คลังเก็บป้ายกำกับ: TAXI

Uber ร่วมมือกับแพลตฟอร์มแท็กซี่นิวยอร์กซิตี้ เตรียมเปิดให้เรียกแท็กซี่ผ่านแอปเร็ว ๆ นี้

Uber บรรลุข้อตกลงร่วมกับแท็กซี่นิวยอร์กซิตี้ โดยทาง Uber จะเปิดให้เรียกแท็กซี่ของนิวยอร์กผ่านแอปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ภายใต้ความร่วมมือนี้ Uber จะนำข้อมูลจากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์แท็กซี่ที่ได้ใบอนุญาตจาก Taxi and Limousine Commission (TLC) ของนิวยอร์กซิตี้ ได้แก่ Creative Mobile Technologies และ Curb Mobility ที่มีแท็กซี่นิวยอร์กซิตี้บนแพลตฟอร์มกว่า 14,000 คันมาแสดงบนแอป Uber

ในส่วนค่าบริการ Uber จะคิดในอัตราใกล้เคียงกับค่าบริการแบบมาตรฐานของ Uber X ส่วนอัตราค่าบริการที่ฝั่งผู้ขับรถจะได้รับจะเป็นอัตราที่กำหนดโดย TLC และสำหรับฝั่งแท็กซี่ ตัวแพลตฟอร์ม Uber จะแสดงค่าโดยสารให้เห็นคร่าว ๆ ให้ผู้ขับก่อนจะตัดสินใจรับผู้โดยสารจาก Uber (ในขณะที่ผู้ขับรถบนแพลตฟอร์ม Uber โดยตรงจะไม่แสดงข้อมูลส่วนนี้) แต่แท็กซี่จะไม่มีสิทธิ์รับ fuel surcharge ของ Uber

ที่มา – WSJ, TechCrunch

No Description
ภาพจาก Wikimedia

from:https://www.blognone.com/node/127793

เปิดตัวโครงการทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้บริการแท็กซี่ใน สปป ลาว

แอป LOCA ซึ่งเป็นแอปเรียกรถแท็กซี่แนวเดียวกับแกร็บ หรือ อูเบอร์ และ แบรนด์รถยน BYD จากจีน ร่วมกันเปิดตัวโครงการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ในการนำเอารถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในการให้บริการขนส่งสาธารณะ ใน สปป ลาว จุดประสงค์ของโครงการนี้คือการนำเอารถยนต์ไฟฟ้ามาปรับใช้กับแท็กซี่ของโลก้า เพื่อเป็นการลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

การร่วมมือของทั้งสองมีเป้าหมายที่จะกลายเป็นผู้ริเริ่ม สนับสนุน และเพื่อแสดงให้ผู้สร้างกรอบนโยบาย รวมทั้งผู้บริโภคได้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้านั้นเหมาะสมกับตลาดใน สปป ลาว รวมทั้งตอบโจตรที่ สปป ลาว วางวิสัยทรรศน์ที่ต้องการอยากจะเป็นแบ็ตเตอรี่ของอาเซียน

ทั้งนี้ รถยนต์ที่จะใช้ในการทดลองครั้งนี้คือ BYD E2 โดยรถรุ่นนี้สามารถวิ่งได้ 305 กิโลเมตรต่อการชาร์จแบ็ตเตอรี่เต็มหนึ่งครั้ง รวมทั้งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเหมาะกับตลาดของ สปป ลาว ที่สุดในตอนนี้

ในปัจจุบัน โลก้าได้กลายมาเป็นผู้ให้บริการแท็กซี่สาธารระ ที่ใหญ่ที่สุดของ สปป ลาว โดยได้เปิดให้บริการแล้วใน 3 พื้นที่ประกอบด้วย นครหลวงเวียงจันทน์ นครหลวงพระบาง และนครจำปาสัก ซึ่งล่าสุด โลก้ายังกลายเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ และธุรกิจขนาดเล็กใน สปป ลาว รายแรกที่อยู่ในรายชื่อ 100 บริษัทที่น่าจับตามองของเอเชีย ที่จัดโดย Forbes Asia อีกด้วย

ที่มา – Facebook LOCA Laos

alt="No Description"

from:https://www.blognone.com/node/124689

Robotaxi รถแท็กซี่ไร้คนขับจากบริษัท Zoox ในเครือ Amazon

บริษัทด้านยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในสังกัดของ Amazon อย่าง Zoox ได้ฤกษ์เปิดตัวรถแท็กซี่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองรุ่นแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยอยู่ในรูปรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับสำหรับขนส่งผู้โดยสาร ลักษณะเหมือน “รถม้า” ชื่อว่า Robotaxi

ซึ่งผู้โดยสารจะนั่งหันหน้าเข้าหากัน ไม่ได้มีที่นั่งว่างสำหรับคนขับ ไม่มีพวงมาลัยบังคับรถ รับคนนั่งได้สูงสุด 4 คน สำหรับสตาร์ทอัพเจ้านี้ที่ทำธุรกิจมานานกว่า 6 ปี ทางแอมะซอนได้ซื้อกิจการมาเมื่อเดือนมิถุนายนโดยยังไม่เปิดเผยว่าจะนำเทคโนโลยีของ Zoox มาทำอะไร

ก่อนหน้านี้ซีอีโอของ Amazon เจฟ เบซอส ได้เคยแสดงความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับวงการยานยนต์ ซึ่งต่อมาก็ได้นำรถกระบะแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองมาใช้ขนถ่ายสินค้ามาแล้ว คาดว่ายานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Zoox ก็น่าจะเติมเต็มเครือข่ายขนส่งสินค้าของแอมะซอนได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะการส่งถึงมือลูกค้าที่จะทำให้ได้ราคาถูกและส่งได้เร็วขึ้นมาก ทั้งนี้ ตัวแท็กซี่หุ่นยนต์หรือ robotaxi มีความสามารถบางอย่างที่ต่างจากคู่แข่งอย่าง Waymo ของ Alphabet, Cruise ของ GM รวมทั้งของ Uber และ Tesla ตรงที่สามารถขับเคลื่อนได้สองทิศทางโดยทั้ง 4 ล้อ เปลี่ยนทิศได้โดยไม่ต้องกลับรถ

ที่มา : CNBC

from:https://www.enterpriseitpro.net/robotaxi-zoox-amazon/

Uber ถูกปรับ 59 ล้านเหรียญฯ หลังปฏิเสธให้ข้อมูลเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ

ทางคณะกรรมการสาธารณูปโภคประจำรัฐแคลิฟอร์เนีย (CPUC) ได้สั่งปรับ Uber เป็นเงิน 59.1 ล้านเหรียญฯ จากกรณีที่ปฏิเสธซ้ำหลายครั้งที่จะให้ข้อมูลที่ร้องขอเกี่ยวกับรายงานการล่วงละเมิดทางเพศของบริษัทประจำปี 2019

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ทางผู้พิพากษาศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ Uber ต้องจ่ายค่าปรับภายใน 30 วัน และส่งมอบข้อมูลที่ต้องการให้ มิเช่นนั้นทาง CPUC จะสามารถยกเลิกใบอนุญาตการดำเนินงานในรัฐแคลิฟอร์เนียได้

ศาลอธิบายว่า ทาง Uber “ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือโดยไม่ได้มีเหตุผลทางกฎหมายหรือที่เข้าใจได้เพียงพอ” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีคำสั่งทางปกครองให้ส่งมอบข้อมูลมาให้หลายต่อหลายครั้ง

ต้นตอของเรื่องนี้มาจากเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว Uber เผชิญกับแรงกดดันจากผู้ใช้จำนวนมากจนต้องยอมออกรายงานที่ระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศในสหรัฐฯ ทั้งหมดมากถึง 3,045 ครั้งในปี 2018 เฉลี่ยแล้วมากกว่า 8 ครั้งต่อวัน

ที่มา : MSN

from:https://www.enterpriseitpro.net/uber-fined-59-million-by-california-regulators/

ประกาศราชกิจจาฯ แท็กซี่คิดค่าบริการเพิ่มเติม สัมภาระ 4 ประเภท ชิ้นละ 20-100 บาท เริ่มวันนี้

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการอื่น กรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI-METER) ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2563 โดยที่เป็นการแก้ไขปรับปรุงอัตราค่าบริการอื่นให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีการปรับค่าบริการอื่นกรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษดังนี้

1. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใดด้านหนึ่งเกินกว่า 26 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท

2. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดความกว้าง ความยาว หรือความสูงด้านใด ด้านหนึ่งไม่เกิน 26 นิ้ว เกินกว่าสองชิ้น ให้เรียกเก็บค่าบริการตั้งแต่ชิ้นที่สามขึ้นไป ในอัตราชิ้นละไม่เกิน 20 บาท ทั้งนี้ ไม่นับรวมกับสัมภาระตามข้อ 1

3. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นอุปกรณ์การกีฬาจำพวก ถุงกอล์ฟ รถจักรยาน วินด์เซิร์ฟ หรือเครื่องดนตรี ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราชิ้นละไม่เกิน 100 บาท

4. การจ้างที่มีการบรรทุกสัมภาระเป็นสินค้า สิ่งของ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่บรรจุกล่อง และที่มิได้มีการบรรจุกล่อง แต่มีการมัดรวมหรือหีบห่อรวมกันไว้ ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 50 นิ้วขึ้นไป ให้เรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่บรรจุกล่อง มัดรวมหรือหีบห่อชิ้นละไม่เกิน 100 บาท

การเรียกเก็บค่าบริการอื่นกรณีการจ้างโดยมีบริการพิเศษ ให้เรียกเก็บได้ในกรณี การจ้างจากท่าอากาศยานดอนเมือง หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือการจ้างจากสถานที่อื่นไปยัง ท่าอากาศยานดอนเมือง หรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้ผู้ขับรถยนต์รับจ้างแจ้งอัตราค่าบริการ ให้ผู้โดยสารทราบล่วงหน้าก่อนทำการรับจ้าง

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ราชกิจจานุเบกษา

from:https://www.thumbsup.in.th/taxi-services-charged-add?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=taxi-services-charged-add

คู่แข่ง Grab มาแล้ว! เปิดตัว Bolt แอปพลิเคชันเรียก TAXI รายใหม่

ทุกคนคงรู้จัก Grab เป็นอย่างดีในฐานะแอปพลิเคชันเรียก TA […] More

from:https://www.iphonemod.net/bolt-bangkok.html

Go-Jek เข้าถือหุ้น 4.3% ในผู้ให้บริการรถแท็กซี่รายใหญ่ของอินโดนีเซีย

Go-Jek แอปเรียกรถแท็กซี่และบริการ O2O จากอินโดนีเซียที่ทำตลาดในไทยด้วยแบรนด์ GET! ประกาศเข้าถือหุ้น 4.3% ในบริษัท Blue Bird ของอินโดนีเซียเช่นเดียวกัน โดยมูลค่าหุ้นอยู่ราว 30 ล้านดอลลาร์

Blue Bird เป็นผู้ให้บริการรถแท็กซี่รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของอินโดนีเซีย การเข้าลงทุนครั้งนี้สะท้อนว่า Go-Jek ต้องการขยายจำนวนรถยนต์ โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการรายใหญ่ด้วยอีกทางหนึ่ง

ปัจจุบัน Blue Bird ถูกใส่เข้ามาเป็นตัวเลือกหนึ่งของการเดินทางในแอป Go-Jek อยู่แล้ว

ที่มา: TechCrunch

alt="Blue Bird"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114731

นครนิวยอร์กอนุมัติให้ใช้ Tesla Model 3 เป็นแท็กซี่ได้แล้ว นับเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก

สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของนครนิวยอร์กคือ “แท็กซี่สีเหลือง” ที่เราคงเห็นกันบ่อยๆ ในภาพยนตร์ หรือในรูปถ่ายท้องถนนของเมืองนิวยอร์กก็มักจะมีแท็กซี่สีเหลืองอยู่ด้วยเสมอ และขณะนี้ Tesla Model 3 ก็ได้ผ่านการอนุมัติให้นำมาใช้เป็นรถแท็กซี่ได้แล้ว

คณะกรรมการรถแท็กซี่และลิมูซีนแห่งนครนิวยอร์ก (New York City Taxi and Limousine Commission – TLC) ได้รับรองให้บริษัทแท็กซี่สามารถนำ Tesla Model 3 มาให้บริการได้แล้ว โดย Model 3 เป็นหนึ่งในรถยนต์อีก 40 รุ่นที่ผ่านการรับรองครั้งนี้ และเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพียงรุ่นเดียว โดยปัจจุบันมีเพียงรถยนต์ปกติและรถยนต์ไฮบริดที่มีการใช้งาน

การจะผ่านเกณฑ์รับรองได้ต้องผ่านการประเมินหลายอย่าง เช่นพื้นที่ภายในห้องโดยสาร, รถต้องมีระบบปรับอากาศแยกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงต้องมีพื้นที่พอให้ติดตั้งแผงกั้นระหว่างผู้โดยสารและคนขับ นอกจากนี้เบาะรถยังต้องทำจากวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย เช่นไวนิล

หลังผ่านการรับรอง บริษัทรถจึงจะสามารถนำรถปกติไปดัดแปลงให้เป็นแท็กซี่ได้ เช่นติดตั้งไฟนอกรถและเครื่องหมายต่างๆ, ติดตั้งมิเตอร์ และแน่นอนว่าเปลี่ยนสีรถให้เป็นสีเหลือง

ก่อนหน้านี้เคยมีการทดลองใช้ Nissan LEAF รุ่นแรกมาทดลองวิ่งเป็นแท็กซี่ในปี 2015 ซึ่งรายงานของ TLC ระบุว่าคนขับต้องปรับตัวอย่างมากในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพราะวิ่งได้ระยะทางน้อย โดย LEAF รุ่นแรกวิ่งได้เพียง 135 กิโลเมตร ในขณะที่ Tesla Model 3 จะวิ่งได้ราว 350 กิโลเมตร โดยปกติคนขับแท็กซี่จะใช้รถราว 290 กิโลเมตรต่อหนึ่งกะ

ที่มา – CNN
ภาพโดย franky1st จาก Pixabay

from:https://www.blognone.com/node/113050

“แท็กซี่” บุกขนส่งฯยื่นข้อเรียกร้องหากให้ “แกร็บ” ถูกกฎหมายและขอขึ้นค่าโดยสารอีกรอบ ท่ามกลางความสงสัยทำไมไม่ขับ Grab

ยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่องสำหรับ “แท็กซี่” และ “แกร็บ” ที่ฝ่ายนึงบริการไม่ดีผดส.ยี้ แต่ถูกกฎหมาย และอีกฝ่ายยังไม่มีกฎหมายรองรับแต่ภาพรวมบริการดีกว่า คาราคาซังและเห็นการประท้วงอยู่เรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดนี้แท็กซี่ได้บุกไปกรมขนส่งฯเพื่อขอขึ้นราคาหากดันให้แกร็บถูกกฎหมาย แต่อาจต้องมีสะอึกเล็กน้อยเมื่อมีคนทวงถามว่าทำไมไม่ไปสมัครแกร๊บและอยู่ร่วมกันไปเลย หรือเป็นเพราะแท็กซี่กลุ่มนี้ติดประวัติเสียจนถูกแบนออกจากระบบไปแล้ว

จากที่กลุ่มแท็กซี่บุกไปขนส่งในครั้งนี้ มีความต่างจากการประท้วงครั้งก่อนๆ ที่ต้องการให้ดำเนินการเอาผิดกับแกร๊บ แต่ต้องการมารับรู้ว่าข้อกฎหมายอาจจะเกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลใหม่นี้ จะส่งผลต่อกลุ่มสหกรณ์แท๊กซี่หรือไม่และจะมีทิศทางไปในด้านใด เพราะปัจจุบันมีรถแท็กซี่กว่า 8 หมื่นคันในระบบ การผลักดันนโยบายให้แกร็บถูกกฎหมายอาจส่งผลกระทบต่อการประกอบการอาชีพอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดีทางรองอธิบดีกรมขนส่งทางบกก็ได้ชี้แจงว่า “ยังไม่มีการร่างกฎหมายรับรองแกร๊บให้ถูกต้องในตอนนี้ มีเพียงการศึกษาความเป็นไปได้ก่อนเท่านั้น”

4 ข้อเรียกร้องจากกลุ่มแท็กซี่ หากจะให้แกร็บถูกกฎหมาย

  1. หากดำเนินการเรื่องนี้แล้วมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ จะต้องเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม คือถ้าให้แกร็บถูกต้องตามกฎหมาย แล้วมีผลต่อคนขับแท็กซี่ เช่น ไม่มีผู้โดยสาร เงินที่ได้ไม่พอใช้ รัฐบาลหรือขนส่งจะต้องช่วยเหลือ เยียวยาตรงจุดนี้ด้วย
  2. ต้องปราบปรามรถผิดกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ ทำโทษรถที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะแกร็บหรือแท็กซี่ ที่ไม่มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง จะต้องมีบทลงโทษตามที่ได้มีการกำหนดขึ้น (ในที่นี้น่าจะหมายถึงการเอารถป้ายดำที่ไม่ได้จำทะเบียนรับจ้างมาให้บริการ ทำให้มีต้นทุนที่ถูกกว่า ทั้งค่าประกัน ภาษีต่างๆ รวมถึงไม่ต้องไปรายงานที่ขนส่งฯเหมือนแท็กซี่ทั่วไป จะเรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมก็ว่าได้)
  3. ให้ทบทวนนโยบายโครงการแท็กซี่โอเค เนื่องจากไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ได้ประกาศไว้ จากที่ได้มีโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์รถแท็กซี่ธรรมดาให้มีผู้โดยสารใช้บริการ กลุ่มแท็กซี่หลายรายได้เข้าเข้าร่วมโครงการนี้แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คือไม่มีผู้โดยสารใช้บริการเหมือนเดิมแต่ได้มีการลงทุนติดอุปกรณ์ต่างๆตามที่กำหนดเอาไว้ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ
  4. ต้องปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง กรมขนส่งทางบกจะต้องพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารให้กับแท็กซี่ เพราะปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้นมากมาย ทำให้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

หลายคนตั้งคำถามทำไมคนขับแท็กซี่กลุ่มนี้ถึงไม่เข้าร่วมแกร็บ

ใครที่ได้ขึ้นแท็กซี่เป็นประจำหรือเคยเรียกใช้บริการ Grab อยู่เรื่อยๆ น่าจะพอทราบกันดีว่าก็มีคนขับแท็กซี่จำนวนมากที่มีความสุขดีและอยู่ร่วมกับ Grab ได้อย่างไม่มีปัญหา เมื่อข่าวนี้ออกมาก็ทำให้หลายคนที่ทราบข่าวก็เกิดข้อสงสัยว่าทำไมแท็กซี่ที่มาโวยวายเรียกร้องนี้ถึงไม่ยอมเข้าร่วมขับกับแกร๊บไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ซึ่งในเพจของทาง Amarin ต้นทางที่แชร์ข่าวนี้มา มีผู้มาให้ข้อมูลเรื่องนี้ให้ผ่านทางคอมเม้นต์ ระบุว่าเขาทำงานอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ตรวจสอบประวัติอาชญากร ซึ่งคนที่จะสมัคร Grab ต้องไปขอเอกสารรับรองกับหน่วยงานเขาก่อนเสมอ ถ้าใครมีคดีติดตัว Grab น่าจะไม่รับเลย พร้อมสรุปว่ากลุ่มคนที่ไม่ยินดีกับแกร็บ ที่จะให้แกร็บถูกกฎหมายอาจเป็นเพราะสมัครแกร็บไม่ผ่าน ด้วยเหตุผลมีคดีติดตัว และมีความเสี่ยงต่อผู้โดยสาร ดูกร่างและน่ากลัวตามที่เห็นในการประท้วงนี้ ส่วนกลุ่มคนที่ไม่อยากทำเอกสารให้วุ่นวาย ก็แนะนำว่ามาทำให้เสร็จได้ใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีก็เรียบร้อย มีค่าธรรมเนียม 100 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ดีในเวลาถัดมาคอมเม้นต์ดังกล่าวก็ถูกลบทิ้งออกไป ซึ่งก็ไม่มีทางพ้นเหล่านักแคปที่เก็บข้อมูลนี้ไว้แล้ว พร้อมทั้งตรวจสอบเบื้องต้นแล้วว่าผู้คอมเม้นต์นี้น่าจะทำงานที่สนง.ตำรวจจริง แต่ก็ไม่ใช่เป็นแถลงการอย่างเป็นทางการ อาจจะเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้นก็เป็นได้ 

ทั้งหมดนี้ก็ต้องมารอดูกันว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นการประท้วงครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ปัญหานี้ยุติและลงเอยอย่างไร แกร็บจะถูกทำให้ถูกกฎหมายได้ตามนโยบายที่ถูกหาเสียง โดยที่ทางแท็กซี่ก็ได้รับคำตอบจากปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างน่าพอใจและเป็นธรรมหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วนโยบายการทำให้แกร๊บถูกกฎหมายจะเป็นเรื่องที่ถูกลืมไป ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไป

 

ที่มา : amarin, twitter

from:https://droidsans.com/taxi-demand-dlt-fix-before-legalize-grab/

บริษัทแท็กซี่สิงคโปร์ ดึงคนขับมาฝึกใช้แอพรับงาน ให้ค่าเสียเวลามาฝึกด้วย

ในขณะที่สถานการณ์ระหว่างแท็กซี่ท้องถิ่นกับ Grab ในไทยยังไม่ลงรอยกัน ตัดภาพไปที่สิงคโปร์ บริษัทแท็กซี่ ComfortDelGro ร่วมมือกับสมาคมแท็กซี่แห่งชาติหรือ NTA ในการฝึกคนขับแท็กซี่ให้ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ให้ค่าเสียเวลาด้วย

เนื่องจากในสิงคโปร์ มีผู้โดยสารใช้งานแท็กซี่ท้องถิ่นน้อยลง และไม่ค่อยจะจ่ายเงินสดกันแล้ว ทางหน่วยงานจึงต้องฝึกคนขับให้ปรับตัวให้ทัน สอนการใช้แอพพลิเคชั่นและเครื่องมือทางเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ เช่น การจองรถ การค้นหาผู้โดยสาร การชำระเงิน การจ่ายเงินค่าจอดรถ รวมถึงการสำรวจเส้นทางในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยความที่คนขับแท็กซี่ก็ยังต้องหารายได้ ทางหน่วยงานจึงให้ค่าตอบแทนบางส่วนในการมาร่วมฝึกอบรมด้วย

No Description

โดยบริษัทแท็กซี่ ComfortDelGro มีแอพพลิเคชั่นใช้งานของตัวเองอยู่แล้วคือ ComfortDelGro Driver การดึงคนขับมาเรียนก็เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้งานแอพได้ดีขึ้น

เริ่มแรก ComfortDelGro จะดึงคนขับ 10,000 คนจากทั้งหมด 27,000 มาเข้าร่วมอบรมในชื่อคอร์สว่า SkillsFuture for Digital Workplace (SFDW) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก e2i ของ NTUC สถาบันการจ้างงานและการจ้างงานในสิงคโปร์

ที่มา – The Straits Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110544