คลังเก็บป้ายกำกับ: LENOVO_IDEAPAD_5

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ฉบับเข้าใจง่าย อ่านแล้วเลือกคอมได้ถูกใจ! พร้อม 6 รุ่นน่าใช้ อัพเดทปลายปี 2022

ฮาวทูเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีให้เวิร์คใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ

Share image Edit Name 1laptop2022 1

หลายคนน่าจะค้นหาวิธีการบนเว็บไซต์หรืออ่านบทความกันเป็นประจำว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้จะต้องดูต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง? นั่นเพราะปัจจุบันนี้แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นั้นแข่งกันผลิตโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง มีรุ่นย่อยร้อยแปดจนผู้ใช้หลายๆ คนเลือกกันไม่ถูกแล้วอาจจะซื้อรุ่นราคาไม่แพงแต่สเปคไม่ตอบโจทย์เลยทำงานได้ไม่เต็มที่อย่างที่คาดหวังไว้

Advertisementavw

อย่างไรก็ตาม วิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้ไม่ยากอย่างนัก เพียงแค่เข้าใจว่าขอบเขตงานของเรามีอะไรบ้าง? จะซื้อไว้ทำงานเอกสารอย่างเดียวหรือมีงานกราฟิคอย่างตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพด้วย หรือจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้เล่นเกมแบบเน้นๆ เลย? ซึ่งถ้าตอบคำถามของตัวเองได้ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คแบบไหนมาใช้ก็ไม่ยากแล้ว

โน๊ตบุ๊ค 2022

5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีโดนใจ ฉบับรีบอ่านจะไปซื้อคอม!

joseph frank XGC 1eH ZGI unsplash

เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่จะซื้อโน๊ตบุ๊คสักเครื่องมักเปิดบทความประเภท Buyer’s Guide แล้วดูว่าบทความนั้นโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนที่ทางเว็บไซต์หรือผู้เขียนแนะนำบ้าง แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเข้าใจหลักการเลือกโน๊ตบุ๊คง่ายๆ 5 ขั้นตอนนี้แล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก โดยมีหลักการเลือกดังนี้

  1. เลือกระบบปฏิบัติการที่ตอบโจทย์เรา! – หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก เพราะถ้าไม่ซื้อ MacBook มีแต่โน๊ตบุ๊ค Windows หรือบางเครื่องอาจเป็น Chrome OS มาบ้าง และหากใครจำได้จะเห็นว่าหลายปีก่อนหน้านี้ก็จะมีโน๊ตบุ๊คบางแบรนด์ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux อย่าง Ubuntu แทรกอยู่ในท้องตลาดด้วย นั่นเพราะมันเป็นปัจจัยหลักซึ่งกำหนดประสบการณ์ใช้งานของเราว่าจะใช้งานได้ดีไหลลื่นหรืออึดอัดจนแทบอยากขายทิ้งเลย ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนซึ่งเคยใช้โน๊ตบุ๊คทั้ง 4 ระบบปฏิบัติการนี้มาแล้วจะเป็นดังนี้
    1. Windows – เป็นระบบปฏิบัติการแรกของผู้ใช้หลายคน ซึ่งหลายคนก็ยังใช้งานอยู่หรือข้ามไประบบปฏิบัติการอื่นแล้วก็ตาม ข้อดีคือใช้โปรแกรมได้หลากหลายแบบตั้งแต่ใช้งานเอกสารหรือเบราเซอร์, โปรแกรมกราฟิคชั้นนำของโลกหรือแม้แต่เกมก็รองรับระบบปฏิบัติการนี้ เปิดมาก็พร้อมใช้งานได้เลย ใช้งานได้ง่ายในระดับ End User แต่ถ้าอยากให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องเรียนรู้เรื่องเคล็ดลับการใช้งานเพิ่มเติมอีก
    2. macOS – ใช้ง่าย หากผู้ใช้คนไหนมี iPhone, iPad จะยิ่งชอบระบบ Apple Ecosystem เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ประสานงานกันได้ดีและต่อเนื่องและทางบริษัทก็ดีไซน์หน้า User Interface ให้ออกมาสวยงามใช้งานได้ง่ายเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป และแม้จะซื้อ MacBook รุ่นเก่าไป 2-3 ปี ก็ยังอัพเกรดเป็น macOS เวอร์ชั่นใหม่อยู่ อิงจากฐานข้อมูลว่า MacBook รุ่นไหนยังอัพเกรดเป็น macOS Monterey ได้ จะเห็นชื่อ MacBook Air ปี 2015 กับ MacBook Pro with Retina ปี 2015 ยังอัพเดทได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าใครใช้งาน Windows มานานแล้วย้ายมาใช้ macOS เป็นครั้งแรกก็ต้องปรับตัวเรื่องคีย์ลัดและฟังก์ชั่นต่างๆ สักระยะหนึ่ง และถ้าถนัดก็น่าจะถูกใจความเรียบง่ายของ OS นี้แน่นอน
    3. Chrome OS – เป็นระบบปฏิบัติการของ Google ซึ่งหน้าตาเหมือน Windows แล้วเอาประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android มาประยุกต์ใช้ได้ทันที และแอพฯ ส่วนใหญ่จะเน้นพึ่งอินเตอร์เน็ตเป็นหลักแต่ก็สามารถเปิดใช้งานแบบ Offline ได้ มีฟังก์ชั่นประสานงานกับสมาร์ทโฟน Android เหมือน macOS กับ iPhone อีกด้วย โดยปัจจุบันนี้นอกจากโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Chrome OS จากโรงงานโดยตรง ก็ยังโหลดระบบปฏิบัติการ Chrome OS Flex จาก Google มาติดตั้งในโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าให้รันระบบปฎิบัติการนี้ได้ด้วย
    4. Linux – เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Open-source ซึ่งหากผู้ใช้มีความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งก็สามารถโหลดไปใช้และพัฒนาต่อด้วยตัวเองก็ได้ โดยปัจจุบันนี้มีผู้เอา Linux ไปต่อยอดแล้วแยกเป็น Linux ฉบับใหม่ๆ ซึ่งเหมาะกับงานประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะ Ubuntu, Fedora, Linux Mint และหากใครติดตามข่าวอยู่ อาจจะได้ยินชื่อ Kylin Linux ซึ่งเป็น Linux อีกเวอร์ชั่นหนึ่งซึ่งออกแบบมาใช้กับภาษาจีนโดยเฉพาะ ซึ่งจากประสบการณ์ใช้งานส่วนตัวของผู้เขียนต้องถือว่า Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่ไม่กินทรัพยากรเครื่องมาก (Lightweight OS) ใช้ทำงานต่างๆ ได้ดีและยิ่งใครรู้เรื่องโปรแกรมมิ่งและการใช้ Command Line (แต่ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้), การหาซอฟท์แวร์ทางเลือก (Alternate software) ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟรีแล้วดีเทียบชั้นซอฟท์แวร์เสียเงิน ก็เชื่อว่าจะใช้งาน Linux ได้สนุกสนาน จะลงเป็น OS หลักหรือเสริมในโน๊ตบุ๊ค 2022 ก็ได้
  2. จะใช้ 2-in-1 หรือแบบธรรมดา? – โน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้ดีไซน์ไม่ได้จำกัดเอาไว้แค่แบบฝาพับอันคุ้นตา ก็จะมีโน๊ตบุ๊คแบบพับจอกลับเป็นแท็บเล็ต, มีปากกา, ถอดคีย์บอร์ดได้ ฯลฯ ให้เลือกอีกมากมาย ซึ่งเรื่องดีไซน์นั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน ว่าจะใช้งานทั่วไปแค่เปิดมาใช้ทำงานแล้วพับเก็บไปหรือถ้ามีงานอื่นๆ อย่างไปถ่ายภาพหน้างานแล้วต้องการวาดจดด้วยสไตลัสก็อาจจะหันมาดูโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 แทนจะดีกว่า
  3. ขนาดและความละเอียดหน้าจอ – ขนาดหน้าจอโน๊ตบุ๊คปัจจุบันนี้มีตั้งแต่ 10 นิ้ว สำหรับเด็กไปจนจอใหญ่ 17 นิ้ว ซึ่งมักเจอเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คตัวท็อปหลายๆ รุ่น ซึ่งถ้าเน้นพกพาใส่กระเป๋าก็น่าดูรุ่น 14 นิ้ว แต่ถ้าไม่ได้ไปไหน เน้นนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะ ก็แนะนำรุ่นจอ 15.6 นิ้ว จะมีขนาดใหญ่กำลังดี และแนะนำให้ดูหน้าจอความละเอียด Full HD เป็นขั้นต่ำ และถ้าเจอหน้าจอความละเอียดสูงกว่านี้ก็ยิ่งดี
  4. เลือกรุ่นแบตอึด จะได้ใช้งานได้นาน – แม้โน๊ตบุ๊ค 2022 หลายๆ รุ่นจะใช้งานได้นานเกิน 5 ชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนเจองานหนักเปิดเครื่องนานหลายชั่วโมงแล้วเครื่องอาจดับกลางคันได้ ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้หารีวิวโน๊ตบุ๊คอ่านเพื่อหาข้อมูลรุ่นที่สนใจใช้งานได้นานกี่ชั่วโมง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้าเป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คจะใช้งานได้ราว 5~7 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่หากเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาควรอยู่ได้ 9~12 ชั่วโมงจะดีที่สุด แต่ในทางกลับกันโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นในปัจจุบันนี้ก็มีพอร์ต USB-C Full Function ให้เลือก ซึ่งพอร์ตนี้จะรองรับการต่อหน้าจอแบบ DisplayPort และชาร์จไฟแบบ Power Delivery ได้ ช่วยแก้ปัญหาว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องของเราใช้งานได้ไม่นาน ขอแค่เตรียม Power Bank กำลังชาร์จสูงเอาไว้ก็ชาร์จไปใช้งานไปได้เลย
  5. กำหนดสเปคโดยคร่าวๆ แล้วไปซื้อกัน – ส่วนของสเปคเครื่องขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน ว่าเนื้องานของแต่ละคนเน้นไปด้านไหนเป็นหลัก เช่น ถ้ามีงานกราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอก็ควรหารุ่นมีการ์ดจอแยกมาใช้งาน, หากเน้นน้ำหนักเบาก็ดูซีพียูว่าเป็นรหัสประหยัดพลังงาน แต่จุดที่ผู้เขียนขอเน้นให้ผู้ใช้พิจารณาไว้ก่อนเป็นอย่างแรก คือ ควรหาโน๊ตบุ๊ค 2022 แรม 16GB มาใช้งาน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น DDR4 หรือ DDR5 ส่วนผู้ใช้ที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับแรมสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับแรมได้ที่นี่ ส่วนซีพียูอาจจะเริ่มที่ AMD Ryzen 3 หรือ Intel Core i3 ก็ได้ และมี M.2 NVMe SSD ติดตั้ง Windows 10 หรือ 11 มาให้ในเครื่องพร้อมความจุ 256GB ขึ้นไปจะดีที่สุด

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นน่าใช้ ออกใหม่ล่าสุด ซื้อมาใช้แล้วเวิร์คแน่นอน

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2022 CPU

GPU

SSD

RAM

Software

หน้าจอ

น้ำหนัก

การเชื่อมต่อ ราคา
(บาท)
Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.66 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

22,490
HP Victus Gaming 15-fb0068AX  AMD Ryzen 5 5600H

AMD Radeon RX 6500M

M.2 NVMe
512GB

8GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.29 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

SD Card
Reader x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

27,490
MSI Alpha 15 B5EEK-095TH AMD Ryzen 7 5800H

AMD Radeon RX 6600M

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2.35 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

LAN x 1

HDMI x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

32,490
Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

Microsoft Office Home & Student 2021

15.6″ FHD IPS

1.76 กก.

USB-A 3.2 x 3

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

30,990
Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH Intel Core
i7-1255U

Intel Iris Xe Graphics

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR4
3200MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

1.7 กก.

USB 2.0 x 1

USB-A 3.2 x 1

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6E

Bluetooth 5.2

37,900
ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W Intel Core
i7-12650H

NVIDIA GeForce RTX 3060 

M.2 NVMe
512GB

16GB DDR5
4800MHz

Windows 11 Home

15.6″ FHD IPS

Refresh Rate 144Hz

2 กก.

USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

LAN x 1

Audio combo x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

44,990

6 โน๊ตบุ๊ค 2022 รุ่นแนะนำน่าใช้ทั้งสายทำงานและเล่นเกม

หากผู้ใช้คนไหนได้อ่านวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ตามที่แนะนำไปข้างบนแล้ว เริ่มเห็นภาพว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องไหนมาใช้เป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ของเราดี โดยผู้เขียนได้เลือกโน๊ตบุ๊คทั้งสายทำงานและเล่นเกม โดยมีรุ่นที่ติดตั้งซีพียู AMD กับ Intel มาให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ได้แก่

  1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)
  2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)
  3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)
  4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)
  5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)
  6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)
1. Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA (22,490 บาท)

ideapad5

โน๊ตบุ๊ค 2022 เครื่องแรกในบทความนี้ ผู้เขียนแนะนำ Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA ที่เหมาะจะใช้ทำงานออฟฟิศเป็นรุ่นแรก จุดเด่นของมัน คือ มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, อัพเกรดแรมเพิ่มได้และมีโปรแกรม Microsoft Office ติดตั้งมาให้ เพียงแค่อัพเกรดแรมไป 16GB ก็ใช้งานได้สบายๆ

เครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์มาให้ ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ในเครื่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตที่ตัวเครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 และน้ำหนักเพียง 1.66 กิโลกรัมเท่านั้น หากใครต้องการโน๊ตบุ๊คเน้นทำงานแล้วสเปคคุ้มด้วยก็ซื้อ Lenovo IdeaPad 5 นี้ไปได้เลย

Lenovo IdeaPad 5 15ALC05-82LN00UHTA
  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3GHz
  • GPU : AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : ออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.66 กิโลกรัม
  • Price : 22,490 บาท (BaNANA)
2. HP Victus Gaming 15-fb0068AX (27,490 บาท)

victusgaming

หากใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนล่ะก็ HP Victus Gaming 15-fb0068AX เครื่องนี้น่าจะถูกใจผู้ใช้หลายๆ คนอย่างแน่นอน เพราะราคาแค่สองหมื่นกลางแต่สเปคจัดว่าแรงและเมื่อซีพียูกับการ์ดจอเป็น AMD ทั้งหมดแล้วก็จะรองรับฟังก์ชั่น AMD S.A.M. ทำให้โหลดฉากและ Texture ในเกมได้เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ยิ่งทำงานและเล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นเยอะ

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz จับคู่กับการ์ดจอ AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6 มาให้ใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรมอีก 8GB DDR4 บัส 3200MHz หากอัพเกรดแรมเป็น 16GB ก็ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้นมาก ที่เครื่องมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ด้วย และน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 2.29 กิโลกรัม ดังนั้นถ้าใครอยากได้เกมมิ่งโน๊ตบุ๊คสเปค AMD ล้วนก็ซื้อ HP Victus เครื่องนี้ได้เลย

สเปคของ HP Victus Gaming 15-fb0068AX
  • CPU : AMD Ryzen 5 5600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.3-4.2GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6500M แรม 4GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, SD Card Reader x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.29 กิโลกรัม
  • Price : 27,490 บาท (Advice)
3. MSI Alpha 15 B5EEK-095TH (32,490 บาท)

alpha15

MSI Alpha 15 B5EEK-095TH เครื่องนี้ก็เป็นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค 2022 สเปค AMD ล้วนอีกเครื่องที่แรงจบตั้งแต่เปิดกล่อง สามารถเล่นเกมฟอร์มยักษ์ในปัจจุบันได้สบายๆ และยังอัพเกรดเพิ่ม SSD เข้าไปได้อีกด้วย จัดเป็นตัวแรงราคาน่าคบอีกเครื่องหนึ่ง

ซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz ใช้การ์ดจอแยก AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6 กับหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ในตัว ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 ได้ น้ำหนักเครื่องอยุ่ที่ 2.35 กิโลกรัม หากใครจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊ค AMD ล้วนสเปคแรงสักเครื่องก็ซื้อเครื่องนี้ไปเล่นเกมได้เลย

สเปคของ MSI Alpha 15 B5EEK-095TH
  • CPU : AMD Ryzen 7 5800H แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.2-4.4GHz
  • GPU : AMD Radeon RX 6600M แรม 8GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, LAN x 1, HDMI x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2.35 กิโลกรัม
  • Price : 32,490 บาท (ราคากลาง)
4. Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 (30,990 บาท)

vero

Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9 รุ่นนี้เป็นโน๊ตบุ๊ค 2022 ภาคต่อของตระกูล Vero ซึ่งบอดี้ทำจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้กับโปรแกรม Microsoft Office แท้ และรหัสนี้ก็ได้รับการอัพเกรดเป็น Intel 12th Gen แล้วด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz ใช้การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้ ในเครื่องมีแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 ต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.76 กิโลกรัมเท่านั้น และจากโลโก้จะเห็นว่า Aspire Vero นี้ผ่านมาตรฐานเป็นโน๊ตบุ๊ค Intel Evo ด้วย ดังนั้นจะได้เปรียบเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ทนทานยิ่งขึ้นด้วย

สเปคของ Acer Aspire Vero AV15-52-79Z9
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB-A 3.2 x 3, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home, Microsoft Office Home & Student 2021
  • Weight : 1.76 กิโลกรัม
  • Price : 30,990 บาท (ราคากลาง)
5. Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH (37,900 บาท)

thinkpad

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ต้องยกให้ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH รุ่นนี้ที่นอกจากตัวเครื่องจะใหญ่กำลังดีและยังได้ Windows 11 Pro ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์เรื่องความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งกว่าเวอร์ชั่น Home อีกด้วย ดังนั้นโน๊ตบุ๊คนี้จึงเหมาะกับคนหาโน๊ตบุ๊คเอาไว้ทำงานเป็นอย่างมาก และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ด้วย

สเปคของเครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics และหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Pro มาพร้อมแรม 16GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI, LAN, Audio combo อย่างละ 1 ช่อง เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 และตัวเครื่องหนัก 1.7 กิโลกรัม เรียกว่าเอาใจสายทำงานแบบเต็มที่และได้ Intel 12th Gen ไปด้วยเลย

สเปคของ Lenovo ThinkPad E15 Gen 4-21E600C1TH
  • CPU : Intel Core i7-1255U แบบ 10 คอร์ 12 เธรด (2P+8E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : Intel Iris Xe Graphics
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR4 บัส 3200MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • Ports : USB 2.0 x 1, USB-A 3.2 x 1, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 1.7 กิโลกรัม
  • Price : 37,900 บาท (ราคากลาง)
6. ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W (44,990 บาท)

tufdash

ส่วนโน๊ตบุ๊ค 2022 ที่ได้ทั้งทำงานและเล่นเกม ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W นับเป็นคำตอบที่ดีมาก เพราะนอกจากได้ดีไซน์สวยเรียบร้อยไม่หวือหวาแล้ว สเปคยังแรงตั้งแต่เปิดกล่องและพอร์ต USB-C ยังเป็น Full Function ด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz กับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6 ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz มี M.2 NVMe SSD ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 11 Home มาให้พร้อมแรม 16GB DDR5 บัส 4800MHz พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2 ตัวเครื่องหนัก 2 กิโลกรัมพอดี เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าตาเรียบร้อยดูดีทำงานและเล่นเกมได้สบายๆ

สเปคของ ASUS TUF Gaming Dash F15 FX517ZM-HN093W
  • CPU : Intel Core i7-12650H แบบ 10 คอร์ 16 เธรด (6P+4E) ความเร็ว 3.5-4.7GHz
  • GPU : NVIDIA GeForce RTX 3060 แรม 6GB GDDR6
  • SSD : แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • RAM : 16GB DDR5 บัส 4800MHz
  • Display : 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 144Hz
  • Ports : USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1, LAN x 1, Audio combo x 1
  • Wireless : Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2
  • Webcam : 720p HD Camera 
  • Software : Windows 11 Home
  • Weight : 2 กิโลกรัม
  • Price : 44,990 บาท (Advice)

windows eGNLSgazDVU unsplash

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2022 ณ ตอนนี้มีรุ่นน่าสนใจให้เลือกเยอะทีเดียว และวิธีการเลือกโน๊ตบุ๊คนั้นก็ไม่ได้ยากมาก หากเข้าใจว่าเราเน้นใช้งานอะไรบ้างและต้องการโน๊ตบุ๊คแบบไหน เท่านี้ก็ช่วยตัดตัวเลือกรุ่นที่ไม่เกี่ยวข้องไปได้เยอะและไม่ต้องโดนคนขายเชียร์ปั่นยอดขายจนเสียโฟกัสอีกด้วย ดังนั้นผู้เขียนแนะนำให้เริ่มทำการบ้านหาดูรุ่นที่สนใจจากที่บ้านก่อนแล้วไปจบที่หน้าร้านหรือจะซื้อออนไลน์ไปเลยก็สะดวกเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Share image Edit Name 3msi 1

Share image Edit Name 1qdoled 1

Share image Edit Name 3acer 1

from:https://notebookspec.com/web/668571-5-tips-for-buying-laptop-in-2022

7 โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 สเปคแรงมี Office 2019 แท้พร้อมใช้งาน ซื้อแล้วคุ้มชัวร์!

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 ยุคนี้ได้ Microsoft Office Home & Student 2019 แถมมาในเครื่องพร้อมทำงานเลย คุ้มสุดๆ 

laptop25 cover

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 ตอนนี้มีตัวเลือกให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายสเปค ตั้งแต่ราคาหลักหมื่นนิดๆ ไปจนเกือบถึงงบประมาณที่ตั้งไว้เลยทีเดียว แต่คำถามคือ ถ้ามีเงินพร้อมจ่ายซื้อโน๊ตบุ๊คระดับนี้แล้ว นอกจาก Windows 10 Home ก็ควรมี Microsoft Office Home & Student 2019 ที่ทุกคนต้องการใช้ทำงานเอกสารติดมาให้ด้วย จะได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 4,299 บาทให้เปลืองเงิน พอเปิดกล่องแล้ว Sign in เสร็จสรรพแล้ว ก็เริ่มทำงานต่อได้ทันที

โน๊ตบุ๊คแบบที่มีซอฟท์แวร์ครบพร้อมใช้งานแบบนี้ ตอนนี้มีให้เลือกซื้อหลายรุ่นและในระดับราคาไม่เกิน 25000 บาทนี้ งานประกอบและฟีเจอร์ที่ติดมาให้ในเครื่องก็ถือว่าคุ้มค่าราคาน่าคบหามากทีเดียว และหลายๆ รุ่นก็มีพอร์ต USB-C ติดตั้งมาให้ใช้โอนไฟล์ด้วยความเร็วสูงได้ บางรุ่นก็ต่อหน้าจอแยกหรือชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คได้ด้วยมาตรฐาน USB Power Delivery แบบเดียวกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000

แต่ก่อนจะไปเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทกัน ผู้เขียนขออธิบายเสริมความเข้าใจกันเล็กน้อยว่า Microsoft Office Home & Student 2019 และ Microsoft 365 นั้นแตกต่างกันอย่างไรนอกจากการจ่ายค่าบริการเป็นรายปีหรือจ่ายครั้งเดียวจบไม่ต้องจ่ายซ้ำ เพราะซอฟท์แวร์ทั้งสองตัวนี้ต่างก็มีจุดดีกันทั้งคู่ โดยแนะนำข้อมูลเป็นตารางเทียบดังนี้

office 365 vs office 2019 1080x675 1

ซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home & Student 2019 Microsoft 365
ซอฟท์แวร์ที่ได้ใช้งาน Microsoft Word, Excel, PowerPoint Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook

ผู้ใช้ที่ใช้ใน PC โหลด Microsoft Access, Publisher มาใช้งานได้ด้วย

ได้รับการอัพเดทแพทช์และแก้บั๊กเป็นระยะๆ เท่าที่ยังต่ออายุการใช้งาน

การอัพเดทฟีเจอร์ ได้รับการอัพเดทแพทช์ความปลอดภัย แต่ไม่ได้รับฟีเจอร์ใหม่และไม่ได้รับอัพเดทใหญ่ ได้รับฟีเจอร์ใหม่ตลอดทั้งการอัพเดทแพทช์ความปลอดภัยและแก้ไขบั๊ก
การติดตั้งซอฟท์แวร์และจำนวนผู้ใช้งาน เฉพาะ Windows หรือ MacBook เครื่องที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ Microsoft 365 Family แพ็คเกจเดียวติดตั้งและใช้งานพร้อมกันได้ 5 หน้าจอพร้อมกัน นับรวมทั้ง PC, Mac, แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ใช้ซอฟท์แวร์ในขณะนั้น
ฟีเจอร์สำหรับแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ไม่มี โหลดซอฟท์แวร์มาติดตั้งแล้ว Sign in ก็ใช้ฟีเจอร์แก้ไขหรือสร้างเอกสารใหม่ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ทันที
พื้นที่เก็บไฟล์ออนไลน์ ไม่มี ใช้งาน OneDrive Cloud ของ Microsoft แชร์พื้นที่ 1TB ไว้แบ็คอัพและเก็บไฟล์งานของผู้ใช้ 6 คน
(รวมตัวผู้ใช้ด้วย)
การซัพพอร์ตทางเทคนิค ไม่มี ติดต่อเจ้าหน้าที่ของ Microsoft ให้ช่วยแก้ปัญหาที่เจอระหว่างใช้งานซอฟท์แวร์ได้ทันที ฟรี ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
ค่าบริการ จ่ายซื้อซอฟท์แวร์ครั้งเดียว ใช้งานได้ตลอดไป

ราคา 4,299 บาท

จ่ายค่าบริการเป็นรายปี

ราคา 1,990 บาท (BaNANA)

จะเห็นว่าซอฟท์แวร์ทั้ง 2 แบบนั้นแม้จะคล้ายกัน แต่ก็มีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งมีข้อดีกันทั้งคู่และเหมาะกับผู้ใช้แตกต่างกันไป ซึ่งถ้าใครเน้นทำงานคนเดียวเป็นหลักอาจจะใช้ Microsoft Office Home & Student 2019 ก็ดี แต่ถ้ามี User แชร์ใช้บริการร่วมกันล่ะก็ ราคา 1,990 บาท ก็เฉลี่ยคนละ 331 บาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าคุ้มค่าใช้ได้ทีเดียว

นอกจากนี้ จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง หากใครโหลดโปรแกรมหรือทดลองอัพเดท Windows เวอร์ชั่นเบต้าแล้วเครื่องมีปัญหาจนต้องล้างเครื่องลงใหม่ โน๊ตบุ๊คเครื่องที่มี Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งไว้ในเครื่องและเจ้าของเครื่องได้ล็อคอิน Microsoft Account (เมล์ Outlook) ไว้ในเครื่องเรียบร้อยแล้ว สามารถโหลดซอฟท์แวร์กลับมาติดตั้งในเครื่องได้ทันที โดยตัวซอฟท์แวร์และ Microsoft Account จะจัดการยืนยันสิทธิ์การใช้งานให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์ใหม่แม้แต่น้อย

7 โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 มี Office 2019 พร้อมใช้งานแนะนำให้ซื้อ

สำหรับคนที่มีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้แล้วมีงบประมาณ 25000 บาทอยู่ในมือล่ะก็ ตอนนี้เราสามารถหาซื้อโน๊ตบุ๊คที่มี Microsoft Office Home & Student 2019 ติดเครื่องมาพร้อมใช้งานได้ไม่ยาก เพราะว่าผู้ผลิตหลายๆ เจ้าก็เริ่มแถมซอฟท์แวร์นี้มาให้ใช้งานกันแล้ว โดยทั้ง 7 รุ่นนี้ที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะเน้นรุ่นที่สเปคคุ้มค่ากับราคาที่สุดให้เลือกซื้อกัน โดยมีรุ่นให้เลือกดังนี้

  1. Acer Swift 3 SF314-43-R1FY (22,250 บาท)
  2. DELL Inspiron 5515-W566215101THW10 (22,400 บาท)
  3. ASUS Vivobook Flip 14 TM420UA-EC001TS (22,990 บาท)
  4. Lenovo IdeaPad 3 15ALC6 (23,400 บาท)
  5. Lenovo IdeaPad 5 14ALC05 (23,900 บาท)
  6. HP 15s-fq2019TU (24,900 บาท)
  7. HP Pavilion 15-eh1082AU (24,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-43-R1FY (22,250 บาท)

Swift SF314 l

Acer Swift 3 SF314 จัดเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาพกพาง่ายด้วยน้ำหนักเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น แต่สเปคถือว่าครบเครื่องและรุ่นที่เลือกมาก็อัพเดทซีพียูเป็น AMD Ryzen ซีรี่ส์ 5000 แบบประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพการทำงานดี ติดตั้งชุดสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องเอาไว้ให้ใช้งานพร้อมประกันตัวเครื่อง 2 ปี โดยรวมทั้งชิ้นส่วนและค่าแรงไว้ทั้งหมด

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์ในตัว เอาไว้เรนเดอร์กราฟฟิคได้ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้พร้อมใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ตเชื่อมต่อให้ครบทั้ง USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย ซึ่งถ้าใครต้องการโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทเน้นคุ้มพกง่ายสักเครื่องไว้ใช้งาน Acer Swift 3 เครื่องนี้จัดว่าน่าสนใจมากรุ่นหนึ่ง

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-43-R1FY
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 22,250 บาท (Advice)
2. DELL Inspiron 5515-W566215101THW10 (22,400 บาท)

Inspiron 5515 Blue l

ส่วนแฟนคลับโน๊ตบุ๊คแบรนด์ DELL จะมี DELL Inspiron 5515-W566215101THW10 เป็นโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท บอดี้ใหม่ที่คุ้มค่าน่าซื้อมาใช้งานรุ่นหนึ่ง เพราะนอกจากได้ AMD Ryzen 5000 Series มี Microsoft Office Home & Student 2019 แล้ว ยังได้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วติด Numpad เอาไว้ให้ใช้งานและน้ำหนักเพียง 1.63 กิโลกรัมเท่านั้น จะติดเพียง SSD ในเครื่องมีความจุแค่ 256GB แต่ถ้ามี External Harddisk เสริมสักหน่อยก็โอเคแล้ว 

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์เหมือนกัน ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ติดตั้งไว้ในตัว ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล VA มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะกับคนทำงานกับตัวเลขเป็นประจำเป็นอย่างมากรุ่นหนึ่ง

สเปคของ DELL Inspiron 5515-W566215101THW10
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล VA
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 22,400 บาท (JIB)
3. ASUS Vivobook Flip 14 TM420UA-EC001TS (22,990 บาท)

Flip 14 Black f

ส่วนคนที่หาโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทแล้วพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย แนะนำเป็น ASUS Vivobook Flip 14 TP470EA-EC002TS ที่เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาพับเครื่องกลับ 360 องศาได้ มี ASUS Pen เป็นปากกา Stylus สำหรับเขียนหน้าจอติดมาให้ใช้ด้วย ตอบโจทย์คนที่ต้องการเซ็นเอกสารหรือจดโน้ตได้เป็นอย่างดี เรียกว่าคุ้มแบบซื้อเครื่องเดียวใช้ได้ถึง 2 แบบสบายๆ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม

สเปคของ ASUS เครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics Xe G4 ออนบอร์ดมาพร้อมใช้ทำงานทั่วไปได้ดีอย่างแน่นอน ส่วน SSD ในเครื่องเป็น M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266 MHz ส่วนหน้าจอสัมผัสมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ตติดตั้งมาให้ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.0 ได้ด้วย จัดว่าเหมาะกับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท เหมาะกับคนที่ต้องทำงานเซ็นเอกสารเป็นประจำมาก เพราะมีปากกา ASUS Pen ติดมาให้ใช้เขียนหน้าจอได้เลย

สเปคของ ASUS Vivobook Flip 14 TP470EA-EC002TS
  • ซีพียู Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 22,990 บาท (JIB)
4. Lenovo IdeaPad 3 15ALC6 (23,400 บาท)

Ideapad 14 Alc6 l

ในกลุ่มโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ก็มี Lenovo ให้เลือกซื้อถึง 2 รุ่นด้วยกัน โดยรุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำคือ Lenovo IdeaPad 3 15ALC6 ที่ให้ฟีเจอร์มาแบบครบเครื่องเกินค่าตัว เพราะมีทั้งกล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าและที่สแกนนิ้วปลดล็อคเครื่องติดตั้งมาให้ทั้งคู่ รวมทั้งมี Privacy Shutter ที่เป็นตัวสไลด์ปิดกล้องหน้าเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย เรียกว่าครบเครื่องและคุ้มสุดๆ รุ่นหนึ่ง

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์สำหรับงานกราฟฟิคทั่วๆ ไป มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 เพิ่ม SSD ไว้เซฟงานได้อีก 1 ช่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz อัพเกรดเพิ่มความจุภายในเครื่องได้อีก 1 ช่อง ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN ส่วนพอร์ตบนตัวเครื่องมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI ติดตั้งมาให้อย่างละ 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่สเปคดีครบเครื่อง เหมาะจะซื้อเอาไว้ทำงานมากและราคาค่าตัวก็ไม่สูงเกินไป แต่ได้ระบบสแกนใบหน้าและนิ้วมือมาแบบครบถ้วนเลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad 3 15ALC6
  • ซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 23,490 บาท (JIB)
5. Lenovo IdeaPad 5 14ALC05 (23,900 บาท)

IdeaPad 5 14 l

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทจาก Lenovo อีกรุ่นเป็น Lenovo IdeaPad 5 14ALC05 ที่สเปคเรียกว่าไล่เลี่ยกับ Lenovo ในข้อที่แล้ว แต่ตัดระบบสแกนใบหน้าออกเหลือแต่สแกนลายนิ้วมือเท่านั้น กลับกันงานประกอบและบอดี้ตัวเครื่องจะพรีเมี่ยมกว่าและตัวเครื่องน้ำหนักเบาลงจาก 1.65 กิโลกรัมเหลือ 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คงานประกอบดีราคาไม่แพงเกินไปและฟีเจอร์มาครบล่ะก็ แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad 5 เรียกว่ายกมาจากข้อที่แล้วแทบทั้งหมดทั้งซีพียู, การ์ดจอ, SSD, RAM และระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home & Student 2019 แต่หน้าจอจะขนาดเล็กลงเหลือ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS และพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 

สเปคของ Lenovo IdeaPad 5 14ALC05
  • ซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 23,900 บาท (Advice)
6. HP 15s-fq2019TU (24,900 บาท)

20190515 151826 c

ส่วนคนที่เน้นว่าโน๊ตบุ๊คของตัวเองต้องซีพียูแรงสักหน่อย จะมี HP 15s-fq2019TU ที่เป็นรุ่นสเปคแรงเน้นความคุ้มค่าอีกตัวในกลุ่มโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท มาก แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คที่นอกจากดีไซน์จะพื้นฐานและยังไม่มีระบบสแกนนิ้วหรือใบหน้าก็ตาม แต่สเปคที่ให้มาในเครื่องเรียกว่าครบเครื่องมากและมี Numpad เอาไว้ใช้ทำงานกับตัวเลขได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz สำหรับใช้งานกับซอฟท์แวร์หนักๆ ได้สบาย ส่วนการ์ดจอออนบอร์ดเป็น Intel Iris Xe Graphics G7 ซึ่งประสิทธิภาพดีพร้อมทำงานกับโปรแกรมตัดต่อแต่งภาพได้เป็นอย่างดี มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz มีช่องแรม 2 ช่องในตัว อัพเกรดเพิ่มแรมได้ถ้าไม่พอใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายมี Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 ด้วย ซึ่งถือว่าสเปคต่อราคาของ HP เครื่องนี้ถือว่าคุ้มค่าดีทีเดียว ซึ่งถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทเน้นสเปคแรงเป็นหลัก ก็มีรุ่นนี้เป็นรุ่นแนะนำเลย

สเปคของ HP 15s-fq2019TU
  • ซีพียู Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics G7
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 24,900 บาท (JIB)
7. HP Pavilion 15-eh1082AU (24,990 บาท)

 

Pavilion 15 silver n c

กลับกัน ถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คบอดี้พรีเมี่ยมยิ่งขึ้นกว่า HP ในข้อที่แล้ว แนะนำให้ขยับมาซื้อ HP Pavilion 15-eh1082AU ที่บอดี้ภายนอกเป็นอลูมิเนียม, ติดตั้งที่สแกนลายนิ้วมือเอาไว้ใช้และลำโพงจูนเสียงด้วย Bang & Olufsen อีกด้วย เรียกว่าอัพเกรดความพรีเมี่ยมและเติมฟีเจอร์ดีๆ เอาไว้ให้ใช้งาน นอกจากนี้พอร์ต USB-C ยังรองรับการชาร์จแบบ USB Power Delivery และต่อหน้าจอเสริมแบบ DisplayPort 1.4 อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้งเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์ ส่วน SSD แบบ M.2 NVMe มีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz เรียกว่าครบเครื่องไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ใช้ทำงานได้เลย ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.0 อีกด้วย ซึ่งถ้าใครไม่อยากพกอแดปเตอร์ของตัวเครื่องให้หนัก อยากติดไปแต่ปลั๊กมือถือหรือปลั๊กแกลเลี่ยมไนไตรท์อย่างเดียวล่ะก็ HP เครื่องนี้ก็จัดว่าน่าสนใจมากๆ

สเปคของ HP Pavilion 15-eh1082AU
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 24,900 บาท (Advice)

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทมี Office 2019 เปิดมาทำงานได้เลย

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทนั้น ปัจจุบันนี้เรียกว่าให้สเปคมาแบบคุ้มค่า มีซอฟท์แวร์ติดตั้งมาให้แบบพร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลยและมีหลายระดับราคาให้เลือกซื้ออีกด้วย ซึ่งสรุปสเปคได้ดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ซีพียูและการ์ดจอ SSD และแรม หน้าจอ พอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สาย ระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ ราคา
Acer Swift 3 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz

14″ FHD IPS USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

22,500 บาท
DELL Inspiron 5515 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD VA USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

22,400 บาท
ASUS Vivobook Flip 14 Intel Core i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe 512GB

8GB LPDDR4x บัส 4266 MHz

14″ FHD IPS USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

22,990 บาท
Lenovo IdeaPad 3 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics 8 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD TN USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

23,490 บาท
Lenovo IdeaPad 5 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics 8 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

23,900 บาท
HP
15S-FQ2019TU
Intel Core i7-1165G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

24,900 บาท
HP Pavilion
15-eh1082AU
AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

24,900 บาท

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ในปัจจุบันหาซื้อเอาไว้ทำงานหรือเรียนออนไลน์ได้แบบราคาไม่แพงและให้ฟีเจอร์กับซอฟท์แวร์มาแบบครบเครื่องมาก แบบที่ผู้ผลิตหลายเจ้านั้นแข่งกันจัดสเปคมาให้แบบคุ้มแบบแข่งกันเอาใจลูกค้าเต็มที่ เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่หาโน๊ตบุ๊คสายทำงานเอาไว้ใช้สักเครื่องจริงๆ ส่วนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่านั้นอาจจะยกให้คนใกล้ตัวหรือขายต่อมือสองก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากได้เงินกลับมาส่วนหนึ่งแล้ว อาจจะเอาเงินส่วนต่างที่ได้คืนมาเพิ่ม SSD, แรม หรือซื้ออุปกรณ์เสริมต่างๆ มาใช้กับโน๊ตบุ๊คของเราได้อีกด้วย ช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้นอีกมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

gaminglaptop cover

wherelaptop cover

laptpservice cover

from:https://notebookspec.com/web/611528-7-laptop-under-25000-with-office-2019

9 Notebook น้ำหนักเบา 2021 เครื่องบางพกง่าย หนักไม่ถึงโล แบตอึดได้ใจ เริ่ม 2 หมื่นต้น

Notebook น้ำหนักเบา 2021 แบตอึดได้ใจ เรียกว่าเป็นขวัญใจของคนทำงานสมัยนี้เลย

Share image Edit Name 3thinlaptop

Notebook น้ำหนักเบา 2021 กลายเป็นตัวเลือกที่คนทำงานยุคนี้เลือกหากันอย่างต่อเนื่องจากรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป หลาย ๆ ออฟฟิศเปลี่ยนเป็นการ WFH หรือ Remote work จากที่ไหนก็ได้ งานหลาย ๆ งานก็เปลี่ยนจากการนั่งออฟฟิศแบบเก่า ๆ เป็นการเปิดอินเตอร์เน็ตแล้วนั่งทำงานจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งผู้เขียนก็เชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้ อาจจะกำลังนั่งอ่านช่วงว่าง ๆ ตอนนั่งจิบกาแฟหรือกินข้าวอยู่ในช่วงพักกลางวันในคาเฟ่สักแห่งหลังจากผ่อนปรนมาตรการควบคุม COVID-19 ลงไประดับหนึ่งแล้วก็เป็นไปได้

ถ้าโจทย์คือการพกพาง่าย เอาไว้ทำงานและแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ๆ หลายชั่วโมงนั้น โน๊ตบุ๊คในงบประมาณ 20,000-30,000 บาทนั้น ผู้ผลิตแบรนด์หลักหลาย ๆ เจ้าก็มีตัวเลือกดี ๆ ออกมาให้เลือกกันมากมาย มี Windows 10 Home (64-bit) ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน และบางรุ่นอาจจะแถม Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ใช้ทำงานอีกด้วย ซึ่งโน๊ตบุ๊ครุ่นแนะนำสำหรับการทำงานที่เลือกมาร่วม 9 รุ่นนี้ น่าจะมีรุ่นในใจของผู้อ่านบางคนอยู่อย่างแน่นอน

Notebook น้ำหนักเบา 2021

Notebook น้ำหนักเบา 2021 หาได้ง่าย ๆ ผ่านระบบของ Notebookspec

search slim laptop

การเลือกหา Notebook น้ำหนักเบา 2021 ในระบบค้นหาของ Notebookspec นั้น จะมีระบบการกรองตัวเลือกรุ่นที่น้ำหนักเบามาให้เลือกซื้อได้ตามต้องการ เพียงคลิกที่ช่อง Type – ประเภทการใช้งาน แล้วระบบจะคัดเครื่องน้ำหนักเบามาให้

weight reduction

นอกจากนี้ ถ้าต้องการระบุน้ำหนักที่ต้องการ ก็เลื่อนลงมาแล้วคลิกที่คำว่า น้อยกว่า 1.5 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มตัวกรองให้ละเอียดยิ่งขึ้น ก็จะทำให้ระบบคัดมาแต่โน๊ตบุ๊คที่เบากว่า 1.5 กิโลกรัม และเครื่องที่หนักที่สุดจะอยู่ที่ 1.49 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถ้าผู้ใช้ต้องการเปิดหารุ่นอื่นนอกเหนือจาก 9 รุ่นที่แนะนำมา ก็สามารถลองหาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้เช่นกัน

9 Notebook น้ำหนักเบา 2021 ไล่เบาไปหนัก ซื้อไว้ใช้ยังไงก็เวิร์ค!

สำหรับ Notebook น้ำหนักเบา 2021 ที่ผู้เขียนเลือกมาทั้ง 9 รุ่นนั้น จะเน้นที่น้ำหนักเครื่องเบาเป็นหลัก ส่วนราคานั้นจะอยู่ราว 20,000-32,900 บาท นอกจากนี้ก็ได้กำกับน้ำหนักตัวเครื่องเอาไว้ที่ด้านหลังเพื่อให้ผู้ใช้หาซื้อได้ตามน้ำหนักที่ต้องการได้อีกด้วย โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 (0.99 กก.)
  2. Microsoft Surface Laptop Go (1.11 กก.)
  3. Acer Swift 3 SF314-42-R0ND (1.2 กก.)
  4. Apple MacBook Air (Apple M1) (1.29 กก.)
  5. HP ENVY x360 13-ay0001AU (1.3 กก.)
  6. MSI Modern 14 B11MOL-426TH (1.3 กก.)
  7. Lenovo IdeaPad 5 14ALC05-82LM006VTA (1.39 กก.)
  8. Asus VivoBook 14 D413IA-EB248TS (1.4 กก.)
  9. Huawei MateBook 14 (1.49 กก.)
1. Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 (0.99 กก.)

fujitsu

ถ้าเป็น Notebook น้ำหนักเบา 2021 ก็ต้องมี Fujitsu เข้ามาอยู่ในรุ่นแนะนำแน่นอน โดยโน๊ตบุ๊คจากประเทศญี่ปุ่น รุ่น Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928 นั้นถูกนำกลับมาขายในประเทศไทยอีกครั้งผ่านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำในประเทศไทยเช่น JIB, BaNANA เป็นต้น และน้ำหนักตัวเครื่องจัดว่าเบาเป็นที่หนึ่งกับน้ำหนักตัว 0.99 กิโลกรัมเท่านั้น สามารถสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้ ส่วนสเปคก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียวกับค่าตัว 32,900 บาท

สเปคใช้ Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz กับการ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7 สำหรับทำงานประมวลผลกราฟฟิคต่าง ๆ ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home (64-bit) กับแรม 8GB LPDDR4x มาให้แบบออนบอร์ด มีบัส 4266MHz เรียกว่าเหมาะกับคนทำงานที่พกโน๊ตบุ๊คไปไหนมาไหนเป็นอย่างมาก หน้าจอมีขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB-C บนตัวเครื่องก็รองรับการชาร์จแบบ Power Delivery ด้วย จึงไม่ต้องพกปลั๊กของตัวเครื่องก็ได้ ใช้ปลั๊กมือถือก็ชาร์จแบตเตอรี่ให้ Fujitsu เครื่องนี้ได้เช่นกัน ส่วนผู้อ่านที่สนใจรีวิว Fujitsu รุ่นอื่น ๆ สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Fujitsu Ultralight CH-4ZR1C22928
  • ซีพียู Intel Core i5-1135G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.4-4.2 GHz
  • การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB LPDDR4x มาให้แบบออนบอร์ด มีบัส 4266MHz
  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • น้ำหนัก 0.99 กิโลกรัม
  • ราคา 32,900 บาท (JIB)
2. Microsoft Surface Laptop Go (1.11 กก.)

surface

หลายคนอาจจะมองข้าม Microsoft Surface Laptop Go เพราะเมื่อเทียบสเปคกับ Notebook น้ำหนักเบา 2021 เครื่องอื่นแล้ว สเปคไม่ดึงดูดเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วโน๊ตบุ๊คหน้าจอสัมผัส PixelSense 12.4 นิ้ว อัตราส่วน 3:2 เครื่องนี้จาก Microsoft ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็น
โน๊ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ Microsoft ต้องการให้เป็น รวมทั้งน้ำหนักเพียง 1.11 กิโลกรัมนั้นถือว่าพกพาง่ายทีเดียวและสแกนนิ้วปลดล็อคเครื่องได้ด้วย

ซีพียูติดตั้ง Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6GHz การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620 ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ SSD ความจุ 128GB พร้อม Windows 10 Home (64-bit) แรม 8GB DDR4 บัส 3733 MHz และหน้าจอสัมผัส 12.4 นิ้ว ความละเอียด 1536×1024 พิกเซล พาเนล IPS อัตราส่วน 3:2 ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น ไม่ต้องใช้เมาส์และควบคุมการทำงานต่าง ๆ ได้สะดวก ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องได้ผ่านทาง USB-C ที่ติดตั้งไว้กับตัวเครื่องได้ ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเป็น Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนการใช้งาน Microsoft เคลมไว้ว่าใช้งานได้นานสุด 13 ชั่วโมง

สเปคของ Microsoft Surface Laptop Go
  • ซีพียู Intel Core i5-1035G1 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.0-3.6GHz
  • การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD ความจุ 128GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3733MHz
  • หน้าจอสัมผัส PixelSense 12.4 นิ้ว ความละเอียด 1536×1024 พิกเซล พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • น้ำหนัก 1.11 กิโลกรัม
  • ราคา 25,990 บาท (BaNANA)
3. Acer Swift 3 SF314-42-R0ND (1.2 กก.)

swift

Notebook น้ำหนักเบา 2021 อีกรุ่นอย่าง Acer Swift 3 รหัส SF314 ก็เป็นรุ่นน่าสนใจมากเช่นกัน เพราะตัวเครื่องนอกจากบางเบา สแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องได้และราคาก็ไม่แพงมากเพียง 21,900 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ในตัว เรียกว่าครบเครื่องมากรุ่นหนึ่ง ซื้อแล้วใช้ทำงานได้สบาย ๆ

สเปคใช้ AMD Ryzen 5 4500U แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 2.3-4.0 GHz นอกจากจะประหยัดพลังงานแล้วประสิทธิภาพก็ดีอีกด้วย ใช้การ์ดจอออนบอร์ดเป็น AMD Radeon RX Vega 6 สำหรับทำงานและเล่นเกมออนไลน์ได้ จับคู่กับฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home (64-bit) มาให้ในตัวกับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ส่วนหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วย ส่วนตัวเครื่องทั้งหมดนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนใครที่สนใจรีวิวเจาะลึกคลิกอ่านได้ที่นี่

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-42-R0ND
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 4500U แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 2.3-4.0 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 6
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • หน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit), Microsoft Office Home & Student 2019
  • น้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม
  • ราคา 21,900 บาท (BaNANA)
4. Apple MacBook Air (Apple M1) (1.29 กก.)

mba

นาทีนี้ MacBook Air ชิป Apple M1 จัดเป็น Notebook น้ำหนักเบา 2021 ตัวเลือกแรก ๆ สำหรับคนที่อยากได้เครื่องที่ประสิทธิภาพสูงแบบไม่ต้องสืบ ทำงานตัดต่อและใช้โปรแกรมต่าง ๆ ได้ดีโดยไม่ต้องกังวล ยิ่งถ้าใครใช้คู่กับ iPhone แล้ว ยิ่งดีเข้าไปใหญ่เนื่องจาก Ecosystem ของ Apple นั้นจัดว่าทำออกมาได้ดีมากจนหลายคนชื่นชอบแล้วถอนตัวได้ยากทีเดียว แต่ถ้าใครใช้โปรแกรมเฉพาะทางที่ Rosetta 2 ยังไม่รองรับ อาจจะมีปัญหาขลุกขลักอยู่บ้าง

ซีพียูเป็น Apple M1 แบบ 8 คอร์และการ์ดจอในตัวแบบ 7 คอร์ จับคู่กับฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe แบบบัดกรีติดตั้งไว้ในเครื่องกับแรม 8GB สามารถรันระบบปฏิบัติการ macOS ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้น้ำหนักก็เพียง 1.29 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าไม่หนักไม่เบาเกินไป หน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS ราคารุ่นเริ่มต้นมาเพียง 32,900 บาท ซึ่งปรับลงจากรุ่นก่อน 3,000 บาท ให้เลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

สเปคของ MacBook Air ชิป Apple M1
  • ซีพียู Apple M1 แบบ 8 คอร์
  • การ์ดจอ Apple M1 แบบ 7 คอร์
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • แรม 8GB
  • หน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด QHD (2560×1600 พิกเซล) พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ macOS
  • น้ำหนัก 1.29 กิโลกรัม
  • ราคา 32,900 บาท
5. HP ENVY x360 13-ay0001AU (1.3 กก.)

envy

ถ้าโจทย์ Notebook น้ำหนักเบา 2021 ต้องมีปากกา Stylus เอาไว้เขียนบนหน้าจอด้วย แนะนำให้เลือก HP ENVY x360 13-ay0001AU เครื่องนี้เอาไว้ใช้ทำงานเลย เพราะในแพ็คเกจจะมีปากกา Stylus เอาไว้เขียนทำเครื่องหมายหรือวาดภาพได้ สเปคจัดว่าครบเครื่องเพราะมี Microsoft Office Home & Student 2019 แถมมาในตัว ซื้อแล้วพร้อมใช้งานทันทีเช่นกัน ส่วนตัวเครื่องจะหนักขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.3 กิโลกรัม

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 4500U แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 2.3-4.0 GHz จับคู่การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 6 กับฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 Home (64-bit) กับแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz มาแบบออนบอร์ด ซึ่งถ้าใช้ทำงาน, เรียนและความบันเทิงทั่วไปจัดว่าเพียงพออย่างแน่นอน ส่วนหน้าจอเป็นแบบสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และรองรับ Bluetooth 5.0 ในตัว ค่าตัวเพียง 29,900 บาทเท่านั้น สำหรับรีวิวสามารถอ่านได้ที่นี่

สเปคของ HP ENVY x360 13-ay0001AU
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 4500U แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 2.3-4.0 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 6
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • หน้าจอสัมผัส 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit), Microsoft Office Home & Student 2019
  • น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม
  • ราคา 29,900 บาท (BaNANA)
6. MSI Modern 14 B11MOL-426TH (1.3 กก.)

msi modern

ถ้าใครชอบ Notebook น้ำหนักเบา 2021 งานประกอบแข็งแรงเป็นอลูมิเนียมทั้งตัว ดีไซน์พรีเมียม MSI Modern 14 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ส่วนการออกแบบตัวเครื่องยังมี Ergonomics View Design ยกตัวเครื่องขึ้นเล็กน้อยเวลากางหน้าจอใช้งานอีกด้วย ส่วนตัวเครื่องก็หนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าค่อนข้างเบาทีเดียว ส่วนราคา 25,900 บาท ก็ถือว่าสมราคาอยู่พอควร ส่วนรีวิวเจาะลึกสามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สำหรับสเปคที่เลือกมาแนะนำเป็น Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz สามารถประมวลผลงานหนัก ๆ ได้สบาย ๆ กับการ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics G7 ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB พร้อม Windows 10 Home (64-bit) และแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ในตัว ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ด้วย

สเปคของ MSI Modern 14 B11MOL-426TH
  • ซีพียู Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz
  • การ์ดจอ Intel Iris Xe Graphics G7
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz
  • หน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม
  • ราคา 25,900 บาท (JIB)
7. Lenovo IdeaPad 5 14ALC05-82LM006VTA (1.39 กก.)

ideapad 5

ส่วนคนที่อยากได้ Notebook น้ำหนักเบา 2021 ที่สเปคสดใหม่และแรงขึ้นอีกนิด แนะนำเป็น Lenovo IdeaPad 5 รุ่นนี้ที่ใส่ AMD Ryzen 5 รุ่นใหม่ที่ประสิทธิภาพสูงขึ้นแทน ซึ่งนอกจากจะประสิทธิภาพสูงไล่เลี่ยกับ Intel Core i7 บางรุ่นแล้ว ยังประหยัดพลังงานมากด้วย นอกจากนี้ทีเด็ดของ Lenovo ก็ยังแถม Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ใช้งานด้วย ส่วนน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 1.39 กิโลกรัม

ซีพียูใช้ AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 7 ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 Home (64-bit) ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน แรมความจุ 8GB DDR4 ออนบอร์ด บัส 3200MHz และหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1 ส่วนราคาปัจจุบันเพียง 20,900 บาทเท่านั้น

สเปคของ Lenovo IdeaPad 5 14ALC05-82LM006VTA
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 7
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ออนบอร์ด
  • หน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit), Microsoft Office Home & Student 2019
  • น้ำหนัก 1.39 กิโลกรัม
  • ราคา 20,900 บาท (JIB)
8. Asus VivoBook 14 D413IA-EB248TS (1.4 กก.)

vivobook

ASUS VivoBook 14 ในกลุ่ม Notebook น้ำหนักเบา 2021 อาจจะดูแตกต่างจากชาวบ้านไปบ้าง เนื่องจากเป็นซีรี่ส์เน้นคุ้มค่าเหมือน Acer Aspire Series แต่เข้าเกณฑ์เนื่องจากน้ำหนักยังไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม โดยมีน้ำหนัก 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมโปรแกรมติดตั้งมาให้ครบเครื่องทั้ง Windows 10 Home (64-bit) พร้อมกับ Microsoft Office Home & Student 2019 สนนราคาแล้ว 20,900 บาทเท่ากับ Lenovo IdeaPad 5 ในข้อที่แล้ว

สเปคเป็นซีพียู AMD Ryzen 5 4500U แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 2.3-4.0 GHz จับคู่การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 6 กับฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ออนบอร์ด  ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0

สเปคของ Asus VivoBook 14 D413IA-EB248TS
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 4500U แบบ 6 คอร์ 6 เธรด ความเร็ว 2.3-4.0 GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 6
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200MHz ออนบอร์ด
  • หน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit), Microsoft Office Home & Student 2019
  • น้ำหนัก 1.4 กิโลกรัม
  • ราคา 20,900 บาท (JIB)
9. Huawei MateBook 14 (1.49 กก.)

matebook

ในกลุ่ม Notebook น้ำหนักเบา 2021 นั้น Huawei MateBook 14 ที่เคยมีรีวิวเปิดให้อ่านไปก่อนหน้านี้ถือว่าหนักที่สุดในกลุ่มถึง 1.49 กิโลกรัม แต่ด้านสเปคก็ถือว่าจัดเต็มไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน และเป็นรุ่นที่หลาย ๆ คนอาจจะเล็ง ๆ เอาไว้แล้ว เพราะซื้อมาก็แรงไม่ต้องอัพเกรดแล้ว และหน้าจอยังมีความละเอียดสูงสุดในกลุ่ม แลกกับราคาตัวเครื่องระดับ 25,500 บาท ก็จัดว่าน่าสนใจไม่น้อย

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 4600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0GHz เป็นรหัส H ประสิทธิภาพสูง จับคู่การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon RX Vega 6 และฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 Home (64-bit) พร้อมใช้งานทันที แรม 16GB DDR4 บัส 2666MHz ออนบอร์ด หน้าจอเป็นแบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440 พิกเซล) อัตราส่วน 3:2 พาเนล IPS เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0 ซ่อนกล้อง Webcam เอาไว้ที่แถบคีย์บอร์ดและสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องได้ ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเครื่องผ่านพอร์ต USB-C ด้วยปลั๊กของมือถือได้ด้วยมาตรฐาน Power Delivery

สเปคของ Huawei MateBook 14
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 4600H แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 3.0-4.0GHz
  • การ์ดจอ AMD Radeon RX Vega 6
  • ฮาร์ดดิสก์ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรม 16GB DDR4 บัส 2666MHz ออนบอร์ด
  • หน้าจอสัมผัส 14 นิ้ว ความละเอียด 2K (2160×1440 พิกเซล) อัตราส่วน 3:2 พาเนล IPS
  • เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac รองรับ Bluetooth 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64-bit)
  • น้ำหนัก 1.49 กิโลกรัม
  • ราคา 25,500 บาท (BaNANA)

สรุปความเบาและความคุ้มของ Notebook น้ำหนักเบา 2021

จะเห็นว่า Notebook น้ำหนักเบา 2021 นั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก และมีให้เลือกหลายรุ่นหลากแบรนด์ตามความชอบอีกด้วย ซึ่งถ้าสรุปสเปคและจุดเด่นจะเป็นดังนี้

สเปคของ Notebook น้ำหนักเบา 2021 สเปค ระบบปฏิบัติการและโปรแกรม น้ำหนัก ราคา
FUJITSU ULTRALIGHT CH-4ZR1C22928 Intel Core
i5-1135G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB LPDDR4x

จอ 13.3 นิ้ว
ความละเอียด
Full HD

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6
Bluetooth 5.0

Windows 10 Home
(64-bit)
0.99 กิโลกรัม 32,900 บาท
MICROSOFT SURFACE LAPTOP GO Intel Core
i5-1035G1

Intel UHD Graphics 620

SSD ความจุ 128GB

8GB DDR4

จอสัมผัส PixelSense
12.4 นิ้ว

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6
Bluetooth 5.0

Windows 10 Home
(64-bit)
1.11 กิโลกรัม 25,990 บาท
ACER SWIFT 3 SF314-42-R0ND AMD Ryzen 5 4500U

AMD Radeon RX Vega 6

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4

จอ 14 นิ้ว
ความละเอียด
Full HD

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6 Bluetooth 5.0

Windows 10 Home
(64-bit)

Microsoft Office
Home & Student 2019

1.2 กิโลกรัม 21,900 บาท
MACBOOK AIR ชิป APPLE M1 Apple M1 แบบ 8 คอร์

M.2 NVMe
ความจุ 256GB

แรม 8GB

จอ 13.3 นิ้ว
ความละเอียด QHD

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6 Bluetooth 5.0

macOS 1.29 กิโลกรัม 32,900 บาท
HP ENVY X360 13-AY0001AU AMD Ryzen 5 4500U

AMD Radeon RX Vega 6

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4

จอ 13.3 นิ้ว
ความละเอียด
Full HD

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6 Bluetooth 5.0

Windows 10 Home
(64-bit)

Microsoft Office
Home & Student 2019

มีปากกา Stylus
แถมมาในกล่อง

1.3 กิโลกรัม 29,900 บาท
MSI MODERN 14 B11MOL-426TH Intel Core i7-1165G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe
ความจุ 512GB

8GB DDR4

จอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6 Bluetooth 5.1

Windows 10 Home
(64-bit)
1.3 กิโลกรัม 25,900 บาท
LENOVO IDEAPAD 5 14ALC05-82LM006VTA AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon RX Vega 7

M.2 NVMe ความจุ 512GB

8GB DDR4

จอ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6 Bluetooth 5.1

Windows 10 Home
(64-bit)

Microsoft Office
Home & Student 2019

1.39 กิโลกรัม 20,900 บาท
ASUS VIVOBOOK 14 D413IA-EB248TS AMD Ryzen 5 4500U

AMD Radeon RX Vega 6

M.2 NVMe ความจุ 512GB

8GB DDR4

จอสัมผัส 14 นิ้ว
ความละเอียด Full HD

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 6 Bluetooth 5.0

Windows 10 Home
(64-bit)

Microsoft Office
Home & Student 2019

1.4 กิโลกรัม 20,900 บาท
HUAWEI MATEBOOK 14 AMD Ryzen 5 4600H

AMD Radeon RX Vega 6

M.2 NVMe ความจุ 512GB

16GB DDR4

จอสัมผัส 14 นิ้ว ความละเอียด 2K

เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 5 Bluetooth 5.0

Windows 10 Home
(64-bit)
1.49 กิโลกรัม 25,500 บาท

จากสเปคทั้งหมด จะเห็นว่า Notebook น้ำหนักเบา 2021 นั้นจะมีหลายรุ่นที่สเปคไล่เลี่ยกันแล้ว แต่ในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบในแบรนด์ของแต่ละคน ว่าอยากใช้แบรนด์ใดและการรับประกันของเจ้านั้น ๆ ถูกใจเราไหมเป็นตัวช่วยตัดสินใจ ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าก่อนจะซื้อไม่ต้องรีบตัดสินใจแบบปัจจุบันทันด่วนนัก ค่อย ๆ หาข้อมูลประสิทธิภาพและการรับประกันของแต่ละแบรนด์ให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนแล้วค่อยซื้อก็ไม่สายเกินไป เพราะโน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่งถ้าไม่เป็นคนชอบเปลี่ยนเครื่องบ่อย ๆ ก็จะอยู่กับเรา 3-5 ปีหรือมากกว่านั้น ดังนั้นศึกษาข้อมูลให้รอบด้านแล้วจะไปรอซื้อพร้อมโปรโมชั่นในงาน COMMART แต่ละปีเพื่อความคุ้มค่าสูงสุดก็จัดว่าดีมากเช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

windows 10 cover

kickstand cover

laptopbackpack cover

from:https://notebookspec.com/web/595795-9-light-weight-laptop-for-2021

AMD Notebook แนะนำ 5 รุ่นน่าซื้อ สเปก Ryzen 5000U + 4000U แรงลื่นคุ้มค่าสุดๆ เริ่มต้น 20,990 บาท มีรุ่นการ์ดจอแยก GTX ได้ Office แท้ ประกัน 3 ปี On-site

AMD Notebook รุ่นใหม่ใช้สเปก AMD Ryzen 5000U ในปี 2021 หลักๆ ในตอนนี้ทำตลาดเป็น Ryzen 5 5500U และ Ryzen 7 5700U ได้สถาปัตยกรรม Zen 3 โค้ดเนม Cezanne เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน๊ตบุ๊ค ได้ความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย เรียกได้ว่าประสิทธิภาพงานประมวลผลแรงเทียบเท่าฝั่ง Gaming Notebook ที่เป็นซีรีส์ H เลยก็ว่าได้

AMD Notebook

และด้วยฟีเจอร์ของ AMD Notebook ที่ล้ำหน้าไม่ว่าจะเป็นแรมมาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz และ SmartShift รวมถึง Wi-Fi 6 AX ที่ยอดยอดประสบการณ์ใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งกับความร้อนที่เกิดขึ้นก็น้อยกว่า และแบตเตอรี่เมื่อใช้งานโหมดประหยัดพลังงานก็ยาวนานกว่าเดิมด้วย อย่างไรก็ตาม AMD Ryzen 4000U บางรุ่นที่ยังมีขาย อย่าง Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ก็ยังมีความน่าสนใจอยู่ กับสเปกต่อราคาที่คุ้มค่ามากๆ 

AMD Notebook

ด้วยราคาที่ไม่แพงแต่ได้ประสิทธิภาพความแรงดีเยี่ยมเหนือชั้นกว่าเดิมมาก ด้วยเมื่อเทียบกับชิปประมวลผลรวมไปถึงสเปกและฟีเจอร์อื่นๆ โดยบทความนี้เราจะมาแนะนำ 5 รุ่นน่าซื้อ ของ AMD Notebook สเปก Ryzen 5000U + 4000U แรงลื่นคุ้มค่าสุดๆ เริ่มต้น 20,990 บาท มีรุ่นการ์ดจอแยก GTX ได้ Office แท้ ประกัน 3 ปี On-Site และบางรุ่นฟรี Microsoft Office แท้ด้วย จะมีรุ่นไหน ไปชมกันต่อเลย

AMD Notebook สเปก Ryzen 5000U + 4000U แนะนำ 5 รุ่น

  1. Acer Aspire 7 A715 ราคา 21,990 – 23,990 บาท
  2. ASUS VivoBook S15 D533UA ราคา 21,990 – 26,990 บาท
  3. HP Pavilion 15 ราคา 20,990 – 24,990 บาท
  4. Lenovo IdeaPad 5 14 / Flex 5 14 ราคา 20,990 – 23,990 บาท
  5. ASUS ZenBook 14 UM425IA ราคา 24,990 – 29,990 บาท

Acer Aspire 7 A715 ราคา 21,990 – 23,990 บาท

Acer Aspire 7 A715 รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2021 นับได้ว่าเป็น AMD Notebook สายคุ้มค่าสเปกดีน่าซื้อน่าใช้งานมากๆ จากการที่ได้สเปกแรงลื่นระดับ Gaming Notebook ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 5000U ทำงานร่วมกับการ์ดจอเกมมิ่งอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 พร้อมได้หน้าจอพาเนล IPS เกรดดี ที่ 144Hz รวมไปถึงเรื่องงานออกแบบดีไซน์ของตัวเครื่องก็ทำได้อย่างลงตัว สีสันก็ดูพรีเมียมหรูหราเรียบง่ายแต่ดูดี แน่นอนว่ามี Windows 10 Home แท้มาให้ด้วย

สมกับเป็น AMD Notebook สายทำงานที่แรงลื่นแต่คุ้มค่า ซึ่งทาง Acer วางเอาไว้ โดยนำเสนอด้วยราคาเริ่มต้นประมาณ 21,900 บาท จนไปถึง 23,900 บาทเท่านั้นเอง ​ได้แรม 8GB และ SSD M. 512GB ส่งผลให้ตลาดของโน๊ตบุ๊คราคา 2x,xxx บาท มีควาน่าสนใจขึ้นมาก ที่สำคัญเป็นการรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน หรือส่งศูนย์เองก็ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมงด้วย เหมือนกับรุ่นก่อนหน้านี้ด้วย โดยแบตเตอรี่ตามที่ทาง Acer เคลมไว้คือ ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงทีเดียว

AMD Notebook

ในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.0 ให้เสียงที่ดีในระดับที่น่าพอใจ ตัวหน้าจอยังมาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง เพื่อใช้งาน VDO หรือประชุมออนไลน์  ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, 2 x USB 3.2 Type-A, 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.2 Type-C, Kensington Lock, RJ-45 , Headset 3.5mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 6 AX 2×2 MU-MIMO

ใช้วัสดุเป็นพลาสติกสี Charcoal Black ตลอดทั้งตัวเครื่อง มาพร้อมราคาที่คุ้มค่ากว่ารุ่นเดิมส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก ด้วยขอบหน้าจอที่บางเฉียบ มิติโดยรวมตัวเครื่องทั้งหมดมีขนาดที่เล็กกระชับ โดยมาพร้อมกับความบางของตัวเครื่องเพียง 23 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 2.15 กิโลกรัมเท่านั้น จัดว่าไม่ได้บางเบามากมาย แต่ก็อยู่ในเกณ์ที่รับได้ เพราะถือว่าเป็น AMD Notebook ได้สเปกที่ประสิทธิภาพสูงมาแทน

Aspire%207%20A715 42G%20Black f

Acer Aspire 7 A715-42G-R7RS ราคา 21,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

Acer Aspire 7 A715-42G-R113 ราคา 23,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5700U (8C/16T : 1.80 – 4.20 GHz)
  • GPU : NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6)
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 144Hz
  • STORAGE : SSD PCIe Gen3 NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Warranty : 3 Years On-site Service

ASUS VivoBook S15 D533UA ราคา 21,990 – 26,990 บาท

ASUS VivoBook S15 D533UA เป็น AMD Notebook บางเบาหน้าจอ 15.6″ ปี 2021 ที่ได้สเปก Ryzen 5000U Series ที่แรงลื่นและร้อนน้อยกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แบบพอตัว ที่แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานที่เน้นการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่แล้ว ยังสวยงามไม่ซ้ำใคร วัสดุเป็นโลหะอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ให้ความพรีเมียมดูดีเกินราคา ปุ่ม Enter key ไฮไลท์สีเหลือง ที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะกดปุ่ม Enter เพื่อบอกโลกถึงความเป็นตัวตนของเรา 

สำหรับ ASUS VivoBook S15 D533UA มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ดูทันสมัยยิ่งขึ้น สเปคคุ้มๆที่จะมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่และสีสันใหม่ โดดเด่นด้วย 4 สี 4 สไตล์ และปุ่ม Enter key ไฮไลท์สีเหลือง โดยสเปกหลักๆ จะเป็น Ryzen 5 5500U / Ryzen 7 5700U ได้แรม RAM 8GB / 16GB SSD 512GB + จอ 15.6″ IPS Full HD มี Windows 10 Home ประกัน 2 ปี + ประกันอุบัติเหตุ 1 ปีตามมาตรฐานของ ASUS ในราคาเริ่มต้นที่ 20,990 บาทเท่านั้น เจาะตลาดนักเรียนนักศึกษา รวมไปถึงคนวัยทำงานที่ยังหนุ่มสาวเป็นหลัก สมกับเป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่สายทำงานและไลฟ์สไตล์

AMD Notebook

โดดเด่นด้วยการให้โปรแกรม MS Office Home and Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่ากว่า 4,299 บาท ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปเลย มีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ครบทั้ง USB 3.2 Type-C, USB 3.2 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่ดีกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0

นอกจากโดดเด่นด้วยสีสันสดใสโดดเด่นรวมถึงการออกแบบทำมาได้สวยมาก ทั้งหมดนี้อยู่ในน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.8 กิโลกรัม พร้อมความบางเพียง 16.1 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดีมากๆ สำหรับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 15.6″ ปี 2021 ส่งผลให้การพกพาโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปใช้งานนอกสถานที่ก็ทำได้คล่องตัว ตัวเครื่องฝาหลังและตัวเครื่องด้านในจะเป็นอลูมิเนียมที่ให้ความพรีเมียมและแข็งแรงทนทาน ซึ่งพิเศษตรงที่ ASUS VivoBook S15 D533 จะมีฝาหลังและตัวเครื่องด้านในคนละสีกัน

VivoBook%20S15%20D533%20Red t

ASUS VivoBook S15 D533UA-BQ001TS ราคา 21,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + 1Y Perfect Warranty

ASUS VivoBook S15 D533UA-BQ005TS ราคา 26,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5700U (8C/16T : 1.80 – 4.20 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Carry-in + 1Y Perfect Warranty

HP Pavilion 15 ราคา 20,990 – 24,990 บาท

HP Pavilion 15 รุ่นปี 2021 เป็น AMD Notebook ที่ใช้ชิปประมวลผล  Ryzen 4000U อย่าง Ryzen 4500U / Ryzen 7 4700U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 / Radeon 7 ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุดในราคาคุ้มค่า สนับสนุนทั้งทำงานที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ 

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ที่สำคัญตัวเครื่องมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.75 กิโลกรัม และบางเพียง 17.9 มิลลิเมตรเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานหรือบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟก็ลงตัวเหมือนกัน พร้อมประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

AMD Notebook

ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.2 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.2 Type-C จำนวน 1 ช่อง, micro-SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6 AX กับ Bluetooth 5.0  ได้ Windows 10 และซอฟต์แวร์ช่วยจัดการ  และที่ให้ความคุ้มค่ามากๆ ก็คือได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 ซึ่งมี Word / Excel / Power Point ใช้งานติดเครื่องยาวๆ ฟรีๆ ทันที

ดีไซน์การออกแบบของ HP Pavilion 15 ปี 2021ที่เป็น AMD Notebook วัสดุเป็นโลหะเกือบทั้งหมด โดดเด่นด้วยสีสันให้เลือก 2 สีคือเทา (Natural Silver) และน้ำเงิน (Fog Blue) โดยในรีวิวนี้เป็นสีน้ำเงิน เน้นไปที่ความเรียบง่าย จัดว่าพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น HP อยู่อย่างชัดเจน ด้วยวัสดุเกรดดีทั้งหมด ทำให้ได้งานประกอบแน่นหนา นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งปุ่มสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint มาเพื่อเข้าใช้งาน Windows 10 ได้สะดวกสบายและรวดเร็วปลอดภัยด้วย

Pavilion%2015%20Eh%20blue f

HP Pavilion 15-eh0003AU ราคา 20,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T : 2.30 – 4.00 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 6
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Onsite Service + 1Y Smart Friend

HP Pavilion 15-eh0003AU ราคา 24,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 4700U (8C/8T : 2.00 – 4.10 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7
  • RAM : 16GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 15.6″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Onsite Service + 1Y Smart Friend

Lenovo IdeaPad 5 14 / Flex 5 14 ราคา 20,990 – 23,990 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็น AMD Notebook สายพกพาหน้าจอ 14″ ประเภท Ultrabook ที่แม้ว่าอาจจะไม่บางเบาที่สุดในรุ่นขนาด 14″ ด้วยกัน แต่ก็นำเสนอออกมาได้อย่างลงตัวในหลายๆ ด้าน ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ในดีไซน์ที่สวยงามเรียบง่ายคงความเอกลักษณ์ของ Lenovo ได้เป็นอย่างดี อย่างการออกแบบขอบจอบางเฉียบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจ สำหรับสเปกต้องบอกเลยว่ามีความแรงลื่นตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นก่อนๆ

จากการที่ใช้เป็นชิปประมวลผล Ryzen 5000U อย่าง Ryzen 5 5500U ที่แรงกว่า Ryzen 4000U พอตัว ทำงานร่วมกับแรมขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz การ์ดจอออนชิปคือ Radeon 7 สำหรับใช้งานพื้นฐาน หรือเล่นเกมออนไลน์พอได้ ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ 

AMD Notebook

โดยใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD ขอบจอบางเฉียบทั้ง 4 ด้าน พาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้าง ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ รวมไปถึงฟีเจอร์ TrueBlock Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้อง ถอดแบบมาจาก ThinkPad เลยก็ว่าได้ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home ที่สามารถ Recovery เพื่อติดตั้งใหม่ได้เองตลอดเวลา และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พร้อมในส่วนของโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) 

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน สำหรับประกันเป็น 2 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Lenovo Thailand ที่ทุกคนไว้ใจ ในราคา 20,990 บาท นับว่ามีราคาคุ้มค่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่คล้ายกันแต่พับหน้าจอได้ 360 องศา และทัชสกรีนได้ด้วย อย่าง IdeaPad Flex 5 14 สเปกแรงกว่าเป็น Ryzen 7 5700U ส่วนอื่นๆ เหมือนกันหมด ด้วยราคา 23,990 บาท ก็จัดว่าเป็น AMD Notebook ที่คุ้มค่าน่าซื้อไม่แพ้กัน 

Flex%205%2014IIL05 f

Lenovo IdeaPad 5 14ALC05-82LM006VTA ราคา 20,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz
  • STORAGE : SSD PCIe NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Onsite Service 

Lenovo IdeaPad Flex 5 14ALC05-82HU0083TA ราคา 23,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5700U (8C/16T : 1.80 – 4.20 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8
  • RAM : 8GB DDR4 3200 MHz
  • DISPLAY: 14″ IPS Full HD 60Hz + Touch Screen
  • STORAGE : SSD PCIe NVMe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 2 Y Onsite Service

ASUS ZenBook 14 UM425IA ราคา 24,990 – 29,990 บาท

ASUS ZenBook 14 UM425UA เป็น AMD Notebook สเปก Ryzen 5000U รุ่นใหม่ล่าสุด (และมีรุ่น Ryzen 4000U ที่ถูกกว่าด้วย) สายทำงานบางเบา มาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ โดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆ เพียง 14.3 มม. และเบามากๆ ที่น้ำหนัก 1.22 กก. เท่านั้น พร้อมดีไซน์นสีเทา (Pine Grey) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่ยังมาพร้อมพอร์ทเชื่อมต่อที่พอเพียง พร้อมนำเสนอนวัตกรรมขอบจอบาง 4 ด้าน ให้อัตราส่วนขนาดจอต่อตัวเครื่องที่ 90% พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 20 ชม. 

สเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง AMD 5000U series ซึ่งมีทั้ง Ryzen 5 5500U และ Ryzen 7 5700U เป็นตัวเลือก ได้หน่วยความจำแรมสูงสุดที่ 8GB / 16GB DDR4 Bus 3200 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 6 (802.11ax) ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แท้ใช้งานได้ทันที และโปรแกรม Microsoft Office Home and Student 2019 ทำให้เราใช้งานเอกสาร Word / Excel / Power Point ได้ฟรีๆ ด้วย สนนราคา 27,990 – 29,990 บาท

AMD Notebook

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอดโน๊ตบุ๊คที่หรูหราบางเบา แต่ก็ยังมาพร้อมความคุ้มค่าทำให้ ASUS ZenBook 14 UM425UA มีความบางเบาที่สุด โดยบางเพียง 14.3 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.22 กิโลกรัม สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊คระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย 

อีกทั้งตัวเครื่อง ASUS รุ่นนี้เองก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งานตัวเครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน พร้อมรองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมกล้อง 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ไว้สแกนใบหน้าเพื่อเข้าใช้งาน อัพเกรดประกันเป็น 3 ปี On-site Service + Perfect Warranty ในปีแรก

ZenBook%2014%20UM425IA bo

ASUS ZenBook 14 UM425IA-AM088TS ราคา 24,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 4500U (6C/6T : 2.30 – 4.00 GHz)
  • GPU : AMD Radeon 6
  • RAM : 8GB LPDDR4X Bus 3733MHz
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty

ASUS ZenBook 14 UM425UA-AM003TS ราคา 27,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 5 5500U (6C/12T : 2.10 – 4.00GHz)
  • GPU : AMD Radeon 7
  • RAM : 16GB LPDDR4X Bus 3733MHz
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty

ASUS ZenBook 14 UM425UA-AM002TS ราคา 29,990 บาท (ดูสเปคทั้งหมดคลิ้ก)

  • CPU : AMD Ryzen 7 5700U (8C/16T : 1.80 – 4.30GHz)
  • GPU : AMD Radeon 8
  • RAM : 16GB LPDDR4X Bus 3733MHz
  • DISPLAY: 14″ Full HD IPS
  • STORAGE : SSD M.2 NVMe PCIe 512GB
  • OS : Windows 10 Home
  • Software : Office Home and Student 2019
  • Warranty : 3 Years On-site Service + 1 Year Perfect Warranty

สรุป AMD Notebook ที่ใช้ชิปประมวลผล Ryzen 5000U และ Ryzen 4000U ในราคาที่คุ้มค่าสมเหตสมผลอย่าง AMD Ryzen 5500U / AMD Ryzen 5700U และ AMD Ryzen 5 4500U / AMD Ryzen 7 4700U เน้นติดตั้งในโน๊ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาประหยัดพลังงานสำหรับโน๊ตบุ๊คทำงาน หรือบางกรณีถ้ามีการ์ดจอแยก GTX ก็จะได้เครื่องที่หนาและหนักขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเราเองก็เลือกตามการใช้งานได้เลย ทั้งหมดนี้เกิดจากการร่วมมือของแต่ละแบรนด์ Notebook จับมือกับทาง AMD เพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ครับ

ตาราง AMD Notebook สเปก Ryzen 4000U / 5000U

Model CPU GPU RAM SSD Display Office 2019 Warranty
Aspire 7 Ryzen 5 5500U / 7 5700U GTX 1650 8GB 512GB 15.6″ 144Hz No 3Y On-site
VivoBook S15 Ryzen 5 5500U / 7 5700U Radeon 7 / 8 16GB 512GB 15.6″ 60Hz Yes 2Y + 1Y Perfect
Pavilion 15 Ryzen 5 4500U / 7 4700U Radeon 6 / 7 16GB 512GB 15.6″ 60Hz Yes 2Y On-site
IdeaPad 5 14 Ryzen 5 5500U / 7 5700U Radeon 7 / 8 8GB 512GB 14″ 60Hz  Yes 2Y On-site
ZenBook 14 Ryzen 5 5500U / 7 5700U Radeon 7 / 8 8GB – 16GB 512GB 14″ 60Hz Yes 3Y On-site

 

from:https://notebookspec.com/web/587669-amd-notebook-r4000-5000-buyerguide-5-md

แนะนำ Notebook น่าซื้อแรม 16GB เน้นเปิดโปรแกรมเยอะ สายทำงาน บางเฉียบ เบาสุด 990 กรัม เริ่ม 23,900 บาท

จะซื้อ Notebook เพื่อมาใช้งานทั้งที ก็ต้องการซื้อทีเดียวดีๆ ใช้งานได้ยาวๆ ไปเลย ซึ่งนอกเหนือจากสเปกสำคัญๆ อย่างชิปประมวลผล ในส่วนของหน่วยความแรมก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมีความจำเป็นในการเปิดโปรแกรมเยอะ ๆ หรือหลาย ๆ หน้าต่าง ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งดี ซึ่งในปัจจุบันแรมขนาด 8GB นั้นเป็นมาตรฐานไปแล้ว แต่ถ้าซื้อให้จบๆ ไปเลย ไม่ต้องเสียเวลามาอัพเกรดภายหลัง ก็ควรต้องเป็น 16GB (Notebook บางรุ่นอัพเกรดไม่ได้ด้วย เพราะเป็นแบบฝังบอร์ดมา ตามลักษณะตัวเครื่องที่เน้นความบางเบา)

ซึ่งงบประมาณในการซื้อในตลาดตอนนี้ เริ่มต้นที่ 23,900 บาท สำหรับ Notebook แรม 16GB จากโรงงาน เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาคนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คไว้ใช้งานพื้นฐานหรือใช้งานระดับมืออาชีพที่ซับซ้อน อาทิ การใช้โปรแกรมออฟฟิศ การดูหนังฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ รวมไปถึงนำไปใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอหรือเล่นเกมบ้าง และโปรแกรมเฉพาะทาง ก็สนับสนุนการใช้งาานได้อย่างลื่นไหลอยู่ แน่นอนว่ามาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใช้งานได้ทันที แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 8 – 12 ชั่วโมง ใช้งานนอกสถานที่สบายๆ

สเปกหลักๆ มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รุ่นใหม่ประหยัดพลังงานพิเศษ ได้แรมทุกรุ่นมาขนาด 16GB ได้ ที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ได้หน้าจอที่ใหญ่เหมาะสมกับการใช้งานด้วยขนาด 14″ / 15.6″ ความละเอียด Full HD พาเนลเป็น IPS ให้สีสันที่สวยงาม โดยตัวเครื่องมีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 990 กรัมเท่านั้น พกพาติดตัวไปไหนมาไหนสะดวกมากๆ ที่สำคัญบางรุ่นมีโปรแกรม Office ให้ใช้งานฟรีๆ ด้วย จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ไปชมกันต่อเลย

MSI Modern 15 ราคา 23,900 บาท

MSI Modern 15 จัดว่าเป็น Notebook สายทำงานบางเบาหน้าจอ 15.6″ ราคาไม่แพงในปี 2020 รุ่นล่าสุดทาง MSI ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นพี่ของ MSI Modern 14 ตอบสนองการใช้งานได้เต็มที่ด้วยหน้าจอใหญ่ แต่มาในน้ำหนักตัวเครื่องที่เบามากๆ เพียง 1.6 กิโลกรัม เน้นพกพาใช้งานสะดวกพร้อมประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ตัวแรงอย่าง i5-10210U ได้แรมขนาด 16GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ใช้งานพื้นฐานได้ลื่นสบายๆ หรือถ้าเอาไปทำงานหนัก รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติ ออนไลน์ก็ยังเอาอยู่ โดดเด่นแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 9 ชั่วโมง
<
MSI Modern 15 ตั้งใจตอบโจทย์สายคนทำงาน Content Creator โดยเฉพาะ ที่นอกจากสเปกที่ดีแล้ว งานดีไซน์และงานประกอบก็ลงตัว แลดูทันสมัยและแตกต่างจาก MSI แบบเดิมๆ พร้อมกางหน้าจอได้ 180 องศา และมีฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ช่วยในกรณีที่นำเสนองาน ขอบหน้าจอก็มีความบางมากๆ แทบจะไร้ขอบทีเดียว อีกทั้งด้วยที่เป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง sRGB 97% ช่วยให้มุมมองในการมองเห็นเพิ่มมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าทั้งสเปก ฟีเจอร์ วัสดุ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คบางเบาหลายๆ ค่ายในราคาเพียง 23,900 บาท อีกทั้งยังได้มาตรฐานทนทานอย่าง Military Grade ด้วย

MSI Modern 15 เป็นอีกหนึ่งโน้ตบุ๊คสำหรับมืออาชีพประจำปี 2020 ได้หน้าจอขนาด 15.6″ สุดบางเฉียบ ดีไซน์สวยงามทนทาน ที่มีจุดเด่นเรื่องความบางเบา และมีประสิทธิภาพเยี่ยมด้วย Core i Gen 10 ทำให้กลายมาเป็นโน้ตบุ๊คที่มีขนาดกระทัดรัด มาพร้อมกับไฟคีย์บอร์ดสีขาว ทัชแพดก็มีขนาดที่ใหญ่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยที่วัสดุตัวเครื่องจะทำมาจากอลูมิเนียม และมีน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัม เบามากๆ แบตเตอรี่ก็ยาวนานกว่า 11 – 12 ชั่วโมงเหมาะกับการพกพาสุดๆ รองรับกับทุกๆ การทำงาน อย่างงานเอกสารทั่วไป และ Digital Content Creator ต่างๆ เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงความบันเทิงอย่างดูหนังฟังเพลง และวีดีโอสตรีมมิ่งอย่าง Youtube / Netflix ด้วย

ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบเป็นมาตรฐานที่รองรับกับทุกอุปกรณ์อีกด้วย ที่สำคัญมีซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 1 ปี ตามมาตรฐานของ MSI รวมถึงในชุดจัดจำหน่ายยังมี Softcase ซองหนังไว้ให้เราใช้งานร่วมกันเวลาพกพากับกระเป๋าอื่นๆ ที่ไม่มีช่องใส่โน้ตบุ๊คอีกด้วย ฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องเป็นลักษณะแบบด้าน พร้อมกับใช้สีดำ Onyx black พื้นผิวแบบพ่นทราย ที่เป็นรอยนิ้วมือง่ายแต่ก็เช็ดออกไม่ยาก

Lenovo IdeaPad 5 14 ราคา 29,900 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i7-1065G7 + NVIDIA GeForce MX350 (ใหม่สุดๆ) ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 มีราคาเพียง 29,900 บาท

มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-1065G7 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDRR5) ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad 5 14ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง

มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยรองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

Acer Swift 5 ราคา 36,900 บาท

Acer Swift 5 รุ่นใหม่ปี 2020 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

MSI Prestige 14 ราคา 38,900 บาท

MSI Prestige 14 Rose Pink Limited Edition เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีชมพูโดดเด่นเหมาะกับสาวๆ อย่างที่สุด โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รุ่นล่าสุดอย่าง Core i7-10510U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX330 และฟีเจอร์พอร์ต Thunderbolt 3 / USB PD ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.29 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz และ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้น

สำหรับ MSI Prestige 14 ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแต่บางเบาขนาดหน้าจอ 14″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง ดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมตัดขอบเพชรเพิ่มความหรูหรา พร้อมความทนทานระดับ Military Standard ด้วยการผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งทนร้อนทนเย็น ความดันอากาษ ความชื้นและฝุ่นต่างๆ ในระดับหนึ่ง ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูดำๆ ดีไซน์โบราณ ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่เรียบหรูและน่ารักนั่นเอง

สเปกหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจอย่างสุดๆ ขอบจอเป็นสีชมพูบางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 6 AX (2 x 2) และ Bluetooth 5.0 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบรวมไปถึงได้ Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต เป็นมาตรฐานอีกด้วย

MSI Prestige 14 พร้อมระบบปฎิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงานที่ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Fingerprint สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้ว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI (ปีแรกประกันทั่วโลก) พิเศษสำหรับรุ่นนี้เท่านั้น รับไปทันที Pink Gift Set – Limited Edition ที่ข้างในนั้นบรรจุไปด้วยซองหนังสีชมพูลายเรียบหรู ดูดี, พวงกุญแจ Dragon Lucky สีชมพู, และ Prestige Wireless Mouse Limited Edition มูลค่านั้นรวมทั้งสิ้น 3,000 บาท  ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 38,900 บาทเท่านั้น

Dell Inspiron 14 7490 ราคา 42,900 บาท

Dell Inspiron 14 7490 เป็นโน้ตบุ๊คเน้นความบางเบาและพรีเมียม ได้สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ใหม่ล่าสุด และการ์ดจอแยก GeForce MX250 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ปี 2020 หน้าจอ 14 นิ้วขอบจอบางเฉียบ ที่ดูหรูหรา มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่บางเบาเล็กกระทัดรัด ขอบจอก็บางเฉียบ น้ำหนัก 1.21 กิโลกรัม แรมขนาด 16GB DDR3L 2133 MHz พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นพาเนล IPS ระดับสูง ความละเอียด Full HD ให้ภาพคมชัดสวยงามสมจริง พร้อมใช้งานด้วย Windows 10 และมีซอฟต์แวร์ต่างๆ มากมาย โดดเด่นด้วยฟีเจอร์พอร์ตพอร์ต Thunderbolt 3 / USB PD ที่เหนือชั้นกว่า

สำหรับคอมพิวเตอร์แบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 3 ปีด้วยกัน มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา สนนราคา Dell Inspiron 14 7490 อยู่ที่ 42,990 บาท สเปก Core i7-10510U โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) รุ่นล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพดีอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB ซึ่งเหลือเฟือกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์พอได้ สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีดำที่เป็น Fingerprint ในตัว

แนวคิดโดยรวม Dell Inspiron 14 7490 ถอดแบบมาจาก Dell Inspiron 7000 Series เป็นอย่างดี ทำให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน รับกับมือเวลาจับถือพกพา ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา โดยมีให้เลือกทั้งสีสัน Ice Berry  เหมาะสมกับสาวๆ ที่ดูน่ารักๆ หรือPlatinum Silver ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน

อีกทั้งยังแตกต่างจากโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ จากฟีเจอร์ เมื่อเปิดฝาเครื่องทุกครั้งแม้ว่าเราจะ Shut Downไปแล้วก็ตาม ตัวเครื่องจะเปิดเข้าสู่ Windows ทันที ในส่วนนี้ทำให้เรมีความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เพราะทุกไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม Power เพื่อเปิดเครื่องแต่อย่างใด แย่างไรก็ตามก็เราก็ต้องมาสแกนลายนิ้วมือทุกครั้งเพื่อ Log in เข้าสู่ Windows อีกทีแทน

from:https://notebookspec.com/recommend-notebook-model2020-buying-ram-16gb-focus-on-opening-a-lot-of-programs/522420/

แนะนำ Notebook จอ 14″ ปี 2020 รุ่นใหม่ใช้การ์ดจอ GeForce MX330 / MX350 เบาสุด 990 กรัม ราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท

อัพเดทการ์ดจอแยกรุ่นใหม่กันอีกแล้วในปี 2020 นี้ กับการมาของ NVIDIA GeForce MX330 / MX350 สำหรับ Notebook เน้นความบางเบา (Ultrabook) ที่อาจจะมีงาน 3 มิติ หรือเล่นเกมบ้าง เหมาะกับคนทำงานออนไลน์หรือสายงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับดิจิตอล รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องมี Notebook เอาไว้ใช้ทำรายงานหรือนำเสนองานผ่านโปรแกรม Word / Excel / Power Point ซึ่งถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ PC Desktop ก็ต้องยอมรับว่า Notebook มีความคล่องตัวกว่าอยู่แล้ว จากการที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ร้านกาแฟ หรือมหาวิทยาลัยนั่นเอง จะให้ดีสเปก Notebook ปี 2020 นี้ก็มีความแรงเพียงพอการใช้งานพื้นฐานแบบลื่นไหลแล้วล่ะ แต่ก็ขอมีการ์ดจอแยกด้วย

สำหรับการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX โดยปกติแล้ว จะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการ์ดจอออนชิปของ CPU อยู่เสมอๆ (ถ้าไม่ดีกว่ามีไปทำไม ฮา)  แต่ก็จะเป็น Series รองกว่าการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce GTX / RTX แน่นอน อย่างไรก็ตามการมาของ NVIDIA GeForce MX330 / MX350 ยังคงพื้นฐานสถาปัตยกรรม Pascal เอาไว้ ไม่ได้มีอัพเกรดเป็น Turing เหมือนอย่าง GTX / RTX แต่อย่างใด  ซึ่ง MX330 / MX350 เหมาะกับคนที่ต้องการ Notebook การ์ดจอแยกที่ไม่เน้นเล่นเกม หรืออาจจะเล่นบ้างนั่นเอง

โดยที่ MX330 ได้รับการเพิ่มความเร็วให้สูงขึ้นกว่า MX250 ประมาณ 0.8% ในเวอร์ชั่น 25W (N17S-G3) ซึ่งดูเล็กน้อยมาก และด้วยการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จึงบอกได้ว่า MX330 ดีกว่า MX230 รุ่นก่อนเทียบเท่า MX250 ส่วน MX350 อาจเทียบได้กับ GTX1050 และใกล้เคียงกับ GTX 960M โดยการ์ดรุ่นนี้ ใช้ชิป GP107 เช่นเดียวกับ GTX1050 อย่างไรก็ดี MX350 จะมีบัสหน่วยความจำแค่ 64-bit GDDR5 และมีค่า TDP ต่ำกว่า 25W พร้อมกันนี้ยังมาพร้อม CUDA core 640 หน่วย เหตุนี้เองจึงทำให้ MX350 มีประสิทธิภาพมากกว่า GTX 960M นั่นเอง (แน่นอนว่าต้องร้อนน้อยกว่าด้วย)

โดยในบทความนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ Notebook จอ 14″ ปี 2020 รุ่นใหม่ใช้การ์ดจอ GeForce MX330 / MX350 โดยมาแทนที่ MX230 / MX250 รุ่นก่อนหน้า ตัวเครื่องมีความเบาสุด 990 กรัม กับช่วงราคา 2x,xxx – 3x,xxx บาท ซึ่งสำหรับชิปประมวลผลแนะนำเป็น Intel Core i5 / i7 Gen 10 ก็เพราะมีความแรงที่ดีแน่นอน รวมไปถึงประหยัดพลังงาน ที่สำคัญ Notebook ที่มาพร้อมกับ Intel Core Gen 10 มักจะได้สเปกอื่นๆ ที่ครบถ้วนครบครันด้วย อย่างแรม 8GB – 16GB และ SSD 512GB – 1TB โดยหน้าจอเป็น 14″ พาเนล IPS คุณภาพดี ความละเอียดเป็น Full HD เหมาะสมกับการใช้งาน แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานเป็น 10 ชั่วโมง ซึ่งบางรุ่นจะได้โปรแกรม Microsoft Office Home & Student 2019 แท้ (มูลค่า 4,299 บาท) อีกด้วย ว่าแล้วจะรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

 

Lenovo IdeaPad 5 14 ราคา 22,990 – 30,990 บาท

Lenovo IdeaPad 5 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i5-1035G1 + NVIDIA GeForce MX350 (ใหม่สุดๆ) ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 มีราคาเพียง 22,990 บาท

มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1035G1 หรือ Core i7-1065G7 ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDRR5) ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad 5 14ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง

มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยรองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

Acer Swift 3 ราคา 28,900 บาท

Acer Swift 3 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา งานประกอบ และสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม โดยรุ่นใหม่ได้เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีในปี 2019 นี้ จนถึงตอนนี้ปี 2020 ก็ยังนับว่าเป็นโน้ตบุ๊คประเภท Ultrabook ที่คุ้มค่าที่น่าจับตามองที่สุด ด้วยราคาเพียง 23,990 บาท กับสเปกที่นำมารีวิวเป็น i7-1065G7 + MX350 ได้ฟีเจอร์ครบครันครบเครื่อง พร้อมมีพอร์ต Thunderbolt 3 ที่รองรับการใช้งานที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังได้การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX ที่ใหม่ที่สุดด้วย พร้อมได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานติดเครื่องแบบฟรีๆ ไม่ต้องซื้อเองไปใช้งานด้วย

Acer Swift 3 จะเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel  Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม Ice Lake เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร  ที่แรงกว่าเดิม จัดเต็มเรื่องความคุ้มค่า การพกพา ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.19 กก. และบางเพียง 15.95มม. เท่านั้น เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊คคุ้มค่า หรูหรา บางเบา จบครบในเครื่องเดียว ได้ประกันระยะ 3 ปี โดยปีแรกจะเป็นแบบ On-site Service พร้อมบริการซ่อมเครื่องด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้เลยทำให้ Acer Swift 3 เป็นโน้ตบุ๊คในตลาดปี 2020 ที่น่าซื้อจริงๆ

สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงขึ้นด้วยการ์ดจอแยก MX350 เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติบ้าง แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัวเหมือนอย่างที่ Ultrabook ราคาแพงหลายหมื่นบาทสมัยก่อนทำได้เลยล่ะ

พอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ อย่าง Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถใช้งานได้ถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากๆ

Acer Swift 5 ราคา 36,900 บาท

Acer Swift 5 รุ่นใหม่ปี 2020 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i7-1065G7 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G7 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX350 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 16GB LPDDR4X แบบออนบอร์ด และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 960M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

MSI Prestige 14 ราคา 38,900 บาท

MSI Prestige 14 Rose Pink Limited Edition เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่น สีชมพูโดดเด่นเหมาะกับสาวๆ อย่างที่สุด โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 รุ่นล่าสุดอย่าง Core i7-10510U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX330 และฟีเจอร์พอร์ต Thunderbolt 3 / USB PD ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.29 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 16GB DDR4 Bus 2666MHz และ SSD M.2 NVMe ที่ความจุ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้น

สำหรับ MSI Prestige 14 ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงแต่บางเบาขนาดหน้าจอ 14″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง ดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมตัดขอบเพชรเพิ่มความหรูหรา พร้อมความทนทานระดับ Military Standard ด้วยการผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งทนร้อนทนเย็น ความดันอากาษ ความชื้นและฝุ่นต่างๆ ในระดับหนึ่ง ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน้ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพต้องดูดำๆ ดีไซน์โบราณ ให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่เรียบหรูและน่ารักนั่นเอง

สเปกหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจอย่างสุดๆ ขอบจอเป็นสีชมพูบางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 6 AX (2 x 2) และ Bluetooth 5.0 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบรวมไปถึงได้ Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต เป็นมาตรฐานอีกด้วย

MSI Prestige 14 พร้อมระบบปฎิบัติการ Windows 10 และซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงานที่ใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Fingerprint สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้ว ส่วนการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI (ปีแรกประกันทั่วโลก) พิเศษสำหรับรุ่นนี้เท่านั้น รับไปทันที Pink Gift Set – Limited Edition ที่ข้างในนั้นบรรจุไปด้วยซองหนังสีชมพูลายเรียบหรู ดูดี, พวงกุญแจ Dragon Lucky สีชมพู, และ Prestige Wireless Mouse Limited Edition มูลค่านั้นรวมทั้งสิ้น 3,000 บาท  ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 38,900 บาทเท่านั้น

Lenovo Yoga Slim 7 14 ราคา 31,990 – 39,990 บาท

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo Yoga Slim 7 14 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 13.3″ ส่งผลให้ Lenovo Yoga Slim 7 14 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2020 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.4 ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบาง ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย โดดเด่นด้วยสีสันใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง Slate Grey

สเปกของ Lenovo Yoga Slim 7 14 ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-1065G7 หรือ Core i5-1035G1 สถาปัตยกรรม Ice Lake ที่เทคโนโลยีการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt ส่วนการ์ดจอติดตั้งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX350(2GB GDDR5) ด้านแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 16GB LPDDR4X Bus 3200MHz และที่เก็บข้มูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB – 1TB ที่ทั้งมีพื้นที่เยอะและลื่นไหล เพียงพอกับการใช้งาน มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo YOGA C940 ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบ พาเนลจอแบบ IPS เกรดสูง ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา  พอร์ตเชื่อมต่อมี Thunderbolt 3 เป็นมาตรฐาน พร้อม Wi-Fi 6 AX (2 x 2) นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้า สำหรับประกันเป็น 2 ปี ตามมาตรฐาน Lenovo ที่ทุกคนมั่นใจ ปิดท้ายเรื่องความคุ้มค่าพร้อมใช้งานทันทีด้วยโปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ด้วย

from:https://notebookspec.com/introducing-the-new-14-notebook-2020-using-geforce-mx330-mx350/521470/

Notebook น่าซื้อ 2020 สเปก Core i5 Gen 10 จอ 14″ เน้นทำงาน แบตยาวนาน ดีไซน์บาง เบาไม่ถึงโล เริ่ม 2x,xxx บาท

ในปี 2020 นี้ สำหรับ Notebook เห็นชัดเจนมากๆ ว่าเป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่คู่กับคนที่ทำงานออนไลน์หรือสายงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับดิจิตอล (เอาจริงเยอะมากๆ เลยนะ) รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องมี Notebook เอาไว้ใช้ทำรายงานหรือนำเสนองานผ่านโปรแกรม Office แน่นอนว่าในส่วนของมือถือหรือแท็บเล็ตไม่สามารถแทนที่ได้ 100% รวมไปถึงถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบ PC Desktop ก็ต้องยอมรับว่า Notebook มีความคล่องตัวกว่า จากการที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ร้านกาแฟ หรือมหาวิทยาลัยนั่นเอง ซึ่งสเปก Notebook ปี 2020 นี้ก็มีความแรงเพียงพอการใช้งานพื้นฐานแบบลื่นไหลแล้วจริงๆ

ในบทความนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ Notebook น่าซื้อ 2020 สเปก Intel Core i5 Gen 10 จอ 14″ เน้นทำงาน แบตยาวนาน 8 – 10 – 12 ชั่วโมง ดีไซน์บาง เบาสุดไม่ถึง 1 กิโลกรัม เริ่ม 2x,xxx บาทเท่านั้น ซึ่งสำหรับชิปประมวลผลแนะนำเป็น Intel Core i5 Gen 10 ก็เพราะมีความแรงที่ดีแน่นอน รวมไปถึงประหยัดพลังงาน ที่สำคัญ Notebook ที่มาพร้อมกับ Intel Core i5 Gen 10 มักจะได้สเปกอื่นๆ ที่ครบถ้วนครบครันด้วย อย่างแรม 8GB และ SSD 512GB ขึ้นไป โดยหน้าจอเป็น 14″ พาเนล IPS คุณภาพดี ความละเอียดเป็น Full HD เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งบางรุ่นจะเป็นการ์ดจอแยกหรือโปรแกรม Office แท้อีกด้วย ว่าแล้วจะรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปชมกันต่อเลย

Lenovo IdeaPad 5i 14 ราคา 22,990 บาท

Lenovo IdeaPad 5i 14 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i5-1035G1 + NVIDIA GeForce MX350 (ใหม่สุดๆ) ที่เน้นความบางเบาที่ 19.9 มิลลิเมตร และหนักเพียง 1.58 กิโลกรัม และหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้ โดย Lenovo IdeaPad 5 14 มีราคาเพียง 22,990 บาท

มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-1035G1 ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.00 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 3.60 GHz ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX350 (2GB GDRR5) ที่ใหม่สดกว่า MX250 ส่วนที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad S540 13ใช้หน้าจอขนาด 14″ ความละเอียดระดับ Full HD พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้าง

มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C (power delivery & display port) ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX และ Bluetooth 5.1 ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Privacy Shutter ม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ ThikPad Series ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ โดยรองรับการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน 12 ชั่วโมง รองรับ Quick Charging ผ่านทาง USB-C ด้วย

MSI Modern 14 ราคา 23,990 – 26,990 บาท

MSI Modern 14 เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานเน้นความบางเบา พร้อมประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ดีไซน์การออกแบบโดยรวมจัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่มีความเล็กกระชับมากๆ ขอบจอบางเฉียบ วัสดุเป็นอลูมิเนียมสีเงิน (หรือดำ) ตลอดทั้งตัวเครื่อง ซึ่งให้ทั้งความหรูหราและแข็งแรงทนทาน นับว่าทาง MSI ทำได้ดีไม่แพ้ในส่วนของ Gaming Notebook ของตนเองเลย โดยมีความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักที่เบาเพียง 1.19 กิโลกรัม รูปแบบ Ultrabook เรียกได้ว่าถือมือเดียวได้สบายๆ พกพาไปใช้งานนอกบ้านได้อย่างสะดวก แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U พ่วงมาด้วยกราฟิกการ์ดจาก NVIDIA GeForce MX250 ติดตั้งแรมมาขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD NVMe ความจุ 512GB ได้ Windows 10 ในราคาเพียง 26,900 บาท  อีกทั้งด้วยที่เป็นพาเนล IPS ช่วยให้มุมมองในการมองเห็นเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าพาเนล TN เดิมๆ พร้อมขอบเขตสีที่กว้างกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เรียกได้ว่าทั้งสเปก ฟีเจอร์ วัสดุ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คบางเบาหลายๆ ค่ายในราคาที่ถูกกว่าด้วย เพียง 26,900 บาท หรือรุ่นที่เป็นการ์ดจอออนบอร์ด 23,900 บาท

สเปกภายในของตัว MSI Modern 14 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″ ขอบจอบางเฉียบที่ 5.7 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 178 องศา ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.6GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.2GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake)

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 Bus 2666 MHz ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของการ์ดจอก็เป็น NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ หรือรุ่นที่มีแต่การ์ดจอออนชิป Intel UHD 620 อย่างเดียวก็มีเป็นตัวเลือก สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็นแบบความเร็วสูง SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ติดตั้งไว้ใต้หน้าจอ เพราะขอบจอบางมากๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

Acer Swift 5 ราคา 25,990 – 29,990 บาท

Acer Swift 5 รุ่นใหม่ปี 2020 สเปกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 อย่าง Core i5-1035G1 ใช้การ์ดจอออนชิปอย่าง Iris Graphics G1 หรือมีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX250 มาพร้อมหน้าจอ 14″ Full HD พาเนล IPS เกรดสูง sRGB 97% โดยมีน้ำหนักเพียง 990 กรัมเท่านั้น ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ครบครันทั้งแรมขนาด 8GB และ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รองรับการทำงานที่เต็มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร ความบันเทิง หรืองานประมวลผลหนักๆ ก็พอได้เลย เหมาะกับคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เบาที่สุด แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง

ได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ทันที ทำงานพื้นฐานได้แบบสบายๆ สนับสนุนการทำงานร่วมกับโปรแกรมต่างๆ ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ  ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ส่วนความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ชม Netflix ก็สบายๆ ไปอีก และพอที่จะใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอได้บ้าง รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ลื่นไหล จากการที่มีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) ที่แรงพอๆ กับ GTX 950M เลยทีเดียว

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ เช่น Thunderbolt 3 (เป็น USB 3.1 Type-C + DisplayPort + Power Delivery), USB 3.1 Type-A, USB 2.0 Type-A, HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก ที่สำคัญยังมาพร้อม Dual-Band Intel Wi-Fi 6 (GIG+) 802.11ax ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี โดยปีแรกเป็นแบบ On-site Serive ซ่อมฟรีถึงบ้าน และกรณีส่งซ่อมตามศูนย์ก็จะซ่อมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมงอีกด้วย ที่สำคัญได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดก็ว่าได้ ส่วนความบางอาจจะไม่มาก โดยอยู่ที่ 14.95 มิลลิเมตร แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพามาตรฐานระดับสูงอยู่ดี อีกทั้งในรุ่นใหม่นี้ได้ดีไซน์พิเศษโดยมียางรองขอบเครื่องด้านหลังช่วยยกตัวเครื่องให้เอียงสูงขึ้นเมือเรากางหน้าจอ ส่งผลให้พิมพ์ง่ายขึ้นและมุมมองดีขึ้นด้วย วัสดุจากอลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Charcoal Blue พร้อมแซมด้วยสีทองตามจุดต่างๆ เหมาะทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ยุคใหม่ที่ดูทันสมัยสวยงามลงตัว ส่วนสี Moonstone White นับว่าเป็นอีกสีที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน เน้นขาวๆ สะอาดๆ

 

ASUS ZenBook 14 UX434 ราคา 26,990 – 29,990 บาท

ASUS ZenBook 14 UX434 เป็นโน้ตบุ๊กบางเบาสเปก Intel Core i Gen 10 ที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊ค 2 จอสุดล้ำ ได้ดีไซน์ตัวเครื่องขอบจอบางเป็นมาตรฐาน จากการใช้หน้าจอแสดงผล 14″ ขอบบางแบบ NanoEdge ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน้ตบุ๊กมิติตัวเครื่องเทียบเท่าขนาด 13.3″ เท่านั้น เบาแค่ 1.26 กิโลกรัม ส่วนตัวเครื่องก็บางเพียง 16.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยทนทานแน่นอน

สเปกของ ASUS ZenBook 14 UX434 จะถูกแบ่งด้วยกันเป็น 2 รุ่นหลักๆ คือ Core i5-10210U / Core i7-10510U  ซึ่งในครั้งนี้แอดมินโป้งได้มาเป็นสเปก Core i5 ซึ่งด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.60 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.20 GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) รุ่นล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร

โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″แบบกระจก ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง พร้อม ScreenPad 2.0 ขนาด 5.65″ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS รองรับ Touchscreen ในส่วนของการ์ดจอมีทั้งรุ่น Iris Graphics G1 ที่เป็นออนชิปหรือการ์ดจอแยกก็เป็น NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์พอได้ แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน สำหรับที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX 2×2 และ Bluetooth 5.0 ด้วย สนนราคา ASUS ZenBook 14 UX434 อยู่ที่ 26,990 – 29,990 บาท ส่วนการรับประกันมีระยะ 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกอีกด้วย รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้

Dell Inspiron 14 5490 ราคา 26,990 – 29,990 บาท

Dell Inspiron 14 5490 ดูทันสมัยและเรียบง่าย วัสดุทั้งหมดเป็นโลหะที่มห้ความหรูหราและทนทาน ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย พร้อมด้วยสีที่ดูสะอาดตา โดยมีให้เลือกทั้งสีสันม่วงอ่อน Ice Lilac เหมาะสมกับสาวๆ ที่ดูน่ารักๆ  หรือสีเงิน Platinum Silver ที่ดูแล้วหรูหรา สง่างาม เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่เน้นภาพลักษณ์ไว้ใช้งาน พร้อมปุ่ม Power มุมขวาบนของคีย์บอร์ดสีดำที่เป็น Fingerprint ในตัว ซึ่งดูสวยงามลงตัวมากๆ มีน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 1.42 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 17.29 มิลลิเมตร

สเปกของ Dell Inspiron 14 5490 จะถูกแบ่งด้วยกันเป็น 2 รุ่นหลักๆ คือ Core i5-10210U / Core i7-10510U โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) รุ่นล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร ที่มีความแรงเพียงพอต่อทุกๆ การใช้งานพื้นฐานแน่นอน

ส่วนสเปกอื่นๆ เหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพดีอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX230 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์พอได้ สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย

 

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ Fingerprint ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello สนนราคา Dell Inspiron 5490 รุ่นที่ทางทีมงานนำมารีวิวมีราคากลางอยู่ที่ 26,990 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปี แบบ Dell Premium Support และ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Dell รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้

from:https://notebookspec.com/notebook-to-buy-2020-spec-core-i5-gen-10-screen-14-price-2xxxx-baht/520415/