คลังเก็บป้ายกำกับ: WIRELESS_CHARGER

6 แท่นชาร์จไร้สายน่าใช้ มีติดโต๊ะแล้วชีวิตสะดวก งบพันเดียวมีทอน!

แท่นชาร์จไร้สายดีๆ สักตัววางบนโต๊ะทำงานเมื่อไหร่ บอกเลยว่าลืมสายชาร์จไปเลย!

wireless cover

ถ้าใครใช้ iPhone หรือสมาร์ทโฟน Android ระดับเรือธงหลายๆ รุ่นที่มีฟีเจอร์ชาร์จไร้สายล่ะก็ แท่นชาร์จไร้สายก็ถือเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่น่ามีติดโต๊ะทำงานมาก เพราะหลังจากใช้มือถือทำธุระมาทั้งวันแล้วก็เอาเครื่องวางที่ตัวแท่นชาร์จได้เลยไม่ต้องมาคอยเสียบปลั๊กให้ยุ่งยาก เวลาจะใช้ก็หยิบเครื่องจากแท่นชาร์จไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ติดสายชาร์จอะไรอีกด้วย แค่ความเร็วตอนชาร์จแบตเตอรี่อาจจะไม่เร็วทันใจเหมือนสายชาร์จเท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม แท่นชาร์จไร้สายหลายๆ รุ่นก็ค่อยๆ อัพเกรดประสิทธิภาพการชาร์จของตัวเองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อก่อนที่ยืนพื้นกันที่ 5 วัตต์ ก็มีรุ่น 10-20 วัตต์ หรือมากกว่านั้นเปิดตัวออกมาเรื่อยๆ อีกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์คนที่ขอการใช้งานสะดวกอย่างแน่นอน

แท่นชาร์จไร้สาย

Qi (ชี่) มาตรฐานการชาร์จไร้สายที่อยู่มานานกว่าที่คิด

qi e1633411006859

ถ้าพูดถึงชื่อมาตรฐานการชาร์จไร้สายในปัจจุบัน ตอนนี้ก็จะมีมาตรฐานที่แพร่หลายสุดอย่าง Qi หรือ “ชี่” เป็นภาษาจีน ซึ่งเป็นอินเตอร์เฟสที่เปิดให้พัฒนาและออกแบบโดยอิสระ (Open interface standard) ซึ่งเริ่มพัฒนากันมาตั้งแต่ปี 2008 หรือผ่านมา 13 ปีแล้ว และในปัจจุบันมีการประกาศเวอร์ชั่น 1.3 มาเมื่อเดือนมกราคม 2021 ที่ผ่านมานี้เอง โดยความเร็วในการชาร์จและฟีเจอร์หลักๆ ของแต่ละเวอร์ชั่นจะมีดังนี้

  • เวอร์ชั่น 1.0 – มาตรฐานแรกสุดที่ประกาศเมื่อปี 2010 มีกำลังชาร์จสูงสุด 5 วัตต์ โดยกำหนดตัวคอลย์ชาร์จว่าจะเป็นคอยล์เดี่ยว (Single coil), คอยล์ที่จัดรูปทรงไว้ (Coil array) หรือคอยล์ที่ขยับตัวได้ (Moving coil)
  • เวอร์ชั่น 1.1 – มาตรฐานที่ 2 ประกาศเปิดตัวเมื่อปี 2012 ยังคงกำลังชาร์จไว้ที่ 5 วัตต์เช่นเดิม แต่เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับตัวแปลงในตัวชาร์จไร้สาย 12 แบบ, เพิ่มการตรวจจับวัตถุรอบตัวชาร์จไม่ให้ส่งผ่านความร้อนไปยังโลหะที่อยู่ใกล้ และเพิ่มตัวแปลงพลังงานผ่านมาตรฐาน USB เข้ามา
  • เวอร์ชั่น 1.2 – ประกาศเปิดตัวปี 2015 โดยเพิ่มกำลังชาร์จไปที่ 15 วัตต์ แยกโปรไฟล์การชาร์จออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ Baseline Power Profile (BPP) ให้อยู่ที่ 5 วัตต์ และ Extended Power Profile (EPP) ให้อยู่ที่ 15 วัตต์ มีการประกาศเพิ่มกำลังตัวชาร์จสูงสุดให้ขึ้นไปที่ 15 วัตต์, ปรับแต่งการทดสอบความร้อนของตัวส่งกระแสให้ดียิ่งขึ้น ฯลฯ
  • เวอร์ชั่น 1.2.3 – ประกาศเปิดตัวปี 2017 เพิ่ม Power Class 0 ซึ่งเพิ่มกำลังชาร์จสำหรับอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ให้แท่นชาร์จมีกำลังชาร์จได้สูงสุดที่ 30 วัตต์
  • เวอร์ชั่น 1.2.4 – ประกาศเปิดตัวปีเดียวกันกับข้อที่แล้ว โดยเพิ่มมาตรฐานการทดสอบและแก้ไขให้ EPP เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • เวอร์ชั่น 1.3 – ประกาศเปิดตัวปี 2021 โดยเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับการชาร์จไร้สายดังนี้
    • ปรับแต่งรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคการชาร์จไร้สาย
    • ประกาศการรองรับแท่นชาร์จที่ผ่านมาตรฐาน Qi แล้ว
    • ประกาศปรับแต่ง FOD features และการทดสอบอุปกรณ์ชาร์จไร้สายรวมไปถึง low-Q  test ด้วย

โดยในเวอร์ชั่น 1.3 นั้นจะมีรายละเอียดอื่นๆ อีกพอสมควร ซึ่งขอยกยอดการกล่าวถึงเอาไว้ แต่ถ้าใครสนใจก็สามารถไปศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของทาง Wireless Power Consortium ได้เลย

Nokia DT 900

ส่วนหลักการทำงานของแท่นชาร์จไร้สายถ้าผ่าตัวแท่นชาร์จออกมา จะเห็นชุดวงจรกับขดลวดที่เป็นตัวส่งพลังสนามแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังขดลวดตัวรับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ฝังเอาไว้ในสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นๆ ที่วางอยู่บนแท่นชาร์จ ซึ่งระยะการทำงานของสนามแม่เหล็กตามมาตรฐาน Qi จะอยู่ภายในระยะ 4 เซนติเมตร (1.6 นิ้ว) ซึ่งปัจจุบันนี้จะมีสมาร์ทโฟนกว่า 200 รุ่นทั่วโลกที่รองรับการชาร์จไร้สายได้แล้ว

ส่วนของความเร็วว่าจะชาร์จได้เร็วแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวส่งและตัวรับด้วย ว่าสร้างกำลังชาร์จได้กี่วัตต์ โดยจะอิงตามฝั่งที่มีกำลังต่ำที่สุด เช่น ถ้าแท่นชาร์จจ่ายกระแสได้ 25 วัตต์ แต่มือถือรับได้เพียง 15 วัตต์ ก็จะชาร์จได้ 15 วัตต์เท่านั้น หรือถ้าแท่นชาร์จจ่ายกระแสได้ 15 วัตต์ แต่มือถือรับได้ 25 วัตต์ ก็จะชาร์จได้แค่ 15 วัตต์ เช่นกัน

spec sheet

ส่วนใครที่ไม่แน่ใจว่าสมาร์ทโฟนของตัวเองรองรับการชาร์จไร้สายหรือเปล่า ก็แนะนำให้เราไปดูจากหน้าสเปคของมือถือรุ่นนั้นๆ ที่เราใช้งานอยู่จากหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือเว็บไซต์ที่มีฐานข้อมูลสเปคมือถือเช่น Specphone.com ก็ได้ แล้วเลื่อนมาดูรายละเอียดสเปคส่วนของแบตเตอรี่ ว่ามือถือเครื่องนั้นรองรับ Wireless Charging หรือเปล่า ซึ่งถ้ารองรับก็ซื้อแท่นชาร์จไร้สายมาใช้งานได้เลย

6 แท่นชาร์จไร้สายน่าใช้ ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นแค่วางก็ชาร์จได้เลย

สำหรับที่ชาร์จไร้สายในปัจจุบันนี้ จะมีให้เลือกตั้งแต่รุ่นราคาหลักร้อยบาทต้นๆ ไปจนถึงรุ่นราคาหลักพันแต่ก็ใส่ฟีเจอร์เสริมน่าใช้เข้ามาหลายอย่างอีกด้วย โดยรุ่นที่เลือกมาแนะนำจะมีทั้งหมด 6 รุ่นดังนี้

  1. Baseus Jelly (269 บาท)
  2. Eloop W1 (379 บาท)
  3. ZMI WTX11 Wireless Charger (599 บาท)
  4. Xiaomi Mi 20W Wireless Charging Stand (659 บาท)
  5. UGREEN 60228 (990 บาท)
  6. Eloop W4 (999 บาท)
1. Baseus Jelly (269 บาท)

1748ed346dad7cfb6a49334df38a62e7

รุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำเป็นที่ชาร์จไร้สายจาก Baseus รุ่น Baseus Jelly ที่ตัวแท่นชาร์จมีสีสันสดใส เลือกได้ระหว่างสีขาว, ดำหรือเหลือง บอดี้ภายนอกเป็นพลาสติกเนื้อนุ่มหุ้มอยู่ตามชื่อ Jelly ทำให้วางมือถือแล้วไม่กระทบจนเกิดเสียงดังหรือริ้วรอยที่ตัวเคสหรือเครื่อง โดยที่ชาร์จตัวนี้มีกำลังชาร์จ 15 วัตต์ มีสาย USB-C to A แถมมาให้ 1 เส้นเพื่อเสียบเข้ากับอแดปเตอร์เพื่อจ่ายไฟให้ตัวแท่นชาร์จได้เลย แต่ทางผู้ผลิตแนะนำว่าให้ใช้กับอแดปเตอร์ที่เป็น Quick Charge 3.0 ที่มีกำลังไฟ 18 วัตต์ขึ้นไป จะทำให้ชาร์จได้ดี ซึ่งถ้าใครอยากชาร์จไร้สายแล้วหาอแดปเตอร์ดีๆ ราคาไม่แพงอาจจะเริ่มจากตัวนี้ก็ได้

สเปคของ Baseus Jelly
  • ที่ชาร์จไร้สายเนื้อยาง เลือกสีได้ระหว่างขาว, ดำหรือเหลือง
  • กำลังชาร์จไร้สาย 15 วัตต์ ควรต่อกับอแดปเตอร์ Quick Charge 3.0 กำลังชาร์จ 18 วัตต์
  • มีสาย USB-A to C แถมมาให้ 1 เส้น
  • ราคา 269 บาท (Baseus Thailand Shopee Mall)
2. Eloop W1 (379 บาท)

ff70e62a3441630730c822f0d2234932

ด้าน Eloop ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟนชื่อดังที่มีชื่อเสียงจากการทำ Power Bank จนคุ้นหูชาวไทยเองก็มีที่ชาร์จไร้สายรุ่น Eloop W1 ให้เลือกซื้อเช่นกัน โดยตัวแท่นชาร์จจะเป็นบอดี้ผิวกระจกสวยงาม เลือกสีได้ 3 สี คือขาว, ดำ หรือทอง มีกำลังชาร์จสูงสุด 10 วัตต์ และมีสาย USB-A สำหรับต่อระหว่างตัวแท่นกับอแดปเตอร์เพื่อชาร์จมือถือได้ด้วย เรียกว่าเป็นอีกแบรนด์ที่น่าใช้เช่นกัน ยิ่งถ้าใครใช้ iPhone หรือมือถือที่ชาร์จไร้สายได้ก็แนะนำให้ซื้อมาใช้งานได้เลย

สเปคของ Eloop W1
  • ที่ชาร์จไร้สายผิวกระจก เลือกสีได้ระหว่างขาว, ดำหรือทอง
  • กำลังชาร์จไร้สาย 10 วัตต์ มีสาย USB-A แถมมาให้ 1 เส้น
  • ราคา 379 บาท (Eloop Thailand Shopee Mall)
3. ZMI WTX11 Wireless Charger (599 บาท)

zmi

นอกจากสายชาร์จ, ปลั๊กหรือ Power bank แล้ว Zmi ก็มีที่ชาร์จไร้สายให้ใช้เช่นกัน โดยเป็นรุ่น Zmi WTX11 ที่ดีไซน์เรียบหรู บอดี้เป็นแท่นอลูมิเนียมบุผ้า Alcantara ที่เนื้อยืดหยุ่นเอาไว้ด้านบน เวลาวางเครื่องแล้วจะไม่เป็นรอยและมีระบบป้องกันไฟเกินติดตั้งไว้ในตัวและมีไฟแสดงสถานะการชาร์จด้วย ส่วนกำลังชาร์จอยู่ที่ 10 วัตต์ และมีสาย USB-C to A แถมมาให้ต่อกับอแดปเตอร์เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้ด้วย แต่แนะนำให้ต่อกับอแดปเตอร์ที่เป็น Quick Charge 3.0 ที่จ่ายไฟได้ 18 วัตต์จะดีที่สุด

สเปคของ Zmi WTX11 Wireless Charger
  • ที่ชาร์จไร้สายบอดี้อลูมิเนียมบุผ้า Alcantara เนื้อยืดหยุ่น มีไฟแสดงสถานะการชาร์จ
  • กำลังชาร์จไร้สาย 10 วัตต์ ควรต่อกับอแดปเตอร์ Quick Charge 3.0
  • มีสาย USB-C to A แถมมาให้ 1 เส้น
  • ราคา 599 บาท (425 Degree)
4. Xiaomi Mi 20W Wireless Charging Stand (659 บาท)

7855ca22941ae46b1ab0472021496466

นอกจากค่ายในเครือจะมีแท่นชาร์จไร้สายให้เลือกซื้อแล้ว Xiaomi เองก็มี Xiaomi Mi 20W Wireless Charging Stand ให้เลือกซื้อด้วยเช่นกัน โดยดีไซน์จะเป็นแท่นให้วางมือถือเป็นแนวตั้งแต่เฉียงไปด้านหลังเล็กน้อยและติดตั้งคอยล์ชาร์จเอาไว้ด้านในให้วางชาร์จในแนวตั้งหรือวางตะแคงเครื่องก็ได้ บอดี้เป็นพลาสติกเนื้อแข็งงานประกอบเรียบร้อยพร้อมไฟแสดงสถานะการชาร์จ มีกำลังชาร์จไร้สาย 20 วัตต์ ทำให้ชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสาย USB-C แถมมาให้ในกล่องอีกด้วย ซึ่งถ้าใครใช้มือถือที่รองรับการชาร์จเร็วได้ระดับ 20-25 วัตต์หรือสูงกว่านั้น ก็แนะนำให้ใช้แท่นชาร์จนี้เช่นกัน

สเปคของ Xiaomi Mi 20W Wireless Charging Stand
  • ที่ชาร์จไร้สายบอดี้พลาสติกเนื้อแข็ง ดีไซน์ให้วางมือถือในแนวตั้งหรือตะแคงได้ มีไฟแสดงสถานะการชาร์จ
  • กำลังชาร์จไร้สาย 20 วัตต์ ควรต่อกับอแดปเตอร์ Quick Charge 3.0
  • มีสาย USB-C แถมมาให้ 1 เส้น
  • ราคา 659 บาท (Xiaomi Authorized Store Shopee Mall)
5. UGREEN 60228 (525 บาท)

e1a5710d5c388f20a11736fcce44d7ab

ถัดมาเป็น UGREEN 60228 แท่นชาร์จไร้สายที่ดีไซน์ให้วางสมาร์ทโฟนเป็นแนวตั้งหรือตะแคงก็ได้แบบเดียวกับ Xiaomi บอดี้เป็นพลาสติกเนื้อแข็งติดตั้งคอยล์ชาร์จเอาไว้ 2 ตัวในตัวแท่นเพื่อให้กำลังชาร์จเสถียรยิ่งขึ้นแต่กำลังชาร์จจะลดลงเหลือ 10 วัตต์ มีสาย USB-C แถมมาให้ในกล่อง 1 เส้นเพื่อเสียบอแดปเตอร์และมีไฟแสดงสถานะการชาร์จด้วย ส่วนอแดปเตอร์ควรเป็นแบบ Quick Charge 3.0 เพื่อให้จ่ายกระแสไฟได้เพียงพอ ซึ่งตัวที่ชาร์จไร้สายจาก UGREEN ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจและงานประกอบสวยดีทีเดียว ซึ่งถ้าใครมีมือถือที่ชาร์จไร้สายได้จะซื้อตัวนี้ไปใช้งานก็น่าสนใจเช่นกัน

สเปคของ UGREEN 60228
  • ที่ชาร์จไร้สายบอดี้พลาสติกเนื้อแข็ง ดีไซน์ให้วางมือถือในแนวตั้งหรือตะแคงได้ มีไฟแสดงสถานะการชาร์จ
  • กำลังชาร์จไร้สาย 10 วัตต์ ควรต่อกับอแดปเตอร์ Quick Charge 3.0
  • มีสาย USB-C แถมมาให้ 1 เส้น
  • ราคา 525 บาท (UGREEN Official by Gadget Villa)
6. Eloop W4 (999 บาท)

Eloop W4 18W 5 in 1 Wireless Charger 1

 

ส่วนแท่นชาร์จไร้สายตัวสุดท้ายจะเป็นรุ่น Eloop W4 ที่เรียกว่าซื้อมาตัวเดียวชาร์จได้ 5 อุปกรณ์พร้อมกัน โดยเฉพาะคนที่ใช้ iPhone อยู่ก็แนะนำให้ซื้อคู่กับตัวชาร์จ Apple Watch โดยเฉพาะ รุ่น Eloop W3 มาด้วย จะครบเครื่องยิ่งขึ้น โดยตัวแท่นชาร์จไร้สายตัวนี้จะเป็นแบบแท่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยตัวที่ชาร์จจะเป็นพลาสติก ABS ติดตั้งคอยล์ชาร์จเอาไว้หลายตัวเพื่อให้ชาร์จมือถือและอุปกรณ์เสริมเช่นหูฟัง True Wireless ไร้สายพร้อมกัน 2 ชิ้นได้เลย และด้านหลังจะมีพอร์ต USB-A x 2 ช่องและ USB-C x 1 ช่อง และมีช่องเสียบปลั๊กไฟบ้านแยกเฉพาะด้วย โดยกำลังชาร์จจะเป็นดังนี้

  1. ตัวแท่นชาร์จสามารถชาร์จไร้สายให้อุปกรณ์ 2 ชิ้นพร้อมกันได้ จ่ายกระแส 10 วัตต์
  2. พอร์ต USB-A ข้างปลั๊กไฟจ่ายกระแส 12 วัตต์
  3. พอร์ต USB-A ที่คู่กับ USB-C จ่ายกระแสได้ 18 วัตต์ทั้งคู่ แต่ USB-A เป็น Quick Charge 3.0 ส่วน USB-C เป็น Power Delivery 18 วัตต์

ส่วนในกล่องจะแถมเป็นหัวชาร์จเฉพาะสำหรับ Eloop W4 มาให้ 1 ตัวเท่านั้น ซึ่งถ้าใครมีอุปกรณ์ที่ใช้ชาร์จไร้สายอยู่หลายชิ้น เช่นมีสมาร์ทโฟนกับหูฟังไร้สายที่ตัวเคสรองรับการชาร์จไร้สายได้ด้วย ก็แนะนำให้ลงทุนซื้อตัวนี้มาใช้งานได้เลย

สเปคของ Eloop W4
  • ที่ชาร์จบอดี้พลาสติก ABS สวยแข็งแรง ชาร์จ 5 อุปกรณ์ได้พร้อมกัน มีช่องเสียบปลั๊กเฉพาะ
  • ชาร์จไร้สายพร้อมกันได้ 2 อุปกรณ์ มีพอร์ต USB-A x 2, USB-C x 1 ให้ต่อชาร์จแบบมีสายได้
  • แถมเฉพาะอแดปเตอร์สำหรับ Eloop W4
  • ราคา 999 บาท (Eloop Thailand Shopee Mall)

สรุปสเปคแท่นชาร์จไร้สาย 6 รุ่นน่าใช้ ชาร์จมือถือสะดวก ไม่ต้องต่อสาย

สำหรับแท่นชาร์จไร้สายที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ จะมีให้เลือกหลายรุ่นหลากกำลังชาร์จรวมถึงราคาด้วย ซึ่งถ้าสรุปสเปคและกำลังชาร์จให้เข้าใจได้ง่ายๆ จะเป็นดังนี้

สเปคแท่นชาร์จ
ไร้สาย
วัสดุตัวแท่นชาร์จ กำลังชาร์จ อุปกรณ์ในกล่อง ราคา
Baseus Jelly วัสดุเนื้อยาง

เลือกสีขาว, ดำ, เหลือง

15 วัตต์

ควรต่อกับอแดปเตอร์
Quick Charge 3.0 กำลังชาร์จ 18 วัตต์

USB-A to C x 1 269 บาท
Eloop W1 แท่นชาร์จผิวกระจก

เลือกสีขาว, ดำ, ทอง

10 วัตต์

ควรต่อกับอแดปเตอร์
Quick Charge 3.0 กำลังชาร์จ 18 วัตต์

USB-A x 1 379 บาท
Zmi WTX11 แท่นชาร์จบอดี้อลูมิเนียม บุผ้า Alcantara 10 วัตต์

ควรต่อกับอแดปเตอร์
Quick Charge 3.0 กำลังชาร์จ 18 วัตต์

USB-A to C x 1 599 บาท
Xiaomi Mi 20W Wireless Charging Stand แท่นชาร์จบอดี้พลาสติกเนื้อแข็ง ดีไซน์ให้วางมือถือในแนวตั้งหรือตะแคงได้ 20 วัตต์

ควรต่อกับอแดปเตอร์
Quick Charge 3.0

USB-C x 1 659 บาท
UGREEN 60228 แท่นชาร์จบอดี้พลาสติกเนื้อแข็ง ดีไซน์ให้วางมือถือในแนวตั้งหรือตะแคงได้ 10 วัตต์

ควรต่อกับอแดปเตอร์
Quick Charge 3.0

USB-C x 1 525 บาท
Eloop W4 แท่นชาร์จสี่เหลี่ยมผืนผ้า พลาสติก ABS ชาร์จได้ 5 อุปกรณ์พร้อมกัน

ชาร์จไร้สาย 2 อุปกรณ์

USB-A 12W x 1

USB-A 18W x 1

USB-C 18W x 1

ต่อกับอแดปเตอร์เฉพาะของแท่นชาร์จ

อแดปเตอร์เฉพาะของแท่นชาร์จ 999 บาท

สำหรับตัวแท่นชาร์จไร้สายนั้น ถ้าให้จัดหมวดหมู่แล้วก็ถือว่าเป็น Gadget ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกแต่ก็ไม่ถึงกับจำเป็นต้องรีบเร่งหาซื้อมาใช้งาน เนื่องจากฟีเจอร์ชาร์จไร้สายยังเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกและยังเก็บเอาไว้ให้มือถือระดับเรือธงหลายๆ รุ่นอยู่ ดังนั้นถ้าใครเป็นผู้ใช้ทั่วไปอาจจะใช้สายชาร์จตามปกติก็เพียงพอแล้วเช่นกัน

กลับกัน คนที่ใช้มือถือเรือธง มีฟีเจอร์ชาร์จไร้สายแล้วอยากชาร์จมือถือแบบสะดวกๆ ไม่ต้องทำอะไรมากแค่วางเครื่องทิ้งเอาไว้ก่อนนอน พอตื่นเช้ามาก็หยิบไปใช้งานตามปกติได้เลย แล้วยิ่งถ้าใครมีอุปกรณ์ที่ชาร์จไร้สายได้อยู่หลายชิ้น อย่างหูฟัง True Wireless, นาฬิกาสมาร์ทว็อชและสมาร์ทโฟน จะลงทุนซื้อแท่นชาร์จที่เสียบชาร์จพร้อมกันได้หลายอุปกรณ์ นอกจากจะประหยัดหัวปลั๊กแล้วชีวิตยังสะดวกและรวมของเอาไว้ที่เดียว ไม่หายหรือกระจัดกระจายไปทั่วห้องอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

mic cover

mousemat cover

usb plug cover new

from:https://notebookspec.com/web/616675-6-wireless-charger-for-your-desk

IKEA เปิดตัว ‘Sjömärke’ อุปกรณ์ช่วยเปลี่ยนโต๊ะเป็นที่ชาร์จไร้สาย

ที่ชาร์จแบบไร้สายนั้นเป็นสิ่งที่มีมานานแล้วพอสมควร มีอุปกรณ์หลายชนิดที่รองรับอุปกรณ์ชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi แต่น่าแปลกที่มีเฟอร์นิเจอร์จำนวนไม่มากเท่าไหร่นักที่ใช้เทคโนโลยีชาร์จไร้สายร่วมด้วย

IKEA ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Sjömärke’ ซึ่งเป็นแท่นชาร์จไร้สายรุ่นพิเศษ ถูกออกแบบให้สามารถติดใต้โต๊ะได้อย่างแนบเนียนเพื่อให้โต๊ะเสมือนกับเป็นแท่นชาร์จไร้สายได้เลยทันที

‘Sjömärke’ เป็นแท่นชาร์จไร้สายที่รองรับการชาร์จไร้สายด้วยกำลังไฟ 5W มีไฟแสดงสถานว่ากำลังชาร์จอยู่ ส่วนวิธีการติดกับโตีะคือจะมีเทปกาวมาให้ติดด้วยครับ

สำหรับค่าตัวนั้นก็ไม่ธรรมดาอยู่เหมือนกัน The Verge บอกว่า ‘Sjömärke’ จะวางจำหน่ายใน IKEA ทั้งหน้าร้านและร้านค้าออนไลน์ ด้วยราคา $39.99 หรือราว 1,330 บาท

ข่าว: IKEA เปิดตัว ‘Sjömärke’ อุปกรณ์ช่วยเปลี่ยนโต๊ะเป็นที่ชาร์จไร้สาย มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/ikea-unveiled-wireless-charger/

Motorola สาธิตชาร์จไร้สายระยะไกล 3 เมตร!

ในงาน CES เมื่อต้นปี Motorola ได้สาธิตเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายแบบใหม่ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องชาร์จ Qi ทั่วไป โดยสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้ไกลถึง 1 เมตร (3.3 ฟุต) และสามารถชาร์จอุปกรณ์ 2 เครื่องพร้อมกันได้อีกด้วย แต่ไม่ใช่แค่นั้น บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีแท่นชาร์จไร้สายรุ่นที่ 2 ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

แท่นชาร์จรุ่นที่ 2 สามารถชาร์จมือถือได้ไกลขึ้นด้วยระยะห่างถึง 3 เมตร (ไม่มีอะไรกั้นระหว่างมือถือและแท่นชาร์จ) ตามคลิปด้านล่างนี้เลยครับ

นอกจากระยะห่างจากอุปกรณ์ที่เพิ่มเป็น 3 เมตรแล้ว ตัวแท่นชาร์จยังสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ 4 เครื่องพร้อมกันเลยด้วย นั่นหมายความว่า ไม่ว่ามือถือของเราจะอยู่ระหว่างใช้งาน ในกระเป๋า หรือในกระเป๋ากางเกง หากไม่มีสิ่งรบกวนตรงกลางระหว่างแท่นชาร์จกับมือถือที่มากเกินไปก็จะสามารถใช้งานชาร์จได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

 

ข่าว: Motorola สาธิตชาร์จไร้สายระยะไกล 3 เมตร! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/motorola-demos-wireless-charger-that-works-at-3m/

MINI REVIEW | Belkin Soundform Elite ลำโพงเสียงเทพ การันตีด้วยระบบเสียงจาก Devialet

ช่วงนี้ใครกำลังหาลำโพงดี ๆ สักตัวมาใช้งานในช่วง Work From Home หรืออยากหาลำโพงมาไว้ใช้เพื่อความบังเทิงล่ะก็ นี่เลย ลำโพงอัจฉริยะจากทาง Belkin มาพร้อมฟีเจอร์น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อได้ผ่าน Bluetooth และ WIFI มี Google Assistant และมาพร้อมแท่นชาร์จไร้สายสำหรับชาร์จมือถือ และที่สำคัญได้แบรนด์ชั้นนำด้านเครื่องเสียงอย่าง Devialet จากประเทศฝรั่งเศสมาปรับจูนเสียงให้อีกด้วย

จุดเด่น

  • เทคโนโลยี SAM® (Speaker Active Matching) ที่ได้รับสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีของ Devialet ผู้นำทางด้านเครื่องเสียงจากประเทศฝรั่งเศส ได้ประสบการณ์ฟังเพลงที่มีคุณภาพ เสียงชัด กังวาน
  • WOOFER แบบ PUSH-PUSH ลดการสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี ไม่สะเทือนโต๊ะ สามารถวางบนโต๊ะหรือหัวเตียงได้เลย
  • แท่นชาร์จไร้สาย 10W สำหรับชาร์จมือถือ
  • ผู้ช่วย Google Assistant สั่งงานด้วยเสียงผ่าน WIFI

การใช้งาน

การทำงานของลำโพงจะเป็นการเสียบปลั๊กไฟแล้วค่อยเชื่อมต่อกับมือถือ ถ้าต่อด้วยบลูทูธจะเป็นการต่อลำโพงเสริมทั่วไป หรือถ้าเป็นการต่อผ่าน WIFI จะสามารถใช้งานผ่าน Google Assistant ได้ โดยเราจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Google Home มาก่อน ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดทั้ง iOS และ Android หลังจากดาวน์โหลดแอปแล้วสามารถเชื่อมต่อได้ง่าย ๆ เลย

คุณภาพเสียง

เนื่องจากลำโพงตัวนี้ได้รับการพัฒนาโดย Devialet ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส มาพร้อมกับเทคโนโลยี Speaker Active Matching หรือ SAM ให้รายละเอียดเสียงที่ดีเยี่ยมราวกับได้ฟังเสียงจากห้องอัด และยังมีวูฟเฟอร์สองตัวแบบ Push-Push ที่สามารถลดแรงสั่นสะเทือนของเบส เวลาเปิดเพลงที่เบสหนัก ๆ รับรองไม่ทำให้น้ำในแก้วสั่นแน่นอน 

 

เหมาะกับใคร

ลำโพงตัวนี้เหมาะสำหรับการใช้เป็นลำโพงเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน จะเอาไว้ในห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือแม้แต่ห้องทำงาน ก็ได้เช่นกัน เอาไว้เปิดฟังเพลงฟังสบาย ๆ หรือจะเอามาต่อดูหนังก็ได้ คุณภาพเสียงดีกว่าเสียงจากมือถือหรือโน๊ตบุ๊กทั่วไปแน่นอน แถมยังมีแท่นชาร์จไร้สายสำหรับชาร์จมือถืออีกด้วย ไม่ต้องเสียบสายให้ยุ่งยากอีกต่อไป

สเปค

  • สี : ขาว และ ดำ
  • ระบบเสียง : Mono พร้อม SAM® by Devialet
  • การควบคุม : Play/Pause, Mute, Vol +/-, BT connection
  • ไมโครโฟน : 2 ตัว รองรับคำสั่งจากระยะไกล
  • ความดังสูงสุด : 90 dB SPL +/- 3dB
  • ขนาดไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ : 35มม.
  • ขนาดไดรเวอร์วูฟเฟอร์ : 70มม. 2 ตัว ลดการสั่นสะเทือนด้วยระบบ “Push-Push” configuration
  • ความถี่ : 40 – 20,000Hz
  • สั่งงานด้วยเสียง : Google Assistant
  • Bluetooth / Wifi: Bluetooth 5.0 / Wifi 802.11b/g/n/ac (2.4GHz/5Ghz)
  • การชาร์จไร้สาย : สูงสุด 10W

 

อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่อง

  • Belkin SoundForm Elite
  • อแดปเตอร์จ่ายไฟ
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกอยากจับจองเป็นเจ้าของ สามารถไปลองฟังเสียงจริง ๆ จากตัวเครื่อและจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ Munkong Gadget, JayMart, PowerBuy, PowerMall, Pro HIFI ราคา 14,990 บาท

 

from:https://droidsans.com/review-belkin-soundform-elite/

รีวิว BELKIN x DEVIALET SOUNDFORM ELITE อุปกรณ์ Smart Speaker + Wireless Charger ลำโพงระดับไฮเอนด์ในกลุ่ม Google Home

เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Belkin และ Devialet ครับ ในการออกแบบลำโพง SOUNDFORM ELITE ซึ่งเป็นสมาร์ทสปีกเกอร์ หรือลำโพงอัจฉริยะที่ทำมาเพื่อรองรับการทำงานกับ Google Assistant หรือผู้ช่วยคำสั่งเสียง ให้เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางการสั่งงานด้วยเสียงภายในบ้านนั้นเองครับ

มารู้จัก Belkin กับ Devialet กันแบบคร่าวๆ ก่อน 

Belkin หลายคนน่าจะคุนกันอยู่แล้ว กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานาน เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เทคโนโลยีมากมาย ภายใต้แบรนด์ที่เน้นขายความเป็นพรีเมี่ยม คุณภาพสูง เชื่อถือได้ โดยเข้าได้มีสินค้าในกลุ่มของ “Connected Things” หรือการเชื่อมต่อร่วมกันในแบบไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ทุกสิ่งเชื่อมโยงถึงกันผ่านอินเตอเน็ต หนึ่งในนั้นก็คือเจ้าลำโพง SOUNDFORM ELITE รุ่นนี้แหละครับ

ส่วนทาง Devialet เป็นแบรนด์พรีเมี่ยมระดับสูงเลย  มีการนำเสนอเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของวงการอุตสาหกรรมอะคูสติก มีสถาปัตยกรรมการออกแบบลำโพงและการประมวลผลคลื่นสัญญาณของตัวเอง ที่มีสิทธิบัตรอยู่ในมือกว่า 160 รายการ ผลิตภัณฑ์ของเขาโดดเด่นมากครับ และราคาก็สูงมากด้วย เหมือนงานศิลปะที่เอาไปตั้งโชว์ไว้กลางบ้านมากกว่าการเป็นลำโพงซะอีก จุดเด่นในการออกแบบของเขาคือตัวลำโพงสามารถสร้างคลื่นเสียงโทนต่ำแบบซับวูฟเฟอร์กำลังขับสูงออกมาได้ โดยที่ตัวลำโพงแทบไม่มีการสั่นสะเทือนเลยแม้แต่น้อย แต่จะใช้ส่วนประกอบเฉพาะที่รับหน้าที่ในการขยายดอกลำโพงเพื่อขับพลังเสียงออกมาแทนตัวลำโพงทั้งตัว การออกแบบนี้เรียกว่า WOOFER “ PUSH-PUSH”

ใครอยากเห็นของจริง มีการตั้งโชว์ในร้านจำหน่ายของ Devialet ในห้างพารากอนอยู่นะครับ ไปลองดูลำโพงราคาหลักแสนกันได้เลย ^^

แต่ลำโพจาก Belkin ตัวนี้ไม่แพงขนาดนั้นแม้จะเปิดราคาจำหน่ายออกมาในตลาดพรีเมี่ยมของกลุ่มลำโพง Google Home แต่ขายที่ราคา 14,990 บาทเท่านั้น ซึ่งภายในใช้วิศวกรรมการออกแบบของ Devialet หรือ WOOFER“ PUSH-PUSH” มาใช้ทั้งดุ้นเลยครับ เบสหนักๆ แบบที่ตัวลำโพงไม่ขยับ ปรับแต่งเสียงด้วยเทคโนโลยี Speaker Active Matching ฉะนั้นไม่ได้เด่นแค่เบส แต่มาหมดทุกร่องเสียง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า ” Acoustics by DEVIALET ” ได้มาตรฐานของ Devialet แต่ในราคาที่ไม่ใช่ของ Devialet เท่านั้นเองครับ

ตัวลำโพงมีเข้ามาในสองสีคือขาวและสีดำ ใช้การหุ้มภายนอกด้วยวัสดุเส้นใยหุ้มภายในเป็นโครงโลหะแกร่ง มีไฟแสดงสถานะด้านหน้าลำโพง 4 ดวง บอกถึงการทำงานหลายอย่าง เช่นกดปิดไมค์จะเป็นสีส้ม รับคำสั่งเสียงเป็นสีขาวเป็นต้น




ด้านบนมีปุ่มควบคุมบนตัวลำโพงจะมีปุ่มเปิดปิดไมค์ ปุ่มควบคุมระดับเสียงและปุ่มเล่นเพลง รวมถึงปุ่มสำหรับทัชค้างเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธ

ใต้เครื่องมีปุ่มสำหรับรีเซ็ตอุปกรณ์อยู่ครับ (กดค้างจนไฟสีส้มขึ้นครบ 4 ดวงและดับไปเองถึงจะเป็นการรีเซ็ต) สังเกตการเก็บงานของตัวลำโพง ออกแบบมาเข้ารูปหมดแม้แต่หัว Adapter


ลำโพง SOUNDFORM ELITE ให้คุณภาพเสียงดุดันมาก (ค่าความดังสูงสุดมากถึง 90 เดซิเบล ) เบสหนัก กระแทกแน่น สะใจและไฮเอนด์สุดๆ ถ้าใช้ในบ้านขนาดไม่เกิน 50 ตารางวาไม่ควรเปิดลำโพงเสียงดังสุดเด็ดขาดถ้าไม่ได้สนิทกับข้างบ้านจริงๆ แม้จะบอกว่าเบสมันหนัก แต่เจ้าลำโพงตัวนี้จริงๆ แล้ว ฟังเพลงเน้นเสียงร้องเพราะมากครับ เสียงใส เส้นเสียงกังวาล ฟังเพลงเน้นอารมณ์เพราะสุดๆ ครับ

ตัวลำโพงออกแบบให้ด้านบนเป็นฐานสำหรับรองรับการชาร์จไร้สายให้กำลังไฟชาร์จที่ 10W ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐาน Qi ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน Android หรือ iPhone r

และไม่ต้องห่วงว่ามือถือเราจะเวียนหัวจากการสั่นของลำโพงด้วยนะครับ เพราะว่ามันจะนิ่งสงบมากแม้เราจะเปิดเพลง EDM ไปด้วยระหว่างชาร์จ ^^ มือถือแทบไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนลำโพงที่กำลังระเบิดพลังออกมาอยู่ มีไฟแสดงสถานะการชาร์จให้รู้ว่ากำลังชาร์จพลังงานให้กับสมาร์ทโฟนของเราอยู่มั้ย

เอามืดประทับด้านข้างของลำโพงจึงรู้ว่า เสียงที่วูฟเฟอร์ที่ขับออกมาถูกออกแบบให้ซ่อนอยู่ด้านใน กระแทกมือตึบๆ แต่ตัวลำโพงภายนอกกลับนิ่งๆ ครับ

เมื่อเจ้าตัวนี้เป็นลำโพงในกลุ่มสมาร์ท ก็จะรองรับการสั่งงานด้วยเสียง Google Assistant ได้ เราสามารถใช้แอพพลิเคชั่น Google Home (รองรับทั้ง Android และ iOS ) เพื่อเชื่อมต่อลำโพงเข้าสู่สัญญาณ Wi-Fi ภายในบ้านเราได้ทันที หลังจากนั้นก็สามารถกำหนดค่าต่างๆ ของลำโพงได้ในแอพ Google Home รวมถึงเปิดการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth เพื่อใช้งานแบบออฟไลน์ก็ทำได้ในแอพ Google Home อีกทางด้วยครับ






Belkin Smart Speaker ไมค์ก็ดีครับ จะมีการใส่ไมค์รับเสียงมาให้ 3 ตัวครับ เป็นไมค์ระยะไกลถึงสองตัว สำหรับการสั่งงาน “Ok Google” จากระยะไกล ตัวลำโพงก็ยังได้ยินเราชัดเจนแม้จะเปิดเพลงเสียงดังอยู่ก็ตาม ใช้ในการสนทนาเสียงก็ชัดเจนดีไม่ก้องหนวกหูแม้จะอยู่ไกลสักหน่อยจากตัวลำโพง

สรุปท้ายรีวิว BELKIN SOUNDFORM ELITE

สวยงาม ทรงพลัง มีชาร์จไวไร้สายในตัว เป็นทั้งลำโพงและของโชว์สวยๆ ในบ้าน ราคาอยู่ในกลุ่มพรีเมี่ยม 14,990 บาท แต่ใครอยากสัมผัสตัวลำโพงไฮเอนด์ของ Smart Speaker ที่ใช้ Google Home ก็รุ่นนี้แหละครับ คุณภาพสูงทั้งเสียงและมาตรฐาน ด้วยการรับประกันสองปีเต็ม

ข่าว: รีวิว BELKIN x DEVIALET SOUNDFORM ELITE อุปกรณ์ Smart Speaker + Wireless Charger ลำโพงระดับไฮเอนด์ในกลุ่ม Google Home มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/21/review-belkin-soundform-elite-devialet.html

BELKIN จับมือ DEVIALET เปิดตัว SOUNDFORM ELITE Hi-Fi Smart Speaker + Wireless Charger

แบรนด์ชั้นนำด้านการชาร์จและอุปกรณ์เพื่อการเชื่อมต่อภายใ […] More

from:https://www.iphonemod.net/belkin-devialet-sound-form-elite-hi-fi-smart-speaker-wireless-charger.html

Belkin SOUNDFORM ELITE ลำโพงอัจฉริยะจูนเสียงโดย Devialet มาพร้อม Google Assistant และแท่นชาร์จในตัว

Belkin เปิดตัวลำโพงอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์เจ๋ง ๆ มากมาย พร้อมเนื้อเสียงอันทรงพลังจากการร่วมปรับแต่งเสียงโดยแบรนด์ชั้นนำอย่าง Devialet ออกมาเป็น SOUNDFORM ELITE ลำโพงอัจฉริยะที่เป็นทั้งลำโพงไร้สายระดับไฮเอนด์ทำงานผ่านระบบ Wi-fi, เป็นแท่นชาร์จไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟนได้ แถมยังมีผู้ช่วย Google Assistant ในตัวอีกด้วย

Belkin SOUNDFORM ELITE เป็นลำโพงที่ร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Belkin และ Devialet ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกสัญชาติฝรั่งเศส เจ้าของลำโพง Hifi ซีรีส์ดังอย่าง Devialet Phantom มาช่วยดีไซน์ระบบเสียงของ SOUNDFORM ELITE เพื่อที่สุดของอรรถรสการฟังเพลง แถมยังมากับฟีเจอร์แท่นชาร์จไร้สายด้านบนตัวลำโพงให้ผู้ใช้สามารถวางมือถือชาร์จไปด้วยพร้อมทั้งเปิดเพลงฟังได้พร้อม ๆ กันเลย

Woofer แบบ Push-Push

ตัวลำโพงมาพร้อม Driver set-up 3 ตัวได้แก่ฟูลเรนจ์ขนาด 30mm เพื่อขับทุกย่านเสียง ควบคู่กับ Sub Woofer ขนาด 70mm จำนวน 2 ตัว ทำงานด้วยระบบ Push-Push ซึ่งเป็นการกำหนดค่าวูฟเฟอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Devialet ให้เสียงเบสย่านต่ำที่แน่นลึกมีอิมแพค แต่ไม่สั่นสะเทือนโต๊ะให้น่ารำคาญเหมือนลำโพงทั่วไปนั่นเอง ทำให้ Belkin SOUNDFORM ELITE  ตัวนี้สามารถวางบนโต๊ะทำงาน หรือหัวเตียงได้นั่นเองครับ

นอกจากนี้ทาง Belkin SOUNDFORM ELITE ยังได้นำเอาเทคโนโลยี SAM® (Speaker Active Matching) ที่ได้รับสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีของ Devialet โดยเฉพาะมาใช้ ให้เสียงที่ได้มีคุณภาพ เที่ยงตรง มีน้ำมีนวลมากขึ้น ซึ่งจากการที่ได้ลองฟังมาแล้วก็ต้องบอกได้เลยว่าเสียงใหญ่กว่าตัวลำโพงมาก ๆ เลยครับ

มาพร้อมแท่นชาร์จ 10W และ Google Assistant ในตัว

Belkin SOUNDFORM ELITE  นอกจากจะมาพร้อมฟีเจอร์เรื่องเสียงที่ดีแล้ว ก็ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเสริมอย่างแท่นชาร์จไร้สาย 10W ที่อยู่ด้านบนของตัวลำโพง ทำให้ผู้ใช้สามารถวางมือถือชาร์จไปฟังเพลงไปพร้อม ๆ กันได้ แถมยังมากับผู้ช่วยอัจฉริยะ Google Assistant สามารถเชื่อมต่อเข้ากับแอป Google Home เพื่อควบคุมอุปกรณ์ IoT ผ่านลำโพงตัวนี้ได้เลย

สเปคของ Belkin SOUNDFORM ELITE

  • ระบบ: เสียง Mono พร้อมเทคโนโลยี SAM เอกสิทธิ์เฉพาะของ Devialet
  • การควบคุม: เล่นเพลง/หยุด, ปิดเสียง,  เพิ่มลดเสียง, เชื่อมต่อ ฺBluetooth
  • ไมโครโฟน: จำนวน 2 ชุด สามารถรับคำสั่งเสียงจากระยะไกลได้
  • ความดังสูงสุด: 90 เดซิเบล (+ – 3 เดซิเบล)
  • ขนาดไดรเวอร์ฟูลเรนจ์: 35มม.
  • ขนาดไดรเวอร์วูฟเฟอร์: 70มม. จำนวน 2 ชุดพร้อมระบบ push-push ลดการสั่นสะเทือน
  • ความถี่: 40-20,000Hz
  • ผู้ช่วยอัจฉริยะ: Google Assistant
  • ระบบเชื่อมต่อไร้สาย: Bluetooth 5.0/ Wifi 802.11b/g/n/ac (2.4GHz/5GHz)
  • แท่นชาร์จไร้สาย: 10W
  • สีตัวเครื่อง: สีดำ และ สีขาว

สำหรับใครที่สนใจสามารถไปลองฟังกันได้วันนี้ที่ เจมาร์ท, มั่นคง Gadget, Power Buy, Power Mall และ Pro HIFI โดยมีราคาอยู่ที่ 14,990 บาท แถมโปรพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อซื้อ Belkin SOUNDFORM ELITE วันนี้รับฟรีไปเลยหูฟัง Belkin True Wireless Earbuds ,มูลค่า 2,990 บาท

from:https://droidsans.com/belkin-launches-new-soundform-elite-smart-speaker/

Xiaomi เปิดตัวชาร์จไร้สายที่กำลังไฟสูงถึง 80W!

Xiaomi ประกาศความสำเร็จล่าสุดในด้านการเป็นผู้นำด้านการชาร์จเร็วรุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W Mi Wireless Charging Technology ซึ่งเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญจากเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายโดย Xiaomi ได้เปิดตัวระบบาร์จไรส้ายแบบ 30W ไปเมื่อปีที่แล้ว โดยเทคโนโลยีใหม่ที่ล้ำสมัยนี้ถือเป็นการพัฒนาครั้งใหญ่จากโซลูชั่นที่คล้ายคลึงกันที่สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่น ๆ นำเสนอ

เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4000mAh ได้ถึง 10% ใน 1 นาที 50% ใน 8 นาที และ 100% ในเวลาเพียง 19 นาทีเท่านั้น หากจะเปรียบเทียบกับเทคโนโลยีการชาร์จของ Xiaomi แบบไร้สาย 30W ในปี 2019 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ในขนาดใกล้เคียงกันได้ 50% ในเวลาประมาณ 25 นาทีและ 100% ในเวลา 69 นาที

การเปิดตัวเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W คาดว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่ไม่เพียงแต่ในด้านการชาร์จแบบไร้สายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการชาร์จโดยรวมด้วย Xiaomi ได้เป็นผู้นำเทรนด์นี้โดยตระหนักถึงความสำคัญของอายุการใช้งานแบตเตอรี่และการชาร์จที่เร็วขึ้นสำหรับการรองรับการพัฒนาของสมาร์ทโฟนในอนาคต 

ในเดือนมีนาคม 2563, Xiaomi เปิดตัวการชาร์จแบบไร้สาย 40W ทั่วโลก ในเดือนสิงหาคมสถิตินั้นก็ถูกทำลายด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 50W ที่มีการผลิตจำนวนมากเป็นครั้งแรกของ Xiaomi แต่ก็ถูกทำลายลงอีกครั้งด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย 80W ของ Xiaomi เองเช่นกัน ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถึงสามครั้งและสถิติใหม่ถึงสามครั้งเช่นกัน

Xiaomi เพิ่งเปิดตัว Mi 10 Ultra ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมกับการชาร์จแบบมีสาย 120W และไร้สาย 50W ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก

ข่าว: Xiaomi เปิดตัวชาร์จไร้สายที่กำลังไฟสูงถึง 80W! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/20/xiaomi-wireless-80w-charger.html

Logitech เปิดตัว Powered 3-in-1 อุปกรณ์ชาร์ไร้สายแบบ 3-in-1 ชาร์จ iPhone, AirPods และ Apple Watch ได้พร้อมกัน

สำหรับใครที่ผิดหวังจาก Apple AirPower ตอนนี้มีทางเลือกใหม่แล้ว ด้วย Logitech Powered 3-in-1 ที่รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายให้กับ iPhone, AirPods และ Apple Watch ได้พร้อมกัน วางจำหน่ายในราคา 129.99 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 4,120 บาท

Logitech Powered 3-in-1 ยังชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนของ Android และอุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วย อย่างเช่น Galaxy S20 และ Galaxy Buds Plus แต่ที่แขวน Smartwatch ถูกออกแบบมาสำหรับ Apple Watch เท่านั้น

สำหรับใครที่ต้องการแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว Logitech ก็มี Powered แบบแนวตั้ง ราคา 59.99 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 4,120 1,900 บาท และแบบแนวนอน ราคา 39.99 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,270 บาท

Logitech Powered ทั้ง 3 รุ่น รองรับชาร์จเร็ว 7.5W สำหรับ iPhone และ 9W สำหรับสมาร์ทโฟนของ Samsung

ที่มา – Logitech
https://www.flashfly.net/wp/290256

from:https://www.flashfly.net/wp/290256

Xiaomi IDMIX เป็นได้ทั้ง Power Bank, Power Adapter และ Wireless Charger ราคาราว 1,610 บาท

Xiaomi Youpin เปิดตัวอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่อเนกประสงค์ IDMIX รองรับ 3 ฟังก์ชั่นใน 1 เดียว เป็นได้ทั้ง Power Bank ความจุ 10,000mAh รองรับการใช้งานเป็น Power Adapter และ สนับสนุนการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

Xiaomi IDMIX มาพร้อมพอร์ต USB Type-C สามารถใช้เป็น Power Bank ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟน สูงสุด 18 วัตต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ iPhone XS จาก 0 – 50% ในเวลา 30 นาที หรือชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายได้สูงสุด 10 วัตต์

Xiaomi IDMIX มีขาปลั๊กในตัวที่พับเก็บได้ จึงสามารถเสียบปลั๊กไฟกับผนังเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเอง ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 5 ชั่วโมง และยังใช้งานเป็น Power Adapter ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ MacBook, MacBook Air, MacBook Pro และแล็ปท็อปรุ่นอื่นๆ ผ่านพอร์ต USB Type-C กำลังไฟ 30 วัตต์

Xiaomi IDMIX วางจำหน่ายในราคา 358 หยวน หรือราว 1,610 บาท มาพร้อมสายเคเบิลยาว 1 เมตร

ที่มา – Gizmochina
https://www.flashfly.net/wp/283348

from:https://www.flashfly.net/wp/283348