คลังเก็บป้ายกำกับ: LAWSUIT

เท็กซัสฟ้อง Google เก็บข้อมูล Biometric ทั้งใบหน้าและเสียงโดยขอความยินยอมไม่ครบถ้วน

Ken Paxton อัยการสูงสุดรัฐเท็กซัสยื่นฟ้อง Google กล่าวหาว่าบริษัทละเมิดกฎหมายรัฐโดยการเก็บข้อมูลชีวมิติ (biometric) ซึ่งนับเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวที่ต้องขออนุญาตผู้ใช้แยกจากการขอข้อมูลส่วนบุคคลปกติ

คำฟ้องระบุว่า Google ใช้ฟีเจอร์ใน Google Photos, Google Assistant และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Nest เพื่อเก็บข้อมูลใบหน้าและการจดจำเสียงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อย่างครบถ้วน และยังนำข้อมูลไปใช้สำหรับจุดประสงค์ทางการค้า เช่น การพัฒนาอัลกอริธึมของปัญญาประดิษฐ์หรือการขายพื้นที่จัดเก็บข้อมูล

คำฟ้องกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมาย Capture or Use of Biometric Identifier Act ที่ควบคุมการเก็บข้อมูลชีวมิติ ได้แก่ การสแกนม่านตา, ลายนิ้วมือ, ลักษณะเสียง (voiceprint), ภาพมือหรือใบหน้า โดยองค์กรที่จะเก็บข้อมูลต้องแจ้งผูใช้ และต้องทำลายข้อมูลเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง

ทางฝั่ง Google ออกมาโต้แย้งว่า Google Photos เป็นบริการที่ทำให้ผู้ใช้จัดการรูปภาพได้ง่ายขึ้น และผู้ใช้สามารถปิดการใช้งานได้ง่าย เช่นเดียวกับบริการอื่นๆ ของบริษัท

ที่มา: Wall Street Journal

from:https://www.blognone.com/node/131057

Amazon ถูกฟ้อง ใช้อัลกอรึธึมลับดันสินค้าตัวเองแทนสินค้าที่ถูกกว่าจากร้าน third-party

Amazon ถูกยื่นฟ้องแบบกลุ่มในสหราชอาณาจักร ถูกกล่าวหาว่าบริษัทใช้อัลกอริธึม “ลับ” กับฟีเจอร์ Buy Box ที่เป็นการเลือกร้านค้าตั้งต้นให้ผู้ซื้อสามารถกดซื้อได้ทันทีแม้จะมีผู้ขายหลายราย โดยการฟ้องระบุว่าบริษัทใช้อัลกอริธึมเพื่อทำให้สินค้าของ Amazon เองขึ้นมาก่อนสินค้าจากผู้ขายภายนอก (third party) แม้จะขายในราคาถูกกว่าทั้งบนเว็บไซต์และในแอปพลิเคชัน

การยื่นฟ้องดำเนินการโดยสำนักงานกฎหมาย Hausfeld โดยมี Julie Hunter ซึ่งเป็นที่ปรึกษาขององค์กรสิทธิผู้บริโภคเป็นตัวแทนของคนหลายล้านคน ส่วนมูลค่าความเสียหายของคดีนี้ นักเศรษฐศาสตร์ประมาณการไว้ว่าอาจสูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

No Description

สินค้าจำนวนมากบนหน้าเว็บของ Amazon มีผู้ขายหลายราย และผู้ขายแต่ละรายต้องพยายามแข่งกันเพื่อให้ร้านของตนถูกเลือกอยู่ใน Buy Box เพราะผู้ซื้อส่วนมากไม่พยายามกดหาว่าที่จริงสินค้าแต่ละชิ้นมีผู้ขายกี่รายและราคาต่างกันอย่างไรบ้าง กระบวนการเลือกร้านค้าที่จะได้ตำแหน่ง Buy Box นั้นไม่เปิดเผยชัดเจนว่าใช้เงื่อนไขอะไรบ้าง

ทั้งนี้ คดียังต้องได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้พิพากษาก่อนว่าเป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่มตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร ซึ่งหมายความว่าผู้เสียหายจะได้รับส่วนแบ่งหากมีการจ่ายค่าชดเชยแม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมในการฟ้องร้อง

ก่อนหน้านี้ Amazon ก็ได้ถูกรัฐแคลิฟอร์เนียฟ้องร้องฐานผูกขาดการค้า

ที่มา: Bloomberg

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/131028

Elon Musk โดนนักลงทุนฟ้อง เหตุปลี่ยนใจไปมาเรื่องดีล Twitter หวังปั่นราคาให้ตก

นักลงทุนในหุ้น Twitter ชื่อ Giuseppe Pampena ยื่นฟ้อง Elon Musk ต่อศาลแขวงเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย อ้างว่า Elon Musk เปลี่ยนใจเรื่องตกลงซื้อกิจการ Twitter กลับไปกลับมา โดยในตอนแรกที่เปลี่ยนใจจะไม่ซื้อ Twitter และฟ้องกลับก็เพื่อหวังปั่นให้มูลค่าหุ้นของ Twitter ลดลงเพื่อที่ Musk จะได้มีอำนาจต่อรองมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการยกเลิกดีลหรือตกลงซื้อดีลด้วยมูลค่าลดลงก็ตาม

Pampena อ้างในคำฟ้องว่าหลังจากที่ Musk ประกาศดีลซื้อ Twitter เขาก็ออกมาปั่น ไม่ว่าจะผ่านทวีตหรือสื่อต่างๆ โดยเฉพาะที่เราเห็นชัดๆ คือเรื่องจำนวนบ็อต ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อสร้างความไม่มั่นใจให้นักลงทุนและทำให้หุ้นของ Twitter มีมูลค่าลดลงเพื่อที่เขาจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และได้ซื้อ Twitter ในราคาถูกลง และการที่ Musk ตกลงซื้อ Twitter รอบล่าสุด ก็เหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าที่ยกเลิกดีลก็แค่เป็นการบลัฟเท่านั้น

ที่มา: Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/130869

Splunk ยื่นฟ้อง Cribl ผู้ให้บริการยุบรวม log ระบุผู้ก่อตั้งบริษัทขโมยซอร์สโค้ดออกไปตั้งบริษัท

Splunk ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จัดเก็บ log รายใหญ่ยื่นฟ้อง Cribl ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ยุบรวม log ฐานใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของ Splunk ในการพัฒนาซอฟต์แวร์

ความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทค่อนข้างซ้อนกันไปมา Clint Sharp ผู้ร่วมก่อตั้ง Cribl นั้นเคยเป็นพนักงานระดับซีเนียร์ของ Splunk ก่อนจะลาออกไปก่อตั้ง Cribl และเมื่อก่อตั้งแล้ว Cribl ก็เป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีอยู่ในโครงการ Technology Alliance Partner (TAP) ของ Splunk ระยะหนึ่ง ก่อนที่ Splunk จะยกเลิกความร่วมมือ

ลูกค้าของ Cribl นั้นอาศัยซอฟต์แวร์ของ Cribl เพื่อกรองเอาข้อมูลที่ไม่ต้องการออกไปก่อนจะเก็บเข้าระบบ SIEM และช่วงหลัง Cribl ก็เริ่มขยายขอบเขตบริการให้สามารถค้นข้อมูลได้ด้วย

ทาง Cribl แถลงว่าไม่ได้ใช้ซอร์สโค้ดใดๆ ของ Splunk นอกจากโค้ดที่เป็นโครงการโอเพนซอร์สอยู่แล้ว

ที่มา – Splunk, Cribl

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130809

Google เตรียมจ่าย 85 ล้านเหรียญเพื่อยุติคดี หลังรัฐแอริโซนาฟ้อง แอบเก็บข้อมูลผู้ใช้

Google เตรียมจ่ายเงิน 85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อยุติคดีที่ถูกอัยการสูงสุดรัฐแอริโซนาฟ้องเหตุแอบเก็บข้อมูลประวัติสถานที่ของผู้ใช้เพื่อการโฆษณา

อัยการรัฐแอริโซนายื่นฟ้อง Google ในช่วงต้นปี 2020 กล่าวหาว่า Google ละเมิดกฎหมาย Consumer Fraud Act โดยเก็บข้อมูลโลเคชันของผู้ใช้แม้แต่หลังจากที่ผู้ใช้ตั้งค่าปิดฟีเจอร์ติดตามประวัติสถานที่ไปแล้วก็ตาม

ทางฝั่ง Google โต้กลับว่ากฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคห้ามไม่ให้เก็บข้อมูลเพื่อการเพิ่มยอดขายหรือการโฆษณา แต่นโยบายการโฆษณาที่อัยการของรัฐอ้างถึงเป็นนโยบายเก่าที่ Google เปลี่ยนแปลงมาหลายปีแล้ว และยืนยันว่าปัจจุบันบริษัทได้ควบคุมและลบประวัติสถานที่ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งจะเก็บข้อมูลผู้ใช้ให้น้อยที่สุด

Google ถูกฟ้องในเรื่องการละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ในรัฐอื่น ๆ อีกหลายรัฐ เช่น เท็กซัส อินเดียน่า และวอชิงตัน ดีซี

ที่มา: Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/130783

Meta ถูกพนักงานตรวจสอบเนื้อหาในเคนย่ายื่นฟ้อง เหตุกดค่าแรง ละเมิดเสรีภาพ และไม่ดูแลสภาพจิตใจ

ศาลประเทศเคนย่านัดวันไต่สวนคดีระหว่าง Meta และบริษัท Sama ซึ่งเป็นบริษัท outsource ผู้ดูแลและคัดกรองเนื้อหาบน Facebook หลังถูกอดีตพนักงานยื่นฟ้องเรื่องการเอารัดเอาเปรียบและละเมิดสิทธิแรงงาน โดยจะไต่สวนในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

Daniel Motaung ชาวเคนย่าที่เป็นอดีตพนักงานของบริษัท Sama ได้ยื่นฟ้องทั้งบริษัทและบริษัท Meta ภายหลังจากที่ออกจากบริษัท

มีรายงานว่า Motaung เป็นผู้นำพนักงานราว 100 คนในการยื่นคำร้องต่อบริษัทเพื่อเรียกร้องให้พนักงานมีสภาพการทำงานที่ดีขึ้น Motaung อ้างว่าเขาและพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทต้องทำงานภายใต้สิ่งแวดล้อมที่กดดันทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ต้องคัดกรองเนื้อหาที่มีความรุนแรง เนื้อหาทางเพศ และเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย รวมถึงต้องทำงานมากสุดถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ พนักงานยังมีปัญหาเรื่องการขาดประกันสุขภาพตามสัญญาจ้างและไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีได้ บริษัทยังละเมิดสิทธิในการรวมตัวกันของพนักงานเพื่อเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้ด้วย ทนายความของ Motaung ยังกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการค้ามนุษย์

No Description
ภาพจาก Shutterstock

ในคำฟ้องระบุว่า Sama และ Meta ได้ละเมิดกฎหมายเคนย่าเรื่องการจ่ายค่าแรงที่ไม่ยุติธรรม อคติต่อเชื้อชาติ การทรมานด้านร่างกายและการขาดสวัสดิเพื่อการรักษาสภาพจิตใจที่เพียงพอ ทั้งยังละเมิดเสรีภาพในการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ Meta (สมัย Facebook) เคยถูกแฉ และถูกฟ้องร้อง ลักษณะคล้ายๆ กันมาแล้ว

Motaung ยื่นคำฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้ตัวเอง อดีตพนักงานและพนักงานปัจจุบันของบริษัท Sama และเรียกร้องให้ศาลออกคำสั่งให้บริษัท Meta ปฏิบัติต่อพนักงานจากบริษัท outsource เหมือนกับที่ปฏิบัติต่อพนักงานใน Meta ในเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการ รวมถึงบริษัทปกป้องสิทธิของพนักงานและตรวจสอบการดำเนินการของบริษัท Sama ด้วย

ก่อนหน้านี้ ทนายความของ Meta ก็ได้ยื่นคำร้องให้ศาลยกฟ้องคดีโดยโต้แย้งว่าบริษัทไม่ได้จดทะเบียนในประเทศเคนย่า แต่ผู้พิพากษายังคงให้มีการไต่สวนในเดือนตุลาคมนี้

ที่มา: Gizmodo และ TIME

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/130575

แกไม่มีสิทธิ! ARM ฟ้อง Qualcomm ข้อหาเอาพิมพ์เขียวในการผลิตชิปไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต

เกิดศึกระหว่างสองยักษ์ใหญ่เซมิคอนดักเตอร์ เมื่อ ARM ฟ้อง Qualcomm ข้อหาเนียนใช้ดีไซน์สถาปัตยกรรม CPU จาก ARM โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะตอนแรก ARM ขายใบอนุญาตในการใช้พิมพ์เขียวสำหรับผลิตชิปให้กับบริษัท Nuvia แต่หลังจากที่ Qualcomm เข้าซื้อ Nuvia แล้วก็ดันไปเอาพิมพ์เขียวดังกล่าวมาใช้เองด้วย ซึ่ง ARM ก็ไม่ยอมให้ทำแบบนี้ จนเป็นเรื่องต้องฟ้องร้องกันนั่นเอง

เมื่อปี 2019 บริษัท Nuvia ยังเป็นบริษัทชิปประมวลผลสตาร์ทอัปน้องใหม่ ที่มีจุดเริ่มต้นโดยการซื้อพิมพ์เขียวสำหรับใช้ในการดีไซน์ชิปเซิร์ฟเวอร์ของ ARM มาใช้เป็นพื้นฐานในการสร้างซีพียูของตัวเอง แต่หลังจากนั้น Qualcomm ก็ได้เข้าซื้อบริษัท Nuvia เป็นเงินจำนวนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพราะหวังจะได้ใช้เทคโนโลยีของ Nuvia มาช่วยพัฒนาชิปต่าง ๆ ของบริษัทตัวเองเพื่อแข่งกับค่ายอื่น ก็ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องถูกต้องใช่มั้ยครับ  เพราะบริษัทแม่ก็ต้องเข้าถึงทุกอย่างบริษัทลูกได้อยู่แล้ว

แต่ ARM กลับไม่เห็นด้วย โดยอธิบายว่าใบอนุญาตในการใช้พิมพ์เขียวที่เคยขายให้ Nuvia มันไม่สามารถเปลี่ยนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไปให้ Qualcomm ใช้ได้ โดยเคยมีการเจรจาเรื่องนี้กันไปแล้วเป็นเดือน ๆ แต่ Qualcomm ก็ยังยืนยันจะใช้ดีไซน์สถาปัตยกรรมชิปของ ARM ในผลิตภัณฑ์ของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ดี

ในปี 2022 ARM เลยยุติสัญญาใบอนุญาตที่เคยมีกับ Nuvia และบังคับให้ Qualcomm ต้องทำลายงานทุกอย่างที่ต่อยอดมาจากดีไซน์ของ ARM ทิ้งไปครับ

เมื่อมาดูในเอกสารจริง ๆ แล้วก็พบว่าสัญญาที่ Nuvia เคยทำเอาไว้ เป็นสัญญาแบบ individual อนุญาตผู้ใช้งานไว้แค่รายเดียว จะโอนเปลี่ยนเจ้าของไม่ได้ และเป็นการใช้ดีไซน์เพื่อผลิต server processors เท่านั้น แต่ Qualcomm จะเอามาใช้ผลิตชิปในพวกมือถือหรืออุปกรณ์ใช้งานทั่วไปของผู้บริโภคซะอย่างงั้น ถือว่าเป็นการละเมิดสัญญาสองต่อ

ส่วน Qualcomm ก็ออกมาตอบเรื่องนี้ บอกว่าเสียใจนะที่การฟ้องร้องนี้จะเป็นการยุติความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างสองเรา แต่ ARM ก็ไม่มีสิทธิที่จะมาขัดขวางการพัฒนาชิปของ Qualcomm และ Nuvia เพราะว่าในสัญญาที่เคยทำนั้นมันอนุญาตให้สามารถนำไปใช้พัฒนาชิปได้รอบด้านเลยต่างหากล่ะ

ซึ่งถ้า ARM ชนะ Qualcomm ก็ต้องยอมทำลายงานโปรเจกต์ทุกอย่างที่ต่อยอดมาจากดีไซน์ที่ Nuvia เคยซื้อเอาไว้ แถมยังต้องโดนค่าปรับอีกมหาศาลเลย เรื่องนี้จึงถือเป็นข่าวใหญ่ที่น่าติดตามว่าจะลงเอยยังไงครับ

 

ที่มา : theregister

from:https://droidsans.com/arm-sue-qualcomm-nuvia-chip-violation/

ก.ยุติธรรมสหรัฐเตรียมฟ้อง Alphabet จากการผูกขาดตลาดโฆษณาของ Google

Bloomberg รายงานอ้างอิงคนในว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) กำลังเตรียมยื่นฟ้อง Alphabet กรณี Google มีพฤติกรรมผูกขาดในตลาดโฆษณา หลังสืบพยานและเตรียมคดีมาหลายปี

รอบนี้ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดว่ากระทรวงยุติธรรมจะฟ้อง Alphabet/Google ในแง่มุมไหน ขณะที่การยื่นฟ้องอาจเร็วที่สุดในเดือนหน้า ที่ศาลใดศาลหนึ่งระหว่างศาลในวอชิงตัน ที่มีคดีผูกขาด Search ค้างอยู่ หรือศาลในนิวยอร์ก ที่อัยการสูงสุดของมลรัฐมียื่นคดีผูกขาดโฆษณา Google ไว้อยู่

เมื่อปี 2020 Google เคยถูกฟ้องผูกขาดโฆษณามาแล้วครั้งหนึ่งจากทนายความจาก 10 รัฐ

ที่มา – Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/129761

OnePlus กับ OPPO โดนแบนในเยอรมนี และอาจลามจนถูกห้ามขายในประเทศอื่น ๆ ทั่วยุโรป

แบรนด์สมาร์ทโฟนยอดนิยมอย่าง OPPO และ OnePlus ต้องประสบปัญหาเพราะโดนบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมอย่าง Nokia (คนละส่วนกับที่เป็นมือถือจาก HMD Global นะครับ) ฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีในตัวเครื่องมือถือ จนถึงกับโดนแบนห้ามขายมือถือในประเทศเยอรมนีกันไปซะแล้ว

ในตอนนี้หากเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของ OPPO กับ OnePlus ของประเทศเยอรมนีก็จะเห็นว่าไม่สามารถกดสั่งซื้อมือถือของสองยี่ห้อนี้ได้อีกต่อไป แต่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบกับเจ้าของมือถือ OPPO และ OnePlus ที่ซื้อเอาไว้แล้วนะครับ ก็เลยไม่ต้องเป็นห่วงไปว่าจะโดนยึดมือถือหรือจะใช้งานไม่ได้ เพราะคำสั่งนี้มีผลแค่การห้ามขายมือถือของ OPPO / OnePlus ในเยอรมนีเท่านั้น

OPPO และ OnePlus โดนฟ้องจนต้องหยุดขาย

โดยเรื่องที่มีการฟ้องร้องกันนั้นมีต้นตอจากการที่ Nokia เชื่อว่าทั้งสองแบรนด์มีการใส่เทคโนโลยี 5G ของ Nokia ที่มีการจดสิทธิบัตรเอาไว้ในมือถือค่ายตัวเอง โดยที่ไม่ได้มีการชำระค่าใช้สิทธิบัตรแต่อย่างใด ดังนั้น OPPO และ OnePlus ควรต้องหยุดขายสินค้าจนกว่าจะเคลียร์เรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นซะก่อน

สุดท้ายดูเหมือนว่าศาลจะเอนน้ำหนักไปให้ทาง Nokia มาก ๆ ครับ หมายความว่าต่อไปนี้ OPPO และ OnePlus ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรในการใช้งานเทคโนโลยี 5G ให้ Nokia เพื่อที่จะสามารถวางจำหน่ายมือถือต่อไปได้ในเยอรมนี แต่ถ้าหากไม่อยากจ่าย ก็แค่เอาเทคโนโลยี 5G ออกจากมือถือที่จะวางขายในเยอรมนีไปซะ

แต่กว่าจะจัดการปัญหานี้ได้ ก็คงอีกยาวไกลเลยนะครับ ดังนั้นปัญหาใหญ่ที่สุดคงจะเป็นเรื่องที่ต้องหยุดขายมือถือไปก่อนนี่แหละ เพราะถ้าหากจู่ ๆ ต้องหยุดขายอย่างนี้ ยอดขายและรายได้ของบริษัทก็จะหายไปทันที เป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียว

และหากมาดูคำตัดสินของศาลแล้ว จะพบว่าจริง ๆ แล้วปัญหาข้อนี้อาจจะเกิดขึ้นกับมือถือ OPPO และ OnePlus ที่อยู่ในประเทศอื่น ๆ ของยุโรปได้อีกด้วย ในเมื่อมีคำติดสินของศาลเยอรมันเป็นต้นแบบแล้ว ไม่แน่ว่าประเทศอื่นก็อาจจะเห็นดีเห็นงามกับ Nokia ไปด้วย และอาจมีการฟ้องร้องในทำนองเดียวกันขึ้นมาอีกทั่วประเทศของโซนยุโรป…ถ้าถึงคราวนั้นบอกได้เลยว่า OPPO กับ OnePlus ถึงคราวซวยขั้นสุดกันเลยล่ะครับ

 

ที่มา: androidauthority

from:https://droidsans.com/nokia-oneplus-oppo-5g-lawsuit/

Oppo และ OnePlus ถูกศาลเยอรมนีสั่งห้ามขายมือถือ หลังแพ้คดีสิทธิบัตร 5G กับ Nokia

สมาร์ทโฟนของ Oppo และ OnePlus ถูกศาลเยอรมนีสั่งแบนห้ามขาย หลังมีคดีความเรื่องสิทธิบัตร 5G กับ Nokia

ศาลชั้นต้นของเยอรมนีตัดสินว่า Oppo และ OnePlus ละเมิดสิทธิบัตร 5G ของ Nokia จริง และเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเจรจาค่าเสียหายกันได้ (Nokia เรียกค่าเสียหาย 2.5 ยูโรต่อเครื่อง) ทำให้ Oppo และ OnePlus ต้องถูกสั่งแบนห้ามขายมือถือไปก่อน

ตอนนี้ Oppo อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ และหน้าเว็บของ Oppo เยอรมนี ถอดข้อมูลโทรศัพท์ออกทั้งหมดแล้ว ในเมนูหลักเหลือแค่เพียงหน้า About, ColorOS, Support เท่านั้น

ที่มา – WinFuture.de via 9to5google

No Description

from:https://www.blognone.com/node/129738