คลังเก็บป้ายกำกับ: META

Meta โอเพนซอร์สระบบซิงก์เวลาข้ามเซิร์ฟเวอร์ แม่นระดับนาโนวินาที

วิศวกร Meta เขียนบล็อกเล่าถึงประสบการณ์การเปลี่ยนโปรโตคอลซิงก์เวลาข้ามเซิร์ฟเวอร์จากเดิมที่ใช้ Network Time Protocol (NTP) มาเป็น Precision Time Protocol (PTP) เพื่อซิงก์เวลาข้ามเซิร์ฟเวอร์ให้ตรงกันระดับนาโนวินาที จากเดิมที่ NTP นั้นสามารถซิงก์เวลาให้ตรงกันได้ระดับมิลลิวินาทีเท่านั้น

เวลาที่แม่นมากๆ จำเป็นต่องานหลายประเภท เช่น การติดตามข้อมูลต่างๆ (event tracing) หรือการชดเชย latency ที่ผู้ใช้จะได้รับข้อมูลในกรณีการแสดงข้อมูล Metaverse ไปจนถึงการรันปัญญาประดิษฐ์โดยซิงก์การทำงานข้ามเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก

ระบบซิงก์เวลาของ Meta อาศัยข้อมูลเวลาจากระบบดาวเทียม GNSS แล้วส่งสัญญาณผ่านสายไฟเบอร์เข้าไปยังตู้เซิร์ฟเวอร์เวลา ในเซิร์ฟเวอร์มี Time Card ที่เป็นนาฬิกาอะตอมขนาดจิ๋วสำหรับจับเวลาต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ได้รับสัญญาณ GNSS

ทาง Meta โอเพนซอร์สข้อมูลการออกแบบเซิร์ฟเวอร์เวลาในแบบ PTP ออกมาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และบริษัทเชื่อว่าในอนาคต PTP จะกลายเป็นมาตรฐานเวลาที่จำเป็นต่อการใช้ metaverse

ที่มา – Engineering at Meta

No Description

Time Card นาฬิกาอะตอมขนาดเล็กสำหรับเซิร์ฟเวอร์เวลาแบบ PTP

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131608

AI เขียนบทความวิชาการจาก Meta ถูกปิดตัวลงภายในไม่กี่วัน หลังผลิตเนื้อหาเหยียด เผยแพร่ข้อมูลวิทยาศาสตร์ปลอม

บริษัทบิ๊กเทคใหญ่ต่างลงมาเล่นวงการ AI อย่างเต็มตัว อย่างก่อนหน้านี้ได้แข่งขันด้านตัว AI ประมวลตัวหนังสือให้กลายเป็นภาพหรือวิดีโอ ตอนนี้ Meta ได้ขยับขยายโครงการไปทำ Galactica AI ผลิตบทความวิชาการตามหัวข้อที่เราให้ไป ซึ่งตัวคอมพิวเตอร์ก็จะสามารถสร้างบทความงานวิจัยขึ้นมาได้ ด้วยภาษาที่ถูกต้องเหมือนจริงทุกอย่าง ติดอยู่อย่างเดียว คือมันผลิตออกมาแต่บทความเนื้อหาผิด ๆ และสั่งให้เขียนงานเนื้อหาเหยียดมันก็ทำได้ด้วย…ไม่ดีแล้วนะอย่างนี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Meta เปิดตัว AI ใหม่ชื่อ Galactica ซึ่งเป็นโมเดลกักเก็บ-รวบรวม-วิเคราะห์ฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเค้าก็หวังกันว่ามันจะสามารถมาช่วยกระบวนการเขียนบทความทางวิชาการให้รวดเร็วมากขึ้นได้ แต่หลังจากเปิดทดลองให้ใช้งานกันแล้วกลับพบว่า เจ้า Galactica ดันเอาภาษาเขียนงานวิชาการอันดูน่าเชื่อถือของมัน มาเขียนเรื่องไร้สาระ บทความที่เต็มไปด้วยข้อมูลผิด ๆ และอาจมีเนื้อหาเหยียดคนกลุ่มต่าง ๆ ตาม stereotype อีกด้วย

Galactica ถือเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เป็น Large language models (LLMs) โดยเรียนรู้การเขียนจากการศึกษาชุดข้อมูลจำนวนมาก ประกอบไปด้วยงานวิชาการ 48 ล้านเล่ม, หนังสือเรียน, โน้ตเลกเชอร์, เว็บไซต์ทางวิทยาศาสตร์, และสารานุกรมต่าง ๆ  และก็พยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคำด้วยสถิติที่มันได้มา ทำให้นักวิจัยของ Meta เชื่อว่ามันจะสามารถสร้างงานคุณภาพออกมาได้แน่ ๆ

Meta เลยเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้ามาลองใช้ Galactica ได้ โดยสามารถเลือกสร้างเนื้อหาต่าง ๆ เช่น literature review, บทความ Wikipedia, โน้ตเล็กเชอร์, และตอบคำถามที่เราถามมันได้

เบื้องต้นที่คนได้ใช้งานก็มองเห็นประโยชน์ของมัน คิดว่าจะได้นำมาใช้ประโยชน์ได้แน่ ๆ แต่ต่อมาก็มีบางคนเริ่มใส่หัวข้อให้ผลิตเนื้อหาเหยียดกลุ่มคนเข้ามา แล้วก็พบว่าตัว AI สามารถผลิตเนื้อหาตามความต้องการได้ ด้วยลักษณะภาษาที่ดูเป็นทางการน่าเชื่อถือ บ้างก็เขียนบทความเนื้อหาอันตราย ยกตัวอย่างเช่น “ประโยชน์ของการกลืนเศษแก้วแตก”

หรือหากไม่ได้เสนอเนื้อหาอันตราย Galactica ก็สามารถให้ข้อมูลผิด ๆ เช่นใช้วันที่มั่ว หรือชื่อสปีชีส์สัตว์ที่ไม่ถูกต้องได้ เรื่องแบบนี้หากคนอ่านไม่มีความรู้ลึกจริงก็จะรับข้อมูลไปอย่างไม่ถูกต้องได้ ซึ่งก็มีคนออกมาแสดงความกังวลกันพอตัวเลยครับ

เห็นว่ามีความร้ายแรงขนาดนี้ หลังเปิดให้ใช้งานกันได้เพียง 3 วัน Meta ก็รีบปิดตัว Galactica ลงทันที โดย Yann LeCun หัวหน้าทีมนักวิจัย AI ของเมต้าก็ออกมาทวีตด้วยว่า “Galactica demo ได้ปิดตัวลงแล้ว จะมาตั้งใจใช้งานผิด ๆ แบบนั้นกันไม่ได้หรอกนะ สมใจมั่ยล่ะ?” ซึ่งก็คือการแสดงความเคืองที่คนเอาไปตั้งใจใช้งานแบบไม่เหมาะสมกัน จนเป็นเหตุให้ต้องพักโครงการลงนั่นแหละ

เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาที่อยู่คู่มากับปัญญาประดิษฐ์ทุกตัวที่เกิดขึ้นมา คือทางเลือกระหว่างว่าจะคอยพยายามให้คนมาใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ หรือว่าจะต้องคอยออกแบบ AI มาให้ไม่สามารถใช้ไปในทางที่ไม่ดีได้ ซึ่งขณะนี้ก็ดูเหมือนว่าเราต้องพึ่งพาอย่างหลังเอา เพราะคนเราก็ชอบเล่นสนุกกับเครื่องมือพวกนี้อยู่แล้ว พอประมวลอะไรที่ดูแปลกหรืออันตรายก็จะยิ่งน่าทำเข้าไปใหญ่ ดังนั้นก็ต้องเหนื่อยนักวิจัยหาทางป้องกันเอาเรื่อยไปครับ

 

ที่มา : arstechnica

from:https://droidsans.com/galactica-ai-meta-publish-false-information-is-shut-down/

Meta เร่งพนักงานให้รีวิวโค้ด: ปรับ UI รีวิวได้ต่อเนื่อง, แนะนำคนรีวิว, แชทบอททวงงาน

Meta เขียนบล็อครายงานถึงกระบวนการเร่งการรีวิวโค้ดภายในบริษัท กระบวนการรีวิวโค้ดที่กินเวลานานกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โปรแกรมเมอร์ทำงานไม่มีความสุข จึงพัฒนาเครื่องมือรีวิวโค้ดให้มีฟีเจอร์ใหม่เพื่อให้คนเข้ามารีวิวได้เร็วขึ้น และทีมงานเก็บข้อมูลระยะเวลาที่ใช้รีวิว (time in review) ว่าแพตช์แต่ละชุดใช้เวลารีวิวนานแค่ไหน และทีมงานพบว่าแม้โดยทั่วๆ ไปแล้วคนรีวิวโค้ดจะเข้ามารีวิวกันค่อนข้างเร็วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่แพตช์บางส่วนกับกินเวลานานเป็นวัน

เครื่องมือตัวแรกคือ Next reviewable diff แนะนำแพตช์ที่ควรรีวิวต่อไปรูปแบบเดียวกับการแนะนำภาพยนตร์เรื่องต่อไปแบบเดียวกับบริการสตรีมมิ่งทั้งหลาย หลังจากผู้รีวิวโค้ดรีวิวแพตช์เสร็จแล้วก็จะป๊อบอัพแพตช์ต่อไปมาให้ดูต่อทันที เพื่อให้ผู้รีวิวทำงานได้ต่อเนื่อง ระบบแนะนำใช้ machine learning มาคาดเดาด้วยว่าผู้รีวิวคนนี้น่าจะช่วยดูแพตช์ตัวไหนได้บ้าง

เครื่องมือตัวต่อไปคือการแนะนำผู้รีวิวให้กับผู้ส่งแพตช์ ระบบแนะนำดูข้อมูลจากชั่วโมงทำงานในแต่ละไฟล์ ระบบแนะนำผู้รีวิวนี้ปรับปรุงการแนะนำอัตโนมัติ หลังปรับปรุงระบบนี้มีแพตช์ที่ได้รับรีวิวภายใน 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น 1.5% และสามารถแนะนำผู้รีวิวได้แม่นยำ 75% นับความถูกต้องเมื่อผู้รับแพตช์เป็นหนึ่งในผู้ที่ระบบแนะนำสามคน

สุดท้ายคือระบบตามงาน Nudgebot ในกรณีที่แพตช์ถูกทิ้งไว้ไม่มีใครรีวิวนานๆ จนผู้ส่งแพตช์อาจจะไม่อยากรอจนไปทำงานอย่างอื่นแล้ว แชทบอทจะไปตามคนรีวิวให้มาช่วยดูโดยอัตโนมัติ ระบบนี้ระบบเดียวสามารถลดระยะเวลารีวิวแพตช์รวมลงถึง 7%

ที่มา – Engineering at Meta

No Description

หน้าจอแชทบอทเตือนผู้รีิวให้มาช่วยดูแพตช์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131560

Facebook เลิกแสดงข้อมูลผู้ใช้บางอย่างบนหน้าโปรไฟล์ หลังผู้ใช้เริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว

Facebook แจ้งผู้ใช้งานว่า จะยกเลิกการแสดงข้อมูลบางอย่างบนหน้าโปรไฟล์ของผู้ใช้ ได้แก่ มุมมองทางศาสนา มุมมองทางการเมือง ที่อยู่ และ ความสนใจทางเพศ (Sexual Orientation) ของผู้ใช้งาน โดยจะมีผลเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม และ Matt Navarra นักวิเคราะห์สายโซเชียลมีเดียเป็นคนแรกที่สังเกตุเห็น Facebook ส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ที่กรอกข้อมูลเหล่านี้บนหน้าโปรไฟล์

Facebook ปรับเปลี่ยนการแสดงข้อมูลในหน้าโปรไฟล์ส่วนหนึ่งอาจมาจากที่ผู้ใช้งานเริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวลงบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ที่มา: TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131559

Meta ลงโทษพนักงานและไล่ออกกว่า 20 ราย พบขายบัญชีผู้ใช้ให้แฮ็กเกอร์

เอกสารภายในบริษัทและแหล่งข่าวของ Wall Street Journal ระบุว่า Meta ได้จัดการกับพนักงานกว่า 20 รายด้วยการไล่ออกหรือลงโทษทางวินัยเมื่อปีที่แล้ว หลังพบว่าพนักงานควบคุมบัญชีผู้ใช้งาน Facebook และ Instagram ขายบัญชีผู้ใช้ให้กับแฮ็กเกอร์

พนักงานที่ถูกลงโทษบางส่วนทำงานเป็นผู้ดูแลศูนย์บริการของ Meta และได้นำข้อมูลบัญชีผู้ใช้ออกไปให้บุคคลที่สามผ่านทางระบบที่เรียกเป็นการภายในบริษัทว่า Oops ย่อมาจาก Online Operations ที่ Meta อนุญาตให้พนักงานสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อจัดการกับข้อมูลผู้ใช้ได้ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ต้องการรีเซ็ตรหัสผ่าน หรือเมื่อบัญชีถูกแฮ็ก

การขโมยข้อมูลผู้ใช้มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดสินบนและขายบัญชีให้แฮ็กเกอร์นำไปขายต่อซึ่งมีมูลค่าเป็นหมื่นเหรียญสหรัฐ หรือในรูปแบบบริษัทกลางหรือคนกลางรับจ้างรีเซ็ตบัญชีที่ไปจ้างพนักงานภายใน Meta อีกทอดหนึ่ง บางกรณีเป็นคนใกล้ตัวที่พนักงานไว้ใจที่มาจ้างให้รีเซ็ตบัญชีของบุคคลที่สามให้ นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนวิธีการขโมยข้อมูลเพื่อหลบหลีกการตรวจสอบจาก Meta ด้วย

สาเหตุสำคัญเกิดจากที่ Meta มีข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคนแต่กลับไม่มีฝ่ายบริการลูกค้าทางออนไลน์ เมื่อผู้ใช้พบปัญหาก็ต้องติดต่อผ่านพนักงานทางโทรศัพท์หรืออีเมลและให้พนักงานเป็นผู้จัดการบัญชีให้ ซึ่งเป็นช่องโหว่ให้มีการขายบัญชีผู้ใช้

ที่มา: Wall Street Journal

from:https://www.blognone.com/node/131555

Meta มีหนาว! Apple อาจเปิดตัวโลก Virtual Reality ของตัวเอง เพื่อใช้งานกับแว่น VR ตัวใหม่

ว่ากันว่า Apple กำลังวางแผนเตรียมเปิดตัวโลก Metaverse แบบฉบับตัวเอง เพื่อเป็นแพลตฟอร์มรองรับสินค้าแว่นหรือเฮดเซ็ต VR ที่แอปเปิลซุ่มพัฒนาอยู่เงียบ ๆ โดยเรารู้ได้จากการประกาศจ้างงาน และการวางแผนโครงการต่าง ๆ ในช่วงนี้ของบริษัทที่มุ่งเน้นเรื่องเกี่ยวกับ VR มากขึ้นทุกวันนั่นเอง และหากเป็นจริง งานนี้ Meta หัวหอกสร้าง Metaverse ต้องมีอาการหนาววูบกันบ้างแหละ!

ก่อนหน้านี้มีคนสังเกตว่า Apple กำลังแอบพัฒนาแว่น VR อยู่แน่ ๆ โดยการใช้บริษัทอื่นบังหน้า แต่ตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมมาอีก ว่าอาจไม่เพียงแค่พัฒนาอุปกรณ์ แต่มีโอกาสสร้างโลกเสมือนขึ้นมา เป็นแพลตฟอร์มโลก VR ของตัวเองซะเลย ไม่ต้องง้อใคร

สาเหตุที่พอคาดเดากันได้ก็เพราะว่าช่วงที่ผ่านมา Apple ได้ประกาศหาพนักงานในตำแหน่งเกี่ยวกับ Content Production หรือการสร้างเนื้อหาต่าง ๆ โดยได้ระบุว่าต้องการคนมาสร้าง “การเชื่อมต่อกันในโลกเสมือนสามมิติ (3D Mixed-reality World)” ซึ่งต้องร่วมงานกันกับดีไซน์เนอร์ human interface ภายใต้ UI framework ของ Apple

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่จะต้องช่วยดีไซน์และพัฒนาระบบที่จะนำฟีเจอร์อย่าง Siri, Search, และ Shortcuts มาให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกันง่าย ๆ ผ่านเทคโนโลยี AR แถมยังตามหาเหล่านักพัฒนา visual effect และ game asset มาเข้าทีมกันอีก จึงพอจะรู้ได้ว่า Apple ต้องการสร้างโลก VR ที่มีการผสานรวมเข้ากับบริการต่าง ๆ ใน ecosystem ของแอปเปิลเองด้วย

เห็นอย่างงี้แล้วจะอดย้อนกลับมาดูอภิมหาโปรเจกต์ Metaverse ของ Mark Zuckerberg กันไม่ได้ เพราะรายละเอียดเนื้องานต่าง ๆ แลดูมีความคล้ายกันมาก จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า Apple จะเปิดโลกเสมือนของตัวเองออกมาแข่งกับ Meta โดยเฉพาะ แต่แอปเปิลจะไม่ยอมใช้คำว่า ‘Metaverse’ แน่ ๆ เพราะก่อนหน้านี้ Tim Cook เองเคยติเอาไว้ว่า คนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจในคำนี้ (แถมมันเป็นคำที่แบรนดิ้งยึดติดกับบริษัท Meta ไปแล้วด้วย)

ในรายงานระบุว่าเราจะยังไม่ได้เห็นทั้งแว่น VR และโลกเสมือนจากแอปเปิลในเร็ว ๆ นี้ แต่จากการวิเคราะห์คาดว่าตัวแว่น VR ของ Apple จะมีราคาสูงอยู่ระหว่าง 2,000 – 3,000 ดอลลาร์ เพราะว่าจะนับเป็นสินค้าระดับไฮเอนด์ ใช้ชิป M2 เร็วแรงพอกับที่ใช้ใน Mac มีกล้องติดอยู่มากกว่า 10 ตัวทั้งด้านในและด้านนอกอุปกรณ์ มีจอความละเอียดสูงคุณภาพระดับท็อปด้วยครับ

 

ที่มา : bloomberg

from:https://droidsans.com/apple-may-launch-vr-headset-with-metaverse/

ไม่เอาแล้ว! Meta เตรียมเลิกพัฒนาจออัจฉริยะ Portal และสมาร์ทวอทช์ของตัวเอง หลังเลย์ออฟพนักงานกว่าหมื่นคน

สถานการณ์ใน Meta ดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีซะแล้ว เพราะล่าสุดสำนักข่าว Reuters ได้รายงานว่า Meta ได้ประกาศในที่ประชุมของบริษัทว่าจะเตรียมล้มแผนพัฒนาจอภาพวิดีโอคอลอัจฉริยะ Meta Portal และโปรเจกต์นาฬิกาอัจฉริยะที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก เหตุเป็นเพราะพนักงานที่พึ่งเลย์ออฟไปกว่า 11,000 ตำแหน่ง เป็นพนักงานในแผนก Tech จำนวนเกือบครึ่ง

ก่อนหน้านี้ Meta Portal หน้าจอวิดีโอคอลอัจฉริยะก็ส่อเค้าท่าไม่ดีมาสักพัก เพราะในช่วงปี 2021 ที่อุปกรณ์ Portal ขายดีขึ้น กลับแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ไม่ถึง 1% จากนั้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Meta ก็ได้เปลี่ยนแผนทำเลิกทำตลาดบุคคลทั่วไป และเน้นขายให้เฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับองค์กรแบบเงียบ ๆ แต่ล่าสุด Meta ก็มองว่าไม่คุ้มค่าที่จะทำธุรกิจในด้านนี้สักเท่าไหร่ เพราะต้องใช้ทั้งเงินลงทุน และเวลามหาศาลเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับองค์กร ซึ่งก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเสียมากกว่า จึงมีแผนที่จะเลิกพัฒนาอุปกรณ์ Portal รุ่นใหม่ ๆ ลงสู่ตลาด

ในฟากของโปรเจกต์สมาร์ทวอทช์ก็ไม่สู้ดีมาตั้งแต่ต้นปีเช่นกัน เพราะ Meta เคยประกาศเลิกพัฒนาสมาร์ทวอทช์โค้ดเนม Milan มาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามตอนนั้นยังพอมีรายงานว่า Meta ยังคงพยายามพัฒนาสมาร์ทวอทช์รุ่นอื่น ๆ อีก 2 รุ่นอยู่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเหล่าพนักงานในแผนกนาฬิกาอัจฉริยะจะโดนโยกย้ายไปทำงานในฝั่งแว่นตา AR แทน ซึ่งหมายความว่านาฬิกาทั้ง 2 รุ่นอาจโดนพับแผนเลิกพัฒนาแล้ว และเราอาจไม่ได้เห็นนาฬิกาอัจฉริยะจาก Meta จนกว่าจะมีการรื้อแผนกลับมาทำใหม่นั่นเอง

ทั้งนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าพนักงานกว่า 11,000 รายที่ถูกปลดออกไปแบ่งเป็นพนักงานจากฝั่ง Tech กว่า 46% ส่วน 54% ที่เหลือเป็นพนักงานในภาคธุรกิจ ส่วนชะตากรรมของ Portal จะเป็นเช่นไร จะเลิกวางจำหน่าย หรือจะขายรุ่นเก่า ๆ ต่อ และจะลอยแพผู้ใช้งานแบบสมบูรณ์แบบเลยหรือไม่ และสมาร์ทวอทช์จะมีการรื้อแผนกลับมาทำใหม่ในเร็ว ๆ นี้รึเปล่า ยังไม่มีคำตอบจากปากของ Meta เป็นที่แน่ชัด

ที่มา: Reuter, The Verge, Engadget

 

from:https://droidsans.com/meta-plans-to-cancel-portal-and-smartwatches/

เครื่องมือลับของ Facebook สามารถสั่งลบอีเมลหรือเบอร์โทรเราจากข้อมูลที่คนอื่นแชร์เข้ามา

เหมือน Facebook จะออกทูลใหม่เงียบๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้กดลบข้อมูลติดต่อตัวเองอย่างเบอร์โทรและอีเมลที่ผู้ใช้รายอื่นอัพโหลดขึ้นมาในระบบได้ เป็นทูลที่ซ่อนอยู่ในหน้า Help Center ในส่วนของ “Friending” ที่มีการรายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าว Business Insider สัปดาห์ที่แล้ว

วัตถุประสงค์ของทูลนี้คือ การเปิดช่องทางให้ “ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ใช้” สามารถ “ปกป้องสิทธิ์ภายใต้กฎหมาย” ได้ ซึ่งเมื่อค้นหาผ่านระบบ Internet Archive ใน Wayback Machine ก็พบว่าตัวเลือกนี้มีให้เข้าไปใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2022 ที่ผ่านมาแล้ว

ข้อมูลที่หลุดขึ้นมานี้ มาจากเวลาที่ผู้ใช้ซิงค์รายชื่อผู้ติดต่อบนอุปกรณ์ตัวเองเข้ากับเฟซบุ๊ก (หรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) มักจะคาบเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น โดยเฉพาะเมื่อตัวคนในรายชื่อดังกล่าวไม่ได้รับรู้การถูกอัพโหลดขึ้นมา

เฟซบุ๊กระบุในหน้าทูลนี้ว่า “เนื่องจากบางคนอาจอัพโหลดสมุดรายชื่อขึ้นมาบน Facebook, Messenger, หรือ Instagram ที่มีข้อมูลติดต่อของคุณมาด้วย คุณจึงสามารถสอบถามให้เรายืนยันได้ว่า เราได้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่อีเมลในมือหรือไม่ หรือแม้แต่ขอให้เราลบข้อมูลออก”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/this-hidden-facebook-tool-lets-users-remove-their-email-or-phone-number/

Tips | วิธีตั้งค่าให้อัปโหลดภาพ + วิดีโอใส่ IG ได้แบบ High Quality ภาพไม่แตก ทั้ง Android / iOS

ใครที่เล่น Instagram กันบ่อย ๆ อาจจะเคยเจอกันบ้าง คือเวลาอัปโหลดรูปแล้วบางทีภาพก็ไม่ละเอียดเท่าที่ควร หรืออัปโหลดวิดีโอภาพก็ไม่ค่อยชัดเอาซะเลย (เป็นกันทั้ง Android และ iOS) ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นระบบของ Instagram เอง ที่จะคอยจัดการย่อขนาดไฟล์รูปภาพ หรือวิดีโอหากสัญญาณเน็ตเกิดเน่าขึ้นมาตอนกำลังอัปโหลด…แต่มันก็มีวิธีปิดระบบนี้ ให้เราสามารถอัปรูป+วิดีโอใส่ IG ได้แบบชัด ๆ แม้เน็ตจะอืดก็ตาม

ตั้งค่าให้ IG อัปโหลดรูปและวิดีโอ High Quality ทุกครั้ง (Android)

ก่อนอื่นก็เข้ามาที่หน้าแอป IG ตามปกติ จากนั้นกดที่รูปโปรไฟล์ของเรา (มุมขวาล่าง) > พอเข้ามาที่หน้าโปรไฟล์ตัวเองแล้ว กดที่เมนูมุมขวาบน (3 ขีด) > เลือกการตั้งค่า

พอเข้ามาในเมนูการตั้งค่าแล้วเลือก บัญชี > การใช้อินเทอร์เน็ตมือถือ จะเห็นหัวข้อ คุณภาพของการอัพโหลดวิดีโอ ซึ่งปุ่ม อัพโหลดด้วยคุณภาพสูงสุด ถูกปิดอยู่ ก็ให้กดเปิดซะ เป็นอันเรียบร้อยครับ

 

ตั้งค่าให้ IG อัปโหลดรูปและวิดีโอ High Quality ทุกครั้ง (iOS)

สำหรับ iPhone ก็มีวิธีคล้าย ๆ กันเลย โดยเข้าไปที่รูปโปรไฟล์ของเรา (มุมขวาล่าง) > พอเข้ามาที่หน้าโปรไฟล์ตัวเองแล้ว กดที่เมนูมุมขวาบน (3 ขีด) > เลือกการตั้งค่า

พอเข้ามาในเมนูการตั้งค่าแล้วเลือก บัญชี > การใช้อินเทอร์เน็ตมือถือ จะเห็นหัวข้อ คุณภาพของการอัพโหลดวิดีโอ ซึ่งปุ่ม อัพโหลดด้วยคุณภาพสูงสุด ถูกปิดอยู่ ก็ให้กดเปิดซะ เป็นอันเรียบร้อยครับ

 

ตัวเลือกอัพโหลดด้วยคุณภาพสูงสุดนี้บาง Account ก็มีให้เปิดกันได้แล้ว แต่บางบัญชีก็ยังไม่มีให้เปิด…อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า Instagram มันสุ่มยังไงกันแน่ เพราะที่เจอคือบัญชีที่ไม่มีตัวเลือกนี้ดันเป็นบัญชีหลักที่ใช้เล่นประจำ แต่บัญชีที่มีเมนูนี้ให้เลือกกลับเป็นแอคหลุมที่นาน ๆ จะเข้ามาใช้ซักที

from:https://droidsans.com/tips-how-to-upload-pictures-videos-instagram-high-quality/

[ไม่ยืนยัน] Meta ปิดฝ่าย Portal และพัฒนา Smartwatch ทั้งหมด ตามหลังประกาศปลดพนักงาน

มีรายงานว่า Meta ได้แจ้งกับพนักงานในการประชุมหลังจากประกาศปลดพนักงาน ว่าบริษัทจะปิดแผนกหน้าจออัจฉริยะ Portal และแผนกที่กำลังพัฒนาสมาร์ทวอทช์ ที่เดิมมีกำหนดเปิดตัวต้นปีหน้า

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Meta เริ่มลดบทบาทของ Portal โดยเปลี่ยนมาขายตลาดลูกค้าองค์กรแทน ขณะที่สมาร์ทวอทช์โค้ดเนม Milan มีข่าวตั้งแต่ตอนนั้นว่าอาจเลิกแผนการพัฒนา โดยข้อมูลล่าสุดบอกว่า Portal นั้นจะปิดแผนกทั้งหมดรวมถึงตลาดลูกค้าองค์กร

ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าในพนักงาน 11,000 ของ Meta ที่ถูกปลดนั้น 46% เป็นฝ่าย Tech โดยไม่มีตัวเลขว่าเป็นส่วนที่พัฒนาฮาร์ดแวร์เท่าใด และอีก 54% ที่เหลือเป็นฝ่ายธุรกิจ

ที่มา: The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131461