คลังเก็บป้ายกำกับ: MICROSOFT_AZURE

NVIDIA จับมือไมโครซอฟท์สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI ตัวใหม่ ใช้จีพียู H100

NVIDIA ประกาศความร่วมมือกับ Microsoft Azure สร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผล AI ที่คุยว่าจะเป็นหนึ่งในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่แรงที่สุดในโลก

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ใช้ชื่อว่าอะไร และจะเสร็จเมื่อไร แต่ระบุว่าใช้จีพียู H100 สถาปัตยกรรม Hopper รุ่นใหม่ล่าสุด และจีพียู A100 รุ่นก่อนหน้า รวมกันเป็นจำนวนหลายหมื่นตัว (tens of thousands) ส่วนเครือข่ายใช้ Quantum-2 InfiniBand รุ่นใหม่ อัตราส่งข้อมูล 400Gb/s เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากรุ่นที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์เคยมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Voyager-EUS2 ติดอันดับ Top 10 ของโลก ในลักษณะเดียวกันคือเป็นเครื่องที่ให้บริการงาน AI สำหรับลูกค้า Azure แต่ใช้จีพียู A100 ที่เก่ากว่า

ที่มา – NVIDIA

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131540

NVIDIA จับมือ Microsoft สร้าง AI Supercomputer เปิดให้บริการบน Cloud

NVIDIA และ Microsoft ได้ออกมาเผยถึงความร่วมมือในการนำเทคโนโลยี AI Supercomputer ขึ้นไปเปิดให้บริการบน Cloud โดย Microsoft Azure จะได้กลายเป็นบริการ Public Cloud รายแรกที่ได้นำเทคโนโลยี AI Stack ทั้งหมดจาก NVIDIA ซึ่งครอบคลุมทั้งส่วนของ GPU, Networking และ AI Software ไปเปิดให้บริการ Cloud

ในความร่วมมือครั้งนี้ ธุรกิจองค์กรจะสามารถพัฒนาและใช้งาน AI Model ได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลายจาก Nvidia และ Microsoft ผสานรวมกัน เช่น

  • NVIDIA GPU รุ่น A100 และ H100 จำนวนหลายหมื่นชุด ที่จะนำไปเปิดให้บริการบน Microsoft Azure
  • NVIDIA Quantum-2 InfiniBand ความเร็ว 400Gbps สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายภายในระบบ
  • NVIDIA AI Enterprise Software Suite สำหรับรองรับการพัฒนา การเทรน และการใช้งาน AI Model ได้แบบครบวงจร

นอกจากนี้ ทาง NVIDIA จะก็ร่วมมือกับ Microsoft ในการนำ VM บน Azure มาใช้ในงานวิจัยด้าน Generative AI อย่างเช่น Megatron Turing NLG 530B รวมถึงจะมีการร่วมพัฒนาเพื่อปรับปรุงความสามารถของ Microsoft DeepSpeed ที่เป็นระบบ Deep Learning Optimization Software ด้วยเช่นกัน

ความร่วมมือดังกล่าวนี้จะมีระยะเวลายาวนานต่อเนื่องหลายปี และคาดว่า AI Supercomputer ภายใต้ Microsoft Azure ที่เกิดจากความร่วมมือในครั้งนี้น่าจะกลายเป็นหนึ่งใน Supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลกระบบหนึ่ง

จุดสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจก็คือในข่าว Press Release จากทาง NVIDIA ระบุว่า Microsoft Azure จะเป็นบริการ Public Cloud “รายแรก” ที่มีความร่วมมือนี้ ซึ่งก็อาจเป็นการเผยกลายๆ ได้ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็น AI Supercomputer จาก NVIDIA ไปเปิดให้บริการร่วมกับผู้ให้บริการ Cloud รายอื่นๆ ในอนาคตอีกก็เป็นได้

ที่มา: https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-microsoft-accelerate-cloud-enterprise-ai

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-and-microsoft-will-build-ai-supercomputer-on-the-cloud/

Microsoft เปิดตัว Microsoft Supply Chain Platform เพื่อความคล่องตัวสู่ความยั่งยืน

14 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา Microsoft ได้เปิดตัว Microsoft Supply Chain Platform ซึ่งรวบรวมบริการต่างๆ ของ Microsoft และโซลูชันคู่ค้าเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการจัดการซัพพลายเชน

Microsoft Supply Chain Platform ช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ ของ Microsoft ได้แก่ Microsoft Dynamics 365, Microsoft Azure, Microsoft Teams และ Power Platform นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับบริการการทำงานร่วมกันของ Microsoft Teams
 

Supply Chain Center Console

องค์ประกอบหลักที่โดดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คือ Microsoft Supply Chain Center ซึ่งเป็นคอนโซลการจัดการที่ขณะนี้อยู่ในขั้นแสดงตัวอย่าง ซึ่งสามารถใช้งานได้จริงกับข้อมูลซัพพลายเชนและแอปพลิเคชันที่มีอยู่ได้
 
ตามที่ Microsoft ได้กล่าวไว้ Supply Chain Center จะทำงานร่วมกับบริการการวางแผนทรัพยากรระดับองค์กร (ERP) ของ Microsoft Dynamics 365 แต่จะทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ ERP อื่นๆ ทั้ง SAP และ Oracle พร้อมด้วยระบบซัพพลายเชนแบบสแตนด์อโลน
 
Supply Chain Center มีคุณสมบัติ Data Manager ซึ่งกล่าวกันว่าเปิดใช้งาน “data ingestion และ orchestration” ปัจจุบันสนับสนุน “native experiences” จากการเปิดตัวพันธมิตร “C.H. Robinson, FedEx, FourKites และ Overhaul”
 
Module Support
 
Supply Chain Center มาพร้อมกับโมดูลที่สร้างโดย Microsoft สองโมดูล แต่ยังสามารถใช้โมดูลที่สร้างโดยพันธมิตรได้อีกด้วย โดยโมดูลของ Microsoft ใน Supply Chain Center ประกอบด้วย:
  • โมดูล Supply and Demand Insights – ซึ่งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อคาดการณ์ข้อจำกัดด้านอุปทาน สต็อกเกิน หรือคำสั่งซื้อที่ไม่ได้รับ โมดูลนี้มีคุณลักษณะ “Smart News Insights” ที่แสดงข้อมูลเหตุการณ์ภายนอกที่เกี่ยวข้องภายในพอร์ทัล Supply Chain Center
  • โมดูล Order Management Module – ซึ่งใช้ข้อมูลสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์และ AI เพื่อ “ตอบสนองปริมาณการสั่งซื้อในอนาคตอย่างรวดเร็ว” มีตัวเชื่อมต่อที่สร้างไว้ล่วงหน้าเพื่อทำงานกับ “การรับคำสั่งซื้อ การจัดส่ง และบริการโลจิสติกส์ของบุคคลที่สาม” ของพันธมิตร
Partner Integration Efforts
 
Microsoft Supply Chain Platform สามารถผสานรวมเข้ากับโซลูชันซัพพลายเชนอื่นๆ ได้ ซึ่ง Microsoft ได้มีความร่วมมือกับ “Accenture, Avanade, EY, KPMG, PwC และ TCS” ซึ่งเป็นผู้รวมระบบและพันธมิตรที่ปรึกษาในครั้งนี้ด้วย
 
นอกจากนี้ Microsoft Supply Chain Platform ยังทำงานร่วมกับโซลูชันซอฟต์แวร์ซัพพลายเชนต่างๆ ที่มีอยู่ อาทิเช่น Blue Yonder, Cosmo Tech, Experlogix, Flintfox, inVia Robotics, K3, O9 Solutions, SAS, Sonata, To-Increase Software” และอื่นๆ อีกมากมาย
 
Microsoft Supply Chain Platform Capabilities Coming to Dynamics 365
 
บริการ Microsoft Dynamics 365 ERP ได้เพิ่มฟังก์ชันการทำงานที่เปิดใช้งานผ่านโมดูล โมดูลเหล่านี้บางส่วนมีฟังก์ชันที่คล้ายกับความสามารถบางอย่างของ Microsoft Supply Chain Platform ทำให้ผู้ใช้ Dynamics 365 บางรายจะสามารถเข้าถึงเครื่องมือ Supply Chain Platform ได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้โมดูล Dynamics 365 Supply Chain Management เข้าถึง Supply Chain Center ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ผู้ใช้โมดูล Dynamics 365 Intelligent Order Management จะได้รับการเข้าถึง Supply Chain Center และโมดูลการจัดการคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดตัว
 

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-launches-microsoft-supply-chain-platform-for-sustainability-mobility/

ฟีเจอร์ SFTP บน Azure Blob Storage เข้าสู่สถานะ Generally Available แล้ว

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 Microsoft ได้ประกาศเพิ่มฟีเจอร์ SFTP ให้ Azure Blob Storage โดยที่ผ่านมาให้ใช้งานฟรีระหว่างที่ยังอยู่ในสถานะ public preview (คิดค่าบริการเฉพาะการเก็บข้อมูล, ค่าเขียนอ่าน, ค่าแบนด์วิดท์ ตามปกติ)

ขณะนี้ผ่านมา 1 ปี Microsoft ได้ประกาศให้ฟีเจอร์ SFTP บน Azure Blob Storage เข้าสู่สถานะ Generally Available (GA) แล้ว และจะเริ่มคิดค่าบริการการเปิดใช้งาน SFTP endpoint ที่ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง หรือตกเดือนละราว 219 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,300 บาท) เท่ากันทุก region

ทั้งนี้ Microsoft เคยบอกไว้แต่แรกว่าฟีเจอร์ SFTP ของ Azure จะมีราคาถูกกว่า AWS Transfer Family ที่เป็นบริการคล้ายกัน โดยฝั่ง AWS คิดค่าบริการ SFTP endpoint ที่ 0.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงเช่นกัน แต่คิดค่าอัพโหลด/ดาวน์โหลดข้อมูลผ่าน SFTP ที่ 0.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อ GB ด้วย

เห็นราคาแบบนี้แล้วหากไม่ได้ใช้งาน SFTP เยอะจริงๆ การตั้ง VM เพื่อเป็น SFTP server เองอาจยังคุ้มกว่า

ที่มา – Microsoft Blog, Microsoft Learn

from:https://www.blognone.com/node/131151

Microsoft ทำข้อมูลภายในและข้อมูลสำคัญของลูกค้าหลุดออกไป 2.4 TB

SOCRadar บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้เปิดเผยรายงานระบุว่า Microsoft ทำข้อมูลภายในรั่วไหล ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก็บตั้งแต่ปี 2017 มาจนถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ รวมปริมาณ 2.4 TB

ข้อมูลที่หลุดออกมามีทั้งเอกสารภายในเกี่ยวกับการดำเนินของบริษัท, ข้อมูลผู้ใช้, รายละเอียดการสั่งซื้อและการเสนอขายผลิตภัณฑ์, รายละเอียดโครงการต่างๆ, ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ระบุตัวตนได้ รวมทั้งเอกสารอื่นที่อาจนำไปสู่การเปิดเผยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท ทั้งนี้ SOCRadar ระบุว่าข้อมูลชุดนี้มาจากการปรับแต่งที่ผิดพลาดของ Azure Blob Storage

Microsoft เองก็โพสต์บล็อกอธิบายเรื่องการสืบสวนเกี่ยวกับปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลในครั้งนี้ โดยกล่าวว่า SOCRadar ระบุเรื่องขอบข่ายความเสียหายเกินจริงไปมาก เพราะข้อมูลหลายส่วนนั้นแท้จริงแล้วเป็นข้อมูลสำเนาที่อ้างอิงมาจากอีเมลชุดเดียวกัน, โครงการเดียวกัน, ผู้ใช้กลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ Microsoft ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของ Microsoft แต่มาจากการปรับแต่งค่าที่ผิดพลาดโดยไม่ได้เจตนาเท่านั้น

ทั้งนี้เมื่อมีลูกค้ารายหนึ่งได้ติดต่อสอบถาม Microsoft ว่ามีข้อมูลของพวกเขาหลุดออกไปด้วยหรือไม่ Microsoft ตอบแต่เพียงว่าไม่สามารถระบุข้อมูลที่ได้รับผลกระทบได้ แม้ลูกค้ารายดังกล่าวจะทักท้วงแต่ก็ได้รับการปฏิเสธจาก Microsoft อีกครั้งในภายหลัง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและท่าทีของ Microsoft ต่อเรื่องนี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ Microsoft และการตั้งคำถามถึงวิธีจัดการปัญหา รวมทั้งนโยบายการสำรองข้อมูลและการทำลายข้อมูลเก่า ตลอดจนแนวปฏิบัติในการแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลว่าขาดประสิทธิภาพในการสื่อสาร ไปจนถึงการรายงานเหตุการณ์ต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

No Description

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/131060

Azure เพิ่มบริการช่วยย้ายฐานข้อมูลจาก Oracle ไปยัง PostgreSQL

ไมโครซอฟท์เปิดบริการ Database Migration Assessment for Oracle เครื่องมีเสริมในบริการ Azure Data Studio ที่ช่วยประเมินว่าฐานข้อมูลในองค์กรสามารถย้ายมาใช้งานบน PostgreSQL ได้ยากง่ายเพียงใด

PostgreSQL พัฒนาโดยมีแนวทางพยายามทำให้รัน SQL จากฐานข้อมูล Oracle ได้ตั้งแต่แรก ทำให้การรองรับโค้ด SQL ข้ามกันได้ค่อนข้างมาก

เครื่องมือนี้ไม่ได้ช่วยแปลงฐานข้อมูลให้ แต่จะเข้าไปวิเคราะห์ว่ามีส่วนที่ย้ายได้ง่ายจุดใดบ้าง และมีจุดที่ย้ายได้ยาก หรือต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ไปเลยตรงไหนบ้าง ไมโครซอฟท์ใช้โครงการโอเพนซอร์ส ora2pg มาสร้างบริการนี้

แนวทางการแย่งชิงลูกค้าที่ใช้ระบบฐานข้อมูลระดับองค์กรราคาแพงให้มาใช้บริการคลาวด์เป็นกระแสที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง ขณะที่ไมโครซอฟท์พยายามดึงลูกค้าจาก Oracle มาใช้ PostgreSQL ก่อนหน้านี้ AWS ก็พยายามดึง[ลูกค้าที่ใช้ SQL Server ของไมโครซอฟท์ให้ไปใช้งาน PostgreSQL เหมือนกัน]https://www.blognone.com/node/125561) หรือ Alibaba Cloud ก็มีบริการ PolarDB เวอร์ชั่นเข้ากันได้กับฐานข้อมูล Oracle เหมือนกัน

ที่มา – Microsoft

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130915

ไมโครซอฟท์เริ่มให้บริการระบบจัดการไฮบริดคลาวด์ Azure Arc ในไทย ผ่าน AIS Cloud X

ไมโครซอฟท์เริ่มให้บริการ Azure Arc บริการจัดการคลาวด์แบบไฮบริด ให้กับลูกค้าในประเทศไทย ผ่านพาร์ทเนอร์ในไทยคือ AIS Cloud X

Azure Arc เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 นิยามตัวเองว่าเป็นระบบจัดการ Azure ที่อยู่ในเครื่องต่างถิ่นฐานกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบนคลาวด์ไมโครซอฟท์ หรือเครื่อง on-premise ในองค์กร (ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ของ Azure เช่น Azure Stack) โดยบริหารงานจากที่เดียว ข้อดีจากการมีระบบจัดการกลางคือเรื่องความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ และการจัดการทั้งเซิร์ฟเวอร์-คอนเทนเนอร์ไปพร้อมๆ กัน

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์ Microsoft Thailand

from:https://www.blognone.com/node/130691

ไมโครซอฟท์เปิดทางให้องค์กรไทยใช้บริการ Database as a Service บนคลาวด์ในประเทศด้วย Azure Arc

บริการคลาวด์กลายเป็นส่วนประกอบมาตรฐานของโครงสร้างระบบไอทีระดับองคค์กรในปัจจุบัน จากความสะดวกในการเพิ่มหรือลดขนาดโครงสร้างตามการใช้งานจริง หรือการปลดภาระการดูแลโครงสร้างให้ปลอดภัยทำให้องค์กรสามารถทุ่มเทไปกับการปรับปรุงธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ แต่องค์กรจำนวนมากอาจจะมีเงื่อนไขที่ไม่ต้องการนำระบบสำคัญๆ ไปวางนอกองค์กรตัวเอง โดยอาจจะมีเงื่อนไขทางเทคนิค เช่นข้อจำกัดเรื่อง latency ที่บางแอปพลิเคชั่นต้องการ latency ที่ต่ำมากๆ จึงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ หรือมีเงื่อนไขต้องการเก็บข้อมูลไว้ในประเทศเท่านั้น

No Description

ไมโครซอฟท์ที่ทำงานกับองค์กรทั่วโลกมาเป็นเวลานานเข้าใจถึงความจำเป็นเหล่านี้เป็นอย่างดี จึงได้ออกบริการ Azure Arc มาตั้งแต่ปี 2019 เปิดทางให้องค์กรสามารถนำบริการของ Azure ใช้งานในที่ต่างๆ ตามที่องค์กรต้องการ เช่น การติดตั้งภายในองค์กรในกรณีที่ต้องการดูแลโครงสร้างด้วยตัวเองทั้งหมดแต่ต้องการบริการระดับแพลตฟอร์มจากไมโครซอฟท์ แต่ในความเป็นจริงองค์กรส่วนใหญ่ยังคงต้องการปลดภาระการดูแลระบบไปทั้งหมด เช่นเดียวกับการใช้งานบริการ Azure ไมโครซอฟท์จึงร่วมกับผู้ให้บริการชั้นนำในประเทศไทย เช่น AIS พัฒนาบริการ Azure Arc ในประเทศ ทำให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้งานได้โดยไม่มีภาระการดูแล Infrastructure แต่ยังระบบต่างๆ อยู่ในประเทศเพื่อตอบโจทย์เรื่องของ latency

No Description

บริการสำคัญที่องค์กรจะใช้งานบน Azure Arc ได้แก่
– Database-as-a-Service (DBaaS) ฐานข้อมูลเป็นหัวใจหลักขององค์กรจำนวนมาก การใช้งานผ่านคลาวด์ทำให้ฐานข้อมูลได้รับการอัพเกรดทั้งฟีเจอร์และความปลอดภัยในเวลาอันเหมาะสม ไม่ต้องกังวลว่าระบบฐานข้อมูลที่ใช้งานอยู่จะหมดอายุซัพพอร์ต รวมถึงการปรับทรัพยากรที่ฐานข้อมูลใช้ตามกรใช้งานจริง
– Application as a Service และ Serverless บริการจัดการคอนเทนเนอร์ ที่เปิดทางให้นักพัฒนาสามารถใช้เวลากับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นได้เต็มที่
– Virtual Macine เปิดเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมๆ โดยสามารถยกแอปพลิเคชั่นออกจากองค์กรได้ทันที (lift and shift) โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชั่นให้เสียเวลานาน แต่สามารถใช้ประโยชน์จากคลาวด์ได้ทันที

การใช้งานคลาวด์ผ่าน Azure Arc ทำให้องค์กรสามารถจัดการแอปพลิเคชั่นต่างๆ ที่อยู่ในประเทศได้ด้วยเครื่องมือชุดเดียวกับที่ใช้งานบน Azure ทั้หน้าจอพอร์ทัลของ Azure เองโดยตรง, Azure Data Studio, และคำสั่ง Azure CLI ทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบการทำงานของระบบผ่านหน้าจอเดียวทั้งระบบที่อยู่บนคลาวด์ Azure และคลาวด์ในประเทศ ตลอดจนสามารถควบคุมนโยบายความปลอดภัยและนโยบายการสำรองข้อมูลได้อย่างครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลขององค์กรจะปลอดภัยเท่าๆ กันไม่ว่าฐานข้อมูลจะอยู่ที่ใดก็ตาม

เตรียมพร้อมองค์กรสำหรับการย้ายโครงสร้างองค์กรไปยังคลาวด์เต็มรูปแบบแม้จะเป็นแอปพลิเคชั่นที่ต้องการให้อยู่ในประเทศได้แล้ววันนี้ด้วย Azure Arc สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเตรียมพร้อมเพื่อการใช้งาน ติดต่อ https://aka.ms/AZTHContact

from:https://www.blognone.com/node/130657

AIS Business เปิดตัว AIS Cloud X ชุดแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์คลาวด์ ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในที่เดียว

ปัจจุบันแม้การทรานสฟอร์มองค์กรไปสู่ความเป็นดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจอาจจะเป็นแนวทางที่ทุกองค์กรนำมาปรับใช้ แต่ในความเป็นจริง ทั้งในเชิงธุรกิจและเทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและคาดเดาไม่ได้ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำครั้งเดียวจบ แต่ควรที่จะต้องยืดหยุ่น เพื่อรับการเปลี่ยนแปลง คล่องตัว และเกิดประโยชน์กับองค์กรสูงที่สุด

AIS Business เปิดตัว AIS Cloud X ที่เป็น Intelligent Cloud Ecosystem ในรูปแบบของชุดแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ (platform/software suite) สำหรับองค์กรในการใช้งานคลาวด์ได้หลากหลายรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ (flexible cloud deployment) ภายในงานสัมมนา AIS Business Cloud 2022 ภายใต้แนวคิด Compute | Connect | Complete เพื่อผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและเทรนด์เทคโนโลยีอนาคตที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขัน เพราะคลาวด์ เป็นเสาหลักสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

No Description

บริการ AIS Cloud X เป็นบริการในกลุ่ม PaaS และ IaaS ของ AIS Business เสริมทัพไปกับบริการเดิมๆ อย่าง SaaS, Cloud Managed Service, Data Center หรือ Security โดยมีจุดเด่นคือผสานการทำงานกับเครือข่าย 5G และ Edge ร่วมกับ Multi-Cloud รวมถึงรองรับการการทำ DevSecOps แบบคลาวด์เนทีฟ, Container, บริการจัดการข้อมูล ทั้งจัดเก็บ ประมวลผล และวิเคราะห์ เพื่อการใช้งานด้านธุรกิจ และการเป็นพาร์ทเนอร์กับ VMWare ในการเป็นผู้ให้บริการ Sovereign Cloud รายแรกในประเทศไทย

No Description

ตัวอย่างโซลูชันใหม่ที่ให้บริการบน AIS Cloud X จากพาร์ทเนอร์ต่างๆ

  • Azure Arc ชุดซอฟต์แวร์สำหรับให้บริการคลาวด์แบบ on-premise ให้องค์กรสามารถนำบริการของ Azure มารันบนเซิร์ฟเวอร์องค์กรหรือบน AIS Cloud X ที่ตั้งอยู่ในไทยได้ ซึ่ง AIS เป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวในไทย
  • VMWare Secure Multi-Cloud Managed Service โซลูชันที่ผสานระบบการจัดการ (managed service) และระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย VMWare SD-Wan, VM Ware Carbon Black และ VMware Cloud Health
  • Veeam โซลูชัน backup, recovery และ migrate ข้อมูลบนคลาวด์ ซึ่ง AIS ก็มีให้บริการที่หลายอย่างในรูปแบบ as a Service เช่น Backup as a Service, Backup for Microsoft 365, Backup for Azure หรือ Backup for VMWare Tanzu
  • AIS 5G NEXTGen Platform คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมศูนย์การบริหารจัดการ 5G, Edge Computing ,Clouds และ Applications มาไว้ที่จุดเดียวแบบ One Stop ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้าง 5G โซลูชันตอบโจทย์ที่เหมาะกับความต้องการได้ง่าย และยืดหยุ่น เห็นภาพรวมของการใช้งาน และสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเองผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อให้เหมาะกับงบประมาณ และความต้องการในแต่ละช่วงเวลา
  • Business Log Management (B-Log) เป็นโซลูชันที่ AIS ร่วมกับ Blendata พัฒนาบริการสำหรับการบริหารจัดการ log และสามารถประมวลผลในรูปแบบ big data มีระบบช่วยในการค้นหาข้อมูลและการเก็บข้อมูลให้เป็นไปตามพรบ.คอมพิวเตอร์และพรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล, รายงานสรุปผลในรูปแบบของกราฟ และขยายระบบบนคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว
  • Opstella เป็นบริการแพลตฟอร์ม DevSecOps ที่ AIS ร่วมกับ Opsta พัฒนาบน VMware Tanzu สำหรับการทำแอปคลาวด์เนทีฟ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาแอปได้ง่ายขึ้น ส่งมอบแอปได้รวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และยังลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการ
  • Intelligent Box เป็นโซลูชัน eDocument ที่ถูกพัฒนาโดย NETBay รองรับทั้งการสร้างเอกสารแบบอัตโนมัติ การแชร์เอกสาร หรือการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนกันระหว่างแต่ละหน่วยงาน สามารถใช้งานระบบได้บนทุกอุปกรณ์ ทุกทีทุกเวลาด้วยความปลอดภัย
  • Frontline Worker โซลูชันที่พัฒนาบน Microsoft 365 สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานหน้าร้านอยู่ตามสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ ระบบรองรับการใช้งานบนมือถือและแท็บเล็ต สามารถสื่อสารในรูปแบบ Push-to-Talk ได้

No Description

คุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS ระบุว่า การที่องค์กรและภาคธุรกิจจะทำดิจิทัลทรานสฟอร์เมชัน เพื่อเปลี่ยนกระบวนการทำงานและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะคลาวด์, ความปลอดภัยไซเบอร์หรือ IoT

ด้าน AIS ก็มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกันที่ประกาศไปเมื่อต้นปี ที่จะนำศักยภาพของ 5G มาเสริมความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐาน AIS Business เลยคิดค้นพัฒนาร่วมกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มให้สอดคล้องกับทิศทางและตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

No Descriptionคุณธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS

ปัจจุบัน AIS Business มีโซลูชันคลาวด์แบบ total solution ที่มีความหลากหลาย ในระบบประมวลผล หรือ Compute ที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้ได้ตามโจทย์ที่แตกต่างกัน รวมถึงยังสามารถ Connect เชื่อมต่อการประมวลผลกับโครงข่าย 5G และ MEC และสุดท้าย องค์กรหรือภาคธุรกิจ จะสามารถใช้งานคลาวด์ได้อย่าง Complete ยกระดับความสามารถขององค์กรให้พร้อมต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

หากสนใจเทคโนโลยี “AIS Cloud X” Intelligent Cloud Ecosystem วันนี้ AIS Business พร้อมให้บริการแล้ว และยินดีให้คำปรึกษา พร้อมเป็นผู้ช่วยในการทรานส์ฟอร์มภาคธุรกิจไปสู่องค์กรดิจิทัล ด้วยศักยภาพของ “AIS Cloud X” Intelligent Cloud Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์มอย่างครบวงจร เพื่อร่วมสร้างเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลไทย เร่งขับเคลื่อนดิจัทัลทรานส์ฟอร์เมชันในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม ด้วยทีมงานที่ไว้ใจได้ในความสามารถอย่างมืออาชีพ

  • สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cloud ได้ที่ https://business.ais.co.th/
  • สนใจปรึกษาและวางแผนพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรองรับการทำงานและต่อยอดธุรกิจได้ที่ E-mail : business@ais.co.th

No Description

#AISBusiness #AIS5G #AIS #5G #5GEcosystem #Edge #Cloud #Compute #Connect #Complete #AISCloudX #IntelligentCloudEcosystem #OnPremise #MultiCloud #Microsoft #VMware #Veeam #Opsta #Blendata #Frontis #Buzzebees #NETbay #Appman #Blockfint #Keyceive #AIS5GNEXTGenPlatform #DigitalTransformation #DigitalBusinessEcosystem #YourTrustedSmartDigitalPartner

from:https://www.blognone.com/node/130509

Cloud HM Webinar : เริ่มต้นการใช้งาน Cloud สำหรับองค์กรด้วย Microsoft Cloud Adoption Framework for Azure

CloudHM ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “เริ่มต้นการใช้งาน Cloud สำหรับองค์กรด้วย Microsoft Cloud Adoption Framework for Azure” โดยในงานจะพูดถึง Concept และการทำงานของ Microsoft Cloud Adoption Framework แบบเจาะลึก รวมถึงแนะนำ Service ต่าง ๆ ของ Azure ให้ทุกท่านได้รู้จัก งานสัมมนาจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2565 เวลา 14.00-15.30 น. ลงทะเบียนได้ดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : Get Started! Use Cloud for Enterprise with Microsoft Cloud Adoption Framework for Azure. (เริ่มต้นการใช้งาน Cloud สำหรับองค์กรด้วย Microsoft Cloud Adoption Framework for Azure)

วิทยากร :

  • K. Rittiporn Choowichien  ตำแหน่ง Senior Cloud Engineer, Cloud HM
  • K. Jiratouch Mahapol ตำแหน่ง Partner Technology Strategist, Microsoft Azure

วันเวลา : วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30น.

ช่องทางการเข้าร่วม : Zoom Webinar

ลิงก์ลงทะเบียน : https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_Hg-h6E0VRE2nQbo7pCsXDw

Webinar สำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มต้นใช้ Cloud บน Azure ด้วย Microsoft Cloud Adoption Framework for Azure โดยในงานจะพูดถึง Concept และการทำงานของ Microsoft Cloud Adoption Framework แบบเจาะลึก รวมถึงแนะนำ Service ต่าง ๆ ของ Azure ให้ทุกท่านได้รู้จัก

Agenda

  • Microsoft Azure Cloud Concept 
    • IaaS/PaaS/SaaS
    • Azure Compute: App Service
  • ทำไมถึงต้องเข้าใจ Cloud Adoption Framework 
    • Understand CAF
    • CAF Journey
    • Services บน Azure ที่เกี่ยวข้องกับ CAF
  • ทำไมถึงต้องใช้ Azure กับ Cloud HM
  • Q&A

from:https://www.techtalkthai.com/cloudhm-webinar-microsoft-cloud-adoption-framework-for-azure/