คลังเก็บป้ายกำกับ: META

กว่า 46 รัฐทั่วสหรัฐฯ เรียกร้องให้ตรวจสอบ Meta ฐานผูกขาดสามแพลตฟอร์มอีกรอบ

ตอนนี้มีรัฐในสหรัฐฯ ถึง 46 รัฐแล้วที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์ให้กลับมาพิจารณาคดีผูกขาดของเฟสบุ๊ก (ที่ตอนนี้เป็นบริษัทแม่อย่างเมตา) จากกรณีที่ซื้อกิจการ Instagram และ WhatsApp จากคดีเมื่อปี 2020 ที่ล้มไปเนื่องจากปัญหากำหนดเวลายื่นฟ้อง

รองอธิบดีอัยการของนิวยอร์ก Barbara Underwood ที่เป็นคนนำทีมจากสี่สิบกว่ารัฐครั้งนี้กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่พิจารณาคดีประจำแต่ละรัฐด้วยการวางข้อจำกัดเวลาในการยื่นฟ้องแบบที่ผ่านมา โดย 46 รัฐนี้รวมถึงเกาะกวมและดีซีด้วย

แต่ไม่รวมรัฐอลาบาม่า จอร์เจีย เซาท์แคโรไลน่า และเซาท์ดาโกต้า ทั้งนี้ การยื่นฟ้องล่าช้าในสหรัฐฯ นั้นจะเข้าข่ายกฎหมายปกป้องจำเลยที่เรียกว่า “Laches” หรือภาษาไทยบ้านๆ น่าจะเข้าข่ายการหมดอายุความนั่นเอง โดยถือว่าผู้จะฟ้องได้ “เพิกเฉยต่อการปกป้องสิทธิ์ตัวเอง”

คดีฟ้องเฟสบุ๊กที่ผ่านมาเป็นการกล่าวหาว่า การซื้อ Instagram เมื่อปี 2012 และ WhatsApp เมื่อปี 2014 (ผ่านมาหลายปีเลยนำก่อนยื่นฟ้องกับ USFTC ครั้งแรกตอน 2020) เกิดผลเสียกับทั้งเศรษฐกิจและตลาดด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และครั้งนี้ทั้ง 46 รัฐเตรียมขอให้ศาลอุทธรณ์แห่งกรุงดีซีพิจารณาคดีนี้ใหม่

from:https://www.enterpriseitpro.net/46-us-states-call-for-meta-monopoly-lawsuit/

Instagram กำลังพัฒนาฟีเจอร์กรองภาพเปลือย หวังแก้ปัญหาคุกคามทางเพศ

Meta ยืนยันว่า Instagram กำลังพัฒนาฟีเจอร์กรองภาพเปลือยออกจากข้อความส่วนตัวของผู้ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เห็นภาพที่ไม่พึงประสงค์

การพัฒนาฟีเจอร์ Nudity protection เพิ่งจะอยู่ในขั้นเริ่มต้น โดยจะมีลักษณะคล้ายกับฟีเจอร์ Hidden Words ที่ผู้ใช้สามารถกรองคำที่ไม่ต้องการเห็นในช่องข้อความส่วนตัวออก Meta เผยว่าทางบริษัทจะไม่สามารถดูรูปที่ถูกส่งมาและไม่สามารถส่งต่อได้เช่นกันเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ฟีเจอร์นี้ถูกคิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศทางอินเทอร์เน็ต หลังจากรายงานผลสำรวจจาก Pew Research Center เมื่อปีที่แล้วเผยว่าผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปีถึง 33% เคยถูกคุกคามทางเพศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และชาวอเมริกัน 41% เคยถูกคุกคามทางเพศทางออนไลน์

ที่มา: Bloomberg และ The Verge

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130583

Meta ถูกพนักงานตรวจสอบเนื้อหาในเคนย่ายื่นฟ้อง เหตุกดค่าแรง ละเมิดเสรีภาพ และไม่ดูแลสภาพจิตใจ

ศาลประเทศเคนย่านัดวันไต่สวนคดีระหว่าง Meta และบริษัท Sama ซึ่งเป็นบริษัท outsource ผู้ดูแลและคัดกรองเนื้อหาบน Facebook หลังถูกอดีตพนักงานยื่นฟ้องเรื่องการเอารัดเอาเปรียบและละเมิดสิทธิแรงงาน โดยจะไต่สวนในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

Daniel Motaung ชาวเคนย่าที่เป็นอดีตพนักงานของบริษัท Sama ได้ยื่นฟ้องทั้งบริษัทและบริษัท Meta ภายหลังจากที่ออกจากบริษัท

มีรายงานว่า Motaung เป็นผู้นำพนักงานราว 100 คนในการยื่นคำร้องต่อบริษัทเพื่อเรียกร้องให้พนักงานมีสภาพการทำงานที่ดีขึ้น Motaung อ้างว่าเขาและพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทต้องทำงานภายใต้สิ่งแวดล้อมที่กดดันทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ต้องคัดกรองเนื้อหาที่มีความรุนแรง เนื้อหาทางเพศ และเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย รวมถึงต้องทำงานมากสุดถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ พนักงานยังมีปัญหาเรื่องการขาดประกันสุขภาพตามสัญญาจ้างและไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีได้ บริษัทยังละเมิดสิทธิในการรวมตัวกันของพนักงานเพื่อเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้ด้วย ทนายความของ Motaung ยังกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการค้ามนุษย์

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ในคำฟ้องระบุว่า Sama และ Meta ได้ละเมิดกฎหมายเคนย่าเรื่องการจ่ายค่าแรงที่ไม่ยุติธรรม อคติต่อเชื้อชาติ การทรมานด้านร่างกายและการขาดสวัสดิเพื่อการรักษาสภาพจิตใจที่เพียงพอ ทั้งยังละเมิดเสรีภาพในการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ Meta (สมัย Facebook) เคยถูกแฉ และถูกฟ้องร้อง ลักษณะคล้ายๆ กันมาแล้ว

Motaung ยื่นคำฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ตัวเอง อดีตพนักงานและพนักงานปัจจุบันของบริษัท Sama และเรียกร้องให้ศาลออกคำสั่งให้บริษัท Meta ปฏิบัติต่อพนักงานจากบริษัท outsource เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อพนักงานใน Meta ในเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการ รวมถึงบริษัทปกป้องสิทธิของพนักงานและตรวจสอบการดำเนินการของบริษัท Sama ด้วย

ก่อนหน้านี้ ทนายความของ Meta ก็ได้ยื่นคำร้องให้ศาลยกฟ้องคดีโดยโต้แย้งว่าบริษัทไม่ได้จดทะเบียนในประเทศเคนย่า แต่ผู้พิพากษายังคงให้มีการไต่สวนในเดือนตุลาคมนี้

ที่มา: Gizmodo และ TIME

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130575

Meta โดนฟ้อง เหตุฝังสคริปต์เพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้ผ่านเบราว์เซอร์

ผู้ใช้ Facebook 2 รายยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อศาลรัฐบาลกลางเมืองซานฟรานซิสโก จากเหตุที่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาแฉว่า เบราว์เซอร์ของ Facebook, Messenger และ Instagram แอบฝังสคริปต์ติดตามตัวผู้ใช้ ซึ่งอาจผิดกฎหมายเรื่องการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

หลังจากรายงานออกมา Meta ได้โต้ตอบรายงานของ Krause ว่า แอปติดตามการใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ของผู้ใช้จริงแต่ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย

Facebook ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเก็บข้อมูลผู้ใช้ของ Apple ทำให้เก็บข้อมูลผู้ใช้ iOS เพื่อยิงโฆษณาได้ยากขึ้น ทำให้รายได้จากการโฆษณาลดลง

ที่มา: Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130556

Meta ปลดพนักงานออกเงียบ ๆ ตามแผนลดรายจ่าย หลังรายได้ลดลง

แหล่งข่าวของ Wall Street Journall เปิดเผยว่า Meta วางแผนว่าจะลดรายจ่ายลงให้ได้อย่างน้อย 10% โดยการลดจำนวนพนักงานลงส่วนหนึ่ง ประกอบกับการลดงบประมาณลง หลังจากรายได้ลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้และเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น

แหล่งข่าวเผยว่า Meta เริ่มที่จะปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมากโดยไม่ประกาศต่อสาธารณะผ่านการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ และให้เวลาพนักงาน 30 วัน เพื่อหางานตำแหน่งใหม่ภายในบริษัท โดยแผนนี้มีชื่อว่า “30 Day List” ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้เปิดเผยจำนวนพนักงานที่ถูกปลดออกแต่คาดว่าจะปลดพนักงานเพิ่มอีกในภายหลัง

โดยปกติแล้ว จะมีเพียงพนักงานที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้นที่ไม่สามารถหางานตำแหน่งใหม่ในบริษัทได้ แต่ครั้งนี้ แม้แต่พนักงานที่ทำงานได้ดีก็ไม่สามารถหาตำแหน่งใหม่ได้เช่นกัน ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของบริษัทก็ได้เปิดเผยว่าบริษัทจำเป็นจำต้องหยุดจ้างงาน รวมถึง Mark Zuckerberg เองก็ได้กล่าวว่าบริษัทต้องโยกย้ายทรัพยากรบุคคลเพื่อจัดลำดับความสำคัญของธุรกิจเมื่อมีการแข่งขันสูงขึ้น

Meta รายงานว่าบริษัทมีพนักงานจำนวน 83,553 รายในช่วงสิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว

Google ก็ใช้วิธีเดียวกันเมื่อมีการปรับโครงสร้างองค์กรหรือเมื่อโครงการใด ๆ ถูกยกเลิก โดยจะให้เวลาพนักงานที่ถูกปลดออก 60 วันเพื่อหาตำแหน่งใหม่ภายในบริษัท ในช่วงต้นปีนี้ พนักงานเพิ่งจะร่วมลงชื่อให้บริษัทขยายเวลาเป็น 180 วัน อย่างไรก็ตาม Google ยังคงเป็นบริษัทที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดเทคโนโลยีแม้มีส่วนแบ่งการตลาดลดลงจากปีที่แล้ว บริษัทกล่าวว่าพนักงานที่ถูกปลดออก 95% สามารถหาตำแหน่งงานใหม่ภายในบริษัทได้

ที่มา: Wall Street Journal

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130548

เสียคนเพราะ Metaverse? Mark Zuckerberg สูญเงิน 8 หมื่นล้าน จากรวยอันดับ 3 ดิ่งสู่ 20 ในปีเดียว

Mark Zuckerberg เสียคนเพราะ Metaverse? สูญเงิน 8 หมื่นล้าน ดิ่งจากเศรษฐีอันดับ 3 ของโลกสู่อันดับ 20 ในเวลาแค่ 1 ปี แถมราคาหุ้น Meta ร่วง 56.85%

“Facebook กำลังเผชิญกับขาลง” คือเรื่องที่ได้ยินจนชินหูในช่วงหลังๆ ทั้งผู้ใช้ที่ลดลง ทั้งราคาหุ้นที่ดิ่งหนัก ไปจนถึงฟีเจอร์ที่ไม่มีอะไรใหม่นอกจากเลียนแบบจากเจ้าอื่น แถมคู่แข่งตัวยงอย่าง TikTok ก็ดูเหมือนจะมีหน้ามีตา ท้าทายสถานะนำของ Facebook มากขึ้นไปทุกที 

ไม่ใช่แค่ตัวแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทอย่าง Mark Zuckerberg ก็ถูกมองว่าอยู่ในขาลงเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ไม่นาน มีนักวิชาการออกมาวิจารณ์อย่างร้อนแรงว่า “Meta จะไม่มีวันไปได้ไกล ตราบใดที่เขายังเป็นผู้นำอยู่”

ประเด็นหลักที่น่าสนใจคือ ในปีนี้ Mark Zuckerberg คือบุคคลที่สูญเสียความร่ำรวยมากที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์หายไปแล้วกว่า 7.1 หมื่นล้านเหรียญ นับตั้งแต่ต้นปี 2022 พูดง่ายๆ คือ หายไปเกินครึ่งของที่เคยมี ทั้งๆ ที่ในปีนี้ ไม่มีเศรษฐีสหรัฐฯ รายไหนสูญเสียรายได้เกินกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญเลย

และหากนับย้อนกลับไป 1 ปี เขาสูญความมั่งคั่ง (ซึ่งหลักๆ มาจากหุ้นของ Meta 350 ล้านหุ้น) ไปแล้วกว่า 8.6 หมื่นล้านเหรียญ โดยนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ผู้ร้ายของเรื่องนี้คือ Metaverse

เสียเรื่องเพราะ Metaverse?

หลังจากประกาศรีแบรนด์บริษัทเป็น Meta เมื่อตุลาคม ปี 2021 ราคาหุ้นก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ในช่วงต้นปีนี้ Meta จะดิ่งเหวครั้งประวัติศาสตร์ 26% ในวันเดียว หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการออกมาแล้วไม่เข้าตานักลงทุน แถมตัวเลขผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน (DAUs) ของ Facebook ลดลงเป็นครั้งแรก  

source: Meta Investor Relations

Laura Martin นักวิเคราะห์อาวุโสด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ตของ Needham & Co. ชี้ว่า สาเหตุของความไม่เชื่อมั่นมาจากการลงทุนมหาศาลใน Metaverse ที่ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและยังไม่ก่อให้เกิดมูลค่าใดๆ และการลงทุนใน Instagram Reels เพื่อตอบโต้ TikTok ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และบริษัทก็ยอมรับกันเองภายในว่ายังเทียบชั้นไม่ได้จริงๆ

ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่กำลังบอบช้ำและส่งผลต่อบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีถ้วนหน้าช่วงไตรมาส 2/2022 

  • Meta ได้กำไรจากธุรกิจแอปพลิเคชัน 11.16 หมื่นล้านเหรียญ (ลดลงจากปลายปีก่อน 30%) 
  • ขาดทุนจากธุรกิจ VR และ AR ถึง 2.8 พันล้านเหรียญ (ลดลงเพียง 15%) 

แถม Zuckerberg เคยพูดเองว่า การลงทุน Metaverse จะทำให้บริษัทต้องสูญเงินอย่างมีนัยสำคัญไปอีก 3-5 ปี

Mandeep Singh นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีของ Bloomberg Intelligence ให้ความเห็นว่า หาก Meta ไม่ได้ทะเยอทะยานในโปรเจ็กต์ Metaverse ผลการดำเนินในช่วงที่ผ่านมาก็อาจจะเกาะกลุ่มไปกับ Alphabet บริษัทเจ้าของ Google คือหุ้นสูญเสียมูลค่าเพียง 30% จากต้นปี ไม่ใช่ 57% อย่างที่กำลังเผชิญอยู่ และบริษัทก็อาจแก้เกมที่กำลังเจออยู่ได้ด้วยการ spin-off ธุรกิจอื่นๆ ที่มีอยู่ออกไป

ความมั่งคั่งหาย 8 หมื่นล้าน ใน 1 ปี

สำนักข่าว Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 Mark Zuckerberg เริ่มสูญเสียรายได้มหาศาล หลังจากรีแบรนด์เป็น Meta และลงทุนจริงจังใน Metaverse ตั้งแต่ปลายปี 2021

ช่วงต้นปี 2022

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 6 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 1.25 แสนล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 338 เหรียญ/หุ้น

หลังจากผ่านไป 3 ไตรมาส Mark Zuckerberg สูญเงินเกินครึ่ง หรือ 7.1 หมื่นล้านเหรียญ

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 20 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 5.59 หมื่นล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 148 เหรียญ/หุ้น (-56.85% จากต้นปี)

วันวานที่แสนดีซึ่งเป็นจุดที่พีคสุดของเขาอยู่ในเดือนกันยายนปี 2021 (ก่อนรีแบรนด์เป็น Meta) โดยในตอนนั้น

  • Zuckerberg เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดอันดับ 3 ของโลก
  • มีสินทรัพย์ 1.42 หมื่นล้านเหรียญ
  • ราคาหุ้น Meta อยู่ที่ 382 เหรียญ/หุ้น

เศรษฐกิจกระทบทุกคน แต่ Meta โดนหนักสุดแบบมีนัยสำคัญ

เอาเข้าจริงแล้ว สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่ถูกถาโถมด้วยเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความขัดแย้ง ล้วนกระทบบริษัทเทคฯ ที่ต้องการการลงทุนก้อนใหญ่เพื่อการเติบโตในอนาคตทั้งสิ้น แต่ที่น่าสนใจคือ แม้แต่ในหมู่บริษัทเทคฯ (และผู้บริหารบริษัทเทคฯ) ด้วยกันเอง Meta และ Mark Zuckerberg ดูจะได้รับผลกระทบกว่าใครเพื่อน

source: Google Finance

ถ้าลองเทียบมูลค่าที่ลดลงทั้งปีของ Meta กับบริษัทเทคโนโลยีในกลุ่ม FAANG (ถ้าจะให้ถูกตอนนี้คือ MANGA) ซึ่งประกอบด้วย Meta, Amazon, Netflix, Google และ Apple จะเห็นภาพชัด

เพราะในขณะที่ราคาหุ้น Amazon, Google และ Apple ลดลงไม่เกิน 30% แต่ราคาหุ้น Meta กลับลดลงถึง 57% ในปีนี้ ถ้าจะมีใครที่เจองานหนักพอๆ กันก็คงเป็น Netflix ที่ลดลงเกือบ 60%

นอกจากนี้ ถ้าลองเทียบกับตลาดจะพบว่าราคาหุ้น Meta ลดลงเยอะจริงๆ เพราะดัชนี NASDAQ ที่รวมหุ้นบริษัทเทคโนโลยีเองก็ปรับตัวลงไปแค่ 27.84% ในปีนี้ และถ้าดูแค่ 100 บริษัทใหญ่ใน NASDAQ ก็จะพบว่ามีการปรับตัวลงไปแค่ 28.18% พูดง่ายๆ คือ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของ Meta เท่านั้น

source: Google Finance

Mark Zuckerberg เองก็ย่ำแย่ไม่แพ้ Meta เพราะปีที่ผ่านมา แม้เศรษฐีทั่วโลกจะสูญเสียความมั่งคั่งมหาศาล แต่ Zuckerberg คือมหาเศรษฐีที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าใคร 

เขาสูญเสียความมั่งคั่งไปแล้วในปีนี้กว่า 7.1 หมื่นล้านเหรียญ แถมยังร่วงจากตำแหน่งรวยสุดอันดับ 6 สู่อันดับ 20 (ร่วงลงคราวเดียว 14 อันดับ)

ในขณะที่คนอื่นๆ ในสหรัฐฯ สูญเสียความมั่งคั่งกันไม่เกิน 5 หมื่นล้านเหรียญ 

  • Jeff Bezos ทรัพย์สินลดลง 4.6 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
  • Larry Page ทรัพย์สินลดลง 3.4 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 2 อันดับ)
  • Sergey Brin ทรัพย์สินลดลง 3.3 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
  • Steve Ballmer ทรัพย์สินลดลง 3.3 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 3 อันดับ)
  • Bill Gates ทรัพย์สินลดลง 2.7 หมื่นล้านเหรียญ (ร่วง 1 อันดับ)
source: Bloomberg Billionaires Index 2022

สรุป

Meta อาจกำลังเจอขาลงอย่างแท้จริง เพราะถ้าลองมองหลายๆ องค์ประกอบไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ รายได้ คู่แข่ง จำนวนผู้ใช้ ราคาหุ้น ไปจนถึงทรัพย์สินของผู้บริหาร ทุกอย่างล้วนชี้ไปในทางเดียวกัน แถมล่าสุด ยังมีข่าวอีกว่า Meta เตรียมปลดพนักงานราว 10% เพื่อลดต้นทุน

จะเห็นได้ชัดว่า Meta และ Mark Zuckerberg กำลังสูญเสียมนต์ขลังไปเรื่อยๆ จากเดิมที่คนเคยมองว่าโซเชียลมีเดียเบอร์ 1 และ CEO ผู้เปลี่ยนโลก มาวันนี้ กลับถูกมองเป็นแพลตฟอร์มของคนแก่ที่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจ และ CEO นักก็อปและผลักดัน Metaverse ไม่ได้จริง

ที่มา – Bloomberg (1)(2), Yahoo Finance, Google Finance, Meta

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เสียคนเพราะ Metaverse? Mark Zuckerberg สูญเงิน 8 หมื่นล้าน จากรวยอันดับ 3 ดิ่งสู่ 20 ในปีเดียว first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/metaverse-hit-mark-zuckerberg-hard-in-2022/

Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน

Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน
Wat.C

Meta ถูกดำเนินการฟ้องร้องแบบกลุ่มหลังจากมีการค้นพบว่าบริษัทแอบเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน

ปีที่ผ่านมา Apple ได้เปลี่ยนสำหรับการพัฒนาแอปฝั่ง iOS ใหม่ โดยจะต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน ตัวแอปจึงจะสามารถเก็บข้อมูลการใช้งานได้ แน่นอนว่าแอปพลิเคชัน Facebook ก็ต้องดำเนินการตามกฏใหม่นี้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่รายงานจาก Bloomberg บอกว่า Meta ได้แอบเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานโดยไม่มีการแจ้ง

แล้ว Facebook เล่นนอกเกมได้อย่างไร? เมื่อเรากดเข้าเว็บไซต็ผ่านเบราเซอร์ของแอป Meta ได้แก่ Facebook และ Instagram เป็นต้น ทางบริษัทสามารถเก็บข้อมูลได้จากการที่เราเข้าเว็บต่าง ๆ ผ่านเบราเซอร์ของ Facebook นั่นเอง

แน่นอนว่าการทำแบบนี้เป็นการละเมิดกฏความเป็นส่วนตัวของ Apple สำหรับผู้ใช้งานที่เลือกไม่ต้องการให้ติดตาม ทั้งนี้ ก็ต้องมีการพิสูจน์กันเพิ่มเติมในศาลอยู่ดี

ข่าว: Meta ถูกฟ้องร้อง หลังผู้ใช้งานพบแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/meta-sued-for-tracking-ios-users-even-if-theyve-opted-out/

Mark Zuckerberg ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ Salesforce

Mark Zuckerberg – CEO ของ Meta กล่าวว่า WhatsApp ได้เป็นพันธมิตรกับ Salesforce เพื่อมอบประสบการณ์การเข้าถึงลูกค้าที่จะได้รับประโยชน์จากข้อเสนอทางธุรกิจของ WhatsApp Business App ผ่าน Cloud API ของ WhatsApp

Picture credit : Invoco, FreePNGImg, Salesforce
“ผู้คนส่วนใหญ่ชอบที่จะสื่อสารกับธุรกิจผ่านข้อความ นั่นเป็นเหตุผลที่เราเปิดตัว Cloud API เมื่อต้นปีนี้และขณะนี้กำลังร่วมมือกับ Salesforce” Zuckerberg กล่าวในโพสต์บน Facebook
 
การเป็นพันธมิตรกับ Salesforce ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม CRM ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธุรกิจจำนวนมากจะสามารถใช้ WhatsApp เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างราบรื่น ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการนำร่องสำหรับการผสานรวมเครื่องมือ กลุ่มแบรนด์ L’Oréal จะใช้ WhatsApp เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคที่เคยละทิ้งสินค้าไว้ในตะกร้า และจะส่งคูปองและข้อเสนอสนับสนุนการขายให้ทางแชท
 
WhatsApp Business App เป็นแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจ เพื่อช่วยกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า ผลักดันยอดขาย และให้การสนับสนุนการขาย การผสานรวมกับแพลตฟอร์ม CRM ของทาง Salesforce จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ให้การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าให้เข้าถึงสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 

from:https://www.techtalkthai.com/mark-zuckerberg-announces-new-partnership-with-salesforce/

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่ ให้ครีเอเตอร์ใกล้ชิดกับผู้ติดตามมากขึ้น

Facebook ออกฟีเจอร์ใหม่สำหรับครีเอเตอร์ที่ผลิตเนื้อหาโดยใช้ Page เพื่อให้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามเพจได้มากขึ้นและให้ผู้ใช้ค้นพบครีเอเตอร์ที่สนใจได้มากขึ้น

ฟีเจอร์แรกมีชื่อว่า “Creator Endorsement” ครีเอเตอร์สามารถแนะนำครีเอเตอร์คนอื่น ๆ ให้กับผู้ติดตามของตนเองได้ ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนและเลือกได้ว่าต้องการติดตามครีเอเตอร์ที่ถูกแนะนำหรือไม่

Facebook ยังเพิ่มฟีเจอร์ติดป้าย “Rising Creator Labels” ให้กับครีเอเตอร์ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ และถูกต้องตามแนวทางของบริษัท โดยครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรกจะมีป้ายติดที่หน้าเพจของตนเองและจะแสดงบนฟีดของผู้ใช้ภายใต้หัวข้อ “Discover more rising creators to follow”

ครีเอเตอร์ยังสามารถตั้งค่าให้เนื้อหาบางอย่างเห็นได้เฉพาะผู้ติดตามหรือสมาชิกที่เป็น Top fans ของเพจ โดยเข้าไปตั้งค่าที่ Audience Setting และเลือก “Top fans” ขณะโพสต์ ในอนาคต Facebook วางแผนจะให้ครีเอเตอร์สามารถตั้งค่าให้ผู้ติดตามบางคนสามาถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษได้ก่อนผู้ติดตามคนอื่นด้วย นอกจากนี้ ยังสร้างเทมเพลตให้กับครีเอเตอร์เพื่อกล่าวถึง Top fans ใหม่ ๆ ของเพจซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์และผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นและเพิ่มยอด engagement

นอกจากนี้ ผู้ใช้ iOS ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้สามารถสร้าง story, reel หรือไลฟ์สดได้รวดเร็วมากขึ้นผ่านแถบ navigation bar ของ Facebook ซึ่งบริษัทไม่ได้เผยว่าจะมีในระบบ Android ด้วยหรือไม่และเมื่อไร

ที่มา: TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130530

Mark Zuckerberg ทุ่มกับ Metaverse จนทรัพย์สินลดลงกว่า 7 หมื่นล้านเหรียญ

อ้างอิงตามการจัดอันดับของ Bloomberg Billionaires Index พบว่า Mark Zuckerberg มีทรัพย์สินรวมลดลงกว่าครึ่งหนึ่งจากเมื่อต้นปี โดยลดลงราว 7.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ตกลงมาอยู่ลำดับที่ 20 ในรายชื่อผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดจากเดิมที่เคยอยู่ในลำดับที่ 6 ในเดือนมกราคมของปีนี้ โดยปัจจุบัน Zuckerberg มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 5,590 ล้านเหรียญ

Zuckerberg เคยอยู่ในอันดับที่ 3 ในรายชื่อบุคคลที่มีทรัพย์สินมากที่สุด โดยเคยมีทรัพย์สินสูงสุดถึง 1.42 แสนล้านเหรียญในเดือนกันยายนของปีที่แล้วเมื่อหุ้นของ Facebook มีมูลค่าถึงหุ้นละ $382 ก่อนที่บริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น Meta ในเดือนถัดมาและบริษัทเริ่มซบเซาหลังจากนั้น โดยปัจจุบันมูลค่าหุ้น Meta อยู่ที่ราว 148 เหรียญ

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนลดลงหลัก ๆ คือการที่บริษัทไปลงทุนไปกับ Metaverse ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและยังไม่ได้สร้างมูลค่าใด ๆ ประกอบกับการลงทุนกับ Instagram Reels เพื่อแข่งขันกับ TikTok ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก

นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ บริษัทเผยว่าไม่มีการเติบโตของผู้ใช้งาน Facebook รายเดือนเลย จนมูลค่าหุ้นลดลง นำมาสู่การที่ทรัพย์สินของ Zuckerberg ลดลงถึง 3.1 หมื่นล้านเหรียญซึ่งถือเป็นการลดลงภายใน 1 วันที่มีมูลค่ามากที่สุด
นักวิเคราะห์กล่าวว่าทรัพย์สินของ Meta อาจจะลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปีจากการลงทุนใน Metaverse

ทั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ก็มีมูลค่าลดลงเช่นเดียวกันจากปีที่แล้ว เช่น Apple ลดลง 14% Amazon ลดลง 26% และ Google ลดลง 29%

ที่มา: Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130510