คลังเก็บป้ายกำกับ: PREVIEW

พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+
Noppinij

ASUS Republic of Gamers (ROG) เปิดตัว ROG Phone 6D Series เกมมิ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมหน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 9000+ ขึ้นแท่นเป็นตัวท็อปแรงสุดจากสายของ MediaTek โดยเปิดตัวมาพร้อมกันถึงสามรุ่น คือรุ่นราคาดี  ROG Phone 6d, และรุ่นพิเศษที่จับมือกับทางค่ายหนัง Warner Brother เปิดตัวสมาร์ทโฟน ROG Phone 6 Batman Edition ที่จะมากับอุปกรณ์เสริมลายแบทแมนครบเซ็ตภายในกล่อง และสุดท้ายคือรุ่นตัวท็อป ROG Phone 6D Ultimate

โดยครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัวสินค้าและจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง Exclusive ร่วมกับพาร์ทเนอร์ AIS 5G เพียงช่องทางเดียวเท่านั้นด้วยครับ

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03596 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ROG Phone 6d, ROG Phone 6 Batman Edition และ ROG Phone 6D Ultimate จะมาพร้อมกับชิปเซ็ตเรือธงใหม่ล่าสุดจากทางค่าย MediaTek นั้นคือ Dimensity 9000+ แต่จะมีความแตกต่างกันอยู่ที่ขนาดแรมกับรอมเท่านั้นครับ

ROG Phone 6d และ ROG Phone 6 Batman Edition จะให้สเปคเดียวกันมาเลย คือการใช้ MediaTek Dimensity 9000+ ร่วมกันกับ RAM LPDDR5X  12GB และ ROM UFS3.1 ขนาด 256GB ส่วนตัวท็อป ROG Phone 6d Ultimate จะมีขนาดแรมและรอมที่ใหญ่กว่า อยู่ที่ RAM LPDDR5X 16GB และ ROM UFS3.1 ขนาด 512GB

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03575 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+
ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03572 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

สเปคในส่วนอื่นๆ จะเหมือนกันทั้งหมด หน้าจอขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2448 x 1080 เป็นจอที่มีอัตรา Refresh Rate สูงมาก 165 Hz, Touch Sampling 720 Hz, touch latency 23 ms ซึ่งเป็นจอ AMOLED ของ Samsung ที่ให้สีสันที่สดใส ความแม่นยำของสีระดับ 111.23% DCI-P3, 106.87% NTSC, 150.89% sRGB ค่า Delta E < 1 ผลิตกระจกจอมาด้วยกระจกที่มีความทนทานสูง Corning Gorilla Glass Victus และเป็นจอที่มีรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03556 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ระบบเสียง GameFX ลำโพงคู่แบบที่หันทิศทางเข้าหาผู้ใช้โดยตรง ได้เอฟเฟกต์เสียงแบบสเตอริโอที่สมดุล และยังได้รับการปรับจูนจาก Dirac และยังคงช่องเชื่อมต่อแบบ 3.5 มม. สำหรับหูฟังหรือชุดเครื่องเสียงเอาไว้ให้บนตัวเครื่องโดยตรงครับ

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03540 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

แบตเตอรี่ให้มาไซส์ใหญ่เช่นกัน ความจุ 6,000mAh โดยจะรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว ROG HyperCharge 65W สามารถชาร์จแบตได้ 60% ในเวลาเพียง 19 นาที และชาร์จเต็มได้ในเวลา 42 นาที พร้อมออกแบบเทคโนโลยีระบายความร้อน GameCool 6 เพื่อช่วยลดอุณหภูมิลงได้ในขณะที่ใช้งานหนักต่อเนื่อง

ROG Phone 6D และ ROG Phone 6D Ultimate มาในสเปคที่จัดเต็มและหน้าจอใหญ่ ฉะนั้นตัวเครื่องอาจจะหนาและมีน้ำหนักสักหน่อยครับ โดยมาในขนาดตัวเครื่อง 173 x 77x 10.4 mm และหนัก 239กรัม และ 247 กรัมตามลำดับ ทั้งคู่มาในตัวเครื่องสีเทาผิวเงาแต่สัมผัสด้าน ใช้งานไม่เกิดคราบรอยนิ้วมือ มาในชื่อสี Space Gray ผลิตมาในคุณสมบัติกันน้ำ IPX4 ซะด้วยครับ

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03541 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ROG Phone 6D Series จะรองรับการเชื่อมต่อ 5G (SA) โดยได้ผ่านการทดสอบผ่านเครือข่ายที่ดีที่สุดจาก AIS ให้ความเร็วที่เหนือกว่า 4G สูงสุด 24 เท่า และมีค่าความหน่วงต่ำกว่า 10 มิลลิวินาที และยังรองรับ Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 ระบบเชื่อมต่อไร้สายเป็นเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมด

ติดตั้งกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์เรือธง IMX766 จาก Sony และกล้องอัลตร้าไวด์ความละเอียด 13 ล้านพิกเชล และเลนส์ Macro ความละเอียดขนาด 5 ล้านพิกเชล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03550 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ตัวเครื่องยังคงรองรับปุ่มฟังก์ชั่นและการควบคุมพิเศษทั้ง AirTrigger 6 ที่มีมาให้ทั้งหมด 2 จุดด้านบนตัวเครื่อง และสามารถตั้งค่าได้ทั้งหมด 9 รูปแบบตามความถนัด ทำงานร่วใมกับ motion control หรือการควบคุมการเล่นเกมโดยการเอียงเครื่อง ที่รองรับรูปแบบที่แตกต่างกัน 10 แบบ และแน่นอนรองรับกับอุปกรณ์เสริมตัวเก่งของ ROG ทั้ง AeroActive Cooler 6 และ Kunai 3 Gamepad อย่างแน่นอนครับ

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03564 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ในความแตกต่างที่สำคัญของรุ่น Ultimate กับรุ่นอื่นๆ ในซี่รีส์คือหน้าจอด้านหลัง ROG Vision ที่จะมีเฉพาะในรุ่น 6D Ultimate เป็นหน้าจอแสดงผลที่เราสามารถปรับแต่งได้ผ่านโปรแกรม Armoury Crate ภายในตัวเครื่อง โดยจะสามารถแสดงการแจ้งเตือนเมื่อมีสายเรียกเข้า, สัญลักษณ์เวลาเริ่มเกม หรือสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ หรือแม้แต่จะใส่รูปภาพเข้าไปเองก็สามารถทำได้ อันนี้เป็นจุดแตกต่างที่สำคัญสำหรับรุ่น 6D Ultimate ในขณะที่รุ่นอื่น อย่าง 6d และ ROG Phone 6 Batman Edition จะเป็นแค่พืนที่แสดงไฟ LED สวยๆ เอาไว้เท่านั้น ไม่ใช่เป็นหน้าจอที่สามารถปรับเปลียนการแสดงผลได้เหมือนรุ่น 6D Ultimate

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03568 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

และอีกจุดเด่นพิเศษของ ROG Phone 6D Ultimate ก็คือจะมาพร้อมกับช่องระบายความร้อนพิเศษ AeroActive Portal ที่สามารถเปิดพื้นที่ฝาหลังด้านบนเพิ่มช่องรับลมและหมุนเวียนการระบายอากาศ ที่จะช่วยระบายความร้อนให้ตัวเครื่องและ CPU ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นช่องกลไกพิเศษที่จะเปิดปิดได้เองอัตโนมัติเมื่อเราทำการเชื่อมต่อกับ อุปกรณ์เสริม AeroActive Cooler 6 ซึ่งจะมีแถมมาให้ทันทีภายในกล่องเลยครับสำหรับอุปกรณ์เสริมตัวนี่ในแพ็กเกจของรุ่น ROG Phone 6D Ultimate 

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03586 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

โดยฝา AeroActive Portal จะเปิดขึ้นเพื่อรับลมเย็นจาก AeroActive Cooler 6 ให้ผ่านไปยังครีบระบายความร้อน Vapor Chamber ที่อยู่ภายในตัวเครื่อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดีมากขึ้นถึง 20% เลยทืเดียวครับ นับเป็นความพิเศษที่มีเพียงแค่ใน ROG Phone 6D Ultimate รุ่นเดียวเท่านั้นที่มีช่องระบายอากาศตัวนี้

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03583 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด: ROG Phone 6 Batman Edition เกมมิ่งสมาร์ทโฟนลิมิเต็ดเอดิชั่นและอุปกรณ์เสริมเข้าธีมกันของแบทแมน

ROG Phone 6 Batman Edition จะเป็นรุ่นที่สเปคเดียวกันกับ ROG Phone 6d ทุกอย่าง แตกต่างกันที่ลวดลายของตัวเครื่อง และสีที่เลือกใช้สีพิเศษ Night Black และอุปกรณ์เสริมที่มาให้ในกล่อง และใส่ UI พิเศษที่เอาใจแฟนๆ ของ Batman กันแบบเต็มพิกัดครับจากความร่วมมือกับ Warner Bros. และ DC

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03558 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ROG Phone 6D BATMAN Edition มาในลวดลายตัวเครื่องแบบพิเศษที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของมหานครก็อตแธม ตัวเครื่องมีผิวสัมผัสแบบกึ่งด้านในสี “Night Black” และแสงไฟ Aura RGB ที่จะเพิ่มความโดดเด่นให้กับโลโก้ของ Batman

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03553 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+
ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03551 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

พบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยธีมและ UI (User Interface) จาก Batman เต็มรูปแบบ ทั้งภาพพื้นหลัง, กรอบไอคอนของแอปต่างๆ, เสียงเอฟเฟคพิเศษเมื่อเสียบสายชาร์จ, และแอนิเมชันองค์ประกอบอื่นๆในธีม รวมไปถึงไอคอนบริเวณเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่เป็นโลโก้แบทแมนสีเหลือง

bayman | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

นอกจากตัวเครื่องแล้ว ในเซ็ตจะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมในธีมที่เข้าคู่กัน ประกอบไปด้วย Bat-Signal Projector ที่สามารถฉายสัญลักษณ์ Batman ไปยังพื้นผิวในบริเวณใกล้เคียงได้, Batman Aero Case เคสที่มากับลวดลายและผิวสัมผัสแบบพิเศษที่สกรีนลายแบทแมนทั้งภายนอกและภายใน, Batman Ejector Pin เข็มจิ้มซิมสัญลักษณ์ Batman พร้อมฐานรองที่ถูกออกแบบให้เป็นมหานครก็อตแธม

ROG Phone 6D 6D Ultimate ASUS Preview DSC03573 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ทั้งหมดนี้มาในกระเป๋าดีไซน์พิเศษเหมือนกระเป๋าเก็บอาวุธ โดยฝาด้านบนของกระเป๋าจะมีโลโก้ของ Batman และ ROG ที่ออกแบบมาให้ผสานรวมกัน ทำจากด้วยวัสดุ EPP หนาพิเศษ ทำให้ตัวกระเป๋ามีความทนทานและทนต่อแรงกระแทก นำไปใช้ประโยชน์ได้หรือเก็บสะสมได้คงทนยาวนานครับ

3 1 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

ราคาและช่องทางจำหน่าย  ROG Phone 6D Series

ASUS ROG Phone 6D ซีรีส์ และ ASUS ROG Phone 6 Batman Edition จะวางจำหน่ายแบบ Exclusive ผ่านทาง AIS เท่านั้นครับ เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป มาพร้อมกับโปรโมชั่นราคาดีที่สุด เมื่อซื้อเครื่องพร้อมกับสมัครแพ็กเกจ AIS 5G โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ทั้งทางออนไลน์ของ AIS ที่มีทั้ง AIS Online Store และ Line@AISShop รวมถึงหน้าร้าน AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ

  • ASUS ROG Phone 6D Ultimate (Space Gray): MediaTek Dimensity 9000+, RAM 16GB, ROM 512GB ราคา 42,990 บาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 6,500 บาท เหลือเพียง 36,490 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจรายเดือนของ AIS ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ASUS ROG Phone 6D (สีเทา Space Gray): MediaTek Dimensity 9000+, RAM 12 GB, ROM 256GB ราคา 28,990 บาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 6,500 บาท เหลือเพียง 22,490 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจรายเดือนของ AIS ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ASUS ROG Phone 6 Batman Edition (สีดำ Night Black): MediaTek Dimensity 9000+, RAM 12 GB, ROM 256GB ราคา 34,990 บาท พร้อมส่วนลดสูงสุด 6,500 บาท เหลือเพียง 28,490 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจรายเดือนของ AIS ตามเงื่อนไขที่กำหนด

1 2 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+

โปรโมชั่นพิเศษเมื่อชื้อเครื่องจาก AIS รับฟรีของแถมหูฟัง ROG และโค๊ดไอเทมจากเกม Tower Of Fantasy และบริการใช้งาน AIS 5G Cloud Game นาน 90วัน มูลค่าของแถมรวม 5,527 บาท

2 1 | 5G | พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม

ROG Phone 6D: 

ROG Phone 6D Ultimate:

ROG Phone 6 Batman Edition: 

 

ข่าว: พรีวิว ROG Phone 6D, 6D Ultimate และ ROG Phone 6 Batman Edtion สมาร์ทโฟนตัวท็อปสาย Dimensity 9000+ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/asus-rog-phone-6d-ultimate-batman-edtion/

พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้
Noppinij

ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 16 นิ้ว เรียกว่าเต็มตาที่สุดสำหรับโน๊ตบุ๊คขนาดพกพา และเป็นรุjนที่มีความบางและเบามากที่สุดในโลกฉะนั้นจอใหญ่แต่พกง่ายไม่เกะกะหรือเป็นภาระชีวิต และยังมีความแรงของสเปคที่ค่อนข้างสูงมากด้วย AMD Ryzen 6000U Series ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทั้งด้านความแรงและราคาจำหน่ายทั้งคู่เลยครับ

Acer Swift Edge DSC02864 | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

น่าสนใจมากสำหรับโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ๆ แบบเต็มตา เพราะรุ่นนี้ให้หน้าจอมาขนาดใหญ่ 16 นิ้ว สัดส่วน 16:10 และเป็นจอคุณภาพสูงครับ ความละเอียดระดับ 4K (3,840×2400 พิกเซล) OLED HDR สีสันสดใส ให้ค่าสีแม่นยำ DCI-P3 100% มีความสว่างสูง 400nits จอภาพคุณภาพดีเลยครับ แต่เป็นจอที่ไม่รองรับการทัชสกรีนหรือการใช้ปากกา

Acer Swift Edge DSC02884 | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

นอกจากจะให้หน้าจอใหญ่มากๆ แล้ว ก็ยังสามารถทำให้น้ำหนักตัวเครื่องโดยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 1.17KG เท่านั้นเองครับ มีความบางแค่ 12.95mm. ขึ้นแท่นการเป็นโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 16 นิ้วที่เบาที่สุดในโลกไปเรียบร้อย

312261417 6178487378837447 8860431365763298978 n | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้
Acer Swift Edge DSC02881 | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้
Acer Swift Edge DSC02870 | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้
Acer Swift Edge DSC02871 | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

จากการลองสัมผัสตัวจริงของ ACER Swift Edge ออกแบบดีครับ อย่าลืมว่าน้ำหนัก 1.17 KG คือน้ำหนักเฉลี่ยทั้งตัวเครื่อง และเมื่อมันมีหน้าจอที่กว้าง ตัวเครื่องจึงมีความกว้างที่จะเฉลี่ยน้ำหนักออกไปได้อีกมาก เวลาถือใช้จึงรู้สึกว่าเครื่องมันน้ำหนักไม่น่าจะถึงหนึ่งกิโลด้วยซ้ำครับ

312312730 6178487278837457 6191314459736480946 n | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

พกง่าย น้ำหนักเบา และมีความทนทาน เพราะตัวเครื่องผลิตด้วยแมกนีเซียม-อลูมิเรียม ที่มีคุณสมบัติของความแข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบานั้นเองครับ ตัวเครื่องจึงให้สัมผัสแบบโลหะ พื้นผิวแบบโลหะพ่นทรายทำให้ละมุนมือ มีเข้ามาจำหน่ายสองสี คือสีขาวอมฟ้า Flax White และสีดำ Olivine Black

312241010 6178487838837401 930127963625254903 n | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

สมดุลดี สามารถเปิดปิดหน้าจอได้ด้วยมือเดียว มาพร้อมกับที่สแกนลายนิ้วมือตรงปุ่มพาวเวอร์ ใช้การออกแบบคีย์บอร์ด QWERTY ที่ไม่มี Numpad เพื่อให้ชุดคีย์บอร์ดอยู่กึ่งกลางตัวเครื่องตรงกับหน้าจอ เป็นสายการออกแบบเพื่องานพิมพ์และครีเอเตอร์ที่ไม่ได้เน้นใช้ปุ่มชุดตัวเลขกันบ่อยนัก

สเปคที่ให้มาถือว่าแรงมาก มาพร้อมกับ AMD Ryzen 6000U Series ที่เรียกได้ว่าเป็นชุดประมวลผลที่ดูจะเหมาะสมกับอุปกรณ์พกพาแบบโน๊ตบุ๊คมากที่สุดในขณะนี้ครับ เทคโนโลยีการผลิตระดับ 6 นาโนเมตร และสถาปัตยกรรมตัวช่วยด้านกราฟิก RDNA2 สเปคดีมาก สามารถนำมาเล่นเกม AAA ได้ระดับเฟรมเรท 40+ ได้เลยครับ  โดยจะมีมาในสองตัวเลือก คือ Ryzen 5 6600U และ Ryzen 7 68ooU ต่างกันแค่ CPU เพราะที่เหลือจะเหมือนกันหมด ทั้งตัว SSD NVMe 4 ขนาด  1TB และให้ RAM มาเป็น BUS 6300MHz ขนาด 16GB จะให้มาเท่ากันทั้งสองรุ่น

312426071 6178487522170766 4144902524438673545 n | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

พอร์ตเชื่อมต่อมาครบ HDMI 2.1, USB Type A, USB Type C 3.2 Gen 2 , Audio Jack และรองรับชาร์จไวผ่านพอร์ต Type C ได้ระดับ 45W สามารถชาร์จแบตเต็มได้ในเวลา 2 ชั่วโมง และสามารถใช้งานได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงสำหรับโหมดการทำงานแบบบาลานซ์

Acer Swift Edge DSC02882 | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

คุณสมบัติค่อนข้างลงตัว น่าใช้มากครับ โดยเฉพาะคนชอบโน๊ตบุ๊คจอใหญ่ที่มีหน้าจอคุณภาพดีๆ ไว้ใช้งาน ภาพสีตรง สวย และภาพคม ประสิทธิภาพการทำงานก็อยู่ในระดับ Topline Products ของ ACER เอาอยู่แน่นอนทั้งสามทำงานครีเอเตอร์หรือนำไปเล่นเกมก็ไม่ใช่ปัญหาของรุ่นนี้ครับ

และ ACER Swift Edge ยังเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ที่มีการใส่ Microsoft Pluton เข้ามาให้ด้วยครับ เป็นโปรเซสเซอร์เข้ารหัสลับที่ติดตั้งอยู่ใน CPU เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ปกป้องข้อมูลประจำตัว ข้อมูลส่วนบุคคล และคีย์เข้ารหัส โดยข้อมูลจะถูกดักลักลอบและถูกลบออกไปได้ยากกว่าเดิมอย่างมาก ซึ่งเป็นระบบที่ถูกใส่ไว้ปกป้องข้อมูลผู้ใช้ในเครื่อง Microsoft XBOX มาแล้วนั้นเองครับ โดยฟีเจอร์นี้ปัจจุบันมีโปรเซสเซอร์ไม่กี่ซีรี่ส์เท่านั้นที่ได้รับการบรรจุความสามารถในการปกป้องข้อมูลนี้เข้าไป แต่สำหรับ AMD Ryzen 6000 ที่นำมาใช้กับ ACER Swift Edge เป็นหนึ่งในโปรเซสเซอร์ที่รองรับการติดตั้ง Microsoft Pluton เข้าไปในระบบ และมีการติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วครับ

ACER Swift Edge ติดตั้งระบบ Windows 11  มาพร้อมกับ Microsoft Office Home and Student มาให้พร้อมใช้งาน และบริการซ่อมถึงหน้าบ้าน Onsite Service 1 ปี และประกันหลังการขายนาน 3 ปีเต็ม เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนเป็นต้นไปครับ โดยจะมีรุ่นแยกจำหน่ายสองรุ่นดังนี้

  • Acer Swift Edge รุ่น AMD RYZEN 5 6600U Ram 16 | 1 TB ราคา 45,990 บาท
  • Acer Swift Edge รุ่น AMD RYZEN 7 6800U Ram 16 | 1 TB ราคา 49,990 บาท

312241010 6178487838837401 930127963625254903 n | acer | พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้

ข่าว: พรีวิว ACER Swift Edge โน๊ตบุ๊คจอใหญ่ 16 นิ้ว สเปคดี ราคาดี รุ่นนี้น่าใช้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/preview-acer-swift-edge-16-amd-ryzen-6000u/

พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม
Noppinij

เปิดตัวออกมาแล้วครับสำหรับเรือธงแบรนด์ Honor ที่นำเข้า HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปมาจำหน่ายในเมืองไทย โดยดูแลการจัดจำหน่ายและดูแลหลังการขายด้วยบริษัทซินเน็คเช่นเดิม

สเปคสูงและเทคโนโลยีสูงครับ ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 1 ชิปเซ็ตขนาด 4nm RAM 8GB และ ROM 256G จุดเด่นแรกอยู่ที่ชุดกล้องหลัง 3 ตัว ที่เป็นกล้องความละเอียดสูงทั้งหมด โดยจะเป็นเลนส์ 50MP+50MP Ultrawide 7ชั้นเลนส์ จับโฟกัสด้วยการวัดระยะแสง TOF 3D และเป็นกล้องที่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1/1.56” และเลนส์สุดท้ายเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ Periscope ความละเอียดสูงถึง 64MP

DSC02480 1 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

DSC02492 1 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถซูมภาพแบบออปติคอลได้ถึง 3.5X และซูมแบบดิจิทัลได้สูงสุดที่ 100Xเลยทีเดียวครับ เน้นความคมชัด และมีโหมดถ่ายภาพครบในระดับสมาร์ทโฟนเรือธง เรียกว่าทุกเลนส์คือระดับเทพทั้งหมดแล้วครับ

DSC02486 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

การออกแบบตัวเครื่อง HONOR Magic4 Pro แข็งแรง ดูทนทาน และมีความบางด้วยการออกแบบขอบโค้งมนทั้ง 4 ด้าน โครงเครื่องโลหะรู้สึกแข็งแกร่ง น้ำหนัก 215 กรัม

C33 Price 1 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

DSC02489 1 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

แบตเตอรี่ภายใน 4,600mAh และมาพร้่อมระบบชาร์จไว 100W HONOR SuperCharge ทั้งแบบใช้สายชาร์จและไร้สาย โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะสามารถชาร์จแบตได้ 50% โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นเอง

ให้หน้าจอขนาดใหญ่ ในแบบ LTPO ที่ใช้เทคโนโลยี PWM Dimming ที่มีความถี่สูงถึง 1920Hz ซึ่งถือว่าสูงกว่าสมาร์ทโฟนเรือธงทั่วๆ ไปถึง 5 เท่าเลยครับ ลดความเมื่อยล้าของสายตาในขณะใช้งานนานๆ หรือใช้งานในที่แสงน้อยได้ดีที่สุด

DSC02467 1 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

จอภาพ Flex OLED 6.81 นิ้ว ความละเอียด 2848 x 1312 พิกเซล ความแม่นยำของสี DCI-P3 100% 1.07 พันล้านสี รองรับ HDR10+ ความสว่างสูงสุด 1,000 nits รีเฟรชเรท 120Hz ที่สามารถปรับได้อัตโนมัติตั้งแต่ 1Hz ถึง 120Hz ช่วยประหยัดพลังงานได้ดียิ่งขึ้น ติดตั้งกล้องหน้า 12 ล้านพิกเซลรองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งานได้แบบละเอียดด้วยเซนเซอร์แสง TOF 3D ที่ติดตั้งไว้ที่กล้องหน้าด้วยเช่นกัน

DSC02490 1 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

HONOR Magic4 Pro ตัวเครื่องจริงค่อนข้างดูดีทีเดียวครับ และมากับโปรโมชั่นที่น่าสนใจด้วย

มีการเปิดจำหน่ายในไทย 2 สี คือสีเขียว Cyan และสีดำ Black ในราคา 35,990 บาท โปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับผู้ที่สั่งซื้อก่อน 10 พฤศจิกายน 2565 รับฟรีไม้กันสั่นสำหรับสมาร์ทโฟน  DJI Osmo OM4 SE มูลค่า 4,490 บาท และประกันหน้าจอแตกคุ้มครองนาน 90 วันมูลค่าสูงสุด 11,000 บาท รวมของมูลค่า 15,490 บาท เปิดจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี่เป็นต้นไปครับ

DSC02497 | honor | พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม

ข่าว: พรีวิว HONOR Magic4 Pro สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปกล้องโปร ในดีไซน์พรีเมียม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/preview-honor-magic4-pro/

พรีวิว HUAWEI MateView SE จอมอนิเตอร์ IPS LCD 75Hz สีตรงราคาเบาๆ 4,990 บาท กับขนาด 23.8 นิ้ว

จอมอนิเตอร์ HUAWEI MateView SE เป็นจอ LCD ชนิด 75Hz ที่มาในราคาไม่แพงครับ มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่พอสมควร 23.8นิ้ว จุดเด่นคือขอบจอเล็ก ให้สีสันที่ตรง ในมาตรฐานขอบเขตสี P3 90% / sRGB 100% รองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync และฟังก์ชั่นหน้าจอถนอมสายตา เปิดตัวมาในราคา 4,990บาท เอามาใช้เป็นจอทำงานหรือเล่นเกมก็ได้ สำหรับใครที่มองหาจอในงบประมาณนี้ก็ถือว่าน่าสนใจครับ

HUAWEI-MateView-SEDSC00623

HUAWEI MateView SE ออกแบบมาในแนวเรียบๆ โชว์ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นจอที่เน้นทำงานด้านภาพอย่างเดียวครับ ไม่มีลำโพงและไม่มีพอร์ต USB สำหรับการตัวเองให้เป็นฮับ ตามสไตล์ของหน้าจอมอนิเตอร์ที่ต้องการเน้นราคา นำมาใช้เป็นจอแสดงผลเพียงอย่างเดียว

HUAWEI-MateView-SEDSC00427
HUAWEI-MateView-SEDSC00417

ขอบจอเล็ก ทำให้ดูทันสมัย วัสดูส่วนใหญ่เป็นพลาสติก น้ำหนักประมาณ 3.3 กก. รองรับการเอียงจอไปด้านหลังได้ 3° และไปด้านหน้า 18° ไม่สามารถเลื่อนระดับสูงต่ำของจอได้  และใช้งานกับตัวขาตั้งเพียงอย่างเดียวไมสามารถถอดขาออกมาแขวนได้ครับ

ตัวพอร์ตหน้าจอ จะรองรับการเชื่อมต่อสองพอร์ต ทั้งแบบ DP และ HDMI สลับได้อัตโนมัติตามการเชื่อมต่อ หรือกดเลือกสลับใช้ในเมนูของตัวจอ

HUAWEI-MateView-SEDSC00403
HUAWEI-MateView-SEDSC00405
HUAWEI-MateView-SEDSC00436
HUAWEI-MateView-SEDSC00394

ให้รีเฟรชเรทมาระดับ 75Hz ไม่สูงมากแต่ไม่ธรรมดาซะทีเดียว นำมาใช้เล่นเกมได้ครับ เพราะรองรับเทคโนโลยี AMD FreeSync ด้วย และทาง HUAWEI ใส่ตัวเสริมสำหรับผู้เล่นเกมมาให้ในระบบตัวจอด้วยครับ

สกรีนช็อต-2022-09-02-191228

สกรีนช็อต-2022-09-02-190806

ตัวซอฟท์แวร์มีการใส่ความสามารถเสริมเข้ามาให้ด้วย รองรับโหมด e-Book สำหรับการใช้งานแบบถนอมสายตาหรือนักอ่าน ที่นิยมใช้หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่เพื่ออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ และโหมดสีหลายโหมดในเลือกใช้ รวมถึงโหมด HDR สำหรับการจำลองภาพแสดงผลให้เราสามารถมองเห็นในส่วนที่มืดหรือสว่างมากเกินไป ให้เห็นรายละเอียดบนจอภาพมากขึ้น

HUAWEI-MateView-SEDSC00458
HUAWEI-MateView-SEDSC00469
HUAWEI-MateView-SEDSC00468

โหมดช่วยเหลือสำหรับคนเล่นเกม เช่นการเพิ่มจุดเล็งยิงบนจอภาพเอาไว้ ช่วยเพิ่มความได้เปรียบสำหรับเกมลักษณะ Shooting FPS และสามารถให้จอภาพแสดงตัวเลข FPS บนหน้าจอได้แบบเรียลไทม์เหมือนจอเกมมิ่งได้ โหมดเมนูรองรับการตั้งค่าภาษาไทยเอาไว้ด้วยครับ การควบคุมคอนโทรลก็ใช้ปุ่มควบคุมใต้จอเพียงปุ่มเดียวจบ

HUAWEI-MateView-SEDSC00465
HUAWEI-MateView-SEDSC00471

ขอบจอเล็กทำให้ดูทันสมัย ความละเอียด 1920 × 1080 พิกเซล ข้อดีคือเป็นจอชนิด IPS LCD ให้สีสันที่ตรงในระดับ P3 90% / sRGB 100% นำมาใช้ทำงานด้านภาพหรือกราฟฟิคได้ครับ จอภาพไม่มัวและไม่จ้าเกินไป ไม่มีเงาสะท้อนรำคาญตา มุมมองใช้งานกว้าง 178 องศา ค่าความสว่าง 250 nits คอนทราส 1000:1 คุณสมบัติไม่หรูหราแต่ว่ากำลังดี โดยเฉพาะเมื่อดูจากราคา 4,990 บาท ก็ราคากำลังดีเช่นกันครับ

HUAWEI-MateView-SEDSC00548

ตัวอะแดปเตอร์ของจอขนาดเล็กมาก ไม่เกะกะตัวปลั๊ก UPS

HUAWEI-MateView-SEDSC00429

จอมอนิเตอร์ HUAWEI MateView SE ในเรทราคาปกติ 4,990 บาทเป็นจอจากแบรนด์ใหญ่แบรนด์ดี มาตรฐานงาน HUAWEI ถือว่าน่าใช้ครับ

เหมาะสำหรับนำมาใช้เป็นทั้งจอหลัก หรือจอเสริม กับ PC หรือโน๊ตบุ๊ค ได้หมดครับเกรดจอระดับนี้ หรือจะใช้เป็นจอมอนิเตอร์สำหรับงานสตูดิโอสำหรับต่อกล้องถ่ายภาพ เพราะด้วยชนิดหน้าจอ IPS และสีสันที่มีมาตรฐานค่าสีตรงมากพอ ผมเองก็นำมาใช้จัดการภาพและต่อกล้องเวลาถ่ายวีดีโออยู่ที่สตูดิโอเช่นกันครับ ได้ขนาดจอใหญ่กำลังดีสำหรับให้คนหน้ากล้องมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ ในระยะไม่เกิน 2 เมตร

Huawei-Matebook-X-Pro-000

ข่าว: พรีวิว HUAWEI MateView SE จอมอนิเตอร์ IPS LCD 75Hz สีตรงราคาเบาๆ 4,990 บาท กับขนาด 23.8 นิ้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-huawei-mateview-se-lcd-75hz-amd-sync/

พรีวิว OPPO Reno8 Z 5G สมาร์ทโฟน 5G ถ่ายคนสวย เป็นธรรมชาติ พร้อมดีไซน์ฝาหลังกระจกและสีใหม่ Dawnlight Gold สีทองประกายรุ้ง

OPPO Reno8 Z 5G สมาร์ทโฟนจากซีรี่ส์ขายดีของ OPPO ที่ยังคงนิยาม ” The Portrait Expert “ อัพเกรดความสวยงาม และยังคงความสามารถในการถ่ายภาพบุคคลอันยอดเยี่ยมเช่นเดิมครับ ภาพบุคคลสวยที่สุด เป็นธรรมชาติที่สุด โดยล่าสุดเปิดตัวรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับสีใหม่ Dawnlight Gold สีทองประกายรุ้ง เครื่องสีทองนุ่มนวลตา ที่จะเปลี่ยนสีไปตามมุมแสงที่มากระทบได้ตลอดเวลา

OPPO-RENO8-Z-5G-DSC08875

OPPO Reno8 Z 5G ยังคงมาในสไตล์งานออกแบบที่ดูดีเช่นรุ่นก่อน กับทรงเครื่องแบบ Ultra Slim Retro Design ขอบเครื่องตัดเหลี่ยมเรโทรคลาสสิค แต่ใช้สีสันทันสมัย และเทคเจอร์เครื่องสัมผัสพิเศษเฉพาะตัวจาก OPPO Glow เครื่องบางงานประกอบแน่น โดย OPPO Reno8 Z 5G มีความหนาของตัวเครื่องประมาณ 7.66 มม. เท่านั้นครับ และมีน้ำหนัก 181 กรัม

DSC08787

DSC08800

และสมาร์ทโฟนรุ่นนี้นับเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรก ที่ฝาหลังเป็นกระจกแบบ anti-glare สร้างผิวสัมผัสที่ละมุนมือมากขึ้น น่าลูบไล้ แต่ไม่เกิดแสงสะท้อนแยงตาเพราะเป็นกระจกชนิด anti-glare หรือกระจกลดแสงสะท้อนนั้นเอง และการเลือกใช้กระจกตัวนี้ก็ไม่เพิ่มความหนาให้กับตัวเครื่องเลย เพราะผิวกระจกจะมีความบางเพียง 0.5 มม. เท่านั้นเองครับ

DSC08769

สีสันสวยงามงานผลิตชั้นครู ด้วยเทคนิค OPPO Glow สร้างพื้นผิวแบบสองเลเยอร์ เกิดเป็นผิวงานแบบด้านที่สามารถเล่นกับแสงสะท้อนได้ ใช้การเคลือบสีแบบไล่ระดับสร้างสีสันแตกต่างกันไปตามแสงกระทบเสมือนแสงรุ่งอรุณ โดยสีเครื่องที่เห็นในบทความนี้มีชื่อว่า Dawnlight Gold เป็นสีใหม่ที่เปิดตัวมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้โดยเฉพาะเลยครับ

พื้นผิวที่ไม่เกิดรอยนิ้วมือ ไม่เกิดคราบมันให้ต้องเช็ดบ่อยๆ และยังส่งผลต่อความทนทานเพราะช่วยลดการเกิดรอยขีดข่วนได้ด้วย นี่คือความดีงามของพื้นผิวแบบ OPPO Glow

OPPO Reno8 Z 5G จะมีเข้ามาจำหน่ายสองสีใหม่คู่กัน หนึ่งคือสี Dawnlight Gold ที่เห็นในบทความนี้ เป็นสีทองแนวสว่าง ให้ความรู้สึก อุ่น และ นุ่ม และจะดูทองอร่ามอย่างสง่าผ่าเผยที่สุดเมื่อโดนแสงที่กระทบเข้ามาแบบตรงๆ ดูหรูหรา ดูทนทาน ดูมีราคา และดูแปลกตาไปซะทุกครั้งที่มอง เพราะสีมันแทบจะไม่เคยซ้ำให้เราเห็นเลยครับ และอีกหนึ่งสีเป็นสีโทนเข้ม นั้นคือสีดำ Starlight Black สีดำบริสุทธิ์ที่จะมีความระยิบระยับของผิว ดำเข้มขรึมแต่มีความพิเศษ เหมือนเวลาเรามองดูท้องฟ้ากลางคืนที่มีแสงดาวครับ

OPPO-RENO8-Z-5G-DSC08804

การออกแบบเลนส์กล้องหลังของรุ่นนี้ จะยื่นเด่นออกมาบนพื้นกรอบที่เรียบไปกับฝาหลัง ใช้การออกแบบให้ดูแยกส่วนกันด้วยพื้นที่ฐานกล้องที่เคลือบเงา ดูตัดแยกกับส่วนอื่นๆ และยังคงมีการทำเกล็ดระยิบระยับของ OPPO Glow ไล่มาจนถึงส่วนที่เป็นฐานกล้องตรงนี้ด้วยครับ เมื่อเล่นกับแสงจะเกิดเป็นรัศมีกระจายออกจากเลนส์กล้อง

กล้องหลังให้มาเป็น 64MP AI Portrait Camera กล้องหลังแบบสามตัว ความละเอียดกล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงสุดในโหมด Ultra-Clear ได้ในความละเอียดถึง 108 ล้านพิกเซลครับ ทำงานคู่กับกล้อง Depth สำหรับช่วยจับโฟกัสถ่ายภาพบุคคล และสุดท้ายเป็นกล้องมาโครความละเอียด 2 ล้านพิกเซลทั้งสองเลนส์

DSC08775

โดยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังมาพร้อมกับระบบการปรับแต่งใบหน้าเนียนใส AI Portrait Retouching ปรับใบหน้าให้สวยงามได้เหมือนนำภาพไปผ่านโปรแกรมรีทัช ทั้งหมดมีใส่ไว้ใน OPPO Reno8 Z 5G และรับประกันความพึงพอใจของความสวยเนียนใสของใบหน้า ตามนิยาม ” The Portrait Expert ” หนุ่มสาวผู้รักการเซลฟี่และพอร์ตเทรตรับรองถูกใจแน่นอนครับ ^^

คุณภาพในการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาในระดับที่สูงเลยครับ โดยเฉพาะในเรื่องของการถ่ายภาพบุคคล  มีมาครบหมดสำหรับฟังก์ชั่นตัวเก่งของ OPPO เช่น Bokeh Flare Portrait การถ่ายภาพที่จะทำให้โบเก้ฉากหลังดูสวยกว่าความเป็นจริง และ AI Color Portrait การถ่ายภาพบุคคลที่จะปรับให้ฉากหลังกลายเป็นสีขาวดำ

OPPO-Reno8-Z-5G-PReview-081
OPPO-Reno8-Z-5G-PReview-056

เซลฟี่สวย เล่นกับฉากหลังได้เหมือนกับกล้องหลัง มาพร้อมกับความสามารถ Selfie HDR ไม่ต้องกลัวถ่ายเซลฟี่ย้อนแสงหรือหามุมแสงไม่เป็น ตัวระบบของกล้องจัดการให้ได้ครับ ยังมีโหมดอื่นๆ อีกมากมายใน OPPO Reno8 Z 5G ก็สามารถติดตามได้ในบทความรีวิวของทาง Appdisqus ในเร็วๆ นี้ได้เลยนะครับ

IMG20220729182518
IMG20220729182150

มีการเพิ่มความสวยงามของชุดกล้องหลังด้วยการติดตั้งไฟ Dual Orbit Lights ซึ่งเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมการผลิตโทรศัพท์ ที่ใช้แผ่นแสงปริซูมทรงวงแหวน ที่มีฟิล์มนำแสงสูงและฟิล์มบังเงามาทำโครงสร้างไฟ Dual Orbit Lights สองวงนี้ ให้เกิดความเข้มของสีที่สม่ำเสมอแต่ไม่เกิดแสงจ้าจนรำคาญสายตาในเวลาใช้งานครับ และถูกออกแบบมาในมาตรฐานที่มีความคงทนสูงมากตามสไตล์สินค้า OPPO เพราะไฟ Dual Orbit Lights จะมีอายุการใช้งานที่ยาวมากกว่า 50,000 ชั่วโมงขึ้นไป คอยทำหน้าที่ช่วยเหลือในการแจ้งเตือน และเพิ่มความสวยงามในขณะใช้งานให้กับสมาร์ทโฟนของเราได้ครับ

DSC08812

ไฟ Dual Orbit Lights  เมื่อรวมกับผิวฝาหลังและการให้สีสันของ OPPO แล้ว ความสวยงามของตัวเครื่อง OPPO Reno8 Z 5G ค่อนข้างน่าหลงใหลมากครับ โดยตัวไฟจะสว่างขึ้นหรือกระพริบเป็นจังหวะ ให้เราทราบถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่มีติดต่อเข้ามา รวมถึงในขณะที่เรากำลังชาร์จไฟหรือเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นเกมเป็นต้นครับ โดยจะมีการสลับแสดงสีสันในโทนสีฟ้าแบบสามระดับ Baby blue, Light blue และ Electric blue เราสามารถเข้าไปกำหนดการเปิดปิดของแสงไฟได้ในการตั้งค่าของเครื่องครับ

OPPO-Reno8-Z-5G-PReview-173

หน้าจอแสดงผล ใช้จอชนิด Punch-Hole AMOLED FHD+ Display ขนาดจอ 6.4 นิ้ว ขอบจอเล็ก บาง สีสันดีเพราะเป็นจอ AMOLED รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอได้โดยตรง เจาะรูวางกล้องหน้าเอาไว้ เป็นกล้องที่มีขนาดเล็กมากเช่นกัน ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งาน สัดส่วนหน้าจอต่อพื้นที่ด้านหน้าเครื่องจึงอยู่ที่ 90.8%

OPPO-RENO8-Z-5G-DSC08851

OPPO-RENO8-Z-5G-DSC08845

ความแน่นหนาทนทานของตัวเครื่องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เรารู้สึกได้ตั้งแต่แรกจับเลยครับ มีความแน่น กระชับ ด้วยความบางและรูปทรงที่ออกแบบมาได้เข้ากับการถือจับของมนุษย์ ไม่เมื่อยมือ ไม่เจ็บมือหรือนิ้วในเวลาถือใช้งานเป็นเวลานานๆ และมีความทนทานสูงตามมาตรฐานของสินค้า OPPO มีการทดสอบความทนทานมาในหลายด้านก่อนจะผลิตออกมาจำหน่ายจริง และเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้การจัดอันดับให้อยู่ในเกรด A จาก TÜV SÜD 36-Month Fluency Certification หรือการทดสอบจากองค์กรมาตรฐานโลก ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะยังคงใช้งานได้เป็นอย่างดี แม้จะผ่านอายุการใช้งานไปแล้วมากกว่า 3 ปีนั้นเองครับ

ทนทาน สวยงาม ใช้ได้ยาวนานหายห่วง นี้คือจุดเด่นและมาตรฐานงานผลิตของสมาร์ทโฟน OPPO ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ครับ

OPPO-RENO8-Z-5GDSC08694

แบตเตอรี่ภายในใส่เข้ามาให้ในขนาด 4,500mAh จากการทดสอบเบื้องต้นสามารถใช้งานได้นานเต็มวันครับ และรุ่นนี้ชาร์จไฟได้ไวด้วยครับ เพราะมาพร้อมกับระบบชาร์จไว 33W SUPERVOOC ระบบชาร์จไวที่มีความปลอดภัยสูงมาก สามารถชาร์จแบตของ OPPO Reno8 Z 5G ให้เต็ม 100% ได้ในเวลาประมาณ 63 นาทีเท่านั้นครับ

OPPO-RENO8-Z-5G-DSC08837

โดยอุปกรณ์ภายในกล่อง ก็จะมีเคสใสซิลิโคนแถมมาให้ พร้อมกับที่ชาร์จ 33W SUPERVOOC และสายดาต้า USB Type C แต่จะไม่มีชุดหูฟังแถมมาครับรุ่นนี้

OPPO-RENO8-Z-5G-DSC08827

OPPO Reno8 Z 5G ใช้หน่วยประมวลผลเป็น Qualcomm Snapdragon 695 5G เทคโนโลยี 6 นาโนเมตร มาพร้อมกับ RAM 8GB ที่รองรับ Expansion RAM หรือการขยายแรมออกไปด้วยหน่วยความจำที่ยังไม่ถูกใช้งานของเครื่องได้อีก 5GB และ ROM 128GB รันบนระบบ Android 12 ครอบทับด้วย ColorOS 12.1 รุ่นใหม่สุดด้วยเช่นกัน

OPPO-Reno8-Z-5G-PReview-010
OPPO-Reno8-Z-5G-PReview-008
OPPO-Reno8-Z-5G-PReview-009

ประสิทธิภาพความแรงไม่ต้องห่วงครับ เป็นหน่วยประมวลผล 6 นาโนเมตร พัฒนาขึ้นมาในยุค 5G เต็มตัว และเป็นเครื่องที่รองรับการใช้งาน 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ด ใช้ถาดใส่ซิมแบบไฮปริด เปลี่ยนใส่ Micro SD Card ได้แทนในสล็อตที่สอง

DSC08869

แค่เสียบซิมการ์ด 5G แล้วพร้อมใช้งานได้เลย เชื่อมต่อ 5G ได้ทั้งสองสล็อตซิม

OPPO-RENO8-Z-5G-DSC08870

OPPO Reno8 Z 5G ราคา 12,990  พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 18 สิงหาคม 2565 จะได้รับของสมนาคุณมูลค่า 7,499 บาท ประกอบไปด้วย E-VIP CARD มูลค่า 5,000 บาท ลูกค้าจะได้รับการรับประกันจอแตกและรับประกันตัวเครื่อง 1 ปี และ RENO BACKPACK มูลค่า 2,499 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3BiW1I6

ข่าว: พรีวิว OPPO Reno8 Z 5G สมาร์ทโฟน 5G ถ่ายคนสวย เป็นธรรมชาติ พร้อมดีไซน์ฝาหลังกระจกและสีใหม่ Dawnlight Gold สีทองประกายรุ้ง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-oppo-reno8-z-5g/

Microsoft เปิดตัว Text Classification API บน ML.NET

Microsoft เปิดตัว Text Classification API บน ML.NET ให้ทดลองใช้งานแบบ Preview

Microsoft ได้ปล่อย Text Classification API สำหรับ ML.NET ซึ่งเป็น Cross-platform Machine Learning Framework ให้ทดสอบใช้งานได้แบบ Preview แล้ว ทำให้นักพัฒนาสามารถใส่ความสามารถด้าน AI ลงไปบนแอพพลิเคชัน .NET ที่พัฒนาขึ้นได้ สำหรับ Text Classification API สามารถทำการวิเคราะห์ข้อความเพื่อนำมาจัดแบ่งประเภทของข้อความนั้นๆได้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เช่น การวิเคราะห์ข้อความในอีเมลว่าเป็น Spam หรือไม่, การวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกของ Customer Review หรือการสร้าง Label ให้กับ Support Ticket โดยอัตโนมัติ

ML.NET Text Classification API ทำงานด้วย TorchSharp .NET Library ทำให้นักพัฒนาใช้งานความสามารถของ libtorch ซึ่งเป็น Library ที่อยู่ภายใน PyTorch ได้ ช่วยให้สามารถทำการเทรนและสร้างโมเดล Neural Network ตั้งแต่เริ่มต้นได้ทันที โดย Text Classification API จะนำเอาข้อมูลของนักพัฒนามาช่วยเสริมความสามารถของโมเดลที่มีมาให้เริ่มต้น สำหรับนักพัฒนาที่สนใจ สามารถติดตั้งใช้งานได้ทันทีจาก NuGet package manager

ที่มา: https://www.infoworld.com/article/3664108/microsoft-previews-text-classification-api-for-mlnet.html

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-releases-text-classification-api-for-ml-net-in-preview/

พรีวิว vivo X80 Pro 5G และ X80 5G สมาร์ทโฟนเรือธงกล้อง ZEISS สเปคสูงด้วย Snapdragon 8 Gen 1 และ MTK 9000

vivo X80 Pro 5G และ X80 5G สองสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวออกมาในฐานะเรือธงของ vivo ฉะนั้นเรื่องของสเปคความแรงไม่ต้องห่วงเลยครับ สเปคแรงทั้งคู่แค่ใช้ต่างค่ายกัน โดยรุ่น vivo X80 Pro 5G จะใช้ Qualcomm Snapdragon 8 Gen 1 ชิปเซ็ตในมาตรฐาน 4 นาโน ส่วนรุ่น vivo X80 5G จะใช้ชิปตัวท็อป MTK 9000 จากค่าย Mediatek แทน เป็นชิปเซ็ตในมาตรฐานระดับ 4 นาโนเช่นกัน

vivo X80 Series มีการออกแบบเด่นเฉพาะตัว จัดวางชุดกล้องหลังไว้แบบ Cloud Window 2.0 เป็นกรอบเหลี่ยมขนาดใหญ่และชุดกล้องวงกลมที่เป็นพื้นผิวตัดกัน เลือกใช้สีสันตัวเครื่องหรู ด้วยการเลือกใช้โทนสีเข้มในแบบ Cosmic Black สำหรับรุ่น vivo X80 Pro 5G ซึ่งรุ่นนี้จะมีเพียงสีเดียว แต่สำหรับตัว vivo X80 5G จะมีให้เลือกสองสีครับ คือสีดำ Cosmic Black และสีฟ้าสดใส Urban Blue ที่มาพร้อมกับเคสสีเดียวกันภายในกล่องด้วย ^^

vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04793
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04786
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04755
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04842
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04808
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04816

ทั้งสองรุ่นให้แรมมาขนาดใหญ่ 12GB รองรับการขยายแรม Extended RAM อีก 4GB หน่วยความจำภายในใช้เป็น UFS 3.1 ขนาด 256 GB รันบนระบบ Android 12 ครอบทับบน FunTouch OS 12 ตัวใหม่ด้วยเช่นกัน สเปคสูงมาก แรงทั้งสองรุ่นครับ

vivo-X80-Pro- -X80-5G-014
vivo-X80-Pro- -X80-5G-001
vivo-X80-Pro- -X80-5G-002

ในด้านการถ่ายภาพก็ใช้ของคุณภาพสูงมากด้วย เป็นจุดเด่นเลย ทั้งด้านฮาร์ดแวร์กล้องและซอฟท์แวร์เลยครับ มี AI ที่ช่วยเหลือทำงานให้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ พร้อมทั้งรองรับการถ่ายภาพระดับ 8K แต่ทั้งสองรุ่นจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของกล้องหลังนะครับ ตัวโปรจะมีกล้องที่เกรดค่อนข้างดีกว่า โดยใช้เป็นชุดกล้องหลัง 4 ตัว เซนเซอร์ Ultra-Sensing GNV ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล จับแสงได้ดีเป็นพิเศษเพราะมีขนาดใหญ่ถึง 1/1.3 นิ้ว

ทำงานร่วมกับกล้องเทเลโฟโต้ 12 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง Ultra Wide 48 ล้านพิกเซล และเลนส์ซูมพิเศษที่ใช้เป็นเลนส์ Periscope telephoto อีก 8 ล้านพิกเซล สุดยอดเทคโนโลยีทุกเลนส์ครับ และยังมีการผสานเทคโนโลยีกันสั่น Gimbal เข้าไปกับเลนส์ถ่ายภาพด้วย เพื่อลดการสั่นในระดับที่ดีที่สุดของสมาร์ทโฟน รองรับการซูมภาพได้ไกลสุดที่ระยะ 60x

vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04950

ส่วนในรุ่น vivo X80 5G จะใช้เป็นกล้องหลังสามเลนส์ครับ เซนเซอร์หลักใช้ IMX866 RGBW Ultra-Sensing Sensor ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับเลนส์เทเลโฟโต้ และ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเท่ากันทั้งสองเลนส์ รองรับการซูมภาพได้ไกลสุดที่ระยะ 20x

ที่จะไม่มีเหมือนรุ่น Pro ก็คือกล้องตัวที่สี่ ซึ่งเป็นเลนส์ Periscope telephoto สำหรับการซูมภาพระยะไกลนั้นเองครับ

vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04848

สิ่งที่จะเพิ่มเติมใส่เข้ามาคือประสบการณ์การถ่ายภาพที่เหมือนการใช้กล้องเลนส์โปรเข้าไปอีกขั้นครับ ด้วยการถ่ายภาพที่ไม่ได้เน้นแค่มุมกว้างแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่จะมาพร้อมกับการถ่ายเทเลโฟโต้ ที่อัพเกรดการใช้งานมาใหม่ ซึ่งเป็นระยะเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคลนั้นเองครับ

vivo-X80-Pro- -X80-5G-003

ด้วยฟังก์ชั่นกล้องทีเ่พิ่มเข้ามามากมาย รวมถึงฟิลเตอร์สวยๆ ที่ปรับและจูนมาให้จาก ZEISS กล้องรุ่นนี้จึงหวังผลสูงได้เลยกับภาพ Portrait บุคคล

ZEISS Portrait style ต่างๆ ใส่มาให้แบบจัดเต็ม ฟิลเตอร์ภาพที่ได้อารมณ์สีมาจากเลนส์ชื่อดังในตำนานต่างๆ เช่น  ZEISS Biotar , Distagon, Planar, Sonnar มาครบใน vivo X80 Series ครับ ^^

vivo-X80-Pro- -X80-5G-013

ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับชิป vivo Pro Imaging Chip V1+ ที่เข้ามาดูแลเน้นที่การแสดงผล รวมไปถึงเรื่องการการถ่ายวีดีโอด้วย โดยในการถ่ายภาพวีดีโอจะมีตัว AI Video Enhancement ที่คอยทำงานช่วยในขณะถ่ายวีดีโอให้เราได้แบบเรียลไทม์ และไม่ใช่แค่ตัว AI เท่านั้น เพราะกล้องรุ่นนี้จะมีโหมด ZEISS Natural Color ที่จะเข้ามาดูแลปรับภาพให้กับเราได้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งด้วย ทำงานได้ทั้งในการถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอด้วยเช่นกันครับ

vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04846

ในทุกโหมดเพราะเลนส์กล้องใน vivo X80 Series ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของการเคลือบเลนส์จาก ZEISS T* เรียบร้อยแล้ว ตามตราสัญลักษณ์ที่ได้รับมาประดับด้านข้างกล้องนั้นเองครับ ฉะนั้นจากมาตรฐานและคุณภาพของทั้งฮาร์ดแวร์กล้องและซอฟท์แวร์กล้อง เชื่อมือ vivo ได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน ^^ ทั้งคุณภาพดีและฟังก์ชั่นเยอะมากครับกล้องของ vivo ในแต่ละรุ่น

vivo-X80-Pro- -X80-5G-012
vivo-X80-Pro- -X80-5G-011
vivo-X80-Pro- -X80-5G-004
vivo-X80-Pro- -X80-5G-005
vivo-X80-Pro- -X80-5G-006
vivo-X80-Pro- -X80-5G-007
vivo-X80-Pro- -X80-5G-008
vivo-X80-Pro- -X80-5G-009
vivo-X80-Pro- -X80-5G-010

ระบบพลังงานของสองรุ่นนี้จะใช้เทคโนโลยีการชาร์จ 80W FlashCharge ชาร์จไวมาก เสียบแค่ประมาณ 10 นาทีได้แบตกลับมา 50% ชาร์จไวมาก

สำหรับรุ่น vivo X80 Pro 5G ให้แบตเตอรี่มาเป็นขนาด 4,700 mAh และสำหรับรุ่น vivo X80 5G จะเป็นแบตขนาด 4,500 mAh ต่างกันเล็กน้อย แต่การใช้งานไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ และรุ่น vivo X80 Pro 5G ยังรองรับการชาร์จไวแบบไร้สาย 50W Wireless FlashCharge อีกด้วย

DSC04746

มีขนาดเครื่องพอๆ กัน ใช้หน้าจอขนาดใหญ่มาก 6.78 นิ้ว ขอบจอไม่มีเลย ขอบจอโค้งลงไปเป็น 3D flexible screen  เจาะรูวางกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลอยู่ตลางกลางขนาดเล็กๆ

โดยในรุ่น  vivo X80 Pro 5G จะให้หน้าจอที่มีความละเอียดสูงกว่า เป็นจอ AMOLED E5 ความละเอียด 2K WQHD+ 120Hz ใช้ระบบสแกนนิ้ว 3D Ultrasonic Fingerprint สแกนไวและใช้งานได้แม้นิ้วเราจะเปียกน้ำเปียกเหงือก็ตามครับ สแกนเร็วจนตกใจครับ วางนิ้วแล้วก็แทบจะเสร็จเลย สวนรุ่นน้อง X80 5G จะเป็นจอ AMOLED 120Hz แต่ความละเอียดจะอยู่ที่ FHD+ แทนครับ และรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอด้วยเช่นกัน

vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04907
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04861
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04939
vivo-X80-Pro- -X80-5G-DSC04941

ระบบเสียงลำโพงคู่ Hi-Fi คุณภาพเสียงดีมีมิติ แม้ตัวเครื่องรุ่นนี้จะไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. แต่ทาง vivo แถมหูฟังที่เป็น USB Type C มาให้ภายในกล่องครับ พร้อมที่ชาร์จ 80W FlashCharge และเคสยางซิลิโคนสีเดียวกับตัวเครื่อง

vivo-X80-Pro- -X80-5GDSC04974
vivo-X80-Pro- -X80-5GDSC04977

vivo X80 Series จะมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พฤษภาคม เวลาประมาณ 18.30 นาฬิกาเป็นต้นไปครับ สามารถติดตามงานเปิดตัวกันได้ที่ Facebook vivo Thailand, YouTube vivo Thailand หรือช่องทางที่ Appdisqus Fanpage จะแชร์มาให้ได้รับชมกันนะครับ รวมถึงสามารถติดตามรีวิวเต็มๆ ของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่น vivo X80 Pro 5G และ X80 5G ได้ที่ Appdisqus.com ได้ด้วยเช่นกันครับ

แล้วพบกันในบทความต่อไป สวัสดีครับ ^^

X80-Series Teaser KV121418

 

ข่าว: พรีวิว vivo X80 Pro 5G และ X80 5G สมาร์ทโฟนเรือธงกล้อง ZEISS สเปคสูงด้วย Snapdragon 8 Gen 1 และ MTK 9000 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-vivo-x80-pro-5g-series-zeiss-camera/

พรีวิว OPPO Reno7 Z 5G ดีไซน์สวยล้ำ สมาร์ทโฟน 5G ที่ถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ดีที่สุด และ OPPO Enco Air2 หูฟังไร้สายตัวใหม่ เบสทรงพลัง กับเคสใสโปร่งแสง

OPPO Reno7 Z 5G The Portrait Expert สมาร์ทโฟนตัวที่สามจากซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ OPPO เปิดตัวมาอย่างต่อเนื่องครับ นับเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่ทำงานด้านการถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ดีที่สุดทั้งซีรี่ส์เลย ด้วยความสามารถของโหมดการถ่ายภาพ Bokeh Flare Portrait เพิ่มดวงไฟโบเก้ฉากหลังให้เด่นเหมือนถ่ายภาพด้วยกล้องเลนส์รูรับแสงขนาดใหญ่ พร้อมทั้งโหมด Selfie HDR เซลฟี่สวยแม้ถ่ายย้อนแสงครับ

และสำหรับ OPPO Reno7 Z 5G ก็เป็นรุ่นที่สวยงามเป็นพิเศษ ด้วยการผลิตฝาหลัง OPPO Glow และไฟ Dual Orbit Lights ไฟวงแหวนรอบกล้องทั้งสองตัว ที่มีมาเป็นพิเศษเฉพาะรุ่นนี้เลยครับ ^^

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01992

OPPO Reno7 Z 5G สวยล้ำมากครับ มีความเป็นตัวเองสูงมาก ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ใช้กระบวนการผลิตแบบ OPPO Glow ทำให้พื้นผัวฝาหลังมีความระยิบระยับ มีความเงาบนพื้นผิวแบบด้าน แม้เครื่องที่ผมได้มาจะเป็นสีโทนดำ มันก็ยังไม่ใช่ดำธรรมดาที่เราเคยเห็นๆ กัน

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01959

สีดำ Cosmic Black จะมีพื้นผิวสัมผัสแบบด้านครับ สัมผัสละมุนมือ ใช้งานไม่เกิดคราบรอยนิ้วมือใดๆ แต่เมื่อมองเข้าไปจะเห็นถึงประกายระยิบระยับ สะท้อนเงาเล่นกับแสง เป็นเทคนิคการผลิตของ OPPO Glow ที่เคลือบผิว 2 ชั้น โดยใช้พื้นผิวซ้อนกัน 3 เลเยอร์

ระหว่าง 2 เลเยอร์แรกที่เป็นแบบด้าน และเลเยอร์ที่ 3 เป็นแบบเงาวางทับด้านบนอีกครั้งหนึ่ง ผสมกันระหว่างพื้นผิวเงากับผิวด้านในเครื่องเดียว โดยเราจะเห็นว่ารอบๆ กรอบกล้องหลังจะมีส่วนที่เป็นเงา แต่ส่วนอื่นๆ ของเครื่องจะเป็นผิวด้านทั้งหมด เพื่อให้มีความสวยงามแต่ยังใช้งานได้เต็มที่โดยไม่มีคราบรอยนิ้วมือ

การออกแบบกล้องก็พิเศษ ด้วยการตัดองค์ประกอบฐานรอบๆ ของชุดกล้องออกไปทั้งหมด ให้เป็นพื้นเรียบเนียนไปเสอมกันทั้งตัวเครื่องโดยไม่มีรอยต่อ สวยงามมากครับOPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC02008

OPPO Reno7 Z 5G จะมีเข้าไทยมาสองสีครับ หนึ่งคือสี Cosmic Black ที่เห็นในพรีวิวนี้ และอีกสีที่สวยมากเช่นกัน Rainbow Spectrum ซึ่งเป็นสีโทนรุ่งที่จะเปลี่ยนไปมาได้ตลอดเวลา ตามมุมแสงที่มากระทบ ก็เป็นสองสีที่แยกกันเป็นเครื่องโทนเข้มกับโทนสว่าง สีไหนก็ไม่มีผิดหวังครับ

และไม่ใช่แค่เรื่องสีสันของ OPPO Glow เท่านั้นครับสำหรับ OPPO Reno7 Z 5G ยังมีความพิเศษแตกต่างไปจากตัวอื่นๆ ด้วย Dual Orbit Lights หรือไฟล้อมกรอบกล้องทั้งสองเลนส์ด้านหลัง ที่จะส่องแสงสว่างได้ตามการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01885

เช่นจะติดขึ้นเมื่อเราเปิดเครื่องโทรศัพท์ แจ้งเราให้รู้ว่ามีสายเรียกเข้า หรือมีการแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้อ่าน รวมถึงติดขึ้นให้ทราบในขณะกำลังชาร์จไฟ หรือจะตั้งค่าให้ส่องสว่างเมื่อเราเปิดใช้งานเกมก็ได้เป็นต้นครับ

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC02019

สวยงาม โดดเด่น และแตกต่าง เหมือนเป็นการผสมผสานการออกแบบของสมาร์ทโฟนสายเกมมิ่งเข้ามาในสมาร์ทโฟนแนวแฟชั่นของ OPPO รวมไว้ด้วยกันครับ ไฟ Dual Orbit Lights ไม่ใช่จะแค่จะติดขึ้นมาเฉยๆ แต่จะสว่างสลับหรี่แสงไปมาได้ โดยไล่เฉดแสงสีน้ำเงิน ฟ้าอ่อน ฟ้าครามหรือเบบี้บลู โดยเราสามารถกำหนดค่าเวลาในการทำงาน และสถานการณ์ที่เราต้องการให้ไฟ Dual Orbit Lights ติดขึ้นมาได้ในการตั้งค่าครับ

OPPO-Reno7-Z-5G-010

งานออกแบบสวยมาก Ultra-Slim Retro Design แบบใหม่ ทรงตัดเหลี่ยมทันสมัย เครื่องบางพกง่ายดูโฉบเฉี่ยว เพราะ OPPO ทำเครื่องหนาๆ แนวเทอะทะออกมาไม่เป็นครับ

งานประกอบและออกแบบใส่ใจทุกรุ่น แน่นหนาและรู้สึกถึงความแกร่งได้ตั้งแต่แรกลองจับถือใช้ ตัวเครื่องบางแค่ 7.49 มม. (สี Rainbow Spectrum จะบาง 7.55 มม.) มีน้ำหนักแค่ 173 กรัม

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01987
OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC02029

AI สามกล้องหลัง กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สำหรับช่วยจับโฟกัสภาพบุคคล รุ่นนี้ถ่ายคนอย่างสวยครับ เพราะมีโหมด Bokeh Flare Portrait เพิ่มดวงไฟโบเก้พื้นหลังให้ดูสวยได้โดยอัตโนมัติ และสุดท้ายคือกล้อง Macro สำหรับโฟกัสวัตถุระยะใกล้ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01870

กล้องของ OPPO Reno7 Z 5G โดดเด่นในด้านการถ่ายพอร์ตเทรตอย่างมากครับ ใช้อัลกอริธึมเฉพาะของ OPPO ทีพัฒนามาใหม่เพิ่มความสว่างให้แก่ตัวแบบพร้อมเบลอพื้นหลังและเพิ่มความเด่นให้ดวงไฟโบเก้ด้านหลังของแบบได้โดยอัตโนมัติในโหมด Bokeh Flare Portrait เป็นโหมดที่จะช่วยสมาร์ทโฟนของเราสามารถถ่ายพอร์ตเทรตได้สวยคล้ายใช้กล้อง DSLR

มีระบบปรับแต่งใบหน้าเหมือนการทำภาพรีทัช Portrait Retouching ที่อัปเกรดมาให้บน OPPO Reno7 Z 5G สามารถรปรับแต่งใบหน้าให้เนียนและดูสวยหล่อได้ ทั้งในการถ่ายภาพนิ่งและการถ่ายภาพวิดีโอพอร์ตเทรต ใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ เป็นที่มาของความสามารถในนิยาม The Portrait Expert เรื่องถ่ายภาพคนโปรดไว้ใจ OPPO Reno7 Series สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ^^

OPPO-Reno7-Z-5G-007
OPPO-Reno7-Z-5G-000

สำหรับคุณภาพของกล้องถ่ายภาพในโหมดต่างๆ ติดตามได้ในรีวิวเต็มๆ ของทาง Appdisqus นะครับ

หน้าจอของ OPPO Reno7 Z 5G เป็นหน้าจอขนาดใหญ่ 6.4 นิ้ว AMOLED Display สีสันสดใส แสงสว่างดี ขอบจอบาง รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC02041

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC02037

เจาะรูวางกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเอาไว้มุมซ้ายบน รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งานได้เช่นกัน

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01995

รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 12 ระบบใหม่ของ OPPO เรื่องของรวมเสถียรและคงทนไม่ต้องห่วงครับ เพราะนี้คือสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นของ OPPO ที่ไดได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน TÜV SÜD 36-month fluency rating A หมายถึงการการันตีว่า สมาร์ทโฟนเครื่องนี้แม้จะใช้งานไปแล้วนานถึง 36 เดือนก็ตาม ก็ยังจะทำงานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วเช่นเดิม ของดีจากภายใน มันจะไม่เสื่อมไม่โทรมจากกันไปง่ายๆ ครับ

OPPO-Reno7-Z-5G-002
OPPO-Reno7-Z-5G-005
OPPO-Reno7-Z-5G-006

รุ่นนี้ให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่แรงพอสมควรนะครับ ใช้ชิปเซ็ตตัวใหม่ Snapdragon 695 5G Mobile Platform ชิปเซ็ตเทคโนโลยีระดับ 6 นาโน แรงพอตัว กินพลังงานน้อย และรองรับการใช้งาน 5G เต็มรูปแบบด้วยครับ ให้แรมมา 8GB พร้อมความสามารถ RAM Expansion ขยายขนาดแรมออกไปได้ด้วยหน่วยความจำที่ยังไม่ได้ใช้งานอีก 5GB รวมเป็น 12GB ไว้ใช้ และหน่วยความจำให้มา 128GB ครับ และรองรับ micro SD Card เพิ่มเติมจากสล็อตซิมที่สองที่เป็นไฮปริด สลับใส่ระหว่างซิมกับ micro SD Card ได้ครับ

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01877

แบตเตอรี่ใส่ 4,500 mAh และใช้ระบบชาร์จไว 33W SUPERVOOC มาให้ครับ มาตรฐานชาร์จไฟตัวเก่งของ OPPO ที่เราไว้ใจได้ในความปลอดภัยและการควบคุมความร้อน ความไวในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ไม่ว่าแบตจะหมดเกลี้ยงแค่ไหนก็ตามใช้เวลาประมาณ 63 นาที หรือในระหว่างวัน มีเวลาแวะชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถนำไปใช้คุยงานต่อได้นานถึง 3 ชั่วโมง มีอุปกรณ์ชาร์จมาให้เลยภายในกล่องครับ

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC02000

อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะมีที่ชาร์จ 33W SUPERVOOC สายดาต้า และเคสใสซิลิโคนแถมมาให้นะครับ

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01810
OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01806

OPPO Reno7 Z 5G บาง สวย งานประกอบแน่นๆ ผู้ที่สนใจก็สามารถไปลองสัมผัสเครื่องจริงกันได้ที่หน้าร้านนะครับ ผมแอบมาบอกก่อนว่าทาง OPPO ได้เตรียมของแถมพรีออร์เดอร์เป็น Special Gift กระเป๋า OPPO Sports Bag เอาไว้ให้ด้วย 

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01821

กระเป๋าใบใหญ่มากครับ หนา รับน้ำหนักได้พอสมควร ใส่อุปกรณ์กีฬาหรือใส่เสื้อผ้าไปต่างจังหวัดได้เลย

OPPO-Reno7-Z-5G-PreviewDSC01822

พรีวิว OPPO Enco Air2 หูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นล่าสุด

และวันนี้ผมก็ได้ตัว OPPO Enco Air2 หูฟังไร้สายตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเร็วๆ นี้จาก OPPO เอามาอวดกันด้วยครับ ผมจะบอกว่าหูฟังของ OPPO เสียงดีอยู่แล้ว ไม่มีรุ่นไหนผิดหวังแน่นอนครับ คุณภาพเสียงเกินราคาทุกตัว และตัวนี้ก็เช่นกันครับ

OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02051

OPPO Enco Air2  มาพร้อมสโลแกน Fresh Sound in the Air ใช้ชื่อรุ่นว่า Air2 แต่ด้านเสียงนั้นกลับไม่เบาเหมือนชื่อครับ เบสทรงพลังมาก เพราะมาพร้อมกับไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 13.4 mm composite tetanized diaphragm driver พร้อม Bass booster เพื่อเพิ่มพลังเสียงเข้าไปอีก โดยไดรเวอร์ไดนามิกขนาดใหญ่นี้ออกแบบมาเพื่อให้หูฟังมีพื้นที่ในการอัดอากาศได้มากขึ้น เพิ่มพลังของเบสได้หนักขึ้น สะใจกับแรงผลักของเสียงเบสกันแบบเต็มที่ครับรุ่นนี้

OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02052

OPPO Enco Air2 มีความโดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกแล้วครับ ใช้ตัวเคสโปร่งแสงที่เป็นเอกลักษณ์ เราจะเห็นหูฟังภายในเคสได้โดยไม่ต้องเปิดฝา

ตัวเคสออกแบบโค้งมนแบบ Pebble-round ขนาดพอดีกับฝ่ามือ น้ำหนักเบามาก หูฟังรวมเคสชาร์จแล้วน้ำหนักจะอยู่ที่ 39.9 กรัมเท่านั้นเอง ด้วยเคสนี้จะช่วยชาร์จแบตเตอรี่กลับเข้าสู่ตัวหูฟังได้มากถึง 6 รอบ รวมเวลาใช้งานได้นาน 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหูฟังและแบตเตอรี่ของเคสให้เต็ม 100% เวลาที่ใช้ในการชาร์จทั้งหมดเฉลี่ยประมาณ 1.5 ชั่วโมง

OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02059
OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02065
OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02067
OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02071

OPPO Enco Air2 รองรับระบบส่งสัญญาณแบบ Binaural ส่งเสียงสู่หูฟังสองข้างพร้อมกัน เป็นเทคนิคการเชื่อมต่อของหูฟัง True Wireless รุ่นใหม่ เชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.2 มันใช้พลังงานน้อยลง และได้ค่าความหน่วงที่ต่ำ และจะต่ำยิ่งกว่าเมื่อจับคู่การใช้งานของหูฟังรุ่นนี้เข้ากับสมาร์ทโฟนของ OPPO จะมีความหน่วงต่ำมากเป็นพิเศษครับเพราะถูกจูนมาเพื่อให้เข้ากันเป็นอย่างดี

แค่เพียงเราเปิดฝาเคสของหูฟัง อุปกรณ์สมาร์ทโฟน OPPO ที่อยู่ใกล้ๆ ถ้าเปิดสัญญาณบลูทูธเอาไว้ ก็พบเจอกันและพร้อมเชื่อมต่อใช้งานได้ทันทีเลยครับ

OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02095

ตัวหูฟังจะมีระบบ Game mode เป็นโหมดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อลดความหน่วงของเสียงให้เหลือในระดับเพียง 80ms แต่ก็จะใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติตามไปด้วยนะครับ

ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเปิดการใช้งานได้ทันทีด้วยการแตะสามครั้งบนตัวหูฟังครับ ส่วนการควบคุมในคำสั่งอื่นๆ ก็ทำได้ผ่านตัวหูฟังโดยตรงเกือบทั้งหมด รวมถึงการลดเสียงและเพื่มเสียงด้วย

OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02098

ตัวไมค์รับเสียงของ OPPO Enco Air2 ใช้ระบบ AI deep noise cancellation for calls เพื่อช่วยตัดเสียงรอบตัวให้การสนทนาของผู้ใช้ไร้เสียงรบกวน โดย AI จะเรียนรู้ในการแยกแยะเสียงของมนุษย์ และใช้อัลกอริธึเพื่อแยกเสียงพูดของเราออกจากเสียงอื่นๆ รอบตัว และลดเสียงที่ไม่เกี่ยวข้องได้แบบเรียลไทม์นั้นเองครับ

OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02083

อุปกรณ์ภายในกล่องของหูฟัง OPPO Enco Air2 จะมีแค่ตัวชุดหูฟังพร้อมเคสและคู่มือการใช้งานให้มานะครับ ไม่มีสายชาร์จมาให้ ส่วนราคาก็รองานเปิดตัวอย่างเป็นทางการกันในต้นเดือนหน้านะครับ

OPPO-Enco-Air2-PreviewDSC02100

OPPO Enco Air2 จะเปิดตัวพร้อมกับ OPPO Reno7 Z 5G ในงาน OPPO Reno7 Z 5G Launch Event ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ใครที่สนใจก็ติดตามรับชมกันได้ ผ่านทาง Facebook, YouTube และ TikTok ของ OPPO Thailand เท่านั้นนะครับ แล้วไปร่วมรับชมรายละเอียดต่างๆ พร้อมกันในงานนะครับ ^^

ข่าว: พรีวิว OPPO Reno7 Z 5G ดีไซน์สวยล้ำ สมาร์ทโฟน 5G ที่ถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้ดีที่สุด และ OPPO Enco Air2 หูฟังไร้สายตัวใหม่ เบสทรงพลัง กับเคสใสโปร่งแสง มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/oppo-reno7-z-5g-enco-air2-preview/

พรีวิว OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G สมาร์ทโฟน “The Portrait Expert” พร้อมดีไซน์โดดเด่น

OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G สองสมาร์ทโฟนจากซีรี่ส์ขายดีของ OPPO ที่กำลังจะเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันแล้ว สำหรับสมาร์ทโฟนที่มาในนิยาม “The Portrait Expert” เพราะความสามารถในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตถูกใส่เข้ามาอย่างครบเครื่องมาก ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและการถ่ายพอร์ตเทรตแบบวีดีโอครับ

DSC01130

OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G ถูกพัฒนามาในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านกล้อง เพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพบุคคล ด้วยฟีเจอร์ Bokeh Flare Portrait Video เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพให้เราได้เสมือนใช้กล้อง DSLR ที่มีรูรับแสงของเลนส์ขนาดใหญ่มาถ่ายวีดีโอ

DSC01028

และการดีไซน์ตัวเครื่องภายนอกแบบใหม่ในสี Startrails Blue ด้วยการใช้เทคโนโลยี LDI ครั้งแรกของโลกที่มาใช้ในการผลิตสมาร์ทโฟน ( LDI หรือ Laser Direct Imaging เทคนิคที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเซมิคอนดักเตอร์) ด้วยการแกะสลักด้วย micro-rasters จำนวนมากถึง 1.2 ล้านตัว ซึ่งแต่ละตัวถูกสร้างด้วยความละเอียดเพียง 20 ไมครอน มาผสมกับการผลิตตามแบบฉบับ OPPO Glow

ให้ความโดดเด่น ระยิบระยับ ลวดลายฝาหลังมีลายเส้นเสมือนฝนดาวตก สะท้อนแสงเล่นสีตามมุมแสงกระทบ และยังนับเป็นการนำเทคโนโลยี LDI มาใช้กับฝาหลังของสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรกในวงการอีกด้วยครับ

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01191

OPPO Reno7 Series มีเข้ามาจำหน่ายในไทยสองสี คือ สี Startrails Blue สีที่ไม่หยุดนิ่งจากเอฟเฟกต์ระยิบระยับของลายเส้นที่เหมือนสะเก็ดดาวบนฝาหลัง มีแสงสะท้อนที่เปลี่ยนไปมาตามมุมมองการถือที่ต่างกันออกไป สวยงามและดูมีความเป็นเอกลักษณ์สูงมากครับ

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01015
OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01192
OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01080
OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01039

และอีกสีสำหรับคนชอบสีเครื่องเข้มๆ แบบเฉดสีดำ ซึ่งสองรุ่นจะใช้ชื่อเรียกต่างกันเล็กน้อยนะครับ OPPO Reno7 5G สีดำจะเรียกว่า Starry Black ส่วน OPPO Reno7 Pro 5G สีดำเรียกว่า Starlight Black

เป็นสีดำที่ไม่ดำธรรมดา เพราะเป็นสีดำที่เล่นเฉดไล่ระดับจากสีดำไปจนถึงเฉดสีน้ำเงิน และผสมกริตเตอร์เพิ่มความระยิบระยับเข้าไปให้ดูหรูมากยิ่งขึ้น งานปะรกอบพรีเมียม แน่นหนา ไม่กลวงใน ถือจับแล้วก็รู้สึกได้ถึงความทนทานครับ

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01033
OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01043
OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01198
OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01108

ตัวเครื่องจริงทั้งสองสีสวยมากครับ ดีไซน์บาง Ultra Slim Body พกพาสะดวกดูเป็นแฟชั่นไม่หนาเทอะทะ บางแค่ 7.81 มิลลิเมตร ฝาหลังโค้งแบบ 3D โฉบเฉี่ยว จับถือได้อย่างสบายมือ เบาแค่ 173 กรัม และพื้นผิวของ OPPO Glow ไม่เกิดคราบรอยนิ้้วมือในขณะใช้งาน ทนทาน และช่วยลดการเกิดรอยขีดข่วนได้อีกด้วยครับ

ถ้าเป็นรุ่น OPPO Reno7 5G Pro จะมีความเป็นเหลี่ยมมุมมากกว่า และบริเวณกรอบกล้องหลังจะมีการติดตั้ง Orbit Breathing Light ลูกเล่นแสงไฟเหมือนสมาร์ทโฟนเกมมิ่งครับ เราสามารถกำหนดให้ไฟสว่างขึ้นในขณะเล่นเกม หรือใช้เป็นไฟสถานะแจ้งสายเรียกเข้า หรือไฟสว่างในขณะชาร์จแบตก็ได้เช่นกันครับ ใครที่ชอบแสงสีน่าจะถูกใจนะ ^^

DSC01133

จะเห็นว่าฝาหลังของสมาร์ทโฟนซีรี่ส์นี้สวยงามมาก ด้วยเทคโนโลยี LDI และ OPPO Glow จึงได้ลวดลายและรูปลักษณ์ที่สวยงาม เทคนิคนี้เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ OPPO เท่านั้นนะครับ โดยเฉพาะในสี Startails Blue ลวดลายไม่เหมือนใคร ลายเส้นสะท้อนแสงเงาเหมือนฝนดาวตกพาดผ่านฝาหลัง สวยงามมากจริงๆ ครับ

6

อีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนในซีรี่ส์นี้ ก็คือกล้องหลังที่โดดเด่นในความสามารถใหม่ครับ โดยในรุ่น OPPO Reno7 5G จะให้กล้องหลังสามตัว กล้องหลักความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล + Wide Angle 8 ล้านพิกเซล และ Macro Camera 2 ล้านพิกเซล โดยทาง OPPO พัฒนาระบบกล้องถ่ายภาพใหมดใหม่สำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ที่จะให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์การถ่ายภาพบุคคลแบบมืออาชีพ ให้สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้เองในโหมดบุคคลเสมือนกำลังใช้กล้อง DSLR

OPPO-Reno7-5G-006
OPPO-Reno7-5G-007
OPPO-Reno7-5G-008
OPPO-Reno7-5G-009

ด้วยความสามารถ Bokeh Flare Portrait Video เอฟเฟกต์การถ่ายภาพชัดลึกชัดตื้น ทั้งการถ่ายวิดีโอแบบเรียลไทม์ และ Portrait Mode สำหรับภาพนิ่งตัวใหม่ จะไม่ใช่แค่การเปิดกับการปิดการถ่ายภาพละลายฉากหลังแบบเดิมๆ อีกต่อไปครับ แต่จะให้เราปรับขนาดรูรับแสงได้เองเหมือนกล้อง DSLR โดยฟังก์ชั่นนี้จะใช้งานได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ และยังพร้อมกับฟีเจอร์ลูกเล่นสวยๆ งามๆ ในการถ่ายภาพและวีดีโออีกมากครับ รอชมผลงานของกล้องรุ่นนี้ได้ในรีวิวของ Appdisqus นะครับ บอกได้เลยว่ากล้องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่ธรรมดา และมีอะไรให้เล่นอีกเยอะมากๆ ^^

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC00979

OPPO Reno7 5G ด้านหน้าเป็นหน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว จอชนิด AMOLED Display 90 Hz Refresh Rate รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง

DSC01094

และ OPPO Reno7 Pro 5G เป็นจอขนาดใหญ่กว่า อยู่ที่ 6.5 นิ้ว ชนิดจอ AMOLED Display 90 Hz Refresh Rate เช่นกัน

OPPO-Reno7-Pro-5G

จอภาพสีสดใสครับตามสไตล์จอ AMOLED เล่นเกมสวยงาม ตอบรับการทัชขณะเล่นเกมได้สบายเพราะมีอัตรา Touch Sampling Rate สูง 180Hz ขอบจอเล็ก ดูหนังเต็มตา เจาะรูวางกล้องหน้าความละเอียดสูงเอาไว้ให้ เป็นกล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งานได้เช่นกัน

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01097

รองรับสองซิมการ์ดแบบ 5G Dual-Stand by และเป็นเครื่องที่มีสามสล็อตสำหรับใส่ Micro SD card ได้พร้อมกันด้วยนะครับ ออกแบบถาดใส่ซิมมาได้เล็กเพราะเป็นการออกแบบถาดใส่ซิมที่ใช้งานทั้งสองด้าน

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01067

OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G มีแบตเตอรี่ภายใน 4,500 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จระดับพรีเมี่ยม 65W SUPERVOOC TM ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และไม่มีความร้อนสะสม ปลอดภัยใช้งานได้มั่นใจครับ

และภายในตัวเครื่องของ OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G ยังใส่ระบบระบายความร้อน Multi-Cooling System ที่ช่วยดูแลรักษาอุณหภูมิเครื่องเอาไว้ ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ชุดระบายความร้อนและ AI ของระบบ ฉะนั้นใช้งานให้เต็มที่ อยากใช้ก็ใช้อยากชาร์จก็ชาร์จ ไม่ต้องกลัวจะเครื่องจะเสื่อมเพราะความร้อนก่อนเวลาอันควรครับ

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01023

อุปกรณ์ภายในกล่องก็มีเคสใสซิลิโคน และที่ชาร์จ 65W SUPERVOOC TM มาให้เลยพร้อมสายดาต้าไม่ต้องไปซื้อแยกครับ

OPPO-Reno7-5G -OPPO-Reno7-Pro-5GDSC01085

บอดี้ภายนอกสวย สเปคภายในก็แรงด้วยครับ เพราะ OPPO Reno7 5G ใช้ชิปเซ็ต 5G ตัวแรงกระแสนิยม MediaTek Dimensity 900 Integrated 5G SoC รองรับทั้ง 5G และ WiFi 6 ความแรงเพียงพอต่อการใช้งานทุกอย่างแม้แต่การเล่นเกมครับ ให้ RAM 8GB พร้อมความสามารถ RAM Expansion ขยายแรมออกไปได้อีกสูงสุด 5GB ใช้งานกันลื่นได้เลยละครับ หน่วยความจำให้มาไม่น้อยเช่นกัน 256GB

OPPO-Reno7-5G-007-1
OPPO-Reno7-5G-008-1

ส่วน OPPO Reno7 Pro 5G จะแรงมากขึ้น โดยการใช้ Dimensity 1200 Max 5G Octa Core ตัวเกรดท็อปของค่าย Mediatek เลยครับ และให้ RAM มาถึงขนาด 12GB แและยังรองรับ RAM Expansion ขยายดแรมออกไปได้อีกถึง 7GB เหลือเกินจะเหลือครับ

OPPO-Reno7-5G-014
OPPO-Reno7-5G-015

ทั้งคู่รันด้วยระบบ Android 11 ครอบทับด้วย ColorOS 12 ใหม่ล่าสุด เปลี่ยนแปลงไปในหลายด้านตั้งแต่การออกแบบใหม่ และความสามารถที่เพิ่มเข้ามา ติดตามได้ในรีวิวเต็มๆ หลังงานเปิดตัวได้เลยครับ ^^ รุ่นนี้ใช้สนุก ของเล่นเพียบ

OPPO-Reno7-5G-001
OPPO-Reno7-5G-002
OPPO-Reno7-5G-003
OPPO-Reno7-5G-006-1

งานเปิดตัวของ  OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้นะครับ เรามีราคาคร่าวๆ ของ OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G มาฝากกันด้วย

โดยข่าวว่า OPPO Reno7 5G ราคาถูกลงกว่าเดิมอยู่ในช่วง 16,xxx – 17,xxx ส่วน OPPO Reno7 Pro 5G จะอยู่ช่วงราคาเดิมของ OPPO Reno6 Pro 5G นั้นคือประมาณ 22,xxx บาท ส่วนราคาจริงก็รอทาง OPPO ยืนยันในงานเปิดตัวครับ ซึ่งจะมีโปรโมชั่นสำหรับคนที่ต้องการสั่งจองออกมาแล้วครับ โดยผู้จองจะได้รับของแถมดังนี้

OPPO Reno7 5G

  • E-VIP CARD ประกันจอแตกและประกันตัวเครื่อง
  • OPPO Enco BUDS หูฟัง TWS
  • รวมมูลค่า 6,999 บาท

Reno7-5G

OPPO Reno7 Pro 5G

  • E-VIP CARD ประกันจอแตกและประกันตัวเครื่อง
  •  หูฟัง OPPO Enco Air2 หูฟังรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยมีการวางขายมาก่อน
  • รวมมูลค่า 10,499 บาท

Reno7-Pro-5G

ถ้าสนใจสามารถไปลองดูตัวจริงกันที่หน้าร้านได้เลย แล้วมาติดตามงานเปิดตัวกันได้ในวันวาเลนไทน์นี้นะครับ ^^ และสามารถรอติดตามรีวิวเต็มๆ จาก Appdisqus ได้ในวันเปิดตัวด้วยเช่นกันครับ

ข่าว: พรีวิว OPPO Reno7 5G และ OPPO Reno7 Pro 5G สมาร์ทโฟน “The Portrait Expert” พร้อมดีไซน์โดดเด่น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-oppo-oppo-reno7-pro-5g-series/

พรีวิว OPPO A95 สมาร์ทไปให้สุดฟอร์ม ดีไซน์โดดเด่น สนุกได้เต็มที่ ชาร์จไว 33W Flash Charge แบตอึด RAM เยอะ 8+128 GB

OPPO A95 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ของ OPPO งานออกแบบดีไซน์สวยอีกเช่นเคย จะมาพาให้คุณสมาร์ทไปให้สุดฟอร์ม ด้วยประสิทธิภาพการใช้งานที่ดี ตัวเครื่องที่สวยงามซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยี OPPO Glow Design

พร้อมการจับมือกันระหว่าง OPPO และ AFF (ASEAN Football Federation Championship) หรือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน AFF Suzuki Cup 2020 ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่  5 ธันวาคม 2564 ถึง 1 มกราคม 2565 สิ้นปีนี้ โดยการแข่งขันครั้งนี้จะมีทีมฟุตบอลชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันด้วยครับ (อย่าลืมเชียร์กันนะ ^^)

ซึ่งก็เป็นฤกษ์ดีที่ OPPO ได้เข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์หลักในการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดของอาเซียนครั้งนี้ครับ โดยมีการปล่อยกล่องพิเศษ OPPO A95 AFF Suzuki Cup 2020 Special box ออกมาด้วย (กล่องพิเศษนี้ไม่มีการวางจำหน่าย)




OPPO A95 เป็นสมาร์ทโฟนที่ให้ประสิทธิภาพตัวเครื่องมาแรงพอตัวครับ ใช้หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 662  ให้ RAM ขนาดใหญ่ 8GB และพื้นที่ใช้งานของหน่วยความจำภายในขนาด 128GB

รองรับ 4G สองซิมการ์ดแบบที่ใส่สามสล็อต ใส่ Micro SD Card ได้เพิ่มเติม และมีพอร์ทหูฟัง 3.5มม. ใช้ที่ชาร์จแบบ USB Type C

รันด้วยระบบใหม่ ColorOS 11.1 ครอบบน Android 11 ที่จะมีความสามารถเสริมในระบบของ OPPO อย่าง System Booster ที่จะเพิ่มความแรงการตอบสนองในการใช้งานได้มากขึ้นไปกว่าสเปคได้อีก และระบบ  RAM Expansion หรือระบบที่จะใช้พื้นที่หน่วยความจำมาขยายขนาดแรมออกไปได้สูงสุดอีก 5GB ทำให้มีแรมเครื่องจะมีพื้นที่ให้ใช้ได้ถึง 8GB + 5GB เหลือๆ เลยครับ

แบตเตอรี่ใส่ขนาดใหญ่มาให้จุใจ 5,000mAh พร้อมระบบชาร์จไว 33W Flash Charge มีเวลาชาร์จแค่ 5 นาที ก็ดู Youtube ต่อได้เป็นชั่วโมง แบตเยอะก็สนุกได้ยาว และชาร์จไวก็ใช้กันทั้งวันสบายใจครับ ด้วยสเปคและจุดเด่นแต่ละด้านของเครื่อง กำหนดมาได้ลงตัวน่าสนใจครับ

สเปคภายในดีตัวเครื่องภายนอกก็ต้องดีด้วยครับ และ OPPO A95 ตัวเครื่องภายนอกก็สวยมาก โดยจะมีมาให้เลือกสองสี คือสีเงินประกายรุ้ง Glowing Rainbow Silver และสีดำ Glowing Starry Black ซึ่งเป็นสีที่เห็นในบทความพรีวิวนี้

Glowing Starry Black เป็นสีดำเข้มที่มีเทคเจอร์แบบกริตเตอร์ผสมอยู่ภายใน ดูเข้มแต่มีรายละเอียดเหมือนท้องฟ้ากลางคืนที่มีแสงดวงดาว




ผิวสัมผัสแบบด้าน ใช้เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะ OPPO Glow การผลิตในเกรดนี้จะไม่เกิดคราบรอยนิ้วมือ ไม่มีคราบมัน ผิวไม่ลื่น และละมุนมือเวลาถือใช้ ทนทานต่อสิ่งต่างๆ ผ่านการทดสอบมาหลายด้าน ทดสอบการฉายผ่านรังสี UV นาน 96 ชั่วโมง ทดสอบการเสียดสีกับวัสดุ และการทดสอบการเผาไหม้ ทำให้ทนต่อความร้อนและการขีดข่วยได้ดีมากๆ ครับ

ผิวสัมผัสให้ความรู้สึกที่ดีมาก สบายใจต่อการใช้งานด้วยเพราะไม่ต้องเช็ดบ่อยๆ เครื่องเลอะยาก และเกิดรอยขีดข่วนได้ยาก สวย และ ทน

ออกแบบมาได้เบาบางเช่นเดิมตามสไตล์ OPPO ไม่มีความหนาเทอะทะดูเป็นสมาร์ทโฟนสมัยเก่า มีน้ำหนักเครื่องเพียงแค่ 175 กรัม และบาง 7.95 มม. เท่านั้นเอง แม้ภายในจะใส่แบตเตอรี่มาให้ถึง 5,000mAh แต่ที่ทำเครื่องมาบางเบาแบบนี้ได้เพราะใช้เทคโนโลยีของอุปกรณ์สมัยใหม่ ใช้ที่สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง ไม่ได้ใช้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่องที่จะทำให้เครื่องดูหนาโดยไม่จำเป็นครับ

หน้าจอ AMOLED FHD+ punch-hole display ขนาด 6.43 นิ้ว ขอบจอเล็กใช้งานได้เต็มตา อัตราส่วนหน้าจอต่อพื้นที่ด้านหน้า 90.8% ความสว่างสูงสุด 800nits มีฟีเจอร์ All-Day Eye Care ดูแลปกป้องดวงตา ปรับสีสันความสว่างหน้าจอให้เหมาะสมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

เจาะวางกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และแน่นอนว่ามากับ AI Beautification เอฟเฟกต์การปรับแต่งผิวหน้าตามแสงสภาพแวดล้อมโดยรอบของ OPPO ที่หนุ่มสาวสายเซลฟี่ต้องมา และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Intelligent Skin Tone ของ OPPO ที่สามารถปรับโทนสีผิวของผู้ถ่ายได้อิสระหลายระดับความสว่างให้เลือกได้ด้วยครับ อยากขาวอยากเข้ม อยากจะหน้าใส มีให้หมดในระบบกล้อง AI ของ OPPO ครับ

ด้านหลังเป็นกล้อง AI 3 ตัว ความละเอียด 48ล้านพิกเซล กล้อง Depth 2ล้านพิกเซล สำหรับช่วยจับภาพถ่ายบุคคล และกล้องมาโคร 2ล้านพิกเซล ไว้โฟกัสวัตถุระยะใกล้ ได้ใกล้สุดในระยะ 4 เซนติเมตร  มาพร้อมฟีเจอร์การถ่ายภาพด้วย AI ครบครับ ทั้งถ่ายภาพบุคคลละลายหลัง การถ่ายภาพกลางคืน และฟิลเตอร์สีสันให้เลือกใช้งานทั้งโหมดกลางวันและโหมดถ่ายภาพกลางคืน ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดต่างๆ ก็ติดตามได้ในรีวิวเต็มๆ ของ Appdisqus นะครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องก็มีตัวชาร์จไว 33W Flash Charge มาให้ครับ พร้อมสาย USB  และเคสใสซิลิโคน รุ่นนี้จะไม่มีชุดหูฟังแถมมาครับ




OPPO A95 พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.00 ทางแฟนเพจของ OPPO ได้เลยนะครับ รายละเอียดเพิ่มเติม: https://bit.ly/3bVhF7p

และก็อย่าลืม ร่วมเชียร์ทีมฟุตบอลไทยในการแข่งขัน AFF Suzuki Cup 2020 ครั้งนี้กันด้วย งานนี้ OPPO เป็น Official partner ของการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ฉะนั้นลงวันที่ไว้ วันที่ 18 พฤศจิกายนติดตามงานเปิดตัวมือถือ OPPO A95 ส่วนวันที่ 5 ธันวาคมก็ติดตามการเปิดการแข่งขันฟุตบอลไปด้วยกันนะครับ ^^

ข่าว: พรีวิว OPPO A95 สมาร์ทไปให้สุดฟอร์ม ดีไซน์โดดเด่น สนุกได้เต็มที่ ชาร์จไว 33W Flash Charge แบตอึด RAM เยอะ 8+128 GB มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/preview-oppo-a95-33w-flash-charge/