คลังเก็บป้ายกำกับ: DATA_SECURITY_AND_PRIVACY

จัดการ PDPA ทั้งหมดอย่างเป็นระบบในที่เดียวด้วย WhiteFact จาก G-Able

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ PDPA หลากหลายให้เลือกใช้บริการ แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมักจัดการ PDPA ได้แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น RoPA, Consent Management, Cookie Management หรือ Request Management ซึ่งขาดการรวมศูนย์ในการจัดการ PDPA ในฐานะผู้นำด้าน Tech Enabler ช่วยยกระดับธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลในทุกมิติของไทย G-Able จึงได้พัฒนา WhiteFact โซลูชันที่ช่วยให้องค์กรทุกระดับสามารถจัดการ PDPA ทั้งหมดได้อย่างเป็นระบบในที่เดียว

PDPA บังคับใช้แล้ว คุณพร้อมแล้วหรือยัง?

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA เริ่มบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันข้อกฎหมาย ถ้าไม่ทำตามข้อกำหนดของ PDPA เช่น ไม่มีกระบวนการหรือมาตรการควบคุมแล้วเกิดเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลขึ้น ก็อาจโดนโทษทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครองได้ โดยมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกแตกต่างกันออกไป

PDPA ที่บังคับใช้ในขณะนี้ ประกอบด้วยข้อกฎหมายหลัก 8 ข้อดังแสดงในรูปด้านล่าง หน่วยงาน/องค์กร/บริษัทในไทย ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ อยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม ต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น ซึ่งข้อกฎหมายจะคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของทั้งลูกค้า พนักงาน และคู่ค้าที่ทำงานร่วมกัน ที่สำคัญคือ ในปีถัดๆ ไป จะเริ่มมีกฎหมายลูกแยกออกมา และบังคับใช้งานเพิ่มมากขึ้น การดำเนินการด้าน PDPA จึงไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียว ตอนนี้ แล้วจบไป แต่ธุรกิจต้องปรับตัวตามข้อกฎหมายที่ออกมาเรื่อยๆ ด้วย การปรับปรุงนโยบายและมาตรการควบคุมอย่างเหมาะสมจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำในทุกๆ ปี

นอกจากนี้ หลังจากเซ็ตอัประบบต่างๆ เช่น Data Flow Diagram, RoPA, แบบฟอร์มขอความยินยอม, นโยบายความเป็นส่วนตัว, นโยบายคุ๊กกี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องกระทำถัดไปอีก คือ การบริหารจัดการคำร้องขอใช้สิทธิ์ต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลในอนาคต เช่น ลูกค้าขอตรวจสอบ ลบ หรืออัปเดตข้อมูลใหม่ เป็นต้น ยิ่งธุรกิจขนาดใหญ่ ยิ่งต้องบริหารจัดคำร้องเหล่านี้เป็นจำนวนมาก เราจะติดตามสถานะและจัดการคำร้องขออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ถ้าระบบเหล่านั้นต่างแยกกันทำงาน แยกกันดูแล ไม่ทำงานสอดประสานกันเป็นระบบเดียว

จัดการ PDPA ทั้ง 8 ประเด็นหลักด้วย WhiteFact จาก G-Able

เพื่อตอบโจทย์ข้อกฎหมายหลักทั้ง 8 ข้อของ PDPA บริษัท G-Able ในฐานะผู้นำด้าน Tech Enabler จึงได้พัฒนา WhiteFact ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการ PDPA ทั้งหมดได้อย่างเป็นระบบในที่เดียว โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 8 โมดูล ดังนี้

1. Data Inventory Mapping

ระบบจัดทำบันทึกรายการข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อแยกแยะว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลดังกล่าวถูกจัดเก็บไว้ที่ใด ช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การทำ Data Flow Diagram (DFD) และการทำ Record of Processing (RoP)

2. RoPA

ระบบจัดทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing Activities: RoPA)  ซึ่งสามารถดึงข้อมูลจากระบบ Data Inventory Mapping มาทำเป็น RoPA ได้โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลใหม่ ช่วยให้สามารถดูการบันทึกรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บหรือใช้ในองค์กรได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. Risk Assessment

ระบบจัดทำแบบประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Impact Assessment: DPIA) ซึ่งจะประเมินความเสี่ยงของแต่ละกิจกรรมตามระดับความรุนแรงและความถี่ แสดงผลเป็นคะแนน พร้อมคำแนะนำสำหรับลดความเสี่ยงในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง ช่วยให้องค์กรสามารถเตรียมรับมือกับเหตุละเมิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. Privacy Notice

ระบบจัดทำประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นการจัดทำเอกสารเพื่อใช้อธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ของการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยมี Template สำหรับระบุชื่อบริษัท กิจกรรมที่ทำ เนื้อหาสำคัญที่เจ้าของข้อมูลต้องรับทราบ และมาตรการในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล สามารถสั่งพิมพ์เป็นประกาศติดในบริษัท หรือสร้างเป็นโค้ดไปแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์ได้

5. Consent Management

ระบบจัดทำแบบฟอร์มเพื่อขอความยินยอม (Consent) จากเจ้าของข้อมูล สามารถระบุจำนวนคำถาม ข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ (เป็น Text, Radio Button, Checkbox หรือ Dropdown) วัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูล พร้อมออกแบบหน้าตาและสีสันให้เข้ากับเว็บไซต์ของบริษัทได้

6. Cookie Manager

ระบบจัดการการเก็บคุ๊กกี้ แยกเป็นประเภท เช่น Necessary, Marketing, Analytics ได้ รวมถึงปรับแต่งรูปแบบการแสดง และติดตามผลการขอเก็บคุ๊กกี้พร้อมจัดทำเป็นรายงานได้ ช่วยให้การขอความยินยอมเพื่อจัดเก็บไฟล์คุ๊กกี้และข้อมูลต่างๆ จากผู้ใช้งานเว็บไซต์ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

7. Data Subject Request

ระบบที่ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดกระบวนการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลได้

8. Data Subject 360

ระบบที่ช่วยจัดการ ติดตามสถานะงานที่ได้มีการเปิดคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ว่าข้อมูลถูกจัดเก็บที่ใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ช่วยให้องค์กรสามารถกระจายงานให้ผู้ดูแลข้อมูลดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิ์ เช่น ดู ลบ แก้ไข และอัปเดตข้อมูล ได้อย่างถูกคเอว รวดเร็ว และง่ายดาย

รวมศูนย์ PDPA ทั้งหมดอย่างเป็นระบบในที่เดียว

G-Able WhiteFact ถูกออกแบบมาให้ทุกโมดูลสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างบูรณาการ มีการซิงค์ข้อมูลระหว่างกัน รวมศูนย์การจัดการที่เกี่ยวกับ PDPA ทั้งหมดอย่างเป็นระบบในแพลตฟอร์มเดียว ร้อยเรียงกระบวนการต่างๆ ให้เป็นเรื่องเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น เมื่อกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อทำ Data Inventory Mapping แล้ว ข้อมูลก็จะถูกซิงค์ไปยังระบบ RoPA เพื่อจัดทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงโมดูลอื่นๆ โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลเดิมบนโมดูลที่เหลือซ้ำอีกครั้ง ช่วยให้ DPO สามารถจัดการ PDPA ได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ต่างจากผลิตภัณฑ์ด้าน PDPA อื่นในท้องตลาดที่เป็นแบบ 1 โมดูล 1 แพลตฟอร์ม ทำงานแยกจากกัน ซึ่งบริหารจัดการได้ยาก

อีกหนึ่งจุดเด่นของ WhiteFact คือ การจัดการคำร้องขอใช้สิทธิ์ต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลจะดำเนินการในรูปแบบ Workflow ดังแสดงในรูปด้านล่าง

ยกตัวอย่างกรณีพนักงานลาออกจากบริษัทและต้องการให้บริษัทลบข้อมูลตัวเองออกจากระบบ WhiteFact สามารถสร้างแบบฟอร์มให้พนักงานคนดังกล่าวเข้ามากรอกคำร้องได้ จากนั้นระบบจะส่งเรื่องไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนที่ได้สร้างไว้โดยอัตโนมัติ (ในที่นี้คือการลบข้อมูลของพนักงานที่ลาออก) เมื่อ DPO ได้รับเรื่องก็จะยืนยันตัวตนของผู้ส่งคำร้องและตรวจสอบความถูกต้องของคำร้อง ก่อนจะมอบหมายงานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องรายถัดไป คือ HR เพื่อลบข้อมูลและอัปเดตสถานะงาน เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบก็จะส่งอีเมลยืนยันไปยังพนักงานที่ลาออกว่าดำเนินการตามคำร้องเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนทั้งหมดนี้จะดำเนินไปโดยอัตโนมัติ ลดกระบวนการทำงานแบบ Manual ช่วยให้ DPO และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือกับคำร้องขอจำนวนมากในอนาคตได้ ทั้งยังติดตามสถานะของคำร้องทั้งหมดได้ง่ายอีกด้วย

ตอบโจทย์ PDPA โดยเฉพาะ สนับสนุนโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของ G-Able

WhiteFact เป็นโซลูชันที่ถูกออกแบบและพัฒนาเพื่อช่วยเหลือธุรกิจทุกระดับ ทุกประเภท ในการจัดการ PDPA ของไทยโดยเฉพาะ สนับสนุนโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของ G-Able ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา พร้อมปรับฟีเจอร์การใช้งานให้ถูกต้องตามข้อกำหนดที่บังคับใช้งาน เมื่อมีการออกกฎหมายลูกในอนาคต WhiteFace จะถูกอัปเดตและเพิ่มฟีเจอร์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของกฎหมายชุดใหม่โดยอัตโนมัติ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะดำเนินการตามข้อกำหนดของ PDPA ได้อย่างครบถ้วน

ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ WhiteFact

  • ลดค่าใช้จ่าย และกำลังคนสำหรับการดำเนินงานด้าน PDPA โดยใช้ระบบช่วยติดตาม
  • ทุกโมดูลอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ทำให้สามารถบริหารจัดการได้แบบรวมศูนย์ แสดงข้อมูลให้ Auditor ตรวจสอบได้ง่าย
  • ลดขั้นตอนการทำเอกสารโดยให้ระบบทำการสร้างเอกสารให้โดยอัตโนมัติ
  • ใช้งานได้ง่ายผ่านหน้าเว็บบน Cloud เข้าถึงข้อมูล ดูภาพรวมผ่านแดชบอร์ด ได้จากทุกที่ ทุกเวลา
  • ดำเนินการและติดตามสถานะการร้องขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลได้ง่าย รวดเร็ว ลดภาระของ DPO

สำหรับหน่วยงาน/องค์กร/บริษัทใดที่ต้องการเริ่มต้นใช้ WhiteFact สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Package การใช้งานได้ตามตารางด้านล่าง

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ WhiteFact เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3hDUHbc

อีเมล info@whitefact.co หรือโทร 02-781-9333

from:https://www.techtalkthai.com/centralized-pdpa-management-with-g-able-whitefact/

[รีวิว] ติดขอบสนาม Technology Innovations ใน FIFA World Cup 2022 ที่กาตาร์

มหกรรมฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ได้เปิดฉากการแข่งขันนัดแรกของแต่ละกลุ่มแล้ว สิ่งที่ถูกกล่าวถึงกันมากที่สุดนอกเหนือจากสีสันของผลการแข่งขันนั่นก็คือ นวัตกรรมเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา จะเห็นได้จากการยิงประตูที่ดีใจเก้อในหลายๆ ครั้ง ล้วนถูกปฏิเสธสกอร์จากการทำงานของเทคโนโลยีที่ถูกติดตัังไว้ภายในสนามฟุตบอลเพื่อรับบทบาทการเป็นผู้ช่วยให้กับผู้ตัดสินชี้ขาดได้รวดเร็วมากขึ้น ทำให้มีผลการแข่งขันที่ขาวสะอาด ไร้ซึ่งดราม่าหลังเกม ประจักษ์ชัดด้วยภาพเคลื่อนไหวแบบ 3D สู่สายตาผู้ชมทั่วทุกมุมโลก เบื้องหลังความล้ำสมัยเหล่านี้ ถูกขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมเทคโนโลยีซึ่งเข้ามามีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่ง และเป็นการยกระดับให้กับวงการกีฬาสู่ความยั่งยืนที่ยอดเยี่ยม
 

Image Blackground : FIFA
นอกจากผลการแข่งขันที่มีทั้งการโชว์ฟอร์มสมกับราคาทีมเต็งแชมป์หรือการพลิกล็อกหักปากกาเซียนแบบช็อกโลก ยังมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันมากมาย ทั้งการตัดสินให้ลูกจุดโทษย้อนหลังหรือการใช้เทคโนโลยีการตรวจจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ ประสิทธิภาพได้แสดงให้เห็นกันในทุกเกมการแข่งขันโดยเฉพาะแมตท์การแข่งขันระหว่างทีมอาร์เจนติน่า กับ ซาอุดีอาระเบีย ที่มีการปฏิเสธสกอร์แม้ว่าจะส่งลูกบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายถึง 3 ครั้งโดยทีมฟ้าขาวจากทวีปอเมริกาใต้ที่มีสตาร์ดาวดังอย่าง “เมสซี่” ก็ติดกับดักเทคโนโลยีนี้ด้วยเช่นกัน
 
 

Technology Innovations

FIFA World Cup 2022 ที่กาตาร์


 

 

เทคโนโลยี AI Rihla และ Multi-Camera ทั้ง 8 สนาม

Al Rihla แปลว่า “การเดินทาง” ในภาษาอาหรับ และได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม เรืออันเป็นเอกลักษณ์ และธงชาติกาตาร์

Image Credit : Adidas
Al Rihla เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ ภายในลูกบอลคือระบบกันสะเทือนของ Adidas ซึ่งมีหน่วยวัดแรงเฉื่อย 500Hz เซ็นเซอร์ Inertial Measurement Unit (IMU) ตรวจจับการเคลื่อนไหวและส่งข้อมูลออกมา 500 ครั้งต่อวินาที เป็นข้อมูลเชิงลึกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในทุกองค์ประกอบของการเคลื่อนไหวของลูกฟุตบอลและใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในตัวแบบชาร์จไฟได้ เทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นสำหรับผู้เล่นและไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของลูกบอล
 
ข้อมูลจากลูกฟุตบอลจะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลการสัมผัสที่ไม่ชัดเจนเพื่อปรับปรุงคุณภาพและความเร็วของการตัดสินใจในห้อง VAR (Video Assistant Referees) และเทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ ด้วยประสิทธิภาพของข้อมูลที่ได้รับจากลูกฟุตบอลแบบเรียลไทม์ที่มีความแม่นยำสูง จะช่วยยกระดับมาตรฐานให้กับวงการกีฬาฟุตบอลทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการถ่ายทอดประสบการณ์สู่แฟนบอล
 
เทคโนโลยี Multi-Camera ลูกฟุตบอลจะทำงานเชื่อมต่อผสานการทำงานร่วมกับกล้องแบบติดตามเฉพาะจำนวน 12 ตัวที่ถูกติดตั้งอยู่รอบขอบสนาม เพื่อรับข้อมูลที่ถูกติดตามตำแหน่งภายในสนามหญ้า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปให้กับผู้จัดการทีมและผู้ตัดสินผ่านแอปของ FIFA เพื่อประเมินผลข้อมูลของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายรวมไปถึงการบันทึกค่าสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขัน
 

เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ (Semi-automated offside) และการให้สกอร์ (scoring technology)

FIFA ได้ประกาศว่าเทคโนโลยีการล้ำหน้าแบบกึ่งอัตโนมัติจะถูกนำมาใช้ที่ FIFA World Cup 2022 ในกาตาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน โดยนำเสนอเครื่องมือสนับสนุนสำหรับเจ้าหน้าที่วิดีโอแมตช์และเจ้าหน้าที่ในสนาม เพื่อช่วยให้พวกเขาทำหน้าที่ออกมาได้อย่างรวดเร็วขึ้น แม่นยำยิ่งขึ้น และการตัดสินใจล้ำหน้าที่สามารถทำซ้ำได้มากขึ้น
 
โดยหลังจากประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี VAR ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ได้ประกาศใน The Vision 2020-23 ว่า FIFA จะพยายามใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีในฟุตบอลอย่างเต็มที่และปรับปรุง VAR ให้ดียิ่งขึ้น ในอีกสามปีถัดมา FIFA ยังคงเป็นผู้นำด้าน “technology in the game”
 
FIFA ทำงานร่วมกับ Adidas และพันธมิตรต่างๆ เพื่อความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและผู้ให้บริการเทคโนโลยี ฟีฟ่าได้ใช้เวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาในการปรับปรุงระบบ VAR ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีล้ำหน้าแบบกึ่งอัตโนมัติเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานการแข่งขันให้ผลออกมาขาวสะอาดมากที่สุด
 
จุดเด่น: เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ
    • ระบบแจ้งเตือนการล้ำหน้าอัตโนมัติแก่ทีมเจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันในห้องวิดีโอ VAR
    • 3D animation ช่วยปรับปรุงการสื่อสารไปยังแฟนๆ ในสนามกีฬาและผู้ชมโทรทัศน์
    • เทคโนโลยีได้รับการทดสอบเรียบร้อยแล้วในการแข่งขัน FIFA ครั้งก่อน
ข้อมูลด้านเทคนิค
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เทคโนโลยีกล้องแบบติดตามเฉพาะ และเซ็นเซอร์ที่ถูกติดตั้งไว้ภายในลูกฟุบอล
เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัตินี้ ใช้กล้องแบบติดตามเฉพาะจำนวน 12 ตัวที่ติดตั้งอยู่ใต้หลังคาสนามกีฬาเพื่อติดตามลูกบอลและข้อมูล 29 data points ของผู้เล่นแต่ละคน 50 ครั้งต่อวินาที เพื่อคำนวณตำแหน่งที่แม่นยำในสนาม ข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้ง 29 data points ประกอบไปด้วยแขนขาและทุกส่วนของร่างกายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการล้ำหน้า โดยจะผสานการทำงานร่วมกับ Al Rihla ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการของ Adidas ที่จะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการตรวจจับเหตุการณ์การล้ำหน้า ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเซ็นเซอร์วัดแรงเฉื่อย (IMU) ที่อยู่ภายในลูกฟุตบอล เซ็นเซอร์นี้ถูกติดตั้งวางตำแหน่งอยู่ตรงกลางลูกฟุตบอลและจะทำหน้าที่ส่งข้อมูลของลูกฟุตบอลไปยังห้องควบคุมวิดีโอ 500 ครั้งต่อวินาที ทำให้สามารถตรวจจับ kick point ได้อย่างแม่นยำสูง
 
Image Credit : FIFA
การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ากับการรวมข้อมูลการติดตามแขนขาและลูกบอล ทำให้สามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์ล้ำหน้าได้โดยอัตโนมัติแก่เจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันในห้องวิดีโอ (VAR) ซึ่งมีหน้าที่ทำการตรวจสอบการตัดสินที่ระบบเสนอเข้ามาการตรวจจับตำแหน่ง Kick Point และแสดงแนวเส้นสิ้นสุดวัดตำแหน่งการล้ำหน้าที่ระบบสร้างขึ้นมาให้โดยอัตโนมัติเช่นกัน ข้อมูลตำแหน่งเหล่านี้จะถูกคำนวณและแสดงออกมาในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ที่จะทำให้เห็นส่วนประกอบเสมือนจริงของแขนขาที่ผู้เล่นถูกตรวจจับได้ กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที และหมายความว่าการตัดสินใจล้ำหน้าจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสูง
 
Image Credit : FIFA
data points ตำแหน่งเดียวกันที่ใช้ในการตัดสินจะถูกสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติที่ให้รายละเอียดตำแหน่งแขนขาของผู้เล่นได้อย่างสมบูรณ์ โดยจะแสดงมุมมองที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์การล้ำหน้า และแสดงภาพขึ้นบนจอยักษ์ภายในสนามฟุตบอลซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดสดทางทีวีด้วย
ตัวอย่างเหตุการณ์เกมการแข่งขันจริงที่เทคโนโลยี เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI Rihla
    • เหตุการณ์ล้ำหน้าซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่นัดแรกของการแข่งขันมีการใช้เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติให้เห็นแล้วโดยเฉพาะเกมที่อาร์เจนตินาแพ้ซาอุฯ ด้วยสกอร์ 1-2 นัดนี้ทีมอาร์เจนตินาส่งลูกฟุตบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายถึง 3 ลูก (ไม่นับลูกจุดโทษ) แต่ถูกเทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติตรวจจับว่ามีล้ำหน้าและปฏิเสธการให้สกอร์ทั้งหมด
    • เหตุการณ์ทำฟาวล์ของผู้เล่นในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะภายในกรอบเขตโทษที่ชี้วัดการให้ลูกตั้งเตะที่จุดโทษที่ผู้ตัดสินในสนามมองไม่เห็นเหตุการณ์ ตัวอย่างที่ทีมอาร์เจนติน่า ได้จุดโทษย้อนหลังเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วและเป็นประตูขึ้นนำจากการสังหารของ เมสซี่ สตาร์ดาวดังของทีม โดยการแจ้งเตือนอัตโนมัติจากเทคโนโลยี VAR
scoring technology หรือ goal line technology อีกเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นให้ถูกกล่าวถึงนั่นก็คือ การตัดสินสกอร์ที่มีข้อกังขา ผู้ตัดสินจะมีหน้าจอที่ข้อมือเพื่อช่วยตัดสินว่าการยิงประตูนั้นเป็นสกอร์หรือไม่ อันที่จริงสิ่งนี้จะดีขึ้นด้วย VAR แต่เจ้าเซ็นเซอร์ในลูกฟุตบอลบอลของ Adidas จะผสานการทำงานร่วมกับกล้องเพื่อช่วยให้แน่ใจว่าจะไม่มีการโต้เถียงเกิดขึ้นแม้ว่าผู้รักษาประตูจะรับลูกฟุตบอลจากภายในประตูซึ่งล้ำเส้นสีขาวแล้วก็ตาม
 

FIFA Player App

เป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 จะสามารถเข้าถึง FIFA Player App ได้ แอปนี้พัฒนาขึ้นโดยอิงจากผู้เล่นระดับมืออาชีพ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกของผู้เล่นในสนามและข้อมูลประสิทธิภาพทางร่างกายของผู้เล่นรายบุคคลหลังจบจากการแข่งขันทุกเกม
 
Image Credit : FIFA
FIFA Player App ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้จริงกับผู้เล่นจากทีมต่างๆ ที่ FIFA Arab Cup 2021 และนำเสนอต่อทีมที่เข้าร่วม FIFA World Cup ในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการของทีมล่าสุดในโดฮา FIFA Player App ได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุงและเมตริกข่าวกรองที่รวบรวมโดยทีมนักวิเคราะห์ประสิทธิภาพจาก FIFA ผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลการติดตาม ซึ่งจะพิจารณาว่าผู้เล่นเคลื่อนที่ไปรับบอลหรือไม่ เคลื่อนที่อย่างไร เทคติกเกมรุกที่กดดันคู่ต่อสู้มีรูปแบบใดบ้าง ตำแหน่งแนวรับป้องกันการถูกโจมตีอย่างไร และข้อมูลรูปแบบอื่นๆ ของเกมการแข่งขัน
 
FIFA Player App ประกอบด้วยเมตริกสมรรถภาพทางร่างกายที่รวบรวมผ่านการติดตามในสนามกีฬาผ่านกล้องแบบติดตามเฉพาะทั้ง 12 ตัว ตัวอย่างเช่น แอปจะแสดงระยะทางที่ครอบคลุมตามเกณฑ์ความเร็วต่างๆ จำนวนของการกระทำที่มากกว่า 25 กม.ต่อชม. (ประมาณ 15 ไมล์ต่อชั่วโมง) และความเร็วสูงสุด แอปนี้จะช่วยประมวลผลข้อมูลให้ผู้เล่นได้เห็นผลงานของตนเองในทุกแมตท์การแข่งขันในฟุตบอลโลกที่กาตาร์ 2022 หนนี้ ซึ่งจะให้ข้อมูลส่วนตัวสำหรับผู้เล่นแต่ละคนเพื่อดูว่าพวกเขาทำผลงานในสนามเป็นอย่างไรบ้าง ผู้เล่นสามารถย้อนดูภายหลังการแข่งขันได้สะดวกและง่ายดาย นอกจากนี้ ภาพถ่ายแอคชันต่างๆ ที่ถูกถ่ายไว้ในช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขัน FIFA World Cup ในแต่ละนัดจะถูกบันทึกเก็บไว้และแชร์ไว้ในฐานข้อมูลของแอปเพื่อให้ผู้เล่นแต่ละคนเข้าถึงได้สะดวก ผู้เล่นจะสามารถบันทึกหรือแชร์รูปภาพต่อบนโซเชียลมีเดียพร้อมกับแนบข้อมูลค่าสถิติการแข่งขันที่พวกเขาชื่นชอบได้โดยตรงจากแอปได้เลย
 
หนึ่งในเป้าหมายของ Vision 2020-2023 ของ FIFA คือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อให้บริการฟุตบอล ผู้เล่น และเกมการแข่งขันที่ดีที่สุด ซึ่งรวมถึงวิธีที่ FIFA ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เล่นด้วย ทีมงาน FIFA ทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดให้ปลอดภัย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่ FIFA ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่พอร์ทัลการปกป้องข้อมูลของ FIFA และใน FIFA Data Protection Pocket Guide ซึ่งจะอธิบายถึงสิทธิ์ในการปกป้องข้อมูลโดยละเอียด
 
นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง FIFA และ FIFPRO ในการพัฒนามาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการรวบรวม การปกป้อง และการใช้ข้อมูลประสิทธิภาพของผู้เล่นส่วนบุคคล ทั้งสององค์กรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนด “Charter of Player Data Rights” โดยมีเป้าหมายในการพัฒนามาตรฐานเหล่านี้ ในขณะเดียวกันก็แจ้งให้ผู้เล่นฟุตบอลทราบอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของนักกีฬาตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น European General Data Protection Regulation (GDPR) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ สหภาพยุโรป
 
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GDPR กับ PDPA ต่างกันอย่างไร
 

เทคโนโลยี Bonocle และ Feelix Palm เพื่อเปิดโลกความบันเทิงให้กับผู้พิการทางสายตา

เพื่อให้แฟนๆ ที่เป็นผู้พิการทางสายตาสามารถเพลิดเพลินไปกับ FIFI World Cup 2022 ด้วยการนำเครื่องมือของ “Bonocle และ Feelix Palm” Bonocle เป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงอักษรเบรลล์แห่งแรกของโลก ด้วยการใช้ฟังก์ชันการแปลงรหัสและเทคโนโลยีบลูทูธ บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นสามารถสัมผัสกับความตื่นเต้นของการแข่งขันฟุตบอลโลกได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ

Image Credit : Bonocle
Bonocle ความบันเทิงอักษรเบรลล์ เป็นอุปกรณ์อักษรเบรลล์เซลล์เดียวแบบพกพาที่ทำหน้าที่เหมือนตัวควบคุมสำหรับสมาร์ทโฟน เป็นนวัตกรรมและออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้ทำงานเหมือนกับจอแสดงผลอักษรเบรลล์แบบไม่มีบรรทัด โดยใช้แอปพลิเคชันที่พัฒนาและปรับให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถทำงาน เรียนรู้ หรือเล่น ผ่านเสียงตอบรับที่สัมผัสได้ เช่น อักษรเบรลล์ ระบบสัมผัส และตัวอ่านเสียงแบบ Scree Reader/Voice Over และโต้ตอบกับแอปพลิเคชันผ่านปุ่ม การเคลื่อนไหว และเสียงพูด
 
Bonocle จะเข้ามาช่วยให้ชุมชนกลุ่มผู้พิการทางสายตาทั่วโลกได้สัมผัสกับอรรถรสบรรยากาศของมหกรรมฟุตบอลโลกในปี 2022 ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นการขจัดข้อจำกัดให้แก่ผู้พิการทางสายตาและเป็นการเปิดประตูให้พวกเขาได้ทำการสำรวจโลกของเกมกีฬาด้วยความบันเทิง
 

Feelix Palm เป็นอุปกรณ์สื่อสารด้วยฝ่ามือที่มีคุณสมบัติ (tactile features) จะถูกใช้ในกาตาร์ครั้งนี้ ด้วยการใช้แรงกระตุ้นไฟฟ้า Feelix Palm นำเสนอข้อความคล้ายอักษรเบรลล์ให้กับผู้พิการทางสายตาโดยไม่จำกัดการเคลื่อนไหวร่างกายหรือการได้ยิน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้คนสามารถรับข้อมูลแยกกันโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหรือได้ยินข้อมูล Feelix Palm สื่อสารข้อมูลลวดลายสัมผัสด้วยไฟฟ้าไปยังฝ่ามือ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดื่มด่ำกับสภาพแวดล้อมได้มากขึ้นโดยรับข้อเสนอแนะแบบสัมผัสบนฝ่ามือ

Image Credit : Feelix Palm

 

เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยภาคประชาชนด้วยกล้อง 15,000 ตัว

Image Credit : spfconsoles.com
Aspire Control and Command Centre เป็นศูนย์ควบคุมและสั่งการจะทำหน้าที่คอยเฝ้าตรวจสอบสนามกีฬาทั้งหมดพร้อมกัน เพื่อจับตาดูผู้เข้าชมที่คาดว่าจะมีมากกว่าหนึ่งล้านคนตั้งแต่วินาทีที่พวกเขาลงจากเครื่องบินจนถึงตอนที่พวกเขาออกเดินทางจากไป ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัยด้วยการรับประกันความปลอดภัยด้วยการติดตั้งกล้องที่มีคุณสมบัติการจดจำใบหน้าทั้งหมด 15,000 ตัวเพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์ Aspire สำหรับค้นหาบุคคลจากกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้นและเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้าย
 

นอกจากนี้ เรื่องของการถ่ายทอดสด FIFA ปรับปรุงด้านคุณภาพของการออกอากาศถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จำนวน 64 แมทต์ จะถูกส่งสัญญาณภาพระดับ 4K เพื่อความคมชัดสูง สำหรับเครื่องรับที่รองรับเทคโนโลยี 4K เพื่อไม่ให้พลาดในทุกรายละเอียดตลอด 90 นาทีของเกมการแข่งขัน

 

เทคโนโลยีการระบายความร้อนสนามกีฬาขั้นสูง

กาตาร์ได้ปรับปรุงสนามฟุตบอล 7 ใน 8 แห่งที่ใช้แข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูงเพื่อให้สนามกีฬามีอุณหภูมิประมาณ 68 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 20 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับผู้เล่นและแฟนบอล คาดว่าจะยั่งยืนกว่าและประหยัดพลังงานกว่า 40 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเทคนิคการทำความเย็นทั่วไป ระบบทำความเย็นใช้การผสมผสานระหว่างฉนวนและการทำความเย็นแบบกำหนดเป้าหมายเพื่อทำให้เย็นลงเฉพาะในที่ที่มีผู้คนอยู่

ดร. ซาอูด อับดุลอาซิซ อับดุล กานี มีชื่อเล่นว่า ดร. คูล เป็นบุคคลสำคัญในภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ ได้อธิบายว่า “การทำสนามฟุตบอลให้มีอุณหภูมิเย็นลงก็เหมือนกับการทำให้ยานยนต์เย็นลงนั่นเอง การประยุกต์ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเดียวกันในการจัดการระบายความร้อนเหล่านี้ แต่มันมีขนาดที่ใหญ่กว่ามากแค่นั้นเอง” ดร. คูล เป็นวิศวกรที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีทำความเย็นกลางแจ้งสำหรับสนามฟุตบอล FIFA World Cup Qatar 2022 ครั้งนี้ ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการศึกษาระดับปริญญาเอกเกี่ยวกับการปรับอากาศสำหรับรถยนต์
 
ดร. คูล กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เขานำเสนอให้กับเจ้าภาพกาตาร์พิจารณานั้น แตกต่างจากผู้นำเสนอรายอื่นๆ ที่นำเสนอการออกแบบสนามฟุตบอลเป็นหลัก แต่ ดร. คูล ได้นำเสนอสิ่งที่เป็น “เทคโนโลยี” เพื่อการผสานรวมเข้ากับสเตเดี้ยมในรูปแบบใหม่
 
อากาศเย็นเข้ามาทางตะแกรงบนอัฒจรรย์และหัวฉีดขนาดใหญ่บนสนาม การใช้เทคนิคการหมุนเวียนอากาศ อากาศเย็นจะถูกดึงกลับ การระบายความร้อน การกรองและผลักออก และสูบออกอีกครั้งโดยเครื่องไอพ่น นอกจากนี้ เทคโนโลยีทำความเย็นของ ดร. คูล มีความยั่งยืนมากกว่าเทคนิคที่มีอยู่ประมาณ 40% วิธีการของเขาหมายความว่าสนามฟุตบอลจะต้องเย็นลงก่อนการแข่งขันเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานของสถานที่ได้อย่างมากเมื่อเทียบกับวิธีการที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ยังทำให้อากาศบริสุทธิ์ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะไม่มีปัญหาเมื่อนั่งอยู่ภายในสนามฟุตบอล
 
สิ่งที่ยากที่สุด คือ ทำให้สนามกีฬาเย็นลงโดยที่มีการเปิดหลังคาสนามฟุตบอล เพราะนั่นคือที่ที่อากาศร้อนจากภายนอกเข้ามา นั่นเป็นเหตุผลที่มีการศึกษาว่าอากาศสามารถออกทางใดและเราจะดันและดึงกลับได้อย่างไร อากาศจะแตกต่างกันไปในแต่ละสนาม ขึ้นอยู่กับรูปร่าง ความสูง และความกว้างของสนาม ยิ่งไปกว่านั้น ดิฟฟิวเซอร์ใต้ที่นั่งยังช่วยให้มั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายของแฟนๆ ที่จะดันอากาศออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทอย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ เซ็นเซอร์โดยรอบสนามจะรักษาอุณหภูมิให้คงที่และปรับการไหลเวียนของอากาศสำหรับที่นั่งทั้งในที่ร่มหรือกลางแดด
 
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในการระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพคือคุณไม่ต้องการให้ลมจากภายนอกเข้าสู่สนามฟุตบอล เป็นเหตุผลให้การออกแบบของสนามกีฬาต้องได้รับการศึกษาและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศอุ่นเข้ามาภายในสนามฟุตบอลได้”
 
นอกจากการทำให้สนามกีฬาเย็นลงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้พื้นที่สาธารณะอื่นๆ ในกาตาร์เย็นลง Katara Plaza เพิ่งเปิดตัวเป็นพลาซ่าเชิงพาณิชย์แบบเปิดโล่งและปรับอากาศแห่งแรกของกาตาร์ อีกโครงการหนึ่งใน Aspire Park มีทางเดินเย็นซึ่งใช้แผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงาน
 

บทสรุป

มหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. – 18 ธ.ค. เป็นครั้งแรกที่ตารางปฏิทินการแข่งขันถูกเลื่อนมาอยู่ช่วงปลายปี เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพภูมิอากาศที่มีความร้อนค่อนข้างสูงของประเทศกาตาร์ ถึงแม้ช่วงเวลาดังกล่าวจะมีอุณหภูมิความร้อนน้อยที่สุดของปีก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้นักเตะจากภูมิภาคที่มีอากาศแบบอบอุ่นถึงหนาวเย็นคุ้นชิน สังเกตได้จากภาพบรรยากาศการซ้อมก่อนเริ่มเกมการแข่งขันถึงขั้นต้องใช้ปล่องลมไอน้ำเป่าช่วยคลายความร้อนภายในร่างกาย และนั้นก็เป็นคำตอบว่าทำไมจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีการระบายความร้อนสนามกีฬาขั้นสูงของ ดร. คูล 
 
ตามที่ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ได้ประกาศใน The Vision 2020-23 ว่า FIFA จะพยายามใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีในฟุตบอลอย่างเต็มที่และปรับปรุง VAR ให้ดียิ่งขึ้น ในอีกสามปีถัดมา FIFA ยังคงเป็นผู้นำด้าน “technology in the game”
 
การประกาศครั้งนั้นหลังจากจบ FIFA World Cup 2018 ที่รัสเซีย และมาประจักษ์ให้เห็นกันที่กาตาร์ 2022 ครั้งนี้ โดยมีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ได้ปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีการนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ามาผสานทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งภายในลูกฟุตบอลของ Adidas และประมวลผลอัตโนมัติออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ ที่ผ่านมาในเกมการแข่งขันรอบแรกของแต่ละกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงเกมการแข่งขันที่ขาวสะอาดไม่มีข้อกังขา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะมีความแม่นยำสูง แต่คำตัดสินที่เด็ดขาดยังเป็นของมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ตัดสินอยู่ดี จังหวะของเกมการแข่งขันเป็นรูปแบบข้อมูลที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่จะส่งไม้ต่อให้เทคโนโลยีควบรวมบริบททั้งหมดไปชี้ขาดได้ ส่วนอนาคตอีก 4 ปีข้างหน้าของการจัดมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งต่อไปนั้น จะมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมอะไรเพิ่มเติมเข้ามาหรือพัฒนาให้ล้ำหน้าไปกว่าเดิมเราต้องติดตามดูกันต่อไป 
 
ที่มาของข้อมูล:
 

from:https://www.techtalkthai.com/review-technology-innovations-in-fifa-world-cup-2022-qatar/

NCSA Virtual Summit #1 – 2023 Cybersecurity & Privacy Trends | 28 พฤศจิกายนนี้

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)​ ร่วมกับ TechTalkThai จัดงานสัมมนา “NCSA Virtual Summit #1” ภายใต้ธีม 2023 Cybersecurity & Privacy Trends เพื่ออัปเดตแนวโน้มภัยคุกคามและแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ล่าสุดสำหรับหน่วยงานด้าน CII และองค์กรธุรกิจ รวมถึงบทเรียนต่างๆ จากการที่ PDPA บังคับใช้มาแล้วกว่า 6 เดือน บรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จาก NCSA, TB-CERT, PDPC และ ACIS ในรูปแบบ Virtual Event วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2022 เวลา 13:30 – 16:30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

📆 วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2022
⏰ เวลา 13:30 – 16:30 น.
💻 Virtual Event ผ่านระบบ Zoom Webinar
📍 ลงทะเบียนที่ https://bit.ly/3Ecbfyr

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Security Engineer, Security Analyst, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cybersecurity/PDPA

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ iPad (Gen 10) รุ่นใหม่ล่าสุด มูลค่า 17,900 บาท

from:https://www.techtalkthai.com/ncsa-virtual-summit-1-2023-cybersecurity-and-privacy-trends/

Cohesity เปิดตัว Data Security Alliance ใหม่ช่วยลูกค้ารับมือการโจมตีอย่างครบวงจร

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต้องถูกแก้ไขทั้งภาพรวม Cohesity เองก็เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวจนนำไปสู่การจัดตั้งภาคีความร่วมมือจาก Vendor ต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนนำความเชี่ยวชาญมาปะติดปะต่อกันเพื่อสร้างแนวป้องกันในภาพกว้าง

Credit: Rawpixel.com/ShutterStock

ปกติแล้ว Vendor ต่างมีความเชี่ยวชาญจำกัดในเฉพาะส่วนตนเท่านั้นและการทำงานกับแบรนด์อื่นเป็นเรื่องจำกัด ในขณะที่ภัยคุกคามเช่น แรนซัมแวร์ มีช่องทางเข้ามาจากทั้งอีเมล การอัปเดตซอฟต์แวร์ หรือการใช้ช่องโหว่ ด้วยเหตุนี้เองการป้องกันจะทำเพียงแค่ใครคนหนึ่งไม่ได้ จุดมุ่งหมายของภาคีใหม่จะมุ่งเน้นการปกป้อง ป้องกัน ตรวจจับและฟื้นฟูให้รวดเร็ว

โดย Vendor ชุดแรกที่เข้าร่วมภาคีที่ถูกจัดตั้งจาก Cohesity คือ BigID, Cisco, Palo Alto Networks, Crowdstrike, CyberArk, Okta, Securonix, Splunk, Tenable, Mandiant และ PwC ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือเช่น Cisco และ Palo จะทำงานร่วมกับ Cohesity DataProtect เพื่อช่วยตรวจจับการโจมตี ในขณะที่ Madiant และ PwC จะเน้นเรื่องของการให้คำปรึกษาว่าทำยังไงระบบไอทีและธุรกิจถึงจะปลอดภัย กลับกันในมุมของพาร์ทเนอร์เองก็อาจจะใช้ความสามารถของ Cohesity เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การบริการของตนเช่นเดียวกัน

นี่ถือเป็นความพยายามตั้งต้นที่ดีเพราะที่ผ่านมาการทำงานอย่างไม่เชื่อมโยงได้เป็นปัญหาและข้อจำกัดในการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยเสมอมา

ที่มา : https://www.techtarget.com/searchdatabackup/news/252527292/Cohesity-launches-Data-Security-Alliance-for-customers และ https://betanews.com/2022/11/15/new-data-security-alliance-aims-to-help-enterprises-beat-cyberattacks/

from:https://www.techtalkthai.com/cohesity-data-security-alliance/

เชิญร่วมงาน Cyber Elite Day 2022: Join Us on a Journey towards the Next Level of Cybersecurity

Cyber Elite ขอเชิญผู้สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนา “Cyber Elite Day 2022: Join Us on a Journey towards the Next Level of Cybersecurity เพื่ออัปเดตเทรนด์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และคำแนะนำต่างๆ ที่จะช่วยให้องค์กรของคุณมั่นคงปลอดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2022 เวลา 9:00 – 21:00 น. ณ ห้อง FUJI 1 – 2 ชั้น 4 โรงแรม Hotel Nikko Bangkok (BTS ทองหล่อ) ลงทะเบียนฟรี

หัวข้อการบรรยายภายในงาน Cyber Elite Day ในครั้งนี้เหมาะสำหรับ

  • กลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยี รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กรที่สามารถเรียนรู้แนวทางการสร้าง Cybersecurity Framework and Program การบริหารความเสี่ยงทางด้านไซเบอร์ รวมถึงการบริหารความคาดหวังของกรรมการบริษัททางด้านไซเบอร์
  • กลุ่มผู้บริหารระดับกลางที่รับผิดชอบในการบริหารทีมและเทคโนโลยีด้านไซเบอร์ ที่สามารถเรียนรู้ที่จะออกแบบสถาปัตยกรรมทางด้านไซเบอร์และการบูรณาการเทคโนโลยีด้านไซเบอร์เพื่อสร้างบริการที่เหมาะสมกับองค์กร
  • กลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กรที่จะได้รับฟังความรู้ รวมถึงเทคนิคขั้นสูงสมัยใหม่ รวมทั้งอัปเดตเทรนด์ทางด้านเทคโนโลยีด้านไซเบอร์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน

นอกจากนี้แล้ว Cyber Elite Day ยังเป็นแหล่งรวมพลคนทางด้านไซเบอร์ที่จะมีโอกาสพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ และยังช่วยสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือของคนภายในวงการได้อีกด้วย

รายละเอียด: https://www.cyberelite.co.th/register-cyberelite-day/

** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเข้าร่วมงานให้กับผู้ที่ได้รับการติดต่อกลับจากทีมงาน CYBER ELITE เท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายการตลาด อีเมล mkt@cyberelite.co หรือโทร 094-480-4838

from:https://www.techtalkthai.com/cyber-elite-day-2022-join-us-on-a-journey-towards-the-next-level-of-cybersecurity/

TechTalk Webinar: Data & Threat Protection strategy in today’s hybrid working environment

One Enterprise Solution ร่วมกับ Forcepoint ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Data & Threat Protection  strategy in today’s hybrid working environment” โดยท่านจะได้เรียนรู้แนวทางการป้องกันข้อมูลรั่วไหลทั้งจากภายนอกและภายในองค์กร โดยงานจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30 น.

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : Data & Threat Protection strategy in today’s hybrid working environment

ผู้บรรยาย : คุณพีระ เด่นประยูรวงศ์

วันเวลา : วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30 น.

ช่องทางการบรรยาย : Zoom Webinar

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_vg1db_nWQmSVhMgKXPJtFQ

ในยุคแห่งข้อมูลที่กลายเป็นบ่อน้ำมันแห่งใหม่ องค์กรต่างมุ่งหวังสกัดเอาข้อมูลออกมาใช้ นำไปสู่การท่วมท้นไปด้วยข้อมูลทำให้การสร้างความมั่นคงปลอดภัยป้องกันข้อมูลที่มากขึ้นเริ่มยากขึ้นทุกที

ขณะเดียวกันภัยคุกคามไม่ได้มาจากแค่ภายนอกเท่านั้น หลายครั้งจะเห็นได้ว่าคนในเองที่เป็นภัยต่อข้อมูลขององค์กร แล้วเราจะรับมืออย่างไรก็ความท้าทายครั้งนี้ มาร่วมรับฟังแนวทางการปกป้องข้อมูลไปกับโซลูชัน Data Loss Prevention(DLP) จาก Forcepoint กันได้ในงานสัมมนาครั้งนี้

กำหนดการบรรยาย

1. แนวทางและการเตรียมความพร้อมในทางปฏิบัติในการป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP)สำหรับ PDPA
2. เทคโนโลยี Data Lost Prevention (DLP) และ ตัวอย่างการนำไปใช้งาน
3. เทคโนโลยีการป้องกันข้อมูลรั่วไหล ตามความเสี่ยงพฤติกรรมของผู้ใช้ที่ปรับเปลี่ยนได้(Risk Adaptive Protection)
4. วิธีและแนวทางการปกป้องข้อมูลรั่วไหลและภัยคุกคามกลยุทธ์ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ Hybrid ในปัจจุบัน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-data-threat-protection-strategy-in-todays-hybrid-working-environment/

ขอเชิญร่วมงาน Progress Partner Day 2022 [15 พ.ย.65] ณ The Westin Grande Sukhumvit Hotel

ในยุคที่ความต้องการความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลสูงขึ้น (Data Protection) การเลือกโซลูชันการถ่ายโอนไฟล์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกันกับความต้องการเครื่องมือที่สามารถมองเห็นเครือข่ายแบบรอบด้าน (Network Visibility) ที่สมบูรณ์คือสิ่งที่ทุกองค์กรมองหา ร่วมอัปเดตและสัมผัส Software ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพร้อมพูดคุยกับ Progress และ Net Bright ภายในงาน Progress Partner Day 2022 วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 15:00 – 18:30 น. โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Hotel

ชื่องาน : Progress Partner Day 202
วันที่ : 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 15:00 – 18:30 น.
สถานที่ : โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Hotel (onsite อย่างเดียว)
ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ลิงก์นี้https://www.readyregister.com/edm/2022/202211_progressday/

Product Highlight

พบกับ IT Infrastructure Observability and Security ซอฟท์แวร์ Network Visibility Tools You can’t protect What you can’t see จะจัดการประสบการณ์ดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการและเครือข่ายมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้อย่างไร เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการใช้ระบบคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น วิธีใดที่จะทำให้ทีมไอทีจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลได้อย่างราบรื่น

พบกับ Secure & Manage File Transfer ซอฟท์แวร์ Data Security x Workflow Automation Know That Your File Arrived เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายโอนไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ และลด Human Error ด้วยการทำงานอัตโนมัติและเวิร์กโฟลว์ โดยไม่ต้องเขียนสคริปต์

กำหนดการ

15:00             ลงทะเบียน
15:30             Welcome Speech | About Net Bright & Progress
15:40             Progress Product Family (Key Products) Package and Promotion โดย คุณศราวุธ สำเภาทอง, คุณจักรินทร์ งามเลิศ และคุณกนกรัตน์ พึ่งพา Product Specialist and Sales Manager | Net Bright
16:40             Game Challenge ร่วมสนุกกับเกมส์เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจาก Progress และ Net Bright
16:50             Q&A / Closed
17:00             Networking Cocktail (พร้อมกิจกรรมความสนุกสนานมากมาย และดนตรีสด)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ : คุณพรธิดา พาเวียง
เบอร์โทรศัพท์ 095-9528607 หรืออีเมล porntida@fdc.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/netbright-seminar-onsite-progress-partner-day-2022-15-11-2565/

ขอเชิญร่วมงาน Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress วันที่ 15 พ.ย. 2565 เวลา 09:00 – 13:30 น.

ในยุคที่ความต้องการความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลสูงขึ้น (Data Protection) การเลือกโซลูชันการถ่ายโอนไฟล์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกันกับความต้องการเครื่องมือที่สามารถมองเห็นเครือข่ายแบบรอบด้าน (Network Visibility) ที่สมบูรณ์คือสิ่งที่ทุกองค์กรมองหา ร่วมอัปเดตและสัมผัส Software ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพร้อมพูดคุยกับ Progress และ Net Bright ภายในงาน Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress 

ชื่องาน : Progress Day 2022 End-to-End Solution for Business by Progress
วันที่ : วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09:00 – 13:30 น. (เรียนเชิญรับประทานอาหารกลางวัน)

อำนวยความสะดวกให้ท่านสามารถเลือกเข้าร่วมงานในช่องทางที่ท่านสะดวก ณ โรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Hotel หรือเข้าร่วมแบบออนไลน์ผ่าน Webex 

ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่นี่ :   https://www.readyregister.com/edm/2022/202211_end2end/

Product Highlight

พบกับ IT Infrastructure Observability and Security ซอฟท์แวร์ Network Visibility Tools You can’t protect What you can’t see จะจัดการประสบการณ์ดิจิทัลผ่านผู้ให้บริการและเครือข่ายมากมายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้อย่างไร เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และการใช้ระบบคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น วิธีใดที่จะทำให้ทีมไอทีจะสามารถส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลได้อย่างราบรื่น

พบกับ Secure & Manage File Transfer ซอฟท์แวร์ Data Security x Workflow Automation Know That Your File Arrived เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายโอนไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ และลด Human Error ด้วยการทำงานอัตโนมัติและเวิร์กโฟลว์ โดยไม่ต้องเขียนสคริปต์

กำหนดการ

09:00             ลงทะเบียน

09:30             Welcome Speech | About Net Bright & Progress

09:40             Highlight Product: WhatsUp Gold | IT Infrastructure Observability and Security (Network Visibility: You can’t protect What you can’t see) อัพเดทคุณสมบัติพิเศษของ WhatsUp Gold ที่เข้ามาช่วยให้การ Monitoring นั้นง่ายดายมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งการเสริม ประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับ Flowmon ที่ตอบโจทย์กับหลายองค์กร โดยคุณศราวุธ สำเภาทอง, Product Specialist, Net Bright

10:40             Highlight Product: MOVEit | Managed File Transfer and Workflow Automation (Security Rule #1: Keep your files safe) เตรียมพร้อมรับมือ เสริมความปลอดภัยทางด้าน Managed File Transfer ข้อมูลสำคัญขององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์กับ WS-FTP และ MOVEit โดยคุณจักรินทร์ งามเลิศ, Product Specialist, Net Bright

11:40             Customer Testimonial with Software แนวทางการนำ Software ไปพัฒนาใช้ในองค์กรเพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยรองศาสตราจารย์ ดร.เอกรัฐ บุญเชียง รองคณบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

12:10             ถาม – ตอบ และกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล

12:20             รับประทานอาหารกลางวัน

ร่วมลุ้นรับของรางวัลมากมาย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อคุณพรธิดา พาเวียง
เบอร์โทรศัพท์ 095-9528607 หรืออีเมล porntida@fdc.co.th

 

from:https://www.techtalkthai.com/netbright-seminar-progress-day-2022-end-to-end-solution-for-business-by-progress-15-11-2565/

“เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัย” อีกความท้าทายที่ไม่ควรมองข้าม จาก CommExpress

หากเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในโลกดิจิทัลฉันใด เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย (Security System) ในโลกความเป็นจริงก็สำคัญมาก ๆ ฉันนั้น ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้ได้มีวิวัฒนาการก้าวหน้าไปอย่างมากแล้ว

ล่าสุด บริษัท คอมม์เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (CommExpress) ได้จัดงาน “CE Day 2022” งานสัมมนาใหญ่ประจำปี ซึ่งปี 2 นี้มาในธีม “Security Transformation Challenge” ความท้าทายในการปฏิรูปเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ต.ค.2565 ณ โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชัน โฮเทล ตั้งแต่ 8:30 – 17:00 น. ที่ผ่านมา ภายในงานมีประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยและไม่ควรมองข้าม ติดตามได้ในบทความนี้

รู้จัก CommExpress บริษัทสัญชาติไทยแท้

CommExpress ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2010 นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยขั้นสูงมากมาย อาทิ ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ (Intelligent Surveillance Solution) ระบบเครือข่ายสื่อสาร (Networking System) ระบบบันทึกข้อมูล (Video Storage) เครือข่ายไร้สายอัจฉริยะ (Wireless Mesh Network) ระบบสารสนเทศ (ICT) ไอโอที (IoT) ระบบจราจรและขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System) เป็นต้น

ความท้าทายในระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องทรานส์ฟอร์ม

ภายในงานสัมมนา CE Day 2022 นั้น ได้มีการบรรยายให้เห็นชัดเจนถึงความสำคัญที่ปัจจุบันองค์กรจำต้องตระหนักถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยในรูปแบบใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือไอโอที (IoT) มาผสมผสานเพื่อเร่งปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นมากมายในโลกปัจจุบันนี้

“เป็นครั้งแรกในเทคโนโลยีของกล้องวงจรปิดที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากมนุษย์ได้แล้ว” คุณปัญจะ คล้ายโพธิ์ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอมม์เอ็กซ์เพรซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว 

คุณปัญจะ คล้ายโพธิ์ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอมม์เอ็กซ์เพรซ (ประเทศไทย)

นอกจากนี้ ในงานยังมีเซสชันบรรยายให้ความรู้ต่อเนื่องทั้งวันโดยวิทยากรจากแบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก เช่น Avigilon, HID Global, Quantum, Anywhere Network, Wisenet เป็นต้น ที่ได้มาแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีล่าสุดพร้อม Live Demonstration ตามบูธอยู่ตลอดงาน

Smart City เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหนหรือว่าภาคส่วนไหนก็ต้องคิดถึงเรื่องของ Digital Transformation” คุณนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทย ไอโอที กล่าว

ในเซสชันของคุณนิตินั้น  ได้ชี้ให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่าประเทศไทยกำลังมีวิวัฒนาการในการเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2022 นี้คาดว่าจะสามารถขยายไปถึง 100 เมืองได้ใน 60 จังหวัด และหลังจากนี้จะเริ่มได้เห็นเมืองหรือ “ย่าน” ในประเทศไทยที่กลายเป็น Smart City มากขึ้นเรื่อย ๆ และเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยคุณนิติได้ชี้ให้เห็นการสร้าง Smart City ให้สำเร็จนั้นต้องมี 4 ประการ ได้แก่

  • Smart Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ต้องฉลาด และไม่ควรไปติดยึดกับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง
  • Open Data & Security ข้อมูลต้องโปร่งใส ชัดเจน มั่นคงปลอดภัย
  • Urban Governance การบริหารรูปแบบเมืองสมัยใหม่ ต้องปรับเปลี่ยนจากรูปดั้งเดิมอย่างเช่นการจัดการเป็นไซโลให้หมดไป
  • Smart Citizens ประชาชนต้องสมาร์ทด้วย และเมื่อประชาชนสมาร์ท ความต้องการก็จะไม่เคยสิ้นสุด ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นโอกาสให้กับภาคเอกชนในการพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ ขึ้นมาได้

โซลูชันกล้องวงจรปิด ทรานส์ฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ผู้ผลิตกล้องวงจรปิดนั้นเรียกว่าได้ทรานส์ฟอร์มไปอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด โดยปัจจุบันผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมักจะมาพร้อมกับโซลูชันระบบหลังบ้านที่ครบวงจรแล้ว ทั้งจัดเก็บภาพและวีดีโอบนเครื่องบันทึก DVR หรือว่า NVR พร้อมพื้นที่จัดเก็บ (Storage) และระบบ AI ที่สามารถรู้จำวัตถุ (Object Recognition) ทั้งวัตถุ คนหรือว่าใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมีระบบสืบค้นในภายหลังได้ทันที 

ไม่ว่าจะเป็น “Avigilon” หนึ่งในบริษัทในเครือ Motorola หรือ “Wisenet” แบรนด์กล้อง CCTV ภายใต้ Hanwha Group ยักษ์จากเกาหลีใต้ หรือแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย จะเห็นได้ชัดเจนว่าโซลูชันกล้องวงจรปิดทั้งตัวอุปกรณ์กล้องหรือว่าระบบสนับสนุนต่าง ๆ นั้นมีความฉลาดมากขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ ที่รองรับการใช้งานได้หลายหลายยิ่งขึ้น

Avigilon ที่มีโซลูชันหลากหลายและมีอุปกรณ์ SOS ปุ่มกดขอความช่วยเหลือพร้อมกล้องที่ Sync กันได้ทั้งหมด

Wisenet โซลูชันกล้องที่มีระบบ AI อยู่ตรงหัวกล้องที่สามารถเบลอส่วนใบหน้าตอนแสดงผลหน้าจอได้ทันที

Mobile Access คืออนาคต

หนึ่งในส่วนที่จะทำให้ Smart City เกิดขึ้นจริง นั่นคือการบริหารจัดการสิทธิในการเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามสิทธิที่แต่ละคนมี ดังที่จะเห็นได้ตามองค์กรต่าง ๆ ที่มีการใช้บัตร Proximity ในการอนุญาตเข้าอาคารหรือห้องประชุม ห้องปฏิบัติการ ซึ่งปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการไปจนสามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนผ่าน Mobile ID ในการยืนยันตัวตนและสิทธิได้แทนบัตร Proximity แบบดั้งเดิมแล้ว

Credit : HID Global

เพราะปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือคืออุปกรณ์ที่เรียกว่าแทบทุกคนจะต้องพกพาไปทุกแห่งอยู่แทบตลอดเวลา ดังนั้น การปรับใช้แนวคิด Mobile Access ในการเข้าพื้นที่ เข้าออกลานจอดรถ หรือว่าใช้งานอุปกรณ์อย่างเช่น เครื่องพิมพ์เอกสาร หรือใช้ซื้อของ และอื่น ๆ ได้อีกมากมายนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงมากในโลกแห่งอนาคตหรือ Smart City และการสแกนบัตรแบบ Proximity นั้นก็อาจเลือนหายไปตามกาลเวลา ด้วยความสะดวกของ Mobile Access ที่ผู้ใช้ไม่ต้องพกบัตรเพิ่มอีกใบ และการควบคุมสิทธิสามารถทำได้จากระบบส่วนกลาง ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้การบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยได้ดีขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา

HID Global มี SDK ให้สามารถต่อกับกล้องวงจรปิดของ Avigilon หรือ Wisenet ได้ทันที ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่การสแกนใบหน้าที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Unstructured Data คือสิ่งที่ต้องประมวลผลให้ได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลที่เป็นลักษณะไร้โครงสร้าง (Unstructured Data) อย่างเช่น ภาพ วีดีโอ ที่เกิดขึ้นตามกล้องวงจรปิดหรือว่ากล้องมือถือนั้นได้เกิดขึ้นมามากมายมหาศาล ซึ่งปัจจุบัน 90% ของข้อมูลนั้นได้กลายเป็น Unstructured Data เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น การประมวลผลวิเคราะห์ข้อมูล Unstructured Data ให้ได้อย่างรวดเร็วนั้นคือสิ่งถัดไปที่ทุกคนจะต้องการ

หากข้อมูลต่าง ๆ ในปี 2025 จะกลายเป็นแบบ Unstructured Data ทั้งหมดจริงตามที่ Quantum Corporation ได้นำเสนอภายในงาน เทคโนโลยีที่สามารถรวมศูนย์ข้อมูล Unstructured Data เหล่านั้นไว้ในที่เดียวให้ได้ไม่ว่าข้อมูลจะอยู่บนแพลตฟอร์มแบรนด์ใดหรือว่าอุปกรณ์ค่ายอะไรเพื่อนำไปวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลร่วมกันได้นั้นจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อไปอย่างแน่นอน

Quantum Unified Surveillance Platform (USP) แพลตฟอร์มรวมศูนย์ข้อมูล Unstructured Data

บทส่งท้าย

จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยนั้นยังคงมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายที่มีมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งชัดเจนว่าไม่ควรมองข้ามและควรติดตามพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะพัฒนาการของเทคโนโลยีนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่แน่ว่าสิ่งเหล่านี้อาจช่วยทำให้คุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของหลาย ๆ ท่านนั้นดีขึ้นได้อย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว

หากใครสนใจผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยชั้นสูงใด ๆ สอบถามติดต่อสอบถามข้อมูลกับทางบริษัท คอมม์เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมนัดสาธิตผลิตภัณฑ์ได้ทันที โทร. 0-2187-2229 หรือเข้าชมเว็บไซต์ www.commexpress.co.th เพื่อดูรายละเอียดเบื้องต้น

from:https://www.techtalkthai.com/security-technolog-another-challenge-that-should-not-be-overlooked-by-commexpress/

[Video] TechTalkThai Exclusive Talk: จาก Cyber Risk สู่ Digital Risk – ประเทศไทยจะก้าวข้าม Data Privacy Threats ที่หลบซ่อนอยู่ได้อย่างไร

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วม Exclusive Talk เรื่อง “จาก Cyber Risk สู่ Digital Risk – ประเทศไทยจะก้าวข้าม Data Privacy Threats ที่หลบซ่อนอยู่ได้อย่างไร” พร้อมเปิดมุมมอง Digital Risk & Digital Inequality แนวโน้มใหม่ที่กำลังเปลี่ยนโลกดิจิทัลอย่างสิ้นเชิง กับความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือ “ความเสี่ยงดิจิทัล” (Digital Risk) ที่องค์กรต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามีความหมายไม่เหมือน “ความเสี่ยงไซเบอร์” (Cyber Risk) โดย อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้ก่อตั้งและประธาน ACIS Professional Center ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

วิทยากรรับเชิญ: อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ประธานกรรมการบริหาร ACIS Professional Center

ภัยคุกคามยุคสมัยใหม่ไม่ใช่แค่การโจมตีจากแฮ็กเกอร์อีกต่อไป เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้น ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านดิจิทัลด้วยการตระหนักรู้และเข้าใจถึงการเปลี่ยนผ่านจากสู่ “ความเสี่ยงดิจิทัล (Digital Risk)” และ “ความไม่เท่าเทียมด้านดิจิทัล (Digital Inequality)”

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้ 2 ประเด็นใหญ่ด้านความมั่นคงปลอดภัยในการทำ Digital Transformation ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ในขณะนี้ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านจาก “ความเสี่ยงไซเบอร์ (Cyber Risk)” สู่ “ความเสี่ยงดิจิทัล (Digital Risk)” และการเปลี่ยนผ่านจาก “ความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล (Digital Divide)” สู่ “ความไม่เท่าเทียมด้านดิจิทัล (Digital Inequality)” ซึ่งทั้งหมดนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากผู้นำหน่วยงานระดับชาติ ผู้บริหารองค์กร รวมทั้งประชาชน ไม่รู้ไม่เข้าใจให้ถ่องแท้ ก็อาจตกเป็นผู้สูญเสียได้โดยไม่ทันตั้งตัว

from:https://www.techtalkthai.com/techtalkthai-exclusive-talk-from-cyber-risk-to-digital-risk-video/