คลังเก็บป้ายกำกับ: PATENT

Apple ยื่นจดสิทธิบัตรใหม่ อาจเป็นโลโก้ Apple ที่มีแสงกลับมาพร้อม MacBook ในอนาคต

สำนักสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกาเผยแพร่สิทธิบัตรที่ Apple ยื่นจดทะเบียนในเดือนพฤษภาคมปีนี้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีโครงสร้างกระจกบางส่วนที่สะท้อนแสงจากตัวอุปกรณ์

สิทธิบัตรระบุว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ด้านหลังมีโลโก้หรือรูปอื่น ๆ ที่ทำด้วยกระจกเงาเพื่อป้องกันไม่ใช้เห็นชิ้นส่วนภายในของตัวเครื่อง ซึ่งกระจกนี้มีคุณสมบัติที่สามารถทำให้แสงจากตัวเครื่องอุปกรณ์ทะลุผ่านออกทางกระจกได้ กระจกนี้อาจมีสีเทาอ่อนหรืออาจจะเป็นสีที่ไม่ใช่สีพื้นอย่างเช่นสีทอง

Apple ใช้โลโก้ของบริษัทที่ทำด้วยกระจกที่สะท้อนแสงจากตัวเครื่องมาใช้ในปี 1999 เป็นครั้งแรกก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2015 แต่ในการยื่นสิทธิบัตรนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เคยมีมาแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีใหม่

ยังไม่แน่ว่าสิทธิบัตรหมายถึงโลโก้ของ Apple ที่สะท้อนแสงที่ตัวเครื่อง MacBook หรือไม่ เพราะเว็บไซต์ Patently Apple เผยว่ารายชื่อวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ปรากฎอยู่ในเอกสารยื่นสิทธิบัตรเป็นพนักงานที่เพิ่งเข้าทำงานกับ Apple ในปี 2018 หลังจากที่ Apple เลิกใช้โลโก้สะท้อนแสงไปแล้ว เป็นไปได้ว่าสิทธิบัตรนี้จะหมายถึงเทคโนโลยีอื่น

ที่มา: MacRumors

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131268

Samsung จดสิทธิบัตรแหวนอัจฉริยะ วัดข้อมูลชีวภาพได้หลายอย่างและมีจอแสดงข้อมูล

ในช่วง 2-3 ปีมานี้ Samsung ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรต่อ USPTO หลายครั้งกับสิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาระบุในเอกสารว่า “Ring-Type Wearable Device” ซึ่งมีรายละเอียดว่าด้วยการประดิษฐ์แหวนอัจฉริยะที่มีเซ็นเซอร์วัดข้อมูลของร่างกายผู้ใช้งานหลากหลายประเภท พร้อมมีจอแสดงข้อมูลในตัว

เอกสารสิทธิบัตรของ Samsung มีภาพวาดของแหวนที่แสดงให้เห็นโครงสร้างอันประกอบไปด้วยโครงแหวนวงนอก, ปลอกแหวนด้านใน และชุดเซ็นเซอร์พร้อมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างโครงด้านนอกกับปลอกด้านใน

No Descriptionภาพแหวนของ Samsung และภาพ exploded drawing แสดงชิ้นส่วนองค์ประกอบของแหวน

ชุดวงจรในแหวนมีเซ็นเซอร์เพื่อเก็บข้อมูลและรับการสั่งงานจากผู้ใช้หลายประเภท โดยมีส่วนควบคุมที่จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้และติดต่อส่งข้อมูลไปยังอุปกรณ์ได้ด้วย สำหรับเซ็นเซอร์ในแหวนของ Samsung มีดังนี้

  • เซ็นเซอร์ PPG วัดชีพจรและปริมาณออกซิเจนในเลือดโดยใช้การส่องแสงและตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือดฝอย
  • เซ็นเซอร์ GSR วัดค่าความต้านของผิวหนังโดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงของความนำไฟฟ้าที่แปรผันตามปริมาณเหงื่อ ใช้วิเคราะห์ระดับอารมณ์ของผู้ใช้
  • เซ็นเซอร์ ECG วัดชีพจรและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • เซ็นเซอร์อัตราเร่ง ใช้ตรวจจับการเคลื่อนไหวของผู้ใช้
  • เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ
  • เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือ ใช้เพื่อตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ใช้เพื่อรับการสั่งงานและใช้เป็นอุปกรณ์ยืนยันตัวตน

No Descriptionซ้าย: แผนภูมิแสดงเซ็นเซอร์ประเภทต่างๆ , ขวา: ด้านหน้าและด้านหลังของแผงเซ็นเซอร์ที่ฝังในตัวแหวน

ในเอกสารระบุว่า Samsung ออกแบบสามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนปลอกด้านในของแหวนได้ โดยสาเหตุที่ Samsung ออกแบบเช่นนี้ก็เป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าโดยปกติแล้วแหวนเป็นเครื่องประดับที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนขนาดวงตามสรีระของผู้ใช้แต่ละคน แตกต่างจากการสวมนาฬิกาข้อมือที่ผู้ใช้สามารถปรับขนาดของสายรัดเพื่อสวมใส่อุปกรณ์ให้กระชับได้ ดังนั้น Samsung จึงคิดเผื่อความหลากหลายของขนาดนิ้วมือให้ผู้ใช้เลือกปลอกด้านในแหวนที่กระชับกับนิ้วมือของตนเอง

No Descriptionซ้าย: ปลอกแหวนด้านในที่มีขนาดรัศมีของช่องว่างภายในแตกต่างกัน, ขวา: ระบบเซ็นเซอร์ GSR ซึ่งจะวัดความต้านทานผิวหนังจะตรวจสอบความหนาของปลอกแหวนด้านในเพื่อชดเชยค่าการวัดให้ถูกต้องแม่นยำ

นอกจากนี้ Samsung ยังได้ระบุในเอกสารสิทธิบัตรโดยแสดงรูปของแหวนที่มีรูปร่างเป็นวงกลมด้วยอีกแบบหนึ่ง ซึ่งการออกแบบแหวนวงกลมนี้มีความแตกต่างจากแหวนแบบแรกตรงที่แหวนแบบวงกลมอาจถูกสวมโดยหันด้านใดออกทางหลังมือของผู้ใช้ก็ได้เนื่องจากไม่มีจุดสังเกตที่แน่ชัดว่าด้านไหนคือหัวแหวน Samsung จึงวางแผนจะใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวมาช่วยหาว่าด้านใดของแหวนวงกลมที่ถูกหันขึ้นสู่ด้านบนและมันจะแสดงไอคอนสัญลักษณ์ต่างๆ เฉพาะตรงพื้นที่แสดงผลด้านที่หันขึ้นด้านบนที่ผู้ใช้มองเห็นเท่านั้น

No Descriptionภาพดีไซน์แหวนอีกแบบของ Samsung ที่มีรูปร่างเป็นวงกลม โดยมีหน้าจอแสดงผลขนาดเล็กบริเวณขอบของแหวน

เอกสารสิทธิบัตรของ Samsung ฉบับนี้ระบุเรื่องการทำงานโดยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อส่งข้อมูลไปยังแอปที่ติดตั้งไว้ สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปรวบรวมและวิเคราะห์ร่างกายของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ Samsung ยังมีไอเดียประยุกต์ใช้งานแหวนอัจฉริยะเพื่อวัตถุประสงค์อื่นด้วย เช่นช่วยตรวจสอบอาการหลับในของผู้ใช้ในระหว่างการขับรถ โดยหากแหวนตรวจพบสัญญาณชีพคล้ายกำลังหลับ (วิเคราะห์จากชีพจร, ปริมาณเหงื่อ) ร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และอาจทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์อื่นที่ติดตั้งอยู่บนพวงมาลัยรถยนต์ด้วย

No Descriptionซ้าย: การเชื่อมต่อแหวนกับสมาร์ทโฟนด้วยการสื่อสารแบบไร้สาย, ขวา: การใช้แหวนเพื่อช่วยตรวจสอบอาการหลับในระหว่างขับรถ

เกี่่ยวกับการขอจดสิทธิบัตรนี้ Samsung ได้ยื่นเรื่องเพื่อจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์โดยใช้ชื่อว่า “Ring-Type Wearable Device” ตั้งแต่ปี 2016 ก่อนที่ USPTO จะอนุมัติสิทธิบัตรที่ว่านี้เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทว่าล่าสุด Samsung ได้แก้ไขเอกสารเพิ่มเติมและยื่นเรื่องต่อ USPTO เพื่อขอจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์อีกครั้งและตอนนี้สถานะของมันยังเป็นคำขอจดสิทธิบัตร

ที่มา – ข้อมูลสิทธิบัตรจาก FPO – 1, 2, 3

from:https://www.blognone.com/node/131091

Apple ยื่นจดสิทธิบัตร Reverse Charging ใช้ iPhone ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้

สำนักสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกาได้รับรองสิทธิบัตร Apple ที่ทำให้อุปกรณ์บางอย่างที่รองรับการชาร์จไร้สายมีความสามารถทั้งการส่งและรับสัญญาไร้สาย ทำให้อุปกรณ์หนึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ชาร์จไร้สายที่ส่งพลังงานไปยังอุปกรณ์อื่นได้

หมายความว่า iPhone เครื่องหนึ่งจะสามารถชาร์จ iPhone เครื่องอื่น ๆ ได้โดยการหันด้านหลังเครื่องชนกัน หรือแม้แต่ใช้ iPhone ชาร์จ Apple Watch หรือ AirPods ได้ นอกจากนี้ จะสามารถใช้ MacBook และ iPad ชาร์จ iPhone และ Apple Watch ได้แบบเดียวกับที่ Android บางรุ่นทำได้

ก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวลือมาว่า Apple จะเพิ่ม Reverse Charging มาตั้งแต่ iPhone 11 แต่ปัจจุบัน iPhone 14 ก็ยังไม่รองรับการชาร์จด้วยวิธีนี้

ที่มา: Patently Apple และ 9to5Mac

from:https://www.blognone.com/node/130725

Xiaomi จดสิทธิบัตรระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หลังวางแผนผลิตภายในปี 2024

Xiaomi Auto Technology บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรจากสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของจีน (CNIPA) สำหรับระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

Xiaomi ยื่นจดทะเบียนว่าเป็น “อุปกรณ์ วิธีการ เครื่องมือชาร์จ ยานพาหนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และตัวเก็บข้อมูล” (charging device, method, apparatus, vehicle, electronic device and storage medium) ระบบชาร์จของ Xiaomi อาจติดตั้งในบ้านหรือสำนักงานได้

ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแสดงให้เห็นความคืบหน้าในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ที่เคยประกาศไว้ว่าบริษัทจะผลิตให้ได้ภายในปี 2024 ทั้งนี้ การยื่นจดทะเบียนระบบชาร์จไฟของตัวเองอาจทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ชาร์จจากผู้ผลิตเจ้าอื่น ๆ ได้

ที่มา: NotebookCheck

No Description

No Description

No Description

ภาพจาก CNIPA via MySmartPrice

from:https://www.blognone.com/node/130615

Apple จดสิทธิบัตรการเช็คว่าคนชอบฟังเพลงไหน โดยตรวจจับการขยับตัวตามเสียงเพลง

Apple ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรเทคนิคการประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงที่ได้ฟังมากน้อยแค่ไหน โดยอาศัยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ตามจังหวะเสียงเพลง ซึ่งมาจากไอเดียที่ว่าการที่ผู้ใช้เต้นตามเพลง หรือโยกศีรษะเบาๆ หรือแม้กระทั่งกระทืบเท้าไปตามจังหวะ เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่าผู้ใช้รู้สึกพอใจกับเพลงที่กำลังฟังอยู่ในขณะนั้น

สาระสำคัญของสิทธิบัตรนี้เป็นการใช้อุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ใช้ได้ และการตรวจจับเสียงเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟัง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานทั้ง 2 อย่างได้ภายในตัวเดียว เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, หูฟัง, หรืออุปกรณ์ MR (Mixed Reality) หรืออาจเป็นเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับข้อมูลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวอื่นอย่างเป็นระบบก็ได้ เช่น สมาร์ทคอนแทคเลนส์ที่จะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวศีรษะได้แต่ไม่อาจตรวจจับเสียงเพลงได้ เป็นต้น

ในแง่วิธีตรวจจับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้ฟังนั้นก็ไม่จำกัดไว้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง อุปกรณ์สวมใส่อย่างหูฟังนั้นอาจอาศัยเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในการตรวจสอบการเคลื่อนไหวศีรษะของผู้ใช้ ในขณะที่อุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอาจใช้ทั้งเซ็นเซอร์วัดความเฉื่อยในตัว ร่วมกับการประมวลภาพในระหว่างที่กล้องถูกเปิดใช้งานเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของบุคคลในภาพรวมทั้งตัวผู้ที่กำลังถืออุปกรณ์อยู่ด้วย

No Description

เป้าหมายของการตรวจสอบว่าผู้ใช้มีการเคลื่อนไหวร่างกายสัมพันธ์กับเสียงเพลงหรือไม่นั้นก็เพื่อนำไปต่อยอดใช้งานในการนำเสนอข้อมูล หรือสื่ออื่นๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง ตัวอย่างเช่น ในขณะที่ผู้ใช้คนหนึ่งนำสมาร์ทโฟนออกมาบันทึกภาพหรือแพร่ภาพสดบรรยากาศในงานสังสรรค์ ระบบก็อาจแสดงภาพกราฟิกแบบ AR เพื่อโชว์ข้อมูลของเพลงและศิลปินเจ้าของเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟังกันอยู่ในขณะนั้นก็ได้

No Description

ระบบตามสิทธิบัตรนี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อเก็บข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับความนิยมของเพลงแต่ละเพลงนอกเหนือจากวิธีเดิม ซึ่งอาศัยการนับจำนวนครั้งที่เพลงถูกเล่น ประกอบกับการนับจำนวนการกดปุ่ม like หรือปุ่ม favorite ให้แก่เพลงนั้นโดยตรง

นอกจากนี้ในอนาคตอาจมีการวัดระดับความชอบเสียงเพลงออกเป็นหลายระดับโดยประเมินจากความรวดเร็ว, ความถี่ และความรุนแรงในการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลง เช่น เพลงไหนที่ผู้ใช้ขยับตัวตามเพลงตลอดเวลาที่เพลงเล่นก็แปลว่าชอบเพลงนั้นมากที่สุด ในขณะที่เพลงไหนมีการโยกตัวตามจังหวะแค่บางช่วงก็อาจถูกประเมินว่าผู้ใช้ชอบเพลงนั้นน้อยกว่าหน่อย เป็นต้น

ที่มา – Patently Apple, ข้อมูลสิทธิบัตรจาก FPO

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130482

Apple ขอจดสิทธิบัตรเชื่อมต่อมือถือกับลิฟต์, ตู้ ATM กดใช้งานผ่านมือถือไม่ต้องกดปุ่มจริง

Apple ยื่นขอจดสิทธิบัตรใหม่ว่าด้วยการสร้างระบบเชื่อมต่อมือถือ (หรืออุปกรณ์พกพาอื่นซึ่งอาจเป็นแท็บเล็ต หรือนาฬิกา) เข้ากับระบบของอุปกรณ์อื่นที่มีปุ่มกด อาทิ ลิฟต์, ตู้ ATM, ไฟจราจรข้ามถนน ฯลฯ เพื่อให้ผู้ใช้มือถือสามารถควบคุมอุปกรณ์เหล่านั้นได้ด้วยการสั่งงานผ่านมือถือของตนเองแทนการใช้มือกดปุ่มจริง หรืออธิบายให้ง่ายขึ้น มันก็คือระบบที่เปลี่ยนมือถือให้เป็นรีโมทคอนโทรลอเนกประสงค์นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้เดินไปถึงสัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน ก็เพียงนำเอามือถือมาเชื่อมต่อกับเสาไฟจราจรด้วยระบบรับส่งข้อมูลแบบไร้สาย จากนั้นหน้าจอมือถือก็จะปรากฏปุ่มขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้กดแล้วเปลี่ยนสัญญาณไฟให้รถหยุดเพื่อเดินข้ามถนนได้

No Description

นอกเหนือจากนี้ก็มีตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานเพื่อกดเงินจากตู้ ATM หรือใช้เพื่อกดเรียกลิฟต์ เป็นต้น ซึ่งไอเดียของสิทธิบัตรนี้ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่ามาจากความตื่นตัวระมัดระวังเรื่องการสัมผัสสิ่งต่างๆ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งผู้คนกังวลเรื่องเชื้อโรคที่ตกค้างอยู่บนพื้นผิวของปุ่มกดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งานร่วมกันแบบสาธารณะ

No Description

แนวคิดของคำขอจดสิทธิบัตรนี้ต้องอาศัยการพัฒนาอุปกรณ์ทั่วไปให้มีระบบสื่อสารที่เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการใช้งานลักษณะนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้มือถือสามารถตรวจจับสัญญาณและทำการเชื่อมต่อเพื่อรับส่งข้อมูลหาอุปกรณ์เหล่านั้นได้

No Description

น่าสนใจว่าหากคำขอจดสิทธิบัตรนี้ได้รับการอนุมัติจริงแล้วนำไปสู่การผลักดันมาตรฐานเพื่อการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ของ Apple และอุปกรณ์อื่นๆ ได้แล้ว สิทธิบัตรฉบับนี้จะต้องเปิดให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อื่นสามารถใช้งานได้เพื่อให้มีแนวร่วมพัฒนามาตรฐานกลางของระบบเชื่อมต่อนี้หรือไม่

ที่มา – Patently Apple, ข้อมูลสิทธิบัตรจาก FPO

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130475

Oppo และ OnePlus ถูกศาลเยอรมนีสั่งห้ามขายมือถือ หลังแพ้คดีสิทธิบัตร 5G กับ Nokia

สมาร์ทโฟนของ Oppo และ OnePlus ถูกศาลเยอรมนีสั่งแบนห้ามขาย หลังมีคดีความเรื่องสิทธิบัตร 5G กับ Nokia

ศาลชั้นต้นของเยอรมนีตัดสินว่า Oppo และ OnePlus ละเมิดสิทธิบัตร 5G ของ Nokia จริง และเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเจรจาค่าเสียหายกันได้ (Nokia เรียกค่าเสียหาย 2.5 ยูโรต่อเครื่อง) ทำให้ Oppo และ OnePlus ต้องถูกสั่งแบนห้ามขายมือถือไปก่อน

ตอนนี้ Oppo อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ และหน้าเว็บของ Oppo เยอรมนี ถอดข้อมูลโทรศัพท์ออกทั้งหมดแล้ว ในเมนูหลักเหลือแค่เพียงหน้า About, ColorOS, Support เท่านั้น

ที่มา – WinFuture.de via 9to5google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129738

ศาลสหรัฐตัดสิน สิ่งประดิษฐ์และผลงานที่ AI คิดค้น ไม่สามารถยื่นจดสิทธิบัตรได้

ศาลอุทธรณ์ว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (Federal Circuit Court) เพิ่งมีคำพิพากษาออกมาว่าสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่เกิดจากการคิดค้นของ AI ไม่สามารถนำไปจดสิทธิบัตรได้ เพราะตามกฎหมายสิทธิบัตร (Patent Act) ระบุไว้ชัดเจนว่า “มนุษย์” ต้องเป็นผู้คิดค้นเท่านั้น

เรื่องนี้เกิดจากการที่นาย Stephen Thaler นำรูปที่ AI ที่ชื่อว่า Creativity Machine วาดขึ้นไปจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อปี 2019 และถูกปฏิเสธ รวมถึงนวัตกรรมจากฝีมือ AI ของ Thaler อีกตัวที่ชื่อว่า DABUS ก็ไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้เมื่อปี 2020

กรณีแบบนี้เกิดขึ้นคล้ายกันในยุโรป จากคำตัดสินของสำนักงานจดสิทธิบัตรของ EU และศาลสูงของออสเตรเลีย ที่ไม่อนุญาตให้ผลงานของ AI สามารถใช้จดสิทธิบัตรได้

ด้าน Thaler และทนายจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อไป โดยระบุว่าศาลอุทธรณ์อิงตามข้อความในตัวบทกฎหมาย (Patent Act) และตีความแคบไป โดยมองข้ามจุดประสงค์ที่แท้จริงของกฎหมาย

ที่มา: Bloomberg Law, The Verge

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129726

[ไม่ยืนยัน] LG อาจตั้งบริษัทใหม่ เพื่อขายไลเซนส์สิทธิบัตร 5G และเทคโนโลยีมือถือในมือ

LG ประกาศถอนตัวจากธุรกิจสมาร์ทโฟนไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่บริษัทยังมีสิทธิบัตรในมืออีกจำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สาย 4G และ 5G ซึ่ง LG กำลังหาทางทำเงินจากส่วนนี้

มีรายงานจาก The Elec ว่า LG ประเมินค่าใช้จ่ายในการรักษาสิทธิบัตรเหล่านี้ ที่มีจำนวนมากกว่า 20,000 รายการ ซึ่งรวมทั้งพนักงานที่เกี่ยวข้อง สูงถึงกว่า 2 หมื่นล้านวอนต่อปี (ประมาณ 540 ล้านบาท) จึงจำเป็นต้องหารายได้มาสำหรับส่วนนี้ โดยแนวทางคือการขายไลเซนส์สิทธิบัตรนั่นเอง

โดย LG มีแผนจะตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่เพื่อดูแลสิทธิบัตรเหล่านี้โดยเฉพาะ ซึ่งการดำเนินงานอาจเป็นได้ทั้งขายไลเซนส์กับบริษัทที่สนใจ ไปจนถึงอาจขายทั้งบริษัทไปเลย อย่างไรก็ตามสิทธิบัตรจำนวนหนึ่ง LG ก็ยังต้องการเข้าถึง เพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัท โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ IoT

ที่มา Digital Trends

LG

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/127590

ปิดฉากถาวร BlackBerry ขายสิทธิบัตรด้านมือถือทั้งหมดทิ้งแล้ว

BlackBerry หยุดทำธุรกิจสมาร์ทโฟนมาตั้งแต่ปี 2016 (ขายไลเซนส์ให้ TCL, ปัจจุบันไลเซนส์อยู่กับ OnwardMobility บริษัทลูกของ Foxconn) และเพิ่งปิดฉากหยุดซัพพอร์ต BlackBerry OS และ BlackBerry 10 ไปเมื่อต้นปีนี้

ล่าสุด BlackBerry ถอนตัวจากตลาดสมาร์ทโฟนอย่างถาวร โดยขายสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟน การส่งข้อความแชท (BBM) การเชื่อมต่อไร้สาย ให้กับบริษัท Catapult IP Innovations Inc. ในราคารวม 600 ล้านดอลลาร์

ตัวบริษัท Catapult IP เป็นบริษัทตั้งใหม่ขึ้นมารับซื้อสิทธิบัตรของ BlackBerry โดยเฉพาะ ได้เงินกู้มาจากบริษัทลงทุน Third Eye Capital ของแคนาดาเพื่อมาซื้อสิทธิบัตร ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า Catapult จะเปิดฉากไล่ฟ้องสิทธิบัตร เรียกเงินค่าละเมิดสิทธิบัตรจากบริษัทอื่น

ปัจจุบันธุรกิจหลักของ BlackBerry มีสองอย่างคือ โซลูชันความปลอดภัยสำหรับตลาดองค์กร และระบบปฏิบัติการ QNX ที่ใช้ในรถยนต์และอุปกรณ์ฝังตัว (BlackBerry ซื้อ QNX มาในปี 2010 เพื่อมาเป็นแกนของระบบปฏิบัติการมือถือ แม้แผนล้มเหลว แต่ QNX สำหรับตลาดอุปกรณ์ฝังตัวยังไปต่อได้)

ที่มา – BlackBerry, Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/126950