คลังเก็บป้ายกำกับ: #BINEWS

จาก น้ำหวานจากดอกเข็มสีแดง สู่ เชฟเทเบิล “โอมากาเสะดอกไม้”

จาก น้ำหวานจากดอกเข็มสีแดง สู่ เชฟเทเบิล “โอมากาเสะดอกไม้” ความสุขพร้อมเสิร์ฟบนจานอาหาร 

สีสันของดอกไม้มากมาย หลากหลายสายพันธุ์ ถูกวางเรียงอย่างสวยงาม ลงบนจานอย่างพิถีพิถัน ไม่ต่างจากร้านอาหารหรูๆ ที่นำดอกไม้มาตกแต่งจาน แต่ความสวยงามของดอกไม้ทั้งหมดนี้ ถูกจัดเสิร์ฟโดย วิลาศ จุลกัลป์  เจ้าของร้านบ้านวสุนธารา เชียงใหม่ เพื่อเตรียมรับรองลูกค้าที่ตั้งใจจองคิวมาเพื่อรับประทานอาหาร ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ทำมาจากดอกไม้ที่คุณลุงวิลาศปลูกเอง

 

จากน้ำเสียงที่ออกสำเนียงปักษ์ใต้ สู่คนเมืองล้านนา 

สำเนียงและเสียงที่เราได้พูดคุยกับคุณลุงวิลาศ บ่งบอกว่า คุณลุงวิลาศ ไม่ใช่คนพื้นเมืองล้านนา จ.เชียงใหม่ คุณลุงวิลาศยิ้ม ก่อนเล่าว่า “ผมเป็นคนสุราษฎร์” อดีตเคยทำงานเป็นล่ามแปลภาษา เมื่อย้อนไปสมัยทำงานตอนนั้นตั้งใจอยากมีผืนดินเล็กๆไว้ปลูกผัก เลี้ยงปลา และพอดีก็มีเพื่อนแนะนำว่ามีที่ดินแถวจังหวัดเชียงใหม่ขาย ซึ่งส่วนตัว อยากมีที่ดินที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่แล้ว เพราะที่นี้บรรยากาศดี จึงตัดสินลาออกจากงานประจำมาลงหลักปักฐานอยู่ที่เชียงใหม่ 

คุณลุงวิลาศยังเล่าว่า ตอนนั้นยังไม่ได้มีความคิดว่าจะต้องมาเปิดธุรกิจอะไร แค่ปลูกผัก ปลูกข้าว ไว้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว เป็นความสุขเล็กของคนแก่ก็พอแล้ว แต่เมื่อผลผลิตมากขึ้น ก็มานั่งคิดว่า “เด็กๆเราเคยนำดอกเข็มสีแดงๆมาดูดน้ำหวาน” จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการคิดเมนูอาหารจากวัตถุดอกไม้ 

รังสรรค์ดอกไม้ที่ปลูกให้กลายเป็นเมนูอาหาร

อาหารแต่ละจานถูกรังสรรค์โดยฝีมือ ของคุณลุงวิลาศ ทั้งหมด โดยในทุกเช้าคุณลุงวิลาศจะออกไปเก็บดอกไม้ และ พืชผัก ในสวนหลังบ้าน คุณลุงเล่าว่า ที่ต้องออกไปเก็บแต่เช้าเพราะ ดอกไม้ที่ผ่านน้ำค้างยังมีความสด มือ เท้าของเราก็จะได้สัมผัสกลิ่นอายดิน กลิ่นหญ้า กลิ่นดอกไม้ เหมือนเพิ่มพลังให้เราในทุกเช้า เป็นบรรยากาศที่เมืองหลวงก็หาแบบนี้ไม่ได้ 

เมนูเมี่ยงคำบุปผาหรือเมี่ยงคำดอกไม้ กลายเป็น อาหารขึ้นชื่อที่ลูกค้ามาเยือนที่แห่งนี้ต้องสั่งเป็นประจำ และ เมนูข้าวยำดอกไม้ ซึ่งลูกค้าหลายคนมักสงสัยและถามคุณลุงว่า ดอกไม้ที่วางอยู่บนจาน ตกแต่งเพื่อความสวยงามเหมือนร้านอาหารทั่วไปหรือไม่ คุณลุงก็จะตอบน้ำเสียงคนปักษ์ใต้ว่า “ทุกอย่างที่วางอยู่บนจานสามารถรับประทานได้หมด เพราะ ความตั้งใจของคนทำอาหารคือลุง “ดอกไม้คือส่วนประกอบหลักของเมนูอาหาร” ไม่ใช่เพียงไว้เพื่อตกแต่งจาก นั้นคือเป้าหมายในการทำ “โอมากาเสะดอกไม้” 

อย่างเมนูที่ต้องมีวัตถุดิบที่ต้องใช้กะทิเป็นส่วนประกอบ คุณลุงวิลาศ ก็ไปสอยมะพร้าวเพื่อมาขูดและคั้นน้ำกะทิเอง ทั้งของคาวและของหวาน ล้วนแล้วผ่านขั้นตอนของคุณลุงทั้งสิ้น 

ความสุขของชีวิตที่ไม่ต้องดิ้นรน

“ผมอยากให้ลูกค้าที่มาที่นี่ได้เสพบรรยากาศ เสพความสุข” จากที่ต้นไม้ ดอกไม้ พันธุ์ไม้ต่างๆโดยรอบ รวมไปถึงจากเมนูอาหารที่ผมทำและเสิร์ฟ เพราะผมรู้สึกว่า เมื่อผมความสุขแล้ว ก็อยากให้คนที่มาที่นี่ได้รับความสุขกลับไปด้วย มันเกิดจากความตั้งใจของเราที่ไม่ต้องดิ้นรน ให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อน และ ผ่อนคลาย ผมว่านี้ละคือความสุขที่มนุษย์โหยหา 

ตลอดการพูดคุยกับคุณลุงวิลาศ เราสัมผัสได้ถึงความสุขและความตั้งใจในการทำอาหาร ผ่านรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และความพิถีพิถันในการจัดเรียงอาหารแต่ละเมนู  คุณลุงวิลาศกล่าวทิ้งท้ายก่อนจบบทสนทนาว่า 

“ความสุขของผมคือการได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าที่ได้รับประทานอาหารที่ดี มีคุณภาพ ผมไม่ได้หวังว่าจะต้องได้รายได้มากมายจากการทำอาหาร แต่สิ่งที่ผมทำคือผมอยากให้ทุกคนที่มาที่นี่ได้รับความสุขกลับไป” 

หากต้องการไปรับประทานอาหารที่ทำมาจากดอกไม้ หรือ อยากเสพบรรยากาศธรรมชาติ แบบสโลว์ไลฟ์ แนะนำติดต่อไปที่คุณลุงวิลาศ แต่ขอบอกว่า “จะไปที่นี้ต้องจองคิวล่วงหน้า” เพราะคุณลุงวิลาศ เป็นทั้งเชฟและดูแลลูกค้าเองทั้งหมด https://www.facebook.com/wasuntharaeaterfarm

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post จาก น้ำหวานจากดอกเข็มสีแดง สู่ เชฟเทเบิล “โอมากาเสะดอกไม้” first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/chef-table-omakase-flower/

Airasia เปิดให้บริการเรียกรถรับ-ส่งทั่วกทม.-ชานเมือง

Airasia เปิดให้บริการเรียกรถรับ-ส่งทั่วกทม.-ชานเมือง ชูกลยุทธ์ Private Plus ซึ่งคนขับจะได้รับรายมากกว่า 80%

 ในช่วงนี้จะเห็นได้ว่าตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของประเทศไทย กลับมาคึกคักด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งต่างจังหวัด รวมไปถึงกรุงเทพฯ เช่นกัน 

ระบบขนส่งต่างๆจึงมีความสำคัญในการให้บริการแก่ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ airasia จึงได้เปิดตัว airasia Super App บริการเรียกรถยนต์รับจ้าง 

โดย นางสาวณัฏฐิณี ตะวันชุลี ผู้อำนวยการใหญ่ airasia Super App ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า “airasia ride ให้บริการเรียกรถแท็กซี่รับส่งคนกรุงเทพและปริมณฑลในไทยตั้งแต่พฤษภาคม 2565 วันนี้เราเพิ่มการให้บริการเรียกรถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างถูกกฎหมาย เป็นทางเลือกที่พร้อมสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางสำหรับคนกรุงเทพฯและปริมณฑล ด้วย

airasia ride แบ่งเป็น2 ประเภท ได้แก่ คนขับอิสระ และคนขับประเภท Private Plus  โดยคนขับที่เข้าร่วมโปรแกรม Private Plus จะได้รับรายได้จากค่าโดยสารมากกว่า 80%  และยังสามารถเลือกช่วงเวลาในการทำงาน เพื่อให้ครบจำนวนชั่วโมง 

ส่วนในปี 2566 ทาง airasia ride จะมาพร้อมกับ 3 ฟีเจอร์ ที่สามารถ ระบุคนขับได้ เช่น คนขับผู้หญิง (Women Driver) คนขับเงียบ (Quiet Driver)  รวมไปถึง คนขับที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Airasia เปิดให้บริการเรียกรถรับ-ส่งทั่วกทม.-ชานเมือง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/airasia-opens-a-service-for-pick-up-and-drop-off-service-throughout-bangkok-suburbs/

นวัตกรรมการเกษตร KUBOTA FARM FEST 2022 ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร

ทุกวันนี้เครื่องมือการเกษตรมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา เพื่อช่วยให้การทำเกษตรมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่ง สยามคูโบต้า ก็มีการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาพัฒนาเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นรถแทรกเตอร์ที่ใช้ระบบไฟฟ้า 100% และยังมีรถดำน้ำไร้คน รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆมากมาย ในงาน “ KUBOTA FARM FEST 2022 ฟาร์มเพาะสุข”

โดยเป็นการจัดแสดงเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการเกษตรแห่งอนาคต โซลูชันลดปัจจัยเสี่ยง ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ หวังสร้างแรงบันดาลใจในการทำเกษตรสมัยใหม่ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารของโลก พร้อมแชร์ประสบการณ์ Smart Farming  

ด้านนางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด  เปิดเผยว่า เกษตรสมัยใหม่ นับเป็นเทรนด์ของการทำเกษตรที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้ให้ความสำคัญ  โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และต้องการความมั่นคงด้านอาหาร  ภาคการเกษตรจึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้พัฒนาวิถีการทำการเกษตร  

ภายในงาน แบ่งออกเป็น 3 โซนคือ โซนนวัตกรรมการเกษตร (Agri-Innovation Showcase) โซนจัดแสดงโชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรในบรรยากาศพื้นที่เพาะปลูกจริง อาทิ รถดำนาไร้คนขับ รถเกี่ยวนวดข้าวไร้คนขับ โดรนการเกษตร Farm Design การออกแบบฟาร์มเกษตรครบวงจร โรงเลี้ยงไก่อัจฉริยะ Greenhouse โรงเรือนปลูกพืชระบบปิด Plant Factory ควบคุมทุกสภาวะแวดล้อม และยังได้พบกับเครื่องยกร่อง และปลูกผักด้วยการหยอดเมล็ด รถปลูกผัก เครื่องวัดความหวาน เครื่องปลูกหอมหัวใหญ่ ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น โซนคูโบต้า เอ็กซ์โป (KUBOTA Expo) โซนนิทรรศการจากเหล่าพันธมิตรของสยามคูโบต้า พร้อมจุดทดลองขับเครื่องจักรกลการเกษตรหลากหลายประเภท ซึ่งไฮไลท์ในโซนนี้จะอยู่ที่ แทรกเตอร์ EV (Electric Vehicle) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ที่คูโบต้าญี่ปุ่นส่งตรงมาจัดแสดงโชว์ที่งานนี้ 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสัมมนาจากวิทยากรด้านการเกษตรทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงศิลปินดาราที่หันมาทำเกษตร และต้นแบบ Smart Farmer รุ่นใหม่ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์ต่อยอดสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะมาสับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดการจัดงานทั้ง 8 วัน อาทิ เทคโนโลยีเพาะปลูกข้าวแบบเกษตรแม่นยำของญี่ปุ่น และการปลูกข้าวอัจฉริยะของคูโบต้า โดยคุณโคจิ วาตานาเบะ ผู้เชี่ยวชาญการปลูกข้าวแบบฉบับญี่ปุ่น   

ทั้งนี้ คูโบต้าฟาร์ม เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2561 มีเป้าหมายเพื่อเป็นฟาร์มสร้างประสบการณ์ทำการเกษตรสมัยใหม่ของคูโบต้าในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นความภาคภูมิใจของสยามคูโบต้า ในการมุ่งมั่นนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดให้เกิดทักษะแก่เกษตรกรผ่านการลงมือทำและเห็นด้วยตาตนเอง ปัจจุบันคูโบต้าฟาร์มมีโซลูชันต่างๆ จัดแสดงและให้ความรู้แก่เกษตรกร กว่า 70 โซลูชัน 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post นวัตกรรมการเกษตร KUBOTA FARM FEST 2022 ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/kubota-farm-fest-2022/

ไบเออร์สด๊อรฟ ตั้งเป้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อการรักษ์โลก

ไบเออร์สด๊อรฟ ตั้งเป้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อการรักษ์โลก และผลิตครีมกันแดดนีเวียเป็นมิตรต่อปะการัง

ปัจจุบันหลายบริษัทหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและผลกระกระทบที่เกิดกับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องพึ่งกระบวนการผลิตวัสดุจากธรรมชาติ  อย่าง บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลกอย่าง นีเวีย และยูเซอริน ก็คำนึงถึงความยั่งยืนของโลกใบนี้ ทั้งผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยไบเออร์สด๊อรฟตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานลง 30% ภายในปี พ.ศ. 2567 

โดย สเตฟานี แบร์โรล รองประธานกรรมการอาวุโส ภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ เปิดเผยว่า  เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่และเป็นไปเพื่อความยั่งยืน 

ทั้งผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม ซึ่งดำเนินไปภายใต้กลยุทธ์ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน C.A.R.E.+ (Care Beyond Skin) ที่เราตั้งมั่นทำให้เกิดขึ้นเป็นที่รูปธรรมชัดเจนและเป็นต้นแบบให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

กลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน C.A.R.E.+ (Care Beyond Skin) ดำเนินงานโดยคำนึงถึงสามแกนหลัก คือ ผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการทำธุรกิจของไบเออร์สด๊อรฟ ได้กำหนดให้ครอบคลุมในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย การส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค การรักษาสภาพอากาศที่ดีต่อไปสู่อนาคต การใช้ทรัพยากรที่หมุนเวียนอย่างสมบูรณ์ การใช้ผืนดินอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน 

ด้วยสถานการณ์โลกร้อนที่ถือเป็นวาระสำคัญที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและนำมาเป็นประเด็นหลักในการวางแนวทางการดำเนินธุรกิจของทุกภาคส่วน 

รวมถึงการนำเสนอแนวทางเศรษฐกิจแบบองค์รวม BCG Economy ในการต่อยอดธุรกิจแห่งอนาคตนอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล 

นับแต่ปี พ.ศ 2562 เป็นต้นมา ฐานการผลิตทั่วโลกของไบเออร์สด๊อรฟ รวมทั้งประเทศไทยได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ 100%  โดยเป้าหมายต่อไปคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% ภายในปี พ.ศ. 2567  และเดินหน้ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2573

รวมทั้งการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สีเขียวที่เริ่มแล้วในผลิตภัณฑ์ดูแลและทำความสะอาดผิวพรรณซึ่งเลือกใช้พลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือส่วนผสมที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์นีเวียที่ปลอดไบโอพลาสติก 100% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 และผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่มีสารที่ทำร้ายปะการัง เป็นต้น 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ไบเออร์สด๊อรฟ ตั้งเป้าเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อการรักษ์โลก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/beiersdorf-aiming-to-change-the-packaging-to-save-the-world/

แล้วสื่อช่องไหนจะได้ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก?? ปิดดีลค่าลิขสิทธิ์ 1200 ลบ.

แล้วสื่อช่องไหนจะได้ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก?? เมื่อกกท.เจรจากับฟีฟ่าผ่านแล้วด้วยค่าลิขสิทธิ์ 1200 ลบ.

กว่าคนไทยจะได้ดูฟุตบอลโลก ก็ต้องลุ้นกันจนเกือบวันสุดท้าย ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจากนี้ช่องทีวีช่องไหนจะได้ถ่ายทอดสดคู่แข่งขันคู่ไหนบ้าง นั้นหมายถึงมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาที่จะตามเข้ามา รวมไปถึงสปอนเซอร์ต่างๆ ทั้งรายเล็กรายใหญ่ ที่เตรียมเข้าคิวต่อแถว โทรสายตรง เพื่อให้ได้เข้าช่วงโฆษณาในเวลานั้นๆ ยิ่งคู่สำคัญๆ ใกล้นัดชิงแล้วด้วย คงต้องจับตาหลังการลงนามครั้งนี้ ว่าสื่อหลักช่องไหนจะได้ส่วนแบ่งไปครอง 

โดยวันนี้นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกกท. เปิดเผยว่า ได้เจรจากับฟีฟ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นข่าวดีของแฟนบอลชาวไทย ที่จะได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 ครบทั้ง 64 แมตช์

ขั้นตอนจากนี้ไป จะดำเนินการในเรื่องของขั้นตอนการลงนามสัญญา เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนเกมนัดแรก จะเริ่มวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ทั้งนี้ กกท. กับ ฟีฟ่า เจรจาจบลงที่ลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด 33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐฯ ประมาณ 36 บาท) 

ผู้ว่าการ กกท. ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กกท. ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ประสานงานและให้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งนี้ ให้ประชาชนได้ดูฟรีทุกช่องทาง ได้ปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก กสทช. ในการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 600 ล้านบาท และภาคเอกชนอีกหลายแห่ง ที่ยังได้ให้การสนับสนุน สมทบงบประมาณให้ครบ ทั้งนี้ รวมถึงกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่ช่วยเหลืออีกด้วย สำหรับรายละเอียดช่องทางการรับชมต่าง ๆ ทุกช่องทาง รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ จะมีการแถลงให้ทราบอีกครั้ง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แล้วสื่อช่องไหนจะได้ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก?? ปิดดีลค่าลิขสิทธิ์ 1200 ลบ. first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/hich-media-channel-will-broadcast-the-world-cup-broadcast/

Samsung Display Showroom ที่มี 1 ใน 8 แห่งของโลก

Samsung Display Showroom ที่มี 1 ใน 8 แห่งของโลก เป็นการโชว์เคสนวัตกรรมจอภาพเพื่อการส่งเสริมภาคธรุกิจ

ซัมซุงเปิดพื้นที่ Samsung Display Showroom เพื่อให้ที่แห่งนี้ เป็นแหล่งรวบรวมนวัตกรรมจอภาพและเทคโนโลยีหน้าจอสุดล้ำ 1 ใน 8 แห่งของโลก และสร้างประสบการณ์ร่วมให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการส่งเสริมและสร้างความทันสมัยให้กับธุรกิจของตัวเอง

โดยนางสาวอภิรดา พัวพรพงษ์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จอภาพ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดจอภาพในประเทศไทยว่านับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากที่ภาคธุรกิจเริ่มกลับมามองหาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้บริการเกิดการเปลี่ยนแปลง และนำเสนอสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“การที่ซัมซุงมีสถานที่จัดแสดงจอภาพช่วยให้สามารถรับโจทย์ของลูกค้าเพื่อมานำเสนอโซลูชันที่เกี่ยวเนื่องให้ได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์จอภาพรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง”

Samsung Southeast Asia Display Solutions Showroom ในประเทศไทยสร้างขึ้นในเดือนมีนาคม 2563 ที่โครงการซัมเมอร์ลาซาล สุขุมวิท 105 นับเป็น 1 ใน 8 โชว์รูมจัดแสดงจอภาพที่ปัจจุบันมีอยู่ในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี, เมืองซูวอน และ เมืองยงอิน ประเทศเกาหลีใต้, เมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน, กรุงจาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย, เกาลูนเบย์ ฮ่องกง 

Samsung Southeast Asia Display Solutions Showroom ได้แบ่งพื้นที่กว่า 424 ตารางเมตรออกเป็นโซนการจัดแสดงนวัตกรรมจอภาพแต่ละประเภทไว้ทั้งหมด 7 โซน ดังนี้

โซนที่ 1 – Retail

 LED Displayและ Digital Signage Display หลากหลายชนิด ด้วยนวัตกรรมขั้นสูง โดยซัมซุงมี Smart Signage ทุกรูปแบบที่พร้อมจะตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งยังสามารถสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ได้อย่างสะดวก และช่วยให้ผู้ดำเนินธุรกิจทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนสื่อโฆษณา ผ่าน Smart Signage Solutions ของซัมซุง ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ  Stand Alone, Interactive, Video Wall, Indoor  หรือ Outdoor Smart Signage เป็นต้น

โซนที่ 2 – Corporate

Display Solutions จากซัมซุงที่ช่วยตอบโจทย์ทั้งการทำงานแบบ On-site และการทำงานแบบ Hybrid ไปพร้อมๆ กัน ด้วย Interactive Display และจอมอนิเตอร์ชนิดต่างๆ ที่ช่วยทำให้การประชุมและการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องที่สะดวก ง่ายดาย ราบรื่นไร้รอยต่อมากกว่าที่ผ่านมา นอกจากนี้องค์กรต่าง ๆ ยังสามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในสถานที่ทำงาน เพื่อยกระดับการทำงานให้มีความสนุกและเพลิดเพลินยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอ LED ชนิดต่าง ๆ ของซัมซุง

นำโดย Samsung The Wall หน้าจอ Micro LED ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาพร้อมกับนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการแสดงผลหน้าจอขึ้นอีกขั้นให้คมชัดไม่เหมือนใคร อย่างเทคโนโลยี Black Seal ที่ช่วยในการแสดงผลสีดำได้หลากหลายเฉดยิ่งขึ้น เทคโนโลยี Ultra Chroma ที่ช่วยให้สามารถแสดงสี RGB บนหน้าจอได้บริสุทธิ์มากขึ้นถึง 2 เท่า ให้สีที่เป็นธรรมชาติและสมจริงยิ่งกว่าเดิม รวมทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการประมวลผลภาพแบบ 20bit ที่สามารถแสดงถึงอัตราส่วนของคอนทราสต์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเทคโนโลยี Micro AI Processor ที่เพิ่มคอนทราสต์ให้ภาพและลดนอยซ์ในภาพได้แบบทันที

นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอ LED พร้อมทั้ง Display Solutions ในรูปแบบอื่นๆ ที่ช่วยยกระดับ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของการทำงานในองค์กรให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่น The Wall All-in-One 

โซนที่ 3 – Education

ตอบรับเทรนด์และไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเช่นการเรียนออนไลน์ด้วย Display Solutions ของซัมซุงที่สร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทุกคน สามารถใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วยหน้าจอที่รองรับการเขียนประสิทธิภาพสูงของซัมซุง นำโดย Interactive Sigange ใหม่ล่าสุดอย่าง Samsung Flip Pro 2022 ที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ สามารถรองรับการแสดงภาพพร้อมกันบนหน้าจอได้ถึง 4 อุปกรณ์ และยังรองรับการทำวีดีโอคอล  ในตัว มาพร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C เพื่อการรองรับการเชื่อมต่อที่สะดวกมากขึ้นได้อย่างเต็มที่ไร้ขอบเขต

โซนที่ 4 – Monitor

จอมอนิเตอร์จากซัมซุงที่ครองใจผู้บริโภค ด้วยหน้าจอที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบไฮบริด ให้การทำงานและความบันเทิงให้ดีกว่า โดยซัมซุงมีมอนิเตอร์ถึง 4 ประเภทให้ทุกคนได้สามารถเลือกใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์​ และไลฟ​สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น Gaming Monitor สำหรับเกมเมอร์, Smart Monitor จอมอนิเตอร์ที่สามารถเป็นได้ทั้ง PC และ Smart TV ครอบคลุมทุกการใช้งาน, High-res Monitor สำหรับนักตัดต่อและกราฟฟิคดีไซน์เนอร์​มืออาชีพ และ Working Monitor ที่ช่วยอำนวย  ความสะดวกให้ผู้ที่รักในการทำงานทุกคน สามารถทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โซนที่ 5 – Hospitality

Samsung Hospitality TV จอภาพที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่ช่วยแสดงผลข้อมูลต่างๆ ของแต่ละสถานที่ได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพักที่โรงแรม หรือโรงพยาบาล ซัมซุง Hospitality TV ถือเป็นโซลูชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้เข้าพักและผู้ดูแลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยฟีเจอร์ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งความสามารถในการเชื่อมต่อบนจอภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการข้อมูลจากส่วนกลางที่สามารถสั่งงานให้ดีไวซ์เป็นไปตามความต้องการได้อย่างง่ายดาย และยังรองรับการใช้ Netflix และ Smart Application อื่นๆ บนดีไวซ์ด้วยระบบความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ

โซนที่ 6 – Home Entertainment

ที่สุดแห่งเทคโนโลยี Micro LED The Wall, จอภาพแบบโมดูล่าร์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 146 นิ้วพร้อมให้ความเต็มอิ่มด้วยสีสันที่สวยสด คมชัดสูง และความสว่างสูง ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 8K และรองรับการแสดงผลแบบ HDR 10+ อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Black Seal และ Ultra-Low Reflection ที่จะช่วยให้หน้าจอไม่สะท้อนแสง ทำให้สามารถรับชมความบันเทิงรายการโปรดได้อย่างสบายตา เพิ่มอรรถรถและประสบการณ์การดูทีวี, หนัง, Netflix, YouTube ฯลฯ ได้อย่างเพลิดเพลินตลอดวัน 

โซนที่ 7 – Home IoTs 

ซัมซุงยกระดับการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart Living ให้ลูกค้าทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกสรรเครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิดซึ่งเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่นำสมัยอย่างแอปพลิเคชัน SmartThings แอปพลิเคชันสมาร์ทโฮมอัจฉริยะจากซัมซุงที่ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ภายในบ้านเข้าด้วยกันทั้งหมด พร้อมด้วยโหมดการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยมากถึง 10 แบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกและครอบคลุมกับไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิง ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานซึ่งตอบรับการใช้งานของทุกเจเนอเรชั่น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Samsung Display Showroom ที่มี 1 ใน 8 แห่งของโลก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/samsung-display-showroom/

เปิดตัว New U-New Uniqlo Experience บนตึก 3 ชั้น

เปิดตัว New U-New Uniqlo Experience บนตึก 3 ชั้น ใจกลางวยามสแควร์ ในคอนเซ็ปต์ของการเชื่อมต่อโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์เข้าด้วยกัน

New U – New Uniqlo Experience at Siam Square ตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 1000 ตร.ม. มีขนาดสามชั้น บริเวณ สยามสแควร์ ซอย 7 ซึ่งประกอบด้วยสินค้าอันเป็นเอกลักษณ์   ธีมประจำฤดูกาล ตลอดจนบริเวณพิเศษที่ร่วมมือกันอย่าง UNIQLO COFFEE with Roots และ UNIQLO FLOWER จากการร่วมมือกับร้านดอกไม้ Bangkok Flower 

โดยภายในงานผู้เยี่ยมชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ด้านบริการจากพนักงานยูนิโคล่และการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของยูนิโคล่เพื่อความสะดวกสบาย

นางเขมจิรา เทศประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สยามสแควร์นับเป็นพื้นที่กิจกรรมสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สยามสแควร์จึงเป็นหนึ่งสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับยูนิโคล่ในการจัดแสดงไลฟ์แวร์ผ่านการบริการและสินค้า 

โดย New U – New Uniqlo Experience at Siam Square เป็นการประสานการเชื่อมต่อโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์ ซึ่งนอกจากลูกค้าจะสามารถสัมผัสสินค้าและลองสินค้าได้จริงแล้ว ลูกค้ายังสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์สไตร์ โดยเพียงสแกนบาร์โค้ดและรอรับสินค้าที่บ้านหรือตามสถานที่ที่ต้องการได้

มีคอนเซ็ปต์ดังต่อไปนี้ 

ชั้นที่ 1 LifeWear ธีมประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2565 ตลอดจนไอเทมไฮไลท์,  UNIQLO FLOWER จากการร่วมมือกับร้านดอกไม้ Bangkok Flower

ชั้นที่ 2  Technology and Innovation เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผสานอยู่ใน LifeWear 

ชั้นที่ 3  โซน UT (UNIQLO T-Shirt), UTme และ UNIQLO COFFEE with Roots 

นอกจากการเยี่ยมชมเพื่อสัมผัสสินค้าและบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว ที่ New U – New Uniqlo Experience at Siam Square ลูกค้ายังสามารถซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์โดยสามารถสแกนบาร์โค้ดจากไอเทมที่ชอบและเลือกช้อปผ่านออนไลน์สโตร์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เปิดตัว New U-New Uniqlo Experience บนตึก 3 ชั้น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/launched-the-new-u-new-uniqlo-experience-on-a-3-storey-building/

Google เปิดรายงาน e-Conomy SEA Report 2022 เศรษฐกิจดิจิทัลไทยโต17%

Google เปิดรายงาน e-Conomy SEA Report 2022 เศรษฐกิจดิจิทัลไทยโต17% กว่า 50% ของผู้บริโภคนิยมใช้บริการซื้อของออนไลน์ 

รายงานของ Google ประเทศไทย ระบุว่า มูลค่าสินค้ารวมเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตสู่ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่าน 

โดย แจ็คกี้ หวาง Country Director, Google ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฉบับที่ 7 ในปีนี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วภูมิภาคมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคในช่วงเวลาอันยากลำบากที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยปีนี้การเติบโตจากภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย รวมทั้ง ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยยังคงมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากอินโดนีเซีย

รายงานฉบับนี้ได้เจาะลึกถึงแนวโน้มและข้อมูลเชิงลึกในภาคธุรกิจต่างๆ ได้แก่ อีคอมเมิร์ซ การท่องเที่ยวออนไลน์ การขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ สื่อออนไลน์ และบริการด้านการเงินดิจิทัล รวมทั้งครอบคลุมถึงสถานะและแนวโน้มของการระดมทุนในภาคเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของเศรษฐกิจดิจิทัลโดยเน้นย้ำถึงบทบาทของผู้บริโภค ธุรกิจ นักลงทุน และภาครัฐในการพัฒนาสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

สำหรับประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะมีมูลค่าสินค้ารวมสูงถึง 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 17% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่าอยู่ที่ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถึงแม้ว่าต้องรับมือกับความท้าทายต่างๆ ก็ตาม ทั้งนี้คาดว่าในปี 2568 มูลค่าสินค้ารวมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะแตะ 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 15% และคาดว่าจะเติบโตขึ้น 2 เท่า มีมูลค่าประมาณ 1-1.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี2573 อีคอมเมิร์ซ บริการส่งอาหารออนไลน์ และการซื้อของสดออนไลน์ เป็นบริการดิจิทัล 3 อันดับแรกที่มีอัตราการใช้บริการสูงที่สุดในกลุ่มคนไทยที่อยู่ในเขตเมือง

ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีดังนี้

อีคอมเมิร์ซ เป็นแรงผลักดันที่สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย คิดเป็น 63% ของมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวมในปี 2565 โดยตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย ในขณะที่อัตราการใช้บริการอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่ที่ 94% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคฯ รองจากสิงคโปร์  

  • ภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน โดยมีมูลค่าสินค้ารวมสูงถึง 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และคาดว่าจะแตะ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 
  • 23% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยตั้งใจจะใช้บริการอีคอมเมิร์ซมากยิ่งขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า 

การขนส่งและบริการส่งอาหารออนไลน์ โดยรวมคาดว่ามีมูลค่าสินค้ารวมแตะ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 เพิ่มขึ้น12% จากปี 2564 และคาดว่าจะเติบโตขึ้นถึง 20%  หรือแตะ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568

  • ตลาดบริการส่งอาหารออนไลน์กลับสู่แนวโน้มการเติบโตในทิศทางเดิมหลังจากที่มีการเติบโตถึง 3 เท่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยคาดว่าจะเติบโต 11% มีมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และคาดว่าจะแตะถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ซึ่งจะทำให้ตลาดบริการส่งอาหารออนไลน์ของไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย 
  • ภาคการขนส่งคาดว่าจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง และคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 36% มีมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และพุ่งขึ้นสู่ระดับ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568

สื่อออนไลน์ (บริการวิดีโอออนดีมานด์ เพลงออนดีมานด์ เกม) มีการเติบโตที่ชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมาที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์สืบเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 โดยในปี 2565 มีการเติบโต 10% และมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตของเพลงออนดีมานด์และวิดีโอออนดีมานด์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ด้านโฆษณาออนไลน์ยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้คงเดิม ส่วนเกมออนไลน์พบว่าการใช้บริการลดลงเนื่องจากผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าภาคธุรกิจสื่อออนไลน์จะเติบโต 12% หรือคิดเป็นมูลค่า 7  พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 

การท่องเที่ยวออนไลน์ คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งจากการที่ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวหรือออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านกันมากขึ้น ซึ่งมีระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีการเติบโต 139% จากปี2564 คิดเป็นมูลค่าสินค้ารวม 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ 22% หรือมีมูลค่าสินค้ารวมที่  9  พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 การค้นหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในไทยแตะระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ถูกอั้นไว้ ทั้งนี้ คาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะค่อยๆ ฟื้นตัว และใช้เวลาอีกหลายปีในการฟื้นตัวสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2562 เนื่องจากมีความท้าทายหลายประการ เช่น ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น การขาดแคลนของอุปทาน และมาตรการจำกัดการเดินทางของประเทศจีนที่ยังคงดำเนินต่อไป เป็นต้น ในขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ได้รับผลกระทบจากราคาที่พุ่งสูงขึ้น 

บริการด้านการเงินดิจิทัล (Digital Financial Services: DFS) ซึ่งได้แก่ การชำระเงิน การโอนเงินต่างประเทศ การกู้ยืม การลงทุน และประกัน เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักในปี 2565 เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาทำธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้นหลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

  • การเติบโตของบริการด้านการเงินดิจิทัลจากนี้ไปจนถึงปี 2568 จะถูกขับเคลื่อนโดยการกู้ยืมและการลงทุนซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compounded Annual Growth Rate: CAGR) ประมาณ 40% และ 45% ตามลำดับ บริการธนาคารดิจิทัล (Digibank) ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในขณะที่กลุ่มผู้บริโภคที่มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยยังคงมีความภักดีต่อผู้ให้บริการด้านการเงินที่จัดตั้งขึ้นมาอย่างยาวนาน พิจารณาจากยอดเงินฝากในปัจจุบันและการลงทุนในหลายด้าน 

การลงทุนด้านเทคโนโลยี มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

  • มูลค่าการซื้อขายตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของปี 2564 จนถึงครึ่งแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้น 15% การระดมทุนในภาคเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นแหล่งรวมการลงทุนด้านเทคโนโลยี ถึงแม้ว่านักลงทุนจะระมัดระวังมากขี้นในสภาวะเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบัน
  • การลงทุนในบริการด้านการเงินดิจิทัล (Digital Financial Services: DFS) มีสัดส่วนการลงทุนสูงที่สุดในประเทศไทย โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 การลงทุนในบริการด้านการเงินดิจิทัลแซงหน้าอีคอมเมิร์ซขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วนเกือบครึ่งของการลงทุนทั้งหมดในไทยเช่นเดียวกับทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มูลค่าการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนระดับ Series-C จำนวนมากในภาคธุรกิจบริการด้านการเงินดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Google เปิดรายงาน e-Conomy SEA Report 2022 เศรษฐกิจดิจิทัลไทยโต17% first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/google-releases-e-conomy-sea-report-2022/

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดกลยุทธ์รับสังคมผู้สูงอายุ

เมืองไทยประกันชีวิต เปิดกลยุทธ์รับสังคมผู้สูงอายุ ร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาล Nursing Home ดูแลผู้สูงวัย 

สังคมเข้าสู่สังคมผุ้สูงอายุกันมากขึ้น เมืองไทยประกันชีวิต จึงออกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและคุ้มครองสุขภาพ “โครงการสมาร์ท ซิลเวอร์” และ “โครงการสมาร์ท ซิลเวอร์ พลัส” ที่เลือกความคุ้มครองได้ตรงใจ และเลือกรับผลประโยชน์เป็นเงินก้อน หรือรายเดือนเข้า Nursing Home ได้ เป็นการสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้สูงวัย

โดยนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ตระหนักและให้ความสำคัญถึงการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว พร้อมที่จะเดินเคียงข้างในทุกช่วงจังหวะของชีวิต ล่าสุด ได้เปิดตัวกลยุทธ์ “SILVER Readiness by MTL มุ่งเน้นการตอบโจทย์ที่หลากหลายรอบด้านเพื่อการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่ ให้มีความสุขและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่  

ทั้งนี้ บริษัท ฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ ที่สามารถตอบโจทย์และช่วยขจัดความกังวลของผู้สูงวัยขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์และโรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน 

รวมถึงคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ จนไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเองอย่างถาวรตั้งแต่ 3 ใน 6 อย่าง ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 180 วัน ประกอบด้วย 1.การเคลื่อนย้าย  2.การเดินหรือเคลื่อนที่  3.การแต่งกาย  4.การอาบน้ำชำระร่างกาย  5.การรับประทานอาหาร  และ  6.การขับถ่าย อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองกรณีกระดูกแตกหัก 

โดยสามารถเลือกรับผลประโยชน์เป็นเงินก้อน หรือรายเดือน และสามารถระบุผู้รับประโยชน์เป็นสถานให้บริการผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง หรือโรงพยาบาลผู้สูงอายุ (Nursing Home) ที่มีรายชื่อร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทฯซึ่งมีมาตรฐานตามกฎกระทรวงสาธารณสุขกำหนด 

ทั้งมาตรฐานด้านสถานที่ มาตรฐานด้านความปลอดภัย และมาตรฐานด้านการให้บริการ สมัครได้ตั้งแต่อายุ 40-80 ปี พร้อมให้ความคุ้มครองดูแลยาวถึงอายุ 81 ปี 

นอกจากนี้ หากต้องการวางแผนให้มีเงินใช้สบาย ๆ หลังเกษียณ ด้วยประกันบำนาญที่มีหลายแบบประกันให้เลือกได้ตามใจ การันตีมีบำนาญใช้ทุกปี สามารถเลือกรับบำนาญเป็นรายปี หรือรายเดือน และเลือกจ่ายผลประโยชน์เข้า Nursing Home ได้ ซึ่งจะช่วยคลายความกังวล สร้างความอุ่นใจ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้กับวัยซิลเวอร์ได้เป็นอย่างดี

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เมืองไทยประกันชีวิต เปิดกลยุทธ์รับสังคมผู้สูงอายุ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/muang-thai-life-assurance-open-a-strategy-for-the-elderly-society/

เปิดกลยุทธ์ ฟู้ดเเพชชั่น-บาร์บีกอน ปี66

เปิดกลยุทธ์ ฟู้ดเเพชชั่น-บาร์บีกอน ปี66 ขยายโมเดลฟู้ดเดลิเวอรี่ Gon Express พร้อมเปิดศูนย์การเรียนรู้สอนหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหาร 

จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ทำให้การแข่งขันด้านธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการป้องกัน รวมถึง การปิดร้านชั่วคราวอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งผลต่อรายได้ และ ลูกจ้าง พนักงาน 

บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เจ้าของแบรนด์ดัง อย่าง บาร์บีคิวพลาซ่า ฌานา และเรดซัน ที่ผ่านวิกฤตโควิดมา และ กวาดรายได้กว่า 2700 ล้านบาทในช่วง 3 ไตรมาสแรก ของปี 2565 

โดยนางชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าท่ีบริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมของปี 2565 ถือได้ว่าเราได้ผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายและสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาสร้างรายได้และกำไรได้อย่างรวดเร็ว โดย 3 ไตรมาสที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตสูงกว่าปี 2564 มากถึง 80% คิดเป็นรายได้ 2,700 ล้านบาท ถือว่าใกล้เคียงรายได้ก่อนสถานการณ์โควิดในปี 2563 โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจร้านอาหารในเครือ ได้แก่ บาร์บีคิวพลาซ่า 2,606 ล้านบาท ฌานา 9 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจอื่นๆ 85 ล้านบาท

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟู้ดแพชชั่นสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาสร้างรายได้ได้อย่างรวดเร็ว คือ การออกแบบระบบการทำงาน และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเรื่องเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถใช้ Data ในการตัดสินและออกโปรโมชันที่โดนใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และปรับเปลี่ยนตามกลุ่มประเภทลูกค้าแบบ Personalize Offering บวกกับความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานทุกฝ่ายในการปรับกลยุทธ์ธุรกิจในช่วงเวลาต่างๆ ได้รวดเร็วทันเวลา จึงทำให้ทันทีที่มีการคลายมาตรการเราก็สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมกระตุ้นการขายได้ทันที”

ทั้งนี้ฟู้ดแพชชั่นได้เปิดศูนย์การเรียนฟู้ดแพชชั่นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในระดับวุฒิปวช. และสร้างความร่วมมือกับวิทยาลัยทักษิณา บริหารธุรกิจในระดับวุฒิปวส. รวมถึงจับมือกับมหาวิทยาลัยหอการค้าพัฒนาหลักสูตร Passion Lab เพื่อพัฒนาทักษะในทุกด้านให้บุคลากรในองค์กร พร้อมด้วยการส่งเสริมให้บุคลากรเป็นคนดีของสังคมผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เปิดกลยุทธ์ ฟู้ดเเพชชั่น-บาร์บีกอน ปี66 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/launched-the-strategy-food-passion-barbiegon-year-66/