คลังเก็บป้ายกำกับ: XIAOMI_12S_ULTRA

เทียบสเปคเรือธงตัวท็อป iPhone 14 Pro | Galaxy S22 Ultra | Xiaomi 12s Ultra | Find X5 Pro | vivo X80 Pro | Mate50 Pro

ตอนนี้เหล่ามือถือเรือธงระดับพรีเมี่ยมจากค่ายต่าง ๆ ก็เปิดตัวกันเกือบครบแล้ว (เหลือ Pixel 7 อีก…แต่เอาแค่นี้ก่อน) แน่นอนว่าแต่ละรุ่นต้องจัดทั้งเรื่องหน้าจอ, ความแรง, กล้อง, แบตเตอรี่, ระบบชาร์จ มาให้แบบเต็ม ๆ จนหลายคนไม่รู้ว่ารุ่นไหนมีอะไรดีไปกว่ากัน และใครมีจุดเด่นตรงไหนบ้าง เราก็เลยจับเอามือถือตัวท็อปของแต่ละค่ายทั้ง iPhone 14 Pro / Max, Galaxy S22 Ultra, Xiaomi 12s Ultra, OPPO Find X5 Pro, vivo X80 Pro และ HUAWEI Mate50 Pro มาชนกันให้เห็น ๆ ไปเลยว่าใครจะเป็นยังไงบ้าง

สเปค iPhone 14 Pro | Galaxy S22 Ultra | Xiaomi 12s Ultra | Find X5 Pro | vivo X80 Pro | Mate50 Pro

สเปค iPhone 14 Pro / Max Galaxy S22 Ultra Xiaomi 12s Ultra OPPO Find X5 Pro vivo X80 Pro HUAWEI Mate50 Pro
พาเนลหน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว / 6.7 นิ้ว AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว AMOLED ขนาด 6.73 นิ้ว AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว OLED ขนาด 6.74 นิ้ว
ความละเอียด 2532 x 1170 / 2778 x 1284 3088 x 1440 3200 x 1440 3216 x 1440 3200 x 1440 2616 x 1212
รีเฟรชเรท 120Hz 120Hz 120Hz 120Hz 120Hz 120Hz
ความสว่างจอสูงสุด 2,000 nits 1,750 nits 1,500 nits 1,300 nits 1,500 nits 1,500 nits
CPU A16 Bionic Snapdragon 8 Gen 1 Snapdragon 8+ Gen 1 Snapdragon 8 Gen 1 Snapdragon 8 Gen 1 Snapdragon 8+ Gen 1 (4G)
RAM 6GB 8GB / 12GB 12GB 12GB 12GB 8GB
ความจุ 128GB / 256GB / 512GB / 1TB 128GB / 256GB / 512GB 256GB / 512GB 256GB 256GB 256GB / 512GB
กล้องหลัง – กล้องหลัก 48MP (f/1.78), กันสั่น Sensor-shift OIS

– กล้อง Ultrawide 12MP (f/2.2)

– กล้อง Telephoto 12MP (f/2.8) ซูม Optical 3x, กันสั่น OIS

– กล้องหลัก 108MP (f/1.8), กันสั่น OIS

– กล้อง Ultrawide 12MP (f/2.2)

– กล้อง Telephoto 10MP (f/2.4), ซูม Optical 3x, กันสั่น OIS

– กล้อง Periscope 10MP (f/4.9), ซูม Optical 10x, กันสั่น OIS

– กล้องหลัก 50MP (f/1.9), กันสั่น OIS

– กล้อง Ultrawide 48MP (f/2.2)

– กล้อง Telephoto Periscope 48MP (f/4.1) ซูม Optical 5x, กันสั่น OIS

– กล้องหลัก 50MP (f/1.7), กันสั่น 5-Axis Stabilization

– กล้อง Ultrawide 50MP (f/2.2)

– กล้อง Telephoto 13MP (f/2.4) ซูม Optical 5x

– กล้องหลัก 50MP (f/1.57), กันสั่น OIS

– กล้อง Ultrawide 48MP (f/2.2)

– กล้อง Telephoto 12MP (f/1.8), ซูม Optical 2x, กันสั่น OIS

– กล้อง Periscope 8MP (f/3.4), ซูม Optical 5x, กันสั่น OIS

– กล้องหลัก 50MP (f/1.4 – 4.0), กันสั่น OIS

– กล้อง Ultrawide 13MP (f/2.2)

– กล้อง Periscope 64MP (f/3.5) ซูม Optical 3.5x, กันสั่น OIS

กล้องหน้า 12MP (f/1.9), 4K 40MP (f/2.2), 4K 32MP (f/2.4), 1080p 32MP (f/2.4), 1080p 32MP (f/2.45), 1080p 13MP (f/2.4), 4K
การเชื่อมต่อ 5G, WiFi 6 5G, WiFi 6e 5G, WiFi 6e 5G, WiFi 6e 5G, WiFi 6 4G, WiFi 6
ระบบเสียง ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68, ลงน้ำจืดลึก 6 เมตร IP68, ลงน้ำจืดลึก 1.5 เมตร IP68, ลงน้ำจืดลึก 1.5 เมตร IP68, ลงน้ำจืดลึก 1.5 เมตร IP68, ลงน้ำจืดลึก 1.5 เมตร IP68, ลงน้ำจืดลึก 6 เมตร
แบตเตอรี่ 3200 / 4323 mAh 5000 mAh 4860 mAh 5000 mAh 4700 mAh 4700 mAh
ระบบชาร์จ มีสาย 20W / ไร้สาย 7.5W / MagSafe 15W มีสาย 45W / ไร้สาย 15W มีสาย 67W / ไร้สาย 50W มีสาย 80W / ไร้สาย 50W มีสาย 80W / ไร้สาย 50W มีสาย 66W / ไร้สาย 50W
ระบบ iOS 16 Android 12 Android 12 Android 12 Android 12 Android 12

 

หน้าจอ

สำหรับหน้าจอของมือถือทั้ง 6 รุ่นนี้ ถ้าไม่ได้มาวางเทียบพร้อม ๆ กันก็แทบจะไม่เห็นความแตกต่างในการแสดงผลเท่าไหร่นัก เพราะแต่ละรุ่นก็จัดเต็มมาให้ด้วยพาเนลแบบ OLED / AMOLED ที่มีสีสันสดสวย พร้อมความละเอียดสูงคมชัดบาดตา และรีเฟรชเรทลื่น ๆ 120Hz กันทั้งหมด

ที่พอจะเอามาข่มกันได้ก็คงจะเป็นระดับความสว่างหน้าจอที่จะมี iPhone 14 Pro / Pro Max โดดเด่นกว่าใครเพราะสามารถเร่งได้สูงสุดถึง 2000 nits เมื่อใช้งานกลางแจ้งแดดจัด ๆ ตามมาด้วย Galaxy S22 Ultra ที่เร่งแสงได้ 1750 nits ส่วนรุ่นอื่น ๆ ก็จะอยู่ที่ 1500 nits และต่ำสุดคือ OPPO Find X5 Pro ที่ 1300 nits

หากจะพูดถึงเรื่องดีไซน์หน้าจอส่วนมากก็ใช้การเจาะรูเล็ก ๆ สำหรับวางกล้องเซลฟี่ทั้งนั้น จะมีก็แค่ iPhone 14 Pro Series ที่เจาะรูกล้องเป็นแถบยาวซึ่งบางคนอาจจะคิดว่ามันรกสายตามากกว่า Notch แบบเดิมซะอีก…แต่ Apple ก็ใส่ฟีเจอร์ Dynamic Island เข้ามาให้มันดูมีอะไรจนคนว้าวกันได้ ส่วนอีกรุ่นก็คือ HUAWEI Mate50 Pro ที่ยังคงใช้ Notch เป็นแถบยาวอยู่ เพราะต้องวางทั้งกล้องเซลฟี่และเซนเซอร์ 3D ด้วยนั่นเอง

Mate50 Pro

แต่สำหรับรุ่นที่โดดเด่นกว่าใครในนี้ก็คือ Galaxy S22 Ultra ที่ไม่ได้มีแค่หน้าจอสวย ๆ เท่านั้น แต่มันยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen ให้เอามาใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งการจดโน้ต หรือการวาดรูปขีด ๆ เขียน ๆ ที่ไม่มีรุ่นไหนสู้ได้ครับ

Samsung Galaxy S22 Ultra

สเปคเครื่อง

สเปคเครื่องของมือถือเรือธงในปัจจุบันนี้ บอกเลยว่าแรงเกินความจำเป็นไปมากแล้ว โดยชิป Snapdragon 8 Gen 1 และ Snapdragon 8+ Gen 1 ของฝั่ง Android ก็เรียกว่าแรงจนเล่นเกม 3D กราฟิกโหด ๆ ในปัจจุบันได้ทั้งหมด RAM 8 – 12GB ก็ทำให้เปิดแอปต่าง ๆ ค้างไว้ได้เพียบพร้อมสลับไปมาได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งชิป A16 Bionic ของ Apple ที่เคลมว่าเป็นชิปตัวแรงจัด ๆ ของฝั่งมือถือ ก็อีกนั่นแหละ…แรงมากเกินกว่าที่จะเอาไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพในปัจจุบันแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนนี้แทบไม่ต้องตัดสินใจเลือกเลย เพราะแรงทุกรุ่น ใช้งานลื่นทุกรุ่นอยู่แล้วครับ

กล้องหลัง

มาถึงส่วนสำคัญที่เรียกว่าเป็นจุดขายของเหล่ามือถือเรือธงระดับพรีเมี่ยมทุกรุ่น ซึ่งแต่ละค่ายก็พยายามงัดเทคโนโลยีกล้องมาถล่มใส่กันเต็มที่ เอาจริง ๆ คือแต่ละคนอาจมีความชอบในสไตล์ภาพที่ไม่เหมือนกันก็ได้

iPhone 14 Pro Series

อัปเกรดด้วยกล้องหลัก 48MP ที่มีระบบกันสั่นสุดเนียน Sensor-Shift พร้อมเทคโนโลยี Quad Pixel และ Photonic Engine เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายภาพที่แสงน้อยให้ออกมาเนี้ยบสุด ๆ มีฟีเจอร์ Action Mode สำหรับการถ่ายวิดีโอที่เนียนนิ่งแม้จะวิ่งอยู่ก็ตาม

Galaxy S22 Ultra

อัดกล้องหลักมาให้ถึง 108MP โดดเด่นด้วยกล้อง Telephoto จำนวน 2 ตัว ซูม Optical ได้ที่ 3x และ 10x แถมยังดันระยะซูมออกไปได้สูงสุดถึง 100x (Space Zoom) มีการประมวลผลจากตัวเซนเซอร์ + NPU และระบบ Multiframe ช่วยให้การถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอตอนกลางคืนออกมาได้สว่างคมชัดกว่าเดิม

Xiaomi 12s Ultra

คราวนี้ไปจับมือกับ LEICA ช่วยในการพัฒนาซอฟท์แวร์กล้องเพื่อเพิ่มความเทพให้มากกว่าเดิม ส่วนด้านฮาร์ดแวร์ก็จัดเต็มด้วยกล้องหลัก 50MP ที่มีขนาดเซนเซอร์ใหญ่ถึง 1 นิ้ว, กล้อง Ultrawide 48MP และกล้อง Telephoto แบบ Periscope ที่ซูมแบบ Digital ได้ถึง 120x และเอาใจสาย Extreme ด้วยระบบกันสั่น HyperOIS ที่นิ่งสุด ๆ

OPPO Find X5 Pro

จับมือกับค่าย Hasselblad ช่วยกันพัฒนากล้อง แถมยังมีชิปประมวลผลภาพถ่าย MariSilicon X ที่มีความสามารถในการประมวลผลด้าน AI โดย NPU สุดทรงพลังโดยผสานกับ ISP ในตัวเพื่อยกระดับ Computational Photography ให้ถ่ายภาพและวิดีโอได้แจ่มแจ๋วกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ระบบกันสั่นแบบ 5 แกน (SLR-Level 5-Axis Stabilization) เพิ่มความนิ่งให้กล้อง และมีอีกจุดเด่นคือ 4K Ultra Night Video ที่สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K ด้วยโหมดการถ่ายภาพตอนกลางคืนได้ด้วย

vivo X80 Pro

จับมือกับค่าย ZEISS เพื่อพัฒนากล้อง พร้อมชิปประมวลผลภาพถ่าย V1+ ISP มากับกล้องหลัก 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP และกล้อง Telephoto จำนวน 2 ตัว ซูมแบบ Optical ได้ 2x และ 5x

HUAWEI Mate50 Pro

อีกหนึ่งมือถือกล้องเทพที่แม้คราวนี้จะไม่ได้ไปจับมือกับแบรนด์กล้องไหนแล้ว แต่ก็พัฒนาเทคโนโลยีภาพถ่าย XMAGE เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งเรื่องภาพนิ่งและการถ่ายวิดีโอ มากับกล้องหลัก 50MP มีกันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide 13MP + กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope 64MP มีกันสั่น OIS ที่สามารถซูม Digital ได้แบบสะใจสูงสุดถึง 200x กันไปเลย

ส่วนจุดเด่นของมือถือรุ่นนี้คือกล้องหลักที่สามารถปรับค่ารูรับแสงได้ถึง 10 สต็อป ตั้งแต่ f/1.4 ไปจนถึง f/4.0 เพื่อการถ่ายภาพในหลากหลายสถานการณ์

กล้องหน้า

เรื่องของกล้องหน้าถ้าใครชอบกล้องที่มีความละเอียดสูง ๆ เก็บรายละเอียดครบ ๆ ก็จะมี Galaxy S22 Ultra ที่มีความละเอียดที่สุดแล้ว อยู่ที่ 40MP ถัดลงมาคือ Xiaomi 12s Ultra, OPPO Find X5 Pro และ vivo X80 Pro อยู่ที่ 32MP ส่วน iPhone 14 Pro Series จะอยู่ที่ 12MP และ HUAWEI Mate50 Pro ที่ 13MP

แต่ถ้าใครเน้นการถ่ายวิดีโอเซลฟี่ความละเอียดสูงระดับ 4K ก็จะเหลือตัวเลือกคือ iPhone 14 Pro Series, Galaxy S22 Ultra และ HUAWEI Mate50 Pro เท่านั้น เพราะรุ่นอื่นเหนือจากนี้ถ่ายได้แค่ระดับ 1080p เท่านั้นครับ

มาตรฐานกันน้ำ / ฝุ่น

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นของมือถือระดับเรือธงทุกรุ่นในลิสท์นี้จะอยู่ที่ IP68 ทั้งหมด ซึ่งตามมาตรฐานแล้วจะสามารถทนน้ำจืดได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลาครึ่งชั่วโมง จะมีแค่ iPhone 14 Series และ HUAWEI Mate 50 Pro เท่านั้นที่เคลมว่าสามารถลงน้ำจืดได้ลึกกว่าชาวบ้านถึงระดับ 6 เมตร 

ระบบชาร์จ

ชาร์จมีสาย

สำหรับเรื่องแบตเตอรี่อาจต้องใช้เวลาในการทดสอบกันว่าแต่ละรุ่นใครอยู่ได้นานสุด เพราะไม่สามารถตัดสินกันได้จากขนาดแบตเตอรี่เท่านั้น แต่เรื่องระบบชาร์จนี่พอจะบอกกันได้จากตัวเลขเลย โดยรุ่นที่มากับระบบชาร์จไวสุด ๆ คือ OPPO Find X5 Pro และ vivo X80 Pro ที่รองรับชาร์จไวได้ถึง 80W ทำให้มันชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น

ถัดลงมาคือ Xiaomi 12s Ultra ชาร์จได้ที่ 67W และ HUAWEI mate50 Pro ชาร์จได้ 66W ส่วน Galaxy S22 Ultra ได้สูงสุดที่ 45W และ iPhone 14 Pro Series ได้น้อยสุดที่ 20W

ชาร์จไร้สาย

ระบบชาร์จไร้สายก็เริ่มพัฒนาขึ้นมาจนชาร์จได้เร็วมาก ๆ แล้ว โดยในลิสท์นี้ค่ายมือถือจากจีนล้วนรองรับการชาร์จไร้สายได้ถึง 50W ในขณะที่ Galaxy S22 Ultra รองรับเพียง 15W และ iPhone 14 Pro Series ได้แค่ 7.5W เท่านั้นเอง

ซื้อรุ่นไหนดี?

สำหรับคนที่อยากจะเปลี่ยนมือถือใหม่มาใช้เรือธงของปี 2022 เฉพาะรุ่นที่ขายในประเทศไทยก็จะมีแค่ iPhone 14 Pro Series, Galaxy S22 Ultra, OPPO Find X5 Pro และ vivo X80 Pro เท่านั้น สำหรับ HUAWEI Mate50 Pro นี่ยังไม่รู้ว่าจะเอาเข้ามาในบ้านเรารึเปล่า ส่วน Xiaomi 12s Ultra อันนี้ตัดทิ้งไปได้เลยเพราะมีขายเฉพาะในจีนเท่านั้น

iPhone 14 Pro Series

สำหรับสาวก Apple คงไม่ต้องคิดกันมากกับมือถือพรีเมี่ยมระดับ Pro ที่คราวนี้ได้รับการอัปเกรดกล้องให้ดีกว่าเดิมเยอะมาก ก็เรียกว่าเป็นมือถือครบเครื่องที่ได้ทั้งความแรง กล้องสวย แบตเตอรี่อึด และมีเคสให้เลือกใช้เพียบบบบ แต่ราคาก็จะค่อนข้างสูงกว่ามือถือพรีเมี่ยมในลิสท์นี้ด้วย

Galaxy S22 Ultra

โดดเด่นกว่าใครด้วยฟีเจอร์รองรับ S Pen ที่เอามาใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้ เรื่องกล้องก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครทั้งภาพนิ่งหรือการถ่ายวิดีโอและยังเป็นไม่กี่รุ่นที่ถ่ายวิดีโอเซลฟี่ 4K ได้ และยังมีฟีเจอร์ล้ำ ๆ อย่าง DeX Mode ให้ต่อออกจอทีวี หรือมอนิเตอร์เพื่อใช้เป็น PC ได้อีกต่างหาก แถมราคาตอนนี้ก็ไม่แพงมากแล้ว…หาซื้อได้ในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 30,000 บาท

OPPO Find X5 Pro

เด่นที่กล้องหลังแปะแบรนด์ Hasselblad ซึ่งน่าจะพอใจกับคนที่ชอบภาพในสไตล์ของแบรนด์นี้ บวกกับสเปคอื่น ๆ ที่ครบเครื่อง ทั้งความแรง จอสวย แบตเตอรี่ใหญ่ แถมชาร์จไวทั้งมีสายไร้สาย หาได้ในราคาไม่เกิน 30,000 บาทเหมือนกัน

vivo X80 Pro

อีกรุ่นที่ครบเครื่องทั้งความแรง จอสวย กล้องสวย มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอสไตล์ ZEISS แบบต่าง ๆ ให้เล่นทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ นอกจากนี้ยังใส่ชิปเสียง Hi-Fi CS43131 ช่วยเพิ่มความเพราะพริ้งให้กับการฟังเพลงมากขึ้นไปอีกระดับ

สรุปแล้วเราอยากได้มือถือรุ่นไหนก็คงต้องไปลองจับ ๆ เล่น ๆ และลองกล้องกันดูให้รู้ว่าชอบสไตล์แบบไหนมากที่สุดครับ เพราะมือถือระดับนี้เรื่องสเปคต่าง ๆ แทบจะไม่หนีกันเลย เร็วแรง จอสวย กล้องสวย…ซึ่งเจ้าตัวหลังนี่แหละ ที่จะเป็นเหตุผลหลักในการเลือกซื้อมือถือของหลาย ๆ คน ก็เลยต้องไปลองกันด้วยตัวเองและตัดสินใจเองจะดีที่สุดครับ

from:https://droidsans.com/iphone-14-pro-max-galaxy-s22-ultra-xiaomi-12s-ultra-mate-50-pro-find-x5-pro-vivo-x80-pro-specs-comparison/

DxOMARK ทดสอบกล้อง Xiaomi 12s Ultra คะแนนรวมอยู่ในระดับสูง แต่ยังแพ้ Mi 11 Ultra

Xiaomi 12s Ultra มือถือเรือธงกล้องเทพรุ่นล่าสุดที่นอกจากจะมากับสเปคแรง ๆ แล้ว คราวนี้ได้จับมือกับแบรนด์ Leica เพื่อตีบวกเพิ่มความโหดให้กับหารถ่ายภาพด้วย ทำให้หลาย ๆ คนสงสัยว่า คุณภาพที่ได้จากกล้องรุ่นนี้จะออกมาดีแค่ไหน และจะสู้กับมือถือเรือธงเน้นกล้องรุ่นอื่น ๆ ได้หรือเปล่า โดยล่าสุดทาง DxOMARK ก็ได้นำตัวกล้องรุ่นนี้มาทดสอบให้ดูกันแล้วครับ

ทาง DxOMARK ได้ทำคะแนนสรุปผลออกมาแล้ว โดย Xiaomi 12s Ultra ได้คะแนนประสิทธิภาพกล้องไปทั้งหมด 138 คะแนน (รวมทั้งภาพนิ่ง + วิดีโอ) โดยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 5 จากมือถือทั้งหมดที่ทดสอบโดย DxOMARK แบ่งเป็น คะแนนถ่ายภาพนิ่ง 144 คะแนน / การซูมภาพ 96 คะแนน / การถ่ายวีดีโอ 113 คะแนน มากกว่า iPhone 13 Pro Max (1 คะแนน) และมากกว่า Samsung Galaxy S22 Ultra (7 คะแนน) แต่ยังสู้กับรุ่นเดิมของตัวเองอย่าง Mi 11 Ultra (143 คะแนน) ไม่ได้ เพราะรุ่นนี้ทำได้ดีมาก ๆ อยู่ในอันดับ 3 เลยทีเดียว 

สเปกกล้อง Xiaomi 12s Ultra

  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ LEICA
  • กล้องหลัก IMX707 ความละเอียด 50MP (f/1.9) ขนาดพิกเซล 1.6 ไมครอน, ระยะโฟกัส 23 มม. , กันสั่น OIS, PDAF, Laser AF
  • กล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP (f/2.2) ขนาดพิกเซล 0.8 ไมครอน, ระยะโฟกัส 13 มม. ,PDAF
  • กล้อง Telephoto 2x ความละเอียด 48MP (f/4.1) ขนาดพิกเซล 0.8 ไมครอน, ระยะโฟกัส 120 มม. , กันสั่น OIS, PDAF, 5x Optical zoom
  • TOF 3D (Depth)
  • แฟลช LED
  • ถ่ายวีดีโอสูงสุด 8K 24fps, 4K 30/60fps, 1080p 30/60/120/240fps, 720p 3840fps, gyro-EIS, Dolby Vision HDR 10-bit rec. (4K, 1080p)

DxOMARK ได้กล่าวถึง  Xiaomi 12s ultra ว่าเป็นมือถือที่มีชิ้นส่วนของกล้องที่มีคุณภาพสูง โดยมีการปรับจูนทั้งผ่านทางซอฟแวร์ ฮาร์ดแวร์และ ISP (ชิปประมวลผลภาพถ่าย) ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นดูสวยงาม มีคุณภาพที่ดี โดยมันสามารถคว้าอันดับที่ 5 ในลำดับกล้องทั้งหมดที่ DxOMARK ได้ทำการจัดเรียงเอาไว้ แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับมือถือในระดับเดียวกัน อย่างเช่น iPhone 13 Pro คุณภาพของภาพที่ได้ยังไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่

ในส่วนของการถ่ายภาพนิ่ง เจ้าตัว Xiaomi 12s Ultra นั้นสามารถทำได้ดี คุณภาพของภาพที่ออกมานั้นสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี และควบคุมการจัดการน้อยส์ได้ดีพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากเอาไปเทียบกับ Xiaomi Mi 11 Ultra ตัวเมื่อปีที่แล้ว โดยความเร็วของการโฟกัสนั้นยังช้ากว่า และการวัดแสงยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร รายละเอียดภาพและเรื่องการจัดการน้อยส์ของ Mi 11 Ultra ยังทำออกมาได้ดีกว่า

โดย Xiaomi 12s Ultra มีพรีเซ็ทสี มาให้เลือกใช้ได้สองแบบ คือ Leica Vibrant ที่จะให้สีสันในโทนสดใสกว่าและ Leica Authentic ให้สีสันในโทนสมจริงกว่า 

Leica Authentic

Leica Vibrant

การถ่ายภาพแบบหลายๆคนในเฟรมเดียวกัน ยังต้องได้รับการแก้ไขอยู่เนื่องจาก ระยะชัดลึกของกล้องยังทำได้ไม่ดีพอหากมองจากรูปจะเห็นได้ว่า คนที่อยู่ด้านหลัง หน้าของเขาค่อนข้างเบลอและไม่ชัดเอาเสียเลย เพราะ Xiaomi 12s Ultra แทบจะไม่ได้ปรับความคมชัดให้เลย 

สำหรับโหมดภาพถ่ายกลางคืน DxOMARK บอกว่า Xiaomi 12s Ultra เป็นกล้องถ่ายภาพกลางคืนที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจาก มีไดนามิกเร้นจ์ที่กว้าง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ แบบวิวเมืองในตอนกลางคืน 

การถ่ายภาพแบบ Bokeh แม้จะทำได้ค่อนข้างดีในการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอแบบทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับ Mi 11 Ultra แล้วพบว่า Xiaomi 12s Ultra ยังสู้ไม่ได้

Xiaomi 12s Ultra ยังตัดขอบวัตถุไม่เนียน

ถ่าย Bokeh ในที่แสงน้อยยิ่งไปกันใหญ่

สำหรับการถ่ายวีดีโอ ต้องบอกเลยว่า Xiaomi 12s Ultra ค่อนข้างทำได้ดี ไดนามิกเร้นจ์กว้าง ทั้งแสงในร่มและกลางแจ้ง ให้ความรู้สึกคล้ายกับการใช้งานไอโฟนรุ่นล่าสุด แต่ยังมองเห็นความแตกต่างในสภาวะแสงน้อย แล้วยังพบเจอการวัดแสงที่ไม่สมบูรณ์เมื่อมีสภาวะแสงที่ไม่คงที ส่วนเรื่องระบบกันสั่นก็ยังทำได้แค่มาตรฐานของมือถือระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น ยังไม่โดดเด่นไปกว่าเรือธงรุ่นอื่น ๆ และอีกเช่นเคยที่ยังสู้ Mi 11 Ultra ไม่ได้ในเรื่องวิดีโอด้วย

จุดเด่น 

  • การวัดแสงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบ landscape, cityscape, portrait ทั้งในสภาวะแสงมากและแสงน้อย
  • ไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างทั้งในส่วนของการถ่ายภาพนิ่งและการถ่ายวีดีโอ
  • ระบบโฟกัสที่แม่นยำในทุกสภาพแสง 
  • การประมวลผลของรายละเอียดภาพและการจัดการน้อยส์ที่ดี 
  • การเรนเดอร์สีในรูปแบบของ Leica presets มีคุณภาพที่ดีทั้งสองแบบ ทั้ง Leica Authentic และ Leica Vibrant
  • ภาพซูมระยะไกลมีคุณภาพที่ดี 

ข้อสังเกตุ 

  • การคำนวณค่าแสงที่ไม่คงที่เมื่อถ่ายด้วยระบบ HDR ในบางสภาวะ
  • ชัตเตอร์ค่อนข้างช้าสำหรับการถ่ายสภาวะ HDR หรือสภาวะแสงน้อย โดยมีการหน่วงสูงกว่า 0.3 วินาที
  • ระบบโฟกัสและวัดแสงไม่คงที่เมื่อใช้เลนส์ซูม
  • เกิดน้อยส์ที่เห็นได้ชัดเมื่อถ่ายภาพที่มีความแตกต่างกันของแสงในสภาวะแสงปกติ
  • ไม่มีการแสดงภาพ HDR ตามเวลาจริง ต้องถ่ายภาพออกมาก่อนถึงจะเห็น

 

ที่มา: DxOMARK

from:https://droidsans.com/dxomark-xiaomi-12s-ultra-camera-test/

ไขข้อข้องใจ – ทำไม Xiaomi 12S Ultra วัดขนาดเซนเซอร์กล้องได้ไม่ถึง 1 นิ้ว ตามที่โฆษณา

กลายเป็นประเด็นให้พูดถึงบนโลกออนไลน์ เมื่อ Zack Nelson มือชำแหละสมาร์ทโฟนจากช่อง JerryRigEverything จับเอา Xiaomi 12S Ultra มาแกะดูไส้ใน แล้วพับกับความจริงที่ว่า เซนเซอร์กล้องหลักของมันไม่ได้มีขนาด 1 นิ้วเหมือนอย่างที่ Xiaomi โฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการวัดตามแนวกว้าง 8.8 มม. แนวยาว 13.2 มม. หรือแม้แต่แนวทแยง 15.86 มม.ก็ตาม ยังห่างไกลกับตัวเลข 25.4 มม.ที่แปลงมาจาก 1 นิ้วมากนักในทุกมิติ

ทำไม 1 นิ้วของเราไม่เท่ากัน


จะวัดจากมุมไหนก็ไม่ใกล้เคียง 1 นิ้วเลยสักนิด

หากได้ดูคลิปของ Zack จนจบ อันที่จริงเจ้าตัวก็อธิบายถึงสาเหตุที่ว่า “ทำไมเซนเซอร์กล้อง Xiaomi 12S Ultra มีขนาดไม่ถึง 1 นิ้ว” เอาไว้เรียบร้อยแล้วในช่วงท้ายของวิดีโอ

Zack อธิบายว่า ขนาด 1 นิ้วที่ว่า เป็นการวัดแบบสมัย 80 กว่าปีก่อน ซึ่ง ณ ตอนนั้นกล้องวิดีโอจะใช้หลอดไฟสุญญากาศ หรือที่รู้จักกันในชื่อหลอดรังสีแคโทด บ้างก็เรียกหลอดกล้องวิดีโอ เพื่อส่งผ่านอิเล็กตรอนไปยังเซนเซอร์ภาพ หากทำการวัดจากหลอดที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกซึ่งครอบคลุมเซนเซอร์ขนาดเดียวกับที่ Xiaomi 12S Ultra ใช้ ก็จะได้ตัวเลข 1 นิ้วพอดิบพอดี


แท้จริงแล้ว เป็นการวัดด้วยวิธีลักษณะนี้

ขนาดที่แท้จริงของเซนเซอร์ภาพ วัดยังไง


เซนเซอร์ 1 นิ้ว จริง ๆ มีขนาดเท่าไหร่

คำถามต่อไปที่น่าสนใจคือ เซนเซอร์ 1 นิ้ว หรือในขนาดอื่น ๆ ที่ผู้ผลิตพูด ๆ กัน มันมีขนาดทางกายภาพจริง ๆ เท่าไหร่กันแน่

เกี่ยวกับเรื่องนี้ PetaPixel เคยเขียนอธิบายไว้แล้วตอนที่ Sony เปิดตัว Xperia PRO-I ซึ่งชูจุดเด่นเรื่องเซนเซอร์กล้อง 1 นิ้วเหมือนกับ Xiaomi 12S Ultra โดยวิธีการคือ “เอา 2/3 มาคูณเข้ากับขนาดเซนเซอร์ตามที่ผู้ผลิตบอก”

เช่นกรณีที่เป็นประเด็นอยู่นี้ คือ 1 นิ้ว ก็จะได้ว่า 1 × 2/3 = 0.66 นิ้ว หรือคิดเป็น 16 มม. โดยประมาณ ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องใกล้เคียงกับเส้นทแยงมุม 15.86 มม. ตามที่กล่าวไปข้างต้น และเนื่องจากเป็นการวัดจากรูปวงกลม ตัวเลขจึงมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้างนั่นเอง


ได้ผลลัพธ์ออกมา 0.66 นิ้ว ตรงตามทฤษฎีที่คูณด้วย 2/3

สิ่งตกทอดจากอดีต ที่สร้างความสับสนในปัจจุบัน

สรุปคือ Xiaomi ไม่ได้หลอกเรา และไม่ได้โฆษณาเกินจริง เพียงแค่ใช้วิธีการระบุขนาดเซนเซอร์กล้องในอดีตที่ยังคงใช้ต่อ ๆ กันมาถึงปัจจุบัน ถึงแม้หลอดรังสีแคโทดจะไม่ได้มีการใช้งานกันแล้วหลังจากมีเซนเซอร์ CCD และ CMOS เข้ามาแทนที่ในปี 2523 ก็ตาม และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหรือผู้ผลิตกล้องรายอื่น ๆ ก็ใช้วิธีระบุขนาดในลักษณะเดียวกันนี้ไม่ต่างกัน

 

ที่มา : JerryRigEverything
อ้างอิง : Wikipedia | PetaPixel

from:https://droidsans.com/xiaomi-12s-ultra-less-than-1-inch-sensor/

Xiaomi 12S Ultra ถูกทดสอบโดย JerryRigEverything ไฟลน มีดขูด จับงอเต็มกำลัง

ถึงเวลาที่นักทดสอบความแข็งแกร่งมือถือชื่อดังอย่าง JerryRigEverything จะทำการหยิบมือถือระดับเรือธงจากทาง Xiaomi รุ่น 12S Ultra มาทำการเชือดกันแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าคราวนี้จะต้องทำการทรมานขั้นสุดเหมือนอย่างเคย ทั้งใช้มีดขูด เอาไฟแช็กลน ปิดด้วยการงอเครื่องสุดแรง

Xiaomi 12S Ultra เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมือถือรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ร่วมมือกับ Leica ในการพัฒนากล้องกับทาง Xiaomi ด้วย และแน่นอนว่าเทพมาจากไหนก็ไม่พ้นมือของยูทูปเบอร์นักเชือด(มือถือ)ชื่อดัง JerryRigEverything ในการทดสอบความแข็งแกร่งแบบเอาให้พังกันไปข้าง เริ่มต้นจากการทดสอบขูดหน้าจอพบว่าหน้าจอของ Xiaomi 12S Ultra เกิดรอยที่อุปกรณ์ระดับ 6 และรอยลึกกว่านั้นในระดับ 7

ส่วนการทดสอบเอาคัตเตอร์มาขูดรอบ ๆ ตัวเครื่องก็พบว่าด้านข้างตัวเครื่องที่ทำจากโลหะเกิดรอยขูดได้ง่าย ส่วนด้านบนที่ทำด้วยพลาสติกยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ที่เละไปกว่านั้นก็คือด้านหลังของตัวเครื่องที่ทำมาจากหนัง

ส่วนโมดูลกล้องขนาดมหึมาก็โดนขูดด้วยคัตเตอร์พบว่าตัวเลนส์ที่มีกระจกนิรภัยกั้นอยู่ทำหน้าที่ได้ดีมาก ไม่ว่าจะโดนขูดโดนเคาะยังไงก็ไม่มีรอยเลย

มาถึงการทดสอบเอาไฟแช็คลนที่หน้าจอ AMOLED แบบ LTPO 2.0 นาน 30 วินาที หน้าจอก็เกิดรอยเบิร์นขึ้นมาและไม่หายไปอีกเลย เพราะฉะนั้นแล้วอย่าเอาไฟแช็กไปลนหน้าจอมือถือเล่นนะครับ…

การทดสอบสุดท้ายคือการงอเครื่องอย่างรุนแรง ช่วงแรกมีเสียงแตกที่ค่อนข้างน่ากลัวทีเดียว เพราะด้านข้างตัวเครื่องมีการปริแตกออกมา แต่ก็ยังไม่หักครึ่งเหมือน OnePlus 10 Pro และหน้าจอก็ยังใช้ได้เหมือนปกติ 

สรุปว่า Xiaomi 12S Ultra ถือว่าสอบผ่านด้านความแข็งแรงตามมาตรฐานมือถือเรือธง ส่วนใครที่กังวลว่าโมดูลกล้องใหญ่ซะขนาดนั้นจะเป็นรอยง่ายหรือเปล่าการทดสอบนี้ก็น่าจะทำให้หายห่วงได้ในระดับหนึ่งเลยครับ

 

ที่มา : YouTube(JerryRigEverything)

from:https://droidsans.com/jerryrigeverything-test-xiaomi-12s-ultra/

ชำแหละ Xiaomi 12S Ultra เผยส่วนประกอบโมดูลกล้องและเซนเซอร์ IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

Xiaomi เพิ่งเปิดตัวมือถือ Xiaomi 12S Series ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งมือถือรุ่นท็อปอย่าง Xiaomi 12s Ultra ถูกจับตามองอย่างมากเพราะเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Xiaomi และ LEICA แถมยังเป็นมือถือรุ่นแรกที่ได้ใช้เซ็นเซอร์กล้อง IMX989 ขนาดใหญ่เบิ้มถึง 1 นิ้วด้วย ซึ่งล่าสุดได้มีการชำแหละเครื่องมือถือรุ่นดังกล่าวให้ได้เห็นกันแบบชัด ๆ ไปเลยว่ากล้องของ Xiaomi 12s Ultra มีอะไรซ่อนเอาไว้บ้าง

WekiHome ซึ่งเป็นช่องนึงใน YouTube ที่มักจะนำเอามือถือ แทบเล็ต หรือโน้ตบุ๊ครุ่นต่าง ๆ มาชำแหละเครื่องในให้ดูกัน และได้นำเอา Xiaomi 12S Ultra มาชำแหละให้ทุกคนได้ดูกันว่าชิ้นส่วนข้างในมันเป็นยังไงบ้าง รวมถึงส่วนสำคัญอย่างกล้องหลังที่ไปจับมือกันพัฒนากับ LEICA และใช้เซนเซอร์กล้อง IMX989 ว่ามันมีขนาดใหญ่แค่ไหน เมื่อเทียบกับเซนเซอร์กล้องของมือถือรุ่นอื่น

เมื่อถอดฝาหลังออกมาแล้วจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณด้านบนของเครื่องเกินครึ่ง ถูกอัดกันแน่นไปด้วยกล้องทั้ง 3 ตัว คือกล้อง Telephoto เลนส์ Periscope (กล้องสี่เหลี่ยมด้านล่าง), กล้อง Ultra-Wide 48MP (กล้องด้านขวา) และกล้องหลักที่มีขนาดใหญ่สุด (ด้านซ้าย) ส่วนที่เหลือคือพื้นที่สำหรับวางเมนบอร์ดและอื่น ๆ ไม่มากนัก เพราะพื้นที่ด้านล่างส่วนใหญ่ก็ต้องเอาไว้ใส่แบตเตอรี่ขนาด 4,860 mAh เหมือนกัน

วิธีการแก้ปัญหานี้คือการเอา PCB หรือแผ่นวงจรมาซ้อนกันสองชั้น เพื่อให้พื้นที่พอสำหรับการวางชิ้นส่วนทั้งหมด ส่วน RAM กับ ROM แผ่นระบายความร้อน แผ่นทองแดง และระบบระบายความร้อนด้วยไอน้ำ (Vapor Chamber) จะอยู่ทางด้านล่าง

คราวนี้กลับมาดูที่โมดูลกล้องหลักกันบ้าง จะเห็นว่าทั้งตัวโมดูลนับไปจนถึงตัวเลนส์กล้องหลักมันมีความหนาถึง 11.06 มม. เนื่องจากชิ้นเลนส์ต้องมีขนาดใหญ่มากจนสามารถครอบเซ็นเซอร์ IMX989 ได้ทั้งหมด แถมยังเป็นเลนส์แบบ 8 ชิ้นซะด้วย ก็เลยทำให้หนาขึ้นไปอีก

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเซ็นเซอร์กล้องขนาด 1 นิ้วเนี่ย จริง ๆ ตัวเซนเซอร์มันไม่ได้มีความยาวแนวทแยงเท่ากับ 1 นิ้วเป๊ะ ๆ นะครับ แต่มันจะนับรวมไปถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วย และเมื่อนำเอาเซนเซอร์ IMX989 ไปเปรียบเทียบกับเซนเซอร์รุ่นอื่นแล้วจะเห็นความแตกต่างของขนาดได้ชัดเลย

ภาพเทียบระหว่างเซนเซอร์ Samsung GNV ขนาด 1/1.28 นิ้ว กับ Sony IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

แค่นี้ก็น่าจะเห็นกันแล้วว่า Xiaomi 12s Ultra เป็นมือถือที่เน้นเรื่องกล้องแบบสุด ๆ ไปเลย เพราะจากการแงะส่วนประกอบเครื่องทั้งหมดออกมาแบบนี้แล้ว ก็เห็นกันแบบเต็ม ๆ ว่าแค่โมดูลกล้องก็กินพื้นที่ตัวเครื่องไปเกือบจะครึ่งนึงเลยทีเดียวครับ

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/disassembly-video-reveals-size-of-xiaomi-12s-ultras-camera/

ชำแหละ Xiaomi 12S Ultra เผยส่วนประกอบโมดูลกล้องและเซนเซอร์ IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

Xiaomi เพิ่งเปิดตัวมือถือ Xiaomi 12S Series ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งมือถือรุ่นท็อปอย่าง Xiaomi 12s Ultra ถูกจับตามองอย่างมากเพราะเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง Xiaomi และ LEICA แถมยังเป็นมือถือรุ่นแรกที่ได้ใช้เซ็นเซอร์กล้อง IMX989 ขนาดใหญ่เบิ้มถึง 1 นิ้วด้วย ซึ่งล่าสุดได้มีการชำแหละเครื่องมือถือรุ่นดังกล่าวให้ได้เห็นกันแบบชัด ๆ ไปเลยว่ากล้องของ Xiaomi 12s Ultra มีอะไรซ่อนเอาไว้บ้าง

WekiHome ซึ่งเป็นช่องนึงใน YouTube ที่มักจะนำเอามือถือ แทบเล็ต หรือโน้ตบุ๊ครุ่นต่าง ๆ มาชำแหละเครื่องในให้ดูกัน และได้นำเอา Xiaomi 12S Ultra มาชำแหละให้ทุกคนได้ดูกันว่าชิ้นส่วนข้างในมันเป็นยังไงบ้าง รวมถึงส่วนสำคัญอย่างกล้องหลังที่ไปจับมือกันพัฒนากับ LEICA และใช้เซนเซอร์กล้อง IMX989 ว่ามันมีขนาดใหญ่แค่ไหน เมื่อเทียบกับเซนเซอร์กล้องของมือถือรุ่นอื่น

เมื่อถอดฝาหลังออกมาแล้วจะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณด้านบนของเครื่องเกินครึ่ง ถูกอัดกันแน่นไปด้วยกล้องทั้ง 3 ตัว คือกล้อง Telephoto เลนส์ Periscope (กล้องสี่เหลี่ยมด้านล่าง), กล้อง Ultra-Wide 48MP (กล้องด้านขวา) และกล้องหลักที่มีขนาดใหญ่สุด (ด้านซ้าย) ส่วนที่เหลือคือพื้นที่สำหรับวางเมนบอร์ดและอื่น ๆ ไม่มากนัก เพราะพื้นที่ด้านล่างส่วนใหญ่ก็ต้องเอาไว้ใส่แบตเตอรี่ขนาด 4,860 mAh เหมือนกัน

วิธีการแก้ปัญหานี้คือการเอา PCB หรือแผ่นวงจรมาซ้อนกันสองชั้น เพื่อให้พื้นที่พอสำหรับการวางชิ้นส่วนทั้งหมด ส่วน RAM กับ ROM แผ่นระบายความร้อน แผ่นทองแดง และระบบระบายความร้อนด้วยไอน้ำ (Vapor Chamber) จะอยู่ทางด้านล่าง

คราวนี้กลับมาดูที่โมดูลกล้องหลักกันบ้าง จะเห็นว่าทั้งตัวโมดูลนับไปจนถึงตัวเลนส์กล้องหลักมันมีความหนาถึง 11.06 มม. เนื่องจากชิ้นเลนส์ต้องมีขนาดใหญ่มากจนสามารถครอบเซ็นเซอร์ IMX989 ได้ทั้งหมด แถมยังเป็นเลนส์แบบ 8 ชิ้นซะด้วย ก็เลยทำให้หนาขึ้นไปอีก

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเซ็นเซอร์กล้องขนาด 1 นิ้วเนี่ย จริง ๆ ตัวเซนเซอร์มันไม่ได้มีความยาวแนวทแยงเท่ากับ 1 นิ้วเป๊ะ ๆ นะครับ แต่มันจะนับรวมไปถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วย และเมื่อนำเอาเซนเซอร์ IMX989 ไปเปรียบเทียบกับเซนเซอร์รุ่นอื่นแล้วจะเห็นความแตกต่างของขนาดได้ชัดเลย

ภาพเทียบระหว่างเซนเซอร์ Samsung GNV ขนาด 1/1.28 นิ้ว กับ Sony IMX989 ขนาด 1 นิ้ว

แค่นี้ก็น่าจะเห็นกันแล้วว่า Xiaomi 12s Ultra เป็นมือถือที่เน้นเรื่องกล้องแบบสุด ๆ ไปเลย เพราะจากการแงะส่วนประกอบเครื่องทั้งหมดออกมาแบบนี้แล้ว ก็เห็นกันแบบเต็ม ๆ ว่าแค่โมดูลกล้องก็กินพื้นที่ตัวเครื่องไปเกือบจะครึ่งนึงเลยทีเดียวครับ

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/disassembly-video-reveals-the-bonkers-size-of-xiaomi-12s-ultras-imx989-camera-module/

เปิดตัว Xiaomi 12S Ultra กล้อง LEICA ขนาดใหญ่ 1 นิ้ว ขุมพลังชิป Snapdragon 8+ Gen 1 รุ่นแรกของโลก

เปิดตัว Xiaomi 12S Ultra กล้อง LEICA ขนาดใหญ่ 1 นิ้ว ขุ […] More

from:https://www.iphonemod.net/xiaomi_launch_xiaomi_12s_ultra.html

เปิดตัว Xiaomi 12s Series มาพร้อมเทคโนโลยีจาก LEICA และเซนเซอร์กล้องเทพขนาด 1 นิ้ว

มาแล้ว…มือถือระดับเรือธงตัวท็อปรุ่นล่าสุด Xiaomi 12s Series ที่คราวนี้มาทั้งหมด 3 รุ่น คือ Xiaomi 12s, Xiaomi 12s Pro และ Xiaomi 12s Ultra ตัวเทพสุดที่ไปจับมือกับแบรนด์ LEICA เพื่อช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีกล้องแถมยังได้ใช้เซนเซอร์กล้องตัวล่าสุดอย่าง Sony IMX989 ที่มีขนาดใหญ่ 1 นิ้ว เป็นรุ่นแรกอีกต่างหาก

สเปคแรง แต่ประหยัดพลังงาน

Xiaomi 12s Series ทั้ง 3 รุ่น มากับชิปรุ่นตีบวกใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 8+ Gen 1 ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าการทำงานทั่วไปจะไม่มีอาการสะดุดหรือหน่วงให้เห็นแน่นอน รวมถึงการเล่นเกมกราฟิกโหด ๆ ในปัจจุบันก็สามารถปรับได้ถึงขั้นสุดแบบไม่มีปัญหาแน่นอน

นอกจาก Xiaomi 12s Series จะมากับสเปคสุดแรงแล้ว มันยังมากับระบบจัดการแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยจากการทดสอบดู TikTok ติดต่อกันพบว่า Xiaomi 12s Series ทั้ง 3 รุ่น สามารถดูคลิปวิดีโอได้ต่อเนื่องยาว ๆ ถึง 12 – 13+ ชม. แม้จะมีแบตเตอรี่เริ่มต้นที่ 4500 mAh นอกจากนี้มันยังควบคุมอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

หน้าจอ AMOLED ไหลลื่น

ทั้ง 3 รุ่นใช้พาเนลหน้าจอแบบ AMOLED ที่มีรีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ และ Dolby Vision  และยังแข็งแกร่งทนทานด้วยกระจก Gorilla Glass Victus ด้วย

Xioami 12s มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz ส่วนรุ่นพี่ Xiaomi 12s Pro และ 12s Ultra มีขนาดอยู่ที่ 6.73 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K ทั้งคู่เป็นหน้าจอแบบ LTPO 2.0 ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานได้ตั้งแต่ 1 – 120Hz ทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่า

 

กล้องหลังร่วมพัฒนากับ LEICA

Xiaomi 12s

Xiaomi 12s Series เป็นมือถือที่เรียกว่าเกิดมาเพื่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะ ด้วยการจับมือร่วมพัฒนากับค่าย LEICA เพื่อเพิ่มความเทพให้มากกว่าเดิม โดย Xiaomi 12s มากับกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ IMX707 ความละเอียด 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP + กล้อง Tele-macro นอกจากนี้ตัวกล้องหลักยังมระบบกันสั่น OIS ให้มาเพื่อเพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด รวมถึงการถ่ายวิดีโอที่เนียนนิ่งด้วย

 

Xiaomi 12s Pro

Xiaomi 12s Pro มีสเปคกล้องหลังที่อัปเกรดขึ้นมาเป็นกล้องหลักเซนเซอร์ IMX707 ความละเอียด 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP + กล้อง Telephoto ซูม Optical 2x ความละเอียด 50MP โดยกล้องหลักได้ใส่ระบบกันสั่น OIS มาให้ด้วย

 

Xiaomi 12s Ultra เซนเซอร์กล้องเทพขนาด 1 นิ้ว

ตัวท็อปสุดของซีรีส์ที่มากับความพิเศษด้วยกล้องหลักที่ใช้เซนเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด IMX989 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้ว สูสีกับกล้อง Compact ในตลาด ใช้เลนส์แบบ 8 ชิ้น ส่วนความละเอียดอยู่ที่ 50MP มีกันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP + กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope ความละเอียด 48MP ซูมดิจิทัลสูงสุด 120x มีระบบกันสั่น OIS

นอกจากนี้ยังมีระบบกันสั่นแบบ HyperOIS เพื่อช่วยในการถ่ายวิดีโอให้นิ่งสุด ๆ แม้ว่าจะกำลังวิ่งอยู่ก็ตาม

 

ถ่ายภาพสไตล์ LEICA

LEICA ไม่ได้แค่มาช่วยพัฒนาเรื่องกล้องอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังใส่โหมดการถ่ายรูปในรูปแบบของ LEICA ให้ได้เลือกใช้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น  LEICA Authentic ที่ให้อารมณ์ภาพแบบสีสันสมจริงเหมือนตาเห็นหรือโหมด LEICA Vibrant ที่ให้ภาพสีสันสดใสขึ้นแต่ก็ไม่ฉูดฉาดเกินจริง และยังมี Filter สไตล์ LEICA อื่น ๆ ให้ได้ใช้ด้วย

 

สเปค Xiaomi 12s

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM : 8GB / 12GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ LEICA
    – กล้องหลัก IMX707 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP
    – กล้อง Tele-macro ความละเอียด 5MP
  • กล้องหน้า : 32MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอปรับแต่งโดย Harman Kardon
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 67W ชาร์จไร้สาย 50W

 

สเปค Xiaomi 12s Pro 

  • หน้าจอ AMOLED แบบ LTPO 2.0 ขนาด 6.73 นิ้ว ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 1-120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM : 8GB / 12GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ LEICA
    – กล้องหลัก IMX707 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Telephoto 2x ความละเอียด 50MP
  • กล้องหน้า : 32MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอปรับแต่งโดย Harman Kardon
  • แบตเตอรี่ : 4600 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 120W ชาร์จไร้สาย 50W

 

สเปค Xiaomi 12s Ultra

  • หน้าจอ AMOLED แบบ LTPO 2.0 ขนาด 6.73 นิ้ว ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 1-120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM : 12GB
  • ความจุ : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ LEICA
    – กล้องหลัก IMX989 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP
    – กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope ความละเอียด 48MP
  • กล้องหน้า : 32MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอปรับแต่งโดย Harman Kardon
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : IP68
  • แบตเตอรี่ : 4860 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 67W ชาร์จไร้สาย 50W

 

ราคา

สำหรับ Xiaomi 12s Series ทั้ง 3 รุ่น + Xiaomi 12s Pro รุ่นพิเศษที่ใช้ชิป Dimensity 9000 ด้วย มีราคาเปิดตัวในจีนอยู่ที่…

  • Xiaomi 12s : ราคาเริ่มต้น 3,999 หยวน หรือประมาณ 21,300 บาท (8/128GB)
  • Xiaomi 12s Pro : ราคาเริ่มต้น 4,699 หยวน หรือประมาณ 25,000 บาท (8/128GB)
  • Xiaomi 12s Pro (Dimensity Version) : ราคาเริ่มต้น 3,999 หยวน หรือประมาณ 21,300 บาท (8/128GB)
  • Xiaomi 12s Ultra : ราคาเริ่มต้น 5,999 หยวน หรือประมาณ 32,000 บาท (8/256GB)

ใครที่รอสอยมือถือกล้องเทพ ๆ แบบ Xiaomi 12s Series ก็ต้องรอติดตามกันอีกทีครับ ว่าจะมีการวางจำหน่ายในประเทศอื่น ๆ เมื่อไหร่ และจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง

from:https://droidsans.com/xiaomi-12s-series-officially-announced/

เปิดตัว Xiaomi 12s Ultra ร่วมพัฒนากล้องกับ LEICA เซนเซอร์เทพ 1 นิ้ว พร้อม Xiaomi 12s และ 12s Pro

มาแล้ว…มือถือระดับเรือธงตัวท็อปรุ่นล่าสุด Xiaomi 12s Series ที่คราวนี้มาทั้งหมด 3 รุ่น คือ Xiaomi 12s, Xiaomi 12s Pro และ Xiaomi 12s Ultra ตัวเทพสุดที่ไปจับมือกับแบรนด์ LEICA เพื่อช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีกล้องแถมยังได้ใช้เซนเซอร์กล้องตัวล่าสุดอย่าง Sony IMX989 ที่มีขนาดใหญ่ 1 นิ้ว เป็นรุ่นแรกอีกต่างหาก

สเปคแรง แต่ประหยัดพลังงาน

Xiaomi 12s Series ทั้ง 3 รุ่น มากับชิปรุ่นตีบวกใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 8+ Gen 1 ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าการทำงานทั่วไปจะไม่มีอาการสะดุดหรือหน่วงให้เห็นแน่นอน รวมถึงการเล่นเกมกราฟิกโหด ๆ ในปัจจุบันก็สามารถปรับได้ถึงขั้นสุดแบบไม่มีปัญหาแน่นอน

นอกจาก Xiaomi 12s Series จะมากับสเปคสุดแรงแล้ว มันยังมากับระบบจัดการแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย โดยจากการทดสอบดู TikTok ติดต่อกันพบว่า Xiaomi 12s Series ทั้ง 3 รุ่น สามารถดูคลิปวิดีโอได้ต่อเนื่องยาว ๆ ถึง 12 – 13+ ชม. แม้จะมีแบตเตอรี่เริ่มต้นที่ 4500 mAh นอกจากนี้มันยังควบคุมอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

หน้าจอ AMOLED ไหลลื่น

ทั้ง 3 รุ่นใช้พาเนลหน้าจอแบบ AMOLED ที่มีรีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ และ Dolby Vision  และยังแข็งแกร่งทนทานด้วยกระจก Gorilla Glass Victus ด้วย

Xioami 12s มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz ส่วนรุ่นพี่ Xiaomi 12s Pro และ 12s Ultra มีขนาดอยู่ที่ 6.73 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K ทั้งคู่เป็นหน้าจอแบบ LTPO 2.0 ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทตามการใช้งานได้ตั้งแต่ 1 – 120Hz ทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่า

 

กล้องหลังร่วมพัฒนากับ LEICA

Xiaomi 12s

Xiaomi 12s Series เป็นมือถือที่เรียกว่าเกิดมาเพื่อการถ่ายภาพโดยเฉพาะ ด้วยการจับมือร่วมพัฒนากับค่าย LEICA เพื่อเพิ่มความเทพให้มากกว่าเดิม โดย Xiaomi 12s มากับกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ IMX707 ความละเอียด 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP + กล้อง Tele-macro นอกจากนี้ตัวกล้องหลักยังมระบบกันสั่น OIS ให้มาเพื่อเพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด รวมถึงการถ่ายวิดีโอที่เนียนนิ่งด้วย

 

Xiaomi 12s Pro

Xiaomi 12s Pro มีสเปคกล้องหลังที่อัปเกรดขึ้นมาเป็นกล้องหลักเซนเซอร์ IMX707 ความละเอียด 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP + กล้อง Telephoto ซูม Optical 2x ความละเอียด 50MP โดยกล้องหลักได้ใส่ระบบกันสั่น OIS มาให้ด้วย

 

Xiaomi 12s Ultra เซนเซอร์กล้องเทพขนาด 1 นิ้ว

ตัวท็อปสุดของซีรีส์ที่มากับความพิเศษด้วยกล้องหลักที่ใช้เซนเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด IMX989 ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้ว สูสีกับกล้อง Compact ในตลาด ใช้เลนส์แบบ 8 ชิ้น ส่วนความละเอียดอยู่ที่ 50MP มีกันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP + กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope ความละเอียด 48MP ซูมดิจิทัลสูงสุด 120x มีระบบกันสั่น OIS

นอกจากนี้ยังมีระบบกันสั่นแบบ HyperOIS เพื่อช่วยในการถ่ายวิดีโอให้นิ่งสุด ๆ แม้ว่าจะกำลังวิ่งอยู่ก็ตาม

 

ถ่ายภาพสไตล์ LEICA

LEICA ไม่ได้แค่มาช่วยพัฒนาเรื่องกล้องอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังใส่โหมดการถ่ายรูปในรูปแบบของ LEICA ให้ได้เลือกใช้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น  LEICA Authentic ที่ให้อารมณ์ภาพแบบสีสันสมจริงเหมือนตาเห็นหรือโหมด LEICA Vibrant ที่ให้ภาพสีสันสดใสขึ้นแต่ก็ไม่ฉูดฉาดเกินจริง และยังมี Filter สไตล์ LEICA อื่น ๆ ให้ได้ใช้ด้วย

 

สเปค Xiaomi 12s

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.28 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM : 8GB / 12GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ LEICA
    – กล้องหลัก IMX707 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP
    – กล้อง Tele-macro ความละเอียด 5MP
  • กล้องหน้า : 32MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอปรับแต่งโดย Harman Kardon
  • แบตเตอรี่ : 4500 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 67W ชาร์จไร้สาย 50W

 

สเปค Xiaomi 12s Pro 

  • หน้าจอ AMOLED แบบ LTPO 2.0 ขนาด 6.73 นิ้ว ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 1-120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM : 8GB / 12GB
  • ความจุ : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ LEICA
    – กล้องหลัก IMX707 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Telephoto 2x ความละเอียด 50MP
  • กล้องหน้า : 32MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอปรับแต่งโดย Harman Kardon
  • แบตเตอรี่ : 4600 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 120W ชาร์จไร้สาย 50W

 

สเปค Xiaomi 12s Ultra

  • หน้าจอ AMOLED แบบ LTPO 2.0 ขนาด 6.73 นิ้ว ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 1-120Hz
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM : 12GB
  • ความจุ : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ LEICA
    – กล้องหลัก IMX989 ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP
    – กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope ความละเอียด 48MP
  • กล้องหน้า : 32MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอปรับแต่งโดย Harman Kardon
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : IP68
  • แบตเตอรี่ : 4860 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 67W ชาร์จไร้สาย 50W

 

ราคา

สำหรับ Xiaomi 12s Series ทั้ง 3 รุ่น + Xiaomi 12s Pro รุ่นพิเศษที่ใช้ชิป Dimensity 9000 ด้วย มีราคาเปิดตัวในจีนอยู่ที่…

  • Xiaomi 12s : ราคาเริ่มต้น 3,999 หยวน หรือประมาณ 21,300 บาท (8/128GB)
  • Xiaomi 12s Pro : ราคาเริ่มต้น 4,699 หยวน หรือประมาณ 25,000 บาท (8/128GB)
  • Xiaomi 12s Pro (Dimensity Version) : ราคาเริ่มต้น 3,999 หยวน หรือประมาณ 21,300 บาท (8/128GB)
  • Xiaomi 12s Ultra : ราคาเริ่มต้น 5,999 หยวน หรือประมาณ 32,000 บาท (8/256GB)

ใครที่รอสอยมือถือกล้องเทพ ๆ แบบ Xiaomi 12s Series ก็ต้องรอติดตามกันอีกทีครับ ว่าจะมีการวางจำหน่ายในประเทศอื่น ๆ เมื่อไหร่ และจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง

from:https://droidsans.com/xiaomi-12s-ultra-launch-leica-1-inch-sensor/

หลุดโปสเตอร์โปรโมท Xiaomi 12S Pro และ 12S Ultra เผยดีไซน์ตัวเครื่อง ก่อนเปิดตัววันนี้ !!!

Xiaomi มีกำหนดเปิดตัว Xiaomi 12 Series สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีนในวันนี้ 4 กรกฎาคม 2565 โดยคาดว่าจะประกอบด้วย Xiaomi 12S, Xiaomi 12S Pro และ Xiaomi 12S Ultra ล่าสุดมีภาพโปสเตอร์โปรโมท Xiaomi 12S Pro และ Xiaomi 12S Ultra เผยดีไซน์ตัวเครื่องออกมาให้เห็นกันแล้ว

Xiaomi 12S Series

สำหรับภาพโปสเตอร์โปรโมท Xiaomi 12S Series ที่หลุดออกมาเผยให้เห็นดีไซน์ด้านหลังเครื่องของ Xiaomi 12S Pro และ Xiaomi 12S Ultra โดย Xiaomi 12S Pro มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวที่พัฒนาร่วมกับ Leica และไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลมุมซ้ายด้านบน

ส่วน Xiaomi 12S Ultra รุ่นท๊อปมาพร้อมฝาหลังแบบหนัง และมีข่าวลือว่าจะมีรุ่นฝาหลังแบบเซรามิกด้วย ตรงกลางด้านบนมีโมดูลกล้องทรงกลมขนาดใหญ่ที่ภายในมีเลนส์กล้อง 3 ตัวที่พัฒนาร่วมกับ Leica พร้อมไฟแฟลช LED วางซ้อนในโมดูลสี่เหลี่ยม และไม่มีหน้าจอแสดงผลรองเหมือนรุ่นก่อน

Xiaomi เพิ่งยืนยันว่า Xiaomi 12S Ultra จะติดตั้งกล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX989 ขนาด 1 นิ้ว ดูเหมือนว่ากล้องหลักจะอยู่ที่ศูนย์กลางของโมดูลกล้อง ส่วนด้านล่างเป็นเลนส์ซูม Periscope Telephoto ขณะที่เลนส์ด้านซ้ายคาดว่าจะเป็นเลนส์ Ultra Wide และด้านขวามีไฟแฟลชคู่ Dual LED

ซึ่งข่าวลือก่อนหน้านี้ระบุว่าจะกล้องหลักมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 48 ล้านพิกฌซล และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมซูมแบบออปติคอล 5 เท่า

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ Xiaomi 12S Ultra คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Punch Hole Display ขอบโค้งแบบ AMOLED ความละเอียด QHD+ ขนาด 6.7 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz

ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Snapdragon 8+ Gen 1 จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR5 สูงสุด 12GB, หน่วยความจำภายในแบบ UFS 3.1 สูงสุด 256GB, ติดตั้งกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,800mAh รองรับชาร์จไว 67W และชาร์จไวแบบไร้สาย 50W

ที่มา : Gizmochina

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/xiaomi-12s-pro-and-12s-ultra-promotional-posters-leaked/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=xiaomi-12s-pro-and-12s-ultra-promotional-posters-leaked