คลังเก็บป้ายกำกับ: MERCEDES-BENZ

สู่ยุค Subscription! Mercedes-Benz ขายแพ็กเกจปลดล็อกอัตราเร่งในรถยนต์ไฟฟ้าราคา 42,000 บาท/ปี

Mercedes-Benz สหรัฐอเมริกา จำหน่ายบริการปลดล็อกอัตราเร่งรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น EQS และ EQE ราคา 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี หรือราว 42,000 บาท โดยการปลดล็อกจะช่วยให้ตัวรถวิ่ง 0-100 กม./ชม. เร็วขึ้นราว 1 วินาที

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz เริ่มขายบริการ Subscription

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Mercedes-Benz สหรัฐอเมริกา เตรียมจำหน่ายบริการ Acceleration Increase หรือการปลดล็อกอัตราเร่งของรถยนต์ไฟฟ้าล้วนตระกูล Mercedes-EQ ประกอบด้วยรุ่น EQS และ EQE โดยผู้ใช้สามารถสมัครใช้บริการดังกล่าวได้ในราคา 1,200 ดอลลาร์/ปี

การปลดล็อกอัตราเร่งจะช่วยเพิ่มแรงบิด และให้พละกำลังสูงสุดกับตัวรถ ผ่านการเพิ่มพละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 20-24% และช่วยให้ตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสองรุ่นวิ่ง 0-100 กม./ชม. เร็วขึ้น 0.8-1 วินาที เช่น รุ่น EQS รุ่น 4 ประตูจะวิ่ง 0-100 กม./ชม. จาก 5.3 วินาที เหลือ 4.5 วินาที เป็นต้น

ปัจจุบันมีเพียงรุ่น EQS แบบ 4 ประตูที่เริ่มจำหน่ายแล้ว ราคาขายแนะนำเริ่มต้น 102,310 ดอลลาร์ หรือราว 3.64 ล้านบาท ส่วนรุ่น EQS แบบ SUV และ EQE ทั้งแบบ 4 ประตู และ SUV จะเริ่มทำตลาดในปี 2023 นอกจากนี้ Mercedes-Benz สหรัฐอเมริกา ยังจำหน่ายบริการสมัครสมาชิกอื่น ๆ เช่น สตาร์ตรถผ่านแอปฯ และบริการนำทาง

Mercedes-Benz

ในทางกลับกันแบรนด์รถยนต์หรูอื่น ๆ เริ่มเดินกลยุทธ์การขายทิศทางเดียวกับ Mercedes-Benz ไม่ว่าจะเป็น BMW ที่จำหน่ายบริการปรับไฟสูงอัตโนมัติ และปลดล็อกให้เบาะอุ่นได้ รวมถึง Tesla ที่คิดค่าบริการนำทางในประเทศต่าง ๆ เป็นต้น

ในประเทศไทย Mercedes-Benz เตรียมจำหน่ายรุ่น EQS 500 4MATIC AMG Premium ประกอบในไทยราคาแนะนำ 7.90 ล้านบาท มีความจุแบตเตอรี่ 108.4 kWh กำลังสูงสุด 449 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 828 นิวตันเมตร วิ่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที วิ่งได้ไกลสูงสุด 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 1 ครั้ง

สรุป

ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริการสมัครสมาชิกใช้งานบริการเสริมของ Mercedes-Benz จะเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือไม่ แต่ถ้ามองด้วยเหตุผล การจ่ายเงินหลายล้านบาทเพื่อซื้อรถสักคันหนึ่งแล้วต้องจ่ายค่าสมาชิกอีกเป็นหมื่นเพื่อได้บริการเสริมเพิ่มเติมทั้ง ๆ ที่ตัวรถพร้อมใช้งานอยู่แล้ว ย่อมเป็นเรื่องที่ท้าทายค่ายรถยนต์ในการทำตลาดอย่างยิ่ง

อ้างอิง // Mercedes-Benz, Extremetech

อ่านเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post สู่ยุค Subscription! Mercedes-Benz ขายแพ็กเกจปลดล็อกอัตราเร่งในรถยนต์ไฟฟ้าราคา 42,000 บาท/ปี first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/mercedes-benz-eq-acceleration/

Mercedes Benz ขายแพ็กเกจปลดล็อคการเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น ราคา 1,200 ดอลลาร์ต่อปี

Mercedes-Benz ขึ้นขายแพ็กเกจ Acceleration Increase ของรถยนต์ไฟฟ้าซีรีส์ Mercedes-EQ ราคา 1,200 ดอลลาร์ต่อระยะเวลา 1 ปี เมื่อซื้อแล้วจะเป็นการโอเวอร์คล็อคปลดล็อคให้รถยนต์สามารถเร่งความเร็วจาก 0 เป็น 60 ไมล์ต่อวินาทีได้เร็วขึ้นจากเดิม 0.8-1 วินาที

รถยนต์ที่ถูกล็อคการเร่งความเร็วเอาไว้ แล้วต้องซื้อแพ็กเกจเพื่อปลดล็อคคือ Mercedes EQE และ ESQ ทั้งเวอร์ชันซีดานและ SUV ตอนนี้แพ็กเกจยังมีเฉพาะหน้าเว็บของ Mercedes Benz ประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

แนวทางของค่ายรถยนต์หลายแห่งในช่วงหลังเริ่มมีการขายแพ็กเกจเพื่อปลดล็อคฟีเจอร์ต่างๆ เช่น BMW ขายแพ็กเกจอุ่นที่นั่งแบบจ่ายรายเดือน

No Description

No Description

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131616

Mercedes-Benz จับมือ Apple Music นำระบบเสียงรอบทิศทาง Spatial Audio มาใส่ในรถยนต์ของแบรนด์แล้ว!

ต่อไปนี้ Spatial Audio จะไม่อยู่แค่ใน AirPods อีกต่อไป เพราะ Mercedes-Benz ได้จับมือกับ Apple Music ให้รถยนต์ของแบรนด์รองรับคอนเทนต์ที่ใช้ระบบเสียง Spatial Audio with Dolby Atmos อย่างเต็มรูปแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Spartial Audio ได้มาอยู่บนอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่แบรนด์ Apple อีกทั้งยังได้จับมือกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Universal Music Group เพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงบนรถยนต์ที่ดีที่สุดด้วย

รถยนต์คันแรกของ Mercedes-Benz ที่จะรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Spatial Audio with Dolby Atmos แบบ Native คือรุ่น Mercedes-Maybach S680 Limited Edtion ที่ร่วมออกแบบโดย Virgil Abloh ดีไซเนอร์ชื่อดังผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นสุดหรูอย่าง Off-White โดยจะติดตั้งมาพร้อมกับระบบเครื่องเสียง 4D และ 3D ระดับไฮเอนด์จากแบรนด์ Burmester กำลังขับรวม 1,750 วัตต์ ที่ประกอบไปด้วย

  • ลำโพงทั้งหมด 31 ตัว ที่ประกอบไปด้วย ลำโพง 3D ที่ทำหน้าที่ปล่อยเสียงจากด้านบน จำนวน 6 ตัว, ลำโพงส่งเสียงใกล้หูที่ตำแหน่งเบาะหน้า จำนวน 4 ตัว และซับวูฟเฟอร์ขนาด 18.5 ลิตร จำนวน 1 ตัว
  • ตัวแปลงสัญญาณเสียง 8 ตัว (2 ตัวต่อ 1 ที่นั่ง)
  • แอมป์ หรือ เครื่องขยายเสียง จำนวน 2 ตัว

นอกจากนี้แบรนด์รถหรู และ Apple Music ยังได้ร่วมจับมือกับ Universal Music Group เพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพเสียงของไฟล์เพลงแบบใหม่ โดยใช้ระบบเสียงในรถยนต์ของ Mercedes-Benz ร่วมกับการมิกซ์เสียงมาตรฐาน Dolby Atmos เป็นมาตรวัดคุณภาพเสียง ซึ่งถ้าเพลงนั้น ๆ มีคุณภาพเสียงในการฟังบนรถยนต์ที่ดี ตรงตามมาตรฐานที่ Mercedes-Benz ต้องการ ก็จะได้รับการรับรองจากทางแบรนด์พร้อมแปะป้าย “approved in a Mercedes‑Benz” (รับรองในรถ Mercedes‑Benz)

ระบบเสียงทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกับคอนเทนต์ Spatial Audio with Dolby Atmos เฉพาะผู้ใช้งานที่สมัครบริการรายเดือนบน Apple Music เท่านั้น และในอนาคต Mercedes‑Benz ยังมีแผนที่จะทำให้ระบบเสียงบนรถยนต์ 5 รุ่นในอนาคต ได้แก่ EQS, EQS SUV, EQE และ S-Class ให้รองรับคอนเทนต์ Spatial Audio แบบเต็มรูปแบบด้วย

 

ที่มา ArenaEV, Mercedes-Benz

from:https://droidsans.com/spatial-audio-native-on-mercedes-benz/

Apple Music จับมือ Mercedes-Benz นำฟีเจอร์ Spatial Audio มาใช้ในรถยนต์เป็นครั้งแรก

Apple Music ร่วมมือกับ Mercedes-Benz เพื่อนำฟีเจอร์ระบบเสียงรอบทิศทาง Spatial Audio พร้อมกับ Dolby Atmos มาใช้ในรถยนต์เป็นครั้งแรก แต่จะใช้ได้เฉพาะรถยนต์ Mercedes Benz บางรุ่น และต้องเพิ่มเงินเพื่อติดตั้งชุดเครื่องเสียงเพิ่มเติม

รถที่รองรับ ได้แก่ Mercedes-Maybach S-Class, EQS, EQS SUV, EQE, EQE SUV และ S-Class ซึ่งเป็นรุ่นที่รองรับการติดตั้งระบบเสียง Burmester 3D และ 4D ที่มีลำโพง 31 ตัว ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นเงิน $4,550 (ราว 173,500 บาท) และ $6,730 (ราว 256,700 บาท) สำหรับระบบ 3D และ 4D ตามลำดับ

สำหรับเพลงทาง Mercedes-Benz ได้ร่วมมือกับ Universal Music Group (UMG) วางแนวทางการมิกซ์เพลงเพื่อให้ฟังในรถ Mercedes-Benz ที่รองรับ Dolby Atmos ได้สมบูรณ์ พร้อมกับส่งรถที่ติดตั้งระบบเสียง Burmester ให้ทีมงานมิกซ์เพลงไปลองฟังว่าผู้ฟังจะได้ยินอย่างไร เพลงที่ผ่านกระบวนการนี้จะมีป้าย “Approved in a Mercedes-Benz” กำกับ

Apple ได้ปล่อยฟีเจอร์ Spatial Audio ที่รองรับ Dolby Atmos มาเมื่อปีที่แล้ว

ที่มา: Mercedes-Benz via 9to5Mac

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130963

Spatial Audio ใช้งานบน Mercedes-Benz ได้แล้วเป็นครั้งแรก!

Spatial Audio หรือ ระบบเสียงตามตำแหน่ง ของ Apple Music […] More

from:https://www.iphonemod.net/spacial-audio-on-mercedes-benz.html

Mercedes-Benz ขายรถ EV ได้ 30,000 คัน ในไตรมาส 3 ปี 2022 เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 115%

ไตรมาส 3 ปี 2022 นี้ Mercedes-Benz ขายรถ EV ไปทั้งสิ้น […] More

from:https://www.iphonemod.net/mercedes-benz-ev-sell-30000-units-q3-2022.html

Mercedes-Benz เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้าวิ่งทางไกล ชาร์จไฟแต่ละครั้งวิ่งได้ 500 กิโลเมตร

ในงาน IAA 2022 อันเป็นงานจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขนส่งซึ่งจัดขึ้นที่ Hanover ประเทศเยอรมนี Mercedes-Benz เปิดตัวรถบรรทุกไฟฟ้ารุ่นใหม่ eActros LongHaul พัฒนามาเพื่อการขนส่งสินค้าระยะไกล สามารถวิ่งได้ประมาณ 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง

eActros LongHaul มีแบตเตอรี่ 3 ชุดรวมความจุ 600 kWh ใช้มอเตอร์ 2 ตัว ให้กำลังขับแบบต่อเนื่อง 400 kW และสามารถส่งกำลังได้สูงสุดมากกว่า 600 kW โดยแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นแบบ LFP ที่มีข้อดีเรื่องอายุการใช้งาน ทั้งนี้ Mercedes-Benz ระบุว่าแบตเตอรี่จะสามารถใช้ได้นานกว่า 10 ปี รองรับการวิ่งมากกว่า 1.2 ล้านกิโลเมตร

No Description

Mercedes-Benz ระบุว่าระบบไฟฟ้าของ eActros LongHaul ได้รับการพัฒนามาเน้นรองรับการชาร์จไฟแบบ MCS (Megawatt Charging System) ซึ่งเป็นมาตรฐานการชาร์จไฟแบบใหม่มุ่งเน้นมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างรถบรรทุกและรถบัส โดยมาตรฐานนี้กำหนดกำลังการชาร์จสูงสุดถึง 3.75 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ตัว eActros LongHaul สามารถชาร์จไฟให้แบตเตอรี่จาก 20% เพิ่มเป็น 80% ได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที

ในตอนนี้ eActros LongHaul ตัวต้นแบบได้ผลิตเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างการทดสอบขั้นต้น จากนั้นจะมีการทดสอบในสถานการณ์ใช้งานจริงร่วมกับ Amazon และ Rhenus (บริษัทด้านการขนส่งในเยอรมนี) ภายในปี 2023 โดยการทดสอบในปีหน้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ HoLa (High performance charging for long-haul trucking) อันเป็นโครงการทดสอบและเก็บข้อมูลระบบการชาร์จไฟให้แก่รถบรรทุกวิ่งทางไกลที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลและคมนาคมของเยอรมนี ก่อนที่จะเริ่มการผลิตเพื่อขายจริงต่อไปในปี 2024

No Description

ที่มา – Electrek, Daimler Truck

from:https://www.blognone.com/node/130516

เจาะลึกกระจังหน้าแต่ละยุคของ Mercedes-Benz จากซี่โครเมียม สู่ดีไซน์เรียบหรู แต่แฝงด้วยเซ็นเซอร์

ในอดีต กระจังหน้ารถยนต์ หรือ Grille ถูกทำขึ้นมาเพื่อรับอากาศ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับหม้อน้ำ และเครื่องยนต์ แต่ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งรถยนต์แบบดังกล่าวไม่มีเครื่องยนต์ และหม้อน้ำ ทำให้การออกแบบกระจังหน้าไม่จำเป็นต้องติดอยู่ในกรอบเดิม ๆ อีกต่อไป

Mercedes-Benz หนึ่งในค่ายผู้ผลิตรถยนต์เก่าแก่ของโลกจึงรวบรวมการเปลี่ยนแปลงของกระจังหน้าของแต่ละรุ่น แต่ละยุค เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ พร้อมเปิดเผยรายละเอียดของกระจังหน้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่รับลม หรือป้องกันความเสียหาย แต่คือศูนย์รวมของเซ็นเซอร์จำนวนมากเพื่อช่วยเหลือการขับขี่

Mercedes-Benz

จากระบบหม้อน้ำ สู่กระจังหน้าเอกลักษณ์

จุดเริ่มต้นในการออกแบบกระจังหน้าของ Mercedes-Benz คือ การต่อยอดมาจากการออกแบบหม้อน้ำรถยนต์ โดยในปี 1900 ทางค่ายได้ออกแบบหม้อน้ำทรงรังผึ้งขนาดใหญ่ที่ภายในมีท่อขนาดเล็กกว่า 8,000 ชิ้น เพื่อช่วยระบายอากาศ และนั่นคือมาตรฐานใหม่ของวงการรถยนต์ ผ่านการที่หลายค่ายนำการออกแบบนี้ไปประยุกต์ใช้

อย่างไรก็ตามการจะปล่อยให้หม้อน้ำแผงรังผึ้งติดไว้ที่หน้าตัวรถเลยก็คงไม่ปลอดภัยในการขับขี่ ทำให้ปี 1931 ทาง Mercedes-Benz ได้ออกแบบกระจังหน้าโครเมียมเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับหม้อน้ำ ซึ่งการออกแบบดังกล่าวถูกใช้มาต่อเนื่องมากกว่า 50 ปี จนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz

ถ้าเอาที่คนทั่วไปรู้จักมีตั้งแต่ W 110 หรือฉายา เบนซ์หางปลา, W115 หรือ เบนซ์ตาตั้ง และ W124 หรือ เบนซ์โลงจำปา ที่ต่างมีกระจังหน้าขนาดใหญ่กว่ารถยนต์แบรนด์อื่น มากับการชุบโครเมียมจนเงา จนเมื่อเห็นแค่กระจังหน้าหลายคนก็รู้ว่านี่คือรถยนต์ของแบรนด์ Mercedes-Benz

เปลี่ยนผ่านสู่ยุค 2000s ที่ใช้ความโมเดิร์นเข้าแทน

จนกระทั่งถึงยุค 2000s การออกแบบกระจังหน้าของ Mercedes-Benz เริ่มเปลี่ยนไป จะอยู่แค่ดีไซน์รังผึ้งขนาดใหญ่คงไม่ได้ โดยทางแบรนด์เลือกลดขนาดความใหญ่ของกระจังหน้า และปรับเหลือเพียงเส้นยาวแนวขวางแทน โดยช่วงแรกอาจมากับ 5 เส้น แต่สุดท้ายค่อย ๆ ลดลงจนเหลือ 1-2 เส้น

ขณะเดียวกันการทำตลาดของ Mercedes-Benz ในเวลานั้นค่อย ๆ เพิ่มความชัดเจนระหว่างรถยนต์หรูแบบดั้งเดิม และรถยนต์แบบสปอร์ต ทำให้กระจังหน้าในเวลานั้นมีความหลากหลาย ผ่านการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

จนเมื่อยุค 2010s การออกแบบเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพราะ Mercedes-Benz มากับกระจังหน้าใหม่ในชื่อ Diamond Grille ที่โดดเด่นกว่ารถยนต์หรู และมีแบรนด์อื่น ๆ ได้แรงบันดาลใจไปปรับใช้ ส่วนฝั่งรถสปอร์ตก็มีกระจังหน้าแบบ Mercedes-AMG ที่มากับเส้นยาวแนวดิ่ง เพิ่มความดุดัน และยกระดับสมรรถนะได้จริง

Mercedes-Benz
กระจังหน้ายุคใหม่ของ Mercedes-Benz

เข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าที่กระจังหน้าไม่ใช่แบบเดิม

ตอนนี้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต่าง ๆ รวมถึง Mercedes-Benz ได้เข้ามาสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว ทำให้ประโยชน์ดั้งเดิมของกระจังหน้าที่ใช้ป้องกันหม้อน้ำ และรับอากาศไม่มีอีกต่อไป ซึ่ง Mercedes-Benz เลือกยกเครื่องกระจังหน้าใหม่ทั้งหมด โดยทำเป็นกระจังหน้าทึบสีดำ และมากับชื่อ Black Panel

กระจังหน้าแบบทึบช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะถ้าคิดตามหลักอากาศพลศาสตร์ หรือ Aerodynamic อากาศจะวิ่งขึ้นไป และกดตัวรถได้ทันที ไม่ได้ลอดเข้าไปในเครื่องยนต์เหมือนในอดีต แต่ใช่ว่า Mercedes-Benz จะปิดไว้แค่นั้น เพราะภายใน Black Panel เต็มไปด้วยเซ็นเซอร์ช่วยเหลือการขับขี่

ตั้งแต่กล้อง, ระบบอัลตราซาวด์ และเรดาร์ กับไลดาร์ ที่ตัวรถจะนำข้อมูลต่าง ๆ มาคำนวณเพื่อประยุกต์ใช้ในระบบรถยนต์ไร้คนขับ และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ แต่ถึงจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน Mercedes-Benz ยังแทรกดีไซน์ในอดีตไว้ใน Black Panel เช่น เส้นขีดขวาง และ Diamond Grille อีกด้วย

สรุป

กระจังหน้าถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ และสัญลักษณ์ของรถยนต์แต่ละแบรนด์ เพราะถ้าออกแบบดี ๆ เพียงแค่มองก็รู้ว่าคือรถยนต์แบรนด์อะไร ซึ่ง Mercedes-Benz คือหนึ่งในผู้สร้างมาตรฐาน และได้รับการจดจำจากผู้บริโภคมาตลอด ซึ่งในยุค Black Panel ก็คงไม่ยากที่ทางแบรนด์จะประสบความสำเร็จเหมือนในอดีตเช่นกัน

อ้างอิง // Mercedes-Benz

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เจาะลึกกระจังหน้าแต่ละยุคของ Mercedes-Benz จากซี่โครเมียม สู่ดีไซน์เรียบหรู แต่แฝงด้วยเซ็นเซอร์ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/mercedes-benz-all-grille/

Mercedes-Benz ส่งแคมเปญ Momcation ให้เอารถไปเทสต์พร้อมพาแม่ไปเที่ยวได้ 2 วัน 1 คืน

Mercedes-Benz ประเทศไทย ส่งแคมเปญใหม่ Momcation Test Drive รับกระแสวันแม่ ด้วยการให้รถรุ่นต่าง ๆ ขับไปทดสอบ พร้อมพาแม่ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz กับแคมเปญวันแม่แบบใหม่

ปกติแล้วแคมเปญการตลาดของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ จะเน้นไปที่การส่งรูปร่วมกับแม่ หรืออธิบายความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับการเดินทาง เพื่อชิงรางวัล หรือส่วนลดต่าง ๆ แต่คราวนี้ Mercedes-Benz มาแนวใหม่ด้วยแคมเปญวันแม่ในชื่อ Momcation Test Drive ที่ให้ยืมรถทดสอบไปใช้งาน พร้อมพาแม่ไปเที่ยวได้ 2 วัน 1 คืน

สำหรับรถยนต์ที่ Mercedes-Benz ประเทศไทย เตรียมไว้ให้ยืมนำไปทดสอบภายใต้แคมเปญนี้จะมีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน เป็น SUV ทั้งหมด ประกอบด้วย GLC 220 d, GLC 220 d 4MATIC Coupé AMG และ GLC 220 d AMG Dynamic โดยทางบริษัทไม่ได้กำหนดว่าต้องไปทำกิจกรรมใด ที่ไหน เพียงแต่ต้องมีแม่ไปด้วยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามแคมเปญนี้อาจไม่ทั่วถึงเท่าไรนัก เพราะจำกัดเพียงแค่ผู้โชคดี 18 รายเท่านั้นที่ได้สิทธิ์ โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ ตั้งแต่วันที่ 5-15 ส.ค. 2565 และทาง Mercedes-Benz ประเทศไทยจะเป็นผู้คัดเลือกในภายหลัง

ถือเป็นอีกมิติใหม่ในการทำตลาด เพราะก่อนหน้านี้การจะยืมรถไปทดสอบในที่ไกล ๆ คนทั่วไปอาจทำได้ยาก ในทางกลับกันการทำแคมเปญนี้ช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึง Mercedes-Benz ได้ง่ายขึ้น และอาจต่อยอดไปสู่การรับรู้ พร้อมกลายเป็นรถที่พวกเขาต้องการในอนาคต

อ้างอิง // Mercedes-Benz

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Mercedes-Benz ส่งแคมเปญ Momcation ให้เอารถไปเทสต์พร้อมพาแม่ไปเที่ยวได้ 2 วัน 1 คืน first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/mercedes-benz-momcation/

รถยนต์ไฟฟ้าล้วน Mercedes-Benz EQS เปิดราคาไทยเริ่มต้น 8.57 ล้านบาท

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Mercedes-Benz ประเทศไทย ประกาศเปิดราคาจำหน่ายในประเทศไทยของ Mercedes-Benz EQS รถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกที่ขายในไทย มี 2 รุ่นย่อย ราคา 8.57 และ 8.87 ล้านบาท มีดีลเลอร์แค่ 4 รายมีสิทธิ์จำหน่าย

Mercedes-Benz EQS เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบเก๋ง 4 ประตูขนาดใหญ่ หรือ Full-Size Luxury Sedan ที่ทางแบรนด์นำมาจัดแสดงในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 ถือเป็นหนึ่งในแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การจำหน่ายแต่รถยนต์ไฟฟ้าล้วนเท่านั้นภายในปี 2030

สำหรับ Mercedes-Benz EQS ที่จำหน่ายในประเทศไทยมี 2 รุ่นย่อยคือ

  • EQS 450+ AMG Premium วางจำหน่ายในราคา 8,570,000 บาท
  • EQS 450+ Edition 1 วางจำหน่ายในราคา 8,870,000 บาท

เบื้องต้น Mercedes-Benz ประเทศไทยได้ส่งมอบ Mercedes-Benz EQS ที่มีอยู่ 4 คันให้กับ ตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 รายประกอบด้วย บริษัท เบนซ์บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด, บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด เพื่อช่วยทำตลาดหลังจากนี้

หากเทียบกับกลุ่มรถหรูในประเทศไทย Mercedes-Benz ช้าที่สุดในการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน เพราะ Audi และ BMW คู่แข่งจากเยอรมนีต่างเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรวมกันเกือบ 10 รุ่นย่อย โดย Mercedes-Benz เคยเกือบได้ขาย EQC รถยนต์ไฟฟ้าล้วนในไทยตั้งแต่ปี 2020 แต่สุดท้ายการเจรจาสนับสนุนการลงทุนกับรัฐไทยกลับล่ม และต้องพับแผนเอาไว้ก่อน

อ้างอิง // ภาพ และเนื้อหาจากข่าวประชาสัมพันธ์ Mercedes-Benz ประเทศไทย

alt="EQS"

from:https://www.blognone.com/node/128639