คลังเก็บป้ายกำกับ: TRUE_WIRELESS

vivo เปิดตัวหูฟังไร้สาย TWS 3 และ TWS 3 Pro รองรับ Spatial Audio ตัดเสียงรบกวนดีขึ้น ราคาเริ่มต้นราว 2,500 บาท

ในงานเมื่อคืนนอกจากจะเปิดตัวดาวเด่นอย่าง vivo X90 Series แล้ว ยังได้เปิด 2 หูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่อย่าง vivo TWS 3 และ TWS 3 Pro ที่มีการอัปเกรดสเปคต่าง ๆ จากรุ่นก่อนพอสมควร แถมในรุ่น TWS 3 Pro ยังเป็นหูฟังไร้สายรุ่นแรกของโลกที่รองรับระบบเสียงแบบ Hi-Fi ด้วย


vivo TWS 3

ดีไซน์ของ vivo TWS 3 และ TWS 3 Pro มาในลักษณะที่เหมือนกันไม่มีผิด หูฟังมีความเบาเพียงข้างละ 5 กรัมเท่านั้น จุกยางของหูฟังยังทำมาจากวัสดุเกรดการแพทย์ด้วย ทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมกับไดนามิกไดรเวอร์ขนาด 12.2 มม. และ Nano-composite Diaphragm 3 ชั้นเลเยอร์ ใช้ชิป aptX จาก Qualcomm ที่ให้ส่งสัญญาณคุณภาพเสียงได้ดี รายละเอียดครบถ้วนเหมือนฟังจากแผ่น CD อีกทั้งยังพ่วงด้วยชิปอัลตร้าไวด์แบนด์สำหรับเสียงเบส และเสียงย่านสูงที่พัฒนาโดย vivo เอง และรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 และ Bluetooth LE Audio


vivo TWS 3 Pro

vivo TWS 3 และ TWS 3 Pro รองรับระบบเสียง Spatial Audio รอบทิศทาง และตัดเสียงรบกวนได้สูงถึง 49dB ซึ่งพัฒนาจากในรุ่นก่อนที่ตัดได้สูงสุดที่ 40dB เท่านั้น มีไมโครโฟนทั้งหมด 3 ตัวที่สามารถอัดเสียงได้คมชัดระดับ HD และตัดเสียงรบกวนได้ดี รองรับการอัดเสียงแบบ Binaural Audio และยังสามารถใช้เป็นไมโครโฟนเพื่อถ่าย Vlog ได้ด้วย

สำหรับสเปคที่ทำให้ vivo TWS 3 Pro แตกต่างออกมาก็คือ ชิปเสียงคุณภาพสูงระดับ Hi-Fi ที่ทำให้ vivo TWS 3 Pro เป็นหูฟัง True Wireless รุ่นแรกของโลกที่สามารถฟังเพลงคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi ได้ อีกทั้งยังมี Auxiliary Listening Mode ที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาทางการได้ยินให้ได้ยินชัดเจนขึ้นด้วย

vivo TWS 3 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ฟังได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง และนานสูงสุด 40 ชั่วโมงเมื่ออยู่ในเคสชาร์จ ส่วน TWS 3 Pro ฟังได้นานสูงสุด 6.8 ชั่วโมง และสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้เคสชาร์จ

Vivo TWS 3 รุ่นมาตรฐานเปิดตัวมาด้วยราคา 499 หยวน (ประมาณ 2,500 บาท) ส่วนรุ่น Pro เปิดตัวที่ 999 หยวน (ประมาณ 5,050 บาท) โดยเปิดให้สั่งจองในประเทศจีนแล้ววันนี้ และจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ธันวาคมนี้

 

ที่มา: GizmoChina, GSMArena

from:https://droidsans.com/vivo-launch-tws-3-tws-3-pro/

รวมฟีเจอร์เด็ดของหูฟังไร้สายระดับแฟลกชิป ที่จะมายกระดับทุกการฟัง Galaxy Buds2 Pro ไอเท็มที่ทุกคนไม่ควรพลาด

หลังจากมีการเปิดตัวหูฟังแบบ True Wireless Stereo (TWS) รุ่นล่าสุด ซัมซุงขอแนะนำฟีเจอร์สุดล้ำ ที่ทำให้ Galaxy Buds2 Pro เป็นหูฟังที่มีทุกสิ่งสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การฟังที่จะทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำอย่างเต็มที่

ดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาให้สวมใส่ได้อย่างสบายพร้อมกับฟังก์ชันที่ครบครันในทุกด้าน รวมถึงการรับสายได้อย่างง่ายดายในทุกเวลา ที่ทำให้ Galaxy Buds2 Pro เป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอย่างแท้จริง

Galaxy Buds2 Pro

ดื่มด่ำอย่างเต็มที่กับประสบการณ์การฟังที่เหนือกว่า ด้วยคุณภาพเสียงคมชัดระดับสตูดิโอ

Galaxy Buds2 Pro มอบประสบการณ์ด้านเสียงที่เต็มอารมณ์ที่สุดบนกลุ่มผลิตภัณฑ์ Galaxy Buds โดยสำหรับผู้ที่รักในเสียงเพลงแล้วนั้น หูฟังรุ่นนี้สามารถทำให้ทุกคนมีประสบการณ์การฟังเพลงจากอัลบั้มอันแสนโปรดปรานได้อย่างไร้ที่ติด้วย Dynamic Range ที่สูงและรายละเอียดเสียงที่ชัดใสตามมาตรฐานเสียงแบบ Hi-Fi 24bit Audio ทำให้สามารถฟังได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเมโลดี้ที่เบาตลอดจนเสียงประสานที่ไพเราะที่สุด 

นอกจากนี้ยังมี ฟีเจอร์ 360 Audio ด้วย Dolby Atmos อันชาญฉลาดที่ให้เสียงลึกนุ่มคมชัดกระหึ่มรอบทิศทาง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สัมผัสคอนเสิร์ตสุดโปรดบน YouTube ได้เหมือนไปชมไลฟ์คอนเสิร์ตท่ามกลางฝูงชนด้วยตัวเอง ซึ่งต้องขอบคุณคุณภาพเสียงที่ลึกและชัดเจนที่ให้เสียงแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ทุกคนสามารถดื่มด่ำไปกับทุกการฟังได้อย่างสมจริง

เชื่อมต่อด้วยระบบตัดเสียงรบกวน ANC (Active Noise Cancelling) ที่ทรงพลังมากขึ้นถึง 40%

ไม่เพียงเป็นสุดยอดหูฟังสำหรับผู้ที่รักเสียงเพลงเท่านั้น Galaxy Buds2 Pro ยังเป็นโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่ต้องการใช้ในการฟังที่ต้องการสมาธิระดับสูงสุดทั้งขณะทำงานหรือเรียน ด้วยระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานและมีสมาธิได้ดีกว่าที่เคย

ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancelling (ANC) ของ Galaxy Buds2 Pro มีประสิทธิภาพดีกว่าระบบเดียวกันในหูฟังรุ่นก่อนหน้าถึง 40% ซึ่งช่วยให้ได้ยินสิ่งที่ต้องการได้อย่างชัดเจนและสามารถตัดเสียงรบกวนออกได้อย่างหมดจด และด้วยฟีเจอร์ Voice Detect ที่มาช่วยตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย ในการใช้ชีวิตประจำวันได้โดยสามารถสลับจาก ANC Mode เป็น Ambient Sound อัตโนมัติ เพื่อฟังเสียงและพูดคุยกับคนรอบข้างได้ โดยไม่ต้องถอดหูฟัง

โดยฟีเจอร์นี้ จะทำการลดเสียงเพลง หรือสิ่งที่กำลังฟังอยู่ให้เบาลง และรับเสียงจากภายนอกให้ดังขึ้นแทน หากจบการพูดคุยสั้นๆ กับคนรอบข้าง หูฟังจะสลับมาเป็น ANC Mode โดยสามารถตั้งค่าได้เองว่าจะให้กลับมาเป็นโหมด ANC Mode หลังจากไร้เสียงพูดภายในระยะเวลาเท่าไหร่ ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและคอยอัพเดตโมเมนต์ต่างๆ ได้ในทุกที่ตามต้องการ 

และ Galaxy Buds2 Pro ยังพัฒนาขึ้นอีกขั้น กับระบบไมค์ตัดเสียงรบกวน 3 ตัว (all high SNR mic : signal-noise ratio) ครั้งแรกใน Galaxy Buds ที่ตัดเสียงรบกวนได้ลึกถึง 33 เดซิเบล พร้อมกับเทคโนโลยีกรองเสียงลม (Wind Shield) ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 2 เท่า สามารถช่วยตัดเสียงรอบตัวที่ไม่ต้องการออกได้เป็นอย่างดี  ให้ทุกคนได้เอ็นจอยอย่างเต็มที่กับการดูหนังฟังเพลงในโลกส่วนตัว ไร้เสียงภายนอกมากวนใจ

ดีไซน์ที่ออกแบบมาให้สวมใส่ได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น

หูฟังรุ่นใหม่นี้ออกแบบให้มีขนาดเล็กลง 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้ฟิตพอดี สามารถใส่ลุยได้ทุกโมเมนต์ ไม่ว่าจะฟังเพลงหรือเล่นกีฬาก็สะดวกสบาย และยังมีดีไซน์ที่ปรับปรุงใหม่ทั้งด้านการระบายอากาศและการป้องกันลม ซึ่งการปรับปรุงคุณสมบัติดังกล่าวยังช่วยให้อากาศไหลผ่านหูฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น สามารถให้เสียงที่คมชัด ไม่ว่าจะเป็นการท่องความบันเทิงที่ชื่นชอบหรือการรับสายสำคัญ ก็สามารถทำได้อย่างไร้ข้อกังวล

และด้วยฟีเจอร์ใหม่อันแสนยอดเยี่ยมของ Galaxy Buds2 Pro ทั้งหมดนี้ ทำให้หูฟังรุ่นนี้กลายเป็น must-have ไอเท็มสำหรับ    ผู้ที่กำลังต้องการสัมผัสประสบการณ์ด้านเสียงระดับพรีเมี่ยมที่เหมาะสมกับทุกไลฟ์สไตล์ หูฟังรุ่นล่าสุดในตระกูล Buds นี้ ช่วยยืนยันว่าซัมซุงยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์และยกระดับตลาดหูฟังด้วยฟีเจอร์ชั้นยอดที่จะมามอบประสบการณ์การฟังแบบไร้สายอย่างดีที่สุดให้กับทุกคน

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/a-collection-of-cool-features-galaxy-buds2-pro/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=a-collection-of-cool-features-galaxy-buds2-pro

รีวิว Jabra Elite 5 หูฟังไร้สายสำหรับคนยุคใหม่ มี ANC กันน้ำ คุยชัด ตอบโจทย์ทุกดิจิตัลไลฟ์สไตล์

สวัสดีครับ กลับมาพบกับการรีวิวหูุฟัง TWS รุ่นใหม่ที่น่าสนใจกับพวกเราทีมงาน MobileOcta อีกครั้งนะครับ วันนี้เรามีโอกาสได้หูฟังบลูทูธรุ่นใหม่จากค่าย Jabra ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ อย่าง Jabra Elite 5 ซึ่งบริษัทนี้มีชื่อเสียงมานานในด้านการทำหูฟังบลูทูธประเภทการคุยชัด เน้นการสนทนาเป็นหลักมาก่อน 

แต่ในปัจจุบัน Jabra ถือว่าก้าวข้ามมาเป็นหนึ่งในผู้นำโดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาในผลิตภัณฑ์ใหม่ของตัวเอง อย่างเช่นในหูฟัง Jabra Elite 5 รุ่นนี้ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสนทนาชัดแจ๋วด้วยไมค์ถึง 6 ตัว

รวมถึงยังรองรับระบบตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation (ANC) อีกด้วย แต่ใช้งานจริงจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น วันนี้เราจะเล่าให้ฟังครับ

แกะกล่อง Jabra Elite 5

  • หูฟัง Jabra Elite 5
  • เคสชาร์จ (หูฟังถูกใส่ไว้ในเคส)
  • ปลายหูฟัง EarGels 3 ชุด 3 ขนาด
  • สายชาร์จ USB-A to USB-C
  • คู่มือและใบรับประกัน

สเปค Jabra Elite 5

  • ขนาดไดร์เวอร์เสียง 6 มม. 
  • น้่ำหนักเคส 40 กรัม
  • น้ำหนักหูฟัง 5 กรัมต่อข้าง
  • กันน้ำมาตราฐาน IP55
  • มีไฟ LED สำหรับแสดงสถานะแบตเตอรี่ หรือการเชื่อมต่อ
  • ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Hybrid Active Noise-Cancellation
  • ความถี่ที่รองรับ
    • Music Mode 20Hz – 20000Hz
    • Speak Mode 100Hz – 8000Hz
  • Codecs – AAC, Qualcomm aptX, SBC
  • จำนวนไมค์ 6 ชุด
  • ซอฟท์แวร์ Jabra Sound+
  • รองรับ Google Fast Pair (Android Only), Spotify Tap
  • ระบบสั่งการด้วยเสียง
    • Amazon Alexa
    • Apple Siri
    • Google Assistant (Android Only)
  • รองรับ Mono Mode
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2, A2DP v1.3, AVRCP v1.6, HFP v1.8, HSP v1.2
  • ระยะทางการรับสัญญาณ ประมาณ 10 เมตร
  • เชื่อมต่อได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
  • มีระบบ Auto Pause, Auto Power On และ Power Off 
  • การรับประกัน 2 ปี
  • ราคา 5,290 บาท มี 2 สีให้เลือกคือ Titanium Black และ Gold Beige

ดีไซน์การออกแบบ

หูฟัง Jabra Elite 5 เป็นหูฟังที่มาพร้อมการออกแบบที่สวยหรู ดูดี อีลิทสมชื่อครับ โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 สีครับ คือ Titanium Black และ สีทอง Gold Beige ที่เราได้มารีวิวนี้เอง

วัสดุในส่วนของเคสและหูฟังจะเหมือนกันครับ คือเป็นวัสดุผิวด้านให้สัมผัสค่อนข้างพรีเมี่ยมทีเดียว ตัวเคสมีดีไซน์ที่โค้งมนพร้อมจุดตัดบริเวณบนและล่าง ทำให้สามารถหยิบจับได้ถนัด และสามารถตั้งชาร์จบนแท่นชาร์จไร้สายได้อย่างมั่นคง

ด้านหน้ามีโลโก้ Jabra พร้อมช่องไฟ LED สำหรับแสดงสถานะการชาร์จ และการเชื่อมต่อ

บริเวณด้านหลังมีพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จ และ Jabra Elite 5 ยังรองรับการชาร์จไร้สายตามมาตราฐาน Qi ด้วย ทำให้สามารถใช้ที่ชาร์จไร้สายร่วมกับอุปกรณ์อื่นอย่างเช่นสมาร์ทโฟนได้เลยครับ

เมื่อเปิดฝาขึ้นจะพบกับหูฟัง 1 คู่วางเรียงอย่างสวยงามพร้อมใช้ และหากใช้ร่วมกับอุปกรณ์ Android OS อย่างเช่นสมาร์ทโฟน ระบบบนมือถือจะบอกให้เราเชื่อมต่อหูฟังได้อย่างรวดเร็วเลยครับ

ดีไซน์ในส่วนของหูฟังจะมาแนวกะทัดรัดครับ มีขนาดเบาๆ เล็กๆ สามารถสวมใส่ได้ง่าย สบายตลอดทั้งวัน จนบางครั้งลืมไปเลยว่ากำลังใส่หูฟังอยู่ ดูแล้ววัยรุ่นที่มีไลฟ์สไตล์ Active น่าจะชอบครับ เพราะสามารถใส่สบายได้ตลอดวันโดยไม่เมื่อยล้า รวมถึงยังให้ปลายหูฟังขนาดแตกต่างกันมา 3 แบบ คือ เล็ก กลาง ใหญ่ (ขนาดกลางใส่มากับหูฟังแล้ว) ทำให้สามารถเข้ากับขนาดช่องหูของแต่ละบุคคลได้ดีมาก สามารถใส่ทำงาน อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือรับชมความบันเทิงได้อย่างเต็มรูปแบบ

ประสิทธิภาพการใช้งาน

Jabra Elite 5 ถือเป็นหูฟังไร้สายที่ค่อนข้างอยู่ในระดับ Flagship ทีเดียวครับ เพราะมาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านการใช้งานระดับสูงที่หลากหลาย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน และยังเน้นความเป็นหูฟังที่มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ทำงาน ออกกำลังกาย หรือใช้งานเพื่อความบันเทิงก็ดีเช่นกัน

อย่างแรกที่ต้องชมเลยคือระบบตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ที่ยอดเยี่ยมครับ เพราะมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงแวดล้อมรอบทิศทางมากถึง 6 ตัว ทำให้สามารถตัดเสียงได้รอบทิศทาง ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เพิ่มสมาธิให้กับเราได้ดีมากครับ

ผู้รีวิวนำออกไปทดสอบนั่งทำงานในร้านกาแฟนอกสถานที่ ช่วยให้สามารถทำงานได้เป็นส่วนตัวมากทีเดียวครับ รวมถึงเวลาว่างก็ยังผ่อนคลายด้วยการดูหนัง หรือฟังเพลงได้เต็มอารมณ์ดีมาก เสียงแวดล้อมที่ตัดไปจะอยู่ที่ราวๆ 70-80% ทำให้เรายังพอได้ยินเสียงรบกวนเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัยครับ 

และเมื่อถอดหูฟังออก ระบบก็จะหยุดเพลงชั่วคราวอัตโนมัติ การควบคุมจะใช้การกดบริเวณโลโก้ ไม่ใช่ระบบสัมผัสครับ ตรงนี้ก็แล้วแต่ชอบว่าถนัดแบบไหน แต่ผู้รีวิวจะชอบการกดจริงๆ แบบนี้มากกว่า เพราะการสัมผัสบางทีมือเปื้อนหรือเปียกเหงื่อก็กดติดบ้างไม่ติดบ้าง แต่กดแบบนี้ก็แม่นยำดี

โดยหูฟังฝั่งซ้าย จะเป็นการควบคุมโหมดต่างๆ เช่นการเปิดปิด ANC และหูฟังฝั่งขวา จะเป็นการเล่นเพลง หรือหยุดเพลงเป็นต้น โดยการกดปุ่มนี้จะสามารถตั้งค่าได้ภายในแอป Jabra Sound+ ตามภาพนี้เลยครับ

ตัวหูฟังมาพร้อมไดร์เวอร์ขนาด 6 มม. พร้อมรองรับโคเดค Qualcomm aptX, AAC และ SBC ให้คุณภาพเสียงในระดับสูง ด้านการฟังเพลง Jabra Elite 5 จากการทดสอบคุณภาพเสียง จะให้เสียงที่ฟังสนุกครับ มีรายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน เสียงเครื่องดนตรีแยกชิ้นชัดเจน เสียงเบสมวลเสียงกำลังสวย นุ่มนวลน่าฟัง เสียงร้องชัดเจน เสียงแหลมไม่บาดหู

โดยรวมถือว่าผ่าน น่าใช้มากๆ ครับ ซึ่งแน่นอนว่าเราสามารถเข้าไปปรับตั้งค่าเสียงได้จากแอปพลิเคชั่น Jabra Sound+ ได้ตามชอบเลยครับ

สำหรับผู้หาหูฟังใส่ออกกำลังกาย วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเข้าฟิตเนส Jabra Elite 5 ก็ถูกออกแบบให้กันน้ำได้ในระดับ IP55 ทำให้ไม่ต้องกลัวเปียกเหงื่อ ไปจนถึงตากฝนก็ไม่เสียครับ มั่้นใจได้ว่าใส่ออกกำลังกายได้ดีแน่นอนครับ

และหากต้องการสั่งการด้วยเสียง หูฟัง TWS รุ่นนี้ยังรองรับระบบ Hand-Free Voice Assistant เข้ากันได้กับทั้ง Siri ของทางฝั่ง Apple iOS หรือ Google Assistant ของทางฝั่ง Android OS รวมไปถึง Amazon Alexa ด้วยครับ และตัวหูฟังยังรองรับการ Pair จับคู่กับหูฟังได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ ทำให้สามารถสลับการใช้งานอย่างเช่น กำลังฟังเพลงผ่านโน้ตบุ๊ค แล้วมีสายเรียกเข้า ก็สามารถสลับมารับสายผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างไร้รอยต่อ 

ด้านการใช้งานแบตเตอรี่ หูฟังสามารถเปิด ANC และฟังเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 7 ชั่วโมง ซึ่งถือว่านานมากเมื่อเทียบกับหูฟังในตลาดครับ และเมื่อรวมกับแบตในเคสชาร์จจะสามารถใช้งานรวมได้ประมาณ 28 ชั่วโมงอย่างน่าประทับใจ และยังรองรับการชาร์จอย่างรวดเร็ว ชาร์จเพียง 10 นาที จะสามารถฟังเพลงได้นาน 60 นาที และรองรับการชาร์จไร้สายผ่านเครื่องชาร์จทั่วไปได้ด้วยครับ สะดวกมาก

บทสรุป

Jabra Elite 5 เป็นหูฟัง TWS ที่ค่อนข้างตอบโจทย์ผู้ใช้ที่กำลังหาหูฟังไร้สายประเภทใส่เบาๆ สบายๆ ได้ตลอดทั้งวันโดยไม่รู้สึกอึดอัดครับ พร้อมทั้งมาพร้อมฟีเจอร์ที่ทันสมัยอย่างเช่น ระบบตัดเสียงรบกวน Hybrid ANC ที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เพิ่มสมาธิในการทำงาน หรือใช้ไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง รวมถึงมีไมค์ 6 ตัว ที่ช่วยจับเสียงได้แม่นยำ เชื่อถือได้ คุยชัดตามสไตล์ Jabra ที่ยอดเยี่ยม 

ด้านคุณภาพเสียงและการใช้งานก็ถือว่าพรีเมี่ยมตามชื่อซีรีย์ครับ คือมีพลังเสียงเหลือล้นเหมาะทั้งสำหรับด้านความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ตลอดจนการสนทนาโทรศัพท์หรือประชุมออนไลน์ สามารถกันน้ำได้ระบบ IP55 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่งของวัยรุ่น มีแบตเตอรี่ที่อึดมาก เปิด ANC ฟังเพลงต่อเนื่องได้ราวๆ 7 ชั่วโมง พร้อมการชาร์จที่รวดเร็ว และรองรับการชาร์จไร้สายด้วยครับ

ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟังดีไซน์สวยงาม คุณภาพและฟีเจอร์ระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม เชื่อว่า Jabra Elite 5 น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ

โดย Jabra Elite 5 มีให้เลือก 2 สี คือสีดำ Titanium Black และสีทอง Gold Beige ที่เรารีวิวนี้ เปิดราคาที่ 5,290 บาท และสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก รับฟรีเคสหูฟัง DIY ที่มีให้เลือก 3 แบบ เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน โดยส่งหลักฐานการซื้อได้ที่ไลน์ @GadgetByRTB หรือรับฟรีทันทีเมื่อซื้อหูฟัง Jabra Elite 5 ที่ Digital Lab สยามดิสคัฟเวอรีเท่านั้นด้วยครับ

ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ตามตัวแทนจำหน่ายในช่องทางต่างๆ เช่น Gadget by RTB, Munkong Gadget, Banana  IT, Studio7, 425 Degree, Mercular, Siam Discovery, Central Online, Lazada, หรือ Shopee เป็นต้น สำหรับการรีวิวก็ต้องขอจบเพียงเท่านี้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ 😀

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/review-jabra-elite-5/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-jabra-elite-5

อาร์ทีบีฯ ส่งหูฟัง True Wireless ระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ “Jabra Elite 5” โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Hybrid ANC

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินเครื่องส่งนวัตกรรมหูฟังทรูไวร์เลส (True Wireless) ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งสุดยอดนวัตกรรมหูฟังทรูไวร์เลส (True Wireless) ภายใต้แบรนด์ “Jabra” (จาบร้า) กับ “Jabra Elite 5” เสริมทัพตลาดในไตรมาสที่ 4 ของปี

โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Hybrid ANC มอบอิสระในการดูหนัง ฟังเพลง และการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยฟังก์ชั่นการโทรและฟังเพลงอย่างดีเยี่ยม พร้อมรองรับการเชื่อมต่อที่ครบครันอย่างแท้จริง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ

RTB

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า การนำเสนอนวัตกรรมหูฟังที่มีคุณภาพและทันสมัยหลากหลายแบรนด์ให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่อาร์ทีบีฯยึดมั่นมาโดยตลอด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้กลุ่มธุรกิจหูฟังของอาร์ทีบีฯสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้ในช่วงสองปีที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจก็ตาม โดยคาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะแตะ 1 พันล้านบาท โดยเติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 40% จากปี 2563

สำหรับภาพรวมตลาดหูฟังในปี 2564 และต้นปี 2565 ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของหูฟังกลุ่ม True Wireless ซึ่งมีแบรนด์ต่างๆนำเสนอสินค้าในกลุ่มนี้มากมาย

โดย Jabra เล็งเห็นว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีแนวโน้มค่าเฉลี่ยในการครอบครองหูฟัง จากปี 2560 ค่าเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 1-2 เครื่อง ปัจจุบันเป็นคนละประมาณ 2-3 เครื่อง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

อย่างไรก็ตามสำหรับหูฟังในกลุ่ม True Wireless ยังมีช่องว่างสำหรับหูฟังที่มีฟังก์ชั่นครบครัน พร้อมรองรับความต้องการผู้บริโภคที่มีต้องมีกิจกรรมที่ต้องทำหลากหลาย สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบพื้นฐานได้อย่างครบถ้วน ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบรับความต้องการของตลาด

อาร์ทีบีฯ จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมหูฟัง True Wireless จากแบรนด์ Jabra (จาบร้า)อย่าง “Jabra Elite 5” เข้ามาเสริมทัพตลาดในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ในขณะที่แผนการทำตลาดหูฟังครึ่งปีหลังของอาร์ทีบีฯ จะผนึกกำลังกับพาร์ทเนอร์ เพื่อบุกตลาดออฟไลน์และออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ

โดยเน้นการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์สำคัญๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของคู่ค้าให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายในวงกว้าง เพราะในช่วงที่ผ่านมาผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการช่องทางออนไลน์มากขึ้น และคู่ค้าของอาร์ทีบีฯ ก็มีนโยบายที่จะทำให้การขายออนไลน์เติบโตอย่างยั่งยืน

นางสาววิมลมาลย์  วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่าในปี 2565 นี้ “Jabra” (จาบร้า) มีการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ให้เชื่อมโยงกับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Technology for Life’s New Rhythm 

เพราะในช่วงสองปีที่ผ่านมาไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เนื่องจากมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทางไกล ประชุมออนไลน์ การรับชมมีเดีย และความบันเทิงต่างๆ หรือแม้แต่การออกกำลังกาย

ดังนั้น Jabra จึงพยายามทำให้แบรนด์สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัลไลฟ์ได้อย่างแท้จริง โดย Jabra Elite 5 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคอนเซ็ปต์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะหูฟังรุ่นนี้มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบครัน ตอบโจทย์เทรนด์การใช้ชีวิตของคนในยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ

คุณนริลญา กุลมงคลเพชร หรือ ญดา นักแสดงสาวเจ้าบทบาทและเจ้าของตำแหน่งนางเอกร้อยล้านจากภาพยนตร์เรื่อง “ร่างทรง” ที่ได้ลองใช้หูฟัง Jabra Elite 5 มาแล้วหลายสัปดาห์ เปิดเผยว่า “จริงๆไม่ค่อยชินกับการใช้หูฟัง True Wireless แต่พอได้มาลองใช้ Jabra Elite 5 แล้ว เพิ่งรู้ว่าหูฟังตัวเล็กๆ 1 ตัว สามารถใช้งานควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ไม่ว่าจะฟังเพลงตอนออกกำลังกาย ประชุมออนไลน์กับทีมงาน ตอนฟังเพลงแบบเงียบๆ เพื่อตั้งสมาธิก่อนถ่ายละคร หรือตอนดูซีรี่ย์ระหว่างนั่งรถไกลๆ ยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้ลองก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าฟังก์ชันของ Jabra Elite 5 มันครบจริงๆ เหมือนเรามีคนรู้ใจที่คอยดูแลเราได้ครบทุกเรื่องเลยค่ะ

สำหรับหูฟัง Jabra Elite 5 ถือเป็นรุ่น Flagship ของปี 2565 เพราะเป็นหูฟัง True Wireless ระดับพรีเมียมที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ สามารถใช้งานได้หลากหลาย อาทิ การทำงาน การออกกำลังกาย หรือการรับชมความบันเทิง

ดังนั้น Jabra Elite 5 จึงเน้นการสวมใส่ที่สบาย โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Hybrid ANC ทั้ง Feed Forward และ Feed Backward มาพร้อมไมโครโฟน 6 ตัว ที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงช่วยให้ผู้ใช้มีสมาธิในขณะทำงานเป็นอย่างดี

พร้อมให้คุณดื่มด่ำกับเพลงโปรดและการรับชมภาพยนตร์ในเวลาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีไดร์เวอร์ลำโพงขนาด 6 มม. ที่รองรับ Codec aptX, AAC และ SBC ช่วยให้คอเพลงเต็มอิ่มไปกับเสียงเพลงในทุกสถานการณ์

ในขณะเดียวกันยังมาพร้อมฟังก์ชัน HearThrough ที่สามารถปรับระดับได้ ทำให้ได้ยินเสียงต่างๆ รอบตัวอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นตัวหูฟังได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด รับกับใบหู ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจากการใส่หูฟังแบบ in-ear ทั้งยังมาพร้อมมาตรฐาน IP55 จึงสามารถทนต่อละอองน้ำและฝุ่นได้

รวมถึงสามารถใส่ออกกำลังกายทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงต่างๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน Jabra Sound+ บนมือถือได้อีกด้วย

ในขณะที่ระบบ Hand-Free Voice Assistant ทำให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ที่สำคัญมาพร้อม Bluetooth Multipoint ช่วยให้หูฟังใช้งานได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน ทำให้สามารถสลับทำงานทั้งฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย

อีกทั้ง Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair ที่อยู่ในหูฟังช่วยให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ผ่านบลูทูธได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC และสามารถใช้งานได้นานถึง 28 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับตลับชาร์จ พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว โดยชาร์จเพียงแค่ 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานถึง 60 นาทีเลยทีเดียว มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Titanium Black และ Gold Beige พร้อมวางจำหน่ายในราคา 5,290 บาท

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Jabra Elite 5 200 ท่านแรก รับฟรีเคสหูฟัง DIY ที่มีให้เลือก 3 แบบ เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน โดยส่งหลักฐานการซื้อได้ที่ไลน์ @GadgetByRTB หรือรับฟรีทันทีเมื่อซื้อหูฟัง Jabra Elite 5 ที่ Digital Lab สยามดิสคัฟเวอรีเท่านั้น

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/rtb-launches-new-premium-true-wireless-headphones-jabra-elite-5/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=rtb-launches-new-premium-true-wireless-headphones-jabra-elite-5

เปิดตัว AirPods Pro 2 มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนที่ดีขึ้น 2 เท่า, เคสชาร์จใหม่ และใช้ได้นานขึ้น 6 ชม. ราคา 8,990 บาท

Apple ประกาศเปิดตัว AirPods Pro รุ่นที่ 2 AirPods Pro ซึ่งถือเป็น AirPods ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมี  ด้วยพลังของชิป H2 ใหม่ AirPods Pro ปลดล็อกประสิทธิภาพด้านเสียงที่เหนือชั้น ซึ่งรวมถึงการอัปเกรดครั้งสำคัญสำหรับการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟและโหมดฟังเสียงภายนอก

และในขณะเดียวกันก็มอบวิธีการที่ไม่เหมือนใครในการสัมผัสประสบการณ์ระบบเสียงตามตำแหน่งที่เต็มอิ่มสมจริงยิ่งขึ้น ตอนนี้ ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับการควบคุมแบบสัมผัสในการควบคุมการเล่นไฟล์มีเดียและปรับระดับเสียงได้โดยตรงจากก้านหูฟัง รวมถึงแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น เคสชาร์จแบบใหม่หมด และจุกหูฟังอีกหนึ่งขนาดใหม่เพื่อความกระชับพอดียิ่งขึ้น

AirPods Pro 2
AirPods Pro ใหม่มาพร้อมการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับโหมดฟังเสียงภายนอก ระบบเสียงตามตำแหน่ง และคุณสมบัติต่างๆ ด้านความสะดวกสบายที่ลูกค้าต่างชื่นชอบ ทั้งยังมอบการตัดเสียงรบกวนที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุดถึงสองเท่า

“AirPods ได้ปฏิวัติหมวดหมู่หูฟังไร้สายด้วยดีไซน์สุดล้ำและคุณภาพเสียงอันน่าทึ่ง Apple ยกระดับมาตรฐานวงการอีกครั้งด้วย AirPods Pro ใหม่” Bob Borchers รองประธานฝ่าย Worldwide Product Marketing ของ Apple กล่าว “AirPods Pro ให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งกว่าเดิม ประสบการณ์การฟังที่เต็มอิ่มสมจริงยิ่งขึ้น พร้อมระบบเสียงตามตำแหน่งสำหรับคุณ และคุณสมบัติด้านเสียงที่ปฏิวัติมาใหม่อย่างโหมดฟังเสียงภายนอกที่ปรับตามสภาวะ และด้วยพลังในการตัดเสียงรบกวนที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าสูงสุดถึงสองเท่า หูฟังไร้สายที่ขายดีที่สุดในโลกก็ยิ่งดีขึ้นอีกในวันนี้”

ไดรเวอร์เสียงความผิดเพี้ยนต่ำใหม่และตัวขยายสัญญาณแบบเฉพาะมอบเสียงเบสที่ทุ้มลึกยิ่งขึ้นและเสียงที่คมชัด ในขณะที่จุกหูฟังขนาดเล็กพิเศษใหม่ให้ความกระชับพอดียิ่งขึ้น

ระบบเสียงสุดล้ำ

พลังของชิป H2 ใหม่ที่อยู่ในหูฟังน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัดจะมอบประสบการณ์การฟังที่เหนือชั้นและตัดเสียงรบกวนได้เหนือกว่า AirPods Pro รุ่นก่อนหน้าสูงสุดถึง 2 เท่า วันนี้ AirPods Pro มอบเสียงเบสที่ทุ้มลึกยิ่งขึ้นและเสียงที่คมชัดครอบคลุมช่วงความถี่ที่กว้างขึ้นด้วยไดรเวอร์เสียงความผิดเพี้ยนต่ำใหม่และตัวขยายสัญญาณแบบเฉพาะ และประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุดไม่อาจสมบูรณ์ได้หากขาดความกระชับพอดีภายในหู จึงมีจุกหูฟังขนาดเล็กพิเศษให้มาด้วย เพื่อให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นได้สัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์ของ AirPods Pro

ด้วยพลังของชิป H2 ใหม่ โหมดฟังเสียงภายนอกที่ปรับตามสภาวะจะช่วยลดเสียงรบกวนจากรอบข้างเพื่อการฟังที่สบายหูยิ่งขึ้น

โหมดฟังเสียงภายนอกช่วยให้ผู้ฟังต่อติดและรับรู้ความเป็นไปของโลกรอบๆ ตัว ตอนนี้ โหมดฟังเสียงภายนอกที่ปรับตามสภาวะต่อยอดคุณสมบัติที่ลูกค้าต่างก็หลงรักนี้ขึ้นไปอีกขั้น โดยชิป H2 ที่ทรงพลังจะช่วยในการประมวลผลบนอุปกรณ์ ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนจากรอบข้าง อย่างเช่น เสียงไซเรนจากยานพาหนะที่วิ่งผ่านไป เสียงเครื่องมือก่อสร้าง หรือแม้แต่เสียงจากลำโพงในงานคอนเสิร์ต เพื่อการรับฟังที่สบายหูยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน

จุกหูฟังขนาดเล็กพิเศษใหม่จะมอบความกระชับพอดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าอีกหลายคน

เสียงที่แม่นยำและเต็มอิ่มสมจริง

ประสบการณ์การฟังของ AirPods เต็มอิ่มสมจริงยิ่งขึ้นด้วยระบบเสียงตามตำแหน่งสำหรับคุณ โดยผู้ใช้จะได้รับรู้เสียงแบบเฉพาะตัว ตามขนาดและรูปทรงของศีรษะและหูของแต่ละคน โดยใช้กล้อง TrueDepth บน iPhone ผู้ใช้สามารถสร้างโปรไฟล์ส่วนตัวสำหรับระบบเสียงตามตำแหน่งที่จะช่วยมอบประสบการณ์ด้านการฟังที่ปรับแต่งขึ้นสำหรับผู้ฟังเป็นการเฉพาะ ผู้ใช้จะได้เพลิดเพลินกับเพลง ภาพยนตร์และรายการทีวีในระบบเสียงตามตำแหน่งสำหรับคุณ พร้อมด้วยการติดตามศีรษะแบบไดนามิกบนทั้ง iPhone, iPad, Mac และ Apple TV1

ประสบการณ์การฟังของ AirPods มีความเต็มอิ่มสมจริงยิ่งขึ้นด้วยระบบเสียงตามตำแหน่งสำหรับคุณ

คุณสมบัติต่างๆ เพื่อความสะดวกสบาย

ประสบการณ์อันมหัศจรรย์ที่ผู้ใช้ต่างก็หลงรักจากผลิตภัณฑ์ตระกูล AirPods ที่ดียิ่งกว่าเดิมใน AirPods Pro เจเนอเรชั่นถัดไป การจับคู่แบบทันทีกับอุปกรณ์ Apple ทั้งหมดทำให้การตั้งค่ากลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว ในขณะเดียวกัน ส่วนเฉพาะสำหรับ AirPods ในการตั้งค่าของ iOS ก็ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและควบคุมคุณสมบัติต่างๆ ของ AirPods ได้ง่ายๆ

ตอนนี้ ผู้ใช้สามารถควบคุมการเล่นไฟล์มีเดียและปรับระดับเสียงให้ดังขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อีกเครื่อง ด้วยการควบคุมแบบสัมผัสบน AirPods Pro เพียงแค่เลื่อนนิ้วขึ้นหรือลงที่ก้านหูฟังเบาๆ ก็สามารถปรับระดับเสียงได้อย่างรวดเร็ว บีบที่ก้านเพื่อเปลี่ยนเพลง รับสายโทรศัพท์ และอีกมากมาย หรือพูดว่า “หวัดดี Siri” แล้วก็ออกคำสั่งได้เลยแบบไม่ต้องใช้มือ เซ็นเซอร์ตรวจจับผิวหนังในตัวที่ปรับปรุงใหม่ซึ่งเปิดหรือปิดการเล่นได้แม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งยังมอบระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นอีกด้วย

เพียงแค่เลื่อนนิ้วขึ้นหรือลงที่ก้านหูฟังเบาๆ ก็สามารถปรับระดับเสียงได้อย่างรวดเร็วในระหว่างเดินทาง

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

AirPods Pro มาพร้อมระยะเวลาการฟังที่นานขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 1.5 ชั่วโมง โดยสามารถฟังได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งานการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ2 และด้วยการชาร์จจากเคสเพิ่มเติมอีก 4 ครั้ง ผู้ใช้ก็สามารถเพลิดเพลินกับการฟังได้สูงสุดถึง 30 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งานการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ ซึ่งนานกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 6 ชั่วโมงเต็ม3

เพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้นในระหว่างการเดินทาง ตอนนี้ผู้ใช้สามารถชาร์จ AirPods Pro ด้วยที่ชาร์จสำหรับ Apple Watch เพิ่มเติมจากที่ชาร์จ MagSafe, แผ่นรองชาร์จที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน Qi หรือสาย Lightning  

เพื่อความสะดวกสบายที่มากขึ้น ตอนนี้ลูกค้าสามารถชาร์จ AirPods Pro ใหม่ด้วยที่ชาร์จสำหรับ Apple Watch ได้แล้ว

เคสชาร์จ MagSafe แบบใหม่หมด

AirPods Pro มาพร้อมเคสชาร์จที่ออกแบบขึ้นใหม่ที่มีความสามารถในการทนเหงื่อและน้ำ 4 และยังมีห่วงคล้องสาย5 เพื่อให้อยู่ใกล้แค่เอื้อมเสมอ ด้วยคุณสมบัติตำแหน่งที่ตั้งจริง ผู้ใช้ที่มี iPhone ที่มีชิป U1 จะสามารถค้นหาตำแหน่งของเคสชาร์จได้ผ่านการบอกทิศทาง เคสชาร์จยังมาพร้อมลำโพงในตัวที่สามารถส่งเสียงได้ดังกว่าเดิมเพื่อให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น

ปรับแต่งเคสชาร์จในสไตล์ของตัวเองด้วย Memoji แบบเฉพาะตัว ซึ่งรวมถึง Memoji แบบกำหนดเอง, Animoji และสติกเกอร์ที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ โดยคุณสามารถเริ่มต้นการสลักได้ด้วยการสร้างและอัปโหลด Memoji ในแอป Apple Store

AirPods กับสิ่งแวดล้อม

AirPods Pro ได้รับการออกแบบด้วยวัสดุและคุณสมบัติมากมายที่จะช่วยจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการใช้โลหะหายากที่ผ่านการรีไซเคิล 100​% ในแม่เหล็กทุกชิ้น และการเคลือบแผงวงจรพิมพ์หลายชิ้นโดยใช้ทองรีไซเคิล 100% เป็นครั้งแรก แม้แต่เคสก็ยังใช้ดีบุกรีไซเคิล 100% ในบัดกรีแผงวงจรหลัก และอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ในบานพับ AirPods Pro ปราศจากสารที่อาจเป็นอันตราย เช่น ปรอท, BFR, PVC และเบริลเลียมอีกด้วย บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบใหม่เลิกใช้พลาสติกหุ้มชั้นนอกและอย่างน้อย 90% ใช้เยื่อไม้เป็นหลัก จึงทำให้ Apple เข้าใกล้เป้าหมายของบริษัทมากยิ่งขึ้น นั่นคือการเลิกใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2025

วันนี้การดำเนินงานของบริษัท Apple ทั่วโลกมีความเป็นกลางทางคาร์บอน และภายในปี 2030 เราวางแผนที่จะมีความเป็นกลางทางคาร์บอน 100% ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ ซึ่งรวมถึงซัพพลายเชนการผลิตและวงจรชีวิตของสินค้าทั้งหมด นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ Apple ทุกเครื่องที่จำหน่ายจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน การประกอบ การขนส่ง การใช้งานของลูกค้า การชาร์จ ตลอดจนการรีไซเคิลและการคัดแยกวัสดุ

ราคาและความพร้อมในการวางจำหน่าย

  • AirPods Pro (รุ่นที่ 2) จะพร้อมให้สั่งซื้อในเร็วๆ นี้ในราคา 8,990 บาท
  • AirPods (รุ่นที่ 3) พร้อมเคสชาร์จ Lightning ตอนนี้มีจำหน่ายในราคา 6,790 บาท AirPods (รุ่นที่ 3) พร้อมเคสชาร์จ MagSafe มีจำหน่ายในราคา 6,990 บาท
  • ในขณะนี้ลูกค้าสามารถเพิ่มการสลักข้อความด้วย Memoji ลงบนเคสสำหรับ AirPods (รุ่นที่ 2) และ AirPods (รุ่นที่ 3) ได้ฟรีเฉพาะในแอป Apple Store เท่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสลักข้อความด้วย Memoji โดยใช้ Apple Store app
  • สมาชิกใหม่สามารถใช้ Apple Music ได้ฟรี 6 เดือน เมื่อซื้อ AirPods, AirPods Pro หรือ AirPods Max รุ่นใดก็ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th/promo
  • เพื่อฟังก์ชั่นการทำงานที่สมบูรณ์แบบ ให้ใช้ AirPods Pro (รุ่นที่ 2) โดยจับคู่กับอุปกรณ์ Apple ที่ใช้ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการล่าสุด โปรไฟล์ระบบเสียงตามตำแหน่งสำหรับคุณและแอปค้นหาของฉันจะใช้งานได้พร้อม iPadOS 16 และ macOS Ventura ภายในเดือนตุลาคม

เกี่ยวกับ Apple Apple ได้ปฏิวัติเทคโนโลยีส่วนบุคคลด้วยการเปิดตัว Macintosh สู่ท้องตลาดตั้งแต่ปี 1984 ในวันนี้ Apple คือผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมด้วย iPhone, iPad, Mac, Apple Watch และ Apple TV แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ทั้ง 5 แพลตฟอร์มของ Apple ได้แก่ iOS, iPadOS, macOS, watchOS และ tvOS มอบประสบการณ์การใช้งานอย่างต่อเนื่องบนอุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple ทั้งหมด พร้อมเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้คนด้วยบริการที่ก้าวล้ำอย่าง App Store, Apple Music, Apple Pay และ iCloud พนักงานของ Apple กว่า 100,000 คนทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดระดับโลก และทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นกว่าเดิม

  1. ระบบเสียงตามตำแหน่งใช้งานได้กับคอนเทนต์ที่ใช้งานร่วมกันได้ในแอปที่รองรับ จำเป็นต้องมี iPhone ที่มีกล้อง TrueDepth ในการสร้างโปรไฟล์ส่วนบุคคลสำหรับระบบเสียงตามตำแหน่ง ซึ่งจะซิงค์ตรงกันระหว่างอุปกรณ์ Apple ที่ใช้ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการล่าสุด รวมไปถึง iOS, iPadOS (พร้อมให้ใช้งานในเดือนตุลาคม), macOS (พร้อมให้ใช้งานในเดือนตุลาคม) และ tvOS
  2. ฟังได้นานสูงสุด 5.5 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งานระบบเสียงตามตำแหน่ง
  3. ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกันไปตามการใช้งาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/th/batteries
  4. AirPods Pro และเคสชาร์จ ทนเหงื่อและน้ำ โดยเหมาะสำหรับกีฬาและการออกกำลังกายที่ไม่ใช่ทางน้ำ และมีการป้องกันอยู่ที่ระดับ IPX4 ความสามารถในการทนเหงื่อและน้ำจะไม่คงอยู่ถาวร
  5. สายคล้องจำหน่ายแยกต่างหาก

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/launch-airpods-pro-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=launch-airpods-pro-2

ครั้งแรกในไทย ออปโป้เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นแรก “OPPO Pad Air” ด้วยดีไซน์เอกลักษณ์ พร้อม “OPPO Enco Air2 Pro” หูฟังไร้สายมอบมิติใหม่แห่งพลังเสียง ตอบโจทย์สายบันเทิง-การทำงาน

ออปโป้ ไทยแลนด์ เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นแรก “OPPO Pad Air” ชูสโลแกน “ดีไซน์บาง โฉบเฉี่ยว สนุกได้ไม่จำกัด” ในดีไซน์พื้นผิวแบบ Sunset dune สีเทา Fog Gray ด้วยกระบวนการ Reno Glow น้ำหนักเบาเพียง 440 กรัม พกพาสะดวก พร้อมหน้าจอถนอมสายตา 2K และลำโพงสเตอริโอ 4 ตัวระบบ Dolby Atmos เปิดตัวในราคา 9.999 บาท

พร้อมกับ “OPPO Enco Air2 Pro” หูฟังไร้สายรุ่นล่าสุดให้คุณดำดิ่งสู่ห้วงมิติแห่งพลังเสียงด้วยไดรเวอร์ขนาดใหญ่ ระบบตัดเสียงรบกวนสุดล้ำ ในดีไซน์โดดเด่นทั้งสีเทาและสีขาวคลาสสิกและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน เปิดตัวในราคา 2,499 บาท

สัมผัสและเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ IoT รุ่นล่าสุดจากออปโป้ได้แล้ววันนี้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ออปโป้เดินหน้าเปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์กลุ่ม IoT พร้อมเติมเต็มชีวิตสุดล้ำตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์อันชาญฉลาดที่สามารถมอบความบันเทิง ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ทุกการทำงานไหลลื่นเป็นอย่างดี นอกจากฟังก์ชั่นอัดแน่นประสิทธิภาพแล้ว ยังมาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นทุกการใช้งาน เปิดตัวพร้อมกัน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ OPPO Pad Air และ OPPO Enco Air 2 Pro 

OPPO Pad Air

OPPO Pad Air แท็บเล็ตรุ่นแรกจากออปโป้ ดีไซน์บาง โฉบเฉี่ยว สนุกได้ไม่จำกัด

OPPO Pad Air คือแท็บเล็ตรุ่นแรกจากออปโป้ที่เกิดมาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างและมองหาเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยการออกแบบพื้นผิวส่วนบนของฝาหลังแบบ Sunset Dune ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแถบเนินทรายยามพระอาทิตย์ตก

ด้วยจุดเด่นของกระบวนการ Reno Glow พร้อมการเคลือบ 5 ชั้นและเทคโนโลยี 3D Finishing ครั้งแรกในอุตสาหกรรม มอบแท็บเล็ตที่มีรูปลักษณ์สวยงามโดดเด่นไล่สีเทาอย่างมีเลเยอร์ แมทช์เข้าได้กับทุกสไตล์

ในขณะที่ดีไซน์ขอบจอที่มีความกว้าง 8มม. เท่ากันทั้ง 4 ด้าน ทำให้ตัวเครื่องมีความบางเพียง 6.94 มม. และเบาเพียง 440 กรัม พกพาได้อย่างสะดวกไปได้ทุกที่ จับถือใช้งานได้อย่างสบาย

พร้อมเพิ่ม Productivity ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและความบันเทิงในเครื่องเดียว OPPO Pad Air ยังมาพร้อมหน้าจอถนอมสายตาขนาด 10.36” ความละเอียดสูงสุดถึง 2K ทำให้สามารถเพลิดเพลินไปกับหน้าจอขนาดใหญ่ได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนี้ยังมีลำโพงสเตอริโอ 4 ตัวระบบ Dolby Atmos มอบเสียงที่คมชัดสมจริงเต็มไปด้วยรายละเอียดเสียงแบบ 3D ที่นอกจากจะทำให้ได้ดูหนัง ฟังเพลงได้อย่างเพลิดเพลินแล้ว ยังใช้ในการประชุมหรือเรียนออนไลน์ได้เป็นอย่างดี โดย OPPO Pad Air มาในสีเทา Fog Gray ดูดีมีสไตล์

OPPO Enco Air2 Pro หูฟังไร้สายสุดล้ำที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ห้วงมิติแห่งพลังเสียง

OPPO Enco Air2 Pro True Wireless Noise Cancelling Earbuds หูฟังไร้สายรุ่นล่าสุดที่ได้รับการอัปเกรดเทคโนโลยีเพื่อการรับฟังที่มีคุณภาพมากที่สุด มาพร้อมกับ Titanized Diaphragm Driver ขนาด 12.4 มม. Chamber หลังขนาดใหญ่ที่ออกแบบเอง

และการปรับแต่งเสียงเฉพาะ Enco Live มอบเสียงเบสที่ทุ้มลึก ทรงพลัง เสียงกลางที่สมดุล และเสียงร้องที่คมชัดราวกับกำลังอยู่ท่ามกลางการแสดงคอนเสิร์ต เมื่อจับคู่กับการตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) แบบ dual-core ที่สามารถจับและตัดเสียงรบกวนในความถี่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณเต็มที่กับงานหรือดื่มด่ำกับความบันเทิงได้ง่ายดายต่อเนื่องไม่มีสะดุด

ในขณะที่ดีไซน์ก็ยังโดดเด่นขั้นสุดด้วยฝาครอบด้านบนแบบสะท้อนแสงของ OPPO Enco Air2 Pro ใช้การออกแบบรูปทรงฟองอากาศแบบสองชั้นและโปร่งใส เคสชาร์จยังมาพร้อมรูปทรงแบบโค้งมนเพรียวบางและพื้นผิวด้านน่าสัมผัส และชุดหูฟังยังได้รับการออกแบบความโค้งแบบ Smiling Curve Design ตามหลักสรีรศาสตร์ทำให้สวมใส่ได้สบายตลอดวัน

นอกจากนี้ OPPO Enco Air2 Pro ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ถึง 28 ชั่วโมงเมื่อใช้กับเคสชาร์จและรองรับ Flash Charging โดยการชาร์จเพียง 10 นาทีสามารถฟังเพลงได้นาน 2 ชั่วโมง มาใน 2 สีคลาสสิก ได้แก่ สีเทาและสีขาว

OPPO Pad Air แท็บเล็ตรุ่นแรกจากออปโป้ในดีไซน์บาง โฉบเฉี่ยว พร้อมผิวสัมผัสที่แตกต่าง มอบความสนุกได้ไม่จำกัด มาในสีเทา Fog Gray วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท และ OPPO Enco Air2 Pro หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะพาดำดิ่งสู่ห้วงมิติแห่งพลังเสียง มาให้เลือกกันสองสี สีขาว และสีเทา วางจำหน่ายในราคา 2,499 บาท ผู้ที่สนใจสามารถไปทดลองสัมผัสและเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียด OPPO Pad Air เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3BcyYyL

ติดตามรายละเอียด OPPO Enco Air2 Pro เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3S1IZVe

#OPPOPadAir #ดีไซน์บางโฉบเฉี่ยวสนุกได้ไม่จำกัด #OPPOEncoAir2Pro #DivingIntoTheScene

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oppo-launches-oppo-pad-air-with-oppo-enco-air2-pro/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oppo-launches-oppo-pad-air-with-oppo-enco-air2-pro

ครั้งแรกในไทย! ออปโป้เตรียมส่ง “OPPO Pad Air” แท็บเล็ตรุ่นแรก พร้อม “OPPO Enco Air2 Pro” หูฟังไร้สายมิติแห่งพลังเสียงรุ่นใหม่ 25 ส.ค. นี้!

ออปโป้เตรียมส่งไลน์อัพใหม่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT นำโดย “OPPO Pad Air” แท็บเล็ตรุ่นแรกจากออปโป้ที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยหูฟังไร้สายรุ่นล่าสุดสู่มิติใหม่แห่งการมอบพลังเสียงที่ดีที่สุด  “OPPO Enco Air2 Pro” ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 25 สิงหาคม 2565 นี้

ถือเป็นการเผยโฉมแท็บเล็ตรุ่นแรกของออปโป้สู่สายตาผู้บริโภคชาวไทย โดยทุกคนจะได้สัมผัสกับ OPPO Pad Air ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ผสานความงามและเทคโนโลยีในการสร้างดีไซน์บางเฉียบ พร้อมมอบผิวสัมผัสที่แตกต่างที่สุดในตลาด อัดแน่นด้วยสเปคคุณภาพสูง ตอบโจทย์การใช้งานทั้งการเรียนรู้และเอนเตอร์เทนเม้นท์แบบครบครัน เบา พกพาง่ายไปได้ทุกที่

พร้อม OPPO Enco Air2 Pro หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ที่จะมาสานต่อคุณภาพของเสียงให้ดำดิ่งสู่ห้วงมิติแห่งพลังเสียงด้วยการพัฒนาระบบเสียงที่สามารถมอบสุดยอดความบันเทิงได้อย่างถึงใจและแตกต่าง พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนสุดล้ำ มาในดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในสีสันที่สะดุดตา

เตรียมพบกับผลิตภัณฑ์ IoT สุดล้ำจากออปโป้ทั้ง “OPPO Pad Air” และ “OPPO Enco Air2 Pro” รับชมไลฟ์พร้อมกันในวันที่ 25 สิงหาคม 2565 นี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม เวลา 17:00 น. เป็นต้นไป ได้ทาง Facebook, YouTube, Line Official และ TikTok ของ OPPO Thailand เท่านั้น

สามารถติดตามรายละเอียด OPPO Pad Air เพิ่มเติมได้ที่ : https://bit.ly/3ot7lKk

สามารถติดตามรายละเอียด OPPO Enco Air2 Pro เพิ่มเติมได้ที่  : https://bit.ly/3PTPWG4

#OPPOPadAir #ดีไซน์บางโฉบเฉี่ยวสนุกได้ไม่จำกัด #OPPOEncoAir2Pro #DivingIntoTheScene

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oppo-prepares-to-ship-oppo-pad-air-the-first-tablet-with-oppo-enco-air2-pro/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oppo-prepares-to-ship-oppo-pad-air-the-first-tablet-with-oppo-enco-air2-pro

ให้วันแม่ปีนี้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยของขวัญสุดประทับใจและไฮเทคกับ HUAWEI FreeBuds Pro 2 หูฟังไร้สายดีไซน์หรู

เทศกาลวันแม่กลับมาอีกครั้ง หลายคนเริ่มมองหาของขวัญให้ท่านกันแล้ว ในยุคสมัยนี้ มาฉีกแนวให้ของขวัญแบบไฮเทคกับคุณแม่กันดีกว่า เชื่อว่าคุณแม่ยุคนี้มี 24 ชั่วโมงก็ไม่พอ เพราะฮีโร่ที่รักอย่างคุณแม่เรา ต้องทั้งดูแลครอบครัว ทำงาน เล่นกับลูก ไหนจะต้องหาเวลาให้ตัวเองอีก ก็หมดวันแล้ว ยิ่งถ้าต้องวิ่งวุ่นทั้งวัน

แนะนำให้มองหาหูฟังที่ต้องทั้งสวย น้ำหนักเบา และแบตอึดทนทานในเวลาเดียวกันให้คุณแม่สักชิ้น นอกจากสวย เก๋ ยังจะเป็นเสมือนเพื่อนคู่กายมอบความสุนทรีจากเสียงเพลง ไปจนกระทั่งจะประชุมก็สะดวกสบายผ่านหูฟังไร้สาย

ล่าสุดหัวเว่ยได้จับมือกับแบรนด์ระดับโลกด้านเครื่องเสียงอย่าง Devialet ปล่อยหูฟังรุ่นใหม่ในตลาดประเทศไทย กับ HUAWEI FreeBuds Pro 2 หูฟังไร้สายมาตรฐานเรือธง คุณภาพเสียงทรงพลังผ่านลำโพงคู่ที่พัฒนาร่วมกับ Devialet และระบบลดเสียงรบกวนรอบข้างสูงสุด 47 เดซิเบล ในราคาเพียง 6,499 บาท รับรองว่าตอบโจทย์ ตรงใจ สร้างความประทับใจให้กับคุณแม่ได้แน่นอน

HUAWEI FreeBuds Pro 2

HUAWEI FreeBuds Pro 2 คือ หูฟังไร้สายมาตรฐานเรือธง มอบเสียงทรงพลังและการันตีคุณภาพเสียงจากการรับรอง HWA และ Hi-Res Wireless Dual HD Audio แถมยังสวมใส่สบายเพราะมาพร้อมจุกซิลิโคน 3 ขนาดให้เลือกตามรูปทรงของหู ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็ใช้งานได้ไม่มีหลุด ทั้งคุณแม่สายแอคทีฟ ชอบออกกำลังกาย เล่นโยคะ ไปจนกระทั่งคุณแม่สายสงบ นั่งสมาธิก็ใส่สบายได้ยาวนานไม่อึดอัด

นอกจากนั้น ยังมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Intelligent Dynamic ANC 2.0 ที่ช่วยตัดเสียงรอบข้างได้กริบยิ่งขึ้น ไม่รบกวนการฟังเพลงหรือดูซีรี่ย์เกาหลี จีน ฝรั่ง ไม่ว่าจะดูที่ไหนก็ตามทั้งในบ้าน ร้านกาแฟ หรือนั่งรอลูกในห้างก็ไม่มีเสียงใดมารบกวน

รับฟังเสียงได้คมชัดพร้อมไร้เสียงรบกวนแล้ว ในเรื่องการสนทนาผ่าน HUAWEI FreeBuds Pro 2 ก็ดีไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะมีเทคโนโลยี Pure Voice พร้อมไมโครโฟน 4 ตัว กับ Call Noise Cancellation แบบไฮบริด ที่จะช่วยตัดเสียงรอบข้างได้คมกริบแม้อยู่ท่ามกลางสถานที่พลุกพล่านแค่ไหนก็ตาม เหล่าคุณแม่ก็ยังคุยสายสนทนาได้ไร้กังวล

และแน่นอนว่า ถ้าจะซื้อของขวัญให้คนที่เรารักทั้งทีนอกจากฟีเจอร์ดี ต้องมอบความสะดวกสบายด้วย HUAWEI FreeBuds Pro 2  มาพร้อมแบตเตอรี่รองรับการใช้งานสูงสุดนาน 30 ชั่วโมง[1] ถ้าแบตใกล้หมด ก็ยังชาร์จไวใช้เวลาเพียง 10 นาที ก็สามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้อีก 2.5 ชั่วโมง เรียกได้ว่าทั้งสวมใส่สบาย พกพาง่าย ใช้งานทน และชาร์จเร็วทันใจ ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ในทุกช่วงวัย ทั้งคุณแม่สายกิจกรรม คุณแม่สายติดบ้าน ไปจนคุณแม่สายท่องเที่ยวกันเลย!

อย่าพลาด! HUAWEI FreeBuds Pro 2 วางจำหน่ายแล้วในไทยตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2565 มีให้เลือกทั้ง สีฟ้า Silver Blue, สีเงิน Silver Frost และสีขาว Ceramic White ให้จับคู่กับสไตล์ของคุณแม่ เมื่อซื้อสินค้าผ่านหน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ HUAWEI Store และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบน Shopee และ Lazada รับฟรี! HUAWEI Music Premium VIP ถึง 3 เดือน ให้ฟังเพลงกันไปแบบจัดเต็มไปเลย

ศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดก่อนใครได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ HUAWEI Mobile TH สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อสินค้า คอมมิวนิตี้ และบริการ ง่ายๆ ในคลิกเดียว เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI ใน AppGallery

#HUAWEIFreeBudsPro2 #CoEngineeredwithDevialet


[1] ข้อมูลจากห้องทดลองของหัวเว่ย โดยปิดโหมด ANC และใช้ร่วมกับเคสชาร์จ และใช้ระดับเสียงที่ 50% และฟีเจอร์อื่นๆ อยู่ในค่าเริ่มต้น การใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไปตามระดับเสียง ต้นฉบับเสียงที่ฟัง สิ่งรบกวนภายนอก ฟีเจอร์อื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ และลักษณะการใช้งาน

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/make-mothers-day-this-year-even-more-special-with-huawei-freebuds-pro-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=make-mothers-day-this-year-even-more-special-with-huawei-freebuds-pro-2

แกะละเอียดยิบ! นวัตกรรมที่ทำให้ HUAWEI FreeBuds Pro 2 ฟังชัดทุุกโน้ต ครอบคลุมย่านความถี่เสียงตั้งแต่ 14 Hz ถึง 48 kHz

หูฟังไร้สาย (TWS) จัดเป็นไอทีแกดเจ็ตอันดับต้นๆ ที่คนมองหา โดยเฉพาะเมื่อชีวิตประจำวันขยับมาสู่โลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเรียน ทำงาน ประชุม หรือแม้แต่กิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายอย่างดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย หูฟังไร้สายก็ดูจะเป็นไอเทมที่อยู่กับเราตลอดวัน นี่เองจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่แบรนด์ไอทีระดับโลกอย่างหัวเว่ยไม่เคยหยุดพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่มีคุณภาพในราคาคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคเสมอมา ด้วยความเชื่อมั่นว่าทุกคนควรจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ดี

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเสียงในระดับโลกมากว่า 10 ปี และห้องแล็บเสียง 6 แห่งที่ทำงานพัฒนาเทคโนโลยีเสียงอย่างไม่หยุดหย่อน หัวเว่ยได้เริ่มส่งหูฟังไร้สายตัวแรกที่มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนรอบข้าง (ANC) ลงสู่ท้องตลาดเมื่อปี 2019 จนกระทั่งรุ่นล่าสุด HUAWEI FreeBuds Pro 2 เปิดตัวพร้อมกับความสามารถตัดเสียงรบกวนได้สูงสุดถึง 47 เดซิเบล และมอบประสบการณ์เสียงที่ครอบคลุมย่านความถี่ตั้งแต่ 14 Hz จนถึง 48 kHz ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง และยังได้รับการันตีคุณภาพเสียงด้วยการรับรอง HWA และ Hi-Res Wireless Dual HD Audio

แล้วเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมแบบไหนกันที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ของหัวเว่ย วันนี้เราจะพาไปแยกส่วนประกอบหูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro 2 อย่างละเอียดยิบ แต่รับรองว่าไม่ยากเกินความเข้าใจ!

1.นวัตกรรมไดรเวอร์ขับเสียงแบบคู่ หนึ่งทุ้ม หนึ่งแหลม

ในหูฟังไร้สายรุ่นนี้ หัวเว่ยใช้ไดรเวอร์ขับเสียงสองตัว โดยมีตัวหนึ่งเสียงเบส อีกตัวเสียงแหลมที่ทำงานแยกกันอย่างอิสระ แต่สอดประสานกันอย่างลงตัวโดยไม่ไปรบกวนการทำงานของกันและกัน ระบบเสียงนี้เรียกว่า Dual-Speaker True Sound ประกอบด้วยไดนามิกไดรเวอร์ ultra-hearing ขนาด 11 มม. แบบแม่เหล็ก 4 ชุด (quad-magnet dynamic driver) ให้เสียงเบสที่ลงลึกถึงความถี่ 14 Hz ทุ้มแน่นและกระหึ่มถึงใจยิ่งกว่าหูฟัง TWS ในท้องตลาดทั่วไปที่ขับเสียงให้มาเพียง 9 KHz

ในส่วนของการออกแบบคอยล์เสียงของไดอะแฟรม HUAWEI FreeBuds Pro 2 นับเป็นหูฟังไร้สายรุ่นแรกของหัวเว่ยที่ใช้ไดอะแฟรมแบบ ultra-high-frequency planar diaphragm driver หรือไดอะแฟรมความถี่สูงที่ใช้วัสดุแผ่นฟิล์มสอดไว้ระหว่างแม่เหล็กซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวนำอันทรงพลัง ที่มักใช้แค่ในหูฟังระดับไฮเอนด์ เพื่อให้ได้เสียงแหลมและเสียงโอเวอร์โทนที่แม่นยำและสว่างสดใส

ซึ่งการออกแบบไดอะแฟรมเช่นนี้ทำให้ความเร็วของ Transient Response สอดคล้องกับต้นฉบับเสียง HUAWEI FreeBuds Pro 2 จึงให้รายละเอียดเสียงที่เหนือระดับ และสามารถถ่ายทอดเสียงได้ครอบคลุมย่านความถี่ตั้งแต่ 14 Hz จนถึง 48 kHz

2. นวัตกรรม Digital Cross-over technology กาวใจผสานการทำงานสองไดรเวอร์

HUAWEI FreeBuds Pro 2 ใช้เทคโนโลยี Digital Cross-over เพื่อส่งสัญญาณเสียงเข้าสู่กระบวนการประมวลผลสองทางที่แยกขาดจากกัน ผ่านชิปเสียง DAC สองตัวที่ติดตั้งมาในหูฟัง ดังนั้นจึงสามารถแยกแยะสัญญาณเสียงความถี่ต่ำและความถี่สูงได้อย่างชัดเจน และไดรเวอร์ขับเสียงสองตัวที่แยกเป็นเป็นความถี่ต่ำและความถี่สูงก็สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยมีเทคโนโลยี Digital Cross-over นี้เองที่คอยผสานการทำงานของไดรเวอร์ทั้งสองตัวอย่างอัจฉริยะโดยไม่แทรกแซงกันและกัน หูฟังรุ่นนี้จึงมอบประสบการณ์เสียงที่ครอบคลุมทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง นับว่าสามารถขยายย่านความถี่เสียงให้กว้างขึ้นได้อย่างแท้จริงไปพร้อมๆ กับเก็บรายละเอียดเสียงต้นฉบับไว้ได้อย่างแม่นยำ ให้รายละเอียดเสียงที่รุ่มรวย ไม่ว่าจะฟังเพลงมิกซ์สุดไดนามิกโดยดีเจ หรือฟังคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกก็ตาม

3. นวัตกรรมการปรับจูนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเสียง จากแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Devialet

การจับมือกับแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Devialet ให้มาร่วมพัฒนาระบบเสียงและปรับจูนเสียงนั้นทำให้หูฟัง HUAWEI FreeBuds Pro 2 มอบประสบการณ์เสียงที่เรียกได้ว่า “Pure Sound” ตามความมุ่งมั่นของทั้งสองแบรนด์ โดยได้ทำงานใกล้ชิดกันเพื่อออกแบบสถาปัตยกรรมเสียงอะคูสติกที่เป็นนวัตกรรมใหม่ โดยสามารถถ่ายทอดทุกเนื้อเสียงและท่วงทำนองที่หลบซ่อนอยู่ในเสียงดนตรีแต่ละโน้ต ด้วยเสียงเบสที่เป็นจังหวะและคุณภาพเสียงที่ชัดใส เก็บรายละเอียดทุกอารมณ์ของต้นฉบับ

4. นวัตกรรม มอบเสียงใส คมชัด กับการตัดเสียงรอบข้าง พร้อมไมค์ถึง 4 ตัว

ด้วยความมุ่งมั่นด้านการวิจัยและพัฒนาของหัวเว่ย การพัฒนา HUAWEI FreeBuds Pro 2 จึงได้พัฒนาผ่านอัลกอริทึมการตัดเสียงจากนวัตกรรมรอบข้างมากกว่า 500 สถานการณ์ เอกสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยแบบ Deep Neural Network (DNN) เพื่อส่งมอบเสียงสนทนาที่คมชัดระหว่างใช้งานหูฟัง โดย HUAWEI FreeBuds Pro 2 มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรอบข้าง Pure Voice กับไมโครโฟน 4 ตัว พร้อมระบบ Call Noise Cancellation แบบไฮบริด ที่จะช่วยตัดเสียงรอบข้างได้คมกริบ สนทนาได้ในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เสียงดังเท่าไหร่ก็ตาม 

นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds Pro 2 ยังมีพร้อมความอัจฉริยะของเทคโนโลยี Triple Adaptive EQ หรืออัลกอริทึมที่สามารถปรับจูนเสียงอัตโนมัติได้แบบเรียลไทม์ถึง 3 โหมดดังนี้

  • Volume EQ ปรับย่านเสียงอัตโนมัติเมื่อมีการเพิ่มเสียงหรือลดเสียง
  • Ear canal structure EQ ปรับจูนเสียงตามโครงสร้างหูของผู้ใช้และลักษณะการสวมใส่หูฟัง
  • Wearing status EQ ปรับจูนเสียงตามอิริยาบถของผู้ใช้ เช่น ใส่นั่งทำงาน ใส่เดิน หรือใส่วิ่ง

HUAWEI FreeBuds Pro 2 มีให้เลือก 3 สี 3 สไตล์ คือสีฟ้า Silver Blue, สีเงิน Silver Frost และสีขาว Ceramic White เปิดราคาในประเทศไทยเพียง 6,499 บาท พร้อมโปรโมชันสุดคุ้มในวันแรกที่วางจำหน่าย 6 สิงหาคม 2565 รับฟรี! HUAWEI Band 6 มูลค่า 1,899 บาท และ HUAWEI Music Premium ฟรี 3 เดือน มูลค่า 387 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่หน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือรับฟรีบริการ HUAWEI Music Premium ฟรี 3 เดือน มูลค่า 387 บาท เมื่อซื้อสินค้าวันที่ 7 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป ทั้งหน้าร้านและเมื่อสั่งซื้อที่ช่องทางออนไลน์ HUAWEI Store และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบน Shopee และ Lazada

ศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดก่อนใครได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ HUAWEI Mobile TH สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อสินค้า คอมมิวนิตี้ และบริการ ง่ายๆ ในคลิกเดียว เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI ใน AppGallery

#HUAWEIFreeBudsPro2 #CoEngineeredwithDevialet

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/innovations-that-make-the-huawei-freebuds-pro-2-hear-every-note-clearly/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=innovations-that-make-the-huawei-freebuds-pro-2-hear-every-note-clearly

เปิดจอง! HUAWEI FreeBuds Pro 2 หูฟังไร้สายเรือธงลำโพงคู่ที่พัฒนาร่วมกับ Devialet ในราคาเพียง 6,499 บาท

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เรียกกระแสตอบรับอย่างล้นหลามให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สาย (TWS) ได้อีกครั้ง  จากการเปิดตัวหูฟังไร้สายระดับเรือธงรุ่นล่าสุด HUAWEI FreeBuds Pro 2 ในงาน HUAWEI APAC Smart Office Launch 2022 ตอกย้ำศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเสียงของหัวเว่ยที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์หูฟังไร้สายออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างไม่หยุดนิ่ง

โดยเป็นครั้งแรกของหัวเว่ยกับการใช้ลำโพงคู่ Dual-Speaker True Sound ที่พัฒนาร่วมกับ Devialet มอบประสบการณ์เสียงระดับ Hi-Res ผนึกเทคโนโลยี Intelligent Dynamic ANC 2.0 ที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 47 เดซิเบล ซึ่งประกาศราคาจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 6,499 บาท

ครั้งแรกของหัวเว่ยกับลำโพงคู่ Dual-Speaker True Sound ที่พัฒนาร่วมกับ Devialet เนรมิตรายละเอียดเสียงสุดประณีต

HUAWEI FreeBuds Pro 2 นับเป็นหูฟังไร้สายรุ่นแรกของหัวเว่ยที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกอย่าง Devialet เพื่อมอบประสบการณ์เสียงอะคูสติกที่ปรับจูนอย่างประณีต โดยใช้ Bluetooth Codec LDAC™ ให้คนรักเสียงเพลงได้ดื่มด่ำกับการฟังแบบไร้สายที่การันตีคุณภาพด้วยการรับรอง HWA และ Hi-Res Wireless Dual HD Audio

ในหูฟังไร้สายรุ่นนี้ หัวเว่ยใช้ระบบเสียงที่เรียกว่า Dual-Speaker True Sound หรือลำโพงคู่ที่ประกอบด้วยไดนามิกไดรเวอร์แบบ ultra-hearing ขนาด 11 มม. แบบแม่เหล็ก 4 ชุด (quad-magnet dynamic driver) ซึ่งขับเสียงเบสและเสียงกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เสียงเบสทุ้มแน่นและหนัก กระหึ่มสะใจคอดนตรียิ่งขึ้น

และยังเป็นครั้งแรกที่ใช้ไดอะแฟรมแบบ ultra-high-frequency planar diaphragm driver หรือไดอะแฟรมความถี่สูงที่ใช้วัสดุแผ่นฟิล์มสอดไว้ระหว่างแม่เหล็กซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวนำอันทรงพลัง ที่มักใช้แค่ในหูฟังระดับไฮเอนด์ เพื่อให้ได้เสียงแหลมและเสียงโอเวอร์โทนที่แม่นยำและสว่างสดใส

เมื่อผสานกับเทคโนโลยี cross-over ที่หัวเว่ยพัฒนาซาวด์เอฟเฟกต์อัลกอริทึมขึ้นด้วยตนเอง เพื่อประสานไดรเวอร์แบบ 2 ตัวที่แยกเป็นเสียงเบสกับเสียงแหลม ให้ทำงานประสานกันอย่างอัจฉริยะ มอบรายละเอียดเสียงสุดประณีต ครอบคลุมย่านความถี่เสียงตั้งแต่ 14 Hz ถึง 48 kHz ส่งผ่านได้ทุกโน้ตเสียงที่ใบหูมนุษย์จะได้ยินได้ และยังสามารถแปรรายละเอียดเสียงที่ใบหูมนุษย์ไม่สามารถได้ยินออกมาได้อย่างแม่นยำ

ผนึกศักยภาพไมโครโฟน 4 ตัว คุยสายคมชัดทุกบทสนทนา ทุกที่ ทุกเวลา

HUAWEI FreeBuds Pro 2 มอบประสบการณ์คุยสายที่คมชัดทุกบทสนทนา แม้อยู่ในสถานที่ผู้คนพลุกพล่านอย่างห้างสรรพสินค้า ขนส่งสาธารณะ หรือแม้แต่ข้างเวทีคอนเสิร์ต ด้วยการผสานศักยภาพของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน โดยมีไมโครโฟน 4 ตัว

ซึ่ง 2 ตัวหันออกด้านนอก คอยตรวจจับและระบุเสียงรบกวนรอบข้างอย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยี Beamforming อีก 1 ตัวเป็นไมโครโฟนแบบ SNR (signal-to-noise ratio) หันเข้าด้านในเพื่อจับสัญญาณเสียงพูดของผู้ใช้ และตัวสุดท้ายเป็น Bone Conduction Microphone แยกแยะเสียงพูดของผู้ใช้ด้วยการสัมผัสการสั่นของกระดูกและเนื้อเยื่อบริเวณช่องหู

ส่วนด้านซอฟต์แวร์ ถือเป็นครั้งแรกของหัวเว่ยที่ใช้อัลกอริทึมตัดเสียงรบกวนรอบข้างแบบ Deep Neural Network (DNN) ซึ่งมีฐานข้อมูลเสียงรบกวนจากบรรยากาศรอบข้างมากกว่า 500 สถานการณ์ ทำให้เจ้าหูฟังอัจฉริยะนี้แยกแยะและตัดเสียงรบกวนได้อย่างชาญฉลาด

เทคโนโลยีระดับแนวหน้าอุตสาหกรรม Intelligent Dynamic ANC 2.0 ตัดเสียงรบกวนสูงสุด 47 เดซิเบล

เอาใจคนรักเสียงดนตรีกับความก้าวหน้าสู่อีกระดับของเทคโนโลยี Intelligent Dynamic ANC 2.0 ที่ทำงานร่วมกับไมโครโฟน 3 ตัว ดันประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนให้ขึ้นไปได้สูงสุดที่ 47 เดซิเบล ซึ่งนับว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของแวดวงหูฟังไร้สาย ลดเสียงรบกวนได้ในย่านความถี่ที่กว้างขึ้นในสภาพแวดล้อมทั่วไปตั้งแต่ 50Hz ถึง 3000Hz 

เลือกปรับโหมดการตัดเสียงรบกวนได้ 3 โหมด ได้แก่ Ultra, General และ Cozy ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์การใช้งานแต่ละแบบ เช่น บนรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า ผับบาร์ คอนเสิร์ต ร้านกาแฟ หรือห้องสมุด รวมทั้งยังมีโหมดที่สามารถตัดเสียงรบกวนที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมเมื่ออยู่บนเครื่องบินโดยเฉพาะ เช่น เสียงเครื่องยนต์เครื่องบิน[1]

นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds Pro 2 ยังใช้เทคโนโลยี Triple adaptive EQ ที่ทำให้หูฟังปรับจูนเสียงอัตโนมัติได้ถึง 3 รูปแบบ  ประกอบด้วย Volume EQ ปรับย่านเสียงอัตโนมัติเมื่อมีการเพิ่มเสียงหรือลดเสียง Ear canal structure EQ ปรับจูนเสียงตามโครงสร้างหูของผู้ใช้และลักษณะการสวมใส่หูฟัง และ Wearing status EQ ปรับจูนเสียงตามอิริยาบถของผู้ใช้ เช่น ใส่นั่งทำงาน ใส่เดิน หรือใส่วิ่ง

นิยามใหม่แห่งความสะดวกสบาย ยกระดับไลฟ์ไตล์แห่งการเชื่อมต่ออัจฉริยะ พร้อมกันได้สองอุปกรณ์

HUAWEI FreeBuds Pro 2 ใช้เสารับสัญญาณแบบคู่ ทำให้เชื่อมต่อสองอุปกรณ์ได้พร้อมกันอย่างมีเสถียรภาพ และสลับการใช้งานระหว่างสองดีไวซ์ได้อัตโนมัติ เช่น หากประชุมอยู่บนแล็ปท็อปแล้วมีสายเรียกเข้า ก็จะสามารถสลับมารับเสียงจากสมาร์ทโฟนได้ทันที รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์ทุกระบบปฏิบัติการไม่ว่าจะเป็น iOS, Android หรือ Windows ผ่านบลูทูธ 5.2 

รวมถึงรองรับการเชื่อมต่ออย่างอัจฉริยะยิ่งขึ้นผ่านฟีเจอร์ Pop-Up Sharing[2] เมื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทดีไวซ์ในอีโคซิสเต็มของหัวเว่ย โดยจะตรวจจับได้อัตโนมัติว่ามี HUAWEI FreeBuds Pro 2 อยู่ในบริเวณใกล้เคียง พร้อมปรากฏไอคอนหูฟังบนหน้าจอ HUAWEI Super Device ของแล็ปท็อป แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ให้เชื่อมต่อได้สะดวกสบายเพียงแค่ลากและวางไอคอนหูฟัง

หัวเว่ยคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้เป็นหลักโดยมุ่งออกแบบหูฟังให้เป็นไปตามหลักการยศาสตร์ ให้ความสำคัญกับขั้นตอนการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สวมใส่สบายตลอดวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด HUAWEI FreeBuds Pro 2 มาพร้อมจุกซิลิโคน 3 ขนาดให้เลือกใช้ตามสรีระใบหู โดยมีแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC และใช้ร่วมกับเคสชาร์จ[3] 

นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย และเทคโนโลยีชาร์จเร็วซึ่งใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็สามารถเล่นเพลงต่อเนื่องได้อีก 2.5 ชั่วโมง หรือเมื่อพกพาไปใช้นอกบ้าน ก็ยังสามารถชาร์จแบบ Reverse Charging โดยเสียบเคสหูฟังเข้ากับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต[4] ได้อีก และยังป้องกันละอองน้ำและละอองฝุ่นได้ในระดับมาตรฐาน IP54 อีกด้วย

HUAWEI FreeBuds Pro 2 

HUAWEI FreeBuds Pro 2 มีให้เลือก 3 สี 3 สไตล์ คือสีฟ้า Silver Blue, สีเงิน Silver Frost และสีขาว Ceramic White สามารถจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้ววันนี้ที่ราคาเพียง 6,499 บาท พร้อมโปรโมชันสุดคุ้มเฉพาะในช่วงพรีออเดอร์ ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ถึง 5 สิงหาคม 2565

  • หน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ รับฟรี! HUAWEI Band 6 มูลค่า 1,899 บาท และ HUAWEI Music Premium ฟรี 3 เดือน มูลค่า 387 บาท
  • ช่องทางออนไลน์ HUAWEI Store และร้านค้าอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยบน Shopee และ Lazada และ รับฟรี! HUAWEI Mini Speaker มูลค่า 2,180 บาท และ HUAWEI Music Premium ฟรี 3 เดือน มูลค่า 387 บาท

ศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดก่อนใครได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ HUAWEI Mobile TH สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อสินค้า คอมมิวนิตี้ และบริการ ง่ายๆ ในคลิกเดียว เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI ใน AppGallery

#HUAWEIFreeBudsPro2 #CoEngineeredwithDevialet


[1] ระบบตัดเสียงรบกวนเมื่ออยู่บนเครื่องบิน รองรับในสมาร์ทโฟนหัวเว่ยที่ใช้ EMUI 12 ขึ้นไปเท่านั้น ด้วยการใช้งานร่วมกับ Audio Accessory Manager เวอร์ชันที่อัปเดต 12.0.0.140 หรือใหม่กว่า เมื่อเปิดสมาร์ทโฟนเป็นโหมดเครื่องบิน หูฟังจะตรวจจับเสียงในห้องโดยสารอัตโนมัติด้วย Intelligent Dynamic ANC 2.0

[2] รองรับในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้ EMUI 10 ขึ้นไป และแล็ปท็อปที่ใช้ PC Manager 13.0.2.300 ขึ้นไปเท่านั้น

[3] ข้อมูลจากห้องทดลองของหัวเว่ย โดยปิดโหมด ANC และใช้ระดับเสียงที่ 50% และฟีเจอร์อื่นๆ อยู่ในค่าเริ่มต้น การใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไปตามระดับเสียง ต้นฉบับเสียงที่ฟัง สิ่งรบกวนภายนอก ฟีเจอร์อื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ และลักษณะการใช้งาน

[4] อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันต้องรองรับการใช้งาน Reverse Charging

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/open-for-reservation-huawei-freebuds-pro-2/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=open-for-reservation-huawei-freebuds-pro-2