คลังเก็บป้ายกำกับ: REDMI

Redmi A1 เปิดตัวแล้ว – ทำรอมสไตล์ Pure Android เน้นความลื่นไหล ราคาสบายกระเป๋าประมาณ 3 พันบาท

Xiaomi ปลุกผีสมาร์ทโฟนซีรีส์ A ในสไตล์ Pure Android กลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนมาทำตลาดภายใต้แบรนด์ Redmi แทน โดยเปิดตัวรุ่นแรกออกมาแล้วคือ Redmi A1 ชูจุดเด่นในแง่ของการมีรอมที่โล่ง ๆ คลีน ๆ ไม่กินทรัพยากรระบบ ทำให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหลและยาวนาน เตรียมวางจำหน่ายในอินเดียเป็นที่แรกในราคา 6,500 รูปี หรือประมาณ 3,000 บาท

Redmi A1 มากับจอภาพ LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียด HD+ ซึ่ง Xiaomi บอกว่าทำออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมรับชมคอนเทนต์ผ่านมือถือ ดังนั้นการมีหน้าจอที่ใหญ่และแสดงผลได้คมชัดย่อมเป็นข้อได้เปรียบ นอกจากนี้ยังมีลำโพงอยู่ที่ด้านบน ซึ่งการันตีว่าให้เสียงที่ดังมาก ในขณะที่แจ็ก 3.5 มม. จะอยู่ที่ด้านล่าง ควบคู่ไปกับพอร์ต Micro-USB สำหรับชาร์จไฟและรองรับฟังก์ชัน OTG

ด้านหน่วยประมวลผล Redmi A1 เลือกใช้ Helio A22 จาก MediaTek เป็นชิปเซตที่ถูกผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร พ่วงมากับหน่วยความจำแบบ LPDDR4X ขนาด 2GB และที่เก็บข้อมูล 32GB โดยสามารถใส่ microSD card เพิ่มความจุได้อีกสูงสุด 512GB

Redmi A1 มาพร้อมหน้าจอที่ทนต่อรอยขีดข่วนได้เล็กน้อย ในขณะที่ตัวเครื่องก็ผ่านการทดสอบความทนทานต่อการตกหรือกระแทก และมีซีลยางอยู่ตามจุดรอยต่อ ทำให้สามารถป้องกันละอองน้ำได้เล็กน้อยด้วยเช่นกัน

สเปค Redmi A1

  • จอภาพ : LCD ขนาด 6.52 นิ้ว
    – ความละเอียด HD+
  • ชิป : Helio A22
  • หน่วยความจำ : RAM LPDDR4X 2GB
  • สตอเรจ : 32GB, รองรับ microSD card สูงสุด 512GB
  • กล้องหลัง : 8 + 2MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • เครือข่าย : 4G, รองรับ 2 ซิม
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11an/g/n
    – Bluetooth 5
  • พอร์ต :
    – Micro-USB
    – แจ็ก 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000mAh
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 12
  • ความทนทาน : ทนทานต่อรอยขีดข่วนและละอองน้ำได้เล็กน้อย

Xiaomi ระบุว่า Redmi A1 เป็นสมาร์ทโฟนที่ “ผลิตโดยคนอินเดีย เพื่อคนอินเดีย” เบื้องต้นจึงวางจำหน่ายเฉพาะในอินเดีย และยังไม่ชัดเจนว่าจะวางขายในประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติมในภายหลังหรือไม่ ในส่วนนี้ยังต้องรอติดตาม




from:https://droidsans.com/xiaomi-redmi-a1-specs/

REVIEW | มินิรีวิว Redmi 10 5G มือถือ 5G ในราคาคุ้มจริงๆ

มือถือ 5G รุ่นเล็กจาก Redmi เพื่อการเข้าถึงเครือข่ายเร็วแรงของทุกคน กับ Redmi 10 5G น้องใหม่ที่เปิดตัวมาในราคา 5,999 บาท แต่ราคาพ่วงโปรเครือข่ายคือคุ้มสุดๆ แค่พันนิดๆ (บางค่ายก็ไม่ถึงพัน) สเปคโดยรวมถือว่าเอาเรื่องเลย ทั้งหน้าจอ 90Hz, ชิป Dimensity, กล้องหลัก 50MP แถมมีชาร์จไว 18W ให้ด้วย

ตัวเครื่อง ดีไซน์

ดีไซน์ของ Redmi 10 5G มาในทรงมาตรฐาน แต่แอบตัดขอบเหลี่ยม เพิ่มความคลาสสิคเข้ามาผสมกับความโค้งเล็กๆ ของฝาหลัง ที่มาพร้อมลายเส้นวงกลมและโทนสีเขียว Aurora Green ส่วนโมดูลกล้องหลังคู่นั้นยกขึ้นมาเล็กน้อย

หน้าจอ Redmi 10 5G นั้นมีขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รองงรับ Refresh rate แบบ Adaptive 90Hz ความคมชัดดี สีสันได้ แต่เหมือนจะมีอาการเหลือบนิดๆ เวลาเอียงจอ มาพร้อมกับ Sunlight Display 2.0 ที่จะเร่งความสว่างขึ้นเวลาเจอแดด ส่วนกระจกหน้าจอนั้นเป็น Gorilla Glass 3

ตัวเครื่องยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาให้ที่ด้านบน ข้างๆ กันคือ Infrared สำหรับใช้ผ่านแอป Mi Remote ซึ่งดูเหมือนหลังๆ มาบางรุ่นถูกตัดออกไปบ้าง

ปุ่มพาวเวอร์ใช้สแกนลายนิ้วมืออยู่ในตำแหน่งเกือบๆ กลางตัวเครื่องพอดี ถัดขึ้นมาเป็นปุ่มปรับเสียง อีกฝั่งเป็นถาดซิม รุ่นนี้เป็น Triple slot ใส่ได้ครบ 2 ซิม + 1 microSD พอร์ตชาร์จด้านล่างเป็น USB C รองรับชาร์จไว 18W

 

ระบบ MIUI 13

Redmi 10 5G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ MIUI 13 บน Android 12 ซึ่งการใช้งานทั่วไปโดยรวมลื่นไหลดี เครื่องรีวิวของเราเป็นรุ่น RAM 6GB มีระบบขยายได้อีก 2GB ส่วนหน่วยความจำ 128GB นั้นเหลือให้ใช้งานลงแอปลงเกมราวๆ 100GB

ระบบ Multitask ตอนนี้เหมือนทาง Redmi จะปรับระบบแบ่งหน้าจอหรือ Multiwindows ออกไปในบางรุ่น จากที่ลองเล่นมา ซึ่ง Redmi 10 5G ก็ไม่มีเช่นเดียวกัน จะเหลือแค่ floatig windows ที่เป็นหน้าต่างลอยเท่านั้น และก็ยังจำกัดแอปที่สามารถใช้งานไว้ด้วย



ฟีเจอร์พิเศษของ MIUI ในรุ่นนี้ยังมีให้ใช้งานทั้งแอปโคลน ที่สามารถเลือกก๊อปปี้แอปต่างๆ เพื่อใช้งาน 2 ID ในเครื่องเดียวได้ หรือพื้นที่ทับซ้อน ที่เราสามารถสลับ Profile สำหรับใช้งานทีส่วนตัว หรือที่ทำงานแยกกันได้ และยังสามารถตั้งรหัสได้ด้วยฃ

นอกจากนั้นยังมี Video Toolbox ที่มีเทคนิคพิเศษ เอาไว้ดู youtube แบบปิดหน้าจอได้แบบต่อเนื่อง เผื่อใครชอบนอนฟังหิวข่าว หรือพวกเรื่องเล่า เรื่องผี สะดวกกว่าเดิมแน่นอน


พร้อมกับ Game Turbo ที่ใช้ตั้งค่าต่างๆ ระหว่างเล่นเกมได้ ทั้งการอัดหน้าจอ หรือปิดการแจ้งเตือน

 

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

MediaTek Dimensity 700 นั้นถือเป็นชิป 5G ในกลุ่มเร่ิมต้น คะแนน Antutu ประมาณ 300,000 ในการทดสอบเกมต่างๆ ก็สามารถเล่นได้ ปรับเฟรมเรตสูงก็ได้ในบางเกม แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยการปรับความละเอียดกราฟิคลงมาเล็กน้อย

 

กล้อง Redmi 10 5G

ชุดกล้องหลังของ Redmi 10 5G นั้นแม้จะมีมาแค่ 2 ตัว แต่เอาจริงๆ ก็มีกล้องหลักที่เปิดใช้งานได้แค่ตัวเดียว (เพราะอีกตัวเป็นกล้องจับความลึก) ยังดีที่ให้ความละเอียดมาถึง 50MP ซึ่งมีส่วนช่วยในการถ่ายภาพ คือรวมพิกเซลให้สว่างขึ้นได้









ภาพที่ถ่ายในเวลากลางวัน หรือแสงพอนั้นออกมาดีกว่าที่คาดไว้ซะอีก ส่วนภาพในร้านอาหารก็จะพอสังเกตุเรื่องของความคมที่จะลดลงไปบ้าง ถ้าแสงเริ่มน้อย แต่ยังถือว่าให้สีสันได้ดี ไม่มีอาการตุ่นๆ ให้เห็น



ส่วนเวลากลางคืนนั้น เปิด Night Mode ช่วยได้ คือถ้าเป็นแสงเวลากลางคืนยังถือว่าดึงความสว่างขึ้นมาได้

 

ส่วนกล้องหน้า 5MP ยังคงต้องการแสงที่ดีสำหรับการเซลฟี่ที่ออกมาคมชัด สังเกตุได้ว่าแค่เปลี่ยนทิศการนั่ง แสงไม่เข้าหน้า ภาพก็จะเริ่มเบลอๆ ให้เห็นแล้ว ส่วนการเบลอฉากหลังใน Portrait Mode ถือว่าทำได้ดีเกินค่าตัวอยู่นะ




 

สเปค Redmi 10 5G 

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : MediaTek Dimensity 700 5G
  • RAM : 4GB / 6GB
  • ความจุ : 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    – กล้องหลัก ความละเอียด 50MP
    – กล้องจับความลึก ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13

ใครที่กำลังมองหามือถือสำหรับเอาไปใช้งาน 5G ในราคาประหยัด แถมสเปคโดยรวมก็ยังโอเค ทั้งหน้าจอ 90Hz กล้อง 50MP และชิป Dimensity 700 พอเล่นเกมได้ไม่ติดขัด Redmi 10 5G ก็มีความน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะราคาพ่วงโปรเครือข่ายที่ลดจาก 5,999 บาท เหลือค่าเครื่องแค่ราวๆ พันเดียวเท่านั้น

from:https://droidsans.com/review-redmi-10-5g-short/

รุ่นเล็กก็ไม่รอด…Redmi Note 11 SE มือถือราคาครึ่งหมื่น ไม่มีหัวชาร์จมาให้ในกล่องแล้ว

จากที่ Apple เริ่มเทรนด์การไม่แถมหัวชาร์จมาให้ในกล่องมือถือ ตามด้วย Samsung และ Xiaomi ด้วย ซึ่งส่วนมากจะเป็นมือถือในระดับไฮเอนด์ แต่ล่าสุดเทรนด์นี้เริ่มลามมาถึงมือถือรุ่นประหยัดด้วยแล้ว เพราะมีข้อมูลว่า Redmi Note 11 SE ที่กำลังจะขายในอินเดียเร็ว ๆ นี้ จะไม่มีหัวชาร์จแถมมาให้ในกล่องกับเค้าบ้างแล้ว…

Redmi Note 11 SE เป็นมือถือที่เปิดตัวในจีนไปเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม และกำลังจะวางขายในประเทศอินเดียสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยมันเป็นมือถือราคาประหยัดอยู่ที่ราว ๆ 5,300 บาท ก็นับเป็นมือถือรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความคุ้มค่าขึ้นมาหน่อย ตัวสเปคก็เป็นไปตามมาตรฐานในระดับราคานี้และยังรองรับระบบชาร์จไว 18W ซะด้วย…แต่สิ่งที่บังอาจทำกันได้ลงคอ คือการไม่ใส่หัวชาร์จมือถือมาให้ในกล่องด้วยน่ะสิ

พอไปดูในหน้าเปิดตัวในเว็บทางการ mi.com (อินเดีย) ก็จะเห็นว่ามือถือรุ่น Redmi Note 11 SE จะให้ของภายในกล่องเป็นตัวเครื่องมือถือ, เข็มจิ้มซิม, เคส, คู่มือการใช้งาน, ใบประกัน และสายเคเบิล USB Type-C ที่มีแค่สาย แต่ไม่มีหัวชาร์จมาให้นะ

นับว่าเป็นกระแสที่ลามไปหมดถึงพวกมือถือรุ่นเล็กรุ่นน้อยกันแล้วนะครับ จากที่ทุกคนเคยแซว Apple ไปอย่างหนักในตอนที่ไม่แถมหัวชาร์จมาให้กับมือถือ iPhone 12 ตอนนี้กลับกลายเป็นเทรนด์รักษ์โลกที่หลาย ๆ แบรนด์ก็ดูอยากจะทำตามกันจังเลยแม้จะเป็นมือถือราคาประหยัดที่เน้นความคุ้มค่าก็ตาม…ขอบคุณนะทุกแบรนด์ที่รักโลกกันแบบนี้

 

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/xiaomi-redmi-charger-gone/

สมาร์ตโฟน Redmi จะเริ่มจำหน่ายแบบไม่แถมที่ชาร์จแล้ว

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ตโฟน Redmi Note 11SE เมื่อวานนี้ที่ประเทศอินเดีย ซึ่งมีการเปิดตัวพร้อมสเปกตามปกติ แต่ที่หน้าเพจแสดงรายละเอียดของ Redmi Note 11SE เผยว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้จะไม่ได้จำหน่ายพร้อมกับอะแดปเตอร์ชาร์จแล้ว

gsmarena 001-14

Package Content หรืออุปกรณ์ที่มีให้ในกล่องของ Redmi Note 11SE ประกอบไปด้วย สาย USB-C, ที่จิ้มซิม, เคส และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น ไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จแถมมาให้แล้ว อย่างไรก็ตาม สมาร์ตโฟน Redmi รุ่นอื่น ๆ ยังมีอะแดปเตอร์ให้อยู่ จึงเป็นไปได้ว่าสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ หลังจากนี้อาจจะไม่มีอะแดปเตอร์ชาร์จแถมแล้วก็เป็นได้ครับ

ข่าว: สมาร์ตโฟน Redmi จะเริ่มจำหน่ายแบบไม่แถมที่ชาร์จแล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/xiaomi-redmi-phones-to-ship-without-chargers-too/

เทียบสเปคมือถือ 5G ราคาไม่ถึงหมื่นบาท ที่วางจำหน่ายในปี 2022 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง?

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 จนถึงปัจจุบันมีมือถือรองรับ 5G ที่มีสเปคและราคาน่าสนใจเปิดตัวและวางขายในประเทศไทยเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะมือถือ 5G ที่มีราคาไม่ถึงหมื่นบาท ในช่วงนี้เรียกว่ามีสเปครวม ๆ ที่เทียบกับราคาแล้วน่าใช้เลยล่ะ…วันนี้เราก็เลยมีมือถือ 5G ราคาไม่ถึงหมื่น (หรือเกินนิดหน่อย) มาแนะนำกันครับ ว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นตรงไหน และน่าใช้ยังไงบ้าง

มือถือ 5G ราคา 5,xxx บาท

Redmi 10 5G (5,999 – 7,299 บาท)

มือถือราคาย่อมเยาที่สุดในลิสท์นี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท สำหรับรุ่น 4/64GB และ 7,299 บาท สำหรับรุ่น 6/128GB โดยจะได้ทั้งหน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz ชิป MediaTek Dimensity 700 ที่ใช้งานทั่วไปได้ไม่มีปัญหา และยังจะได้กล้องหลัง 50MP และแบตเตอรี่อึด ๆ 5000 mAh ด้วย เรียกว่าคุ้มสุด ๆ และเอื้อมถึงได้ง่ายมาก ๆ สำหรับคนที่อยากได้มือถือ 5G ไว้ใช้ซักเครื่อง

สเปค REDMI 10 5G

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : MediaTek Dimensity 700 5G
  • RAM : 4GB / 6GB
  • ความจุ : 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    – กล้องหลัก ความละเอียด 50MP
    – กล้องจับความลึก ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13

มือถือ 5G ราคา 7,xxx บาท

moto G51 5G (7,499 บาท)

มือถือ 5G ราคาย่อมเยาที่วางขายไปตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว แต่ยังหาซื้อกันได้อยู่ โดย moto G51 5G เปิดราคามาแค่ 7,499 บาทเท่านั้น แต่สเปคจัดมาให้แบบแน่น ๆ เน้น ๆ ด้วยหน้าจอแบบ LCD ความละเอียด FHD+ แถมยังได้รีเฟรชเรทถึง 120Hz ด้วย

สำหรับสเปคก็สามารถใช้งานทั่วไปได้ไม่มีปัญหาด้วยชิป Snapdragon 480+, RAM 4GB และความจุ 128GB มีแบตเตอรี่จุใจ 5000 mAh รองรับชาร์จ 10W ส่วนกล้องหลังมี 3 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 50MP เรียกว่าเป็นมือถือคุ้มที่สุดรุ่นนึงในนี้แล้ว

Infinix ZERO 5G (7,999 บาท)

แทบจะไม่ต้องคุยเยอะเลยสำหรับมือถือค่าย Infinix เพราะว่าอัดสเปคมาให้แบบล้นเครื่องตลอด โดยเจ้า Infinix ZERO 5G นี้ บอกเลยว่าถูกใจคนชอบอะไรคุ้ม ๆ แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz สเปคแรงด้วยชิป Dimensity 900 พร้อม RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB รองรับ Extended RAM สูงสุด 3GB และความจุแบบ UFS 3.1 ขนาด 128GB ที่ไม่มีใครกล้าใส่มาให้ในมือถือราคาระดับนี้

สเปคกล้องหลังก็น่าสนใจด้วยกล้องหลัง 3 ตัว เซนเซอร์หลักความละเอียด 48MP ซูมแบบดิจิทัลได้ถึง 30x และถ่ายวิดีโอ 4K ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W และรองรับ WiFi 6 อีกต่างหาก


Infinix ZERO 5G

moto G51 5G | Infinix ZERO 5G

สเปค moto G51 5G Infinix ZERO 5G
หน้าจอ LCD ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2460) รีเฟรชเรท 120Hz
CPU Snapdragon 480+ 5G Dimensity 900
RAM (LPDDR4x) 4GB (LPDDR5) 8GB
ความจุ (UFS 2.1) 128GB (UFS 3.1) 128GB
กล้องหลัง กล้องหลัก 50MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 48MP

กล้อง Portrait 13MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้องหน้า 13MP 16MP
การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, NFC 5G, WiFi 6, Bluetooth 5
ระบบเสียง ลำโพงเดี่ยว ลำโพงเดี่ยว
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP52
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จ 10W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
ระบบ Android 11 ครอบด้วย My UX Android 11 ครอบด้วย XOS 10
ราคา 7,499 บาท 7,999 บาท

 

สำหรับมือถือ 5G ในช่วงราคา 7,xxx บาท ที่วางจำหน่ายในปี 2022 ก็จะมี moto G51 5G และ Infinix ZERO 5G ซึ่งรุ่นหลังจะมีราคาแพงกว่านิดหน่อยที่ 500 บาท แต่ต้องบอกเลยว่าการจ่ายเพิ่มแค่ 500 บาทเนี่ย เป็นอะไรที่คุ้มค่าเลย เพราะว่าได้ทั้ง RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB และความจุแบบ UFS 3.1 ขนาด 128GB ที่จะช่วยให้การทำงานโดยรวมมีความรวดเร็วมากกว่า แถมยังได้ WiFi 6 และชาร์จไว 33W อีกต่างหาก

แต่สำหรับ moto G51 5G ก็ใช่ว่าจะถูกกว่าแล้วแพ้ไปซะหมดนะครับ เพราะแม้ว่าสเปครวม ๆ จะไม่แรงเท่า แต่ก็ยังได้กล้อง Ultrawide 8MP, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP52 และ NFC มาแทน

 

มือถือ 5G ราคา 8,xxx – 9,xxx บาท

Infinix NOTE 12 Pro 5G (8,299 บาท)

สำหรับค่ายนี้บอกได้คำเดียวว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะเป็นรุ่นที่อัดสเปคมาให้แบบแน่นสุด ๆ ในราคาระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ AMOLED (หนึ่งเดียวในระดับราคานี้) ขนาด 6.7 นิ้ว FHD+ สเปคแรงเล่นเกมลื่นด้วย Dimensity 810 พร้อม RAM 8GB + Extended RAM สูงสุด 5GB ไหนจะกล้องหลัง 3 ตัวที่มีความละเอียดสูงถึง 108MP และกล้องหน้าที่ถ่ายวิดีโอเซลฟี่แบบ 2K ได้…ยังให้ลำโพงสเตอรีโอระบบเสียง DTS กับระบบชาร์จไว 33W มาอีกต่างหาก

Galaxy M23 5G (8,999 บาท)

มากับหน้าจอความละเอียด FHD+ ขนาด 6.6 นิ้ว รีเฟรชเรท 120Hz พร้อมสเปคแรง ๆ ด้วยชิป Snapdragon 750G, RAM ขนาด 6GB และความจุ 128GB รองรับ microSD card สูงสุดถึง 1TB ส่วนกล้องหลังให้มา 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 50MP พร้อมแบตเตอรี่อึด ๆ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W

สำหรับจุดที่โดดเด่นสุด ๆ ของมือถือจากค่ายนี้ ก็คือระบบ One UI ที่ค่อนข้างเสถียรและได้รับการดูแลแบบยาว ๆ ทั้งการอัปเดต Android ข้ามเวอร์ชั่นและการอัปเดตความปลอดภัยด้วยนั่นเอง

realme 9 Pro (8,999 – 9,999 บาท)

realme 9 Pro ก็สามารถสู้กับรุ่นอื่น ๆ ได้สบายในด้านความคุ้มค่าของราคาและสเปค ด้วยหน้าจอแบบ LCD ขนาด 6.6 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรทลื่น ๆ ถึง 120Hz มากับชิป Snapdragon 695, RAM สูงสุด 8GB และความจุ 128GB กล้องหลัง 3 ตัว มีกล้องหลักความละเอียด 64MP และแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W ด้วย

realme 9 Pro มีให้เลือก 2 รุ่นคือ RAM 6GB ราคา 8,999 บาท และรุ่น RAM 8GB ราคา 9,999 บาท

OPPO A77 5G (9,999 บาท)

รุ่นนี้มากับหน้าจอแบบ LCD ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด HD+ รีเฟรชเรท 90Hz สเปคใช้งานสบาย ๆ ด้วย Dimensity 810 พร้อม RAM 6GB มีโหมด RAM Expansion เพิ่มได้ถึง 5GB รวมเป็น 11GB มีลำโพงแบบสเตอรีโอ กล้องหลัังคู่ 48MP + 2MP กับแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W แถมยังกันน้ำ IPX4 อีกด้วย

vivo Y76 5G (9,999 บาท)

รุ่นนี้เปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 แต่สเปครวม ๆ ยังใช้ได้สบาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ใช้ชิป Dimensity 700 พร้อม RAM 8GB บวกกับ Virtual RAM ได้อีก 4GB รวมเป็น 12GB มีกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดเซนเซอร์หลัก 50MP มีฟีเจอร์กันสั่น Ultra Stable Video เพิ่มความนิ่งให้กับการถ่ายวิดีโอ ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ 4100 mAh กับระบบชาร์จไวถึง 44W

Infinix NOTE 12 Pro 5G | Galaxy M23 5G | realme 9 Pro | OPPO A77 5G | vivo Y76 5G

สเปค Infinix NOTE 12 PRO 5G Galaxy M23 5G realme 9 Pro OPPO A77 5G vivo Y76 5G
หน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 60Hz LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+  (2408 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2412 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1612 x 720) รีเฟรชเรท 90Hz LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2408 x 1080) รีเฟรชเรท 60Hz
CPU Dimensity 810 Snapdragon 750G Snapdragon 695 Dimensity 810 Dimensity 700
RAM 8GB 6GB 6GB/8GB 6GB 8GB
ความจุ 128GB 128GB 128GB 128GB 128GB
กล้องหลัง กล้องหลัก 108MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 50MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 64MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 48MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้องหลัก 50MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหน้า 16MP 8MP 16MP 8MP 16MP
การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.0 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.0, NFC 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.3, NFC 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.1
ระบบเสียง ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงเดี่ยว ลำโพงเดี่ยว ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงเดี่ยว
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IPX4
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 33W 4100 mAh รองรับชาร์จไว 44W
ระบบ Android 12 ครอบด้วย XOS 10.6 Android 12 ครอบด้วย One UI 4.1 Android 12 ครอบด้วย realme UI 3.0 Android 12 ครอบด้วย ColorOS 12.1 Android 11 ครอบด้วย Funtouch OS 12
ราคา 8,299 บาท 8,999 บาท (6GB) 8,999 / (8GB) 9,999 บาท 9,999 บาท 9,999 บาท

 

มือถือในช่วงราคา 8,xxx – 9,xxx บาท ถ้าเน้นความครบเครื่องต้องยกให้ Infinix NOTE 12 PRO 5G เค้าเลย ด้วยหน้าจอ OLED หนึ่งเดียวในระดับนี้ แต่จะติดอยู่หน่อยก็ตรงรีเฟรชเรท 60Hz (ถ้าใครไม่ได้เน้นความลื่นสบายตาในการไถจอก็มองข้ามไปได้) สเปคใช้งานได้แบบลื่น ๆ ทุกอย่าง กล้องหลังความละเอียดสูง กล้องหน้าถ่ายวิดีโอ 2K แถมได้ลำโพงคู่อีก จะเสียเปรียบกว่าค่ายอื่นก็ตรงที่ Infinix ไม่เด่นเรื่องการอัปเดตซอฟท์แวร์นั่นแหละ

Galaxy M23 ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะมีทั้งหน้าจอ FHD+ และรีเฟรชเรทลื่น ๆ 120Hz ส่วนสเปคก็แรงใช้ได้ด้วยชิป Snapdragon 750G มีกล้อง Ultrawide และแบตเตอรี่อึด ๆ พร้อมชาร์จไว 25W ที่แม้ว่าจะไม่ไวเท่ารุ่นอื่นในช่วงราคานี้ แต่ก็ไม่ได้ถือว่าช้าไปกว่ากันเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังมี One UI ที่ค่อนข้างเสถียรและจะได้รับการอัปเดตแบบยาว ๆ ด้วย

อีกรุ่นที่น่าสนใจรองลงมาก็คือ realme 9 Pro ที่แม้ว่าสเปคจะแรงสู้รุ่นบนไม่ได้ แต่ทดแทนกันไปด้วยกล้องหลักกับกล้องเซลฟี่ที่มีความละเอียดมากกว่า และระบบชาร์จไวที่เร็วกว่าด้วย

ส่วนรุ่นที่ดูจากสเปครวม ๆ แล้วค่อนข้างเสียเปรียบคู่แข่งพอสมควร ก็คือ OPPO A77 5G ที่นอกจากจะมีหน้าจอแค่ระดับ HD+ แล้ว กล้องหลังยังให้มาแค่ 2 ตัวอีก…แต่ก็ยังมีจุดเด่นมาทดแทนด้วยลำโพงสเตอรีโอและมาตรฐาน IPX4 เพียงรุ่นเดียวในลิสท์นี้

สุดท้ายคือ vivo Y76 5G ที่เปิดตัวมาได้ซักพักใหญ่ตั้งแต่ปลายปี 2021 (ราคาตอนนี้อาจหาได้ที่ราว 8,000 บาทต้น ๆ) อาจจะเสียเปรียบกว่าคู่แข่งหน่อยนึงตรงหน้าจอที่มีรีเฟรชเรทแค่ 60Hz และไม่มี NFC แต่ก็พอทดแทนได้ด้วย RAM ที่ให้มา 8GB และระบบชาร์จไวกว่าใครที่ 44W

 

มือถือ 5G ราคา 10,xxx บาท

Galaxy M33 5G (10,999 บาท)

จากนี้ไปจะเป็นมือถือ 5G ที่มีราคาเกินหมื่นบาทมาอีกนิดหน่อย ซึ่งจะได้สเปค + ฟีเจอร์เพิ่มเติมขึ้นมาตามราคา อย่าง Galaxy M33 5G ที่มากับจุดเด่นตรงหน้าจอ 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz และมีกล้องหลังถึง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP + กล้อง Ultrawide 8MP + กล้อง Macro 2MP + กล้องจับความลึก 2MP พร้อมแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W

POCO X4 Pro 5G (10,990 บาท)

รุ่นนี้เริ่มมีราคาที่ขยับลงมาเหลือราว ๆ 9,xxx บาทแล้ว โดยมีสเปคหน้าจอมาเป็นพาเนลแบบ AMOLED เพิ่มความสว่างและความสดใสของการแสดงผล มีขนาดอยู่ที่ 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ และรีเฟรชเรท 120Hz แถมยังครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 เพิ่มความแกร่งอีกต่างหาก สำหรับสเปคก็หายห่วงด้วย Snapdragon 695, RAM 8GB, ความจุจุก ๆ 256GB และแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไวถึง 67W ส่วนกล้องหลังมี 3 ตัว ความละเอียดสูงลิ่วถึง 108MP

POCO X4 GT (10,990 บาท)

สำหรับรุ่นนี้พึ่งเปิดตัวในบ้นเราไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมนี่เอง เรียกว่าสเปคจัดเต็มสุด ๆ ถูกใจสายเกมแน่นอน เพราะมากับชิปตัวแรง Dimensity 8100 แถมมีหน้าจอ LCD ขนาด 6.6 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรทลื่นปรื๊ด ๆ ถึง 144Hz อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมากับลำโพงสเตอรีโอพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และแบตเตอรี่ 5080 mAh รองรับชาร์จไว 67W ด้วย

รุ่นนี้มีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบคือ 8/128GB ราคา 10,990 บาท และ 8/256GB ราคา 12,990 บาท

POCO X4 GT

redmi note 11 pro 5G (10,990 บาท)

รุ่นนี้ก็ราคาลดลงมาเหลือที่ราว ๆ 9,xxx บาทแล้วเหมือนกัน เพราะเปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่สเปครวม ๆ ยังน่าสนใจด้วยหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz สเปคลื่นด้วยชิป Snapdragon 695, RAM 8GB รองรับ Memory Extension, กล้องหลังให้มาถึง 4 ตัว ความละเอียดกล้องหลัก 108MP, ลำโพงสเตอรีโอ มีรูหูฟัง 3.5 มม., มาตรฐานกันน้ำ IP53 และแบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W ด้วย บอกเลยว่าครบเครื่องสุด ๆ ในราคาไม่ถึงหมื่นบาท

Galaxy M33 5G | POCO X4 Pro 5G | POCO X4 GT | redmi note 11 pro 5G

สเปค Galaxy M33 5G POCO X4 Pro 5G POCO X4 GT Redmi Note 11 Pro 5G
หน้าจอ LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2408 x 1080) รีเฟรช 120Hz AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2460 x 1080) รีเฟรชเรท 144Hz AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz
CPU Exynos 1280 Snapdragon 695 Dimensity 8100 Snapdragon 695
RAM 8GB 8GB 8GB 8GB
ความจุ 128GB 256GB 128GB / 256GB 128GB
กล้องหลัง กล้องหลัก 50MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องจับความลึก 2MP

กล้องหลัก 108MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 108MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหลัก 108MP

กล้อง Ultrawide 8MP

กล้อง Macro 2MP

กล้องหน้า 8MP 16MP 20MP 16MP
การเชื่อมต่อ 5G, Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC 5G, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC 5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, BT 5.2, NFC 5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, BT 5.1, NFC
ระบบเสียง ลำโพงเดี่ยว ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ ลำโพงสเตอรีโอ
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP53 IP53
แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W 5,080 mAh รองรับชาร์จไว 67W 5000 mAh รองรับชาร์จไว 67W
ระบบ Android 12 ครอบด้วย One UI 4.1 Android 11 ครอบด้วย MIUI 13 Android 12 ครอบด้วย MIUI 13 Android 11 ครอบด้วย MIUI 13
ราคา 10,999 บาท 10,990 บาท (128GB) 10,990 บาท / (256GB) 12,990 บาท 10,990 บาท

 

สำหรับมือถือ 5G ในช่วงราคาหมื่นบาทนิด ๆ จะเริ่มมีสเปค + ฟีเจอร์ที่ให้มาแบบครบ ๆ แล้ว เริ่มจากรุ่นที่พึ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ อย่าง POCO X4 GT ที่น่าจะถูกใจสายเกมด้วยหน้าจอลื่น ๆ ถึง 144Hz และสเปคแรงกว่าใครด้วยชิป Dimensity 8100 รองรับ WiFi 6 และกล้องเซลฟี่ 20MP

ส่วนรุ่นพี่ POCO X4 Pro 5G ที่เปิดตัวมาได้พักใหญ่แล้ว แม้สเปคแรงไม่เท่าแต่ก็ยังน่าสนใจด้วยหน้าจอแบบ AMOLED รีเฟรชเรท 120Hz, ความจุสะใจถึง 256GB, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP53 และเนื่องจากมันเปิดตัวมาได้ซักพักแล้ว ก็อาจจะหาได้ในราคาต่ำกว่าหมื่นบาทด้วย

อีกรุ่นที่เปิดตัวมาช่วงไล่เลี่ยกันกับรุ่นบนก็คือ Redmi Note 11 Pro 5G ที่มีสเปคแทบจะยกมาจาก POCO X4 Pro 5G เลย แต่เสียเปรียบตรงที่ความจุให้มาน้อยกว่า ที่ 128GB

สุดท้ายคือ Galaxy M33 5G ที่ดูจะเสียเปรียบกว่าคู่แข่งนิดหน่อยด้วยลำโพงที่มีแค่ตัวเดียว และระบบชาร์จไวที่ด้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ อยู่พอสมควร…แต่หากเทียบกับทุกรุ่นอื่น ๆ ในช่วงราคานี้จะได้เปรียบกว่าด้วย One UI ที่หากใครเคยใช้ MIUI กับ One UI มาแล้วจะรู้เลยว่ามันเสถียรกว่ามาก ๆ

from:https://droidsans.com/sub-10k-thb-5g-smartphones-2022-specs-comparison/

หลุด Xiaomi 12T Pro จะมีกล้องความละเอียด 200MP

ข่าวลือว่า Xiaomi จะเปิดตัวสมาร์ตโฟนที่มีกล้องความละเอียด 200MP ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้สูงเพราะมีภาพหลุดกล้อง 200MP ออกมาแล้ว

ภาพหลุดเผยแพร่โดย Phonandroid เป็นรูปกล้องหลังของสมาร์ตโฟนที่มีความคล้ายคลึงกับ Redmi K50 Ultra พร้อมกับมีอักษรเขียนว่า 200MP ซึ่งหมายถึงกล้องหลักที่มีความละเอียด 200MP นั่นเอง โดยแหล่งที่มายืนยันว่านี่เป็นกล้องของ Xiaomi 12T Pro ครับ

gsmarena 002-10

หาก Xiaomi 12T Pro คือรุ่นรี่แบรนด์ของ Redmi K50 Ultra ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สเปกโดยรวมอาจจะมีความใกล้เคียงกันอย่างเช่นใช้ชิป Snapdragon 8+ Gen 1 และเปลี่ยนสเปกกล้องเป็นหลักเท่านั้น โดย Redmi K50 Ultra มีเลขโมเดลเป็น 22081212C ส่วน Xiaomi 12T Pro มีเลขโมเดลเป็น 22081212UG ซึ่งก็น่าจะต่างกันแค่โมเดลที่วางจำหน่ายในจีนและ Global  เท่านั้น

กล้อง 200MP นั้นคาดว่าจะใช้เซนเซอร์ Samsung ISOCELL HP1

ข่าว: หลุด Xiaomi 12T Pro จะมีกล้องความละเอียด 200MP มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/xiaomi-12t-pro-will-have-a-200-mp-camera/

เปิดราคา Redmi 10 5G มือถือสเปคเกินคุ้ม จอ FHD+ 90Hz กล้อง 50MP แบต 5000 mAh เริ่มต้น 5,999 บาท

ใครที่กำลังรอคอยมือถือ 5G สเปคคุ้มค่ากันอยู่ ตอนนี้ Redmi 10 5G ก็ได้เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ โดยมือถือรุ่นนี้มากับจุดเด่นที่หน้าจอ FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz พร้อมสเปคที่ใช้งานทั่วไปได้แบบไม่ติดขัด แถมยังมีกล้องหลัง 50MP อีกด้วย แต่เปิดราคามาได้แบบเป็นมิตรมาก ๆ เริ่มต้นที่ 5,999  บาทเท่านั้นเองค่ะ

Redmi 10 5G เป็นมือถือรุ่นสุดคุ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟีเจอร์ที่ครบครับทั้งหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz ใช้ดีไซน์ Notch หยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่

ส่วนสเปคเครื่องใช้ชิป MediaTek Dimensity 700 5G ให้ RAM มาที่ 4GB / 6GB และมีความจุให้เลือก 2 ขนาด คือ 64GB / 128GB

กล้องหลังมี 2 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 5MP, แบตเตอรี่ให้มาถึง 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W นอกจากนี้ยังมีรูหูฟัง 3.5 มม. มาด้วย

สเปค REDMI 10 5G

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : MediaTek Dimensity 700 5G
  • RAM : 4GB / 6GB
  • ความจุ : 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    – กล้องหลัก ความละเอียด 50MP
    – กล้องจับความลึก ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13

Redmi 10 5G จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 10 สิงหาคม 2565 โดยรุ่น 4/64GB มีราคาอยู่ที่ 5,999 บาท จำหน่ายเฉพาะที่ AIS เท่านั้น และหากซื้อพร้อมแพ็กเกจที่กำหนดจะเหลือเพียง 1,234 บาท

ส่วนรุ่น 6/128GB มีราคาอยู่ที่ 7,299  บาท วางขายที่ AIS, dtac และ Truemove H หากซื้อพร้อมแพ็กเกจที่กำหนดจะเหลือราคาเริ่มต้นเพียง 999 บาท

และหากสั่งจองภายในวันที่ 10 สิงหาคม – 30กันยายน 2565 จะได้รับกระติกน้ำไปด้วยฟรี ๆ ค่ะ

from:https://droidsans.com/xiaomi-redmi-10-5g-thailand-official-launch/

รีวิว Redmi 10 5G สเปคดี Dimensity 700 จอใหญ่ 6.58″ FullHD+ 90Hz รองรับ 5G ในราคา 5,999 บาท

Redmi 10 5G สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 700 2.2GHz เพื่อการใช้งานที่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณ 5G เปิดตัวมาในราคาเย้ายวนใจสำหรับวัยรุ่นอีกแล้วครับ ในราคา. …… มาดกันว่าภายใน จะมีอะไรอยู่บ้างครับ

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09276

Redmi 10 5G มาด้วยความน่าสนใจที่เป็นสมาร์ทโฟนในกลุ่ม 5G แบบเต็มตัว แต่มาในเรทราคาระดับเริ่มต้นครับ รองรับการใช้งาน 5G แบบ Dual Sim สามารถเชื่อมต่อ 5G ทุกค่ายของไทยได้พร้อมกันทั้งสองซิมการ์ด  เสียบซิมแล้วใช้งานได้เลย ให้ถาดใส่ซิมมาแบบสามสล็อต รองรับการใส่ micro SD Card ได้เพิ่มเติม

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09280

Redmi 10 5G ทำได้ดีกับราคาสำหรับสมาร์ทโฟน 5G และยังโดดเด่นด้วยการให้หน้าจอที่ดีมาด้วยครับ เป็นจอขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว Dot Drop 90Hz FHD+  ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 3 จอใหญ่ ความคมชัดดี รีเฟรชเรทสูงพอประมาณ ก็ดูจะเหมาะสมกับสายความบันเทิง ที่ชอบเล่นเกมหรือดูวีดีโอสตรีมมิ่งต่างๆ นะครับ

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09247

Redmi 10 5G มีการนำเข้ามาจำหน่ายสองตัวเลือก โดยมีรุ่น RAM 4GB+64GB และ RAM 6GB+128GB ราคาเปิดตัวอยู่ที่  5,999 บาท และ 7,299 บาท ตามลำดับครับ

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09274

ความพิเศษในด้าน RAM และ ROM ของ Redmi 10 5G คือ ความสามารถในการขยายแรมออกไปได้อีก 2GB จากหน่วยความจำที่ยังไม่ถูกใช้งาน และการเลือกใช้หน่วยความจำชนิด UFS 2.2 ที่มีความเร็วในการเขียนข้อมูลไวมากกว่า UFS 2.1 ที่เป็นมาตรฐานส่วนใหญ่ของสมาร์ทโฟนในเรทระดับกลางลงมายังใช้กันอยู่ ก็จะช่วยในการเพิ่มความเร็วเวลาโหลดไฟล์มาลงเครื่อง หรือติดตั้งแอพ ถือว่าเป็นการอัพเกรดเล็กๆ ที่ Redmi ใส่เข้ามาให้ในเครื่องรุ่นนี้ครับ

ตัวเครื่องฝาหลังโค้ง พื้นผิวสัมผัสด้านแบบผิวพลาสติกทำลวดลายเส้นโค้ง ตัวที่เห็นในรีวิวนี้คือสี Chrome Silver มีการนำเข้ามาสามสีร่วมกับสี Graphite Gray และ Aurora Green

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09224
Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09208
Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09211
Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09205

ตัวเครื่องหนา 8.9 มม. น้ำหนัก 200 กรัม ใช้พอร์ทชาร์จแบบ USB Type C และมีรูหูฟัง 3.5มม. ลำโพงเสียงดังมากครับ เปิดดังสุดเสียงไม่แตก และเป็นรุ่นที่มี IR Blaster สำหรับใช้เป็นรีโมทอินฟราเรดกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้เช่นเดิมครับ

แบตเตอรี่ภายในใส่มาให้ใหญ่ครับ 5,000mAh ทดสอบใช้งานมาอยู่ได้ทั้งวัน ตัวระบบจัดสรรพลังงานดีไม่กินแบตเตอรี่ เปิดหน้าจอใช้ต่อเนื่องจะใช้แบตเตอรี่ประมาณ 12% ต่อชั่วโมง รุ่นนี้รองรับระบบชาร์จไวด้วยครับ 18W fast charging สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 50% ในเวลาประมาณ 35 นาทีครับ

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09262

ใช้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตรงปุ่มพาวเวอร์ ออกแบบมามีขนาดใหญ่ดีครับ สแกนได้ไวไม่มีปัญหา

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09197

กล้องหน้าความละเอียดไม่สูงมาก 5 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งานด้วยกล้องหน้าได้เช่นกัน ส่วนกล้องหลังเป็นกล้องคู่ ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และเลนส์ depth 2 ล้านพิกเซล ตัวกล้องมี AI, HDR และโหมดถ่ายภาพสำคัญอย่างโหมดถ่ายภาพบุคคลที่ปรับชัดลึกชัดตื้นได้ และโหมดถ่ายภาพกลางคืนมีมาให้ใช้ครับ ตัวอย่างภาพถ่ายผมเอามาฝากกันในท้ายรีวิวนี้ด้วยครับ

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09225

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09271

อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะมีเคสใสซิลิโคนมาให้ เป็นเคสเนื้อหนาทำมาได้แน่นดีครับ และสายดาต้า USB Type C แล้วก็ที่ชาร์จแบบ 22.5W แถมมาให้ครับ เรียกว่าให้ที่ชาร์จมาเกินเบอร์ของสมาร์ทโฟนกันไปนิดหน่อย เสียบแล้วก็จะรองรับ MAX ของตัวสมาร์ทโฟนที่ 18W ครับ

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09226
Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09232

การใช้งานภายใน

Redmi 10 5G รันด้วยระบบ Android 12 ครอบทับด้วย MIUI 13 ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 700 2.2GHz เทคโนโลยีการผลิตระดับ 7 นาโนเมตร ทำงานร่วมกับ ROM ที่เป็น UFS 2.2 และ RAM ที่มาในสองขนาดตัวเลือก คือ 4GB และ 6GB ซึ่งในรีวิวนี้ทางผู้เขียนได้ลองใช้งานในเครื่องรุ่นขนาด 6GB นะครับ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ผู้เขียนขอแนะนำเช่นกัน เพราะราคาต่างกันไม่มาก

ตัวระบบมีความสามารถในการขยายแรมออกไปได้ได้อีก 2GB ด้วยสเปคระดับนี้ก็ถือว่าวงการสมาร์ทโฟนถูกยกระดับขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาด้วยชิปเซ็ต Dimensity 700 ก็ว่าได้ครับ มันมีความแรงมากพอตัวในการใช้งานบนระบบ Android อย่างเพียงพอ ทั้งการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกม แม้อาจจะไม่แรงสุดเหมือนเครื่องรุ่นใหญ่

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-001
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-059
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-038
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-039

หน้าจอใหญ่คือจุดขายหลักครับ ความคมชัด FullHD+ รีเฟรชเรท 90Hz ถือว่าหน้าจอสเปคใช้ได้เลย เล่นเกมได้เต็มตา รับชมคลิปได้สบาย ภาพสวยๆ ครับรุ่นนี้ และนอกจากจะรองรับกับสัญญาณ 5G แล้ว ตัว Redmi 10 5G ก็รองรับสัญญาณ WiFi ทั้ง 2.4 และ 5.0GHz ด้วย ฉะนั้นการเชื่อมต่อใช้งานอินเตอร์เน็ตคล่องตัวทั้งในบ้านและนอกบ้าน

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09251

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09257

ภายใน MIUI 13 มีตัวเลือกให้ผู้ใช้สามารถปรับระดับปริสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องได้สามระดับ แยกแตกต่างกันตามการใช้พลังงาน มีโหมดประหยัดพลังงาน โหมดสมดุล และโหมดประสิทธิภาพ เลือกปรับใช้งานได้ตามต้องการ

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-062
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-069
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-068

และโหมดประหยัดพลังงานระดับอัลตร้า ที่จะยืดอายุการทำงานของแบตเตอรี่ออกไปได้มากกว่าสามเท่าตัว โดยตัวระบบจะปิดการทำงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็นออกไปทั้งหมด เหลือไว้แต่หน้าธีมสีดำที่จะแสดงเพียงไอคอนแอพที่เราเลือกเอาไว้เท่านั้น เป็นโหมดฉุกเฉินกันตายนั้นเองครับ

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-007

มีโหมดธีมสีดำ และหน้าจอแสดงผลสามารถปรับระดับรีเฟรชเรทพื้นฐานที่ใช้งานได้เอง ระหว่าง 60Hz และ 90Hz ปรับลดแสงสีฟ้าในโหมดถนอมสายตาได้ หรือปรับหน้าจอให้เป็นสีขาวดำแบบกระดาษก็ได้เช่นกันครับ สำหรับใครที่ต้องการจะใช้มือถืออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-056
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-075
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-089

โหมดสำหรับคนเล่นเกม Game Turbo ใช้เป็นพื้นที่ในการรวบรวมไอคอนเกมเพื่อเริ่มต้นการเล่น และเป็นการบอกเครื่องให้เตรียมพร้อมมากที่สุด

 

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-025
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-023
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-019

ทั้งการเร่งประสิทธิภาพเครื่องให้เป็นระดับสูงสุด การเร่งความเร็วสัญญาณไร้สาย และการปิดกันการทำงานบางอย่างที่จะเข้ามารบกวนเราในขณะเล่นเกมได้ เช่นการปิดแถบการแจ้งเตือน และปิดการปรับความสว่างอัตโนมัติของหน้าจอเป็นต้น เป็นการตั้งค่ากำหนดเอาไว้ล่วงหน้าให้ทำงานได้เองทันทีที่เราเปิดเกมครับ

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-029
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-092
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-5000
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-5001

ประสิทธิภาพใช้ได้ หน้าจอใหญ่ดี รองรับ 5G ด้วยราคาระดับนี้ถือว่าน่าใช้ทีเดียวครับ

Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09239
Redmi-19-5G-Xiaomi-Review-DSC09244

กล้องถ่ายภาพ

Redmi 10 5G มาพร้อมกล้องหลังคู่ กล้องหลักเป็นกล้องความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับกล้อง depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ช่วยจับโฟกัสสร้างภาพละลายหลังในโหมดการภ่ายภาพบุคคล รองรับการซูมภาพแบบดิจิทัลสูงสุดที่ 10x ตัวกล้องมี AI และ HDR คอยปรับภาพให้ตามสิ่งและสภาพแสงที่ระบบตรวจพบ

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-000
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-207
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-221
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-201

แนวภาพของรุ่นนี้จะปรับออกมาให้แสงมีความสว่างมากกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย WB จะไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ครับ แต่ความคมชัดในแสงกลางวันยังถือว่าคมชัดดีใช้ได้ครับ

1659960053932
1659960053963
1659960053604
1659960053575

รุ่นนี้ตัวกล้องไม่มีฟังก์ชั่นหลากหลายมากนัก แต่มีฟังก์ชั่นหลักๆ เช่นการถ่ายภาพ 50 ล้านพิกเซล, พาโนรามา, โหมดถ่ายภาพกลางคืน และโหมดที่ดูจะทำได้ดีที่สุดคือโหมดถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอครับ โดยรองรับทั้งกล้องหลังและกล้องหน้า แม้ Redmi 10 5G จะให้กล้องหน้าที่มีความละเอียดแค่ 5 ล้านพิกเซล แต่ผลลัพท์โอเคเลยครับ จากที่ทดสอบ ตัว AI สามารถแยกบุคคลออกจากฉากหลังได้มากกว่า 1 บุคคลครับ

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-124
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-125
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-141
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-148

สิ่งที่ดูจะขาดไปในโหมดถ่ายภาพบุคคล คือการปรับระดับความเนียนใสของใบหน้า รุ่นนี้ไม่มีการปรับระดับโหมดบิวตี้มาให้นะครับ ภาพก็จะออกมาในแนวดูเป็นธรรมชาติเป็นหลัก ผลลัพท์ของกล้องหน้าและโหมดถ่ายภาพบุคคลผมถือว่าดีครับ และสามารถถ่ายก่อนแล้วนำมาปรับระยะชัดลึกชัดตื้นได้ใหม่หลังการถ่าย เลือกจุดโฟกัสใหม่ได้ และมีฟิลเตอร์แสงแฟล์ให้เลือกตกแต่งภาพถ่ายไว้ให้ครับ

Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-146
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-158
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-164
Xiaomi-Redmi-Note-10-5G-168

Redmi 10 5G ถ่ายภาพบุคคลค่อนข้างดีครับ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

1659960054106
1659960054069
1659960054055
1659960054060
1659960053998
1659960054096

มีโหมดถ่ายภาพกลางคืน ซึ่งในโหมดนี้ทำผลลัพท์ออกมาได้ประมาณกลางๆ ครับ ยังมีนอยส์ตามมาให้เห็นในภาพประมาณหนึ่ง

1659960053813
1659960053821
1659960053884
1659960053846

สรุปท้ายรีวิว

สมาร์ทโฟน 5G เน้นที่ราคาดี ได้ชิปเซ็ต Dimensity 700 มาใช้ ซึ่งถือว่าชิปเซ็ตตัวนี้เข้ามายกระดับเครื่องสมาร์ทโฟนในระดับราคาประมาณหกพันบาทในปีนี้ได้อย่างชัดเจนมากครับ และ Redmi 10 5G ก็เป็นรุ่นที่ได้ประโยชน์มาเต็มๆ และยังจัดเต็มมาในด้านอื่นๆ ที่สำคัญมาให้ด้วย มีการขยับไปใช้หน่วยความชนิด UFS 2.2 เพื่อเพิ่มความไวในการเขียนข้อมูลให้เร็วขึ้น ใช้หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว ความคมชัด FullHD+ และรีเฟรชเรท 90Hz มาพร้อมแบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับชาร์จไว 18W เรียกว่าจัดมาให้ครบใช้ได้เลยครับ

Redmi 10 5G พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยโดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Graphite Gray, Chrome Silver, และ Aurora Green โดยจะวางจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่

• รุ่นความจุ 4GB+64GB วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท เฉพาะที่ร้านค้าผู้ให้บริการเครือข่าย AIS เท่านั้น พิเศษ! สำหรับลูกค้า AIS ที่ซื้อเครื่องพร้อมเปิดแพ็กเกจแบบรายเดือนตามที่กำหนด สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาเริ่มต้นที่ 1,234 บาท  นอกจากนี้ หากลูกค้าซื้อสินค้าในระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม 2565 – 30 กันยายน 2565 รับฟรี! Sport water bottle มูลค่า 790 บาท

• รุ่นความจุ 6GB+128GB วางจำหน่ายในราคา 7,299 บาท ที่ร้านค้าผู้ให้บริการเครือข่าย AIS, True หรือ dtac พิเศษ! สำหรับลูกค้า AIS, True หรือ dtac ที่ซื้อเครื่องพร้อมเปิดแพ็กเกจแบบรายเดือนตามที่กำหนด สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาเริ่มต้นที่ 999 บาท นอกจากนี้ หากลูกค้าซื้อสินค้าในระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม 2565 – 30 กันยายน 2565 รับฟรี! Sport water bottle มูลค่า 790 บาท

Redmi-10-5G-1

ข่าว: รีวิว Redmi 10 5G สเปคดี Dimensity 700 จอใหญ่ 6.58″ FullHD+ 90Hz รองรับ 5G ในราคา 5,999 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-redmi-10-5g/

Redmi K50 Extreme Edition มาพร้อมชิป Snapdragon 8+ Gen 1 ยืนยันเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Xiaomi กำลังจะเปิดตัว Redmi K50 Series รุ่นใหม่ที่มาพร้อมชิปเซ็ทเรือธงอย่าง Snapdragon 8+ Gen 1 โดยคาดว่าจะใช้ชื่อรุ่นว่า Redmi K50 Ultra หรือ Redmi K50S Pro ล่าสุดบริษัทได้ปล่อยทีเซอร์เผยชื่ออย่างเป็นทางการของสมาร์ตโฟนดังกล่าวออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Redmi K50 Extreme Edition

บัญชี Weibo อย่างเป็นทางการของ Redmi ได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว Redmi K50 Extreme Edition ที่มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 8+ Gen 1 นั่นหมายความว่าจะมาพร้อมกับพลังและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม และทาง Redmo ยังระบุอีกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้จะเป็นผลงานชิ้นเอกของจักรวาล โดยจะจัดงานเปิดตัวภายในเดือนสิงหาคมนี้

ทั้งนี้ ทาง Redmi ยังไม่ระบุวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าจะเปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีนในชื่อ Redmi K50 Extreme Edition โดยมีรายงานว่าเวอร์ชัน Global จะเปิดตัวในชื่อ Xiaomi 12T Pro ซึ่งในส่วนสเปกอื่นๆ นอกจากใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 8+ Gen 1 SoC แล้ว ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, กล้องหลังความละเอียด 200 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จไว 120W

ที่มา : Gizmochina

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/redmi-k50-extreme-edition-snapdragon-8-plus-gen-1-launch-confirmed/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=redmi-k50-extreme-edition-snapdragon-8-plus-gen-1-launch-confirmed

Redmi 10 5G มือถือสเปคสุดคุ้ม จอ FHD+ 90Hz กล้อง 50MP แบต 5000 mAh เตรียมเปิดราคาไทย 9 สิงหาคมนี้

Xiaomi ได้เปิดตัวมือถือ 5G ราคาเป็นมิตรทั้ง Redmi Note 11 Pro+ 5G, Redmi Note 11s 5G และ Redmi 10 5G ไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยแต่ละรุ่นเรียกว่ามาพร้อมเสปคที่จัดเต็มในราคาสุดคุ้มจริง ๆ และสำหรับรุ่นน้องเล็กอย่าง Redmi 10 5G ก็กำลังจะมาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ค่ะ

สำหรับ Redmi 10 5G เป็นมือถือรุ่นสุดคุ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยฟีเจอร์ที่ครบครับทั้งหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz ใช้ดีไซน์ Notch หยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่ ส่วนสเปคเครื่องใช้ชิป MediaTek Dimensity 700 5G, RAM 4GB, มีความจุให้เลือก 64GB / 128GB (รุ่นวางขายในไทยต้องรอดูอีกทีนะคะ ว่าจะมีความจุให้เลือกหรือเปล่า) 

กล้องหลังมี 2 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 50MP + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ 5MP, แบตเตอรี่ให้มาสะใจถึง 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W นอกจากนี้ยังมีรูหูฟัง 3.5 มม. มาด้วย

สเปค REDMI 10 5G

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : MediaTek Dimensity 700 5G
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง 2 ตัว
    – กล้องหลัก ความละเอียด 50MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้า : 5MP
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย MIUI 13

ใครที่กำลังรอมือถือ 5G ที่มากับราคาเป็นมิตรในบ้านเรา รอติดตามกันได้เลยในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ มาลุ้นไปด้วยกันค่ะว่า Redmi 10 5G จะเปิดราคามาได้เร้าใจแค่ไหน

from:https://droidsans.com/redmi-10-5g-xiaomi-global-coming-soom-thailand/