คลังเก็บป้ายกำกับ: SERVERLESS

AWS เปิดตัว Application Composer เครื่องมือ Low-code สำหรับสร้างแอปแบบ Serverless

การออกแบบแอปพลิเคชันแบบ Serverless ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ว่าพวกเขาต้องเตรียมการอย่างไร ทั้งนี้ AWS ได้พยายามทำให้การทำงานนั้นเป็นเรื่องง่ายขึ้น

credit : aws

เครื่องมือแบบ Low-code ที่สามารถช่วยออกแบบและสร้างแอปพลิเคชันได้แบบลากวางจะช่วยให้นักพัฒนาเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรกับการออกแบบฟังก์ชันของตนได้ ทั้งนี้เนื่องการออกแบบ Event-driven ต้องตระหนักเรื่องของการทำงานแบบ Asynchronous ด้วยทำให้ผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ไม่เข้าใจภาพมากนัก แต่ด้วยหน้าจอที่แสดงผลแบบการเชื่อมโยงเชื่อว่าจะให้ความเข้าใจเห็นภาพมากขึ้น รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ตลอดจนจบการด้วยการ Deploy ใช้งานจริง

ที่มา : https://techcrunch.com/2022/12/01/aws-launches-application-composer-a-low-code-tool-for-building-serverless-apps/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-launches-application-composer-low-code-tool-for-design-serverless-app/

เรียกแล้วมาทันที AWS เปิดตัว Lambda SnapStart ลดเวลา cold start ได้ถึง 90% ใช้ฟรีด้วย

สำหรับนักพัฒนาที่รันโค้ดแบบ serverless บน AWS Lambda ก็ต้องเจอปัญหา cold start กันมาทุกคน นั่นคือเมื่อตัวฟังก์ชันไม่ได้ถูกเรียกใช้มาระยะเวลาหนึ่งทำให้ AWS ปิดฟังก์ชันไป และในการเรียกใช้งานครั้งต่อไปหากไม่อยู่ในแคชก็จะต้องรันใหม่ตั้งแต่ต้น กินเวลานานหลายวินาที ส่งผลต่อประสิทธิภาพของแอพโดยรวมได้

แม้ที่ผ่านมา AWS จะพยายามลดเวลา cold start มาตลอด แต่ก็ยังกินเวลาหลายวินาที ล่าสุดได้เปิดตัว Lambda SnapStart ที่โฆษณาว่าช่วยลดระยะเวลา cold start ลงได้มากถึง 90% หรือแทบจะไม่มีการรอ cold start เลยทีเดียว

หลักการทำงานคือเมื่อฟังก์ชันถูกเรียกใช้งานครั้งแรกตามปกติ ระบบจะเก็บ snapshot ของฟังก์ชันด้วย Firecracker หลังจากนั้นเมื่อฟังก์ชันตายไปแล้วและถูกเรียกขึ้นมาใหม่ก็จะดึง snapshot มารันได้เลย ไม่ต้อง cold start ใหม่หมดตั้งแต่เริ่ม โดยจะเก็บ snapshot ไว้ให้ 14 วัน

alt="GEWB7u.jpg"

alt="GEWfgZ.jpg"

ทั้งนี้ Lambda SnapStart ยังมีให้ใช้เฉพาะบน Lambda ที่รัน Java ด้วย Amazon Corretto 11 JDK เท่านั้น สามารถเปิดใช้งานได้เลยทั้งฟังก์ชันที่มีอยู่แล้วและฟังก์ชันที่จะสร้างใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างการเดโมบนโค้ด Java ได้จากที่มา (โชว์ลดการ start ฟังก์ชันจาก 6.3 วินาที เหลือเพียง 181.9 มิลลิวินาที)

ที่มา – AWS re:Invent 2022
ภาพทั้งหมดโดย Blognone

from:https://www.blognone.com/node/131654

AWS เปิดตัว Amazon Neptune บริการ Graph Database แบบ Serverless

Amazon Web Services ประกาศเปิดตัวบริการ Amazon Neptune Serverless ให้บริการ Graph Database แบบ Serverless แล้ว

Amazon Neptune Serverless เป็นการต่อยอดจากบริการ Amazon Neptune เดิมให้สามารถทำงานแบบ Serverless ได้ โดย Amazon Neptune เป็น Graph Database ที่มีความสามารถหลากหลาย รองรับการใช้ Query language หลายแบบ เช่น Apache TinkerPop, Gremlin, openCypher และ RDF/SPARQL มีเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลระบบหลายตัวรวมอยู่ด้วย เช่น Snapshots, Streams, High Availability, Database Cloning, Backup, Recovery และ Patching ซึ่งการนำขึ้นมาใช้งานแบบ Serverless จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถ Automate งานต่างๆได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงรองรับการทำ Auto-scaling ตามปริมาณการใช้งานได้แบบอัตโนมัติ แทนที่การขยายแบบ Manual แบบเดิม ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการใช้งานได้สูงสุดถึง 90% ตัวบริการยังรองรับการใช้งานในระบบขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 128 TiB

Neptune Serverless เป็นบริการ Serverless ตัวล่าสุดจาก Amazon โดยก่อนหน้านี้ได้เคยเปิดตัว Amazon Redshift ระบบ Cloud-based Data Warehouse และ Amazon Aurora ระบบ Relational Database แบบ Serverless มาแล้ว ปัจจุบัน Amazon Neptune Serverless ให้บริการในบาง Region ได้แก่ US East (Ohio, N. Virginia), US West (N. California, Oregon), Asia Pacific (Tokyo), และ Europe (Ireland, London)

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/10/27/aws-debuts-amazon-neptune-serverless-optimize-graph-database-environments/

from:https://www.techtalkthai.com/aws-launches-amazon-neptune-serverless-graph-database-services/

Cloudflare โอเพนซอร์ส workerd เปิดทางรัน Workers ในเซิร์ฟเวอร์องค์กร

Cloudflare เปิดซอร์สโครงการ workerd ที่เป็นแกนหลักของบริการ Cloudflare Workers บริการแบบ serverless ที่ Cloudflare เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 แม้ว่าโดยตัวมันเองจะใช้จาวาสคริปต์แต่ก็มี API เฉพาะของตัวเองทำให้ไม่สามารถนำโค้ดไปรันที่อื่นได้

ก่อนหน้านี้ Cloudflare เคยปล่อยโครงการ Miniflare สำหรับจำลอง API ของ Workers เพื่อนักพัฒนามาก่อนแล้วแต่ก็ไม่ตรงกันนัก โครงการ workerd จะทำให้นักพัฒนาสามารถใช้งานรันไทม์ที่มีพฤติกรรมตรงกันแทบทุกจุด (bug-for-bug) กับ Workers บนคลาวด์ของ Cloudflare ทำให้นักพัฒนาสามารถนำโค้ดไปรันบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองได้จริงๆ

แม้ว่าพฤติกรรมของรันไทม์จะตรงกัน แต่ Cloudflare ก็เตือนว่าบริการ Workers นั้นเป็นบริการคลาวด์ที่มีการปรับปรุงอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะความปลอดภัยที่ Cloudflare ป้องกันการโจมตีช่องโหว่กลุ่ม Spectre ไว้ด้วย แต่ workerd ไม่สามารถป้องกันการโจมตีด้วยการรันโค้ดมุ่งร้ายในรันไทม์เองโดยตรง และกระบวนการพัฒนา workerd ต่อจากนี้ก็จะพัฒนาเพื่อการใช้งานใน Workers เป็นหลัก ไม่ใช่การพัฒนาเพื่อชุมชนโอเพนซอร์สทั้งหมด การส่งโค้ดจากภายนอกอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของ Cloudflare หรือบั๊กต่างๆ ก็จะเน้นไปที่การใช้งานของบริษัทเองก่อน

ที่มา – Cloudflare

from:https://www.blognone.com/node/130644

ปรับแอปพลิเคชันให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี Container และ Serverless โดย Red Hat

หลายองค์กรในปัจจุบันเริ่มทยอยปรับโครงสร้างระบบ IT ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นในรูปแบบของ Microservices และได้มีการนำ Kubernetes เข้ามาใช้เพื่อจัดการกับแอปพลิเคชันภายในระบบ ในเซสชัน “ปรับแอปพลิเคชันให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี Container และ Serverless” จากงาน TTT Virtual Summit: Enterprise Cloud & Data Center 2022 คุณอุดมศักดิ์ สุขสันติ Solutions Architect จาก Red Hat (Thailand) ชวนเราไปเรียนรู้เกี่ยวกับกับเทคโนโลยี Serverless ในสถาปัตยกรรมแบบ Microservices ทำงานอย่างไร เหมาะกับแอปพลิเคชันแบบไหนบ้าง ทีมงานสรุปมาให้อ่านกันแล้วในบทความนี้

Serverless คืออะไร และอยู่ตรงไหนของระบบ IT ในปัจจุบัน

Serverless คือแนวคิดของการประมวลผลที่มีผู้ให้บริการคลาวด์เป็นผู้จัดสรรและดูแลทรัพยากรต่างๆ ตามความต้องการของระบบในขณะทำงาน ในการใช้งาน ผู้ใช้บริการเพียงนำแอปพลิเคชันหรือฟังก์ชันเข้ามาติดตั้งโดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับ Infrastructure เบื้องหลังใดๆ เสมือนไม่มีเซิฟเวอร์ ซึ่งนี่เองเป็นที่มาของชื่อ Serverless

แรกเริ่มเดิมทีนั้นหากองค์กรต้องการพัฒนาระบบ IT นั้นย่อมจะต้องจัดหาฮาร์ดแวร์และดูแลทุกอย่างด้วยตนเอง ถัดมาจึงมาผู้ให้บริการที่จัดตั้ง Data Center ขึ้น และการพัฒนาเทคโนโลยี Virtualization ก็ก่อให้เกิดการเปิดบริการคลาวด์ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การให้บริการ Infrastructure ซึ่งเป็นบริการในระยะแรกของคลาวด์ มาจนถึงการให้บริการซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Software-as-a-Service

ควบคู่กันนั้นคือแนวคิดในการพัฒนาระบบที่เปลี่ยนไปอย่างมาก นักพัฒนาระบบมองเห็นถึงข้อจำกัดของสถาปัตยกรรมแบบ Monolithic และเริ่มมีแนวคิดในการแบ่งแยกระบบออกมาเป็นระบบย่อยๆ ที่ทำงานบางส่วนจนกระทั่งกลายเป็นระบบย่อยหรือ Service ที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงและคอยสื่อสารหากันในสถาปัตยกรรมที่เราเรียกว่า Microservices

การมีสถาปัตยกรรมแบบ Microservices นั้นจะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วย่ิงขึ้น เพราะสามารถใช้ Service เดิมที่มีอยู่เป็นส่วนประกอบของระบบใหม่ๆ อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแลรักษาและตรวจสอบปัญหา และยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบ รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Automation อีกด้วย ในบางครั้ง เราจึงอาจพูดกันว่าการปรับโครงสร้างไอทีให้อยู่ในรูปแบบ Microservices เป็นการปรับระบบให้ทันสมัยขึ้นนั่นเอง

Service ในระบบแบบ Microservices ในปัจจุบันนั้นอาจมีหน้าที่เพียงหนึ่งอย่าง อาจเป็นแอปพลิเคชันหนึ่งชิ้น หรือฟังก์ชันบางอย่างทีคอยตอบสนองต่อ Request ที่ได้รับ ซึ่งเทคโนโลยี Serverless นั้นก็ถูกพัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์ของ Service ในประเภทนี้ โดยขจัดภาระในการจัดเตรียมทรัพยากรล่วงหน้าออกไป

คุณลักษณะของ Serverless และข้อดี

การทำงานของ Serverless จะเป็นไปในลักษณะของการรับ Request หรือเริ่มทำงานเมื่อมี Event เกิดขึ้น จากนั้นก็จะนำไปประมวลผลเพื่อได้มาซึ่งผลลัพธ์ โดยอาจได้รับ Request ผ่านการสื่อสารทาง API หรือการรับข้อความผ่าน Message Queue เช่น Kafka

Serverless นั้นมีคุณลักษณะ 5 ข้อที่สำคัญ ได้แก่

  1. Easy to Get Started – ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นจะต้องเตรียมทรัพยากรหรือรับภาระเกี่ยวกับ Infrastructure ใดๆ
  2. Stateless – ทำงานโดยไม่มี State หรืออาจเก็บ State ไว้ที่ส่วนอื่นๆ ภายนอก
  3. Scale on Demand – สเกลเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามการเรียกใช้งาน
  4. Distributed and Elastic – แยกประมวลผลใน Data Center หรือคลาวด์ที่ต่างๆ เพื่อให้การสเกลเป็นได้ง่าย
  5. Event Driven – ตอบสนองต่อ Event ที่เกิดขึ้นในระบบ

จากคุณลักษณะ 5 ข้อนี้ ทำให้ Serverless เป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดภาระในการจัดการทรัพยากรและดูแล Infrastructure ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการเตรียมทรัพยากรภายในระบบไว้ในตอนที่ไม่ใช้งาน และในขณะเดียวกันองค์กรก็สามารถมั่นใจได้ว่าทรัพยากรจะเพียงพอต่อ Request ที่ใช้งานจริง เพราะ Serverless สามารถสเกลเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการทำงานที่จำเป็น

Serverless และ Kubernetes

ในปัจจุบัน เราได้เห็นผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทุกรายได้เปิดให้บริการ Serverless เช่น AWS Lambda, Google Cloud Function, และ Azure Function และเทคโนโลยี Serverless ก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาขั้นต่อไปของ Serverless คือการพัฒนาให้เทคโนโลยีนี้ทำงานร่วมกับระบบ IT ภายในองค์กรได้ดียิ่งขึ้น แน่นอนว่าความต้องการใช้งาน Serverless ร่วมกับเทคโนโลยี Container และระบบจัดการ Container เช่น Kubernetes ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบไอทีจำนวนมากในปัจจุบัน และกำลังจะกลายเป็นมาตรฐานของระบบ IT ทั่วไปก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพัฒนาด้วย

นอกจากการใช้บริการ Serverless จากผู้ให้บริการคลาวด์แล้ว องค์กรยังสามารถใช้ Serveless ในแพลตฟอร์มของตัวเองซึ่งก็มีซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มหลายรายที่รองรับการใช้ Serverless ใน Kubernetes เช่นกัน เช่น Knative, Openfaas, และ Kubeless โดยในการทำงาน ซอฟต์แวร์จะเป็นผู้จัดสรรทรัพยากรภายในระบบให้กับ Container ที่เป็นแอปพลิเคชันหรือฟังก์ชัน Serverless ในตอนที่มีความต้องการใช้งาน โดยอาศัยความสามารถในการจัดการทรัพยากรของ Kubernetes เช่น การทำ Resource Request/Limit, Horizontal Scaling, และ Autoscaling

โดยแพลตฟอร์ม OpenShift นั้นรองรับการ Deploy Container ในรูปแบบ Serverless เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Serverless เหมาะกับแอปพลิเคชันประเภทใด

Serverless นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวเหมาะสมกับงานบางประเภท โดยมีการนำไปใช้งานจริงในธุรกิจแล้ว เช่น

  • Service หรือแอปพลิเคชันที่มีการใช้งานปริมาณมากในบางช่วงเวลา หรือมี Workload ที่ไม่แน่นอน
  • ระบบที่ต้องการใช้งานทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่ต้องการใช้ทรัพยากรในตอนที่ไม่ทำงาน
  • ระบบที่ทำงานแบบ Event-driven จะทำงานเมื่อมี Event เกิดขึ้นเท่านั้น
  • การทดสอบระบบ หรือการทดลองใช้งานแอปพลิเคชันหลายเวอร์ชันพร้อมกัน เช่น การทำ A/B Testing
  • การพัฒนาระบบที่ไม่ต้องการกังวลเกี่ยวกับการเตรียม Infrastructure และการตั้งค่า Config ใน Kubernetes

ผู้ที่สนใจการทำ Application Modernization สามารถรับชมวิดีโอการบรรยายเรื่อง “ปรับแอปพลิเคชันให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี Container และ Serverless” โดยคุณอุดมศักดิ์ สุขสันติ Solutions Architect จาก Red Hat (Thailand) ภายในงานสัมมนา TTT Virtual Summit: Enterprise Cloud & Data Center 2022 ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 21 – 23 มิถุนายน ได้ที่นี่

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณ Sanjay Sanjay, Market Development Representative จาก Red Hat ได้ที่อีเมล sasanjay@redhat.com

from:https://www.techtalkthai.com/tvs-2022-cd-container-and-serverless-by-red-hat/

TTT Virtual Summit: Enterprise Cloud & Data Center 2022 | 21 – 23 มิ.ย. นี้

TTT Virtual Summit เป็นซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ของ TechTalkThai ที่มีคนสาย IT ติดตามมากกว่า 8,000 คน โดยครั้งที่ 3 ของปี 2022 นี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Enterprise Cloud & Data Center 2022 เพื่ออัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม การประยุกต์ใช้ และแนวทางปฏิบัติทางด้าน Cloud และ Data Center ที่น่าสนใจในปี 2022 ทั้งเรื่อง Supercomputer, Cloud Native Technology, Industry Cloud, Container & Serverless, CPU & GPU, Server & Storage & HCI Trends และ Security & Compliance รวม 18 หัวข้อ

เนื้อหาทั้งหมดบรรยายโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก Data Center Providers, Internet Service Providers, Cloud Providers และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ AIS, AMD, Cloudflare, Computer Union, Cyber Elite, Dell Technologies, Fortinet, HPE Aruba, Infor, Intel, Microsoft, Nutanix, Oracle, Red Hat, Tenable และ Veeam

📍 ไฮไลต์ของงาน: พบกับวิทยากรรับเชิญพิเศษจากศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (NSTDA Supercomputer Center: ThaiSC) ที่จะมาอัปเดต “แนวโน้ม ทิศทาง และตัวอย่างการใช้ Supercomputer ของไทยในปัจจุบัน” และ Microsoft ที่จะมาเจาะลึก “Microsoft Windows Server 2022 และ SQL Server 2022 กับการวางรากฐานสู่ Hybrid Cloud อย่างสมบูรณ์” ให้ทุกท่านได้ฟังกัน

📆 วันที่ 21 – 23 มิถุนายน 2022
⏰ เวลา 13:15 – 16:30 น.
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, IT Manager, Cloud Architect, System Engineer, System Admin, และผู้ที่สนใจด้าน Cloud และ Data Center

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ iPad Air รุ่นใหม่, iPhone 13, AirPods Max และ Redmi Watch 2 Lite รวม 9 รางวัล มูลค่ากว่า 80,000 บาท จับรางวัลใหญ่ทุกวัน !!

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/cd22/

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-virtual-summit-enterprise-cloud-and-data-center-2022/

DigitalOcean เปิดตัวบริการ Serverless

หลังจากเข้าซื้อกิจการ Nimbella เมื่อปีก่อนล่าสุด Digital Ocean หนึ่งในบริการคลาวด์ในใจหลายๆคนก็ได้นำความสามารถที่ได้มาเปิดสู่บริการ Serverless แล้ว

credit : Wikipedia

บริการ Serveless ใหม่นี้มีชื่อว่า DigitalOcean Functions ซึ่งมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าเข้ามามากมายเพราะช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้โดยไม่ต้องสนใจ Infrastructure มากนัก อย่างไรก็ดีการที่จะเข้ามาใช้บริการ Serverless นั้น แอปพลิเคชันของผู้ใช้ก็ต้องถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ด้วย ซึ่ง DigitalOcean Functions ได้นำเสนอถึงเฟรมเวิร์กให้ผู้ใช้งานเข้าถึงความสามารถของ Serveless ได้โดยจะเริ่มต้นจาก Jamstack API (สถาปัตยกรรมของเว็บแบบใหม่โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน JavaScript, API และ Markup) เพราะเริ่มต้นได้ง่ายและนักพัฒนาเองก็ไม่ต้องปรับตัวมากนัก

DigitalOcean เผยว่าตนพยายามที่จะทำให้โมเดลค่าใช้จ่ายง่ายที่สุด โดยปัจจุบันสามารถใช้ได้ฟรีและพร้อมใช้งานแล้วทุก Region (https://www.digitalocean.com/pricing/functions)

ที่มา : https://techcrunch.com/2022/05/24/digitalocean-launches-serverless-product-based-on-last-years-nimbella-acquisition/

from:https://www.techtalkthai.com/digitalocean-launches-serverless-service-functions/

Google Cloud ออก Serverless Spark รัน Apache Spark ตามปริมาณการใช้งาน

Apache Spark เป็นซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล big data แบบขนานที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และถูกนำไปให้บริการโดยคลาวด์หลายยี่ห้อ (เช่น Azure Databricks หรือ Amazon EMR) ถึงแม้เพิ่มความสะดวกในการดูแลระบบกว่าเดิม แต่ยังคงรูปแบบการเช่าเวลาเครื่องใช้งานเป็นชั่วโมงเหมือนคลาวด์ทั่วไป

ล่าสุด Google Cloud นำเอา Spark มาผสานกับแนวคิด Serverless ที่ไม่ต้องสนใจระบบคลัสเตอร์เบื้องหลังเลย เพราะตัวบริการจัดการเรื่องสเกลให้อัตโนมัติ และจ่ายเงินเฉพาะเท่าที่ใช้งาน

Serverless Spark หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Dataproc Serverless for Spark ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Jupyter notebook และบริการอื่นของกูเกิลอย่าง BigQuery, Vertex AI, Dataplex ด้วย ตอนนี้มีสถานะเป็น GA แล้ว

ที่มา – Google, Google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/127979

CNCF เปิดรับโปรเจ็ค Knative จาก Google แล้ว

The Cloud Native Computing Foundation (CNCF) ได้เปิดรับโปรเจ็ค Knative ที่ช่วยในการบริหารจัดการ Serverless ของ Google เข้ามาดูแลต่อแล้ว

Credit: ShutterStock.com

Knative ตั้งต้นโดย Google ในปี 2018 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้การ Build, Deploy, บริหารจัดการ Serverless และแอปพลิเคชันแบบ Event-driven บน Kubernetes เป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งนอกจาก Google จะใช้จริงในบริการ Serverless บน Cloud ของตนแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นก็นำไปใช้ด้วยเช่นกันอย่าง Alibaba Cloud, VMware, IBM, Bloomberg และอื่นๆ ทั้งนี้ Knative เพิ่งเข้าสู่สถานะที่มีสเถียรภาพ ในเวอร์ชัน 1.0 เมื่อพฤศจิกายนปีก่อน จากนั้น Google ก็ยื่นเรื่องต่อ CNCF ที่เป็นองค์กรกลางให้รับไปศึกษาดูแลและพัฒนาผ่าน Community โดยวันนี้ก็สิ้นสุดการเดินทางของ Knative ที่ Google เป็นเจ้าภาพเองแล้ว 

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://opensource.googleblog.com/2021/11/announcing-knative-10_0887375769.html

ที่มา : https://techcrunch.com/2022/03/02/knative-becomes-a-cncf-project/

from:https://www.techtalkthai.com/cncf-embraced-knative-project-from-google/

CNCF โหวตรับ Knative เข้าเป็นโครงการในสถานะ Incubating

เมื่อปลายปีที่แล้ว Google บริจาคโครงการโอเพ่นซอร์ส Knative ให้ CNCF ดูแล และวันนี้ CNCF Technical Oversight Committee ได้โหวตเพื่อรับ Knative เข้า CNCF แล้ว เท่ากับว่า CNCF ได้เข้ามาดูแล Knative อย่างเป็นทางการในสถานะ incubating

สำหรับ Knative ตัวโครงการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนา, ดีพลอย และบริหารจัดการแอปแบบ serverless และ event-driven บน Kubernetes โครงการนี้เป็นโอเพ่นซอร์สที่ก่อตั้งโดย Google ในปี 2018 และพัฒนาร่วมกับ IBM, Red Hat, VMWare, SAP และนักพัฒนาอีกกว่า 1,800 รายในชุมชนโอเพ่นซอร์ส

Knative เข้าสู่เวอร์ชัน 1.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันเสถียรและพร้อมใช้งานในเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ปัจจุบัน Knative อยู่ที่เวอร์ชัน 1.2 โดยกรอบเวลาออกเวอร์ชันใหม่ของ Knative อยู่ที่ทุก 6 สัปดาห์ ตอนนี้มีผู้ใช้งานในโปรดักชั่นแล้วหลายบริษัท เช่น Alibaba Cloud, Bloomberg, IBM, VMware เป็นต้น

ที่มา – CNCF

No Description

from:https://www.blognone.com/node/127431