คลังเก็บป้ายกำกับ: TENCENT

Tencent ประกาศเพิ่มการลงทุนใน Ubisoft

Tencent ประกาศซื้อหุ้น Ubisoft เพิ่มขึ้น โดยเป็นการซื้อหุ้นผ่านบริษัทลงทุนของตระกูล Guillemot ผู้ก่อตั้งบริษัท โดย Tencent จ่ายเงินสำหรับดีลนี้อีก 300 ล้านยูโร ที่มูลค่ากิจการของ Ubisoft ราว 1 หมื่นล้านยูโร

รายละเอียดการลงทุนนั้น Tencent จะเข้ามาถือหุ้น 49.99% ใน Guillemot Brothers บริษัทการลงทุนของตระกูลผู้ก่อตั้ง ซึ่งปัจจุบันถือหุ้น Ubisoft 15% และ Tencent จะได้สิทธิการโหวตเพิ่มขึ้น 5% ทำให้ Tencent ถือหุ้นรวมทั้งหมดทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็น 11% นอกจากนี้ข้อตกลงดังกล่าวยังให้สิทธิ Tencent ซื้อหุ้นทางตรงเพิ่มได้อีกสูงสุดเป็น 9.99% จากปัจจุบันที่ถืออยู่ 4.5% ทั้งนี้ Tencent ไม่มีสิทธิขายหุ้นเป็นเวลา 5 ปี และข้อจำกัดการซื้อหุ้นเพิ่มมีผล 8 ปี

Tencent เริ่มลงทุนใน Ubisoft ตั้งแต่ปี 2018 รวมทั้งให้เงินกู้ระยะยาวกับบริษัทตามข้อตกลงอีกด้วย ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Ubisoft อาจเป็นบริษัทเกมถัดไปที่ถูกซื้อกิจการตามเทรนด์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ผลของดีลนี้น่าจะช่วยให้ Ubisoft ไม่จำเป็นต้องขายกิจการให้ใคร

ที่มา: Reuters

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130255

หลุดภาพเครื่องเล่นเกมพกพาจาก Logitech และ Tencent

Logitech G และ Tencent ได้ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาเครื่องเล่นเกมพกพาไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพหลุดของเครื่องเล่นเกมดังกล่าวแล้ว ทำให้เราพอเห็นฟีเจอร์ของคอนโซลตัวนี้ได้บ้าง

ภาพหลุดนี้ถูกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์โดย Evan Blass ผู้มีชื่อเสียงจากการเผยแพร่ภาพหลุดของสินค้าเทคโนโลยีต่างๆ ก่อนเปิดตัวจริง

จากภาพของเครื่องเล่นเกมดังกล่าว จะเห็นการจัดเรียงปุ่มที่คล้ายกับ Nintendo Switch อีกทั้งขนาดของเครื่องยังดูใกล้เคียงกัน ตัวเครื่องเป็นพลาสติกสีขาว มีการตัดสีที่ปุ่มเล็กน้อย ทำให้หน้าตาโดยรวมดูเป็นมิตร เหมาะกับทุกวัย เช่นเดียวกับ Switch

บนหน้าจอของเครื่องเล่นเกมดังกล่าวปรากฏแอป Google Play, Xbox, Nvidia GeForce Now, Steam, Google Chrome และ YouTube จึงพอคาดเดาได้ว่าเครื่องเล่นเกมนี้จะรองรับแอปพลิเคชันของแอนดรอยด์ และการเล่นเกมแบบคลาวด์ได้ในตัว

เครื่องเล่นเกมพกพาจาก Logitech และ Tencent เครื่องนี้จะเน้นไปที่การสตรีมเล่นเกมแบบคลาวด์ (cloud gaming) เป็นหลัก โดยมีการพัฒนาฮาร์ดแวร์ตัวเครื่องร่วมกับไมโครซอฟท์และ Nvidia

ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าสเปกด้านต่างๆ จะเป็นอย่างไร มีขนาดหน้าจอเท่าไร และใช้หน่วยประมวลผลใด แต่ Logitech จะมีกำหนดเปิดตัวเครื่องเล่นเกมดังกล่าวภายในปี 2022 นี้ ซึ่งใครที่สนใจก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

แหล่งข้อมูล: The Verge

from:https://thehaptic.co/2022/08/21865/

Tencent และ Sony เข้าซื้อหุ้นใน FromSoftware รวมกันประมาณ 30%

Tencent และ Sony เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ FromSoftware สตูดิโอผู้สร้างเกม Elden Ring, Sekiro, Bloodbourne, Dark Souls

บริษัทแม่ของ FromSoftware คือ Kadokawa กลุ่มทุนสื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นที่ทำทั้งสิ่งพิมพ์และภาพยนตร์​ หลังการเพิ่มทุนแล้ว Kadokawa ยังถือหุ้นใหญ่ 69.66% ใน FromSoftware, Tencent ถือ 16.25% และ Sony ถือ 14.09%

Tencent จะถือหุ้นผ่านบริษัทลูก Sixjoy Hong Kong Limited และฝั่ง Sony เป็น Sony Interactive Entertainment Inc. บริษัทแม่ของ PlayStation

การออกหุ้นเพิ่มทุนมูลค่า 36,399,550,000 เยน (ราว 9.6 พันล้านบาท) เงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ขยายธุรกิจของ FromSoftware ต่อไป

No Description

ที่มา – Kadokawa (PDF)

from:https://www.blognone.com/node/130127

ภาพหลุดเครื่องเล่นวิดีโอเกมพกพาใหม่ของ Logitech และ Tencent ถูกปล่อยออกมาแล้ว

หลังจาก Logitech เปิดเผยว่าได้ร่วมมือกับ Tencent เพื่อพัฒนาวิดีโอเกมแบบพกพาที่ใช้ชื่อว่า Logitech G Gaming Handheld (GR0006) Evan Blass นักปล่อยข่าวหลุดได้โพสต์ภาพเครื่องเล่นวิดีโอเกมออกมาแล้วที่แสดงให้เห็นรูปลักษณ์ภายนอกและ UI ของเครื่อง

ตัวเครื่องมีลักษณะเหมือนเครื่องเล่นเกม Nintendo-Switch หน้าจอขนาด 1080 x 1920 ตัวเครื่องเป็นสีขาว มี thumb stick สีดำอยู่ 2 ฝั่งของหน้าจอ D-Pad อยู่ด้านซ้ายมือและปุ่มกด X/Y/A/B อยู่ด้านขวามือ มีปุ่มอื่น ๆ รวมทั้งปุ่มโฮมอยู่ในแต่ละมุมของเครื่อง ส่วนขอบด้านบนเป็นสีดำมีปุ่มทริกเกอร์ ปุ่มปรับระดับเสียง และสวิสซ์ปืดเสียง และส่วนที่อาจเป็นช่วงเสียบการ์ดความจำ

อ้างอิงจาก Google Play Console ตัววิดีโอเกม Logitech G Gaming Handheld ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 11 ชิป Snapdragon 720G แรม 4GB หน้าจอ 320DPI

No Description

No Description

ส่วน UI ลักษณะเหมือนเครื่องเล่น Nintendo-Switch เช่นเดียวกัน จากรูปแสดงให้เห็น Google Play Store, Xbox Cloud Gaming, Nvidia GeForce Now, Steam (Remote Play) รวมทั้ง Chrome และ YouTube

No Description

ที่มา: @evleaks on Twitter via 9to5Google

from:https://www.blognone.com/node/130125

หลุดภาพ Logitech G Gaming Handheld รองรับการเล่นเกม Android, Xbox, NVIDIA และ Steam

Logitech G และ Tencent Games ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาเครื่องเกมพกพาระบบคลาวด์ไปเมื่อต้นเดือนสิงหาที่ผ่านมา ล่าสุดมีภาพเครื่องเกมดังกล่าวหลุดออกมาเป็นครั้งแรกบนโลกออนไลน์ คาดว่าระบบปฏิบัติการอยู่บนพื้นฐาน Android รองรับการดาวน์โหลดแอปและเล่นเกม Android แบบเนทีฟผ่าน Play Store ส่วนเกมจากแพลตฟอร์มอื่นเล่นได้ผ่านการสตรีม เช่น Xbox Cloud Gaming, NVIDIA GeForce NOW และ Steam Remote Play

Evan Blass ที่เป็นคนปล่อยภาพเครื่องเกมนี้ออกมา เรียกมันว่า Logitech G Gaming Handheld แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นชื่ออย่างเป็นทางการหรือไม่

เห็นได้ชัดว่าตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างเล็กและบาง (เมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอกับอุปกรณ์ปรเภทเดียวกัน) รวมถึงไม่มีช่องใส่ microSD card แสดงให้เห็นว่า Logitech G Gaming Handheld เน้นไปที่การเล่นเกมบนระบบคลาวด์เป็นสำคัญ ส่วนการเล่นเกม Android คงเป็นออปชันรองลงมา

ปุ่มกดที่ให้มาไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากเครื่องเกมพกพาในปัจจุบัน ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อสังเกตว่ามีด้วยกัน 2 ช่องบริเวณด้านล่าง คือ USB Type-C ตามสมัยนิยม และแจ็ก 3.5 มม.สำหรับเชื่อมต่อชุดหูฟัง

มีแนวโน้มที่ Logitech G Gaming Handheld จะขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Snapdragon G3x Gen 1 ที่เปิดตัวเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นชิปเซตที่ทำออกมาสำหรับเครื่องเกมพกพาระบบคลาวด์โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการรองรับเทคโนโลยี Snapdragon Elite Gaming และ Snapdragon Sound รวมถึงภาคการเชื่อมต่อ FastConnect 6900 ที่รองรับ Wi-Fi 6E และ 5G

Qualcomm ระบุว่า Snapdragon G3x Gen 1 สามารถเล่นเกมบนแพลตฟอร์ม Android ได้ทุกเกมแบบเต็มประสิทธิภาพ อนุมานได้ว่าตัวชิปเซตคงทรงพลังพอสมควร

อย่างไรก็ตาม Logitech G Gaming Handheld ยังไม่ระบุกรอบเวลาเปิดตัวที่ชัดเจน บอกกว้าง ๆ เพียงแค่ว่า “ภายในปีนี้”

 

ที่มา : @evleaks

from:https://droidsans.com/logitech-g-gaming-handheld-leak/

Tencent รายงานผลประกอบการ รายได้ลดลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น

Tencent รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 2 ปี 2022 มีรายได้รวม 134,034 ล้านหยวน ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน มีกำไรสุทธิ 28,139 ล้านหยวน โดยถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทรายงานตัวเลขรายได้ลดลงจากปีก่อน และเป็นตัวเลขที่ลดลงแบบเทียบไตรมาสติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สอง

ปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อรายได้ของ Tencent คือธุรกิจเกม ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงไม่อนุมัติใบอนุญาตเกมใหม่ ๆ เป็นเวลาเกือบปี รายได้จากธุรกิจเกมลดลง 1% ทั้งเกมในประเทศและต่างประเทศ ส่วนธุรกิจสื่อโซเชียลรายได้เพิ่มขึ้น 1% จาก WeChat

Ma Huateng ซีอีโอ Tencent กล่าวว่า ช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมา บริษัทได้ทยอยยุติธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท ควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น ตลอดจนลดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง บริษัทยังเห็นโอกาสในธุรกิจใหม่อีกมากที่จะเติบโตทั้ง FinTech, ธุรกิจลูกค้าองค์กร ไปจนถึงบริการโฆษณาออนไลน์

ที่มา: Tencent และ Reuters

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129881

NFT ไม่ใช่อนาคต? Tencent ปิดตลาดซื้อขายหลังเปิดมาแค่ 1 ปี เพราะยอดขายฮวบ-ทางการจีนจับตา

Tencent ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีนประกาศปิดตัว Huanhe แพลตฟอร์มซื้อขาย NFT ของตัวเอง หลังให้บริการได้แค่ปีเดียวเท่านั้น จากปัญหายอดขายหล่นฮวบและความไม่แน่นอนของทางการ

ทั้งนี้ ทางแพลตฟอร์มจะไม่ออกโทเคนใหม่ๆ ออกมาอีก แต่แอปพลิเคชันจะยังคงอยู่ ผู้ที่มี NFT ในครอบครองจะยังคงสามารถแสดง ดาวน์โหลด หรือส่งต่อ NFT ที่ตนมีอยู่ได้ โดยในประเทศจีน NFT ถูกควบคุมหนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีการออกกฎให้ซื้อขายได้ด้วยเงินเฟียตเท่านั้น และไม่สามารถส่งต่อให้ผู้อื่นเพื่อทำกำไรได้

ปัจจุบัน NFT ที่วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มถูกติดป้าย sold out ทั้งหมด แต่ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าชมนิทรรศการศิลปะแบบ AR ได้อยู่เหมือนเดิม

Tencent แจงว่า การออกจากธุรกิจ NFT ครั้งนี้ “เป็นการตัดสินใจของบริษัทเพื่อกลับไปให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เป็นยุทธศาสตร์หลัก” 

มีข้อสังเกตว่า ในช่วงหนึ่งปีของการให้บริการ แม้จะมีผู้สนใจซื้อ NFT เป็นจำนวนมากในช่วงแรกๆ แต่ในระยะหลังๆ โดยเฉพาะเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยอดขายกลับทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แถม NFT ที่เป็นคอลเลคชันลิมิเต็ดหลายตัวก็กลับขายไม่ออก

ส่วนอีกสาเหตุสำคัญคือการความเข้มงวดของรัฐบาลจีนต่อ NFT และคริปโทเคอร์เรนซี ที่ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศแบนการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลได้สำเร็จ ดังนั้น NFT ในจีนจึงถูกซื้อขายด้วยเงินเฟียตเท่านั้น และไม่สามารถขายทำกำไรได้ นี่คือภาพความไม่แน่นอนของวงการ NFT ในประเทศจีน

ที่มา – SCMP

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post NFT ไม่ใช่อนาคต? Tencent ปิดตลาดซื้อขายหลังเปิดมาแค่ 1 ปี เพราะยอดขายฮวบ-ทางการจีนจับตา first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/tencent-exit-nft-business/

[ไม่ยืนยัน] Tencent มีแผนขายหุ้นเกือบทั้งหมด Meituan ออกมา

มีรายงานจาก Reuters อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า Tencent มีแผนขายหุ้นส่วนใหญ่ที่ถืออยู่ใน Meituan แอป O2O รายใหญ่ในจีน โดยปัจจุบัน Tencent ถือหุ้นอยู่ 17% คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาดราว 24,000 ล้านดอลลาร์

Tencent เริ่มลงทุนใน Meituan มาตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว โดยตอนนั้นเป็นการลงทุนในบริษัท Dianping ที่ต่อมาได้ควบรวมกิจการกับ Meituan เป็นบริษัท Meituan Dianping และเหลือเรียกสั้น ๆ ว่า Meituan

รายงานบอกว่าเหตุผลที่ Tencent ต้องการขายหุ้น เพื่อลดแรงกดดันการผูกขาดทางธุรกิจ จากหน่วยงานกำกับดูแลของทางการจีน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาบริษัทประกาศและขายหุ้นบางส่วนของทั้ง JD.com และ Sea ไปแล้ว

CNBC ติดต่อไปยัง Tencent แต่บริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวดังกล่าว ส่วนแหล่งข่าว CNBC บอกว่า Tencent มีแผนขายหุ้นจริง แต่ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้

ที่มา: CNBC

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129868

Tencent ปิดแพลตฟอร์ม NFT ของตัวเอง หลังขายไม่ดีแม้เปิดมาแค่ปีเดียว

Tencent เตรียมปิดบริการ Huanhe แพลตฟอร์มขาย NFT หลังจากเปิดบริการเมื่อเดือนสิงหาคม 2021 หรือเพียงปีเดียวเท่านั้น แม้ช่วงแรกๆ จะมีผู้สนใจซื้อ NFT บนแพลตฟอร์มจำนวนมาก แต่สินค้าในชุดหลังๆ ก็ไม่ได้รับความสนใจนัก

ตัวแอป Huanhe ยังคงใช้งานได้ และสามารถเข้าไปดาวน์โหลด NFT ที่ซื้อมาแล้ว แต่จะไม่มี NFT ขายเพิ่มเติมอีก โดยก่อนหน้านี้ก็มีผู้ใช้สังเกตว่าไม่มี NFT ขายเพิ่มเติมมาระยะหนึ่งแล้วแต่ทาง Tencent เพิ่งประกาศเป็นทางการวันนี้

NFT ในจีนถูกควบคุมอย่างหนัก โดยแพลตฟอร์มต่างๆ ห้ามใช้ NFT ไปยุ่งเกี่ยวกับเงินคริปโตใดๆ รวมถึงต้องดูแลไม่ให้มีการซื้อขายทำกำไร แม้แพลตฟอร์มจะเปิดให้โอน NFT ให้กับผู้ใช้คนอื่นได้ก็ตาม

ที่มา – South China Morning Post

alt="tencent"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/129857

เทนเซ็นต์ คลาวด์ เปิดตัว Tencent Cloud EdgeOne ระบบรักษาความปลอดภัยและบริหารจัดการระบบเครือข่ายสำหรับธุรกิจทั่วโลก

ในขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มปรับตัวสู่การเป็น ดิจิทัล เอนเตอร์ไพรส์ กันมากขึ้น การนำเทคโนโลยี Edge computing หรือการประมวลผลปลายทาง ก็ได้เริ่มถูกนำมาใช้ และได้รับความนิยมในหลากหลายอุตสาหกรรม ล่าสุด เทนเซ็นต์ คลาวด์ จึงได้นำประสบการณ์ด้านโซลูชันเทคโนโลยีกว่า 2 ทศวรรษเปิดตัว “เทนเซ็นต์ คลาวด์ เอดจ์วัน” (Tencent Cloud EdgeOne) แพลตฟอร์มครบวงจรที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและความปลอดภัยของเทนเซ็นต์ ผสานเข้ากับการการทำงานที่มีเสถียรภาพ และประสิทธิภาพขั้นสูงสำหรับองค์กรทั่วโลก 

tencent

ในปี พ.ศ. 2564 ธุรกิจวิดีโอขนาดสั้น และไลฟ์สตรีมมิงได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก เทนเซ็นต์ คลาวด์ จึงได้เปิดตัว RT-ONE network แพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับการสื่อสารผ่านเสียงและวิดีโอได้อย่างครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด  และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับลูกค้าองค์กร เทนเซ็นต์ คลาวด์ จึงได้นำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาประยุกต์ใช้กับเครือข่าย RT-ONE โดยนำเสนอในรูปแบบแพลตฟอร์มที่ได้รับการพัฒนาอย่างครบวงจร ในชื่อ “เทนเซ็นต์ คลาวด์ เอดจ์วัน” (Tencent Cloud EdgeOne) โดยแพลตฟอร์มใหม่นี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย สามารถสร้างสรรค์และออกแบบบริการต่างๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการ และตอบโจทย์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความรวดเร็วของเครือข่าย และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ 

ด้วยจำนวน Acceleration Node กว่า 2,800 โหนด ที่กระจายอยู่ใน 70 กว่าประเทศและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก Tencent Cloud EdgeOne จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริหารจัดการระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง โดยที่ยังได้รับการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และยังมีจุดเด่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • ความสามารถในการเคลื่อนย้ายการให้บริการไปยัง edge nodes เพื่อให้ใกล้กับผู้ใช้ปลายทาง และเสริมการป้องกันด้านความปลอดภัยระดับ 3 (Network), ระดับ 4 (Transport) และ ระดับ 7 (Application) รวมถึงการให้บริการการเร่งความเร็วสำหรับตลาดระดับโลก นอกจากนี้ Tencent Cloud EdgeOne ยังให้บริการ Unified dashboard ที่จะช่วยลดปริมาณงานในการกำหนดค่าต่างๆ เพื่อช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้งาน
  • มีการสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับการทำงานระหว่าง Tencent Cloud EdgeOne และเซิร์ฟเวอร์หลัก พร้อมกันนี้ ยังสามารถบูรณาการ Domain name system (DNS) เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ อีกทั้งยังช่วยลดเวลาในการรับส่งข้อมูลทั้งแบบ Static และ Dynamic ได้อีกด้วย
  • ผสานฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเข้ากับเทคโนโลยีบนพื้นฐานประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษของเทนเซ็นต์ เช่น การป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ (Anti-DDoS) การป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ (Web Application Firewall) การบริหารจัดการและวิเคราะห์พฤติกรรมของบอต (Tencent Cloud bot program management) และการจัดการความสามารถในการกำหนด Traffic ที่เข้าสู่ระบบ (adaptive rate-limiting) นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันการรักษาความปลอดภัยบน edge nodes ที่ใกล้กับผู้ใช้งาน ที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบและลดการจู่โจมที่ไม่พึงประสงค์ก่อนที่การบริการจะได้รับผลกระทบ

โพชู หยาง รองประธานอาวุโส กลุ่มเทนเซ็นต์ คลาวด์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า “จากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ Cloud computing, Big data, AI, blockchain, Web3 ไปจนถึง Internet of Things (IoT) ทำให้องค์กรมีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวสู่การเป็นดิจิทัล เอนเตอร์ไพรส์ กันมากขึ้น ด้วยประสบการณ์การให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัยของเทนเซ็นต์ที่มีผู้ใช้งานกว่าหนึ่งพันล้านคน เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ Tencent Cloud EdgeOne  แพลตฟอร์มที่ช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานบนเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ และความมั่นคงสูงให้กับผู้ใช้งาน และสามารถรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ในเวลาเดียวกัน”

tencent

ทอมมี่ ลี รองประธาน เทนเซ็นต์ คลาวด์ กล่าวว่า “เราสามารถสรุปคำนิยามให้กับ Tencent Cloud EdgeOne เพื่อให้มองเห็นศักยภาพได้ชัดเจนขึ้นได้ในหนึ่งคำ นั่นคือ ACROSS ซึ่งย่อมาจาก Advanced technology, exclusive Connectivity, Real-time service, Optimization of data, Smart application และ Security protection เพราะองค์กรต่างๆ ที่กำลังปรับตัวกับเทรนด์การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินงานล้วนแต่ประสบปัญหาต่างๆ ที่คล้ายกัน เช่น ความเร็วของเครือข่าย ความหนาแน่นของการใช้งาน และภัยคุกคามด้านความปลอดภัย เป็นต้น การนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ทรงประสิทธิภาพของเทนเซ็นต์ มาผสานเข้ากับ RT-ONE™ network ส่งผลให้แพลตฟอร์ม Tencent Cloud EdgeOne มีความหน่วงต่ำ สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ติดตั้งมาในตัว ซึ่งช่วยให้เราสามารถส่งมอบบริการที่น่าเชื่อถือให้กับองค์กร และธุรกิจต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การใช้ Tencent Cloud EdgeOne ของธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม

ธุรกิจทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นการค้าเชิงพาณิชย์ ค้าปลีก การให้บริการด้านการเงิน คอนเทนต์ ไปจนถึงธุรกิจเกม สื่อ และความบันเทิงด้านภาพและเสียง ต่างก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Tencent Cloud EdgeOne ได้ หนึ่งในผู้ใช้งานรายใหญ่ของ Tencent Cloud EdgeOne  คือ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอออนดีมานด์ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน โดย Tencent Cloud EdgeOne ช่วยจัดการปัญหาที่ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม การจัดการลิงก์ที่เป็นอันตรายต่อการทำ SEO การป้องกันการโกงจากบอตประเภทต่างๆ ไปจนถึงการละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหา ซึ่งการใช้งาน Tencent Cloud EdgeOne ช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถลดเวลาดาวน์โหลดของวิดีโอได้กว่า 40% และลดความล่าช้าด้านการโต้ตอบของระบบได้มากถึง 50%

tencent

การโจมตีทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซก่อให้เกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจ และส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ แพลตฟอร์มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ รายหนึ่งที่มีธุรกรรมเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มหลายหมื่นครั้งต่อวัน รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องมีการจัดการบัญชีผู้ใช้งาน กิจกรรมต่างๆ การวิเคราะห์การวางบิล และอื่นๆ อีกมากมาย ได้เลือกใช้ Tencent Cloud EdgeOne เสริมประสิทธิภาพให้กับแพลตฟอร์ม ซึ่งสามารถป้องกันการโจมตี Challenge Collapsar (CC) ในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่นได้มากกว่า 9 ล้านครั้งต่อวินาที

บริษัทผลิตวิดีโอเกมยักษ์ใหญ่ของโลก รายหนึ่งถูกท้าทายความสามารถด้านเครือข่าย และความปลอดภัยในช่วงการเปิดตัวเกมใหม่ ซึ่งขณะนั้นมีผู้ใช้งานกว่าหนึ่งล้านคน การใช้ Tencent Cloud EdgeOne ช่วยให้สามารถปรับใช้กลยุทธ์ติดตั้งการป้องกันการโจมตีแบบ DDoS การป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ การจัดการความสามารถในการกำหนด Traffic ที่เข้าสู่ระบบ และความสามารถในการสกัดกั้นของบอต ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเกมใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ 100% โดยไม่ส่งผลเสียหายต่อธุรกิจแม้แต่น้อย

tencent

บาล เฟง ผู้จัดการทั่วไป Global DevOps เทนเซ็นต์ เกมส์อีริค เชง ผู้จัดการทั่วไป เทนเซ็นต์ ซีเคียวริตี้ กล่าวว่า “เทนเซ็นต์ คลาวด์ มุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ธุรกิจมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในขณะที่องค์กรก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านและเผชิญความท้าทายด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การเปิดตัวTencent Cloud EdgeOne จะทำให้ผู้บริโภคมีแพลตฟอร์มที่ครอบคลุม รวดเร็ว ไร้รอยต่อ และปลอดภัย ที่จะสามารถตรวจจับและป้องกันการคุกคามทางไซเบอร์ และช่วยบรรเทาการประสงค์ร้ายทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที”

บาล เฟง ผู้จัดการทั่วไป Global DevOps เทนเซ็นต์ เกมส์ กล่าวว่า “ตลาดวิดีโอเกมระดับโลกขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาล แต่โอกาสก็มาพร้อมกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านการจัดการความเร็วและความหน่วงในการดาวน์โหลดในขณะที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ประสิทธิภาพของเครือข่ายจึงเป็นเครื่องชี้วัดความเร็วในการดาวน์โหลดและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ดังนั้น Tencent Cloud EdgeOne  จึงพร้อมให้บริการที่ครอบคลุมเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าวในขณะที่ยังคุ้มครองด้านความปลอดภัยระดับสูง”

tencent

ชาง ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในฐานะ ‘Digital Enabler’ เทนเซ็นต์ คลาวด์ ประเทศไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ใช้งานตลอดจนธุรกิจทุกขนาด สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะความปลอดภัยทางไซเบอร์ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในยุคที่ดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของทุกคน ซึ่งการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Tencent Cloud EdgeOne ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทนเซ็นต์ คลาวด์ ที่พร้อมจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ไว้วางใจได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการปกป้องการดำเนินงานจากภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบต่างๆ ด้วยประสบการณ์และการมีทีมงานคนไทยที่มีความเชี่ยวชาญ คอยให้การสนับสนุนและคำแนะนำต่างๆ แก่ผู้ใช้บริการ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของลูกค้าในยุค Digital Transformation เป็นไปอย่างราบรื่น” 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เทนเซ็นต์ คลาวด์ เปิดตัว Tencent Cloud EdgeOne ระบบรักษาความปลอดภัยและบริหารจัดการระบบเครือข่ายสำหรับธุรกิจทั่วโลก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/tencent-cloud-edgeone/