คลังเก็บป้ายกำกับ: SATYA_NADELLA

Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft มั่นใจดีลซื้อ Activision Blizzard จะได้รับการอนุมัติ ประเด็นผูกขาดการค้า

Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการซื้อกิจการ Activision Blizzard ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่หน่วยงานของอังกฤษ ให้ความเห็นว่าดีลนี้จะทำลายการแข่งขันในธุรกิจเกม

เขาบอกว่าการถูกตรวจสอบเมื่อเกิดดีลซื้อกิจการเป็นเรื่องปกติ แต่เขามั่นใจว่าไมโครซอฟท์ก็จะผ่านเรื่องนี้ไปได้ เขายังบอกว่าไมโครซอฟท์นั้นถ้าวัดตำแหน่งของบริษัทในอุตสาหกรรมเกม ก็ยังตามหลังบริษัทอย่าง โซนี่ นินเทนโด หรือ Tencent เสียอีก รวมทั้งยกตัวอย่างว่าช่วงที่ผ่านมาโซนี่ก็ซื้อสตูดิโอเกมหลายแห่ง ยังไม่มีประเด็นผูกขาดตามมา Nadella ยังบอกว่า ถ้าเป็นเรื่องการแข่งขัน ก็ควรปล่อยให้เราได้แข่งขัน

นอกจากนี้เขายังพูดถึงประเด็นเศรษฐกิจภาพรวม บอกว่าเงินเฟ้อเป็นปัญหาตอนนี้ แต่หากดูตำแหน่งของบริษัทแล้ว ซอฟต์แวร์คือเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้ลูกค้านำมาปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ เป็นเหมือนตัวสู้กับต้นทุนและเงินเฟ้อ จึงเชื่อว่าบริษัทจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้

ที่มา: Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/130568

ไมโครซอฟท์เปย์สุดจริง! ทั้งขึ้นเงินเดือน ทั้งเปย์หุ้น เพื่อดึงพนักงานให้อยู่นานๆ

ไมโครซอฟท์แพลนที่จะเพิ่มงบประมาณ “เกือบสองเท่า” สำหรับการเพิ่มเงินเดือนพนักงาน อีกทั้งยังเพิ่มรูปแบบการให้หุ้นแก่พนักงานบางคนขึ้นอย่างน้อยถึง 25% เพื่อรั้งพนักงานเดิมไว้ รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อเช่นนี้

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์แถลงว่าจะใช้นโยบายนี้กับพนักงาน “ระดับเริ่มต้นและระดับกลาง” เพื่อตอบแทนพนักงานของเรา โดยเฉพาะผู้ที่มีศักยภาพระดับโลกที่คอยสนับสนุนทั้งภารกิจ วัฒนธรรม ลูกค้า และพาร์ทเนอร์ของเรา

นอกจากเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะราคาที่อยู่อาศัยในซีแอตเทิลแล้ว ไมโครซอฟท์ยังต้องแย่งชิงแรงงานในตลาดจากคู่แข่งอย่าง Amazon.com Inc., Google, หรือเจ้าของเฟซบุ๊กอย่าง Meta Platform Inc. รวมถึงเหล่าสตาร์ทอัพด้วย

โดยกลุ่มงานที่มีการแข่งขันชิงตัวกันเป็นพิเศษได้แก่ ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้าน AI และเมต้าเวิร์ส รวมทั้งคลาวด์คอมพิวติง นอกจากนี้ ด้วยผลกระทบจากภาวะโรคระบาดยังทำให้พนักงานต้องย้ายถิ่นที่อยู่ และพิจารณาเลือกที่ทำงานใหม่กันด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Dataknowledgecenter

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-will-boost-pay-and-stock-compensation-to-retain-employees/

Zain ลูกชายซีอีโอไมโครซอฟท์ Satya Nadella วัย 26 ปี เสียชีวิตแล้ว

Zain Nadella ลูกชายของซีอีโอบริษัทไมโครซอฟท์ คุณ Satya Nadella ได้เสียชีวิตแล้วในวัย 26 ปี โดยทางไมโครซอฟท์แชร์ข่าวนี้ผ่านหน้าข้อความจากผู้บริหาร ซึ่งสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า Zain เสียชีวิตเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2022 ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง

ลูกชายคนนี้เกิดมาพร้อมกับภาวะทางสมองที่เรียกว่า CP (Cerebral palsy) ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเด็กประจำซีแอตเทิลตลอดมา ทาง Satya Nadella และภรรยาของเขา Anu ได้จัดตั้งกองทุน Zain Nadella เพื่อการศึกษาด้านระบบประสาทในเด็กที่ศูนย์เด็กซีแอทเทิล

ทางฝั่งซีอีโอของโรงพยาบาลเด็ก Jeff Sperring โรงพยาบาลที่รักเขา ออกมากล่าวว่า “Zain จะได้รับการจดจำด้านรสนิยมในการบทเพลง รอยยิ้มที่สดใสเหมือนดวงอาทิตย์ และความสุขที่เขามอบให้แก่ครอบครัวและทุกคนที่รักเขา”

ข้อความที่กล่าวถึง Zain ทั้งหลายนี้ได้ถูกแบ่งปันต่อเนื่องกันมากเรื่อยๆ จนถึงคณะกรรมการบริหารของไมโครซอฟท์ ซึ่งทางบริษัทได้กล่าวกับผู้บริหารให้ร่วมรำลึกและสวดมนต์ให้แก่ครอบครัว Nadella และให้เวลาพวกเขาได้ไว้อาลัยเป็นการส่วนตัว

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – windowscentral

//////////////////

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-ceo-satya-nadellas-son-zain-has-died-at-age-26/

บุตรชายของ Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ เสียชีวิตด้วยวัย 26 ปี

คนที่เคยอ่านหนังสือ Hit Refresh ชีวประวัติของ Satya Nadella อาจเคยทราบมาว่า ลูกชายของเขามีปัญหาด้านสมอง (cerebral palsy) ตั้งแต่แรกเกิด จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Nadella มีความเข้าอกเข้าใจเพื่อนมนุษย์เป็นอย่างดี และช่วยสนับสนุนกิจกรรมด้านการวิจัยเกี่ยวกับสมองและระบบประสาทมาโดยตลอด

ล่าสุด Zain Nadella เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 26 ปี หลังจากที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเด็กของเมืองซีแอทเทิลมาโดยตลอด

Satya Nadella ยังมีบุตรสาวอีก 2 คน

No Description

ที่มา – Windows Central, GeekWire

from:https://www.blognone.com/node/127415

Satya “อ๋อ Metaverse น่ะเหรอ เรามีมานานแล้วล่ะ ทั้ง Teams Rooms และ HoloLens”

Satya Nadella ไปให้สัมภาษณ์รายการของ Harvard Business Review และได้รับคำถามยอดฮิตแห่งยุคสมัย “คิดอย่างไรกับ metaverse”

คำตอบของ Nadella คือต้องมองทั้งสองฝั่งคือ outside-in และ inside-out ไม่ใช่เอาโลกเสมือนไปซ้อนทับบนโลกจริง แต่ต้องคิดเรื่องการนำโลกจริงไปอยู่ในโลกเสมือนด้วย

No Description

เขายกตัวอย่างห้องที่มีแต่กล้องและไมโครโฟน แล้วสร้างโลกเสมือนทับลงไป โดยพูดถึงฟีเจอร์ของ Microsoft Teams Rooms ที่มีหลายคนอยู่ในห้องประชุมเดียวกัน แต่กล้องสามารถจับภาพแยกรายคน แล้วนำไปประชุมกับคนอื่นๆ ราวกับว่าทุกคนต่างอยู่บ้านของตัวเอง เป็นตัวอย่างของการทำให้มิติกายภาพเป็นดิจิทัลที่แยกจากกัน ไปพร้อมๆ กับที่คนก็ยังนั่งในมิติกายภาพเดียวกัน

Teams Rooms

Nadella ยังบอกว่ากรณีของ Teams Rooms เราไม่ต้องสวมใส่แว่นหรืออุปกรณ์ใดๆ ก็ไปปรากฏตัวในมิติเสมือนแบบ 2D ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าอยากก้าวไปอีกขั้น เข้าสู่โลกเสมือนเต็มรูปแบบ ปรากฏตัวในรูปแบบโฮโลแกรมหรืออวตาร ไมโครซอฟท์ก็มี HoloLens อยู่แล้ว และมีโปรแกรมชื่อ Altspace VR สำหรับให้อวตารไปมีปฏิสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งไมโครซอฟท์ก็เคยร่วมกับ Accenture สร้างออฟฟิศเสมือนชื่อว่า Nth Floor มาแล้วเช่นกัน

Nadella บอกว่าโฮโลแกรมหรืออวตาร จะเป็นขั้นกว่าของ video-based meetings แบบที่เราเริ่มคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ในระยะถัดไปวิดีโอจะค่อยๆ กลายเป็นอวตาร 2D หรือ 3D เต็มรูปแบบ นี่คือแนวคิดของไมโครซอฟท์ต่อ metaverse ในอนาคต

AltspaceVR

No Description

Accenture Nth Floor

ที่มา – Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/125622

[ลือ] ประชุมบิ๊กบอส ไบเดนนัดถกความปลอดภัยไซเบอร์กับซีอีโอแอปเปิล, ไมโครซอฟท์, แอมะซอน

Bloomberg รายงานว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมจัดประชุมคุยประเด็นความปลอดภัยไซเบอร์กับซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญบนโลกไอทียุคใหม่ กับ Tim Cook ซีอีโอแอปเปิล, Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ และ Andy Jassy ซีอีโอแอมะซอน ซึ่ง กูเกิล, IBM, JPMorgan Chase และบริษัทพลังงาน Southern Company ก็ได้รับเชิญด้วย

การประชุมจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 25 ส.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทต่างๆ กำลังปรับปรุงความปลอดภัยเพื่อรับมือภัยไซเบอร์ หลังเกิด ransomware โจมตีใหญ่ในหลายๆ ครั้งตั้งแต่กรณี SolarWinds, Kaseya VSA, Colonial Pipeline จนกลายเป็นวาระสำคัญแห่งชาติ ยกระดับเท่ากับภัยก่อการร้าย

No Description

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/124380

14 ฟีเจอร์ที่กำลังจะหายและเปลี่ยนแปลงไปเมื่อวินโดวส์ 11 มาถึง

ไมโครซอฟท์ได้เผยแพร่รายการฟีเจอร์ของวินโดวส์ 10 ที่จะโดนดึงออกหรือเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณอัพเกรดไปใช้วินโดวส์ 11 แล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงบางอย่างค่อนข้างส่งผลกระทบอย่างมากกับผู้ใช้ที่ปรับแต่งวินโดวส์ 10 ให้เข้ากับการใช้งานของตนเองบางแบบที่จำเพาะตัวอย่างเช่น สตาร์ทเมนูของวินโดวส์ 11 อนุญาตแค่ให้คุณผูกทาสก์บาร์เข้ากับด้านล่างของหน้าจอเท่านั้น นั่นหมายความว่าถ้าเดิมคุณเคยเอาทาสก์บาร์ไปยึดกับขอบบนของหน้าจอแล้ว คุณจะทำไม่ได้อีกบนวินโดวส์ 11

ไมโครซอฟท์ยังอธิบายการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างในส่วนของสตาร์ทเมนูด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถอดการรองรับ Live Tiles, การตั้งชื่อกลุ่ม, และการใช้โฟลเดอร์จัดกลุ่มแอพออกไป เป็นต้น

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังเตรียมถอด Internet Explorer โดยเปลี่ยนมาเพิ่ม IE Mode ใน Microsoft Edge แทน ทำให้ไม่น่าจะกระทบกับคนจำนวนมากเท่าไร

ฟีเจอร์อื่นที่โดนเอาออกก็ได้แก่ Tablet Mode, Timeline, และ Wallet รวมทั้งแอพอย่าง 3D Viewer, Paint 3D, OneNote, และ Skype ก็จะถูกถอนการติดตั้งเมื่ออัพเกรดด้วย แต่ก็ยังมีให้โหลดกลับมาใหม่จากสโตร์

โดยรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง และการถอดฟีเจอร์เดิมของวินโดวส์ 10 ออกนั้นมีดังนี้:

  • Cortana จะไม่ถูกรวมาเวลาบูธเครื่องครั้งแรก หรือปักหมุดให้ใช้บนทาสก์บาร์อีก
  • วอลเปเปอร์บนเดสก์ท็อป จะไม่สามารถซิงค์ไปมาระหว่างอุปกรณ์เมื่อล็อกอินด้วยบัญชีไมโครซอฟท์เดียวกันได้อีก
  • Internet Explorer จะถูกปิดการใช้งาน โดยแนะนำให้หันมาใช้ตัวใหม่อย่าง Microsoft Edge แทนที่จะมีฟีเจอร์อย่าง IE Mode เพิ่มเข้ามาที่อาจเป็นประโยชน์ในการใช้งานบางอย่าง
  • แผงปุ่มทางคณิตศาสตร์ จะถูกเอาออก แต่ก็สามารถเลือกติดตั้งแอพ Math Recognizer แทนทีหลังได้ ซึ่งจะรวมเอาส่วนการกรอกเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์และตัว Recognizer ไว้ด้วยกัน ส่วนการเขียนเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ในแอพอย่าง OneNote ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
  • ส่วน News และ Interests จะถูกปรับใหม่ โดยให้เข้าถึงได้ผ่านการคลิกไอคอน Widgets บนทาสก์บาร์
  • การแสดงสถานะอย่างง่าย และปุ่มตั้งค่าอำนวยความสะดวกการเข้าถึง (Associated Setting) บนหน้าจอล็อกสกรีนก็โดนเอาออกไปด้วย
  • S Mode จะมีเหลือให้ใช้เฉพาะบนวินโดวส์ 11 แบบ Home Edition เท่านั้น
  • Snipping Tool จะยังมีให้ใช้ต่อไป แต่จะเปลี่ยนโฉมดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เคยมีในวินโดวส์ 10 ใหม่ โดยจะอยู่ในรูปแอพที่เดิมเป็นที่รู้จักในชื่อ Snip & Sketch
  • เมนู Start ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวินโดวส์ 11 ที่มีการปรับเปลี่ยนและเอาฟีเจอร์เดิมออกที่น่าสังเกตดังนี้:
    • การตั้งชื่อกลุ่ม และจัดแอพเข้าโฟลเดอร์แบบเดิมนั้นจะไม่สามารถทำได้อีก และไม่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดเลย์เอาต์ได้
    • แอพและเว็บไซต์ที่ปักหมุดไว้เดิมจะไม่ได้ถูกย้ายไปวินโดวส์ 11 ด้วย
    • ดีไซน์แบบ Live Tiles จะหายไป โดยสามารถเข้าถึงคอนเทนต์แบบไดนามิกที่สรุปภาพง่ายๆ แบบเดิมนี้ได้จากฟีเจอร์ Widgets ใหม่แทน
  • Tablet Mode ถูกเอาออก โดยเพิ่มฟังก์ชั่นและความสามารถใหม่เข้ามาแทนอย่างเช่น แผงคีย์บอร์ดบนหน้าจอ และการควบคุมสัมผัสแบบ Detach Posture
  • Taskbar ก็ถูกเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นหลายอย่าง เช่น:
    • ไม่มีการแสดงส่วนของ People บนทาสก์บาร์อีก
    • ไอคอนบางตัวจะไม่แสดงบน System Tray (systray) ของเครื่องที่อัพเกรดแล้ว โดยรวมถึงการปรับแต่งพิเศษที่ทำขึ้นก่อนหน้าด้วย
    • การจัดเรียงในส่วนด้านล่างของหน้าจอนั้น อนุญาตแค่ส่วนของโลเคชั่น
    • แอพต่างๆ จะไม่สามารถปรับแต่งบริเวณบนทาสก์บาร์เป็นของตนเองได้อีก
  • Timeline ถูกเอาออก โดยสามารถไปใช้ฟังก์ชั่นที่คล้ายกันได้บน Microsoft Edge แทน
  • Touch Keyboard จะไม่ฝังล็อกตำแหน่งแบบเดิม โดยเลย์เอาต์ของคีย์บอร์ดที่ลอยอยู่ใหม่บนหน้าจอ 18 นิ้วจะมีขนาดใหญ่ขึ้นให้ใช้งานสะดวก
  • Wallet ก็ถูกเอาออกไป

และแอพต่อไปนี้แม้จะไม่ได้ถูกเอาออกตอนอัพเกรด แต่ก็จะไม่ถูกติดตั้งให้บนอุปกรณ์ที่จำหน่ายใหม่ หรือเมื่อติดตั้งวินโดวส์ 11 แบบคลีน ทั้งนี้ก็ยังมีให้ดาวน์โหลดมาใช้ใหม่ได้จากสโตร์:

  • 3D Viewer
  • OneNote for Windows 10
  • Paint 3D
  • Skype

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/these-features-are-going-away-with-windows-11/

ซีอีโอไมโครซอฟท์บอก Windows ยุคใหม่ไม่ใช่แค่ OS แต่เป็นแพลตฟอร์มเพื่อนักพัฒนา

หนึ่งในประเด็นสำคัญของตัว Windows 11 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่คือ ร้านค้าแอปหรือ Microsoft Store ที่ไม่หักส่วนแบ่งรายได้จากนักพัฒนาเลย หากทำระบบจ่ายเงินของตัวเอง และยังใช้แนวคิด “สโตร์ซ้อนสโตร์” ที่ไม่ว่าจะค้นหาแอปใดบน Microsoft Store ก็จะเจอช่องทางดาวน์โหลดแม้แอปนั้นไม่ได้วางขายบน Microsoft Store ก็ตาม นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังพัฒนาฟีเจอร์ให้ทิปโดยตรงสำหรับนักพัฒนาใน Windows 11 ด้วย

ในช่วงท้ายของพรีเซนเทชั่น Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์พูดถึงตัว Windows 11 ว่าจะกลายเป็นแพลตฟอร์มของครีเอเตอร์ และมีการวิจารณ์แอปเปิลเป็นนัย แต่ไม่ได้พูดตรงๆ

เขาบอกว่า Windows ยืนหยัดเพื่ออำนาจของครีเอเตอร์และผู้บริโภค การสร้างบริการใหม่ นักพัฒนาจำเป็นต้องมีทาวเลือก และไมโครซอฟท์ต้องการขจัดอุปสรรคที่มีอยู่และให้ทางเลือกและการเชื่อมต่อ ระบบปฏิบัติการและอุปกรณ์ควรปรับเปลี่ยนตามความต้องการของเรา ไม่ใช่ในทางตรงกันข้าม

No Description

เขายังบอกด้วยว่า ไมโครซอฟท์จะส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถเข้าถึงแอป ไฟล์ เกม ภาพยนตร์ รายการเนื้อหา และชุมชนที่มีความสำคัญต่อพวกเขาได้อย่างลื่นไหล โดยมอบอำนาจให้คุณผลิตและสร้างแรงบันดาลใจให้นักพัฒนาในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่

เรื่องนโยบายร้านค้าแอปซึ่งเป็นสิ่งที่แอปเปิลเจอการต่อต้านจากนักพัฒนาภายนอกมาตลอด โดยเฉพาะ Epic Games กำลังอยู่ระหว่างถูกฟ้องร้องฐานผูกขาด และเป็นโอกาสให้ไมโครซอฟท์ดึงความสนใจจากนักพัฒนามาบนแพลตฟอร์มได้ ซึ่งไมโครซอฟท์เองมีรายได้หลักมาจากบริการอื่นๆ อย่าง Microsoft 365, Azure และบริการเพื่อ enterprise อยู่แล้ว

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/123458

Satya Nadella บอกยินดี หาก Apple อยากทำ iMessage ลง Windows

Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ ให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal (WSJ) หลังงานเปิดตัว Windows 11 โดยพูดถึงคุณสมบัติใหม่ต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาสำหรับผู้ใช้งาน

ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ Joanna Stern นักข่าวของ WSJ ถามว่าแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ มีแนวทางที่ต่างจากแอปเปิลอย่างไร ซึ่ง Nadella บอกว่า สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือการให้ผู้พัฒนารายอื่น สร้างมาร์เกตเพลสขึ้นมาได้ ไมโครซอฟท์เองก็มีมาร์เกตเพลสที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ต้อนรับรายอื่นเช่นกัน เหมือนที่เรามี Teams แต่ก็เปิดให้มี Zoom หรือ Slack ได้

เมื่อถามว่า Windows จะรองรับการรันแอป iPhone แบบที่ Windows 11 รองรับแอป Android หรือไม่ Nadella ตอบว่า ไมโครซอฟท์ยินดีร่วมมือให้ทุกแอปทำงานได้บน Windows อย่างดีที่สุด รวมทั้งแอปของแอปเปิลไม่ว่าจะเป็น iTunes หรือ iMessage ก็ยินดีร่วมมือ เพราะไมโครซอฟท์เพียงต้องการให้ทุกซอฟต์แวร์ทำงานได้ดี ไม่ว่าจะบนอุปกรณ์ของแอปเปิล หรือบน Windows และจากผู้พัฒนาทุกราย ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล แอปเปิล อะโดบี หรืออื่น ๆ

ที่มา: iMore

Windows 11

from:https://www.blognone.com/node/123422

Microsoft แต่งตั้ง Satya Nadella เป็นประธานบอร์ดบริษัทคนใหม่

ไมโครซอฟท์ประกาศว่ากรรมการบอร์ดบริหารอิสระ ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์แต่งตั้งให้ Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์ รับตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารบริษัทคนใหม่ และให้ John Thompson ประธานบอร์ดคนปัจจุบัน รับตำแหน่งหัวหน้ากรรมการบอร์ดบริหารอิสระ ซึ่งเขาเคยรับตำแหน่งนี้ช่วงปี 2012-2014

ในแถลงการณ์ระบุว่า Satya จะรับบทบาทในการนำประเด็นเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด โดยอาศัยความเข้าใจในธุรกิจที่ลึกซึ้ง เพื่อกำหนดกลยุทธ์และมองหาโอกาสใหม่ ๆ รวมถึงระบุความเสี่ยงเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา

ประกาศนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบอร์ดบริหารที่สำคัญ นับตั้งแต่บิล เกตส์ ลงจากตำแหน่งเมื่อปี 2014 และให้ John Thompson ขึ้นมาเป็นประธานบอร์ดแทน

ที่มา: ไมโครซอฟท์

Satya Nadella

from:https://www.blognone.com/node/123253