คลังเก็บป้ายกำกับ: TELECOM

AIS เผย! การซื้อ 3BB และ JASIF จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค

ตามที่ AIS ได้ประกาศเดินหน้าดำเนินการเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB และซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF แม้ว่าเงื่อนไขบังคับก่อนหน้านี้ ระบุว่าต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุน JASIF ต่อกรณีการขอยกเลิกสัญญาประกันรายได้ (Rental Assurance Agreement) และการขอแก้ไขสัญญาเช่าหลัก (Main Lease Agreement)

แต่ล่าสุด คณะกรรมการบริษัท เห็นว่าการเข้าทำธุรกรรมยังมีความเหมาะสมต่อบริษัทในระยะยาว จึงมีมติอนุมัติให้ AIS ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นใน 3BB และ JASIF ต่อไป โดยยืนยันว่าดีลนี้จะสร้างประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเน็ตบ้านในระยะยาว โดยช่วยทำให้คนไทยทุกพื้นที่ ทั้งในเมืองและนอกเมือง เข้าถึงบริการดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากเทคโนโลยีไฟเบอร์

นายธีร์ สีอัมพรโรจน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน AIS อธิบายว่า “AIS ยังคงมีความมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทั่วถึงคนไทย และตอบโจทย์การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการประกาศยืนยันลงทุนขยายธุรกิจ AIS Fibre ในครั้งนี้ ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน และมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ โดยคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 1 ของปี 2566”

from:https://www.enterpriseitpro.net/ais-acquire-3bb-and-jasif-for-good-deal/

AIS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าดีลซื้อ 3BB ต่อ – คงสัญญาเดิมกับ JASIF ต่อจนหมดอายุ

AIS แจ้งความคืบหน้าการซื้อธุรกิจบรอดแบนด์ 3BB จากบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) (TTTBB) ของกลุ่มบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) โดยก่อนหน้านี้ AIS บอกว่าจะพิจารณาดีลนี้ใหม่ เนื่องจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน JASIF ซึ่งมี TTTBB เป็นผู้เช่าสายไฟเบอร์ของกองทุน มีมติไม่อนุมัติข้อเสนอแก้ไขสัญญาจาก AIS

โดย AIS บอกว่าหลังจากประเมินแล้ว จะเดินหน้าซื้อธุรกิจต่อไป เนื่องจากทำให้บริษัทขยายฐานลูกค้าได้อย่างก้าวกระโดดจาก 2 ล้าน เป็น 4.4 ล้านราย โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนประเด็นการแก้ไขสัญญา JASIF นั้น จะคงสัญญาเดิมต่อไปซึ่งกำหนดสิ้นสุดช่วงต้นปี 2575 และถึงเวลานั้นการต่อสัญญาจะเกิดขึ้น เมื่อมีการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาให้เหมาะสมเท่านั้น

ในขั้นตอนถัดไป AIS จะดำเนินการขออนุญาตเข้าทำธุรกรรมจาก กสทช. ก่อน แล้วจึงลงนามซื้อขายหุ้นและหน่วยลงทุน คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2566

ที่มา: AIS (pdf)

from:https://www.blognone.com/node/131499

[มีคลิป VDO] Xiaomi แนะนำสมาร์ทโฟนที่ใส่กับเลนส์ Leica ขนาดใหญ่ปกติได้

ในหนังโฆษณาโปรโมทล่าสุดของ Xiaomi พูดถึงโทรศัพท์แนวใหม่ที่เอาเลนส์กล้อง Leica ขนาดปกติที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ มาสวมติดหลังโทรศัพท์รุ่นโปรโตไทป์ของ 12S Ultra ได้ หลังเคยเรียกเสียงฮือฮาจากขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1 นิ้ว

เซ็นเซอร์ใหญ่เว่อร์นี้ ใหญ่กว่าโทรศัพท์ในท้องตลาดมาก จนใกล้เคียงกับเซ็นเซอร์บนกล้องคอมแพคทั่วไปแล้ว มีวางควบคู่กับเซ็นเซอร์ลำดับสองที่มีขนาดรองลงมาอยู่ที่ 1 นิ้ว ที่ก็ยังใหญ่มากอยู่ดี เมื่อเทียบกับโทรศัพท์อื่นที่อยู่ประมาณ 1/1.7-1.28 นิ้ว

ในทีเซอร์นี้ Xiaomi โชว์เหนือด้วยการเอาโทรศัพท์มาใช้กับเลนส์ในตระกูล Leica M-series ซึ่งก่อนหน้านี้ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของจีนรายนี้ก็ร่วมมือกับ Leica ในการพัฒนาระบบกล้องที่จะเอามาใช้กับรุ่น 12S Ultra อยู่แล้ว ตามรายงานของ GSMArena ก็มีระบุความร่วมมือที่น่าตื่นเต้นนี้

โดยเฉพาะการขยับมาใช้กับเลนส์กล้องใหญ่ปกติเพื่อเปลี่ยนโฉมสมาร์ทโฟนให้กลายเป็น “เครื่องถ่ายและตกแต่งรูปภาพระดับมืออาชีพ” ด้วย “ระยะกล้องที่ลึกสมจริงเหมือนกล้องโปร” มากกว่าการใช้ซอฟต์แวร์ทำหน้าชัดหลังเบลอปลอมๆ แบบที่เห็นได้ตามสมาร์ทโฟนอื่นทั่วไป

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/xiaomi-12s-ultra-concept-video/

Starlink เริ่มจำกัดปริมาณข้อมูลต่อเดือน 1TB ถ้าใช้เกินจะโดนลดความเร็ว

Starlink บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของบริษัท SpaceX ประกาศนโยบาย Fair Use policy กำหนดปริมาณใช้งานข้อมูลไม่เกิน 1TB ต่อเดือน หากใช้เกินจะถูกลดความเร็วลงตลอดเดือนนั้น

เพดานข้อมูล 1TB ต่อเดือน นับเฉพาะการใช้งานช่วงกลางวันและหัวค่ำ (ตามเวลาสหรัฐและแคนาดา) ที่มีการใช้งานหนาแน่น ตั้งแต่ 7.00-23.00 น. ส่วนช่วงดึกๆ ไปจนถึงเช้าไม่จำกัดปริมาณข้อมูลส่วนนี้ และหากผู้ใช้จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเกิน 1TB ในความเร็วปกติ สามารถซื้อเพิ่มในราคา GB ละ 25 เซนต์

Starlink ระบุว่ามีผู้ใช้ราว 10% ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ และมีผลบังคับใช้เฉพาะผู้ใช้ตามบ้านเท่านั้น (ผู้ใช้กลุ่มธุรกิจ รถบ้าน การบิน เรือเดินสมุทร ต้องจ่ายแพ็กเกจในอีกราคาอยู่แล้ว)

การจำกัดปริมาณอินเทอร์เน็ตต่อเดือน เป็นสิ่งที่ ISP บางรายในสหรัฐอเมริกาทำมาก่อนแล้ว เช่น Comcast มีนโยบายจำกัดข้อมูลที่ 1.2TB ต่อเดือน

No Description

ที่มา – Starlink via The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131332

iPhone จะเปลี่ยนสายชาร์จเป็น USB-C หลัง Apple บอกว่าต้องทำตามกฎหมายของอียู

ผู้บริหารด้านการตลาดของแอปเปิ้ลออกมายืนยันแล้วว่า บริษัทตัวเองก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายของสหภาพยุโรปที่บังคับให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะต้องใช้มาตรฐานของสายชาร์จเดียวกัน คือสาย USB-C ที่เราต่างรอคอย

Greg Joswiak รองประธานอาวุโสด้านการตลาดหลักของแอปเปิ้ล กล่าวในงานประชุม The Wall Street Journal Tech Live เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากคณะรัฐมนตรีของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปลงมติอนุมัติกฎหมายให้ใช้สายชาร์จแบบเดียวกันเมื่อวันจันทร์

กฎหมายนี้มีความพยายามที่จะคลอดออกมาเป็นสิบปี ขณะที่แอปเปิ้ลก็ยังรักษาการใช้สายชาร์จเฉพาะของตัวเองอย่าง Lightning อย่างไม่ลดละ แม้ Joswlak ไม่ได้พูดชัดเจนว่าจะออกมาในไอโฟนรุ่นไหน แต่ตามกฎหมายก็ต้องออกมาภายในปี 2024

นักวิเคราะห์หลายท่านทำนายว่าไอโฟนที่จะออกปีหน้า 2023 ก็ควรเปลี่ยนเป็นสาย USB-C แล้ว และแอปเปิ้ลควรเปลี่ยนเหมือนกันทั่วโลกด้วย ไม่ใช่แค่ในสหภาพยุโรปเท่านั้น อียูยืนยันเหตุผลที่มาของกฎหมายนี้ว่าจะช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่แอปเปิ้ลไม่เห็นด้วย มองว่าผู้บริโภคควรมีอิสระในการตัดสินใจ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/tech-iphones-will-get-usb-c-charging/

กสทช. เสียงข้างน้อยโพสต์ความเห็น อธิบาย 7 เหตุผลที่ไม่ควรให้ควบรวม DTAC-True

ศาสตราจารย์พิรงรอง รามสูต หนึ่งใน กสทช. เสียงข้างน้อย ในกรณีควบรวม DTAC/True โพสต์แสดงความเห็นของตัวเองผ่าน Facebook โดยให้เหตุผล 7 ข้อที่ยืนยันว่าไม่ควรอนุญาตให้เกิดการควบรวม

เหตุผลหลักๆ คือการแข่งขันในตลาดจะลดลง เหลือผู้เล่นรายใหญ่แค่ 2 ราย และเงื่อนไขการบรรเทาผลกระทบที่ออกมา ไม่น่าจะช่วยเพิ่มระดับของการแข่งขันในตลาดได้

ที่มา – Facebook Pirongrong Ramasoota

วันนี้ประชุมยาวที่สุดในชีวิตคือ 11 ชั่วโมงเศษ

ต้องขอโทษน้องๆนักข่าวที่มารอ คือหมดสภาพพพพ ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้จริงๆเพราะแบตหมดเกลี้ยงค่ะ ขอโทษจริงๆค่ะ

เลยขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายถึงเหตุผลที่สงวนความเห็น และเป็นเสียงส่วนน้อยในการพิจารณาการรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในการประชุมกสทช. นัดพิเศษในวันนี้นะคะ

ในทางกฎหมาย การตัดสินใจสงวนความเห็นที่จะรับทราบการรวมธุรกิจ และยืนยันที่จะไม่อนุญาต เพราะเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นการถือครองธุรกิจประเภทเดียวกันซึ่งสามารถส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในแง่การลดหรือจำกัดการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทั้งนี้ โดยอาศัยอำนาจตามข้อ 8 ของประกาศ กทช. เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องค่ะ

เหตุผลสนับสนุนมี 7 ข้อหลักดังต่อไปนี้ค่ะ

1) เมื่อรวมธุรกิจ TRUE และ dtac แล้ว จะทำให้เกิดบริษัทใหม่ (NewCo) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TUC) และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) ดังนั้น ทั้ง TUC และ DTN จะกลายเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีความความสัมพันธ์กันทางนโยบาย หรืออำนาจสั่งการเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน (Single Economic Entity) ที่ไม่มีการแข่งขันระหว่างกันตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ทั้งนี้ ก่อนการรวมธุรกิจ TUC มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 31.99 และ DTN มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 17.41 ภายหลังการรวมธุรกิจ NewCo จะมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 49.40 และทำให้ในตลาดเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 2 ราย หรือเกิดสภาวะ Duopoly

2) SCF Associates Ltd. ที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแข่งขันและนโยบายการสื่อสารระดับโลกสรุปว่า จากการศึกษาแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบต่อผู้บริโภคมากกว่าข้อดีที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งมาตรการเฉพาะเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถเป็นจริงได้ทั้งหมดในบริบทของตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทย เช่น การสนับสนุนให้เกิดผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNO) รายใหม่, การส่งเสริมการแข่งขันในตลาดค้าส่ง, การร่วมใช้คลื่น (Roaming) และการโอนคลื่นความถี่ (Spectrum Transfer) เป็นต้น
ในบริบทของเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องลดช่องว่างทางดิจิทัลอย่างประเทศไทย โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์ที่คนใช้มากที่สุดเพื่อเชื่อมต่อออนไลน์ การรวมธุรกิจซึ่งจะนำไปสู่การกระจุกตัวของตลาด และโอกาสที่ค่าบริการจะสูงขึ้น จึงไม่สมควรอนุญาตด้วยเหตุผลเพื่อการพัฒนาประเทศที่ต้องพึ่งพิงตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีการแข่งขันสูงและเป็นตัวกระตุ้นทางเศรษฐกิจ

3) การบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรวมธุรกิจภายใต้เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะต่างๆ ที่บังคับผู้ขอรวมธุรกิจนั้น ไม่น่าจะช่วยเพิ่มระดับการแข่งขันในตลาดได้ และอาจเป็นไปได้ยากในภายหลังจากการควบรวม โดยในส่วนของ กสทช. ก็จะต้องใช้อำนาจทางกฎหมายและทรัพยากรในการกำกับดูแลอย่างมาก โดยไม่อาจคาดหมายได้ว่าเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดได้เช่นเดียวกับที่เคยมีอยู่ก่อนการควบรวมหรือไม่

4) ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงประโยชน์ต่อสาธารณะ จากเอกสารประกอบการขอรวมธุรกิจ ยังไม่ชัดเจนและเพียงพอ

5) การรวมธุรกิจมีโอกาสนำไปสู่การผูกขาดและกีดกันการแข่งขัน ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 40, 60, 61 และ 75 และขัดต่อแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 ที่ต้องเพิ่มระดับการแข่งขันของการประกอบกิจการโทรคมนาคม

6) การให้รวมธุรกิจจะส่งผลกระทบกว้างขวางและต่อเนื่องในระยะยาว อีกทั้งยังหวนคืนไม่ได้ เพราะตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยอยู่ในภาวะอิ่มตัว ทำให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดและเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดได้ยาก เช่นกรณีการรวมธุรกิจของเม็กซิโกและฟิลิปปินส์ ตามรายงานของที่ปรึกษาอิสระจากต่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะหวนคืนจากภาวะผูกขาดโดยผู้ประกอบการหนึ่งหรือสองรายไปสู่สภาพการแข่งขันก่อนการรวมธุรกิจ

7) หนึ่งในผู้ขอรวมธุรกิจมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจใกล้ชิดกับกลุ่มธุรกิจครบวงจร (Conglomerate) รายใหญ่ ซึ่งครอบครองตลาดสินค้าและบริการในระดับค้าปลีกและค้าส่งของทั้งประเทศ จึงมีโอกาสที่จะขยายตลาดโดยใช้กลยุทธ์ขายบริการแบบเหมารวม ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกันกับผู้ประกอบการรายอื่น
จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะ

from:https://www.blognone.com/node/131051

กสทช. “รับทราบ” DTAC ควบรวม True ประธานลงสองเสียง ต้องแยกแบรนด์ไปอีก 3 ปี

กสทช. ลงมติรับทราบการควบรวมระหว่าง DTAC และ True พร้อมกับระบุมาตรฐานควบคุมหลังควบรวมแล้วให้ลดราคาค่าบริการโดยเฉลี่ยลง

การออกเสียงครั้งนี้ครั้งแรกออกเสียงเท่ากัน 2 ต่อ 2 โดยงดออกเสียงหนึ่งเสียง ทำให้ประธานกสทช. มีอำนาจออกเสียงชี้ขาดอีกรอบกลายเป็น 3 ต่อ 2

นอกจากการรับทราบแล้ว ทางกสทช. ก็ระบุเงื่อนไขต่างๆ หลังการควบรวม ได้แก่ การกำหนดค่าบริการที่ต้องต่ำลงโดยเฉลี่ย การควบคุมต้นทุนที่ต้องมีการตรวจสอบ โดยทั้งสองบริษัทต้องให้บริการแยกแบรนด์กันไปอีก 3 ปี นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทจะต้องไม่ลดจำนวนเสาสัญญาณ

ที่มา – Brand Inside

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131037

AIS แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณาดีลซื้อ 3BB ใหม่ หลังผู้ถือหน่วยลงทุน JASIF ไม่อนุมัติแก้ไขสัญญา

AIS รายงานความคืบหน้าในการซื้อธุรกิจบรอดแบนด์ 3BB ที่ดำเนินการโดยบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) (TTTBB) จากกลุ่มบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ผ่าน ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ JAS อนุมัติดีลนี้ไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน

รายละเอียดของดีลนี้นอกจาก AIS ซื้อหุ้น TTTBB แล้ว บริษัทจะซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตจัสมิน (JASIF) ซึ่ง TTTBB ปัจจุบันมีฐานะเป็นผู้เช่าสายไฟเบอร์ของกองทุนนี้ด้วย เพื่อให้เป็นการซื้อกิจการที่ครบทั้งหมด อย่างไรก็ตามที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน JASIF มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 โดยไม่อนุมัติ 1 วาระจากทั้งหมด 3 วาระ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ AIS ขอให้แก้ไขสัญญาการเช่าหลายอย่างที่ TTTBB ทำไว้กับ JASIF ก่อนหน้านี้

AIS บอกว่าการที่วาระดังกล่าวไม่ผ่านการอนุมัติ เป็นประเด็นสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของ TTTBB ได้อย่างยั่งยืน จึงมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อหุ้น TTTBB และหน่วยลงทุน JASIF ซึ่งบริษัทจะนำมาพิจารณาใหม่ และจะแจ้งความคืบหน้าอีกครั้ง

ที่มา: AIS (pdf)

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131019

FCC เตรียมยกระดับการแบนอุปกรณ์ Huawei และ ZTE ทุกตัว

Kaspersky กำลังจะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมเพิ่ม เมื่อคณะกรรมการโทรคมนาคมสหรัฐฯ หรือ FCC กำลังพิจารณาที่จะแบนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของทั้ง Huawei และ ZTE ภายในประเทศ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

ประธาน FCC คุณ Jessica Rosenworcel ได้ออกจดหมายเวียนให้ห้ามการใช้อุปกรณ์จากบริษัทเหล่านี้อย่างเป็นทางการ เป็นผลจากกฎหมาย Secure Equipment Act ที่ออกมาในปีที่แล้วโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีปัจจุบัน โจ ไบเดน

เนื้อหาบังคับให้ FCC ออกมาตรการลักษณะดังกล่าวภายในวันที่ 11 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เป็นการต่อยอดจากมติ FCC เมื่อปี 2020 ที่หมายหัวว่าทั้งสองบริษัทนี้เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง ที่ก่อนหน้านร้จำกัดเฉพาะบริษัทโทรคมนาคมของสหรัฐฯ เท่านั้นที่ไม่ให้ซื้ออุปกรณ์จากทั้งสองเจ้า

แต่คำสั่งใหม่ที่จะออกมา จะครอบคลุมการจำหน่ายทุกกรณีภายในประเทศ โดยจะมีการลงมติกันภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่มีข้อยกเว้นที่ไม่รวมอุปกรณ์ที่ทาง FCC เคยอนุญาตไปแล้วก่อนหน้า บังคับแค่อุปกรณ์ใหม่ที่กำลังจะออกจำหน่าย และการยื่นขออนุญาตในอนาคต

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/fcc-eyes-formal-ban-of-all-huawei-zte/

ผู้ถือหุ้นจัสมินส่วนใหญ่ลงมติ 97% ขาย 3BB ให้ AIS

หลัง AIS ประกาศการเข้าซื้อกิจการ 3BB เมื่อเดือนกรกฎาคม ล่าสุดกลุ่มบริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าผู้ถือหุ้นมีมติเห็นด้วย 97% ที่จะขาย 3BB และหุ้น JASIF ส่วนหนึ่งให้กับ AIS (ซื้อธุรกิจจากบรอดแบรนด์จาก บริษัท อคิวเมนท์ จำกัด (ACU) บริษัทลูก JAS และโครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์จาก JASIF)

ผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมลงมติเห็นด้วยเป็นสัดส่วน 97.2% และไม่เห็นด้วย 2.79% ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูท่าทีของ กสทช. ต่อไป และหากผ่าน จะทำให้ AIS กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านที่ส่วนแบ่งราว 41% ส่วน True อยู่ที่ราว 35.6%

ที่มา – SEC

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130580