คลังเก็บป้ายกำกับ: POLITICS

สภาเมืองในญี่ปุ่นปรับมุมกล้องถ่ายทอดการประชุมสภา เน้นถ่ายให้เห็นสมาชิกว่าหลับหรือไม่

ทางการเมือง Ichikawa จังหวัด Chiba ของญี่ปุ่นกำลังตกเป็นข่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนในญี่ปุ่นหลังจากภาพวิดีโอที่ถ่ายทอดสดจากการประชุมสภาเมืองในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เผยให้เห็นสมาชิกสภาหลายคนไม่ได้ตั้งใจทำหน้าที่ ซึ่งมีหลายคนที่นั่งงีบหลับ และคนที่นั่งอ่านนิยายในระหว่างการประชุมสภาด้วย

ซึ่งประชาชนญี่ปุ่นโดยเฉพาะชาวเมือง Ichikawa ได้เห็นภาพบรรยากาศจริงเหล่านี้เป็นครั้งแรกหลังจากทางสภาเมืองเองได้ปรับเปลี่ยนมุมกล้องการถ่ายทอดสดในสภาโดยเน้นการถ่ายให้เห็นหน้าสมาชิกสภาแต่ละคนในระหว่างการประชุมให้ถี่ขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่ติดตามข่าวได้รับรู้และเห็นด้วยตาตนเองว่าสมาชิกสภาแต่ละคนตั้งใจทำงานกันอย่างไรบ้าง

ทางการเมือง Ichikawa ได้เริ่มการถ่ายทอดสดการประชุมสภาเมืองผ่านทาง YouTube ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน โดยส่วนใหญ่แล้วภาพที่ถูกถ่ายจะเน้นซูมไปที่สมาชิกสภาผู้ที่กำลังพูด หรือมีปฏิสัมพันธ์อื่นๆ เช่นการตั้งคำถามหรือตอบคำถามของสมาชิกรายอื่น โดยไม่บ่อยครั้งนักที่จะการการถ่ายภาพมุมกว้างดังเช่นในตอนขานชื่อเพื่อลงมติ

แต่ในการประชุมสภาเมืองครั้งล่าสุด ได้มีการปรับเปลี่ยนมุมกล้องการถ่ายทอดสด โดยกล้องได้แพนภาพไปยังสมาชิกสภาคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างการพูดด้วย ภาพเหล่านี้เผยให้เห็นใบหน้าของสมาชิกสภาแต่ละคนและกิจกรรมที่เขากำลังทำในระหว่างที่ควรจะกำลังตั้งใจนั่งฟังหัวข้อการอภิปรายในสภา ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจ (สำหรับประชาชนชาวญี่ปุ่น) ที่พวกเขาได้เห็นสมาชิกสภาหลายคนงีบหลับในระหว่างการประชุม หนำซ้ำยังมีคนที่นั่งอ่านนิยายในระหว่างประชุมด้วย

แน่นอนว่าทันทีที่ภาพวิดีโอการประชุมในเดือนกันยายนที่เพิ่งปรับเปลี่ยนมุมกล้องถ่ายสดถูกเผยแพร่ออกไป ประชาชนผู้เสียภาษีก็อดรนทนไม่ได้ มีการโทรศัพท์และส่งจดหมายเข้าไปยังทางการเมือง Ichikawa เพื่อตำหนิความหย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภามากกว่า 100 ครั้ง ยังไม่นับการแสดงความคิดเห็นบนเครือข่ายสังคมออนไลน์หลายช่องทางอีกเป็นจำนวนมากที่ล้วนแล้วไปในทิศทางเดียวกันคือตำหนิความขี้เกียจและการไม่เอาใจใส่ต่อหน้าที่ของสมาชิกสภาที่ปรากฏในวิดีโอ

หลังจากกระแสข่าวร้อนแรงไม่นาน ทางสภาเมือง Ichikawa เองได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุการปรับเปลี่ยนมุมกล้องการถ่ายทอดสดจากการประชุมสภาเมืองนี้เป็นความตั้งใจของทางการเมือง Ichikawa เอง ที่ต้องการ “กอบกู้ศรัทธาจากประชาชน” ต่อการทำหน้าที่ของสมาชิกสภา พร้อมระบุว่ามุมกล้องการถ่ายทอดสดแบบใหม่นี้คือมาตรการที่สร้างขึ้น “เพื่อไม่ให้มีข้อแก้ตัวอีกต่อไป” (นัยว่าทำให้คนที่นั่งหลับหรือมัวทำอย่างอื่นในสภาจะไม่สามารถแก้ตัวได้แล้วว่าที่จริงตัวเองตั้งใจทำงาน เพียงแต่ภาพจากมุมกล้องที่ไม่ชัดเจน เช่นภาพที่ถูกถ่ายจากด้านหลัง อาจทำให้ดูเหมือนนั่งหลับทั้งที่จริงๆ แค่นั่งตั้งใจฟังแล้วผ่อนคลายอิริยาบถเฉยๆ)

Osami Matsuaga ประธานสภาเมือง Ichikawa ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

ด้วยมาตรการใหม่นี้, ผมหวังว่าสมาชิกสภาทุกท่านจะประพฤติตนอย่างเหมาะสมและใช้ความมุมานะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเมืองกลับคืนมา

ในขณะที่สมาชิกสภาบางคนก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพื่อสะท้อนความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่และสร้างความเชื่อมั่นจากภาคประชาชนว่าตัวแทนชาวเมืองจะตั้งใจทำหน้าที่ในสภา

อย่างไรก็ตามมีสมาชิกสภาบางคนที่แถให้ความเห็นว่า ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของตัวพฤติกรรมการงีบหลับเอง แต่ปัญหาสำคัญมันคือเรื่องหัวข้อการอภิปรายและวิธีการประชุมมากกว่าที่ดำเนินไปอย่างชวนง่วง (ประมาณว่าถ้าเรื่องมันน่าสนใจ การประชุมมีชีวิตชีวาก็คงไม่มีใครหลับหรอก)

ในขณะที่สมาชิกสภาบางคนเหวี่ยงแสดงความไม่พอใจกับมาตรการถ่ายทอดสดที่ปรับเปลี่ยนใหม่นี้ โดยบอกว่า

ผมไม่เห็นด้วยกะพวกเค้าหรอกที่จะมาคอยบอกพวกเราว่า ‘อย่านั่งหลับ’, ทำเหมือนพวกเราเป็นเด็กๆ ไปได้

จากข่าวนี้ย่อมทำให้เห็นว่าพลังของสื่อที่เป็นภาพนั้นส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคนได้มากเพียงใด หากเพียงแต่ผู้ปฏิบัติหน้าที่พึงตระหนักถึงภาระหน้าที่ของตนเอง และระลึกอยู่เสมอว่าการปฏิบัติงานของตนเองนั้นได้รับความสนใจและจับตามองจากประชาชน ก็อาจจะพอคาดหวังได้ว่าการทำหน้าที่นั้นจะเป็นไปอย่างเต็มที่และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ (ถ้าคนคนนั้นยังมีสำนักรับผิดชอบอยู่บ้าง)

ที่มา – SoraNews24

from:https://www.blognone.com/node/131478

ตามคาด “เดี่ยว 13” ครองอันดับ 1 รายการทีวีของ Netflix ประเทศไทย ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ฉาย

Netflix ประเทศไทย เผยสถิติว่ารายการโชว์ stand-up comedy “เดี่ยว 13” ของโน้ต อุดม แต้พาณิช ขึ้นอันดับ 1 ของรายการหมวดทีวีในประเทศไทย นับตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ขึ้นฉายบน Netflix (10-16 ตุลาคม 2562)

ซีรีส์ “เดี่ยวไมโครโฟน” ของโน้ต ได้รับความนิยมในประเทศไทยมายาวนาน การได้ฉายผ่านช่องทางสตรีมมิ่งอย่าง Netflix แล้วได้รับความนิยมตามไปด้วย คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก

แต่กรณีของ “เดี่ยว 13” กลายเป็นข่าวใหญ่ของประเทศไทย เพราะเนื้อหารายการมีวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีด้วย (แต่เพิ่งมาเป็นข่าวตอนฉายสตรีมมิ่ง) ทำให้ “เดี่ยว 13” ได้รับความสนใจในวงกว้างมากยิ่งขึ้นไปอีก จนสามารถทะยานขึ้นเป็นอันดับ 1 ของรายการทีวีในไทยได้สำเร็จ

คู่แข่งของ “เดี่ยว 13” มีทั้งซีรีส์จากต่างประเทศ เช่น ซีรีส์เกาหลี Little Women รวมถึงละครไทยอย่าง Suptar 2550 ดูอันดับทั้งหมดได้ตามภาพ (อ้างอิงอันดับจาก Netflix Top 10)

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131030

กลุ่มแฮ็กเกอร์ฝั่งต่อต้านรัฐบาลอิหร่านแฮกช่องรัฐบาลกลางอากาศ ขึ้นรูปประนามผู้นำอิหร่าน

กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิหร่านที่ใช้ชื่อว่า Edalat-e Ali (Ali’s Justice) แฮ็กช่องข่าวของรัฐบาลขณะกำลังเผยแพร่วิดีโอ Ali Khamanei ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ระหว่างเผยแพร่ภาพ สัญญาณถูกตัดเข้าสู่รูปของ Ali Khamenei พร้อมกับตัวอักษรเขียนว่า “The Blood of Our Youths Is on Your Hands” (เลือดของลูกหลานเราเปื้อนบนมือคุณ) พร้อมกับรูปของ Mahsa Amini ผู้หญิงที่ถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมโทษฐานไม่สวมฮิญาบ ก่อนจะเข้ารักษาด้วยอาการโคม่าและเสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา รวมทั้งรูปของหญิงวัยรุ่นอีก 3 รายที่เสียชีวิตจากการประท้วงเพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงในอิหร่าน

กลุ่มแฮ็กเกอร์ใช้เสียงสโลแกน “women, life, and freedom.” (สตรี-ชีวิต-เสรีภาพ) ประกอบซึ่งเป็นสโลแกนที่ใช้ในการประท้วงเรียกร้องสิทธิผู้หญิงในอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ กลุ่มแฮ็กเกอร์ได้แฮ็กเว็บไซต์โทรทัศน์และได้เผยแพร่วิดีโอผู้คนในกรุงเตหะรานตะโกนว่า “death to dictator” (เผด็จการจงตายซะ) ด้วย

ที่มา: Iran International English

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130872

TikTok เตรียมแบนไม่ให้นักการเมืองโฆษณาและหารายได้ผ่านแอป

TikTok เตรียมแบนไม่ให้นักการเมืองและพรรคการเมืองให้หรือรับเงินโดยใช้ฟีเจอร์สร้างรายได้บน TikTok ซึ่งรวมถึงการห้ามระดมทุนบนแอป เช่น การหารายได้จากขายสินค้า และห้ามจ่ายเงินเพื่อโฆษณาเนื้อหาของตนเอง หมายความว่านักการเมืองและพรรคการเมืองจะไม่สามารถเข้าถึงกองทุนสำหรับผู้ผลิตเนื้อหา (Creator Fund) ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือการให้ทิป การให้ของขวัญ และฟีเจอร์โฆษณาได้

คาดว่าการแบนจะมีผลในทุกประเทศทั่วโลกในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การแบนไม่ให้นักการเมืองให้หรือรับเงินบนแอปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของ TikTok เพื่อป้องกันผู้ใช้จากโฆษณาทางการเมืองและการให้ข้อมูลเท็จ และทำให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ ได้ โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งนโยบายนี้เกิดมาจากที่สหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ที่มา: Straits Times และ The Guardian

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130622

Parler แอปโซเชียลฝ่ายขวา กลับเข้า Google Play แล้ว หลังโดนแบนเมื่อปีที่แล้ว

แอปโซเชียลมีเดีย Parler ที่เป็นแอปที่ได้รับความนิยมจากผู้มีแนวคิดฝ่ายขวาได้กลับเข้าสู่ Google Play Store แล้ว หลังจากถูกแบนไปในเดือนมกราคมของปีที่แล้ว

Parler ถูกนำออกจาก Apple Store และ Google Play Store เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่มีนโยบานกลั่นกรองเนื้อหาที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรง และกลายเป็นแพลตฟอร์มที่กลุ่มม็อบสนับสนุนโดนัล ทรัมป์ใช้ในการพูดคุยกันเพื่อรวมตัวบุกรัฐสภาสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Parler ได้กลับเข้าสู่ Apple Store ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

Parler ตกลงที่จะแก้ไขแอปพลิเคชันเพื่อจัดการกับเนื้อหาที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและสร้างระบบที่รายงานและบล็อกบัญชีผู้ใช้ที่เผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสม

ที่มา: Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/130243

Meta (Facebook) ถูกแฉ ! อาจมีการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ เพื่อทำแคมเปญโจมตีคู่แข่งอย่าง TikTok

การแข่งขันกันเป็นที่ 1 ระหว่างโซเชียลมีเดียในใจชาวเน็ตทั่วโลกอย่าง Meta กับ TikTok นั้นดูเหมือนจะมีการเล่นสกปรกกันเกิดขึ้นเสียแล้วหลังมีรายงานชิ้นสำคัญ เผยว่าบริษัทแม่ของ Facebook – Instagram อย่าง Meta นั้นอาจมีการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ด้านการเมืองระดับมืออาชีพให้สร้างแคมเปญเพื่อบ่อนทำลายชื่อเสียง TikTok ซึ่งอาจรวมถึงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องความรุนแรงบนโลกอินเทอร์เน็ตและการเป็นภัยคุกคามด้านข้อมูลบนโลกออนไลน์ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่กระทบชื่อเสียงของ TikTok โดยตรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

อันที่จริงการที่ Social Media ยอดฮิตอย่าง Meta (Facebook – Instagram) กับ TikTok นั้นจะถูกมองเป็นคู่แข่งตัวฉกาจระหว่างกันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะต่างก็เป็นโซเชียลมีเดียที่มียอดผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกที่มุ่งหวังจะเป็นเบอร์ 1 ด้วยกันทั้งคู่ อย่างไรก็ตามในรายของ TikTok นั้นดูเหมือนจะตกเป็นเป้าในด้านลบมากกว่าพอสมควรตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูลตั้งแต่ยุคดราม่า Trade War เริ่มประทุขึ้นระหว่าง สหรัฐ – จีนในช่วง 2-3 ปีก่อน ถึงขั้นถูกชาติมหาอำนาจตะวันตกตั้งแง่ว่าเป็น “ภัยคุกคาม” หรือ “Real Threat” ของโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว

ประเด็นข้อกล่าวหาทั้งหลายนี้อาจไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความกังวลของชาติตะวันตกหรือชาวเน็ตเองเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นหนึ่งในผลงานของทีมล็อบบี้ยิสต์ทางการเมืองชื่อว่า “Targeted Victory” ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญงานด้านแคมเปญทางสังคมและการเมืองเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญอยู่ที่รายงานจากสำนักข่าว The Washington Post ได้แฉว่าทีมงานชุดดังกล่าวมีผู้ว่าจ้างเป็น Meta (บริษัทแม่ของ Facebook – Instagram) ที่มอบหมายให้สร้างแคมเปญเพื่อบ่อนทำลายชื่อเสียงของ TikTok มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นข้อกังขาเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูล (Data Privacy – Security) การเป็นสาเหตุความรุนแรงบนโลกออนไลน์ (Cyber Bullying – Violence) อันที่จริงถึงขั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของแรงสนับสนุนให้เกิดความพยายามแบน TikTok ของเหล่านักการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมากันเลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ประเด็นความน่ากังวลแบบเดียวกันล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มทั้งหมดของ Meta ไม่ต่างกัน

TikTok โค่น Facebook ครองแชมป์ดาวน์โหลดปี 2020

เบื้องต้นทางด้านตัวแทนของ Meta ยังไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหานี้โดยตรง แต่มีการให้ความเห็นเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “แพลตฟอร์มชื่อดังมักตกเป็นเป้าโจมตีของสังคมซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะมาคู่กันกับความสำเร็จ” ส่วนทางบริษัทที่ปรึกษาอย่าง Targeted Victory ยังไม่มีการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญดังกล่าวนอกจากชี้แจงเอาไว้เพียงว่าพวกเขา “ภาคภูมิใจ” ที่มีโอกาสได้ทำงานให้กับ Meta ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ถึงแม้หากมองจากการแข่งขันอันดุเดือดเลือดพล่านระหว่างแพลตฟอร์มอย่าง Meta กับ TikTok ความพยามดิสเครดิตกันเช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่พอจะคาดเดากันได้ แต่อย่างไรก็ตามทางด้านของ TikTok นั้นได้แสดงความเห็นเอาไว้เบื้องต้นว่า “พวกเขามีความกังวลใจเป็นอย่างมาก” เพราะวิธีการเช่นนี้ไม่ใช่เพียงแต่จะเป็นการแย่งชิงความนิยมและฐานผู้ใช้งาน แต่อาจถึงขั้นพรากเอาความสามารถในการแข่งขันของ TikTok ไปจากโลกเสรีได้เลยหากมองว่าแคมเปญเช่นนี้อาจมีส่วนให้พวกเขาจะถูกแบนอยู่เนือง ๆ จากชื่อเสียงที่ไม่ค่อยสู้ดีนักนั่นเอง

 

ที่มา: Engadget

from:https://droidsans.com/meta-is-alleged-consulting-to-undermine-tiktok-reputation/

ผู้อ้างว่าเป็นทีมงาน ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ขู่ฟ้องผู้แก้ไขบทความบนวิกิพีเดีย ปัจจุบันถูกลบแล้ว

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา เรื่องเริ่มต้นจากการที่มีผู้ใช้ PhakkaponP ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ใช้ Lazymaw เข้ามาแก้ไขบทความ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ในรูปแบบที่เป็นการประชาสัมพันธ์และมีความไม่เป็นกลาง ซึ่งขัดกับแนวทางความเป็นสารานุกรมของวิกิพีเดีย ก่อนที่ผู้ใช้ Lazymaw จะเข้ามาอ้างว่าตนเองเป็นคนที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากคุณสุชัชวีร์ รวมถึงอ้างว่าคุณสุชัชวีร์ได้เป็นผู้ตรวจเนื้อหาต่างๆ ด้วยตนเองว่ามีความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการขู่ดำเนินคดีกับผู้ใช้คนอื่นที่มาแก้ไขบทความ

ทั้งนี้ชุมชนวิกิพีเดียมีแนวทางที่ชัดเจนกับการไม่ยอมรับการขู่ดำเนินคดี ส่งผลให้ผู้ใช้ Lazymaw ถูกแบนจากชุมชนวิกิพีเดีย และบทความ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ถูกลบออกไปในคืนวันเดียวกัน ด้วยเหตุผลว่าบทความมีลักษณะไม่เป็นสารานุกรมเนื่องจากมีเนื้อหาเป็นการประชาสัมพันธ์

วิกิพีเดียมีแนวทางไม่สนับสนุนการเขียนบทความอัตชีวประวัติโดยเจ้าตัวหรือบุคคลใกล้ชิด เนื่องจากจะทำให้เนื้อหามีความไม่เป็นกลาง ไม่สอดคล้องกับรูปแบบการเป็นสารานุกรม

ที่มา – @thammarith, ปูมบนวิกิพีเดีย

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126339

จับแล้ว มือแฮกเว็บศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าตัวสารภาพ ทำจริง

จากข่าวเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญโดนแฮก และเปลี่ยนหน้สเว็บไซต์เป็นเพลง Death Grips – Guillotine (It goes Yah) และยังเปลี่ยนชื่อไซต์เป็น Kangaroo Court ล่าสุด กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้าสืบค้นบ้านผู้ต้องสงสัยและทำการจับกุมแล้ว ด้านเจ้าตัวให้การสารภาพ

โดยช่วงที่เกิดการแฮก ตำรวจตรวจพบหมายเลขไอพีของผู้ต้องสงสัย สามารถพิสูจน์ทราบยืนยันตัวตนของผู้ต้องสงสัยพร้อมพิกัดที่อยู่ได้ ในวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ขออนุมัติหมายค้นบ้านผู้ต้องสงสัย ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานี และได้เข้าค้นบ้านในวันที่ 13 พ.ย. จากการเข้าตรวจค้นพบตัวผู้ก่อเหตุจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้แฮกเว็บศาลรัฐธรรมนูญจริง จึงสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน พร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพื่อสืบสวนต่อ

No Description

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ ตามมาตรา 5, 7 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ที่มา – มติชน

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125824

รมต. DES ระบุหาตัวคนแฮกเว็บศาล รธน. ได้ แต่กู้น่าจะยากเพราะถูกขโมย user/password

หลังศาลรัฐธรรมนูญถูกแฮกเมื่อวาน วันนี้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) แสดงความเห็นในกรณีนี้ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าการแฮกเป็นเพียงการดิสเครดิต ไม่มีข้อมูลหายและระงับการเข้าถึงเว็บแล้ว

ส่วนระบบหลังบ้านเว็บ ก็เป็นการจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดูแล เจ้าตัวคาดว่าคงไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ และคาดว่ายูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด อาจจะหลุดจากแอดมิน หรือแฮกเกอร์เจาะเข้ามาเอง ซึ่งทั้งหมดกำลังสืบสวนกันอยู่ และก็คาดว่าการกู้เว็บคงยาก

เบื้องต้น กระทรวงดิจิทัลฯ จะร่วมมือกับ คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อหาผู้กระทำ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากระบบตรวจสอบการบุกรุก ซึ่งต้องใช้เวลา

นอกจากนี้ รมต. DES ยังกล่าวด้วยว่า ที่หน่วยงานรัฐมักถูกโจมตีบ่อย เป็นเพราะหลายหน่วยงานมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณด้านความปลอดภัยไซเบอร์

ที่มา – มติชน

No Descriptionภาพจาก Facebook กระทรวง DES

from:https://www.blognone.com/node/125814

เว็บไซต์ศาล รธน. ถูกแฮ็ค เปลี่ยนชื่อไซต์เป็น Kangaroo Court หน้าเว็บเป็นเพลง Guillotine

ตอนนี้ เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ http://www.constitutionalcourt.or.th ถูกแฮ็ก และเปลี่ยนหน้สเว็บไซต์เป็นเพลง Death Grips – Guillotine (It goes Yah และยังเปลี่ยนชื่อไซต์เป็น Kangaroo Court ซึ่งมีความหมายว่าศาลเตี้ยด้วย

เมื่อวานนี้ (10 พ.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 ซึ่งมีนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เป็นผู้ปราศรัย เป็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

No Description

ที่มา – Way Magazine

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125791