คลังเก็บป้ายกำกับ: TIPS_AND_TRICKS

วิธีแสดงรหัสผ่าน WiFi บน iOS 16 สำหรับ iPhone

วิธีแสดงรหัสผ่าน WiFi บน iOS 16 สำหรับ iPhone
ดร.อเสข ขันธวิชัย

เชื่อว่าหลายคนมีปัญหากวนใจเกี่ยวกับเครือข่าย WiFi อย่างหนึ่งที่เหมือน ๆ กัน นั่นคือ การที่จำรหัสผ่าน WiFi ที่ใช้งานอยู่ไม่ได้ จนบางคนไม่กล้าที่จะลงชื่อออกจากเครือข่ายด้วยซ้ำ หรือบางสถานการณ์ที่ต้องจำเป็นบอกรหัสผ่าน WiFi ให้กับแขกที่มาเยี่ยมบ้าน หรือเพื่อนบ้านที่เกาะรั้วรอคำตอบอยู่ 🙂 แน่นอนที่เราสามารถเข้าผ่านระบบหลังบ้านไปดูรหัสผ่านหรือติดต่อสอบถามวิธีการเข้าดูจากผู้ให้บริการเครือข่ายได้ แต่มันก็ค่อนข้างยุ่งยาก แต่สำหรับ iOS 16 บน iPhone มีวิธีการเข้าไปดูรหัสผ่าน (password) ของเครือข่าย WiFi ที่ง่ายมาก ๆ ซึ่งดูได้ ทั้งเครือข่าย WiFi ที่เชื่อมต่ออยู่ และ เครือข่าย WiFi ที่เคยเชื่อมต่อมาแล้ว ดังต่อไปนี้

 

วิธีแสดง รหัสผ่าน WiFi (password) บน iOS 16 สำหรับ iPhone

1. เข้าไปที่ การตั้งค่า >> Wi-Fi เสร็จแล้วจะเข้าสู่หน้าจัดการ Wi-Fi

วิธีแสดงรหัสผ่าน WiFi บน iOS 16 สำหรับ iPhone

2. กดไปที่เครื่องหมาย info จะนำเราเข้าสู่หน้าข้อมูลเครือข่าย WiFi รวมทั้งรหัสผ่านด้วย

วิธีแสดงรหัสผ่าน WiFi บน iOS 16 สำหรับ iPhone

3. มองหาแถบคำว่า รหัสผ่าน หรือ password คลิกไป 1 ครั้ง

วิธีแสดงรหัสผ่าน WiFi บน iOS 16 สำหรับ iPhone

4. เมื่อระบบสแกนหน้าเรียบร้อย รหัสผ่านก็จะแสดงออกมาทันที ดังภาพ

วิธีแสดงรหัสผ่าน WiFi บน iOS 16 สำหรับ iPhone

ข่าว: วิธีแสดงรหัสผ่าน WiFi บน iOS 16 สำหรับ iPhone มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/how-to-show-wifi-password-in-iphone-ios-16/

Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน

Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน
Noppinij

Google ประกาศเปิดตัว Google Wallet ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระบบที่รองรับการจ่ายเงินด้วยการเพิ่มบัตรเครดิตเข้าไปในระบบ การใช้งานบัตรต่างๆ ที่ปรับให้มาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล เช่นบัตรสะสมคะแนน บัตรเข้าชมงานต่างๆ และบอร์ดดิ้งพาสสนามบิน รวมถึงบัตรเครคิตเพื่อการชำระเงินด้วยอุปกรณ์มือถือ แค่แตะเพื่อจ่าย โดยไม่ต้องมีการสัมผัส

6969 | Android | Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน

วิธีเตรียมการใช้งาน Google Wallet

ดาวน์โหลดแอป Google Wallet จาก Google Play Store เพื่อเริ่มต้นใช้งาน (รองรับอุปกรณ์ Android และอุปกรณ์ Wear OS )

เริ่มต้นใช้งานโดยการแตะที่ “เพิ่มบัตร” (“Add a card”) จากเมนูที่อยู่ด้านบนของหน้าจอเพื่อกรอกข้อมูลบนหน้าบัตรต่างๆ เข้าไปในระบบ เมื่อสำเร็จแล้วตัวบัตรจะถูกแปลงเป็นโทเค็นภายในแอพ และพร้อมใช้งานใน Google Wallet ได้ทันที โดยบัตรที่เพิ่มเข้าไปได้ก็จะเป็นบัตรเครดิต บัตรสมาชิก บัตรสะสมคะแนน รวมถึงบอดดิ้งพาสของสายการบิน

Google Wallet 0006 | Android | Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน
Google Wallet 0004 | Android | Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน

ทาง Google Wallet จะมีการเพิ่มพาร์ทเนอร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเริ่มต้นก็จะมีบัตรเครดิต Visa และ Mastercar ของธนาคารกรุงเทพ และบัตรกรุงไทยจำกัด และเคทีซี (เตรียมรองรับทรูมันนี่เพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ ) ที่จะรองรับความสามารถแตะเพื่อจ่ายด้วยโทรศัพท์ Android หรืออุปกรณ์ Wear OS ในร้านค้าที่รองรับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสได้ทันที

Google Wallet 0017 | Android | Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน
Google Wallet 0018 | Android | Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน
Google Wallet 0020 | Android | Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้บัตรชำระเงินใน Google Wallet เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์หรือภายในแอปกับร้านค้าและผู้ให้บริการต่างๆ ได้ เช่น Airbnb และดีแทค หรือทุกที่ที่มีปุ่มตัวเลือกการชำระเงินผ่าน Google Pay

สามารถเพิ่มบอร์ดดิ้งพาสของสายการบินแอร์เอเชียลงไปได้ และจะทำให้เราได้รับการแจ้งเตือนเข้ามาที่อุปกรณ์หากเวลาออกเดินทางและประตูขึ้นเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย และหากเราซื้อตั๋วเครื่องบินจาก airasia Super App ภายในแอปคุณจะเห็นปุ่ม “เพิ่มลงใน Google Wallet” (“Add to Google Wallet”) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มบอร์ดดิ้งพาสของคุณให้เข้าไปอยู่ใน Google Wallet ได้ทันทีในรูปแบบดิจิทัล  

หากคุณมีบัตรสมาชิกหรือบัตรสะสมคะแนนที่ต้องพกหลายใบ คุณสามารถใช้ Google Wallet เพื่อจัดเก็บบัตรเหล่านั้นในรูปแบบดิจิทัลได้เช่นกัน ตอนนี้ในไทยสามารถบันทึกและเข้าถึงบัตรสะสมแต้มของ OneSiam สยามพิวรรธน์ และบัตรจากไทยทิคเก็ตเมเจอร์ได้

ข้อดีของการเริ่มต้นใช้งาน Google Wallet คือมันสามารถดึงข้อมูลบัตรชำระเงินจากใน Google ID เดียวกันเข้ามาใช้ใน Google Wallet ได้ง่ายมากขึ้น และหากการตั้งค่า Gmail ของคุณอนุญาตให้ใช้งานบริการนี้ได้ Google Wallet จะแสดงบัตรสมาชิกและบัตรสะสมคะแนนของคุณโดยอัตโนมัติ 

สามารถดาวน์โหลด Google Wallet ได้แล้ววันนี้ที่ Google Play Store 

ระบบความปลอดภัยของ Google Wallet

Google Wallet จะมีระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยการแปลงข้อมูลการทำธุรกรรมด้วยการสมมติหมายเลขบัตรขึ้นมาใหม่ (โทเค็น) ซึ่งเป็นหมายเลขเฉพาะของอุปกรณ์นั้นๆ และเชื่อมโยงกับรหัสความปลอดภัยแบบไดนามิกที่จะไม่ซ้ำกันในแต่ละธุรกรรม ทำให้ผู้ที่ต้องการล่วงข้อมูลส่วนตัวไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลจริงบนหน้าบัตรของผู้ใช้ได้เลย

และหากโทรศัพท์ของคุณสูญหายหรือถูกขโมย สามารถใช้ฟังก์ชัน “หาอุปกรณ์ของฉัน” (Find My Device) เพื่อล็อกอุปกรณ์นั้น หรือจะเข้าไปตั้งรหัสผ่านใหม่เพื่อความปลอดภัย หรือแม้แต่ลบข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรชำระเงินทั้งหมดที่อยู่ในอุปกรณ์นั้นได้โดยทันทีผ่านระบบออนไลน์

โดยคุณสามารถอัปเดตการตั้งค่าเหล่านี้ได้จากแอป Google Wallet หรือบนคอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นกัน โดยเข้าไปที่ myactivity.google.com/product/wallet

 

ข่าว: Google Wallet เปิดให้บริการในไทย พร้อมวิธีติดตั้งใช้งาน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/google-wallet-how-to-use-thai/

วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows
Noppinij

ถ้าต้องการจะเล่นเกมจากเครื่อง Sony PlayStation 5 และ PS4 โดยเล่นผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งในแบบเดสท็อปพีซี หรือโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows 11 และ 10 โดยสามารถทำได้ผ่านทางโปรแกรม PS Remote Play ที่ Sony พัฒนาขึ้นมาให้โดยตรงได้เลยครับ

เตรียมพร้อมอุปกรณ์

1. Window PC ที่นำมาใช้รีโมท ควรมีสเปคขั้นต่ำดังต่อไปนี้

  • ใช้ระบบ Windows 10, หรือ Windows 11
  • ใช้ชิปเซ็ต Intel Core Gen 7 ขึ้นไป (หรือ AMD Ryzen )
  • RAM ขนาด 2GB ขึ้นไป
  • หน่วยความจำคงเหลือ 100MB ขึ้นไป
  • ความละเอียดหน้าจอแสดงผล 1024 × 768 ขึ้นไป
  • มีช่องเสียบ USB เพื่อเชื่อมต่อจอยคอนโทรลเลอร์

2. เครื่อง PS5, PS4 โดยอัปเดตระบบให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และล็อคอินบัญชีสำหรับ PlayStation Network เอาไว้ให้เรียบร้อย (ถ้าไม่มีบัญชี ต้องสร้างบัญชีเอาไว้ก่อน)

3. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในความเร็วที่แนะนำ ขั้นต่ำที่ดาวน์โหลด/อัพโหลด :  5Mbps/5Mbps แต่เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดควรเป็นอย่างน้อย 15Mbps/15Mbps ขึ้นไป

4. คอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense พร้อมสายเชื่อมต่อ USB เพื่อเชื่อมต่อกับพีซี Windows ผ่านทางสาย (หากต้องการใช้แชทด้วยเสียง อุปกรณ์ Windows จะต้องมีไมโครโฟนเอาไว้ด้วย)

ขั้นตอนการตั้งค่า

ที่อุปกรณ์ PlayStation 5 หรือ PlayStation 4 เข้าไปกำหนดค่าในสองห้วข้อสำคัญซะก่อน

  1. [การตั้งค่า] > [ระบบ] > [การเล่นระยะไกล] จากนั้นเปิด [เปิดใช้งานการเล่นระยะไกล]
  2. [การตั้งค่า] > [ระบบ] > [การประหยัดพลังงาน] > [คุณสมบัติที่พร้อมในโหมดพัก] จากนั้นให้เข้าเปิด [คงการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตไว้] และ [เปิดใช้งาน PS5(PS4) จากเครือข่าย]

PS Remote Play PS5 Windows 0010 e1668245139590 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

ที่อุปกรณ์ Windows ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม [PS Remote Play] ลงในอุปกรณ์พีซีหรือโน๊ตบุํคจากหน้าลิงก์ดาวน์โหลด แล้วทำการล็อคอินไอดี PSN เดียวกันที่ล็อคอินไว้กับเครื่อง PS ให้เรียบร้อย

PS Remote Play PS5 Windows 0001 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

แล้วทำการกดเริ่มเชื่อมต่อรีโมตกับเครื่อง PlayStation ได้เลย ระบบจะทำการค้นหาเครื่องที่เชื่อมใน PSN ไอดีเดียวกันโดยอัตโนมัติ และกดเข้าใช้งานเพื่อเริ่มเล่นรีโมต PS5 ได้ทันที

PS Remote Play PS5 Windows 0002 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

เราสามารถกดพักเครื่อง PS5 ไว้ได้ในแบบสลีปเมื่อเลิกใช้งาน เพื่อให้การเรียกใช้งานในครั้งต่อไปตัวระบบจะทำการปลุกเปิดเครื่องกลับมาเล่นได้จากการรีโมทระยะไกลได้ แต่ห้ามปิด PS5 โดยสมบูรณ์ เพราะระบบจะไม่สามารถเปิดเครื่องจากการปิดแบบสมบูรณ์ได้

PS Remote Play PS5 Windows 0000 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

การตั้งค่าเพิ่มเติมด้านคุณภาพของภาพ และเปิดใชังาน HDR

เราสามารถเปิดใช้งานภาพ HDR ได้จากการเล่นรีโมทมายังอุปกรณ์ Windows ที่หน้าจอแสดงผลรองรับ HDR โดยการเปิดการตั้งค่า HDR ในอุปกรณ์ Windows (ตั้งค่า> จอแสดงผล > เปิดหัวข้อ “ใช้ HDR)

PS Remote Play PS5 Windows 0006 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

ติดตั้งโค๊ด HEVC Video Extension distributed จากลิงก์ต่อไปนี้ > free-codecs เลือกติดตั้ง X32 หรือ X64 ให้ตรงกับเวอร์ชั่น Windows ที่คุณใช้งาน (ตรวจเช็คโดยการคลิ๊กขวาที่ “พีซีเครื่องนี้ แล้วเลือกคุณสมบัติ ดูข้อมูลประเภทของระบบ ว่าเป็น 32bit หรือ 64bit)

สกรีนช็อต 2022 11 12 162813 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

และเข้าไปตั้งค่าการแสดงผลในเครื่อง PlayStation ให้แสดง HDR อัตโนมัติเมื่อพบการแสดงผลที่รองรับ

20221112160722 1 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

เปิดโปรแกรม [PS Remote Play] ในคอมพ์ จะเห็นไอคอนการตั้งค่า icon setting | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows [Settings] กดเข้าไปเพื่อปรับการแสดงผลของโปรแกรมตามต้องการ ปรับความละเอียด, เปิดการใช้งาน HDR และเลือกระดับเฟรมเรทในขณะรีโมท

PS Remote Play PS5 Windows 0007 | PlayStation 4 | วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows

ข่าว: วิธีรีโมต PlayStation 5 มาเล่นบนคอมพิวเตอร์พีซีและโน๊ตบุ๊ค ระบบ Windows มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/remot-playstation-5-with-pc-notebook-windows/

วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา
Noppinij

วิธีการที่จะตรวจเช็คว่ามีใครที่แอบมาล็อคอินเข้าอีเมลของเราหรือไม่ ซึ่งดูได้ทั้งในบริการ Microsoft Hotmail, Outlook และบริการ Google Gmail เลยครับ เพราะแต่ละผู้ให้บริการก็จะมีการทำหน้าเว็บสำหรับตรวจเช็คให้แก่ผู้ใช้งานกันอยู่แล้ว โดยสามารถทำตามในขั้นตอนวิธีด้านล่างได้เลย

วิธีการเช็คประวัติการเข้ามาล็อคอินใน Hotmail, Outlook หรือบริการอีเมลของ Microsoft

เข้าหน้าบัญชีของไมโครซอฟท์ด้วยเบราว์เซอร์ ไปที่ลิงก์ต่อไปนี้ : แดชบอร์ดความปลอดภัย

Google ID Micorsoft ID Check 008 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

จะเข้าหน้าแดชบอร์ด เราต้องทำการล็อคอินไอดี Microsoft ของเราก่อนถ้ายังไม่เคยล็อคอิน หลังจากนั้นเราจะได้เข้าหน้าจัดการความปลอดภัยของบัญชีเราครับ โดยในหน้านี้เราจะสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชี Mirosoft ได้ และดูประวัติการพยามยามเข้ามาล็อคอินไอดีของเราได้ ในห้วข้อ “กิจกรรมการลงชื่อเข้าใช้” > “ดูกิจกรรมของฉัน”

Google ID Micorsoft ID Check 002 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

ในหน้ากิจกรรมการลงชื่อเข้าใช้ เราจะยังไม่สามารถเข้าได้เลยนะครับ จำเป็นต้องยืนยันตัวตนอีกครั้งหนึ่ง โดยถ้าการยืนยันผ่านการติดต่อสำรองที่เราเคยลงทะเบียนไว้ เช่นอีเมลสำรอง หรือเบอร์โทรศัพท์สำรอง ซึ่งให้เรากรอกข้อมูลช่องทางสำรองที่ถูกต้องของเราลงไปเพื่อรับรหัสเข้าเช็คประวัติที่จะถูกจัดส่งไปยังอีเมลหรือเบอร์โทรสำรองที่เราใช้ในการยืนยัน

เมื่อเข้ามาในหน้าเช็คประวัติได้แล้ว เราก็จะเห็นประวัติการพยายามล็อคอินของไอดีเราย้อนหลังได้ 30 วัน โดยจะเรียงตามวันเวลาที่เกิดขึ้นพร้อมกับแจ้งผลลัพท์ว่าสามารถล็อคอินได้สำเร็จหรือไม่ ซึ่งจะมีข้อมูลของอุปกรณ์ที่พยายามจะล็อคอินและตำแหน่งที่ตั้งที่กิจกรรมเกิดขึ้น

Google ID Micorsoft ID Check 003 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

ถ้าเห็นว่าอุปกรณ์ใดไม่ใช่อุปกรณ์ของเรา หรือมีการล็อคอินจากสถานที่หรือจากประเทศที่เราไม่คุ้นเคย (จากในตัวอย่าง มีการพยายามล็อคอินจากประเทศที่ผู้ใช้ไม่เคยเดินทางไปในช่วง 30 วัน ก็น่าจะเป็นการพยายามเข้าขโมยไอดีโดยการสุ่มรหัส แต่ไม่สำเร็จ) ถ้ามีอะไรแปลกๆ หรือมีการกระทำใดที่ทำสำเร็จโดยไม่ใช่กิจกรรมของเรา ก็สามารถกด “การรักษาความปลอดภัยสำหรับบัญชีของคุณ” เพื่อเข้าไปทำการเปลี่ยนรหัส ผ่านและลบอุปกรณ์ดังกล่าวออกจากระบบของเราครับ

Google ID Micorsoft ID Check 004 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

วิธีการเช็คประวัติการเข้ามาล็อคอินใน Google Gmail

เข้าหน้าบัญชีของ Google ด้วยเบราว์เซอร์ โดยไปที่ลิงก์ต่อไปนี้ : หน้าบัญชี Google  ระบบจะให้เราทำการล็อคอิน Google ID ของเราและยืนยันตัวตนตามขั้นตอน

Google ID Micorsoft ID Check 005 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

ในหน้าบัญชี Google ของเรา จะเห็นหัวข้อ “ดูคำแนะนำด้านความปลอดภัย” กดเพื่อเข้าไปเช็คข้อมูลการล็อคอินของเราได้เลยครับ

2022 11 11 175839 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

ภายในหัวข้อด้านความปลอดภัยสิ่งที่เราจะต้องเช็คเพื่อความปลอดภัยของเรามีสองหัวข้อครับ หนึ่งคือ “อุปกรณ์ของคุณ” และ “กิจกรรมด้านความปลอดภัยล่าสุด”

8 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

โดยในหัวข้อ “อุปกรณ์ของคุณ”เอาไว้เช็คอุปกรณ์ หรือแอป หรือบริการ ที่เราเคยใช้ Google ID ของเราล็อคอินใช้งานเอาไว้ โดยในหนึ่งอุปกรณ์อาจจะมีการล็อคอิน Google ID ไว้หลายตัวเป็นเรื่องปกติ แต่แค่ให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่ล็อคอินอยู่นั้นคืออุปกรณ์ของเราครับ และ “กิจกรรมด้านความปลอดภัยล่าสุด” เป็นหน้าที่เอาไว้เช็คกิจกรรมที่เราทำล่าสุดกับไอดีของเรา เช่นการเปลี่ยนรหัสผ่านหรือการเปลี่ยนช่องทางสำรองในการเข้าถึงไอดีของเราทั้งหมด

111 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา

ถ้ามีกิจกรรมที่ไม่คุ้นหรือมีอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของเราถูกล็อคอินอยู่ เราต้องทำการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่เท่านั้น โดยเมื่อเรากดเปลี่ยนรหัสผ่านระบบจะนำอุปกรณ์ที่อยู่ในไอดีของเรา ล็อกเอาท์ออกจากบัญชีเราเองไปทั้งหมด

22222 | Gmail ID | วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา


การเปลี่ยนรหัสผ่านหรือเช็คความปลอดภัยของไอดี ทั้ง Gmail ID และ Microsoft ID ควรจะเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย และควรเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ ตามที่เราสะดวก และไม่แนะนำให้ทำการล็อคอินไอดีของเราให้กับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของส่วนตัว หรือใส่ไอดีเข้าไปกับลิงก์ที่ได้รับมา โดยที่เราไม่แน่ใจในด้านความปลอดภัยด้วยนะครับ

 

ข่าว: วิธีเช็ค คนมาแอบล็อคอินอีเมล Gmail ID, Microsoft ID ของเรา มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/how-to-check-who-logged-in-hotmail-gmail-email/

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
ดร.อเสข ขันธวิชัย

หลายต่อหลายครั้งที่เราลืมรหัสผ่าน password ของ WiFi ที่เราเชื่อมต่อบนคอมพิวเตอร์ Windows 10 หรือ Windows 11 บางคนก็ถึงขั้น ช่างมัน! แล้วใช้ต่อไปโดยไม่ log out ออก แต่ก็มีหลายเหตุผลที่เราจำเป็นต้องค้นหาให้ได้ว่ารหัสผ่านของเราคืออะไร? ถ้าจดเอาไว้ก็ดี แต่ถ้าไม่ ….? โชคดีที่มีหลาย วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11 เราจะนำเสนอหนึ่งในวิธีเหล่านั้น

 

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11

เพื่อที่จะค้นหารหัสผ่าน WiFi บน Windows 10 และ Windows 11  ให้ไปที่ช่องค้นหาของระบบ ค้นด้วยคำว่า Control Panel แล้วไปที่ Network and Internet > Network and Sharing Center เลือกชื่อ WiFi ที่คุณเชื่อมต่ออยู่ > Wireless Properties > Security > Show characters

1. คลิกไปที่รูปแว่นขยายที่มุมล่างซ้ายของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ้าคุณหาไม่เจอสามารถคลิกไปที่ปุ่มรูปโลโก้ของ Windows มุมล่างซ้ายของหน้าจอ หรือกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด แล้วทำเช่นเดียวกันทุกประการหลังจากนี้
2. ค้นด้วยคำว่า Control Panel แล้วเลือกกดปุ่ม Open ได้เลย หรือจะกดปุ่ม Enter บนคีย์บอร์ดก็ได้

วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
3. เลือกเมนู Network and Internet แล้วตามด้วย Network and Sharing Center

วิธีหา Network and Internet Network and Sharing Center อยู่ไหน

วิธีหา Network and Internet Network and Sharing Center อยู่ไหน

4. มองหา WiFi ที่คอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่ออยู่ ที่คำว่า Connection จะมีปุ่มสีฟ้าอยู่ให้คลิกปุ่มนี้ได้เลย

how to find wifi password windows 10 11 4 | Windows 10 | วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
5. หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างย่อยป๊อปอัพขึ้นมา ให้คลิกที่ปุ่ม Wireless Properties ดังภาพ

Wireless Properties
6. การกระทำให้ข้อ 5 จะนำสู่การตั้งค่า Wireless Network Properties ให้สังเกตด้านบนจะมีแท็บ Connection และแท็บ Security ให้เลือก Security
7. บริเวณคำว่า Network security key จะมีรหัสผ่าน WiFi ของคุณอยู่ ให้กดเลือกคำว่า Show characters เท่านี้รหัสผ่านก็จะแสดงออกมาทั้งหมด

how to find wifi password windows 10 11 2 | Windows 10 | วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11
เมื่อเรามีวิธีในการค้นหารหัสผ่าน WiFi แบบนี้แล้ว แนะนำว่าควรเปลี่ยนรหัสผ่าน WiFi อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของระบบ ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นสิ่งที่คนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

ข่าว: วิธีดูรหัสผ่าน WiFi ของคุณเองบน Windows 10 และ Windows 11 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/how-to-find-wifi-password-windows-10-11/

ทำคลิปติดเทรนด์ ลอยกระทง ทำง่ายด้วยแอปพลิเคชั่น CapCut บนมือถือ

ทำคลิปติดเทรนด์ ลอยกระทง ทำง่ายด้วยแอปพลิเคชั่น CapCut บนมือถือ
Noppinij

คลิปไวรัลช่วงเทศกาลกำลังมา กับวันลอยกระทง ไปทั้งคนไปทั้งกระทง ที่ตอนนี้เราเห็นกันเต็มโซเชี่ยลทั้ง TikTok, Reels และ Short เพราะสามารถทำกันได้ง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว เป็นความสามารถของแอปพลิเคชั่น CapCut

สามารถโหลดแอป CapCut ทั้งในสมาร์ทโฟน Android และ iOS ที่ลิงก์ด้านล่างนี้ครับ

CapCut Android

CapCut iOs

วิธีการทำคลิปวีดีโอ แบบที่จะเอาเพื่อนเราทั้งคนไปลอยทิ้งรวมอยู่บนกระทง เป็นระบบการทำอัตโนมัติของตัวแอปเองเลย เราสามารถเปิดแอป CapCut และเข้าไปที่เลือกแม่แบบ> หัวข้อแนะนำ> เลือกธีมตามเทศกาลที่ต้องการ

หรือจะกดแบนเนอร์ที่เราสนใจด้านบนก็ได้เช่นกัน โดยในขณะนี้ก็เป็นธีมลอยกระทงที่ถูกหยิบมาแนะนำกันอยู่

CapCut loy krathong 0000 | CapCut | ทำคลิปติดเทรนด์ ลอยกระทง ทำง่ายด้วยแอปพลิเคชั่น CapCut บนมือถือ
CapCut loy krathong 0014 | CapCut | ทำคลิปติดเทรนด์ ลอยกระทง ทำง่ายด้วยแอปพลิเคชั่น CapCut บนมือถือ

หลังจากเลือกแม่แบบที่ต้องการได้แล้ว ก็กดใช้งาน แล้วเลือกรูปภาพของบุคคลที่เราต้องการ ตัวแอปจะทำการลบฉากหลังแล้วเหลือแค่ตัวบุคคลให้โดยอัตโนมัติ เราไม่ต้องทำอะไร

CapCut loy krathong 0008 | CapCut | ทำคลิปติดเทรนด์ ลอยกระทง ทำง่ายด้วยแอปพลิเคชั่น CapCut บนมือถือ
CapCut loy krathong 0007 | CapCut | ทำคลิปติดเทรนด์ ลอยกระทง ทำง่ายด้วยแอปพลิเคชั่น CapCut บนมือถือ

แค่นี้เองเราก็จะได้คลิป “คนลอยกระทง” มาใช้โพสลงโซเชี่ยลกันได้เแล้วครับ โดยแอปพลิเคชั่น CapCut เป็นแอปตัดวิดีโอตัวนิยมที่ใช้งานกันได้ง่าย และใช้งานกันฟรี

ข่าว: ทำคลิปติดเทรนด์ ลอยกระทง ทำง่ายด้วยแอปพลิเคชั่น CapCut บนมือถือ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/capcut-application-make-clip-viral/

วิธีเพิ่มแรมให้เครื่อง Samsung Galaxy ด้วยวิธีการเปิดใช้งาน RAM Plus

วิธีเพิ่มแรมให้เครื่อง Samsung Galaxy ด้วยวิธีการเปิดใช้งาน RAM Plus 
Noppinij

ในระบบของ Samsung One UI จะมีความสามารถที่ซ่อนไว้อยู่หนึ่งตัว นั้นคือระบบ RAM Plus  หรือการเพิ่มขยายแรมให้กับเครื่อง โดยการดึงเอาพื้นที่หน่วยความจำภายในหรือรอม ที่ยังไม่ถูกใช้งาน นำมาเพิ่มเป็นขนาดแรมให้ใช้งานกันได้ก่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยอุปกรณ์ที่รองรับฟีเจอร์ RAM Plus  ของ Samsung ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องรุ่นที่เปิดจำหน่ายในปี 2020 เป็นต้นมาครับ

ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าไปเช็คความสามารถนี้จากเครื่อง Samsung Galaxy ในมือของทุกคนได้ และสามารถเข้าไปกำหนดขนาดการใช้งานของ Ram Plus ได้ตามใจ ในเมนูการตั้งค่าของเครื่องครับ

การตั้งค่าของเครื่อง > การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์ > ทัชที่หัวข้อ หน่วยความจำ

1 | galaxy | วิธีเพิ่มแรมให้เครื่อง Samsung Galaxy ด้วยวิธีการเปิดใช้งาน RAM Plus 

รอให้ระบบประมวลผลสักครู่ แล้วถ้าด้านล่างเห็นคำว่า RAM Plus แสดงว่าตัวเครื่องรองรับฟีเจอร์การขยายแรมตัวนี้

Screenshot 20221104 150138 Device care | galaxy | วิธีเพิ่มแรมให้เครื่อง Samsung Galaxy ด้วยวิธีการเปิดใช้งาน RAM Plus 

กดเข้าไปเพื่อเลือกขนาดของ RAM Plus ได้ตามต้องการ โดยจะเป็นการใช้งานพื้นที่หน่วยความจำเครื่องที่ยังไม่ถูกใช้มานำมาเป็นแรมชั่วคราวเท่านั้น ไม่มีผลใดถาวรกับการสูญเสียพื้นที่หน่วยความจำ

Screenshot 20221104 150233 Device care | galaxy | วิธีเพิ่มแรมให้เครื่อง Samsung Galaxy ด้วยวิธีการเปิดใช้งาน RAM Plus 

เมื่อเลือกระดับที่ต้องการแล้ว ตัวเครื่องจะร้องขอการรีสตาร์ท หลังจากเครื่องเปิดขึ้นใหม่ อุปกรณ์ของเราก็จะมีพื้นที่แรมที่ถูกจำลองให้ขยายขึ้นมาใหม่เรียบร้อยครับ

 

 

ข่าว: วิธีเพิ่มแรมให้เครื่อง Samsung Galaxy ด้วยวิธีการเปิดใช้งาน RAM Plus  มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/samsung-galaxy-ram-plus-features/

ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?
ดร.อเสข ขันธวิชัย

กลับมาอีกแล้วกับแก๊งมิจฉาชีพที่ใช้เครื่องมือเป็นเว็บปลอมของกรมสรรพากรและแอปพลิเคชันรีโมทเครื่อง(ควบคุมการทำงานมือถือเราจากทางไกล) เพื่อหลอกลวงตุ๋นเงินเหยื่อ วิธีการนี้ถูกใช้ซ้ำอยู่บ่อยครั้งอาจเป็นเพราะว่ามันได้ผลดี และเป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาด้วยการลงทุนพอสมควร ทั้งการสร้างเทมเพลตเว็บไซต์ของกรมสรรพากรที่เหมือนกันแทบทุกตารางนิ้ว และแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพ ทั้งสองอย่างต้องลงทุนสูงในการจ้างนักพัฒนาจึงต้องใช้ให้คุ้ม เชื่อว่าผู้อ่านทุกคนรู้ว่ามันคือของเว็บและแอปพลิเคชันปลอม ควรระมัดระวัง แต่หลายคนก็คงอยากรู้ว่า ถ้าเกิดคลิกลิงก์ไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น? (แต่ก็ไม่กล้าลองคลิก) นอกจากความอยากรู้อยากเห็นแล้ว หากเราทราบเอาไว้ก็จะได้เก็บเอาไว้เตือนตัวเองและคนรอบข้างได้นั่นเอง บทความนี้จะลองทดสอบและแสดงให้ดูกันนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากคลิกลิงก์เหล่านั้น

ถ้ากดลิงก์ เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

บทความนี้จะพูดถึงเฉพาะด้านเทคนิค ดังนั้นวิธีการของมิจฉาชีพก่อนจะส่งลิงก์ให้เรา อันนี้คงรอให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อก่อนไม่ได้ แต่เท่าที่ข่าวระบุส่วนใหญ่จะมีลักษณะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ รู้และบอกข้อมูลส่วนตัวเราทั้งหมด เป็นเหตุทำให้เราเชื่อว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริง ๆ จากนั้นก็กดดันให้ดำเนินการบางอย่าง แล้วอ้างความสะดวกในการติดต่อ ให้เพิ่มไลน์ที่ใช้ชื่อ+โลโก้ ของกรมสรรพากร จากนั้นส่งลิงก์เว็บปลอมมาให้เรา หากเราสังเกตตั้งแต่ตอนนี้ก็จะเห็นแล้วนะครับว่า ชื่อลิงก์มันแปลก ๆ ไม่ใช่ https://www.rd.go.th แต่เป็น http://ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ไม่มีความหมาย.com ซึ่ง URL หรือที่อยู่เว็บไซต์ปลอมตัวนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยครับ ตัวอย่างเช่น ของเดือนสิงหาคมจะเป็นดังภาพที่ 1 ส่วนของกรณีล่าสุดจะเป็นดังภาพที่ 2

เว็บปลอมกรมสรรพากร
ที่มาภาพ: Drama-addict โพสเมื่อ 9 สิงหาคม 2565
เว็บปลอม กรมสรรพากร แก๊งมิจฉาชีพ
ที่มาภาพ: สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว โพสเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2565

เมื่อกดลิงก์เข้าไปตามที่แก๊งมิจฉาชีพแนะนำ จะพบกับหน้าเว็บไซต์ปลอมที่เหมือนกับเว็บไซต์ของกรมสรรพากรของจริงมาก จุดต่างเดียวที่สำคัญ ก็คือ ปุ่มคลิกเพื่อดาวน์โหลด ที่เว็บไซต์จริงไม่มี

ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์ เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

ตามคำให้การของเหยื่อ แก๊งมิจฉาชีพจะแนะนำให้ทำการดาวน์โหลด ปลดล็อคการตั้งค่าที่ระบบล็อคเอาไว้เพื่อความปลอดภัย ตามภาพจะเห็นว่าระบบ Android จะเตือนในครั้งแรกว่าเป็นไฟล์อันตราย เราต้องกดปุ่มคำว่า “ดาวน์โหลดต่อไป” ก่อนถึงจะไปต่อได้ (ปกติแล้วแก๊งมิจฉาชีพจะคุยกับเหยื่ออยู่ในสายแล้วบอกว่ากดไปเลย ไม่ต้องสนใจ อาจมีข้ออ้างที่ฟังขึ้น) หลังจากนั้นระบบยังให้ไปปลดล็อคการตั้งค่าไม่ให้ติดตั้งแอปฯที่ไม่รู้จักอีกด้วย ต้องเข้าไปตั้งค่าอีกขั้นตอน ซึ่งหากเราใจเย็นพอ ก็จะเริ่มมีสติแล้วว่ามันมีอะไรแปลกๆ? ขั้นตอนนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่สำคัญ ที่เหยื่อควรตระหนักว่ามันไม่ใช่แล้ว นั่นคือ ถ้าเป็นแอปฯ ของจริงมันต้องติดตั้งผ่าน Google play store สิ ไม่ใช่เป็นไฟล์แบบนี้

ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์ เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

หลังจากปลดล็อคทุกอย่างแล้ว มันก็จะให้กดติดตั้งและเปิดแอปขึ้นมาดังภาพ ถือว่าเนียนมาก ๆ โดยแอปฯ ตัวนี้หละครับที่จะเข้ามารีโมทหรือพูดง่าย ๆ ว่า เข้ามายึดมือถือเราจากแก๊งมิจฉาชีพผ่านระบบอินเทอร์เน็ตครับ ซึ่งตอนนี้อาจถือว่าติดตั้งสมบูรณ์แล้ว เราไม่ต้องล็อคอินอะไรก็คงรีโมทเครื่องเราได้แล้ว เพราะผมลองหลายแบบก็ไปต่อไม่ได้ แต่เครื่องก็ไม่ถูกรีโมทหรือโดนยึดอะไร เหตุผลที่คิดออก ก็คือ แก๊งมิจฉาชีพต้องมีการเซตอัพกันก่อนนั่นเอง ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน รู้ชื่อ รู้เบอร์โทร และโจมตีได้ทีละคน (เหมือนแอปฯรีโมทอุปกรณ์ทั่วไป) ทำโดยคนไม่ใช้โปรแกรมอัตโนมัติใด ๆ

what happens if i click fake rd link 6 | กรมสรรพากร | ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

what happens if i click fake rd link 5 | กรมสรรพากร | ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

อย่างไรก็ตาม หากใครที่ถูกหลอกมาถึงขั้นตอนการยึดเครื่องไปแล้ว ทำอะไรกับโทรศัพท์ไม่ได้ ปิดเครื่องยังไม่ได้เลย เรามีวิธีแนะนำ ให้ทำตามบทความนี้นะครับ โดนมิจฉาชีพหลอกให้คลิกลิงก์! เพื่อดูดเงิน มือถือค้าง ปิดเครื่องไม่ได้ ทำอย่างไรดี?

crooks in thailand rd | กรมสรรพากร | ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

เปรียบเทียบเว็บไซต์ปลอม และเว็บไซต์จริง ของกรมสรรพากร

อันดับแรกเป็นหน้าโฮม จะเห็นว่าเหมือนกันมาก ต่างกันแค่เว็บปลอมจะมีปุ่มคลิกเพื่อดาวน์โหลด แต่เว็บไซต์จริงของกรมสรรพากรจะไม่มี

what happens if i click fake rd link 4 | กรมสรรพากร | ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

ส่วนเมนูย่อยของเว็บไซต์ปลอมก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลยครับ เป็นหน้า 404 Not Found ที่เหยื่อคงไม่นึกสงสัย เพราะหน้าแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอในการท่องอินเทอร์เน็ต ส่วนเว็บไซต์จริงข้อมูลส่วนนี้จะครบถ้วน รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่แตกต่างกันอีกเยอะนะครับ

what happens if i click fake rd link 3 | กรมสรรพากร | ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

 

แถม! หากกดลิงก์แปลก ๆ ที่มีคนแปะไว้ในคอมเม้นท์ต่าง ๆ ตามสังคมออนไลน์จะเป็นอย่างไร? โดยเฉพาะในหน้า facebook ของสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

เรื่องนี้ผู้เขียนก็สงสัยมานานแล้ว แต่ก็รู้ว่าไม่น่าเชื่อถือ และคงเป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพเหมือนกัน หรือไม่ก็ให้ติดตั้งไวรัส สปายแวร์ และอื่น ๆ ที่อันตราย เมื่อได้ลองกับลิงก์ปลอมข้างต้น ก็เลยลองคลิกลิงก์เหล่านี้ดูครับ ปรากฏว่าเท่าที่ส่วนตัวค้นพบ คือ ไม่อันตรายอย่างที่คิด เป็นแค่เว็บไซต์หลอกให้เราคลิกโฆษณา คลิกเข้าไปก็เจอโฆษณาทันที กดปิดโฆษณา จะอ่านข่าว กดเข้าเมนูอื่น กดปุ่มเพิ่มเติม หรือกดพื้นที่ต่าง ๆ จะเด้งเข้าโฆษณาหมด สรุปทุกพื้นที่คือหลอกให้เราคลิกเพื่อเอายอดการแสดงผลโฆษณา ที่บอกว่าไม่อันตรายเพราะโฆษณาที่แสดงมานั้น เมื่อลองคลิกต่อมันคือของจริงครับ เช่น โฆษณาแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์เจ้าดัง เมื่อคลิกเข้าไปก็จะไปเจอกับแอปพลิเคชันของจริงเลย เป็นต้น

what happens if i click fake rd link 2 | กรมสรรพากร | ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร?

ข่าว: ช่วงลองของ! ถ้ากดลิงก์เว็บปลอมกรมสรรพากร จะเป็นอย่างไร? มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/what-happens-if-i-click-fake-rd-link/

วิธีเปลี่ยนตำแหน่งปลอมให้กับภาพถ่าย iPhone เพื่อซ่อนตำแหน่งจริงของคุณ

วิธีเปลี่ยนตำแหน่งปลอมให้กับภาพถ่าย iPhone เพื่อซ่อนตำแหน่งจริงของคุณ
Noppinij

การใส่พิกัดตำแหน่งลงในรูปภาพเป็นคุณสมบัติที่มีในกล้องสมาร์ทโฟนทั้ง iPhone และ Android ถ่ายภาพพร้อมระบุพิกัด Geotag ลงในข้อมูลภาพอัตโนมัติ เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดได้อีกหลายอย่าง

แต่ทว่ามันก็เป็นช่องให้พวกประสงค์ร้ายเข้ามาละเมิดความปลอดภัยเราได้อย่างง่ายดายเช่นกัน เพราะคุณอาจกำลังบอกพิกัด GPS ของบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน หรือสถานที่สำคัญลับๆ ของคุณไปให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว เพราะใครๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งนั้นได้เมื่อรูปภาพนั้นส่งไปยังโซเชียลมีเดียหรือช่องทางส่วนตัว

ในบทความนี้จะมาบอกวิธีการตั้งค่าง่ายๆ ใน iPhone ในการเปิดและปิดความสามารถที่จะระบุพิกัดตำแหน่งในเวลาถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ รวมถึงวิธีการใช้ความสามารถในการใช้แท็กตำแหน่งปลอมใส่ลงไปในภาพของ iPhone เพื่อที่คุณจะแชร์ภาพนั้นกับผู้อื่นโดยปกป้องตำแหน่งที่แท้จริงได้ครับ

วิธีการปิดการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของกล้อง iPhone

แม้จะมีเหตุผลที่ดีในการเพิ่มข้อมูลตำแหน่งให้กับภาพถ่ายเอาไว้สำหรับ iPhone เพื่อเป็นการรวบรวมเป็นข้อมูลสถานที่ที่เราเคยไปในอดีต หรือการที่ภาพจะถูกแยกไว้ตามสถานที่ในอัลบั้มภาพถ่ายของระบบก็ตาม แต่ถ้าต้องการที่จะให้กล้องปิดระบบการระบุพิกัดภาพโดยอัตโนมัติก็ทำได้เช่นกัน

คือการไปที่หน้า การตั้งค่าของเครื่อง> ไปที่เมนู ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > มองหาหัวข้อ บริการหาตำแหน่งที่ตั้ง > จากนั้นเลื่อนไปที่หัวข้อ กล้อง

iPhone Photo 00001 horz | apple | วิธีเปลี่ยนตำแหน่งปลอมให้กับภาพถ่าย iPhone เพื่อซ่อนตำแหน่งจริงของคุณ

ในนั้นเราแค่จะต้องปิดการใช้งาน ตำแหน่งที่ตั้งจริง และควรจะเลือกหัวการอนุญาตเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของภาพด้านบนให้เป็นในแบบที่คุณต้องการ เช่นเปิดให้กล้องสามารถเข้าถึงตำแหน่งได้ตลอดเวลา หรือให้ถามเราก่อนเพื่อการตัดสินใจในแต่ละครั้ง หรือเลือกไว้เป็น ไม่เลย เพื่อที่เราจะไม่ต้องกังวลกับการสร้างแท็กตำแหน่งใส่ลงในภาพบน iPhone อีกต่อไป

iPhone Photo 00005 | apple | วิธีเปลี่ยนตำแหน่งปลอมให้กับภาพถ่าย iPhone เพื่อซ่อนตำแหน่งจริงของคุณ

แต่รู้ไว้ว่าการปิดความสามารถนี้จะทำให้เราไม่ได้รับประโยชน์จากข้อมูลตำแหน่ง ที่เราอาจจะต้องการใช้เพื่อเชื่อมโยงรูปภาพกับตำแหน่งที่เราเคยไปท่องเที่ยวมาในอดีต

หากว่าเรายังต้องการให้แอปกล้องถ่ายรูปเพิ่มข้อมูลตำแหน่งให้กับรูปภาพทั้งหมดอยู่ ก็ไม่ต้องทำตามขั้นตอนข้างต้นด้านบน เราก็แค่ต้องจำไว้ว่าควรลบแท็กสถานที่ออกจากรูปภาพก่อนแชร์ไปให้กับผู้อื่นหรือโพสต์บนโซเชียล โดยวิธีการก็แค่ในขณะที่เรากำลังเปิดแอพรูปภาพเพื่อเลือกภาพสำหรับทำการแชร์ เราจะเห็นหัวข้อคำว่า ตัวเลือก ด้านบนในหน้านั้น กดเพื่อเข้าไปกดปิด ข้อมูลรูปภาพทั้งหมด เพื่อไม่ให้ข้อมูลการติดแท็กตำแหน่งติดออกไปจากภาพด้วย

iPhone Photo 00006 horz | apple | วิธีเปลี่ยนตำแหน่งปลอมให้กับภาพถ่าย iPhone เพื่อซ่อนตำแหน่งจริงของคุณ

การใส่ตำแหน่งพิกัดปลอมลงในรูปภาพ iPhone

แอปรูปภาพใน iOS 16 หลังจากเลือกรูปภาพหรือวีดีโอที่ต้องการแล้ว ในตัวเลือกจุดไข่ปลาด้านขวาบน ด้านในจะมีเมนู ปรับตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งจะเป็นเมนูที่เปิดให้เราสามารถเข้าไปลบตำแหน่งที่ตั้งของภาพ หรือจะเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งเป็นที่ใหม่ก็ได้เช่นกัน โดยการใส่ชื่อโลเคชั่นที่ต้องการในช่องค้นหาด้านบนได้ครับ

iPhone Photo 00008 horz | apple | วิธีเปลี่ยนตำแหน่งปลอมให้กับภาพถ่าย iPhone เพื่อซ่อนตำแหน่งจริงของคุณ

(ใน iOS 15 จะต้องปัดขึ้นบนรูปภาพเพื่อเปิดดึงหน้าข้อมูลเมตาของภาพขึ้นมา และจากนั้นมองหาเมนูปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งได้เช่นกัน)

ในหัวข้อยังมีเมนูที่สามารถปรับเปลี่ยนวันเวลาของรูปภาพได้ด้วยนะครับ เราสามารถใช้งานความสามารถเหล่านี้ได้กับภาพถ่ายและวิดีโอผ่านการเลือกได้ทีละหลายรายการด้วย

ซึ่งจุดประสงค์ของฟีเจอร์นี้จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เพื่อปลอมแปลงข้อมูลตำแหน่งและวันเวลาของภาพถ่าย แต่มีไว้เพื่อใช้เพิ่มข้อมูลต่างๆ ลงไปในรูปภาพและวิดีโอได้ภายหลัง ในกรณีที่คุณลืมเปิดใช้งานการติดแท็กตำแหน่งเอาไว้ตั้งแต่ต้น แต่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการปิดปังข้อมูลส่วนบุคคลก็ได้เช่นกันนั้นเองครับ


ที่มาของเนื้อหาบางส่วน BGR

ข่าว: วิธีเปลี่ยนตำแหน่งปลอมให้กับภาพถ่าย iPhone เพื่อซ่อนตำแหน่งจริงของคุณ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/add-change-geotags-photo-iphone-how-to/

5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น

5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น
ดร.อเสข ขันธวิชัย

เราจะมาดูเทคนิคท็อป 5 ในการใช้งาน TikTok สำหรับเหล่า TikToker ทั้งที่เป็นตัวบุคคลและแบรนด์ต่าง ๆ ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์น่าติดตามบน TikTok เพื่อให้เกิดไวรัล แบรนด์ประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ที่ฐานผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นคน Gen Z ตัวนี้ เทคนิคที่จะสามารถ เพิ่มผู้ติดตาม เพิ่มการมีส่วนร่วม เพิ่มยอดผู้รับชม ทำให้ความพยายามในการสร้างสรรค์คอนเท้นต์ของคุณไม่เสียเปล่า

เราจะเริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นเข้าสู่โลกของ TikTok เป็นคู่มือหรือแนวทางในการสร้างคอนเทนต์ จนคุณมีประสบการณ์มากขึ้น กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประสบการณ์เหล่านั้นอาจทำให้คุณเก่งกว่าเราด้วยซ้ำ ก่อนอื่นก็สมัครบัญชี TikTok ให้เรียบร้อยก่อนนะครับ สำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ก็ควรเลือกสมัครเป็นบัญชีธุรกิจ เพื่อประโยชน์อีกหลายอย่างที่จะตามมา ส่วนเทคนิคการใช้งานหลังจากนั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกันครับ

1. ตามกระแสใน TikTok ให้ทัน

คำแนะนำแรก คือ คุณต้องมั่นใจว่าวิดีโอที่สร้างขึ้นจับกระแสที่เป็นปัจจุบันจริง ๆ เพราะกระแสมันไปไวมาก ถ้าพลาดแค่ใส่เพลงที่ฮิตในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สัปดาห์นี้เพลงใหม่มาเป็นกระแสแล้ว คุณก็ตกขบวนทันที เช่นเดียวกันคุณต้องใส่ใจเกี่ยวกับ viral sounds, memes, challenges(ควรเล่น) และแฮชแท็ก (#) ที่กำลังเป็นที่นิยม ทุกอย่างที่กล่าวมาเป็นผลกระทบที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการมองเห็นคลิปวิดีโอของคุณ

tiktok tips and tricks 001 7 | TikTok | 5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น
กระแสคือเงินบน TikTok วิดีโอต้นฉบับที่สร้างกระแสได้ เป็นแรงบันดาลใจให้มีคนทำตามอีกเป็นพัน อัลกอริทึมของระบบก็จะแสดงผลของวิดีโอที่ต้นฉบับให้มีคนมองเห็นมากขึ้น การมีส่วนร่วมก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
เทคนิคในการตามกระแสให้ทัน ถือว่าเป็นเทคนิคแรกที่คุณต้องรู้เอาไว้ นั่นคือ การจะจับกระแสที่เป็นปัจจุบันได้ คุณต้องเล่น TikTok ด้วยตัวคุณเอง “หากต้องการค้นพบกระแสที่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณก็ต้องมีส่วนร่วมกับ TikTok ด้วยตัวคุณเอง” ไม่ต้องไปอ่านข่าว ตามเทรนด์ นั่นนี่หรอก แค่เล่น TikTok ด้วยตัวเองก็พอ วิธีการก็คือ หลังจากสร้างบัญชี TikTok เสร็จเรียบร้อยให้คุณไป ค้นหาแฮชแท็ก (#) ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือคอนเทนต์ที่คุณจะทำให้มากที่สุด หลายแฮชแท็กก็ได้ จากนั้นกดไลค์และคอมเม้นต์วิดีโอเหล่านั้น ทำเช่นนี้เยอะ ๆ ไปเลยครับ หลังจากนั้นอัลกอริทึมจะแสดงผลวิดีโอที่หน้า “สำหรับคุณ” เป็นวิดีโอที่เป็นกระแสและเกี่ยวข้องกับคุณทั้งหมดออกมา เท่านี้คุณก็จะตามกระแสทันแล้วนั่นเอง แต่อย่างลืมว่าเวลาดูต้องกดไลค์และคอมเม้นต์วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณหรือแบรนด์ของคุณให้บ่อย ๆ ด้วยนะครับ

tiktok tips and tricks 001 8 | TikTok | 5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น

2. ใช้แฮชแท็ก (#) ให้เป็น

การใช้แฮชแท็กยอดนิยมบน TikTok จะช่วยทำให้การผลิตคอนเทนต์มีความสร้างสรรค์ แตกต่าง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแฮชแท็ก (#) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของอัลกอริทึมของ TikTok ที่ตัดสินใจว่าจะโชว์คอนเทนต์อะไรให้ผู้ใช้เห็น ดังนั้นการเลือกใช้แฮชแท็ก (#) ที่ดีจะช่วยทำให้คอนเทนต์ของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ใช่แค่อัลกอริทึมที่ค้นหาแฮชแท็ก (#) แต่ผู้ใช้ทั่วไปและ TikTokers คนอื่น ๆ ก็มองหาแฮชแท็ก (#) ที่เกี่ยวข้องกับคลิปวิดีโอของพวกเขาเช่นกัน ยิ่งเราใช้แฮชแท็ก (#) ยอดนิยม ตรงกับคอนเทนต์ที่เราจะสื่อ ก็จะมีคนใช้แฮชแท็ก (#) เดียวกันกับเราจำนวนมาก ส่งผลทำให้เกิดเครือข่ายของคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกัน ผู้ใช้ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ซึ่งเราก็จะอยู่ในเครือข่ายนั้นด้วย เราก็จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้องและจำนวนมากขึ้น ๆ

tiktok tips and tricks 001 4 | TikTok | 5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น

 

3. ผูกมิตรกับอัลกอริทึม TikTok

เทคนิคนี้อาจดูนามธรรมและคลุมเครือสักหน่อย แต่มันค่อนข้างง่าย กล่าวคือ วิดีโอที่จะเป็นไวรัลส่วนใหญ่มาจากบัญชีที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ 2 คำนี้ คุณภาพ และ เชื่อถือได้ หมายถึงในสายตาของอัลกอริทึมนะครับ ไม่ใช่ผู้ใช้ ดังนั้นจึงบอกว่ามันค่อนข้างง่าย เราไม่ต้องสร้างภาพกับผู้ใช้งาน แต่ต้องสร้างภาพกับอัลกอริทึมที่คำนวณตามภาษาคอมพิวเตอร์ วิธีการก็คือ ในบัญชี TikTok แต่ละคลิปวิดีโอที่ลงต้องสอดคล้องกัน ลงคลิปวิดีโอสม่ำเสมอ เพื่อเสิร์ฟความไว้ใจให้กับอัลกอริทึม เวลาอัลกอริทึมให้คิวเราแสดงในหน้าแรกเราต้องมีคลิปวิดีโอใหม่เอาไว้รอเสิร์ฟเสมอ ทำเช่นนี้วนไปครับ
เมื่อต้องการคลิปวิดีโอลงให้สม่ำเสมอ จนเราทำพลาดบางอย่างที่สำคัญ! กฎเหล็กที่ถ้าเราฝ่าฝืน จะทำให้อัลกอริทึมลดความไว้ใจเราได้ ก็คือ ห้ามใช้ซ้ำ! ไม่ว่าจะเอาคลิปเก่าของตนเองหรือของคนอื่นมาลง คลิปวิดีโอจากแพลตฟอร์มอื่น เอามาใส่เอฟเฟ็กต์เพิ่ม ทำรีแอคชั่น หรืออะไรก็ตาม อัลกอริทึมของ TikTok จะปักธงว่าเป็นคอนเทนต์คุณภาพต่ำ หรือ ไม่ใช่ต้นฉบับ จะแบบไหนก็ไม่ดีต่อบัญชีธุรกิจเราแน่ ๆ

สรุปว่าเราต้องสร้างคลิปวิดีโอใหม่ บนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อชาว TikTok โดยเฉพาะเท่านั้น ท่องเอาไว้ว่าคลิปวิดีโอที่ประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จในอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง และนอกจากอัลกอริทึมแล้ว ผู้ใช้ TikTok เองก็ยอมรับคลิปวิดีโอที่สร้างใหม่บนแพลตฟอร์ม TikTok มากกว่า โดยมีผลสำรวจว่า โฆษณาที่ออกแบบมาสำหรับ TikTok โดยเฉพาะ คนจะดูนานขึ้น 13%

tiktok tips and tricks 001 6 | TikTok | 5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น

อ้อ! อีกประเด็นที่เราต้องเข้าใจอัลกอริทึม ก็คือ พยายามอย่าลบคลิปวิดีโอในบัญชีให้บ่อยนัก ไม่เช่นนั้นแล้วอัลกอริทึมจะพาลคิดว่าเรามีแนวโน้มที่จะโพสคอนเทนต์คุณภาพต่ำอยู่เนือง ๆ การลบคลิปวิดีโอก็เหมือนกับการสารภาพก่อนถูกจับได้ว่าคลิปวิดีโอของเราคุณภาพต่ำ

 

4. ติดตามคอนเทนต์ตัวเองเสมอ และตอบสนองให้เร็ว!

การเป็น TikToker ที่ดีคุณต้องเรียนรู้ว่า หากคุณมีวิดีโอที่เริ่มจะสร้างแรงดึงดูดผู้ชม หนึ่งคุณต้องรู้ตัวว่ามันกำลังเกิดขึ้น สองคุณต้องตอบสนองให้เร็ว! โดยการกดไลค์และตอบกลับคอมเม้นต์ และสามคุณต้องสร้างวิดีโอใหม่ที่สอดคล้องกันให้เร็ว

ทั้ง 3 อย่างนี้ จะช่วยเพิ่มความเร็วและความหลากหลายของการมีส่วนร่วม ซึ่งมันมีความสำคัญมากบน TikTok คลื่นของการมีส่วนร่วมของผู้ใช้จะส่งผลทำให้วิดีโอของคุณถูกให้มองเห็นมากขึ้น ดังนั้นเราต้องติดตามผลของคลิปวิดีโอที่ลงใหม่ให้ดีและตอบสนองรวดเร็ว เพื่อเพิ่มคะแนนจิตพิสัยจากครูอัลกอริทึมของเรา

tiktok tips and tricks 001 9 | TikTok | 5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น

แน่นอนว่า วิธีการที่สำคัญและได้ผลในการเพิ่มการส่วนร่วมในคอนเทนต์ของเรา ก็คือ การใช้อินฟลูเอนเซอร์ ที่มีอิทธิพลบนโลก TikTok นอกจากความคิดสร้างสรรค์ในคอนเทนต์ที่นำเสนอของพวกเขาแล้ว พวกเขายังมาพร้อมกับสังคมผู้ติดตามที่มียอดหลักแสนหลักล้าน ซึ่งแน่นอนว่าหากได้เขามาช่วยจะทำให้ยอดการมีส่วนร่วมของคอนเทนต์เราเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่นอน และอย่าลืมนะครับว่าการที่เขาประสบความสำเร็จมาก่อน แสดงว่าเขาเป็นลูกรักของอัลกอริทึม TikTok ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าได้เขามาช่วย เราก็มีโอกาสในการเป็นลูกรักได้อีกคน

 

5. ทำคลิปวิดีโอให้สั้นและน่าตื่นตาตื่นใจ

การเรียนรู้ว่าความยาวคลิปวิดีโอที่ดีที่สุดสำหรับคอนเทนต์ของเราควรเป็นเท่าไหร่ คือหนึ่งในเทคนิค TikTok ที่สำคัญที่สุด! ไม่ใช่ว่าพอ TikTok เปิดให้อัพโหลดได้ 1 นาที 3 นาที หรือ 5 นาที ก็อัพโหลดความยาวสูงสุดตลอด นี่เป็นนิสัยที่แก้ยากของคนยุค Facebook+YouTube นั่นคือ ทำให้คลิปวิดีโอสั้นลงได้ยากมาก ๆ เราอย่าลืมว่า TikTok มันเป็นที่นิยมไปทั่วโลกเพราะคลิปวิดีโอสั้นแค่ 15 วินาที ในยุคเริ่มต้น

คลิปวิดีโอ TikTok ของเราควรสั้นและน่าตื่นตาตื่นใจด้วย เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้ใช้ TikTok หลัก ๆ คือ Gen Z ที่เสพติดคอนเทนต์ดิจิทัลมาก เรามีเวลาเพียง 8 วินาทีในการดึงความสนใจเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะปัดวิดีโอของเราทิ้ง (Gen Y คือ 12 วินาที) เราต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่าวิดีโอของเรามีค่าพอที่จะดูจนจบ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเพิ่มจำนวนครั้งในการรับชมและยอดการดูจนจบ แน่นอนสิ่งนี้มีผลต่ออัลกอริทึมการแสดงผลด้วย
เครื่องมือในการตัดต่อคลิปวิดีโอเป็นเพื่อนแท้เลยหละงานนี้ การสลับระหว่างคลิปวิดีโออย่างรวดเร็วจะช่วยกระชับเวลาและทำให้คลิปวิดีโอมีความสดใหม่มากขึ้น เราต้องทำให้แม้แต่ TikToker คนอื่นก็มาเปิดดูรอบสองรอบสามเพื่อเลียนแบบการตัดต่อของเรา

5 เทคนิค TikTok สร้างวิดีโอไวรัล สำหรับผู้เริ่มต้นและแบรนด์

ขอขีดเส้นใต้อีกครั้งว่า จำนวนการรับชมและยอดการดูจนจบ คือ ตัวแปรหลักบน TikTok ที่อัลกอริทึมจะนำค่าเหล่านี้ไปคำนวณการแสดงผล ถ้าคลิปวิดีโอของเรามียอดการรับชมและการดูจนจบสูงมาก อัลกอริทึมก็จะมองว่าคลิปวิดีโอของเราควรค่าแก่การแชร์ต่อ ก็จะมีการแสดงผลให้ผู้ใช้เห็นมากขึ้น ผู้ใช้มีการคอมเม้นต์ การแชร์ และดาวน์โหลด เราตอบสนองเร็ว ไปกดไลค์และตอบกลับ จากนั้นก็ทำคลิปใหม่ที่สั้นและน่าตื่นตาตื่นใจออกมาอีก แบบนี้หละคือสเต็ปทำให้คอนเทนต์ของเราเกิดไวรัลได้ แต่อย่าลืมเรื่องอินฟลูเอนเซอร์ด้วยนะครับ ต้องมีทุกอย่างประสานกัน ให้ธรรมชาตินำพาและให้เงินตรามาช่วยให้เป็นประโยชน์ต่อคอนเทนต์เราให้มากที่สุด

 

ที่มา: https://fanbytes.co.uk/tiktok-tips-and-tricks/

ที่มารูปภาพ: https://www.imyfone.com/make-video/algorithm-tiktok/

ข่าว: 5 เทคนิค สำหรับผู้ใช้ TikTok : คู่มือสร้างคลิปไวรัลสำหรับผู้เริ่มต้น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/5-tiktok-tips-and-tricks/