อขอคำแนะนำความช่วยเหลือ หรือทำการวินิจฉัยทางไกล ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงของบุคลากรการแพทย์ต่อการติดเชื้อ

การร่วมมือระหว่าง YEyes กับบริการคลาวด์ GWS (Global Web Service) ของศูนย์ข้อมูล ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) รับประกันการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วด้วยการเชื่อมต่อระดับสูง ซึ่งเป็นข้อกังวลที่สำคัญในหลายอุตสาหกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอปพลิเคชั่นที่ใช้เทคโนโลยี AR

นอกเหนือจากการใช้คลาวด์คอมพิวติ้งเพื่อลดเวลาแฝงและเพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูลแล้ว การมีผู้ให้บริการคลาวด์ในพื้นที่ยังเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน เนื่องจากสามารถช่วยหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการรับส่งข้อมูลระหว่างภูมิภาคต่างๆ

GWS โดย ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) เป็นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นคลาวด์คอมพิวติ้งระดับสากลที่มีความคุ้มค่าสูง ซึ่งให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งทั่วโลกเพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วและบรรลุเป้าหมายในขณะที่ช่วยลดต้นทุนของทรัพยากรไอที

นอกจากนี้ ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ยังรับประกันประสิทธิภาพและความพร้อมในการให้บริการ 100% ผ่านเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่และการเชื่อมต่อโดยไม่จำกัดค่ายกับผู้ให้บริการเครือข่าย 9 ราย คุณลักษณะด้านความเสถียรและการใช้งานแบบเวลาจริงมีความสำคัญสูงสุดสำหรับการปฏิบัติงานอันตราย เช่นในระหว่างการซ่อมแซมทางอุตสาหกรรม หรือกระบวนการทางการแพทย์ที่ YEyes ช่วยสนับสนุน

YEyes ให้บริการผลิตภัณฑ์ Augmented Reality ด้วยผลลัพธ์ที่โดดเด่นสม่ำเสมอและในราคาที่สามารถแข่งขันได้ ซึ่งทำให้ธุรกิจเติบโตในระดับสากลและประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ในขณะที่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

การประยุกต์ใช้ของเทคโนโลยีที่สตาร์ทอัพนี้ให้บริการยังสามารถนำไปใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่นการซ่อมแซมทางเทคนิคที่ต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญของวิศวกร ซึ่งเป็นโซลูชั่นระยะไกลที่ลดต้นทุน การเสียเวลา และความยุ่งยากในการเดินทาง

เกี่ยวกับ ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย):

ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทชั้นนำของไทย และ สวิตช์ ผู้นำระดับโลกด้านระบบนิเวศและการออกแบบศูนย์ข้อมูล

ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) เป็นศูนย์ข้อมูลระดับ เทียร์ IV ที่ให้บริการโคโลเคชั่นได้เต็มประสิทธิภาพ 100% และบริการคลาวด์แก่บริษัทขนาดใหญ่ บริษัทต่างชาติ รัฐบาล และผู้ให้บริการระบบคลาวด์

www.supernap.co.th/

เกี่ยวกับ YEyes:

บริษัท ฟินน์ โซลูชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่จำหน่ายแว่นตา AR YEyes เป็นพันธมิตรเชิงยุทธ์ศาสตร์ด้านไอทีที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลขององศ์กร นับตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลนั้น เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจด้วยโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรม

www.ysentric.com/

from:https://www.techtalkthai.com/yyes-augmented-reality-cooperate-with-supernap-to-support-remote-treatment/

[Video Webinar] พลิกโฉมธุรกิจให้สำเร็จด้วย Industrial IoT Platform ระดับโลก

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย ACA Pacific Webinar เรื่อง “พลิกโฉมธุรกิจให้สำเร็จด้วย Industrial IoT Platform ระดับโลก” พร้อมรู้จักกับเทคโนโลยี IoT, AI/ML และ AR สำหรับอุตสาหกรรม ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณปุณวุฒิ เสนาะดนตรี Technical Presale (Creo/IoT/AR) จาก PTC

ภายในงานสัมมนา ท่านจะได้เรียนรู้เส้นทางสู่ความสำเร็จในการทำ Digital Transformation ด้วย Industrial IoT Platform ชั้นนำระดับโลก เปิดประสบการณ์ใหม่ และทำความรู้จักกับเทคโนโลยี IoT, AI/ML และเทคโนโลยีภาพเสมือนบนโลกจริง (Augmented Reality) สำหรับอุตสาหกรรม

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • ความท้าทายในการทำ Digital Transformation ของอุตสาหกรรม
  • สร้าง Data Connectivity เพื่อเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบต่างๆ ด้วย Thingworx Kepware
  • รู้จักกับ ThingWorx Industrial IoT Platform เทคโนโลยี IoT Platform แบบครบองค์ประกอบสำหรับอุตสาหกรรม
  • การผสานเทคโนโลยี AI/ML เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล IoT แบบเรียลไทม์
  • ต่อยอดเทคโนโลยี AR ในภาคอุตสาหกรรมด้วย Vuforia

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-industrial-iot-platform-by-aca-pacific-and-ptc/

ACA Pacific Webinar: พลิกโฉมธุรกิจให้สำเร็จด้วย Industrial IoT Platform ระดับโลก

ACA ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการ, Digital Leaders และผู้ที่สนใจอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยียุคใหม่ เข้าร่วมฟังบรรยาย ACA Pacific Webinar เรื่อง “พลิกโฉมธุรกิจให้สำเร็จด้วย Industrial IoT Platform ระดับโลก” พร้อมรู้จักกับเทคโนโลยี IoT, AI/ML และ AR สำหรับอุตสาหกรรม ในวันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2021 เวลา 14:00 น.​ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี

พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อรับ Central Cash Voucher มูลค่า 100 บาทจำนวน 20 รางวัล

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: พลิกโฉมธุรกิจให้สำเร็จด้วย Industrial IoT Platform ระดับโลก
ผู้บรรยาย: คุณปุณวุฒิ เสนาะดนตรี Technical Presale (Creo/IoT/AR) จาก PTC
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 10 กันยายน 2021 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงก์ลงทะเบียน: https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_V_pz5o1vQieUjxzWEN5XSA

ภายในงานสัมมนา ท่านจะได้เรียนรู้เส้นทางสู่ความสำเร็จในการทำ Digital Transformation ด้วย Industrial IoT Platform ชั้นนำระดับโลก เปิดประสบการณ์ใหม่ และทำความรู้จักกับเทคโนโลยี IoT, AI/ML และเทคโนโลยีภาพเสมือนบนโลกจริง (Augmented Reality) สำหรับอุตสาหกรรม

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • ความท้าทายในการทำ Digital Transformation ของอุตสาหกรรม
  • สร้าง Data Connectivity เพื่อเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบต่างๆ ด้วย Thingworx Kepware
  • รู้จักกับ ThingWorx Industrial IoT Platform เทคโนโลยี IoT Platform แบบครบองค์ประกอบสำหรับอุตสาหกรรม
  • การผสานเทคโนโลยี AI/ML เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล IoT แบบเรียลไทม์
  • ต่อยอดเทคโนโลยี AR ในภาคอุตสาหกรรมด้วย Vuforia

from:https://www.techtalkthai.com/aca-pacific-webinar-industrial-iot-platform/

กองทัพสหรัฐสั่งซื้อ Microsoft HoloLens 2 Headset จำนวน 120,000 ชุด ใช้ในการฝึกซ้อมรบและการปฏิบัติการจริง

Microsoft ได้ออกมาเผยถึงลูกค้าของ HoloLens 2 รายใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งก็คือกองทัพสหรัฐที่สั่งซื้อ HoloLens 2-based Integrated Visual Augmentation System (IVAS) Headset ไปมากถึง 120,000 ชุด และอาจมีมูลค่าดีลสูงถึง 21,880 ล้านเหรียญหรือราวๆ 656,400 ล้านบาทได้ในระยะเวลา 10 ปี

Credit: ZDnet, Microsoft

U.S. Army นั้นได้ร่วมมือกับ Microsoft ในการพัฒนาเทคโนโลยี Augmented Reality มาตั้งแต่ปี 2018 ในดีลมูลค่าสูงถึง 480 ล้านเหรียญหรือราวๆ 14,400 ล้านบาท เพื่อเริ่มนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาทดลองใช้งานภายในกองทัพ จนล่าสุดนี้ กองทัพสหรัฐก็ตัดสินใจนำ HoloLens สองมาใช้งานในระดับ Production และการออกภาคสนามแล้วในครั้งนี้

HoloLens 2 Headset นี้จะต้องทำงานร่วมกับ Microsoft Azure ในการประมวลผล โดยระบบ IVAS ที่กองทัพสหรัฐสั่งซื้อไปครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มการรับรู้สถานการณ์รอบตัวมากขึ้นสำหรับใช้ในการรบและการฝึกซ้อม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลในเวลากลางคืนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น, การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ และอื่นๆ ซึ่งถูกผสานรวมไปในตัว Headset และหน้าจอแสดงผล โดยอาศัยการประมวลผลรว่มกันระหว่าง Mixed Reality และ Machine Learning ในการสร้างสถานการณ์การซ้อมรบที่เสมือนจริง

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft HoloLens 2 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.microsoft.com/en-us/hololens

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/u-s-army-advances-its-120000-hololens-based-headset-deal-with-microsoft/

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-hololens-2-headset-won-big-us-army-deal/