คลังเก็บป้ายกำกับ: WEBSITE

วิธีลดขนาดไฟล์ MP4 ลดขนาดไฟล์วิดีโอ ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน อัปเดต 2022

แนะนำวิธีลดขนาดไฟล์ MP4 ลดขนาดไฟล์วิดีโอ ง่ายๆ ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน อัปเดต 2022

ลดขนาดไฟล์ MP4, ลดขนาดไฟล์วิดีโอ ออนไลน์

ไฟล์วิดีโอหรือไฟล์ MP4 เป็นไฟล์ใช้งานกันอย่างกว้างขวางมากๆ ซึ่งเวลาที่เราถ่ายโอนไฟล์ ยิ่งวิดีโอมีความละเอียดสูง ไฟล์ก็จะมีขนาดที่ใหญ่ตามไปด้วน การลดขนาดไฟล์จึงเป็นตัวช่วยที่ทำให้การแชร์ไฟล์หรือถ่ายโอนไฟล์ MP4 ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทีมงาน NotebookSPEC จึงมาแนะนำวิธีลดขนาดไฟล์วิดีโอ, ไฟล์ MP4 ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทำได้ฟรีด้วย


ลดขนาดไฟล์วิดีโอ ออนไลน์ ทำได้ง่ายๆ

การลดขนาดไฟล์ MP4 หรือขนาดของไฟล์วิดีโอนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเว็บไซต์ โดยเพียงแค่เราอัปโหลดวิดีโอของเราขึ้นไปบนเว็บไซต์ ระบบก็จะทำการลดขนาดของไฟล์ให้เราได้ง่ายๆ แล้ว เว็บไซต์สำหรับลดขนาดไฟล์นี้ จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

Advertisementavw

1. 123apps

ลดขนาดไฟล์วิดีโอ ออนไลน์, ลดขนาดไฟล์ MP4

เริ่มต้นกันด้วย 123apps เว็บไซต์ที่รวบรวมเครื่องเกี่ยวกับการจัดการไฟล์ต่างๆ เอาไว้มากมาย ตัวเว็บรองรับการใช้งานภาษาไทย จึงทำให้เข้าใจได้ง่าย เมื่อเปิดเข้าไปยังเว็บไซต์ เราก็จะเจอเข้ากับเมนูสำหรับเลือกใช้งานเครื่องมือต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือสำหรับการจัดการไฟลืวิดีโอ, เครื่องมือจัดการไฟล์เสียง, เครื่องมือจัดการไฟล์ PDF, ตัวแปลงไฟล์ต่างๆ ไปจนถึงเครื่องมือแยกเอกสาร เป็นต้น

สำหรับการลดขนาดของไฟล์ MP4 หรือไฟล์วิดีโอนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปที่ 123apps >> จากนั้น เลือกที่เมนู เครื่องมือวิดีโอ >> เลือก ปรับขนาดวิดีโอ
  • จากนั้นให้เราลากไฟล์วิดีโอ หรือกดเลือกที่ ‘เปิดไฟล์’ เพื่ออัปโหลดวิดีโอของเราขึ้นไปบนเว็บไซต์
    • ตัวเว็บรองรับไฟล์วิดีโอมากมาย ไม่ว่าจะเป็น MKV, MP4, AVI, FLV, MOV, 3GP, WMV และ MV4
    • สามารถอัปโหลดไฟล์จาก URL, Google Drive, Dropbox หรือจากอุปกรณ์ของเราก็ได้
  • เมื่ออัปโหลดไฟล์วิดีโอขึ้นไปแล้ว ระบบจะทำการประมวลผลสักครู่ แล้วจะแสดงหน้าเครื่องมือต่างๆ ในการจัดการกับไฟล์วิดีโอขึ้นมา
    • ในหน้านี้เราสามารถเลือกตัดส่วนของวิดีโอได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถ หมุน, ปรับระดับเสียง, ใส่รูปภาพ, เพิ่มข้อความ ฯลฯ ให้กับวิดีโอของเราได้ด้วย
    • สามารถเลือกคุณภาพของวิดีโอได้
  • เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วกดก็ ‘ดาวน์โหลด’ >> บันทึก เพื่อดาวน์โหลดวิดีโอกลับมายังอุปกรณ์ของเราได้เลย

สามารถเข้าไปใช้งานเครื่องมือได้ที่: 123apps


2. XConvert

v6

สำหรับ XConvert ก็เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเครื่องมือสำหรับการแปลงไฟล์ต่างๆ ที่มีเครื่องมือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแปลงไฟล์ภาพ, ไฟล์เสียง, ไฟล์วิดีโอ, ไฟล์เอกสาร ฯลฯ สามารถใช้งานได้ฟรี เลือกได้ตามต้องการเลย

สำหรับการลดขนาดของไฟล์วิดีโอหรือไฟล์ MP4 นั้น ก็มีวิธีการง่ายๆ ที่สามารถทำได้ดังนี้เลย

  • อันดับแรก ให้เราเข้าไปที่เว็บไซต์ XConvert >> จากนั้น เลือกที่เมนู MP4 video compressor >> จากนั้นเราก็จะเข้าสู่หน้าสำหรับการอัปโหลดไฟล์วิดีโอ
  • ให้เราทำการอัปโหลดไฟล์วิดีโอของเราขึ้นไปบนเว็บไซต์ โดยเลือกที่ ‘Add Files’
    • สามารถอัปโหลดไฟล์ได้จากวิดีโอที่อยู่ในเครื่อง หรือ Dropbox, Google Drive ก็ได้
  • เมื่อเราอัปโหลดไฟล์วิดีโอขึ้นไปแล้ว ระบบจะทำการประมวลผลสักครู่ โดยจะแสดงรายละเอียดต่างๆ ของไฟล์วิดีโอที่ทำการลดขนาดให้แล้วเสร็จสรรพ
    • มีเครื่องมืออื่นๆ ในการปรับคุณภาพของไฟล์วิดีโอให้เราเลือกใช้งานด้วย เช่น Video Codec, Reduce video size, Video resolution ฯลฯ หรือถ้าใครไม่ต้องการปรับอะไรให้ยุ่งยาก ตัวเว็บก็จะเลือกมาให้อยู่แล้ว
  • เมื่อเราได้ที่ต้องการแล้วก็สามารถกด Compress ได้เลย >> รอระบบทำการประมวลผลสักคณู่ แล้วจากนั้นก็ Download ไฟล์วิดีโอกลับมายังเครื่องของเราได้เลย หรือจะเลือกเป็นลิงก์ดาวน์โหลด หรือ บันทึกไปยัง Dropbox ก็ได้

สามารถเข้าไปใช้งานเครื่องมือได้ที่: XConvert


3. CompressVideo

v3

CompressVideo เป็นเว็บไซต์ที่เป็นเครื่องมือสำหรับการลดขนาดของไฟล์วิดีโอ หรือไฟล์ MP4 โดยเฉพาะเลย ตัวเว็บไซต์รองรับการใช้งานภาษาไทย สามารถลดขนาดของไฟล์วิดีโอได้ผ่านการประมวลผลโดยตรงบนเบราว์เซอร์ ตัวเว็บรองรับไฟล์วิดีโอมากมาย ไม่ว่าจะเป็น MP4, WEBM, MOV, FLV, 3GP, M4V, MPG, MPEG, MKV, AVI, WMV, MV, DV, ASF และ 3G2 สามารถใช้งานได้ฟรีๆ เลย

ขั้นตอนการลดขนาดของไฟล์วิดีโอ สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • เข้าไปที่ CompressVideo >> จากนั้นเลือกที่ ‘เลือกเอกสาร’ เพื่อเลือกไฟล์วิดีโอจากเครื่องของเราขึ้นไปบนเว็บไซต์ หรือจะลากไฟล์วิดีโอมาวางก็ได้
  • ด้านล่างเราจะพบกับเครื่องมือที่ชื่อ ‘การบีบอัด’ ในส่วนนี้เราสามารถกำหนดเวลาเริ่มและสิ้นสุดของวิดีโอได้ เพื่อเป็นการครอปวิดีโอ รวมไปถึงขนาดของไฟล์หลังจากที่บีบอัดแล้วด้วย
    • ถ้าใครอยากตั้งค่าอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถกดเลือกที่ ‘การตั้งค่ารูปแบบเอาต์พุตวิดีโอ’ ได้เลย ภายในจะมีการตั้งค่าต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การเข้ารหัสวิดีโอ, คุณภาพเสียง, ช่องสัญญาณเสียง เป็นต้น
  • เมื่อได้ที่ต้องการแล้ว กดเลือก ‘การบีบอัด’ >> ระบบจะทำการประมวลผลสักครู่ แล้วจากนั้นเลือกที่ ‘คลิกบันทึก(output…mp4…)’ เพียงเท่านี้ก็สามารถบันทึกไฟล์วิดีโอกลับมายังอุปกรณ์ของเราได้แล้ว

สามารถเข้าไปใช้งานเครื่องมือได้ที่: CompressVideo


4. Safevideokit

v4

เว็บไซต์นี้ ก็เป็นอีกเว็บไซต์ที่รวบรวมเครื่องมือจัดการไฟล์ต่างๆ เอาไว้มากมาย ตัวเว็บรองรับการใช้งานภาษาไทย มีทั้งเครื่องมือสำหรับการจัดการไฟล์วิดีโอ ไปจนถึงการปรับขนาดสำหรับ Facebook, WhatsApp, YouTube เป็นต้น

สำหรับการลดขนาดของไฟล์ MP4 นั้น สามารถทำได้ไม่ยากเลย

  • เริ่มต้นให้เราไปที่ Safevideokit >> จากนั้น เลือกที่เครื่องมือ MP4 compressor หรือ บีบอัดวิดีโอ MP4
  • เราจะเข้าสู่หน้า บีบอัด MP4 ที่เราสามารถกดเลือกที่ ‘Choose file’ เพื่อเลือกไฟล์จากเครื่องของเรา หรือจาก Dropbox, Google Drive หรือ จะลากไฟล์วิดีโอมาวางไว้ก็ได้
  • เมื่อเลือกไฟล์วิดีโอมาแล้ว ระบบจะทำการประมวลผลสักครู่ แล้วแสดงเครื่องมือต่างๆ สำหรับจัดการกับวิดีโอ
    • ภายในเครื่องมือเราสามารถจัดการกับวิดีโอเพิ่มเติมได้ เช่น การตัด, หมุน, ปรับความเร็วของวิดีโอ เป็นต้น
  • เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วก็กด Save ได้เลย >> ระบบจะประมวลผลสักครู่ แล้วให้เรากด Download เพื่อดาวน์โหลดวิดีโอกลับมายังเครื่องของเรา

สามารถเข้าไปใช้งานเครื่องมือได้ที่: Safevideokit


5. Aspose

v5

Aspose เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเครื่องมือสำหรับการจัดการไฟล์เอาไว้มากมาย ทั้งงานเอกสาร, ภาพ, เสียง, วิดีโอ, E-book ฯลฯ สามารถเข้าไปใช้งานได้ฟรีๆ รองรับการใช้งานหลายภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย

สำหรับการลดขนาดของไฟล์ MP4 หรือไฟล์วิดีโอ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • เริ่มต้นให้เราไปที่ Aspose >> จากนั้นเลือกที่ ‘View All Products’
  • เราจะพบกับเครื่องมือจัดการไฟล์ประเภทต่างๆ มากมาย ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง เลือกที่ ‘Aspose.Video App Product Family’ >> เลือก Aspose Video ‘Compress’
  • จากนั้นเราจะเข้าสู่หน้าเครื่องมือสำหรับการบีบอัดไฟล์ MP4 >> ให้เราอัปโหลดไฟล์วิดีโอของเราขึ้นไปบนเว็บไซต์ หรือจะเป็น URL ก็ได้
    • ตัวเว็บรองรับการบีบอัดไฟล์วิดีโอหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น AVI, FLV, MKV, MOV, MP4, WEBM, WMV และ GIF
  • ดูในส่วนของ Save as ให้เลือกเป็น MP4 >> จากนั้นกด Compress
  • ระบบจะทำการประมวลผลสักครู่ จากนั้นก็กด Download Now เพื่อดาวน์โหลดวิดีโอกลับมายังเครื่องของเราได้เลย

สามารถเข้าไปใช้งานเครื่องมือได้ที่: Aspose


ลดขนาดไฟล์ MP4, ไฟล์วิดีโอ ด้วยเครื่องมือบน Windows 11

ถ้าใครที่เป็นกังวลว่าการบีบอัดไฟล์วิดีโอ หรือลดขนาดไฟล์ ผ่านช่องทางออนไลน์แล้วจะไม่ปลอดภัย ถ้าหากใช้งาน Windows อย่าง Windows 10 หรือ Windows 11 อยู่ ก็มีโปรแกรมที่มาพร้อมวินโดวส์อยู่แล้วให้เราได้เลือกใช้งานกัน นั่นก็คือ “Video Editor” นั่นเอง

v7
  • เราสามารถเรียกใช้งาน ‘Video Editor’ ได้จากการพิมพ์ในช่อง Search ของ Windows ได้เลย (กดปุ่ม Windows + Q หรือ Windows แล้วพิมพ์ ‘Video Editor’)
  • จากนั้นให้เราเลือกที่ New Video Project >> ทำการตั้งชื่อ Project ให้เรียบร้อยแล้วกด OK
  • เราจะเจอเข้ากับหน้าเครื่องมือจัดการวิดีโอ ให้เลือกที่ Add >> เลือกไฟล์วิดีโอที่เราต้องการบีบอัด จากนั้นกด Open
v8
  • ทำการลากวิดีโอที่เราเลือกเมื่อสักครู่ มาวางไว้ตรงเครื่องมือ Storyboard
  • จากนั้นให้เรากดเลือกที่ ‘Finish video’ ซึ่งจะอยู่บริเวณมุมบนด้านขวา >> จากนั้นให้เราเลือก Video quality เป็น ‘Low …p (smallest file size)’ >> จากนั้นกด Export แล้วเลือกพื้นที่ที่เราต้องการจัดเก็บ
  • รอโปรแกรม Export Video สักครู่ เพียงเท่านี้เราก็จะได้วิดีโอที่มีขนาดลดลงมาเรียบร้อยแล้ว

และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการดีๆ ในการลดขนาดไฟล์วิดีโอ ทั้งแบบออนไลน์ หรือการใช้งานด้วยโปรแกรมที่มีอยู่ติดเครื่อง สามารถทำได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ใครที่กำลังมองหาวิธีการที่จะลดขนาดไฟล์ของวิดีโอ หรือ MP4 อยู่ ก็สามารถนำวิธีการที่ทีมงานมาฝากกันไปใช้กันได้เลย ยิ่งถ้าใครที่กลัวเสี่ยง อัปโหลดคลิปไปแล้วจะไม่ปลอดภัย ก็ใช้งานโปรแกรมที่ Windows มีมาให้ก็ได้นะ เพราะจากที่ทีมงานได้ลองใช้ ถือว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ไฟล์เล็ก แถมภาพยังชัดอยู่ด้วย


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13, เปรียบเทียบ iPhone 14 กับ iPhone 13
iPhone 14 เปิดตัว, iPhone 14 สเปค, iPhone 14 ราคา
เพิ่มความเร็วมือถือ iOS, เพิ่มความเร็ว iPhone, เพิ่มความเร็วให้ iPhone
เพิ่มความเร็วมือถือ Android, เพิ่มความเร็วมือถือ ใน Android
อะแดปเตอร์ iPhone
ศูนย์ iPhone ใกล้ฉัน

from:https://notebookspec.com/web/666988-easyway-to-compress-mp4-video-files

แนะนำวิธีออกแบบโลโก้ ฟรี ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง อัปเดต 2022

วิธีออกแบบโลโก้ฟรี ทำได้ง่ายๆ เลือกแบบได้ตามต้องการ อัพเดต 2022

ออกแบบโลโก้ ฟรี, ออกแบบโลโก้ฟรี

ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ บริษัท หรืออื่นๆ ก็ต้องมีโลโก้เป็นของตัวเอง เพราะโลโก้นั้นมักจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่จะช่วยสร้างภาพจำ โดยเฉพาะกับแบรนด์สินค้า รวมไปถึงบริษัท ซึ่งต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันนั้น การออกแบบโลโก้ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เพราะสามารถออกแบบได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชัน วันนี้ทีมงาน NotebookSPEC จึงอยากมาแนะนำวิธีการดีๆ ในการออกแบบ Logo ด้วยตัวเอง สามารถทำได้ตามสไตล์ ตามความต้องการเลย


เครื่องมือสำหรับออกแบบ Logo ระบบปฏิบัติการที่รองรับ สิ่งที่น่าสนใจ ข้อสังเกต
Canva Website Windows,
macOS,
iOS,
Android
– มี Template ให้เลือกเยอะมากๆ
– สามารถใช้งานได้ง่าย ปรับแต่งได้ตามสไตล์ของตัวเอง
– ครอบคลุมการออกแบบที่หลากหลาย
ในเบื้องต้นสามารถใช้งานได้ฟรี แต่จะมีรูปแบบของไฟล์ที่สามารถดาวน์โหลดได้จำกัด เช่น ไฟล์ SVG รวมไปถึงการใช้งาน Template หรือสัญลักษณ์ที่จำกัด และอาจมีเงื่อนไขการนำไปใช้ที่จำกัดด้วย ซึ่งหากต้องการใช้งานแบบเต็มประสิทธิภาพนั้นจะมีค่าใช้จ่าย
Logomakr Windows,
macOS,
iOS,
Android
– มีสไตล์การออกแบบที่น่ารัก ใช้งานง่าย
– ปรับแต่งได้ง่าย เพียงแค่เลือก ตัวอักษร สัญลักษร์ สี
– มีการแบ่งเป็น Layer ทำให้ง่ายต่อการแก้ไข
เบื้องต้นนั้น สามารถใช้งานการออกแบบได้ฟรี แต่สำหรับการบันทึกไฟล์ที่มีความละเอียดสูง รวมไปถึง Full License ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ในเวอร์ชันฟรีจะสามารถดาวน์โหลดไฟล์ในรูปแบบของ ไฟล์ PNG ที่มีเงื่อนไข เช่น ให้ใช้งานได้เฉพาะ Online website ได้
Online Logo Maker Windows,
macOS,
iOS,
Android
– ออกแบบได้ง่าย ภายในไม่กี่ขั้นตอน
– สะดวก เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก
ในเบื้องต้นสามารถใช้งานได้ฟรี แต่หากต้องการใช้งาน Logo แบบ Full License รวมถึงการดาวน์โหลดไฟล์แบบ Premium ก็จะมีค่าใช้จ่าย
Hatchful.shopify Windows,
macOS,
iOS,
Android
– สะดวก สามารถเลือกประเภทของโลโก้ ให้เหมาะกับธุกิจได้เลย
– มีรูปแบบสำเร็จรูปมาให้เลือกใช้งาน เพียงแค่ใส่ข้อมูลลงไป สะดวกมากๆ
ต้องสมัครสมาชิกก่อนจึงจะสามารถดาวน์โหลดโลโก้ได้ รวมไปถึงการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่มีเงื่อนไข หรือ Full License นั้น อาจมีค่าใช้จ่าย
Adobe Spark Windows,
macOS,
iOS,
Android
ต้องลงชื่อเข้าใช้งานก่อน จึงจะสามารถดาวน์โหลดโลโก้ได้ รวมไปถึงการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ โดยไม่มีเงื่อนไข หรือ Full License นั้น อาจมีค่าใช้จ่าย
Canva Application iOS,
Android
– มี Template ให้เลือกใช้งานเยอะมากๆ
– ตัวแอพออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เช่นเดียวกับการใช้งานบนเว็บไซต์
ในเบื้องต้นสามารถใช้งานได้ฟรี แต่จะมีรูปแบบของไฟล์ที่สามารถดาวน์โหลดได้จำกัด เช่น ไฟล์ SVG รวมไปถึงการใช้งาน Template หรือสัญลักษณ์ที่จำกัด และอาจมีเงื่อนไขการนำไปใช้ที่จำกัดด้วย ซึ่งหากต้องการใช้งานแบบเต็มประสิทธิภาพนั้นจะมีค่าใช้จ่าย
Logo Maker – Design Creator iOS,
Android
– โลโก้มีความเท่ เรียบหรู ดูดี มีให้เลือกมากมาย
– ใช้งานได้ไม่ยาก
เบื้อต้นสามารถใช้งานได้ฟรี แต่การนำไปใช้งาน รวมไปถึงคุณภาพไฟล์จะถูกจำกัด หากต้องการใช้งานเต็มรูปแบบ จะมีค่าใช้จ่าย

ออกแบบ Logo ผ่านเว็บไซต์

1. Canva Website

l1

สำหรับ Canva นั้น เรียกได้ว่าเป็นเว็บไซต์สำหรับการออกแบบยอดนิยม ที่มีมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์หน้าปก โปสเตอร์ แต่งรูป เรซูเม่ รวมไปถึงออกแบบ Logo ฟรีด้วย แต่สำหรับใครที่ต้องการในระดับโปร ก็จะมีค่าบริการ แต่แค่ใช้งานสำหรับที่เปิดให้ใช้ฟรี ก็ถือว่าเพียงพอมากๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Template ของโลโก้ที่มีให้เลือกมากมายเป็นร้อยๆ แบบ ลูกเล่นก็เยอะ รวมไปถึงฟอนต์ด้วย สำหรับการใช้งานนั้น ก็เริ่มต้นจากการเลือกเทมเพลตของโลโก้ในแบบที่เราต้องการ จากนั้นก็สามารถเลือกใส่ข้อความ รูปภาพ สี ฯลฯ เพื่อให้ได้โลโก้ในแบบที่เราต้องการ นอกจากนี้ตัวเว็บก็ยังรองรับการใช้งานภาษาไทยด้วย เมื่อเราออกแบบโลโก้เสร็ตแล้ว ก็สามารถ Export งานออกมาเป็นไฟล์ PNG นำไปใช้งานได้เลยทันทีแบบฟรีๆ แต่สำหรับไฟล์ SVG นั้น ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 435 บาท/เดือน โดยสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 30 วัน

Advertisementavw

การออกแบบ Logo เบื้องต้น

ในส่วนของการใช้งานเว็บไซต์ Canva สำหรับการออกแบบ โลโก้ นั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ในเบือ้งต้นดังนี้

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปที่เว็บไซต์ Canva แล้วจากนั้นดูที่เมนูด้านบน เลือก ดีไซน์ >> การตลาด >> โลโก้
  • จากนั้นเราจะเข้ามาในหน้าของการแบบ Logo ที่จะมีการเกริ่นถึงรายละเอียดของการออกแบบ, วิธีการสร้างโลโก้ เป็นต้น >> เลือก เริ่มออกแบบโลโก้
  • เราจะเข้าสู่หน้าการออกแบบ Logo โดยจะมีหน้ากระดาษเปล่าอยู่ด้านขวา ในส่วนของด้านซ้ายมือจะมีทั้งการใส่ ฟอนต์, รูปทรง, รูปภาพ ฯลฯ รวมไปถึง Template ตัวอย่าง ซึ่งมีให้เลือกเยอะมากๆ แถมยังสวยทุกแบบเลยด้วย สามารถเลือกใช้งานกันได้ตามต้องการ
  • จากนั้นเมื่อออกแบบโลโก้เสร็จแล้ว ก็สามารถดาวน์โหลดกลับมายังเครื่องของเราได้เลย

2. Logomakr

l2

Logomakr เป็นเว็บไซต์ออกแบบ Logo ฟรีที่ใช้งานง่ายมากๆ เหมาะกับใครที่ไม่ชอบความยุ่งยาก แค่เปิดเว็บไซต์ขึ้นมา ก็มีจะมีคลิปสอนการใช้งานในเบื้องต้นมาให้แล้ว แม้จะไม่มีประสบการณ์ แต่ก็รับรองได้ว่าเราจะออกแบบเป็นอย่างแน่นอน ตัวเว็บยังมีลูกเล่นมากมายให้ได้ลองใช้งาน สามารถปรับแต่งได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟอนต์, สัญลักษณ์, สี ไม่ต้องกังวลว่าเป็นเว็บไซต์ออกแบบฟรีแล้วจะใช้งานได้น้อยเลย

การออกแบบ Logo เบื้องต้น

ในเบื้องต้น สำหรับออกแบบ Logo บนเว็บไซต์ Logomakr สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปยังเว็บไซต์ LogoMakr >> แล้วจากนั้นเลือกที่ Start My Design หรือใครจะดูคลิปวิดีโอสอนการใช้งานก่อนก็ได้
  • เมื่อคลิกเข้ามาที่ Start My Design แล้ว เราก็จะเจอเข้ากับหน้าต่างเครื่องมือการออกแบบ ที่นอกจากจะมีคลิปวิดีโอให้ดูแล้ว ก็ยังมี Tutorial สอนการใช้งานเบื้องต้นด้วย
  • ในส่วนของเครื่องมือนั้น สามารถแบ่งออกเป็น Layer ทั้งการใส่สัญลักษณ์หรือรูปแบบ รวมไปถึงฟอนต์ต่างๆ ทำให้ง่ายต่อการแก้ไข นอกจากนี้เรายังสามารถอัปโหลดรูปที่เราต้องการขึ้นไปบนเว็บไซต์ เพื่อใช้งานได้ด้วย
  • เมื่อออกแบบ Logo ตามที่เราต้องการได้แล้ว ก็สามารถเลือกที่ สัญลักษณ์รูปแผ่นดิสก์ หรือ Save Logo เพื่อทำการบันทึกโลโก้ที่เราออกแบบ กลับมายังอุปกรณ์ของเราได้เลย
  • สำหรับเวอร์ชันฟรี สามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PNG ที่จะมีเงื่อนไขการใช้งาน เช่น อนุญาตให้ใช้งานบน Website Online เท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำไป Print เป็นต้น

3. Online Logo Maker

l3

สำหรับเว็บไซต์ต่อมาอย่าง Online Logo Maker ก็เป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ง่ายมาก แถมยังทำงานได้อย่างรวดเร็ว ใช้งานได้ฟรี เหมาะสำหรับใครที่ต้องการออกแบบ Logo แบบเร่งด่วน ไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถสร้าง Logo น่ารักๆ ออกมาได้แล้ว โดยเมื่อเราเข้าเว็บไซต์ ก็สามารถกดที่ Start Logo Maker ได้เลยทันที เมื่อเข้าไปที่หน้าของการออกแบบแล้ว เราก็สามารถเลือกออกแบบ Logo ของเราได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น การใส่ข้อความ ตัวอักษร ใส่รูป สัญลักษณ์ รูปทรง ฯลฯ แถมถ้าหากเราสมัครบัญชีแบบฟรี เราก็สามารถที่จะบันทึกงานออกแบบของเราไว้ แล้วกลับมาแก้ไขในภายหลังได้ด้วย สะดวกมากๆ

Website: Onlinelogomaker

การออกแบบ Logo เบื้องต้น

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปที่เว็บไซต์ Online Logo Maker >> จากนั้น ให้เลือกที่ ‘Start Logo Maker’ ได้เลย
  • เราจะเจอเข้ากับหน้าต่างเครื่องมือการออกแบบ ที่เรียกได้ว่าสำเร็จรูปเลย เราสามารถเลือกใส่ ข้อความ, สัญลักษณ์, รูปทรง, Business cards หรืออัปโหลดรูปของเราขึ้นไปบนเว็บไซตืเพื่อใช้งานได้เลย
  • เมื่อออกแบบเสร็จแล้ว เราสามารถเลือกดู Preview ได้ ด้วยการกดเลือกที่สัญลักษณ์รูปดวงตา ก็จะมีรูปภาพการนำไปใช้งานปรากฏขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบนเสื้อ, แก้ว, แท็บเล็ต เป็นต้น
  • จากนั้นเราก็สามารถกดดาวน์โหลด Logo ที่เราออกแบบกลับมายังอุปกรณ์ของเราได้ โดยเลือกที่ Save & Download >> ระบบจะปรากฏช่องสำหรับใส่ Email สำหรับการบันทึกการออกแบบของเรา >> จากนั้นเลือก Logo Format ที่เราต้องการ เช่น Social Media, Clothing, Print Materials เป็นต้น >> จากนั้นเลือก Save & Continue
  • ถ้าใครต้องการใช้งานแบบ Premium Logo ก้จะต้องมีค่าใช้จ่าย แต่หากต้องการใช้งานแบบฟรี ซึ่งจะมีข้อจำกัดของคุณภาพไฟล์รวมไปถึงการนำไปใช้ ให้เราเลือก ‘I just need a low-resolution copy for non-commercial use’ >> จากนั้นเลือก Continue to low- resolution
  • ลงชื่อและกดตกลงเงื่อนไขการนำไปใช้ แล้วกดเลือก Continue to low- resolution อีกครั้ง
  • เราจะได้รับอีเมลเป็นไฟล์ Logo ที่เราออกแบบ รวมไปถึง URL Link สำหรับเปิด Logo ที่เราออกแบบด้วย

4. Hatchful.shopify

l4

สำหรับ Hatchful.shopify นั้น เป็นเว็บไซต์ที่เราสามารถออกแบบ Logo ได้แบบฟรีๆ แถมง่ายมาก อีกทั้งรูปแบบที่มีบนเว็บก็ทำได้เท่ และเก๋สุดๆ เราสามารถ Log in แล้วเข้าใช้งานออกแบบโลโก้ได้เลยทันที โดยเมื่อเข้าไปเราสามารถที่จะเลือกหมวดหมู่ของธุรกิจของเรา จากนั้นก็เลือกสไตล์ที่ต้องกา่่ร แล้วเราก็สามารถแก้ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟอนต์ สี ไอค่อน หรือ Layouts ก็สามารถเลือกสรรได้ตามต้องการเลย

Website: Logo Maker & Logo Creator – Free Logo Generator Online

การออกแบบ Logo เบื้องต้น

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปที่ Shopify จากนั้นกดเลือก Get Started
  • เลือกประเภทธุรกิจของเรา เช่น Fashion, Health and beauty, Food and drink เป็นต้น >> จากนั้นกด Next
  • เลือก Visual Style ที่ต้องการ เช่น Calm, Reliable, Classic เป็นต้น >> จากนั้น กด Next
  • ใส่ชื่อ และสโแกน ที่เราต้องการ จากนั้นกด Next >> เลือกแพลตฟอร์มหรือรูปแบบที่เราต้องการนำไปใช้งาน เช่น Social media, Print and swag, Online Store or website เป็นต้น >> จากนั้นกด Next
  • ระบบจะทำการประมวลผลและออกแบบโลโก้มาให้เราเลือกเสร็จสรรพ สามารถเลือกที่ต้องการได้เลย >> เมื่อกดเลือกแล้วเราก็สามารถ Edit Logo เพิ่มเติมได้อีกด้วย เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้ว ก็กด Next
  • เราจะเข้าสู่หน้าสำหรับการดาวน์โหลด Logo >> Download

5. Adobe Spark

l5

สำหรับ Adobe Spark นั้น เราสามารถใช้งานผ่าน Application และ Browser โดยออกแบบได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์, ไอแพด, แท็บเล็ต และมือถือ ในส่วนของการทำงานนั้น ก็จะมีมันมีหน้าต่างมาให้กรอกเป็นขั้นเป็นตอน ใช้งานง่าย และเสนอโลโก้มาให้เราอีกมากมายหลายแบบเวลาเรากรอกตัวเลือกทั้งหมดเสร็จ ทั้งยังสามารถแก้ไขได้ด้วย แถมยังรองรับฟอนต์ภาษาไทยอีกด้วย

Website: adobe spark

การออกแบบ Logo เบื้องต้น

  • เริ่มต้นให้เราไปที่ Adobe Express >> จากนั้นเลือกที่ Logo
  • ใส่ข้อมูลที่เราต้องการใช้งานลงไป เช่น ชื่อม สโลแกน ฯลฯ >> จากนั้นกด Next
  • เลือกสไตล์ของโลโก้ที่เราต้องการ แล้วกด Next
  • เลือก ไอคอน ที่เรต้องการ เราสามารถพิมพ์คำค้นหาได้เลย จากนั้นกด Next
  • ระบบจะทำการประมวลผลและออกแบบโลโก้มาให้เราเลือกเสร็จสรรพ สามารถเลือกที่ต้องการได้เลย >> เมื่อกดเลือกแล้วเราก็สามารถ Edit Logo เพิ่มเติมได้อีกด้วย เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้ว ก็กด Sign in to Download & Save

ออกแบบ Logo ผ่านแอพพลิเคชัน

1. Canva Application

แอพออกแบบโลโก้ ฟรี

ขึ้นแท่นยืนหนึ่งในเรื่องงานออกแบบ ต้องบอกเลยว่า Canva มีบริการเยอะแยะมากมายจริงๆ ทั้งการออกแบบเรซูเม่ โปสเตอร์ หน้าปก รวมไปถึงโลโก้ด้วย โดยนอกเหนือจากตัวเว็บไซต์ที่เราได้แนะนำกันไปก่อนหน้าแล้ว Canva เอง ก็มีในรูปแบบของแอพพลิเคชันด้วย และสำหรับใครที่ต้องการออกแบบ Logo ก็สามารถดาวน์โหลดแอพ Canva มาใช้งานกันได้เลยฟรีๆ และในส่วนของเวอร์ชันฟรีนั้นก็สามารถใช้งานได้แทบทุกอย่างเลย แต่ถ้าต้องการเครื่องมือที่มากขึ้น รวมไปถึงเทมเพลต หรือฟีเจอร์อื่นๆ ที่มากขึ้น ก็ต้องอัพเกรดเป็นเวอร์ชัน Pro ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนั่นเอง

การใช้งานเบื้องต้น

S 3743850 side
  • สำหรับการใช้งาน ในการออกแบบ Logo เบื้องต้น เมื่อเราดาวน์โหลดแอพพลิเคชันและติดตั้งลงในอุปกรณ์ของเราแล้ว ให้เปิดแอพขึ้นมา เราก็จะเจอกับหน้าแรกของแอพ Canva >> เราสามารถเลือกการออกแบบโลโก้ที่ช่อง Search ได้เลยทันที
  • เลือก Template ของโลโก้ที่ต้องการ >> จากนั้นเราก็จะเข้าสู่หน้าเครื่องมือสำหรับการออกแบบ >> เราสามารถเลือกเทมเพลตอื่นๆ ได้ด้วย รวมไปถึง รูปทรง, รูปภาพทั้งจากในเครื่องและจาก Canva เอง, ข้อความ ฯลฯ ได้ตามต้องการ ง่ายและสะดวกสุดๆ
  • มื่อออกแบบโลโก้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถที่จะเซฟรูปโลโก้ของเราได้ โดยสามารถเซฟได้ทั้งในรูปแบบของไฟล์ PNG, JPG, PDF, GIF เป็นต้น
  • เราสามารถแชร์ไปยังช่องทางอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram ฯลฯ ได้เลยทันที

2. Logo Maker – Design Creator

l3

สำหรับ Logo Maker – Design Creator เป็นแอพออกแบบโลโก้ ที่สามารถใช้งานได้ฟรี ที่มีหน้าตาที่ดูแล้วค่อนข้างเรียบหรู และดูดี ตัวแอพมีเทพเพลตให้เราได้เลือกใช้มากมายกว่า 8,000 แบบ พร้อมไอคอนต่างๆ กว่า 5,000 ไอคอน แถมยังมีฟอนต์ให้เลือกใช้อีกด้วย การใช้งานตัวแอพก็ง่ายมากๆ เพียงแค่เลือกเทมเพลตที่เราชอบ เลือกสี เลือกฟอนต์ ฯลฯ ตามต้องการ จากนั้นก็ดาวน์โหลดโลโก้กลับมาใช้งานได้เลยทันที

การใช้งานเบื้องต้น

S 3743860 side
  • เมื่อเราเปิดแอพพลิเคชันขึ้นมา ในหน้าแรกของแอพ จะเป็น Plan ของแอพ โดยจะมีให้เลือกหลายแพลนเลย ทั้ง รายสัปดาห์, รายเดือน, รายปี และ ตลอดชีพ และนอกจากนี้ก็สามารถเลือกเวอร์ชันฟรีได้ด้วย ให้เรากดเลือกที่ Continue with Free Plan ได้เลย
  • จากนั้นเราก็จะเข้ามาในหน้าของเทมเพลต ที่มีให้เลือกเยอะมาก โดยจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ เราสามารถเลือกที่ต้องการได้เลย
  • เมื่อเราได้เทมเพลตที่เราต้องการแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าสำหรับการออกแบบโลโก้เลย (การดาวน์โหลดข้อมูล สำหรับเวอร์ชันฟรี จะมีโฆษณาคั่น) >> เราสามารถปรับแต่งได้หลากหลายเลย ทั้งการแบ่งเป็น Layers, การใส่ข้อความ, ไอคอน, รูปทรง, ภาพพื้นหลัง ฯลฯ
  • เมื่อเราได้โลโก้ที่ต้องการแล้ว ก็สามารถที่จะเลือกบันทึกได้ทั้งไฟล์ JPG, PNG, Transparent (ไม่มีพื้นหลัง) และเลือกคุณภาพของไฟล์ได้ด้วย แต่ในเวอร์ชันฟรี สามารถเซฟเป็นไฟล์ JPG ได้เท่านั้น และนอกจากนี้เรายังสามารถแชร์ไปยังช่องทางอื่นๆ ได้ด้วย

และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการออกแบบ Logo ดีๆ ที่สามารถทำได้ฟรี ที่ทีมงานได้นำมาแนะนำกัน หวังว่าเพื่อนๆ หรือใครที่กำลังมองหาทางออกในการออกแบบ Logo ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานอย่างง่าย แต่อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์นั้น ผู้ใช้งานควรศึกษาเงื่อนไขจากทางเว็บไซต์ให้ดีเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็อาจเป็นการทำผิดกฎได้ง่ายๆ


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

แอพออกกำลังกาย
เพิ่มความเร็วมือถือ Android, เพิ่มความเร็วมือถือ ใน Android
เพิ่มความเร็วมือถือ iOS, เพิ่มความเร็ว iPhone, เพิ่มความเร็วให้ iPhone
แอพไลฟ์สด
ใช้ LINE 2 เครื่อง Android, ใช้ LINE 2 เครื่อง iOS
ไลน์ไม่แจ้งเตือน

from:https://notebookspec.com/web/665269-how-to-design-your-logo-for-free

สร้างภาพน้องแมวด้วย UCHINOKO MAKER เอาใจเหล่าทาส ใช้งานง่าย แถมภาพสุดคิวท์

วันนี้เรามีกราฟฟิกภาพสุดน่ารักสำหรับคนรักแมวมาแนะนำกันค่ะ อยากให้เพื่อน ๆ ที่สนใจมาสร้างคาแรคเตอร์แมวได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่ใช่คนรักแมวไม่เป็นไรนะคะ ทุกคนสามารถลองเป็นแมวเหมียวได้ หรือสร้างน้อนในชีวิตจริงของเราให้เป็นภาพกราฟิกคิวท์ ๆ บน Social media แบบน่าเอ็นดูไว้เล่นกับเเพื่อน หรือจะเอาไปใช้พิมพ์เป็นลายเสื้อ ลายกระเป๋าก็ยังได้นะคะ

เริ่มสร้างน้อนเหมียว

ขั้นแรกเราต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ https://uchinoko-maker.jp เพื่อเตรียมสร้างน้องเหมียวกันก่อนนะคะ พอเข้ามาเจอหน้าตาแบบนี้ก็กดที่ปุ่ม try to make ได้เลยค่ะ

ต่อมา กดที่ create new  เพื่อน ๆจะพบกับหน้าต่างในการสร้างคาแรคเตอร์เหมียว ทีนี้ก็เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะว่าจะให้น้อนออกมาในรูปแบบไหนทั้งท่าทางสีขน หู จมูก ปาก ลุยย !

เมื่อพอใจกับหน้าตาของน้อนแล้ว ก็กดปุ่ม did it ! ที่มุมขวาบน แล้วตั้งชื่อให้น้องแมวกันค่ะ (ภาษาอังกฤษจะใส่ชื่อได้ไม่เกิน 10 ตัวอักษรนะ) ตั้งเสร็จกด ok ได้เลย หรือถ้าไม่พอใจก็กด return ไปแก้ได้นะ

เสร็จแล้ววว !

พอเสร็จแล้วทุกคนสามารถกดปุ่มดาวน์โหลดภาพได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ โดยจะได้เป็นไฟล์ภาพแบบ PNG ออกมา หรือใครที่อยากแชร์ลง Facebook, IG ,Twitter ,LINE มาเล่นกับเพื่อน ก็จิ้มที่ปุ่ม Share เลยนะเหมียว

เป็นไงกันบ้างคะ แค่นี้เราก็ได้น้องแมวเหมียวในฉบับเราแล้วล่ะค่ะ

เงื่อนไขการใช้ uchinoko

ในการนำกราฟิก Uchinoko ไปใช้เนี่ย ก็มีเงื่อนไขของผู้พัฒนาเว็บด้วยนะคะ

  1. ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น ไปผลิตเป็นโปสเตอร์ หนังสือ หรือนำไปหารายได้
  2. ห้ามนำไปใช้ให้เกิดภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหาย
  3. ห้ามใช้ในการออกแบบเว็บไซต์
  4. ห้ามใช้เพื่อการโฆษณา
  5. ทางบริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการใช้งานที่เห็นว่าไม่เหมาะสม

ส่วนการนำไปโพสท์ในสื่อโซเชียล สามารถทำได้ตามสะดวกค่ะ หรือจะผลิตเป็นของใช้ส่วนตัวอย่างเสื้อยืด ถุงผ้า เคสมือถือ ก็ทำได้หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบกันนะคะ อย่าลืมสร้างสร้างคาแรคเตอร์เหมียวกันนะมีให้เลือกถึง 200 ล้านแบบเลย อีกทั้งทางเว็บไซต์ยังรองรับภาษาอังกฤษในการใช้งานด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวไปว่าจะเล่นไม่ได้

from:https://droidsans.com/uchinoko-maker-cat-graphic-design-tool/

UCHINOKO MAKER เอาใจเหล่าทาส สร้างกราฟิกน้อนแมวสุดคิวท์ไปใช้ได้ง่าย ๆ

วันนี้เรามีกราฟฟิกภาพสุดน่ารักสำหรับคนรักแมวมาแนะนำกันค่ะ อยากให้เพื่อน ๆ ที่สนใจมาสร้างคาแรคเตอร์แมวได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่ใช่คนรักแมวไม่เป็นไรนะคะ ทุกคนสามารถลองเป็นแมวเหมียวได้ หรือสร้างน้อนในชีวิตจริงของเราให้เป็นภาพกราฟิกคิวท์ ๆ บน Social media แบบน่าเอ็นดูไว้เล่นกับเเพื่อน หรือจะเอาไปใช้พิมพ์เป็นลายเสื้อ ลายกระเป๋าก็ยังได้นะคะ

เริ่มสร้างน้อนเหมียว

ขั้นแรกเราต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ https://uchinoko-maker.jp เพื่อเตรียมสร้างน้องเหมียวกันก่อนนะคะ พอเข้ามาเจอหน้าตาแบบนี้ก็กดที่ปุ่ม try to make ได้เลยค่ะ

ต่อมา กดที่ create new  เพื่อน ๆจะพบกับหน้าต่างในการสร้างคาแรคเตอร์เหมียว ทีนี้ก็เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะว่าจะให้น้อนออกมาในรูปแบบไหนทั้งท่าทางสีขน หู จมูก ปาก ลุยย !

เมื่อพอใจกับหน้าตาของน้อนแล้ว ก็กดปุ่ม did it ! ที่มุมขวาบน แล้วตั้งชื่อให้น้องแมวกันค่ะ (ภาษาอังกฤษจะใส่ชื่อได้ไม่เกิน 10 ตัวอักษรนะ) ตั้งเสร็จกด ok ได้เลย หรือถ้าไม่พอใจก็กด return ไปแก้ได้นะ

เสร็จแล้ววว !

พอเสร็จแล้วทุกคนสามารถกดปุ่มดาวน์โหลดภาพได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ โดยจะได้เป็นไฟล์ภาพแบบ PNG ออกมา หรือใครที่อยากแชร์ลง Facebook, IG ,Twitter ,LINE มาเล่นกับเพื่อน ก็จิ้มที่ปุ่ม Share เลยนะเหมียว

เป็นไงกันบ้างคะ แค่นี้เราก็ได้น้องแมวเหมียวในฉบับเราแล้วล่ะค่ะ

เงื่อนไขการใช้ uchinoko

ในการนำกราฟิก Uchinoko ไปใช้เนี่ย ก็มีเงื่อนไขของผู้พัฒนาเว็บด้วยนะคะ

  1. ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น ไปผลิตเป็นโปสเตอร์ หนังสือ หรือนำไปหารายได้
  2. ห้ามนำไปใช้ให้เกิดภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหาย
  3. ห้ามใช้ในการออกแบบเว็บไซต์
  4. ห้ามใช้เพื่อการโฆษณา
  5. ทางบริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการใช้งานที่เห็นว่าไม่เหมาะสม

ส่วนการนำไปโพสท์ในสื่อโซเชียล สามารถทำได้ตามสะดวกค่ะ หรือจะผลิตเป็นของใช้ส่วนตัวอย่างเสื้อยืด ถุงผ้า เคสมือถือ ก็ทำได้หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบกันนะคะ อย่าลืมสร้างสร้างคาแรคเตอร์เหมียวกันนะมีให้เลือกถึง 200 ล้านแบบเลย อีกทั้งทางเว็บไซต์ยังรองรับภาษาอังกฤษในการใช้งานด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวไปว่าจะเล่นไม่ได้

from:https://droidsans.com/uchinoko-maker-graphic-remove-term-character-design-character-design/

แก้รถติดแบบแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี แนะนำเกมเล่นเป็นชัชชาติ แก้รถติดด้วยการกระดิกเท้า

กระแสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ใกล้จะถึงโค้งสุดท้าย ผู้สมัครแต่ละรายต่างมีจุดขายของตัวเอง หนึ่งในนั้นคือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างให้คำนิยามว่า แข็งแกร่ง ล่าสุด jetamp นักพัฒนารายหนึ่งได้พัฒนาเกมเล่นบนเว็บไซต์ชื่อว่า Chatman หรือ ชัชแมน ที่ให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น อ. ชัชชาติ วางเท้าเพื่อแก้ปัญหารถติด

สำหรับการเล่นเกม Chatman ผู้เล่นสามารถเข้าไปเล่นได้ที่ลิงก์นี้ https://jetamp.itch.io/chatman ส่วนวิธีการเล่น ตัวเกมจะให้ผู้เล่นขยับเมาสืขึ้นลงเพื่อยกเท้าของ อ. ชัชชาติ เพื่อแก้รถติด แต่ต้องระวังไม่ให้วางเท้าแรงเกินไป เพราะโลกจะแตกแทน

อ้างอิงจากเว็บไซต์ส่วนตัวของ jetamp จะพบว่า มีอีก 3 เกมที่เปิดให้เล่นได้ผ่านหน้าบราวเซอร์ นอกจากนี้ยังมีเกมที่วางขายใน Steam ชื่อเกมว่า Swinging-Man เกมยิงใยขาวขุ่น?! (อ้างอิงจากคำนิยามบนเว็บไซต์) ใครอยากไปลองเล่น Chatman หรือเกมอื่น ๆ ของ jetamp สามารถกดได้ที่ลิงก์นี้ครับ https://itch.io/profile/jetamp

อ้างอิง // jetamp

alt="chatman"

alt="chatman"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/128541

แจกเว็บแต่งภาพ ออนไลน์ ฟรี ไม่ต้องง้อโปรแกรม อัปเดต 2022

แนะนำเว็บไซต์แต่งภาพ ออนไลน์ แต่งฟรี ไม่ต้องง้อโปรแกรม อัปเดต 2022

online photos editor website

จะแต่งภาพทั้งที ยุคนี้ไม่ต้องง้อโปรแกรมกันแล้ว เพราะเราสามารถแต่งภาพ ออนไลน์ แต่งรูป ออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย เหมาะมากๆ โดยเฉพาะใครที่คอมพิวเตอร์ค่อนข้างเก่า หรือสเปคไม่แรงมาก จะลงโปรแกรมกราฟฟิก แต่งรุป ก็ดูจะเปลืองพื้นที่ แถมคอมช้าอีกต่างหาก หรือแม้แต่กับคนที่ไม่อยากเสียเงินเพราะโปรแกรมแต่งภาพต่างๆ ก็มีราคาอยู่พอสมควร (แต่สายฟรีก็สามารถหาได้อยู่เหมือนกัน) และคงจะดีกว่าถ้าเราสามารถแต่งบนเว็บได้อย่างสบายๆ ไม่หนักเครื่อง ไม่เปลืองพื้นที่อีกต่างหาก


1. iloveimg

แต่งภาพ ออนไลน์ ฟรี

มาเริ่มต้นกันด้วยเว็บไซต์สำหรับการจัดการกับรูปภาพ อย่าง iLoveIMG ที่มีเครื่องมือสำหรับการจัดการกับภาพถ่ายมากมายไม่ว่าจะเป็นการ บีบอัด, ปรับขนาดรูป, หมุน, แปลงไฟล์รูปภาพ ฯลฯ รวมไปถึงเครื่องมือสำหรับการแต่งภาพด้วย ที่สำคัญเลย ตัวเว็บรองรับการใช้งานภาษาไทย ทำให้ผู้ใช้งานคนไทยอย่างเราๆ นั้นสามารถเข้าใจและเข้าถึงเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญเลย เราสามรถใช้งานเครื่องมือต่างๆ ภายในเว็บได้แบบฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยรวมแล้วตัวเว็บนี้เหมาะสำหรับใครที่ต้องการแต่งภาพแบบเร่งด่วน แต่งไวๆ ไม่ต้องการตกแต่งรายละเอียดใดๆ มากมายนัก เรามาดูเครื่องมือคร่าวๆ ก็บ้างว่ามีอะไรบ้าง

Advertisementavw
e4

ในส่วนของเครื่องมือสำหรับการตกแต่งภาพนั้น เริ่มต้น ให้เราเข้าไปที่ เครื่องมือแก้ไขภาพถ่ายออนไลน์: iloveimg จากนั้นตัวเว็บก็จะให้เราทำการอัพโหลดรูปภาพที่เราต้องการแต่ง ขึ้นไปบนเว็บไซต์

  • สำหรับเครื่องมือในการแต่งภาพ ออนไลน์ ที่ทางเว็บมีมาให้เรานั้น ก็จะมีตั้งแต่ การปรับขนาด, ครอบตัด, หมุนรูปภาพ ฯลฯ
  • ในส่วนของเครื่องมือวาด เขียน ใส่ตัวหนังสือนั้น ตัวเว็บก็มีให้เลือกอยู่พอสมควรเลย ในส่วนของ Fonts หลักๆ แล้วก็จะมาจาก Google Fonts ซึ่งมีมาให้เลือกหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Display, Hand Writing, Mono Space ฯลฯ
  • สำหรับการตกแต่งใส่ฟิลเตอร์ ตัวเว็บจะมีฟิลเตอร์สำเร็จรูปมาให้เราเลือกใช้งานกว่า 18 แบบ ด้วยกัน เช่น Grayscale, Vintage, Polaroid, Brownie เป็นต้น
  • และเมื่อเราแต่งภาพของเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถบันทึกกลับมายังอุปกรณ์ของเราได้ง่ายๆ โดยสามรถเลือกรูปแบบไฟล์เป็น JPG หรือ PNG ก็ได้

2. Canva

e3

สำหรับเว็บไซต์อย่าง Canva ก็ต้องบอกว่าอยู่มาทุกรูปแบบสำหรับการออกแบบ ดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าปก, Resume, Poster, Card และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากเครื่องมือสำหรับการสร้างสรรค์งานดีไซน์ กราฟฟิกสวยๆ แล้ว ตัว Canva เองก็มีเครื่องมือสำหรับการแต่งรูปภาพ ออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถเข้าไปใช้งานเบื้องต้นได้แบบฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องบอกก่อนว่าบางฟีเจอร์นั้น ก็สงวนไว้สำหรับผู้ใช้งานที่สมัครอัพเกรดเวอร์ชั่นซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเท่านั้นนะ

e5

ในส่วนของการใช้งานการแต่งภาพออนไลน์นั้น เริ่มต้นให้เราเข้าไปที่เว็บไซต์ Canva จากนั้นให้เลือกที่เมนู Features >> Photos >> ตัวเว็บก็จะมีรูปภาพต่างๆ มาให้เราเลือกใช้งานมากมาย อันนี้เหมาะสำหรับใครที่มองหารูปภาพประกอบ เพื่อที่จะนำไปใช้งานอย่างอื่น แต่สำหรับใครที่ต้องการแต่งภาพที่เรามีอยู่แล้ว ให้เลือกที่ Create a design ได้เลย ซึ่งทาง Canva ก็จะมีตัวเลือกมากมายให้เราเลือก ว่าต้องการออกแบบดีไซน์อะไร อันนี้เราสามารถเลือกได้เองตามต้องการ ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่า แม้ตัว Canva จะมีฟีเจอร์สำหรับการแต่งรูปภาพ แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ที่เน้นไปทางด้านการสร้าง Template ซึ่งหากใครที่ต้องการตกแต่งภาพ ไม่ว่าจะเป็นแต่งสี แต่งแสง ครอบตัด ฯลฯ Canva อาจจะไม่เหมาะ

  • เริ่มต้นนั้น แนะนำให้เราทำการสมัครสมาชิก หรือ Log in เข้าสู่ระบบ เพื่อที่จะสามรถเข้ามาแก้ไขงานของเราในภายหลังได้
  • ในหน้าสำหรับการออกแบบ เราจะเห็นว่า ด้านซ้าย จะเป้นในส่วนของการตกแต่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Templates, รูปทรง, รูปภาพ, ข้อความ ฯลฯ นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกใส่ Audio, Background หรือลูกเล่นอื่นๆ ได้อีกด้วย
  • ในส่วนของการแต่งภาพนั้น เราสามารถอัปโหลดรูปภาพของเราได้จากเมนู Upload แล้วจากนั้นให้เราคลิกเลือกที่รูปภาพ เพื่อที่จะนำมาวางใน Templates ของเรา จากนั้น เราสามารถเลือกแต่งรูปได้ จากการคลิกเลือกที่รูปภาพ แล้วเลือก Edit image นั่นเอง
  • ใน Edit image เราสามรถเลือกปรับค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Brightness, Contrast และ Saturation นอกจากนี้ยังมีการแต่งภาพรูปแบบอื่นๆ ที่ทาง Canva มีมาให้เลือกใช้งาน สามารถเลือกได้ตามต้องการ
  • ภายหลังการตกแต่งรูป สร้าง Templates ออกแบบดีไซน์ ตามที่เราต้องการแล้ว เราสามารถเลือกบันทึกไฟล์ได้หลากหลาย โดยการกดเลือกที่ Share >> Download จากนั้นเลือกไฟล์ที่เราต้องการดาวน์โหลดได้ไม่ว่าจะเป็น JPG, PNG, SVG, GIF, MP4, PDF ฯลฯ (ไม่สามารถบันทึกเป็นไฟล์ PSD ได้)

3. iPiccy

e6

มาต่อกันด้วย iPiccy เว็บไซต์ที่เปิดบริการให้เราสามารถเข้าไปแต่งภาพ ออนไลน์ ฟรี ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เว็บไซต์อื่นๆ เลย โดยเมื่อเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ เราก็สามารถกดเลือกที่เมนู ‘Edit a Photo’ เพื่อเข้าสู่หน้าต่างสำหรับการแต่งภาพได้เลย หรือจะเลือกเมนูอื่นๆ ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Make a Collage ซึ่งจะเป็นการรวมรูปภาพ หรือจะ Create a Design เพื่อสร้างงานดีไซน์ของเราเองขึ้นมา

e7

ในหน้าสำหรับการแก้ไข แต่งรูปภาพนั้น ทาง iPiccy ก็มีเครื่องมือต่างๆ มากมายให้เราเลือก เริ่มต้นนั้นให้เราอัปโหลดรูปภาพที่เราต้องการนำมาแต่งบนเว็บไซต์เสียก่อน เราสามรถอัปโหลดได้ทางจากบนอุปกรณ์ของเรา, Website, Webcam, Create image, Drag & Drop ฯลฯ

  • ในส่วนของเครื่องมือที่ใช้ในการแต่งรูป ออนไลน์ก็มีให้เราเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Auto Fix ที่ตัวเว็บจะทำการแต่งรูปให้เราโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับใครที่ไม่ต้องการแต่งเยอะ โดยเลือกได้ทั้ง Light & Tint หรือ Light Only
  • นอกจากนี้ยังมีเมนูสำหรับการแต่งรูปภาพอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Exposure, Sharpen, Vibrance, Colors, Hue & Saturation, Curves, Clone, Extract Details ฯลฯ
  • ในส่วนของการจัดการกับรูป ก็สามารถได้ทำเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Crop, Rotate & Flip, Resize ฯลฯ
  • เมื่อเราแต่งรูปแล้วอยาก Undo หรือ Redo ก็สามารถทำได้นะ ไม่จำเป็นต้องอัปโหลดรูปใหม่เลย ถือว่าสะดวกสุดๆ
  • เมื่อเราแต่งรูปภาพได้ตามที่เราต้องการแล้ว เราก็สามารถบันทึกรูปภาพกลับมายังอุปกรณ์ของเราได้ง่ายๆ สามารถเลือกรูปแบบไฟล์ได้ทั้ง PNG และ JPG, เลือกคุณภาพได้ทั้งแบบตัวเลือกหรือเลือก Quality ด้วยตัวเอง

4. Sumo

e1

Sumo เป็นเว็บไซต์ที่เปิดให้เราเข้าไปจัดการกับไฟล์มีเดียต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Tunes, 3D Code, Audio, Video, Pixel รวมไปถึงการทำงานกราฟฟิก และการแต่งรูปภาพออนไลน์ด้วย เราสามารถเข้าไปใช้งานเครื่องมือเหล่านี้บนเว็บไซต์ Sumo ได้ฟรีๆ เลย โดยเมื่อเราเข้าไปยังเว็บไซต์ Sumo เราก็เพียงเลือกที่ icon ของไฟล์หรืองานที่เราต้องการ อย่างการแต่งรูปนั้น เราอาจจะเลือกที่ Paint หรือ Photo จากนั้นเลือก Open App

e8

โดยหากเราเลือกที่ Photo นั้น ก็จะเป็นการปรับค่าต่างๆ ของภาพ ไม่ว่าจะเป็น Exposure, Brightness, Contrast, Saturation, Vibrance, Temperature, Tint ฯลฯ เมื่อเราแต่งรูปได้ตามที่ต้องการแล้ว ก็สามารถบันทึกไฟล์กลับมายังอุปกรณ์ของเราได้ โดยการเลือกที่ File >> Save สามารถเลือกรูปแบบของไฟล์ได้ทั้ง PNG และ JPG เลย นอกจากนี้ การ Save to cloud ก็สามารถทำได้ แต่เราต้องอัปเกรดสมัครสมาชิกกับ Sumo เสียก่อน

e9

ถ้าเราเลือก Paint ตัวเมนูเครื่องมือที่ปรากฏ ก็จะมีความคล้ายๆ กับ Photoshop อยู่เหมือนกัน เราสามารถสร้าง Layer ได้ เลือกใส่รูปทรงต่างๆ ใส่สี ใส่ข้อความ หมุนรูป ครอปรูป รวมไปถึงการแต่งรูป แต่งสีด้วย ในการบันทึก ก็เช่นเดียวกัน ให้เราไปที่ File >> Save สามารถเลือกบันทึกได้ทั้ง PNG, JPG, GIF เลย


5. Photopea

e10

สำหรับ Photopea ต้องบอกเลยว่า มีหน้าตาเครื่องมือที่คล้ายกับ Photoshop ที่สุดในบรรดาเว็บไซต์ที่ทีมงานนำมาแนะนำกัน เริ่มต้นนั้น ให้เราเข้าไปที่ Photopea จากนั้นเลือก New Project หรือ เลือกที่ File >> Open แล้วเลือกไฟล์รูปภาพจากอุปกรณ์ของเราได้เลย

e11

ที่บอกว่าคล้ายนั้น ไม่ได้ล้อเล่นนะ เพราะแม้กระทั่งแนวการวางแถบเครื่องมือก็คล้าย โดยด้านข้างนั้นจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการกับรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็น การดูสี การวาด การลบ ใส่ตัวอักษร ฯลฯ ส่วนเครื่องมือทางด้านขวาก็จะเป็นการจัดการอื่นๆ เช่น การแต่งรูป การจัดการกับ Layer เป็นต้น นอกจากนี้เรายังเลือกใส่ฟิลเตอร์ ปรับแสง ปรับค่าของรูปภาพต่างๆ ได้จากแถบเมนูด้านบนอีกด้วย และในส่วนของการบันทึกไฟล์กลับมายังอุปกรณ์ของเรานั้นก็ง่ายมากๆ โดยไปที่ File >> Export as … เราสามารถเลือกได้ทั้ง PNG, JPG, SVG, GIF, PDF ฯลฯ และที่พิเศษยิ่งกว่านั้น สามารถบันทึกเป็น PSD สำหรับนำมาใช้แก้ไขต่อไปบนโปรแกรม Photoshop ได้ด้วย โดยการเลือกที่ File >> Save as PSD


และทั้งหมดนี้ก็คือเว็บไซต์แต่งภาพออนไลน์ ฟรี ที่ทีมงานได้นำมาแนะนำกัน มีตั้งแต่การแต่งภาพแบบเร่งด่วน แต่งได้เร็ว ไปจนถึงเว็บไซต์ที่สามารถบันทึกไฟล์เพื่อนำไปใช้งานต่อบน Photoshop ได้ด้วย เรียกได้ว่าครอบคลุมสุดๆ เหมาะกับทั้งใครที่ไม่มีโปรแกรมสำหรับแต่งรูป ไม่อยากเสียพื้นที่บนคอมพิวเตอร์ไปกับโปรแกรม หรือไม่อยากเสียเงินในการซื้อโปรแกรม ตัวเว็บไซต์แต่งรูปเหล่านี้ก็ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม การใช้งานบนเว็บไซต์นั้น เราก็อาจจะพบข้อจำกัดอยู่เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละคน


อ่านบความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูฟัง เซเว่น
ลืมรหัส iCloud iPhone
กล้องวงจรปิดไร้สาย ดูผ่านโทรศัพท์
หูฟังไร้สายยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง
คีย์บอร์ด บลูทูธ, Bluetooth Keyboard
เคส Airpods

from:https://notebookspec.com/web/647952-online-photos-editor-websites

แจกเว็บไซต์ทำ QR Code ฟรี ทำง่าย ได้ตามต้องการ อัปเดต 2022

แนะนำเว็บไซต์ทำ QR Code ฟรี ไม่ว่าจะ Fanpage, Wi-Fi, เว็บไซต์ ทำได้ง่ายๆ อัปเดต 2022

qr code ฟรี ไม่หมดอายุ

เดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ฯลฯ เราก็มักจะเห็น QR Code เต็มไปหมด แม้กระทั่งในโลกออนไลน์เองก็ตาม และแน่นอนว่าเป็นอะไรที่สะดวกสุดๆ เพราะเพียงแค่เรายกมือถือหรือสมาร์ทโฟนขึ้นมา เปิดกล้อง แล้วจ่อไปยัง QR Code เราก็สามารถสแกนแล้วเข้าไปสู่เว็บไซต์ปลายทาง หรือข้อมูลปลายทางได้แล้ว หลายๆ คนก็อาจจะยังไม่รู้ว่า QR Code นั้น สร้างไม่ยากเลย วันนี้เราจะมาดูการสร้าง QR Code ฟรีๆ ไม่เสียเงินสักบาท แถมนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอีกด้วย


ทำความรู้จัก QR Code

websiteplanet qr

QR Code ย่อมาจากคำว่า Quick Response Code ถูกขึ้นค้นขึ้นเมื่อช่วงราวๆ ปี ค.ศ. 1994 เริ่มต้นนั้น QR Code ถูกใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยตัวโค้ดจะเป็นรูปแบบของบาร์โค้ดแบบ 2 มิติ มีรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์คือ รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีลายเส้นอยู่ภายใน ดูๆ ไปก็คล้ายๆ กับลายมือของคน ซึ่งส่วนนี้เองที่ทำให้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับการอ่านโค้ดนั้น สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในโค้ดได้อย่างรวดเร็ว

Advertisementavw

แต่เดิมแล้ว การอ่านโค้ด จะต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ ในการอ่านค่าและเข้าถึงรหัส แต่ในปัจจุบันนั้น QR Code ได้รับความนิยม และถูกมาใช้งานต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เป็นข้อความ เบอร์โทรศัพท์ แฟนเพจ ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงิน สามารถอ่านค่าได้อย่างง่ายดาย ผ่านทางฟีเจอร์ของสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับ


1. My WiFi Sign

q1

มาเริ่มต้นกันด้วย My WiFi Sign ที่ต้องบอกว่าสะดวกมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครกำลังเปิดสถานให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม หรือแม้กระทั่ง ออฟฟิศ สถานที่ทำงาน ที่ต้องแจกรหัส Wi-Fi ให้กับใครหลายๆ คน ซึ่งการต้องมาคอยแจกรหัส หรือคอยบอก Username, Password ตลอดเวลาก็คงเป็นเรื่องน่าเบื่อ แถมยังรบกวนการทำงานของเราด้วย ทางออกง่ายๆ ทางหนึ่งเลยก็คือ สร้าง QR Code สำหรับรหัส Wi-Fi เสียเลย ใครอยากเข้าใช้อินเทอร์เน็ต ก็ง่ายๆ แค่สแกน QR Code เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าใช้อินเทอร์เน็ตได้แล้ว

iohitdhy9

สำหรับเว็บไซต์ My WiFi Sign นั้น ออกแบบมาสำหรับการสร้าง QR Code เพื่อ WiFi โดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ การเข้าไปใช้งานสร้าง QR Code ของเราเองก็ทำได้ง่ายสุดๆ

  • เพียงแค่เข้าไปที่ My WiFi Sign เราก็จะเห็นหน้าเว็บไซต์ที่มีตัวอย่างของการใส่ Username และรหัสผ่าน ของ WiFi มาเรียบร้อยแล้ว
  • ให้เราพิมพ์ชื่อ WiFi ของเรา แล้วก็ทำการใส่รหัส WiFi ทางเว็บไซต์ก็จะแปลงข้อมูลเป็น QR Code ให้เรา (แบบ Real-time สังเกตได้จาก รูปร่างของ Preview QR Code ด้านข้างที่เปลี่ยนแปลงไป)
  • เราสามารถกดดาวน์โหลดไฟล์เป็นไฟล์ PDF หรือจะสั่งพิมพ์ผ่านหน้าเว็บไซต์โดยตรงเลยก็ได้ ด้วยวิธีการง่าย ๆ แค่นี้เราก็จะได้ QR Code รหัส WiFi ออกมาแล้ว

QR Code ที่เราได้นั้น ก็จะช่วยให้อำนวยความสะดวกให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับใครที่พกพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ที่มีแอพพลิเคชันหรือฟีเจอร์ ที่รองรับการสแกน QR Code แค่สแกนรหัส QR Code ก็สามารถเข้าใช้งาน WiFi ได้อย่างง่ายดายแล้ว


2. Qrcodeth

qr code ฟรี ไม่มีหมดอายุ

มาต่อกันด้วยเว็บไซต์ qrcodeth ที่เมื่อเข้ามาก็จะเป็นหน้าต่างสำหรับ QR Code ง่ายๆ โดยจะแบ่งช่องสำหรับใส่ข้อมูลต่างๆ ได้ตามที่เราต้องการ

  • เริ่มต้นนั้น เราสามารถเลือกใส่ Logo ของข้อมูลที่เราต้องการได้ เช่น โลโก้ของเบอร์โทร, Location, Link, Fanpage ฯลฯ สามารถเลือกจากที่ตัวเว็บมีมาให้ หรือเราจะอัพโหลดจากอุปกรณ์ของเราเองก็ได้
  • ในส่วนต่อมาก็จะเป็นการออกบบ QR Code ตัวเว็บก็จะมีให้เราลงรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น สีพื้นหลังของ QR Code, สีของรหัส QR Code, ขนาด ฯลฯ เราสามารถเลือกปรับได้ตามต้องการ
  • ถัดลงมา ก็จะเป็นการใส่ข้อมูลของปลายทางว่าเป็นประเภทอะไร ถ้าเป็น Link เราก็สามารถเลือกแล้ววาง Link ที่เราต้องการให้สแกนแล้วไปยังลิงก์นั้นๆ ได้เลย หรือถ้าเป็น Location เราก็สามารถใส่ตำแหน่งที่เราต้องการลงไปได้เลย จากนั้นก็กด Generate QR Code เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้าง QR Code ฟรีๆ ได้เรียบร้อยแล้ว

3. ME-QR

q3

เว็บไซต์ต่อมาก็คือ ME-QR ที่ตัวเว็บมาในธีมสีม่วงดูน่าค้นหา ตัวเว็บรองรับการใช้งานภาษาไทย ทำให้เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ไม่ยาก การสร้าง QR Code นั้นก็ทำได้ง่ายๆ เลย

  • เริ่มต้นจากประเภทของปลายทางที่เราต้องการให้แสดงผล ไม่ว่าจะเป็น Link, รูปภาพ, เมนูอาหาร, Email ฯลฯ เราสามารถเลือกได้ตามต้องการเลย
  • จากนั้นเราก็วางลิงก์ของข้อมูลที่เราได้เลือกไปข้างต้นลงไปในช่องสำหรับวางลิงก์ จากนั้นก็กด สร้าง QR Code (ในกรณีที่เป็นข้อมูลรูปแบยบอื่นๆ เช่น รูปภาพ เราก็สามารถอัพโหลดรูปภาพขึ้นไปยังบนเว็บไซต์ได้เลย)
  • เมื่อเรากดสร้าง QR Code เรียบร้อยแล้ว เราก็จะเข้าสู่หน้าการออกแบบตกแต่งตัว QR Code ของเรา เราสามารถเลือกได้ทั้งการใส่กรอบ ใส่โลโก้ รวมไปถึงสไตล์ของตัวโค้ดเลย
  • จากนั้นก็มให้เราเลือกประเภทของไฟล์ QR Code ไม่ว่าจะเป็น .svg หรือ .png แล้วจากนั้นก็กดดาวน์โหลด เพื่อดาวน์โหลดกลับมายังอุปกรณ์ของเราได้เลย หรือเราจะสร้าง QR Code เพิ่มก็ได้

4. HardcoreCEO

q4

HardcoreCEO เป็นเว็บไซต์สำหรับสร้าง QR Code ฟรี ที่รองรับการใช้งานภาษาไทย ตัวเว็บเปิดให้สร้าง QR Code ฟรี ไม่หมดอายุ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าสร้างโค้ดไปแแล้วจะหมดอายุอย่างแน่นอน ตัวเว็บออกแบบมาในแนวขาวๆ คลีนๆ ดูสะอาดตา ขั้นตอนการสร้าง QR Code ก็ทำได้ไม่ยากเลย

  • เริ่มต้นนั้น เช่นเดียวกับเว็บไซต์อื่นๆ ก็คือ การกำหนดประเภทของตัวข้อมูลที่เราจะใส่ใน QR Code ไม่ว่าจะเป็น Phone, Email, SMS, Wi-Fi, Text ฯลฯ
  • เมื่อเราเลือกประเภทของข้อมูลได้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้เรามาใส่ลิงก์ หรือหากเป็นข้อมูลอื่นๆ ตัวเว็บก็จะมีให้เราได้อัพโหลดตามรูปแบบขอข้อมูลที่เราเลือกไว้นั่นเอง
  • ต่อมาจะเป็นส่วนของการออกแบบตกแต่ง QR Code ของเรา สำหรับเว็บไซต์นี้นั้น ก็มีให้เราได้เลือกออกแบบได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Colors, Design, Logo, Frame ฯลฯ ซึ่งในขณะที่เราออกแบบตกแต่ง ตัวเว็บก็จะแสดง Preview แบบ Real-time ให้เราได้ดูเป็นตัวอย่างกันเลย
  • เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้ว เราก็สามารถกด Save ได้เลย โดยสามารถเลือกรูปแบบของไฟล์ QR Code ได้ ไม่ว่าจะเป็น PDF, PNG, SVG หรือจะสั่ง Print ผ่านเว็บไซต์เลยก็ได้

5. Websiteplanet

q5

และเว็บไซต์อีกเว็บไซจ์ ที่เราอยากจะมาแนะนำกันนั่นก็คือ websiteplanet ที่เราสามารถออกแบบ สร้างสรรค์ QR Code ของเราได้ง่ายดาย ไม่แพ้กับเว็บไซต์อื่นๆ เลย ตัวเว็บรองรับการใขช้งานภาษาไทยด้วย ทำให้ง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง

  • เริ่มต้นนั้น ก็เช่นเดิม คือการเลือกรูปแบบประเภทของข้อมูล ที่เราต้องการจะให้เป็น QR Code ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์, Facebook, ข้อความ, Email, Wi-Fi ฯลฯ
  • จากนั้นก็จะเป็นการใส่ข้อมูลของนั่นเอง เช่น ถ้าเป็นเว็บไซต์ เราก็จะต้องวางลิงก์ลงไป (อย่าลืม ‘http://’ นะ), ถ้าเป็นข้อความ เราก็สามารถใส่ข้อความที่เราต้องการได้เลย (ถ้ายาวเกินไป ตัว QR Code ก็จะมีรายละเอียดเยอะตามไปด้วย) เป็นต้น
  • จากนั้นก็จะเป็นส่วนของการตกแต่งตัว QR Code ที่เราสามารถเปลี่ยนสี เปลี่ยนกรอบ เพิ่มโลโก้ ได้ตามใจเราต้องการ รวมไปถึงความละเอียดของ QR Code ด้วย
  • จากนั้นให้เรากด สร้าง QR Code (ตัวเว็บจึงจะแสดงตัวอย่างของ QR Code ของเราขึ้นมา) เมื่อได้ตามที่เราต้องการแล้ว ก็ให้เรากด ดาวน์โหลด QR Code ได้เลย ในส่วนของไฟล์ QR Code ก็จะมีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น SVG, PNG และ JPG เลย

และทั้งหมดนี้ก็คือเว็บไซต์สำหรับสร้าง QR Code ฟรี ไม่มีหมดอายุ สามารถสร้างได้อย่างง่ายดาย เพิ่มความสะดวกในการใช้งานต่างๆ มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นลิงก์เว็บไซต์, รูปภาพ, ข้อความ ฯลฯ นอกจากนี้ถ้าใครมีไอเดียเจ๋งๆ ก็อาจจะดัดแปลง QR Code เป็นสื่อรักก็ได้ เขียนเป็นข้อความบอกความในใจ แกล้งๆ ส่งไปให้คนที่เราชอบสแกน โรแมนติกไปอีกแบบด้วยนะ


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ลืมรหัส iCloud iPhone
กล้องวงจรปิดไร้สาย ดูผ่านโทรศัพท์
หูฟังไร้สายยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง
แอพทำมายแมพ ฟรี
โปรแกรมช่วยดาวน์โหลด

from:https://notebookspec.com/web/647580-free-website-creating-qr-code

รวมเว็บไซต์แจกวอลเปเปอร์คอม 4K, Full HD ฟรี ดาวน์โหลดไปใช้ได้เลย อัพเดต 2022

รวมเว็บไซต์แจกวอลเปเปอร์คอม 4K, Full HD ฟรี ดาวน์โหลดไปใช้ได้เลย อัพเดต 2022

computer wallpaper

สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ก็ต้องบอกเลยว่า วอลเปเปอร์คอมนั้นถือเป็นอะไรที่เราเจออยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นหน้า Desktop หรือง่ายๆ ว่า แค่เปิดเครื่อง เปิดหน้าจอขึ้นมา ก็เจอกับภาพหน้าจอหรือวอลเปเปอร์แล้ว ซึ่งวอลเปเปอร์ ก็เป็นเสมือนหน้าต่างของคอมพิวเตอร์ ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้เราได้รู้สึกดีทุกครั้งที่เปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเอง ทีมงาน NotebookSPEC จึงอยากจะมาแนะนำวิธีการเปลี่ยนภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงเว็บไซต์ดีๆ ที่มีวอลเปเปอร์ คอม 4K, Full HD ฯลฯ แบบสวยๆ ให้เราได้เลือกดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ตามต้องการ เลือกได้ตามสไตล์ที่ชอบ มาดูกันเลย


วิธีตั้งค่าภาพหน้าจอใน Windows 11

สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ที่ในปัจจุบันก็อัพเดตไปถึง Windows 11 แล้วนั้น สำหรับผู้ใช้ใหม่ๆ ที่เพิ่งจะใช้งานคอมพิวเตอร์เลยนั้น เราก็มาดูวิธีการตั้งค่าภาพหน้าจอกันก่อนเลย

Advertisementavw

การตั้งภาพหน้าจอใน Windows 11

w4

การตั้งค่าภาพหน้าจอใน Windows 11 หรือ Windows รุ่นก่อนหน้านั้น บอกเลยว่าทำได้ง่ายมากๆ

  • เพียงแค่เราคลิกขวาที่หน้า Desktop >> จากนั้นเลือก Personalize (หรือ คลิกขวาที่ Start >> เลือก Settings >> Personalization)
  • เราจะเจอกับการปรับตั้งค่าหน้าจอมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Themes, Lock Screen, Taskbar ฯลฯ >> จให้เราเลือกที่ Background (โดยปกติแล้วใน Windows รุ่นใหม่ๆ อย่าง Windows 10 หรือ Windows 11 หรือรุ่นก่อนหน้า ตัว Windows จะมีชุด Wallpaper รวมไปถึง Theme ที่แนะนำสำหรับวินโดวส์ มาให้เราเลือกอยู่แล้ว โดยจะเลือกทั้งสี Theme และภาพพื้นหลังให้เข้ากัน แต่ผู้ใช้งานก็สามารถเลือกปรับแต่งเองได้ตามต้องการ)
  • ใน Background นั้นก็จะมีให้เราเลือกปรับเปลี่ยนได้ตั้งเป็นรูปภาพ, เป็น Solid Color หรือ เป็นแบบ Slide Show เลย เราสามารถเลือกได้ตามต้องการ และสำหรับใครที่เลือกเป็น Picture หรือ รูปภาพนั้น ก็สามารถเลือกภาพจากเครื่องของเราได้โดยเลื่อนลงไป ดูที่ Choose a photo >> Browse Photo

วิธีดูความละเอียดของหน้าจอ หรือ Resolution ของหน้าจอคอมพิวเตอร์

w5
  • ใน Windows นั้น ก็จะมีข้อมูลที่บอก Resolution ของหน้าจอ หรือ ความละเอียดหน้าจอของเราไว้แล้ว การเข้าไปดูนั้นก็ง่ายมากๆ
    • เพียงแค่เราคลิกขวาในหน้าจอ Desktop >> เลือก Display Settings (หรือคลิกขวาที่ Start >> เลือก Settings >> System >> Display)
    • เราจะเห็น Resolution ปัจจุบันที่ใช้อยู่ ในเมนูนี้ ถ้าขึ้นว่า “(Recommended)” ข้าง resolution แสดงว่าเป็น resolution สูงสุด ที่จอภาพสามารถรับได้และแนะนำ (ในกรณีที่เราต่อจอแยก ก็สามารถเลือกหน้าจอที่ต้องการดูความละเอียดได้จากรูปหน้าจอด้านบน)
    • ในกรณีที่เราเลือก Resolution อื่นๆ ที่ระบบไม่ได้ Recommended ไว้ ภาพหน้าจอรวมไปถึงสัดส่วนของจอภาพของเราก็อาจจะถูกบีบ เบลอ หรือถูกยืดได้นั่นเอง
วอลเปเปอร์คอม
  • สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรามีความละเอียดของหน้าจอ หรือ Resolution เท่านั้น เราก็มีวิธีดีๆ มาฝาก ง่ายๆ เลยก็คือ เข้าไปที่เว็บไซต์ What is my screen resolution (bestfirms.com) ได้เลย และเมื่อเข้าไปแล้ว ตัวเว็บก็จะบอก Resolution ของหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราเลยทันที ไม่ต้องกดอะไรเลย ง่ายและสะดวกสุดๆ

เว็บไซต์ดาวน์โหลดวอลเปเปอร์ คอมพิวเตอร์ ฟรี

1. pexels.com

p1

มาเริ่มต้นกันด้วยเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง Pexels กันเลย ตัวเว็บรองรับการใช้งานภาษาไทยด้วย เราสามารถค้นหาภาพที่เราต้องการผ่านการค้นหาด้วยคำคีย์เวิร์ดได้ง่ายๆ เหมาะมากๆ กับใครที่ต้องการใช้งานภาพแบบด่วนๆ รวมไปถึงภาพวอลเเปเปอร์ด้วย เพราะเพียงแค่เราใส่คำค้นที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ตัวระบบก้จะปรากฏคำค้นหามาให้เรา รวมไปถึงภาพที่ใกล้เคียงกับคำค้นของเราด้วย ในส่วนของความละเอียดนั้น ตัวเว็บก็มีให้เราเลือกดาวน์โหลดได้มากมาย แถมยังสามารถกำหนดขนาดของรูปภาพที่เราจะดาวน์โหลดได้เองด้วย ใครที่ต้องการหาภาพวอลเปเปอร์คอมแบบสวยๆ ไปใช้งาน ก็ต้องไม่พลาดกับเว็บนี้เลย


2. Kaboom Pics

p2

เว็บไซต์ถัดมาที่อยากจะแนะนำ ก็คือ เว็บไซต์ kaboompics ที่มาในแนวของรูปภาพแบบไลฟ์สไตล์สวยๆ มินิมอลนิดๆ โดยการค้นหารูปภาพก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เราใส่คำค้นหาที่เราต้องการค้น ระบบก็จะปรากฏรูปภาพตามที่เราต้องการขึ้นมา ความน่าสนใจของ kaboompic ที่น่าสนใจมากๆ เลยก็คือ เราสามารถเลือกโทนสี, หมวดหมู่, การวางแนวของภาพ ได้ด้วย เรียกได้ว่าครบครันมากๆ รูปภาพที่อยู่ในเว็บไซต์ นอกจากจะมีความคมชัดแบบสุดๆ แล้ว ยังมาในแนวสมจริง มีความเข้มของสี ใครที่มองหาภาพวอลเปเปอร์สวยๆ หรือภาพประกอบสำหรับนำไปใช้ทำงาน หรือเรียน เว็บไซต์นี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ ในรูปภาพแต่ละรูป ตัวเว็บก็จะมีบอก Colors Palette ด้วย เรียกว่าครบมากๆ ใครที่ต้องทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิกก็ถือว่าดีมากๆ เลย


3. lifeofpix

p3

เว็บไซต์ต่อมา มีชื่อว่า Life of Pix มาในรูปแบบของภาพแนวอาร์ทๆ แสงสีสวย เน้นอารมณ์ ความรู้สึก เหมาะสำหรับใครที่ชอบภาพแนวนี้มากๆ ไม่ว่า่จะนำไปใช้งานเป็นภาพประกอบ หรือภาพวอลเปเปอร์ ก็เหมาะมากๆ เลย ตัวเว็บยังลิงก์กับ Adobe Stock ด้วย สำหรับใครที่ต้องการภาพจาก Adobe Stock (ที่อาจมีค่าใช้จ่าย) ก็สามารถดาวน์โหลดได้ผ่านเว็บนี้เลย ในส่วนของภาพภายในตัวเว็บ จะไม่มีให้เราเลือกความละเอียด แต่คุณภาพของรูปภาพนั้น ก็คือว่ามีคุณภาพ คมชัด เลยทีเดียว การค้นหารูปภาพ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการพิมพ์คำค้น เพื่อค้นหาภาพได้เลย แต่ต้องเป็นคำค้นภาษาอังกฤษนะ เพราะตัวเว็บไม่รองรับการใช้งานภาษาไทย นอกจากการค้นหาจากคำค้นแล้ว เราก็สามารถเลือก Category, Colors, Orientations ของภาพได้ด้วย


4. Unsplash

p4

Unsplash ถือเป็นเว็บไซต์สำหรับรูปภาพที่มีให้เลือกมากมาย ไม่แพ้เว็บไซต์อื่นๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นภาพคน, วิวทิวทัศน์, ภาพสามมิติ, Patterns ฯลฯ ก็มีให้เลือกมากมายเลย การดาวน์โหลดภาพไปใช้งาน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการค้นหาผ่านคำค้นภาษาอังกฤษ เพราะตัวเว็บไม่รองรับคำค้นภาษาไทย เมื่อค้นหาแล้ว ระบบก็จะปรากฏรูปภาพตามคำค้นของเรา รวมไปถึงรูปภาพที่เกี่ยวข้อง ปรากฏขึ้นมาให้เราด้วย คุณภาพของรูปภาพในเว็บนั้นก็ต้องบอกเลยว่าคมชัดสุดๆ บางรูปนั้นก็เปิดโอกาสให้เรานำไปใช้งานได้หลากหลาย สามารถนำไปตกแต่งเว็บไซต์ หรือทำเป็นภาพโฆษณาได้ แต่อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์นั้น ก็แนะนำว่าให้อ่านกฎและเงื่อนไขให้ดีก่อนนำไปใช้งาน เพื่อที่จะไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง


5. pixabay

p6

ต่อมาคือเว็บไซต์ยอดนิยมแบบสุดๆ อย่าง Pixabay ที่ไม่เพียงเพียงเปิดให้เราได้ดาวน์โหลดรูปภาพ หรือวอลเปเปอร์ไปใช้งานเท่านั้น ยังมี Vectors, Videos, Music ฯลฯ ให้เราได้ค้นหาและเลือกดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ด้วย ทั้งนี้ตัวเว็บมีรูปภาพให้เลือกกว่า 2.5 ล้านรูป ตัวเว็บเปิดให้เราได้ค้นหาง่ายๆ ผ่านการพิมพ์คำค้นลงไป รองรับทั้งคำค้นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สะดวกมากๆ โดยส่วนใหญ่แล้ว รูปภาพในเว็บก็จะเป็นแนวของภาพถ่าย ซึ่งเปิดให้เราสามารถทำไปใช้งานได้หลาก ไม่ว่าจะเป็น ประกอบการโฆษณา, การแก้ไข ปรับแต่งเว็บไซต์ ฯลฯ ก็สามารถนำไปใช้นั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องอ่านเงื่อนไขในการใช้งานรูปภาพแต่ละรูปให้ดีเสียก่อน โดยหลักๆ แล้ว ข้อห้ามในการใช้งานก็จะมีดังนี้

  • ห้ามนำภาพจาก Pixabay ไปขายต่อที่อื่น
  • ห้ามนำภาพไปขายในรูปแบบสินค้าที่จับต้องได้ เช่น โปสเตอร์, โปสการ์ด หรือผลิตภัณฑ์เป็นชิ้น
  • ห้ามนำภาพที่มีใบหน้าบุคคลไปใช้ในทางเสื่อมเสีย
  • ห้ามนำภาพไปใช้ในแนวทางที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

6. streetwill

p5

มาแนวเข้มๆ สตรีท เท่ๆ กันบ้าง กับเว็บไซต์ Streetwill ที่รูปภาพมาในโทนสีขาวดำเป็นหลัก ให้ความรู้สึกเท่ๆ แบบนุ่มลึกไปอีกแบบ นอกจากนี้ก็ยังมีรูปภาพแนวมินิมอล เข้ากับยุคสมัยเป็นอย่างมาก รูปภาพที่เปิดให้ดาวน์โหลดนั้น เราสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีๆ เลย รูปภาพโดยส่วนใหญ่นั้นก็จะผ่านการตกแต่งมาแล้ว ทำให้เราประหยัดเวลาไปได้อีก สำหรับการนำภาพไปใช้งาน แต่หากนำไปใช้งานเป็นวอลเปเปอร์ ก็สามารถทำได้เลยทันที แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เราต้องการนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์นั้น ก็ควรศึกษาเงื่อนไขรวมไปถึงกฎข้อห้ามต่างๆ ให้ดีเสียก่อนด้วย เพื่อที่จะไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง


7. Stocksnap

p7

สำหรับเว็บไซต์อีกเว็บไซตืหนึ่งที่เรานำมาแนะนำสำหรับ เป็นเว็บไซต์ดาวน์โหลดวอลเปเปอร์นั้น ก็คือ StockSnap นั่นเอง สำหรับเว็บไซต์นี้ ก็จะมีรูปภาพเป็นแนวไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงวอลเปเปอร์ต่างๆ เราสามารถเลือกได้ตามหมวดหมู่ที่เราต้องการเลย หรือจะค้นหาโดยใช้คำค้นก็ได้ แต่ต้องค้นหาเป็นคำค้นภาษาอังกฤษ เนื่องจากตัวเว็บไม่ได้รองรับภาษาไทยนั่นเอง โดยเมื่อเราค้นหาแล้ว ระบบก็จะปรากฎรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับคำค้นของเราจำนวนมาก มาให้เราได้เลือกใช้งานกันเลย สามารถนำไปใช้งานได้ทั้ง เป็นภาพวอลเปเปอร์ เป็นภาพประกอบการโฆษณา บล็อก โพสต์ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะดาวน์โหลดไปใช้งานเชิงพาณิชย์ เราก็ควรศึกษาเงื่อนไขให้ดีเสียก่อน ในส่วนของการดาวน์โหลดนั้นก็ทำได้ง่ายมากๆ โดยจะมีปุ่มให้กดดาวน์โหลดรูปฟรีได้เลย โดยรูปภาพจะไม่สามารถเลือกดาวน์โหลดตามขนาดที่ต้องการได้ แต่ทางเว็บไซต์ก็มีเครื่องมือ ‘Customize with the Editor’ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งรูปภาพผ่านทางเครื่องมือของเว็บไซต์ได้ด้วย ถือว่าสะดวกมากๆ เลย


และทั้งหมดนี้ก็คือเว็บไซต์รวมไปถึงวิธีการตั้งค่าวอลเปอเปอร์คอม ที่ทีมงานได้นำมาฝากกัน สำหรับใครที่มองหารูปสวยๆ รูปแนวๆ คมชัด แถมดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี สำหรับนำมาใช้เป็นวอลเปเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือจะนำไปใช้งานด้านอื่นๆ ก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น ประกอบการทำงาน หรือ ประกอบการเรียนการศึกษา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคล เราก็ต้องอ่านเงื่อนไขต่างๆ ให้ดีเสียก่อนที่จะนำภาพเหล่านั้นไปใช้งานด้วย เพื่อที่จะไม่เป็นการทำผิดเงื่อนไขหรือละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โปรเน็ตรายวันทรู, เน็ตรายวัน AIS, ดีแทค
YouTube Premium ราคาถูก
ตัวอักษรเกาหลี
อักษรภาษาอังกฤษสวยๆเท่ๆ
ตัวอักษรพิเศษไทย สวยๆ
แปลง PDF เป็น Word ภาษาไทยไม่เพี้ยน แปลง PDF เป็น Word สระไม่หาย
pdf to excel

from:https://notebookspec.com/web/633938-free-desktop-wallpaper-websites

รวมเว็บนาฬิกาออนไลน์ ใหญ่เต็มจอ ดูเวลาได้ทั่วโลก อัพเดท 2022

รวมเว็บดูนาฬิกาออนไลน์ ขยายได้ใหญ่เต็มจอ ดูเวลาได้ทั่วโลก อัพเดท 2022

แม้ว่าโดยปกติแล้วบนคอมพิวเตอร์นั้นจะมีนาฬิกาสำหรับบอกเวลาอยู่แล้ว โดยนาฬิกาส่วนใหญ่ก็จะตั้งตาม Time Zone ในตอนที่เราลงวินโดวส์อยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่อยากดูเวลาแบบเต็มจอ หรืออยากดูเวลาของประเทศอื่นๆ โดยที่ไม่ต้องการเปลี่ยน Time zone ที่เราอยู่ หรือต้องตั้งค่าใหม่ ทีมงานก็มีเว็บไซต์สำหรับนาฬิกาออนไลน์ ดูเวลาได้ทั่วโลกแบบเต็มจอ ฟรี หรือจะใช้จับเวลาก็ทำได้ จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย


1. Piliapp

นาฬิกาออนไลน์ เต็มจอ

มาเริ่มต้นกับเว็บไซต์แรกกันเลย กับ นาฬิกาแบบออนไลน์จาก Piliapp.com ที่เมื่อเราเปิดหน้าเว็บเข้าไปนั้น ก็จะเจอกับนาฬิกาขนาดใหญ่เลย ตัวนาฬิกาเป็นแบบดิจิตอลเรียบง่ายขนาดใหญ่ โดยที่เราสามารถเลือกรูปแบบของเวลาที่แสดงได้ ว่าจะให้เป็นแบบ 12 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง, สามารถเลือกให้เป็นแบบเต็มหน้าจอได้ เหมาะสำหรับเวลาที่เราต้องการดูเวลาโดยที่เราไม่อยากกดมาดูที่หน้าจอบ่อยๆ นาฒิกาจะโชว์เวลาแบบเต็มจอให้เราเลย สามารถเลือกให้เป็น Analog หรือนาฬิกาออนไลน์เข็ม ได้ด้วย และนอกจากฟีเจอร์นาฬิกาแบบออนไลน์ที่สามารถดูเวลาแบบเต็มจอได้แล้ว ภายในเว็บยังมีนาฬิการูปแบบอื่นๆ ให้เราได้เลือกใช้งานด้วย ไม่ว่าจะเป็น

Advertisementavw
  • เวลาโลก
  • นาฬิกาจับเวลา
  • จับเวลาถอยหลัง
  • ความแตกต่างของเวลา

ในส่วนของนาฬิกาแบบออนไลน์นั้น จะเป็นการปรับเวลาตาม IP ของเครื่องเราที่เข้าใช้งาน ซึ่งเราสามารถเลือกตรง ‘ตัวแปลงเขตเวลา’ เพื่อเปลี่ยนแปลง Time zone ให้เป็นโซนภูมิประเทศที่เราต้องการได้ แถมในส่วนของความแตกต่างของเวลานั้น ก็ยังมีเปรียบเทียบกับเวลาตั้งต้นของเราด้วย เรียกได้ว่าครอบคลุมเรื่องของเวลามากๆ เลย


2. Onlinealarmkur

t2

เว็บไซต์ต่อมา ก็คือ Onlinealarmkur เป็นเว็บสำหรับบอกเวลาแบบออนไลน์ ที่เรียบง่าย ดูสบายตา สามารถมองเห็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน รองรับการแสดงเต็มหน้าจอ 2 แบบ คือรูปแบบที่แสดงแค่เวลาอย่างเดียว กับรูปแบบที่แสดงทั้งเวลาและวันที่ การใช้งานก็ง่ายมากๆ เพราะตัวเว็บรองรับการใช้งานภาษาไทย เมื่อเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา ก็จะเจอกับ นาฬิกาบอกเวลาปัจจุบัน โดยคาดว่าน่าจะยึดตามข้อมูลตำแหน่งของเรา ผ่านหมายเลข IP เช่นเดียวกันกับเว็บไซต์อื่นๆ ถัดลงมาด้านล่างจะเป็นเวลาโลก ที่แบ่งตาม Time Zone ของเมืองต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ถัดลงมาด้านล่าง ก็ยังมีเมนูเกี่ยวกับเวลาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • นาฬิกาปลุกออนไลน์
  • ตัวจับเวลาถอยหลัง
  • นาฬิกาจับเวลาออนไลน์
  • ข้อมูลเว็บไซต์

ในส่วนของนาฬิกาโลกนั้น อาจจะมีเมืองให้เลือกดูเวลาไม่เยอะมากนัก เมื่อเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆ แต่เมนูอย่างนาฬิกาปลก หรือตัวจับเวลา ค่อนข้างใช้งานได้ดีพอสมควรเลย โดยในส่วนของนาฬิกาปลุกออนไลน์นั้น ก็จะมีเสียงตั้งปลุกมาให้เราเลือกใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น เสียงกริ่ง, เสียงไซเรน, เสียงแม่ไก่, เสียงนิวเคลียร์, เสียงเอเลี่ยน ฯลฯ ใครที่เบื่อนาฬิกาปลุกแบบเสียงเดิมๆ ต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน ตัวเว็บยังมีระบบการเลื่อนเวลาปลุกและสามารถตั้งระยะเวลาการปลุกซ้ำได้ด้วย สะดวกมากๆ


3. RAKKOTOOLS

t3

สำหรับเว็บไซต์ RAKKOTOOLS เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตัวแปลงหน่วยปริมาณและความจุ, แปลงหน่วยพลังงาน, เครื่องแปลงหน่วยรังสี ฯลฯ รวมไปถึงเครื่องมือเกี่ยวกับเวลาไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา, นาฬิกาจับเวลา ไปจนถึงนาฬิกาโลกเลย โดยในส่วนของนาฬิกาแบบออนไลน์นั้น เมื่อเรากดเข้าไปดู ก็จะปรากฏเป็นนาฬิกาขนาดใหญ่ มีตัวเลขบอก ชั่วโมง นาที และวินาที ส่วนด้านล่างจะเป็นวันที่ ณ ปัจจุบัน โดยข้อมูลทั้งหมดนั้นจะอิงจากตำแหน่งที่ตั้งตามข้อมูลของเรา ผ่านหมายเลข IP นั่นเอง ทำให้เวลาที่อยู่บนเว็บไซต์นั้นมีความแม่นยำและเที่ยงตรงมาก นอกจากนี้ตัวเว็บยังมีฟีเจอร์เกี่ยวกับนาฬิกาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • เครื่องมือสำหรับจับเวลา
  • จับเวลาถอยหลัง
  • Timestamp Converter
  • นาฬิกาโลก
  • สร้างเครื่องมือนับเวลาของตัวเอง

ในส่วนของเวลาโลกนั้น ก็จะมีแบ่งมาให้เราตามโซนต่างๆ เช่น เอเชีย, สหรัฐอเมริกา, ยุโรป, ออสเตรเลีย ฯลฯ โดยสามารถเลือกดูได้เป็นประเทศๆ ไปเลย แถมยังมีวันที่บอกไว้ด้วย สะดวกมากๆ แต่เว็บนี้ก็มีข้อสังเกตอยู่เหมือนกัน คือ ไม่สามารถดูเวลาแบบเปรียบเทียบกับเวลาปัจจุบันของเราได้นั่นเอง แต่ก็แลกมาด้วยความสะดวกในการค้นหาเวลาและวันที่ปัจจุบันได้ค่อนข้างละเอียดตามรายชื่อเมืองหรือประเทศนั่นเอง


4. Online-stopwatch

t4

สำหรับ Online-stopwatch นั้น มีเครื่องมือสำหรับนาฬิกาหรือเวลามากมาย รูปแบบของนาฬิกาก็มีให้เราเลือกได้ตามต้องการ ทั้งแบบ Analog และ Digital เลย นาฬิกาแบบ Analog ก็ยังสามารถเลือกรูปแบบหน้าปัดนาฬิกาได้อีกด้วย ว่าจะให้เป็นแบบตัวเลขโรมัน ตัวเลขอารบิก หรือไม่ต้องการให้แสดงตัวเลขเลยก็ทำได้ แถมยังมีนาฬิกาแบบที่สามารถอ่านเวลาให้เราฟังได้ด้วย โดยที่เราไม่ต้องคอยมานั่งดูเวลาเอง

ในส่วนของนาฬิกาจับเวลานั้น ก็เรียกว่าทำออกมาเลียนแบบนาฬิกาจับเวลาของจริงเลย โดยมีทั้งแบบ Analog และ Digital เช่นกัน ใครที่ชื่นชอบนาฬิกาต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน นาฬิกาแบบ Classic ก็มีนะ แถมมีเสียงด้วย ใครชอบฟังเสียงนาฬิกาก็สามารถเข้าไปลองเล่นกันได้

สามารถเข้าไปใช้งานนาฬิกาออนไลนืแบบสุ่มได้ที่ : Random Time Generator (online-stopwatch.com)

และสำหรับใครที่อยากได้นาฬิกาแบบสุ่มเวลา สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนเด็กๆ หรือจะใช้ประกอบการสอนในห้องเรียน เว็บไซต์นี้ก็มีเช่นกัน โดยเราสามารถเลือกตั้งค่าได้ด้วย สามารถกดสุ่มเวลาได้ตามต้องการ ใครที่มองหาตัวสุ่มนาฬิกาสำหรับนำไปใช้สอนก็ต้องลองเข้าไปใช้งานเว็บนี้ได้เลย


5. Dayspedia

t5

เว็บไซต์ Dayspedia เป็นเว็บไซต์ที่บอกเวลาได้ค่อนข้างละเอียดและเที่ยงตรงมากๆ อีกเว็บไซต์หนึ่ง โดยตัวเว็บจะอิงข้อมูลตำแหน่งของเราผ่านหมายเลข IP เช่นเดียวกันกับเว็บไซต์อื่นๆ แต่ที่บอกว่าละเอียดนั้น ก็ละเอียดถึงขนาดที่ บอกให้เราทราบถึง เวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น – พระอาทิตย์ตก, ข้างขึ้น – ข้างแรม, Time zone ฯลฯ เลยทีเดียว เรียกว่าใครที่ต้องการดูว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นหรือตกช่วงเวลาไหน ตัวเว็บนี้ก็ช่วยได้มากเลยทีเดียว นอกจากเวลาในปัจจุบันที่เราสามารถรู้ได้แล้ว เรายังสามารถดูเวลาโลก โดยเปรียบเทียบกับเวลาปัจจุบันจากตำแหน่งของเราได้ด้วย และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • Time Zone Map
  • Time Zone Converter
  • Stopwatch
  • Online Clock
  • Timer Online
  • Daylight Saving Time (DST)
  • Common Time Zone List

นอกจากการดูเวลาผ่านเว็บไซต์แล้ว ตัวนาฬิกาออนไลน์ของเว็บไซตืนี้ก็ยังมี Widget Code สำหรับให้เรานำไปประยุกต์ใข้งานได้ด้วย เช่น การนำไปใส่บนเว็บไซต์ ได้ด้วย ใครที่มองหา Widget เกี่ยวกับนาฬิกาสำหรับนำไปใช้งานบนเว็บไซต์ ก็สามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์นี้ได้เลย


ตารางเปรียบเทียบแต่ละเว็บไซต์

เว็บไซต์ รองรับภาษาไทย เวลาโลก วันที่ นาฬิกาจับเวลา ตัวเปรียบเทียบกับเวลาโลก การใช้งานแบบเต็มจอ
(Full Screen)
1. Piliapp รองรับ มีเวลาโลก มีวันที่ มีนาฬิกาจับเวลา มีตัวเปรียบเทียบกับเวลาโลก รองรับ Full Screen
2. Onlinealarmkur รองรับ มีเวลาโลก มีวันที่ มีนาฬิกาจับเวลา ไม่มีตัวเปรียบเทียบกับเวลาโลก รองรับ Full Screen
3. RAKKOTOOLS รองรับ มีเวลาโลก มีวันที่ มีนาฬิกาจับเวลา ไม่มีตัวเปรียบเทียบกับเวลาโลก ไม่รองรับ Full Screen
4. Online-stopwatch ไม่รองรับ ไม่มีเวลาโลก ไม่มีวันที่ มีนาฬิกาจับเวลา ไม่มีตัวเปรียบเทียบกับเวลาโลก ไม่รองรับ Full Screen
5. Dayspedia ไม่รองรับ มีเวลาโลก มีวันที่ มีนาฬิกาจับเวลา มีตัวเปรียบเทียบกับเวลาโลก รองรับ Full Screen

และทั้งหมดนี้ก็คือเว็บไซต์สำหรับการดูนาฬิกาแบบออนไลน์ ที่ทีมงานได้นำมาแนะนำกัน โดยนอกเหนือจากการดูนาฬิกา ดูเวลาแล้ว ยังมีเวลาโลกที่แบ่งตาม Time Zone, ตามเมืองต่างๆ หรือฟีเจอร์นาฬิกาอื่นๆ เช่น การตั้งปลุก, การจับเวลา, การนับถอยหลัง ฯลฯ ให้เราได้เลือกใช้งานกันมากมาย หรือจะเป็นเวลาแบบสุ่มก็สามารถทำได้ ใครที่มองหานาฬิกาแบบออนไลน์ หรือตัวช่วยด้านนาฬิกาอื่นๆ สำหรับใช้งาด้านต่างๆ ก็สามารถลองเข้าไปเล่น เข้าไปใช้งานเว็บไซต์กันได้เลย


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ iPhone ใกล้ฉัน
คีย์ลัด MacBook, ปุ่มลัด MacBook
แท่นชาร์จไร้สาย iPhone
Wordle, Wordle คืออะไร, เกมทายคำศัพท์, เกมทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ, เกมทายคำศัพท์ภาษาไทย
อัดหน้าจอ iPhone
สายชาร์จไอโฟน

from:https://notebookspec.com/web/640047-online-clock-suggestion-websites

Google และ Mozilla เตือนผู้ดูแลเว็บไซต์ ระวังปัญหา parsing ค่า UA เมื่อเวอร์ชันเบราว์เซอร์เป็นเลข 3 หลัก

กูเกิลและ Mozilla ร่วมกันออกประกาศเตือนสำหรับนักพัฒนาและผู้ดูแลเว็บไซต์ เนื่องจากทั้งเบราว์เซอร์ Chrome และ Firefox กำลังเข้าสู่เลขเวอร์ชัน 3 หลัก คือ 100 ในเวลาอันใกล้นี้

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ทั้งสองบริษัทออกมาประกาศ คือเว็บไซต์อาจใช้วิธี parsing ตัวเลขเวอร์ชันเบราว์เซอร์ที่ส่งมาจาก User Agent (UA) โดยฮาร์ดโค้ดเป็นเลข 2 หลักเอาไว้ ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้สำหรับการตรวจสอบความเข้ากันของเบราว์เซอร์กับเว็บไซต์ เมื่อค่าตัวเลขเปลี่ยนเป็น 3 หลัก ก็อาจเกิดปัญหาได้ ซึ่งปัญหานี้ก็เคยเกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ตอนเบราว์เซอร์ขยับเลขเวอร์ชันเป็น 2 หลักที่เวอร์ชัน 10

กำหนดการออกอัพเดตเวอร์ชัน 100 ของ Chrome คือวันที่ 29 มีนาคม 2022 ส่วน Firefox เป็นวันที่ 3 พฤษภาคม 2022

ทั้งนี้วิศวกรของทีม Chrome ได้ทดสอบ library ยอดนิยมที่นักพัฒนาใช้ในการ parsing ค่า UA ก็ไม่พบปัญหาเมื่อเลขเวอร์ชันเป็น 3 หลัก จึงประเมินว่าปัญหานี้น่าจะเกิดในวงจำกัด อย่างไรก็ตามกรณีที่ผลกระทบจากปัญหานี้เกิดขึ้นในวงกว้าง ทั้ง Chrome และ Firefox มีแผนสำรองโดยหากพบปัญหาเข้าเว็บไซต์ไม่ได้ UA จะส่งค่าเวอร์ชันเป็น 99 ไปชั่วคราว

ลักษณะของปัญหาที่เกิดนั้น มีผู้รวบรวมไว้ใน GitHub แล้ว ส่วนรายละเอียดการทดสอบและแก้ไขสำหรับผู้ดูแลและพัฒนาเว็บไซต์ สามารถดูได้จากที่มา

ที่มา: กูเกิล และ Mozilla

alt="Chrome x Firefox"

from:https://www.blognone.com/node/127231