คลังเก็บป้ายกำกับ: SSD_SATA

ไขข้อข้องใจ SSD มีกี่แบบ? รวม 5 SSD ดีๆ และสิ่งที่ควรรู้ฉบับเข้าใจง่าย มือใหม่ก็เลือกได้! อัพเดทปี 2022

SSD มีกี่แบบไม่ต้องสงสัย มีวิธีดูแบบง่ายๆ อ่านแล้วเลือกเองได้เลย!

Share image Edit Name 1ssd2 1

 

Advertisementavw

ROM (Read-only Memory) หรือพื้นที่บันทึกข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ นอกจาก HDD ที่รู้จักกันดี ปัจจุบันนี้ก็มี SSD ด้วย แล้วหลายคนก็สงสัยว่า SSD มีกี่แบบ? แล้วแบบไหนถึงจะดีจะได้แรงและคุ้มด้วย? ถ้าใครกำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากนัก นั่นเพราะหน่วยความจำอย่าง SSD มีให้เลือกใช้หลากหลายประเภทไม่พอ ยังมีความเร็ว, ดีไซน์, อินเตอร์เฟสแตกต่างกันไปหมดจนหลายๆ คนหน้านิ่วคิ้วขมวดไปตามๆ กัน ถ้าไปซื้อก็ต้องมีซื้อถูกซื้อผิดกันบ้างอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม คำถามสุดปวดหัวที่ว่า SSD มีกี่แบบนั้นก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ซึ่งวิธีแยกก็ดูตามรูปร่างแล้วค่อยแยกตามรูปแบบการเชื่อมต่อรับส่งข้อมูลอีกชั้นหนึ่งก็เข้าใจได้แทบจะทันทีเลย นั่นเพราะปัจจุบันนี้จะมี 2.5″ SATA III SSD หรือ SSD ทรงกล่องสี่เหลี่ยมเหมือนกับฮาร์ดดิสก์ลูกเล็กกับ M.2 SSD ซึ่งเป็นแผ่นวงจรขนาดเล็กหน้ากว้าง 22 มม. และยาวตั้งแต่ 30 ไปจน 80 มม. ซึ่งประเภทนั้นจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่า แต่ประสิทธิภาพก็สูกว่าอย่างชัดเจนเช่นกัน

SSD มีกี่แบบ

สารบัญว่าด้วย SSD มีกี่แบบ?

ประเภทของ SSD มีอะไรบ้าง? ทำความเข้าใจแบบง่ายๆ ก่อนเสียเงินสักหน่อย!

marc pezin uJMfXAdDMyE unsplash 1

หากสงสัยว่า SSD มีกี่แบบ จะเลือกอย่างไรให้ได้ SSD ประสิทธิภาพดีไว้ลงโปรแกรม, เกม ที่ต้องการ เริ่มต้นผู้เขียนแนะนำให้แบ่งแยกจากรูปร่างของมันก่อนเป็นอย่างแรกเพราะแล้วเข้าใจได้ทันที ไม่ต้องอ่านสเปคของ SSD ให้ยุ่งยากเกินไป โดยวิธีแบ่งตามรูปร่างจะมี 4 แบบหลักๆ ดังนี้

2.5″ SATA III

blue sata

ถ้าสงสัยว่า SSD มีกี่แบบ เริ่มต้นแบบแรกเป็น 2.5″ SATA III เป็น SSD รูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมเหมือนฮาร์ดดิสก์ทั่วไป เชื่อมต่อด้วย Serial ATA เวอร์ชั่น 3 (SATA III) ซึ่ง SSD นี้เอาไปติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คหรือแม้แต่สายทำงานรุ่นเก่าที่ยังมีอินเตอร์เฟสนี้ได้ รวมไปถึงเกมมิ่งพีซีก็ใช้ได้เลย โดยต่อเหมือนฮาร์ดดิสก์ทุกอย่าง คือ สายไฟและสาย SATA อย่างละเส้น แต่ได้ความเร็วสูงกว่าราว 5 เท่าทีเดียว

ด้านความเร็วสูงสุดที่อินเตอร์เฟส Serial ATA (SATA) รองรับจะแตกต่างกันไปตามเวอร์ชั่น โดยมีความเร็วสูงสุดดังนี้

  • SATA I : 5 Gb/s (150 MB/s)
  • SATA II : 3 Gb/s (300 MB/s)
  • SATA III : 6 Gb/s (600 MB/s)

ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊คสายทำงานหรือเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คก็ติดตั้งอินเตอร์เฟสเป็น SATA III แล้ว ถ้ายังอยากใช้เครื่องอยู่แต่ไม่ชอบตรงเครื่องช้าโหลดไฟล์ไม่ทันใจ ก็เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าเป็น 2.5″ SATA III SSD ต่อจากเพิ่มแรมในเครื่องได้เลย

M.2 SATA

M.2 SATA SSD

M.2 SATA SSD ตัวนี้จะมีหน้าตาคล้ายกับ M.2 PCI-E และ NVMe ซึ่งข้อดีนอกจากมีขนาดเล็กหน้าตาคล้าย RAM ก็ยังติดตั้งง่ายใส่โน๊ตบุ๊คหรือพีซีก็ได้ โดยต่อเข้าที่อินเตอร์เฟส PCIe สำหรับ SSD บนเมนบอร์ดก็ตั้งค่าแล้วใช้งานได้เลย ทว่าความเร็วของมันจะเท่ากับ 2.5″ SATA III ในข้อที่แล้ว ดังนั้นความเร็วตอนรับส่งข้อมูลจะตันอยู่ที่ 600 MB/s เท่านั้น

b0996abe9746c0cc29fa97abee839650 e1614151081964

สำหรับคนที่อยากรู้ว่า M.2 SATA SSD มีกี่แบบ โดยมาตรฐานแล้ว SSD ประเภทนี้จะมีความกว้าง 22 มิลลิเมตร แต่ความยาวจะแตกต่างกันไปตามจำนวนเม็ด NAND หรือแผ่นชิปที่ติดตั้งอยู่บนตัวแผ่น SSD ซึ่งจะมีขนาดดังนี้

  • M.2 2230  – กว้าง 22 mm. x ยาว 30 มม.
  • M.2 2242  – กว้าง 22 mm. x ยาว 42 มม.
  • M.2 2260  – กว้าง 22 mm. x ยาว 60 มม.
  • M.2 2280  – กว้าง 22 mm. x ยาว 80 มม. เป็นขนาดมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป
  • M.2 22110  – กว้าง 22 mm. x ยาว 110 มม.
mSATA

Screenshot 2022 08 30 144916

mSATA เป็น SSD ขนาดเล็กซึ่งมีความเร็วรับส่งข้อมูล 6 Gb/s (600 MB/s) เท่ากันกับ M.2 SATA ในข้อก่อน แต่ข้อดีคือขนาดเล็กและประหยัดพลังงาน ทำให้ตอนใช้งานโน๊ตบุ๊คโดยไม่ได้ต่ออแดปเตอร์อยู่ได้นานยิ่งขึ้นมาก มีความจุมากสุด 1TB แต่พีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นต้องมีช่องสำหรับ mSATA SSD โดยเฉพาะด้วยถึงจะติดตั้งได้

M.2 PCI-E

311027b55933574976b01e109f9ea04a

 

M.2 PCI-E เป็นวิธีเอา M.2 NVMe SSD ไปต่อเข้ากับพอร์ต PCIe บนเมนบอร์ดผ่านทางอแดปเตอร์เฉพาะ ซึ่งมีหัวอินเตอร์เฟส PCIe เหมือนกับการ์ด Wi-Fi หรือ Sound card แทน โดยวิธีนี้เหมาะกับพีซีรุ่นเก่าที่ยังไม่มีหัวอินเตอร์เฟส PCIe สำหรับ NVMe SSD โดยเฉพาะ ทำให้ความเร็วอ่านเขียนข้อมูลสูงขึ้นถึง 2,000 MB/s แต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยนิยมแล้ว เนื่องจากเมนบอร์ดรุ่นราคาไม่แพงมากก็มีอินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 ติดตั้งมาให้อย่างน้อย 1 ช่องอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าใครต้องการใช้งานซื้อไปอัพเกรดพีซีเครื่องเก่าที่บ้าน ต้องดูว่า M.2 NVMe SSD และตัวการ์ด PCIe สำหรับต่อเข้าเมนบอร์ดใช้งานด้วยกันได้ ค่อยต่อกับอินเตอร์เฟส PCI-E บนเมนบอร์ดแล้วค่อยติดตั้งเกมหรือโปรแกรมที่ต้องการต่อไป

M.2 NVMe
th feature next level ssd performance 339603652

NVMe (Non-Volatile Memory Express) เป็น SSD ยอดนิยมในปัจจุบันซึ่งผู้ใช้หลายๆ คนมักคิดถึงเมื่อโดนถามว่า SSD มีกี่แบบ โดยปกติแล้ว Memory ประเภทนี้จะคล้ายแรมที่เมื่อสั่งดับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ข้อมูลที่ถูกอ่านและเขียนในไดรฟ์จะหายไป แต่ NVMe นอกจากข้อมูลจะไม่หาย (Non-Volatile) แล้ว ยังมีความเร็วสูงมากอีกด้วย

ด้านความเร็วสูงสุดของ NVMe จะขึ้นอยู่กับเวอร์ชั่นของอินเตอร์เฟสรับส่งข้อมูลของ NVMe และตัวเมนบอร์ด โดยความเร็วสูงสุดจะยึดตามอินเตอร์เฟสเวอร์ชั่นที่ต่ำกว่า เช่น ถ้าเมนบอร์ดเป็น PCIe 4.0 x4 แต่ NVMe SSD เป็น PCIe 3.0 x4 จะได้ความเร็วสูงสุดตามที่ SSD รับส่งข้อมูลได้นั่นเอง โดยความเร็วรับส่งข้อมูลของอินเตอร์เฟส PCIe จะเป็นดังนี้

เวอร์ชั่น/เลน PCIe x1 x4 x8 x16
PCIe 3.0 1 GB/s
(1,000 MB/s)
4 GB/s
(4,000 MB/s)
8 GB/s
(8,000 MB/s)
16 GB/s
(16,000 MB/s)
PCIe 4.0 2 GB/s
(2,000 MB/s)
8 GB/s
(8,000 MB/s)
16 GB/s
(16,000 MB/s)
32 GB/s
(32,000 MB/s)

ด้านความเร็วรับส่งข้อมูลของ SSD นอกจากมีผลต่อการเปิดโปรแกรม, โหลดไฟล์อย่างชัดเจนก็ตาม แต่กลับไม่ได้ส่งผลต่อค่า Fps ตอนเล่นเกมมากอย่างที่คิด ซึ่งจากการทดสอบของสื่อต่างประเทศหลายๆ เจ้า มักได้เฟรมเรทต่างกัน 1~5 Fps เท่านั้น แต่จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง PCIe 3.0 x4 หรือ PCIe 4.0 x4 จะได้ผลแตกต่างกันอย่างชัดเจนเมื่อเล่นเกมสไตล์ Open world แล้วต้องโหลดแผนที่ขนาดใหญ่ ถึงจะเริ่มเห็นผลว่าตัว PCIe 4.0 จะโหลดได้เร็วสุด ต่อด้วย PCIe 3.0, 2.5″ SATA III SSD ปิดท้ายด้วยฮาร์ดดิสก์ตามลำดับ

5 SSD แนะนำสำหรับอัพคอมให้เร็วแรง! แยกตามรูปแบบการเชื่อมต่อ

หลังจากรู้กันแล้วว่า SSD มีกี่แบบ แต่ถ้าจะซื้อรุ่นน่าใช้โดยแยกตามอินเตอร์เฟสการเชื่อมต่อล่ะก็ ผู้เขียนมีมาให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. WD Blue SATA III SSD 1TB (2,999 บาท)
  2. Transcend MTS430S 512GB (2,529 บาท)
  3. Samsung 980 1TB (3,999 บาท)
  4. WD Black SN770 1TB (3,790 บาท)
  5. Kingston FURY Renegade 1TB (6,190 บาท)
1. WD Blue SATA III SSD 1TB (2,999 บาท)

blue sata

WD Blue SATA III SSD 1TB ตัวนี้จัดเป็น SSD ประสิทธิภาพดีราคาไม่แพงไป ได้ความจุเยอะ เหมาะจะซื้อไปอัพเกรดโน๊ตบุ๊คหรือใส่พีซีให้โหลดเครื่องและเกมขึ้นมาพร้อมใช้งานได้เร็วกว่าเดิมก็ดีทั้งคู่ โดย SSD ตัวนี้เป็น 3D NAND ทนทานและใช้อินเตอร์เฟสรับส่งข้อมูลแลล SATA III มีความเร็ว Sequential Read 560 MB/s และ Sequential Write 530 MB/s มีความทนทานการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ได้ 400 TBW และได้ประกันตัวไดรฟ์ 3 ปีเต็มด้วย หากใครอยากอัพเกรดเครื่องเก่าให้แรงขึ้นก็ซื้อไดรฟ์นี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ WD Blue SATA III SSD 1TB
  • Interface : SATA III
  • Speed : Sequential Read 560 MB/s, Sequential Write 530 MB/s
  • Endurance : 400 TBW
  • Warranty : 3 ปี
  • ราคา : 2,999 บาท (JD Mall Shopee)
2. Transcend MTS430S 512GB (2,529 บาท)

f08d944af430fdbf5bdfe750b4846518

รุ่นถัดมาสำหรับคนที่อยากรู้ว่า SSD มีกี่แบบ เป็น Transcend MTS430S 512GB เป็น M.2 SATA ขนาด M.2 2242 สำหรับโน๊ตบุ๊คสายทำงานหลายๆ รุ่นซึ่งมีช่อง SSD ขนาดเล็ก จุดเด่นคือมีฟีเจอร์ ECC (Error Correcting Code), DRAM cache แบบ DDR3 สำหรับเรียกไฟล์ใช้งานบ่อยขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว โดย SSD ตัวนี้ใช้ 3D NAND อินเตอร์เฟส SATA III มีความเร็ว Sequential Read 560 MB/s และ Sequential Write 500 MB/s มีความทนทานการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ 280 TBW พร้อมรับประกันอีก 5 ปีเต็มด้วย ถ้าโน๊ตบุ๊คของใครมีช่อง M.2 SATA ขนาด M.2 2242 ก็ซื้อ SSD ตัวนี้ไปได้เลย

สเปคของ Transcend MTS430S 512GB
  • Interface : SATA III
  • Speed : Sequential Read 560 MB/s, Sequential Write 500 MB/s
  • Endurance : 280 TBW
  • Warranty : 5 ปี
  • ราคา : 2,529 บาท (Transcend Shopee Mall)
3. Samsung 980 1TB (3,999 บาท)

395ffa9c1a78294ca1a43e3f0c8563a4

 

ถ้าใครได้อ่านบทความด้านต้นแล้วทราบว่า SSD มีกี่แบบและอยากได้ M.2 NVMe SSD อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 เอาไว้ใส่พีซีของเรา ก็แนะนำ Samsung 980 1TB รุ่นนี้เช่นกัน แม้จะไม่มี DRAM Cache ติดตั้งมาแต่ก็ยังรับส่งข้อมูลได้เร็ว มีแผ่นระบายความร้อนทำจากนิกเกิ้ลติดตั้งไว้ตรงคอนโทรลเลอร์เพื่อระบายความร้อนและยังใช้ซอฟท์แวร์ Samsung Magician สำหรับอัพเดทเฟิร์มแวร์และ Optimize ความเร็วรับส่งข้อมูลของ SSD ตัวนี้ได้ด้วย

สเปค Samsung 980 ใช้ Samsung V-NAND 3-bit MLC คุมด้วยคอนโทรลเลอร์ Samsung Pablo ใช้อินเตอร์เฟส PCIe 3.0 x4 มีความเร็ว Sequential Read 3,500 MB/s และ Sequential Write 3,000 MB/s มีความทนทานการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ 600 TBW และรับประกันนาน 5 ปีด้วย ซึ่งถ้าใครมองข้าม Samsung 980 ตัวนี้ก็อยากบอกว่าตัวนี้เป็น SSD ตัวคุ้มค่าน่าใช้รุ่นหนึ่งเลย

สเปคของ Samsung 980 1TB
  • Interface : PCIe 3.0 x4
  • Speed : Sequential Read 3,500 MB/s, Sequential Write 3,000 MB/s
  • Endurance : 600 TBW
  • Warranty : 5 ปี
  • ราคา : 3,999 บาท (LEGEND Thailand Shopee Mall)
4. WD Black SN770 1TB (3,790 บาท)

3b8f5c2438dd657eeed9e51a27d15092

เมื่อรู้แล้วว่า SSD มีกี่แบบและอยากได้ M.2 NVMe PCIe 4.0 x4 สเปคดีราคาไม่แรงเอาไปติดตั้งเกมมิ่งพีซีหรือโน๊ตบุ๊คของตัวเองก็มี WD Black SN770 1TB เป็นตัวเลือกสุดคุ้มที่มีรีวิวจากทางเว็บไซต์ให้อ่านด้วย และแม้จะเป็นตระกูล WD_Black แต่ทางผู้ผลิตก็เคลมว่า NVMe ตัวนี้ประหยัดแบตเตอรี่กว่า SSD ของ WD รุ่นก่อนถึง 20% ด้านสเปคของ SSD นี้ใช้อินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 มีความเร็ว Sequential Read 5,150 MB/s และ Sequential Write 4,900 MB/s มีความทนทานต่อการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ 600 TBW มีประกันการใช้งานนาน 5 ปี หากใครอยากใช้ SSD ความเร็วสูงราคาไม่แพงก็ซื้อ SN770 นี้ไปติดตั้งในพีซีของตัวเองได้เลย

สเปคของ WD Black SN770 1TB
  • Interface : PCIe 4.0 x4
  • Speed : Sequential Read 5,150 MB/s, Sequential Write 4,900 MB/s
  • Endurance : 600 TBW
  • Warranty : 5 ปี
  • ราคา : 3,790 บาท (Lekcompiwshop Shopee)
5. Kingston FURY Renegade 1TB (6,190 บาท)

1c074aa9dbb2e79601fce04d40ac665d

รุ่นสุดท้ายที่ผู้เขียนแนะนำ คือ Kingston FURY Renegade 1TB ตัวนี้ที่นอกจากจะใช้ 3D TLC NAND ได้ความทนทานและแผ่นลาย FURY Renegade บนตัว SSD ก็เป็นแผ่นอลูมิเนียมกราฟีนสำหรับระบายความร้อนให้ชิป NAND ได้อย่างรวดเร็ว จะเอาไปใส่ในเกมมิ่งพีซีหรือ PlayStation 5 ก็ได้ทั้งคู่ รับส่งข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เฟส PCIe 4.0 x4 คุมด้วยคอนโทรลเลอร์ Phison E18 มีความเร็ว Sequential Read 7,300 MB/s และ Sequential Write 6,000 MB/s มีความทนทานต่อการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ 1,000 TBW และได้การรับประกันนาน 5 ปีทีเดียว จัดเป็นตัวเด็ดเทพที่ไม่ควรมองข้ามหากอยากอัพเกรด PlayStation 5 หรือพีซีให้เร็วแรงที่สุด

สเปคของ Kingston FURY Renegade 1TB
  • Interface : PCIe 4.0 x4
  • Speed : Sequential Read 7,300 MB/s, Sequential Write 6,000 MB/s
  • Endurance : 1,000 TBW
  • Warranty : 5 ปี
  • ราคา : 6,190 บาท (JB_Justbuy Shopee)

สเปคโดยสรุปสำหรับ SSD 5 รุ่นเด็ดน่าโดน

SSD มีกี่แบบก็เลือก 5 รุ่นนี้ได้เลย Capacity

Interface

Speed Endurance

Warranty

ราคา
(บาท)
WD Blue SATA III SSD SATA III

1TB

Sequential Read 560 MB/s

Sequential Write 530 MB/s

400 TBW

3 ปี

2,999
Transcend MTS430S SATA III

512GB

Sequential Read 560 MB/s

Sequential Write 500 MB/s

280 TBW

5 ปี

2,529
Samsung 980 PCIe 3.0 x4

1TB

Sequential Read 3,500 MB/s

Sequential Write 3,000 MB/s

600 TBW

5 ปี

3,999
WD Black SN770 PCIe 4.0 x4

1TB

Sequential Read 5,150 MB/s

Sequential Write 4,900 MB/s

600 TBW

5 ปี

3,790
Kingston FURY Renegade PCIe 4.0 x4

1TB

Sequential Read 7,300 MB/s

Sequential Write 6,000 MB/s

1,000 TBW

5 ปี

6,190

jeshoots com sMKUYIasyDM unsplash 1

พอทราบแล้วว่า SSD มีกี่แบบและเหมาะจะใช้งานอะไรบ้าง ผู้เขียนก็อยากเชียร์ให้ผู้อ่านหันมาใช้ SSD เป็นไดรฟ์หลักเพื่อติดตั้งเกมและโปรแกรมทำงานแล้วใช้ฮาร์ดดิสก์แบบเดิมไว้แบ็คอัพเก็บงานจะดีกว่า เนื่องจากโปรแกรมต่างๆ ในปัจจุบันนี้มีขนาดใหญ่และมีไฟล์ในตัวต้องโหลดอีกมาก หากใครฮาร์ดดิสก์ตามเดิมก็คงจะเสียเวลาโหลดนานอย่างแน่นอน ถ้าใช้ SSD นอกจากจะเร็วทันใจยังประหยัดเวลาไปได้อีกมาก หากพีซีของผู้อ่านมีไดรฟ์สำหรับติดตั้ง SSD ประเภทใดประเภทหนึ่งได้ก็อยากให้ย้ายมาใช้งานเลย แล้วจะชื่นชอบความเร็วทันใจของฮาร์ดไดรฟ์ประเภทนี้อย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3icloud 1

vga cover

comcase cover

from:https://notebookspec.com/web/663993-5-types-of-ssd-and-how-to-choose

7 SSD External เซฟงานไวทันใจในพริบตา เอามาต่อคอนโซลหรือมือถือก็ได้เริ่มแค่ 2,390 บาทเอง!

มี SSD External ติดกระเป๋าสักตัวเอาไว้เซฟงาน บอกเลยว่าประหยัดเวลาชีวิตไปเยอะมากๆ

ssd external cover

ก่อนหน้านี้หลายๆ คนน่าจะเซฟงานและแบ็คอัพไฟล์ต่างๆ ไว้ใน External Harddisk แต่ SSD External สำหรับหลายๆ คนอาจจะห่างตัวไปบ้างเพราะว่าราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์ทั่วๆ ไปที่ขายราคาพันต้นๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมาเมื่อต้องจ่ายเงินมูลค่าครึ่งหมื่นไปนั้น คือประหยัดเวลาโอนถ่ายไฟล์ขนาดใหญ่หรือไฟล์เล็กๆ ปริมาณมากๆ มาแบ็คอัพเอาไว้ใน External SSD ก่อนเอาไปใช้ต่อได้เยอะมาก บางทีการโอนไฟล์ที่ใช้เวลา 3-5 นาที อาจจะร่นลงมาเหลือ 1-2 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องรอนานจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นต่อได้เลย

Advertisementavw

บางที หลายๆ คนอาจจะคิดวิธีทำ SSD External แบบง่ายๆ ด้วยการซื้อกล่องใส่ SSD แล้วเอา SSD ตัวเก่าที่ถอดจากโน๊ตบุ๊คเครื่องที่เราเพิ่งอัพเกรดมาใส่เอาไว้เซฟงานก็ได้ หรือลงทุนซื้ออันใหม่มาใส่มาทำเองก็ได้ SSD External มาใช้แล้ว แต่ข้อดีของการซื้อ External SSD สำเร็จรูปมาใช้เลย คือผู้ผลิตจะมีซอฟท์แวร์ช่วยแบ็คอัพงาน, จัดการพื้นที่ในตัว SSD และอื่นๆ เสริมเข้ามาให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น และบางรุ่นยังมี IP Rating กันน้ำกันฝุ่นเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะ พกโน๊ตบุ๊คและ SSD ไปไหนมาไหนตลอดได้เป็นอย่างดี

SSD External

แต่บางคนอาจจะคิดว่าจะซื้อ SSD External มาใช้งานจะดีหรือเปล่า แล้วมันจะทนทานกว่า External Harddisk แบบจานหมุนที่เราคุ้นเคยกันไหม ถ้าในอดีตต้องถือว่า External Harddisk ทนกว่า แต่จากเทคโนโลยีปัจจุบันนั้นกลับกันแล้วเพราะเทคโนโลยีการพัฒนาชิปใน External SSD ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นมาก ถ้าให้เทียบข้อดีและจุดแตกต่างเป็นตารางให้เข้าใจง่ายๆ จะเป็นดังนี้

ข้อดีและจุดสังเกต เทียบระหว่าง External Harddisk และ External SSD
External Harddisk External SSD
1. ถ้าทำตก เข็มอ่านและจานอาจจะเสียหายและทำให้ข้อมูลหายได้ เหมาะจะใช้แบบตั้งโต๊ะแล้วแบ็คอัพงาน 1. ไม่มีเข็มและจานอ่าน มีแต่แผ่นวงจรและชิปต่างๆ ดังนั้นไม่มีปัญหาเรื่องการตกเสียหาย พกพาไปไหนมาไหนไม่มีปัญหา
2. มีชิ้นส่วนที่ขยับหลายชิ้นกินไฟเยอะกว่า หลายรุ่นจึงต้องต่อสายไฟแยก 2. ใช้แฟลชเมมโมรี่ ไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องขยับ จึงใช้ไฟฟ้าเล็กน้อยในการเขียนอ่านข้อมูล
3. ความเร็วในการรับส่งข้อมูลอยู่ระดับ Harddisk ทั่วไป ราว 120 MB/s 3. ความเร็วรับส่งข้อมูลระดับ SSD ตั้งแต่ 500MB/s ขึ้นไป
4. ความจุต่อ GB ถูกกว่า เหมาะกับการเซฟงานใหญ่ๆ แบ็คอัพไฟล์เยอะๆ 4. ความจุต่อ GB แพงกว่า เหมาะกับการเซฟและโอนไฟล์งานด่วนๆ ก่อนโอนเข้า External Harddisk ต่อไป
5. ถ้าข้อมูลหายสามารถกู้คืนได้ง่ายกว่า 5. ถ้าข้อมูลหายจะกู้คืนได้ยากกว่า
6. ใช้เป็นไดรฟ์เสริมสำหรับติดตั้งเกมได้ แต่ใช้เวลาโหลดนานกว่า 6. ใช้เป็นไดรฟ์เสริมติดตั้งเกมได้และโหลดได้เร็วกว่า

7 SSD External ตัวเด็ด แนะนำให้มีติดกระเป๋าเอาไว้เซฟงาน

จะเห็นว่า External Harddisk ก็มีข้อดี แต่ถ้าเน้นเรื่องความเร็ว เซฟงานไวทันใจค่อยเอาไปโอนเก็บทีหลัง ณ ตอนนี้ก็ต้อง SSD External สักตัว ซึ่งระดับความจุที่ผู้เขียนคิดว่าเยอะกำลังดีไม่มากไม่น้อยเกินไปแล้วเอาไปเซฟงานเยอะๆ ได้สบาย ไม่ต้องคอยลบไฟล์บ่อยๆ ณ จุดนี้ ระดับ 1TB จัดว่าเยอะกำลังดี ซื้อทีเดียวคุ้มใช้งานได้นานแน่นอน โดยรุ่นแนะนำที่น่าซื้อมาใช้ทั้ง 7 รุ่นจะมีดังนี้

  1. Seagate SSD External Barracuda 1TB (2,390 บาท)
  2. WD My Passport Go 1TB (3,700 บาท)
  3. WD My Passport SSD 1TB (4,850 บาท)
  4. Seagate One Touch SSD 1TB (4,990 บาท)
  5. SanDisk Extreme Portable SSD V2 1TB (4,990 บาท)
  6. Samsung Portable SSD T7 1TB (6,650 บาท)
  7. WD_BLACK P50 Game Drive SSD 1TB (8,090 บาท)
1. Seagate SSD External Barracuda 1TB (2,390 บาท)

Seagate SSD Ext 1TB BarraCuda 01 square medium

External SSD ความจุ 1TB ที่เลือกมาแนะนำจะเป็นรุ่นที่จับมือกันระหว่าง Seagate ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ชั้นนำระดับโลกกับ Orico ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับพีซีระดับชั้นนำของโลก เป็น Seagate SSD External Barracuda 1TB ที่เอา SSD Seagate Barracuda 1TB ขนาด 2.5 นิ้วมาใส่กล่อง Orico 2139C3 ซึ่งข้อดีของ SSD รุ่นนี้คือสามารถถอด Seagate Barracuda 1TB ในกล่องออกมาแล้วใส่ 2.5″ SATA III SSD ตัวอื่นเข้าไปแทนได้ด้วย โดยตัวกล่อง Orico จะรองรับความจุสูงสุด 4TB

สเปคของ External SSD ตัวนี้ จะโอนไฟล์เข้าออก SSD ผ่านพอร์ต USB-C 3.1 ได้เลย มีความเร็ว Sequential Read 560 MB/s และ Sequential Write 540 MB/s รองรับระบบปฏิบัติการ Windows XP หรือ Mac OS 9.0 เป็นต้นไป มีประกันสินค้า 5 ปี ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคิดว่าถ้าแบบนี้เราซื้อกล่องกับ SSD แยกมาทำเองก็ได้ก็จริง แต่ข้อดีคือตัว External SSD ตัวนี้ทำสำเร็จรูปมาแล้ว สามารถใช้งานได้เลยแล้วจะอัพเกรดทีหลังก็ได้และราคาโดยรวมถือว่าไม่แพงมากไม่ต้องรอโปรโมชั่นเซลส์ราคาพิเศษก็ซื้อมาใช้งานได้คุ้มค่าแน่นอน

ข้อดีของ Seagate SSD External Barracuda 1TB ตัวนี้ คือเรื่องการถอด 2.5″ SATA III SSD มาอัพเกรดได้ด้วยตัวเอง ถ้าจะย้าย Seagate Barracuda 1TB ไปใช้งานทั่วไปแล้วเอาฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ตัวอื่นมาใส่ก็ได้ และพอร์ตรับส่งข้อมูลก็เป็น USB-C แล้ว แต่ข้อสังเกตหลักๆ คือกล่องประเภทนี้จะไม่มี IP Rating กันน้ำกันฝุ่น ดังนั้นควรระวังเวลาใช้งานด้วย

สเปคของ Seagate SSD External Barracuda 1TB
  • กล่อง SSD แบบถอดอัพเกรดได้ของ Orico มี SSD Seagate Barracuda 1TB ติดตั้งมา
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.1 ได้ทันที โอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • Sequential Read 560 MB/s และ Sequential Write 540 MB/s
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows XP หรือ Mac OS 9.0 เป็นต้นไป
  • มีประกันสินค้า 5 ปี
  • ราคา 2,390 บาท (BaNANA)
ข้อดี จุดสังเกต
1. ถอดอัพเกรดเปลี่ยน SSD ในตัวได้ รองรับความจุสูงสุด 4TB 1. ไม่มีค่า IP Rating จึงไม่กันน้ำกันฝุ่น
2. ราคาไม่แพงมาก เพียง 2,390 บาทเท่านั้น  
3. พอร์ตเชื่อมต่อเป็น USB-C 3.1 แล้ว โอนไฟล์เร็วทันใจ  
2. WD My Passport GO 1TB (3,700 บาท)

my passport go blue front.png.wdthumb.1280.1280

เชื่อว่าคนทำงานหลายๆ คนน่าจะคุ้น External SSD รุ่นนี้ของ Western Digital กันมาบ้างไม่มากก็น้อยอย่างรุ่น WD My Passport GO รุ่นนี้ที่มีผู้ใช้เลือกซื้อไปใช้งานกันมากมาย โดยข้อดีของ SSD รุ่นนี้ คือตัวเคสภายนอกออกแบบให้รับแรงกระแทกจากการตกสูง 2 เมตรได้โดยไม่เกิดความเสียหายกับตัวชิปภายในกล่อง นอกจากนี้ยังมีการทดสอบแล้วว่าใช้งานได้โดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

สเปคของ WD My Passport GO 1TB ตัวนี้จะฝังสาย USB-A 3.0 มาให้กับตัวไดรฟ์และมีช่องเจาะสำหรับเก็บหัวสาย USB ในตัว ความเร็วอ่านเขียนข้อมูลสูงสุดที่ 400 MB/s รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือ macOS Mojave เป็นต้นไป และมีซอฟท์แวร์ WD Discovery ติดมาให้ในไดรฟ์สำหรับแบ็คอัพไฟล์และจัดการตัว External SSD ได้ด้วย ถือว่ามาทีเดียวครบเครื่องพร้อมใช้งานทันที มีประกันสินค้า 3 ปี

ส่วนจุดเด่นของ SSD ตัวนี้คือ มีซอฟท์แวร์ซัพพอร์ตการใช้งานจาก Western Digital แถมมาในไดรฟ์พร้อมติดตั้งใช้งาน, สาย USB-A 3.0 สามารถพับเก็บเอาไว้ด้านหลังตัวกล่องได้เลย แต่ข้อสังเกตคือไดรฟ์ตัวนี้เปิดตัวมาสักพักแล้วและพอร์ตยังเป็น Type-A ดังนั้นถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนเปลี่ยนมาใช้ USB-C อย่างเดียวเช่น MacBook ก็ต้องหาอแดปเตอร์มาแปลงเพิ่มเติมและประกันตัวไดรฟ์มีเพียง 3 ปีเท่านั้น

สเปคของ WD My Passport GO 1TB
  • External SSD ความจุ 1TB ออกแบบรองรับการกระแทกจากที่สูง 2 เมตร
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-A 3.0 โอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • ความเร็วอ่านเขียนข้อมูลสูงสุด 400 MB/s
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 7 หรือ macOS Mojave เป็นต้นไป
  • มีประกันสินค้า 3 ปี
  • ราคา 3,700 บาท (Speed Computer JD Central)
ข้อดี จุดสังเกต
1. มีซอฟท์แวร์ซัพพอร์ตการใช้งานจาก Western Digital แถมมาในไดรฟ์พร้อมติดตั้งใช้งาน 1. พอร์ตยังเป็น USB-A ถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนเป็น USB-C จะต้องหาอแดปเตอร์มาแปลง
2. สาย USB-A 3.0 สามารถพับเก็บเอาไว้ด้านหลังตัวกล่องได้เลย 2. มีประกันสินค้า 3 ปี เท่านั้น
3. WD My Passport SSD 1TB (4,850 บาท)

my passport usb 3 2 ssd MidnightBlue front.png.wdthumb.1280.1280

ถ้าอยากโอนถ่ายไฟล์ได้อย่างรวดเร็วมีงบพร้อมจ่ายและอยากได้ SSD ของ Western Digital ล่ะก็ ผู้เขียนแนะนำให้อัพเกรดเป็น WD My Passport SSD 1TB รุ่นนี้ที่เพิ่มระบบการเข้ารหัสไฟล์แบบ AES-256 เข้ามาให้, ใช้เชื่อมต่อกับ MacBook แล้วแบ็คอัพตัวเครื่องด้วย Time Machine ได้และออกแบบให้ตัวบอดี้รองรับการตกกระแทกจากที่สูง 1.98 เมตรได้ด้วย

สเปคตัวนี้รับส่งข้อมูลผ่านสาย USB-C to A ที่แถมมาในกล่องได้เลย มีความเร็ว Sequential Read 1,050 MB/s และ Sequential Write 1,000 MB/s จัดว่าเร็วมาก สามารถแบ็คอัพและจัดการตัวไดรฟ์ไดด้ด้วยโปรแกรม WD Discovery ได้ด้วย รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 หรือ macOS High Sierra เป็นต้นไป และมีการรับประกันตัวไดรฟ์ 5 ปีอีกด้วย

สำหรับข้อดีของ WD My Passport SSD 1TB ตัวนี้ คือความเร็วอ่านเขียนข้อมูลสูงและโอนไฟล์เข้าออกผ่านทาง USB-C to A ได้ มีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยข้อมูลและรองรับแรงกระแทกจากการตกได้สูง 1.98 เมตรอีกด้วย ส่วนข้อสังเกตคือราคาไดรฟ์ค่อนข้างสูงแล้วและต้องใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นค่อนข้างใหม่อย่าง Windows 8.1 เป็นต้นไป

สเปคของ WD My Passport SSD 1TB
  • External SSD ความจุ 1TB ออกแบบรองรับการกระแทกจากที่สูง 1.98 เมตร
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C to A โอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • ความเร็ว Sequential Read 1,050 MB/s และ Sequential Write 1,000 MB/s
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 หรือ macOS High Sierra เป็นต้นไป
  • มีประกันสินค้า 5 ปี
  • ราคา 4,850 บาท (BaNANA)
ข้อดี จุดสังเกต
1. มีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล AES-256 และจัดการไดรฟ์ได้ด้วย WD Discovery และใช้งานกับ Time Machine ของ macOS ได้ด้วย 1. ราคาค่อนข้างสูง
2. โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็ว 2. รองรับ Windows 8.1 ขึ้นไป
3. ออกแบบบอดี้ป้องกันไดรฟ์เสียหายการตกกระแทกจากที่สูง 1.98 เมตร  
4. Seagate One Touch SSD 1TB (4,990 บาท)

seagate one touch

Seagate One Touch SSD 1TB ดูเผินๆ แล้ว อาจจะเหมือน Exteral SSD แบรนด์อื่นๆ ทั่วไป แต่จุดเด่นของไดรฟ์นี้ นอกจากจะเข้ารหัสความปลอดภัย AES-256 แล้วก็มีบริการ Rescue Data Recovery Service กู้ข้อมูลในไดรฟ์เมื่อเกิดความเสียหาย ได้ใช้บริการ Adobe Cretive Cloud Photography Plan ฟรีเป็นเวลา 4 เดือนนับจากวันลงทะเบียน และโหลดแอพฯ Seagate SSD Touch ใช้แบ็คอัพไฟล์ภาพกับวิดีโอจากสมาร์ทโฟน Android มาเก็บไว้ในไดรฟ์ได้เลย

สเปคของไดรฟ์นี้จะนอกจากมีขนาดเล็กยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย USB-C 3.2 เข้ากับโน๊ตบุ๊คหรือสมาร์ทโฟน Android ก็ได้ มีความเร็วรับส่งข้อมูลสูงสุด 1,030 MB/s รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS มีประกันไดรฟ์ 3 ปี เรียกว่านำมาใช้งานได้ยืดหยุ่นทีเดียว

ข้อดีของไดรฟ์นี้ เรียกว่ามีหลายข้อทีเดียวไม่ว่าจะมีระบบเข้ารหัส AES-256, บริการกู้ข้อมูล Rescue Data Recovery Service, เชื่อมต่อแบ็คอัพไฟล์จาก Windows, macOS และสมาร์ทโฟน Android ผ่านทาง USB-C ได้อีกด้วย แต่ที่น่าสังเกตคือประกันตัวไดรฟ์อยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น

สรุปสเปคของ Seagate One Touch SSD 1TB
  • External SSD ความจุ 1TB ขนาดเล็กพกพาง่าย แบ็คอัพข้อมูลให้มือถือ Android ได้
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 โอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • ความเร็วรับส่งข้อมูลสูงสุด 1,030 MB/s
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows กับ macOS
  • มีประกันสินค้า 3 ปี
  • ราคา 4,990 บาท (Advice)
ข้อดี จุดสังเกต
1. เข้ารหัสข้อมูลแบบ AES-256 เพิ่มความปลอดภัยให้ข้อมูลและมีบริการกู้ข้อมูลด้วย 1. ประกันตัวไดรฟ์อยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น
2. แบ็คอัพข้อมูลให้มือถือ Android ได้  
3. ได้ใช้บริการ Adobe Cretive Cloud Photography Plan ฟรีเป็นเวลา 4 เดือน  
5. SanDisk Extreme Portable SSD V2 1TB (4,990 บาท)

extreme usb 3 2 ssd front.png.wdthumb.1280.1280

ถ้าเป็นคนพก SSD External ไปไหนมาไหนเป็นประจำ ต้องการไดรฟ์ทนๆ กันน้ำกันฝุ่นได้ด้วยจะมี SanDisk Extreme Portable SSD V2 เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะนอกจากจะแบ็คอัพไฟล์จากสมาร์ทโฟน Android เข้ามาในไดรฟ์ได้ด้วยแอพฯ SanDisk Memory Zone, เข้ารหัสรักษาความปลอดภัยข้อมูล AES-256, ออกแบบป้องกันการตกจากที่สูงแล้วไดรฟ์เสียหายระดับ 2 เมตรและกันน้ำกับฝุ่นระดับ IP55 อีกด้วย เรียกว่าเกิดมาเพื่อสายเดินทางตัวจริง

สเปคของ SSD External ตัวนี้ จะเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 ความเร็ว Sequential Read 1,050 MB/s และ Sequential Write 1,000 MB/s สามารถใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการทั้ง Windows, macOS และมีประกันตัวไดรฟ์อีก 5 ปี ดูแลกันต่อเนื่องได้หลายปีเลย

จุดเด่นหลักของ SanDisk Extreme Portabe SSD V2 นอกจากระบบการเข้ารหัส AES-256 และแบ็คอัพไฟล์ให้กับสมาร์ทโฟน Android ได้แล้ว ยังกันน้ำและฝุ่นระดับ IP55 และออกแบบให้ป้องกันการตกกระทบพื้นแล้วไดรฟ์เสียหายในระยะ 2 เมตรได้ด้วย แต่ข้อสังเกตคือเนื่องจากไดรฟ์นี้เป็น V2 แล้ว และมีไดรฟ์รุ่นแรกที่หน้าตาเหมือนกันเวลาเลือกซื้อต้องดูข้อมูลให้ดีไม่อย่างนั้นอาจจะซื้อผิดรุ่น

สเปคของ SanDisk Extreme Portable SSD V2
  • External SSD ความจุ 1TB ขนาดเล็กพกพาง่าย แบ็คอัพข้อมูลให้มือถือ Android ได้ กันน้ำและฝุ่นระดับ IP55
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 โอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • ความเร็ว Sequential Read 1,050 MB/s และ Sequential Write 1,000 MB/s
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows กับ macOS
  • มีประกันสินค้า 5 ปี
  • ราคา 4,990 บาท (Advice)
ข้อดี จุดสังเกต
1. เข้ารหัสข้อมูลแบบ AES-256 1. ไดรฟ์เวอร์ชั่นใหม่มีหน้าตาเหมือนรุ่นแรก เวลาเลือกซื้อต้องดูสเปคให้ดีไม่อย่างนั้นอาจจะซื้อผิดได้
2. แบ็คอัพข้อมูลให้มือถือ Android ได้  
3. กันน้ำและฝุ่นระดับ IP55 และป้องกันการตกกระแทกพื้นความสูง 2 เมตรได้  
6. Samsung Portable SSD T7 1TB (6,650 บาท)

th portable ssd t7 mu pc1t0t ww frontgray 266000762

ถ้าพูดถึง SSD External แล้ว แบรนด์ Samsung ก็ต้องมีติดโผมาด้วยเช่นกัน ซึ่งรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำเป็น Samsung Portable SSD T7 1TB ที่ออกแบบมาใช้แบ็คอัพไฟล์งาน, ตัวเครื่องได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Shock Resistance ป้องกันไดรฟ์เสียหายจากการตกกระแทกและเข้ารหัสป้องกันไดรฟ์ นอกจากนี้ยังรองรับการฟอร์แมตเป็นไดรฟ์ติดตั้งเกมเพิ่มเติมให้เครื่องเกมคอนโซลได้อีกด้วย 

สเปคของ Samsung Portable SSD T7 1TB รุ่นนี้จะรับส่งไฟล์ผ่านทาง USB-C 3.2 Gen 2 มีความเร็ว Sequential Read 1,050 MB/s และ Sequential Write 1,000 MB/s เรียกว่าไวทันใจ รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Android เครื่องเกมคอนโซลต่างๆ ได้ทั้งหมด มีประกันตัวไดรฟ์ 3 ปีอีกด้วย เรียกว่าเป็น SSD External ที่เอาไปใช้งานได้หลากหลายแบบมา

ข้อดีของไดรฟ์ Samsung Portable SSD T7 1TB คือเป็นไดรฟ์ที่มี Shock Resistance ป้องกันการตกกระแทกแล้วไดรฟ์กับข้อมูลในไดรฟ์เสียหาย, เชื่อมต่อกับเครื่องเกมคอนโซลเป็นฮาร์ดดิสก์เสริมได้และเอามาแบ็คอัพโอนไฟล์จากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนก็ได้ แต่ข้อสังเกตมีอย่างเดียวคือการรับประกันอยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น จัดว่าค่อนข้างสั้น

สเปคของ Samsung Portable SSD T7 1TB
  • External SSD ความจุ 1TB ขนาดเล็กพกพาง่าย ใช้เป็นฮาร์ดดิสก์เสริมให้เครื่องเกมคอนโซลได้ด้วย
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 โอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • ความเร็ว Sequential Read 1,050 MB/s และ Sequential Write 1,000 MB/s
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, Android เครื่องเกมคอนโซลต่างๆ
  • มีประกันสินค้า 3 ปี
  • ราคา 6,650 บาท (Samsung Thailand)
ข้อดี จุดสังเกต
1. มี Shock Resistance ป้องกันการตกกระแทกแล้วไดรฟ์กับข้อมูลในไดรฟ์เสียหาย 1. รับประกันตัวไดรฟ์เพียง 3 ปีเท่านั้น
2. เชื่อมต่อกับเครื่องเกมคอนโซลเป็นฮาร์ดดิสก์เสริมได้  
7. WD_BLACK P50 Game Drive SSD 1TB (8,090 บาท)

wd black p50 game drive usb 3 2 ssd front.png.wdthumb.1280.1280

สุดท้าย SSD External รุ่น WD_BLACK P50 Game Drive SSD 1TB ที่เลือกมาแนะนำจะเป็น SSD แยกที่ทาง Western Digital ออกแบบมาเป็น SSD ต่อแยกภายนอกสำหรับติดตั้งเกมโดยเฉพาะ จะเอามาต่อกับพีซีหรือเครื่องคอนโซลไหนก็รองรับ และดีไซน์ดูเท่ดุดันมาก

สเปคของ WD_BLACK P50 Game Drive SSD 1TB จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 2,000 MB/s รองรับ Windows 8.1, Windows 10, macOS 10.11, PlayStation 4/4 Pro ที่อัพเดทซอฟท์แวร์เป็นเวอร์ชั่น 4.50 เป็นต้นไปและ Xbox One และรับประกันตัวไดรฟ์อีก 5 ปีเต็มๆ ซึ่งถ้าใครต้องการรับส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็วหรือจะเพิ่มพื้นที่ลงไฟล์ในเครื่องคอนโซลนั้นๆ ที่บ้าน ก็ซื้อไดรฟ์นี้ไปติดตั้งได้เลย

จุดเด่นของ SSD External ตัวนี้ คือเป็น SSD External สำหรับลงเกมโดยเฉพาะสำหรับเครื่องระบบปฏิบัติการไหนก้ได้ทั้งหมด รับส่งข้อมูลได้ไวและรับประกันยาว 5 ปีอีกด้วย จัดว่าคุ้มมาก แต่จุดสังเกตหลักๆ คือราคาของไดรฟ์ที่ความจุเพียง 1TB ก็ราคาเฉียดหมื่น ซึ่งถ้าใครต้องการอัพเกรดเครื่องคอนโซลให้ดีที่สุดจะเลือกซื้อไดรฟ์ตัวนี้มาติดตั้งก็ดีเช่นกัน

สเปคของ WD_BLACK P50 Game Drive SSD 1TB
  • External SSD ความจุ 1TB สำหรับเป็นไดรฟ์เสริมใช้ลงเกมโดยเฉพาะ รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วและรองรับหลายระบบปฏิบัติการ
  • เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C 3.2 Gen 2 โอนไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • รับส่งข้อมูลได้เร็วสุด 2,000 MB/s
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 8.1, Windows 10, macOS 10.11, PlayStation 4/4 Pro ที่อัพเดทซอฟท์แวร์เป็นเวอร์ชั่น 4.50 เป็นต้นไปและ Xbox One
  • มีประกันสินค้า 5 ปี
  • ราคา 8,090 บาท (BaNANA)
ข้อดี จุดสังเกต
1. รับส่งข้อมูลได้รวดเร็วมากถึง 2,000 MB/s 1. ราคาของไดรฟ์แพงมาก
2. ใช้เป็นไดรฟ์ติดตั้งเกมได้ รองรับหลากหลายระบบปฏิบัติการและคอนโซล  

สรุปสเปค SSD External 7 รุ่นตัวเด็ดแนะนำให้ซื้อไว้เซฟงาน

จะเห็นว่า SSD External ในปัจจุบันนั้นมีรุ่นน่าสนใจให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งรุ่นเริ่มต้นราคาหลักพันต้นๆ เอาไว้เซฟงานเป็นหลักไปจนรุ่นที่ทำมาเป็นไดรฟ์ติดตั้งเกมได้อีกด้วย ซึ่งถ้าสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคของ SSD External จุดประสงค์ของไดรฟ์ การเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูล ระบบปฏิบัติการ ราคาและระยะเวลารับประกัน
Seagate SSD External Barracuda 1TB กล่อง SSD แบบถอดอัพเกรดได้ USB-C 3.1

Sequential Read 560 MB/s

Sequential Write 540 MB/s

Windows XP
หรือ
Mac OS 9.0
ขึ้นไป
2,390 บาท

รับประกัน 5 ปี

WD My Passport GO 1TB SSD ใช้เซฟงานทั่วไป รองรับการตกกระแทกได้สูง 2 เมตร USB-A 3.0

ความเร็วอ่านเขียนสูงสุด 400 MB/s

Windows 7
หรือ
macOS Mojave
เป็นต้นไป
3,700 บาท

รับประกัน 3 ปี

WD My Passport
SSD 1TB
SSD ใช้เซฟงานทั่วไป รองรับการตกกระแทกได้สูง 1.98 เมตร USB-C to A

Sequential Read 1,050 MB/s

Sequential Write 1,000 MB/s

Windows 8.1
หรือ
macOS
High Sierra
เป็นต้นไป
4,850 บาท

รับประกัน 5 ปี

Seagate One Touch SSD 1TB SSD ขนาดเล็กพกง่าย แบ็คอัพข้อมูลจากมือถือ Android ได้ด้วย USB-C 3.2

ความเร็วอ่านเขียนสูงสุด 1,030 MB/s

Windows
กับ
macOS
4,990 บาท

รับประกัน 3 ปี

SanDisk Extreme Portable SSD V2 1TB SSD พกพาเน้นความทนทาน กันน้ำและฝุ่นระดับ IP55 USB-C 3.2 Gen 2

Sequential Read 1,050 MB/s

Sequential Write 1,000 MB/s

Windows
กับ
macOS
4,990 บาท

รับประกัน 5 ปี

Samsung Portable
SSD T7 1TB
SSD ขนาดเล็กพกง่าย ใช้เป็นฮาร์ดดิสก์เสริมให้เครื่องคอนโซลได้ USB-C 3.2 Gen 2

Sequential Read 1,050 MB/s

Sequential Write 1,000 MB/s

Windows

macOS

Android

เครื่องเกมคอนโซล

6,650 บาท

รับประกัน 3 ปี

WD_BLACK P50 Game Drive SSD 1TB SSD เพื่อใช้เป็นฮาร์ดดิสก์เสริมให้เครื่องคอนโซล USB-C 3.2 Gen 2

ความเร็วอ่านเขียนสูงสุด 2,000 MB/s

Windows 8.1

Windows 10

macOS 10.11

PlayStation 4/4 Pro

Xbox One

8,090 บาท

รับประกัน 5 ปี

จะเห็นว่า SSD External นั้นมีรุ่นสเปคดีน่าสนใจให้เลือกมากมาย และข้อดีของการเลือกไดรฟ์ประเภทนี้มาเซฟงาน คือมันประหยัดเวลาเรื่องการโอนไฟล์เข้าออกไดรฟ์ไปมาก นอกจากนี้บางรุ่นก็เอามาแบ็คอัพไฟล์จากสมาร์ทโฟนได้ หรือจะเลือกเป็นไดรฟ์เสริมสำหรับเกมมิ่งพีซีหรือคอนโซลก็ได้ เรียกว่ามีให้เลือกหลากหลายแบบมาก

แต่สิ่งที่ต้องเตรียมตัวและระวังสักหน่อยเมื่อใช้ SSD External เป็นตัวเซฟไฟล์ คือถ้ามีไฟล์สำคัญเก็บไว้ในไดรฟ์นั้นๆ แล้วเกิดปัญหาข้อมูลหายจะกู้ไฟล์คืนจะทำได้ยากกว่า ดังนั้นผู้เขียนแนะนำในมุมว่าให้เอา SSD เป็นไดรฟ์พกพาเซฟงานแบบรวดเร็ว พอใช้ไฟล์เสร็จแล้วจะเอามาแบ็คอัพใน External Harddisk เผื่อเอาไว้ใช้ในอนาคตจะดีกว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง

lol cover

tws 2 cover

asus vivobook cover

from:https://notebookspec.com/web/624216-7-ssd-external-1tb-to-have-in-your-bag

5 ขั้นตอนอัพเกรดโน๊ตบุ๊คให้เจ๋งขึ้น ฉบับสั่งพาร์ทมาทำเองจนจบงาน อัพเดท 2021

อัพเกรดโน๊ตบุ๊คสักเครื่องไม่ยากเลย แค่เข้าใจว่าทำส่วนไหนได้ ทำยังไงก็ลองเริ่มต้นด้วยตัวเองได้เลย

upgrade laptop cover

คอมพิวเตอร์และการอัพเกรดนั้นถือเป็นของคู่กันเสมอ ยิ่งตอนนี้ผู้ใช้หลาย ๆ คนก็มีโน๊ตบุ๊คไม่ว่าจะซื้อมาใหม่หรือเป็นเครื่องเก่าสภาพดีอยู่ ก็คงมีแผนอัพเกรดโน๊ตบุ๊คให้ทำงานได้เร็วขึ้น จะได้ไม่ต้องเสียเงินหลักหมื่นซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้ จะได้ไม่ต้องย้ายข้อมูลไปมาแล้วตั้งค่าเครื่องกันใหม่ จะได้เสียเวลาน้อยลงแล้วทำงานได้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

แต่เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนอาจจะสงสัยว่าโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่งนอกจาก RAM และ SSD สองอันนี้แล้ว เราสามารถอัพเกรดส่วนไหนได้อีก? ซึ่งในส่วนนี้ นอกจากซีพียู, การ์ดจอ, คีย์บอร์ดกับโครงของตัวเครื่องแล้ว ผู้ใช้ที่มีทักษะช่างระดับหนึ่งก็สามารถแกะชิ้นส่วนมาอัพเกรดได้มากมาย แม้แต่หน้าจอก็สามารถถอดมาอัพเกรดได้เช่นกัน ถ้าหาชิ้นส่วนรุ่นที่เข้ากับเครื่องของเรามาใช้ได้

อัพเกรดโน๊ตบุ๊ค

จะอัพเกรดโน๊ตบุ๊คสักเครื่อง มาดูกันก่อนอัพส่วนไหนได้บ้าง?

laptop inside

ถ้ายกเว้นซีพียู, เมนบอร์ดและการ์ดจอสามชิ้นนี้ที่ถูกบัดกรีติดเอาไว้ด้วยกันและไม่สามารถแกะมาอัพเกรดได้เหมือนกับเดสก์ท็อปพีซีแล้ว โน๊ตบุ๊คก็มีชิ้นส่วนที่อัพเกรดได้หลายชิ้น ถ้าให้แยกเป็นส่วน ๆ แล้ว ส่วนที่ผู้ใช้อย่างเราสามารถอัพเกรดได้ด้วยตัวเองได้ ได้แก่

  1. ฮาร์ดดิสก์ – 1 ใน 2 ชิ้นส่วนพื้นฐานที่ผู้ใช้ทั่ว ๆ ไปที่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์สามารถถอดเปลี่ยนและอัพเกรดได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้ปัจจุบันนี้โน๊ตบุ๊คหลาย ๆ แบรนด์จะใส่ SSD แบบ M.2 NVMe รุ่น OEM ที่สั่งผลิตจำนวนมากมาให้แล้ว แต่ผู้ใช้บางคนที่ไม่พอใจกับความเร็วและประสิทธิภาพก็สามารถสั่ง Clone Windows 10 จาก M.2 NVMe ลูกเดิมไปใส่ใน M.2 NVMe อันใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงขึ้นแล้วเอามาใส่แทนก็ได้ และโน๊ตบุ๊คบางเครื่องก็มีช่องใส่ SATA III SSD เปล่า ๆ มาให้เพิ่ม SSD ได้ด้วย ส่วน M.2 NVMe อันเก่าก็เอาไปใส่กล่อง SSD ใช้เป็น External Harddisk แทนก็ได้
  2. RAM – อีกชิ้นส่วนสำคัญที่ผู้ใช้หลายคนเลือกอัพเกรดกันแทบจะทันที ซึ่งบางคนก่อนจะกดเปิดเครื่องก็เปิดฝาแล้วใส่แรมเพิ่มทันทีเลยก็มีเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ก็มักเลือกอัพเกรดเป็น 8GB ไม่ก็ 16GB เลย เพื่อให้มีพื้นที่พักข้อมูลให้ใช้งานมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามโน๊ตบุ๊คแต่ละเครื่องจะรองรับความจุแรมได้แตกต่างกัน ก่อนอัพเกรดแนะนำให้เช็คโน๊ตบุ๊คของเรากับหน้าสเปคบนเว็บไซต์นั้น ๆ ก่อน ว่าสามารถเพิ่มแรมได้กี่ GB จะได้ไม่ต้องซื้อมาแล้วใช้ได้ไม่เต็มที่
  3. Wi-Fi & Bluetooth Card – หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า Wi-Fi & Bluetooth Card ก็สามารถถอดอัพเกรดได้เหมือนกับ SSD ซึ่งหน้าตาของมันจะคล้ายกับ SSD แบบ M.2 NVMe เป็นอย่างมาก แค่ตัวจะสั้นกว่าและจุดสังเกตคือ เมื่อเปิดฝาเครื่องออกมาแล้ว การ์ดตัวนี้จะมีสายไฟ 2 เส้นเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งเป็นสายเชื่อมต่อกับตัวเมนบอร์ดเพื่อรับส่งข้อมูลนั่นเอง ซึ่งบางคนที่อยากให้โน๊ตบุ๊คของตัวเองเปลี่ยนจาก Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กลายเป็น Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ก็อัพเกรดชิ้นส่วนนี้ได้ด้วยเช่นกัน แต่เราต้องเช็คกับเว็บไซต์หรือหาข้อมูลในเว็บบอร์ดต่างประเทศก่อน ว่าโน๊ตบุ๊คของเราใช้ Wi-Fi & Bluetooth Card ร่วมกับโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนบ้าง แล้วรุ่นนั้น ๆ ใช้การ์ด Wi-Fi 6 รุ่นอะไร แล้วมีใครที่ทดลองเปลี่ยนแล้วใช้งานได้ก็ค่อยซื้อตาม จะช่วยให้ประหยัดเงินและมั่นใจได้ว่าอัพเกรดแล้วไม่เสียเปล่า
  4. แบตเตอรี่ – แบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คนั้น ถึงจะดูเสื่อมสภาพช้ากว่าสมาร์ทโฟนที่เราถือติดมือกันเป็นประจำก็ตาม แต่ก็มีระยะเวลาเสื่อมของมันเหมือนกัน ซึ่งถ้าใครอยากอัพเกรดโน๊ตบุ๊คของตัวเองให้แบตเตอรี่มีความจุมากขึ้น ผู้เขียนแนะนำให้ตัวแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเสียก่อน แล้วหาข้อมูลว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นที่เราใช้ มีแบตเตอรี่รุ่นเทียบเคียงหรือรุ่นที่มีความจุมากกว่ารุ่นไหนให้ซื้อมาเปลี่ยนได้บ้าง โดยส่วนใหญ่แบตเตอรี่รุ่นที่มีความจุมากขึ้นจำเป็นต้องสั่งจากเว็บไซต์ต่างประเทศเข้ามา เช่น Newegg หรือ Amazon เป็นต้น
  5. หน้าจอ – ถ้าใครมีความสามารถเชิงช่าง แกะซ่อมโน๊ตบุ๊คอยู่บ่อย ๆ แล้วรู้สึกว่าหน้าจอโน๊ตบุ๊คความละเอียดระดับ HD มันไม่คมชัดเอาเสียเลย ก็สามารถอัพเกรดหน้าจอโน๊ตบุ๊คได้เหมือนกัน! แต่ข้อควรระวังนอกจากการหาข้อมูลแล้วเลือกรุ่นหน้าจอที่เข้ากับเครื่องของเราแล้ว เวลาทำก็ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องแกะกรอบหน้าจอซึ่งมีโอกาสแตกหักได้ด้วย

สำหรับการอัพเกรดโน๊ตบุ๊คนั้น ในส่วนของฮาร์ดดิสก์และ RAM เราสามารถจัดการได้ด้วยตัวเองและยังได้รับการรับประกันอยู่ตามปกติ ยกเว้นเรื่องแบตเตอรี่, หน้าจอและ Wi-Fi & Bluetooth Card ที่เป็นชิ้นส่วนนอกเหนือจากที่ผู้ผลิตให้ผู้ใช้อัพเกรดได้ด้วยตัวเอง ก็จะทำให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นหมดประกันไปโดยปริยาย ซึ่งถ้าผู้ใช้คนไหนอยากลองฝีมือกับโน๊ตบุ๊คของเราที่หมดประกันแล้ว ก็ลองแกะแล้วอัพเกรดได้เลย

รู้รุ่นก่อนอัพเกรดโน๊ตบุ๊ค ซื้อพาร์ทเป็นแล้วเครื่องจะดีขึ้นเอง!

สำหรับการอัพเกรดโน๊ตบุ๊คสักเครื่อง ก่อนจะเริ่มซื้อชิ้นส่วนใหม่ ๆ มาติดตั้งในเครื่อง เราก็ควรเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับโน๊ตบุ๊คของเราให้ครบถ้วนก่อน ถ้าให้ดียิ่งขึ้นจะแกะเครื่องออกมาไล่ดูชิ้นส่วนต่าง ๆ และถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เผื่อต่อไปอยากอัพเกรดเพิ่มจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเปิดฝาดูใหม่ แล้วค่อยเริ่มซื้อชิ้นส่วนต่าง ๆ มาอัพเกรดให้กับเครื่องของเราจะดีที่สุด ซึ่งวิธีการดูนั้นให้เริ่มต้นจากการดูรุ่นของโน๊ตบุ๊คเสียก่อนเป็นอย่างแรก

pc spec

ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างวิธีการหาข้อมูลและการอัพเกรดเป็นโน๊ตบุ๊คส่วนตัวของผู้เขียนเอง เริ่มต้นให้กดปุ่ม Windows จากนั้นพิมพ์คำว่า About แล้วเลื่อนลงมาดูที่ Device specifications เพื่อดูรายละเอียดของโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้น ๆ ว่าเป็นรุ่นอะไร โดยเครื่องตัวอย่างของผู้เขียนนั้นจะเป็น Lenovo IdeaPad 330S-14IKB และเมื่อนำไปเช็คข้อมูลทั้งหมดแล้วจะเป็นดังนี้

spec lenovo 330S

จะเห็นว่า Lenovo เครื่องนี้มีส่วนที่อัพเกรดได้หลายอย่างด้วยกัน คือ

  1. หน้าจอ
  2. RAM
  3. ฮาร์ดดิสก์
  4. แบตเตอรี่
  5. Wi-Fi & Bluetooth Card

lenovo laptop ideapad 330s 14 feature 2

1. หน้าจอ

ที่หน้าเว็บไซต์จะมีรุ่น 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พาเนล IPS ที่เป็นสเปคเดียวกันอยู่ด้วย ซึ่งเครื่องในตัวอย่างจะเป็นความละเอียด HD (1366×768 พิกเซล) นั่นหมายความว่าถ้าเราหาซื้อหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD สำหรับ Lenovo เครื่องนี้มาได้ ก็สามารถถอดอัพเกรดได้เช่นกัน

lenovo screen extra part

จากหน้าสเปค จะเห็นว่าหน้าจอ Lenovo IdeaPad 330S-14IKB จะมีชิ้นส่วนขายแยกด้วย เช่นจากเว็บไซต์ LaptopScreen ตัวนี้ที่ขายราคา 94.99 ดอลลาร์ หรือราว 2,969 บาท ซึ่งผู้เขียนคาดว่ายังไม่รวมราคาจัดส่งสินค้าด้วยบริการขนส่งจากคลังสินค้าด้วย และนอกจากนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ทดลองกด TO CART แล้วลองดูว่าทางผู้ขายเจ้านั้น ๆ สามารถส่งสินค้ามาประเทศไทยหรือเปล่า ซึ่งถ้าพร้อมส่งแล้วต้องการอัพเกรดอยู่แล้ว ก็กดสั่งซื้อมาได้เลย

สำหรับการอัพเกรดหน้าจอโน๊ตบุ๊คด้วยตัวเองนั้น จะทำได้ค่อนข้างยากและถ้าไม่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ก็ไม่แนะนำให้อัพเกรดด้วยตัวเอง รวมทั้งทำให้เครื่องที่ยังมีประกันตัวเครื่องเหลืออยู่หมดประกันไปในทันที หากซื้อหน้าจอมาแล้วก็แนะนำให้ยกเครื่องไปให้ร้านที่รับซ่อมโน๊ตบุ๊คทำให้ก็ได้ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงทำหน้าจอพัง แล้วจะขายหน้าจอเก่าที่ความละเอียดน้อยกว่าเป็นอะไหล่ได้ด้วย

2. RAM

ram resized small

ที่หน้าเว็บไซต์ของ Lenovo นั้น จะเห็นว่าทางผู้ผลิตจะแสดงข้อมูลแรมสูงสุดเป็น 4GB onboard DDR4 จับคู่กับ 8GB SO-DIMM อีกหนึ่งเส้น ซึ่งจะได้ 12GB DDR4 เท่านั้น หากความจุระดับนี้ตอบโจทย์การใช้งานแล้วจะเอาไปใช้งานเลยก็ได้

ram

แต่เมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม หน้าเว็บไซต์ผู้ผลิตแรมและ SSD ชั้นนำอย่าง Crucial จะแสดงข้อมูลว่าแรมทั้งระบบของตัวเครื่องรองรับสูงสุดได้ 20GB DDR4 ดังนั้นถ้าต้องการอัพเกรดแรมเข้าไปอีก 16GB เผื่อเอาไว้ใช้งานแบบผู้เขียนเองก็ได้เช่นกัน และระบบ Windows ก็เรียกมาใช้งานได้ครบถ้วนอีกด้วย ส่วนถ้าใครสงสัยว่ารูปแบบการใช้งานของเราต้องใช้แรมกี่ GB กันแน่ สามารถอ่านในบทความนี้ได้เลย

3. ฮาร์ดดิสก์

img 55ff43a800e80

ในส่วนนี้ ถ้าเราสังเกตดูจะเห้นว่าตัวเครื่องมีตัวเลือกแบบ 128GB PCIe SSD + 1TB SATA HDD นั่นหมายความว่าเราสามารถใส่ SSD แบบ M.2 NVMe หรือ M.2 SATA คู่กับ SATA III SSD คู่กันได้เลย หรือจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ซึ่งถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้น ๆ ต้องเซฟไฟล์ข้อมูลเยอะ แล้วไม่อยากพก External Harddisk ติดตัวไปไหนมาไหน ก็ใส่ฮาร์ดดิสก์ทั้งสองตัวไว้ในเครื่องเลยก็ได้เช่นกัน แต่จากที่ผู้เขียนทดลองใช้งานมา การใส่ M.2 NVMe กับ SATA III SSD มีผลให้ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ลดลงด้วย

1 31 3 e1614158793312

ส่วนตัวแนะนำว่าถ้าอยากอัพเกรดโน๊ตบุ๊คให้มีความจุในเครื่องเยอะและกินแบตฯ น้อย ให้ใส่ M.2 NVMe ความจุและประสิทธิภาพสูงสัก 512GB เอาไว้ในเครื่อง แล้วโอนไฟล์งานใส่ไว้ใน External SSD ที่เป็น M.2 NVMe อันเก่าจากผู้ผลิตแล้วต่อเครื่องใช้งานเฉพาะตอนจำเป็น จะช่วยยืดระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นยิ่งกว่าเดิมร่วมชั่วโมงเลยทีเดียว โดยกล่อง SSD รุ่นแนะนำสำหรับใส่ M.2 NVMe อันเก่าคลิกดูรุ่นแนะนำได้ที่นี่

4. แบตเตอรี่

ส่วนใหญ่แล้วอายุการใช้งานแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คก่อนเสื่อมสภาพนั้น จะขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะอยู่ราว 2-3 ปี หลังจากเริ่มใช้งานมา โดยอาการเสื่อมจะมีทั้งแบบที่สังเกตเห็นได้ด้วยการใช้งาน คือระยะเวลาใช้งานลดลงจากเดิมอย่างชัดเจน เช่นจากปกติสามารถเปิดเครื่องใช้งานโดยไม่ต้องต่อปลั๊กได้ร่วม 7-9 ชั่วโมงได้โดยไม่ต้องต่อปลั๊ก ก็เหลือ 6-7 ชั่วโมง หรือน้อยกว่านั้น หรือจะใช้โปรแกรมอย่าง HWMonitor เช็คสภาพของแบตเตอรี่ก็ได้

20 07 2013 12 23 21

โดยวิธีการดู คือให้เราเลื่อนลงมาดูที่หัวข้อ Battery จากนั้นดูที่ Levels แล้วสังเกตที่คำว่า Wear Level ว่าอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าหัวข้อ Wear Level ยิ่งเยอะ แบตเตอรี่ยิ่งเสื่อมมากขึ้นนั่นเอง ส่วนอีกวิธีจะเห็นรายละเอียดเยอะและชัดเจนกว่า โดยให้เราใช้ Command Prompt เพื่อเช็คได้เลย

batt check 1

วิธีการคือให้เราเปิด Command Prompt แล้วพิมพ์คำว่า powercfg -batteryreport จากนั้นกด Enter ตัวเครื่องจะรันคำสั่งเช็คแบตเตอรี่ในเครื่องให้เราว่าตอนนี้แบตเตอรี่ในโน๊ตบุ๊คของเรายังจุไฟได้เท่าไหร่

battery check 2

Windows 10 จะเซฟเป็นไฟล์ชื่อ battery-report เอาไว้ในเครื่องให้เราพร้อมแสดงรายละเอียดของแบตเตอรี่ของเราด้วย ว่าตอนนี้สภาพแบตเตอรี่สามารถเก็บประจุเอาไว้ได้กี่วัตต์ชั่วโมง (Whr) ซึ่งถ้าเหลือเริ่มน้อยแล้วคิดว่ายังไม่ขายเครื่องเป็นมือสองแล้วเปลี่ยนเครื่องใหม่ก็เปลี่ยนเองได้เช่นกัน

battery smol

นอกจากรู้ว่าสภาพแบตเตอรี่ของเรายังเก็บไฟได้ดีแค่ไหนแล้ว ก็ต้องรู้รูปทรงของแบตเตอรี่ด้วย เพราะผู้ผลิตจะออกแบบแบตเตอรี่ให้มีรูปทรงแตกต่างกันตามดีไซน์ของเมนบอร์ดในโน๊ตบุ๊คของเรา ซึ่งถ้ายกเครื่องไปศูนย์บริการก็ข้ามในส่วนนี้ได้เลย แต่ถ้าจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตัวเองก็ควรแกะเครื่องออกมาดูดีไซน์เสียก่อนว่าผู้ผลิตใส่แบตเตอรี่ทรงไหนมาในเครื่องของเรา

battery format small

ถ้าเทียบจากภาพถ่ายด้านบนที่ผู้เขียนถ่ายภายในตัวเครื่องแล้ว จะเห็นว่าแบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊คนั้นจะมีขนาดและจุดขันน็อตทั้งหมดตรงกับแบตเตอรี่ Type A ที่มีขายออนไลน์นั่นเอง ซึ่งถ้าเช็คมั่นใจว่าเป็นรุ่นนี้แน่นอน ก็สามารถสั่งออนไลน์มาเปลี่ยนด้วยตัวเองได้เลย

สำหรับคนที่ไม่เคยเปลี่ยนแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คด้วยตัวเองมาก่อนแต่อยากลองทำดูด้วยตัวเอง แนะนำให้นำชื่อรุ่นที่เราใช้ไปพิมพ์ค้นหาใน Google โดยพิมพ์ชื่อรุ่นแล้วตามด้วยคำว่า Removal หรือ Replacement ก็ได้ แล้วจำวิธีการเปลี่ยนแบตฯ ในคลิปมาลองทำดูด้วยตัวเองได้เลย ซึ่งถ้าใครมีความสามารถเชิงช่างอยู่แล้วก็น่าจะทำเองได้ไม่ยากนัก

นอกจากนี้ โน๊ตบุ๊คบางรุ่นที่มีรุ่นย่อยใกล้เคียงกัน แต่แบตเตอรี่มีความจุมากกว่าแล้วสามารถใส่ช่องแบตฯ ในเครื่องของเราพร้อมร้อยน็อตได้ด้วย ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแล้วอัพเกรดความจุให้ตัวเครื่องไปพร้อม ๆ กัน แต่การจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ข้ามไปรุ่นใกล้เคียงกัน แนะนำให้หาข้อมูลผู้ใช้จากหลาย ๆ แหล่งก่อน ว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นเดียวกับเราเมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นตัวอื่นในซีรี่ส์แล้ว เครื่องยังเปิดติดใช้งานได้ตามปกติหรือเปล่า จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาในภายหลังนั่นเอง

5. Wi-Fi & Bluetooth Card

wlan card small

ชิ้นส่วนสุดท้ายที่เราสามารถถอดอัพเกรดได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องระมัดระวังตอนอัพเกรดหน่อย คือ Wi-Fi & Bluetooth Card นอกจากซึ่งหน้าตาและขนาดจะคล้ายกับ M.2 NVMe มีน็อตยึดหนึ่งตัวเหมือนกัน แต่จะมีสายไฟสองเส้นคือขาวและดำต่อเข้าการ์ด พออัพเกรด Wi-Fi & Bluetooth Card จะทำให้โน๊ตบุ๊คของเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะมาตรฐานการเชื่อมต่อจะเปลี่ยนไปตามตัวการ์ด เช่น ถ้าอันเดิมในเครื่องของเราเป็น Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac แล้วถ้าหารุ่นที่เป็น Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ที่ใช้งานกับเครื่องเราได้ก็ถอดการ์ดเก่าเปลี่ยนใส่อันใหม่ได้เลย

wi ficard small

ส่วนวิธีการหาข้อมูลว่าโน๊ตบุ๊คของเราสามารถเปลี่ยน Wi-Fi & Bluetooth Card เป็นรุ่นไหนได้บ้าง ต้องใช้วิธีการหาข้อมูลตามเว็บบอร์ดของผู้ใช้ต่างประเทศที่ตั้งกระทู้ถามเอาไว้ ว่าโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้อัพเกรด Wi-Fi Card เป็นรุ่นไหนที่ประสิทธิภาพดีขึ้นได้บ้าง เช่น กระทู้ที่มีผู้ใช้ Lenovo IdeaPad 330S-14IKB เหมือนของผู้เขียนที่ตั้งกระทู้เอาไว้ตั้งแต่ปี 2019 ที่ผ่านมา ก็มีผู้มาให้คำแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็นรุ่นนั้นนี้ พร้อมแนบลิ้งค์สั่งซื้อเอาไว้ให้เสร็จสรรพอีกด้วย

hommie small

ซึ่งเมื่อเราได้ข้อมูลแล้ว จะลองสั่งซื้อรุ่นแนะนำมาเปลี่ยนใช้งานดูก็ได้เช่นกัน แต่ผู้เขียนแนะนำว่าให้หาข้อมูลและรุ่นเปรียบเทียบเอาไว้จากหลาย ๆ แหล่งหน่อย ว่ารุ่นไหนใช้งานกับเครื่องของเราได้โดยไม่ต้องไปยุ่งกับการตั้งค่าอะไรมาก ๆ อาจจะหาเจอรุ่นที่ดีกว่าแต่ราคาไม่แพงมากก็ได้

แต่ Wi-Fi & Bluetooth Card จะมีรายละเอียดตอนเปลี่ยนมากกว่าการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือเพิ่มแรม ดังนั้นเวลาเปลี่ยนให้เราปิดเครื่อง ถอดสายเชื่อมต่อแบตเตอรี่เข้ากับเมนบอร์ดก่อนจะเริ่มเปลี่ยน Wi-Fi Card ตามคลิปตัวอย่างข้างบน

ข้อแนะนำคือ เราควรใช้มือถือถ่ายภาพสายไฟสภาพเดิมก่อนถอดการ์ดเอาไว้ ตอนต่อสายกลับจะได้ไม่กลับขั้ว พอเปลี่ยนการ์ดเสร็จแล้วค่อยต่อขั้วปลั๊กแบตเตอรี่กลับเหมือนเดิม ก่อนจะเปิดเครื่องมาทดลองใช้งานดู ว่าสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้หรือเปล่า ถ้าใช้ได้ตามปกติก็ใช้ต่อไปได้เลย ส่วนการ์ดตัวเก่าจะเก็บเอาไว้เป็นอะไหล่สำรองก็ได้

สรุป – อัพเกรดโน๊ตบุ๊คให้ไปต่อหรือจะพอแค่นี้แล้วซื้อเครื่องใหม่?

laptop using scaled

จะเห็นว่าวิธีการอัพเกรดโน๊ตบุ๊คสักเครื่องให้เจ๋งขึ้นกว่าแบบเดิม ๆ จากโรงงานนั้น ถ้าเคยเปิดฝาเครื่อง เพิ่มแรมเปลี่ยน SSD แล้ว ก็เอาความเข้าใจส่วนนั้นมาประยุกต์อีกนิดหน่อย ก็เอามาใช้กับการอัพเกรดชิ้นส่วนอื่น ๆ ได้ แต่โน๊ตบุ๊คนั้นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่เลี้ยงระบบอยู่ เวลาจะอัพเกรดก็ควรสั่ง Shut down เครื่อง ถอดขั้วแบตเตอรี่ในตัวออกไปก่อนแล้วค่อยเริ่มอัพเกรด จะช่วยเซฟทั้งผู้ใช้และโน๊ตบุ๊คได้ดียิ่งขึ้น

กลับกัน ถึงการอัพเกรดจะทำให้โน๊ตบุ๊คของเรายังใช้งานต่อได้นานยิ่งขึ้นก็ตาม แต่ก็ควรมองในส่วนของความคุ้มค่าด้วย ว่าระหว่างการอัพเกรดโน๊ตบุ๊คสักครั้งหรือจะเปลี่ยนใจขายเป็นเครื่องมือสองเป็นทุนไปซื้อเครื่องใหม่จะดีกว่า? โดยส่วนตัวผู้เขียนจะมีวิธีการคิดดังนี้

  1. ถ้าโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้น ๆ อายุเกิน 3-4 ปี เริ่มเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้ช้า ต่อให้ฟอร์แมตเครื่อลง Windows ใหม่แล้วก็ยังช้าอยู่ ก็ไม่คุ้มค่าอัพเกรด
  2. ถ้าซีพียูในเครื่องเป็นรุ่นเก่า เช่นเป็น Intel รุ่นที่ 4-5 ในยุคที่ Intel รุ่นที่ 11 วางขายแล้ว ก็น่าขายเครื่องเป็นมือสองเอาเป็นทุนเปลี่ยนเครื่องดีกว่า
  3.  ค่าชิ้นส่วนอัพเกรดทั้งหมดที่ต้องจ่ายเกิน 25-30% ของราคาตัวเครื่องตั้งต้นก็น่าเปลี่ยน เช่น Lenovo IdeaPad 330S-14IKB เครื่องนี้ที่ราคา 19,490 บาท แต่ค่าอัพเกรดร่วม 6,000 บาท ก็ไม่คุ้มอัพเกรดเท่าไหร่

ซึ่งผู้ใช้บางคนอาจจะมีเงื่อนไขการเปลี่ยนเครื่องที่แตกต่างจากนี้ ไม่ว่าจะไม่มีพอร์ตที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ, ไม่มีปากกาหรือจอทัชสกรีนแล้วอยากเปลี่ยนให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ก็ถือเป็นเหตุผลให้เปลี่ยนวิธีจากอัพเกรดโน๊ตบุ๊คเป็นซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่แทนก็ดีเช่นกัน แต่สุดท้ายจะเลือกอัพเกรดเครื่องหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงินและเงื่อนไขอื่น ๆ ของแต่ละคน ถ้าอัพเกรดแล้วการเงินมีปัญหาน้อยกว่าซื้อเครื่องใหม่ ก็ถือว่าคุ้มค่ากว่าเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

ran amount

ssd cover

nvme cover

ssd new cover

ssd cover

from:https://notebookspec.com/web/597647-how-to-upgrade-laptop-2021

ลองของ – เปลี่ยนฮาร์ดดิสค์เก่าเป็นเงินกับ WD ได้จริงไหม แนะนำแบบละเอียดยิบทุกขั้นตอน

จากโปรโมชั่น ฮาร์ดดิสค์เก่ามีค่าอย่าทิ้ง แลกเป็น SSD ตัวแรงจาก WD รับเงินคืน 500 บาท ที่ทีมงานแนะนำไปก่อนหน้านี้ ดูแล้วน่าสนใจและทีมงานก็มีฮาร์ดดิสค์เก่าอยู่ ก็เลยขอลองของหน่อยว่ามันได้จริงไหม ยุ่งยากไหม และถ้าฮาร์ดดิสค์เสียยังสามารถร่วมโปรโมชั่นได้ไหม

ก่อนอื่นแนะนำโปรโมชั่นนี้กันก่อนเลยคือ WD ใจดีให้นำฮาร์ดดิสค์เก่าทั้งแบบ 3.5 นิ้ว ของพีซี หรือ 2.5 นิ้ว ของโน้ตบุ๊คไปลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินคืน 500 บาท หลังจากซื้อ WD Blue SSD SATA หรือ M.2 SATA ความจุ 500GB หรือ WD Black SN750 NVMe SSD ความจุ 250GB ที่ร่วมรายการ โดยจะโอนเงินสดคืนมาให้เลย ใครมีฮาร์ดดิสค์เก่าอยู่จัดว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ขอแนะนำตัวเหยื่อของทีมงานนั่นก็คือฮาร์ดดิสค์ 3.5 นิ้วจาก WD ความจุ 320 GB เสียไหมไม่รู้เพราะเทสไม่ได้เนื่องจากเป็นสายต่อแบบ IDE ที่หาเครื่องเทสไม่ได้แล้วตอนนี้ เก่าขนาดไหนคิดดูแล้วกัน ต่อให้ใช้ได้ราคาขายในตลาดก็ไม่เกิน GB ละบาท เผื่อๆขายไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใช้โปรโมชั่นนี้ได้คุ้มกว่าแน่นอน

หลังจากได้ฮาร์ดดิสค์ที่ต้องการเทรดมาแล้วก็ไปที่ขั้นตอนการลงทะเบียน

  1. ไปที่ wdredeem.com
  2. กดปุ่ม “ลงทะเบียนด่วน!!”

ต่อมาจะเป็นการกรอกข้อมูลการลงทะเบียน โดยแบ่งเป็น

  • ข้อมูลผู้ติดต่อ ชื่อ – สกุล ,อีเมล์ และเบอร์โทร
  • ข้อมูลของฮาร์ดดิสค์ที่นำมาเทรด
    • ยี่ห้อไหนได้หมดไม่จำกัดว่าแค่ของ WD เท่านั้น
    • Serial Number ของตัวฮาร์ดดิสค์เพื่อใช้อ้างอิงตอนรับของ
    • ความจุ ใส่ความจุตามสเปคไปได้เลย
    • ระบุว่าใช้งานได้หรือไม่ได้ ถ้าไม่รู้ไม่ทราบก็ใส่เป็นใช้งานไม่ได้ไปเลย เพราะ WD เขารับหมด
    • สุดท้ายก็กดยอมรับข้อตกลง จากนั้นกด Submit ได้เลย

หลังจากกดปุ่ม Submit แล้ว ก็จะมีเลขอ้างอิงการลงทะเบียนพร้อมส่งอีเมล์ แจ้งรายละเอียดสำหรับส่งตัวฮาร์ดดิสค์ที่เราลงทะเบียนไว้กลับไปทาง WD

หลังจากลงทะเบียนแล้ว ทีมงานก็ได้แพ็คตัวฮาร์ดดิสค์ลงกล่อง พร้อมส่งไปยังที่อยู่ซึ่งระบุไว้ในอีเมล์ โดยกล่องแนะนำให้แน่นหนาหน่อย เอากล่องเก่ามาใช้ก็ได้ครับ แต่ไม่ควรเป็นซองธรรมดา เผื่อว่าทาง WD จะยังนำฮาร์ดดิสค์นี้ไปรีไซเคิลต่อได้ ลดขยะได้อีก

  • 05/04/2020 ลงทะเบียนในเว๊บ wdredeem.com
  • 06/04/2020 ส่งฮาร์ดดิสค์ผ่าน Kerry ใน Tops
  • 08/04/2020 เจ้าหน้าที่โทรมายืนยันว่าได้รับฮาร์ดดิสค์ และสามารถสั่งซื้อ SSD ได้เลย ซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญนะครับ ไม่ใช่ไปซื้อก่อน เพราะบางท่านอาจจะส่งฮาร์ดดิสค์ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ไม่สามารถร่วมโปรโมชั่นได้

จากนั้นมาสั่งซื้อกัน โดยสามารถสั่งซื้อได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่ด้วยสถานะการณ์ตอนนี้น่าจะเป็นออนไลด์ดีกว่า ซึ่งรุ่นที่ร่วมรายการคือ WD Blue SSD SATA หรือ M.2 SATA ความจุ 500GB หรือ WD Black SN750 NVMe SSD ความจุ 250GB แค่ 3 รุ่นนี้เท่านั้นนะครับ ซึ่งแล้วแต่ท่านสนใจว่าอยากได้แบบไหน โดยทีมงานรวมลิงค์หน้าร้านมาให้กดแล้ว

(JD ถูกสุด)

โดยทีมงานได้สั่ง WD Blue SSD SATA ความจุ 500GB มาจาก Advice

  • 08/04/2020 สั่ง SSD ออนไลด์จากทาง Advice ราคาประมาณ 2,500 บาท
  • 10/04/2020 Advice ส่ง SSD มาส่งกับทาง DHL

เมื่อได้ SSD พร้อมใบเสร็จแล้ว จากนั้นก็มาลงทะเบียนรับเงินคืนกัน

  • เข้าไปที่ wdredeem.com/redeem หรือหน้าเดิม จากนั้นกดที่กรอกข้อมูลรับเงินคืน
  • จากนั้นใส่ Reference Number ที่ได้มาตอนลงทะเบียน

  • จากนั้นจะขึ้นข้อมูลที่เราได้ลงทะเบียนไว้ โดยต้องกรอกข้อมูลเพิ่มสำหรับการคืนเงินได้แก่
    • เลขบัญชีธนาคาร
    • ชื่อธนาคาร
    • รุ่นที่เราแลกซื้อมา
    • จากนั้นถ่ายรูปใบเสร็จที่ซื้อมาอัพโหลดใส่เข้าไป
    • ติ๊กที่ฉันยอมรับ และกดบันทึกเป็นอันเรียบร้อย

เมื่อลงทะเบียนแล้วจะมีหน้าต่างแจ้ง พร้อมอีเมล์ยืนยัน โดยทีมงานได้ลงทะเบียนรับเงินคืนวันที่ 10/04/2020 และได้เงินคืนวันที่ 13/04/2020 เงินเข้าบัญชี 500 บาท เรียบร้อย

สรุป เริ่มลงทะเบียนวันที่ 05/04/2020 ได้รับเงินคืนวันที่ 13/04/2020 ราว 8 วันหรือหนึ่งสัปดาห์ผมว่าโอเคเลยนะครับ ใครมีโปรแกรมซื้อ SSD อยู่แล้วน่าจัดไป เพราะเหมือนได้ส่วนลดการซื้อ SSD 500 บาท คุ้ม ยิ่งกว่าคุ้ม ใครสนใจก็ตามไปจัดกันได้ ไปขุดฮาร์ดดิสค์เก่าเก่ามาลงทะเบียนกันถึง 30 เมษายนนี้เท่านั้น อีกครึ่งเดือนเองอย่าลืมกันครับ

from:https://notebookspec.com/review-wd-trade-in-campaign-2020/516141/

ชี้เป้า 7 SSD 480GB จ่ายแค่ 1,650 ก็เข้าเกมลื่น บูตเครื่องไว

ในช่วงเวลาแบบนี้ หลายคนเลือกอยู่กับบ้าน เพื่อลุยงานตามแบบฉบับ Work from Home หรือถ้าสายเกมมิ่ง ก็คงอยากจะลุยไปกับเกมโปรด ที่ในช่วงนี้ลดราคากันดุเดือด แถมยังมีโปรเล่นฟรีในบางเกมอีกด้วย ก็ทำให้หลายคนเริ่มจะหันมาอัพเกรดคอม SSD เป็นตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งจ่ายเงินน้อย แต่เห็นผลมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้บูตเครื่องได้ไวขึ้น ยังมีส่วนช่วยให้เข้าเกมได้เร็ว ลงเกมก็ไวอีกด้วย โดยเวลานี้ SSD 480GB ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะลงตัวทั้งเรื่องราคา และการใช้งาน แอดไปส่องมาให้ 7 รุ่น ราคาเริ่มแค่ 1,6xx เท่านั้นเอง จะมีรุ่นใดบ้าง ก็ไปดูกันเลยครับ

ssd 480gb

ssd 480gb

Silicon Power S55-480GB ราคา 1,650 บาท

SSD ที่ใช้ 3D TLC NAND ให้ความเร็วในการอ่าน/เขียน 500MB/s และ 450MB/s ตามลำดับ พร้อมค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง มีซอฟต์แวร์ SP Toolbox สำหรับการตรวจเช็คการใช้งาน กับการรับประกัน 3 ปี

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ssd 480gb

Silicon Power S56-480GB ราคา 1,750 บาท

SSD จากอีกรุ่นหนึ่งของค่ายนี้ที่น่าใช้ไม่เบา เรียกว่ายอดนิยมในบ้านเราอีกรุ่น มาพร้อม 3D NAND TLC และให้ความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลที่ 500MB/s และ 490MB/s ตามลำดับ กับค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง กับการรับประกัน 3 ปี

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ssd 480gb

HIKVISION C100-480GB ราคา 1,790 บาท

เป็นหนึ่งใน SSD ที่มีตัวเลือกมากขึ้น ในรุ่นนี้มาพร้อมความเร็ว 563MB/s (Read) และ 542MB/s (Write) ให้ค่า MTBF 2 ล้านชั่วโมง และการรับประกัน 3 ปี

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ssd 480gb

Pioneer R545-480GB ราคา 1,790 บาท

ให้ความเร็วในการทำงาน 520MB/s และ 450MB/s (Read/ Write) ตามลำดับ โดยใข้เทคโนโลยี TLC NAND และค่า MTBF 2,000,000 ชั่วโมง พร้อมการรับประกัน 3 ปี

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ssd 480gb

WD Green SSD-480GB ราคา 1,780 บาท

SSD 480GB อีกรุ่นหนึ่งที่น่าใช้จากผู้ผลิตค่ายใหญ่ ที่ปล่อยผลิตภัณฑ์มาเป็นทางเลือกเยอะขึ้น มาพร้อมความเร็ว 545MB/s (Read) และให้ค่า MTTF 1 ล้านชั่วโมง ให้การรับประกัน 3 ปี

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ssd 480gb

Apacer AST280-480GB ราคา 1,790 บาท

เป็น SSD ในแบบ M.2 SATA รุ่นเดียวในครั้งนี้ เป็นแบบ 3D NAND TLC มีความเร็วในการอ่าน/เขียนที่ 520MB/s และ 495MB/s พร้อมค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมงให้การรับประกัน 3 ปี

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

 

ssd 480gb

LEXAR NS100-512GB ราคา 1,870 บาท

เป็นอีกหนึ่งค่าย ที่มีไลน์ผลิตภัณฑ์ SSD 512GB ราคาน่าใช้ สเปคที่จัดว่าค่อนข้างดี กับความเร็วระดับ 520MB/s (Read) และค่า TBW 256TB กับดีไซน์ที่เรียบง่าย ให้การรับประกัน 3 ปี

ไปช้อปกันได้ที่ คลิ๊ก

 

from:https://notebookspec.com/7-ssd-480gb-for-gaming-sata/515399/

SSD ราคาถูก SSD 480GB แค่ 1,300 จัด 3 รุ่นโดนๆ ลงเกมสบาย

วันนี้จัดให้กับคอเกมที่อยากได้ SSD ราคาโดนๆ วันนี้มี SSD 480GB ราคาถูกสุดในตลาด 1,300 บาท สำหรับใช้ติดตั้งระบบ และเกม ให้ใช้งานได้ลื่นขึ้น โดยเป็น SSD SATA3 ให้ความเร็วระดับ 500MB/s (Read) ที่นำมาใช้เป็นตัวบูตวินโดวส์ แล้วนำฮาร์ดดิสด์ลูกเก่าของคุณ ไปใช้เก็บข้อมูล หรือสำรองการติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ ได้ โดยจัดมาให้ 3 รุ่นน่าใช้เลยทีเดียว ใส่ลิงก์ให้ด้วยแล้ว ถูกใจคลิ๊กสั่งซื้อได้เลย!

ssd 480gb

TEAMGROUP T-Force L5 Lite

  • Interface: SATA Rev. 3.0 (6Gb/s)
  • Capacity: 480GB
  • Terabyte Written: 480GB-60TBW
  • Performance: ATTO / Crystal Disk Mark: 480GB Read: Up to 530MB/s Max ; Write: 420MB/s
  • MTBF: 1,000,000 hours
  • Warranty: 3-year

ช้อปได้ ที่นี่

 

ssd 480gb

 

HIKVISION C100

  • 2.5-inch
  • SATA 3.0
  • Read speed: up to 560 MB/s
  • Write speed: Up to 450 MB/s
  • 3D NAND technology
  • 7 mm thick

ช้อปได้ ที่นี่

 

 

ssd 480gb

TEAMGROUP GX1

  • Interface: SATA Rev. 3.0 (6Gb/s)
  • Capacity: 120GB / 240GB / 480GB
  • Terabyte Written: 480GB / >120TB
  • Performance ATTO / Crystal Disk Mark: 480GB Read: Up to 530MB/s Max ; Write: 430MB/s
  • MTBF: 1,000,000 hours
  • Warranty: 3-year

ช้อปได้ ที่นี่

ใครชอบรุ่นไหน แบบใด ไปจัดกันได้เลย ช่วงนี้ถือว่าราคา SSD 480GB ดูจะเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋ามากกว่า แถมยังได้ SSD ที่มีสเปคพอใช้ได้ มีค่า MTBF ที่ยาวและการรับประกัน 3 ปี หากคุณมีรุ่นใดที่อยากจะมาแชร์กับเพื่อนๆ ก็คอมเมนนต์กันมาได้ที่ด้านล่างนี้ครับ

from:https://notebookspec.com/ssd-480gb-ssd-1300-for-game/507248/

จัดให้ SSD 1TB ถูกสุด 2,xxx บาท สั่งออนไลน์ 3 รุ่นเด็ด

ช่วงปลายเดือนแบบนี้ใครอยากจะจัด SSD สักตัว แอดแนะนำเลยว่า SSD 1TB กำลังสวย ทั้งการใช้งานและราคา เพราะเวลานี้เท่าที่ไปส่องมา เริ่มที่ 2,9xx บาท เท่านั้น แถมยังซื้อออนไลน? ได้อีกด้วย สนนราคานี้บอกเลย ลงวินโดวส์ พร้อมโปรแกรม แถมเกมและเก็บไฟล์เพลง วีดีโอ ยังเหลือใช้ เปิดเครื่องไว เข้าเกมก็ลื่น ถ้าวันนี้คุณมองว่า HDD จะเก็บเอาไว้ใช้สำหรับการจัดเก็บข้อมูลเป็นหลักแล้วล่ะก็ SSD ราคาถูก ทั้ง 3 รุ่นที่แอดส่องมาให้ น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณ

 

LEXAR NS 100 1TB

สำหรับ LEXAR เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งค่าย ที่สยายปีกในตลาด SSD บ้านเรามาพอสมควร กับไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ราคาเป็นมิตร เอื้อมได้ถึง ในรุ่น 1TB นี้ จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากราคาสุดเร้าใจ ซื้อออนไลน์ เปิดที่ 2,9xx บาท แต่ยังให้สเปคที่คุ้มค่าทีเดียว กับความเร็วระดับ 550MB/s (Read) และค่า TBW 512TB กับดีไซน์ที่อาจดูธรรมดาไปบ้าง แต่ก็ให้การรับประกันถึง 3 ปี

คลิ๊กไปซื้อได้ ที่นี่

SP ACE A56 1TB

กับอีกหนึ่งค่ายที่มีผลงานฝากไว้หลายๆ ครั้ง ถ้าว่ากันเรื่องราคา SP มักจะคว้าอันดับต้นๆ กับ A56 series SSD 1TB รุ่นนี้ ที่มาพร้อมความเร็วที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร 500MB/s (Read) และ Write 490MB/s ตามมาตรฐาน และค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง โดยให้การรับประกัน 3 ปี

คลิ๊กไปซื้อได้ ที่นี่

ssd 1tb

WD Green 1TB

ชื่อที่คนไอทีคุ้นเคยกันดี ตั้งแต่ HDD มาจนถึง SSD ที่การันตีคุณภาพไว้อย่างเหนียวแน่น กับความเร็วระดับ 545MB/s (Read) และมีค่า MTTP 1 ล้านชั่วโมงสำหรับ 1TB พร้อมกับการเชื่อมต่อพื้นฐาน SATA III 6Gbps โดยให้การรับประกัน 3 ปี ในราคาที่สบายกระเป๋า

คลิ๊กไปซื้อได้ ที่นี่

from:https://notebookspec.com/3-ssd-1tb-good-price-2xxx/503138/

SSD ราคาถูก 4 รุ่น 960GB แค่ 2 พันปลาย 500MB/s+ ลงเกมเหลือๆ

SSD ราคาถูก ต้องโดนแล้ว คราวนี้อัพเดตต้นเดือน พฤศจิกายน เก็บเงินได้แล้ว ก็ไปสอยกันได้เลย SSD 960GB ที่ดูราคาน่าจับต้องมากกว่า 1TB แม้จะได้แบบ SATA แต่ความเร็วระดับ 500MB/s++ ก็ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างสนุก โดยเฉพาะคอเกม ที่ชอบบ่นว่าพื้นที่เต็ม ไม่ต้องไปเกร็งคอยลบเกมที่ชอบกันอีกแล้ว ลงกันได้ตามสะดวก แถมยังเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์แบบ คราวนี้จัดมาให้ 4 รุ่น 4 ค่ายด้วยกัน ประกอบด้วย ADATA, TEAM, SP และ Crucial มาดูกันว่ารุ่นไหนถูกใจคุณบ้าง

ssd ราคาถูก

ADATA U630: SSD ที่ออกแบบมาเพื่อ Consumer อย่างแท้จริง ในรูปแบบ SATA III โดยใข้ NAND Flash 3D QLC ให้ความเร็วที่ 520MB/s (Read) และ 450MB/s (Write) มีค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง พร้อมการรับประกัน 3 ปี

คลิ๊กซื้อได้ ที่นี่

 

ssd ราคาถูก

TEAMGROUP GX1: SSD สไตล์เรียบๆ เน้นสเปค อินเทอร์เฟส SATA III เช่นกัน ให้ความเร็วที่ 530MB/s (Read) และ 480MB/s (Write) มีค่า MTBF 1 ล้านชั่วโมง และ TBW 240TB พร้อมการรับประกัน 3 ปี

คลิ๊กซื้อได้ ที่นี่

 

ssd ราคาถูก

Silicon Power S56: SSD ที่คุ้นหูคุ้นตากันดีในบ้านเรา มาพร้อม TLC NAND อินเทอร์เฟส SATA III ให้ความเร็วที่ 500MB/s (Read) และ 490MB/s (Write) มีค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง พร้อมการรับประกัน 3 ปี

คลิ๊กซื้อได้ ที่นี่

 

ssd ราคาถูก

Crucial BX500: SSD จากค่ายที่แกร่งในด้าน Storage มาช้านาน มาพร้อม 3D NAND อินเทอร์เฟส SATA III ให้ความเร็วที่ 540MB/s (Read) และ 500MB/s (Write) มีค่า MTBF 1.5 ล้านชั่วโมง พร้อมการรับประกัน 3 ปี

คลิ๊กซื้อได้ ที่นี่

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ SSD ราคาถูก 960GB ทั้ง 4 รุ่น ที่แอดส่องมาให้ในวันนี้ ใครชื่นชอบค่ายใด รุ่นไหน ก็เลือกกันตามสะดวก ความเร็วเรียกว่าไล่เลี่ยกัน เช่นเดียวกับการรับประกัน 3 ปี SSD เหล่านี้ เหมาะกับเกมเมอร์ที่อยากเพิ่มความเร็วให้กับระบบ และมีพื้นที่มากพอในการติดตั้งเกมได้มากกว่า 3 เกมขึ้นไป โดยไม่ต้องไปลบเกมที่ยังเล่นอยู่ เพื่อที่จะลงเกมใหม่ ส่วนใครที่ได้ลองเล่นเกมด้วย SSD มีความเห็นอย่างไร ก็สามารถคอมเมนต์ที่ด้านล่างบทความนี้ได้เลยครับ

from:https://notebookspec.com/ssd-4-model-960gb-start-2xxx/500473/

PR-Kingston ออก SSD KC600 ลงตลาดพีซีโน้ตบุ๊กแบบ SATA มีถึง 2TB

Kingston เตรียมวางจำหน่าย KC600 SSD ในแบบ SATA ที่ออกแบบมาเพื่อใช้บนคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปและโน้ตบุ๊กที่ทำงานหนัก KC600 เป็น SSD เต็มความจุ ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม มาในรูปแบบ 2.5 นิ้วจากโรงงาน ใช้ SATA Rev 3.0 สามารถใช้งานกับอินเทอร์เฟสแบบ SATA เดิมได้ แถมยังเพิ่มซอฟต์แวร์ Cloning มาให้อีกด้วย มีให้เลือกตั้งแต่ 256GB ไปจนถึง 2TB

KC600
โดยKC600 ปรับปรุงฟังก์ชั่นให้เหมาะสำหรับการตอบสนองกับระบบการทำงาน ด้วยเวลาในการบูต การโหลดและเวลาในการโอนถ่ายที่สั้นลง รองรับชุดความปลอดภัยเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัสฮาร์แวร์ AES-XTS 256-บิต, TCG Opal 2.0 และ eDrive ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของพวกเขาได้ KC600 สามารถใช้งานได้ความจุที่สูงสุด 2TB1 โดยใช้เทคโนโลยี 3D TLC NAND และมีความเร็วในการอ่าน/เขียนสูงสุด 550/520MB/s2 ตามลำดับ มีให้เลือกทั้งแบบ SSD เดี่ยวหรือแบบบันเดิลเป็นชุด ที่มีทุกสิ่งที่ต้องการสำหรับการอัพเกรดแบบง่ายๆ บนคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปหรือโน้ตบุ๊ก

“Kingston มีความยินดีที่จะเปิดตัว SSD SATA 2.5″ รุ่นล่าสุด ที่มาพร้อม 3D TLC NAND ด้วยความจุสูงสุดถึง 2TB, มีการเข้ารหัสในตัวและความเร็วอันน่าประทับใจ บนKC600 จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคและลูกค้าองค์กรมองหา เมื่อพวกเขาพร้อมที่จะอัพเกรดระบบเดิมที่มี” Kingston กล่าว “ชุดอุปกรณ์เสริมของเราที่ประกอบด้วย กล่องสำหรับ SSD, ซอฟต์แวร์ Cloning และสายสัญญาณ ทำให้ลูกค้าได้ติดตั้งไดรฟ์ใหม่ได้อย่างง่ายดาย”

สำหรับKC600 มีความจุให้เลือก 256GB และ 512GB ส่วน 1024GB และ 2018GB นั้นพร้อมที่จะจัดส่งในเวลาอันใกล้นี้ KC600 สนับสนุน ด้วยการรับประกัน 5 ปี พร้อมบริการด้านเทคนิคฟรีและความเชื่อมั่นอันยาวนานของ Kingston สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เข้าชมได้ที่ www.kingston.com

คุณสมบัติและคุณลักษณะของ KC600

  • Form Factor: 2.5”
  • อินเทอร์เฟส: SATA Rev. 3.0 (6Gb/s) – เข้ากันได้กับรุ่นเก่า SATA Rev 2.0 (3Gb/s)
  • ความจุ1: 256GB, 512GB, 1024GB, 2048GB
  • คอนโทรลเลอร์: SMI SM2259
  • NAND: 3D TLC
  • การเข้ารหัส: AES-XTS 256-bit encryption
  • อ่าน/เขียนแบบสุ่ม2:
  • 256GB — สูงสุด 550/500MB/s
  • 512GB–2048GB — สูงสุด 550/520MB/s
  • อ่าน/เขียน สูงสุด 4K2: สูงสุด 90,000/80,000 IOPS
  • ค่าการใช้พลังงาน: 06W Idle / 0.2W Avg / 1.3W (สูงสุด) อ่าน / 3.2W (สูงสุด) เขียน
  • ขนาด: 1มม x 69.85มม x 7มม
  • น้ำหนัก: 40 กรัม
  • อุณหภูมิการปฏิบัติงาน: 0 องศาเซลเซียส~70 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิขณะจัดเก็บ: -40 องศาเซลเซียส~85 องศาเซลเซียส
  • การสั่นสะเทือนการปฏิบัติงาน: 17G Peak (7-800Hz)
  • การสั่นสะเทือนขณะไม่ปฏิบัติงาน: 20G Peak (10-2000Hz)
  • อายุการใช้งาน: 1 million hours MTBF
  • การรับประกัน/สนับสนุน3: อยู่ที่ 5-ปี สนับสนุนด้านเทคนิคฟรี
  • Total Bytes Written (TBW)4:
  • 256GB — 150TB
  • 512GB — 300TB
  • 1024GB — 600TB
  • 2048GB — 1200TB

from:https://notebookspec.com/kingston-announce-new-ssd-kc600/498813/

SSD ราคาถูก-Crucial BX500 480GB แค่ 1,570 เอง อ่านเขียนไว คุ้ม!

มากันอีกแล้ว ก่อนสิ้นเดือน แอดไปสืบเสาะมา เจอ SSD ราคาถูก มาให้สอยกันอีกแล้ว คราวนี้ของดีแบรนด์ดังระดับโลก Crucial 480GB ในซีรีส์ BX500 ที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์และใช้งานทั่วไป อ่าน/เขียนไว 540 MB/s (Read) และ 500 MB/s (Write) เปิดที่ 1,570 บาท เท่านั้น เพราะในกลุ่มเดียวกัน ทะยานไปที่ พันปลายๆ หรือ 2,xxx บาทกันแล้ว แต่ BX500 ความจุ 480GB นี้  อย่าคิดนาน เพราะเดี๋ยวจะอกหัก เหมือนกับ 1TB ในรอบที่แล้ว

ใครสนใจซื้อคลิ๊ก ที่นี่

ssd ราคาถูก

Crucial BX500 480GB

  • Interface: SATA 6.0Gb/s
  • Form Factor: 2.5-inch internal SSD
  • Total Capacity: 480GB
  • Specs: 480GB 2.5-inch internal SSD • SATA 6.0Gb/s • 540 MB/s Read, 500 MB/s Write
  • Density SSD: 480GB
  • Device Type: Internal Solid State Drive
  • Unit Height: 7mm
  • Form Factor SSD: 2.5-inch (7mm)
  • Package Content: Crucial BX500 3D NAND SATA 2.5-inch SSD, Acronis True Image for Crucial

from:https://notebookspec.com/ssd-crucial-bx500-480gb-1570-baht/486330/