คลังเก็บป้ายกำกับ: AUTOMOBILE

GWM ชี้แจง ค่าเปลี่ยนแบต Ora Good Cat กว่า 6 แสนบาท เป็นการประเมินเบื้องต้น จริงๆ เปลี่ยนแค่ฝาครอบพอ

Great Wall Motor ออกชี้แจงกรณีรถยนต์​ Ora Good Cat ของลูกค้ารายหนึ่ง ประสบปัญหาฝาครอบแบตเตอรี่ใต้ท้องรถยนต์เสียหาย และศูนย์บริการประเมินค่าเสียหายกว่า 6 แสนบาท เพราะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งชุด จนเป็นประเด็นข่าวใหญ่ในวงการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย (ข่าวจากข่าวสด)

Great Wall Motor บอกว่าราคาดังกล่าวเป็นการแจ้ง “เบื้องต้น” เท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบโดยละเอียดพบว่าสามารถเปลี่ยนเฉพาะฝาครอบได้ และราคาค่าเปลี่ยนยังอยู่ในการคุ้มครองของบริษัทประกัน (ไม่เปิดเผยว่าเท่าไร)

สำหรับเคสนี้ จากการทดสอบด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง เราพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ส่งผลกับตัวแบตเตอรี่ภายในใดๆ ทั้งสิ้น จึงวิเคราะห์ให้ทำการเปลี่ยนเฉพาะฝาครอบแบตเตอรี่ที่ได้รับความเสียหายจากการกระแทกเท่านั้น ซึ่งค่าใช้จ่ายจะยังอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของบริษัทประกัน ซึ่งราคาที่มีการส่งให้บริษัทประกันเพื่อคำนวณความเสียหายในเบื้องต้นนั้น เป็นราคาของการเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งลูก ซึ่งเป็นการประเมินเบื้องต้นจากการสังเกตจากลักษณะภายนอกเท่านั้น ซึ่งทางบริษัทฯ ต้องขออภัยกับการสื่อสารที่ไม่ถูกต้องและความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ที่ก่อให้เกิดความกังวลกับทางลูกค้าและผู้ที่ได้รับข่าวสารมา ณ ที่นี้ด้วย

Great Wall Motor บอกว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการสื่อสารแบบเดียวกันขึ้นอีก จึงจะมีมาตรการดังนี้

  • ลูกค้าที่เกิดปัญหาอุบัติเหตุและแบตเตอรี่ได้รับความเสียหาย ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ สำนักงานใหญ่ จะเข้าไปร่วมพูดคุยและเจรจาแก้ปัญหากับบริษัทประกันให้กับลูกค้าใน “ทุกเคส”
  • จัดตั้ง HOTLINE สายด่วนเพื่อรับปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่โดยเฉพาะ
  • จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่หลังอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานกับบริษัทประกันและลดความกังวลของลูกค้า
  • ทำงานกับทางสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนเพื่อเจรจาเกี่ยวกับราคาแบตเตอรี่และการถ่ายโอนความรู้ในการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นบางโมดูลหรือการซ่อมแบตเตอรี่เพื่อลดภาระของลูกค้า เพื่อรองรับเคสที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • ทำงานร่วมกับบริษัทประกันในการตรวจสอบความถูกต้องของใบประเมินราคาก่อนนำส่งลูกค้า และปรับปรุงการสื่อสารระหว่างบริษัทประกัน, GWM Partner Store, GWM สำนักงานใหญ่ และลูกค้า
  • หาแนวทางร่วมกับบริษัทประกันถึงความเป็นไปได้ในการทำประกันแยกเฉพาะสำหรับแบตเตอรี่ หรือการทำประกันเพื่อคุ้มครองเต็มมูลค่าทุนประกันของตัวรถ เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์จาก Great Wall Motor ประเทศไทย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131641

Mercedes Benz ขายแพ็กเกจปลดล็อคการเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น ราคา 1,200 ดอลลาร์ต่อปี

Mercedes-Benz ขึ้นขายแพ็กเกจ Acceleration Increase ของรถยนต์ไฟฟ้าซีรีส์ Mercedes-EQ ราคา 1,200 ดอลลาร์ต่อระยะเวลา 1 ปี เมื่อซื้อแล้วจะเป็นการโอเวอร์คล็อคปลดล็อคให้รถยนต์สามารถเร่งความเร็วจาก 0 เป็น 60 ไมล์ต่อวินาทีได้เร็วขึ้นจากเดิม 0.8-1 วินาที

รถยนต์ที่ถูกล็อคการเร่งความเร็วเอาไว้ แล้วต้องซื้อแพ็กเกจเพื่อปลดล็อคคือ Mercedes EQE และ ESQ ทั้งเวอร์ชันซีดานและ SUV ตอนนี้แพ็กเกจยังมีเฉพาะหน้าเว็บของ Mercedes Benz ประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

แนวทางของค่ายรถยนต์หลายแห่งในช่วงหลังเริ่มมีการขายแพ็กเกจเพื่อปลดล็อคฟีเจอร์ต่างๆ เช่น BMW ขายแพ็กเกจอุ่นที่นั่งแบบจ่ายรายเดือน

No Description

No Description

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131616

Honda อาจจะเอา PlayStation 5 มาใส่ในรถยนต์ สู้ระบบความบันเทิงบน Tesla

Sony และ Honda ได้ร่วมมือกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน Sony Honda Mobility เมื่กลางปีที่ผ่านมา โดยไอเดียคือเอาความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์ของ Honda มาร่วมกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ Sony มาพัฒนาต่อยอดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าร่วมกัน

ล่าสุด Yasuhide Mizuno ซีอีโอของ Sony Honda Mobility เผยว่า Sony มีความโดดเด่นเรื่องคอนเทนต์ บริการและเทคโนโลยีต่างๆ ดังนั้นสิ่งนี้น่าจะเป็นจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีพอจะสู้กับ Tesla ที่ไม่มีคอนเทนต์ของตัวเอง

Mizuno เสริมด้วยว่า การนำ PlayStation 5 มาใส่ไว้ในรถยนต์ ในทางเทคโนโลยีแล้วเป็นไปได้ ซึ่งก็น่าจะช่วยเติบเต็มความบันเทิงบนรถยนต์นอกเหนือจากเพลงและภาพยนตร์ของ Sony

ขณะที่ฝั่ง Tesla นอกจากจะมีแอปสตรีมมิ่งหนังหรือเพลงรองรับบนรถยนต์แล้ว ก็ยังมีเกม Arcade บนรถของตัวเองด้วย แต่ก็ยังถือว่ามีเกมค่อนข้างน้อย เลยกำลังเดินหน้าเอาเกมจากบน Steam มารองรับบนรถยนต์ด้วยเช่นกัน

ที่มา – The Financial Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131593

Toyota เปิดตัว Prius Gen 5 มีทั้งปลั๊กอินไฮบริดและไฮบริดปกติ แรงขึ้นประหยัดเท่าเดิม มีหลังคาโซลาร์

Toyota Prius คือหนึ่งในรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก เนื่องจากความประหยัดน้ำมันและทนทาน โดยขายไปแล้วกว่า 5 ล้านคันตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ไปแล้วราว 82 ล้านตัน ล่าสุด Toyota ได้เปิดตัว Prius รุ่นที่ 5 มีขุมพลังทั้งแบบปลั๊กอินไฮบริดและไฮบริดปกติ

ในงานเปิดตัว แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ Toyota ก็ทราบดีว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV) แต่แนวทางของ Toyota นั้นชัดเจนว่าต้องการทำตลาดรถทุกรูปแบบทั้งไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด, ไฟฟ้าล้วนจากแบตเตอรี่ (BEV) และเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) ซึ่ง Toyota ก็ตั้งคำถามกับตัวเอง (เหมือนกับที่หลายคนตั้งคำถาม) ว่า “จะผลิตรถยนต์ไฮบริดไปอีกนานแค่ไหน?” และคำตอบที่ Toyota ให้กับตัวเองคือ Prius จะต้องมีต่อไป เพราะ Prius เป็นรถอีโคคาร์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

alt="G7Wc0V.jpg"

alt="G7WK8N.jpg"

Toyota Prius รุ่นที่ 5 มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง, ขยายฐานล้อ และใช้แพลตฟอร์ม TNGA รุ่นที่ 2 โดยมีขุมพลังให้เลือก 2 แบบ ดังนี้

  1. ปลั๊กอินไฮบริด 2.0 ลิตร ใช้เครื่องยนต์ Dynamic Force บวกกับมอเตอร์ที่ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน มีกำลัง 219 แรงม้า (223 PS) เร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.7 วินาที โดยที่ยังประหยัดน้ำมันเท่ารุ่นที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้เปิดเผยระยะทางที่ขับได้ด้วยไฟฟ้าล้วนๆ แต่ระบุว่าสูงกว่ารุ่นที่แล้ว 50% ซึ่ง Prius Prime รุ่นที่วางขายอยู่โฆษณาว่าแล่นด้วยไฟฟ้าได้ 40 กิโลเมตร แปลว่า Prius PHEV รุ่นใหม่ก็น่าจะแล่นได้ราว 80 กิโลเมตร

alt="G7WgcQ.jpg"

  1. ไฮบริด 2.0 หรือ 1.8 ลิตร โดยรุ่น 2.0 ไฮบริดให้กำลัง 190 แรงม้า (193 PS) และรุ่น 1.8 ไฮบริดให้กำลัง 138 แรงม้า (140 PS) แรงและขับสนุกขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ E-Four ติดตั้งมอเตอร์ไว้เพลาหลัง ทำงานเมื่อต้องการแรงบิดสูงเช่นขึ้นเนินที่ถนนลื่น หรือช่วยให้รถนิ่งขึ้นเวลาเข้าโค้ง

alt="G7Wi2S.jpg"

นอกจากนี้ยังมีโหมดจ่ายไฟกระแสสลับให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้ด้วย โดยเสียบปลั๊กได้ 2 จุดคือในรถกับท้ายรถ เป็นไฟ 100 โวลท์ 1500 วัตต์ ทำงานได้ 2 โหมดคือจ่ายไฟจากแบตเตอรี่อย่างเดียว พอไฟหมดก็หยุด หรือจะเลือกให้ติดเครื่องมาชาร์จแบตหากแบตหมดก็ได้ มาพร้อมแผงเสียบกระจกเพื่อให้สายไฟลอดออกมาจากตัวรถได้ ทำหน้าที่กันน้ำฝนและกันแมลงเข้ารถ

alt="G7WRyn.jpg"

สุดท้ายในรุ่นปลั๊กอินไฮบริดยังมีหลังคาโซลาร์ที่เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยไฟฟ้าที่ชาร์จได้จากหลังคาเทียบเท่าการขับเป็นระยะทาง 1,250 กิโลเมตรต่อปี ซึ่งกระแสไฟที่ได้ระหว่างการจอดจอดกลางแดดจะนำไปเปิดแอร์ด้วย

ขณะนี้สเปกและออปชันเต็มๆ ของ Prius รุ่นที่ 5 ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา รวมถึงวันวางจำหน่ายและราคาด้วย

รับชมคลิปงานเปิดตัวได้ท้ายข่าว

ที่มา – Toyota
ภาพทั้งหมดโดย Toyota

alt="G7WQTg.jpg"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131514

Renault จับมือ Google Cloud พัฒนา Software Defined Vehicle สำหรับรถยนต์ร่วมกัน

กูเกิลเซ็นสัญญาความร่วมมือกับ Renault บริษัทรถยนต์จากฝรั่งเศส พัฒนาเรื่อง Software Defined Vehicle (SDV) ร่วมกัน ผ่านแนวคิด Digital Twin สร้างฝาแฝดรถยนต์ในโลกดิจิทัล เพื่อประมวลผลด้วยคลาวด์ได้ง่ายขึ้น

ภายใต้ข้อตกลงนี้ Renault Group จะนำเทคโนโลยีของ Google Cloud มาใช้เรื่องการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนารถยนต์ในอนาคต เช่น การซ่อมบำรุงล่วงหน้า (predictive maintenance), การนำเสนอบริการภายในรถยนต์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล (personalized In-Car services), บริการด้านประกันที่อิงกับพฤติกรรมการขับขี่ เป็นต้น

Renault บอกว่าเป็นลูกค้า Google Cloud มาก่อนแล้ว มีข้อตกลงเรื่องคลาวด์ร่วมกันตั้งแต่ปี 2018 และใช้ Android Automotive อยู่แล้ว รอบนี้เป็นขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมถึงกระบวนการพัฒนารถยนต์ด้วย

No Description

ที่มา – Renault

from:https://www.blognone.com/node/131399

Holoride บริการสื่อบันเทิงแบบ VR สำหรับใช้งานในรถยนต์โดยเฉพาะ เริ่มให้บริการจริงแล้ว

เวลาที่นั่งรถทางไกลใช้เวลานานๆ หลายคนเลือกที่จะนั่งชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย ในขณะที่บางคนอาจจะเลือกงีบหลับพักผ่อน ส่วนบางคนอาจหาความบันเทิงให้ตนเองด้วยการรับชมวิดีโอหรือเล่นเกมไป แต่ตอนนี้มีผู้เสนอทางเลือกใหม่สำหรับการฆ่าเวลาระหว่างการเดินทาง ด้วยการนำเสนอสื่อบันเทิงแบบ VR ที่ทำงานสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของรถที่วิ่งอยู่สร้างประสบการณ์โลกเสมือนที่แปลกใหม่

ผู้ให้บริการสื่อบันเทิงที่ว่านี้คือ Holoride บริษัทที่แยกตัวมาจาก Audi ซึ่งเพิ่งประกาศข่าวเตรียมจะเริ่มให้บริการจริงแล้ว หลังจากใช้เวลาในการพัฒนาระบบมานานกว่า 3 ปี

No Description

ระบบของ Holoride นอกเหนือจะใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนที่ในตัวเพื่อการแสดงผลที่สัมพันธ์กับการหันหน้าของผู้ใช้แล้ว มันยังอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายอย่างของตัวรถ ทั้งพิกัดตำแหน่งจากระบบ GPS, ความเร็วของรถ รวมทั้งอัตราเร่งของรถ

ข้อมูลที่ระบบ Holoride ได้จากเซ็นเซอร์ของรถยนต์ทำให้มันสามารถแสดงภาพที่สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของรถ หากรถวิ่งไปข้างหน้าภาพที่ปรากฏในแว่น VR ก็จะโชว์ภาพเหมือนกับว่าผู้ใช้กำลังเคลื่อนตัวไปด้านหน้าในโลกเสมือน, การเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางของรถ ก็ทำให้ภาพในแว่น VR แสดงการเปลี่ยนทิศทางสัมพันธ์กับรถจริงๆ ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้นจากแรง G ที่กระทำต่อตนเองในขณะนั่งอยู่บนรถที่เคลื่อนที่จริง

ในช่วงแรกเริ่มนี้ Holoride มีคอนเทนต์ให้เลือกใช้งานทั้งเกมและสื่อสาระการเรียนรู้ต่างๆ โดยมีเกมให้เล่น 4 เกม และมีสื่อบันเทิงคดีให้เลือกรับชม 4 รายการ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถท่องอินเทอร์เน็ตหรือรับชมสื่อจากผู้ให้บริการสตรีมมิ่งได้ผ่านเบราว์เซอร์ของ Holoride แต่ในอนาคต Holoride จะเพิ่มคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มของตนเองให้มากขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น สามารถเข้าไปดูรายละเอียดคอนเทนต์ของ Holoride ได้ที่นี่

No Descriptionคอนเทนต์ของ Holoride ในขณะนี้

Holoride เริ่มขายแพคเกจ Pioneers’ Pack ในราคาไม่ถึง 700 ยูโรให้แก่ผู้ที่ซื้อรถยนต์ Audi ตั้งแต่ปีหน้าที่มีระบบ MIB 3 อันเป็นระบบความบันเทิงภายในรถยนต์ของ Audi ติดมาในตัว โดยเริ่มให้บริการในประเทศเยอรมนีก่อนเป็นที่แรก และจะขยายบริการไปยังสหรัฐอเมริกาเร็วๆ นี้

ผู้ที่ซื้อแพคเกจ Pioneers’ Pack จะได้รับเครื่องเล่น HTC VIVE Flow จำนวน 1 เครื่อง, จอยเกม 8BitDo Pro 2 จำนวน 1 อัน โดยสามารถใช้บริการรับชมสื่อของ Holoride ได้นาน 1 ปี หลังจากนั้นจะคิดค่าบริการเดือนละ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ

No Descriptionชุดอุปกรณ์ใน Pioneers’ Pack

ทั้งนี้แม้ว่า Holoride จะเป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาจาก Audi และจะเริ่มให้บริการแก่ผู้ที่ใช้รถยนต์ Audi เป็นกลุ่มแรก แต่ในอนาคต Holoride จะหาพันธมิตรผู้ผลิตรถยนต์เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ ได้ โดยก่อนหน้านี้ในระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยี ทาง Holoride ก็เคยจัดโปรแกรมสาธิตการใช้งานร่วมกับรถ BMW และ Porsche มาแล้ว

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/131340

นักขับ NASCAR เลียนแบบเกม เร่งรถเข้าโค้งไถกำแพงเข้าเส้นชัย พร้อมทำสถิติใหม่สนาม

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาในการแข่งรถ NASCAR ที่สนาม Martinsville Speedway ในรัฐ Virginia แฟนกีฬาและผู้บรรยายได้เห็นเทคนิคการขับอันน่าทึ่งของนักขับผู้หนึ่งที่เหยียบคันเร่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 5 คว้าคะแนนตีตั๋วเข้าไปแข่งในรอบชิงแชมป์ พร้อมกับทำลายสถิติเวลาที่ดีที่สุดต่อรอบของสนามโดยใช้เวลาในรอบสุดท้ายเพียง 18.845 วินาที เรียกได้ว่าเป็นสถิติที่น่าประทับใจมากเพราะนี่คือเวลาที่ดีที่สุดนับตั้งแต่สนามถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 1947

นักขับคนที่ว่าคือ Ross Chastain และเทคนิคการขับที่สร้างความตื่นตะลึงนั้นก็คือการขับเข้าโค้งโดยไม่แตะเบรค ไม่ผ่อนคันเร่ง แต่เหยียบเร่งเครื่องด้วยเกียร์ 5 เข้าโค้งสุดท้ายแบบไถกำแพงแซงรถทีเดียว 5 คันรวดก่อนผ่านธงตราหมากรุก

แฟนเกมแข่งรถทั้งหลายคงไม่แปลกใจกับเทคนิคนี้เท่าไหร่

อันที่จริงแล้ว Chastain ก็ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่เขาทำเลียนแบบเกม NASCAR ที่เขาเล่นกับ Chad Chastain น้องชายของเขาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก

ผมโตมาด้วยการเล่นเกม NASCAR 2005 กับ Chad เยอะมาก, และคุณคงเข้าใจแล้ว, ผมไม่เคยรู้หรอกว่ามันจะใช้ได้จริงมั้ย, ผมก็แค่เคยทำมันตอนอายุ 8 ขวบ

เรียกว่าเป็นโมเมนต์ของการแข่งรถที่แฟนเกมแนวขับรถแข่งทุกคนคงประหลาดใจและอมยิ้มไปกับมัน เพราะถึงวิธีการเหล่านี้จะเป็นเรื่องธรรมดามากในโลกของวิดีโอเกม แต่การที่ได้เห็นนักขับอาชีพใช้เทคนิคแบบเดียวกับที่เล่นเกมมาแข่งจริงแล้วดึงเอาผลลัพธ์ที่ดีทั้งการทำอันดับและการทำสถิติสนามนั้นมันน่าประทับใจไม่น้อย

อย่างไรก็ตามหลังการแข่งขันนี้จบลงและภาพที่ถูกถ่ายทอดเผยแพร่ออกไป ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าวิธีการขับของ Chastain นั้นอันตรายหรือไม่ จะมีนักขับคนอื่นเลียนแบบตามเขาหรือไม่ในการแข่งครั้งอื่นๆ

ที่มา – Ars Technica

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131277

ลาก่อนเครื่องยนต์สันดาป EU ออกกฎห้ามผลิตรถใช้น้ำมันเพื่อการโดยสารตั้งแต่ปี 2035

EU เห็นชอบร่างกฎใหม่ที่จะแบนการผลิตรถยนต์โดยสารที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (หรือแปลง่ายๆ ก็คือรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน) ตั้งแต่ปี 2035 และเพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้นได้มีการตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 รถยนต์โดยสารจะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้ได้ 50%

EU ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานกำกับดูแลที่จริงจังเข้มงวดกับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ว่าด้วยเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากหากเทียบกับภูมิภาคอื่นในโลกขณะนี้ ปัจจุบัน EU บังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ขายในยุโรปจะต้องผลิตรถที่ปล่อยก๊าซเฉลี่ยไม่เกิน 95 กรัมต่อระยะทางวิ่ง 1 กิโลเมตร

หากผู้ผลิตรถยนต์ไม่สามารถทำได้ตามตัวเลขข้างต้นนี้ EU จะสั่งปรับเงินจากผู้ผลิต 95 ยูโรต่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1 กรัมที่สูงกว่าเกณฑ์ต่อรถ 1 คัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ ถ้าผลิตรถออกมาขาย 1,000 คัน โดยแต่ละคันมีผลการทดสอบปล่อยก๊าซ 96 กรัม ต่อระยะทางวิ่ง 1 กิโลเมตร (เกินมาตรฐานไป 1 กรัม) ก็ต้องเสียค่าปรับ 1,000*1*95 = 95,000 ยูโร ซึ่งเกณฑ์นี้ถูกบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2020

ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูล ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ยของรถยนต์โดยสารในยุโรปปี 2019 อยู่ที่ 122.3 กรัมต่อระยะทางวิ่ง 1 กิโลเมตร และลดลงมาเหลือ 107.5 กรัม ในปี 2020 (สามารถดูค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซของรถยนต์โดยสารในยุโรปย้อนหลังตั้งแต่ปี 2000 เปรียบเทียบกับเกณฑ์ของ EU ที่ปรับเข้มงวดขึ้นตามช่วงเวลาได้จากแผนภูมิด้านล่างนี้)

ที่มาข้อมูลจาก Europian Environment Agency

ทั้งนี้ตัวเลขเกณฑ์การปล่อยก๊าซของรถยนต์โดยสารตามกฎของ EU จะเข้มงวดมากขึ้นโดยตัวเลขดังกล่าวจะถูกปรับเหลือ 80.8 กรัม ในปี 2025 และผู้ผลิตรถยนต์จะถูกบังคับให้ลดการปล่อยก๊าซไม่เกิน 59.4 กรัม ในปี 2030 ก่อนจะมีการแบนการผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างสมบูรณ์ในปี 2035

หากสงสัยว่าค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของรถในยุโรปและมาตรฐานที่ถูกตั้งไว้นั้นมากหรือน้อยเพียงใด ก็อาจพิจารณาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากฝั่งสหรัฐอเมริกาที่รวบรวมจัดทำโดย EPA (หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา) ซึ่งระบุว่าค่าเฉลี่ยของรถยนต์ในปี 2018 นั้นปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 404 กรัมต่อระยะทางวิ่ง 1 ไมล์ หรือเทียบเท่ากับ 252.5 กรัมต่อระยะทางวิ่ง 1 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตามกฎใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่ “รถยนต์โดยสาร” (passenger cars and vans) ซึ่งนั่นย่อมไม่รวมถึงรถยนต์ใช้งานเพื่อการบรรทุกขนส่งหรือรถเพื่อใช้งานพิเศษอย่างอื่น (ตัวอย่างเช่น รถเครน, รถดับเพลิง ฯลฯ) จึงน่าสนใจว่านโยบายที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกและรถใช้งานเพื่อการอื่นนอกเหนือจากการโดยสารนี้จะมีทิศทางอย่างไร หรือจะมีการบังคับใช้กฎแบนระบบเครื่องยนต์สันดาปภายในตามหลังกลุ่มรถยนต์โดยสารหรือไม่

No Descriptionเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ที่มาภาพ: Marco Verch Professional Photographer, CC BY 2.0)

ที่มา – Ars Technica

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131234

Toyota บอกชิปยังไม่ค่อยพอ ขอลดกุญแจรีโมทให้รถใหม่จาก 2 ดอกเหลือแค่ดอกเดียว

Toyota ขอปรับลดจำนวนกุญแจรีโมทที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าผู้ซื้อรถใหม่ในญี่ปุ่นจากที่ปกติจะให้กุญแจรีโมท 2 ดอกต่อรถ 1 คัน เหลือเพียงแค่ดอกเดียว โดยจะให้กุญแจแบบธรรมดาเป็นกุญแจสำรองไปทดแทน ซึ่งที่มาของนโยบายใหม่นี้ก็มาจากภาวะขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์

รถใหม่ที่ว่านี้มีด้วยกัน 14 รุ่น ซึ่งรวมถึง Crown, Prius และ bZ4X ที่ผลิตในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้รถยนต์ Lexus ที่ผลิตใหม่ในช่วงนี้ก็ต้องลดจำนวนกุญแจรีโมทเช่นกัน

อย่างไรก็ตามมาตรการลดกุญแจรีโมทนี้จะถูกนำมาใช้เป็นการชั่วคราวเฉพาะในตอนนี้เท่านั้น โดย Toyota ระบุว่าจะรีบส่งมอบกุญแจรีโมทดอกที่ 2 ไปให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุดเมื่อสามารถทำได้

No Description

ที่มา – The Japan Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131227

ดีขึ้นและแพงขึ้น Starlink for RVs มีรุ่นใหม่ใช้งานขณะรถวิ่งได้แล้ว แพงขึ้นเกือบ 5 เท่า

เรียกได้ว่าตอนนี้ Starlink ปล่อยของรัวๆ หลังจากที่เพิ่งเปิดตัว Starlink Aviation อินเทอร์เน็ตดาวเทียมสำหรับเครื่องบินโดยสาร ตอนนี้ก็มาถึงคราวอินเทอร์เน็ตสำหรับพาหนะบนพื้นกันบ้าง โดยมีการออกอุปกรณ์ Starlink for RVs รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นชุดต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับรถบ้านอัพเกรดจากรุ่นแรกที่ใช้งานได้ขณะรถจอดนิ่งมาเป็นรุ่นใหม่ที่ใช้งานตอนรถวิ่งได้ด้วย

Starlink for RVs เดิมทีเป็นจานรับสัญญาณดาวเทียมแบบขาตั้งที่ออกแบบไว้ใช้งานขณะจอดรถบ้าน (recreation vehicle) ซึ่งหน้าตาอุปกรณ์ก็เป็นแบบที่เห็นได้จากภาพข่าวที่มีการใช้งานในสงครามรัสเซีย-ยูเครนบ่อยครั้ง เนื่องจากจุดเด่นตรงขนาดเล็กพกพาได้ง่าย ซึ่งตอนนี้ Starlink ก็ยังขายอุปกรณ์รุ่นมาตรฐานนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ใช้งานขณะรถวิ่งได้นั้นมีการออกแบบมาให้สามารถยึดติดถาวรไปกับตัวรถและทนทานต่อสภาพอากาศได้ทั้งอากาศร้อนและอากาศหนาวระดับหิมะตก โดย Starlink เรียกชื่อเทคโนโลยีที่ใส่มาในอุปกรณ์รุ่นใหม่ว่า Flat High Performance โดยจานรับสัญญาณดาวเทียมมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นมาตรฐานเปิดรับสัญญาณด้วยมุมที่กว้างกว่าเดิม 35% และได้รับการพัฒนาระบบ GPS ทำให้สามารถเชื่อมต่อดาวเทียมได้หลายดวงมากกว่าเดิม

Starlink for RVs เปิดรับการจองอุปกรณ์รุ่น Flat High Performance ในราคาชุดละ 2,500 ดอลลาร์ โดยจะทยอยส่งของในเดือนธันวาคม ส่วนรุ่นมาตรฐานที่ยังขายเช่นกันนั้นมีราคาชุดละ 599 ดอลลาร์ โดยค่าบริการรายเดือนในการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยอุปกรณ์ทั้ง 2 รุ่นนั้นมีราคาเท่ากันเดือนละ 135 ดอลลาร์ (แพงกว่ารุ่นใช้งานในบ้านเดือนละ 25 ดอลลาร์)

ก็ไม่รู้ว่าเราจะเห็น Starlink for RVs รุ่น Flat High Performance ไปโผล่ในพื้นที่การรบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนอีกหรือไม่

No Description

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/131158