คลังเก็บป้ายกำกับ: Retail

ดองกิ เตรียมเปิด Sen Sen Sushi ร้านซูชิเจ้าดัง 14 ธ.ค. 2022 ที่สาขาทองหล่อ

ดองกิ ประเทศไทย เตรียมเปิดให้บริการ Sen Sen Sushi ร้านซูชิในเครือธุรกิจของดองกิ ที่สาขาทองหล่อในวันที่ 14 ธ.ค. 2022 ต่อยอดจากการเปิดในตัวเมืองศรีราชา และขยายความสำเร็จจากการให้บริการในพื้นที่ฮ่องกง

Sen Sen Sushi

Sen Sen Sushi ขยายสาขาเพิ่มเติม

บริษัท เจแปน เอ็กเซลเล้นท์ ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้ บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH) เตรียมเปิดร้านซูชิ Sen Sen Sushi ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของดองกิ หลังประสบความสำเร็จในการให้บริการ 5 สาขาในฮ่องกง

การเปิดร้าน Sen Sen Sushi ถือเป็นการยกระดับศูนย์การค้าดองกิ มอลล์ ทองหล่อ ให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านอาหารจานเดียว, เมนูพิเศษ รวมถึงโซนโอมาคาเสะ โดยทั้งหมดนี้จะเน้นวัตถุดิบสดใหม่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงแหล่งอื่น ๆ ที่ควบคุมตามคุณภาพมาตรฐานดองกิ

สำหรับ Sen Sen Sushi สาขาศูนย์การค้าดองกิ มอลล์ ทองหล่อ จะเริ่มให้บริการแบบฟูลเซอร์วิสเป็นสาขาแรกของพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 2022 เป็นต้นไป โดยก่อนหน้านี้ Sen Sen Sushi ได้เปิดให้บริการในตัวเมืองศรีราชาเป็นสาขาแรกในประเทศไทย

ทั้งนี้ บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่ออ้างอิงข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะพบว่า รายได้รวมของบริษัทในปี 2022 อยู่ที่ 1,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 51% มีกำไรสุทธิ 2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 102% ถือเป็นการมีกำไรปีแรกตั้งแต่เริ่มกิจการ เพราะหลังจากเริ่มให้บริการในไทยไม่นาน ดองกิ เจอวิกฤติโควิด-19 ทันที

สรุป

ศึกร้านอาหารญี่ปุ่นน่าจะสนุกมากขึ้น เพราะ ดองกิ เริ่มอยากเข้ามาลุยตลาดนี้เองบ้าง แต่ด้วยราคาต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังเกิดขึ้นในไทย และทั่วโลก ก็น่าสนใจว่า Sen Sen Sushi จะสามารถแข่งขันกับร้านเชน รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นรายย่อยในประเทศไทยได้มากแค่ไหน

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ดองกิ เตรียมเปิด Sen Sen Sushi ร้านซูชิเจ้าดัง 14 ธ.ค. 2022 ที่สาขาทองหล่อ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/donki-sen-sen-sushi/

เดอะมอลล์ อัดงบ 300 ล้านบาท กระตุ้นจับจ่าย ดันยอดขายแตะ 50,000 ล้านบาทตามเป้า

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุ่มงบ 300 ล้านบาท อัดโปรโมชัน และอีเวนต์กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย หวังปั้นยอดขาย 50,000 ล้านบาทตามเป้า คาดปี 2023 ตลาดกลับมาคึกคัก พร้อมรีโนเวตสาขาบางแค-บางกะปิ ให้เสร็จทันช่วงสิ้นปี

The Mall

เดอะมอลล์ กรุ๊ป กระตุ้นยอดโค้งสุดท้าย

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เล่าให้ฟังว่า ในปี 2022 บริษัทมีระยะเวลาทำตลาดอย่างจริงจังเพียงช่วง 9 เดือนสุดท้าย และจำนวนลูกค้าชาวจีนที่เป็นหนึ่งในผู้ซื้อหลักยังไม่กลับมาจับจ่ายในประเทศไทย ทำให้บริษัทต้องทำตลาดโดยเน้นหนักที่ลูกค้าท้องถิ่นเป็นหลัก

ล่าสุดประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2021 เพื่อทำโปรโมชัน และงานอีเวนต์ในสาขาต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดจับจ่ายปลายปี โดยตั้งเป้ามีเงินสะพัดภายในแคมเปญดังกล่าวราว 6,000 ล้านบาท และเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการอีก 30% จากช่วงเวลาปกติ

“เป็นปกติที่ช่วงปลายปีลูกค้าจะออกมาจับจ่ายมากที่สุด และตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมามากขึ้น แต่ชาวจีนที่เป็นหนึ่งในผู้ซื้อหลักยังไม่กลับมา ประกอบกับการสนับสนุนเรื่องช้อปช่วยชาติยังไม่ชัดเจน ทำให้กลุ่มเดอะมอลล์ต้องเร่งทำตลาดกับลูกค้าท้องถิ่นในมุมต่าง ๆ มากขึ้น”

The Mall

ดันยอดขาย 50,000 ล้านบาทตามเป้า

แคมเปญในช่วงสิ้นปีคือส่วนสำคัญในการดันยอดขายให้ถึงเป้าหมาย 50,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่เคยทำได้ในปี 2019 โดยยอดดังกล่าวจะมาจากช่วงไตรมาส 4 ราว 30-35% ประกอบกับการรีโนเวตสาขาท่าพระ ส่งผลกระทบกับยอดขายเล็กน้อย

“ตอนนี้ลูกค้าเริ่มกลับมาใช้บริการอย่างปกติ โดยเฉพาะการอยู่ในศูนย์การค้าของเรานานขึ้น เฉลี่ยแล้ว 1.15 ชม./คน เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เหตุผลหลักมาจากพวกเขากล้าเข้ามารับประทานอาหารในห้าง และเมื่ออยู่ที่นี่นานก็มีโอกาสจับจ่ายซื้อสินค้ามากกว่าเดิม หรือเพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน”

ทั้งนี้ในปี 2022 เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีการจัดอีเวนต์ภายในศูนย์การค้ากว่า 400 ครั้ง พร้อม 320 โปรโมชันที่ทำตลอดทั้งปี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับช่วงเวลาก่อนโรคโควิด-19 ระบาด และกลุ่มสาขาในเมืองเริ่มมีลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ 30% ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโรคโควิด-19 ที่มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการ 40%

The Mall

2023 ปรับปรุงสาขาบางแค-บางกะปิ

วรลักษณ์ เสริมว่า ในปี 2023 ภาพรวมการจับจ่ายภายในประเทศไทย และศูนย์การค้าของกลุ่มจะเริ่มกลับมาสู่ภาวะก่อนโรคโควิด-19 ระบาด แต่ด้วยบริษัทมีความจำเป็นต้องรีโนเวตเดอะมอลล์สาขาบางแค กับบางกะปิ ให้เสร็จตามแผน ทำให้ยอดขายจากสาขาทั้งสองแห่งย่อมหายไปเล็กน้อย และกระทบกับภาพรวมยอดขายของบริษัท

“เราจะไม่ได้ปิดทั้งสองสาขา โดยจะทยอยทำไปทีละจุด แต่ถึงอย่างไรมันก็จะกระทบยอดขายแน่นอน ซึ่งเราหวังว่าการรีโนเวตครั้งนี้จะเสร็จทันช่วงปลายปี 2023 เพื่อให้ทันกับแคมเปญคริสต์มาส เพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงสุดท้ายทั้งสองสาขา และขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตได้”

สำหรับปี 2023 กลุ่มเดอะมอลล์ มีแผนจัดอีเวนต์เพิ่มขึ้นราว 10% จากปี 2022 เพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยใช้งบประมาณราว 50% ของงบการตลาดในการบริหารจัดการ ส่วนฝั่งยอดขายช่องทางออนไลน์ส่วนใหญ่ยังมาจากแคมเปญ 11.11 และ 11.12 เป็นหลัก

สรุป

การใช้บริการศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน และในปี 2023 หากมีลูกค้าชาวจีนกลับเข้ามาด้วยน่าจะเติบโตกว่านี้ แสดงให้เห็นถึงผู้คนในประเทศเริ่มกลับมาจับจ่ายอย่างปกติ และหลุดพ้นจากช่วงเวลาแย่ ๆ ในช่วงโรคโควิด-19 ระบาดมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เดอะมอลล์ อัดงบ 300 ล้านบาท กระตุ้นจับจ่าย ดันยอดขายแตะ 50,000 ล้านบาทตามเป้า first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/the-mall-q4-mkt-campaign/

เดอะมอลล์ เปิดแอปฯ Gourmet Market ต่อยอดกลยุทธ์ Omni-Channel หวังยอดขาย 500 ล้านบาท

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ต่อยอดกลยุทธ์ Omni-Channel Retail เปิดตัวแอปพลิเคชัน Gourmet Market หวังยอดขาย 500 ล้านบาท ในอีก 2 ปี เผยแค่ฝั่งเว็บไซต์มียอดขายกว่าร้อยล้าน ยอดออร์เดอร์เฉลี่ย 2,200 บาท

Gourmet Market

Gourmet Market เปิดแอปพลิเคชัน

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เล่าให้ฟังว่า ช่วงกลางปี 2564 บริษัทได้เปิดตัวเว็บไซต์ http://www.gourmetmarketthailand.com เพื่อเดินหน้าแผน Omni-Channel Retail ซึ่งตั้งเแต่เปิดมามียอดขายผ่านช่องทางนี้หลักร้อยล้านบาท และมียอดออร์เดอร์เฉลี่ย 2,200 บาท

ล่าสุดเพื่อต่อยอดกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Gourmet Market รวมเอาจุดเด่นต่าง ๆ ของการใช้บริการผ่านเว็บไซต์ เช่น ระบบ AI ในการคัดเลือกสินค้าที่ผู้ใช้ชอบ, Gamification ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการจับจ่าย และการส่งสินค้าที่เร็วที่สุดภายใน 1 ชม. ทุกพื้นที่ในกทม. และปริมณฑล รวมถึงบางพื้นที่ในนครราชสีมา

สำหรับสินค้าที่จำหน่ายบนแอปพลิเคชัน Gourmet Market จะมีกว่า 50,000 รายการ ครอบคลุม 12 กลุ่มสินค้า ตอบโจทย์ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำการคัดเลือกสินค้าโดยพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเหมือนกับการไปเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต

ทั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตั้งเป้ายอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Gourmet Market ที่ 1.5 แสนดาวน์โหลด และทำรายได้อยู่ที่ราว 500 ล้านบาท ภายใน 2 ปีหลังจากนี้ แต่ถึงอย่างไร เดอะมอลล์ กรุ๊ป ถือเป็นผู้เล่นรายท้าย ๆ ที่เริ่มให้บริการซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ โดยก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเซ็นทรัล, บิ๊กซี และโลตัส ต่างให้บริการไปก่อนแล้ว

สรุป

เดอะมอลล์ กรุ๊ป เริ่มก้าวออกจากความมั่นใจเดิมในเรื่องการบุกออนไลน์ เพราะค้าปลีกดังกล่าวถือเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างช้าที่สุดในการทำ Omni-Channel ดังนั้นประโยชน์หลังจากนี้ของการรุกออนไลน์เต็มที่ของค้าปลีกแต่ละรายย่อมตกไปที่ผู้บริโภค และต้องดูกันว่าใครจะทุ่มสุดตัวเพื่อเป็นเจ้าในตลาดนี้

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เดอะมอลล์ เปิดแอปฯ Gourmet Market ต่อยอดกลยุทธ์ Omni-Channel หวังยอดขาย 500 ล้านบาท first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/gourmet-market-application/

Lawson เริ่มให้บริการร้านสะดวกซื้อไร้แคชเชียร์แบบเดียวกับ Amazon Go

Lawson เครือร้านสะดวกซื้อชื่อดังของญี่ปุ่นเตรียมเปิด Lawson Go ร้านสะดวกซื้อแบบไม่มีพนักงานคิดเงิน โดยใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับ Amazon Go

ที่ว่าใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้หมายถึงการใช้ระบบ computer vision ในการตรวจสอบการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าภายในร้าน โดยในการใช้บริการลูกค้าจะต้องติดตั้งแอป Lawson Go ในสมาร์ทโฟนและผูกบัญขีบัตรเครดิตกับแอป เมื่อเดินเข้าไปภายในร้านก็เปิดแอปเพื่อสร้างรหัส QR แล้วนำไปสแกนตรงทางเข้าร้าน หลังจากนั้นก็เพียงแต่เดินเลือกซื้อสินค้าภายในร้านแล้วเดินออกจากร้านได้เลย

No Descriptionร้าน Lawson Go ให้บริการแบบไม่มีแคชเชียร์

ระบบ computer vision และเซ็นเซอร์วัดน้ำหนักสินค้าบนชั้นวางจะทำงานร่วมกันเพื่อตรวจสอบว่าลูกค้าผู้ใช้บริการแต่ละคนได้เลือกซื้อหยิบสินค้าอะไรไปบ้าง เมื่อลูกค้าคนดังกล่าวเดินออกจากร้านระบบก็จะรวมข้อมูลสินค้าทั้งหมดเพื่อคิดเงินโดยการตัดเงินผ่านบัตรเครดิตที่ผูกกับแอป Lawson Go ไว้ โดยใบเสร็จค่าสินค้าจะถูกส่งไปยังลูกค้าผ่านทางแอป

No Descriptionแอป Lawson Go ที่ใช้ยืนยันตัวตนโดยสร้างรหัส QR ไปสแกนที่ทางเข้าร้าน และเป็นช่องทางรับใบเสร็จดิจิทัลค่าสินค้า

Lawson Go เปิดให้บริการสาขาแรกที่อาคาร Mitsubishi Shokuhin ใน Tokyo เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ภายในร้านจะยังมีพนักงานทำงานอยู่แต่จะทำหน้าที่หลักเพื่อเติมสินค้าและดูแลความเรียบร้อยภายในร้านเท่านั้นโดยไม่ได้ให้บริการคิดเงิน Lawson ระบุว่าในอนาคตจะขยายสาขา Lawson Go และจะเพิ่มเคาน์เตอร์คิดเงินด้วยตนเองเป็นทางเลือกการจ่ายเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้มาใช้บริการอีกทางหนึ่งด้วย

ที่มา – Lawson ผ่าน SoraNews24

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131080

เซ็นทรัล ตอบรับเทศกินเจ เปิดแคมเปญ Thailand J Food Festival 2022 ที่เซ็นทรัลทุกสาขา

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล 37 สาขา ทั่วประเทศ จัดแคมเปญ “Thailand J Food Festival 2022” ยืนหนึ่งเรื่องกินเจ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ตอกย้ำ ผู้นำเดสติเนชั่นของทุกเทศกาล

ปีนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัล คัดสรรสุดยอดความอร่อยจากเมนูเจกว่า 5,000 รายการ ทั้งเมนูเจต้นตำรับ , เมนูเจหลากหลายสัญชาติทั่วโลก และ เมนูเจ Plant-based และ Vegan เป็นต้นพร้อมร่วมกับโครงการหลวงนำเสนอเมนูอาหารเจในรูปแบบร่วมสมัย ที่นอกจากจะอิ่มเจ อิ่มใจ พร้อมขอเชิญอิ่มบุญบริจาค ร่วมบริจาคโลหิต 10 ล้านซี.ซี. กับเซ็นทรัลกรุ๊ป และสภากาชาดไทย รับฟรี เครื่องดื่มสูตรเจจากดอยคำ 1 แก้ว (ในสาขาที่ร่วมรายการ) และรับโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. – 4 ต.ค. 65 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 37 สาขาทั่วประเทศ

ผนึกพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ มูลนิธิโครงการหลวง, ดอยคำ, ผลิตภัณฑ์ดีน่านมถั่วเหลือง ภายใต้บริษัทดัชมิลล์, ผลิตภัณฑ์ Meat zero ภายใต้บริษัท CPF ประเทศไทย จำกัด มหาชน พร้อมด้วยธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล CENTRAL FOODPARK และร้านอาหารชื่อดังภายในศูนย์การค้าฯ

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เทศกาลกินเจของศูนย์การค้าเซ็นทรัลในทุกปี จะคำนึงถึงอินไซต์พฤติกรรมการทานอาหารและความสนใจของลูกค้าเป็นหลัก โดยจะเจาะไลฟ์สไตล์อินไซต์การทานอาหาร ที่หลากหลาย ซึ่งอาหารเจรูปแบบใหม่จะเน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น Plant based ผักสด ลดมัน คลอเรสเตอรอลต่ำ ทานแล้วไม่อ้วน

ซึ่งเทรนด์ตอนนี้เริ่มขยายกว้างไปไม่จำกัดแค่อาหารจีนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอาหารหลากหลายสัญชาติทั่วโลก ของทานเล่น เครื่องดื่ม รวมไปถึงเทรนด์ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และเพิ่มทางเลือกและเติมสีสันให้เทศกาลกินเจ โดยในปีนี้ พิเศษ ครั้งแรกกับการร่วมมือระหว่างเซ็นทรัลพัฒนา กับโครงการหลวง ได้นำเชฟของโครงการฯ มาครีเอทเมนูเจ โดยการใช้ผลิตผลจากโครงการฯ มารังสรรค์อาหารเจหลากหลายเมนู อาทิ เมนูข้าวซอยยูนนานน้ำใส เห็ด3อย่าง, น้ำพริกอ่องดอยใส่เห็ด, สลัดยูนนานอ่างขาง, ขนมจีบไส้เห็ดรวม, ข้าวกล้องดอยอบเผือก, เห็ดอบวุ้นเส้น,อะโวคาโดแซ่บ,ควินัวคลุกข้าวโพด, น้ำเคลปั่น และอีกมากมาย” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว

รวมจุดสักการะเทพเจ้า เสริมสร้างความเป็นสิริมงคลที่เซ็นทรัล

เซ็นทรัลพระราม2 สักการะหลวงปู่โจวซือกง(องค์ทอง) ไหว้ขอพรเรื่องสุขภาพศาลเจ้าอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี จากตลาดน้อย เยาวราชและ เซ็นทรัลบางนา องค์หลวงปู่โจวซือกง (องค์ดำ) อัญเชิญจากประเทศจีน , เซ็นทรัลพระราม3 สักการะเจ้าแม่กวนอิมพันหัตถ์ ทำจากไม้หอม ปิดทองคำแท้ทั้งองค์ พุทธปฏิมาจีนแบบโบราณหาชมได้ยาก อายุกว่า 100 ปี อัญเชิญจากประเทศจีน สัญลักษณ์ความแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง

เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต สักการะเจ้าแม่กวนอิม ปางประทับฐานบัว เสริมสิริมงคลให้ชีวิต, เซ็นทรัลเวสต์เกต, เซ็นทรัลเชียงใหม่ สักการะเจ้าแม่กวนอิม ปางประทานพร, และ เซ็นทรัลจันทบุรี เจ้าแม่กวนอิม ปางประทานพร องค์เซรามิกปั้นมือ สูงเท่าตัวคน 170 ซม. อัญเชิญจากประเทศจีน โดยเจ้าแม่กวนอิม ถือเป็นเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเมตตา ที่ทรงโปรดสัตว์ บูชากราบไหว้ ให้บันดาลความผาสุก จิตใจผ่องใส ปัดเป่าช่วยเหลือยามเกิดทุกข์ภัย

ปักหมุด ไฮไลต์ “Thailand J Food Festival 2022” ทั่วประเทศ

  • เซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์กลางอาหารเจนานาชาติ สุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง กว่า 500 เมนู จากร้านดัง อาทิ Chuan Kitchen, Spaghetti Factory, Everseoul, La Meow, สีฟ้า, TP Tea, FukuX2 และร้านค้าไฮไลต์ใน Central Food Hall อาทิ ร้านข้าวต้มเสวย, กินรี, เต้าหู้ทอดสวัสดี, ครัวเจ้ง้อ, พิณริมโขง, ปั่นละมุน เครื่องดื่มผลไม้ปั่นสูตรเข้มข้นเพื่อสุขภาพ และเมนูเจเลิศรสที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์
  • เซ็นทรัล พระราม 2 ครั้งแรกในการร่วมมือกับโครงการหลวง ครีเอท 9 เมนูเจคลีนฟู้ดรังสรรค์โดยเชฟโครงการหลวง : เชฟปัทจากครัวสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง, เชฟโจ ครัวสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ และเชฟยาณี จากครัวสวนกุหลาบหลวง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง พร้อมโซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการหลวง, ห้ามพลาดกับ 9 เมนูเครื่องดื่มสูตรเจจากดอยคำ ภายในงานเฉพาะที่เซ็นทรัลพระราม 2, สักการะหลวงปู่โจวซือกง (องค์ทอง) ศาลเจ้าอายุกว่า 200 ปี จากตลาดน้อย ย่านเยาวราช พร้อมชวนกินเจจากสตรีทฟู้ดร้านดัง อาทิ ร้านข้าวต้มแปลงนาม, ครัวสินทวี, แม่อยากทำ และแม่ทองปอนด์ 
  • เซ็นทรัล พระราม 3 รวมเมนูเจร้านดังจากทุกย่านทั่วกรุง อาทิ กะหรี่ปั๊ปคุณปุ๊ ร้านดังคิวแน่นจากตลาดน้อย, กะเพาะปลาเจ๊เอ็ง เจ้าเด็ด ย่านตลาดพลู, ลิ้มอ่วงซุย ตำนานซาลาเปาเจแห่งเยาวราช, ก๋วยเตี๋ยวไม่จำเจ ก๋วยเตี๋ยวสุขภาพดี 9 เส้น 9 น้ำ 27เครื่อง ย่านบางบอน และอีกมากมาย พร้อมสักการะเจ้าแม่กวนอิมพันหัตถ์ และช้อปภายในศูนย์ครบ 1,000 บาท รับเมนูเจสุดพิเศษจากร้านดัง
  • เซ็นทรัล พระราม 9 อิ่มบุญ อิ่มใจ By Gokoo x J Food Festival กินเจ ไม่จำเจ รวมเมนูเจจากร้านอาหารชื่อดังทั่วศูนย์การค้าและจากร้านชื่อดังกว่า 100 เมนู พร้อมสินค้าที่ส่งตรงจากประเทศจีน และสายมูห้ามพลาดกับ Photobooth เซียมซี ช้อปสินค้าภายในงานครบตามกำหนด รับเสี่ยงเซียมซี พร้อมถ่ายรูปฟรี และลุ้นรับรางวัลพิเศษจาก Gokoo
  • เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เมนูอาหารเจกว่าร้อยเมนูทั้งคาวและหวาน ไฮไลท์เมนู เต้าหู้ทอดสวัสดี ร้านเต้าหู้ทอดเผือกทอดที่มียอดขายดีมาก และเมนูเครื่องดื่มสูตรเจจากดอยคำภายในงาน, ร่วมกิจกรรม Little Chef Table ที่จะมาทำเมนูสุขภาพแบบทานเองง่ายๆได้ที่บ้าน
  • เซ็นทรัล เวสต์เกต สืบสานวัฒนธรรมเจท้องถิ่น เมนูผัดหมี่จักรพรรดิ์, เผือกทองคำเจร่วมสักการะเจ้าแม่กวนอิม ปางประทานพร เจ้าแม่แห่งความเมตตา และอิ่มบุญ style my family กับ Workshop DIY My J Food
  • เซ็นทรัล บางนา ยกขบวน J Food กว่า 100 เมนูดังให้คุณลิ้มลองความอร่อยได้สุขภาพและร่วมสักการะองค์หลวงปู่โจวซือกง (องค์ดำ) อัญเชิญจากประเทศจีนพลาดไม่ได้เมื่อช้อปสินค้าครบ 2,500 บาทรับฟรี แผ่นทองเรียกทรัพย์จากวัดแซกงมิวชมการแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากาก และโชว์กู่เจิ้งเครื่องเล่นจีนโบราณ
  • เซ็นทรัล ศรีราชา พบเทศกาลอาหารเจอร่อยเด็ดหลากหลายเมนูเจ้าดัง อาทิ เมนูหมี่ซั่วฮ่องเต้, ห่อหมก 3 ก๊ก, เมนูทอดจักรพรรดิ์, ซาลาเปาเห็ดหอม
  • เซ็นทรัล เชียงใหม่ อิ่มอร่อยกับเมนูเจร้านเด็ด และอาหารเจเพื่อสุขภาพ วัตถุดิบสดสะอาดจากโครงการหลวง เชียงใหม่ พร้อม Workshop เมนูอาหารเจง่ายๆ โดยเชฟจากโครงการหลวง, ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ จากร้านอาหารบ้านคุณ, ร้าน Little Pao ซาลาเปาแป้งนุ่ม ไส้เปากระเพราโปรตีนจากพืช เปาเห็ดหอม เปาผักออแกนิก และเปาถั่วดำชาโคล, น้ำเต้าหู้ต้นตำรับจากเยาวราช, Nam Dao Huu คาเฟ่น้ำเต้าหู้ชื่อดังของเชียงใหม่ และร่วมสักการะเจ้าแม่กวนอิม องค์เทพแห่งความรักและความเมตตา เสริมสิริมงคลให้ชีวิต
  • เซ็นทรัล ภูเก็ต ครั้งแรกของภูเก็ต กับเมนูเจ Plant-based/Vegan กว่า 100 เมนู มาให้ทุกท่านได้เลือกชิม อาทิ Deluxe Yogurt Bowl เมนูไร้น้ำตาล, โรตีแกงเขียวหวาน, Vegan Sausage Zoodle, สนุกสนานกับกิจกรรมและ Workshop เอาใจสายรักสุขภาพ ทุกวัน 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เซ็นทรัล ตอบรับเทศกินเจ เปิดแคมเปญ Thailand J Food Festival 2022 ที่เซ็นทรัลทุกสาขา first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/cpn-central-thailand-j-food-festival-2022/

ดองกิ สร้างสาขาที่ 7 ในประเทศไทยที่ ธนิยะพลาซา พื้นที่ 1,200 ตร.ม. มี 2 ชั้น เจอกันต้นปี 2023

ดองกิ เตรียมเปิดสาขาแห่งที่ 7 ในประเทศไทยที่ ศูนย์การค้า ธนิยะพลาซา แหล่งรวมคนญี่ปุ่นอีกแห่ง วางกำหนดเปิดให้บริการช่วงต้นปี 2023 เบื้องต้นมีพื้นที่ขาย 1,200 ตร.ม. กินพื้นที่ 2 ชั้นของ ธนิยะพลาซา อาคาร B

ดองกิ

เปิดสาขาใหม่ใจกลางย่านสีลม

โยซูเกะ ชิมานุกิ ประธานกรรมการ บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกับธนิยะพลาซา ในการเปิดตัว ดอง ดอง ดองกิ สาขาธนิยะพลาซาในครั้งนี้ นับเป็นการเปิดตลาดใหม่ของเราในเขตศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

เนื่องจาก ธนิยะพลาซาเป็นศูนย์การค้ายอดนิยมบนถนนสีลม มีการเดินทางสะดวกเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสศาลาแดงและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสีลม รวมถึงมีปริมาณผู้ใช้บริการในพื้นที่เป็นอย่างมาก ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัท นักท่องเที่ยว และชุมชนใกล้เคียง

ดอง ดอง ดองกิ สาขาธนิยะพลาซา ซึ่งเป็นสาขาที่ 7 ของดองกิในประเทศไทย เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด กับพันธมิตร ธนิยะ กรุ๊ป ตั้งเป้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2566 เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง บนพื้นที่ขายกว่า 1,200 ตร.ม. ภายในร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น บริเวณชั้น G และ 2 โซนอาคาร B (BTS)

นอกจากนี้ยังมีร้าน Sen Sen Sushi ธุรกิจใหม่ของดองกิ ซึ่งมี 4 สาที่ฮ่องกง และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมาเปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมงที่ธนิยะพลาซา รวมถึงมีโซนโมบายฟู้ด ที่มาในรูปแบบเมนูกลางวันและเมนูกลางคืน เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่ อาทิ มันเผา ขนมปังคิวามิ วากิวเสียบไม้ อาหารสำเร็จรูปยอดนิยม

ดองกิ เริ่มเข้ามาให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2019 เริ่มต้นที่สาขาทองหล่อ ก่อนขยายออกไปในพื้นที่เศรษฐกิจใจกลางเมือง เช่น ศูนย์การค้า MBK และ The Market รวมถึงออกไปมีสาขาชานเมืองในศูนย์การค้า Seacon Square ศรีนครินทร์ และบางแค

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ดองกิ สร้างสาขาที่ 7 ในประเทศไทยที่ ธนิยะพลาซา พื้นที่ 1,200 ตร.ม. มี 2 ชั้น เจอกันต้นปี 2023 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/donki-7th-thaniya-plaza/

ส. ผู้ค้าปลีกไทย เผย ดัชนีค้าปลีกหดตัว 3 เดือนซ้อน เหตุสินค้าแพง ผู้ซื้อประหยัด ผู้ค้าไม่มั่นใจ

สมาคมผู้ค้าปลีกไทยร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย เผยผลสำรวจความเชื่อมั่น (Retail Sentiment Index: RSI) ของผู้ประกอบการค้าปลีกประจำเดือน มิ.ย. 2565 ในภาพรวมพบว่า RSI เดือน มิ.ย. ลดลงมาอยู่ที่ 48.9 ปรับลดลง 4.4 จุด เมื่อเทียบกับดัชนีเดือน พ.ค. ที่ 53.3 จุด ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม

ค้าปลีก

ค่าครองชีพสูงทำธุรกิจค้าปลีกมีปัญหา

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ (Spending per Bill) 6.5 จุด อยู่ที่ระดับ 52.2 เป็นการเพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจากการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้น (เป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้น 7%) ในขณะที่การทำกิจกรรมนอกบ้านมีทิศทางที่เพิ่มขึ้น นับตั้งแต่การเปิดโรงเรียน การกลับเข้าสู่สถานที่ทำงาน ของทั้งภาคเอกชนและรัฐ

แต่ความถี่ในการจับจ่าย (Frequency on Shopping) กลับลดลง 5 จุด อยู่ที่ระดับ 50.0 และยอดขายสาขาเดิม Same Store Sale Growth (SSSG-YoY) ปรับลดลง 6.5 จุด และอยู่เหนือค่าเฉลี่ยกลางที่ 50 เพียงเล็กน้อย บ่งบอกถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชะลอการจับจ่าย พร้อมทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอทำให้การจับจ่ายโดยรวมไม่เติบโต ผู้บริโภคมุ่งเน้นซื้อสินค้าที่จำเป็น ลดการบริโภค จึงจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีกในอีก 3 เดือนข้างหน้าลดลง 4.4 จุดเช่นกัน จากระดับ 58.7 จุด ในเดือนพฤษภาคม มาที่ 54.3 จุดในเดือนมิถุนายน แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อแนวโน้มต้นทุนการดำเนินธุรกิจและราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่คาดการณ์ว่าจะถูกปรับลดลง ภาวะเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มจะ ดีดตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

ท่องเที่ยวคือปัจจัยบวก แต่ยังช่วยไม่ได้มาก

“สำหรับภาคค้าปลีกและบริการของไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนโดยตรงน้อยมาก แต่ได้รับผลกระทบโดยอ้อมผ่านราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นที่กระทบกับเงินเฟ้อ ราคาสินค้า และค่าครองชีพ อีกทั้ง การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศก็ยังไม่เข้มแข็ง และยังต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้น การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวลงจากความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีปัจจัยลบมากมาย แต่ก็ยังมีปัจจัยบวก นับตั้งแต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการที่ผ่อนคลายมากขึ้น การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัวสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงสิ้นปีอยู่ที่ 7.5 – 10 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะมาเติมกำลังซื้อ รวมถึงดึงศักยภาพการจับจ่ายของกลุ่มผู้บริโภคบางส่วนมาชดเชยปัจจัยลบได้

นอกจากนี้ มีบทสรุปประเด็นสำคัญของ “การประเมินกำลังซื้อ และการฟื้นตัวของธุรกิจในภาคการค้า” ที่สำรวจระหว่างวันที่ 18 – 25 มิถุนายน 2565 ดังนี้

  • 92% มีความพร้อมด้านแรงงาน สินค้า และเงินทุนเพื่อรองรับธุรกิจเติบโตตามนโยบายเปิดประเทศ
  • 58% ระบุว่าธุรกิจในไตรมาสสองของปีนี้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
  • 44% ระบุว่าธุรกิจในไตรมาสสองของปีนี้แย่ลง เมื่อเทียบกับไตรมาสหนึ่งของปีนี้

ส่ง 4 ข้อเสนอต่อภาครัฐช่วยธุรกิจค้าปลีก

ทั้งนี้ สมาคมฯ ขอย้ำ 4 ข้อเสนอต่อภาครัฐ ประกอบด้วย

  1. นโยบายกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตรงเป้าและโดยเร็ว ภาครัฐยังคงต้องรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน (Local Consumption) ไว้อย่างต่อเนื่องตลอดปี โครงการต่างๆ ต้องมุ่งเน้นไปกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อที่สามารถสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ได้เร็ว อาทิ โครงการช้อปดีมีคืน โครงการริเริ่มสร้างเมืองปลอดภาษีให้ผู้มีกำลังซื้อจับจ่ายในประเทศแทนที่จะนำเงินไปจับจ่ายต่างประเทศ
  2. รัฐต้องกำกับดูแลกลไกตลาดเพื่อให้ราคาสินค้าเคลื่อนไหวสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต หากสินค้าปรับราคาสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก ก็จะเป็นภาระต่อค่าครองชีพที่สูงต่อประชาชน แต่ถ้าไม่อนุญาตให้ปรับราคา ผู้ผลิตก็จะเลี่ยงไม่ขึ้นราคา แต่ไปปรับลดไซส์-ปริมาณสินค้า เพราะทนต่อการแบกต้นทุนไม่ไหว
  3. เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยภาครัฐ ไตรมาสที่สี่ (กรกฎาคม – กันยายน) ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ ภาครัฐต้องเร่งรัดการดำเนินการโครงการทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว เพื่อเร่งสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านการจัดจ้างการดำเนินงาน และสนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐมากขึ้น
  4. สนับสนุนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและบริการอย่างต่อเนื่อง ยกระดับศักยภาพภาคการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและยั่งยืน จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง รวมถึงพิจารณามาตรการสินเชื่อและมาตรการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้อย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ส. ผู้ค้าปลีกไทย เผย ดัชนีค้าปลีกหดตัว 3 เดือนซ้อน เหตุสินค้าแพง ผู้ซื้อประหยัด ผู้ค้าไม่มั่นใจ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thai-retail-jun-2022/

Amazon.com เปิด Amazon Style ร้านเสื้อผ้าแห่งแรกของเครือ เน้นแก้ปัญหาการซื้อเสื้อผ้า

Amazon.com ประกาศเปิดตัว Amazon Style ร้านเสื้อผ้าสาขาแรกของบริษัท มาพร้อมเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การชำระเงินแบบ Just Walk Out ผ่านบัญชี Amazon.com และในห้องลองมีการติดตั้งหน้าจอทัชสกรีนสามารถสั่งการเกี่ยวกับการเลือกซื้อเสื้อผ้าได้ โดยร้านนี้สร้างเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ของการซื้อเสื้อผ้า

Amazon Style ตั้งอยู่ที่ Los Angeles ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดสาขาอื่น ๆ เพิ่มหรือไม่ โดยการเปิดร้านเสื้อผ้าแห่งนี้ต่อยอกกลยุทธ์บุกตลาดค้าปลีกดั้งเดิมของ Amazon.com ที่ก่อนหน้านี้เป็นเจ้าของค้าปลีกขนาดใหญ่ Whole Foods และค้าปลีกที่มาพร้อมนวัตกรรมของบริษัท Amazon Go และ Amaon Fresh

สำหรับการบริการภายในร้าน Amazon Style เมื่อเดินเข้าไปจะมีพนักงานคอยให้บริการเพื่อหยิบเสื้อผ้าไปส่งที่ห้องลอง หรือช่องชำระเงิน แต่หากเชี่ยวชาญเทคโนโลยี ผู้ใช้บริการสามารถสแกน QR Code ที่เสื้อผ้าเพื่อให้เสื้อผ้าที่ต้องการไปส่งที่ห้องลอง หรือช่องชำระเงินได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องแบกเสื้อผ้าจำนวนมากอีกต่อไป

ภายในร้าน Amazon Style จะจำหน่ายเสื้อผ้าของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Levi’s และ Champion เป็นต้น อีกจุดน่าสนใจคือในห้องลองเสื้อจะมีหน้าจอทัชสกรีนเพื่อกดสั่งให้นำเสื้อผ้าไซส์อื่นมาลองเพิ่มได้ นอกจากนี้ผู้ใช้บริการสามารถสั่งซื้อเสื้อผ้าจาก Amazon.com ให้มาส่งที่ร้านเพื่อลองก่อนได้เช่นกัน

อ้างอิง // The Verge, Amazon.com

alt="amazon"

from:https://www.blognone.com/node/128682

Walmart ขยายบริการส่งสินค้าผ่านโดรน ครอบคลุมประชากร 4 ล้านคน ในปีนี้

Walmart ร้านค้าปลีกรายใหญ่ในอเมริกา ประกาศขยายการให้บริการ DroneUp ซึ่งเป็นการจัดส่งสินค้าผ่านโดรน หลังจากทดสอบในเมืองเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้ โดยเพิ่มเป็น 34 พื้นที่ ใน 6 รัฐ ครอบคลุมประชากรราว 4 ล้านคน ภายในปีนี้

บริการจัดส่งสินค้าด้วยโดรนของ Walmart จะให้บริการตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกาถึง 20 นาฬิกา รายการสินค้าที่สามารถสั่งซื้อได้มีมากกว่า 1 แสนรายการ แต่น้ำหนักรวมต้องไม่เกิน 10 ปอนด์ (4.5 กิโลกรัม) มีค่าบริการเพิ่ม 3.99 ดอลลาร์

ทั้งนี้ Walmart คาดว่าจะมีการจัดส่งสินค้าผ่านโดรนมากกว่า 1 ล้านครั้งต่อปี ปัจจุบัน Walmart มีบริการจัดส่งสินค้าด่วนอยู่แล้ว 2 รูปแบบคือ การจัดส่งแบบ Express รับประกันภายใน 2 ชั่วโมง และ InHome ที่พนักงานจัดส่งจะนำสินค้าไปใส่ถึงในตู้เย็นในบ้าน

มีประเด็นเล็ก ๆ ที่ Walmart นำเสนอจากช่วงทดสอบบริการ นั่นคือสินค้าที่ได้รับความนิยมในการส่งทางโดรน เดิมที Walmart คาดว่าจะเป็นสินค้าที่ใช้แก้ปัญหาเร่งด่วน แต่ผลออกมาเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมมากกว่า

ที่มา: Walmart

alt="Walmart"

from:https://www.blognone.com/node/128671

จุดจบหน้าร้าน? ค่ายมือถือญี่ปุ่น จะปิดหน้าร้าน 1 ใน 3 ภายใน 3 ปี หันไปเน้นออนไลน์-เมตาเวิร์สแทน

หรือหน้าร้านกำลังจะถึงจุดจบ? NTT Docomo จะปิดหน้าร้าน 700 สาขา หรือประมาณ 30% ของจำนวนทั้งหมด แล้วหันไปโฟกัสช่องทางออนไลน์-เมตาเวิร์ส

Nikkei Asia รายงานว่า ค่ายมือถือชั้นนำจากญี่ปุ่น NTT Docomo วางแผนปิดหน้าร้านกว่า 700 สาขา หรือประมาณ 30% ของจำนวนหน้าร้านทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 2,300 ร้าน ภายในปีงบประมาณ 2025 โดยในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะปิดหน้าร้านให้ได้ประมาณ 100 สาขา แล้วหันไปโฟกัสกับการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์-เมตาเวิร์สแทน

สาเหตุของการปิดหน้าร้านครั้งใหญ่ของ NTT Docomo ครั้งนี้ คือการที่จำนวนผู้ใช้บริการที่หน้าร้านลดลงกว่า 30% ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2021 หลังจากบริษัทออกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตราคาประหยัดที่เปิดให้สมัครแบบออนไลน์ล้วนๆ ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการอย่างมาก

นอกจากนี้ ผู้ใช้สมาร์ตโฟนยังมีแนวโน้มที่จะใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมนานกว่าเก่า เปลี่ยนโทรศัพท์น้อยครั้งลง เนื่องจากโทรศัพท์ที่เปิดตัวในระยะหลังมีฟีเจอร์ที่ไม่ได้แตกต่างจากโทรศัพท์รุ่นก่อนหน้ามากนักเหมือนเมื่อก่อน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งก็มีจากการระบาดที่ทำให้ผู้คนออกจากบ้านน้อยลง

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือตลาดสมาร์ตโฟนตอนนี้ค่อนข้างซบเซา MM Research Institute ศูนย์วิจัยด้านการตลาดในกรุงโตเกียวชี้ว่า ในปีที่ผ่านมายอดส่งสมาร์ตโฟนในญี่ปุ่นเติบโตแค่ 3% เท่านั้น เทียบกับยุคบูมๆ ในปี 2011 ซึ่งทางค่ายวางจำหน่ายไอโฟนเป็นครั้งแรกแล้วถือว่าห่างกันอย่างมากเพราะในปีนั้นยอดเติบโตได้ถึง 3 เท่าตัว เลยทีเดียว

ผลลัพธ์ก็คือ นอกจาก Docomo จะหันไปดูช่องทางออนไลน์เพิ่มเติมแล้ว ล่าสุดมีข้อมูลว่าทางบริษัทเตรียมตั้ง ‘หน้าร้านเสมือนจริง’ กว่า 10 ร้านสำหรับภูมิภาคต่างๆ ภายในเดือนกรกฎาคม โดยใช้อวตาร์ในการให้บริการลูกค้าบนเมตาเวิร์ส

Yano Research Institute ศูนย์วิจัยด้านธุรกิจในกรุงโตเกียวคาดการณ์ว่าจำนวนผู้สมัครแพ็กเกจผ่านระบบออนไลน์ล้วนๆ จะเพิ่มขึ้นเป็น 24.5 ล้านครั้ง ภายในปี 2023 คิดเป็น 2 เท่าของปัจจุบันเลยทีเดียว

ที่มา – Nikkei Asia

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post จุดจบหน้าร้าน? ค่ายมือถือญี่ปุ่น จะปิดหน้าร้าน 1 ใน 3 ภายใน 3 ปี หันไปเน้นออนไลน์-เมตาเวิร์สแทน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/docomo-to-close-700-shops-in-2025/