คลังเก็บป้ายกำกับ: VDO

[VDO Webinar] วิธีการป้องกันสภาพแวดล้อมไฮบริดของคุณโดย Veeam

องค์กรต่างๆ กำลังเริ่มประยุกต์รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดคลาวด์เข้ามาใช้ในหน่วยงานของตนมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อใช้งานเวิร์กโหลดใหม่ได้นั่นเอง ดังนั้นแนวทางในการสำรองข้อมูลจึงมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นตลอดจนยังมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น อันเนื่องจากสภาพแวดล้อมมีการขยายตัวมากขึ้นรวมถึงความต้องการก็ขยายตามไปด้วย

Veeam Backup & Replication จึงเป็นโซลูชั่นเดียวที่สามารถจัดการกับความซับซ้อนในการป้องกันข้อมูลที่อยู่ในโลกของไฮบริดคลาวด์ ด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยทำให้การป้องกันเป็นไปได้ง่ายและยังสามารถดึงข้อมูลลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วภายในแพลตฟอร์มเดียว

from:https://www.enterpriseitpro.net/vdo-webinar-veeam-for-hybrid-cloud/

VDO : แนวปฏิบัติ 10 ประการเพื่อป้องกันข้อมูลขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

VDO เรื่อง แนวปฏิบัติ 10 ประการเพื่อป้องกันข้อมูลขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ” โดยท่านจะได้พบกับเรื่องราวในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับข้อมูลภายในองค์กร เช่น

– กรอบแห่งความปลอดภัย NIST Cybersecurity Framework
– การแบ็กอัพ Kubernetes ด้วย Kasten K10 โดย Veeam
– แพลตฟอร์มในการป้องกันแบบครบถ้วน
– การบริหารจัดการและการป้องกันเครื่อง Virtual Machine ในองค์กร
– การลดความรุนแรงของ Ransomware ด้วยเทคนิค 3-2-1-1-0
– วิธีในการจัดการการกู้คืนข้อมูล ที่สะดวก ง่าย และไม่ซับซ้อน
– และอื่นๆ เป็นต้น

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/vdo-10-best-practices-veeam/

คำแนะนำด้านแรนซั่มแวร์: มาฟังจากผู้เชี่ยวชาญว่าเราต้องทำอย่างไรเพื่อป้องกันมหันตภัยในอนาคต

การจะสู้รบกับแรนซั่มแวร์ได้นั้น กุญแจสำคัญคือการเตรียมพร้อมที่ดี ซึ่งในสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณ Rick Vanover จาก Veeam® และคุณ Krista Macomber นักวิเคราะห์อาวุโสของ Evaluator Group ที่จะมาแบ่งปันคำแนะนำในการป้องกันแรนซั่มแวร์ เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมได้ดียิ่งขึ้นในการต่อกรกับการโจมตีจากแรนซั่มแวร์ที่จะเข้ามาหาองค์กรของคุณ

และที่พิเศษคือ คุณ Rick จะได้มาบอกเคล็ดลับน่าสนใจที่ได้จากองค์กรที่รอดจากแรนซั่มแวร์มาแล้ว รวมทั้งคุณ Krista ก็จะแบ่งปันมุมมองในวงการที่เกี่ยวข้องว่าแรนซั่มแวร์กระทบกับผู้บริหารด้านไอทีและธุรกิจต่างๆ อย่างไรบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้นักวิเคราะห์ทั้งหลายใช้รับมือตอนที่องค์กรตัวเองโดนแรนซั่มแวร์เล่นงานได้ไวยิ่งขึ้น

ครั้งนี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจได้แก่:
– กรอบการทำงานเพื่อคุมสถานการณ์ ที่แนะนำให้ใช้
– วิธีปฏิบัติให้มั่นใจได้ว่าสามารถกู้คืนระบบจากแรนซั่มแวร์ได้เสมอ
– รวมเทคนิคที่คนมีประสบการณ์ทำกันหลังโดนโจมตี
– และอื่นๆ อีกมากมาย

วิทยากร

Krista Macomber
นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Evaluator Group

Rick Vanover
ผู้อำนวยการอาวุโสด้านยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์จาก Veeam Software

นำเสนอข้อมูลโดย

ลงทะเบียนที่นี่ เพื่อรับชม VDO ฟรี

from:https://www.enterpriseitpro.net/veeam-backup-for-ransomware/

ผลการศึกษาชี้ ปิดกล้องขณะประชุมผ่าน Zoom ลดเหนื่อย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

หลังจากที่โควิดระบาดจนวิถีชีวิตเปลี่ยนและเทคโนโลยีถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตผู้คนมากขึ้นทั้งการงานและการใช้ชีวิต ลองคิดดูว่า ถ้าเราต้องประชุมทางไกลบ่อย นอกจากไม่เพิ่มผลิตภาพหรือ productivity ในการทำงานแล้ว ยังทำให้เหนื่อยเพิ่มขึ้นด้วย

จากการศึกษาพบว่า บ่อยครั้งที่ใช้มีการ VDO Call ผู้คนจะรู้สึกว่าถูกเฝ้ามองอยู่ จากนั้นก็จะทำให้พวกเขาต้องกระตือรือร้นกับการเพ่งในการโฟกัสไปกับสิ่งที่พวกเขาต้องแสดงออกมากเกินไปเพราะต้องกังวลว่าคนอื่นจะรับรู้เกี่ยวกับท่าทางของพวกเขาอย่างไร สิ่งนี้นี่เองที่จะทำให้ผู้คนเหนื่อยและรู้สึกเชื่อมต่อกับการประชุมหรือแสดงความคิดเห็นใหม่ๆ ในการประชุมได้น้อยลง 

เรื่องนี้ Allison Gabriel หนึ่งในผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้กล่าวว่า ทางแก้ของปัญหาไม่ใช่การเลิกประชุมแบบ VDO Call ไปเลย แต่ผู้คนต้องสามารถเลือกได้เองว่า จะเปิดหรือปิดกล้องขณะประชุมออนไลน์ ส่วนความคิดที่ว่า การประชุมออนไลน์โดยใช้กล้องเป็นตัวที่สะท้อนว่ากำลังเกี่ยวพันกับการประชุมนั้นๆ อยู่ ถือว่าเป็นแนวคิดที่ล้าสมัยไปแล้ว ควรให้อำนาจพนักงานในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้จัดการได้ 

นอกจากนี้ ในการประชุมแต่ละครั้ง ผู้ประชุมควรดูปฏิทินในการนัดประชุมทุกครั้งและตัดสินใจล่วงหน้าไปเลยว่าควรใช้กล้องหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ burnout จากการประชุมผ่าน VDO Call นอกจากการประชุมแบบเห็นหน้ากันจะสร้างความเหนื่อยมากเกินไปในบางคราแล้ว พนักงานใหม่ก็มีแนวโน้มที่จะกดดันขณะประชุมมากกว่า เนื่องจากพวกเขายังไม่ได้มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับผู้คนในองค์กรขณะประชุมมากนัก 

จากงานวิจัยดังกล่าวอาจสรุปได้ว่า สำหรับการประชุมผ่านวิดีโอ ไม่จำเป็นต้องใช้กล้องเสมอไป ส่วนคนที่เป็นพนักงานเข้ามาใหม่ก็เลี่ยงความกดดันจากการเจอหน้าเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ ด้วยการปิดกล้องได้

ที่มา – CNBC, Psycnet 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ผลการศึกษาชี้ ปิดกล้องขณะประชุมผ่าน Zoom ลดเหนื่อย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/turn-off-camera-for-meeting-more-productive-reduce-tiredness/

[Guest Post] ทาบูล่า (Taboola) ร่วมมือกับออราเคิล โมท (Oracle Moat) เปิดตัวเครื่องมือวัดผลวิดีโอโฆษณา ช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้กับประสิทธิภาพของแคมเปญ

ออราเคิล โมท อนาไลติกส์ กลายเป็นเครื่องมือวัดผลจากผู้ให้บริการภายนอกรายแรกที่ผสานรวมกับโฆษณาของทาบูล่าโดยตรง

ทาบูล่า (Taboola) ผู้นำระดับโลกที่ให้บริการระบบแนะนำสิ่งน่าสนใจของเว็บไซต์ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต และช่วยให้ผู้อ่านค้นพบสิ่งต่างๆที่พวกเขาอาจชื่นชอบ ประกาศความร่วมมือกับออราเคิล โมทเมเชอร์เมนต์ (Oracle Moat Measurement) ผู้นำด้านการวิเคราะห์ความสนใจแบบเรียลไทม์ เพื่อนำเสนอเครื่องมือการควบคุมและความโปร่งใสในรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้โฆษณาที่ใช้บริการของทาบูล่า

ด้วยการผสานเครื่องมือออราเคิล โมท อนาไลติกส์ (Oracle Moat Analytics) เข้ากับแพลตฟอร์มการซื้อสื่อบนเครือข่ายพื้นที่โฆษณาดิจิทัลของทาบูล่าโดยตรง ที่ปัจจุบันมีงบประมาณของโฆษณาไหลเวียนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีจากแบรนด์และเอเจนซีสื่อที่ใช้บริการกว่า 13,000 ราย โดยผู้โฆษณาสามารถเข้าถึงเครื่องมือออราเคิล โมท อนาไลติกส์ ได้ทันทีผ่านแพลตฟอร์มของทาบูล่า เพื่อเข้าถึงข้อมูลการวัดผลด้านประสิทธิภาพของแคมเปญวิดีโอที่น่าเชื่อถือที่สุดในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็น จำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงผล ยอดรับชมวิดีโอโฆษณา อัตราการรับชมวิดีโอโฆษณาจนจบ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเครื่องมือดังกล่าว ผู้โฆษณาที่ใช้บริการของทาบูล่าสามารถมั่นใจได้ว่าแคมเปญของพวกเขาให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าด้วยการยืนยันผลโดยตรงจากบริษัทที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก

นับเป็นครั้งแรกที่ออราเคิล โมทได้ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มชั้นนำอย่างทาบูล่าในการฝังการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างโปร่งใสลงในเครื่องมือการรายงานผลของทาบูล่า นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่ทาบูล่าอนุญาตให้ผู้ให้บริการภายนอกบริษัทได้มีการเข้าถึงข้อมูลของผู้โฆษณาได้โดยตรง

นายอดัม ซิงโกลด้า ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารทาบูล่า กล่าวว่า “ผู้โฆษณาสมควรได้รับหลักฐานที่ชัดเจนถึงผลตอบแทนของการลงทุนของพวก ในขณะที่บริษัทกำลังมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับรูปแบบและพื้นที่ของโฆษณาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาวิธีการวัดผลนั้นก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ออราเคิล โมทถือเป็นผู้นำด้านการวัดผลอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อผสานการวิเคราะห์ขั้นสูงของออราเคิล โมทเข้ากับการวัดผลของทาบูล่าแล้วนั้น ผู้โฆษณาจะได้รับความโปร่งใสอย่างสมบูรณ์แบบ โดยผู้โฆษณาสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าวิดีโอโฆษณาของพวกเขาสามารถบรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดการเยี่ยมชมโฆษณา อัตราการรับชมโฆษณาจนจบ หรืออัตราการปิดการขาย เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับออราเคิล โมทในการนำเครื่องมือที่น่าตื่นเต้นนี้มาผสานรวมเข้ากับโฆษณาของทาบูล่า”

นายมาร์ค โคเปร่า หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของออราเคิล โมท กล่าวว่า “สำหรับผู้โฆษณา การตัดสินใจทางธุรกิจอย่างชาญฉลาดหมายถึงการวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโฆษณาอย่างสม่ำเสมอ การมอบทางเลือกที่หลากหลายในการวัดประสิทธิภาพของแคมเปญแก่ผู้โฆษณาย่อมมีความสำคัญเช่นกัน โดยการนำแพลตฟอร์มจากออราเคิล โมทมาประยุกต์ใช้กับทาบูล่า ถือเป็นการทำให้ผู้โฆษณาจำนวนมากสามารถเข้าถึงความเชี่ยวชาญของเราได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น”

การประกาศความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างยาวนานของทาบูล่าและออราเคิล โมท ซึ่งสร้างประโยชน์ที่สำคัญหลากหลายประการแก่ผู้โฆษณา โดยก่อนหน้านี้ ทาบูล่ายังเคยร่วมมือกับออราเคิล โมท นำเสนอเครื่องมือที่ช่วยการันตีผลลัพธ์ของยอดรับชมและอัตราการรับชมวิดีโอจนจบของผู้โฆษณาถึง 100 เปอร์เซ็นต์ อีกด้วย

 

เกี่ยวกับ ทาบูล่า

ทาบูล่า (Taboola) ช่วยให้ผู้อ่านค้นพบสิ่งใหม่และสิ่งที่น่าสนใจ แพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Deep Learning และฐานข้อมูลขนาดใหญ่บนโอเพ่นเว็บ ซึ่งมีบริษัทต่างๆ ใช้งานกว่า 20,000 ราย และเข้าถึงผู้คนกว่า 1,400 ล้านคนในแต่ละเดือน ผู้โฆษณาเลือกใช้ทาบูล่าเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในช่วงเวลาที่พวกเขาพร้อมที่จะเปิดรับข้อความ ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ ผู้ให้บริการดิจิทัลคอนเทนต์ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวหรือสำนักพิมพ์ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือต่างเลือกใช้ทาบูล่าเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างรายได้จากกลุ่มเป้าหมาย ผู้ให้บริการดิจิทัลคอนเทนต์ชั้นนำระดับโลกหลายรายมีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งกับทาบูล่า ไม่ว่าจะเป็น CNBC, NBC News, USA TODAY, BILD, Sankei, Huffington Post, Business Insider, The Independent, El Mundo และ Le Figaro ทาบูล่ามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์ก และมีสำนักงานกระจายอยู่ใน 18 เมืองทั่วโลก รวมทั้งสำนักงานใหญ่เอเชียแปซิฟิกในกรุงเทพฯ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.taboola.com และติดตาม Twitter ที่ @taboola

 

เกี่ยวกับออราเคิล

ออราเคิล บริษัทผู้ให้บริการชุดโปรแกรมแอปพลิเคชันครบวงจรพร้อมความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานแบบอัตโนมัติในออราเคิลคลาวด์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ออราเคิล (NYSE: ORCL) สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ oracle.com

เครื่องหมายการค้า

ออราเคิล จาวา และมายเอสคิวแอล เป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนภายใต้ออราเคิล และ/หรือบริษัทในเครือ ส่วนชื่ออื่นๆ อาจเป็นเครื่องหมายการค้าของแต่ละบริษัท

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-taboola-oracle-moat-partnership/

ความท้าทายของศูนย์ข้อมูลสมัยใหม่ ต้องการแนวทางใหม่ของโครงสร้างการจัดเก็บพื้นฐาน

ในยุคแห่งข้อมูล การรวมกันของข้อมูลจำนวนมหาศาลและนวัตกรรมได้มอบโอกาสให้ธุรกิจทุกขนาด อย่างไรก็ตาม หลายคนเรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลอาจมีความซับซ้อนและท้าทาย ข้อมูลมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม และตอนนี้ถูกสร้างประมวลผลและจัดเก็บทุกที่ตั้งแต่ Edge ไปจนถึงระบบคลาวด์ องค์กรต่างพบว่าไม่มีโครงสร้างพื้นฐานเดียวที่สามารถจัดการกับข้อมูลทั้งหมดได้ ดังนั้นพวกเขาจึงใช้สถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างไซโลสำหรับเก็บทรัพยากรไอทีที่มีการจัดการและใช้อย่างอิสระ

ในขณะเดียวกัน แรงกดดันทางไอทีที่เพิ่มขึ้นเพื่อส่งมอบความเรียบง่ายและความคล่องตัวทางธุรกิจ องค์กรจะต้องให้ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานเช่นเดียวกับระบบคลาวด์ที่มีการปรับตัว เป็นอัตโนมัติ และรวมเข้ากับกรอบการจัดการที่มีอยู่

เพื่อตอบสนองความต้องการที่ขัดแย้งกันเหล่านี้ สถาปัตยกรรมและแนวทางใหม่จึงจำเป็นต้องมีที่เก็บข้อมูล PowerStore เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย มีอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ออกแบบมาสำหรับยุคแห่งข้อมูล แพลตฟอร์มใหม่ที่จะปลดล็อคพลังของข้อมูลโดยไม่คำนึงถึงโครงสร้างหรือที่ตั้ง จะช่วยให้คุณได้ปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงไอทีโดยไม่รบกวนการดำเนินงานในปัจจุบัน

สามารถดาวน์โหลด บทความพิเศษได้ที่นี่ – https://bit.ly/3ekc1g6

from:https://www.enterpriseitpro.net/powerstore-storage/

แอพ TikTok มีช่องโหว่ที่เปิดให้แฮ็กเนื้อหาวิดีโอใดๆ ที่เปิดขึ้นมาได้

พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบนแอพ TikTok ที่เปิดช่องให้ผู้โจมตีใส่ข้อมูลวิดีโออื่นๆ ในฟีดของผู้ใช้ได้ แม้จะเป็นผู้ใช้ที่ผ่านการตรวจสอบหรือ Verified แล้วก็ตาม ซึ่งการใช้เทคนิคดังกล่าวจะสามารถปั่นวิดีโอของผู้โจมตีให้ได้รับความนิยมแทนได้

แอพ TikTok เป็นแพลตฟอร์มแชร์วิดีโอยอดนิยมที่มาจากประเทศจีน โดยเป็นของบริษัท ByteDance ที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นแอพแชร์คลิปที่ได้รับความนิยมมากที่สุดไปแล้ว ด้วยจำนวนผู้ใช้ทั่วโลก

จำนวนมากกว่า 1.3 พันล้านราย แต่แอพ TikTok ดันใช้โปรโตคอล HTTP ธรรมดาที่ไม่ได้รักษาความปลอดภัยในการส่งต่อข้อมูล โดยนักวิจัยชื่อ Talal Haj Bakry และ Tommy Mysk ออกมาระบุว่า ทั้งวิดีโอและภาพที่ส่งต่อกันนั้นไม่ได้มีการเข้ารหัส

ดังนั้นผู้โจมตีที่อยู่ระหว่างการเชื่อมต่อของแอพกับ CDN ของ TikTok เองจึงสามารถดึงข้อมูลรายการวิดีโอที่ผู้ใช้โหลดมาดูได้ หรือแฮ็กประวัติการดูคลิปได้ รวมทั้งสามารถโหลดคอนเทนต์ของคลิประหว่างทางแล้วปรับแก้เป็นคลิปตัวเองแทนได้ด้วย

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/tiktok-vulnerability-let-hackers-to-hijack-any-video-content/

พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TikTok ที่เปิดให้แฮ็กเกอร์เจาะบัญชีไหนก็ได้

ตอนนี้ต้องถือว่า TikTok เป็นแอพแชร์วิดิโอที่มีชื่อเสียงมากที่สุด มีผู้ใช้มากกว่า 1.3 พันล้านคนทั่วโลก แต่ล่าสุดก็ตกเป็นข่าวดังในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากพบความเสี่ยงร้ายแรงในแอพ โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ที่มีคดีฟ้องร้องระบุว่า “TikTok ได้แชร์วิดิโอที่รวมเอาใบหน้าแบบซูมใกล้ชิด และคลิปส่วนตัวในแอพตัวเองก่อนที่วิดิโอจะถูกบันทึก” ทำให้ทางกองทัพสหรัฐฯ ประกาศแบนไม่ให้ทหารใช้แอพ TikTok ในโทรศัพท์ที่ใช้ในหน่วยงาน

ด้วยเหตุผลที่แอพนี้อาจถูกใช้ในการสืบข้อมูลหรือบันทึกภาพวิดิโอโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวได้ และครั้งล่าสุดมีนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Check Point ตรวจพบช่องโหว่หลายรายการในแอพพลิเคชั่นตัวนี้ ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีให้สามารถแก้ไขอะไรหลายอย่างกับบัญชี TikTok ของใครก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นการจัดการคอนเท็นต์ของผู้ใช้ การลบวิดิโอ อัพโหลดวิดิโอ เปลี่ยนการตั้งค่าวิดิโอจากไพรเวทเป็นพับลิก หรือแม้แต่ดูดข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ของผู้ใช้ เป็นต้น

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/critical-tiktok-flaws-let-hackers-hack-any-tiktok-account/

(คลิป VDO) ตะลึง!! เด็กคลั่งเกมส์! ทุบตีคอมพิวเตอร์-พร้อมจะเอามีดไล่ฆ่าเพื่อน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา มีผู้ใช้ Youtube นามว่า ヅSunnyXR ได้โพสต์คลิป VDO ความยามประมาณ 3.13 นาที เป็นคลิปที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมเด็กคนหนึ่งเป็นเด็กที่เล่นเกมส์แล้วเกิดโมโหเพื่อนที่เล่นด้วยกัน โดยควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แล้วทุบตีเครื่องคอมพิวเตอร์จนกระทั่งเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว มีอาการเสียหาย

โดยในคลิปได้มีเด็กชายที่ถูกระบุชื่อว่า “อิ๊กคิว” ได้มีอารมณ์โมโห จากการที่เกิดจากการเล่นเกมส์ แล้วไม่พอใจเพื่อนที่เล่นด้วยกัน จากการเล่น พร้อมทุบตีเครื่องคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งยายและแม่ ช่วยเตือนแต่ก็ยังไม่หายพอใจ และแสดงความก้าวร้าว และถึงขั้นแสดงความไม่พอใจด้วยการตะโกนจะเอา “มีดไปไล่ฆ่า” เพื่อนที่เล่นด้วยกัน

ซึ่งคลิปดังกล่าวนี้ถูกแชร์ในโลกโซลเชียลอย่างกว้างขวาง

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/kid-mad-and-angry-computer-game/

รีวิว : สมาร์ทวอช Fitbit Versa 2 ที่ออกแบบสำหรับคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง

Fitbit เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดชื่อว่า Fitbit Versa 2 ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาความสามารถต่างๆ ให้ดีมากยิ่งขึ้น โดยในครั้งนี้ทางเราก็ได้นำมารีวิวและทดสอบคุณสมบัติในการใช้งานต่างๆ ให้ได้เห็นกัน

โดยคุณสมบัติของ Fitbit Versa 2 มีมากมายหลายสิ่ง อาทิเช่น

– หน้าจอ 300×300 pixel
– ทัชสกรีนแบบ AMOLED (สามารถเปลี่ยนภาพหน้าจอได้ผ่านทางแอพพลิเคชัน)
– ระบบ Bluetooth 4.0
– รองรับ Wi-Fi 802.11 b/g/n
– กันน้ำได้ลึกประมาณ 50 เมตร
– Heart Rate แทร็กกิ้งแบบ 24/7
– สามารถตรวจสอบการนอนด้วย Sleep Score
– ระบบแจ้งเตือนผ่านทาง Fitbit
– ระบบ GPS
– การใช้งานยาวนานถึง 6 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
– และอื่นๆ เป็นต้น (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fitbit.com/th/versa)

 

แกะกล่อง (Unboxing)

สำหรับกล่องของ Fitbit Versa 2 นั้นออกแบบมาอย่างหรูหราสวยงาม ส่วนภายในกล่องเปิดออกมาก็มีตัวเครื่อง, มีคู่มือ, สายชาร์จ และสายนาฬิกาเส้นที่สอง (มีขนาดแตกต่างกันกับสายที่ติดมากับตัวเครื่อง) โดยตัวเรือนนั้นจะมีปุ่มด้านซ้าย 1 ปุ่ม และด้านขวาจะเป็นไมค์ ซึ่งสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ด้วย

การใช้งาน

การใช้งาน Fitbit Versa 2 เรียกได้ว่าง่ายมาก เราสามารถที่จะสไลด์หน้าจอไปได้ทั้งหมด 3 ด้าน คือไป

– ด้านซ้าย : สำหรับด้านนี้จะเป็นการเปิดแอพพลิเคชันต่างๆ บนเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น Exercise, Weather, Music, Sportify, Setting และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ (แอพพลิเคชั่นอื่นๆ ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้)
– ด้านบน : สำหรับด้านนี้จะแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เช่น ระยะการเดิน, อัตราเต้นของหัวใจ, การนอนหลับ, การเผาผลาญแคลลอรี เป็นต้น
– ด้านล่าง : สำหรับด้านนี้จะแสดงให้เห็นถึงฟีเจอร์การควบคุมเพลง, การใช้งาน Wallet และ การตั้งค่า Quick Setting

แอพพลิเคชัน Fitbit

จุดเด่นที่สำคัญของ Smart Watch ก็คือการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่น ซึ่ง Fitbit Versa 2 ก็เช่นกัน โดยเราสามารถที่จะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Fitbit (ทั้ง iOS และ Android) โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะแสดงสถานะการทำงานและการซิงค์ข้อมูลต่างๆ จากตัวเครื่องมาไวด้วยกัน ช่วยให้เราเห็นว่า เราทำกิจกรรมต่างๆ ไปเป็นอย่างไรบ้าง, สามารถตั้งค่าหน้าจอหน้าปิดของนาฬิกาได้, สามารถติดตั้งแอพพลิเคชันเพิ่มเติมได้, สามารถดูวิธีการใช้งาน, การควบคุมเพลง, แม้แต่กระทั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมก็ได้เช่นกัน

รีวิวการใช้งานจริง

ครั้งนี้เราได้ทำการรีวิวผลิตภัณฑ์ผ่านทาง VDO คลิปนี้ ลองดูข้อมูลต่างและการใช้งานได้เลย

บทสรุป

Fitbit Versa 2 จัดได้ว่าลงตัวสุดๆ ทั้งในแง่ของดีไซน์การออกแบบตั้งแต่ตัวเรือน สายนาฬิกา และที่ชาร์จแบตเตอรี ทำได้เป็นอย่างดี, ความง่ายต่อการใช้งานที่เข้าใจได้ทันที, แอพพลิเคชั่นที่ทำงานร่วมกัน ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานและการแสดงสถานะกิจกรรมที่เกิดขึ้นได้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งเรียกได้ว่าในราคาประมาณ 7,990 บาทนั้น Fitbit Versa 2 คือสมาร์ทวอช ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง

from:https://www.enterpriseitpro.net/review-fitbit-versa-2-smart-watch/