คลังเก็บป้ายกำกับ: VMWARE_TANZU

VMware เปิดตัว VMware Tanzu บน sovereign cloud ช่วยจัดการกับเวิร์คโหลดได้ดีขึ้น

Vmware ประกาศเปิดตัว VMware Tanzu บน sovereign cloud, VMware Aria Operations Compliance pack สำหรับ sovereign clouds และโซลูชันสำหรับสภาพแวดล้อมในการทำงานแบบเปิดรูปแบบใหม่ รองรับผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud ที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นจำนวนถึง 25 รายทั่วโลก

ด้วยนวัตกรรมของ Sovereign SaaS ใหม่เหล่านี้ จะช่วยให้พันธมิตรสามารถส่งมอบการบริการที่เทียบเท่ากับการให้บริการที่มีอยู่บนพลับบลิกคลาวด์ และยังเพิ่มความมั่นใจว่า ข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองและสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด ตามความต้องการของพื้นที่ ภายใต้อาณาเขตของประเทศต่างๆ นั้นได้ดียิ่งขึ้น

VMware Sovereign Cloud Framework และส่วนประกอบต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องได้มารวมกันเป็น VMware Sovereign Cloud Initiative ที่ความสอดคล้องกับ Gaia-X และ การจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) กฏระเบียบของการจัดการข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด (Data Sovereignty) ระดับโลก ทำให้การส่งมอบ sovereign clouds เป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น

Rajeev Bhardwaj รองประธานฝ่ายโซลูชันแพลตฟอร์มผู้ให้บริการคลาวด์ของ VMware กล่าวว่า “หากไม่มี Cloud Sovereignty ก็จะไม่สามารถมี Data Sovereignty ได้เลย และข้อกำหนดต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงกับนวัตกรรมคลาวด์ เรากำลังสร้างแผนปฏิบัติการใหม่ด้วยการนำบริการ SaaS เข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการ VMware Sovereign Cloud สามารถช่วยลูกค้าให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ในขณะที่ยังสามารถลดความเสี่ยงในการปลดล็อกการสร้างมูลค่าจากข้อมูลที่มี”

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-new-tanzu-for-sovereign-cloud/

เจาะลึกโซลูชันเชิงเทคนิคภายใน Cloud X ได้แก่ VMware Tanzu, MS Azure Arc, Veeam Data Protection, Blendata B-Log ว่าตอบโจทย์การทำงานอย่างไรได้บ้าง

“พันธกิจหลักของ AIS Cloud X คือ ต้องการทำให้การเข้าถึงระบบคลาวด์รวดเร็วขึ้น มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น และช่วยให้มีการลงทุนอย่างคุ้มค่ามากที่สุด”

AIS Cloud X Intelligent Cloud Ecosystem พร้อมให้ใช้งานที่หลากหลาย ผสานการทำงานทั้ง EDGE และ Cloud ตอบรับการพัฒนา Application เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานบนระบบ Cloud ให้กับองค์กร โลกได้เปลี่ยนเร็วมาก และอยู่บนความไม่แน่นอน Application และ Business ต่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ทาง AIS Business ได้เล็งเห็นถึงนวัตกรรมของระบบ Cloud ที่จะเข้ามาเป็นเครื่องที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนความต่อเนื่องของธุรกิจแบบยั่งยืน ซึ่งระบบ Cloud จะยังคงให้บริการในรูปแบบเดิมไม่ได้อีก นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมทีมพัฒนาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นจากเหล่าพันธมิตรเข้ามาผสานรวมกันจนเกิดบริการ AIS Cloud X ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

AIS’s Partnership Journey

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับบริการของ AIS Cloud X การส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์แก่องค์กรที่หลากหลาย ตลอดเส้นทางการเดินทางของ AIS Business ได้ผสานความร่วมมือจากพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับระดับโลกในด้านเทคโนโลยี Cloud Computing ซึ่งก้าวของความสำเร็จเหล่านี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อ:   

ปี 2016 :  AIS ได้เริ่มต้นการให้บริการ Cloud Computing ด้วยการผสานเข้ากับนวัตกรรมจากทาง Microsoft เพื่อความเสถียรภาพของการเชื่อมต่อ โดยการบูรณาการนำเอา Edge Node เข้ามาตั้งอยู่ใน Data Center เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อ และช่วยลดระยะเวลาในการเข้าถึง Application

ปี 2017 : AIS พบว่า ในประเทศไทยเริ่มมี Content เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำเป็นจะต้องอาศัยประสิทธิภาพของการให้บริการมากขึ้นเช่นกัน AIS จึงได้ร่วมมือกับ VMware เพื่อสร้าง Local Cloud ขึ้น โดยตั้งอยู่ภายใน Data Center ของทาง AIS เอง

ปี 2018 : หลังจากที่ AIS ได้ร่วมมือกับ VMware เพื่อสร้าง Local Cloud ขึ้นมาแล้วนั่น ยังขยายขีดความสามารถเพิ่มเติมด้วยการผสานรวมเข้ากับ CS LOXINFO บริษัทที่มีประสบการโดยตรงเกี่ยวกับการทำระบบ Cloud Computing มากกว่า 10 ปี นอกจากนี้ยังมี Data Center และศูนย์บริการด้าน Call Center ที่มีความน่าเชื่อถือ

ปี 2019 : AIS ได้จับมือกับ Veeam โดยการทำ disaster recovery ซึ่งเป็นอีกบริการของทาง AIS ไม่ว่าจะเป็น Cloud-to-Cloud (C2C) หรือ On-Prem-to-Cloud 

ปี 2020 : AIS เปิดบริการ AIS ExpressRoute เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายตรงไปยัง Microsoft Azure ได้ด้วยความเร็วสูง และมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่คุ้มค่ายิ่งกว่าวิธีการอื่นๆ ซึ่งในปีเดียวกัน AIS ยังได้ยกระดับขึ้นไปเป็นผู้ให้บริการ #1 VMware Cloud in Thailand 

ปี 2021 : AIS เป็น Strategic Partnership กับ Microsoft เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในระดับความเชี่ยวชาญขั้นสูงให้กับเทคโนโลยีต่างๆ ใน Cloud Ecosystem 

ปี 2022 : ในปี 2022 ได้เป็น Microsoft Thailand Partner of the Year 2022, VMware Thailand Cloud Provider of the Year 2022, VMware LAUNCH PARTNER for Sovereign Cloud (First Sovereign Cloud Partner in Thailand and SEAK 2022) และ Veeam The Best Partner of the year Cloud Service Provider

AIS Cloud X ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับการบริหารจัดการคลาวด์ในระดับองค์กร รองรับการใช้งานได้หลายมิติแบบไร้รอยต่อ (Flexible Cloud Deployment) ผสานการทำงานร่วมกับการ 5G, Edge Computing, Multi-Cloud พร้อมแพลตฟอร์ม Cloud-Native ที่รองรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน ภายใต้แนวคิดการเขียนโค้ดอย่างรวดเร็วตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย (DevSecOps) และคอนเทนเนอร์ (Container) พร้อมบริการที่ช่วยจัดการข้อมูล ทั้งการจัดเก็บการประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อป้องกันด้านความปลอดภัย และการใช้งานข้อมูลเพื่อธุรกิจ (Data Driven Business) ตลอดจนระบบสำรองกู้คืนข้อมูลที่รองรับระบบคลาวด์แบบกระจายตัว (Hybrid Cloud Environment) รวมถึงการทำงานร่วมกับ VMware ในการเป็นพาร์ทเนอร์ระดับผู้ให้บริการ Sovereign Cloud รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเก็บข้อมูลภายในประเทศ

VMware Tanzu Solutions บน AIS Cloud X

VMware Tanzu ช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือใหม่ๆ จากการให้บริการแบบเนทีฟคลาวด์ที่คล่องตัวแบบกำหนดเองและปรับปรุงแอปพลิเคชันให้ทันสมัยและปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนแปลงความต้องการทางธุรกิจของลูกค้า และมีความปลอดภัยสูง สนับสนุนขีดความสามารถอย่างยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ Multi-Cloud ช่วยให้มีการปรับใช้งานจากโค้ดสู่ Production ได้อย่างรวดเร็วแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปสู่ตลาด (Go to Market) เพื่อการบริการลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

“ปณิธานหลักของ VMware คือ การนำเสนอระบบงานระดับองค์กร มีความยืดหยุ่น ปรับขยายได้ง่าย และมีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ VMware ได้สร้างความแข็งแกร่งในมิติที่มีหลากหลายมากขึ้นด้วยการผนึกกำลังร่วมกับผู้ให้บริการระบบคลาวด์ เพื่อส่งต่อความยั่งยืนสู่ลูกค้าต่อไป”

ประโยชน์ของโซลูชัน VMware Tanzu บน AIS Cloud X ช่วยอะไรได้บ้าง – VMware เข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับ Cloud Infrastructure ระดับองค์กรครบทุกมิติและพร้อมเดินหน้าสู่อนาคตเพื่อเป็นผู้ช่วยสำคัญที่จะขยายขีดความสามารถให้ระดับองค์กรได้รับประสบการณ์จากเทคโนโลยีที่ทำให้กระบวนการบริการ Modern Lifecycle ได้โดยอัตโนมัติในทุกวัฏจักรของระบบคลาวด์

  • VMware Tanzu สำหรับ Kubernetes Operations – สามารถสร้าง Cluster on Demand เพื่อปรับใช้งาน Workload บนระบบ Cloud ได้ สามารถทำในส่วนของการปรับใช้งานอัตโนมัติแบบ across-cluster และ across-cloud ซึ่งความสามารถนี้มีให้ใช้งานอยู่บน AIS Cloud X เช่นกัน นอกเหนือจากนั้น VMware Tanzu ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Microservice ที่อยู่ระหว่าง Cloud ได้ด้วย
  • VMware Tanzu Application Platform – เป็น Platform as a Service ซึ่งสามารถทำงานอยู่บน Kubernetes ใดๆ ก็ได้ สร้างประสบการณ์การพัฒนาแอปพลิเคชันให้กับ DEV โดยจะไม่ต้องเสียเวลาในการจัดเตรียม infrastructure as code ให้ความสำคัญมุ่งไปที่โค้ดมากกว่าการติดตามเทคโนโลยีต่างๆ เพราะจะมีมาตรฐานที่เปิดให้เชื่อมต่อกับโอเพนซอร์ซ Ecosystem ใหม่ๆ ได้ นอกจากนี้ยังมี API Portal ให้เข้าไปดาวน์โหลดเฟรมเวิร์คมาพัฒนาได้อย่างง่ายดาย และสามารถรันอยู่บน Kubernetes ใดๆ ก็ได้เช่นกัน

ข้อดีของ TKG หรือ Tanzu Kubernetes Grid บน AIS Cloud X

“ช่วยให้สามารถติดตั้งและรันอยู่บนระบบนิเวศใดก็ได้ โดยจะได้รับประสบการณ์มาตรฐานเดียวกัน ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Local Control Plan”

จุดเด่นและข้อดีของบริการ VMware Tanzu เมื่อรันอยู่บน AIS Cloud X:

  • มีฐานข้อมูลอยู่ในประเทศไทย 
  • สามารถเชื่อมต่อโอนถ่ายข้อมูลระหว่างกันผ่านเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของ AIS 5G ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ Cloud X อยู่แล้ว ทำให้ได้รับ High Brand-width และ Throuthput ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 
  • เรื่องความปลอดภัยของระบบเครือข่าย AIS Cloud X มี Native Firewall ที่รวมเข้ามาใน Portal ของ Cloud X ทั้ง Web Apps Firewall, Anti DDos และ SSL Offload นอกจากนี้ยังมี Security Gateway เข้ามาช่วยในเรื่อง Load Balancer โดยที่ผู้ใช้งานสามารถทำการกำหนดตั้งค่าการเข้าออกของข้อมูลได้ด้วยตัวเอง
  • AIS Cloud X มีหน้าเว็บ Portal ที่สามารถแสดงในรูปแบบกราฟให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น CPU, Network Connectivity, RAM หรือการเรียกดูภาพรวมของการทำงานของทรัพยากรต่างๆ 
  • 100% Native S3 สามารถเชื่อมต่อด้วย API ที่อยู่ภายใน Data Center ของ AIS Cloud X ได้ โดยที่ทุกการเชื่อมต่อและการประมวลผลต่างๆ จะอยู่ภายใต้การดูแลของทาง AIS Business
  • SLA การันตีที่ 99.99% 
  • AIS Cloud X ได้มอบระบบสำรองข้อมูลมาให้พร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ Cloud X ยังได้เพิ่มความพร้อมใช้งานให้กับระบบด้วยแอปพลิเคชันของ VMware และ Veeam ทำให้ Cloud X มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Cloud ทั่วไปหรือ Cloud on Pre-premise เพื่อทำการ Migration / Backup / Replication / Work Load ระหว่างคลาวด์ได้ และสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลจะไม่สูญหายไปไหนด้วย Near Zero (RPO) จาก Veeam

  • On boarding and Migration
  • Move On-Premise to Cloud
  • Cloud to Cloud Disaster Recovery
  • Near Zero Recovery Point Objective (RPO) 

Azure Arc Solutions บน AIS Cloud X

Azure Arc เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยขยายความสามารถในการบริหารจัดการและให้บริการ Azure ในทุกสภาพแวดล้อมได้ทุกที่ นั่นหมายความว่าสามารถปรับใช้ จัดการ และควบคุมทรัพยากรที่ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ และนำบริการต่างๆ เช่น ฐานข้อมูล Azure SQL และ Azure PostgreSQL Hyperscale ไปยัง on-premise datacenter, edge location หรือผู้ให้บริการระบบคลาวด์อื่นๆ ในเรื่อง Security บน Azure Arc สามารถทำการ Streamlined Security บน Cloud, AIS Cloud X และบน Data Center ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อความมั่นใจในการนำเวิร์คโหลดไปรันได้อย่างปลอดภัยไม่ว่าที่ใดก็ตาม โดยการทำ Dev/Sec/Ops, Identity Management, Assess and Protect, Intelligent actions และ Global coverage

ครั้งแรกในประเทศไทยกับการให้บริการโซลูชัน Azure Ecosystem โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวที่พร้อมนำโซลูชัน Azure Arc ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมได้จากทุกที่ โดยเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถนำบริการต่างๆ ของ Azure จาก Global มาใช้งานได้ทั้งบน On-premise หรือบน AIS Cloud X ซึ่งอยู่ในประเทศไทย (Azure go Local) อีกทั้งยังช่วยให้การบริหารจัดการ Azure ที่อยู่หลากหลายสภาพแวดล้อม (Hybrid Environment) เป็นไปได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น ปลอดภัย พร้อมตอบสนองการทำงานของแอปพลิเคชันยุคใหม่ที่หลากหลาย

AIS Cloud X ได้นำทั้ง 4 บริการของ Azure มาปรับใช้บน Local Resource เพื่อบริหารจัดการบน Azure ได้ คือ

  • รองรับบริการ Azure Arc enabled servers เพื่อบริหารจัดการ servers ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบน Cloud, On-Premise หรือว่า AIS Cloud X
  • รองรับบริการ Azure Arc enables Kubernetes หมายความว่า จะสามารถทำการ Auto-Scale Server ได้
  • รองรับบริการ Azure Arc enables SQL Managed Instance ผู้ใช้งานระดับองค์กรจะสามารถ deploy Managed Instance ของ Azure SQL ที่ดูแลโดย Microsoft ลงไปยังที่ใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็น On-premise, Kubernetes Cluster หรือคลาวด์อื่น
  • รองรับบริการ SQL Server – Azure Arc สามารถรับ SQL Server อยู่บน AIS Cloud X แล้วนำ Azure Arc มาช่วยจัดการให้ได้

ตัวอย่างสถาปัตยกรรมของ SQL Server บน Azure Arc enable servers

Veeam Data Protection บน AIS Cloud X

บริการ AIS Backup on Cloud เลือกใช้เทคโนโลยี Veeam® Availability Suite โซลูชันระดับองค์กรที่นำ Veeam® Backup & Replication™ และ Veeam® ONE™ มาไว้ด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการสำรองข้อมูลและการกู้ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เสริมประสิทธิภาพให้กับบริการ Enterprise Cloud ให้มีความปลอดภัย และมีความเสถียรระดับสูงสุด

  • Veeam® Backup & Replication™ การปกป้องข้อมูลแบบ 4-in‑1 สำหรับ RPO ที่ดีที่สุด Veeam มอบความยืดหยุ่นในการปกป้องข้อมูลของคุณใน 4 วิธีที่แตกต่างกันเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด RPO และ RTO ของคุณได้ดีที่สุด ทั้งหมดในผลิตภัณฑ์เดียว เรียบง่าย ยืดหยุ่น เชื่อถือได้ และทรงพลัง ด้วยการ Backup, Replication, Storage Snapshots และ CDP ทำให้สามารถสร้างความมั่นใจในความยืดหยุ่นของธุรกิจ ไม่มีการสูญเสียของข้อมูลและการหยุดชะงักของการปฏิบัติงาน และการปกป้องข้อมูลขององค์กรจากผู้ไม่หวังดี 
  • Veeam ONE™ นำเสนอการตรวจสอบและการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับสภาพแวดล้อมไอทีของคุณ เพื่อการมองเห็นและการควบคุมเพื่อจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพ วางแผนและควบคุม ด้วยข้อมูลเชิงลึกสำหรับ Veeam® Backup & Replication™ รวมถึง VMware vSphere และ Microsoft Hyper‑V ทำให้ Veeam ONE™ มอบการตรวจสอบ การรายงาน และระบบอัตโนมัติที่ชาญฉลาดและล้ำลึกผ่านเครื่องมือแบบโต้ตอบ ระบุและแก้ไขปัญหาจริงของลูกค้าก่อนที่จะเริ่มต้น 

Veeam สามารถเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลบนระบบคลาวด์ได้ 4 แบบ ที่จะเข้ามาช่วยการทำ Transformation คือ

  1. Backup to Cloud – การสำรองข้อมูลได้มากกว่าแห่งเดียว หรือที่เรียกว่า Off-site Data เพราะหัวใจสำคัญที่สุดขององค์กรคือข้อมูล ดังนั้นเราจึงเป็นที่เก็บข้อมูลสำรองอีกหนึ่งชุดให้แก่คุณ
  2. Migration to Cloud – การย้ายข้อมูลด้วย Cloud Computing ซึ่งในปัจจุบันองค์กร ย้ายระบบจากศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่ (ศูนย์ข้อมูลในพื้นที่) ไปยัง Public Cloud ย้ายระบบจาก Cloud หนึ่งไปยัง Cloud อีกแห่งหนึ่งหรือที่รู้จักกันว่าการโยกย้าย Cloud-to-Cloud ในมุมของ Veeam จะใช้วิธีที่เรียกว่า Direct Restore เพื่อเข้าช่วยจัดการ
  3. Backup on Cloud – Veeam ขยายขีดความสามารถด้วย Veeam Kasten K10 ผสานรวมกับ VMware Tanzu Kubernetes Grid (TKG) เพื่อให้บริการแอปพลิเคชัน สำรองข้อมูลและความคล่องตัว การจัดการข้อมูล K10 สามารถปรับใช้กับ vSphere ได้อย่างราบรื่นทั่วทั้ง TKG และการกระจาย Kubernetes อื่น ๆ K10 มีความเรียบง่ายในการปฏิบัติงานเป็นหลัก ทำให้ Kubernetes เคลื่อนย้ายแอปพลิเคชันและสำรองข้อมูลได้ง่ายเหมือนนับ 1-2-3 เมื่อใช้ K10 คู่กับ Tanzu Kubernetes ทำให้สามารถจัดการข้อมูลระดับ Application Container ได้ง่ายและรวดเร็ว
  4. Recover from Cloud – Veeam จดสิทธิบัตร “Instant Recovery” เพื่อการกู้คืนที่รวดเร็วปานสายฟ้าตามขนาดสำหรับ VMs, Applications, Servers และ NAS เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การกู้คืน

Veeam Kasten K10 รองรับอะไรได้บ้าง

K10 ออกแบบมาให้ผสานการทำงานร่วมกับ Kubernetes เป็นหลัก ไม่ว่าจะใช้ Distributions ตัวไหน K10 ก็สามารถรองรับได้ เช่น VMware Tanzu เป็นต้น มีความยืดหยุ่นสูง และมีความปลอดภัยในระดับผู้ดูแลระบบขององค์กรทั้งการสำรองและกู้คืนข้อมูลในส่วนของแอปพลิเคชัน

Audit Reporting – โจทย์ที่สำคัญของการทำระบบ Backup Data คือเรื่อง Audit Reporting เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ และจัดการด้วยเครื่องมือที่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ ทำให้สามารถทราบได้ว่ามีอะไรเสี่ยงบ้าง หรือรู้ความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดเหตุ ซึ่งภารกิจนี้เป็นหน้าที่หลักของ Veeam ด้วยการนำเสนอเครื่องมือที่เข้ามาช่วยทำเรื่อง Monitoring และ Reporting Veeam ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ด้าน Infrastructure ของ Virtualization สำหรับตรวจสอบดูความเคลื่อนไหวบนระบบนิเวศ เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงแบบทันท่วงที และสามารถจัดทำ Reporting ที่มีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังสามารถทำการ Backup ได้ด้วย เพราะฉะนั้น คุณสมบัติเหล่านี้ของ Veeam จึงสามารถการันตีมาตรฐานการปกป้องข้อมูลให้กับกระบวนการ Audit ในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยอำนวยความสะดวกในส่วนงาน Operation ปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น

ภารกิจต่อมาของ Veeam คือ ระบบ Protection ที่สามารถตอบโจทย์ศูนย์ข้อมูลได้มากกว่า 1 แห่ง นั่นหมายความว่าโซลูชันของ Veeam สามารถรองรับการทำงานในเรื่องของ DR ได้ด้วย ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องมือที่สามารถทำการโอนย้ายระบบไปรันในอีกศูนย์ข้อมูลได้ทันที ถ้าเกิดเหตุการณ์เสี่ยงต่อข้อมูลขึ้น โดยการจัดการเพียงแค่คลิ๊กเดียว จากการทำ Planning ไว้ล่วงหน้า ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ คือ

  • Recovery Time ได้ 
  • SLA ควบคลุมได้     
  • Human Error ไม่มี

เรื่อง Security 

Veeam มีโซลูชันที่เข้ามาป้องกันพวก Ransomware ได้ด้วยเช่นกัน จึงสามารถทำเป็น Single Platform ในการทำเรื่อง Data Protection ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

Blendata B-Log Solutions บน AIS Cloud X

Blendata B-Log เป็นส่วนหนึ่งในเรื่อง Security ซึ่ง AIS ให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือประเด็นในเรื่องของข้อมูล Log ควรต้องเป็นประโยชน์ใช้สืบค้นหลักฐานได้จริงเมื่อเกิดเหตุ โดยกลไกภายใต้บริการนี้ก็คือโซลูชันจาก Blendata ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูล Log ได้อย่างรวดเร็ว ตรงตามความต้องการ ลืมไปได้เลยกับประสบการณ์แย่ๆที่การค้นหาข้อมูลช้าเสียจนท่านต้องล้มเลิกความตั้งใจ

AIS Business-Log Management ยังมีข้อดีอีกมากมายดังนี้

  • การให้บริการเป็นรูปแบบจ่ายตามจริง ตามขนาดพื้นที่จัดเก็บ หรือปริมาณนำเข้าข้อมูล
  • ค่าบริการสามารถจ่ายได้แบบรายเดือน นั่นหมายความว่าท่านสามารถทดลองใช้หรือวางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่าการลงทุนของตัวเอง ซึ่งมีราคาสูงทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลางเข้าถึงยาก
  • Log สามารถขยายตัวได้ง่ายเพราะโครงสร้างพื้นฐานอยู่บน AIS Cloud ดังนั้นจึงได้ข้อดีของคลาวด์มาเต็มๆ
  • รองรับข้อมูล Log ที่เก็บจากทุกอุปกรณ์
  • คอมไพล์กับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ซึ่งได้กำหนดให้ข้อมูล Log ที่เก็บต้องมีความน่าเชื่อถือ ป้องกันการถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงแม้แต่ผู้ดูแลระบบ ยกเว้นแค่ผู้เกี่ยวข้องเช่น เจ้าหน้าที่หรือผู้ตรวจสอบระบบสารสนเทศขององค์กร รวมถึงต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการบริการจัดการ เทคนิคและ กายภาพ 
  • รวมศูนย์การบริหารจัดการโดยท่านสามารถเข้าถึงข้อมูล Log ของท่านได้ผ่าน Self Service Portal เพื่อดูสรุปข้อมูลจาก Dashboard ถึงภาพรวมและสถานะของ Log รวมถึงค้นหาข้อมูลและนำข้อมูลออกในรูปแบบ CSV พร้อมทั้งสร้างรายงานสำหรับผู้บริหาร

AIS Business Contact Center ยังช่วยให้ท่านสามารถอุ่นใจพร้อมรับเรื่องตลอดแบบ 24×7 เพื่อคำปรึกษากรณีความกังวลใจหรือจากปัญหาต่างๆ ไม่เพียงเท่านั้นทีมงานของ AIS ยังติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นแบบ Proactive หากพบปัญหาที่เกี่ยวกับ Log ของท่านเช่น ไม่มีข้อมูลส่งเข้ามาในระบบ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มักเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุแต่หากไม่ได้ติดตามหลายท่านก็อาจพลาดไปได้

บทสรุป 

AIS Cloud X เป็นสูตรสำเร็จที่ลงตัวและครบเครื่องด้านการให้บริการระบบคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการสูง ด้วยการผสานรวมพลังขีดความสามารถที่โดดเด่นเฉพาะตัวจากเหล่าพันธมิตรระดับ Global ทั้งหลายอย่าง VMware Tanzu, MS Azure Arc, Veeam Data Protection และ Blendata B-Log เพื่อขับเคลื่อนบริการที่มีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงของผู้ใช้บริการได้รวดเร็วขึ้น มีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น และช่วยให้มีการลงทุนอย่างคุ้มค่าได้มากที่สุด 

นอกจากนี้ เมื่อ AIS Cloud X ผนึกกำลังกับการเชื่อมต่อด้วยเครือข่าย 5G ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในสายเลือดเดียวกัน จึงทำให้การทำงานไร้ซึ่งรอยต่อ ตอบโจทย์ความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจและยกระดับไปสู่ยุค Digital Transformation ได้อย่างยั่งยืน  

AIS Business พาร์ตเนอร์ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกเรื่อง ICT & Digital ที่คุณมั่นใจ

“Your Trusted Smart Digital Partner”

ปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่

Email: business@ais.co.th

Website: https://business.ais.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/deep-dive-into-cloud-x-solutions-vmware-tanzu-ms-azure-arc-veeam-data-protection-blendata-b-log/

VMware Tanzu Application Platform เครื่องมือสนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โฟกัสการเขียนโค้ดได้มากขึ้น ลดการยุ่งกับ Kubernetes Platform | Tangerine x VMware

ในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ปัจจุบัน ชัดเจนว่าเทรนด์ของการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นกำลังไปในแนวทางแบบคอนเทนเนอร์ (Containerization) กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเครื่องมือยอดนิยมอย่าง Docker หรือ Kubernetes (K8s) เพราะด้วยความสะดวกสบาย บริหารจัดการได้ง่าย และสามารถรองรับการทำกระบวนการ DevSecOps ได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless)

แต่ถ้าหากองค์กรใดที่รู้สึกว่าคุ้นชินกับการใช้แพลตฟอร์ม Kubernetes อยู่แล้ว แต่รู้สึกติดขัดปัญหาในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำได้ยังค่อนข้างช้าอยู่ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเพราะส่วนของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer) นั้นยังไม่มีแพลตฟอร์มอะไรที่สนับสนุนการทำงานให้เร็วขึ้น และอาจจะต้องไปยุ่งกับ Kubernetes Platform มากจนเกินไปก็เป็นได้

บทความนี้ จึงอยากจะแนะนำให้รู้จักกับเครื่องมือ “Tanzu Application Platform (TAP)” ของทาง VMware ที่จะช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์มีเวลาไปสนใจในเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างเต็มที่ ลดภาระในเรื่องการจัดการ Kubernetes Platform และช่วยทำให้สามารถทำกระบวนการ DevSecOps ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม

กระบวนการ DevSecOps ในมุมของ VMware

เชื่อว่าองค์กรหลาย ๆ แห่งในปัจจุบันจะมีการปรับใช้กระบวนการ DevSecOps กันไปอย่างแพร่หลายแล้ว โดยภาพรวมการทำงาน (Workflow) ทั่วไปของ DevSecOps นั้นจะมีการแบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

  • “Dev” หรือ Development – ดูแลเรื่องการพัฒนาหรือเขียนโค้ดตามความต้องการ พร้อมทดสอบ Debug ภายในเบื้องต้น
  • “Sec” หรือ Security – ดูแลรีวิวโค้ดที่ได้จาก Dev ในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยภายในโค้ดว่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่
  • “Ops” หรือ Operations – ดูแลรีวิวโค้ดที่ได้จาก Dev ทดสอบ (Test) ว่าผ่านทุกกรณีทดสอบ (Test Case) ที่กำหนดไว้ไหม ก่อนนำโค้ดชุดใหม่ขึ้นสู่ระบบถัด ๆ ไป เช่น Staging, UAT และ Production ตามขั้นตอน

โดย VMware จะเรียกกระบวนการ DevSecOps ทั้งหมดนี้รวมกันว่า “Supply Chain” ซึ่งจะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน (Separation of Concern) ระหว่างงานของ Dev กับ Sec และ Ops โดยกระบวนการที่ Dev ทำตั้งแต่เริ่มเขียนโค้ดจนถึงขั้นตอน Debug ก่อนที่จะ Commit ขึ้นไปนั้นจะเรียกว่า “Inner Loop” และตั้งแต่กระบวนการ Test & Build ที่ Sec กับ Ops ดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Container Image ใส่ Container Security การเชื่อมกับระบบ Continuous Integration and Continuous Delivery (CI/CD) จนถึงระบบ Production นั้นจะเรียกว่า “Outer Loop”

หากใครหรือองค์กรใดได้มีการใช้งาน Kubernetes Platform กันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น VMware Tanzu for Kubernetes Operation หรือว่าค่ายอื่น ๆ จนคุ้นชิน แต่ยังรู้สึกได้ว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมานั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน มีประเด็นติดขัดในเรื่องของ Outer Loop ที่มักจะทำได้ช้า เป็นไปได้ว่าท่านอาจจะยังขาดเครื่องมือที่สนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์และ “Tanzu Application Platform” นี้เอง คือเครื่องมือที่จะแก้ไข Pain Point นี้ได้

รู้จัก VMware Tanzu Application Platform

Tanzu Application Platform หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า “TAP” นั้นคือแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เครื่องมือสนับสนุนอยู่ภายในอย่างครบครัน ที่จะช่วยทำให้การนำโค้ดหรือแอปพลิเคชันที่พัฒนาเสร็จสิ้นแล้วไป Deploy สู่ Kubernetes Cluster ในส่วนที่เป็น Staging หรือว่า Production ได้อัตโนมัติ ไม่ว่า Kubernetes Platform นั้นจะอยู่ที่ Public Cloud หรือว่า On-Premises ก็ตาม

หลักการภาพรวมของ TAP นั้นคือภายในแพลตฟอร์มจะมี Default Supply Chain ที่มีการกำหนดเส้นทางและกระบวนการที่ต้องทำไว้ โดยฝั่ง Sec และ Ops นั้นจะสามารถปรับแต่งขั้นตอนที่ต้องทำได้ทั้งหมด อย่างเช่น การเชื่อมต่อ CI/CD หรือระบบสแกน Security ที่ต้องการใช้งาน เป็นต้น และเมื่อ Dev ได้ทำการ Commit โค้ดขึ้นไปบนแพลตฟอร์ม TAP ไม่ว่าจะผ่าน IDE ยอดนิยมอย่าง VS Code หรือผ่าน CLI แพลตฟอร์ม TAP ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนในเส้นทางดังกล่าวอย่างอัตโนมัติ จนทำให้โค้ดที่พัฒนาขึ้นมานั้นไปถึงระบบ Production ได้สำเร็จ

ชัดเจนว่า แพลตฟอร์ม TAP ได้ช่วยสนับสนุนการทำงานของทั้งฝั่ง Inner Loop และ Outer Loop ให้มีความสะดวกขึ้นมาก โดยเฉพาะในฝั่งของ Dev ที่จะสามารถมุ่งเน้นเรื่องของการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าหาก Dev ในองค์กรนั้นต้องดูแลทั้งฝั่ง Sec และ Ops ในคนเดียวกันด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้กระบวนการนำขึ้นโค้ดขึ้น Production ทำได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ภายใน TAP นั้นยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ อีกมากที่ช่วยให้สามารถเริ่มต้นการพัฒนาได้เร็วขึ้นอีกด้วย 

ส่วนประกอบ Component ภายใน TAP

ภายใน Tanzu Application Platform นั้นมีส่วนประกอบ (Component) อยู่ภายในแพลตฟอร์มมากมาย ซึ่งแล้วแต่จะเลือกใช้ว่าจะต้องการใช้ส่วนไหนบ้าง โดยหลัก ๆ ส่วนที่สำคัญจะมีดังต่อไปนี้

  • API Portal – แหล่ง API ที่สามารถใช้งานภายในแอปพลิเคชันที่จะพัฒนาขึ้นมา ซึ่งส่วนนี้จะมีเอกสาร (Documentation) รายละเอียดของ API ที่สามารถใช้งานได้ พร้อมทดลองใช้ API ได้ก่อนด้วย
  • Application Accelerator – แคตตาล็อกของ Template ไฟล์ YAML (สกุลไฟล์ .yaml) สำหรับเริ่มต้นเขียนโค้ดที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ทันที โดยภายในไฟล์ YAML นั้นจะมีการตั้งค่า Structure และ Configuration ไว้ให้แบบ Best Practices แล้ว เพื่อให้สามารถนำไป Deploy ได้ทันที
  • Application Live View – ส่วนแสดงข้อมูลและการแก้ไขปัญหา (Troubleshooting) ที่ช่วยให้ Dev และ Ops เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหลังแอปพลิเคชันรันขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ตามหลักการของ Spring Boot Acuator 
  • Supply Chain Security Tools – เครื่องมือความมั่นคงปลอดภัยต่าง ๆ ที่จะช่วยตรวจสอบให้ Container ให้มีความมั่นใจ และลดความเสี่ยงในเรื่อง Security 
  • Tanzu Learning Center – แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่สามารถทดลองสร้างและลองทำ Workshop ได้ด้วยตัวเองเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ TAP ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะผ่าน Console, Shell หรือว่า IDE 

ภายใต้ Tanzu Applications Platform นั้นยังคงมี Component อื่น ๆ อีกมากมายให้เลือกใช้งาน โดยสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดของแต่ละส่วนได้ในเอกสารจากทาง VMware 

Application Accelerator แบบ UI สามารถค้นหา Template ได้อย่างรวดเร็ว
Application Accelerator สำหรับผู้ที่ถนัด CLI
Application Live View

TAP ยกระดับการพัฒนาแบบ DevSecOps ไปอีกขั้น

ปัจจุบัน Tanzu Application Platform ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเวอร์ชัน 1.2 แล้ว ซึ่งภายในเวอร์ชันนี้ได้มีฟีเจอร์เพิ่มเติมเข้ามามากมาย ตัวอย่างเช่น

Application Single Sign-On (App SSO)

App SSO คือส่วนที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถ Log In ไปที่ Identity Provider (IdP) หรือผู้ที่มีหน้าที่พิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้ในการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่มีการ Deploy บน Kubernetes เพียงแค่ครั้งเดียว ซึ่งในเวอร์ชัน 1.2 นี้จะทำให้ Dev และ Ops นั้นมีวิธีการที่จะทำให้การทำ Single Sign-On นั้นสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ง่าย และไร้รอยต่อได้ทันที 

TAP บน Amazon Elastic Kubernetes Services (EKS)

ด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เกิดขึ้นระหว่าง VMware กับ Amazon ทั้งสองจึงร่วมมือกันทำให้ผู้ที่ใช้งาน Amazon EKS อยู่แล้วนั้นสามารถรัน TAP ใช้งานบน EKS ได้แล้ววันนี้ ซึ่งทั้งสองได้ร่วมกันทำ Quick Start ออกมาให้กับผู้ที่สนใจอยากใช้งานสามารถติดตั้งและเริ่มใช้งาน TAP พัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น

ปลั๊กอิน TAP บน IntelliJ IDEA

ตามที่กล่าวข้างต้นไปแล้ว TAP นั้นสามารถใช้งานได้ภายใน IDE ยอดนิยมอย่าง Visual Studio Code เป็นที่ เรียบร้อย ซึ่งหลังจากนี้ ตั้งแต่เวอร์ชัน 1.2 เป็นต้นไป นักพัฒนาซอฟต์แวร์จะสามารถติดตั้งปลั๊กอินเพื่อใช้งาน TAP ใน “IntelliJ IDEA” อีกหนึ่ง IDE ยอดนิยมที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายได้แล้ว

มาถึงจุดนี้ หากใครรู้สึกอยากลองใช้งาน Tanzu Application Platform เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกับการใช้งาน Kubernetes Platform แล้ว สามารถเข้าไปเรียนรู้รายละเอียดอื่น ๆ ในเอกสารของทาง VMware เพิ่มเติมได้ที่นี่ อย่างไรก็ดี ทาง VMware เพิ่งประกาศเปิดตัว TAP เวอร์ชัน 1.3 เมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย ซึ่งในเวอร์ชันถัดไปก็ยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาเพิ่มเติมอีกมากมายที่จะมาช่วยสนับสนุนให้การทำ DevSecOps นั้นสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก

เริ่มต้นใช้งาน TAP ได้แล้ววันนี้

ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า Tanzu Application Platform นั้นคือเครื่องมือสนับสนุนสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้เส้นทางของ Supply Chain หรือการนำโค้ดที่พัฒนาขึ้นมาให้สามารถดำเนินไปตามกระบวนการ DevSecOps ขึ้นสู่ระบบ Production บน Kubernetes Cluster ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงปลอดภัย ซึ่งจะทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถโฟกัสกับการเขียนโค้ดได้อย่างเต็มที่ ลดการยุ่งกับ Kubernetes Platform ลงไป และทำให้การพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ไปจนถึงการส่งมอบให้กับผู้ใช้งานนั้นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว 

สุดท้ายนี้ ข่าวดีสำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้การใช้งาน Tanzu Application Platform ทาง “Tangerine” ผู้นำด้านโซลูชันไอที และเป็นพาร์ตเนอร์ระดับสูงสุดกับทาง VMware ผู้มี Certificate ระดับ Professional  และประสบการณ์มากมายในการให้บริการ VMware Tanzu นั้น กำลังจะจัด Webinar ที่จะมาเจาะลึกรายละเอียดของ Tanzu Application Platform พร้อมเปิดประสบการณ์พัฒนาแอปพลิเคชันให้ไวยิ่งขึ้น ลดต้นทุน ลดเวลาการพัฒนาจากหลักเดือนเหลือเพียงหลักวัน พร้อมทริกในการแก้ปัญหาใด ๆ ในซอฟต์แวร์ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หมดห่วงปัญหา Downtime เสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ กับหัวข้อ “VMware Tanzu Application Platform (TAP) เปิดประสบการณ์ที่เหนือกว่า พัฒนาแอปพลิเคชันแบบ End-to-end” ซึ่งหากใครเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วรู้สึกสนใจอยากใช้งาน TAP แล้ว ห้ามพลาด Webinar นี้โดยเด็ดขาด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

from:https://www.techtalkthai.com/simplify-your-software-development-with-vmware-tanzu-application-platform-by-tangerine/

ยกระดับ Development Pipeline สู่ยุคใหม่ด้วย VMware Tanzu พัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็ว มั่นคงปลอดภัย พร้อมประสบการณ์ทำงานที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร | Tangerine x VMware

การพัฒนาแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรในปัจจุบันนั้นนอกจากผลลัพธ์แล้ว องค์กรยังต้องพิจารณาถึงขั้นตอนในการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีความรวดเร็วมากเพียงพอที่จะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ องค์กรส่วนใหญ่จึงเลือกใช้เครื่องมือสมัยใหม่มากมายเข้ามาช่วยทั้งในขั้นตอนการพัฒนา จัดเตรียมทรัพยากร ตรวจสอบ และนำระบบขึ้นไปใช้งานจริงบนคลาวด์

ในบทความนี้ ทีมงานมีโอกาสได้พูดคุยกับทีมงาน Tangerine ถึงแพลตฟอร์ม Tanzu จาก VMware ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการพัฒนาแอปพลิเคชันขององค์กร ทั้งในแง่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์ และการจัดการโครงสร้างพื้นฐานและ Operation ที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร จึงขอสรุปมาให้ผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักและศึกษากัน

รู้จักกับ VMware Tanzu – เพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันสมัยใหม่ จาก Development สู่ Delivery

กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในสมัยใหม่ในองค์กรทั่วไปนั้นมักมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ฝ่ายพัฒนา (Development) ที่ทำหน้าที่สร้างและแก้ไขซอฟต์แวร์ให้ตรงตามโจทย์ที่ได้รับ ฝ่ายความปลอดภัย ที่คอยตรวจสอบความปลอดภัยและดูแลให้ซอฟต์แวร์เป็นไปตามมาตรฐานกำกับดูแล และฝ่าย Operation ที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานและการนำซอฟต์แวร์ขึ้นไปใช้งานในระดับโปรดักชั่น ทั้ง 3 ส่วนนี้ทำงานเกี่ยวเนื่องกัน และเป็นปัจจัยที่กำหนดประสิทธิภาพ ความเร็ว และคุณภาพของซอฟต์แวร์ที่ออกสู่ผู้ใช้

Tanzu เป็นแพลตฟอร์มจัดการกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำงานแบบ Cloud-native โดยถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทั้งฝ่าย Dev, Sec, และ Ops ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายในตัวแพลตฟอร์มประกอบไปด้วยเครื่องมือต่างๆสำหรับขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ Operation ดังนี้

  • Tanzu Application Platform (TAP) – แพลตฟอร์มสำหรับจัดการกระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันบน Kubernetes และจัดการกับขั้นตอน Operation ต่างๆเพื่อนำซอฟต์แวร์ไปสู่ผู้ใช้งาน
  • Tanzu for Kubernetes Operations – โซลูชันจัดการ Operation บนคลาวด์อย่างครบวงจร
  • เครื่องมือสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์บนคลาวด์และจัดการข้อมูล
  • เครื่องมือสำหรับการใช้งาน Kubernetes สำหรับองค์กร

จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Tanzu คือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้มีตัวเลือกที่หลากหลาย สามารถเลือกใช้บริการเพียงบางส่วนของแพลตฟอร์มหรือนำแพลตฟอร์มไปปรับแต่งทำงานร่วมกับเครื่องมือหรือระบบที่องค์กรมีการใช้งานอยู่แล้วได้อย่างเต็มที่ รองรับการทำงานทำงานทั้งในระบบแบบ On-premise, บนคลาวด์สาธารณะอย่าง AWS, Google Cloud, Microsoft Azure, และคลาวด์ของ VMware อีกทั้งรองรับการใช้งานแบบ Multi-cloud อีกด้วย

ลำดับต่อไป เราจะมาเจาะลึกกันถึง Tanzu for Kubernetes Operations และ Tanzu Application Platform ซึ่งเป็นสองบริการหลักจาก Tanzu

Tanzu for Kubernetes Operations – จัดการและดูแล Kubernetes ของทั้งองค์กรได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่า Container จะอยู่ที่ใด

ในองค์กรที่มีการใช้งาน Kubernetes มากขึ้นเรื่อยๆคงทราบดีถึงความซับซ้อนในการดูแล Container ทั้งหมดที่มี และเฝ้าระวังปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนในด้านของกระบวนการ การรักษาความปลอดภัย และการ Monitor ระบบ และความซับซ้อนนี้ก็ยิ่งทวีมากขึ้นเมื่อองค์กรมีการใช้งานคลาวด์ที่หลากหลายในรูปแบบของ Hybrid Cloud, Multi-cloud, และ Edge

Tanzu for Kubernetes Operations เป็นโซลูชันที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเข้ามาตอบโจทย์การจัดการ Kubernetes ขององค์กรโดยตรง จากประสบการณ์ความเข้าใจในการดำเนินการ Operation ที่ VMware มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การจัดการ Kubernetes ง่ายขึ้นแล้ว ยังมีระบบตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมของ Kubernetes เพื่อแจ้งเตือนถึงความเสี่ยงและแนะนำจุดที่น่าปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

Tanzu for Kubernetes Operations สามารถเข้ามาช่วยทีม Operation จัดการกับแง่มุมต่างๆของกระบวนการดำเนินการตั้งแต่การจัดการ Container ทั้งในแบบ Manual และอัตโนมัติ การเชื่อมต่อและเครือข่าย ความปลอดภัย ข้อมูลในระบบ รวมไปถึงตรวจสอบสถานะการทำงานและเฝ้าระวังการดำเนินการอย่างละเอียด เรียกได้ว่าจบครบทุกอย่างของงาน Operation ได้ในแพลตฟอร์มเดียว

โดยจากการพูดคุยกับทีมงาน Tangerine นอกจากการจัดการ Kubernetes ในองค์กรอย่างเป็นระบบแล้ว องค์กรยังสามารถนำแพลตฟอร์มดังกล่าวเข้าไปช่วยในด้านอื่นๆ เช่น

  • ดูแลและเฝ้าระวังระบบ Kubernetes แบบ Real-time และอัตโนมัติในคลาวด์ทุกที่ที่องค์กรใช้งานอยู่
  • จัดการการเข้าใช้งาน Kubernetes แบบ Self-service ให้กับนักพัฒนาในองค์กร
  • ปรับปรุงระบบและทำ Optimization สำหรับทั้ง Performance และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
  • วิเคราะห์และย้ายระบบจาก Legacy ใน Virtual Machine เดิมที่มีเข้าสู่การทำงานแบบ Container และเปลี่ยนการดำเนินการไปสู่ Hybrid และ Multi-cloud
  • สร้างระบบรักษาความปลอดภัย สำรองข้อมูล และปรับระบบให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามข้อกฎหมายที่กำหนด

Tanzu Application Platform (TAP) – ประสบการณ์การทำงานที่เหนือกว่า สำหรับทีม Development, Security, และ Operation

ดังที่ได้กล่าวไปตอนต้นว่าในการดำเนินการขององค์กรสมัยใหม่นั้นต้องอาศัยการร่วมงานกันอย่างแน่นแฟ้นระหว่างทีม Dev, Sec, และ Ops บ่อยครั้งที่การประสานงานอันจำเป็นนี้ได้กลายมาเป็นคอขวดในการพัฒนาซอฟต์แวร์เข้าสู่ตลาด ทำให้กระบวนการทั้งหมดช้าและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

แนวคิดของ Tanzu Application Platform (TAP) คือการลดขอบเขตงานให้แต่ละฝ่ายงานสามารถโฟกัสกับสิ่งที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญได้เต็มที่ นักพัฒนาสามารถเริ่มขั้นตอนการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลถึงการจัดการกับ Container หรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับ Kubernetes ฝ่ายความปลอดภัยมีกลไกในการตรวจสอบความเสี่ยงและรักษาความปลอดภัยในแอปพลิเคชันและเครือข่ายในทุกเวอร์ชั่นของการพัฒนา และในขณะเดียวกันฝ่าย Operation ก็มีเครื่องมือที่จะช่วยในการดำเนินแอปพลิเคชันที่ได้รับมาจากฝ่ายพัฒนา นำขึ้นไป Deploy ตลอดจนดูแลแอปพลิเคชันและ Pipeline ของการพัฒนาทั้งหมด

TAP ได้รวบรวมเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายงานทำงานได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการพัฒนา นักพัฒนาสามารถเลือก Template แอปพลิเคชันแบบ Cloud-native ที่มีให้เลือกใช้ และเริ่มการเขียนโค้ดผ่าน IDE ที่ชื่นชอบแล้วทดสอบระบบผ่านคลัสเตอร์ Kubenetes ได้ทันทีโดยไม่ต้องลงมือ Config ทุกอย่างด้วยตัวเอง และเมื่อการพัฒนาเสร็จสิ้น ก็สามารถส่งต่อแอปพลิเคชันไปยังทีม Operation เพื่อผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย และดำเนินการ Deploy ขึ้นระบบ Production ได้อย่างรวดเร็ว

ทางด้านฝ่ายความปลอดภัยและ Operation ก็สามารถปรับแต่งการตั้งค่า Container และ Kubernetes ตามเงื่อนไขขององค์กร และกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ต้องการทดสอบลงไปในแพลตฟอร์ม TAP ได้ เมื่อมีแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่เข้ามาก็สามารถนำโค้ดไปตรวจสอบได้โดยอัตโนมัติ หากมีปัญหา แพลตฟอร์มก็จะทำการแจ้งเตือนให้ทราบทันที จึงช่วยลดภาระด้านการประสานงานและลดข้อผิดพลาดในการทำงานให้น้อยลง

TAP สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์และการจัดการ Operation ที่องค์กรมีการใช้งานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Framework ในการพัฒนาต่างๆ เช่น .NET หรือ Spring, IDE เช่น VSCode, Git, kpack, Jenkins, K8S, และเครื่องมืออื่นๆทั้งบริการเชิงพาณิชย์และ Opensource โดยสามารถใช้งาน TAP ได้ผ่านทาง Command Line และหน้า GUI บนเว็บไซต์

ทีมงาน Tangerine เล่าว่าแม้ TAP จะเป็นบริการที่ค่อนข้างใหม่จาก VMware แต่ในปัจจุบันก็มีองค์กรนำแพลตฟอร์มนี้ไปใช้ช่วยในงานต่างๆ เช่น

  • การทำ Automation ให้กับขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์และ Operation
  • การพัฒนาซอฟต์แวร์ตามหลัก Agile ที่ต้องการความรวดเร็วสูง และการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Microservice
  • การสร้างบริการ Platform-as-a-Service ภายให้องค์กร ให้นักพัฒนาสามารถเข้ามาใช้ Kubernetes ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  • การปรับระบบขององค์กรให้ทันสมัยยิ่งขึ้น กำจัดแอปพลิเคชัน Legacy และเพิ่มระบบ Automation ในกระบวนการพัฒนา
  • การสร้างระบบตรวจสอบและ Log การทำงานของระบบโดยละเอียดเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมาย

เปลี่ยนความซับซ้อนให้เรียบง่ายด้วย VMware Tanzu โดย Tangerine

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบัน กระบวนการพัฒนาและนำซอฟต์แวร์ออกสู่ผู้ใช้งานนั้นมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ด้วยเครื่องมือที่มีให้เลือกใช้มากมายและเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา การใช้คลาวด์ในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น และปัจจัยและความเสี่ยงต่างๆทางด้านไอที ธุรกิจ และกฎหมายที่องค์กรต้องคำนึงถึง แพลตฟอร์ม VMware Tanzu จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่ต้องการจัดการกระบวนการให้กระชับ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากการสำรวจการใช้งานจริงของลูกค้า VMware พบว่า Tanzu นั้นสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและนำซอฟต์แวร์ออกสู่ผู้ใช้ได้มาก โดยเฉลี่ยอาจเพิ่มอัตราการนำซอฟต์แวร์ขึ้นระบบโปรดักชั่นได้สูงถึง 82% เพิ่ม Productivity ของทีมพัฒนาได้ 37% และเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับนักพัฒนาของทีม Operation ได้มากถึง 78% ในโลกที่แอปพลิเคชันต้องอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่าผลลัพธ์เหล่านี้จะสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างมาก

แพลตฟอร์ม Tanzu นั้นเปิดให้บริการทั้งในรูปแบบไม่มีค่าใช้จ่าย (Community Edition) และมีค่าใช้จ่าย โดยความสามารถจะแตกต่างออกไปตามแพลนที่เลือกใช้ หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วสนใจศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแพลตฟอร์มนี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของ VMware Tanzu Community Edition หรือตรวจสอบแพลนการใช้งานได้ที่นี่

และหากท่านใดที่สนใจอยากเริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าว หรือพูดคุยกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการจัดกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมไปถึงการจัดการและวางโครงสร้างพื้นฐาน IT บนคลาวด์ในรูปแบบต่างๆ สามารถติดต่อไปทางทีมงาน Tangerine ได้ทันทีที่ marketing@tangerine.co.th หรือโทร 02-285-5511

ห้ามพลาด! Tangerine ร่วมจัดสัมมนาออนไลน์กับ VMware ถ้าอยากรู้จัก Vmware Tanzu Application Platform มากขึ้น ลงทะเบียนเลย!

ร่วมเปิดประสบการณ์พัฒนาแอปพลิเคชันให้ไวยิ่งขึ้น ลดต้นทุน ลดเวลาการพัฒนาจากหลักเดือนเหลือเพียงหลักวัน พร้อมทริกในการแก้ปัญหาใดๆ ในซอฟต์แวร์ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หมดห่วงปัญหา Downtime เสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ เชิญร่วมฟังบรรยายออนไลน์ “VMware Tanzu Application Platform (TAP) เปิดประสบการณ์ที่เหนือกว่า พัฒนาแอปพลิเคชันแบบ End-to-end” โดยวิทยากรจาก VMware (Thailand) และ Tangerine ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2022 เวลา 14:00 – 15:30 น. ลงทะเบียนฟรีได้ที่นี่ คลิก

from:https://www.techtalkthai.com/improve-your-development-pipeline-with-vmware-tanzu-by-tangerine/

Tangerine x VMware Webinar: VMware Tanzu Application Platform (TAP) เปิดประสบการณ์ที่เหนือกว่า พัฒนาแอปพลิเคชันแบบ End-to-end

Tangerine ร่วมกับ VMware (Thailand) ขอเชิญเหล่านักพัฒนาเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์เรื่อง “VMware Tanzu Application Platform (TAP) เปิดประสบการณ์ที่เหนือกว่า พัฒนาแอปพลิเคชันแบบ End-to-end” พร้อมเคล็ดลับการพัฒนาแอปฯ ให้ไว ลดต้นทุน และแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว หมดห่วงเรื่อง Downtime ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม เวลา 14:00 น. ลงทะเบียนเข้าฟังบรรยายได้ฟรี

รายละเอียดงานสัมมนา

หัวข้อ: VMware Tanzu Application Platform (TAP) เปิดประสบการณ์ที่เหนือกว่า พัฒนาแอปพลิเคชันแบบ End-to-end
วัน: วันพุธที่ 26 ตุลาคม 2022
เวลา: 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Live Webinar
ลิงก์ลงทะเบียน: https://forms.gle/j4gJmKNANpra9DqWA

ยุค Digital 4.0 ทำให้ Software กลายเป็นหัวใจสำคัญธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์, บริการ หรือช่องทางหลักในการดำเนินธุรกิจของหลายองค์กร ความได้เปรียบในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ แข่งขันกันอยู่ที่ความเร็ว และความเสถียรของ Application เพื่อให้ตอบสนองได้ทันใจลูกค้า

ร่วมเปิดประสบการณ์พัฒนาแอปพลิเคชันได้ไวยิ่งขึ้น ลดต้นทุน ลดเวลาการพัฒนาแอปฯ จากหลักเดือนเหลือเพียงหลักวัน พร้อมทริกในการแก้ปัญหาใดๆ ในซอฟต์แวร์ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หมดห่วงปัญหา Downtime เสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ

สนใจเข้าร่วมงาน สามารถสแกน QR Code หรือกดปุ่มลงทะเบียนด้านล่าง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 02-678-8660 ต่อ 106

from:https://www.techtalkthai.com/tangerine-x-vmware-webinar-vmware-tanzu-application-platform/

[Guest Post] VMware Tanzu® เพิ่มประสิทธิภาพในพอร์ตโฟลิโอเพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้าง ประมวลผล และจัดการเนทีฟคลาวด์แอปพลิเคชัน

VMware มอบประสบการณ์ที่น่าสนใจสำหรับนักพัฒนา Kubernetes พร้อมให้การจัดการที่ครอบคลุม
ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพระหว่างพอร์ตโฟลิโอแอปพลิเคชัน VMware Tanzu ให้ทันสมัย

องค์กรต่างๆ กำลังอยู่ภายใต้ความกดดันที่เพิ่มมากขึ้น ในการปรับปรุงธุรกิจให้เป็นแบบดิจิทัล ด้วยการพัฒนาการปฎิบัติงานด้านไอที และการปรับแอปพลิเคชันให้ทันสมัย เนื่องจากวิธิการแบบเดิมๆ ไม่สามารถสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันหรือปรับนวัตกรรมให้รวดเร็วอย่างที่ธุรกิจต้องการได้ในปัจจุบัน นักพัฒนาและทีมไอทีต้องปรับตัวในการพัฒนาเนทีฟคลาวด์แอปพลิเคชันให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากองค์กรต่างๆ อยู่ในยุคที่ได้ถูกกำหนดให้ต้องพร้อมให้บริการในรูปแบบดิจิทัล และแอปพลิเคชันที่ทันสมัยไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัจจัยหลักในการในดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนช่องทางสร้างรายได้สำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล ที่งาน VMware Explore 2022 วีเอ็มแวร์ (NYSE: VMW) ขอเสนอความก้าวหน้าใน VMware Tanzu portfolio – Tanzu Application Platform และ Tanzu for Kubernetes Operations ซึ่งปลดล็อกประสิทธิภาพในการทำงานของนักพัฒนา ส่งมอบการรักษาความปลอดภัยแบบ end-to-end ตั้งแต่เริ่มใช้งานจนกระทั่งเปิดใช้งาน พร้อมทั้งเปิดใช้งานการรักษาความปลอดภัยของการทำงานแบบมัลติคลาวด์ที่รองรับการทำงานได้จากทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดของการพัฒนา Kubernetes

อาเจย์ พาเทล รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Modern Apps & Management ของ VMware กล่าวว่า

“บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันในการเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาแอปพลิเคชันและความพยายามในการส่งมอบที่รวดเร็ว มีความยืดหยุ่น และมีความปลอดภัย เมื่อพวกก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างแท้จริง ทีมแพลตฟอร์มต้องให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์สำหรับนักพัฒนาที่ดีที่สุด พร้อมทั้งเส้นทางสำหรับการเพิ่มความเร็วในการพัฒนา ในขณะเดียวกันก็ต้องจัดเตรียมช่องทางสำหรับการเปิดใช้งานและประมวลผลแอปพลิเคชันให้ได้อย่างปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือ ให้เหมาะสมกับทุกคลาวด์ที่ใช้งาน ไม่ว่าลูกค้าของเราจะเริ่มต้นจากการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มาพร้อมกับแอปพลิเคชันที่มีอยู่แล้ว หรือด้วยแอปพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาใหม่ในระบบคลาวด์ VMware Tanzu สามารถตอบสนองความต้องการได้ เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน Kubernetes vSphere พร้อม Tanzu Kubernetes Grid จะช่วยให้คุณมีแพลตฟอร์มที่พร้อมสำหรับนักพัฒนา สำหรับผู้ที่เริ่มใช้งาน Amazon Elastic Kubernetes Service (EKS) แล้ว หรือ Kubernetes ใดๆที่ได้ถูกแจกจ่ายไปแล้ว ยังสามารถใช้งาน Tanzu for Kubernetes Operations และ Tanzu Application Platform สำหรับเพิ่มประสบการณ์ของผู้ให้บริการและนักพัฒนาของคุณ”

วิธีที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จาก VMware Tanzu

VMware Tanzu กำลังถูกนำไปปรับใช้โดยลูกค้าทั่วทั้งคลาวด์ Edge และดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยมุมมองในการจักการ การพัฒนา การขึ้นระบบ และการส่งมอบ Kubernetes ที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมแบบ distributed

กาเนช เวนกาตารามัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Digital Transformation ที่ Fiserv กล่าวว่า

“Tanzu Application Platform ช่วยให้เรามีความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือใหม่ๆ จากสภาพแวดล้อมในการให้บริการแบบเนทีฟคลาวด์ ในขณะเดียวกันยังคงเปิดโอกาสให้ให้เรายังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตจากสิ่งที่ได้ลงทุนไปแล้ว ทั้งหมดนี้จะรวมอยู่เป็นโมดูลเดียวที่มีความปลอดภัย ช่วยให้เรามุ่งเน้นไปในการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องคำนึงถึงการขึ้นต่อกันของแอปพลิเคชันหรือการเปลี่ยนรหัสข้อมูลต่างๆ ในการส่งมอบการกลยุทธ์บนมัลติคลาวด์และความต้องการบนแอปพลิเคชันของเรา ช่วยให้ทีมของเรามีความคล่องตัวและสามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เราเพิ่งเริ่มต้นใช้งาน Tanzu Application Platform และตั้งตารอที่จะนำ Application Accelerator มาปรับแต่งและใช้งานซอฟต์แวร์ทางด้านซัพพลายเชนที่ปลอดภัยของเรา ตามความต้องการที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้”

จากรายงาน State of Kubernetes ของ VMware(1) พบว่า 65% ขององค์กรได้เริ่มใช้งาน Kubernetes เป็นระบบจริงแล้ว และ 48% คาดว่าจะขยายการใช้ปรับงานได้มากขึ้นในปีหน้า VMware Tanzu for Kubernetes Operations เป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างและดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานคอนเทนเนอร์ที่ทันสมัยในขนาดต่างๆ ทั่วทั้ง Kubernetes และระบบคลาวด์ต่างๆ จากข้อมูลใหม่ที่ได้รับจาก Enterprise Strategy Group(2), Tanzu สำหรับ Kubernetes Operations ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้อยลง 70-80% ผ่านการดำเนินงานของ Kubernetes, เวลาในการตอบสนองลดลง 58% และเวลาในการสร้างมูลค่าเร็วขึ้นสามถึงห้าเท่าสำหรับลูกค้าของเรา ด้วยวิธีการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินการของ Kubernetes สำหรับแอปพลิเคชันที่ทันสมัยที่ดีขึ้นและง่ายขึ้น

VMware Tanzu® สำหรับ Kubernetes Operations เพิ่มขีดความสามารถในการใช้งาน Kubernetes ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยบนคลาวด์ทุกประเภท

VMware ยังคงเข้าถึงลูกค้า ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ตำแหน่งใดบนเส้นทางการนำโครงสร้างพื้นฐานของ Kubernetes มาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแบบทีมเดียว แบบคลาวด์เดียว หรือใช้งานทั่วทั้งองค์กรในระบบมัลติคลาวด์ และอาศัย VMware Tanzu สำหรับ Kubernetes Operations ในการสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม พร้อมทั้งทำการกำหนดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับวงจรการพัฒนาไปจนถึงการใช้งานที่สมบูรณ์ ที่งาน VMware Explore 2022 VMware ประกาศการอัปเดตส่วนประกอบหลักสำคัญใน Tanzu สำหรับ Kubernetes Operations – VMware Tanzu® Mission Control™, VMware Aria Operations สำหรับ แอปพลิเคชัน (แต่เดิมคือ VMware Tanzu® Observability™ โดย Wavefront) และ VMware Tanzu® Kubernetes Grid™ – เพื่อให้ การจัดการ การส่งมอบ และความน่าเชื่อถือของ Kubernetes เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

VMware Tanzu Mission Control ขยายขีดความสามารถในการจัดการ Kubernetes แบบหลายคลัสเตอร์และแบบมัลติคลาวด์

ด้วยความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ VMware ในการสนับสนุนลูกค้าในทุกขั้นตอนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Kubernetes อย่างสมบูรณ์ VMware Tanzu Mission Control ได้ประกาศฟีเจอร์ใหม่หลายรายการที่ขยายและเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการจัดการ Kubernetes แบบมัลติคลาวด์และหลายคลัสเตอร์:

  • พรีวิวของ Lifecycle Management สำหรับ Amazon Elastic Kubernetes Service (EKS) clusters: VMware Tanzu Mission Control จะเปิดใช้งานการจัดเตรียมและการจัดการคลัสเตอร์ Amazon EKS โดยตรง เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างนักพัฒนาและผู้ปฏิบัติงานและมีตัวเลือกสำหรับประเภทคลัสเตอร์มากขึ้น ช่วยให้ทีม DevOps ลดความยุ่งยากในการจัดการ Kubernetes แบบมัลติคลาวด์และมัลติคลัสเตอร์ด้วยการจัดการวงจรการดำเนินงานจากศูนย์กลางของ Tanzu Kubernetes Grid and Amazon EKS cluster
  • รวมเข้ากับ VMware Aria Automation: Tanzu Mission Control ถูกรวมเข้ากับ VMware Aria Automation ซึ่งเดิมเรียกว่า VMware vRealize® Automation Cloud™ เพื่อทำให้ Infrastructure as a Service (IaaS) และ Kubernetes platform operations มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการรวมกันนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานออกแบบโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ และบริการพื้นฐานบน vSphere ต่างๆ หรือพับบลิกคลาวด์ และยังสามารถปรับใช้คลัสเตอร์ Kubernetes ได้โดยตรงผ่าน VMware Aria Automation และยังช่วยให้สามารถจัดการขนาดได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยการใช้นโยบายต่างๆ ของ Tanzu Mission Control ผ่านกลุ่มคลัสเตอร์และปฏิบัติตามกฎและข้อจำกัดของ VMware Aria Automation
  • ทำงานบน Cluster Lifecycle Management อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอผ่าน GitOps: ผู้ใช้งาน VMware Tanzu Mission Control สามารถใช้คลัสเตอร์ผ่าน GitOps ในการกำหนดค่าคลัสเตอร์ Kubernetes ที่สอดคล้องกันได้ คุณลักษณะนี้มีวิธีการจัดการกำหนดค่าคลัสเตอร์ด้วย VMware Tanzu Mission Control ผ่านการจัดส่งอย่างต่อเนื่องจาก Git repository การส่งมอบอย่างต่อเนื่องผ่าน VMware Tanzu Mission Control ถูกสร้างขึ้นบน Flux CD ละช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแนบ Git repository กับคลัสเตอร์และ ส่งผ่าน YAML artifacts จาก repository ไปยังคลัสเตอร์ สามารถเพิ่มความสอดคล้องให้กับ GitOps toolchain
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชันด้วยการสำรองและกู้คืนข้อมูล แบบ Cross-Cluster ตัวดำเนินการแอปพลิเคชันของ Kubernetes มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นในการจัดการแอปพลิเคชันในตนเอง ด้วยการสำรองและกู้คืนข้อมูล แบบ Cross-Cluster คุณลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานแอปพลิเคชันสามารถย้ายแอปพลิเคชันระหว่างคลัสเตอร์ต่างๆ ที่ทำงานบนคลาวด์ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ภายในองค์กร เพื่อปรับปรุงความยืดหยุ่นของแอปพลิเคชันและการกู้คืนข้อมูลที่ง่ายขึ้น

ขอแนะนำ Unified Observability โดย VMware Aria Operations for Applications

ในขณะที่องค์กรต่างๆ ทำการปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอแอปพลิเคชันที่มีอยู่ให้ทันสมัยและสร้างเนทีฟคลาวด์แอปพลิเคชันใหม่ๆ ความต้องการแอปพลิเคชันและ Kubernetes ในการบันทึกข้อมูลต่างๆ ขยายตัวมากยิ่งขึ้น Unified Observability Platform ใหม่ของ VMware โดย VMware Aria Operations for Applications ซึ่งเดิมคือ VMware Tanzu Observability ช่วยให้มุมมองแบบฟูลสแต็คง่ายยิ่งขึ้น พร้อมกับประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สามารถประเมินได้สำหรับสภาพแวดล้อมมัลติคลาวด์ แพลตฟอร์ม Unified Observability ใหม่ขยายความสามารถที่มีอยู่ด้วยการเพิ่มการจัดการบันทึกการทำงาน เพื่อส่งข้อมูลที่เกิดขึ้นต่างๆผ่านการติดตาม ตัวชี้วัด และทำการบันทึก ซึ่งช่วยให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่นำไปดำเนินการได้ และลด MTTR (mean-time-to-resolution) ในการทำงานขนาดใหญ่  แพลตฟอร์มดังกล่าวจะทำการรวมข้อมูลต่างๆเช่น ข้อมูลเชิงลึก การดำเนินการต่างๆทั้งหมดของไอที และนำเสนอแดชบอร์ดสำหรับแอปพลิเคชันที่สามารถกำหนดได้เองที่พร้อมใช้งาน โดยมีการผสานรวมของผู้ขายมากกว่า 250 รายในการเริ่มบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์จากสแต็กต่างๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที ช่วยลดไซโลข้อมูล วอร์รูม และการแจ้งเตือนเมื่อเกิดความล้า

VMware Tanzu Kubernetes Grid 2.0 ปรับปรุง Kubernetes และการจัดการวงรอบการใช้งานแอปพลิเคชัน

ด้วยการปรับใช้คอนเทนเนอร์แบบ on-premise ที่เพิ่มมากขึ้น ในพับบลิกคลาวด์ และ Edge จึงมีความจำเป็นการกำหนดมาตรฐานของ Kubernetes ในสภาพแวดล้อมต่างๆ เหล่านี้ VMware Tanzu Kubernetes Grid ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งและการดำเนินงานในวันที่ 2 โดยการรวมเอาเทคโนโลยีโอเพนซอร์สที่สำคัญและเครื่องมืออัตโนมัติต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ทีมงานสามารถเริ่มต้นและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว VMware ขอแนะนำ Tanzu Kubernetes Grid 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทีมไอทีและนักพัฒนาได้รับประสบการณ์ที่คล่องตัวในการจัดการและเตรียมพร้อมใช้งานวงรอบของการทำงานของคลัสเตอร์ Kubernetes ความสามารถใหม่ได้เพิ่มความยืดหยุ่นและการควบคุมในการสร้างคลัสเตอร์ด้วย Cluster Class, การจัดตำแหน่ง API แบบโอเพนซอร์ส, ความสามารถในการจัดการวงรอบการใช้งานแอปพลิเคชัน และเครื่องมือ Carvel-based ซึ่งถูกรวมไว้อย่างแน่นหนาใน vSphere 8 ทำให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานในการประมวลผลที่มีอยู่ให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมแบบ Kubernetes ที่พร้อมใช้งานสำหรับองค์กรทั่วทั้งระบบคลาวด์ ขณะนี้ Tanzu Kubernetes Grid ยังรองรับขนาดของคลัสเตอร์ที่เล็กกว่าสำหรับโหนดควบคุมเดียวและโหนดผู้ปฏิบัติงานเดียว ที่พร้อมให้ใช้งานใน VMware Edge Compute Stack 2.0 สำหรับ Enterprise Edge ที่มาพร้อมกับความเรียบง่ายและสามารถปรับขนาดได้

VMware Tanzu® Application Platform™ เพิ่มขีดความสามารถในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนาและลดความซับซ้อนของ DevSecOps

ลูกค้าของ VMware ที่มีกลยุทธ์ในการใช้เนทีฟคลาวด์แอปพลิเคชันกำลังมองหา VMware Tanzu Application Platform ที่เป็นแพลตฟอร์มสตรีมที่ช่วยลดความซับซ้อนในการสร้าง กำหนดค่า เชื่อมต่อ และปรับใช้แอปพลิเคชันใหม่ได้อย่างปลอดภัยไปสู่การขึ้นใช้งานระบบ VMware Tanzu Application Platform ได้รับการออกแบบมาเพื่อปลดล็อกประสิทธิภาพในการทำงานของนักพัฒนาโดยมอบ Application Accelerators และเตรียมพร้อมแนวทางในการขึ้นใช้งานระบบ ด้วยส่วนประกอบที่จำเป็นทั้งหมดที่ได้ทำการกำหนดค่าไว้ล่วงหน้า สำหรับทีมนักพัฒนาในการสร้างและปรับใช้ซอฟต์แวร์ได้อย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัย ที่งาน VMware Explore 2022 VMware ได้ทำการประกาศล่วงหน้าเกี่ยวกับความสามารถใหม่ใน Tanzu Application Platform ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของนักพัฒนาและผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน สำหรับ สภาพแวดล้อม Kubernetes เพิ่มความปลอดภัยของซัพพลายเชน และการรวบรวมสภาพแวดล้อมต่างๆ ในการทำงานเพิ่มเติม การอัปเดตที่สำคัญได้แก่:

  • ความพร้อมใช้งานบน RedHat OpenShift: เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับลูกค้าของเราสำหรับทางเลือกแพลตฟอร์ม Kubernetes Tanzu Application Platform 1.3 จะพร้อมให้ใช้งานบน RedHat OpenShift ซึ่งทำงานใน vSphere และบน bare metal และใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่มีอยู่แล้วใน RedHat OpenShift เพื่อใช้ประโยชน์จาก Tanzu Application Platform ได้อย่างเต็มที่
  • รองรับ Air-gap: Tanzu Application Platform 3 พร้อมให้ใช้งานแล้วสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมระดับสูง และตัดการเชื่อมต่อด้วยการเพิ่มการติดตั้งแบบ air-gapped ช่วยให้แน่ใจว่าส่วนประกอบต่างๆ การอัปเกรด และแพตช์พร้อมใช้งานในระบบและสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม พร้อมทั้งต้องมีการรักษาข้อมูลขององค์กรให้มีความปลอดภัยมากขึ้นตลอดเวลา
  • Secure Software Supply Chain Enhancements: Tanzu Application Platform 3 เพิ่มการรักษาความปลอดภัยในการเริ่มใช้งานระบบให้ราบรื่นด้วย ความสามารถใหม่ 3 ประการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการพัฒนาและการดำเนินการพร้อมด้วยการเร่งความเร็วในการขึ้นใช้งานระบบ
    • Tanzu Application Platform ทำการขยายสภาพแวดล้อมในการรองรับการตรวจหาจุดบกพร่อง พร้อมกับได้รวมเอา VMware Carbon Black scanner (นอกเหนือจาก Snyk และ Grype) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกและใช้ประโยชน์จากการสิ่งที่ได้ลงทุนไปในการรักษาความปลอดภัยของซัพพลายเชน
    • แดชบอร์ดการตรวจสอบเฝ้าระวังจุดบกพร่องจากศูนย์กลาง ช่วยทีมแอปพลิเคชันในการตรวจสอบความปลอดภัยเบื้องต้นก่อนปรับใช้และการรักษาความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชันที่จะนำขึ้นใช้งาน
    • Software Bill of Materials (SBoM) รองรับ SPDX เพิ่มเติมจาก CycloneDX เพื่อให้ทีมงานมีทางเลือกในการนำเข้าและส่งออก SBoM ผ่านปลั๊กอิน Tanzu Insight CLI
  • การลงทะเบียนข้อกำหนด API แบบไดนามิก: Tanzu Application Platform 1.3 ช่วยให้ให้ประสบการณ์ในการเผยแพร่ ใช้งาน และการทำงานร่วมกันบน API เป็นแบบอัตโนมัติสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน การรวมเอาปลั๊กอิน Backstage API Docs เข้ากับ Tanzu Application Platform GUI จะถูกลงทะเบียนอัตโนมัติและเผยแพร่ข้อกำหนดปริมาณงานผ่านซัพพลายเชนที่มีความปลอดภัยไปยัง API catalog พร้อมทำการตั้งค่าการควบคุมการเข้าถึงตามบทบาทที่กำหนด
  • Jenkins CI/CD integration: Tanzu Application Platform 1.3 ขยายขีดความสามารถของผู้ใช้ในการใช้ประโยชน์จาก Jenkins pipelines ใน Tanzu Application Platform ด้วย deeper Jenkins integrations การรวมเข้าด้วยกันนี้จะช่วยให้สามารถใช้ส่วนประกอบ Jenkins CI เป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนที่มีอยู่เพื่อจัดการขั้นตอนเฉพาะใน CI/CD pipeline ทั้งหมดส่งผลให้ Jenkins jobs จาก Tanzu Application Platform ซัพพลายเชน ทำงานโดยอัตโนมัติ

บริการของ VMware Cross-Cloud™ จะช่วยนำลูกค้าเข้าสู่ยุคมัลติคลาวด์

ที่งาน VMware Explore 2022 VMware ทำการเปิดตัวข้อเสนอใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงสำหรับบริการ VMware Cross-Cloud ที่จะช่วยนำลูกค้าเข้าสู่ยุคมัลติคลาวด์ด้วยความอิสระ พร้อมด้วยความยืดหยุ่น และความปลอดภัย การบริการ VMware Cross-Cloud เป็นพอร์ตโฟลิโอของบริการบนคลาวด์ที่มอบวิธีการสร้าง ใช้งาน การเข้าถึง และการรักษาความปลอดภัยให้แอปพลิเคชันบนคลาวด์จากอุปกรณ์ใดๆก็ได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวและง่ายดาย การให้บริการหลักของ VMware Cross-Cloud ได้แก่ 1) App Platform 2) Cloud Management 3) Cloud & Edge Infrastructure 4) Security & Networking และ 5) Anywhere Workspace สำหรับข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ VMware นำเสนอเส้นทางสู่ระบบคลาวด์ด้วยรวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล โปรดไปที่ VMware Explore 2022 media kit

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-tanzu-enhances-portfolio-to-help-customers-build-process-and-manage-native-cloud-applications/

[Guest Post] VMware ยกระดับประสบการณ์การมัลติคลาวด์ที่ดีขึ้นแก่ลูกค้าด้านนวัตกรรมใหม่

VMware เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ พร้อมบริการ Cross-Cloud และประกาศความร่วมมือสำคัญที่งาน VMware Explore

เพื่อนำเสนอประสบการณ์คลาวด์ที่รวดเร็วและชาญฉลาดสำหรับธุรกิจดิจิทัล

ซาน ฟรานซิสโก – VMware Explore US 2022 (31 สิงหาคม 2565) – ที่งาน VMware Explore 2022 บริษัท วีเอ็มแวร์ จำกัด (VMware, Inc. หรือ NYSE: VMW) เปิดตัวนวัตกรรม บริการ ข้อเสนอใหม่ และขยายความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการช่วยให้ลูกค้าใช้งานและเติบโตในมัลติคลาวด์ในปัจจุบัน ลูกค้ายังคงพัฒนาและปรับธุรกิจของตนให้เป็นดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ รวดเร็วและให้บริการลูกค้าของตนเองได้ดียิ่งขึ้น VMware และระบบนิเวศของพาร์ทเนอร์ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เลือกระบบคลาวด์ที่เหมาะสมกับแอปได้ดียิ่งขึ้น

นายรากู รากูราม ซีอีโอของ VMware กล่าวว่า “ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้มาใหม่ที่เกิดและเติบโตในคลาวด์หรือผู้ให้บริการที่เป็นที่ยอมรับ เป้าหมายสูงสุดสำหรับลูกค้าคือระบบมัลติคลาวด์ที่ช่วยให้พวกเขาเร่งการสร้างนวัตกรรมดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น – ทั้งหมดขับเคลื่อนโดยรูปแบบการดำเนินงานที่สอดคล้องกันซึ่งขยายไปทั่วทุกคลาวด์ ที่ VMware Explore เราร่วมกับพาร์ทเนอร์นำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ด้วยแนวทาง Cloud-Smart”

คลิกเพื่อ อ่านบล็อกโพสต์ของ รากู รากูราม หัวข้อ จาก Cloud Chaos สู่ Cloud Smart

ความสามารถใหม่เหล่านี้สร้างขึ้นจากบริการ VMware Cross-Cloud™ ที่เปิดตัวในงาน VMworld 2021 ปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้องค์กรมีข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ Cloud-Smartเมื่อธุรกิจเพิ่มจำนวนคลาวด์เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ พวกเขาเผชิญกับความซับซ้อนในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดย VMware Cross-Cloud เป็นบริการแบบ unified service ซึ่งมีแนวทางที่เรียบง่ายในการสร้าง การใช้งาน การเข้าถึง และการรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชันบนคลาวด์ที่ใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ – สำหรับทุกแอปแพลตฟอร์ม และรองรับการทำงานจากทุกๆ ที่

เร่งการเปลี่ยนแปลงของคลาวด์ระดับองค์กร Enterprise Cloud

VMware เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และเอดจ์ ที่ช่วยให้ธุรกิจเร่งการทรานส์ฟอร์มคลาวด์องค์กร และช่วยให้ลูกค้าสามารถรัน ปรับขนาด และรักษาความปลอดภัยเวิร์กโหลดขององค์กรได้ดียิ่งขึ้นทั้งบนไพรเวทคลาวด์ พับบลิกคลาวด์และที่เอดจ์ โดย VMware และพับบลิกคลาวด์พาร์ทเนอร์ยังช่วยเหลือลูกค้าในการโยกย้ายและรันเวิร์กโหลดเหล่านั้นบนพับบลิกคลาวด์ที่พวกเขาเลือก นอกจากนี้ VMware ยังเปิดตัวนวัตกรรมด้านเครือข่ายและความปลอดภัย เพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้งานคลาวด์อย่างปลอดภัยโซลูชั่นที่เปิดตัวในงานได้แก่:

  • VMware vSphere 8 คือก้าวใหม่ของการประมวลผลที่รองรับ DPU (Data Processing Units) ควบคู่ไปกับ CPU และ GPU ทำให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและทุกองค์กรสามารถใช้งานได้ vSphere 8 จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเวิร์กโหลดของลูกค้า ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและประสิทธิภาพด้านไอที เร่งนวัตกรรมสำหรับ DevOps และอื่นๆ
  • ด้วยแพลตฟอร์มสตอเรจแห่งอนาคตที่ปรับให้เหมาะสมกับฮาร์ดแวร์สมัยใหม่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ VMware vSAN 8 นำเสนอประสิทธิภาพที่ล้ำหน้าและคุณภาพสูง สถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูล vSAN Express ใหม่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การจัดเก็บข้อมูล การปกป้องข้อมูล และการจัดการ vSAN ที่ทำงานบนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรุ่นล่าสุด
  • VMware Cloud Foundation+ จะเปิดตัวสถาปัตยกรรมที่เชื่อมต่อกับคลาวด์สำหรับการจัดการและใช้งาน HCI แบบ full stack ในดาต้าเซ็นเตอร์
  • VMware Edge Compute Stack 2 จะช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ง่ายและปรับขนาดที่เอดจ์ได้ รวมถึงรองรับขนาดคลัสเตอร์ที่เล็กลงเพื่อเรียกใช้คอนเทนเนอร์อย่างมีประสิทธิภาพบนฮาร์ดแวร์ COTS ที่มีขนาดเล็กลง
  • Project Northstar พรีวิวความก้าวหน้าครั้งสำคัญของแพลตฟอร์ม VMware NSX สำหรับเครือข่ายมัลติคลาวด์ ความปลอดภัย และการมองเห็นแบบ end-to-end
  • Project Watch แนวทางใหม่ของเครือข่ายมัลติคลาวด์และการรักษาความปลอดภัยที่จะให้การควบคุมนโยบายแอปไปยังแอปขั้นสูงเพื่อช่วยในการประเมินความเสี่ยงและการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง

ความสามารถในการปรับขยายระบบปฏิบัติการของแพลตฟอร์ม Cloud Native

VMware ยังคงช่วยลูกค้ารักษาความปลอดภัย รัน และจัดการแอปบนคลาวด์ทั้งหมด ความสามารถใหม่ๆ ในพอร์ตโฟลิโอ VMware Tanzu ปลดล็อกประสิทธิภาพการทำงานของนักพัฒนา ส่งมอบการรักษาความปลอดภัยแบบ end-to-end ตั้งแต่เริ่มจนเข้าสู่กระบวนการทำงาน และเปิดใช้งานการทำงานแบบมัลติคลาวด์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้นครอบคลุมคลาวด์ทุกขนาด ไม่ว่าองค์กรจะอยู่ที่ใดในเส้นทางของ Kubernetes นอกจากนี้ VMware ยังเปิดตัวพอร์ตโฟลิโอการจัดการมัลติคลาวด์ตัวล่าสุดVMware Aria—ชุดโซลูชั่นแบบ end-to-end สำหรับการจัดการแอปพลิเคชั่นและโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์เนทีฟ ข้อเสนอใหม่นี้จะช่วยลูกค้าจัดการต้นทุน ขณะที่สามารถทำงาน กำหนดค่า และส่งมอบไพรเวทคลาวด์และพับบลิกคลาวด์สาธารณะได้อย่างประสิทธิภาพ โซลูชั่นที่เปิดตัวในงานได้แก่:

  • VMware Tanzu สำหรับ Kubernetes Operations—ซึ่งรวมถึง VMware Tanzu Mission Control, VMware Aria Operations for Apps และ VMware Tanzu Kubernetes Grid จะทำให้สามารถส่งมอบและจัดการได้ง่ายขึ้น ขณะที่สร้างความน่าเชื่อถือแก่ Kubernetes ได้
  • ความสามารถใหม่ใน VMware Tanzu Mission Control จะขยายและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ Kubernetes แบบมัลติคลาวด์และมัลติคลัสเตอร์ การเปิดตัวในครั้งนี้ยังโชว์พรีวิวไลฟ์ไซเคิลของคลัสเตอร์ Amazon Elastic Kubernetes Service (EKS) การผสานรวมกับ VMware Aria Automation การจัดการไลฟ์ไซเคิลของคลัสเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอผ่าน GitOps และสร้างความน่าเชื่อถือแก่แอปพลิเคชันด้วยการสำรองและกู้คืนข้ามคลัสเตอร์ได้
  • VMware Aria Graph เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบกราฟที่จะลดความซับซ้อนของมัลติคลาวด์ รองรับการทำงานทั้งบนคลาวด์ แอปและสไตล์การทำงานของทุกคน
  • VMware Aria Hub หรือชื่อเดิมคือ Project Ensemble ซึ่งจะให้มุมมองและการควบคุมแบบรวมศูนย์เพื่อจัดการสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ทั้งหมด และใช้ประโยชน์จาก VMware Aria Graph เพื่อกำหนดมาตรฐานทั่วไปหรือ common definition ให้กับแอปพลิเคชัน ทรัพยากร หน้าที่ และบัญชีต่างๆ

เสริมพลังให้กับ Hybrid Workforce

ลูกค้ายังคงต้องการประสบการณ์การทำงานที่ปลอดภัยและราบรื่นไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกออฟฟิศ VMware Anywhere Workspace ได้เพิ่มความสามารถด้าอุปกรณ์ของพนักงานขององค์กร ซึ่งช่วยให้ทีมไอทีทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง การปรับปรุงรวมถึง:

  • The next generation of VMware Horizon Cloud that will enable multi-cloud agility and flexibility
  • VMware Horizon Cloud รุ่นต่อไป จะเพิ่มความสามารถให้ใช้งานมัลติคลาวด์ได้คล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ความสามารถในการจัดการอุปกรณ์บนโซลูชัน Digital Employee Experience ที่ล้ำกว่า Workspace ONE UEM โดยโซลูชันจะประกอบด้วย VMware Horizon และ บริหารจัดการ third-party และอุปกรณ์ยังไม่ได้จัดการ
  • ส่วนขยายของ Workspace ONE Freestyle Orchestrator ไปยังอุปกรณ์โมบายล์ และแอป นอกองค์กรสำหรับการออโตเมชั่นและ orchestration สำหรับมัลติแพลตฟอร์ม

ติดตามข่าวสารล่าสุดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางที่ VMware นำเสนอเส้นทางสู่ระบบคลาวด์ที่รวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจดิจิทัล รวมถึงข่าวประกาศความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ ได้ที่ VMware Explore 2022

เกี่ยวกับ VMware Explore

VMware Explore เป็นอีเวนท์เรือธงที่มีวิวัฒนาการมาจาก VMworld โดยมุ่งหวังที่จะเป็นงานประชุมใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมมัลติคลาวด์ ในปีนี้ จะมีการนำเสนอโซลูชันและเซสชันทางเทคนิคสำหรับอุตสาหกรรม ระบบนิเวศที่ครอบคลุม 90% ของพาร์ทเนอร์คลาวด์ชั้นนำ ยกระดับมาร์เก็ตเพลสมัลติคลาวด์ ISV ที่กำลังเติบโต และกิจกรรมเน็ตเวิร์กกิ้งต่างๆ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ VMware Explore คลิก: www.vmware.com/explore.html

เกี่ยวกับ VMware

VMware เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านบริการมัลติ-คลาวด์สำหรับแอป ทำให้เกิดนวัตกรรมดิจิทัลระดับองค์กร ในฐานะผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ในการเร่งสร้างนวัตกรรม ซอฟต์แวร์ VMware ช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นและมีตัวเลือกที่จำเป็นเพื่อรองรับการทำธุรกิจในอนาคต VMware มีสำนักงานใหญ่ในเมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย มุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าผ่านวาระ 2030 ของบริษัท ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.vmware.com/company

VMware, Anywhere Workspace, Explore, VMworld, Tanzu, vSAN, และ vSphere, VMware Aria, NSX, Workspace ONE, และ Horizon เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนหรือเครื่องหมายการค้าของ VMware, Inc. หรือ บริษัทในเครือ ในสหรัฐอเมริกาและเขตอำนาจศาลอื่น ๆ

 

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-delivers-better-multi-cloud-experiences-for-its-innovative-customers/

สรุปงานสัมมนา Cloud HM x VMware “It’s a Cloud Native Day”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา Cloud HM ผู้ให้บริการคลาวด์ได้จับมือกับ VMware จัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ขึ้นภายใต้หัวข้อ “IT’S A CLOUD NATIVE DAY” เพื่อชี้ให้ธุรกิจเห็นถึงแนวคิดของ Cloud Native และวิธีการพลิกโฉมแอปพลิเคชันระดับองค์กรให้ทันสมัย

โดยในครั้งนี้ VMware ได้นำบริการที่ชื่อว่า VMware Tanzu มาเปิดให้เห็นถึงแนวคิดเบื้องหลังว่าจะสามารถช่วยยกระดับแอปพลิเคชันแบบเก่าสู่ Cloud Native ได้อย่างไร และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น อนึ่งแม้ VMware Tanzu จะสามารถแก้ปัญหาความซับซ้อนยุ่งยากได้เป็นอย่างดี แต่การผนึกกำลังกับ Cloud HM จะช่วยนำเสนอให้เกิดโมเดลการให้บริการอย่างครบวงจร ซึ่งในการบรรยายครั้งนี้ท่านจะได้รับทราบสาระประโยชน์เหล่านั้น ทีมงาน TechTalkThai ได้รวบรวมประเด็นสำคัญของงานครั้งนี้มาให้ผู้อ่านทุกท่านได้ติดตามกันอีกครั้งครับ

คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการบริษัท VMware ประเทศไทย

Cloud Native Everyday เมื่อทุกวันของเราอยู่กับ Cloud Native” คำพูดของคุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการบริษัท VMware ประเทศไทย ได้ทำให้เราฉุกคิดว่าปัจจุบันนี้เราทุกคนกลายเป็นส่วนหนึ่งในระบบคลาวด์ อย่างน้อยที่สุดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้นำข้อมูลของเราไปวิเคราะห์แทบทั้งหมดบนคลาวด์ สำหรับประเทศไทยเองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาแม้แต่ภาครัฐเองก็มีความเชื่อมั่นในด้านคลาวด์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีการพัฒนาแอปที่ให้บริการผ่านคลาวด์เพื่อรองรับการใช้งานอย่างหนาแน่น ในฝั่งภาคเอกชนเองที่ได้ล่วงหน้าเข้าใจถึงพลังของคลาวด์มาก่อนหน้าแล้ว แต่หลายแห่งก็ยังติดขัดกับการย้ายแอปของตนขึ้นสู่คลาวด์ในทางปฏิบัติ

โดยคุณเอกภาวิน ได้ชี้ให้ผู้ชมเห็นถึง 4 ปัญหาของการเข้าสู่คลาวด์คือ

  • คุมให้อยู่ – เมื่อใช้งานคลาวด์ไประยะหนึ่ง ข้อมูลและ Workload จะเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทำให้การตัดสินใจยกเลิกหรือย้ายข้อมูลข้ามกันมีอุปสรรคเนื่องจากมีค่าบริการในการถ่ายโอนข้อมูล อีกทั้งด้วยเครื่องมือปฏิบัติงานที่ต่างกัน ทำให้การบริหารจัดการค่อนข้างยาก
  • มองให้เห็น – เมื่อมีการใช้งานคลาวด์ปะปนกัน หลายองค์กรมักขาดความสามารถในการติดตามทรัพยากรว่ามีอะไรใช้อยู่บ้าง ยิ่งถ้าไอทีไม่ได้เป็นคนดูแลค่าใช้จ่าย การตอบคำถามว่าทรัพยากรนั้นเกิดขึ้นเพื่ออะไร จะปรับลดหรือเพิ่มได้หรือไม่เป็นปัญหาที่ตอบได้ยาก ไม่นับประเด็นเรื่อง Security ที่ตามมา
  • ใช้ให้เป็น – เมื่อเครื่องมือควบคุมต่างกันทักษะก็ต่างไปด้วย บางทีผู้ให้บริการเชื้อเชิญว่าใช้ง่ายแต่เอาเข้าจริงก็ไม่ตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ต้องพิจารณาว่าคลาวด์ที่จะไปนั้นเข้ากับระบบเดิมได้ไหม หรือหากจะพัฒนาเพิ่มเองต้องทำอย่างไร
  • ปกป้องให้ได้ – เมื่อ Workload กระจัดกระจายอย่างไร้ขีดจำกัด ปัญหาใหญ่คือไอทีจะปกป้องทรัพยากรนี้ได้อย่างไร เราแทบไม่รู้เลยว่าพนักงานทำงานจากที่ไหน แล้วจะประยุกต์ใช้ Zero Trust ได้อย่างไร ต้องยอมรับว่าประเด็นด้าน Security ไม่มีใครการันตีได้ 100% ดังนั้นคำถามคือเมื่อเกิดปัญหาแล้วจะแก้ไขยังไงให้เร็วที่สุด
คุณณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการของ Cloud HM

ในส่วนที่สองนี้คุณณพัชร อัมพุช กรรมการผู้จัดการของ Cloud HM ได้มาเล่าให้ฟังถึงภาพของ Cloud ผ่านมุมมองของ Cloud HM ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 1,000 รายในประเทศไทย โดยแพลตฟอร์มหลักที่ Cloud HM เลือกใช้ก็คือเทคโนโลยีจาก VMware นั่นเอง ทั้งนี้ Cloud HM นำเสนอบริการเพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจประกอบด้วย Virtual Desktop Infrastructure (VDI), Backup as a Service, DR as a Service, Object Storage as a Service และ Kubernetes as a Service ที่จะมาขยายความในหัวข้อถัดไป นอกจากบริการคลาวด์ในประเทศแล้ว Cloud HM ยังสามารถนำเสนอบริการ Public Cloud อื่นจากต่างประเทศได้ทั้ง AWS, Google Cloud, Azure และ Alibaba

ด้วยความกว้างขวางที่กล่าวมานั้น Cloud HM พบว่าปัจจุบันแทบทุกองค์กรต่างมีการใช้บริการคลาวด์แล้ว แต่หลายองค์กรยังไปไม่ถึงคอนเซปต์ที่จะสามารถก้าวสู่สิ่งที่เรียกว่า Cloud Native หรือการพัฒนาแอปบนคลาวด์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นกระแสที่ Cloud HM มองเห็นว่าลูกค้าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการขยายตัว (Scalable) ป้องกันการกีดกันแพลตฟอร์ม (Vendor Lock) และทำให้องค์กรพัฒนาแอปตลอดเวลาเมื่อเป็น Microservices

ทั้งนี้การย้ายแอปเดิมสู่ Cloud Native นั้นมีวิธีการย้ายได้หลายรูปแบบทั้ง Life & Shift, Refactor และยกเลิกแอปเก่าโดยสมบูรณ์ (Retire) ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะเปิดประตูสู่นิยามใหม่คงหนีไม่พ้น Kubernetes ที่เป็นโอเพ่นซอร์สแต่ปัญหาที่ตามมาคือหากองค์กรไม่ได้มีทีมไอทีขนาดใหญ่หรือเชี่ยวชาญมากพอจะดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ VMware จึงได้นำ Kubernetes ไปพัฒนาและให้บริการต่อภายใต้ชื่อ VMware Tanzu ที่มาพร้อมโซลูชันอำนวยความสะดวกอื่นอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Networking, Storage, Monitoring และ backup เป็นต้น ในมุมของ Cloud HM ได้นำความเชี่ยวชาญของตนกับ VMware ได้อาสาเข้ามาให้คำปรึกษาองค์กรตั้งแต่การ วางแผน ออกแบบ หรือร่วมพัฒนาร่วมกันกับลูกค้า ขอเพียงแค่ “You name it. We know it”

คุณชาลี คัมพีรภาพ วิศวกรสถาปัตยกรรมของ VMware ประเทศไทย

กรุยทางสู่แอปพลิเคชันสมัยใหม่บนระบบ Kubernetes ไปกับ VMware Tanzu ในช่วงนี้คุณชาลี คัมพีรภาพ วิศวกรสถาปัตยกรรมของ VMware ประเทศไทยได้มาบรรยายเจาะลงไปกับตัวโซลูชัน VMware Tanzu โดยภายใต้มีเครื่องมือย่อยแตกแขนงออกไปกว่า 15 รายการ ทั้งนี้ VMware ได้เข้าใจถึงความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญกับแอปพลิเคชันสมัยใหม่ดังนี้

  • เมื่อใช้งาน Kubernetes ไปสักพักใหญ่และ Infrastructure มีความหลากหลาย การมอนิเตอร์จะเริ่มยุ่งยากเพราะทีมงานไม่สามารถมองเห็นถึงภายในได้
  • การทำ Automation ไม่สมบูรณ์เนื่องจากแต่ละผู้ให้บริการก็มีวิธีการของตัวเอง แม้ขึ้นชื่อว่าสร้างจาก Kubernetes เป็นแกนหลักเหมือนกันแต่ในทางปฏิบัติมักมีวิธีการต่างกันอยู่เสมอ
  • จะเห็นได้ว่าซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สก็มักมีช่องโหว่เกิดเป็นประจำขึ้นเช่นกัน ดังนั้นทำอย่างไรที่ทีมงาน Security จะแพตช์ระบบให้ทัน
  • ฝั่งนักพัฒนามีซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น Serverless, Git, Docker และอื่นๆ ซึ่งด้วยความที่เมื่อแอปโตได้เร็ว ทีม Security และ Operation ก็ต้องเดินทางไปพร้อมกันให้ได้ ด้วยเหตุนี้เอง VMware จึงได้มีเครื่องมือหลายชิ้นส่วนประกอบกันภายใต้ VMware Tanzu

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเมื่อพูดถึงการย้ายแอปพลิเคชันหนึ่งกลายเป็นแอปพลิเคชันสมัยใหม่ (Modernize Application) บน Cloud Native นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของ VMware Tanzu ที่ได้รวบรวมเครื่องมือต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น Tanzu Application Platform จะประกอบด้วยเครื่องมือครบวงจรสำหรับการพัฒนาตั้งแต่การเขียนโค้ดไปจนถึงการ Deploy บนระบบ Kubernetes และเชื่อมต่อกับเครื่องมือสำหรับการทำ Day2 Operation กล่าวได้ว่าองค์กรจะได้รับการดูแลตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการเปลี่ยนผ่านแอปได้จาก VMware

อย่างไรก็ดีอีกหนึ่งวัตถุประสงค์ของ VMware ก็คือขจัดปัญหาความซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สามารถคอนฟิคระบบได้ด้วยเครื่องมือเดียวกันไม่ว่าจะเป็น Kubernetes ของ GKE, AKE, AKS หรือ Tanzu เครื่องมือ Tanzu Kubernetes Grid ก็จะเข้ามาจัดการเรื่องเหล่านี้ให้ควบคุมทุกอย่างได้จากหน้าจอเดียว ทั้งนี้ Cloud HM เองจะมีหน้าที่หลักคือการบริหารจัดการส่วน Control ให้ผู้ใช้งาน โดยท่านจะสามารถโฟกัสแค่ทรัพยากรที่จำเป็นเบื้องล่างได้อย่างแท้จริง

คุณอาทิตย์ อุ่นแก้ว หัวหน้าฝ่าย DevOps ของ Cloud HM

ในหัวข้อถัดมาคุณอาทิตย์ อุ่นแก้ว หัวหน้าฝ่าย DevOps ของ Cloud HM ได้มาบรรยายถึงสิ่งที่องค์กรต้องเตรียมตัวเพื่อย้ายสู่แอปพลิเคชันสมัยใหม่ โดยแนวคิดหลัก ๆ ของการเป็น Microservices หมายถึงการแบ่งส่วนแอปพลิเคชันเป็นส่วนบริการย่อย ๆ (Services) ให้คุยกันผ่าน API และมีฐานข้อมูลของตัวเอง ซึ่งการทำเช่นทำให้เกิดความอิสระต่อการพัฒนาแอป บริหารจัดการ แม้จะเกิดความล้มเหลวก็ไม่กระทบกัน เลือกใช้ภาษาหรือ Framework ในการพัฒนาแต่ละส่วนได้อิสระ รวมถึงมีข้อมูลที่เป็นระบบระเบียบเกิดความชัดเจน

อีกหนึ่งแนวคิดที่พลาดไม่ได้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสมัยใหม่ก็คือความหมายของ DevOps ที่ช่วยให้การพัฒนาแอปเร็วขึ้น เกิดผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือในการทดสอบทุกครั้ง ที่สำคัญทำให้นักพัฒนาและทีม Operation เห็นภาพเดียวกัน อย่างไรก็ดีเมื่อมีความสมบูรณ์ในการพัฒนาและออกแบบแอปพลิเคชันที่ดีแล้ว VMware คือแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการย้าย VM เดิมขึ้นไป (Life & Shift) หรือการปรับโค้ดใหม่เป็น Microservices (Refactor) 

ต่อมาเป็นหัวข้อสนทนาสุดพิเศษเกี่ยวกับ Tanzu ท่านจะได้รับฟังทัศนะจากเหล่ากูรูหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น VMware, Veeam และ Cloud HM ซึ่งจะมาเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าที่ตนได้พบเจอมาในทางปฏิบัติ เช่น เหตุใดต้องมีเครื่องมือสำรองข้อมูลโดยเฉพาะ ประสบการณ์จริงของการย้ายแอปเก่าสู่ยุคใหม่ในหลายรูปแบบพร้อมเผยถึงแนวทางการเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้น รวมถึงข้อจำกัดของแนวทางในวิธีการ Refactoring เทียบกับการทำ Modernization และหัวข้ออื่นๆ ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจถึงภาพรวมที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานและเริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง

คุณธนกร อินทรัตน์ วิศวกรระบบของ Veeam ประเทศไทย

การสำรองข้อมูลบนระบบ Kubernetes เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายคนพลาดไป สาเหตุเพราะเข้าใจว่าระบบมีความทนทานสูงด้วยความฟีเจอร์ภายในอยู่แล้ว แต่คุณธนกร อินทรัตน์ วิศวกรระบบของ Veeam ประเทศไทย ได้มาฉายภาพให้ทราบถึงเหตุผลว่าทำไมผู้ใช้งาน Kubernetes ถึงจำเป็นต้องมีระบบสำรองข้อมูลที่ดีด้วย เนื่องจากหลายครั้งที่ผู้ใช้งานอาจไม่โชคดีเสมอไป ซึ่งสิ่งที่รับไม่ได้ในธุรกิจก็คือความเสียหายของข้อมูลนั่นเอง 

อย่างไรก็ดีการเลือกใช้ระบบสำรองข้อมูลบน Kubernetes ก็ต้องมีประสิทธิภาพที่ออกแบบมาอย่างเฉพาะด้วย โดย K10 จาก Veeam คือช่องทางนั้น เนื่องจากระบบถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ Cloud Native การ deploy ใช้งานก็ทำได้ใน Kubernetes ที่คุยผ่าน API กล่าวคือสามารถค้นหาระบบใหม่ (namespace) ที่เกิดขึ้นได้ พร้อมกันนั้นยังตอบโจทย์ในเรื่องของ Security เช่น Token Authentication, Encryption และอื่นๆ นอกจากที่ Veeam K10 จะสามารถให้ความมั่นใจกับการสำรองและกู้คืนข้อมูลบน Kubernetes แล้ว K10 ยังครอบคลุมถึง Kubernetes ในค่ายต่างๆเช่น OpenShift, Rancher, EKS, GKE ตลอดจนข้อมูลแบบ Stateful Application ของ MongoDB, MySQL, Postgres และอีกมากมาย แม้กระทั่ง Cloud Bucket หรือ Storage ค่ายต่างๆ 

ปิดท้ายกันด้วยการทำงานจากที่ใดก็ได้ผ่าน Virtual Desktop (DaaS) จากคุณจักรกฤษณ์ พรมแดง รองผู้จัดการพรีเซลล์จาก Cloud HM ซึ่งในหัวข้อนี้พูดถึงแนวคิดของ Desktop as a Service บน Cloud ที่มีข้อดีเหนือกว่าการติดตั้งระบบบน On-Premise โดยสิ่งที่ทำให้ลูกค้าหลายรายติดใจ โดยเฉพาะในยุคโควิดก็คือเริ่มต้นระบบได้เร็วเพียงไม่กี่วัน เทียบกับการติดตั้งระบบแบบ On-premise เมื่อพิจารณาด้านราคาให้ถี่ถ้วน DaaS ก็ทำได้ดีกว่าเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นแล้ว ผู้สนใจสามารถเลือกโปรโมชันเริ่มจากเล็กๆก่อนแล้วค่อยขยายเพิ่มภายหลัง ทำให้การลงทุนเป็นไปได้ตามจริง แถมยังการันตีการดูแลแบบ 24/7 พร้อมรับประกัน SLA อีกด้วย

สำหรับระบบ DaaS ของ Cloud HM ภายในก็คือ VMware Horizon ที่การันตีเรื่องความปลอดภัยทำงานผ่าน HTTPS การจัดการ Policy ต่างๆเป็นเรื่องง่ายเช่น ป้องกันการ Capture Screen ควบคุมการติดตั้งซอฟต์แวร์และอื่นๆ ซึ่งมีผลดีกับเรื่อง PDPA ที่กำลังจะมาถึง โดยผู้สนใจสามารถเลือกแนวทางการใช้ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น 1:1, Share Host หรือแชร์แอปพลิเคชันแล้วแต่ความต้องการ ทั้งยังรองรับการเข้าถึงได้ผ่าน Web Browser, Horizon Client หรือบนมือถือก็ทำได้เช่นกัน 

จากทั้งหมดของงานวันนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่เราไม่สามารถหยิบยกเนื้อหามาได้ทั้งหมด ซึ่งท่านใดที่สนใจข้อมูลแบบเต็ม ๆ สามารถย้อนดูเนื้อหาได้ที่ Link

สนใจบริการ VMware Tanzu สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือติดต่อทีมงานของ Cloud HM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

from:https://www.techtalkthai.com/cloud-hm-x-vmware-its-a-cloud-native-day-seminar-042022/

VMware พร้อมแล้วสำหรับบริการ Cross-Cloud บน Microsoft Azure Marketplace

VMware ประกาศความพร้อมสำหรับการให้บริการ VMware Cross-Cloud บน Microsoft Azure Marketplace ซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์ที่ให้บริการแอปพลิเคชัน และบริการ

Credit : Microsoft
แนวคิดของ Cross-Cloud Service
 
มาจากการที่องค์กรต่างมีพฤติกรรมในการใช้งานคลาวด์หลายเจ้าร่วมกัน โดยโซลูชันกลุ่มใหม่ของ VMware หรือ Cross-Cloud Service มีประโยชน์ต่อลูกค้าใน 3 ด้าน คือ ต้องช่วยให้ลูกค้าไประบบคลาวด์ ต้องมีความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย มีความยืดหยุ่นและควบคุมจัดการข้ามคลาวด์ใดๆ ก็ได้ โดยใน Cross-Cloud Service ประกอบไปด้วยบริการหลายด้าน แต่ลูกค้าจะต้องมีอิสระในการเลือกใช้บริการใดก็ได้ที่สนใจนำไปใช้งานบนระบบคลาวด์ใดก็ได้ ซึ่งองค์ประกอบของ Cross-Cloud Service มีอยู่ 5 ด้านด้วยกัน คือ
  1. แพลตฟอร์มที่ช่วยในการสร้างและ deploy แอปพลิเคชันในลักษณะ Cloud-native
  2. Cloud Infrastructure ที่สามารถใช้เพื่อบริหารจัดการและรันแอปขององค์กร
  3. สามารถบริการจัดการคลาวด์ ติดตามการทำงานเพื่อสามารถควบคุมประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายของแอปที่มีความหลากหลายของระบบคลาวด์
  4. ตอบโจทย์เรื่องของ Security และ Networking ที่สามารถทำงานข้ามระบบคลาวด์เพื่อเชื่อมต่อแอปได้อย่างปลอดภัย
  5. สอดคล้องสนับสนุนการทำงานแบบ Digital Workplace 
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :
 
VMware Cross-Cloud สำหรับ Microsoft Azure เป็นบริการ Multi-Cloud ที่ลูกค้าสามารถใช้งานเพื่อสร้าง เรียกใช้ และจัดการแอปพลิเคชันบน Microsoft Azure โดยลูกค้าจะได้ประโยชน์จากทั้ง 4 บริการ VMware Cross-Cloud ที่พร้อมให้ใช้งานได้ทันทีอยู่บน Azure Marketplace ดังนี้
  • Microsoft Azure VMware Solution : โซลูชันนี้จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรที่ใช้งานเทคโนโลยีของ VMware อยู่แล้ว ทำ Hybrid Cloud ได้ง่ายขึ้นด้วยการนำ Workload ที่อยู่บน VMware แบบ On-Premises มาใช้งานได้บน Microsoft Azure โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการแต่อย่างใด โดยภายใน Azure VMware Solution นี้จะมีทั้ง VMware vSphere, HCX, NSX-T และ VMware vSAN ให้ใช้งาน รวมถึงยังมีออปชันเสริมสำหรับใช้ VMware HCX Enterprise ที่รองรับการทำ Live Migration ขึ้นมายัง Microsoft Azure ได้
  • VMware Tanzu : จะช่วยให้สามารถพัฒนาและทดสอบแอปพลิเคชันบนระบบคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถจัดการแอปพลิเคชันสมัยใหม่บนระบบคลาวด์ Azure และโครงสร้างพื้นฐานของระบบคลาวด์แบบไฮบริดได้
  • Azure Spring Cloud Enterprise Tier : เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่ Microsoft ผนึกกำลังกับ VMware นำ Tanzu เข้ามารองรับแอปพลิเคชันบน Spring Boot
  • VMware Horizon Cloud Service บน Microsoft Azure : เป็นบริการที่ช่วยให้องค์กรสามารถเลือกติดตั้งใช้งาน VMware Horizon ได้บน Microsoft Azureโดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนในฮาร์ดแวร์ต่างๆ เอง ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการ Deploy ระบบ Application Virtualization และ Desktop Virtualization
 
“สำหรับองค์กรในปัจจุบัน ความสามารถในการใช้งานและปรับใช้โซลูชันที่สามารถส่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจในทันทีเป็นสิ่งที่คาดหวัง ความพร้อมใช้งานของบริการ VMware Cross-Cloud ของเราบน Azure Marketplace จะช่วยให้มีเวลาที่ดียิ่งขึ้นในการสร้างมูลค่าและความเร็วในการดำเนินการสำหรับลูกค้าของเรา”
Zia Yusuf, Senior Vice President, Strategic Ecosystem and Industry Solutions ของ VMware ได้กล่าวไว้
 
Paul Maher, General Manager (Partner), Commercial Marketplace Services, Microsoft Corp ได้กล่าวเสริมว่า
“Microsoft Azure Marketplace ทำให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถค้นหา ซื้อ และปรับใช้โซลูชันของคู่ค้าที่ทำให้พวกเขาสามารถเชื่อถือได้ ทั้งหมดนี้ได้รับการรับรองและปรับให้เหมาะสมกับการทำงานบน Azure และเรายินดีที่จะต้อนรับบริการ VMware Cross-Cloud สู่ระบบ Azure Marketplace ที่กำลังเติบโต”
 
Azure Marketplace ก็คือตลาดของแอปและบริการจาก Microsoft และพาร์ทเนอร์ต่างๆ หรือที่มีการ Certified ว่ารันบน Azure ได้ โดยไอเดียของ Private Marketplace คือตลาดสำหรับให้บริการแอปเฉพาะในองค์กรเท่านั้น ทำให้องค์กรจะสามารถบริหารจัดการ กำหนดว่าจะใช้แอปไหนเป็นการภายใน กำหนดมาตรการใช้งาน ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มแอปเข้ามาจาก Marketplace ปกติ ข้อดีคือนอกจากเรื่องง่ายและปลอดภัยแล้ว องค์กรยังสามารถออกบิลเป็นใบเดียวกันได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีการเพิ่ม Microsoft App ต่างๆเข้ามาให้อัตโนมัติโดย Default
 
ที่มา :

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-available-cross-cloud-in-microsoft-azure-marketplace/

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา “It’s a cloud native day”

Cloud HM และ VMware ขอเชิญผู้ปฏิบัติงานด้านไอทีทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนา “It’s a cloud native day” โดยทุกท่านจะได้อัปเดตแนวโน้มของเทคโนโลยี Cloud Native ในปี 2022 และการ Modernize แอปพลิเคชันของท่านด้วย Tanzu พร้อมพูดคุยความสำเร็จกรณีการนำไปใช้จริง

งานสัมมนาครั้งนี้จะจัดขึ้นในรูปแบบทั้ง Physical (ภายใต้มาตรการเว้นระยะห่าง) และ Virtual ในวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2565 ตั้งแต่เวลา 12.45 ถึง 17.00 น. ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ หรือลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/3jfndgz

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : It’s a cloud native day

วันเวลา : วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2565 เวลา 12.45 – 17.00 น.

ช่องทางการสัมนนา :

  • Physical – โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ชั้น M ห้องบอลรูม
  • Virtual – https://bit.ly/3jfndgz

ภาษา : ไทย

*หมายเหตุ งานในรูปแบบ Physical จะมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และผู้เข้าร่วมช่องทางนี้จะมีสิทธิ์ลุ้นรับ NFT ของ Cloud HM (มีจำนวนจำกัด)

**สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ได้รับการติดต่อกลับเท่านั้น

สำหรับผู้เข้าร่วมในครั้งนี้ท่านจะได้รับฟังโซลูชัน VMware Tanzu หรือบริการ Kubernetes as a Service ที่สามารถตอบโจทย์ Cloud Native App และ DevOps ได้อย่างสมบูรณ์สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถูกดูแลด้วยคุณภาพระดับองค์กรจาก Cloud HM รวมถึงความสำเร็จในการนำไปใช้จริงและเทรนด์ของ Containerized ในปี 2022

นอกจากนี้ท่านยังจะได้เรียนรู้แนวทางการเตรียมตัวให้พร้อมกับการทำ Modernize Application และโซลูชันที่ช่วยปกป้องข้อมูลในระบบ Kubernetes ด้วย Veeam พร้อมเติมเต็มการทำงานขององค์กรอย่างครบวงจรด้วยบริการ Virtual Desktop Infrastructure ด้วยบริการจาก Cloud HM มาพบกันได้ในงานสัมมนาครั้งนี้

from:https://www.techtalkthai.com/its-a-cloud-native-day-seminar-28042022/