คลังเก็บป้ายกำกับ: Macbook

Apple อาจนำโลโก้ไฟหลัง MacBook กลับมาอีกครั้ง!

Apple อาจนำโลโก้ไฟหลัง MacBook กลับมาอีกครั้ง หลังมีการ […] More

from:https://www.iphonemod.net/backlit-apple-logo-future-macbook.html

Apple ยื่นจดสิทธิบัตรใหม่ อาจเป็นการนำโลโก้เรืองแสงบน MacBook กลับมา

หลัง Apple พับโครงการโลโก้เรืองแสงด้านหลัง MacBook ทิ้งไปตั้งแต่ปี 2015 ก็ทำแฟน ๆ หลายคนไม่ปลื้มใจกันเยอะ เพราะทำให้เครื่อง Mac ดูเสียเอกลักษณ์ไป แต่ล่าสุดดูเหมือนความหวังนั้นกำลังจะกลับมา เพราะสำนักสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐฯ เปิดเผยว่า Apple กำลังจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีใหม่ ที่ทำให้อุปกรณ์มีโครงสร้างของกระจกที่สามารถสะท้อนแสงไฟจากตัวเครื่องได้

ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดมากว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานจริง ๆ ยังไง แต่สื่อนอกวิเคราะห์ว่า Apple อาจใช้กระจกชนิดนี้มาทำส่วนของโลโก้หรือฝาหลังบอดี้ โดยที่ตัวกระจกนั้นสามารถเรืองแสงหรือสะท้อนแสงผ่านตัวเครื่องออกมาได้ พูดได้ว่านี่อาจไม่ใช่การเอาหลอดไฟมาติดใส่โลโก้เพียว ๆ เหมือนในอดีต แต่เป็นการใช้แสงที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอาจหมายถึงแสงจากจอ ที่สามารถสะท้อนกลับมายังอีกฝั่งได้ โดยถ้านี่เป็นความจริงขึ้นมา เราอาจมีโอกาสได้เห็นส่วนโลโก้หรือบอดี้เครื่อง MacBook ที่สามารถเปลี่ยนเฉดสีได้ตามหน้าจอที่ใช้อยู่ขณะนั้นเลยก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็นเพียงการคาดการณ์รวม ๆ เท่านั้น ซึ่ง Apple อาจนำสิทธิบัตรนี้ไปใช้กับเทคโนโลยีด้านอื่นที่ไม่ใช่ MacBook ก็เป็นได้ ดังนั้นไว้ต้องรอติดตามกันต่อไปครับว่าจะออกมาเป็นยังไง

 

 

ที่มา : Patently Apple, MacRumors

from:https://droidsans.com/apple-to-return-backlit-logo-on-macbook-rumors/

Apple ยื่นจดสิทธิบัตรใหม่ อาจเป็นโลโก้ Apple ที่มีแสงกลับมาพร้อม MacBook ในอนาคต

สำนักสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกาเผยแพร่สิทธิบัตรที่ Apple ยื่นจดทะเบียนในเดือนพฤษภาคมปีนี้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีโครงสร้างกระจกบางส่วนที่สะท้อนแสงจากตัวอุปกรณ์

สิทธิบัตรระบุว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ด้านหลังมีโลโก้หรือรูปอื่น ๆ ที่ทำด้วยกระจกเงาเพื่อป้องกันไม่ใช้เห็นชิ้นส่วนภายในของตัวเครื่อง ซึ่งกระจกนี้มีคุณสมบัติที่สามารถทำให้แสงจากตัวเครื่องอุปกรณ์ทะลุผ่านออกทางกระจกได้ กระจกนี้อาจมีสีเทาอ่อนหรืออาจจะเป็นสีที่ไม่ใช่สีพื้นอย่างเช่นสีทอง

Apple ใช้โลโก้ของบริษัทที่ทำด้วยกระจกที่สะท้อนแสงจากตัวเครื่องมาใช้ในปี 1999 เป็นครั้งแรกก่อนจะเลิกใช้ไปในปี 2015 แต่ในการยื่นสิทธิบัตรนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีที่เคยมีมาแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีใหม่

ยังไม่แน่ว่าสิทธิบัตรหมายถึงโลโก้ของ Apple ที่สะท้อนแสงที่ตัวเครื่อง MacBook หรือไม่ เพราะเว็บไซต์ Patently Apple เผยว่ารายชื่อวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ปรากฎอยู่ในเอกสารยื่นสิทธิบัตรเป็นพนักงานที่เพิ่งเข้าทำงานกับ Apple ในปี 2018 หลังจากที่ Apple เลิกใช้โลโก้สะท้อนแสงไปแล้ว เป็นไปได้ว่าสิทธิบัตรนี้จะหมายถึงเทคโนโลยีอื่น

ที่มา: MacRumors

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131268

72 คีย์ลัด macOS กดถนัดมือประหยัดเวลาทำงานแน่นอน อัพเดทปี 2022

คีย์ลัด macOS มีวิธีกดเยอะมาก! ใช้เป็นบอกเลยว่าประหยัดเวลาสุดๆ

Share image Edit Name 2macos 1

นอกจากคีย์ลัด Windows ที่แนะนำไปเมื่อก่อนหน้านี้ ผู้อ่านหลายท่านที่ใช้ Apple MacBook เป็นพีซีประจำตัวก็คงอยากทราบวิธีกดคีย์ลัด macOS อย่างแน่นอน ซึ่งคีย์ลัดของฝั่ง macOS ก็จะใช้ปุ่ม Command, Option, Control, Shift ซึ่งไม่ต่างกับ Windows ที่ต้องการ Ctrl, Alt, Shift ซึ่งถ้าใครใช้ MacBook มานานก็น่าจะคุ้นเคยกับคีย์ลัดเหล่านี้แล้ว แต่ถ้าใครมีความคิดหรือเพิ่งเปลี่ยนมาใช้ macOS ใหม่ๆ ก็น่าจะสับสนพอดูว่าควรกดคีย์ลัดอะไรอย่างไรบ้าง ซึ่งอันที่จริง หากเราจับทางและเข้าใจว่าต้องเริ่มกดจากปุ่มไหนรวมกับปุ่มไหน มันก็จะง่ายขึ้นแน่นอน

Advertisementavw

Screenshot 2022 10 19 105436

ซึ่งปุ่มสำหรับใช้กดคีย์ลัดบนแป้นคีย์บอร์ด MacBook, iMac นอกจากจะมีตัวอักษรกำกับแล้วก็ยังมีไอคอนโลโก้ให้เห็นชัดเจน ข้อดีคือเมื่อใช้โปรแกรมใน macOS ทำงานแล้วเรามักเห็นโลโก้คีย์ลัดเหล่านี้มากกว่าชื่อเต็มเพราะประหยัดพื้นที่การแสดงผลและได้ความสวยงาม หน้าต่างรวมคำสั่งไม่ต้องยื่นออกมายาวจนบดบังสิ่งอื่นที่แสดงผลอยู่บนหน้าจอ ซึ่งถ้าผู้ใช้จำไอคอนเหล่านี้ได้และกดจนคล่องล่ะก็ มันจะช่วยประหยัดเวลาและใช้คำสั่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

คีย์ลัด macOS

72 คีย์ลัด macOS ใช้สะดวกทำงานสบาย ประหยัดเวลาไปเยอะ!

ผู้อ่านที่มีความคิดจะย้ายไปใช้ระบบปฏิบัติการ macOS หรือใช้มาระยะหนึ่งแล้วไม่แน่ใจว่าคีย์ลัด macOS มีอะไรให้ใช้งานบ้างล่ะก็ ผู้เขียนก็ขอจำแนกคีย์ลัดทั้ง 72 คีย์เป็น 4 หมวดหมู่ใหญ่ให้เลือกอ่านได้ตามความสนใจ ซึ่งมีหมวดหมู่ดังนี้

  1. คีย์ลัดพื้นฐาน ได้ใช้ประจำ
  2. คีย์ลัดคุมตัวเครื่อง
  3. คีย์ลัดใช้กับ Finder
  4. คีย์ลัดสำหรับงานเอกสาร

magic keyboard pewz4toce72a medium

1. คีย์ลัด macOS พื้นฐาน ได้ใช้ประจำ

ilya pavlov wbXdGS D17U unsplash

  1. Command+Z – ยกเลิกคำสั่งก่อนหน้านี้ หรือถ้ากด Shift+Command+Z จะเป็นทำซ้ำ
  2. Command+X – คำสั่ง Cut เลือกตัดสิ่งที่ต้องการไปเก็บใน Clipboard
  3. Command+C – คำสั่ง Copy คัดลอกสิ่งที่ต้องการเข้า Clipboard
  4. Command+V – คำสั่ง Paste วางสิ่งใน Clipboard ล่าสุดลงในแอพฯ หรือเอกสารได้
  5. Command+A – เลือกทุกสิ่งบนหน้าจอ ณ ตอนนั้น
  6. Command+F – หาสิ่งที่ต้องการในเอกสาร ถ้ากดหน้า Desktop จะเปิดหน้า Find
  7. Command+G – ค้นหาเพิ่มเติมโดยเน้นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ค้นหาไปก่อนหน้า
  8. Command+H – ซ่อนหน้าต่างแอพฯ ที่เปิดอยู่หน้าสุด ณ ปัจจุบัน แต่ถ้าดูเฉพาะแอพฯ ปัจจุบันอย่างเดียวแล้วซ่อนแอพฯ อื่นทิ้ง ให้กด Command+Option+H
  9. Command+M – ซ่อนหน้าต่างแอพฯ ที่เปิดอยู่เก็บลง Dock ไป ถ้าปิดหน้าต่างทั้งหมดของแอพฯ ที่เปิดอยู่อันหน้าสุด ให้กด Command+Option+M
  10. Command+O – เปิดใช้สิ่งที่เลือก หรือเปิด Dialog ขึ้นมาเพื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการเปิด
  11. Command+P – สั่งปริ้นท์เอกสารที่เปิดอยู่ ณ ตอนนี้
  12. Command+S – สั่งเซฟเอกสารที่ใช้งานอยู่ ณ ตอนนี้
  13. Command+T – เปิดแท็บใหม่ขึ้นมาใช้งาน
  14. Command+W – ปิดหน้าต่างที่อยู่หน้าสุดทิ้งไป ถ้าปิดทุกหน้าต่างของแอพฯ นั้นให้กด Command+Option+W
  15. Option+Command+Esc – สั่งปิดแอพฯ ที่ใช้งานอยู่แบบ Force quit
  16. Command+Space bar – เปิด/ปิดคำสั่งค้นหา Spotlight search ซึ่งใช้ค้นทั้งเครื่อง
  17. Command+Control+Space bar – เปิดหน้าต่าง Character Viewer ดู Emoji หรือสัญลักษณ์ต่างๆ มาใช้งานได้
  18. Command+Control+F – เปิดใช้แอพฯ นั้นๆ แบบเต็มหน้าจอ (หากแอพฯ นั้นรองรับ)
  19. Command+Tab – สลับไปยังแอพฯ ที่เปิดอยู่แล้วผู้ใช้สลับมาใช้งานบ่อยที่สุด
  20. Command+Shift+5 – (macOS Mojave เป็นต้นไป) สั่งแคปภาพหน้าจอ เลือกเป็นภาพนิ่งหรือวิดีโอก็ได้ ถ้ากดเลข 3 จะสั่งบันทึกวิดีโอหน้าจอ ส่วนเลข 4 เป็นภาพนิ่ง
  21. Command+Shift+N – สร้างแฟ้ม (Folder) ใหม่ในหน้าต่าง Finder
  22. Command+Comma (,) – เปิดหน้าต่างตั้งค่าของแอพฯ ที่ใช้งานอยู่
2. คีย์ลัด macOS คุมตัวเครื่อง

giorgio trovato v bri4iVuiM unsplash

  1. กดปุ่ม Power – ถ้ากดแล้วปล่อยทันทีเป็น Wake/Sleep แบบ iPhone ถ้ากดค้าง 1.5 วินาที จะสั่งให้ MacBook เข้าโหมด Sleep ถ้ากดค้างจะสั่งปิดเครื่อง
  2. Command+Option+ปุ่ม Power – สั่งให้ MacBook ตัดเข้าโหมด Sleep
  3. Control+Shift+ปุ่ม Power – สั่งให้หน้าจอ MacBook เข้าสู่โหมด Sleep
  4. Control+ปุ่ม Power – เปิดหน้าต่างเลือกคำสั่ง Restart, Sleep, Shut Down เครื่อง
  5. Control+Command+ปุ่ม Power – บังคับ MacBook ให้ Restart เครื่องโดยไม่เซฟข้อมูลในเอกสารหรือตัวเอกสารที่เปิดอยู่
  6. Control+Command+Q – ล็อคหน้าจอ MacBook โดยทันที
  7. Shift+Command+Q – Log out จาก Account ที่ใช้ในเครื่อง MacBook นั้นๆ อยู่ ซึ่งระบบจะถามก่อนว่าผู้ใช้ยืนยันการ Log out นี้ไหม หากไม่ต้องการให้เครื่องถามเช่นนี้ ให้กด Command+Shift+Option+Q
3. คีย์ลัด macOS ใช้กับ Finder

macos big sur finder icon

  1. Command+D – ทำสำเนาไฟล์ (Duplicate) ที่เลือก
  2. Command+E – ตัดการเชื่อมต่อกับไดรฟ์หรือดิสก์ที่ต่อกับ MacBook อยู่
  3. Command+F – ใช้ Spotlight search ในหน้าต่างโปรแกรม Finder
  4. Command+I – เปิดหน้าต่าง Get Info ของไฟล์นั้นๆ เพื่อดูข้อมูลและรายละเอียด
  5. Command+N – เปิดหน้าต่าง Finder อันใหม่
  6. Shift+Command+C – เปิดหน้าต่าง Computer ใหม่ขึ้นมาใช้งาน
  7. Shift+Command+D – เปิดแฟ้ม Desktop ขึ้นมาใช้งาน
  8. Shift+Command+F – เปิดหน้าต่าง Recents เพื่อดูว่าได้เปิดหรือแก้ไขไฟล์ใดไปบ้าง
  9. Shift+Command+G – เปิดหน้าต่างไปยังโฟลเดอร์ขึ้นมา
  10. Shift+Command+H – เปิดแฟ้ม Home ของบัญชีผู้ใช้นั้นๆ ที่ใช้งานเครื่องอยู่ 
  11. Shift+Command+I – เปิด iCloud Drive 
  12. Shift+Command+K – เปิดหน้าต่าง Network 
  13. Shift+Command+N – สร้างแฟ้มใหม่ขึ้นมา
  14. Shift+Command+O – เปิดแฟ้ม Documents
  15. Shift+Command+R – แสดงหรือซ่อนหน้าต่างแสดงตัวอย่าง (Preview pane) ในหน้าต่าง Finder
  16. Shift+Command+T – แสดงหรือซ่อน Tab bar ของ Finder
  17. Shift+Command+U – เปิดแฟ้ม Utilities ขึ้นมาใช้งาน
  18. Option+Command+L – เปิดโฟลเดอร์ Downloads
  19. Command+Y – ใช้คำสั่ง Quick Look เพื่อดูตัวอย่างไฟล์ที่ต้องการ
  20. Command+1 – ดูไฟล์ต่างๆ ในหน้าต่าง Finder แบบไอคอน
  21. Command+2 – ดูไฟล์ต่างๆ ในหน้าต่าง Finder แบบเรียง List
  22. Command+3 – ดูไฟล์ต่างๆ ในหน้าต่าง Finder แบบคอลลัมน์
  23. Command+4 – ดูไฟล์ต่างๆ ในหน้าต่าง Finder แบบแกลลอรี่ภาพ
4. คีย์ลัด macOSสำหรับงานเอกสาร

ryan snaadt fuYY1F3bCiQ unsplash

  1. Command+B – ทำตัวอักษรที่เลือกให้เป็นตัวหนาหรือเปิดคำสั่งพิมพ์ตัวหนา
  2. Command+Iทำตัวอักษรที่เลือกให้เป็นตัวเอียงหรือเปิดคำสั่งพิมพ์ตัวเอียง
  3. Command+K – เพิ่มลิ้งค์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์
  4. Command+Uขีดเส้นใต้ตัวอักษรที่เลือกหรือเปิดคำสั่งพิมพ์แล้วมีขีดเส้นใต้
  5. Command+T – แสดงหรือซ่อนหน้าต่าง Fonts
  6. Command+D – เลือกโฟลเดอร์บน Desktop จากกล่องโต้ตอบ “เปิด” หรือ “บันทึก”
  7. Control+Command+D – แสดงหรือซ่อนคำแปลของคำที่เลือกเอาไว้
  8. Shift+Command+เครื่องหมายโคลอน (:) – แสดงหน้าต่างสะกดคำและแกรมม่า
  9. Command+เครื่องหมายเซมิโคลอน (;) – ค้นหาคำที่สะกดผิดในเอกสาร
  10. Option+Delete – ลบคำที่อยู่ทางซ้ายไอคอนแสดงจุดที่กำลังพิมพ์อยู่ ( | )
  11. Control+A – ย้ายกลับไปยังจุดเริ่มต้นของบรรทัดหรือย่อหน้านั้นๆ
  12. Control+E – ย้ายไปยังจุดสิ้นสุดบรรทัดหรือย่อหน้านั้นๆ
  13. Control+F – ย้ายหนึ่งตัวอักษรไปข้างหน้า
  14. Control+B – ย้ายหนึ่งตัวอักษรไปข้างหลัง
  15. Option+Command+F – ใช้คำสั่งค้นหาในโปรแกรมเอกสาร
  16. Option+Command+T – แสดงหรือซ่อนคำสั่ง Toolbar ในแอพฯ
  17. Option+Command+C – คัดลอกการตั้ง Format ของเอกสารนั้นไปไว้ใน Clipboard
  18. Option+Command+V – นำการตั้ง Format ของเอกสารที่เซฟเอาไว้ใน Clipboard มาใช้งานกับเอกสารอีกชุดหนึ่ง
  19. Option+Shift+Command+V – Paste แล้วปรับ Format เดิมของเอกสารให้เข้ากับ Format ใหม่ที่คัดลอกมาใช้งาน
  20. Option+Command+เครื่องหมายคำถาม (?) – เปิดหน้าต่าง Help ขึ้นมาใช้งาน

ab fhmRqhD dYg unsplash

จะเห็นว่าคีย์ลัด macOS นั้นจะมีให้ใช้งานเยอะและแยกไปตามหมวดการทำงานอีกด้วย ซึ่งถ้าผู้ใช้คนไหนคิดจะเปลี่ยนหรือเปลี่ยนมาใช้ MacBook สักระยะหนึ่งแล้วอยากรู้ว่าเราควรกดคีย์ลัดมันอย่างไรดีเพื่อให้ใช้งานได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น ก็ทดลองกดตามแล้วลองเลือกใช้งานคีย์ลัดตามความถนัดของแต่ละคนได้เลย ทีนี้ก็จะทำงานได้สะดวกรวดเร็วและประหยัดเวลาอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

USB C cover

Share image Edit Name 3icloud 1

Share image Edit Name 3macbook 1

from:https://notebookspec.com/web/671391-72-macos-shortcut-keys

MacBook Pro 14″ 16″ ชิป M2 อาจเปิดตัว พ.ย. ปีนี้

Mark Gurman เผย MacBook Pro ชิป M2 รุ่นใหม่ขนาด 14̸ […] More

from:https://www.iphonemod.net/macbook-pro-14-16-inch-will-be-announce-on-nov-2022.html

Ming-Chi Kuo ประเมิน แอปเปิลอาจย้ายฐานผลิต MacBook จากจีนมาไทย

Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์สายแอปเปิลคนดัง โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ให้ข้อมูลว่าแอปเปิลกำลังปรับยุทธศาสตร์ด้านซัพพลายเชน ให้พึ่งพาจีนน้อยลง

ตัวอย่างที่เห็นกันไปแล้วคือการผลิต iPhone ในอินเดีย ตอนนี้ 80% ของ iPhone ที่ผลิตในอินเดีย (โดยโรงงาน Foxconn) นำไปขายในอินเดียเอง แต่ในอนาคต เราอาจได้เห็นบริษัทใหญ่ๆ ของอินเดียอย่าง Tata Group ร่วมมือกับโรงงานรับจ้างผลิตอย่าง Pegatron หรือ Winstron เพื่อขยายการผลิต iPhone ในอินเดียให้มากขึ้น

ประเด็นถัดมาคือ Kuo บอกว่าแอปเปิลน่าจะย้ายฐานผลิต MacBook ซึ่งปัจจุบันผลิตในจีน 100% และเป้าหมายปลายทางน่าจะเป็นประเทศไทย อย่างไรก็ตาม Kuo ไม่ได้ให้ข้อมูลมากไปกว่านี้

Kuo ฉายภาพระยะยาวว่าในอนาคตระยะ 3-5 ปีข้างหน้า สินค้าแอปเปิลที่วางขายในสหรัฐจะผลิตที่ประเทศอื่นที่ไม่ใช่จีน เพื่อลดความเสี่ยงด้านการเมืองโลก

No Description

ที่มา – 9to5mac

from:https://www.blognone.com/node/130887

แนะนำโปรผ่อน MacBook จากร้านดัง 0% ผ่อนยาวๆ อัปเดต 2022

แนะนำโปรผ่อน MacBook จากร้านดัง 0% ผ่อนยาวๆ อัปเดต 2022

NBS 221008 FB Share Link macbook promotion 1 2

MacBook ถือเป็นโน๊ตบุ๊คจากทาง Apple ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยดีไซน์และประสิทธิภาพในการทำงานที่ทำได้ดีเยี่ยม แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ค่อนสูงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น MacBook Air หรือ MacBook Pro การผ่อนผ่านบัตรเครดิตจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการผ่อน 0% ที่ไม่มีดอกเบี้ย ทีมงาน NotebookSPEC จึงอยากจะมาแนะนำโปรโมชั่นผ่อน MacBook จากร้านดัง ที่เชื่อถือได้ ว่าจะมีโปรโมชันอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง


Apple Store

มาเริ่มต้นกันด้วยการผ่อน MacBook จาก Apple โดยตรงอย่าง Apple Store กันเลย สำหรับการผ่อนชำระ ผลิตภัณฑ์ของ Apple จากทางเว็บไซต์โดยตรงนั้นจะต้องมีการซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 5,000 บาท โดยสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 เดือน ดังนี้

Advertisementavw
image

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Apple Store

ในส่วนของ MacBook ที่มีวางจำหน่ายอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของ Apple มีดังนี้

  • MacBook Air (M1) หน้าจอ 13.3” ราคาเริ่มต้น 32,900 บาท (ราคาสำหรับนักศึกษา เริ่มต้น 29,600)
  • MacBook Air (M2) หน้าจอ 13.6” ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท (ราคาสำหรับนักศึกษา เริ่มต้น 40,400 บาท)
  • MacBook Pro (M2) หน้าจอ 13.3” ราคาเริ่มต้น 46,900 บาท (ราคาสำหรับนักศึกษา เริ่มต้น 43,400 บาท)
  • MacBook Pro (M1 Pro / M1 Max) หน้าจอ 14.2”, 16.2” ราคาเริ่มต้น 73,900 บาท (ราคาสำหรับนักศึกษา เริ่มต้น 68,700 บาท)

Studio7 By COM7

สำหรับ Studio7 By COM7 นั้นก็มีโปรฯ ประจำเดือนตุลาคม 2022 โดยโปรโมชั่นบัตรเครดิตผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 36 เดือนเลย ไม่ว่าจะเป็น MacBook, iPad, iPhone, หรือ Apple Watch

Promotion Bank OCT2022 Studio7 LDP

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: โปรโมชั่นบัตรเครดิตร้าน Studio7 ประจำเดือนตุลาคม 2565 | Studio7

ในส่วนของ MacBook ที่มีจำหน่ายที่ Studio7 มีดังนี้

  • MacBook Air 13” (M2, 2022) ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท
  • MacBook Air 13” (M1, 512GB) ราคาเริ่มต้น 41,400 บาท
  • MacBook Air 13” (M1, 256GB) ราคาเริ่มต้น 32,900 บาท
  • MacBook Pro 13” (M2, 2022, 256GB) ราคาเริ่มต้น 46,900 บาท
  • MacBook Pro 13” (M2, 2022, 512GB) ราคาเริ่มต้น 53,900 บาท
  • MacBook Pro 14” (M1 Pro, 1TB) ราคาเริ่มต้น 89,900 บาท
  • MacBook Pro 14” (M1 Pro, 512GB) ราคาเริ่มต้น 73,900 บาท
  • MacBook Pro 16” (M1 Max 1TB) ราคาเริ่มต้น 124,900 บาท
  • MacBook Pro 16” (M1 Pro, 512GB) ราคาเริ่มต้น 89,900 บาท
  • MacBook Pro 16” (M1 Pro, 1TB) ราคาเริ่มต้น 96,900 บาท

iStudio by SPVi

สำหรับโปรโมชั่นผ่อน MacBook จาก iStudio by SPVi มีทั้งโปรผ่อนสินค้า Apple ที่ซื้อจากหน้าร้านและออนไลน์

  • โปรโมชั่นผ่อนบัตรเครดิต สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้า Apple ผ่านช่องทาง Online
image 2
  • โปรโมชั่นผ่อนบัตรเครดิตเมื่อซื้อที่หน้าร้าน

รับสิทธิ์ ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน พร้อสิทธิพิเศษ รับเงินคืนสูงสุด 14,000 บาท สำหรับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

image

นอกจากโปรโมชั่นผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือนแล้ว เมื่อสมัครสมาชิก iMember รับส่วนลด Apple Care+ 10% เมื่อซื้อ Mac ทุกรุ่น

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเเติมได้ที่: iStudio By SPVi


iStudio by Copperwired

โปรโมขั่นในเดือนตุลาคม 2022 สำหรับ iStudio by Copperwired เมื่อซื้อสินค้า Apple ที่ iStudio by Copperwired และ Ai_ ทุกสาขา ผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 36 เดือน

972F4F09 BA51 4CDC 8E91 0F32938F7526

พร้อมสิทธิ์พิเศษ ได้รับเครดิตเงินคืน

  • บัตร Krungsri Credit Cards, Central The1 Product, Lotus’s Money Plus, HomePro Financial Card
    • ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน พร้อมสิทธิพิเศษ
      • ต่อที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18,000 บาท (เมื่อมียอดผ่อนชำระตั้งแต่ 12,000 บาท ขึ้นไป/เซลล์สลิป)
      • ต่อที่ 2 ใช้คะแนนสะสมแลรับเครดิตเงินคืนเพิ่มสูงสุด 15%
  • บัตร First Choice
    • ผ่อนสินค้า Apple และอุปกรณ์ 0% นานสูงสุด 10 เดือน (หรือเลือกผ่อนอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุด 24 เดือน)
      • ต่อที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18,000 บาท (เมื่อมียอดผ่อนชำระตั้งแต่ 12,000 บาท ขึ้นไป/เซลล์สลิป)
      • ต่อที่ 2 ใช้คะแนนสะสมแลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่มสูงสุด 15%
  • บัครเครดิต SCB
    • สิทธิพิเศษสำหรับบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ เมื่อซื้อสินค้าคอมพิวเตอร์ ไอที และอุปกรณ์เเสริม (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
      • ต่อที่ 1 แบ่งจ่าย 0% SCB ดีจัง นานสูงสุด 10 เดือน
      • ต่อที่ 2 แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 50% เมื่อใช้คะแนนสะสม SCB Rewards
  • iStudio SUPER DEAL สำหรับ iStudio by Copperwired, Ai_, .life, U-Store by Copperwired
    • ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน สำหรับบบัตรเครดิต UOB และบัตรเครดิต TMRW, ผ่อน 0% สูงสุด 36 เดือน สำหรับบัตร UOB Cash Plus
      • ต่อที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12,000 บาท ต่อผู้ถือบัตร 1 ท่าน ตลอดรายกการส่งเสริมการขาย
      • ต่อที่ 2 รับส่วนลดทันที 12% เมื่อแลกคะแนนสะสม UOB Reward Plus เท่ายอดแบ่งชำระ ต่อเซลส์สลิป (เฉพาะบัตรเครดิต UOB ยกเว้นบัตรเครดิต TMRW, บัตรเครดิต YOLO Platinum, และบัตร UOB Cash Plus ไม่ร่วมรายการ)
  • Smart Gadget ระบบแบ่งจ่ายรายเดือน Citi PayLite ผ่อน 0% นานสูงสุด 36 เดือน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 6,000 บาท
    • อภิสิทธิ์เฉพาะสมาชิกบัตรเครดิต Citi และบัญชี City Ready Credit เมื่อแบ่งจ่ายอุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ
      • ต่อที่ 1 แบ่งจ่าย 0% Citi PayLite นานสูงสุด 36 เดือน
      • ต่อที่ 2 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 6,000 บาท เมื่อแบ่งจ่ายผ่าน Citi PayLite
  • TTB Pay Plan ผ่อน 0% นาน 6, 10, 18 เดือน สำหรับสินค้าทุกรายการ บัตรเครดิต TTB, TMB, TBank (1 ส.ค. – 31 ต.ค. 2022)
    • ต่อที่ 1 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท
    • ต่อที่ 2 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12%
  • บัตร KTC ผ่อนชำระ 0% นาน 4 เดือน หรือ 0.69% นาน 10 เดือน สำหรับสินค้าทุกรายการ
    • โปรโมชั่นใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืน ใช้ได้ทั้ง รายการชำระเต็มจำนวน และ รายการผ่อนชำระ เฉพาะสมาชิกบัตรเครดิต KTC ใช้คะแนน KTC Forever แลกรับเครดิตเงินคืนทันทีสูงสุด 15%
  • บัตร KTC Proud Cash Card
    • ผ่อน 0.69% นาน 10 เดือน สำหรับสินค้าทุกรายการ
    • ผ่อน 0.69% นาน 18 เดือน สำหรับสินค้าทุกรายการ
    • (1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 2022)
  • Bualuang Be Smart
    • ผ่อน 0% นาน 10 เดือน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12%
      • เมื่อแบ่งชำระครบทุก 3,000 บาท ขึ้นไป
      • ใช้คะแนนอลกกเครดิตเงินคืนทุก 3,000 คะแนน
      • ลงทะเบียนผ่าน SMS

โปรผ่อนชำระสำหรับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

ในกรณีจัดส่งที่บ้าน สามารถผ่อน 0% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือเลือกรับสินค้าที่สาขา สามารถเลือกชำระปลายทาง และผ่อนสินค้าได้หลากหลายธนาคาร ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2022

image 4

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: iStudio by Copperwired


BaNANA IT

โปรโมชั่นบัตรเครดิต ช้อปง่าย ผ่อนจ่ายสบาย 0% นานสูงสุด 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. – 31 ต.ค. 2022

7AFBDBD3 429F 426A 86B5 EDBA4173FC4A

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: BaNANA IT

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของโปรโมชั่นบัตรเครดิตร้าน BaNANA ประจำเดือนตุลาคม 2022 ผ่อนสินค้า Apple, สมาร์ทโฟน, โน๊ตบุ๊ค 0% นานสูงสุด 36 ดือน

AC9135A8 667F 4946 B4CE D63AEA435A57

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: BaNANA IT


และทั้งหมดนี้ก็คือโปรโมชั่นผ่อน MacBook รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ จาก Apple ที่ทีมงานได้นำมาฝากกัน สำหรับใครที่สนใจหรือกำลังมองหา MacBook มาใช้งาน แบบผ่อนสบายๆ ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับโปรโมชั่นที่ทีมงานนำมาแนะนำได้เลย


อ่านบทความเพิ่มเติม / เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โปรผ่อน iPhone 14
ย้าย LINE ไปเครื่องใหม่ แชทไม่หาย, LINE Backup, ย้ายเครื่อง LINE,
ไลน์โทรออกไม่ได้, ปัญหาโทรไลน์ไม่ได้
แอพกล้องวงจรปิด ดูผ่านมือถือ, แอพกล้องวงจรปิดมือถือ
ลดขนาดไฟล์ MP4, ลดขนาดไฟล์วิดีโอ ออนไลน์
เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13, เปรียบเทียบ iPhone 14 กับ iPhone 13
iPhone 14 เปิดตัว, iPhone 14 สเปค, iPhone 14 ราคา

from:https://notebookspec.com/web/669688-macbook-credit-card-promotions

แพงไปไม่เอา! Apple ปฏิเสธที่จะซื้อชิป 3 นาโนเมตร หาก TSMC ยืนยันจะเพิ่มราคาสูงขึ้นถึง 6%

TSMC ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาให้เราได้เห็นกันในอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย แต่ของใหม่ก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงมากขึ้น โดยคราวนี้ก็มีประเด็นกับ Apple ที่ดูเหมือนว่าแอปเปิลยืนยันไม่อยากซื้อชิปบนฐาน 3 นาโนเมตรตัวใหม่ ถ้าทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้นมากกว่าเดิม ตอนนี้จึงยังหวั่น ๆ กันอยู่ว่าจะตกลงได้เมื่อไร เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อราคาและแผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple โดยตรงครับ

Apple ต่อรองได้ เพราะเป็นแหล่งรายได้ราว 25% ของ TSMC

แผนเดิมของ TSMC คือกะว่าจะเริ่มอัปราคาชิ้นส่วนให้สูงขึ้นประมาณ 6 – 9 เปอร์เซ็นในปีหน้า ซึ่งจากรายงานก็พบว่าเคยมีการเจรจาพูดคุยเรื่องราคาที่สูงขึ้นกับ Apple แล้ว โดยเริ่มต้นคุยกันมาว่าจะเพิ่มราคา 3% แต่คุยไปคุยมาตอนนี้ก็เสนอราคาสูงถึง 6% แล้ว ดังนั้นเราจึงพอคาดเดาได้ว่าชิปตัวที่จะแพงขึ้นมาน่าจะเป็นตัวที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ของบริษัท อย่างชิปประมวลผลที่สร้างบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตรเป็นครั้งแรกของ TSMC

แต่แผนนี้ก็ไม่ได้เป็นไปตามหวัง เพราะ Apple ลูกค้ารายใหญ่กลับปฏิเสธข้อเสนอขึ้นราคา ทำให้ TSMC คงไม่มีโอกาสให้ได้เจรจาต่อรองอะไรซักเท่าไหร่ เนื่องจาก Apple เป็นแหล่งรายได้ถึง 25% ของบริษัท ถ้าเค้าพูดว่าไม่เอา ก็ต้องแปลว่าไม่เอา

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงมีข่าวลือกันมาว่า MacBook Pro รุ่นใหม่จะใช้ชิป M2 Pro และ M2 Max บนสถาปัตยกรรมระดับ 5 นาโนเมตรเท่าเดิม แทนที่จะเป็น 3 นาโนเมตร ก็เพราะทั้งสองฝ่ายยังหาราคาตกลงกันไม่เจอซะทีเนี่ยแหละ

เรื่องนี้จึงมีผลกระทบไปถึงชิป A17 Bionic ในมือถือไอโฟน และซีพียู M3ใน Macbook ที่คาดกันว่าจะใช้เทคโนโลยีชิป 3 นาโนเมตรในการผลิตทั้งคู่ ทำให้ Apple ต้องเลือกว่าจะยอมจ่ายซื้อชิ้นส่วนในราคาที่แพงขึ้นมา เพื่อจะตรึงราคาสินค้าไม่ให้แพงขึ้นไปมากกว่านี้ หรือว่าจะยืนยันที่จะซื้อในราคาเดิม แล้วปล่อยให้ TSMC แบกรับภาระค่าใช้จ่ายการผลิตเอง หรือไม่ก็หันมาใช้หนทางสุดท้าย…คือขายสินค้าให้ผู้บริโภคตาดำ ๆ อย่างพวกเราในราคาที่สูงขึ้นไปอีก

แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีรายงานข้อมูลระบุว่าทั้ง TSMC และ Apple จะได้ข้อตกลงการซื้อขายกันเมื่อไร ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มีผลกระทบกับแผนการผลิตของแอปเปิล เพื่อที่จะสามารถเปิดสินค้ารุ่นต่อไปได้ตามกำหนดการครับ

 

ที่มา : wccftech

from:https://droidsans.com/apple-decline-tsmc-3nm-price-hike-6-percent/

3 สเต็ปเทพดึงรูปจาก iCloud ไม่เกี่ยง Windows, Android ฉบับง่ายทำได้ด้วยตัวเอง!! อัพเดทปี 2022

ดึงรูปจาก iCloud ไม่ยากอย่างที่คิด แค่ 3 ขั้นตอนนี้ก็เอาภาพมาใช้ได้แล้ว!

Share image Edit Name 3icloud 1

คนที่เคยใช้อุปกรณ์ Apple ไม่ว่าจะ iPhone, iPad แต่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ก็มีภาพหรือคลิปที่ถ่ายเก็บเอาไว้แต่ไม่รู้ว่าจะดึงรูปจาก iCloud ได้อย่างไร และมีวิธีไหนบ้างถึงจะโหลดกลับมาใช้งานได้สะดวกๆ ไม่ต้องซื้อเสียเงินซื้อสินค้าของ Apple กลับมาเพื่อดึงภาพ, คลิป หรือโน๊ตบางอย่างออกมาใช้งานให้เปลืองเงิน ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยระบบปฏิบัติการอื่นไม่ว่าจะ Windows, Android ก็ใช้ได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งทาง Apple เองก็มีเว็บไซต์ iCloud ให้อดีตผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ล็อคอินเข้ามาใช้บริการได้ด้วย ด้านรูปแบบการใช้งาน ก็แทบไม่ต่างอะไรกับการใช้งานในแอพฯ ของทาง Apple เลย

Advertisementavw

หรือถ้าใครใช้ iPhone, iPad, MacBook ควบคู่กับระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ ก็ไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีตอีกแล้ว นั่นเพราะทาง Apple ก็พัฒนาโปรแกรมให้ดึงภาพจาก iCloud ได้โดยตรง เพียงแค่ตั้งค่าในไม่กี่คลิ๊ก ก็พร้อมใช้งานได้ทันทีและสะดวกพอสมควร จัดว่าไม่แพ้ MacBook เลยทีเดียวและยังมีให้โหลดมาใช้งานใน Microsoft Store โดยตรงอีกด้วย

ดึงรูปจาก iCloud

3 สเต็ปเทพดึงรูปจาก iCloud ง่ายๆ ไม่ต้องเป็นอุปกรณ์ Apple ก็โหลดได้!

สำหรับวิธีการดึงรูปจาก iCloud ในตอนนี้จัดว่าง่ายมาก เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ภาพที่เคยเซฟเก็บเอาไว้กลับมาใช้งานได้แล้ว และยังอัพโหลดภาพกลับเข้าไปเก็บใน iCloud ที่เรามีอยู่ได้อีกด้วย โดยวิธีการดึงรูปนั้นจะมี 3 วิธีหลักๆ ดังนี้

  1. โหลดจากเว็บไซต์ iCloud โดยตรงได้เลย
  2. โหลดโดยใช้แอพฯ หรือโปรแกรมของ Apple
  3. โหลดภาพจาก Shared Album ที่เพื่อนแชร์ให้ก็ได้!

1. โหลดจากเว็บไซต์ iCloud โดยตรงได้เลย

 

icloud 1

วิธีแรกที่ง่ายสุดและใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ คือ ไปโหลดภาพมาจากเว็บไซต์ iCloud โดยตรง ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำในโน๊ตบุ๊คหรือสมาร์ทโฟนก็ได้ โดยระบบจะให้ผู้ใช้ล็อคอิน Apple ID และยืนยันตัวด้วย Two-Factor Authentication ก่อนจะปลดล็อคให้ผู้ใช้เข้าไปดึงรูปหรือเปิดโน๊ตที่บันทึกเอาไว้ได้ตามต้องการ หากผู้ใช้คนไหนย้ายมาใช้ระบบปฏิบัติการ Android แล้ว Apple จะเปลี่ยนจากการส่งคำยืนยันเป็นหน้าต่างแจ้งเตือนใน iPhone เป็น SMS ให้ผู้ใช้กรอกเพื่อล็อคอินแทน

Screenshot 2022 08 29 155602 1

เมื่อล็อคอินแล้ว ที่หน้าแรกของเว็บไซต์ iCloud จะมีแอพฯ พื้นฐานของ macOS ที่ถูกแบ็คอัพขึ้น iCloud ให้กดเปิดใช้งานแบบออนไลน์ และยังใช้โปรแกรมทำงานเอกสารของ Apple อย่าง Pages, Numbers, Keynote ได้ด้วย ส่วนการดึงภาพจาก iCloud ให้คลิกไอคอนแอพฯ รูปภาพ (Photos) เพื่อเปิดดูภาพที่ถูกแบ็คอัพเอาไว้ออกมา

Screenshot 2022 08 29 130833 1 1

 

หน้า UI แอพฯ รูปภาพบนเว็บไซต์ iCloud จะเหมือนเวอร์ชั่นแอพฯ ใน macOS สามารถดาวน์โหลด, อัพโหลด, ลบภาพที่แบ็คอัพเอาไว้ได้ตามสะดวก โดยขั้นตอนใช้งานบนเว็บไซต์ นอกจากจะแตะเลือกเพียงภาพที่ต้องการภาพเดียว, กด Ctrl ค้างแล้วคลิกเลือกหลายๆ ภาพพร้อมกัน หรือแม้แต่กด Ctrl+A เพื่อเลือกทุกภาพที่แบ็คอัพเอาไว้ก็ได้

Screenshot 2022 08 29 161618

 

เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้ว จะมีไอคอนให้เลือกสิ่งที่ต้องการทำกับภาพใน iCloud ของเราได้ 7 อย่างด้วยกัน โดยไล่จากซ้ายได้แก่

  1. รูปเมฆพร้อมลูกศรชี้ขึ้น – อัพโหลดภาพจากในคอมพิวเตอร์ขึ้น iCloud
  2. กรอบสี่เหลี่ยมและเครื่องหมายบวก – เพิ่มภาพที่เลือกไปยังอัลบั้มที่ต้องการ
  3. รูปหัวใจ – เลือกเป็นภาพโปรด
  4. กรอบสี่เหลี่ยมมีลูกศรชี้ขึ้น – แชร์
  5. รูปเมฆพร้อมลูกศรชี้ลง – ดาวน์โหลดรูปจาก iCloud เข้ามาในคอมของเรา
  6. รูปถังขยะ – ลบภาพที่เลือกทิ้งไป
  7. วงกลมมี 3 จุดตรงกลาง – ตั้งค่าตัวเลือกการดาวน์โหลดภาพจาก iCloud โดยเลือกได้ 2 แบบ
    1. ดาวน์โหลดต้นฉบับ – โหลดไฟล์ภาพต้นฉบับ ความละเอียดสูงสุดจาก iCloud
    2. ใช้งานร่วมกันได้ดีที่สุด – โหลดภาพที่นำไปใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ จะเป็นไฟล์นามสกุล .jpg, .HEIF, H.264, .HEVC

Screenshot 2022 08 29 13 35 52 85 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1
Screenshot 2022 08 29 13 35 56 62 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1

ถ้าใช้ผ่านเบราเซอร์ในสมาร์ทโฟน เมื่อล็อคอินเว็บไซต์ iCloud และเปิดเจอภาพที่ต้องการแล้ว ให้กดไอคอนวงกลมมี 3 จุดตรงกลางก่อน แล้วแตะคำว่า “ดาวน์โหลด” แล้วเบราเซอร์ก็จะดึงรูปจาก iCloud มาเก็บไว้ในมือถือให้ใช้งานได้แล้ว

2. โหลดโดยใช้แอพฯ หรือโปรแกรมของ Apple

Screenshot 2022 08 29 141341 1

วิธีดึงภาพจาก iCloud ถ้าเป็นระบบของ Apple เองก็ทำได้ไม่ยาก ซึ่งทาง Apple ก็แนะนำวิธีทำเอาไว้บนหน้าเว็บไซต์ของตัวเองด้วย โดยแยกตามระบบปฏิบัติการไป ได้แก่ iOS, macOS และ Windows ซึ่งขั้นตอนใช้งานไม่ซับซ้อนเลย หากแยกตามระบบปฏิบัติการจะเป็นดังนี้

ระบบปฏิบัติการ iOS, iPadOS
  1. แตะคำสั่ง Settings เลือก Apple ID ของตัวเองด้านบน
  2. แตะคำสั่ง iCloud แล้วเลือก Photos
  3. เลือก Download and Keep Originals
ระบบปฏิบัติการ macOS
  1. เปิดแอพฯ Photos
  2. เลือกคำสั่ง Photos คลิกที่ตัวเลือก Preferences 
  3. คลิกคำว่า iCloud แล้วคลิกคำสั่ง Download Originals to this Mac

pc ios 15 iphone 12 pro icloud photos hero 1

ส่วนผู้ใช้ที่ใช้โน๊ตบุ๊คหรือพีซีระบบปฏิบัติการ Windows ควบคู่กับ iOS หรือเคยใช้ก็ดึงรูปจาก iCloud กลับมาใช้งานได้โดยโปรแกรม iCloud ที่ทาง Apple ทำมาเพื่อระบบปฏิบัติการ Windows โดยเฉพาะ สามารถโหลดผ่านทาง Microsoft Store ได้เลย หากผู้ใช้คนไหนสนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

Screenshot 2022 08 29 150846 1

icloud2 1
icloud3 1
icloud4 1
icloud5 1

วิธีใช้งานโปรแกรม iCloud ของ Windows ก็จัดว่าใช้งานได้ง่ายมาก เมื่อติดตั้งแล้วโปรแกรมจะให้กรอก Apple ID ส่วนตัวตามปกติ แล้วกด Sign In และยืนยันตัวผ่านระบบ Two-Factor Authentication ให้เรียบร้อย จากนั้นระบบจะให้ผู้ใช้ตั้งค่าว่าต้องการ Sync ข้อมูลอะไรจาก iCloud เข้ามาในพีซีบ้าง ซึ่งเลือกได้ทั้ง iCloud Drive, Photos, Contacts and Calenders, Bookmarks และ Passwords ในส่วนนี้เราสามารถเลือกเชื่อมต่อข้อมูลได้ตามต้องการแล้วค่อยกด Apply ด้านล่าง

เมื่อปล่อยให้ iCloud จัดการเชื่อมต่อข้อมูลจนขึ้นหน้าต่าง “Setup is Complete” ในภาพล่างซ้ายแล้ว ให้กด Done จากนั้นผู้ใช้ก็สามารถดึงรูปจาก iCloud ได้ตามต้องการเหมือนเป็นไดรฟ์ในคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งถ้าตั้ง Sync ทุกอย่างเอาไว้ในเครื่องจะแยกเป็น 2 ไดรฟ์ด้วยกัน ได้แก่

  1. iCloud Drive – เปิดดูข้อมูลใน iCloud ทั้งหมด ได้แก่ เอกสารจากโปรแกรม Pages, Numbers, Keynote และบางรูปภาพที่ Sync เอาไว้
  2. iCloud Photos – เปิดดูและดึงรูปทั้งหมดจาก iCloud ได้ทั้งหมดเหมือนไดรฟ์หนึ่งในโน๊ตบุ๊ค ถ้าต้องการใช้งานก็ใช้คำสั่ง Copy&Paste เข้ามาในเครื่องแล้วใช้งานได้เลย

 

Screenshot 2022 08 29 13 11 16 76 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1
Screenshot 2022 08 29 13 11 27 49 40deb401b9ffe8e1df2f1cc5ba480b12 1
Screenshot 2022 08 29 13 11 34 93 b783bf344239542886fee7b48fa4b892 1
Screenshot 2022 08 29 13 32 20 66 b783bf344239542886fee7b48fa4b892

ด้านผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android หากต้องการดึงรูปจาก iCloud ผ่านเบราเซอร์โดยไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ URL ใหม่ตั้งแต่ต้นก็สามารถเซฟหน้าเว็บให้เป็นไอคอนแอพฯ บนจอสมาร์ทโฟนได้ด้วย โดยมีวิธีการดังนี้

  1. เปิดหน้าเว็บไซต์ iCloud (หรือเว็บไซต์ที่ต้องการก็ได้เช่นกัน)
  2. แตะเครื่องหมาย 3 จุดแนวตั้งมุมบนขวามือ เลือก “Add to Home screen”
  3. ระบบจะขึ้นหน้า Add to Home screenโชว์ไอคอนขนาด 1×1 ขึ้นมา ให้กด ADD ได้เลย
  4. เมื่อกด ADD แล้วกลับมาหน้า Home screen จะเห็นไอคอนเว็บไซต์ที่สั่งเซฟเอาไว้ เช่น iCloud อยู่บนหน้าจอและมีไอคอนรูปเบราเซอร์ Google Chrome ห้อยอยู่มุมล่างขวามือ เมื่อแตะแล้วจะโหลดเข้าหน้าเว็บไซต์ iCloud ทันที

ซึ่งขั้นตอนการเซฟหน้าเบราเซอร์ที่ต้องการให้เป็นไอคอนบน Home screen นั้นจัดว่าสะดวกรวดเร็วมาก เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องเข้าหน้าเว็บไซต์ใดเป็นประจำก็เอาวิธีนี้ไปใช้งานได้เลย ไม่ต้องพิมพ์ให้เสียเวลา

3. โหลดภาพจาก Shared Album ที่เพื่อนแชร์ให้ก็ได้!

mikayla mallek 3iT3dnmblGE unsplash 1

ส่วนวิธีดึงรูปจาก iCloud ที่เป็น Shared Albums ซึ่งเราไม่ได้เป็นเจ้าของแต่คนรู้จักแชร์มาให้กดดูได้ด้วยกัน ซึ่งวิธีดึงภาพมาใช้งานทำได้ทั้ง iOS, iPadOS, macOS รวมถึง Windows ด้วย โดยมีวิธีการแยกตามระบบปฏิบัติการดังนี้

ระบบปฏิบัติการ iOS, iPadOS
  1. เปิดแอพฯ Photos ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เลือกแท็บ Albums
  2. เลื่อนหน้าจอลงมาที่แถบ Shared Albums แล้วเลือกอัลบั้มที่ต้องการ
  3. เลือกภาพหรือคลิปที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่ม Share (รูปกล่องสี่เหลี่ยมมีลูกศรชี้ขึ้น)
  4. แตะตัวเลือก Save Image หรือ Save Video เพื่อเซฟไว้ในเครื่อง
ระบบปฏิบัติการ macOS
  1. เปิดแอพฯ Photos เลือกคำสั่ง Shared Album ตรงแถบคำสั่งฝั่งซ้ายมือของหน้าต่างโปรแกรม
  2. เลือกภาพหรือวิดีโอที่ต้องการ แล้วเลือกคำสั่ง Import เพื่อเซฟเอาไว้ใน MacBook ได้เลย
ระบบปฏิบัติการ Windows
สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ 11
  1. คลิก Start Menu > iCloud Shared Albums
  2. ดับเบิ้ลคลิก Shared Album ที่ต้องการเพื่อเปิดอัลบั้มนั้นๆ
  3. ดับเบิ้ลคลิกภาพหรือคลิปที่ต้องการ จากนั้น Copy ไฟล์ดังกล่าวแล้ว Paste ไว้ในโฟลเดอร์อื่นในเครื่องของเราได้เลย
สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 7
  1. เปิดหน้าต่าง Windows Explorer แล้วสังเกตตัวเลือก iCloud Photos ที่แถบฝั่งซ้ายมือ
  2. ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Shared folder จากนั้นดับเบิ้ลคลิ๊กอัลบั้มที่มีภาพหรือวิดีโอที่ต้องการ
  3. ดับเบิ้ลคลิกภาพหรือคลิปที่ต้องการ จากนั้น Copy ไฟล์ดังกล่าวแล้ว Paste ไว้ในโฟลเดอร์อื่นในเครื่องของเราได้เลย

andrew neel cckf4TsHAuw unsplash

จะเห็นว่าวิธีการดึงรูปจาก iCloud หรือแม้แต่ไฟล์เอกสารที่เคยเซฟเอาไว้ก็สามารถดึงกลับมาใช้งานได้โดยไม่ต้องมี iPhone, iPad หรือแม้แต่ MacBook สักชิ้นเดียวเลยก็ได้ ขอแค่รู้ว่าต้องเข้าทางไหน ทำอย่างไรก็เพียงพอแล้ว ซึ่งวิธีดึงรูปที่แนะนำไปในบทความนี้แล้ว ถ้า iCloud ของใครกำลังจะเต็มเพราะมีไฟล์ภาพเยอะเกินไปแล้วไม่อยากเสียเวลานั่งไล่ลบเองทีละภาพ ก็เปิดคอมพิวเตอร์แล้วไล่ลบภาพทิ้งไปก็ได้และสะดวกกว่ามาก

อย่างไรก็ตา ในมุมของผู้เขียนมองว่าในยุคนี้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเปิดใช้อินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาและยังรับส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ผู้เขียนเห็นว่าการจ่ายซื้อพื้นที่ Cloud ส่วนตัวเอาไว้เซฟงานเก็บเอกสารต่างๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่มีไฟล์งานสำคัญอยู่ก็แนะนำให้ลงทุนซื้อเพิ่มแค่ตัวเริ่มต้นก็ได้ แล้วใช้วิธีแชร์ไฟล์ใน Cloud Drive แทน จะสะดวกกว่าใช้แฟลชไดรฟ์อย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

macbook gaming cover

Share image Edit Name 3macbook 1

USB C cover

from:https://notebookspec.com/web/663779-3-step-download-photo-from-icloud

MacBook M1 เข้าร่วมโครงการ Apple Self Repair แล้ว

Apple เปิดตัวโครงการ Self Repair Program หรือโครงการที่ให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อชิ้นส่วนจาก Apple และนำไปซ่อมได้ด้วยตนเอง ซึ่งช่วงแรกจะมีเฉพาะชิ้นส่วน iPhone เท่านั้น ตอนนี้โครงการดังกล่าวก็ได้ขยายมาถึง MacBook ที่ใช้ชิป Apple M1 แล้ว

MacBook Pro M1 ที่เข้าร่วมโครงการนี้ มีหลายรุ่น ได้แก่ MacBook Air, MacBook Pro 13, 14 และ 16 นิ้ว ชิ้นส่วนที่สามารถซ่อมได้ด้วยตัวเองนั้นค่อนข้างหลากหลาย ได้แก่ ชิ้นส่วนคีย์บอร์ด หน้าจอ เปลี่ยนแบตเตอรี่ ชิ้นส่วน Trackpad ชิ้นส่วน MagSafe ชิ้นส่วน TouchID และพอร์ USB-C

gsmarena 001-13

แน่นอนว่าโครงการ Apple Self Repair นั้นยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ส่วนประเทศอื่น ๆ หากต้องการซ่อมโดยใช้ชิ้นส่วนของ Apple จะยังต้องส่ง Apple Store หรือตัวแทนหลังการขายของ Apple เหมือนเดิมครับ

ข่าว: MacBook M1 เข้าร่วมโครงการ Apple Self Repair แล้ว มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/parts-and-repair-manuals-for-m1-macbooks-added-to-apples-self-repair-program/