คลังเก็บป้ายกำกับ: Qatar

[รีวิว] ติดขอบสนาม Technology Innovations ใน FIFA World Cup 2022 ที่กาตาร์

มหกรรมฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ได้เปิดฉากการแข่งขันนัดแรกของแต่ละกลุ่มแล้ว สิ่งที่ถูกกล่าวถึงกันมากที่สุดนอกเหนือจากสีสันของผลการแข่งขันนั่นก็คือ นวัตกรรมเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา จะเห็นได้จากการยิงประตูที่ดีใจเก้อในหลายๆ ครั้ง ล้วนถูกปฏิเสธสกอร์จากการทำงานของเทคโนโลยีที่ถูกติดตัังไว้ภายในสนามฟุตบอลเพื่อรับบทบาทการเป็นผู้ช่วยให้กับผู้ตัดสินชี้ขาดได้รวดเร็วมากขึ้น ทำให้มีผลการแข่งขันที่ขาวสะอาด ไร้ซึ่งดราม่าหลังเกม ประจักษ์ชัดด้วยภาพเคลื่อนไหวแบบ 3D สู่สายตาผู้ชมทั่วทุกมุมโลก เบื้องหลังความล้ำสมัยเหล่านี้ ถูกขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมเทคโนโลยีซึ่งเข้ามามีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่ง และเป็นการยกระดับให้กับวงการกีฬาสู่ความยั่งยืนที่ยอดเยี่ยม
 

Image Blackground : FIFA
นอกจากผลการแข่งขันที่มีทั้งการโชว์ฟอร์มสมกับราคาทีมเต็งแชมป์หรือการพลิกล็อกหักปากกาเซียนแบบช็อกโลก ยังมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันมากมาย ทั้งการตัดสินให้ลูกจุดโทษย้อนหลังหรือการใช้เทคโนโลยีการตรวจจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ ประสิทธิภาพได้แสดงให้เห็นกันในทุกเกมการแข่งขันโดยเฉพาะแมตท์การแข่งขันระหว่างทีมอาร์เจนติน่า กับ ซาอุดีอาระเบีย ที่มีการปฏิเสธสกอร์แม้ว่าจะส่งลูกบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายถึง 3 ครั้งโดยทีมฟ้าขาวจากทวีปอเมริกาใต้ที่มีสตาร์ดาวดังอย่าง “เมสซี่” ก็ติดกับดักเทคโนโลยีนี้ด้วยเช่นกัน
 
 

Technology Innovations

FIFA World Cup 2022 ที่กาตาร์


 

 

เทคโนโลยี AI Rihla และ Multi-Camera ทั้ง 8 สนาม

Al Rihla แปลว่า “การเดินทาง” ในภาษาอาหรับ และได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม เรืออันเป็นเอกลักษณ์ และธงชาติกาตาร์

Image Credit : Adidas
Al Rihla เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ ภายในลูกบอลคือระบบกันสะเทือนของ Adidas ซึ่งมีหน่วยวัดแรงเฉื่อย 500Hz เซ็นเซอร์ Inertial Measurement Unit (IMU) ตรวจจับการเคลื่อนไหวและส่งข้อมูลออกมา 500 ครั้งต่อวินาที เป็นข้อมูลเชิงลึกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในทุกองค์ประกอบของการเคลื่อนไหวของลูกฟุตบอลและใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ในตัวแบบชาร์จไฟได้ เทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นสำหรับผู้เล่นและไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของลูกบอล
 
ข้อมูลจากลูกฟุตบอลจะช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลการสัมผัสที่ไม่ชัดเจนเพื่อปรับปรุงคุณภาพและความเร็วของการตัดสินใจในห้อง VAR (Video Assistant Referees) และเทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ ด้วยประสิทธิภาพของข้อมูลที่ได้รับจากลูกฟุตบอลแบบเรียลไทม์ที่มีความแม่นยำสูง จะช่วยยกระดับมาตรฐานให้กับวงการกีฬาฟุตบอลทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการถ่ายทอดประสบการณ์สู่แฟนบอล
 
เทคโนโลยี Multi-Camera ลูกฟุตบอลจะทำงานเชื่อมต่อผสานการทำงานร่วมกับกล้องแบบติดตามเฉพาะจำนวน 12 ตัวที่ถูกติดตั้งอยู่รอบขอบสนาม เพื่อรับข้อมูลที่ถูกติดตามตำแหน่งภายในสนามหญ้า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปให้กับผู้จัดการทีมและผู้ตัดสินผ่านแอปของ FIFA เพื่อประเมินผลข้อมูลของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายรวมไปถึงการบันทึกค่าสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขัน
 

เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ (Semi-automated offside) และการให้สกอร์ (scoring technology)

FIFA ได้ประกาศว่าเทคโนโลยีการล้ำหน้าแบบกึ่งอัตโนมัติจะถูกนำมาใช้ที่ FIFA World Cup 2022 ในกาตาร์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน โดยนำเสนอเครื่องมือสนับสนุนสำหรับเจ้าหน้าที่วิดีโอแมตช์และเจ้าหน้าที่ในสนาม เพื่อช่วยให้พวกเขาทำหน้าที่ออกมาได้อย่างรวดเร็วขึ้น แม่นยำยิ่งขึ้น และการตัดสินใจล้ำหน้าที่สามารถทำซ้ำได้มากขึ้น
 
โดยหลังจากประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี VAR ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ได้ประกาศใน The Vision 2020-23 ว่า FIFA จะพยายามใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีในฟุตบอลอย่างเต็มที่และปรับปรุง VAR ให้ดียิ่งขึ้น ในอีกสามปีถัดมา FIFA ยังคงเป็นผู้นำด้าน “technology in the game”
 
FIFA ทำงานร่วมกับ Adidas และพันธมิตรต่างๆ เพื่อความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและผู้ให้บริการเทคโนโลยี ฟีฟ่าได้ใช้เวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาในการปรับปรุงระบบ VAR ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีล้ำหน้าแบบกึ่งอัตโนมัติเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานการแข่งขันให้ผลออกมาขาวสะอาดมากที่สุด
 
จุดเด่น: เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ
    • ระบบแจ้งเตือนการล้ำหน้าอัตโนมัติแก่ทีมเจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันในห้องวิดีโอ VAR
    • 3D animation ช่วยปรับปรุงการสื่อสารไปยังแฟนๆ ในสนามกีฬาและผู้ชมโทรทัศน์
    • เทคโนโลยีได้รับการทดสอบเรียบร้อยแล้วในการแข่งขัน FIFA ครั้งก่อน
ข้อมูลด้านเทคนิค
แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เทคโนโลยีกล้องแบบติดตามเฉพาะ และเซ็นเซอร์ที่ถูกติดตั้งไว้ภายในลูกฟุบอล
เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัตินี้ ใช้กล้องแบบติดตามเฉพาะจำนวน 12 ตัวที่ติดตั้งอยู่ใต้หลังคาสนามกีฬาเพื่อติดตามลูกบอลและข้อมูล 29 data points ของผู้เล่นแต่ละคน 50 ครั้งต่อวินาที เพื่อคำนวณตำแหน่งที่แม่นยำในสนาม ข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้ง 29 data points ประกอบไปด้วยแขนขาและทุกส่วนของร่างกายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการล้ำหน้า โดยจะผสานการทำงานร่วมกับ Al Rihla ลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการของ Adidas ที่จะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญสำหรับการตรวจจับเหตุการณ์การล้ำหน้า ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเซ็นเซอร์วัดแรงเฉื่อย (IMU) ที่อยู่ภายในลูกฟุตบอล เซ็นเซอร์นี้ถูกติดตั้งวางตำแหน่งอยู่ตรงกลางลูกฟุตบอลและจะทำหน้าที่ส่งข้อมูลของลูกฟุตบอลไปยังห้องควบคุมวิดีโอ 500 ครั้งต่อวินาที ทำให้สามารถตรวจจับ kick point ได้อย่างแม่นยำสูง
 
Image Credit : FIFA
การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ากับการรวมข้อมูลการติดตามแขนขาและลูกบอล ทำให้สามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์ล้ำหน้าได้โดยอัตโนมัติแก่เจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันในห้องวิดีโอ (VAR) ซึ่งมีหน้าที่ทำการตรวจสอบการตัดสินที่ระบบเสนอเข้ามาการตรวจจับตำแหน่ง Kick Point และแสดงแนวเส้นสิ้นสุดวัดตำแหน่งการล้ำหน้าที่ระบบสร้างขึ้นมาให้โดยอัตโนมัติเช่นกัน ข้อมูลตำแหน่งเหล่านี้จะถูกคำนวณและแสดงออกมาในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ที่จะทำให้เห็นส่วนประกอบเสมือนจริงของแขนขาที่ผู้เล่นถูกตรวจจับได้ กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที และหมายความว่าการตัดสินใจล้ำหน้าจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำสูง
 
Image Credit : FIFA
data points ตำแหน่งเดียวกันที่ใช้ในการตัดสินจะถูกสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติที่ให้รายละเอียดตำแหน่งแขนขาของผู้เล่นได้อย่างสมบูรณ์ โดยจะแสดงมุมมองที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์การล้ำหน้า และแสดงภาพขึ้นบนจอยักษ์ภายในสนามฟุตบอลซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดสดทางทีวีด้วย
ตัวอย่างเหตุการณ์เกมการแข่งขันจริงที่เทคโนโลยี เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI Rihla
    • เหตุการณ์ล้ำหน้าซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่นัดแรกของการแข่งขันมีการใช้เทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติให้เห็นแล้วโดยเฉพาะเกมที่อาร์เจนตินาแพ้ซาอุฯ ด้วยสกอร์ 1-2 นัดนี้ทีมอาร์เจนตินาส่งลูกฟุตบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายถึง 3 ลูก (ไม่นับลูกจุดโทษ) แต่ถูกเทคโนโลยีการล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติตรวจจับว่ามีล้ำหน้าและปฏิเสธการให้สกอร์ทั้งหมด
    • เหตุการณ์ทำฟาวล์ของผู้เล่นในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะภายในกรอบเขตโทษที่ชี้วัดการให้ลูกตั้งเตะที่จุดโทษที่ผู้ตัดสินในสนามมองไม่เห็นเหตุการณ์ ตัวอย่างที่ทีมอาร์เจนติน่า ได้จุดโทษย้อนหลังเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วและเป็นประตูขึ้นนำจากการสังหารของ เมสซี่ สตาร์ดาวดังของทีม โดยการแจ้งเตือนอัตโนมัติจากเทคโนโลยี VAR
scoring technology หรือ goal line technology อีกเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นให้ถูกกล่าวถึงนั่นก็คือ การตัดสินสกอร์ที่มีข้อกังขา ผู้ตัดสินจะมีหน้าจอที่ข้อมือเพื่อช่วยตัดสินว่าการยิงประตูนั้นเป็นสกอร์หรือไม่ อันที่จริงสิ่งนี้จะดีขึ้นด้วย VAR แต่เจ้าเซ็นเซอร์ในลูกฟุตบอลบอลของ Adidas จะผสานการทำงานร่วมกับกล้องเพื่อช่วยให้แน่ใจว่าจะไม่มีการโต้เถียงเกิดขึ้นแม้ว่าผู้รักษาประตูจะรับลูกฟุตบอลจากภายในประตูซึ่งล้ำเส้นสีขาวแล้วก็ตาม
 

FIFA Player App

เป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 จะสามารถเข้าถึง FIFA Player App ได้ แอปนี้พัฒนาขึ้นโดยอิงจากผู้เล่นระดับมืออาชีพ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกของผู้เล่นในสนามและข้อมูลประสิทธิภาพทางร่างกายของผู้เล่นรายบุคคลหลังจบจากการแข่งขันทุกเกม
 
Image Credit : FIFA
FIFA Player App ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้จริงกับผู้เล่นจากทีมต่างๆ ที่ FIFA Arab Cup 2021 และนำเสนอต่อทีมที่เข้าร่วม FIFA World Cup ในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการของทีมล่าสุดในโดฮา FIFA Player App ได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุงและเมตริกข่าวกรองที่รวบรวมโดยทีมนักวิเคราะห์ประสิทธิภาพจาก FIFA ผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลการติดตาม ซึ่งจะพิจารณาว่าผู้เล่นเคลื่อนที่ไปรับบอลหรือไม่ เคลื่อนที่อย่างไร เทคติกเกมรุกที่กดดันคู่ต่อสู้มีรูปแบบใดบ้าง ตำแหน่งแนวรับป้องกันการถูกโจมตีอย่างไร และข้อมูลรูปแบบอื่นๆ ของเกมการแข่งขัน
 
FIFA Player App ประกอบด้วยเมตริกสมรรถภาพทางร่างกายที่รวบรวมผ่านการติดตามในสนามกีฬาผ่านกล้องแบบติดตามเฉพาะทั้ง 12 ตัว ตัวอย่างเช่น แอปจะแสดงระยะทางที่ครอบคลุมตามเกณฑ์ความเร็วต่างๆ จำนวนของการกระทำที่มากกว่า 25 กม.ต่อชม. (ประมาณ 15 ไมล์ต่อชั่วโมง) และความเร็วสูงสุด แอปนี้จะช่วยประมวลผลข้อมูลให้ผู้เล่นได้เห็นผลงานของตนเองในทุกแมตท์การแข่งขันในฟุตบอลโลกที่กาตาร์ 2022 หนนี้ ซึ่งจะให้ข้อมูลส่วนตัวสำหรับผู้เล่นแต่ละคนเพื่อดูว่าพวกเขาทำผลงานในสนามเป็นอย่างไรบ้าง ผู้เล่นสามารถย้อนดูภายหลังการแข่งขันได้สะดวกและง่ายดาย นอกจากนี้ ภาพถ่ายแอคชันต่างๆ ที่ถูกถ่ายไว้ในช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขัน FIFA World Cup ในแต่ละนัดจะถูกบันทึกเก็บไว้และแชร์ไว้ในฐานข้อมูลของแอปเพื่อให้ผู้เล่นแต่ละคนเข้าถึงได้สะดวก ผู้เล่นจะสามารถบันทึกหรือแชร์รูปภาพต่อบนโซเชียลมีเดียพร้อมกับแนบข้อมูลค่าสถิติการแข่งขันที่พวกเขาชื่นชอบได้โดยตรงจากแอปได้เลย
 
หนึ่งในเป้าหมายของ Vision 2020-2023 ของ FIFA คือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อให้บริการฟุตบอล ผู้เล่น และเกมการแข่งขันที่ดีที่สุด ซึ่งรวมถึงวิธีที่ FIFA ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เล่นด้วย ทีมงาน FIFA ทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดให้ปลอดภัย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่ FIFA ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่พอร์ทัลการปกป้องข้อมูลของ FIFA และใน FIFA Data Protection Pocket Guide ซึ่งจะอธิบายถึงสิทธิ์ในการปกป้องข้อมูลโดยละเอียด
 
นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง FIFA และ FIFPRO ในการพัฒนามาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการรวบรวม การปกป้อง และการใช้ข้อมูลประสิทธิภาพของผู้เล่นส่วนบุคคล ทั้งสององค์กรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนด “Charter of Player Data Rights” โดยมีเป้าหมายในการพัฒนามาตรฐานเหล่านี้ ในขณะเดียวกันก็แจ้งให้ผู้เล่นฟุตบอลทราบอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของนักกีฬาตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น European General Data Protection Regulation (GDPR) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ สหภาพยุโรป
 
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GDPR กับ PDPA ต่างกันอย่างไร
 

เทคโนโลยี Bonocle และ Feelix Palm เพื่อเปิดโลกความบันเทิงให้กับผู้พิการทางสายตา

เพื่อให้แฟนๆ ที่เป็นผู้พิการทางสายตาสามารถเพลิดเพลินไปกับ FIFI World Cup 2022 ด้วยการนำเครื่องมือของ “Bonocle และ Feelix Palm” Bonocle เป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงอักษรเบรลล์แห่งแรกของโลก ด้วยการใช้ฟังก์ชันการแปลงรหัสและเทคโนโลยีบลูทูธ บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นสามารถสัมผัสกับความตื่นเต้นของการแข่งขันฟุตบอลโลกได้เช่นเดียวกับคนอื่นๆ

Image Credit : Bonocle
Bonocle ความบันเทิงอักษรเบรลล์ เป็นอุปกรณ์อักษรเบรลล์เซลล์เดียวแบบพกพาที่ทำหน้าที่เหมือนตัวควบคุมสำหรับสมาร์ทโฟน เป็นนวัตกรรมและออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้ทำงานเหมือนกับจอแสดงผลอักษรเบรลล์แบบไม่มีบรรทัด โดยใช้แอปพลิเคชันที่พัฒนาและปรับให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถทำงาน เรียนรู้ หรือเล่น ผ่านเสียงตอบรับที่สัมผัสได้ เช่น อักษรเบรลล์ ระบบสัมผัส และตัวอ่านเสียงแบบ Scree Reader/Voice Over และโต้ตอบกับแอปพลิเคชันผ่านปุ่ม การเคลื่อนไหว และเสียงพูด
 
Bonocle จะเข้ามาช่วยให้ชุมชนกลุ่มผู้พิการทางสายตาทั่วโลกได้สัมผัสกับอรรถรสบรรยากาศของมหกรรมฟุตบอลโลกในปี 2022 ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นการขจัดข้อจำกัดให้แก่ผู้พิการทางสายตาและเป็นการเปิดประตูให้พวกเขาได้ทำการสำรวจโลกของเกมกีฬาด้วยความบันเทิง
 

Feelix Palm เป็นอุปกรณ์สื่อสารด้วยฝ่ามือที่มีคุณสมบัติ (tactile features) จะถูกใช้ในกาตาร์ครั้งนี้ ด้วยการใช้แรงกระตุ้นไฟฟ้า Feelix Palm นำเสนอข้อความคล้ายอักษรเบรลล์ให้กับผู้พิการทางสายตาโดยไม่จำกัดการเคลื่อนไหวร่างกายหรือการได้ยิน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้คนสามารถรับข้อมูลแยกกันโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหรือได้ยินข้อมูล Feelix Palm สื่อสารข้อมูลลวดลายสัมผัสด้วยไฟฟ้าไปยังฝ่ามือ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดื่มด่ำกับสภาพแวดล้อมได้มากขึ้นโดยรับข้อเสนอแนะแบบสัมผัสบนฝ่ามือ

Image Credit : Feelix Palm

 

เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยภาคประชาชนด้วยกล้อง 15,000 ตัว

Image Credit : spfconsoles.com
Aspire Control and Command Centre เป็นศูนย์ควบคุมและสั่งการจะทำหน้าที่คอยเฝ้าตรวจสอบสนามกีฬาทั้งหมดพร้อมกัน เพื่อจับตาดูผู้เข้าชมที่คาดว่าจะมีมากกว่าหนึ่งล้านคนตั้งแต่วินาทีที่พวกเขาลงจากเครื่องบินจนถึงตอนที่พวกเขาออกเดินทางจากไป ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัยด้วยการรับประกันความปลอดภัยด้วยการติดตั้งกล้องที่มีคุณสมบัติการจดจำใบหน้าทั้งหมด 15,000 ตัวเพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์ Aspire สำหรับค้นหาบุคคลจากกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้นและเพื่อป้องกันการโจมตีของผู้ก่อการร้าย
 

นอกจากนี้ เรื่องของการถ่ายทอดสด FIFA ปรับปรุงด้านคุณภาพของการออกอากาศถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จำนวน 64 แมทต์ จะถูกส่งสัญญาณภาพระดับ 4K เพื่อความคมชัดสูง สำหรับเครื่องรับที่รองรับเทคโนโลยี 4K เพื่อไม่ให้พลาดในทุกรายละเอียดตลอด 90 นาทีของเกมการแข่งขัน

 

เทคโนโลยีการระบายความร้อนสนามกีฬาขั้นสูง

กาตาร์ได้ปรับปรุงสนามฟุตบอล 7 ใน 8 แห่งที่ใช้แข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูงเพื่อให้สนามกีฬามีอุณหภูมิประมาณ 68 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 20 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสำหรับผู้เล่นและแฟนบอล คาดว่าจะยั่งยืนกว่าและประหยัดพลังงานกว่า 40 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเทคนิคการทำความเย็นทั่วไป ระบบทำความเย็นใช้การผสมผสานระหว่างฉนวนและการทำความเย็นแบบกำหนดเป้าหมายเพื่อทำให้เย็นลงเฉพาะในที่ที่มีผู้คนอยู่

ดร. ซาอูด อับดุลอาซิซ อับดุล กานี มีชื่อเล่นว่า ดร. คูล เป็นบุคคลสำคัญในภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ ได้อธิบายว่า “การทำสนามฟุตบอลให้มีอุณหภูมิเย็นลงก็เหมือนกับการทำให้ยานยนต์เย็นลงนั่นเอง การประยุกต์ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเดียวกันในการจัดการระบายความร้อนเหล่านี้ แต่มันมีขนาดที่ใหญ่กว่ามากแค่นั้นเอง” ดร. คูล เป็นวิศวกรที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีทำความเย็นกลางแจ้งสำหรับสนามฟุตบอล FIFA World Cup Qatar 2022 ครั้งนี้ ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจจากการศึกษาระดับปริญญาเอกเกี่ยวกับการปรับอากาศสำหรับรถยนต์
 
ดร. คูล กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เขานำเสนอให้กับเจ้าภาพกาตาร์พิจารณานั้น แตกต่างจากผู้นำเสนอรายอื่นๆ ที่นำเสนอการออกแบบสนามฟุตบอลเป็นหลัก แต่ ดร. คูล ได้นำเสนอสิ่งที่เป็น “เทคโนโลยี” เพื่อการผสานรวมเข้ากับสเตเดี้ยมในรูปแบบใหม่
 
อากาศเย็นเข้ามาทางตะแกรงบนอัฒจรรย์และหัวฉีดขนาดใหญ่บนสนาม การใช้เทคนิคการหมุนเวียนอากาศ อากาศเย็นจะถูกดึงกลับ การระบายความร้อน การกรองและผลักออก และสูบออกอีกครั้งโดยเครื่องไอพ่น นอกจากนี้ เทคโนโลยีทำความเย็นของ ดร. คูล มีความยั่งยืนมากกว่าเทคนิคที่มีอยู่ประมาณ 40% วิธีการของเขาหมายความว่าสนามฟุตบอลจะต้องเย็นลงก่อนการแข่งขันเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานของสถานที่ได้อย่างมากเมื่อเทียบกับวิธีการที่มีอยู่เดิม นอกจากนี้ยังทำให้อากาศบริสุทธิ์ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะไม่มีปัญหาเมื่อนั่งอยู่ภายในสนามฟุตบอล
 
สิ่งที่ยากที่สุด คือ ทำให้สนามกีฬาเย็นลงโดยที่มีการเปิดหลังคาสนามฟุตบอล เพราะนั่นคือที่ที่อากาศร้อนจากภายนอกเข้ามา นั่นเป็นเหตุผลที่มีการศึกษาว่าอากาศสามารถออกทางใดและเราจะดันและดึงกลับได้อย่างไร อากาศจะแตกต่างกันไปในแต่ละสนาม ขึ้นอยู่กับรูปร่าง ความสูง และความกว้างของสนาม ยิ่งไปกว่านั้น ดิฟฟิวเซอร์ใต้ที่นั่งยังช่วยให้มั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายของแฟนๆ ที่จะดันอากาศออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทอย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ เซ็นเซอร์โดยรอบสนามจะรักษาอุณหภูมิให้คงที่และปรับการไหลเวียนของอากาศสำหรับที่นั่งทั้งในที่ร่มหรือกลางแดด
 
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในการระบายความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพคือคุณไม่ต้องการให้ลมจากภายนอกเข้าสู่สนามฟุตบอล เป็นเหตุผลให้การออกแบบของสนามกีฬาต้องได้รับการศึกษาและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศอุ่นเข้ามาภายในสนามฟุตบอลได้”
 
นอกจากการทำให้สนามกีฬาเย็นลงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้พื้นที่สาธารณะอื่นๆ ในกาตาร์เย็นลง Katara Plaza เพิ่งเปิดตัวเป็นพลาซ่าเชิงพาณิชย์แบบเปิดโล่งและปรับอากาศแห่งแรกของกาตาร์ อีกโครงการหนึ่งใน Aspire Park มีทางเดินเย็นซึ่งใช้แผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงาน
 

บทสรุป

มหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. – 18 ธ.ค. เป็นครั้งแรกที่ตารางปฏิทินการแข่งขันถูกเลื่อนมาอยู่ช่วงปลายปี เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพภูมิอากาศที่มีความร้อนค่อนข้างสูงของประเทศกาตาร์ ถึงแม้ช่วงเวลาดังกล่าวจะมีอุณหภูมิความร้อนน้อยที่สุดของปีก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้นักเตะจากภูมิภาคที่มีอากาศแบบอบอุ่นถึงหนาวเย็นคุ้นชิน สังเกตได้จากภาพบรรยากาศการซ้อมก่อนเริ่มเกมการแข่งขันถึงขั้นต้องใช้ปล่องลมไอน้ำเป่าช่วยคลายความร้อนภายในร่างกาย และนั้นก็เป็นคำตอบว่าทำไมจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีการระบายความร้อนสนามกีฬาขั้นสูงของ ดร. คูล 
 
ตามที่ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน ได้ประกาศใน The Vision 2020-23 ว่า FIFA จะพยายามใช้ศักยภาพของเทคโนโลยีในฟุตบอลอย่างเต็มที่และปรับปรุง VAR ให้ดียิ่งขึ้น ในอีกสามปีถัดมา FIFA ยังคงเป็นผู้นำด้าน “technology in the game”
 
การประกาศครั้งนั้นหลังจากจบ FIFA World Cup 2018 ที่รัสเซีย และมาประจักษ์ให้เห็นกันที่กาตาร์ 2022 ครั้งนี้ โดยมีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ได้ปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีการนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI เข้ามาผสานทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งภายในลูกฟุตบอลของ Adidas และประมวลผลอัตโนมัติออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ ที่ผ่านมาในเกมการแข่งขันรอบแรกของแต่ละกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงเกมการแข่งขันที่ขาวสะอาดไม่มีข้อกังขา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะมีความแม่นยำสูง แต่คำตัดสินที่เด็ดขาดยังเป็นของมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ตัดสินอยู่ดี จังหวะของเกมการแข่งขันเป็นรูปแบบข้อมูลที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่จะส่งไม้ต่อให้เทคโนโลยีควบรวมบริบททั้งหมดไปชี้ขาดได้ ส่วนอนาคตอีก 4 ปีข้างหน้าของการจัดมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งต่อไปนั้น จะมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมอะไรเพิ่มเติมเข้ามาหรือพัฒนาให้ล้ำหน้าไปกว่าเดิมเราต้องติดตามดูกันต่อไป 
 
ที่มาของข้อมูล:
 

from:https://www.techtalkthai.com/review-technology-innovations-in-fifa-world-cup-2022-qatar/

กาต้าร์เซ็นสัญญากับ Volkswagen นำรถไฟฟ้าไร้คนขับมาให้บริการรถสาธารณะภายใน 2022

หน่วยงานด้านการลงทุน (Qatar Investment Authority – QIA) ประเทศกาต้าร์ลงนามในข้อตกลงกับ Volkswagen ในโครงการ Project Qatar Mobility ในการพัฒนาโครงข่ายระบบรถสาธารณะที่จะนำรถตู้ไฟฟ้าไร้คนขับและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง มาให้บริการในกรุงโดฮาภายในปี 2022

รถที่จะนำมาให้บริการคือรถภายใต้คอนเซ็ป I.D. Buzz ทั้งหมด 35 คัน โดยมี VOIA บริษัทลูก และ AID ของ Audi จะช่วยพัฒนาเรื่องซอฟต์แวร์

ที่มา – Volkswagen

from:https://www.blognone.com/node/113691

CEO สนามบิน Changi ปฏิเสธ “ลอกงานออกแบบ” หลัง CEO กาตาร์แอร์เวย์แซะว่ามีคนลอกงาน

CEO ของสนามบินชางงี สิงคโปร์ ได้ออกมากล่าวว่า ไม่ได้ลอกงานออกแบบของใคร หลังจากที่ CEO ของกาตาร์แอร์เวย์กล่าวลอยๆ ว่ามีคนจากบางประเทศลอกงานของประเทศกาตาร์ไป

Jewel Changi Airport
ภาพจาก Shutterstock

Lee Seow Hiang ซึ่งเป็น CEO ของสนามบิน Changi ของสิงคโปร์ได้ออกมากล่าวกับหนังสือพิมพ์ The Strait Times ว่า “เราไม่ได้ลอกงานใคร” หลังจากที่มีการกล่าวหาลอยๆ จาก CEO ของ Qatar Airways ซึ่งเป็น 1 ในสายการบินยักษ์ใหญ่ว่า มีคนจากบางประเทศลอกงานออกแบบส่วนต่อขยายของสนามบิน Hamad กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์

โครงการส่วนต่อขยายสนามบิน Hamad มีชื่อว่า The Jewel of Hamad International โดยแผนการออกแบบนั้นจะเป็นอาคารผู้โดยสาร ร้านค้าต่างๆ รวมไปถึงพื้นที่สวนกว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งจะสร้างแล้วเสร็จก่อนปี 2022

CEO ของ Qatar Airways ได้กล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมา “มีใครบางคนลอกเลียนแบบงานของสนามบินเราเมื่อ 6 ปีที่แล้ว จากประเทศดังกล่าว แต่ผมจะไม่บอกชื่อ เอางานออกแบบไปสร้างเป็นของจริง” นอกจากนี้เขายังได้เสริมว่า น้ำตกในส่วนต่อขยายสนามบิน Hamad นั้นผู้โดยสารไม่ต้องเดินออกมาจากจุดตรวจคนเข้าเมืองแต่อย่างใด

สำหรับโครงการที่ถูกกล่าวหาอย่าง Jewel Changi นั้นมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากถึง 50 ล้านราย โดยเปิดให้บริการในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีพื้นที่กว่า 135,700 ตารางเมตร จุดที่น่าสนใจมากที่สุดและดึงดูดนักท่องเที่ยวคือ Rain Vortex ซึ่งเป็นน้ำตกในอาคารสูงกว่า 40 เมตร ซึ่งกลายเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกในขณะนี้

โครงการ Jewel Changi มูลค่าก่อสร้างอยู่ที่ 1,700 ล้านเหรียญสิงคโปร์นี้เป็นผลงานออกแบบของ Moshe Safdie จาก Safdie Design บริษัทออกแบบสัญชาติแคนาดา-อิสราเอล ไม่เพียงแค่โครงการนี้เท่านั้น ก่อนหน้านี้บริษัทยังเคยออกแบบโครงการ Marina Bay Sands มาแล้ว

นอกจากนี้ Moshe Safdie เคยได้ให้สัมภาษณ์กับ The Strait Times ว่า “ได้ไอเดียออกแบบมาจากภาพยนต์ Avatar”

รูปโครงการส่วนต่อขยายสนามบิน Hamad ดูได้จากด้านล่าง

ที่มา – Business Insider Singapore, ภาพส่วนต่อขยายสนามบิน Hamad มาจาก Facebook โครงการ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/ceo-of-qatar-airways-claims-singapore-copied-doha-airport/

กาตาร์ประกาศลาออกจากกลุ่ม OPEC เน้นผลิตก๊าซธรรมชาติส่งออกแทนน้ำมัน

การประกาศลาออกจากกลุ่ม OPEC ของกาตาร์ได้สร้างความแปลกใจให้กับนานาชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากกาตาร์เป็นสมาชิกมาอย่างยาวนาน แต่เรื่องนี้รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ได้กล่าวว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องของความขัดแย้งระหว่างกาตาร์และซาอุดิอาระเบีย

ภาพจาก Pixabay

กาตาร์ประกาศก่อนการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน หรือ OPEC ว่าจะขอออกจากกลุ่ม โดยจะมีผลในเดือนมกราคมปี 2019 ซึ่งกาตาร์เป็นสมาชิกในกลุ่ม OPEC มาตั้งแต่ปี 1961 และเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันอันดับที่ 11 การลาออกของกาตาร์ครั้งนี้ถือว่าสร้างความแปลกใจ เนื่องจากเป็นการประกาศลาออกก่อนการประชุมครั้งสำคัญในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

สำหรับการประชุมของกลุ่ม OPEC ในประเทศออสเตรีย คาดว่าจะมีการประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงมา เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกลดลงจากจุดสูงสุดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาถึง 30% นอกจากนี้ยังมีการพบปะล่วงหน้าของ 2 ผู้นำอย่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบียที่การประชุม G20 มาแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

Saad al-Kaabi รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ ได้กล่าวถึงการออกจากกลุ่ม OPEC ว่า “เรามองตามความเป็นจริงว่าตอนนี้เราไม่เห็นศักยภาพของน้ำมันในอนาคตเลย แต่เราเห็นศักยภาพของก๊าซธรรมชาติในอนาคต” นอกจากนี้รัฐมนตรีพลังงานยังได้กล่าวว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการประกาศลาออกจากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน อย่างไรก็ดีผลกระทบนี้ถือว่าน้อยมาก เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบที่กาตาร์ผลิตนั้นไม่ถึง 2% ของปริมาณผลิตรวมของ OPEC

หลังจากนี้กาตาร์ประกาศว่าจะเน้นการส่งออกก๊าซธรรมชาติมากขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันประเทศกาตาร์เป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวอันดับ 1 ของโลก ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 77 ล้านตันต่อปี ยังรวมไปถึงการที่เตรียมจะก่อสร้างโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ซึ่งจะมีกำลังการผลิตใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางด้วย

อย่างไรก็ดีรัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ยังได้กล่าวว่า การที่ประกาศออกจากกลุ่ม OPEC นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้กาตาร์โดนกลุ่ม GCC นำโดยซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ ประกาศบอยคอตกาตาร์ ในเรื่องของการที่กาตาร์สนับสนุนการก่อการร้าย โดยรห้ามเครื่องบินของกาตาร์บินผ่านน่านฟ้า หรือแม้แต่ การปิดพรมแดนระหว่างกาตาร์กับซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น

ที่มาThe Guardian, BBC, USA Today

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/qatar-quit-from-opec-and-focus-to-produce-natural-gas/

[วิเคราะห์] ซาอุ-สหรัฐ อาจสั่นคลอนหลังนักข่าวหายตัวไป กระทบถึงการลงทุน

Brand Inside สรุปประเด็นเรื่องของนักข่าวชาวซาอุดิอาระเบียที่หายตัวลึกลับเป็นเวลากว่า 2 อาทิตย์ ในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเรื่องนี้กระทบไปในโลกธุรกิจและการลงทุนทั่วโลกด้วย

Jamal Khashoggi นักข่าวชาวซาอุฯ – ภาพจาก Flickr ของ Project on Middle East Democracy โดย April Brady

เป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ที่นักข่าวชาวซาอุฯ ชื่อว่า Jamal Khashoggi หรือ จามาล คาชูจกิ ได้หายตัวไปในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งทางการซาอุฯ ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนในการหายตัวของเขา และได้ยืนยันว่าเขาได้ออกจากสถานกงสุลไปแล้วด้วย

สำหรับการหายตัวไปของเขาอาจไม่ใช่แค่เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ผลกระทบครั้งนี้อาจกระทบไปทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจที่ประเทศซาอุดิอาระเบียได้ลงทุน หรือแม้แต่ราคาน้ำมัน และผลในอนาคตถ้าหากประเทศซาอุดิอาระเบียเกิดโดนคว่ำบาตรจากนักธุรกิจ

Jamal Khashoggi คือใคร

Jamal Khashoggi เป็นนักข่าวที่ทำงานในประเทศซาอุดิอาระเบียมานานเกือบ 30 ปี โดย BBC ได้รายงานว่าเขาเองได้ทำข่าวการบุกอัฟกานิสถานของโซเวียต เป็นต้น นอกจากนี้เขายังเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย รวมไปถึงราชวงศ์ซาอุฯ ด้วย

ปัจจุบัน Jamal ได้ขอลี้ภัยไปอยู่ในสหรัฐ และได้เขียนบทความให้กับ Washington Post สำหรับเรื่องสำคัญที่ทางการซาอุฯ อาจไม่ชอบใจ Khashoggi คือเรื่องที่เขาวิจารณ์นโยบายการที่ซาอุฯ ไม่ว่าจะเป็นทำสงครามปราบปรามกบฏฮูตีในประเทศเยเมน ที่ส่อเค้าความยืดเยื้อ ฯลฯ นอกจากนี้เขายังเคยกล่าวว่าเขาเป็นคนที่จงรักภักดีต่อราชวงค์ซาอุฯ ด้วยซ้ำ และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดี

วันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา เขาได้หายตัวไปขณะที่เข้าไปติดต่อเพื่อเอาเอกสารยืนยันการหย่าร้างกับภรรยาคนเก่า โดยคู่หมั้นของเขาได้รอเขาข้างนอกเป็นเวลา 11 ชั่วโมง ก่อนเขาเข้าไปเขายังได้บอกว่าถ้าหากหายตัวไปเป็นเวลานานให้โทรศัพท์หาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีตุรกีได้เลย

จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของเขา ซึ่งรัฐบาลตุรกีคาดว่า Jamal อาจเสียชีวิตไปแล้ว

Mohammad Bin Salman – ภาพจาก Kremlin (CC BY 4.0)

ซาอุฯ ออกมาปฏิเสธ ส่วนทรัมป์ไม่พอใจเรื่องนี้

แน่นอนว่าการหายตัวของ Jamal เป้าใหญ่ที่สุดคือราชวงศ์ซาอุฯ โดยเฉพาะเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน ที่ตกเป็นเป้าใหญ่สุดว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวครั้งนี้ เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าชายเองได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg ถึงเรื่องนี้ว่า “เขาไม่ได้อยู่ในสถานกงศุล” และรวมไปถึง “ประชาชนชาวซาอุฯ ก็ต้องการอยากทราบว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร” นอกจากนี้ซาอุยังพร้อมร่วมมือกับทางการตุรกีในการสอบสวนเรื่องนี้อีกด้วย 

สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับช่อง CBS ถึงเรื่องนี้ว่า สหรัฐอาจต้องใช้บทลงโทษรุนแรงถ้าหากมีหลักฐานที่พบว่าซาอุฯ อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ 

นอกจากนี้ทรัมป์เตรียมที่จะเข้าพูดคุยเรื่องนี้กับสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานในเรื่องนี้ด้วย

SoftBank กลายเป็นเป้าหมายใหญ่จากนักลงทุนต่างชาติในการเทขายหุ้น เนื่องจากความกังวลในเรื่องนี้

ผลกระทบตามมาใหญ่หลวง

ผลกระทบของซาอุฯ ในเรื่องนี้คือการลงทุนกว่า 45,000 ล้านเหรียญ ใน SoftBank Vision Fund ซึ่ง PIF ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งของประเทศเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในกองทุนนี้ เม็ดเงินดังกล่าวลงทุนไปในบริษัทสตาร์ทอัพชื่อดังไม่ว่าจะเป็น Uber หรือแม้แต่ WeWork รวมไปถึงบริษัทอื่นๆ เช่น ARM ผู้ผลิตชิปโทรศัพท์มือถือ Nvidia ผู้ผลิตการ์ดจอชื่อดัง หรือแม้แต่ Tesla ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของ SoftBank Vision Fund

ความซวยย่อมหนีไม่พ้นหุ้นของ SoftBank ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ด้วย ราคาหุ้นได้ลดลง 725 เยน (-7.27%) หลังจากราคาหุ้นได้ขึ้นมาก่อนที่จะตกลงในวันนี้ถึง 30% และมูลค่าตลาดของ SoftBank หายจากจุดสูงสุดแล้วถึงเกือบๆ 720,000 ล้านบาท

ไม่ใช่แค่นี้เท่านั้น พันธบัตรของประเทศซาอุดิอาระเบียยังได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อีกต่างหาก โดย Yield ของพันธบัตรได้พุ่งขึ้นไปที่ 4.6% หลังจากมีความกังวลในเรื่องนี้ รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์ Tawadul ของซาอุฯ เองที่มีแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติด้วย

Jamie Dimon – ภาพจาก Flickr – Stefen Chow/Fortune Global Forum

บริษัทเอกชนและสื่อแสดงความไม่พอใจซาอุฯ

แรงกดดันในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การลงทุนอย่างเดียว ผลกระทบในเรื่องนี้คือเหล่านักธุรกิจรวมไปถึง CEO จากบริษัทดังๆ ของสหรัฐ ต่างประท้วงในเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยไม่ไปร่วมงาน Future Investment Initiative ซึ่งรัฐบาลซาอุฯ เป็นผู้จัดงานนี้

โดยรายชื่อผู้บริหารและ CEO ประกาศไม่ไปร่วมงานนำโดย

  • Jamie Dimon ซึ่งเป็น CEO ของ JPMorgan 
  • Herman Narula เป็น CEO ของ Improbable Worlds บริษัทเกมและไอทีชื่อดัง
  • Larry Fink เป็น CEO ของ BlackRock บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนใหญ่ที่สุดในโลก
  • Stephen Schwarzman เป็น CEO ของ Blackstone ซึ่งเป็น Private Equity ชื่อดัง
  • Bill Ford ประธานของ Ford Motors
  • Dara Khosrowshahi จาก Uber

BBC ยังรายงานว่าตัวแทนจากสหรัฐและอังกฤษก็ประกาศที่จะไม่ไปเข้าร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน ยังรวมไปถึง Richard Branson จาก Virgin ประกาศชะลอรับเงินลงทุนจากซาอุดิอาระเบียในโครงการ Virgin Space มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย

ส่วนทางด้านสื่อต่างประเทศที่ไม่ไปงานนี้ประกอบไปด้วย CNN, CBNC, New York Times รวมไปถึง Bloomberg และ Financial Times โดยแสดงความกังวลในการหายตัวไปของ Jamal ด้วย

นอกจากนี้ Washington Post ได้ทำพื้นที่ว่างในหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ในเรื่องนี้ด้วย

ภาพจาก Shutterstock

มากกว่าเรื่องนักข่าวหายตัวไป

เรื่องนี้อาจอีรุงตุงนังมากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ซาอุดิอาระเบียกับสหรัฐ ถ้าหากซาอุฯ ไม่สามารถอธิบายเรื่องการหายตัวไปได้อย่างมีเหตุผล รวมไปถึงหลักฐานรองรับ แถมยังมีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การซื้อขายอาวุธระหว่าง 2 ประเทศ ที่อาจทำให้ซาอุหันไปซื้ออาวุธจากประเทศคู่แข่งอย่างรัสเซียเพื่อเป็นการตอบโต้ หรือแม้แต่การเปลี่ยนเป้าหมายการลงทุน

แรงกดดันในเรื่องนี้จะยังตามหลอกหลอนถึงความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศที่เข้าไปลงทุนในซาอุดิอาระเบียด้วย เนื่องจากปัจจุบันซาอุดิอาระเบียพยายามที่จะกระตุ้นให้นักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนมากขึ้น แต่จะเห็นได้จากการการคว่ำบาตรของเหล่า CEO ชื่อดังแล้วอาจต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

สำหรับความกังวลว่าซาอุดิอาระเบียอาจใช้เครื่องมือต่อรองอย่าง “น้ำมัน” เป็นเครื่องต่อรองชาติตะวันตกในเรื่องนี้ เหมือนกับในสมัยปี 1973-1974 ที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นเนื่องจากกรณีชาติอาหรับกับอิสราเอลนั้น ปัจจุบันราคาน้ำมันถ้าหากสูงมากเกินไปก็อาจเป็นโอกาสของ Shale Oil ของสหรัฐสามารถป้อนน้ำมันดิบเข้ามาในตลาดได้ ซึ่งอาจคลายความกังวลในเรื่องนี้ได้บ้าง

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเล็กๆ น้อยๆ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกาตาร์กับตุรกีที่ค่อนข้างแน่นแฟ้น ซึ่งสื่อของประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซียเริ่มออกมาโจมตีสำนักข่าว Al Jazeera ของกาตาร์ว่าบิดเบือนในการเสนอข่าวอีกด้วย และยังมีการออกแถลงการณ์สนับสนุนซาอุดิอาระเบียเพื่อที่จะผ่านพ้นวิกฤตินี้ให้ได้ด้วย

ท้ายที่สุดแล้วต้องติดตามต่อว่ารัฐบาลซาอุฯ จะสามารถตอบนานาประเทศในการหายตัวได้เช่นไร หรือมีมาตรการจัดการในเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว

Note: อัพเดตล่าสุด ทางการซาอุประกาศสอบสวนเรื่องการหายตัวไปของ Jamal แล้ว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/jamal-khashoggi-saudi-relations-with-usa-and-its-all-about-business/

กาตาร์กับความเสี่ยงที่ไม่ได้จัดฟุตบอลโลก 2022 หลังถูกตัดสัมพันธ์การทูต

การตัดสัมพันธ์ทางการทูตของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางกับกาตาร์ ส่งผลให้การจัดฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพ มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้จัดซะแล้ว

ตอนนี้การก่อสร้างสนามและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อย่างรถไฟฟ้ายังเดินหน้าต่อไปตามปกติ แต่อุปกรณ์และวัสดุ ที่ใช้ในการก่อสร้างเริ่มไม่สามารถนำเข้ายังประเทศกาตาร์ได้แล้ว เพราะรถบรรทุกต้องเข้าผ่านพรมแดนซาอุดีอาระเบีย ส่วนการขนส่งทางเรือก็ติดค้างอยู่ที่ท่าเรือใน UAE ที่อยู่ใกล้กัน

สนามแข่งขัน Qatar Foundation Stadium

ความท้าทายของกาตาร์จึงเป็นการสร้างเครือข่ายลอจิสติกส์ใหม่ ที่เดินทางจากกาตาร์โดยตรงไม่ต้องผ่านท่าเรือใน UAE ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ทางออกที่เป็นไปได้คือการขนส่งผ่านท่าเรือในคูเวตหรือโอมาน ที่ยังไม่ได้ตัดสัมพันธ์การทูตกับกาตาร์

Bloomberg อ้างข้อมูลจากบริษัทขนส่งทางรถรายหนึ่ง ที่สั่งให้รถบรรทุกในซาอุดีอาระเบียที่เข้ากาตาร์ไม่ได้ ต้องขับย้อนกลับมา 500 กิโลเมตรเพื่อมาขนถ่ายสินค้าลงท่าเรือที่โอมาน จากนั้นค่อยส่งสินค้าทางเรือไปยังกาตาร์อีกทอดหนึ่ง

ถ้าหากกาตาร์ยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาด้านการทูตได้ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อใด) และไม่สามารถสร้างเครือข่ายลอจิสติกส์ขึ้นมาใหม่ได้ การก่อสร้างคงจะต้องหยุดลงในไม่ช้าหลังวัสดุในสต๊อกปัจจุบันหมดไป

รัฐบาลกาตาร์ยังปิดปากเงียบไม่ให้ความเห็นใดๆ ในเรื่องการจัดแข่งฟุตบอลโลก 2022 รวมถึง FIFA ก็เลือกจะเงียบเช่นกัน

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ชนะแบบพลิกความคาดหมาย เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย ตั้งแต่การกล่าวหาว่ากาตาร์ให้สินบนกรรมการ FIFA, การขอเลื่อนช่วงเวลาแข่งขันจากช่วงกลางปีเป็นปลายปีที่อุณหภูมิเย็นกว่า, ไปจนถึงปัญหาการก่อสร้างสนามฟุตบอลใหม่หลายแห่ง ที่งบประมาณบานปลาย และมีข้อขัดแย้งเรื่องคุณภาพชีวิตของแรงงาน

วิดีโอแสดงความคืบหน้าของการสร้างสนาม (เดือนพฤษภาคม 2017)

นอกจากปัญหาเรื่องการก่อสร้างสนามแล้ว ถ้ากาตาร์ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทูตได้ไปจนถึงปี 2022 การคมนาคมขนส่งทางอากาศไปยังกาตาร์ในช่วงฟุตบอลโลกก็จะมีปัญหาเช่นกัน เพราะน่านฟ้าของกาตาร์จำกัดมาก เครื่องบินจำเป็นต้องบินอ้อมประเทศที่ถูกตัดสัมพันธ์การทูต ส่งผลให้การจราจรคับคั่ง

ปัญหาด่านแรกที่กาตาร์จะต้องเผชิญคือ การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ตะวันออกกลาง Gulf Cup of Nations 2017 ที่กาตาร์จะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายปี 2017 ถึงต้นปี 2018 ว่าจะได้จัดหรือไม่ เพราะ 4 ใน 8 ทีมที่เข้ารอบสุดท้ายเป็นประเทศที่ตัดสัมพันธ์กับกาตาร์

ที่มา – Bloomberg, Independent.ie, CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/qatar-world-cup-2022-risk/

จุดเริ่มต้นวิกฤติการทูตตะวันออกกลาง กาตาร์ระบุพบต้นทางแฮกเกอร์ที่ปล่อยข่าวในเว็บข่าวรัฐบาลแล้ว, FBI ระบุมีความเกี่ยวเนืองกับรัสเซีย

วิกฤติการทูตในตะวันออกกลางที่ 7 ชาติ (ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, อียิปต์, เยเมน, ลิเบีย, และมัลดีฟ) ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ มีจุดแตกหักอยู่ที่รายงานข่าวจาก Qatar News Agency (QNA) แสดงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกาตาร์และอิหร่าน ตอนนี้กระทรวงมหาดไทกาตาร์ออการะบุว่าพบต้นทางของแฮกเกอร์ที่แฮกเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ของ QNA เพื่อปล่อยข่าวนี้แล้ว

ข้อมูลที่กาตาร์ปล่อยออกมาระบุว่าแฮกเกอร์ฝังไฟล์ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และสั่งปล่อยข่าวปลอมในวันที่ 24 พฤษภาคม โดยตอนนี้กำลังรวบรวมหลักฐาน เมื่อเรียบร้อยแล้วจะมีการแถลงข่าวต่อไป

การสอบสวนนี้ได้รับความช่วยเหลือจาก FBI ของสหรัฐฯ และ NCA ของอังกฤษ แม้ว่าแถลงของกาตาร์จะไม่ได้ระบุชาติต้นตอการแฮกออกมา แต่เจ้าหน้าที่ FBI ระบุว่าแฮกเกอร์เป็นชาวรัสเซียโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมหรือหน่วยงานความมั่นคงของรัสเซีย แต่ระบุว่า “หากรัฐบาลไม่ยินยอมก็ไม่ค่อยมีใครทำนอกลู่นอกทางนัก”

ที่มา – MOFA.gov.qa, CNN

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/93056

QNB ธนาคารใหญ่ในกาตาร์โดนแฮค ข้อมูลสำคัญ 1.4GB ถูกขโมยไปได้

QNB (Qatar National Bank) ธนาคารใหญ่ของกาตาร์ถูกแฮคเกอร์ล้วงข้อมูลสำคัญกว่า 15,000 ไฟล์ รวมขนาดข้อมูลกว่า 1.4GB

ข้อมูลสำคัญที่ว่านั้นมีทั้งไฟล์ข้อมูลขององค์กรเอง รวมทั้งข้อมูลสำคัญด้านการเงินของลูกค้าด้วย มีรายงานพบว่าข้อมูลดังกล่าวได้ถูกนำมาเผยแพร่ให้ดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ตแล้ว โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานผลการสืบสวนว่าแฮคเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญที่ว่าได้อย่างไร

QNB ออกประกาศข่าวว่าตอนนี้ให้ความสำคัญเรื่องผลกระทบด้านการเงินที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าและตัวธนาคารเองเป็นอันดับแรก โดยยังไม่ขอออกความเห็นคาดการณ์ใดๆ ว่าการแฮคเกิดขึ้นอย่างไรและโดยใคร

QNB เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของกาตาร์ มีสำนักงานหลักอยู่ใน Doha โดยเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1964

ที่มา – ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/80442