คลังเก็บป้ายกำกับ: MARK_ZUCKERBERG

Mark Zuckerberg บอกใช้เงินลงทุนกับ Metaverse เพียง 20% ที่เหลือยังเน้นกับโซเชียลเดิม

อีกประเด็นที่ Mark Zuckerberg พูดในงานสัมมนาของ The New York Times คือการลงทุนใน metaverse ที่หลายคนมองว่าเขาทุ่มกับเรื่องนี้มากไป

Zuckerberg อธิบายว่าเงินลงทุน 80% ของบริษัทยังใช้กับธุรกิจหลัก ได้แก่ Facebook, Instagram, WhatsApp, Messenger และบริการโฆษณาต่างๆ ส่วนเงินที่ลงกับ Reality Labs ที่เกี่ยวกับ VR/AR มีเพียง 20% เท่านั้น เขาบอกว่าบริษัท Meta จะยังโฟกัสกับธุรกิจด้านโซเชียลไปอีกพักใหญ่ๆ จนกว่า metaverse จะเติบโตมากพอ

เขาบอกว่าเราสามารถเถียงกันได้ว่า 20% เป็นตัวเลขที่มากไปหรือไม่ แต่ก็ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ Meta ทำตอนนี้ยังเป็นเรื่องโซเชียลเป็นหลัก

ส่วนเงิน 20% ที่ลงไปกับ Reality Labs ในจำนวนนี้ลงทุนไปกับ VR (Oculus เดิม) ประมาณ 40% และอีกครึ่งหนึ่งเป็นโครงการระยะยาว เช่น แว่นตาธรรมดาที่สามารถแสดงโฮโลแกรมได้

ที่มา – Business Insider

No Description

ภาพจาก Mark Zuckerberg

from:https://www.blognone.com/node/131692

Mark Zuckerberg วิจารณ์แอปเปิลผูกขาดสโตร์ เทียบ Android เปิดกว้างกว่าเพราะยอมให้ Sideload

Mark Zuckerberg ไปพูดที่งานสัมมนา DealBook ของ The New York Times มีประเด็นที่น่าสนใจคือเขาวิจารณ์การผูกขาดสโตร์ของแอปเปิล ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน

Zuckerberg บอกว่าแอปเปิลเป็นบริษัทเดียวที่พยายามควบคุมว่าแอพไหนถึงมีสิทธิอยู่ในโทรศัพท์ได้ ซึ่งเขามองว่ามันไม่ยั่งยืน เขายังเปรียบเทียบกับกรณีของ Android ที่กูเกิลยอมให้ sideload ได้ และยอมให้มีสโตร์อื่นเข้ามาแข่งขันกับ Google Play ซึ่งเขาบอกว่า Meta จะใช้แนวทางนี้กับแว่น VR/AR เช่นกัน

Zuckerberg บอกว่าแอปเปิลนั้นมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะคู่แข่งธุรกิจของแอปเปิลต้องเผยแพร่แอพผ่านช่องทางของแอปเปิล

ที่มา – CNBC, ภาพจาก Mark Zuckerberg

No Description

from:https://www.blognone.com/node/131690

Meta ปลดพนักงานครั้งใหญ่ 11,000 คน ยอมรับตัดสินใจผิดพลาด แต่ยืนยันพัฒนา Metaverse ตามแผนต่อไป

บริษัทเทคโนโลยีน้อยใหญ่ต่างได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจกันหมดตอนนี้ แต่ดูเหมือนบริษัท Meta เจ้าของโปรเจกต์ใหญ่ Metaverse จะโดนแรงปะทะเป็นพิเศษ  ประกาศยืนยันข่าวปลดพนักงานระลอกใหญ่ 11,000 คน หรือนับเป็น 13% ของบริษัท โดย Mark Zuckerberg ยอมรับความผิดพลาดในการตัดสินใจการลงทุน และชี้ว่าปัญหาขณะนี้เกิดจากตลาดโฆษณาที่อยู่ในช่วงขาลง

Mark เผยว่าเค้าได้ประเมินสภาพธุรกิจหลังช่วง Covid-9 ผิดไป ที่มีทั้งการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น และรายได้จากการโฆษณาลดลง ทำให้รายได้หลักของบริษัทต้องหดหายไปด้วย ทำให้เค้าต้องตัดสินใจลดต้นทุนการดำเนินการธุรกิจ ลดสิทธิพิเศษต่าง ๆ รวมถึงจะประหยัดพื้นที่ออฟฟิศที่ใช้ทำงาน แต่ก็ยังไม่สามารถสู้ภาวะรายได้ถดถอดได้ จึงจำเป็นต้องปลดพนักงานออกถึง 13%

“ผมยอมรับว่าการตัดสินใจต่าง ๆ ของผม เป็นต้นเหตุที่พาให้บริษัทต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้” Mark Zuckerberg CEO และผู้ก่อตั้ง Meta กล่าว “ผมรู้ว่าตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก และผมก็อยากขอโทษกับทุกคนที่ต้องรับผลกระทบ”

ดังนั้นต่อจากนี้ไป บริษัท Meta จะหันมาโฟกัสกับภาคส่วนที่ช่วยพัฒนาบริษัทให้เติบโตขึ้น อย่างเช่นการวิจัยปัญญาประดิษฐ์ และแผนระยะยาวของบริษัทซึ่งก็คือโปรเจกต์ Metaverse โดยไม่ได้กล่าวถึงว่าเมตาเวอร์สนี้มีส่วนที่ทำให้บริษัทต้องเผชิญปัญหา ตามที่นักวิเคราะห์หลายรายได้ออกมาว่ากล่าวกันแต่อย่างใด

ทั้งนี้ Mark Zuckerberg ยืนยันว่าพนักงานที่จะถูกเชิญออก จะได้รับสิทธิชดเชยทุกอย่าง ทั้งเงินชดเชย 16 สัปดาห์ บวกกับช่วงเวลาที่ทำงานอยู่กับบริษัทนับเป็นปีละสองสัปดาห์ และยังจะจ่ายเงินชดเชยให้กับวันหยุดที่พนักงานยังไม่ได้ใช้ด้วยทั้งหมด พร้อมจะมีการชดเชยในรูปแบบหุ้นของบริษัท และจะมอบประกันสุขภาพให้กับพนักงานและครอบครัวอีก 6 เดือน ส่วนพนักงานที่อยู่นอกสหรัฐก็จะได้รับแพ็กเกจชดเชยคล้าย ๆ กันนี้ด้วย

 

ที่มา techcrunch, gsmarena

from:https://droidsans.com/meta-11000-layoff-lower-ad-revenue-continue-metaverse/

Meta ประกาศปลดพนักงานชุดใหญ่ ราว 11,000 คน ยังมุ่งลงทุนกับ Metaverse ตามแผน

Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ประกาศปลดพนักงาน 11,000 รายหรือราว 13% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท พร้อมกล่าวว่าเขามองโลกในแง่ดีเกินไปเรื่องผลกระทบของโควิด-19 ต่อการเติบโตของบริษัทเพราะอีคอมเมิร์ชเติบโตสูงมากในช่วงที่มีการกักตัวทำให้ Meta เพิ่มการลงทุนอีก

Zuckerberg กล่าวว่าบริษัทจะยังคงรักษาพนักงานในส่วนที่มีความสำคัญต่อบริษัทอย่างฝ่าย AI โฆษณา และ Metaverse ส่วนทีมทรัพยากรบุคคลจะได้รับผลกระทบอย่างมาก การปลดพนักงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่สุดตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2004

Meta เผชิญกับรายได้ลดลงทั้งจากการที่มี TikTok เข้ามาเป็นคู่แข่งขัน การที่ Apple ปรับนโยบายการโฆษณาใหม่ให้แอปต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ใช้ก่อน ล่าสุด Apple ก็ได้เก็บค่าธรรมเนียมจากการบูสต์โพสต์บน Facebook ด้วย รวมทั้งการที่ Zuckerberg ทุ่มเงินกับการพัฒนา Metaverse ซึ่งในปีนี้ได้ลงทุนไปแล้วถึง 9,400 ล้านเหรียญสหรัฐแต่ผลตอบแทนกลับไม่ได้ดีอย่างที่คิด

ทั้งนี้ Zuckerberg กล่าวว่าพนักงานที่ถูกปลดออกจะได้รับเงินเดือนจำนวน 4 เดือนบวกกับเงินเดือน 2 สัปดาห์คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานในบริษัทมา ประกันสุขภาพครอบคลุม 6 เดือน โดยบริษัทจะให้ความช่วยเหลือเรื่องการหางานใหม่และการย้ายถิ่นฐาน นอกจากนี้ บริษัทจะชะลอการจ้างงานตลอดช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า

หุ้นของ Meta ตกลงกว่า 70% ในปีนี้ หลังจากมีการประกาศว่าบริษัทจะปลดคนออก ราคาหุ้นก่อนตลาดเปิดขึ้นมา 4%

ที่มา: Meta via The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131415

Meta จะเริ่มสัปดาห์สยองขวัญ! ด้วยการไล่พนักงานออกอย่างจริงจังแล้ว หลังหุ้นร่วงหนักมาก!

Wall Street Journal รายงานว่า บริษัทแม่ของ Facebook อย่าง Meta อาจเริ่มพิธีกรรมเชิญพนักงานออกครั้งใหญ่วันพุธนี้ คาดว่าจะกระทบพนักงานหลายพันราย ซึ่งจะถือเป็นการเลย์ออฟครั้งใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเฟซบุ๊กเลยทีเดียว

โดยเมื่อสิ้นเดือนกันยายนนั้น บริษัทรายงานว่ามีพนักงานมากกว่า 87,000 คน ทางฝั่งโฆษกของ Meta ก็ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้ โดยโยนให้ไปดูความคิดเห็นของมาร์คในงานแถลงผลประกอบการล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วแทน

ซึ่งมีข้อความทำนองว่า “ในปี 2023 ที่จะถึงนี้ เราจะเน้นการลงทุนเฉพาะด้านที่มีการเติบโตสูง หมายความว่าทีมงานบางฝ่ายอาจจะเติบโตอย่างมาก ขณะที่บางทีมอาจจะนิ่ง หรือยุบทิ้งไปเลย พูดสั้นๆ คือจำนวนคนในปีหน้าอาจจะทรงตัวหรือน้อยลงกว่าปีนี้เล็กน้อย”

หุ้นของ Meta ก็ร่วงลงมากถึง 73% ในช่วงปีที่ผ่านมา ลดต่ำสุดลงไปแตะระดับช่วงต้นปี 2016 ยังไม่พอ โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่เจ้านี้ยังทำผลประกอบการย่ำแย่จนรั้งอันดับล่างสุดในกลุ่มหุ้นบริษัท S&P 500 ในปี 2022 นี้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/meta-could-begin-large-scale-layoffs-this-week/

Meta รายงานผลประกอบการไตรมาส รายได้ลดลง ส่วนธุรกิจ Reality Labs ขาดทุนมากขึ้น

Meta รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 3 ปี 2022 รายได้รวม 27,714 ล้านดอลลาร์ ลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2021 และมีกำไรสุทธิ 4,395 ล้านดอลลาร์

รายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจแอปต่าง ๆ เฉพาะส่วนนี้ลดลงเหลือ 27,429 ล้านดอลลาร์ มีกำไรการดำเนินงานเฉพาะส่วน 9,336 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจใหม่เมตาเวิร์ส รายได้ลดลงเหลือ 285 ล้านดอลลาร์ และขาดทุน 3,672 ล้านดอลลาร์ จำนวนผู้ใช้งานรวมทุกแพลตฟอร์มประจำทุกเดือน (MAUs) เพิ่มเป็น 3.71 พันล้านคน

ในแถลงผลประกอบการ Meta ระบุว่าปี 2023 กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับเมตาเวิร์สจะมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น และมีผลการดำเนินงานขาดทุนมากกว่าปีปัจจุบัน โดยกลุ่มธุรกิจนี้ถูกกำหนดแล้วว่าจะเริ่มทำกำไรได้ในระยะยาว

ซีอีโอ Mark Zuckerberg ยังใช้เวลาช่วงท้ายชี้แจงต่อนักวิเคราะห์ในช่วงแถลงผลประกอบการ บอกว่าเขาเข้าใจที่คนไม่เห็นด้วยกับการที่บริษัททุ่มลงทุนในสิ่งนี้ แต่ที่เขาสามารถได้บอกได้ คือนี่เป็นที่สำคัญมาก อีกสิบปีข้างหน้าคนจะมองย้อนกลับมาและพูดถึงสิ่งที่เราทำกันตอนนี้

ที่มา: Meta และ The Verge

from:https://www.blognone.com/node/131160

Mark Zuckerberg บอกจุดเด่น WhatsApp “เป็นส่วนตัวและปลอดภัย” มากกว่า iMessage

Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta โพสต์ภาพใน Instagram ชูคุณสมบัติเด่นของ WhatsApp โดยเปรียบเทียบกับบริการส่งข้อความ iMessage ของแอปเปิล

ในโพสต์ เป็นภาพบิลบอร์ดโฆษณา WhatsApp ที่ชูเรื่องความเป็นส่วนตัว ซึ่ง Mark เขียนคำอธิบายว่า WhatsApp มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยกว่า iMessage อยู่มาก ทั้งการเข้ารหัส end-to-end ที่ทำงานได้ทั้งบน iPhone และ Android รวมถึงห้องคุยแบบกลุ่ม ผู้ใช้งานยังกำหนดให้ข้อความหายไปได้ในปุ่มเดียว ปีที่แล้วเรายังเพิ่มการแบ็กอัพแบบ end-to-end อีกด้วย ที่ว่ามาทั้งหมดนั้น iMessage ยังไม่มี

ที่มา: MacRumors

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130974

Mark Zuckerberg: แว่น Quest Pro ราคาขาย 1,500 ดอลลาร์ เป็นราคาที่เท่าทุน

Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta ให้สัมภาษณ์ล่าสุดในรายการพอดคาสต์ของ Ben Thompson โดยพูดถึงกลยุทธ์บริษัทในตลาด VR ซึ่งเขายังคงเทียบบริษัทกับแอปเปิลอีกครั้ง

โดย Zuckerberg บอกว่า ทั่วไปแล้วคนจะทำฮาร์ดแวร์ขาย แล้วพยายามตั้งราคาให้ได้กำไรจากตรงนั้นให้มากที่สุด แบบที่แอปเปิลทำอยู่ แต่สำหรับเขาไม่มองแบบนั้น เขาต้องการสร้างฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุด เพื่อให้คนเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศก่อน ราคาขายก็ทำแค่เท่าทุน หรือบางทีก็ขายขาดทุนด้วยซ้ำ

เขาย้ำว่าด้วยคุณสมบัติแล้ว แว่นตา VR Quest Pro ราคา 1,500 ดอลลาร์ นั้นไม่สูงเลย ในแผนถัดไปเขาเตรียมออก Quest 3 ที่ราคาราว 300-500 ดอลลาร์

สุดท้ายเขาบอกว่าในทางกลยุทธ์ หากเราต้องการเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน เราก็ต้องทำให้คนมาอยู่ในนั้นก่อน แล้วการทำกำไรจึงค่อยเริ่มจากซอฟต์แวร์และบริการต่าง ๆ หลังจากนั้น

ที่มา: Business Insider

from:https://www.blognone.com/node/130917

Zhang Yiming ผู้ก่อตั้ง TikTok รวยแซง Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta บริษัทแม่ของ Facebook

รายงานข้อมูลโดย Forbes เกี่ยวกับอันดับมหาเศรษฐีระดับโลกประจำปี 2022

(การอัปเดตเป็นแบบ Real-Time Billionaires List)

Image credit: Forbes
มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ใครที่ไหนยังคงเป็น Elon Musk เจ้าของ Tesla และ SpaceX ด้วยทรัพย์สินมูลค่ากว่า 219,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Image credit: Forbes
ไฮไลน์ที่น่าสนใจอยู่ที่ นักธุรกิจชาวจีน Zhang Yiming ผู้ก่อตั้งและเจ้าของโซเชียลแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยมอย่าง TikTok ซึ่งติดเข้ามาอยู่ในการจัดอันดับที่ 22 ด้วยทรัพย์สินมูลค่ากว่า 49,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แซงปาดหน้า Mark Zuckerberg ซีอีโอ Meta บริษัทแม่ Facebook และ Instagram ที่รั้งอยู่ในอันดับ 23 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรองลงมาที่ 48,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 
 
ปัจจุบัน Zhang Yiming และ Mark Zuckerberg ทั้งสองมีอายุเท่ากันที่ 38 ปี ถือว่าเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกที่มีอายุน้อยที่สุดที่ติดอยู่ใน Top 50 อันดับแรกของโลก
Image credit: Forbes
นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อบุคคลดังในวงการไอทีที่ติดอันดับต้นๆ มหาเศรษฐีระดับโลกที่น่าสนใจ :
  • Jeff Bezos วัย 58 ปี เจ้าของธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกอย่าง Amazon อยู่ในอันดับ 3 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 137,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • Bill Gates วัย 66 ปี ผู้ก่อตั้ง Microsoft อยู่ในอันดับ 5 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 100,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • Larry Ellison วัย 78 ปี ผู้ก่อตั้ง Oracle อยู่ในอันดับ 7 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 86,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • Larry Page และ Sergey Brin ในวัย 49 ปีเท่ากัน สองคู่หูนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้ร่วมก่อตั้ง Google ทั้งสองติดอยู่ในอันดับ 8 และ 10 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 85,000 และ 81.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ
 
สถิติบุคคลอื่นๆ :
  • มหาเศรษฐีที่มีอายุน้อยที่สุด คือ Kevin David Lehmann อายุเพียง 20 ปี กลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกจากมรดกที่ได้รับโอนหุ้นของกิจการร้านยาจาก Guenther Lehmann ผู้ซึ่งพ่อของเขา โดยปัจจุบันจัดอยู่ในอันดับที่ 1,693 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • มหาเศรษฐีที่มีอายุมากที่สุด คือ George Joseph อายุ 101 ปี เป็นผู้ก่อตั้ง Mercury General ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านประกันภัย อยู่ในอันดับ 2,013 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • มหาเศรษฐีหญิงที่ร่ำรวยที่สุด คือ Francoise Bettencourt Meyers & family หลานสาวของผู้ก่อตั้ง L’Oreal เป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคนปัจจุบัน อยู่ในอันดับที่ 15 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 63,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Image credit: Forbes
มหาเศรษฐีของประเทศไทยที่ถูกจัดอันดับโดย Forbes :
  • นายสารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีอันดับ 1 คนใหม่ของไทย วัย 57 ปี ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF โดย Forbes จัดให้อยู่ในอันดับที่ 157 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 10,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • นายธนินท์ เจียรวนนท์ เสียอันดับเบอร์ 1 ลงมาเป็นมหาเศรษฐีเบอร์ 2 ของไทย วัย 83 ปี ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ อดีตประธานกรรมการ บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร โดย Forbes จัดให้อยู่ในอันดับที่ 170 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 10,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • นายเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีเบอร์ 3 ของไทย วัย 78 ปี เป็นนักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีน ประกอบธุรกิจหลายแขนง อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ จำกัด ประธานกรรมการบริษัท บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของบริษัทเบียร์ช้าง และ บริษัทในเครือ สมาชิกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน โดย Forbes จัดให้อยู่ในอันดับที่ 175 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 9,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Image credit: Forbes
มาดูมหาเศรษฐีในหมวดพลังงานกันบ้าง
 
ในช่วงเวลายากลำบากที่จะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และวิกฤติสงครามรัสเซียกับยูเครนที่ส่งผลกระทบโดยตรงให้ราคาพลังงานเชื้อเพลิงดีดตัวพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติกาล เมื่อดูตัวเลขที่ Forbes อัปเดตข้อมูลแบบ THE REAL-TIME BILLIONAIRES LIST ล่าสุด ปรากฏว่ามีรายชื่อมหาเศรษฐีในกลุ่มพลังงานเชื้อเพลิงจากประเทศรัสเซียและสหรัฐฯ ติดโผล Top 10 อันดับแรกจำนวน 4 รายเท่ากัน โดยหนึ่งในนี้มีรายชื่อของนายสารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีอันดับ 1 คนใหม่ของไทย ติดอยู่ด้วยในอันดับ 8 ของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานด้วย และที่น่าสนใจอีกหนึ่งรายชื่อที่น่าสนใจใน 10 อันดับแรก คือ มีประเภทธุรกิจ Solar panels ติดอยู่ด้วย ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นวงกว้างอยู่ในปัจจุบัน คาดว่าธุรกิจกลุ่ม Solar Cell น่าจับตามองด้านการเติบโตที่อาจจะก้าวกระโดดขึ้นมาสูงในปีถัดๆ ไปก็เป็นได้
Image credit: Forbes
กลุ่มสุดท้ายที่จะพูดถึง คือ Automotive กระแสยานยนต์ EV กำลังมาแรง แต่ละค่ายผลิตยานพาหนะล้วนแต่นำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้งานพลังงานจากเชื้อเพลิงน้ำมันที่กำลังมีราคาขายปลีกสูงจนกระทบกับค่าครองชีพพื้นฐานในทุกภาคส่วน ในกลุ่มอุตสาหกรรม Automotive ประเภท EV ชิ้นส่วนประกอบประเภทแบตเตอรี่เป็นสิ่งที่สำคัญในอันดับต้น เป็นหัวใจหลักที่ทำหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าที่สามารถชาร์ทและจ่ายกระแสไฟเพื่อหล่อเลี้ยงให้กับระบบเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน แน่นอนว่าเมื่อมีความต้องการที่สูงขึ้น ย่อมมีอัตราการผลิตออกมารองรับที่สูงตามเช่นกัน เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองไม่แพ้กลุ่ม Solar Cell ในระดับภาคครัวเรือน
 
 

from:https://www.techtalkthai.com/zhang-yiming-founder-of-tiktok-rich-overtake-mark-zuckerberg-ceo-of-facebook-parent-company-meta/

Mark Zuckerberg เชื่อระบบ VR ของ Meta ดีกว่า Apple เพราะเป็น ecosystem แบบเปิด

Mark Zuckerberg ให้สัมภาษณ์กับ The Verge ว่าเขามองว่าระบบ VR ของ Meta ดีกว่าอุปกรณ์เฮดเซ็ต AR/VR ที่ Apple กำลังพัฒนาอยู่แน่นอนเพราะเป็นระบบ ecosystem แบบเปิดซึ่งเขามองว่าเหมาะสมกับเทคโนโลยี VR มากกว่าระบบปิดของ Apple

Zuckerberg เปรียบเทียบ Window กับ MacOS และเปรียบเทียบระบบ Android กับ iOS เพื่อแสดงความเห็นว่า Apple ใช้ระบบแบบปิดก็เพื่อจำกัดควบคุมการใช้งานของผู้ใช้และเพื่อทำกำไรเพิ่ม ซึ่งไม่ดีเท่าระบบเปิดที่ Meta ใช้อยู่เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีที่ร่วมพัฒนากับบริษัทอื่น ๆ ได้ เหมือนที่ Meta พัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมบริษัท Microsoft, Autodesk และ Accenture

ทั้งนี้ ไม่แน่ว่าระบบเปิดของ Meta จะดำเนินไปอย่างไรในอนาคตเพราะในปัจจุบันแว่น VR ของ Meta ก็ใช้ได้กับเฉพาะแพลตฟอร์ม Horizon Worlds ของบริษัทเองเท่านั้น แต่ Zuckerberg ก็บอกว่าพร้อมที่จะร่วมมือกับบริษัทอื่นเพื่อพัฒนาอุปกรณ์เฮดเซ็ต VR ด้วยนอกเหนือจากการพัฒนาซอฟต์แวร์

ทางด้าน Tim Cook ซีอีโอของ Apple เองก็มีความเห็นไม่ตรงกับ Mark Zuckerberg นักในเรื่อง VR โดยตั้งคำถามว่าคนจะต้องการใช้เวลาอยู่กับโลกเสมือนนี้นานขนาดนั้นไหม

Meta เพิ่งจะเปิดตัวแว่น Meta Quest Pro ไป ขณะที่อุปกรณ์เฮดเซ็ต AR/VR ของ Apple น่าจะเปิดตัวในปีหน้า

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ Mark Zuckerberg ได้ที่ The Verge

ที่มา: The Verge

No Description

from:https://www.blognone.com/node/130894