คลังเก็บป้ายกำกับ: SYNOLOGY_NAS

Synology เปิดตัว DiskStation DS923+ ตอบโจทย์การใช้งานธุรกิจ SME อย่างครบวงจร

Synology ได้ประกาศเปิดตัว DiskStation รุ่นใหม่ DS923+ ซึ่งถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานสำหรับบ้านและสำนักงาน โดยทำงานได้หลายวัตุประสงค์ทั้งการแชร์ไฟล์ สำรองข้อมูลสร้างความมั่นคงปลอดภัย หรือใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์รับการทำงานของกล้องวงจรปิด

สเป็คฮาร์ดแวร์

  • โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen R1600 Dual Core
  • หน่วยความจำ 4GB ขยายเพิ่มเติมได้สูงสุด 32 GB
  • รองรับ Sequential R/W ได้สูงสุด 625 / 559 MB/s
  • ฮาร์ดแวร์หลักรองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุด 4 ถามหรือ 50 TB แต่สามารถใส่ส่วนขยายได้อีก 5 ไดร์ฟสูงสุดคือ 120 TB
  • การเชื่อมต่อระดับเครือข่าย 2x1GbE และมีทางเลือกอัปเกรตเพิ่มได้ที่ 10 GbE 
  • รองรับการใช้งาน M.2 NVMe SSD ซึ่งอาจเพิ่มทำแคชหรือเชื่อมต่อกับ All-flash Storage 
  • รับประกัน 3 ปีขยายเวลาได้ถึง 5 ปี

เพิ่มความสามารถด้วยบริการของ Synology

Synology มีบริการซอฟต์แวร์เสริมมากมายที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกติดตั้งเพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์ในออฟฟิศหรือบ้านเช่น

1.) สร้างระบบการแชร์ไฟล์ผ่าน Synology Drive (เป็นแอปพลิเคชันคล้ายๆกับ Google Drive หรือ One Drive) แทนที่จะใช้เป็นการ Map Drive แต่ด้วยคุณภาพของซอฟต์แวร์ที่เป็นระดับองค์กรทำให้แอดมินการบริหารจัดการง่ายกว่าอย่างการกำหนดสิทธ์หรือการควบคุมทาง Security และ Privacy ในมุมของผู้ใช้การแชร์ไฟล์ก็ทำได้ง่าย ที่สำคัญคือเสมือนว่ามีระบบ Cloud Storage แต่ไฟล์ยังอยู่ในองค์กร อย่างไรก็ดีเมื่อเสริมด้วยฟีเจอร์ Hybrid Share ก็สามารถเสริมการทำงานร่วมกับ C2 ซึ่งเป็นคลาวด์ของ Synology ได้ เช่น ใช้ C2 เป็น Cold Storage ส่วนไฟล์ที่ใช้บ่อยก็เก็บภายใน DiskStation

2.) Synology ได้เปิดตัวบริการ Active Backup Suite มากว่า 5 ปีแล้ว โดยผู้ใช้งาน DiskStation สามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อช่วยสำรองข้อมูลการใช้งานในออฟฟิศหรือองค์กรได้ครอบคลุมทั้ง Windows, Linux, Hyper V VM, VMware VM แม้กระทั่ง SaaS อย่าง Microsoft 365 และ Google Workspace โดยสามารถกู้คืนข้อมูลได้อย่างมั่นใจแบบ Point-in-time Snapshot ทั้งนี้สามารถใช้ C2 เป็นการตอบโจทย์ 3-2-1 แบบ Offsite ได้อีกชั้นด้วย

3.) DiskStation ยังรองรับการทำตัวเป็นเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิด(Surveillance Server) อีกด้วย ซึ่งรองรับกับกล้องค่ายอื่นๆที่รองรับ ONVIF ทั้งนี้ DS923+ สามารถรองรับกล้องได้ถึง 40 ตัวเช่นกันท่านสามารถใช้ C2 Cloud เป็นไซต์สำรองข้อมูลกล้องได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอื่นที่ Synology ได้พัฒนาเสริมขึ้นเพื่อประมวลผลวีดีโอที่ได้มาเช่น การจับภาพวัตถุหรือคน เป็นต้น

ที่มา : https://www.synology.com/en-global/company/news/article/DS923plus/Introducing%20Synology%C2%AE%C2%A0DiskStation%C2%AE%20DS923+%20for%20small%20business%20and%20home%20office%20data%20management 

from:https://www.techtalkthai.com/synology-announcement-diskstation-ds923/

ถ้านำ NAS มาใช้ในบ้านเป็นคลาวด์ส่วนตัว จะทำอะไรได้บ้าง คนในครอบครัวจะใช้ด้วยได้ไหม

หลายคนพอเริ่มที่จะรู้จัก NAS หรือว่า Network Attached S […] More

from:https://www.iphonemod.net/synology-nas-x-family-member.html

[Guest Post] 3 แพ็กเกจจาก Synology ที่ช่วยลดต้นทุนด้าน IT และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรสำหรับเทรนด์ Hybrid Work Model

เมื่อแนวโน้มการทำงานรูปแบบ Hybrid Work หรือมีการผสมผสานระหว่างการทำงานทางไกล (Remote Work) และการทำงานที่ออฟฟิศ กำลังจะกลายเป็น New Normal ในอนาคต องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ที่กำลังปรับใช้แผน IT ชั่วคราวสำหรับ Remote work ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิท จึงจำเป็นต้องพิจารณาเตรียมวางแผนโครงสร้าง IT สำหรับระยะยาว ซึ่งนอกจากความต้องการในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ยืดหยุ่นแล้ว ยังต้องสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลธุรกิจได้ไปพร้อม ๆ กัน

แน่นอนว่าการเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ผู้จัดการ IT จำเป็นต้องหาโซลูชันระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยเหตุนี้ การผสานรวมของ Hardware และแอปพลิเคชันฟรีสำหรับการทำงานร่วมกันที่หลากหลาย ทำให้โซลูชันเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวอย่าง NAS (Network-attached Storage) ของ Synology เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดในยุค Hybrid work ขององค์กรธุรกิจที่มีความกังวลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในงบประมาณและทรัพยากรด้าน IT ที่จำกัด

ในบทความนี้ จะแนะนำแอปพลิเคชันสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระยะไกลขององค์กร ที่ผู้ใช้งาน Synology NAS สามารถเริ่มติดตั้งใช้งานได้ฟรีบน Package Center อย่าง บริการไฟล์ (Synology Drive) บริการอีเมล (MailPlus) และระบบการส่งข้อความแชท (Synology Chat)

Synology Drive บริการไฟล์บนคลาวด์ส่วนตัวขององค์กรที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย

แพ็กเกจ Synology Drive จะอัปเกรดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Synology NAS ขององค์กรให้เป็นเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเจ้าของข้อมูลอย่าง 100% ของจุดเด่นแบบเซิร์ฟเวอร์แบบ On-premises ของ NAS ด้วย Synology Drive พนักงานหรือผู้ใช้สามารถเข้าถึง สร้างลิงก์แชร์ และจัดการไฟล์ทั้งหมดที่จัดเก็บบน NAS หรือแม้แต่กู้คืนข้อมูลที่เผลอลบโดยไม่ได้ตั้งใจได้อย่างง่ายดายผ่านทางเว็บอินเทอร์เฟส หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในทุกที่ทุกเวลา

มากกว่าประสบการณ์การใช้งานที่คล้ายคลึงกับบริการไดร์ฟบนคลาวด์ที่แพร่หลาย Synology Drive เองยังรองรับการซิงโครไนซ์ไฟล์บนไคลเอนต์ PC เมื่อติดตั้งแอปพลิเคชันเดสก์ท็อปบนคอมพิวเตอร์ของพนักงานและเริ่มการซิงค์ เพียงเท่านี้ พนักงานก็จะสามารถทำงานและส่งข้อมูลกลับมายังไฟล์เซิร์ฟเวอร์ที่ออฟฟิศได้ทันทีหากทำงานจากระยะไกล

Synology Drive คือ ไฟล์เซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์ขององค์กรได้ทางเว็บเบราว์เซอร์ ให้ประสบการณ์การใช้งานคล้ายกับระบบคลาวด์

นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระฝ่าย IT ในการโอนย้ายการกำหนดค่าและควบคุมดูแลอุปกรณ์หลังจากปรับใช้งาน การรองรับ Windows ACL อย่างเต็มรูปแบบของ Synology Drive ที่จะช่วยให้ฝ่าย IT สามารถโอนย้ายการตั้งค่าสิทธิ์จากโซลูชันเดิมมายัง Synology NAS ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว รวมถึงการตรวจสอบสถานะของเซิร์ฟเวอร์ ไคลเอนต์ที่เชื่อมต่อ และการแชร์ของไฟล์ หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ผ่านล็อกไฟล์ได้อย่างง่ายดายบนพอร์ทัลแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์ของ Synology Drive Admin Console พร้อมยังให้บริการไฟล์ทั้ง CIFS และเว็บอินเทอร์เฟสในขณะเดียวกัน ทำให้ฝ่าย IT ไม่ต้องเปลี่ยนวิธีการจัดการที่คุ้นเคย และผู้ใช้งานก็ไม่ต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานใหม่ให้ยุ่งยาก

ยกตัวอย่าง ข้อจำกัดด้านบุคลากรของสถาบันความหลากหลายทางชีวภาพทางน้ำแห่งแอฟริกาใต้ที่มีทีมไอทีเพียงคนเดียวในการจัดการและควบคุมโครงสร้างด้านไอทีและสนับสนุนผู้ใช้งานกว่า 100 ราย การปรับใช้ Synology ทำให้พนักงานและนักเรียนสามารถซิงค์และใช้งานไฟล์ได้จากระยะไกลโดยไม่ต้องพึ่ง VPN และช่วยให้คุณ Andrew Grant ผู้ดูแลระบบ IT ของสถาบันสามารถผสานรวมโครงสร้างเดิมและจัดการทรัพยากรระบบโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “Synology Drive นำเสนอความยืดหยุ่นและการควบคุมแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับการเข้าถึงไฟล์ในชีวิตประจำวันของเรา พนักงานส่วนใหญ่เข้าและออกจากสำนักงานตลอดเวลา แต่พวกเขาก็ยังมั่นใจได้ว่ายังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดอยู่เสมอ โดยไม่มีค่าการสมัครใช้งานหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม” คุณ Andrew Grant กล่าว

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจ Synology Drive :  https://sy.to/ml53g

MailPlus เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวบน Synology NAS

แพ็กเกจ MailPlus ถูกออกแบบมาให้องค์กรสามารถสร้างเซิร์ฟเวอร์เมลส่วนตัวที่โฮสต์บน Synology NAS ข้อมูลเมลและไฟล์แนบทั้งหมดถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยบนอุปกรณ์ จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้กับข้อมูลธุรกิจ แม้จะต้องลงทุนกับสิทธิ์การใช้งานแบบถาวรสำหรับบัญชีอีเมล แต่ก็มาในราคาที่ย่อมเยา และมีความยืดหยุ่นในการเลือกซื้อสิทธิ์การใช้งานตามจำนวนผู้ใช้งาน การโอนย้ายสิทธิ์ที่ลงทะเบียนแล้ว หรือแม้กระทั่งการจัดการและปรับขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบริการเมลตามฮาร์ดแวร์ที่มีให้เลือกสรรตั้งแต่ขนาดเล็กถึงใหญ่ตามงบประมาณและความต้องการใช้งานขององค์กรเมื่อธุรกิจเติบโต

Synology NAS ทุกเครื่องยังมาพร้อมกับ 5 สิทธิ์การใช้งาน MailPlus ฟรี เพื่อให้ผู้ใช้ได้พิจารณาและเปรียบเทียบก่อนปรับใช้งานเต็มรูปแบบ “เพราะต้นทุน คือสิ่งที่หลาย ๆ องค์กรให้ความสำคัญ แต่ด้วยสิทธิ์การใช้งานแบบถาวรของ Synology MailPlus ที่ปราศจากค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการอัปเกรด จึงช่วยลดต้นทุนเซิร์ฟเวอร์เมลของเราได้สูงถึง 66% เมื่อเทียบกับโซลูชันอื่น ๆ ในท้องตลาด” คุณ Zeng Yi-Wen ผู้จัดการด้าน IT ของบริษัท CMC ผู้ผลิตมีเดียการจัดเก็บข้อมูลและผู้นำด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไต้หวันกล่าว

นอกเหนือจากจุดเด่นด้านราคาที่เป็นมิตรแล้ว ความเรียบง่ายของ MailPlus ที่จัดการผ่านเว็บอินเทอร์เฟส และการรองรับการผสานรวมของ AD นั้นยังช่วยให้ฝ่าย IT สามารถเข้าใช้งาน ควบคุม และกำหนดค่าการสำรองข้อมูลหรือคลัสเตอร์ได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลและลดความเสี่ยงในการหยุดของบริการได้อย่างง่ายดายจากทางไกล รวมถึงนำเสนอแอปพลิเคชันมือถือเพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงกล่องจดหมายและทำงานได้อย่างต่อเนื่องจากทุกที่ “MailPlus ช่วยให้เรานำเสนอบริการเมลที่ปลอดภัยและสะดวกสบายแก่พนักงานตามสาขาต่าง ๆ กว่า 600 ราย และยังพร้อมสำหรับการปรับขยายในอนาคตอีกด้วย” คุณ Zeng กล่าวเสริม

Synology MailPlus คือ เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัว ถูกออกแบบมาสำหรับธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการจัดการเมลที่หลากหลาย

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจ Synology MailPlus : https://sy.to/g2zpy

แพลตฟอร์มการสื่อสาร Chat ภายในองค์กร เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

นอกเหนือจากบริการไฟล์และเมลที่จำเป็นสำหรับองค์กรแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าซอร์ฟแวร์การสื่อสารส่งข้อความภายในบริษัทก็เป็นส่วนสำคัญหนึ่งในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ Hybrid และแพ็กเกจ Synology Chat แพลตฟอร์มการสื่อสารส่วนตัวขององค์กรที่โฮสต์บน Synology NAS ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันฟรีที่ถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยข้อมูลธุรกิจในการสื่อสารระหว่างพนักงานภายในองค์กรบนซอร์ฟแวร์บริการสื่อสารภายนอก อย่างเช่น Line หรือ Facebook Messenger ที่ไม่สามารถปกป้องได้ “แอปการรับส่งข้อความหลัก ๆ ที่มีอยู่ในตลาดมีความเหมาะสมมากกว่าสำหรับการติดต่อสื่อสารภายนอกกับลูกค้า ด้วย Synology Chat เราสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่การสื่อสารภายในจะรั่วไหลได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญมากต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล” คุณ Zeng กล่าว

พนักงานสามารถสื่อสารภายในอย่างสะดวกและง่ายดายบนไคลเอนต์เดสก์ท็อป เว็บเบราว์เซอร์ หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ทำให้ไม่พลาดการอัปเดตแม้จะทำงานจากระยะไกล พร้อมทั้งยังสามารถจัดการบทสนทนาแบบส่วนตัวและแบบกลุ่มของตนได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยตัวเลือกการจัดการขั้นสูงในการค้นหาข้อความ จัดการไฟล์ ลิงก์ รูปภาพและเนื้อหาอื่น ๆ ตามต้องการ “Synology Chat ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการสื่อสารทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และเป็นส่วนตัว iPad ที่แจกจ่ายให้พนักงานขายและโทรศัพท์ Android ของวิศวกรฝ่ายบำรุงรักษาทุกเครื่องจะได้รับการติดตั้งแอปมือถือ Chat และแอปพลิเคชันการเข้าถึงไฟล์อื่น ๆ แอปพลิเคชัน Synology เหล่านี้ได้สร้างสำนักงานเคลื่อนที่ที่ชาญฉลาดและรองรับการข้ามแพลตฟอร์มอย่างสมบูรณ์ ไม่เพียงแต่เราจะได้รับความปลอดภัยจากคลาวด์ส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังได้รับประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยืดหยุ่นที่เหนือกว่าคลาวด์สาธารณะอีกด้วย” Yong Hao Nian แผนกข้อมูลของบริษัท Chenlong Motor ตัวแทนจำหน่ายของ รถยนต์ NISSAN ในกรุงไทเป ประเทศไต้หวันกล่าว

แพลตฟอร์มแชท (Chat) แอปพลิเคชันฟรีบนคลาวด์ส่วนตัวของ Synology ช่วยให้พนักงานภายในองค์กรสามารถสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น และลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูลธุรกิจ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจ Synology Chat : https://sy.to/q6gun

บทสรุปของโซลูชันทางเลือกระยะยาวสำหรับการทำงานรูปแบบ Hybrid work

จากเพียงแค่ 3 ตัวอย่างแอปพลิเคชันในตัวข้างต้นอย่าง บริการไฟล์ บริการอีเมล และบริการแชท ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความยืดหยุ่นในการจัดการ และปกป้องข้อมูลขององค์กร ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ส่วนตัวของ Synology NAS นั้น เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกโซลูชันด้านการจัดเก็บข้อมูลธุรกิจในระยะยาวที่น่าจับตามองสำหรับการทำงานรูปแบบ Hybrid work

เพราะนอกจากความสามารถและฟีเจอร์ที่ครอบคลุมแล้ว Synology NAS ยังให้ความคุ้มค่าในระยะยาวของด้านงบประมาณไอที เนื่องจากเป็นการลงทุนครั้งเดียว องค์กรจึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของค่าสมัครสมาชิกรายปีหรือสิทธิ์การใช้งานซ้ำ ๆ เพิ่มเติม หรือค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ รวมทั้งมาพร้อมกับสิทธิ์ความเป็นเจ้าของข้อมูล ความสามารถในด้านความยืดหยุ่นของการจัดการและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของพนักงาน การปรับขยายพื้นที่จัดเก็บเพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูลธุรกิจในอนาคต และอินเทอร์เฟสการผสานรวมกับโซลูชันเดิมที่เป็นมิตรต่อฝ่ายไอที และการรองรับการเข้าถึงข้อมูลบนหลากอุปกรณ์ที่สะดวกและง่ายดายสำหรับพนักงานแม้จะทำงานจากระยะไกล หากองค์กรของคุณกำลังตามมาโซลูชันการทำงานระยะไกลที่คงไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและคุ้มค่าที่สุดในงบประมาณที่จำกัดแล้ว คุณควรพิจารณา Synology NAS เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกของคุณ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม?

สอบถามข้อมูลสินค้า: https://sy.to/m2hp7

ติดต่อตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย: https://sy.to/ztzaz

from:https://www.techtalkthai.com/3-sysnology-packages-reduce-cost-improve-capability-for-hybrid-work/

6 ความสามารถการจัดการใหม่ใน Synology DSM 7.0 ที่ผู้ใช้ Synology ต้องรู้จัก

หลังจากที่ Synology ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Firmware รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง DSM 7.0 ที่เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความสามารถให้กับ Synology NAS ทั่วโลกกันแล้ว อัปเดตใหม่นี้ก็ได้สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการใช้งาน Synology NAS ให้กับผู้ใช้งานทั่วไปและธุรกิจองค์กรเพิ่มเติมหลากหลายแนวทาง

ในบทความนี้ เราจะแนะนำถึง 6 ความสามารถใหม่ใน Synology DSM 7.0 ที่ผู้ใช้งานทุกคนควรรู้จักเอาไว้ เพื่อให้สามารถใช้งาน Synology NAS ได้อย่างคุ้มค่าและมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น ดังนี้

1. Storage Manager ใหม่ ใช้งานง่ายกว่าเดิม

ในการอัปเดตครั้งนี้ Synology ได้ปรับโฉม Storage Manager สำหรับใช้ในการบริหารจัดการอุปกรณ์, Storage Pool, Volume และ SSD ใหม่ ให้เข้าใจง่ายขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น และมองเห็นความสัมพันธ์ของการกำหนดค่าต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังตั้งค่าด้าน Disk Redundancy หรือ Availability ได้หลากหลายมากขึ้น โดยมีความสามารถเด่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น

Credit: Synology
  • Volume Usage Details แจกแจงรายละเอียดการใช้งานของแต่ละ Volume ให้เข้าใจภาพรวมได้โดยง่าย
  • Replace Drive สามารถเพิ่ม Drive ใหม่ติดตั้งเข้าไปในช่อง Disk Tray ที่ยังว่างอยู่ และสั่งให้ Drive ใหม่นี้ทำงานแทน Drive เดิมที่อาจจะเริ่มมีปัญหาหรือมีการแจ้งเตือนได้เลยโดยไม่ทำให้เสียประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้การเปลี่ยน Disk สามารถทำได้อย่างง่ายดายและมั่นใจมากขึ้น (รองรับเฉพาะ  SHR 1, SHR 2, RAID 1, RAID 5, RAID 6, RAID 10, RAID F1 เท่านั้น)
  • Auto Replacement เดิมทีการติดตั้ง Hot Spare Drive นั้นจะใช้งานได้เฉพาะกรณีที่ Disk ใน RAID เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้แล้วเท่านั้น แต่ด้วยความสามารถนี้ Synology จะนำ Hot Spare Drive ไป Clone ข้อมูลจาก Drive ที่มีสถานะ Critical หรือ Failing แต่ยังไม่ได้หยุดทำงานไป แล้วนำ Drive ดังกล่าวเข้าไปทดแทน Drive ที่มีปัญหาเหล่านี้ให้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อ RAID โดยตรง
  • Fast Repair เมื่อมี Drive ใน Storage Pool มีปัญหา การตั้งค่า Fast Repair เอาไว้จะทำให้เกิดการประมวลผลเฉพาะในส่วนที่เป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ถูกจองเอาไว้ใช้งานใน Volume เท่านั้น และไม่ประมวลผลในพื้นที่จัดเก็บข้อมูลส่วนที่ยังไม่ถูกใช้งาน ทำให้การซ่อมแซมข้อมูลเหล่านี้รวดเร็วขึ้นได้สูงสุดถึง 50%
  • Auto Repair เมื่อมี Drive ใน Storage Pool เสียหายจนเกิดผลกระทบต่อประสิทธิภาพ หากตั้งค่า Auto Repair เอาไว้ ผู้ใช้งานจะสามารถเปลี่ยน Drive ที่มีปัญหาได้ทันที แล้วระบบจะทำการซ่อมแซมข้อมูลให้อัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้อง Log In เข้าระบบไปสั่งให้ระบบทำการ Repair ด้วยตัวเองอีกต่อไป
  • Space Reclamation Schedule โดยทั่วไปเมื่อมีการเลิกใช้งานพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบางส่วน ระบบจะต้องมีการประมวลผลเพื่อนำพื้นที่คืนกลับมายังส่วนกลางและนำไปใช้งานอื่นๆ ได้ในภายหลัง แต่การประมวลผลเหล่านี้มักใช้พลังประมวลผลที่สูง Synology จึงเปิดให้ผู้ใช้งานทำการตั้งค่าได้ว่าจะให้เกิดการ Reclaim พื้นที่เหล่านี้ในช่วงเวลาใด เพื่อไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพการใช้งานระบบ

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Storage Manager : https://sy.to/ielir

2. รองรับ Volume ขนาดใหญ่ระดับ Petabyte ได้แล้ว

สำหรับธุรกิจที่มีการใช้งาน Synology ในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการ Archive ข้อมูลย้อนหลังเป็นเวลานาน, การจัดเก็บข้อมูล Video, การจัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด หรือระบบ File Server ขนาดใหญ่ ในอัปเดตล่าสุดนี้ Synology สามารถเปิดให้ผู้ใช้งานสร้าง Volume ขนาด 1PB ได้แล้วจากเดิมที่เคยสร้างได้สูงสุดเพียงแค่ 200TB เท่านั้น

แต่ปัจจุบัน ความสามารถนี้ยังเปิดให้ใช้ได้กับเฉพาะ Synology รุ่น XS, XS+, SA และ FS เท่านั้น โดยอุปกรณ์ต้องติดตั้งหน่วยความจำไม่น้อยกว่า 64GB และต้องตั้งค่า RAID 6 จึงจะใช้งานได้

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PetaSpace : https://sy.to/ygvij

3. ปรับปรุงการควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้งาน

ใน DSM 7.0 นี้มีการปรับปรุงความสามารถในการควบคุมสิทธิ์ครั้งใหญ่ โดยเพิ่มความสามารถที่น่าสนใจเข้ามาหลายส่วน เช่น

Credit: Synology
  • Permissions Change Tracking มีระบบ Log บันทึกการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ในการเข้าถึง File หรือ Folder ต่างๆ ได้ ทำให้สามารถทำการ Audit ในส่วนนี้ได้ง่ายขึ้น
  • Permissions Exporting ผู้ดูแลระบบสามารถทำการ Export การตั้งค่าด้านการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึง File หรือ Folder ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เพื่อใช้ในการตรวจสอบโดยไม่ต้องเสียเวลาไปไล่ดูตามแต่ละ Folder ด้วยตนเอง
  • Kill Connections to Opened Files โดยทั่วไปแล้วหากไฟล์หนึ่งๆ ถูกเปิดใช้งานโดยผู้ใช้งานหลายคน จะมีเพียงผู้ใช้งานคนแรกเท่านั้นที่สามารถแก้ไขไฟล์นั้นๆ ได้ ในขณะที่ผู้ใช้งานคนอื่นจะเปิดได้ในแบบ Read-only เท่านั้น ซึ่งใน DSM 7.0 นี้ผู้ดูแลระบบจะสามารถตัดการเชื่อมต่อของผู้ใช้งานคนแรกเพื่อให้ผู้ใช้งานคนอื่นๆ ทำการแก้ไขไฟล์ได้ โดยไม่ต้องติดต่อไปยังผู้ใช้งานคนแรกให้ทำการปิดไฟล์ด้วยตนเอง
  • Administrative Role Delegation ผู้ดูแลระบบสามารถทำการตั้งสิทธิ์ในการบริหารจัดการระบบบางส่วนให้กับผู้ใช้งานได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถช่วยทำการบริหารจัดการระบบได้ เหมาะสำหรับระบบที่มีขนาดใหญ่ หรือมีหลายแผนก และองค์กรต้องการแบ่งอำนาจการบริหารจัดการระบบ Synology เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Role Delegation : https://sy.to/mc2ve

4. Active Insight  การจัดการอุปกรณ์หลายเครื่องแบบเรียลไทม์ที่สะดวกยิ่งขึ้น

Credit: Synology

ถึงแม้เดิมที Synology จะมีความสามารถในการทำ Centralized Management ด้วย CMS อยู่แล้ว แต่ใน DSM 7.0 นี้ ทาง Synology ก็ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ในการบริหารจัดการ Synology NAS จำนวนมากที่กระจัดกระจายอยู่ตามสาขาต่างๆ ที่ระบบเครือข่ายอาจจะเชื่อมถึงกันบ้างหรือไม่เชื่อมถึงกันบ้าง ด้วย Active Insight ซึ่งเป็นระบบ Cloud Management นั่นเอง

นอกจากนี้ Active Insight ก็ยังมีการรวบรวมข้อมูลสถิติการใช้งาน Synology NAS และนำมาแสดงผล เพื่อให้ธุรกิจได้เห็นถึงแนวโน้มการใช้งานอุปกรณ์แต่ละชุด และทำนายแนวโน้มของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและประสิทธิภาพการใช้งาน เพื่อให้สามารถวางแผนการอัปเกรดระบบและอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำ

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Active Insight : https://sy.to/p1rhe

5. “Secure SignIn” App & FIDO2 Support การตรวจสอบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

DSM 7.0 นี้ได้เสริมความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นมาอีกระดับด้วยการรองรับ Multi-Factor Authentication และ Passwordless Authentication ได้สองแนวทาง ได้แก่

Credit: Synology
  1. Secure SignIn ใช้ Application บน Smartphone ในการช่วยยืนยันตัวตน
  2. FIDO2 ใช้ Windows Hello หรือ macOS Touch ID ในการช่วยยืนยันตัวตน

วิธีการดังกล่าวนี้จะช่วยลดโอกาสที่ผู้ประสงค์ร้ายจะสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ Synology NAS ได้จากการสุ่มเดารหัสผ่านหรือขโมยรหัสผ่านจากผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้งานลงได้เป็นอย่างมาก

Credit: Synology

ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Secure Signin : https://sy.to/hvidb

6. Hybrid Share การจัดการไฟล์ระหว่างสาขาที่ยืดหยุ่น

หลังจากที่ Synology ได้ทำการเปิดตัวบริการ Cloud Storage ของตนเองที่มีชื่อว่า C2 Storage ทาง Synology ก็ได้พัฒนาความสามารถ Hybrid Share เพิ่มเติมเพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถทำ File Sharing ด้วย Hybrid Storage ได้

แนวคิดของ Hybrid Share นี้คือการที่ธุรกิจทำการสร้าง Folder กลางเอาไว้บน C2 Storage ซึ่งเป็นบริการ Cloud และเชื่อมต่ออุปกรณ์ Synology NAS เข้ากับบริการ Cloud ดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้งานในธุรกิจที่เชื่อมต่อกับ Synology NAS ในแต่ละชุดซึ่งอาจจะกระจายกันอยู่ตามแต่ละสาขา สามารถเข้าถึงข้อมูลจาก Folder กลางเดียวกันและทำงานร่วมกันได้ โดยไม่ต้องมีระบบเครือข่ายที่เชื่อมแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน

Credit: Synology

ทั้งนี้อุปกรณ์ Synology NAS แต่ละชุดนั้นก็จะทำการ Cache ข้อมูลที่ถูกเข้าถึงและใช้งานเอาไว้ เพื่อให้ผู้ใช้งานที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ชุดนั้นๆ สามารถจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วด้วย Latency ที่ต่ำ และทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด

การเชื่อมต่อระหว่าง Synology NAS แต่ละชุดไปยัง C2 Storage นี้จะมีการเข้ารหัสด้วย AES-256 อยู่เสมอ ทำให้มั่นใจได้ในความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

ปัจจุบันความสามารถ Hybrid Share นี้ยังอยู่ในสถานะ Beta โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรม Hybrid Share Beta พร้อมรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล C2 Storage 1 TB ได้ที่ https://sy.to/ohgme

 

ติดต่อ Synology ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ Synology สามารถติดต่อทีมงาน Synology ได้ที่ https://sy.to/9ysy8
หรือตัวแทนจำหน่าย https://sy.to/wxy18

from:https://www.techtalkthai.com/6-new-features-in-synology-dsm-7-0/

Synology เปิดตัว HAS5300 SAS ฮาร์ดไดรฟ์ระดับองค์กรสำหรับระบบประสิทธิภาพสูงและปรับขยายได้

กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 Synology […] More

from:https://www.iphonemod.net/synology-has5300-sas-enterprise-hard-drive.html

Synology ประกาศเปิดตัว DSM 7.0

ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Synology คงจะคุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการ DiskStation Manager กันอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้มีการเปิดตัวเวอร์ชัน 7.0 อย่างเป็นทางการ

credit : synology.com

DiskStation Manager 7.0 มีความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นที่น่าสนใจคือบริการ Hybrid-cloud ที่เชื่อมระหว่างพื้นที่จัดเก็บบนคลาวด์ของ Synology C2 และ On-premise ให้ผู้ใช้งานสามารถ Synchronize ไฟล์ระหว่างทั้งสองพื้นที่ได้ สำหรับ Active Insight เครื่องมือบริหารจัดการที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถมอนิเตอร์อุปกรณ์และตรวจสอบปัญหาได้ผ่านคลาวด์ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่าง Secure SignIn ที่ช่วยเรื่องของการทำ 2-Factors Authentication ให้ง่ายขึ้น

ศึกษาเรื่อง DSM 7.0 เพิ่มเติมได้ที่ https://www.synology.com/en-us/company/news/article/DSM_70_short/Synology%C2%AE%C2%A0Officially%20Launches%20DSM%207.0

ในส่วนของโซลูชัน Synology C2 หรือบริการคลาวด์ของบริษัท ได้มีการประกาศขยายความสามารถ C2 Identity, C2 Backup, C2 Password และ C2 Transfer สุดท้าย Synology ยังได้ประกาศความคืบหน้าในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในไต้หวันเพื่อขยายศักยภาพในการให้บริการ C2 ในภูมิภาค APAC อีกด้วย

ที่มา : https://www.helpnetsecurity.com/2021/06/23/synology-dsm-7-0/ และ https://www.synology.com/en-us/company/news/article/DSM_70/Launching%20DSM%207.0%20and%20C2%20cloud%20expansion

from:https://www.techtalkthai.com/synology-lanuches-dsm-7-0-and-expands-c2-capabilities/

5 ฟีเจอร์ของ Synology พร้อมใช้ปรับธุรกิจสู่การทำงานแบบ Remote Work ได้อย่างอเนกประสงค์

ท่ามกลางภาวะโรคระบาดที่ทำให้ธุรกิจนั้นต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน การที่ธุรกิจจะมีระบบ IT ที่ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์นั้นจะช่วยให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้

Synology NAS Storage ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางนั้นมีทางเลือกในการปรับระบบ IT และวิธีการทำงานภายในองค์กรได้อย่างยืดหยุ่นและคุ้มค่า ด้วยความสามารถในการรองรับการทำงานที่หลากหลายของ Synology ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน โดยบทความนี้เราจะแนะนำ 5 ความสามารถเด่นๆ ที่สามารถใช้งานได้ฟรีบน Synology ที่จะช่วยให้ธุรกิจฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้ง่ายขึ้น

1. Remote Accessibility – เชื่อมต่อเครือข่ายมายังองค์กร และบริหารจัดการ Synology ได้จากทุกที่

การทำ VPN นั้นก็ถือเป็นความสามารถที่หลายธุรกิจมองหาเพื่อรองรับต่อการทำงานแบบ Remote Working ในยามนี้ เพื่อให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อเข้ามายังระบบ Business Application สำคัญขององค์กร หรือไฟล์งานสำคัญที่ต้องใช้งานภายในองค์กรได้

Synology นั้นมีแพ็คเกจที่ชื่อว่า VPN Server พร้อมให้ติดตั้งใช้งานได้ทันทีโดยแทบไม่กินทรัพยากรใดๆ ในการใช้งาน สามารถสร้าง User ให้กับผู้ใช้งานแต่ละคนได้ และรองรับได้ทั้ง PPTP, OpenVPN และ L2TP/IPSec ในการใช้งาน https://sy.to/g3uad

สำหรับในมุมของการบริหารจัดการ QuickConnect คือความสามารถที่จะเปิดให้ผู้ดูแลระบบสามารถเชื่อมต่อบริหารจัดการอุปกรณ์ Synology ของตนเองได้ผ่านบริการ Cloud ของ Synology โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าใดๆ ภายในระบบเครือข่าย และไม่ต้องยุ่งยากกับการทำ DDNS แต่อย่างใด เพียงแค่ลงทะเบียนตั้งค่าบัญชี QuickConnect ของผู้ใช้งานแต่ละคนบน Synology NAS ที่มีเท่านั้นก็สามารถใช้งานได้ทันที https://quickconnect.to/

2. File Sharing & Collaboration – ทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ทันที ไม่ต้องเช่าบริการ Cloud เพิ่มเติม

แน่นอนว่าสำหรับจุดเด่นหลักๆ ของ Synology สำหรับโซลูชัน File Sharing เองนั้นก็ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์การทำงานจากทุกที่ทุกเวลาในปัจจุบันนี้เป็นอย่างดี เพราะ Synology ให้บริการข้อมูลทั้งในรูปแบบของ Network Drive และการใช้ Synology Drive ที่จะทำให้ไฟล์ทั้งหมดในเครื่องของผู้ใช้งานทุกท่านนั้น Sync รวมโดยอัตโนมัติกับไฟล์ใน Synology NAS ของบริษัท ช่วยให้บริษัทสามารถรวมศูนย์ไฟล์ข้อมูลได้แม้พนักงานจะอยู่ต่างที่ รวมถึงการจัดการไฟล์, การเข้าถึง แชร์ และสำรองข้อมูลนั้นง่ายดายขึ้นไปอีกระดับ https://sy.to/3t0wg

ส่วนการเปิดอ่านหรือทำงานร่วมกันบนเอกสารไฟล์ต่างๆ บน Synology NAS นั้น ทาง Synology เองก็มี Synology Office สำหรับทำงานไฟล์ เอกสาร, ชีท และสไลด์ในตัว รวมถึงสามารถเปิดอ่านไฟล์ Word, Excel และ Powerpoint ได้อย่างไม่สะดุด ทำให้การทำงานร่วมกันนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากทุกที่ ไม่ว่าอุปกรณ์ของผู้ใช้งานจะเป็นอุปกรณ์ใด โซลูชันนี้จะให้ประสบการณ์ที่เหมือนกับการใช้บริการ Cloud Productivity App ชั้นนำได้ในตัว https://sy.to/7abxu

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจองค์กรที่กังวลเรื่องของการใช้ระบบ Chat สาธารณะในการสื่อสารนั้น Synology เองก็มี Synology Chat ให้ใช้งานได้ฟรีๆ เพื่อให้การแชททั้งหมดเกิดขึ้นและถูกจัดเก็บอยู่บน Synology โดยตรง ไม่ต้องกังวลว่าไฟล์งานสำคัญที่แชร์ผ่านระบบ Chat นั้นจะถูกส่งออกไปภายนอกองค์กรในการสื่อสารอีกต่อไป แถมยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแบ่งแยกแพลตฟอร์มการสื่อสารภายในองค์กรและเรื่องส่วนตัวเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการทำงาน https://sy.to/kwu0r

3. Data Protection – สำรองข้อมูลที่ใช้ทำงานด้วย Cloud Backup

ท่ามกลางการทำงานแบบ Remote Working นี้ หลายธุรกิจก็ได้หันไปใช้บริการ Cloud เพื่อให้พนักงานยังคงทำงานได้จากที่บ้าน และเพื่อให้ข้อมูลสำคัญของธุรกิจนั้นยังคงถูกปกป้องเอาไว้อย่างต่อเนื่อง Synology เองก็รองรับการสำรองข้อมูลบนบริการ Cloud ได้อย่างหลากหลาย ได้แก่

Active Backup for Business สำรองข้อมูลทั้งสำหรับ Server และ Client ภายในองค์กรมาจัดเก็บบน Synology ได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประหยัดพื้นที่ด้วยการสำรองข้อมูลแบบ Incremental Backup และสามารถกู้คืนข้อมูลได้ง่ายด้วยระบบ Self-Service Portal https://sy.to/jakgl

Cloud Sync ซิงค์ข้อมูลระหว่าง Cloud และ Synology ได้อย่างง่ายดาย https://sy.to/zksjy และเพิ่มความยืดหยุ่นของการสำรองข้อมูลด้วยHyper Backup ในการสำรองข้อมูลและ LUN หลากเวอร์ชั่นจาก Synology NAS ที่ใช้งานไปยัง Cloud หรือ Synology NAS เครื่องอื่น https://sy.to/06l1a โดยทั้งสองแพคเกจนี้รองรับผู้ให้บริการ Cloud ได้หลากหลาย เช่น Dropbox, Google Drive, Microsoft OneDrive, Microsoft SharePoint, Azure, GCP, AWS, Alibaba Cloud และอื่นๆ อีกมากมาย

4. Data Center Modernization – ติดตั้งระบบงานอย่างยืดหยุ่นด้วย VM & Container

อีกความสามารถหนึ่งที่จะช่วยให้ Synology นั้นสามารถตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ก็คือการรองรับทั้ง Virtual Machine และ Docker ได้ในตัว ทำให้ผู้ดูแลระบบ IT สามารถนำ CPU, RAM และ Storage ที่เหลืออยู่บน Synology แต่ละชุดมาใช้รองรับรับบริการใหม่ๆ ที่ธุรกิจต้องการติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อใช้งานในยามฉุกเฉินนี้ได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนจัดซื้อ Server เพิ่มเติมแต่อย่างใด

ภายใน Synology แต่ละชุดนี้จะมี Virtual Machine Manager ที่จะทำให้ Synology สามารถทำหน้าที่เป็น Hypervisor และทำการติดตั้ง Virtual Machine (VM) ผ่านทาง ISO ได้ตามต้องการทั้งจากบนเครื่อง PC ของเรา หรือจะโหลดผ่าน Download Manager มาเก็บไว้บน Synology โดยตรงก็ได้ ซึ่งระบบก็รองรับได้ทั้ง Windows และ Linux ค่ายหลักๆ อย่าง CentOS, Fedora, OpenSUSE, Red Hat, SUSE และ Ubuntu ครับ https://sy.to/oz8vo

สำหรับฝั่ง Container นั้น Synology ก็รองรับ Docker ได้ ทำให้สามารถใช้งาน Container ที่หลากหลายได้ตามต้องการ ซึ่งสำหรับใครที่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับแนวคิดของ Container หรือการใช้งาน Docker นั้น ภายใน Synology ก็มีข้อมูลใน Help ให้พร้อมเรียนรู้ได้ในขณะใช้งาน อีกทั้งใน Registry ก็ยังมี Container ให้โหลดมาใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งในการใช้งานจริงก็ไม่ต้องกลัวแต่อย่างใด เพราะแทบทุกขั้นตอนนั้นสามารถทำผ่าน GUI ของ Synology ได้เลย https://sy.to/nbqba

ความสามารถส่วนนี้ถือว่าคุ้มมากๆ เพราะในเชิงของผู้ดูแลระบบก็เหมือนได้ระบบ Virtualization / Docker ขนาดเล็กสำหรับมาใช้ลองผิดลองถูกหรือติดตั้งระบบใช้งานฉุกเฉินแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ค่อนข้างดี และในขณะที่ส่วนระบบที่ไม่ได้ใช้งานอะไรก็ยังสามารถนำมาใช้เพื่อการเรียนรู้ได้อีกด้วย

5. Digitalization – เปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็น Digital ด้วย Open Source Business Application

สำหรับธุรกิจที่มองหาระบบ IT เพื่อมาเปลี่ยนให้การทำงานในแผนกต่างๆ กลายเป็นแบบ Digital ได้อย่างรวดเร็วและไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ภายใน Synology นั้นมีแพ็คเกจ 3rd party สำหรับ Open Source Business Application ให้ติดตั้งใช้งานได้หลากหลาย เช่น

  • vtigerCRM ระบบ Customer Relationship Management (CRM) สำหรับให้ฝ่าย Sales และ Marketing ทำการสร้างฐานข้อมูลลูกค้า, เปิดใบเสนอราคา, จัดการเอกสารการซื้อขาย และอื่นๆ อีกมากมาย
  • OrangeHRM ระบบ Human Resource Management (HRM) ครอบคลุมการจัดเก็บข้อมูลพนักงาน, ระบบลางาน, ระบบลงตารางเวลาทำงาน, ระบบรับสมัครพนักงาน, ระบบชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน และอื่นๆ
  • Moodle ระบบ Learning Management System (LMS) สำหรับใช้สร้างคอร์สออนไลน์อบรมพนักงานภายในหรือลูกค้าของธุรกิจ
  • osTicket ระบบ Support Ticketing System สำหรับใช้สื่อสารและสนับสนุนการทำงานภายในองค์กร เช่น การเปิด IT Support Case เป็นต้น
  • Redmine ระบบ Project Management สำหรับใช้บริหารจัดการโครงการและติดตามการทำงานในแต่ละส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ภายในระบบเองก็ยังมีระบบอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ระบบบริหารจัดการ Source Code อย่าง Git หรือ SVN ไปจนถึงระบบ CMS ชั้นนำอย่าง WordPress ที่สามารถนำไปดัดแปลงเพื่อรองรับงานอื่นๆ ภายในธุรกิจได้อีกมากมาย โดย Synology จะทำหน้าที่เป็น Web Server และ Database Server เพื่อรองรับระบบเหล่านี้ให้โดยที่ผู้ดูแลระบบไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งดูแลรักษาระบบเบื้องหลังเอง

ทดลองใช้งานจริงบน Synology DS1621+

อันที่จริงแล้วทีมงาน TechTalkThai เราใช้งาน Synology DS718+ อยู่แล้วตั้งแต่หลายปีก่อน จนเมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมานี้ก็ได้รับ Synology DS1621+ มาใช้งานแทน และพบว่าตัวเครื่องรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว ทั้งด้วย Software รุ่นใหม่ล่าสุด และ Hardware ที่ให้มาแบบเพียงพอต่อการใช้งาน ดังนี้

  • CPU: AMD Ryzen V1500B (Quad-core 2.2GHz)
  • RAM: 4 GB DDR4 ECC SODIMM (อัปเกรดได้สูงสุด 32GB)
  • Drive Bay: 6 (เสริม Expansion Unit ได้อีก 16 ชุด)
  • M.2 Drive Slot: 2 (สำหรับใส่ NVMe SSD ไว้ทำ Cache เพิ่มได้)
  • Network: 4x 1GbE (รองรับการทำ Link Aggregation ได้)
  • สล๊อต PCle 3.0 : 1x สล๊อต 4-lane x8 (รองรับการ์ดเสริม 10GbE network cards)

เบื้องต้นทางทีมงานได้ทดสอบด้วย Default Configuration คือใช้ RAM เพียงแค่ 4GB และใส่ 3.5″ HDD ลงไป 2 ชุด โดยยังไม่ได้ติดตั้ง M.2 SSD เพื่อดูว่าประสิทธิภาพเริ่มต้นจะเป็นอย่างไร ก็ปรากฎว่าค่อนข้างประทับใจครับ

ประการแรก เครื่องบูทเร็วกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว ตอนเปิดครั้งแรกระบบก็ใช้เวลาตั้งค่าต่างๆ ไม่นาน พร้อมใช้งานได้ในไม่กี่นาที และเมื่อทดลองอัปเกรด Software เป็นรุ่นล่าสุดแล้วก็สามารถทำได้รวดเร็วมาก เรียกได้ว่ารุ่นนี้ถึงจะไม่ใช่รุ่นใหญ่สำหรับธุรกิจองค์กร แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับการทำงานที่บ้าน หรือสำหรับธุรกิจขนาดเล็กได้สบายๆ แบบไม่หงุดหงิดอะไร แถมยังทำงานได้เงียบเชียบไม่รบกวนอีกด้วย (พัดลมดังแค่ตอนเปิดหรือปิดเครื่อง)

ประการถัดมา ด้วยทรัพยากรที่เยอะขึ้นกว่าเดิม การใช้งานระบบที่กินทรัพยากรของเครื่องอย่าง Virtual Machine หรือ Container ก็ทำได้ดีขึ้นเยอะมาก เพราะมีทรัพยากรเพียงพอไปจัดสรรให้ระบบต่างๆ ใช้งานได้อย่างเพียงพอ และไม่ทำให้ระบบอื่นๆ ทำงานช้าลง ส่วน Network Port เองก็ให้มาเยอะพอใช้งานได้สบายๆ แถมยังอัปเกรดเสริมการ์ดพอร์ต 10GbE ได้อีก 1-2 ช่องด้วย

สุดท้าย ด้วยความที่เครื่องมี Drive Bay มาให้พร้อมติดตั้งได้เยอะ ก็ทำให้วางแผนออกแบบระบบสำหรับใช้งานจริงได้ง่าย แบ่ง Physical Disk มาทำ RAID Group เพื่อรองรับงานต่างๆ กันได้ง่าย เช่น แบ่งชุดหนึ่งเอาไว้สำหรับการ Backup ข้อมูลโดยเฉพาะ แล้วแบ่งชุดที่เหลือเอาไว้สำหรับการทำ File Sharing ก็ถือว่าสะดวกดีและไม่ต้องกังวลว่า Operation ในแต่ละส่วนจะมาแย่งประสิทธิภาพของ Disk กันเอง ในขณะที่การย้ายข้อมูลมายัง Synology นั้นก็ไม่ยาก สามารถใช้แทนระบบ NAS หรือ File Server เดิมที่มีอยู่ได้ทันที เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานจริงในสถานการณ์ที่หลากหลาย โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sy.to/ennyb

ทั้งนี้อีกจุดเด่นหนึ่งที่ Synology DS1621+ นี้ชูมากๆ ก็คือการรองรับ M.2 Drive ด้วยกัน 2 ช่อง เพื่อติดตั้ง SSD มาทำเป็น Cache ให้ระบบทำงานเร็วขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน แต่ในเชิงเทคนิคและการตั้งค่าเองก็สามารถปรับแต่งได้หลากหลายตามความต้องการในการใช้งาน เดี๋ยวตรงนี้จะขอเขียนแยกเป็นอีกรีวิวหนึ่งนะครับ

ติดต่อ Synology ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ Synology สามารถติดต่อทีมงาน Synology ได้ที่ https://sy.to/p5yes หรือตัวแทนจำหน่าย https://sy.to/iqa9a

 

from:https://www.techtalkthai.com/5-synology-nas-storage-remote-work-features/

[Guest Post] โซลูชั่นใหม่เพื่อจัดการไฟล์ในยุคดิจิทัล ดึงจุดแข็ง Windows File Server และคลาวด์สาธารณะ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 80%

การบริหารจัดการไฟล์ด้วย Windows File Server และคลาวด์สาธารณะ หรือบางธุรกิจใช้ทั้งสองโซลูชั่นควบคู่กัน เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีหลากหลายตัวเลือกการใช้งาน อย่างไรก็ตาม การใช้งานโซลูชั่นทั้งสองอย่างนี้ในการจัดการไฟล์ อาจส่งผลถึงความปลอดภัยของข้อมูล มีราคาสูง และความท้าทายอื่น ๆ ที่องค์กรจะต้องประสบตลอดการใช้งาน

Windows File Server เป็นเซิร์ฟเวอร์กลางในการจัดเก็บไฟล์ที่สามารถแชร์ข้อมูลไปยังผู้ใช้งานอื่น ๆ ที่อยู่ในภายใต้เน็ตเวิร์คเดียวกัน แต่การเข้าถึง Windows File Server แบบรีโมทหรือจากโทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องใช้ VPN ซึ่งเป็นการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งยังอาจเกิดปัญหาขึ้นได้สำหรับธุรกิจที่ต้องเดินทางตลอดเวลา เมื่อไม่มี VPN หลายองค์กรต้องใช้วิธีแชร์ไฟล์ให้กับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ผ่านแอคเคาท์ที่ตั้งอยู่บนคลาวด์สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญ นอกจากนี้ ผู้ใช้งาน Windows File Server ยังต้องมี Client Access License ซึ่งมีมูลค่าในการติดตั้งสูงและเป็นค่าใช้จ่ายเสริมหลังจากที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ Windows File Server ซึ่งมีราคาสูงอยู่แล้ว

คลาวด์สาธารณะ คือ คลาวด์ที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยผู้ให้บริการอาจเปิดให้ใช้โดยมีค่าใช้จ่ายตามลักษณะการใช้งานและแบบที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งบริการคลาวด์สาธารณะส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน ซึ่งบางครั้งทำให้สมาชิกต้องจ่ายเงินในจำนวนที่มากขึ้นในระยะยาว ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้คลาวด์อาจต้องเจอกับอุปสรรค เช่น ความช้าในการถ่ายโอนข้อมูล ความปลอดภัย และโอกาสเกิดความขัดข้องทางเทคนิคอีกด้วย

บางบริษัทเลือกใช้ทั้ง Windows File Server และคลาวด์สาธารณะไปพร้อมกัน เพื่อสร้างโซลูชั่นที่ครอบคลุมและอำนวยความสะดวกให้ตรงกับความต้องการหลักของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การใช้งานลักษณะนี้ ไม่มีการบูรณาการการจัดการไฟล์ที่เหมาะสมให้กับทั้งสองโซลูชั่น ทำให้เกิดการจัดเก็บไฟล์ซ้ำซ้อน เปลืองพื้นที่ และไม่มีศูนย์กลางการจัดการที่มีประสิทธิภาพ

โซลูชั่นเพื่อการจัดการไฟล์ที่ดีขึ้นไปอีกขั้น

Synology Drive ได้นำจุดแข็งของโซลูชั่นการจัดการไฟล์ทั้ง Windows File Server และคลาวด์สาธารณะ มารวมเข้าไว้ใน NAS เพื่อให้การจัดการไฟล์มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

ประหยัดได้สูงสุดถึง 91%

  • ได้ไลเซนส์แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย
    เพียงซื้อฮาร์ดแวร์เครื่องเดียว
  • สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน
    100 – 300 คน สามารถประหยัดได้สูงสุด 80%
    เมื่อใช้ Synology Drive ควบคู่กับ
    Synology NAS เมื่อเทียบกับการใช้ Windows File Server (รูปภาพเปรียบเทียบดูได้ในตาราง)
  • สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน 100 คน สามารถประหยัดได้สูงสุด 91% เมื่อใช้ Synology Drive ควบคู่กับ Synology NAS เมื่อเทียบกับการใช้ Google Drive (รูปภาพเปรียบเทียบดูได้ในตาราง)

เข้าถึงไฟล์ได้ทุกที่ทุกเวลา

  • ซัพพอร์ตการเข้าถึงไฟล์ได้ครอบคลุมจากทุกแพลตฟอร์ม – SMB/CIFS, AFP, NFS, FTP, WebDAV; พอร์ทัลเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ
  • มีฟีเจอร์ On-demand Sync ให้ผู้ใช้งานสามารถดูและเข้าถึงไฟล์บน NAS โดยไม่เปลืองพื้นที่ของคอมพิวเตอร์ ไฟล์จะถูกดาวน์โหลดลงเครื่องเมื่อผู้ใช้งานอนุมัติเท่านั้น

การแชร์และจัดการไฟล์

  • คลิ้กขวาบนไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการ
    แล้วเลือก Share File Links เพื่อให้ระบบสร้างลิงค์และคิวอาร์โค้ด
    ซึ่งสามารถแชร์ไปยังเพื่อนหรือผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ได้ โดยผู้ใช้งานที่แชร์สามารถตั้งรหัสพาสเวิร์ด
    ระยะเวลาที่สามารถเข้าถึง รวมถึงการอนุญาตให้ดาวน์โหลดและก๊อปปี้ไฟล์ได้
  • ผู้ใช้งานสามารถค้นหาไฟล์ได้อย่างง่ายดาย
    ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ชื่อไฟล์ เพราะ Drive สามารถค้นหาได้ถึงตัวคอนเทนท์ภายในไฟล์เลยทีเดียว

จัดการคอนเทนท์ร่วมกันด้วย Synology Office

  • จัดการคอนเทนท์ร่วมกันแบบเรียลไทม์ด้วย Synology Office
  • ผู้ใช้งานหลายคนสามารถแก้ไข และคอมเมนต์ในไฟล์เดียวกันได้พร้อมกัน
  • เซฟเวอร์ชั่นเก่าของคุณแบบไม่จำกัด
  • สามารถ import/export ไปยัง Microsoft Office หรือ OpenOffice ได้อย่างง่ายดาย

การแชร์ไฟล์ข้ามออฟฟิศ

  • ด้วย Synology Drive ShareSync โฟลเดอร์ที่ถูกเลือกผ่าน NAS ต่างเครื่องกันก็สามารถซิงค์กันได้อัตโนมัติ ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการไฟล์ที่อยู่กระจัดกระจายและเป็นเวอร์ชันที่แตกต่างกัน
  • One-way sync จะช่วยสำนักงานใหญ่ในการกระจายไฟล์ และเก็บไฟล์จากออฟฟิศสาขาย่อยได้ง่ายขึ้น

คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ดูแลระบบ

  • ลดเวลาการทำซ้ำข้อมูลแอคเคาท์ เมื่อใช้ Synology Drive ร่วมกับ Windows AD/LDAP
  • Synology Drive Admin Console เป็นตัวช่วยบริหารจัดการลักษณะ/ขนาดของไฟล์ที่ผู้ใช้งานหรือกลุ่มผู้ใช้งานสามารถซิงค์กันได้ นอกจากนี้ผู้ดูแลระบบยังสามารถคอนโทรลผู้ใช้งานในองค์กรหากต้องการเชิญผู้ใช้งานใหม่เข้ามาในระบบ หรือแม้กระทั่งการบริหารจัดการไฟล์ร่วมกันกับบุคคลภายนอก

ในยุคที่เทคโนโลยีและโซลูชั่นการจัดการไฟล์เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานต่างมองหาโซลูชั่นที่ครอบคลุม ไม่เพียงแค่จัดการกับความท้าทาย แต่สิ่งสำคัญคือยังต้องเสริมประสิทธิภาพให้กับการแชร์ข้อมูล พื้นที่การจัดเก็บ และการถ่ายโอนให้ดียิ่งขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจควรลงทุนเพื่อการเข้าถึงและจัดการไฟล์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในระยะยาวมากกว่าความสะดวกสบายเพียงระยะสั้น เพื่อก้าวสู่การทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

คลิกลิงค์และกรอกข้อมูลของท่าน เพื่อติดต่อรับข่าวสารจาก Synology http://sy.to/feb2020drivetechtalkthai

เกี่ยวกับ Synology

Synology สร้างอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย โซลูชั่น IP Surveillance และอุปกรณ์เครือข่ายที่ปฏิวัติการเก็บข้อมูล Surveillance และการจัดการเครือข่ายในระบบคลาวด์ Synology นำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และตั้งใจที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานรวบรวม จัดเก็บข้อมูล แบ็คอัพข้อมูล แชร์ไฟล์ได้อย่างง่ายดาย ใช้งานโซลูชัน Surveillance อย่างมืออาชีพ และสามารถจัดการเครือข่ายที่เชื่อถือได้ในราคาย่อมเยาว์ Synology มุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าที่มีฟีเจอร์ที่รองรับกับความต้องการในอนาคตและการบริการลูกค้าที่ดีที่สุด

from:https://www.techtalkthai.com/synology-file-share-reduce-cost-over-80-percents/

Synology เปิดตัว Storage Server ใหม่ ‘UC3200’ ตอบโจทย์การใช้งานไม่มีสะดุดด้วย Dual Controller

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่งาน Synology Solution Exhibition 2019 ณ ไทเป ประเทศไต้หวันได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ UC3200 ซึ่งถูกออกแบบมาเป็น Storage Server สำหรับธุรกิจที่ต้องการสเถียรภาพการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องด้วย Dual Controller หรือการมีแผงควบคุม 2 ตัวที่ทำหน้าที่เหมือนกันได้แบบ active-active นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว FS6400 หรือ All-Flash Array ตัวใหม่และ DVA3219 หรือโซลูชันสำหรับกล้องวงจรปิด โดยในครั้งนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วยจึงขอสรุปการรายละเอียดมาให้ได้ติดตามกันครับ

credit : Synology

UC3200

Storage Server ในระดับองค์กรตัวใหม่นี้ถูกออกแบบมาสำหรับงานที่มากกว่าการเป็นแค่ File Server ปกติเพราะด้วย Dual Controller หรือการมีแผงควบคุม 2 ตัวที่สามารถทำงานพร้อมกันได้ นั่นหมายถึงมี CPU RAM เป็น 2 ชุด รองรับการใช้งานเช่น หากมีตัวหนึ่งพังอีกแผงควบคุมจะสามารถ Take over เพื่อทำหน้าที่ต่อไปอย่างอัตโนมัติโดยไม่มีสะดุด อย่างไรก็ดีทางเราจึงได้ขอให้สาธิตการใช้งานเบื้องต้น (ตามภาพด้านล่าง) ซึ่งเป็นการดึง Controller ออกระหว่างกำลังเปิดวีดีโออยู่และไม่เกิดอาการกระตุกแต่อย่างใดครับ (อารมณ์เหมือน Hot Swap ของ Power Supply) นอกจากนี้ UC3200 ยังมีสิ่งน่าสนใจดังนี้

  • สามารถทำ IOPS มากกว่า 100,000
  • มีกลไก Resilient cache protection ช่วยปกป้องข้อมูลสูญหาย
  • สามารถทำ active-active iSCSI เพื่อป้องกัน Single-point of Failure ระหว่างใช้งาน iSCSI ได้
  • สามารถบริหารจัดการ Controller ทั้ง 2 ตัวได้จากหน้า UI เดียวกันได้
  • โปรเซสเซอร์ Intel Xeon D-1521
สถานะการทำงานปกติของวีดีโอ
หลังดึงแผงควบคุมออกวีดีโอยังเล่นต่อได้

นอกจากนี้ด้วยความสามารถของ Dual Controller ที่รองรับ active-active iSCSI ทางทีมงานได้แนะว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะนำไปใช้งานด้าน Virtualization สำหรับองค์กรที่กำลังมองหา Server Storage เพื่อใช้งานด้วยราคาน่าคบหาครับ

FS6400

สำหรับผู้ใช้งาน all-flash array ทาง Synology ก็มีผลิตภัณฑ์ใหม่เช่นกันคือ FlashStation 6400 ที่ออกมาสำหรับ Workload ที่ต้องการอัตราการอ่านเขียนข้อมูลหนักๆ โดยมีสเป็คดังนี้

Synology FlashStation
  • Intel Xeon Silver 4100 8 คอร์ ความถี่สัญญานนาฬิกา 2.1 GHz
  • RAM 32GB DDR4 ECC R-DIMM สามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 512 GB
  • มีพอร์ต 10 GB 2 พอร์ต แต่สามารถเลือกเปลี่ยนเป็น 25 หรือ 40 Gbps ได้
  • สามารถทำ Snapshot สำหรับแต่ละโฟลเดอร์ที่ถูกแชร์ได้ถึง 1,024 ชุด

DVA3219

เป็น NAS Storage รุ่นหนึ่งที่ในครั้งนี้ทาง Synology ได้โชว์ศักยภาพในด้านของการทำ NVR (Network Video Recorder) ซึ่งสามารถทำในเรื่องของ Deep Video Analytics ได้ (ตามภาพด้านล่าง) คือทาง Synology ได้มีซอฟต์แวร์ที่ช่วยทำโซลูชันเกี่ยวกับการวิเคราะห์ภาพ (ผู้ใช้งานดาวน์โหลดฟรีได้เลย) เช่น Object Detection, Motion Detection, no-idle zone, นับจำนวนคน, ตรวจวัตถุแปลกปลอม หรือดูของหายได้ เป็นต้น โดยใน DVA3219 สามารถรองรับ IP Camera ได้ถึง 32 ตัวและสามารถทำการวิเคราะห์ภาพจากกล้องได้สูงสุด 4 จอพร้อมกัน (จออื่นเปิดแต่ไม่วิเคราะห์) เนื่องจากมีการ์ดจอกราฟฟิค NVDIA Geforce GTX 1050 Ti สำหรับงานประมวลผลภาพโดยเฉพาะไม่ต้องไปประมวลผลบนกล้องหรือเมื่อก่อนต้องใช้ CPU บน NAS ซึ่งไม่เหมาะสมกับงาน 

DVA3219

อย่างไรก็ตามสำหรับ Total Solution ของกล้องวงจรปิดทาง Synology ได้มีผลิตภัณฑ์อุปกรณ์แปลงสัญญาณจาก NAS สู่จอทีวีผ่าน HDMI ได้ซึ่งสามารถรับภาพของกล้องได้ถึง 90 ช่องเลยถึงเดียวแต่ทางบริษัทไม่มีการจัดจำหน่ายตัว IP Camera ซึ่งทางทีมงานแจ้งว่าตัว NAS นั้นสามารถต่อกับอุปกรณ์ IP Camera ในตลาดส่วนใหญ่ได้ครับ ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลหรืออาจจะสอบถามตัวแทนจำหน่ายก่อนก็ได้

Video analytics, object detection

Active Backup Suite 2019

สำหรับใครที่ไม่คุ้นกับ Synology คือนอกจากเป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์แล้วบริษัทยังได้มีซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้งาน Storage กับฟรีๆ ก็คือ Active Backup Suite ซึ่งสามารถทำการ Backup ได้ตั้งแต่ Server, PC, File Server, Virtual Machine ซึ่งในเวอร์ชัน 2019 ที่กำลังจะออกมามีความสามารถใหม่คือการรองรับการทำงาน Hyper-V ได้ นอกจากนี้บริษัทยังมีซอฟต์แวร์ Backup กับ G-Suite และ Office 365 ซึ่งจะอัปเดตเพิ่มความสามารถเรื่องของ SharePoint Backup ด้วย ผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมเรื่องซอฟต์แวร์ Backup จาก Synology ได้จากข่าวเก่าของ TechTalkThai 

from:https://www.techtalkthai.com/synology-releases-uc3200-dual-controller-storage-server/

TechTalk Webinar: ปกป้องและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรด้วย Next Generation File Server จาก Synology

Synology ขอเรียนเชิญเหล่า Data Center Engineer, IT Administrator และผู้ใช้งาน Synology NAS Storage เข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “ปกป้องและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรด้วย Next Generation File Server จาก Synology” เพื่อเรียนรู้การทำ Data Protection สำหรับทั้ง PC, Server, VM, Cloud ด้วย Synology โดยไม่ต้องซื้อ License ใดๆ เพิ่มเติม ในวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: ปกป้องและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลภายในองค์กรด้วย Next Generation File Server จาก Synology
ผู้บรรยาย: คุณทิม ไตรติลานันท์, Sales Account Manager, Synology
วันเวลา: วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2019 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

การสำรองข้อมูลได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของฝ่าย IT ขององค์กรไปแล้ว ด้วยความสำคัญของการนำข้อมูลบนระบบ IT มาใช้งานในธุรกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และการโจมตีมุ่งร้ายทำลายข้อมูลหรือเรียกค่าไถ่ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน อย่างไรก็ดี โซลูชันด้านการสำรองข้อมูลนั้นมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่หลายๆ ธุรกิจอาจยังไม่พร้อมจะลงทุนเพิ่มเติม

ด้วยเหตุนี้ Synology จึงขอนำเสนอโซลูชัน File Server ที่ควบรวมข้อดีของ Private Cloud และ Public Cloud เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมการปกป้องข้อมูลแบบ Total Protection ที่ครอบคลุมทั้ง PC, Physical Server, VM และ Public Cloud ผ่าน Synology Active Backup Suite ที่ให้ใช้งานได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่า License ใดๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เหล่าธุรกิจขนาดเล็ก, ขนาดกลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ได้มีทางเลือกในการลงทุนระบบ File Server ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น พร้อมทำหน้าที่เป็นระบบ Backup อเนกประสงค์ไปด้วยได้ในตัว

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_p1cR86xfRGKYlW-7xDMZyA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-free-data-protection-with-synology/