คลังเก็บป้ายกำกับ: NETKA_SYSTEM

เน็ตก้า ซิสเต็ม จัดทัพ ดึง ‘ซันเยห์ สัจเดว’ นั่งแท่นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร [Guest Post]

เน็ตก้า ซิสเต็ม ประกาศแต่งตั้ง นายซันเยห์ สัจเดว เข้าดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลงานด้าน Strategy and Commercial นำทีม transform องค์กร เตรียมความพร้อมรองรับการขยายธุรกิจและสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน

นายชาญชัย  เจียมโชติพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า “เน็ตก้า ขอต้อนรับคุณซันเยห์ สัจเดว รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้าน Strategy and Commercial ที่เข้ามาร่วมงานกับเราอย่างเป็นทางการ  ด้วยความรู้ความสามารถของคุณซันเยห์ และประสบการณ์การทำงานในบริษัทระดับสากล จะมาช่วยเน็ตก้า Transform องค์กร ในด้านต่างๆ ทั้งด้านกลยุทธ์ ด้านผลประกอบการ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ทางการการตลาดและเทคโนโลยีซึ่งจะช่วยเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความสำเร็จ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตและช่วยสร้างอิมแพคให้กับธุรกิจและสังคม” 

ด้านคุณซันเยห์ ได้กล่าวว่า “ผมดีใจและตื่นเต้นมาก ที่ได้มาร่วมงานกับบริษัทชั้นนำอย่างเน็ตก้า ผู้พัฒนาโซลูชั่นการบริหารจัดการไอทีที่ออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรต่างๆ ได้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้อย่างหมดกังวล ผมอยากเห็นบริษัทไอทีของคนไทยเติบโตและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ผมเชื่อมั่นในเทคโนโลยีและความสามารถของเราที่พร้อมจะเติบโตระดับโลก โดยในเบื้องต้น นอกจากตลาดตะวันออกกลางแล้ว เรายังมองโอกาสในตลาด CLMV และออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นอีกด้วย”

คุณซันเยห์ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า “นอกจากการขยายโอกาสทางธุรกิจแล้ว ผมมองว่า ด้วยความสามารถและเทคโนโลยีของเรา สามารถสร้าง Value ให้กับลูกค้าและคู่ค้าของเราได้ก้าวไปข้างหน้า ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน ซึ่งหากลูกค้าและคู่ค้าของเราประสบความสำเร็จ ย่อมจะส่งผลให้เน็ตก้าเติบโตและประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น” 

ด้านแบคกราวด์ของคุณซันเยห์ สัจเดว นั้น เป็นคนไทย จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา หลังจบการศึกษาได้มีโอกาสทำงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่พักใหญ่ ช่วงเวลาดังกล่าวได้มีโอกาสทำงานร่วมกับบริษัทคอนซัลท์ชั้นนำระดับโลก และมีโอกาสได้เป็นอาจารย์พิเศษ สอน Design Thinking และ Strategy ในมหาวิทยาลัยระดับโลก    

ตลอดระยะเวลาการทำงานจนถึงปัจจุบัน  คุณซันเยห์มีประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย นอกจากประสบการณ์การทำงานด้านคอนซัลท์ในหลายทวีปทั่วโลกมามากกว่า 20 ปีแล้ว ยังมีประสบการณ์งานด้าน InsurTech, RetailTech, Banking Tech  มีประสบการณ์การตลาดและการขายในกลุ่มธุรกิจไอที อาทิเช่น SalesForce,  Microsoft,  Veritas, Experian, SAP เป็นต้น  จากประสบการณ์การทำงานดังกล่าว คุณซันเยห์ได้มีส่วนช่วยให้หลายองค์กรประสบผลสำเร็จในการทำ Transformation และขยายธุรกิจจนเติบโตหลายแห่ง   

from:https://www.techtalkthai.com/netka-syatem-appoint-mr-sanjay-sachade-guest-post/

ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Streamline ITSM , ITAM & Service Desk Workflows with Workspace ONE and NetkaQuartz” [29 พ.ย. 2565 — 10.00น.]

Netka System , Fusion และ VMware ขอเรียนเชิญ IT infrastructure, IT Manager, IT Operation, IT Security และชาวไอทีผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์หัวข้อ“Streamline ITSM , ITAM & Service Desk Workflows with Workspace ONE and NetkaQuartz” ในงานครั้งนี้ท่านจะได้เรียนรู้การที่ Workspace ONE สามารถทำงานร่วมกับโซลูชัน NetkaQuartz Service Desk X ที่ช่วยตอบโจทย์ด้าน IT Service Management โดยงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00น. – 12.00น.

รายละเอียดการบรรยาย 

หัวข้อ : Streamline ITSM , ITAM & Service Desk Workflows with Workspace ONE and NetkaQuartz

วันเวลา : อังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00น. – 12.00น.

ผู้บรรยาย

  • คุณ Sarayut Yooin ตำแหน่ง Senior System Engineer จาก VMware
  • คุณ  Krongkran Phuetphan ตำแหน่ง Product Manager จาก Netka
  • คุณ Nattapon Noosengsrisuk ตำแหน่ง Service Delivery Manager จาก Fusion

ลิงก์ลงทะเบียนhttps://zoom.us/webinar/register/9416678847337/WN_o8vqN1lnSBqpO1uxDNXL2w

ในช่วงหลายปีที่ผ่านเชื่อว่ามีองค์กรได้นำแพลตฟอร์ม VMware Workspace ONE ไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโจทย์การทำงานแบบ Work from Home หรือ Work Anywhere ซึ่งต้องเผชิญกับการบริหารจัดการอุปกรณ์ต่างๆทั้ง มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน Windows10 และ macOS ทั้งนี้ Workspace ONE สามารถช่วยงานขององค์กรในหลายด้านเช่น Remote Support , Per Application VPN , Improve VDI Security ,Software Distribution , Patch Management , Security Control และ อื่นๆอีกมากมาย ทำให้องค์กรมี Visibility ในการ Control&Manage Device ที่มีความหลากหลาย เพิ่มความปลอดภัยและเป็นส่วนหนึ่งของ Zero Trust Security

งานสัมมนาครั้งนี้ท่านจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการที่ Workspace ONE สามารถทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นอย่าง NetkaQuartz Service Desk X (NSDX) ที่มีจุดเด่นเรื่องบริหารจัดการงานบริการด้าน IT แบบครบวงจร (IT Service Management) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติ ITIL4 Certifiedโดยรองรับการจัดการบริการ IT ในเรื่อง Incident Management, Problem Management, Knowledge Management รวมถึง Service Asset & Configuration Management และ Service Level Management

ผู้เข้าร่วมการบรรยายจะมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัล Lucky Draw เป็น หูฟังบลูธูท 1 รางวัลและ Grab Gift จำนวน 20 รางวัล

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-fusion-x-netka-webinar-29112022/

วางกลยุทธ์ด้าน Standards & Compliance ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

แนะนำมาตรฐานและกรอบการทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่องค์กรยุคดิจิทัลควรประยุกต์ใช้ พร้อมการวางกลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เช่น NIST Cybersecurity Framework, พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมไปถึงเทคนิคการลบข้อมูลถาวรอย่างมั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA ในงาน TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day วันที่ 5 ตุลาคม 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC

📆 วันพุธที่ 5 ตุลาคม 2022
⏰ เวลา 8:00 – 17:00 น.
🏢 Grand Hall, BITEC Bangna
🇹🇭 บรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน

กำหนดการบรรยาย Track 4: Standards & Compliance

13:30 – 14:00 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII)
พลอากาศตรี อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
14:00 – 14:30 การบริหารจัดการ Data Privacy และ PDPA
คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล CEO, Netka System
14:30 – 15:00 เช็คความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของคุณ ด้วย NIST Cybersecurity Framework
คุณปองภพ เหล่าชัยกุล Senior Sales Engineer, Sophos
15:00 – 15:30 พักรับประทานอาหารว่างและเยี่ยมชมบูธ
15:30 – 16:00 ลบข้อมูลถาวรอย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยและสอดคล้องกับ PDPA
คุณศิริพรรณ ณ จัตุรัส Country Sales Manager (Thailand), Blancco
16:00 – 16:30 PDPA บังคับใช้แล้ว คุณพร้อมแล้วหรือยัง?
คุณศราวุธ สุดสวาท Sales Executive / Director, Bangkok Systems & Software
16:30 – 17:00 Lucky Draw และกล่าวปิดงานโดย TechTalkThai

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: CIO, CTO, CISO, DPO, IT Manager, Compliance Manager, Cloud Architect, Security Engineer, Security Analyst, Network Engineer, IT Admin, IT Auditor และผู้ที่สนใจด้าน Cloud, Data Center, Networking และ Cybersecurity

🎉 พิเศษ!! ลงทะเบียนและเข้าร่วมงานเพื่อลุ้นรับ MacBook Air (M2), AirPods Max และ Sandisk Extreme Portable SSD อย่างละ 2 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 130,000 บาท

ดูรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนได้ที่: https://conf.techtalkthai.com/re22/

เกี่ยวกับงานสัมมนา TTT 2022 Reinforce: Enterprise IT Infrastructure Day

จากซีรีส์งานสัมมนาออนไลน์ TTT Virtual Summit ที่มีคนติดตามมากกว่า 8,000 คน สู่งานสัมมนาใหญ่ Enterprise IT Infrastructure Day ส่งท้ายปี 2022 ในรูปแบบ Physical Event ภายใต้แนวคิด Reinforce เสริมแกร่งรากฐานระบบ IT พลิกโฉมสู่ธุรกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนและมั่นคงปลอดภัย ภายในงานท่านจะได้อัปเดตแนวโน้ม นวัตกรรม แนวทางปฎิบัติ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจทางด้าน IT Infrastructure สำหรับองค์กร ครอบคลุมทั้งด้าน Cloud & Data Center, Networking, Cybersecurity และ Standards & Compliance ผ่านการบรรยายรวม 20 เซสชัน

นอกจากนี้ยังมีบูธจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับองค์กรอีกกว่า 30 บูธ สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานขอคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแชร์ประสบการณ์ด้าน Enterprise IT Infrastructure โดยตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน องค์กร และบริษัท IT/Consult ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

from:https://www.techtalkthai.com/ttt-2022-reinforce-track-4-standards-and-compliance/

รับมือกฎหมาย PDPA ด้วยการปกป้องความเป็นส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

ภายในงานสัมมนา TTT Virtual Summit: Enterprise Cybersecurity 2022 ที่เพิ่งจบไป คุณณัฏฐวี สกุลรัตน์ Chief Marketing Officer จาก Netka ได้ออกมาอัปเดตเรื่องการเตรียมความพร้อมขององค์กรให้ครอบคลุม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่กำลังบังคับใช้จริงในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ รวมไปถึงแนะนำเทคโนโลยีจาก Netka ที่จะช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัย ดังนี้

ปัญหาที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่นำไปสู่การออกกฎหมาย PDPA คือ การที่ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลสู่สาธารณะ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ข้อมูลต่างๆ ถูกแปลงให้อยู่ในรูปดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลสามารถหลุดออกไปได้หลากหลายช่องทางโดยบางครั้งเจ้าของข้อมูลก็ไม่รู้ตัว เช่น การโพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลลงสื่อสังคมออนไลน์ การใช้บริการแอปพลิเคชันต่างๆ แล้วกดตกลงให้ความยินยอมในการให้ข้อมูลเองโดยไม่อ่านรายละเอียด การโดนแฮ็กหรือเจาะขโมยข้อมูล การถูกหลอกลวงด้วยวิธีต่างๆ เช่น Phishing เป็นต้น

การรั่วไหลหรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคลอาจนำไปสู่ความเสียหายดังต่อไปนี้

  • ถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เช่น เลขบัตรประชาชนถูกนำไปใช้เปิดบัญชีเพื่อฉ้อโกงผู้อื่น คลิปส่วนตัวถูกข่มขู่แบล็กเมล เป็นต้น
  • โดนจารกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการใช้หมายเลขบัตรเครดิตไปซื้อสินค้า หรือโอนเงินจากบัญชีธนาคาร
  • ถูกนำไปทำการตลาดต่อ ส่งผลให้เจ้าของข้อมูลถูกรบกวนด้วยโฆษณา ขายสินค้าและบริการต่างๆ
  • ถูกปลอมแปลงตัวตน แล้วเอาไปแอบอ้างทำเรื่องเสียหายหรือผิดกฎหมาย

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ รวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถระบุถึงตัวเจ้าของข้อมูลนั้นได้ ทั้งในรูปแบบเอกสาร กระดาษ หนังสือ หรืออิเล็กทรอนิกส์ กฎหมาย PDPA จึงถูกพัฒนาและเตรียมบังคับใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2022 นี้

หลักสำคัญของกฎหมาย PDPA สามารถสรุปได้เป็น 6 ประเด็น ดังนี้

  1. เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ลบ เพิ่ม ห้าม แก้ไข และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองได้
  2. ต้องให้ความสะดวกในการขอเพิกถอนสิทธิ เช่นเดียวกับตอนที่ขอข้อมูลมาจากเจ้าของข้อมูลในตอนแรก
  3. เก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ในการขอข้อมูลมา
  4. เมื่อพบข้อมูลรั่วไหล ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมง
  5. ต้องมีผู้ดูแล รับผิดชอบ และควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  6. โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000,000 บาท โดยอาจมีความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ไม่ว่าจะเป็น Data Controllers หรือ Data Processors

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในกฎหมาย PDPA สามารถดูได้ตามรูปด้านล่าง

8 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมขององค์กรก่อน PDPA ประกาศใช้

Netka ได้ให้คำแนะนำสำหรับการเตรียมความพร้อมขององค์กรในภาพใหญ่ 8 ข้อ ดังนี้

  1. ทำความเข้าใจว่ากฎหมาย PDPA คืออะไร
  2. ตั้งงบประมาณ
  3. แต่งตั้งทีมรับผิดชอบ
  4. กำหนดประเภทข้อมูลและวัตถุประสงค์
  5. เตรียมข้อกำหนด แนวทางปฏิบัติในการปกป้องข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
  6. สร้างความตระหนักรู้ให้กับเจ้าของข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
  7. พัฒนาทักษะและกระบวนการตรวจสอบ
  8. ปรับปรุงกระบวนการและออกแบบให้เหมาะสมกับการคุ้มครองข้อมูงส่วนบุคคลอยู่เสมอ

สำหรับขั้นตอนในการรับมือกฎหมาย PDPA โดยละเอียด Netka ได้แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ

1. Data Discovery ค้นหาและตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล
2. Privacy Policy กำหนดการใช้หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
3. Security Measurement วางมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
4. Data Transfer วางระบบการบริหารจัดการ การส่ง หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
5. DPO แต่งตั้งผู้กำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคล

PDPA in Action

เมื่อนำกฎหมาย PDPA มาแปลงให้อยู่ในระบบสารสนเทศ จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ Data Subject Request, Front-end (DPO) และ Back-end System ซึ่งแต่ละส่วนมีองค์ประกอบย่อยดังนี้

Netka นำเสนอโซลูชัน Netka Data Privacy & Protection (NDPP) ที่จะเป็นตัวช่วยให้การปรับใช้ข้อบังคับทางกฎหมาย PDPA ให้อยู่ในรูปแบบของเทคโนโลยี (PDPA Compliance Tool) ช่วยให้องค์กรของคุณสามารถปฏิบัติตาม PDPA ได้อย่างครอบคลุม โดย NDPPให้บริการในส่วน Front-end ได้แก่ Consent Management, Cookie Management, Privacy Policy Management, Request/Case Management และ Audit Report

ทั้งยังเพิ่มศักยภาพด้วยระบบ Automation ผ่านการใช้ Workflow มาเสริมการทำงานในการปรับปรุง แก้ไข และเชื่อมต่อกับระบบ Back-end เช่น Data Discovery, Data Masking, DLP, IRM, Database Firewall, Database Encryption ให้ทำงานร่วมกันอย่างอัตโนมัติ ลดภาระของผู้ดูแลระบบที่ต้องรับผิดชอบงานในส่วนนี้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Netka Data Privacy & Protection ได้ที่ https://pdpa.netkasystem.com/

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับ PDPA สามารถรับชมวิดีโอการบรรยายเรื่อง “รับมือกฎหมาย PDPA ด้วยการปกป้องความเป็นส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี” โดยคุณณัฏฐวี สกุลรัตน์ Chief Marketing Officer จาก Netka ภายในงานสัมมนา TTT Virtual Summit: Enterprise Cybersecurity 2022 ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 26 – 28 เมษายน ได้ที่นี่

from:https://www.techtalkthai.com/tvs-2022-cs-pdpa-by-netka/

[Guest Post] AIOps คืออะไร สำคัญอย่างไรกับ IT Operations และธุรกิจของคุณ – ตอนที่ 3 Netka AIOps Use Cases

Netka AIOps เป็นตอนพิเศษที่ต่อจาก 2 ตอนที่แล้ว ซึ่งจะอธิบายและยกตัวอย่าง use case จริง ของการนำเทคโนโลยี AIOps มาใช้กับ การปฏิบัติการด้าน IT เพื่อทำให้การปฏิบัติการด้าน IT มีประสิทธิภาพ ช่วยในการวิเคราะห์ปัญหา ช่วยหาสาเหตุ ลดระยะเวลาแก้ไขปัญหา และยังมีคลิปวีดีโอแสดงให้เห็นประโยชน์ของ IT service automation ที่ช่วยทำงานแทนเจ้าหน้าที่ทางด้านเทคนิคได้ทันทีหลังจากเกิด incident

Use Case ที่ 1 Anomaly Detection

Pain point ของผู้ดูแลระบบ IT ปัจจุบันคือการที่เราไม่สามารถตรวจจับหาสิ่งผิดปกติหรือสาเหตุได้ทันท่วงที เนื่องจากต้องเสียเวลากับการตรวจสอบข้อมูลจากอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ แอพพลิเคชั่น และระบบบริหารจัดการต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลมากมายมหาศาล เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องมานั่งวิเคราะห์ เชื่อมโยงหาความสัมพันธ์ เพื่อหาสิ่งผิดปกติและสาเหตุ ส่งผลให้ไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อให้เกิดความเสียหายกับองค์กรและธุรกิจ

 ด้วย Netka AIOps Platform เราสามารถให้แพลตฟอร์มทำเรื่องต่างๆเหล่านี้แทนเราเพื่อหาสิ่งผิดปกติหรือสาเหตุได้ โดยอาศัยเทคโนโลยี Machine Learning ตัวอย่างรูปด้านล่างเป็นการหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในระบบไอทีจากข้อมูล log และ metric มากมายหลายแสน record จากรูปเราจะพบว่าช่วงเวลาตามกรอบสีแดงมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจำนวน 3 metric กับ 1 log กล่าวคือ

  • มีอุปกรณ์ 1 ตัวที่ cpu utilization สูงแตะ 100% ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาอื่นไม่เคยแตะค่าดังกล่าว
  • มี 1 interface ที่ input traffic ตกลงกระทันหัน
  • มี 1 interface ที่ output traffic ตกลงกระทันหัน
  • มี log 1 ชนิดเกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งๆที่ช่วงเวลาอื่นไม่เคยเกิด

การที่แพลตฟอร์มสามารถหาข้อมูล 4 ตัวที่ผิดปกติจากข้อมูลหลายแสน record ทำให้เราสามารถทราบสาเหตุของปัญหาและความผิดปกติได้แบบ near real-time ส่งผลให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นหลายเท่าจากที่ต้องเสียเวลาหาและวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลมากมายมหาศาล ทั้งนี้แพลตฟอร์มสามารถตรวจหาความผิดปกติจาก log และ metric ได้ทุกประเภทข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น cpu utilization, memory utilization, disk usage, traffic utilization, error rate, discard rate, crc, rtt, packet loss, ค่า Quality of Experience, latency, อุณหภูมิ, ความชื้น, ค่าแรงดันไฟฟ้า, ค่ากระแสไฟฟ้า, ค่ากำลังไฟฟ้า, สถานะรีเลย์คอนแทค, สถานะปิดเปิดประตู และไม่ต้องมีการกำหนด threshold โดยแพลตฟอร์มใช้เทคโนโลยี Machine Learning เพื่อหาความเบี่ยงเบนของ log และ metric ต่างๆ ในช่วงเวลานั้นๆ และนำมาแสดงผลบนแกนเวลาเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เราทราบว่าอะไรผิดปกติในช่วงเวลาต่างๆได้อย่างง่ายๆและรวดเร็ว

         

Use Case ที่ 2 IT service automation

ความฝันของมนุษย์เราคือการที่เรามี AI ที่ชาญฉลาดที่สามารถช่วยทำงานแทนเราได้ Netka AIOps Platform สามารถทำ IT service แบบอัตโนมัติได้ โดยเฉพาะงานที่เกิดซ้ำ (recurring task) ทั้งนี้เพื่อลด incident ลด down time ลด error เพิ่ม SLA ซึ่งเรามีคลิปวีดีโอ 2 คลิปที่แสดงให้เห็นการทำ IT service automation

คลิปที่ 1 ด้านล่างเป็นตัวอย่างเรื่อง Disk เต็ม ซึ่งโดยปกติเมื่อทางผู้ดูแลระบบได้รับแจ้งเหตุแล้ว จะมีการตรวจสอบว่า เกิดจาก disk ตัวใดและ disk เต็มจริงหรือไม่ ซึ่งผู้ดูแลจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและใช้เวลาในการเคลียร์ที่ว่างใน disk เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ต่อไป   Netka AIOps เป็นระบบที่สามารถทำการแก้ปัญหา disk เต็มบนเครื่อง server แบบอัตโนมัติหลังจากที่มีการเปิด ticket ที่มีคำว่า “disk full” ระบบจะทำการ remote ไปยัง CI ที่เป็น server และทำการลบไฟล์ใน recycle bin, temporary files, run disk cleanup ตลอดจนลบไฟล์ใน path ที่กำหนดเพิ่มเติมได้ และมีการแจ้งผลการทำงานให้ผู้เกี่ยวข้องทาง email หรือ Line application

 

คลิปที่ 2 ด้านล่างเป็นตัวอย่างการที่ระบบสามารถทำการแก้ปัญหาพอร์ตหรือ interface down ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีคนมาเปิด ticket โดยเราทำการจำลองปัญหาด้วยการสั่ง shutdown interface หนึ่งของอุปกรณ์ตัวหนึ่ง จากนั้นอุปกรณ์ก็ส่ง Syslog ไปยัง NetkaView Network Manager X (NNMX) โดยมี log “Interface xxx, changed state to down” เข้ามาแสดงหน้า Event View ของ NNMX จากนั้น NNMX ทำการติดต่อไปยัง NetkaQuartz Service Desk X (NSDX) เพื่อเปิด ticket พร้อมกับการระบุ CI ของอุปกรณ์ดังกล่าวใน ticket จากนั้น NSDX ก็ทำการ ssh ไปยังอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อทำการแก้ไขปัญหาด้วยคำสั่ง “no shutdown” ที่พอร์ตดังกล่าว ซึ่งพอร์ตสามารถกลับมาเป็น up ได้สำเร็จ โดยกระบวนการทั้งหมดเป็นการทำงานอัตโนมัติไม่มีคนมาเกี่ยวข้อง

 

บทสรุป

นอกจาก use case ที่นำมาอธิบายแล้ว โซลูชั่นของเรายังมีอีกหลายสิบ use case ที่เรามักเจอในงานด้าน IT ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ network, server หรือแอพพลิเคชั่น Netka AIOps, The Innovative IT Operation Management solution สามารถทำให้การปฏิบัติการทางด้าน IT ของท่านเป็นเรื่องง่ายและล้ำสุดๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบบยกกำลังให้กับการทำ digital transformation ในองค์กรของท่าน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIOps และ Netka -AIOps โปรดคลิ๊กที่ 

https://bit.ly/3bxj5Wk   หรือติดต่อที่ email: info@netkasystem.com  

ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/netkasystem และ http://line.me/ti/p/~@netkasystem  [Add Line และ คลิ๊ก Like ที่ FB รับของที่ระลึกทันที โดยแจ้งรหัสโปรโมชั่น #FindFreinds ได้ที่แอดมิน  ]

หรือติดต่อ Distributor ของเรา

  1. DataOne Asia (Thailand)  

โทร 02 686 3000

  1. NextWave (Thailand)
  2. ไหมแพร โทร 090 972 3842  

ผู้เขียน

คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล  Founder & CEO  บริษัท เน็ตก้า ซิสเต็ม จำกัด  

from:https://www.techtalkthai.com/aiops-for-it-operations-chapter-3-netka-aiops-use-cases/

[Guest Post] AIOps คืออะไร สำคัญอย่างไรกับ IT Operations และธุรกิจของคุณ – ตอนที่ 2 AIOps กับการใช้งานจริง

IT Operation Management เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ Digital Transformation ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว และการที่จะทำให้ IT Operation Management มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องนำ AIOps Platform เข้ามาใช้งาน

จากตอนที่ 1 ได้กล่าวถึง AIOps คืออะไร ความสำคัญของ  AIOps  ฟังก์ชั่นและประโยชน์ของ AIOps คืออะไร ไปแล้วนั้น ในตอนนี้จะกล่าวถึง AIOps ในด้านที่เกี่ยวกับ Monitoring, AIOps สำหรับ IT service management และ AIOps สำหรับ automation เพิ่มเติม รวมถึง N-AIOps คืออะไร และบทสรุปจบท้ายของบทความ

 

AIOps สำหรับ IT Monitoring

ปัจจุบันการ Monitoring ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีขอบเขตการบริหารจัดการที่กว้างกว่าในอดีต โดยครอบคลุมการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ได้แก่ IT Infrastructure Management (ITIM), Network Performance Monitoring and Diagnostics (NPMD), Application Performance Monitoring (APM), Digital Experience Monitoring (DEM) ซึ่ง monitoring tool สำหรับ ITIM, NPMD, APM, DEM จะให้ข้อมูลภายใน domain ของตัวเองเป็นหลัก แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลแบบองค์รวมซึ่ง digital service หนึ่งๆ จะเกี่ยวข้องกับหลาย domain เช่น การใช้งาน mobile application ที่ต้องเข้าถึง server ที่อยู่บน cloud จะเกี่ยวข้องกับทั้ง ITIM, NPMD, APM, DEM ฉนั้นเพื่อให้เห็นภาพรวม (holistic view) จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ AIOps Platform ทำการวิเคราะห์แบบองค์รวม (cross-domain analysis) เพื่อหาสาเหตุที่ Digital Experience ไม่ดี ซึ่งอาจจะเกิดจาก network, server หรือ application เป็นต้น

จากการสำรวจลูกค้าของ Gartner พบว่าการมี monitoring tool ที่หลากหลายจะทำให้ความสามารถในการตอบสนองต่อปัญหาช้าลง และเวลาที่ใช้ในการแก้ปัญหานานขึ้น คำถามคือ I&O Leader จะทำอย่างไรที่จะปรับปรุงให้การปฏิบัติการด้าน IT มีประสิทธิภาพและลดระยะเวลาที่เกิดปัญหาให้สั้นลงจากการที่มี monitoring tool ที่หลากหลายแบบนี้ คำตอบคือการใช้ AIOps เพื่อดำเนินการต่างๆ ดังนี้

 

(1) ปรับปรุงให้เกิดการทำงานร่วมกันโดยใช้ AIOps platform เพื่อรวบรวมข้อมูลที่มาจาก monitoring tools ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น telemetry data, logs และแสดงผลบน dashboard กลางซึ่งตรงกับสิ่งที่ operation team ต้องการจะ monitor

 

การรวบรวมข้อมูลจะลดความเสี่ยงของการมี monitoring tool ที่หลากหลาย โดย

  1. สร้าง centralized visibility สำหรับ event จากระบบ IT ต่างๆที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจ
  2. ทำการเชื่อมโยงหาความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มาจากระบบต่างๆ ลดความคลุมเคลือ ซ้ำซ้อนของข้อมูล
  3. ปรับปรุงการทำงานระหว่างทีมโดยใช้ชุดข้อมูลกลางในการตัดสินใจแก้ปัญหา

นอกจากนั้นแล้วการรวบรวมข้อมูลยังช่วยลดเวลาที่เราเคยใช้ในการรวบรวมข้อมูลแบบ manual ช่วยเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ตัดสินใจ รวมถึงการต่อยอดไปสู่การทำงานแบบอัตโนมัติ (automation)

 

(2) ส่งมอบข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิเคราะห์ไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยการบูรณาการข้อมูลดิบที่ได้จากเครื่องมือต่างๆ และทำให้แน่ใจว่าข้อมูลหรือผลลัพธ์ที่ได้ออกมามีคุณค่าเพิ่มขึ้นจากข้อมูลดิบๆ โดยใช้เทคนิคการจัดการต่างๆ ดังนี้

  1. การจัดการข้อมูล active events โดยใช้ event correlation analysis (ECA) ซึ่งความท้าทายของเทคนิคนี้ก็คือการที่เราจะต้องปรับแต่ง rule แบบ manual เป็นระยะ
  2. การจัดการข้อมูล active และ archived events โดยใช้ pattern recognition และ machine learning เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำ event correlation ลดการ update rule แบบ manual
  3. การจัดการข้อมูล events และ metrics โดยขึงข้อมูลบนแกนเวลาเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถหา root cause ของปัญหาได้ง่ายขึ้น
  4. การจัดการข้อมูล metrics โดยขึงข้อมูลบนแกนเวลาเดียวกันเพื่อหา anomaly

 

(3) กำหนดความคาดหวังที่ทำได้จริงจากเทคนิคการรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับตัวชี้วัดซึ่งส่งผลต่อการปฏิบัติการด้าน IT เช่น Mean time to repair (MTTR) หรือระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเทคนิค pattern recognition จำเป็นต้องใช้ข้อมูลในอดีตเยอะๆ จึงจะมีประสิทธิภาพ ส่วน machine learning ก็จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเยอะๆ บวกกับการทำงานของมนุษย์ที่จะต้องระบุอัลกอริธิมเพื่อสร้าง models ที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำ

 

AIOps สำหรับ IT Service Management

ในวงการ IT เรามักจะใช้ ITIL framework ซึ่งเป็น IT best practice สำหรับงานบริการทางด้าน IT โดยมี process หรือ practice ที่สำคัญ เช่น Incident Management, Service Request Management, Change Management, Knowledge Management, IT Asset Management, Service Configuration Management เป็นต้น โดยสามารถนำ  AIOps platform มาใช้ประโยชน์ในด้าน Incident, Change และ IT Asset Management และ Service Configuration Management ดังนี้

ในด้าน Incident Management และ Service Request Management เราสามารถนำเทคโนโลยี AIOps มาช่วยงานต่างๆ ได้ ดังนี้

  • ช่วยกำหนดข้อมูลของ incident เช่น category, urgency, impact, priority เป็นต้น
  • การแนะนำเจ้าหน้าที่หรือทีมที่เหมาะสมกับ incident นั้นๆ
  • ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล incident ในอดีต เพื่อสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้ให้บริการ
  • ช่วยคาดการณ์ว่า incident ไหนที่ไม่น่าจะแก้ไขไม่ทัน SLA ที่กำหนด
  • ช่วยแก้ไขปัญหาระดับง่ายถึงปานกลางที่มักจะเกิดซ้ำแบบอัตโนมัติ
  • ช่วยทำงานพื้นฐานที่มีการขอรับบริการเป็นประจำแบบอัตโนมัติ เช่น การติดตั้งซอฟต์แวร์ การ reset รหัสผ่าน หรือการตรวจสอบข้อมูลใน email เพื่อเปิด request
  • การใช้ natural language processing (NLP) เพื่อช่วยการทำงานของ chatbots และ virtual support agents (VSAs) เพื่อที่จะลดงานพื้นฐานที่เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการต้องทำเป็นประจำ เพื่อเอาเวลาไปทำงานที่ซับซ้อนขึ้น
  • การตรวจสอบ response หรือ activity ต่างๆ ใน incident และ escalate หรือทำงานอัตโนมัติตาม work flow

 

ในด้าน Change Management เราสามารถนำเทคโนโลยี AIOps มาช่วยงานต่างๆ ได้ ดังนี้

  • การเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทำ Change โดยการวิเคราะห์หา pattern ข้อมูล RFC ในอดีตที่เหมือนหรือใกล้เคียงกันว่าไม่สำเร็จเพราะอะไร มีความเสี่ยงตรงไหน มีผลกระทบอย่างไร
  • ประเมินระดับความเสี่ยงของ Change ให้อัตโนมัติ จากการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆใน RFC รวมถึง RFC ในอดีต
  • การคาดการณ์ว่า RFC จะสำเร็จหรือไม่
  • การหาเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำ Change

 

ในด้าน IT Asset Management และ Service Configuration Management ที่เกี่ยวข้องกับ Configuration Item (CI) ใน CMDB เราสามารถนำเทคโนโลยี AIOps มาช่วยงานต่างๆ ได้ ดังนี้

  • การจัดกลุ่มหาสาเหตุที่ Change ไม่สำเร็จว่าเกิดจาก misconfiguration หรือการระบุผลกระทบกับ CI ไม่ครบถ้วน เป็นต้น
  • การหา dependency หรือความสัมพันธ์ระหว่าง CI สำหรับ Incident และ Change
  • การบูรณาการ configuration change หรือ infrastructure change จาก event ที่ส่งมาจาก monitoring tools หรือ orchestration tool เพื่อแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบ
  • การเข้าถึง CI เพื่อดำเนินการแก้ไข incident ระดับพื้นฐานถึงปานกลางแบบอัตโนมัติ

 

 

 

AIOps สำหรับ IT Automation

Gartner ได้พูดถึงการทำงานของ AIOps Platform ว่ามี 3 ด้าน ได้แก่ Observe (Monitoring), Engage (ITSM) และ Act (Automation) ซึ่งการทำงานแบบอัตโนมัตินี้เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องกับงาน IT ทุกคนล้วนต้องการ ด้วย AIOps Platform จะทำให้เรามี digital workforce ที่มีดีกรีเป็นช่างเทคนิคหรือวิศวกรซึ่งพร้อมทำงานแทนเราเพื่อตรวจสอบ (Self-Diagnostic) แก้ไขปัญหา (Self-Healing) กู้คืน (Self-Recovery) และป้องกันปัญหา (Self-Prevention) ระบบ IT แบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะงานที่เกิดซ้ำ (recurring task) ทั้งนี้เพื่อลด incident ลด down time ลด error เพิ่ม SLA

ขั้นตอนการสร้าง AI-Assisted Automation นั้นมี 4 ขั้นตอน กล่าวคือ

  1. เริ่มกับสิ่งที่เรารู้ ด้วยการสร้างฐานข้อมูลองค์ความรู้โดยจัดเก็บรวบรวมวิธีการแก้ปัญหาที่เคยทำสำเร็จซึ่งมักไม่มีการจัดเก็บในระบบแต่มักจะอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือที่เรียกว่า tribal knowledge รวมถึงการจำแนกปัญหาต่างๆให้เป็นหมวดหมู่
  2. ค้นหาเทียบเคียงปัญหาที่เกิดกับองค์ความรู้ที่เรามีภายใน และองค์ความรู้ภายนอก (Crowdsource)
  3. แนะนำวิธีการหรือแนวทางแก้ไขปัญหา
  4. ดำเนินการแก้ไขปัญหาแบบอัตโนมัติโดยเข้าถึงอุปกรณ์ หรือแอพพลิเคชั่น และส่งคำสั่งเพื่อแก้ไขปัญหา หรือป้องกันตามที่แนะนำ ตรวจสอบประเมินผลการดำเนินการว่าสามารถแก้ไขได้จริงหรือไม่ เพื่อปรับปรุงวิธีการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นอกจากการขับเคลื่อนการทำงานแบบอัตโนมัติ AIOps Platform ยังสามารถช่วยเราวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี Machine Learning มาจัดการข้อมูลมหาศาล (big data) ที่ถูกสร้างมาจากระบบ IT ได้แก่

  • การค้นหารูปแบบและทำนาย โดยหารูปแบบข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อทำนายสิ่งที่จะเกิดในอนาคต
  • การค้นหาสิ่งผิดปกติ โดยหารูปแบบข้อมูลที่เป็นปกติและรูปแบบที่ผิดปกติ เช่น หน่วยงานหนึ่งปกติมีการใช้งานเฉลี่ย 50% และสูงสุดไม่เกิน 70% แต่ช่วงเวลาหนึ่งกลับมีการใช้งานเกินค่าดังกล่าว ซึ่งแพลฟอร์มควรจะรองรับการวิเคราะห์แบบฤดูกาลหรือวันหยุดหรือวันสิ้นเดือน เพราะพฤติกรรมในช่วงเวลาดังกล่าวอาจะมากหรือน้อยจากค่าเฉลี่ยแต่ถือว่าเป็นปกติ
  • การค้นหาสาเหตุ โดยตรวจจับรูปแบบและการเชื่อมโยงกันของข้อมูลที่บอกเหตุและผล
  • การวิเคราะห์ผังการเชื่อมโยง หรือ topological analysis ซึ่งใช้แผนผังการเชื่อมโยงในการสืบค้นหาสาเหตุซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพ เช่นการตรวจจับจุดที่เกิด event และหา upstream และ downstream จากจุดที่เกิดเหตุ

 

The ultimate AIOps Solution

Netka AIOps Director หรือ N-AIOps เป็น AIOps Platform ซึ่งสามารถทำ Data Ingestion, Data Analytics โดยใช้เทคโนโลยี AI และสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ (Automation) โดยมี Workflow Designer ที่สามารถสร้างกำหนดขั้นตอนการทำงานเพื่อขับเคลื่อนการทำงานแบบอัตโนมัติให้ไหลไปตามขั้นตอนหรือเงื่อนไขต่างๆ N-AIOps เป็นแพลตฟอร์มที่ต้องการข้อมูลจากระบบบริหารจัดการ IT อื่นๆ เช่น ITIM, ITSM, NPMD, SIEM, APM, DEM เพื่อมาวิเคราะห์แบบ cross-domain analysis และขับเคลื่อนการทำงานแบบอัตโนมัติ โดย N-AIOps สามารถรองรับข้อมูลที่มาประมวลผล ดังนี้

  1. Log data ได้แก่ Syslog, SNMP Trap, Windows event
  2. Telemetry data ได้แก่ metrics, traces
  3. Network data ได้แก่ packet analysis data, flow analysis data, topology, inventory
  4. ITSM data ได้แก่ incidents, changes, problems, Cis
  5. IoT data ได้แก่ค่า sensor ต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ค่าแรงดันไฟฟ้า ค่ากระแสไฟฟ้า ค่ากำลังไฟฟ้า สถานะรีเลย์คอนแทค สถานะปิดเปิดประตู

N-AIOps สามารถทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สามารถส่งข้อมูลเหล่านี้มาในรูปแบบ Syslog, SNMP Trap และ JSON และสามารถทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Netka ได้แก่  NetkaView Network Manager หรือ NNM, NetkaQuartz Service Desk หรือ NSD,  NetkaView Logger หรือ NLG, NetkaView IoT หรือ NIoT   โดยท่านสามารถ เข้าดูรายละเอียดได้โดยคลิ๊กที่นี่   

          เมื่อ N-AIOps ทำงานร่วมกับ NNM, NSD, NLG, NIoT ก็จะเป็น “The ultimate AIOps Solution” ที่ครอบคลุมการทำ cross-domain analysis ทั้งด้าน IT Infrastructure Management, IT Service Management, Network Performance Monitoring and Diagnostics, Security Information and Event Management, Application Performance Monitoring และ Digital Experience Monitoring โดยวงจรการทำงานของ Netka AIOps Solution ประกอบด้วย 5A  คือ Acquire, Aggregate, Analyze, Advise และ Act

 

บทสรุป

การนำเทคโนโลยี AIOps มาใช้สำหรับ IT Operations ในด้าน IT Monitoring และ IT Service Management สามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับฝ่าย IT รวมทั้งผู้ใช้งาน ลูกค้า และธุรกิจ โดยทำให้การปฏิบัติการด้าน IT มีประสิทธิภาพ เกิดการบูรณาการของข้อมูล ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ให้ข้อมูลที่มีคุณค่า ช่วยในการวิเคราะห์ปัญหา ช่วยหาสาเหตุ ลดระยะเวลาแก้ไขปัญหา เพิ่ม uptime และ SLA ให้ดีขึ้นอย่างมีนัย ซึ่งส่งผลให้เกิด digital experience ที่ดีของผู้ใช้งานและลูกค้า ลด churn เพิ่มรายได้ และด้วยเทคโนโลยี AIOps ปัจจุบัน การปฏิบัติการด้าน IT แบบอัตโนมัติ หรือ IT Automation สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบริหารและใช้ทรัพยากรให้มีประโยชน์สูงสุดทั้งการลดคน ลดเวลา ลดรายจ่าย และลด human error ซึ่งมักจะเกิดขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายตามมา นอกจากนั้นแล้ว AIOps Platform ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลที่อุปกรณ์ แอพลิเคชั่นสร้างขึ้นทำให้เราทราบข้อมูลเชิงลึก สิ่งผิดปกติ รวมถึงสาเหตุของปัญหาได้รวดเร็วขึ้นซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญของธุรกิจทุกวันนี้

หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIOps และ N-AIOps ท่านสามารถคลิ๊กที่ 

https://netkasystem.com/n-aiops/#solution หรือติดต่อที่  info@netkasystem.com  

ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/netkasystem และ http://line.me/ti/p/~@netkasystem  [เพียงกดติดตามข่าวสารผ่าน Line และ FB ลุ้นรับ code เติมเงินบัตร Starbuck ทันที วันละ 10 ใบ]

หรือติดต่อ Distributor ของเรา

  1. DataOne Asia (Thailand) โทร 02 686 3000
  1. NextWave (Thailand) คุณไหมแพร โทร 090 972 3842  

ผู้เขียน

คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล  Founder & CEO  บริษัท เน็ตก้า ซิสเต็ม จำกัด  

 

อ้างอิง

  1. Gartner research’s Market Guide for AIOps Platforms published: 7 November 2019
  2. Gartner research’s DevOps Teams Must Use Site Reliability Engineering to Maximize Customer Value published 10 January 2020
  3. Gartner research’s Use AIOps for a Data-Driven Approach to Improve Insights From IT Operations Monitoring Tools published 11 May 2020
  4. Gartner research’s Deliver Cross-Domain Analysis and Visibility With AIOps and Digital Experience Monitoring published 5 Jul 2018
  5. Gartner research’s Innovation Insight for AI in IT Transformation published 13 Oct 2020
  6. Gartner research’s Avoid the Unexpected Consequences of IT Change Management With AIOps and CMDB published 10 Oct 2019

 

from:https://www.techtalkthai.com/aiops-for-it-operations-chapter-2-by-netka-system/

[Guest Post] AIOps คืออะไร สำคัญอย่างไรกับ IT Operations และธุรกิจของคุณ – ตอนที่ 1 แนะนำภาพรวม

IT Operation Management เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ Digital Transformation ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว และการที่จะทำให้ IT Operation Management มีประสิทฺธิภาพสูงสุด ต้องนำ AIOps Platform เข้ามาใช้งาน

การสร้างความเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรมต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ จากงานวิจัยของ PricewaterhouseCoopers (PwC) พบว่าเมกาเทรนด์ (Megatrends) ที่จะส่งผลกระทบกับธุรกิจมากที่สุด คือ พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก (business disruption) จึงทำให้หน่วยงานต่างๆ หันมาทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) แบบครบวงจร ซึ่งการบริหารจัดการการปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Operation Management) เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ Digital Transformation ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว และการที่จะทำให้ IT Operation Management มีประสิทฺธิภาพสูงสุดจำเป็นที่จะต้องนำ AIOps Platform เข้ามาใช้งาน เพื่อให้ระบบ IT มีความพร้อมใช้ (availability) และความน่าเชื่อถือ (reliability) สูงสุด เพื่อสร้าง User Experience ที่ดีที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ

บทความนี้จะกล่าวถึง AI for IT Operations หรือ AIOps ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติการด้าน IT มันจะช่วยให้ธุรกิจของท่านล้ำหน้าคู่แข่ง ในบทความนี้ท่านจะทราบว่า AIOps คืออะไร และทำไมผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการด้าน IT จำเป็นต้องสนใจ ท่านจะรู้จักฟังก์ชั่นการทำงาน และประโยชน์ของ AIOps Platform ทั้งด้าน IT Monitoring, IT Service Management และ IT Automation ฟังดูน่าสนใจนะครับ ลองติดตามอ่านกันได้เลยครับ

IT Operations คืออะไร และความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับงาน IT Operations คืออะไร

ปัจจุบันการปฏิบัติการด้าน IT หรือ IT Operations ครอบคลุมการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่างๆ ได้แก่

  • IT Infrastructure Management (ITIM)
  • IT Service Management (ITSM)
  • Network Performance Monitoring and Diagnostics (NPMD)
  • Security Information and Event Management (SIEM)
  • Application Performance Monitoring (APM)
  • Digital Experience Monitoring (DEM)

ในโลกยุคปัจจุบันที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วย Digital Technology  การปฏิบัติการด้าน IT operations มีความท้าทาย 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ

  1. การขยายตัวของ IT Infrastructure ทำให้เกิดข้อมูลทั้ง events, metrics, traces, network flow data, telemetry data ซึ่งมีรูปแบบหลายหลาย (variety) มีปริมาณมหาศาล (volume) มีความเร็ว (velocity) ทั้งแบบ real-time และ historical ทำไม่สามารถเห็นข้อมูลเชิงลึก (insight) เพราะขาดเครื่องมือที่มาจัดการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาล (big data) เหล่านี้ ทำให้งาน IT Operations ไม่สามารถส่งมอบคุณค่าที่อยู่ในข้อมูลเหล่านี้ให้กับธุรกิจ
  2. การมีเครื่องมือบริหารจัดการและเฝ้าระวังด้าน IT หลายตัวเพื่อบริหารจัดการด้านต่างๆ ได้แก่ ITIM, ITSM, NPMD, SIEM, APM, DEM กลับเพิ่มเวลาในการหาสาเหตุและแก้ไขปัญหา เนื่องจากมีรอยต่อในการทำงานระหว่างระบบหรือเครื่องมือต่างๆ
  3. การปฏิบัติการด้าน IT โดยส่วนใหญ่มุ่งตอบโจทย์เฉพาะฝ่าย IT โดยมักจะขาดการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ส่งผลต่อธุรกิจ และไม่ทราบประสบการณ์การใช้งานด้านดิจิทัล (Digital Experience) ของผู้ใช้งานหรือลูกค้า

 

แล้ว AIOps คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับ IT Operations

AIOps ย่อมาจาก Artificial Intelligence for IT Operations หรือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ คำว่า AIOps ถูกบัญญัติขึ้นมาโดยบริษัทวิจัยระดับโลกอย่าง Gartner ซึ่งพูดถึง AIOps platform ที่ใช้เทคโนโลยี Machine Learning มาจัดการข้อมูลมหาศาล (big data) ที่ถูกสร้างมาจากระบบ IT ซึ่ง Gartner ได้อธิบายว่า AIOps Platform จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนทำงานต่างๆ ของการปฏิบัติการด้าน IT อาทิเช่น anomaly detection, event correlation และ root cause analysis (RCA) เพื่อที่จะปรับปรุงการการเฝ้าระวัง (monitoring) การบริหารจัดการงานบริการ (service management) และการทำงานแบบอัตโนมัติ (automation tasks) ให้ดีขี้น โดยครอบคลุม 3 ด้านได้แก่

  1. Observe (Monitoring) แพลตฟอร์มจะได้รับข้อมูล real-time และ historical ในรูปแบบ events, metrics, traces, topology จากระบบ IT ต่างๆ และมีการทำ historical analysis, anomaly detection, performance analysis และ correlation & contextualization
  2. Engage (ITSM) แพลตฟอร์มจะได้รับข้อมูล incidents, dependencies และ changes และมีการทำ task automation, change risk analysis, SD agent performance analysis, knowledge management
  3. Act (Automation) แพลตฟอร์มสามารถวิเคราะห์และรัน playbook เพื่อตรวจสอบ (Self-Diagnostic) แก้ไขปัญหา (Self-Healing) กู้คืน (Self-Recovery) และป้องกันปัญหา (Self-Prevention) ระบบ IT แบบอัตโนมัติ โดยเฉพาะงานที่เกิดซ้ำ (recurring task) ทั้งนี้เพื่อลด incident ลด down time ลด error เพิ่ม SLA

 

 

ฟังก์ชั่นการทำงาน และประโยชน์ของ AIOps Platform

ฟังก์ชั่นการทำงานของ AIOps Platform หลักๆ ประกอบด้วย

  1. Data Ingestion คือ การนำข้อมูลเข้าจากหลายๆ แหล่ง ทั้งข้อมูลประเภท events, metrics, traces จาก Configuration Item (CI) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครือข่าย เครื่องแม่ข่ายคอมพิวเตอร์ แอพพลิเคชั่น คลาวด์ หรือข้อมูลจากระบบบริหารจัดการ IT อื่นๆ เช่น ITIM, ITSM, NPMD, SIEM, APM, DEM
  2. Data Analytics คือ การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยี machine learning ซึ่งสามารถทำได้ 2 จุดคือ
    • แบบ real-time โดยทำการวิเคราะห์ ณ จุดที่นำข้อมูลเข้าระบบ (data-in-motion)
    • แบบ historical โดยทำการวิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้จัดเก็บไว้แล้ว (data-at-rest)
  1. Prescription คือ การแนะนำสิ่งที่ต้องทำจากการวิเคราะห์ข้อมูลในข้อ 2 รวมถึงการคาดการณ์ (predictive analytics) เช่น การระบุสาเหตุ วิธีการแก้ปัญหา วิธีการป้องกันปัญหา
  2. Action คือ กระทำสิ่งที่แนะนำแบบอัตโนมัติโดยเข้าถึงอุปกรณ์ หรือแอพพลิเคชั่น และส่งคำสั่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา หรือป้องกันตามที่แนะนำ

เป้าหมายหลักของการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การค้นหารูปแบบ (patterns) ที่อยู่ในชุดข้อมูล เพื่อคาดการณ์ incident ที่น่าจะเกิดขึ้นในระบบ IT หรือเพื่อหาสาเหตุ จากนั้นแพลตฟอร์มก็สามารถเข้าไปยัง CI เพื่อไปป้องกันไม่ให้ incident นั้นเกิด หรือแก้ไขปัญหาจากสาเหตุที่ได้ค้นพบ โดย AIOps Platform ที่ดีจะมีคุณสมบัติดังนี้

  • ลด Noise เช่น false alarm
  • หาสาเหตุ หรือที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุโดยใช้แผนผังการเชื่อมต่อ (topology) หรือ ML และเชื่อมโยงปัญหาเหล่านี้ไปยัง customer journey
  • ตรวจจับสิ่งผิดปกติจากหลายๆ ตัวแปร (multivariate anomalies) ซึ่งเกินกว่าที่ static thresholds หรือ numeric outliers จะทำได้ ทั้งนี้เพื่อตรวจจับเงื่อนไขและพฤติกรรมที่ผิดปกติและส่งผลกระทบกับธุรกิจ
  • หาแนวโน้มซึ่งอาจจะส่งผลให้ใช้งานไม่ได้ก่อนที่จะเกิดขี้นจริง
  • ขับเคลื่อนการทำ automation สำหรับงานที่ความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง
  • ใช้ chatbots หรือ virtual support assistants (VSAs) เพื่อเข้าถึงองค์ความรู้และขับเคลื่อนการทำ automation สำหรับงานหรือ incident ที่เกิดซ้ำๆ
  • ช่วยจัดความสำคัญของ incident ให้อัตโนมัติและแนะนำวิธีการแก้ไขจาก incident ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

AIOps Platform นอกจากจะนำมาใช้ประโยชน์กับการบริหารจัดการ IT ในด้าน Monitoring ทั้ง ITIM, ITSM, NPMD, SIEM, APM, DEM และ IT Service Management แล้ว AIOps Platform ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการทำ DevOps, Continuous Integration/Continuous Delivery (CI/CD) และ Site Reliability Engineering (SRE) ซึ่งมีการใช้ automation ในขั้นตอนการทำงานต่างๆ ตั้งแต่การพัฒนาทดสอบ application การ deploy application และการ monitoring ซึ่งจะต้องทำอย่างต่อเนื่องในลักษณะ continuous delivery ให้กับทีมต่างๆ รวมถึงผู้ใช้งาน

 

โปรดติดตามตอนที่ 2  ซึ่งจะกล่าวถึง AIOps สำหรับ Monitoring, ITSM และ Automation ตลอดจน N-AIOps คืออะไร และบทสรุปจบท้ายของบทความ  

หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AIOps และ N-AIOps ท่านสามารถคลิ๊กที่  https://netkasystem.com/aiops/#5h6 หรือ info@netkasystem.com  

ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/netkasystem และ http://line.me/ti/p/~@netkasystem                            

[เพียงกดติดตามข่าวสารผ่าน Line และ FB ลุ้นรับ code เติมเงินบัตร Starbuck ทันที วันละ 10 ใบ]

หรือติดต่อ Distributor ของเรา

  1. DataOne Asia (Thailand) โทร 02 686 3000
  1. NextWave (Thailand) คุณไหมแพร โทร 090 972 3842  

ผู้เขียน

คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุล  Founder & CEO  บริษัท เน็ตก้า ซิสเต็ม จำกัด

 

อ้างอิง

  1. Gartner research’s Market Guide for AIOps Platforms published: 7 November 2019
  2. Gartner research’s DevOps Teams Must Use Site Reliability Engineering to Maximize Customer Value published 10 January 2020
  3. Gartner research’s Use AIOps for a Data-Driven Approach to Improve Insights From IT Operations Monitoring Tools published 11 May 2020
  4. Gartner research’s Deliver Cross-Domain Analysis and Visibility With AIOps and Digital Experience Monitoring published 5 Jul 2018
  5. Gartner research’s Innovation Insight for AI in IT Transformation published 13 Oct 2020
  6. Gartner research’s Avoid the Unexpected Consequences of IT Change Management With AIOps and CMDB published 10 Oct 2019

from:https://www.techtalkthai.com/aiops-for-it-operations-chapter-1-by-netka-system/

HPE จับมือ Netka System เปิดตัว OEM Appliances เจาะตลาดกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก

HPE และ Netka System คำนึงถึงแนวโน้มของ Digital Transformation ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก จึงได้ร่วมกันพัฒนา OEM Appliances เพื่อตอบโจทย์งานด้านบริหารจัดการเน็ตเวิร์คและงานด้านบริหารจัดการไอทีภายในองค์กร เสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับธุรกิจขนาดเล็กให้พร้อมรับมือกับ Digital Transformation นี้ได้

NetkaView&Quartz Appliance

กำเนิด OEM Appliances ใหม่ ทำให้ง่ายเข้าไว้

ตอบโจทย์องค์กรขนาดเล็ก ที่มีทรัพยากรจำกัด และต้องการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในยุคปัจจุบัน  ด้วยโซลูชันการบริหารจัดการเน็ตเวิร์ค ( NetkaView Appliance –สีน้ำเงิน) และโซลูชั่นบริหารจัดการงานไอที (NetkaQuartz Appliance –สีแดง) ให้กับองค์กรขนาดเล็ก ด้วยการ Build-in ซอฟต์แวร์แบบพร้อมใช้งานส่งตรงมาจากโรงงานของ HPE

  • Ease of Use ติดตั้งง่าย เพราะเป็นระบบพร้อมใช้งานอยู่แล้วลูกค้าเพียงทำการตั้งค่าพื้นฐานและติดตั้ง License ที่ได้มาก็สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที
  • Tiny Space Needed ฮาร์ดแวร์รูปร่างกะทัดรัด ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อย หมดกังวลเรื่องพื้นที่จัดเก็บ
  • Scalable ฮาร์ดแวร์ขนาดเล็ก แต่รองรับการขยายการใช้งานตาม License หากธุรกิจมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ก็เพียงแค่ใส่ License เพิ่มเข้าไป โดยที่ฟีเจอร์ต่างๆ ยังใช้งานได้เช่นเดิม โดย NetkaView Appliance รองรับการใช้งานอุปกรณ์ตั้งแต่ 30 nodes ถึง 500 nodes เลยทีเดียว ส่วน NetkaQuartz Appliance รองรับการใช้งานได้ตั้งแต่ 25 users ถึง 500 users
  • World Class Hardware เชื่อถือและเชื่อมั่นการทำงานอันทรงประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทนทานของฮาร์ดแวร์ระดับโลก ภายใต้ยี่ห้อ HPE พร้อมการรับประกันอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในระดับโลกได้
  • Professional and Local Support บริการหลังการขายแบบ One Stop Service ด้วยศูนย์การประสานงานหลังการขายของตัวแทนจำหน่าย รองรับการแก้ไขปัญหาทั้งทางด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ตรวจสอบสถานะการซ่อมและติดตามงานได้ง่าย
  • Reasonable Price ราคาที่ Netka เป็นราคาที่รวมทุกอย่างทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ คุ้มสุดๆ สำหรับลูกค้าองค์กรขนาดเล็ก

นอกจากนี้ ยังมี Appliance ขนาด 1U และ 2U ให้เป็นทางเลือก เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูงขึ้น หรือ หากต้องการฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้คำปรึกษาเพิ่มเติมและศึกษาความต้องการขององค์กรท่านได้

คุณณัฐวีร์ สกุลรัตน์ CINO และ COO ของเน็ตก้า

ถ้าพูดถึง Network Monitoring Tool หลายคนคงจะนึกออกเพียงไม่กี่ตัว ทางเลือกคงมีแค่สองทางคือหนึ่งเอาฟีเจอร์ครบแต่ราคาแพงคงจะมีแต่องค์กรขนาดใหญ่ที่สามารถสู้ราคาไหวเท่านั้น ขณะเดียวกันธุรกิจ SME หรือองค์กรขนาดเล็กลงมาที่มีอุปกรณ์ IT หลักสิบถึงร้อยตัวที่ไม่ได้ต้องการฟีเจอร์มากขนาดนั้นจึงไม่คุ้มค่าการลงทุน ทำให้ต้องไปเลือกเอาเครื่องมือโอเพ่นซอร์สมาใช้ฟรี  ปัญหาก็คือผู้ดูแลต้องมีทักษะสูงเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ธุรกิจขนาดเล็กไม่ได้มีบุคคลากรมากขนาดนั้นและก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่สามารถแก้ปัญหาเองได้ทั้งหมดทั้งยังเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกด้วย วันนี้เอง Netka System จึงได้ออก Network Monitoring Tool และโปรแกรม Service Desk ในรูปแบบของ Appliance ที่ตอบโจทย์ธุรกิจในระดับ SME ทั้งในด้านราคาและฟีเจอร์การใช้งาน  ซึ่งในตอนนี้ราคาเปิดตัวสำหรับ NetkaView Appliance 30 nodes/750 interfaces อยู่ที่ 199,000.- บาท (ไม่รวม VAT)

Netka อยู่ในโครงการมาตรการภาษี 200%

Netka ได้รับการสนับสนุนจาก Depa ในโครงการมาตรการภาษี 200% โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs โดยการสนับสนุนให้มีการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานและบริหารจัดการธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Thailand 4.0) ซึ่งสถานประกอบการ SMEs ที่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่ Depa กำหนดและสนใจจะนำซอฟต์แวร์ของ Netka ไปใช้ สามารถนำค่าใช้จ่ายการซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปหักภาษีได้ร้อยละ 100 ของรายจ่าย

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของเน็ตก้าได้ ตามรายชื่อข้างล่าง

VRCOMM Co.,Ltd                                        DataOne Asia (Thailland) Co.,Ltd

K.Krisada                                                      Tel. 02-686 3025

M: +(66)81-750-5411                                    E-mail: d1.info@d1asia.co.th

E-mail: krisada@vrcomm.net

pm@vrcomm.net

รู้จักกับ Netka System เพิ่มเติมได้ตามลิงก์ด้านล่าง

https://www.techtalkthai.com/netka-says-it-improvement-is-required-in-digital-transformation/

https://www.techtalkthai.com/netka-system-it-infrastructure-management-is-crucial-for-digital-transformation/

Live Product Introduction

 

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-and-netka-system-release-oem-appliances-for-sme/

Netka ชูประเด็นเพิ่มศักยภาพงานด้าน IT ภายในองค์กรให้แข่งขันได้ในยุค Digital Transformation

ในงานสัมมนา Thai IT Infrastructure Day 2018 by TechTalkThai ทาง Netka ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบ IT Infrastructure Management และ IT Service Management สัญชาติไทยที่ก้าวไกลเติบโตไปในระดับโลก ได้ร่วมสนับสนุนงานสัมมนาพร้อมอัปเดตเทคโนโลยีสำหรับการดูแลรักษาระบบ IT สัญชาติไทยที่ดังไกลไปถึงทั่วโลก ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอนำเนื้อหามาสรุปให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันดังนี้

 

แนวโน้มของ Digital Transformation ทำให้แผนก IT ภายในองค์กรยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

 

Credit: ShutterStock.com

 

Netka ได้ชูประเด็นว่าด้วยแนวโน้มของการที่เหล่าองค์กรจะมุ่งไปสู่การทำ Digital Transformation กันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนั้นการลงทุนด้านระบบ IT ของเหล่าธุรกิจองค์กรนั้นจะต้องเติบโตมากยิ่งขึ้นแน่ๆ และ IT จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบหลังบ้านสำหรับหลายๆ ธุรกิจอีกต่อไป แต่จะกลายมาเป็นระบบหน้าบ้านที่ผู้ใช้งานต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วยโดยตรงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะในรูปแบบของผลิตภัณฑ์หรือบริการก็ตาม ทำให้ระบบ IT นั้นจะมีความสำคัญสูงยิ่งกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

เทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทโดดเด่นในการทำ Digital Transformation นี้ก็ได้แก่ Artificial Intelligence (AI), Big Data Analytics, Machine Learning และ Deep Learning ซึ่งเหล่าองค์กรนั้นก็สามารถเลือกได้ทั้งการใช้บริการ AI ที่อยู่บน Cloud ซึ่งค่อนข้างจะมีความสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน หรือการลงทุนระบบ Data Center และ Internet of Things (IoT) เพื่อรองรับการทำ AI ที่ศูนย์กลาง, การทำ Edge Computing ไปจนถึงการประมวลผล AI ที่ระดับของอุปกรณ์ IoT เลยก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งการประมวลผลและระบบเครือข่ายที่เสถียรนั้นต่างก็มีความสำคัญต่อระบบเหล่านี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

อย่างไรก็ดี การทำ Digital Transformation นั้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของแค่การพัฒนา Software หรือนำ Solution ทางด้าน IT เข้ามาใช้ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงธุรกิจและวิธีการทำงาน แต่การดูแลระบบ IT เหล่านั้นให้สามารถทำงานได้อย่างทนทานและไม่มี Downtime เองเลยก็ถือเป็นอีกโจทย์ที่ท้าทายสำหรับเหล่าองค์กร เพราะทุกๆ ปัญหาหรือการล่มนั้น คือสิ่งที่จะสะท้อนไปยังเหล่าลูกค้าและพนักงานทั้งองค์กรโดยตรง ส่งผลออกมาทั้งในแง่ของรายรับและประสบการณ์ของเหล่าลูกค้าหรือพนักงาน ไปจนถึงภาพลักษณ์ของธุรกิจองค์กรเลยทีเดียว

Netka ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ IT Infrastructure Management และ IT Service Management จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในประเด็นเหล่านี้ และอยากจะร่วมเป็นแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้เหล่าธุรกิจไทยประสบความสำเร็จในการทำ Digital Transformation ทั้งสำหรับตลาดในประเทศไทยและตลาดระดับโลก จึงได้นำเทคโนโลยีทางด้าน IT Monitoring และ IT Service Management ซึ่งเดิมทีเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาสำหรับการใช้งานในระดับ Internet Service Provider, ธุรกิจ Data Center และระบบเครือข่ายในระดับประเทศหรือระดับภูมิภาค มาปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมต่อการนำมาใช้งานในระดับองค์กร รองรับต่อระบบ IT ที่จะเพิ่มขยาย, มีความซับซ้อนที่สูงขึ้น และมีความสำคัญที่สูงขึ้นในธุรกิจหลังการทำ Digital Transformation นั่นเอง

 

Netka ฟังเสียงตอบรับจากลูกค้า สร้างนวัตกรรมใหม่ตอบโจทย์ธุรกิจองค์กร

 

 

หนึ่งในจุดเด่นที่เป็นประเด็นน่าสนใจของผลิตภัณฑ์จาก Netka นั้นก็คือ ความสามารถในการ Integrated ซอฟต์แวร์ของตนเองเข้ากับระบบอื่นๆ ด้วยแนวคิด Customer-Centric ในแบบง่ายๆ ว่า อะไรก็ตามที่เกาะที่เน็ตเวิร์ค Netka จะจับมา monitor และ manage ให้ได้ พร้อมๆ ไปกับให้สามารถทำ planning, provisioning และทำ Analytic ได้ด้วย ซึ่งทำให้ธุรกิจหรือองค์กรนั้นมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของระบบงานไอที ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ ทั้งทางด้าน network ด้าน system และด้าน application ต่างๆ ที่มีอยู่ในธุรกิจหรือองค์กรนั้น ซึ่งการมองเห็นภาพรวมการทำงานทะลุกันทั้งหมดดังกล่าว มีความจำเป็นอย่างมากในการใช้งานระบบไอทีให้ได้ประโยชน์สูงสุดในยุค Digital Transformation และตอบโจทย์การบริหารจัดการเน็ตเวิร์คขนาดใหญ่ในระดับเมือง หรือ smart city และด้วยแนวคิดดังกล่าว ทำให้ Netka สร้างสรรค์ระบบ IT Infrastructure Management และ IT Service Management ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายของเหล่าธุรกิจต่างๆ มาได้อย่างต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและในระดับสากล

 

 

ตัวอย่างของความสามารถที่ถูกหยิบยกมาเล่าในงานสัมมนาครั้งนี้ ก็คือการที่ระบบของ Netka ได้เพิ่มการทำ Location Tracking เข้าไปในระบบ IT Service Management เพื่อให้เหล่าธุรกิจ ISP และองค์กรลูกค้านั้นสามารถติดตามเส้นทางการเดินทางของ IT Support Engineer ได้นับตั้งแต่เริ่มเปิด Ticket ขอรับบริการแก้ไขปัญหา ทำให้ทั้งคู่สามารถมั่นใจได้ว่าวิศวกรที่มาให้บริการนั้นกำลังเดินทางไปอยู่จริงๆ ไม่ได้แวะข้างทางหรือไปทำงานอื่นก่อน ตอบโจทย์สำหรับธุรกิจที่ต้องการ Service Level Agreement (SLA) ในระดับสูง และธุรกิจที่ต้องการควบคุมคุณภาพของการให้บริการได้เป็นอย่างดี

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจนั้นก็คือการที่ Netka มีการพัฒนาระบบ IT Monitoring ในรูปแบบใหม่ โดยแทนที่จะติดตั้งระบบเหล่านี้เอาไว้ศูนย์กลางเพื่อทำการตรวจสอบว่าระบบใดๆ ยังคงทำงานได้อยู่บ้าง ก็เปลี่ยนไปติดตั้งแบบกระจายตามสาขาต่างๆ เพื่อทำการตรวจสอบการเชื่อมต่อของเครือข่าย, ความเร็วของการเชื่อมต่อไปยังบริการต่างๆ และความเสถียรของบริการนั้นๆ เพื่อจำลองประสบการณ์ของผู้ใช้งานในสาขาต่างๆ ว่าจะสามารถเข้าถึงระบบ IT ในองค์กรได้ด้วยประสบการณ์ใด เป็นอีกก้าวของการติดตามการทำงานของระบบ IT เพื่อให้องค์กรมั่นใจได้ในการทำงานของระบบต่างๆ มากขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งในอนาคตเองก็อาจถูกนำไปประยุกต์ใช้เพื่อจำลองประสบการณ์ของลูกค้าในการเข้าถึงระบบ IT ของธุรกิจได้เช่นกัน

 

 

แน่นอนว่าในยุคของ Digital Transformation ที่ต่างธุรกิจต่างต้องมีการคิดค้นนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เสริมหรือเปลี่ยนแปลงธุรกิจของตนเองนี้ ระบบ IT นั้นย่อมจะต้องมีความหลากหลายและถูกปรับแต่งให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางกันมากขึ้น โดยระบบ IT Infrastructure Management และ IT Service Management ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาระบบ IT ใหม่ๆ ที่ลงทุนพัฒนาขึ้ันมานี้ก็จะต้องรองรับระบบเฉพาะทางเหล่านี้ให้มากขึ้นด้วย ซึ่งทางทีมพัฒนาของ Netka ก็พร้อมที่จะตอบรับต่อความต้องการเหล่านี้สำหรับทุกๆ องค์กร เช่น การติดตามการทำงานของอุปกรณ์ IoT หรือระบบเครือข่ายภายนอกองค์กร, การติดตามการทำงานของบริการ Cloud, การรองรับกระบวนการการทำงานของฝ่าย IT ในองค์กรที่ต้องถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับต่อระบบใหม่ๆ ให้มากขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย

 

IT Infrastructure Management อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบบ IT Service Management ด้วย

ทาง Netka นั้นเน้นย้ำถึงความสำคัญของทั้งะรบบ IT Infrastructure Management และ IT Service Management คู่กันอยู่ตลอด เพราะการที่องค์กรจะประสบความสำเร็จในการดูแลรักษาระบบ IT ที่มีความซับซ้อนสูงและะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้ได้นั้น จะขาดระบบใดระบบหนึ่งไปไม่ได้เลย

 

 

ระบบ IT Infrastructure Management ที่ดีนั้นจะต้องสามารถปรับแต่งให้รองรับต่อระบบ IT ที่แตกต่างกันหลากหลายขององค์กรได้ และสามารถตรวจสอบการทำงานของระบบต่างๆ ได้ทั้งในภาพรวมไปจนถึงรายละเอียดเชิงลึกในแต่ละอุปกรณ์ โดยการแสดงผลนั้นต้องสามารถเข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง และควรจะมีตัวช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาใดๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและไม่ผิดพลาด ซึ่งเทคโนโลยี IT Infrastructure Management ของ Netka ที่ตอบโจทย์เหล่านี้ในธุรกิจ ISP มาได้นั้นก็สามารถทำหน้าที่เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

 

 

ในขณะเดียวกัน ระบบ IT Service Management เองนั้นควรจะถูกออกแบบมาให้รองรับต่อมาตรฐานด้านการบริหารจัดการและดูแลรักษาระบบ IT ภายในองค์กรอย่างเช่น ITIL โดย IT Service Management ของ Netka นั้น ได้รับการรับรองจากสถาบัน ITIL เป็นเจ้าแรกในไทย และเป็นเจ้าแรกใน ASEAN อีกด้วย ในขณะที่ยังเปิดให้มีการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมต่อ Workflow การให้บริการส่วนต่างๆ หรือการปรับเปลี่ยนกระบวนการในการทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ในขณะที่ในอนาคตระบบ IT Service Management เองก็ต้องพร้อมที่จะรองรับการเชื่อมต่อไปยังระบบอื่นๆ ผ่านทาง API เพื่อให้สามารถสร้าง Workflow ข้ามระบบ หรือการทำ Automation ที่เหล่าอุปกรณ์หรือระบบต่างๆ อาจทำการแจ้งเปิด Ticket ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเองได้แบบอัตโนมัติ

องค์กรที่มีทั้ง 2 ระบบนี้และใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะสามารถลดภาระด้านการดูแลรักษาระบบ IT ได้เป็นอย่างมาก และสามารถตอบ SLA ทั้งสำหรับเหล่าผู้ใช้งานภายในองค์กรและลูกค้าภายนอกองค์กรได้อย่างมั่นใจ ด้วยการมีข้อมูลประกอบการทำงานและการวางแผนเพื่อปรับปรุงกระบวนการอยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำหรับของเหล่าธุรกิจที่ต้องการก้าวไปสู่การเป็น Digital Business ในเร็ววัน

 

ประสบความสำเร็จระดับโลก โดยมีสนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกนำเทคโนโลยีของ Netka ไปใช้งาน

 

 

กรณีศึกษาซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของชาวไทยและของ Netka ในฐานะของผู้ผลิตเทคโนโลยีสัญชาติไทยที่สามารถประสบความสำเร็จได้ในระดับโลกที่ถูกนำมาเล่าสู่กันฟังในครั้งนี้ ก็คือการที่สนามบิน Hamad International Airport (HIA) ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ 3 นำไปใช้งาน

HIA นำเทคโนโลยีของ Netka เข้าไปช่วยในการตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในสนามบิน และทำการแจ้งเตือนและสนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสนามบินในแต่ละวัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบ IT ขนาดใหญ่ของสนามบินที่เริ่มมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปใช้งานเป็นจำนวนมากลงได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังช่วยให้ HIA สามารถลดต้นทุนในการลงทุนระบบบ IT Infrastructure Management และ IT Service Management ลงไปได้เป็นอย่างมาก

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ Netka ได้มี Reference Site ขนาดใหญ่ในระดับโลกเท่านั้น แต่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานโดยได้รับสัญญาว่าจ้างให้ดูแลระบบต่อเนื่องอีก 5 ปี สิ่งนี้เองได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากการเลือกใช้เทคโนโลยีจาก Netka ทำให้ Netka System ได้ขยายธุรกิจของตนออกไปสู่ระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Netka ได้ที่ http://netkasystem.com หรือติดต่อทีมงานของ Netka System ได้ที่ info@netkasystem.com หรือโทร 02-978-6805
#NetkaView
#NetkaQuartz

from:https://www.techtalkthai.com/netka-says-it-improvement-is-required-in-digital-transformation/

เชิญร่วมสัมมนาฟรี The Next-Generation Enterprise IT Infrastructure Management: BUILDING THE PLATFORM FOR DIGITAL TRANSFORMATION

สำหรับเหล่า CIO, CTO หรือ IT Manager ที่กำลังมองหาหนทางการทำ Digital Transformation และต้องการทราบถึงแนวทางการปรับปรุงระบบ IT ที่มีอยู่เดิมให้รองรับต่อเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทาง IDC ได้ร่วมกับ Netka System จัดสัมมนาในวันที่ 28 มีนาคม 2018 นี้ขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้และแนวคิดในประเด็นเหล่านี้โดยเฉพาะ โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ดังนี้

 

The Next-Generation Enterprise IT Infrastructure Management: BUILDING THE PLATFORM FOR DIGITAL TRANSFORMATION

 

วันที่ 28 มีนาคม 2018
เวลา 9.00 น. – 15.00 น. พร้อมเสิร์ฟอาหารกลางวัน
สถานที่ โรงแรม เรเนซอง ราชประสงค์ กรุงเทพฯ

 

กำหนดการ

9:00 AM – 9:30 AM Registration and Welcome Coffee & Tea
9:30 AM – 9:45 AM Welcome Address Speakers: Nipastraporn Jiamchoatpattanaku, Managing Director, Netka System
9:45 AM – 10:30 AM Shaping the Future of IT Infrastructure Speakers: Weeradej Panichwisai
10:30 AM – 11:15 AM Driving IT Operations with Digital Transformation Speakers: Charnchai Jiamchoatpattanakul
11:15 AM – 11:30 AM Coffee Break & Networking
11:30 AM – 12:30 PM Solutions Workshop Speakers: Nattawee Sakulrat
12:30 PM – 1:30 PM Networking Lunch
1:30 PM – 2:00 PM Best Practices by Guest Speaker
2:00 PM – 2:30 PM Q&A Panel Discussion Moderators: Jarit Sidhu
2:30 PM – 2:45 PM Lucky Draw
2:45 PM – 3:00 PM Closing Remarks Speakers: Jarit Sidhu

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันที

งานนี้เป็นฟรีสัมมนาไม่มีค่าใช้จ่าย จัดขึ้นสำหรับผู้จัดการฝ่ายไอทีในองค์กรหรือสูงกว่าเท่านั้น โดยผู้เข้าร่วมสัมมนามีโอกาสลุ้นรับ iPhone X จำนวน 1 รางวัล ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานกรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าที่ http://www.apidcevents.com/d/ttqb9v/4W?RefID=TechTalk หรือหากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ http://www.apidcevents.com/d/ttqb9v/6X

from:https://www.techtalkthai.com/idc-netka-system-next-generation-enterprise-it-infra-management-seminar/