คลังเก็บป้ายกำกับ: Social_Network

Tumblr เตรียมรองรับโปรโตคอล ActivityPub คุยกับ Mastodon ได้ ทางเลือกของคนหนี Twitter

ดราม่าใน Twitter ทำให้บริการทางเลือก Mastodon ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมาก แนวทางของ Mastodon เป็นซอฟต์แวร์ที่ให้ใครก็ได้สามารถโฮสต์เซิร์ฟเวอร์เองได้ และเซิร์ฟเวอร์แต่ละแห่งสามารถสื่อสารข้ามกันได้ผ่านโปรโตคอล ActivityPub ที่เป็นมาตรฐานกลางของ W3C

ปัญหาของ Mastodon คือการตั้งโฮสต์เองทำได้ยากสำหรับคนทั่วไป และตอนนี้ยังไม่มีโฮสต์กลางที่ได้รับความนิยม และมีสเกลใหญ่มากพอ แต่เรื่องนี้อาจถูกแก้ไขเมื่อ Tumblr โซเชียลชื่อดังอีกรายประกาศว่ากำลังรองรับ ActivityPub ในเร็วๆ นี้

ผลคือ Tumblr จะกลายเป็นโฮสต์ขนาดใหญ่ของโซเชียลที่รองรับมาตรฐาน ActivityPub ซึ่งครอบคลุม Mastodon และซอฟต์แวร์อีกหลายตัว เราสามารถใช้ไคลเอนต์ Mastodon ตามโพสต์ของผู้ใช้ใน Tumblr ได้ทันที

Matt Mullenweg ซีอีโอของ Automattic เจ้าของปัจจุบันของ Tumblr ประกาศเรื่องนี้ใน Twitter เชิญชวนให้ผู้ที่ประสบปัญหาตั้งเซิร์ฟเวอร์ Mastodon ให้เตรียมย้ายมาใช้ Tumblr ในเร็วๆ นี้

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/131596

Truth Social แอปโซเชียลของ Donald Trump ผ่านการอนุมัติลง Play Store แล้ว

กูเกิลอนุมัติให้ Truth Social แอปโซเชียลเน็ตเวิร์คของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump ขึ้น Play Store แล้ว หลังจากแอปเปิลอนุมัติขึ้น App Store ไปตั้งแต่เมื่อต้นปี

ก่อนหน้านี้กูเกิลปฏิเสธให้ Truth Social ขึ้น Play Store โดยให้เหตุผลเรื่องแอปละเมิดข้อกำหนดมาตรฐานหลายอย่าง โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมดูแลเนื้อหาที่รุนแรง หรืออาจผิดกฎหมาย เช่น ต้องมีระบบรายงานหากพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

อย่างไรก็ตามช่วงที่ผ่านมา Truth Social ก็มีวิธีการลงแอปบน Android โดยใช้ apk หรือเผยแพร่ผ่าน Store อื่นที่อนุญาต

ที่มา: Axios

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130912

Meta ยุบทีมดูแลผลกระทบทางลบของ Facebook และ Instagram กระจายพนักงานไปฝ่ายอื่นแทน

Meta ยุบทีม Responsible Innovation ที่มีหน้าที่จัดการเรื่องผลกระทบทางลบ (negative impact) ที่อาจเกิดขึ้นจากบริการของบริษัท ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชัน Facebook และ Instagram

แต่เดิมทีมนี้ประกอบด้วยวิศวกรรมซอฟต์แวร์, นักจริยศาสตร์ และพนักงานอื่น ๆ ประมาณ 20 ราย มีหน้าที่ทำงานร่วมกับทีมพัฒนาบริการต่าง ๆ เพื่อประเมินผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากบริการของบริษัท

ทั้งนี้ Meta ชี้แจงว่าเผยว่ายังให้ความสำคัญกับการจัดการกับผลกระทบต่อผู้ใช้เช่นเดิม โดยพนักงานจากทีมนี้ ส่วนใหญ่กระจายเข้าไปทำหน้าที่อย่างเดิมในฝ่ายอื่นๆ แทน

Meta อยู่ในช่วงปรับโครงสร้างองค์กร บริษัทได้ลดการจ้างงานลงและเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรม หลังรายได้ลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ที่มา: CNET และ Wall Street Journal

from:https://www.blognone.com/node/130314

สภาฯ แคลิฟอร์เนียผ่านร่างกฎหมาย ควบคุมบริษัทโซเชียลมีเดียไม่ให้เป็นอันตรายต่อเด็ก

สภานิติบัญญัติของรัฐแคลิฟอร์เนียผ่านกฎหมายที่กำหนดให้แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียต้องออกแบบแอปโดยคำนึงถึงสุขภาพของผู้เยาว์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

ร่างกฎหมายกำหนดให้บริษัทแอปจะต้องศึกษาผลิตภัณฑ์รวมถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ผู้เยาว์สามารถเข้าถึงได้ก่อนจะปล่อยให้ใช้เป็นสาธารณะเพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงให้เปิดเผยนโยบายความเป็นส่วนตัวด้วยภาษาที่ผู้เยาว์สามารถเข้าใจได้ นอกจากนี้ ยังห้ามใช้เครื่องมือที่ให้ผู้เยาว์เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและห้ามใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้เยาว์ในการทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้เยาว์ รวมทั้งห้ามไม่ให้ติดตามตำแหน่งที่อยู่ยกเว้นว่าจะแจ้งก่อน

บริษัทที่ฝ่าฝืนอาจถูกระงับการดำเนินการแอปพลิเคชันรวมทั้งต้องเสียค่าปรับเป็นเงินสูงสุดถึง $2,500 (ราว 91,000 บาท) ในแต่ละกรณีและสูงสุดถึง $7,500 (ราว 270,000 บาท) หากพบว่ากระทำโดยเจตนา

ในเบื้องต้น Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐยังไม่ได้ระบุว่าจะลงนามรับรองหรือจะโหวตยับยั้งร่างกฎหมาย ขณะที่ตัวแทนของบริษัทแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียรวมถึง Meta, Snap และ Twitter ต่างคัดค้านด้วยเหตุผลว่าการมีกฎหมายควบคุมแอปพลิเคชันที่ต่างกันในแต่ละรัฐ จะทำให้บริษัทปฏิบัติตามกฎได้ยาก

หากผู้ว่าการรัฐเลือกที่จะลงนามรับรอง กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคมปี 2024

ที่มา: Wall Street Journal

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130133

Pew Research Center ออกผลสำรวจโซเชียลมีเดีย พบวัยรุ่นสหรัฐฯ ใช้ Facebook เป็นประจำเพียง 2%

Pew Research Center ทำการสำรวจผู้ใช้โซเชียลมีเดียวัยรุ่นในสหรัฐฯ ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,316 คน พบว่าตอนนี้กลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-17 ปีที่เคยใช้ Facebook มีสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ และผู้ที่ระบุว่าใช้ Facebook เป็นประจำมีเพียง 2% เท่านั้น

ข้อมูลของ Pew ระบุว่า อันดับแรกที่วัยรุ่นเคยใช้งานคือ YouTube อยู่ที่ 95%, TikTok 67%, Instagram 62%, Snapchat 59% และ Facebook 32% ซึ่งจุดที่น่าสนใจของผลการสำรวจคือทุกวันนี้วัยรุ่นนิยมใช้แพลตฟอร์มเพื่อรับคอนเทนต์ อย่างเช่นดูวิดีโอหรือฟังเพลงมากกว่าจะมีปฏิสัมพันธ์ออนไลน์กับผู้อื่น

นอกจากนี้ Pew ยังทำแบบสำรวจแยกเกี่ยวกับว่าใช้แพลตฟอร์มไหนเป็นประจำ โดยผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าใช้ YouTube เป็นประจำถึง 19%, TikTok 16%, Instagram 10%, Snapchat 15% และ Facebook เพียง 2%

หากเปรียบเทียบกับรายงานจาก Pew เมื่อปี 2013 ที่ค่อนข้างพบว่าวัยรุ่นเริ่มหันไปใช้แพลตฟอร์มอื่นเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้ใช้เยอะเท่ากับ Facebook เทียบกับปัจจุบันที่ผ่านมาแล้ว 9 ปี พบได้ว่าเทรนด์การใช้งานยังคงเหมือนเดิม คือเมื่อวัยรุ่นหน้าใหม่เข้ามาใช้โซเชียลมีเดีย ก็เริ่มทิ้ง Facebook ไปด้วย

ที่มา – TechCrunch

No Description
ภาพจาก Facebook

No Description
ภาพจาก Pew Research Center

from:https://www.blognone.com/node/129802

Elon Musk ถูกถามอยากสร้างโซเชียลเองหรือไม่, คำตอบคือ X.com

พบกับข่าว Elon Musk ประจำวัน จากกรณีการซื้อหรือไม่ซื้อ Twitter ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ทำให้มีคนไปถาม Elon Musk ว่าเขาคิดจะสร้างบริการโซเชียลเองแทนหรือไม่

คำตอบของ Elon คือ “X.com” ซึ่งเป็นโดเมนที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ในตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม

คนที่เคยอ่านประวัติของ Elon คงพอทราบว่าเขาเคยก่อตั้งบริการจ่ายเงินออนไลน์ X.com เมื่อปี 1999 ก่อนควบรวมกับบริษัท Confinity ของ Peter Thiel ในปี 2000 และกลายร่างเป็น PayPal ในปี 2001

หลังจากนั้นหลายปี Elon ซื้อต่อโดเมนเนม X.com คืนมาจาก PayPal ในปี 2017 โดยปัจจุบันหน้าเว็บ X.com เป็นหน้าว่างๆ ที่มีแค่คำว่า X เท่านั้น

ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่า Elon อยากทำ X.com เป็นบริการโซเชียลจริงๆ หรือเป็นแค่มุขหยอกเล่นเหมือนที่ผ่านๆ มา

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129779

Mark Zuckerberg บอกเอง จากนี้จะเห็นโพสต์จากแอคที่ไม่ตามมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง Facebook และ Instagram

ในการแถลงผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Meta ซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระบบ Recommendations ที่จะแสดงโพสต์ของคนที่ผู้ใช้งานไม่ได้ติดตาม ซึ่งตอนนี้เริ่มมีแล้วทั้งใน Facebook และ Instagram ซึ่งหากไม่ชอบ นี่ก็คงเป็นข่าวร้าย

Zuckerberg บอกว่าปัจจุบันอัตราการแสดงผลโพสต์ประเภท Recommendations สำหรับผู้ใช้งานแต่ละคน อยู่ที่ประมาณ 15% บน Facebook และมากกว่านี้เล็กน้อยใน Instagram โดยตัวเลขจะเพิ่มเป็นเท่าตัว (คือประมาณ 30%) ภายในสิ้นปีหน้า

เครื่องมือสำคัญที่อยู่เบื้องหลังระบบนี้เรียกว่า Discovery Engine ที่ Meta จะใช้ข้อมูลความสนใจโพสต์ และความสัมพันธ์ต่าง ๆ (social graph) มาประมวลผลว่าควรแสดงโพสต์แนะนำอันไหนบ้าง ระบบการคัดเลือกเนื้อหาที่ไม่ได้ติดตามมาแสดงผลนั้น ถือเป็นอาวุธสำคัญที่ TikTok พัฒนาอย่างมาก จนทำให้เป็นแอปที่คนใช้งานเติบโตมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Zuckerberg บอกว่าระบบแนะนำโพสต์ของเขา จะมีทั้งรูปภาพ ลิงก์เนื้อหา ซึ่งมีความแตกต่างเฉพาะตัวไม่เหมือนคู่แข่ง (อาจบอกเป็นนัยว่า TikTok ก็แนะนำได้เฉพาะวิดีโอ) ซึ่งหากผู้ใช้งานไม่ต้องการก็สามารถสลับไปใช้หน้าฟีดที่แสดงเฉพาะโพสต์ของเพื่อน (+โฆษณา) ได้

ถึงแม้ระบบแนะนำเนื้อหาจะทำให้เราเห็นโพสต์ที่ไม่ใช่ของเพื่อนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่คำถามว่านี่ยังเป็น Social Network หรือไม่ Zuckerberg ยืนยันว่าเรายังเป็นบริษัทให้บริการโซเชียล ที่โฟกัสการทำให้ผู้คนเชื่อมต่อหากัน

ที่มา: TechCrunch และ The Verge


ภาพจาก Mark Zuckerberg ถ่ายในปี 2017

from:https://www.blognone.com/node/129558

Meta เตรียมหยุดให้บริการแอปสนทนาระหว่างคู่รัก Tuned

Meta เตรียมหยุดให้บริการแอปสำหรับสนทนาระหว่างคู่รัก Tuned หลังจากเปิดทดลองตลาดมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี

Tuned เป็นโครงการภายใต้ทีม New Project Experimentation ของ Meta โดยหน่วยงานนี้จะคอยพัฒนาแอปหลากหลายรูปแบบมาเพื่อทดลองตลาด โดย Tuned เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ออกแบบแอปมาเน้นให้คู่รักคุยกันสองคน เป็นพื้นที่ส่วนตัวในการแชร์ข้อความ, ลิงก์, เพลงบน Spotify, รูปภาพ, ข้อความเสียง ฯลฯ ระหว่างคู่รัก โดย Craig Chapple จากบริษัทวิเคราะห์ตลาด Sensor Tower ระบุว่าบน App Store และ Google Play รวมกัน แอปนี้มียอดดาวน์โหลดเพียง 909,000 ครั้งเท่านั้น

ผู้ใช้งานแอป Tuned จะเริ่มได้รับข้อความแจ้งเตือนการหยุดให้บริการแล้ว โดยในข้อความระบุว่าให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดข้อมูลออกมาก่อนที่ Tuned จะหยุดให้บริการโดยสมบูรณ์ในวันที่ 19 กันยายนนี้

ที่มา – TechCrunch

alt="Tuned"

from:https://www.blognone.com/node/129528

Facebook แยก Feeds เป็น 2 ส่วน แสดงตามอัลกอริทึมและตามเวลา แยกดูเฉพาะเพื่อน-เพจได้

Facebook ประกาศเปลี่ยนแปลงระบบ Feed ครั้งใหญ่ แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ Home แสดงข้อมูลแบบเดิม เรียงตามอัลกอริทึมที่ผู้ใช้น่าจะสนใจ กับ Feeds การเรียงตามลำดับการโพสต์ล่าสุด โดยสามารถแยกหมวดการแสดงผลย่อยๆ คือ All, Favorites, Friends, Groups, Pages ได้ตามต้องการ

Mark Zuckerberg ประกาศว่านี่เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เรียกร้องมามากที่สุด จึงได้ปรับวิธีการแสดงผล Feeds แยกเป็น 2 แบบให้เลือกเปิดได้ตามใจชอบ

No Description

No Description

ที่มา – @MetaNewsroom, Mark Zuckerberg

from:https://www.blognone.com/node/129468

Facebook ทดสอบเพิ่มจำนวน Profile สูงสุด 5 Profile ในบัญชีเดียว หวังดึงผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นกลับมา

เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะมีเพื่อนใน Facebook หลายกลุ่ม ทั้งเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือครอบครัว และน่าจะมีปัญหาไม่กล้าโพสต์หรือแชร์อะไรที่จะทำให้ดูไม่ดีต่อคนอีกกลุ่ม ล่าสุดทาง Facebook กำลังทดสอบให้ผู้ใช้งานสามารถสลับ Profile การใช้งานได้สูงสุดถึง 5 Profile เพื่อเป็นการดึงดูดให้กลุ่มวัยรุ่นหันมาใช้ Facebook กันมากขึ้นด้วย

Facebook ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อมองหาวิธีการสำหรับดึงผู้ใช้งานให้ใช้ Facebook ต่อไปท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือด โดยประกาศว่ากำลังทดสอบให้สามารถสร้าง Profile ได้สูงสุดถึง 5 Profile ที่เชื่อมโยงกับบัญชีเดิม มีแนวคิดมาจากการที่อยากให้ใช้ Profile อื่น ๆ ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น Profile สำหรับเพื่อน สำหรับเพื่อรร่วมงาน หรือสำหรับครอบครัว โดยจะสามารถสลับใช้ไปมาได้ง่าย ๆ ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง

Leonard Lam โฆษกของ Facebook กล่าวว่า Profile ที่เพิ่มเข้ามาใหม่นี้จะอยู่ภายใต้นโยบายของ Facebook และการละเมิดข้อบังคับจะส่งผลถึง Profile ทั้งหมดในบัญชีด้วย

และยังเสริมว่า Profile ที่สร้างขึ้นมาใหม่ไม่จำเป็นจะต้องใช้ชื่อหรือนามสกุลจริงในการตั้งชื่อก็ได้ ตราบใดที่ไม่ละเมิดนโยบายของแพลตฟอร์มหรือไม่มีตัวเลขหรืออักขระพิเศษในชื่อ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อต้องการดึงผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นหันมาใช้ Facebook กันมากขึ้น จากการแข่งขันที่ดุเดือดกับ TikTok ที่ดึงจำนวนผู้ใช้งานไปได้เยอะมาก จนกลายเป็นแอปโซเชียลมีเดียที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ Facebook มีจำนวนผู้ใช้งานรายวันลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 อีกด้วย

 

ที่มา : theverg

from:https://droidsans.com/facebook-test-five-profile-in-one-account/