คลังเก็บป้ายกำกับ: PEBBLE

กูเกิลออกอัพเดตให้แอพ Pebble ที่ตายไปนานแล้ว รองรับ Android 64 บิตด้วย

นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกๆ Pebble เลิกกิจการไปตั้งแต่ปี 2016 โดยขายสินทรัพย์ให้ Fitbit โดย Fitbit ปิดเซิร์ฟเวอร์ของ Pebble ในปี 2018 หลังจากนั้นยังมีชุมชนผู้ใช้งานคอยช่วยดูแลกันต่อไปในชื่อ Rebble

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ Fitbit ขายกิจการต่อให้กูเกิล (เสร็จสมบูรณ์ในปี 2021) ทำให้ตอนนี้กูเกิลมีสถานะเป็น “เจ้าของ” สินทรัพย์ของ Pebble ด้วย

เรื่องราวมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลัง Pixel 7 เป็น Android 64 บิตล้วน ทำให้แอพ Pebble บนสมาร์ทโฟนของเดิม (ที่ดูแลโดยชุมชน Rebble โดยไม่มีซอร์สโค้ด) ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Pixel 7 ได้ เพราะสืบทอดกันมาตั้งแต่ยุค 32 บิต

ในกรณีทั่วไป ชุมชนผู้ใช้ Pebble ที่ยังเหลืออยู่คงยอมแพ้ และแนะนำกันว่าอย่าใช้คู่กับ Pixel 7 หรือสมาร์ทโฟน Android 64 บิตรุ่นอื่นๆ ในอนาคต แต่เรื่องนี้มีเซอร์ไพร์ส เพราะกูเกิลกลับออกแอพ Pebble เวอร์ชันคอมไพล์เป็น 64 บิตมาให้ใช้กัน (นอกจากปรับเป็น 64 บิตแล้วยังปรับปรุงเรื่อง Caller ID เวลามีคนโทรเข้าแล้วแจ้งเตือนถูกต้องให้ด้วย)

ตัวแอพ Pebble ไม่มีบน Play Store มานานแล้ว กรณีนี้กูเกิลเลยทำเป็นไฟล์ APK มาแจกกันให้ชุมชน Rebble แทน

No Description

ที่มา – 9to5google

from:https://www.blognone.com/node/131256

Pebble กำลังจะปิดให้บริการ แต่ยังต่อชีวิตได้อีกใน Rebble.io

ก่อนหน้านี้เราเคยได้รายงานข่าว Pebble เลิกกิจการ และคืนเงินให้ลูกค้าที่จองไว้ หลังขายธุรกิจให้ Fitbit ซึ่งตามกำหนดการแล้วบริการออนไลน์ทั้งหมด จะถูกปิดให้บริการอย่างฐาวรหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2018 รวมถึงจะไม่สามารถใช้งานบัญชีและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้อีก แต่ข่าวดีก็คือมีนักพัฒนาอื่นสนใจที่จะทำต่อ

Pebble กำลังจะปิดให้บริการ แต่ยังต่อชีวิตได้อีกใน Rebble.io
Pebble กำลังจะปิดให้บริการ แต่ยังต่อชีวิตได้อีกใน Rebble.io

Pebble กำลังจะปิดให้บริการ แต่ยังต่อชีวิตได้อีกใน Rebble.io

กลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สนใจในการขยายแพลตฟอร์ม โดยผู้ใช้งาน Pebble เดิมจำเป็นต้องไปสมัครบัญชีใหม่กับ  “Rebble” ในเว็บไซต์ Rebble.io จากนั้นเชื่อมต่อเพื่อทำการ Sync ข้อมูลจากบัญชีเดิมก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2018

จากการตรวจสอบเบื้องต้นการใช้งานไม่น่าจะทนแทนของเดิมได้อย่าง 100% และยังไม่สามารถใช้งานได้ทันก่อนที่ Pebble จะปิดระบบ แต่ข่าวดีก็คือบริการข้อมูลพื้นฐานส่วนใหญ่จะฟรี แต่เก็บเงินเล็กน้อยสำหรับกรณี Weather และ Dictation เท่านั้น

หากใครกำลังใช้งานอยู่ แนะนำให้เชื่อมต่อไว้ก็ไม่เสียหายครับ

ที่มา – engadget

from:https://www.iphonemod.net/rebble-io-pebble-fitbit.html

ต่อลมหายใจให้ Pebble ด้วยโครงการ Rebble.io ที่ยกเว็บเซอร์วิสทั้งหมดมาเปิดต่อ

ตามที่สมาร์ทวอทช์ Pebble ซึ่งได้ขายกิจการให้ Fitbit ไปตั้งแต่ปลายปี 2016 และทาง Fitbit บอกว่าบริการต่าง ๆ ของ Pebble จะยังใช้งานได้ต่อไปถึง 30 มิถุนายน 2018 ซึ่งหลังจากนี้บริการทั้งหมด รวมทั้งข้อมูลบัญชี Pebble Appstore ฯลฯ จะถูกปิดทั้งหมด อย่างไรก็ตามมีกลุ่มนักพัฒนาที่ตัดสินใจร่วมมือกันเพื่อต่อเวลาให้ Pebble อีกด้วยโครงการ Rebble.io

โครงการ Rebble.io นั้นมีเป้าหมายคือนำบริการออนไลน์ทั้งหมดของ Pebble กลับมาทำให้ใช้งานต่อได้ โดยผู้ใช้ Pebble เดิมต้องเข้าไปสร้างบัญชีใหม่บน Rebble.io และเชื่อมต่อข้อมูลจาก Pebble มาไว้ที่ Rebble ซึ่งคำแนะนำคือควรทำตอนนี้ ก่อนที่ Pebble จะปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม Rebble.io บอกว่าบริการทั้งหมดจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ทันการปิดระบบของ Pebble แต่ทีมนักพัฒนาจะพยายามเปิดระบบใหม่ให้เร็วที่สุด และการใช้งานก็จะเป็นแบบเดิม ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้การใช้บริการของ Rebble.io เบื้องต้นจะยังไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย ยกเว้นข้อมูลสภาพอากาศ และ Dictation ที่จะคิดค่าใช้จ่ายรายเดือนเล็กน้อย

ที่มา: Rebble.io ผ่าน Engadget

alt="Pebble"

from:https://www.blognone.com/node/103143

Fitbit ขยายเวลาสนับสนุน Pebble ถึง 30 มิถุนายน หลังจากนี้ฟีเจอร์บางอย่างอาจใช้งานไม่ได้

Fitbit ได้เข้าซื้อสินทรัพย์จาก Pebble และให้คำสัญญาว่าบริการต่าง ๆ ของ Pebble จะใช้ได้ตลอดปี 2017 ซึ่งล่าสุด Fitbit ก็ได้ขยายการสนับสนุนบริการ Pebble เพิ่มเติมไปจนถึง 30 มิถุนายนปีนี้ เพื่อให้ผู้ใช้ Pebble ยังคงสามารถใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้เหมือนเดิม และให้นักพัฒนาแอพบนแพลตฟอร์ม Pebble มีเวลาในการพอร์ตแอพและคอนเทนต์ต่าง ๆ มาสู่ Fitbit Ionic

หลังจากวันที่ 30 มิถุนายนแล้ว ฟีเจอร์ที่จะไม่สามารถใช้งานต่อได้ คือ Pebble appstore, Pebble forum, ฟีเจอร์การจำแนกเสียง, การตอบกลับอีเมลและ SMS บน iOS (Android ใช้ได้เหมือนเดิม), Timeline pins จากแอพบุคคลที่สาม, CloudPebble รวมถึงแอพ Pebble บน iOS และ Android ก็จะไม่มีการอัพเดตอีกแล้ว ซึ่งปัจจุบันแอพ Pebble สามารถใช้งานกับ iOS 11 และ Android 8.1 Oreo ได้ แต่หลังจากนี้หากอัพเดตเวอร์ชันระบบปฏิบัติการอาจจะมีปัญหากับแอพ Pebble ได้

นอกจากนี้ Fitbit ยังจะให้ส่วนลด 50 ดอลลาร์สำหรับผู้ใช้ Pebble เมื่อซื้อ Ionic ซึ่งผู้ใช้จะได้อีเมลส่วนลดหากซื้อนาฬิกา Pebble ก่อนวันที่ 7 ธันวาคม 2016 แต่ถ้าใครซื้อทีหลังก็สามารถลงทะเบียนเพื่อขอส่วนลดได้เช่นกัน

ที่มา – Fitbit, Engadget

No Description

from:https://www.blognone.com/node/99348

ผู้ก่อตั้ง Pebble เปิดตัว PodCase เคสสำหรับ iPhone 7 ที่มาพร้อมช่แงชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ AirPods

PodCase

หลังจาก Pebble ถูกซื้อไปโดย Fitbit เมื่อปลายปีที่แล้ว วันนี้ Eric Migicovsky อดีตผู้ก่อตั้ง Pebble ก็เดินหน้าลุยโครงการใหม่ทันที กับผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า PodCase เป็นเคสพร้อมแบตเตอรี่สำรองในตัวที่ออกแบบมาสำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus มีความพิเศษที่ออกแบบช่องเสียบ AirPods มาให้ด้วย

PodCase-iphone-7

แน่นอนว่า PodCase ไม่ได้ทำหน้าที่เก็บ AirPods ให้เป็นระเบียบเพียงอย่างเดียว แต่ AirPods จะถูกชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วย นั่นหมายถึง เจ้าของหูฟังไร้สาย ไม่ต้องพกพากล่องชาร์จ AirPods ไปด้วยอีกต่อไป

PodCase_iphone7

PodCase มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 2,500mAh เพียงพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone 7 จนเต็ม หรือชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ AirPods ได้สูงสุดถึง 40 ครั้ง

PodCase-airpods

สำหรับการเติมพลังงานให้กับ PodCase สามารถชาร์จได้ผ่านพอร์ต USB-C นั่นหมายถึงสามารถใช้แล็ปท็อป หรือ MacBook รุ่นใหม่เป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับ PodCase ได้ ช่วยลดความยุ่งยากในการพกพาสายเคเบิลหลายเส้น

PodCase-iphone7

PodCase ยังไม่ได้ผลิตออกมาวางจำหน่าย แต่เริ่มระดมทุนแล้วผ่าน Kickstarter และเมื่อยอดสมทบทุนทะลุเป้าหมาย จึงจะผลิตออกมา แล้วจะเริ่มจัดส่งให้กับผู้สนับสนุนได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2018

ที่มา – Engadget

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=193009

PodCase เคสแบตเตอรี่ iPhone ที่ชาร์จหูฟัง AirPods ได้ด้วย

Podcase

Pebble ได้เปิดระดมทุนพัฒนา PodCase เคสแบตเตอรี่ iPhone ที่ชาร์จหูฟัง AirPods ได้ ไม่ต้องพกกล่องชาร์จ AirPods ให้ยุ่งยาก เสียบชาร์จกับเคส iPhone ได้เลย

PodCase เคสแบตเตอรี่ iPhone ที่ชาร์จหูฟัง AirPods ได้ด้วย

Eric Migicovsky ผู้ก่อตั้ง Pebble ได้เปิดระดมทุนผ่าน Kickstarter เพื่อนำไปพัฒนา PodCase เป็นเคสแบตเตอรี่ iPhone ที่เราสามารถเสียบหูฟัง AirPods ทั้ง 2 ข้าง เพื่อชาร์จผ่านเคสได้

Podcase On Desk

สำหรับ PodCase นั้นจะมาแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องพก iPhone (พร้อมเคส), แบตฯ สำรอง และหูฟัง AirPods (พร้อมกล่องชาร์จ) ทั้งหมด 3 สิ่งให้เหลือ PodCase เพียงตัวเดียวเท่านั้น

Podcase On Table With Purse

PodCase นั้นจะเป็นเคสแบตเตอรี่ iPhone ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ได้ โดยตัวเคสถูกออกแบบมาให้มีช่องสำหรับเสียบหูฟัง AirPods ไว้ที่ด้านบน และเมื่อเราใส่ iPhone ไว้ในกระเป๋ากางเกง การหยิบจับหูฟัง AirPods ออกมาใช้ก็จะทำได้สะดวกขึ้น

At Office At The GymPodcase On Desk 1

โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 79 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,700 บาท) เป็น PodCase ความจุแบตเตอรี่ 2500mAh รองรับ USB-C มีให้เลือก 2 รุ่น คือ iPhone 7, iPhone 7 Plus และ iPhone 8 ในอนาคต

Podcase Price

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและร่วมระดมทุนได้ที่ Kickstarter หรือลงทะเบียนความสนใจได้ที่ www.podca.se/signup

Podcase Kickstarter

ที่มา – idownloadblog

from:https://www.iphonemod.net/podcase-iphone-battery-case-support-airpods-charging.html

Pebble ออกอัพเดต ให้นาฬิกาทำงานได้แม้จะไม่ได้เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์

Pebble ได้ออกอัพเดตนาฬิกาเพื่อให้รองรับการทำงานแม้จะไม่ได้เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์​ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือลดการพึ่งพาบริการคลาวด์ของ Pebble หลังจากที่ Pebble ได้ขายสินทรัพย์ให้ Fitbit ไปแล้ว

เมื่อปีที่แล้ว Pebble ยืนยันว่าบริการจะใช้ได้เหมือนเดิมตลอดปี 2017 การอัพเดตครั้งนี้จึงเป็นการบ่งบอกเป็นนัยว่า Fitbit ที่ซื้อ Pebble ไปแล้วจะสามารถปิดเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการผู้ใช้ Pebble ได้ทุกเมื่อ หลังจากผ่านปี 2017 ตามที่สัญญาไปแล้ว

แม้ว่า Pebble จะลดการพึ่งพาคลาวด์ลงก็จริง แต่บริการหลายอย่างของนาฬิกาก็ยังคงต้องพึ่งพาคลาวด์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น dictation, การส่งข้อความ, การถามสภาพอากาศ ซึ่ง Pebble ยังไม่ได้ให้คำตอบว่าจะทำอย่างไรกับบริการเหล่านี้ถ้าปิดเซิร์ฟเวอร์จริง แต่อย่างน้อยผู้ใช้ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนาฬิกาได้แน่นอนถ้าไม่มีเซิร์ฟเวอร์ของ Pebble แล้ว

ที่มา – The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/91437

Fitbit ซื้อ Pebble ไปที่ราคา 23 ล้านดอลลาร์ น้อยกว่าที่ลือก่อนหน้านี้ 40 ล้านดอลลาร์

Fitbit ได้ซื้อสินทรัพย์และสิทธิบัตรของ Pebble ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามไม่มีใครทราบว่ามูลค่าในการซื้อขายอยู่ที่เท่าใด รายงานข่าวนั้นบอกเพียงไม่สูงมาก และระบุว่าอยู่ราว 34-40 ล้านดอลลาร์ แต่เมื่อ Fitbit ออกรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด (ก่อนหน้านี้คือเบื้องต้น) ก็ได้เผยราคาจริงในการซื้อ Pebble ซึ่งน้อยกว่าที่ลือกันเสียอีก

โดย Fitbit ระบุว่ามูลค่าในการซื้อ Pebble นั้นอยู่ที่ 23 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นการมาทั้งสินทรัพย์, สิทธิบัตร และพนักงานบางส่วน ซึ่งที่ราคานี้น้อยกว่าเงินที่ Pebble สามารถระดมทุนได้ 26 ล้านดอลลาร์ เมื่อต้นเดือนปี 2016 เสียอีก

สำหรับไตรมาสที่ผ่านมา Fitbit มีรายได้ 573.8 ล้านดอลลาร์ ลดลง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจาก Fitbit Charge 2, Alta, Fitbit Blaze และ Fitbit Flex 2 สุทธิแล้วขาดทุน 125.7 ล้านดอลลาร์

ที่มา: Fitbit และ Business Insider

alt="Pebble"

from:https://www.blognone.com/node/90323

ซีอีโอ Fitbit ยืนยันมีแผนออก Smartwatch ที่เน้นดีไซน์ การใช้งาน และระบบติดตามสุขภาพ

Fitbit

Fitbit ผู้ผลิตอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ ได้เข้าซื้อกิจการ Pebble ผู้ผลิต Smartwatch ไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด James Park ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Fitbit ได้ออกมาเผยทิศทางการทำตลาดของผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่แล้ว โดยมีแผนขยายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่ม Smartwatch อย่างแน่นอน ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูง 1 หมื่นล้านดอลล่าร์

Fitbit ต้องเจอกับการท้าทายอย่างหนักในตลาด Smartwatch ซึ่งมี Apple ครองส่วนแบ่งมากที่สุด อย่างไรก็ตาม James Park เชื่อว่า Smartwatch ของ Fitbit จะสามารถส่งมอบสไตล์ให้ออกมาถูกใจลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งสไตล์ที่ว่านี้ หมายถึงการออกแบบที่น่าสนใจ มีฟังก์ชั่นการใช้งานทั่วไป และยังรวมถึงฟีเจอร์การติดตามสุขภาพที่ถือเป็นจุดขายของ Fitbit นอกจากนี้ยังสามารถรันแอพพลิเคชั่นแบบ Standalone และมีแผนเปิด App Store ของตัวเองภายในปีนี้

ทั้งนี้ Fitbit ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก จากผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2016 ที่ชะลอตัวลง และมีข่าวว่าได้ลอยแพพนักงานไปแล้ว 110 คน

ที่มา – Phonearena

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=172533

[Smartwatch] Fitbit เข้าซื้อ Pebble พร้อมยุติจำหน่ายอุปกรณ์ในชื่อ Pebble ใครจองไว้ได้เงินคืน

จากที่มีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูว่าทาง Fitbit จะทำการเข้าซื้อ Pebble ในช่วงที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนว่าล่าสุดแล้วข่าวลือดังกล่าวนี้จะเป็นจริงแล้วครับ โดยเมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง Fitbit ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วครับว่าทาง Fitbit ได้ทำการเข้าซื้อ Pebble อย่างเป็นทางการแต่การเข้าซื้อในครั้งนี้นั้นเป็นการเข้าซื้อเพียงแค่บุคลากรสำคัญของทาง Pebble และ ทรัพย์สินทางปัญญาของทาง Pebble ซึ่งนั่นเป็นผลให้ทาง Pebble ไม่มีพนักงานในการทำงานอีกต่อไปรวมไปถึงไม่มีสิทธิ์ในสิทธิบัตรของตนเองครับ

pebble-dead-fitbit-purchase-600-01

จุดหนึ่งที่น่าแปลกใจนั้นก็คือการเข้าซื้อ Pebble ของทาง Fitbit ในครั้งนี้นั้นไม่ได้มีการซื้อในส่วนของฮาร์ดแวร์ทั้งหมดร่วมอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าทาง Pebble ยังคงเป็นเจ้าของสมาร์ทวอทช์ยี่ห้อของตัวเองอยู่เช่นเดิม แต่ด้วยการที่ไม่มีบุคลากรที่สำคัญๆ รวมไปถึงไม่มีสิทธิ์ในสิทธิบัตรของตัวเองอีกต่อไป(เนื่องจากว่าได้ขายไปให้ Fitbit แล้ว) ดังนั้นนับตั้งแต่นี้ต่อไปทาง Pebble เองก็จะไม่สามารถวางจำหน่ายสินค้าในชื่อของ Pebble ได้อีกต่อไป(ถ้าหากว่าทาง Fitbit ไม่สนใจซึ่งแน่นอนว่าการซื้อในลักษณะนี้นั้น Fitbit แสดงออกอย่างชัดเจนครับ)

pebble-dead-fitbit-purchase-600-02

อีกเรื่องหนึ่งที่แฟนๆ Fitbit และ Pebble น่าจะให้ความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเรื่องของระบบปฎิบัติการ Pebble OS ที่ทาง Fitbit ได้กรรมสิทธิ์ไปด้วยนั้นจะได้ไปต่อบนอุปกรณ์ของทาง Fitbit เองหรือไม่ ตรงจุดนี้นั้นดูเหมือนว่าทาง Fitbit จะค่อนข้างมีนโยบายที่แน่ชัดพอควรว่าจะไม่นำ Pebble OS มาใช้งานกับอุปกรณ์ของตอนเอง โดยบุคลากรสำคัญของทาง Pebble และสิทธิบัตรต่างๆ นั้นจะถูกเอามาใช้งานการพัฒนาแอปพลิเคชันเสริมทั้งใช้งานบน Fitbit เองและบนอุปกรณ์อื่นๆ ของผู้ผลิตรายอื่นมากกว่าครับ

หมายเหตุ – การเข้าซื้อดังกล่าวนี้มีผลสำเร็จตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา

หมายเหตุ 2 – หลังการเข้าซื้อในครั้งนี้นั้นทาง Fitbit ได้มียื่นข้อเสนองานให้กับพนักงานของทาง Pebble กว่า 40% ของพนักงานทั้งหมดซึ่งงานโดยส่วนใหญ่ที่ทาง Fitbit นะเสนอไปนั้นอยู่อยู่ในสาขาวิศวกรซอฟต์แวร์เป็นหลักครับ

หมายเหตุ 3 – หลังการเข้าซื้อเสร็จสมบูรณ์นั้นทาง Fitbit ตัดสินใจปิดสำนักงานหลักของ Pebble ไป โดยยังสงวนท่าทีเอาไว้ว่าจะมีการนำเอาชื่อแบรนด์ Pebble มาเป็นอุปกรณ์ในอนาคตหรือไม่ แต่เท่าที่เห็นตามลักษณะของการซื้อบริษัทในรูปแบบนี้นั้นเลยทำให้คิดไปได้ว่าชื่อแบรน Pebble มีความเป็นไปได้น้อยเหลือเกินว่าจะได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง(อย่างน้อยก็จนกว่าสิทธิบัตรชื่อแบรนด์ Pebble จะขาดแล้วทาง Fitbit ไม่ยื่นจดต่อหรือมีคนมาขอชื้อสิทธิ์แบรนด์ Pebble ไปหล่ะครับ

ที่มา : thenextweb

from:https://notebookspec.com/fitbit-officially-buys-pebble-but-kills-its-smartwatches/376482/