คลังเก็บป้ายกำกับ: NATIONAL_UNIVERSITY_OF_SINGAPORE

Equinix เริ่มทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายไฟฟ้าให้กับ Data Center

Equinix ผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ของโลก ประกาศเริ่มการทดลองใช้ Fuel Cells จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับ Data Center

ในครั้งนี้ Equinix ได้ประกาศความร่วมมือกับ Centre for Energy Research & Technology (CERT) ภายใต้ National University of Singapore เพื่อเริ่มทำการวิจัยในการนำ Fuel Cells หรือเซลส์เชื้อเพลิง มาใช้ในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเป็นหนึ่งในแผน Climate Neutral ที่ต้องการจะลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ของ Equinix

เซลส์เชื้อเพลิงนั้นอาศัยกระบวนการทางเคมีเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเป็นวิธีที่ช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี สำหรับการวิจัยครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. การใช้เซลส์เชื้อเพลิงแบบ Proton Exchange Membrane (PEM) ซึ่งใช้ไฮโดรเจนและออกซิเจนในการสร้างพลังงานไฟฟ้า ในการออกแบบจะมีการผลิตไฮโดรเจนออกมาร่วมด้วย เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานอื่นต่อไป
  2. การใช้ Fuel-flexible linear generator ซึ่งจะรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ได้ เช่น ไฮโดรเจน, ก๊าซชีวภาพ หรือ Renewable Liquid Fuel อื่นๆ

ในโครงการจะมีการประเมินอย่างรอบคอบ โดยมีการนำตัวแปรต่างๆมาวิเคราะห์ด้วย เช่น ที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล, สภาพอากาศ, ความต้องการใช้พลังงาน, ความสามารถในการจัดเก็บพลังงาน, และข้อกำหนดของแต่ละประเทศ โดย Equinix คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในการทดลอง และสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ได้

ไม่เพียงแต่ Equinix เท่านั้นที่เริ่มนำเซลส์เชื้อเพลิงมาทดลองใช้งานกับศูนย์ข้อมูล ที่ผ่านมา Microsoft ได้ประสบความเร็จในการใช้งานเซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 3MW มาแล้ว และ NorthC ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลในประเทศเนเธอร์แลนด์ก็ประสบความสำเร็จในการใช้เซลส์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพื่อจ่ายพลังงานสำรองแทนที่เครื่องสำรองไฟสำหรับศูนย์ข้อมูลอีกด้วย

ที่มา: https://www.theregister.com/2022/09/22/equinix_fuel_cell_datacenter/

from:https://www.techtalkthai.com/equinux-starts-research-project-using-fuel-cells-to-power-data-center/

นักวิจัยพบช่องโหว่ของ Ethereum Smart Contract กว่า 34,200 ตัวอย่าง

นักวิจัยจาก National University of Singapore ได้ค้นพบ Bug ใน Ethereum Smart Contact จำนวนกว่า 34,200 สัญญา โดยช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นกับสัญญาในการใช้งาน เช่น สามารถส่งเงินทุนไปยัง Ethereum address ผิดได้ สามารถล็อกโดยบุคคลอื่นหรือแช่แข็งทุนได้ถาวร เป็นต้น

credit : codebrahma.com

Smart Contract คือ ‘Set of code’ ทำหน้าที่กำหนดการรับส่งทรัพย์สินหรือ Digital Currency ให้เป็นไปได้อย่างอัตโนมัติเมื่อตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญา ยกตัวอย่างการใช้ในงานประมูล เช่น กำหนดให้ก่อนขายวัตถุที่ประมูลต้องมีการประมูลก่อนจำนวน 100 ครั้ง ก็จะกำหนดเงื่อนไขโปรแกรมให้ X>100 ก่อนที่จะอนุญาตให้วัตถุนั้นถูกขายออกไปให้คนที่เสนอราคาประมูลสูงสุด เมื่อตรงตามข้อกำหนดแล้ว Smart Contact จะสร้าง Ether Transaction กับผู้ชนะการประมูลและสร้างคำสั่งขายอย่างอัตโนมัติ ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามันก็คือ Code ซึ่งสามารถเกิด Bug ได้นั่นเอง

ก่อนหน้านี้นักวิจัยทีมนี้ได้เคยตีพิมพ์ผลงานวิจัยมาแล้วในปี 2016 โดยสร้างเครื่องมือชื่อ Oyente เพื่อสแกนหาช่องโหว่ของ Ethereum Smart Contract และพบว่า 8,833 สัญญาจาก 19,366 สัญญานั้นมีช่องโหว่แต่เวลานั้นไม่ได้รับความสนใจมากนัก

credit : Bleeping Computer

อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุที่ผู้ใช้ GitHub ที่ชื่อ Devops199 ได้ทำให้เกิด Bug กับ Parity Ethereum Wallet ซึ่งมีมูลค่ากว่า 285 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ (เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว) ทางทีมนักวิจัยจึงได้กลับมาสนใจในงานนี้อีกครั้งหนึ่งซึ่งครั้งนี้มีเครื่องมือตัวใหม่ที่ชื่อว่า Maian ซึ่งสามารถสแกนหาช่องโหว่ได้มากกว่าเดิม ผลลัพธ์คือ 3.5% ของ Smart Contracts จำนวน 970,898 มีช่องโหว่ นั่นอาจจะทำให้แฮ็กเกอร์สามารถขโมยหรือล็อกสัญญานั้นได้ อย่างไรก็ตามทีมนักวิจัยไม่ได้แจกเครื่องมือ Maian ไว้เพราะกลัวถูกนำไปใช้ในทางไม่ดี (มีเครื่องมือสแกนช่องโหว่แนะนำอีกตัวชื่อ mythril ) ผู้สนใจสามารถติดตามงานวิจัยฉบับล่าสุดได้ที่ https://arxiv.org/pdf/1802.06038.pdf

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/cryptocurrency/researchers-find-34-200-vulnerable-ethereum-smart-contracts/

from:https://www.techtalkthai.com/researcher-found-smart-contact-vulnerabilities-over-34000/

IBM ร่วมกับ NUS เปิดสอน Blockchain ให้นักศึกษาสิงคโปร์

IBM ร่วมกับมหาวิทยาลัย National University of Singapore (NUS) สร้างคอร์สเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain และเทคโนโลยี Distributed Ledger อื่นๆให้กับนักศึกษาใน School of Computing โดยจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเรียนกันได้ในเดือนมกราคม 2018 นี้

credit: NUS

ตามรายงานที่ออกมา หลักสูตรของวิชา Blockchain ดังกล่าวจะถูกพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ในภาควิชาและนักวิจัยของ IBM Center for Blockchain Innovation (ICBI) โดยเนื้อหาจะเน้นไปที่ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยี blockchain และการนำไปประยุกต์ใช้ในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่การสร้างสกุลเงินดิจิทัล, การจัดการ supply chain, ไปจนถึงการนำไปใช้ในธนาคาร

เช่นเดียวกับการพัฒนาหลักสูตร นักวิจัยจาก ICBI จะเข้ามามีส่วนร่วมในการสอนวิชานี้ด้วย ผู้เรียนวิชานี้จะได้เรียนรู้การทำงานของซอฟต์แวร์ distributed ledger เช่น Hyperledger Fabric ที่ IBM จะเปิดให้ใช้ผ่านแพลตฟอร์ม cloud รวมไปถึงการเปิดให้นักวิจัยในมหาวิทยาลัยได้ใช้ในการศึกษาค้นกว้าด้วย

ICBI ก่อตั้งขึ้นในสิงคโปร์กลางปี 2016 ที่ผ่านมาโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานผู้กำกับดูแลด้านการเงิน, ธนาคารกลาง, และคณะกรรมการพัฒนาเศรฐษกิจแห่งชาติของสิงคโปร์ นอกจากการร่วมมือกับ NUS ในครั้งนี้แล้ว ICBI ยังมีโครงการร่วมกับ Port Authority of Singapore ซึ่งเป็นท่าเรือถ่ายลำคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในการทดลองใช้โซลูชั่น blockchain ในการดำเนินการ

 

ที่มา: https://www.cryptocoinsnews.com/ibm-nus-blockchain-training-singapore/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-nus-collaborate-on-blockchain-class/

Huawei เปิดแล็บทางด้าน Internet of Things ในสิงคโปร์ บ่มเพาะ Startup ด้าน IoT โดยเฉพาะ

Huawei ประกาศแผนการสร้างศูนย์พัฒนาเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ในประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ

huawei_logo_01

ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยี IoT ของ Huawei นี้จะมีชื่อว่า I5Lab โดยมีวัตถุประสงค์คือมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี IoT สำหรับโซลูชัน Smart Living, Smart Transportation และ Smart Logistics เป็นหลัก และจะมีการช่วยเหลือให้คำแนะนำเหล่าธุรกิจ Startup อย่างครบวงจร ทั้งการให้คำแนะนำช่วยเหลือทางธุรกิจและเทคโนโลยี, การแนะนำเหล่านักลงทุน, การช่วยเหลือทางด้านการทดสอบในการใช้งานระดับอุตสาหหกรรม, การทำการตลาดระดับโลก และโอกาสในการร่วมธุรกิจกับ Huawei ในอนาคต

นอกจากนี้ Huawei เองก็ยังได้ร่วมมือกับ NUS Enterprise ซึ่งเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการของ National University of Singapore ในการผลักดันให้สิงคโปร์นั้นมุ่งไปสู่การเป็น Smart Nation ได้ในที่สุด

นอกจากนี้ I5Lab ยังเปิดให้เหลห่าธุรกิจ Startup ทางด้าน IoT เข้ามาทำการทดสอบโซลูชันร่วมกับอุปกรณ์เครือข่ายของ Huawei เพื่อสร้าง Verified Solution ร่วมกัน และขยายตลาดไปยังอีก 170 ประเทศทั่วโลกและผู้ให้บริการโทรคมนาคม 45 รายจาก 50 อันดับแรก ที่ร่วมงานกับ Huawei และเชื่อมโยงถึงประชากรทั่วโลกกว่า 2 ใน 3 ได้ทันที โดย Huawei จะเริ่มเปิดรับใบสมัครจากเหล่า Startup จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2017 ก่อนจะเปิดเผยรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ Incubation ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 และเข้าร่วมโครงการไปจนถึงตุลาคม 2017

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.i5lab.sg/ ทันที

ที่มา: https://www.techinasia.com/huawei-internet-of-things-accelerator-singapore

from:https://www.techtalkthai.com/huawei-launches-internet-things-lab-in-singapore-to-incubate-iot-startups/